ที่มา ข่าวสด
สุดสลดด.ช. วัย 13 ปีที่โดนสไนเปอร์ยิงหัวตาย ที่ แท้ชื่อ"น้องอีซา"เป็นเด็กกำพร้า อยู่ในความดูแลของมูลนิธิอิสลามย่านหัวหมาก เผยชีวิตรันทดพ่อเสียชีวิต แม่สูญหายไปตั้งแต่ 7 ขวบ ระบุออกจากบ้านเด็กกำพร้าไปเมื่อเดือน เม.ย. มารู้อีกทีก็เป็นศพถูกยิงแล้ว "นิก นอสติทซ์" นักข่าวเยอรมันหอบหลักฐานภาพถ่าย-วิดีโอเหตุการณ์ทหารสลายม็อบให้ตร.แล้ว ยันไม่ได้ทำเพื่อใครแต่ต้องการให้ความจริงปรากฏ โผล่อีกรายลุงวัย 53 ปีโดนลูกหลงเข้ากลางหลังที่บ่อนไก่ เป็นอัมพาตครึ่งตัวล่าง แฉนาทีถูกยิงตอนทหารเริ่มยิงแก๊สน้ำตาใส่ม็อบ เลยพาลูกเมียไปหลบในร้านสะดวกซื้อ อีกไม่กี่ก้าวจะถึงอยู่แล้วกลับโดนยิงหลัง 2 นัด เมียโวยลั่นรัฐบาลไม่เหลียวแลคนเจ็บ แค่ส่งคนมาถ่ายรูปสามี รับไม่ได้ศอฉ.ระบุผู้ที่ถูกยิงส่วนใหญ่เป็นผู้ก่อการร้าย ยันสามีไม่เคยเกี่ยวข้องกับม็อบ ทอดถั่วส่งขายย่านเยาวราชมานานแล้ว ตอนนี้เดือดร้อนเพราะไม่สามารถทำมาหากินได้
เหยื่อ - นายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง ถูกยิงที่หน้าซอยบ่อนไก่ จนอัมพาตครึ่งตัว ขณะที่ นายนิก นอสติทซ์ นักข่าวเยอรมันเข้าให้ปากคำเพิ่มส่วนภาพล่าง นายบัวศรี ทุมมา เหยื่อกระสุนในวัดปทุมฯเข้าแจ้งความ ที่สน.ปทุมวัน
จากกรณีนายนิก นอสติทซ์ ผู้สื่อข่าวอิสระชาวเยอรมัน เดินทางไปพบ พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แสงกล้า พนักงานสอบสวน (สบ2) สน.พญาไท เพื่อตามหาผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงคนหนึ่ง ซึ่งนายนิกเห็นเหตุการณ์ขณะถูกทหารยิงบาดเจ็บ ขณะอยู่แนวยางรถยนต์บนถนนราชปรารภ ก่อนได้รับการยืนยันจากตำรวจว่าชายดังกล่าวเสียชีวิตไปแล้ว ชื่อนายชาญณรงค์ พลศรีลา อายุ 45 ปี อาชีพขับแท็กซี่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ต่อมานายนิกได้ไปพบกับน.ส.มนชยา หรือส้มโอ พลศรีลา อายุ 25 ปี พนักงานราชการกองทัพอากาศ ลูกสาวนายชาญณรงค์ เพื่อเล่าถึงเหตุการณ์ที่นายชาญณรงค์ถูกยิงเสียชีวิตจนน.ส.มนชยาถึงกับร่ำไห้ และประกาศจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งความให้ติดตามหาคนที่ฆ่าพ่อให้ได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. ที่สน. พญาไท นายนิก นอสติทซ์ เข้าพบกับ พ.ต.ท. โชติ สุวรรณจุณีย์ รองผกก.สส.สน.พญาไท และพ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แสงกล้า พนักงานสอบ สวน (สบ 2) สน.พญาไท เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในฐานะพยานในเหตุการณ์ทหารเข้าสลายขอคืนพื้นที่จนมีผู้ได้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่บริเวณถนนราชปรารภ นอกจากนี้ นายนิกได้นำหลักฐานเป็นภาพถ่ายเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ที่บันทึกภาพไว้ได้จำนวนกว่า 90 ภาพ และบันทึกลงในแผ่นซีดีอีกจำนวน 1 แผ่น เป็นหลักฐานมอบให้กับพนักงานสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนใช้เวลาในการสอบปากคำนายนิกนานกว่า 4 ชั่วโมงก่อนจะเดินทางกลับ
นายนิก กล่าวว่า วันนี้ตนได้ให้ปากคำกับตำรวจตามนัดหมาย เพื่อให้ปากคำในฐานะพยานที่อยู่ในเหตุการณ์และได้ช่วยเหลือนายชาญณรงค์ พลศรีมา ซึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บและมา ทราบว่าได้เสียชีวิต วันนี้ตนยังได้นำหลักฐานที่บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้มามอบให้เพิ่มเติม ส่วนใหญ่เป็นภาพถ่ายขณะที่ตนอยู่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันเชลล์ ซึ่งห่างจากกลุ่มผู้ชุมนุมหลังแนวบังเกอร์ยาง ภาพที่ถ่ายไว้ส่วนใหญ่เป็นภาพของผู้บาดเจ็บถูกยิง โดยบันทึกภาพไว้ได้เฉพาะประ ชาชนที่ถูกยิงเท่านั้น ทั้งนี้ เนื่องจากระหว่างที่บันทึกภาพนั้นมีการยิงกันตลอดมีเสียงปืนดังมาจากแนวของทหาร ตนไม่กล้าออกไปถ่ายภาพเพราะกลัวถูกยิงเช่นกัน ขณะนั้นไม่ว่าใครหากโผล่หน้าออกไปที่ถนนก็จะถูกยิงหมด ช่วงทหารยิงและบันทึกภาพไว้ได้เป็นเวลา 16 นาที จนสามารถบันทึกภาพไว้ได้ 90 ภาพ การที่ตนเดินทางมาให้ปากคำในครั้งนี้ ก็ไม่ได้ทำเพื่อใครและฝ่ายใด แต่ตนต้องการความจริงและความถูกต้อง
ด้านพ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แสงกล้า กล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนายนิกพร้อมทั้งได้รับมอบภาพถ่ายที่นายนิกบันทึกไว้ โดยก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนก็ได้มีการสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์รวมทั้งญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บไปแล้วกว่า 100 ปาก สำหรับการทำสำนวนการสอบสวนในคดีมีทั้ง แพทย์ อัยการ ฝ่ายปกครอง และพนักงานสอบสวน ร่วมกัน 4 ฝ่าย ในการทำสำนวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้เกิดข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ กล่าวว่า ในส่วนของผู้เสียชีวิตที่ขณะนี้ยังไม่มีญาติมาติดต่อ เป็นผู้ชายอีก 2 ราย ส่วนเด็กชายอายุ 13 ปีที่ถูกยิงเสียชีวิต หลังจากที่ข่าวสดลงรูปไปแล้ว ทำให้มีคนติดต่อตำรวจระบุว่าคือด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ หรือน้องอีซา อายุ 13 ปี เป็นเด็กกำพร้า อยู่ในความดูแลของมูลนิธิอิสลามแห่งหนึ่งในซอยรามคำแหง 2 ย่านคลองตัน จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่าน้องอีซา พ่อเสียชีวิตตั้งแต่เล็กๆ แม่ก็หายสาบสูญไป เข้ามาอยู่ในบ้านมูลนิธิเด็กกำพร้าตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ช่วงก่อนปิดเทอมเดือนเมษายน น้องอีซาได้ออกจากบ้านมูลนิธิและหายตัวไป โดยในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ ผู้ปกครองที่ดูแลมูลนิธิอิสลามจะมาติดต่อขอรับศพน้องอีซาที่ร.พ.รามาธิบดี ซึ่งทราบว่าศพฝังอยู่ที่สุสานชลบุรี
พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ กล่าวว่า ส่วนศพผู้หญิงทราบชื่อแล้วเช่นกัน คือนางประจวบ เจริญทิม อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 หมู่ 3 ต.ย่านยาว อ.เมือง จ.พิจิตร ผลการชันสูตรศพพบว่าถูกยิงเข้าบริเวณขาซ้ายทะลุขาขวา กระสุนปืนถูกเส้นเลือดแดงขาด สาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากเสียเลือดมาก ในส่วนของหญิงดังกล่าวยังไม่สามารถติดกับทางญาติได้ จึงได้ประสานไปทางสภ.เมืองพิจิตร เพื่อให้ช่วยติดตามญาติของนางประจวบ เจริญทิม หญิงสาวดังกล่าวเพื่อมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการรับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
พบลูก - น.ส.พรนภา ทนุวรรณ อายุ 19 ปี เข้ากอดบุตรชายวัย 3 ขวบ หลังถูกทหารจับกุมตัวบริเวณแยกสารสิน เมื่อ 19 พ.ค. ถูกควบคุมตัวที่ทัณฑสถานหญิงพิเศษกลาง น.พ.ทศพร เสรีรักษ์ ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวออกมา
วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย คือนายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง อายุ 53 ปี อาชีพพ่อค้าขายส่งถั่วทอด พักอาศัยอยู่ภายในแฟลตชุมชนบ่อนไก่ ถูกยิงเข้าบริเวณกลางหลังทะลุปอด และหัวไหล่ รวม 2 นัด จนกลายเป็นอัมพาตครึ่งตัว ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้บาดเจ็บรายดังกล่าวพักฟื้นอยู่ภายในห้องผู้ป่วย เลขที่ 609 เตียง 1 ชั้น 6 โรงพยาบาลมเหสักข์ เขตบางรัก เมื่อไปถึงพบนางวรานิชฐ์ อัศวสิริมั่นคง อายุ 49 ปี ภรรยาผู้บาดเจ็บกำลังยืนนวดขา แขน และคอยให้ความช่วยเหลือนายฐานุทัศน์อย่างน่าเวทนา
นายฐานุทัศน์ กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุเป็นเวลา 11 โมงของวันที่ 14 พ.ค. ขณะที่ตนพร้อมด้วยนางวรานิชฐ์ และลูกชายลูกสาวรวม 4 คนเดินออกจากบ้านพักที่แฟลตชุมชมบ่อนไก่ เพื่อไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟที่ห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาพระราม 4 พอเดินทางถึงปากซอย พบว่าขณะนั้นมีกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมอยู่เป็นจํานวนมาก แต่ยังไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงอะไร รถเมล์ยังวิ่งผ่านปกติ จากนั้นอีก 1 ชั่วโมง ทหารเริ่มขว้างแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ตนเห็นท่าไม่ปลอดภัยจึงสั่งให้ภรรยาและลูกทั้ง 2 คนเข้าไปหลบอยู่ในร้านสะดวกซื้อ ส่วนตนก็เดินตามไปด้วยแต่ช้ากว่า เมื่อภรรยาและลูกเข้าไปในร้านแล้ว ตนเหลืออีกไม่กี่เมตรก็จะถึงร้าน ปรากฏว่าได้ยินเสียงปืนดังขึ้นชุดใหญ่ ตนรู้สึกปวดที่กลางหลังแล้วล้มลงหน้ากระแทกพื้นจนฟันหักหลายซี่ จากนั้นเริ่มชาทั้งตัว ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่ยังรู้สึกตัว ก่อนมีชาวบ้าน 3-4 คนวิ่งเข้ามาลากออกจากจุดเกิดเหตุ และนําขึ้นรถส่งโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท และอยู่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 14-23 พ.ค. ก่อนจะย้ายมารักษาต่อที่ร.พ.มเหสักข์จนถึงปัจจุบัน
นายฐานุทัศน์ กล่าวต่อว่า พอถึงโรงพยาบาลปรากฏว่าตนถูกยิง 2 นัดเข้าที่กลางหลังและหัวไหล่ หมอผ่าตัดเอาหัวกระสุนที่กลางหลังออกไปแล้ว ยังคงเหลืออีก 1 หัวที่หัวไหล่ ไม่สามารถผ่าตัดออกได้เพราะอยู่ใกล้จุดสําคัญ ปัจจุบันตั้งแต่ช่วงเอวลงไปไม่มีความรู้สึก ขับถ่ายเองไม่ได้ และทุกๆ 2 ชั่วโมง ต้องพลิกตัวเนื่องจากขณะนี้เริ่มเป็นแผลกดทับบริเวณด้านหลัง นอกจากนี้ ตนได้สอบถามแพทย์ที่รักษาว่าจะกลับมาเดินได้หรือไม่ หมอบอกว่าเหลือเพียง 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่จะกลับมาเดินได้ปกติ ทําให้ตนเสียใจมาก และขณะนี้เริ่มประสบปัญหารายได้ภายในครอบครัว เนื่องจากตอนนี้ตนไม่สามารถหาเงินได้ ก่อนหน้านี้ตนสามารถหาเงินได้วันละไม่ต่ำกว่า 700-800 บาท จากการส่งถั่วทอดตามร้านค้าต่างๆ ย่านสีลม และเยาวราช แต่ตอนนี้ต้องขาดรายได้ และร้านค้าประจําที่ส่งถั่วให้เขาก็เริ่มมีปัญหาเพราะตนขาดส่ง
ด้านนางวรานิชฐ์ กล่าวว่า หลังจากที่สามีถูกยิงสาหัส ครอบครัวเดือดร้อนหนักไม่มีรายได้เข้ามา เพราะตนไม่ได้ทํางานอะไร สามีทําถั่วทอดขายส่งตามร้านค้าต่างๆ ย่านสีลม เยาว ราช สนามหลวง และคลองเตย ทํามาไม่ต่ำกว่า 20 ปี ตอนนี้ต้องหยุดกิจการทั้งหมด และตนก็ไม่สามารถที่จะไปหางานที่ไหนทําได้เพราะจะต้องมาคอยดูแลสามี เพราะทุกๆ 2 ชั่วโมงต้องจับสามีพลิก ส่วนสาเหตุที่ถูกยิงนั้นเพราะสามีกำลังจะพาตนและลูกไปเดินห้างโลตัส ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมเลย อยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมบ้าง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนอยากได้คือเตียงคนไข้ที่สามารถปรับเอนนอนได้ เพื่อให้สามีไว้ใช้หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว
"เหตุการณ์ครั้งนี้ตนเจ็บปวดที่สุด คือคำพูดที่ศอฉ.บอกว่าผู้ที่ถูกยิงเป็นพวกก่อการร้ายหรือถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิง แถมยังมาปิดหูปิดตาประชาชนคุมสถานีโทรทัศน์วิทยุหลายแห่งเพื่อไม่ให้ประชาชนรับรู้ข่าวสารเรื่องจริง ตรงนี้อยากให้รัฐบาลหันมาดูแลประชาชนที่ไม่รู้เรื่องด้วย เพราะที่ผ่านมาคนที่รัฐบาลส่งมาดูแลก็แค่มาถ่ายภาพวิดีโอ และสอบถามอาการเล็กน้อย จากนั้นก็พูดให้เรามีความหวังว่าจะช่วยเต็มที่ แต่ก็เงียบหายไปจนถึงทุกวันนี้"
วันเดียวกัน นายบัวศรี ทุมมา อายุ 67 ปี ผู้ชุมนุมนปช.ซึ่งเป็นชาวชัยภูมิ 1 ในผู้ถูกยิงในวัดปทุมวนาราม โดยถูกยิงเข้าที่เท้าจนทะลุ เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับตำรวจสน.ปทุมวันถึงเหตุการณ์ที่โดนยิงบาดเจ็บสาหัส โดยลุงบัวศรีให้การยืนยันว่า มาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงตั้งแต่แรก และเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งทหารสลายม็อบที่ผ่านฟ้าฯ ก็ถูกทหารใช้พานท้ายปืนตีหัวจนบาดเจ็บ ต้องนอนรักษาตัว 2 วัน พอออกจากโรงพยาบาลมาก็ไปร่วมชุมนุมต่อ กระทั่งวันที่ 19 พ.ค. หลังแกนนำนปช.ประ กาศยุติการชุมนุมแล้ว ตนพร้อมเพื่อนๆ นปช. เข้าไปหลบในวัดปทุมฯ ระหว่างนั่งอยู่ลานจอดรถหน้าวัด เห็นทหารเดินมาเป็นแถวบนรางรถไฟฟ้า พร้อมทั้งมีเสียงปืนยิงไล่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ผู้ชุมนุมที่อยู่บริเวณนั้นจึงพากันมุดหลบเข้าไปใต้ท้องรถ แต่ยังโดนยิงที่เท้าจนบาดเจ็บสาหัส
เรื่องของคะแนนเสียง..ในช่วงที่ “การเมือง”เข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อ “ทุกหัว” ของนักการเมืองจึงมี “ค่า”และ “ความหมาย”เป็นอย่างยิ่ง!! เมื่อ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขาดไป “หนึ่งเสียง” จากการเสียชีวิต ของ “ทิวา เงินยวง” ในเขตุ คันนายาว คลองสามวา บึงกุ่ม และหนองจอก..การเลือกตั้งซ่อมจึงถูกกำหนดขึ้นมาในอาทิตย์ที่ 25 กรกฏาคมทันที!! ท่ามกลาง เสียง วี๊ดว้าย กระตู้วู้ ของบรรดา “แฟนคลับ”ที่ติดตามเชียร์กันตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว โดยเฉพาะ พรรค ประชาธิปัตย์ ที่รู้ใจ “คนกรุงเทพฯ”ดียิ่งกว่าใคร
ทั้งหมดจึงเตรียมพร้อมที่จะจัดให้..เพราะในพรรค มีครบเครื่อง ทั้งหล่อใหญ่ หล่อเล็ก หล่อจิ๋ว หล่อลากดิน หล่อไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม..ไม่มีอย่างเดียวคือ หล่อแบบ “อมฮอลล์”!! แค่แพลมชื่อ อภิรักษ์ โกษะโยธิน สาวๆกรี๊ด กรี๊ด กรี๊ดโหยหวนหยั่งกะโดนมดกัด เมื่อชื่อของ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ถูกเสนอขึ้นมา เสียงกรี๊ด
ยิ่งสนั่นขึ้นไปอีก แต่..เมื่อโผล่ชื่อของ “น้องตั๊น” จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี มิใช่เสียง กรี๊ดอย่างเดียว มีเสียงกระทืบเท้าอย่างสะใจสลับมาด้วย โอ้โฮ..นี่จะมาเลือกตั้งซ่อม หรือจะมาส่งตัวไปสู่ รายการ “สานฝันสู่เส้นทางดารา”วะเนี่ย!! เพียง“ชื่อสามคน”นี้ก็สามารถสร้างเป็น “หนังใหญ่”ได้หนึ่งเรื่องสบายๆ “เสี่ยเจียง”เห็นแล้ว
น้ำลายหยด..เออ!..ทำไมต้องหยดด้วยวะแปลก!! หันมาทางพรรค “เพื่อไทย” ก็ไม่เลว ชื่อชั้นถึงขั้นเป็น“พระเอก”จริงๆกันมาแล้ว.. “พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์” ผ่านการแสดงมาจาก “สีบุญเรืองฟิลม” ได้รับการปุกปั้นจาก พร้อมสิน และ ดาวน้อย สีบุญเรือง มาอย่างยาวนาน จนกระทั่งหนีตายไปเอง ทั้ง หล่อ รวย
สวย เปรี้ยว มีครบทุกรสแล้วที่จะลง “เลือกตั้งซ่อม”ครั้งนี้!! ก็เหลือแค่ พรรค“การเมืองใหม่” ที่ “คนเสื้อเหลือง”พร้อมเชียร์ และร่ำร้อง “สำราญ รอดเพชร”จะเป็น“ตัวสอดแทรก..หรือเป็นแค่ “ตัวประกอบ”ก็ต้องดูความขลังจากน้ำมนต์ของ“ธิลิ้ม”ว่าจะเวิร์คหรือไม่!!


