WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, June 22, 2010

ลุงเหยื่อ"พค." โดนยิง-อัมพาต

ที่มา ข่าวสด


รู้ตัวแล้ว ดช.วัย13 ถูกยิงหัว เป็นกำพร้า




เหยื่อ - นายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง ถูกยิงที่หน้าซอยบ่อนไก่ จนอัมพาตครึ่งตัว ขณะที่ นายนิก นอสติทซ์ นักข่าวเยอรมันเข้าให้ปากคำเพิ่มส่วนภาพล่าง นายบัวศรี ทุมมา เหยื่อกระสุนในวัดปทุมฯเข้าแจ้งความ ที่สน.ปทุมวัน

สุดสลดด.ช. วัย 13 ปีที่โดนสไนเปอร์ยิงหัวตาย ที่ แท้ชื่อ"น้องอีซา"เป็นเด็กกำพร้า อยู่ในความดูแลของมูลนิธิอิสลามย่านหัวหมาก เผยชีวิตรันทดพ่อเสียชีวิต แม่สูญหายไปตั้งแต่ 7 ขวบ ระบุออกจากบ้านเด็กกำพร้าไปเมื่อเดือน เม.ย. มารู้อีกทีก็เป็นศพถูกยิงแล้ว "นิก นอสติทซ์" นักข่าวเยอรมันหอบหลักฐานภาพถ่าย-วิดีโอเหตุการณ์ทหารสลายม็อบให้ตร.แล้ว ยันไม่ได้ทำเพื่อใครแต่ต้องการให้ความจริงปรากฏ โผล่อีกรายลุงวัย 53 ปีโดนลูกหลงเข้ากลางหลังที่บ่อนไก่ เป็นอัมพาตครึ่งตัวล่าง แฉนาทีถูกยิงตอนทหารเริ่มยิงแก๊สน้ำตาใส่ม็อบ เลยพาลูกเมียไปหลบในร้านสะดวกซื้อ อีกไม่กี่ก้าวจะถึงอยู่แล้วกลับโดนยิงหลัง 2 นัด เมียโวยลั่นรัฐบาลไม่เหลียวแลคนเจ็บ แค่ส่งคนมาถ่ายรูปสามี รับไม่ได้ศอฉ.ระบุผู้ที่ถูกยิงส่วนใหญ่เป็นผู้ก่อการร้าย ยันสามีไม่เคยเกี่ยวข้องกับม็อบ ทอดถั่วส่งขายย่านเยาวราชมานานแล้ว ตอนนี้เดือดร้อนเพราะไม่สามารถทำมาหากินได้

จากกรณีนายนิก นอสติทซ์ ผู้สื่อข่าวอิสระชาวเยอรมัน เดินทางไปพบ พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แสงกล้า พนักงานสอบสวน (สบ2) สน.พญาไท เพื่อตามหาผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงคนหนึ่ง ซึ่งนายนิกเห็นเหตุการณ์ขณะถูกทหารยิงบาดเจ็บ ขณะอยู่แนวยางรถยนต์บนถนนราชปรารภ ก่อนได้รับการยืนยันจากตำรวจว่าชายดังกล่าวเสียชีวิตไปแล้ว ชื่อนายชาญณรงค์ พลศรีลา อายุ 45 ปี อาชีพขับแท็กซี่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ต่อมานายนิกได้ไปพบกับน.ส.มนชยา หรือส้มโอ พลศรีลา อายุ 25 ปี พนักงานราชการกองทัพอากาศ ลูกสาวนายชาญณรงค์ เพื่อเล่าถึงเหตุการณ์ที่นายชาญณรงค์ถูกยิงเสียชีวิตจนน.ส.มนชยาถึงกับร่ำไห้ และประกาศจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งความให้ติดตามหาคนที่ฆ่าพ่อให้ได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. ที่สน. พญาไท นายนิก นอสติทซ์ เข้าพบกับ พ.ต.ท. โชติ สุวรรณจุณีย์ รองผกก.สส.สน.พญาไท และพ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แสงกล้า พนักงานสอบ สวน (สบ 2) สน.พญาไท เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในฐานะพยานในเหตุการณ์ทหารเข้าสลายขอคืนพื้นที่จนมีผู้ได้บาดเจ็บและเสียชีวิตที่บริเวณถนนราชปรารภ นอกจากนี้ นายนิกได้นำหลักฐานเป็นภาพถ่ายเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ที่บันทึกภาพไว้ได้จำนวนกว่า 90 ภาพ และบันทึกลงในแผ่นซีดีอีกจำนวน 1 แผ่น เป็นหลักฐานมอบให้กับพนักงานสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนใช้เวลาในการสอบปากคำนายนิกนานกว่า 4 ชั่วโมงก่อนจะเดินทางกลับ

นายนิก กล่าวว่า วันนี้ตนได้ให้ปากคำกับตำรวจตามนัดหมาย เพื่อให้ปากคำในฐานะพยานที่อยู่ในเหตุการณ์และได้ช่วยเหลือนายชาญณรงค์ พลศรีมา ซึ่งถูกยิงได้รับบาดเจ็บและมา ทราบว่าได้เสียชีวิต วันนี้ตนยังได้นำหลักฐานที่บันทึกภาพเหตุการณ์ไว้มามอบให้เพิ่มเติม ส่วนใหญ่เป็นภาพถ่ายขณะที่ตนอยู่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันเชลล์ ซึ่งห่างจากกลุ่มผู้ชุมนุมหลังแนวบังเกอร์ยาง ภาพที่ถ่ายไว้ส่วนใหญ่เป็นภาพของผู้บาดเจ็บถูกยิง โดยบันทึกภาพไว้ได้เฉพาะประ ชาชนที่ถูกยิงเท่านั้น ทั้งนี้ เนื่องจากระหว่างที่บันทึกภาพนั้นมีการยิงกันตลอดมีเสียงปืนดังมาจากแนวของทหาร ตนไม่กล้าออกไปถ่ายภาพเพราะกลัวถูกยิงเช่นกัน ขณะนั้นไม่ว่าใครหากโผล่หน้าออกไปที่ถนนก็จะถูกยิงหมด ช่วงทหารยิงและบันทึกภาพไว้ได้เป็นเวลา 16 นาที จนสามารถบันทึกภาพไว้ได้ 90 ภาพ การที่ตนเดินทางมาให้ปากคำในครั้งนี้ ก็ไม่ได้ทำเพื่อใครและฝ่ายใด แต่ตนต้องการความจริงและความถูกต้อง



ด้านพ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แสงกล้า กล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนายนิกพร้อมทั้งได้รับมอบภาพถ่ายที่นายนิกบันทึกไว้ โดยก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนก็ได้มีการสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์รวมทั้งญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บไปแล้วกว่า 100 ปาก สำหรับการทำสำนวนการสอบสวนในคดีมีทั้ง แพทย์ อัยการ ฝ่ายปกครอง และพนักงานสอบสวน ร่วมกัน 4 ฝ่าย ในการทำสำนวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้เกิดข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ กล่าวว่า ในส่วนของผู้เสียชีวิตที่ขณะนี้ยังไม่มีญาติมาติดต่อ เป็นผู้ชายอีก 2 ราย ส่วนเด็กชายอายุ 13 ปีที่ถูกยิงเสียชีวิต หลังจากที่ข่าวสดลงรูปไปแล้ว ทำให้มีคนติดต่อตำรวจระบุว่าคือด.ช.คุณากร ศรีสุวรรณ หรือน้องอีซา อายุ 13 ปี เป็นเด็กกำพร้า อยู่ในความดูแลของมูลนิธิอิสลามแห่งหนึ่งในซอยรามคำแหง 2 ย่านคลองตัน จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่าน้องอีซา พ่อเสียชีวิตตั้งแต่เล็กๆ แม่ก็หายสาบสูญไป เข้ามาอยู่ในบ้านมูลนิธิเด็กกำพร้าตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ช่วงก่อนปิดเทอมเดือนเมษายน น้องอีซาได้ออกจากบ้านมูลนิธิและหายตัวไป โดยในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ ผู้ปกครองที่ดูแลมูลนิธิอิสลามจะมาติดต่อขอรับศพน้องอีซาที่ร.พ.รามาธิบดี ซึ่งทราบว่าศพฝังอยู่ที่สุสานชลบุรี

พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ กล่าวว่า ส่วนศพผู้หญิงทราบชื่อแล้วเช่นกัน คือนางประจวบ เจริญทิม อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 116 หมู่ 3 ต.ย่านยาว อ.เมือง จ.พิจิตร ผลการชันสูตรศพพบว่าถูกยิงเข้าบริเวณขาซ้ายทะลุขาขวา กระสุนปืนถูกเส้นเลือดแดงขาด สาเหตุการเสียชีวิต เนื่องจากเสียเลือดมาก ในส่วนของหญิงดังกล่าวยังไม่สามารถติดกับทางญาติได้ จึงได้ประสานไปทางสภ.เมืองพิจิตร เพื่อให้ช่วยติดตามญาติของนางประจวบ เจริญทิม หญิงสาวดังกล่าวเพื่อมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการรับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

พบลูก - น.ส.พรนภา ทนุวรรณ อายุ 19 ปี เข้ากอดบุตรชายวัย 3 ขวบ หลังถูกทหารจับกุมตัวบริเวณแยกสารสิน เมื่อ 19 พ.ค. ถูกควบคุมตัวที่ทัณฑสถานหญิงพิเศษกลาง น.พ.ทศพร เสรีรักษ์ ยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวออกมา



วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย คือนายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง อายุ 53 ปี อาชีพพ่อค้าขายส่งถั่วทอด พักอาศัยอยู่ภายในแฟลตชุมชนบ่อนไก่ ถูกยิงเข้าบริเวณกลางหลังทะลุปอด และหัวไหล่ รวม 2 นัด จนกลายเป็นอัมพาตครึ่งตัว ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้บาดเจ็บรายดังกล่าวพักฟื้นอยู่ภายในห้องผู้ป่วย เลขที่ 609 เตียง 1 ชั้น 6 โรงพยาบาลมเหสักข์ เขตบางรัก เมื่อไปถึงพบนางวรานิชฐ์ อัศวสิริมั่นคง อายุ 49 ปี ภรรยาผู้บาดเจ็บกำลังยืนนวดขา แขน และคอยให้ความช่วยเหลือนายฐานุทัศน์อย่างน่าเวทนา

นายฐานุทัศน์ กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุเป็นเวลา 11 โมงของวันที่ 14 พ.ค. ขณะที่ตนพร้อมด้วยนางวรานิชฐ์ และลูกชายลูกสาวรวม 4 คนเดินออกจากบ้านพักที่แฟลตชุมชมบ่อนไก่ เพื่อไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟที่ห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาพระราม 4 พอเดินทางถึงปากซอย พบว่าขณะนั้นมีกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมอยู่เป็นจํานวนมาก แต่ยังไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงอะไร รถเมล์ยังวิ่งผ่านปกติ จากนั้นอีก 1 ชั่วโมง ทหารเริ่มขว้างแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ตนเห็นท่าไม่ปลอดภัยจึงสั่งให้ภรรยาและลูกทั้ง 2 คนเข้าไปหลบอยู่ในร้านสะดวกซื้อ ส่วนตนก็เดินตามไปด้วยแต่ช้ากว่า เมื่อภรรยาและลูกเข้าไปในร้านแล้ว ตนเหลืออีกไม่กี่เมตรก็จะถึงร้าน ปรากฏว่าได้ยินเสียงปืนดังขึ้นชุดใหญ่ ตนรู้สึกปวดที่กลางหลังแล้วล้มลงหน้ากระแทกพื้นจนฟันหักหลายซี่ จากนั้นเริ่มชาทั้งตัว ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่ยังรู้สึกตัว ก่อนมีชาวบ้าน 3-4 คนวิ่งเข้ามาลากออกจากจุดเกิดเหตุ และนําขึ้นรถส่งโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท และอยู่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 14-23 พ.ค. ก่อนจะย้ายมารักษาต่อที่ร.พ.มเหสักข์จนถึงปัจจุบัน

นายฐานุทัศน์ กล่าวต่อว่า พอถึงโรงพยาบาลปรากฏว่าตนถูกยิง 2 นัดเข้าที่กลางหลังและหัวไหล่ หมอผ่าตัดเอาหัวกระสุนที่กลางหลังออกไปแล้ว ยังคงเหลืออีก 1 หัวที่หัวไหล่ ไม่สามารถผ่าตัดออกได้เพราะอยู่ใกล้จุดสําคัญ ปัจจุบันตั้งแต่ช่วงเอวลงไปไม่มีความรู้สึก ขับถ่ายเองไม่ได้ และทุกๆ 2 ชั่วโมง ต้องพลิกตัวเนื่องจากขณะนี้เริ่มเป็นแผลกดทับบริเวณด้านหลัง นอกจากนี้ ตนได้สอบถามแพทย์ที่รักษาว่าจะกลับมาเดินได้หรือไม่ หมอบอกว่าเหลือเพียง 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่จะกลับมาเดินได้ปกติ ทําให้ตนเสียใจมาก และขณะนี้เริ่มประสบปัญหารายได้ภายในครอบครัว เนื่องจากตอนนี้ตนไม่สามารถหาเงินได้ ก่อนหน้านี้ตนสามารถหาเงินได้วันละไม่ต่ำกว่า 700-800 บาท จากการส่งถั่วทอดตามร้านค้าต่างๆ ย่านสีลม และเยาวราช แต่ตอนนี้ต้องขาดรายได้ และร้านค้าประจําที่ส่งถั่วให้เขาก็เริ่มมีปัญหาเพราะตนขาดส่ง

ด้านนางวรานิชฐ์ กล่าวว่า หลังจากที่สามีถูกยิงสาหัส ครอบครัวเดือดร้อนหนักไม่มีรายได้เข้ามา เพราะตนไม่ได้ทํางานอะไร สามีทําถั่วทอดขายส่งตามร้านค้าต่างๆ ย่านสีลม เยาว ราช สนามหลวง และคลองเตย ทํามาไม่ต่ำกว่า 20 ปี ตอนนี้ต้องหยุดกิจการทั้งหมด และตนก็ไม่สามารถที่จะไปหางานที่ไหนทําได้เพราะจะต้องมาคอยดูแลสามี เพราะทุกๆ 2 ชั่วโมงต้องจับสามีพลิก ส่วนสาเหตุที่ถูกยิงนั้นเพราะสามีกำลังจะพาตนและลูกไปเดินห้างโลตัส ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมเลย อยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมบ้าง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนอยากได้คือเตียงคนไข้ที่สามารถปรับเอนนอนได้ เพื่อให้สามีไว้ใช้หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว

"เหตุการณ์ครั้งนี้ตนเจ็บปวดที่สุด คือคำพูดที่ศอฉ.บอกว่าผู้ที่ถูกยิงเป็นพวกก่อการร้ายหรือถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิง แถมยังมาปิดหูปิดตาประชาชนคุมสถานีโทรทัศน์วิทยุหลายแห่งเพื่อไม่ให้ประชาชนรับรู้ข่าวสารเรื่องจริง ตรงนี้อยากให้รัฐบาลหันมาดูแลประชาชนที่ไม่รู้เรื่องด้วย เพราะที่ผ่านมาคนที่รัฐบาลส่งมาดูแลก็แค่มาถ่ายภาพวิดีโอ และสอบถามอาการเล็กน้อย จากนั้นก็พูดให้เรามีความหวังว่าจะช่วยเต็มที่ แต่ก็เงียบหายไปจนถึงทุกวันนี้"

วันเดียวกัน นายบัวศรี ทุมมา อายุ 67 ปี ผู้ชุมนุมนปช.ซึ่งเป็นชาวชัยภูมิ 1 ในผู้ถูกยิงในวัดปทุมวนาราม โดยถูกยิงเข้าที่เท้าจนทะลุ เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับตำรวจสน.ปทุมวันถึงเหตุการณ์ที่โดนยิงบาดเจ็บสาหัส โดยลุงบัวศรีให้การยืนยันว่า มาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงตั้งแต่แรก และเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งทหารสลายม็อบที่ผ่านฟ้าฯ ก็ถูกทหารใช้พานท้ายปืนตีหัวจนบาดเจ็บ ต้องนอนรักษาตัว 2 วัน พอออกจากโรงพยาบาลมาก็ไปร่วมชุมนุมต่อ กระทั่งวันที่ 19 พ.ค. หลังแกนนำนปช.ประ กาศยุติการชุมนุมแล้ว ตนพร้อมเพื่อนๆ นปช. เข้าไปหลบในวัดปทุมฯ ระหว่างนั่งอยู่ลานจอดรถหน้าวัด เห็นทหารเดินมาเป็นแถวบนรางรถไฟฟ้า พร้อมทั้งมีเสียงปืนยิงไล่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ผู้ชุมนุมที่อยู่บริเวณนั้นจึงพากันมุดหลบเข้าไปใต้ท้องรถ แต่ยังโดนยิงที่เท้าจนบาดเจ็บสาหัส

สุเทพไม่ห่วงเสื้อแดงร่วมงานศพเสธ.แดง

ที่มา ไทยรัฐ


Pic_91113

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล

"สุเทพ"ไม่ห่วงมวลชนเสื้อแดงนับพันแห่ร่วมงานศพ เสธ.แดง กำชับ บชน.ดูแลเข้ม เผย "ไตรรงค์ สุวรรณคีรี "คงไปร่วมพิธี...

วันที่ 22 มิ.ย. 2553 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ให้สัมภาษณ์ถึง การเตรียมการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในงานพระราชทานเพลิงศพ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ที่วัดโสมนัสราชวรวิหารว่า คาดว่าคงจะมีคนเสื้อแดงมาร่วมงานกันเยอะเป็นพันคน

ส่วนทางตำรวจมีการเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด มีการข่าวอะไรที่น่าเป็นห่วงเป็นพิเศษหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่มีการข่าวอะไรเป็นพิเศษ เราได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปดูแลอำนวยความสะดวกและดูแลความสงบเรียบร้อย เพราะสถานที่ ที่วัดโสมนัสฯ คับแคบ และที่จอดรถมีจำกัด ถ้ามีคนมาจำนวนมากก็ทำให้ยุ่งยากลำบากได้เหมือนกัน จึงได้ให้ทาง บชน.ไปดูแล

ทั้งนี้ไม่มีความจำเป็นที่ต้องให้สารวัตรทหาร เข้าไปช่วยเสริม ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลล้วน ๆ และอาจจะมีเจ้าหน้าที่ของกทม. ที่อาจเข้าไปอำนวยความสะดวกเรื่องน้ำ และห้องสุขา ส่วนนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจที่สนิทสนมกันจะไปร่วมในงานศพ เสธ.แดง หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า น่าจะไป เพราะเขาสนิทกันเคยอยู่ด้วยกันมาก่อน ทั้งนี้ ณ วันนี้ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเกี่ยวกับงานพระราชทานเพลิงศพ เสธ.แดง เป็นเรื่องงานศพธรรมดาปกติ คนก็ไปร่วมงานกันเป็นปกติ

มัดจำเผื่อลากไม่ไหว

ที่มา ไทยรัฐ

อภิสิทธิ์

เฉียดเข้าใกล้โซนเลือดเป็นครั้งแรก

ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แหกคิวทีม รปภ.เดินทางลงพื้นที่ตรวจงานย่านสยามสแควร์ หลังยุทธการกระชับพื้นที่สลายกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่เวทีแยกราชประสงค์ เวียนมาครบรอบหนึ่งเดือนพอดิบพอดี

แต่ก็ไม่วายแอบกระซิบกับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกฯ ว่า "ทีแรกกะจะไม่มา เพราะหน่วย รปภ.เขาไม่ให้มา"

ท่ามกลางมาตรการอารักขาเข้มเต็มพิกัด

ในสถานการณ์ที่ยังหวั่นๆกันว่า "ผีเสื้อแดงยังมีฤทธิ์" ตามฉากที่รัฐบาลโดยศูนย์ อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ตั้งธงลากยาว พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

กระชับกระบอง สะกดวิญญาณกันต่อไป

ในจังหวะที่ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯด้านความมั่นคง อ้างรายงาน ขณะนี้ยังมีความเคลื่อนไหวจากบุคคลกลุ่มเดิม ทั้งในประเทศและผู้ที่หลบหนีออกนอกประเทศ มีการพบปะกันตามสถานที่ต่างๆ พร้อมพยายามวางแผนสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองหลังยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

แต่ที่เฮี้ยนจริงๆกลับกลายเป็นเสียงของนักวิชาการ ทั้งยี่ห้อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ตั้งเวทีเสวนาวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่ของรัฐบาลและ ศอฉ.ในการดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงแบบถึงแก่นถึงกึ๋น

ตั้งปม เค้นคอประจาน

เหตุรุนแรงเกิดจากการสั่งใช้กระสุนจริง กรณี 10 เมษายน ที่แยกคอกวัว เป็นการสลายกลุ่มผู้ชุมนุม ส่วนกรณี 19 พฤษภาคม เป็นการล้อมปราบประชาชน

ทหารทำเกินกว่าเหตุ ละเมิดสิทธิมนุษยชน รัฐบาลทำรุนแรงกับผู้ชุมนุม เช่นจับมัดมือไพล่หลัง ปิดตา จับพระมัดกับเก้าอี้ รัฐบาลใช้สื่อบิดเบือนข้อเท็จจริง ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินปิดกั้นสื่อ

ไม่ให้เสนอข้อมูลอีกด้าน

ตบท้ายด้วยการประทับตรานายกฯอภิสิทธิ์เป็นโมฆบุรุษ

ใส่กันแบบไม่ยั้ง โดยไม่กลัวโดนสั่ง "กระชับพื้นที่"

นี่ขนาดอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินยังเจอคนไม่กลัวยักษ์ถือกระบอง นับประสาอะไรที่สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินเมื่อไหร่

ความจริงอีกด้านที่ถูกอุดไว้ มีหวังไหลเป็นน้ำ

โดยเฉพาะกับสถานการณ์ที่รัฐบาลยี่ห้อประชาธิปัตย์อาการทรงตัวไม่ค่อยดี เปิดโปรแกรมมาแต่ละคิว หนีไม่พ้นเครื่องหมายคำถาม

ถูกตั้งแง่ กังขา "วาระแฝง" ที่ซ่อนไว้

จะเล่นกระแสชาตินิยม ลากดาวเทียมไทยคมกลบปมเลือดเสื้อแดง ตีกิน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ก็พลาด "เข้าเนื้อ"

ติดหล่ม "อินไซเดอร์หุ้น" ฟันค่าต๋ง 300 ล้านบาท

ขนาดไปลากเอามวยรุ่นใหญ่อย่างนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กับนายแพทย์ประเวศ วะสี มารับเป็นหัวหอกปฏิรูปใหญ่ประเทศไทย ก็โดนเย้ยแค่เกมซื้อเวลา

เสียงโห่ฮาดังมาทั้งจากฝั่งเสื้อแดง เสื้อเหลือง

ล่าสุด แม้แต่แบบสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่รัฐบาล

มอบหมายให้สำนักงานสถิติแห่งชาติดำเนินการสำรวจ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลประกอบแผนปรองดองแห่งชาติ หรือโรดแม็ป 5 ข้อของนายกฯอภิสิทธิ์ ก็ยังโดนตามจับไต๋ได้

เอาเข้าจริงก็แอบ "สอดไส้"

กลายเป็นแบบสำรวจความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชน โดยคำถามหลายข้อเป็นการเอานโยบายต่างๆของรัฐบาลไปสอบถามความพึงพอใจของชาวบ้าน

เปลี่ยนมุกไปหาเสียงกันนิ่มๆ

และเป็นอะไรที่จับสัญญาณได้ กับการเตรียมพร้อมเลือกตั้งตลอดเวลา

ล่าสุด นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ยืนยันสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. มีโครงการปรับโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ ในปีงบประมาณ 2554 การปรับโครงสร้างดังกล่าวน่าจะมีผลในเดือนตุลาคมปีนี้

ส่งผลให้ข้าราชการทั้งระบบจำนวน 2 ล้านคน เงินเดือนปรับขึ้นเฉลี่ย 5 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าใช้เงินงบประมาณทั้งสิ้น 30,000 ล้านบาท

ขึ้นเงินเดือน ประชาธิปัตย์มัดจำเสียงข้าราชการล่วงหน้า

ตามจังหวะ เผื่อลากต่อไม่ไหว.

"ทีมข่าวการเมือง รายงาน"

บทบาทบนเวทีโลก

ที่มา ไทยรัฐ


กระทรวงการต่างประเทศแย้มว่าสัปดาห์นี้จะมีข่าวดีบนเวทีโลกสำหรับประเทศไทย คิดอย่างไรก็ไม่ออกว่าประเทศไทยจะมีข่าวดี อะไร ถ้าจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการไล่ล่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็น่าจะเป็นข่าวดีของ รมว.ต่างประเทศและรัฐบาลชุดนี้มากกว่า

ผลโพลสอบถามชาวบ้านหลังเหตุการณ์พฤษภามหาโหด พบว่า ส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อว่าวิกฤติบ้านเมืองจะจบลงง่ายๆ ไม่มั่นใจว่าความสงบสุขกลับคืนสู่ประเทศ ไม่มั่นใจในแผนการปรองดองของรัฐบาล

ในเวทีโลกที่อยากจะเล่าให้ฟัง ว่ากันระดับนโยบายและพฤติกรรมส่วนตัวของ คุณกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ยุทธศาสตร์การต่างประเทศของรัฐบาลชุดนี้วางไว้ผิดฝาผิดตัว พอ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้ามารับตำแหน่งผู้นำ ก็แสดงท่าทีความเป็นมิตรกับอเมริกาเป็นกรณีพิเศษ

ในฐานะ ประธานอาเซียน ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะไม่ให้ความสำคัญหรือวางยุทธศาสตร์หลักความสัมพันธ์ในภูมิภาคนี้ ทำเอา จีนและประเทศในอาเซียน ด้วยกันข้องใจ เข้ามาเป็นรัฐบาลกว่า 1 ปีแล้ว ทั้งนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศก็ยังเดินทางไปเยือนประเทศในอาเซียนไม่ครบจนบัดนี้

จริงอยู่คนในพรรคประชาธิปัตย์หลายคนไปทำหน้าที่ในเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็น คุณศุภชัย พานิชภักดิ์ หรือ คุณสุรินทร์ พิศสุวรรณ แต่รัฐบาลก็จะอ้างเอาประโยชน์ตรงนี้เพื่อเครดิตของรัฐบาลไม่ได้ เนื่องจากบุคคเหล่านี้ ไปทำหน้าที่ตัวแทนประชาชนคนไทยไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ และตำแหน่งดังกล่าวก็ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่เป็นไปตามวาระที่กำหนดไว้

มีจุดสำคัญที่ละเลยไม่ได้นั่นคือ ความสัมพันธ์กับประเทศโลกมุสลิม พูดตรงๆว่าอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถ้าเรายังยึดนโยบายเอาใจอเมริกาอยู่ อย่างนี้ เพราะอย่าลืมว่าประเทศโลกมุสลิมก็ไม่เอาอเมริกาอยู่ในทีอยู่แล้ว เฉพาะในอาเซียน 10 ประเทศ มีอยู่สามประเทศที่แสดงความสัมพันธ์เป็นพิเศษกับอเมริกา คือสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์และบ้านเรา ฟิลิปปินส์เริ่มจะชิ่งสิงคโปร์ เกี่ยวดองเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่ประเทศไทย ทำท่าจะทุ่มสุดตัว เป็นคำตอบทำไมเราไม่ค่อยได้รับความร่วมมือจากประเทศตะวันออกกลาง

พฤติกรรมส่วนตัวสิ่งที่กระทบความรู้สึกของคนไทยก็คือ กรณีที่ คุณกษิต ภิรมย์ ไปพูดถึงการปฏิรูปสถาบันในวงสัมมนาที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐฯ

สื่อมวลชนที่นั่นให้ความสนใจเยอะมาก

จริงเท็จประการใด คุณกษิตไปเรียกร้องให้อเมริกามาช่วยหาทางเจรจาแก้วิกฤติการเมืองไทย อเมริกาก็เลยส่งเจ้าหน้าที่ด้านต่างประเทศเข้ามาพูดคุยกับฝ่ายเสื้อแดง พรรคฝ่ายค้าน และสุดท้ายมาคุยกับนายกฯ คุยกับ รมว.ต่างประเทศ แต่เผอิญว่าไปหาข้อมูลจากศัตรูของรัฐบาลก่อน ก็เลยเกิดความไม่พอใจที่ไม่ได้ดั่งใจ ถึงกับใช้อำนาจทางด้านการทูตเรียกคนเหล่านั้นมาตำหนิ เฮ้อกระทรวงการต่างประเทศยุคนี้ไม่ไหวจะเคลียร์

การ์ตูน เซีย 22/06/53

ที่มา ไทยรัฐ

การ์ตูน เซีย 22/06/53

เลือกตั้งซ่อม

ที่มา บางกอกทูเดย์


เรื่องของคะแนนเสียง..ในช่วงที่ “การเมือง”เข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อ “ทุกหัว” ของนักการเมืองจึงมี “ค่า”และ “ความหมาย”เป็นอย่างยิ่ง!! เมื่อ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขาดไป “หนึ่งเสียง” จากการเสียชีวิต ของ “ทิวา เงินยวง” ในเขตุ คันนายาว คลองสามวา บึงกุ่ม และหนองจอก..การเลือกตั้งซ่อมจึงถูกกำหนดขึ้นมาในอาทิตย์ที่ 25 กรกฏาคมทันที!! ท่ามกลาง เสียง วี๊ดว้าย กระตู้วู้ ของบรรดา “แฟนคลับ”ที่ติดตามเชียร์กันตั้งแต่ยังไม่เปิดตัว โดยเฉพาะ พรรค ประชาธิปัตย์ ที่รู้ใจ “คนกรุงเทพฯ”ดียิ่งกว่าใคร

ทั้งหมดจึงเตรียมพร้อมที่จะจัดให้..เพราะในพรรค มีครบเครื่อง ทั้งหล่อใหญ่ หล่อเล็ก หล่อจิ๋ว หล่อลากดิน หล่อไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม..ไม่มีอย่างเดียวคือ หล่อแบบ “อมฮอลล์”!! แค่แพลมชื่อ อภิรักษ์ โกษะโยธิน สาวๆกรี๊ด กรี๊ด กรี๊ดโหยหวนหยั่งกะโดนมดกัด เมื่อชื่อของ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ถูกเสนอขึ้นมา เสียงกรี๊ด

ยิ่งสนั่นขึ้นไปอีก แต่..เมื่อโผล่ชื่อของ “น้องตั๊น” จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี มิใช่เสียง กรี๊ดอย่างเดียว มีเสียงกระทืบเท้าอย่างสะใจสลับมาด้วย โอ้โฮ..นี่จะมาเลือกตั้งซ่อม หรือจะมาส่งตัวไปสู่ รายการ “สานฝันสู่เส้นทางดารา”วะเนี่ย!! เพียง“ชื่อสามคน”นี้ก็สามารถสร้างเป็น “หนังใหญ่”ได้หนึ่งเรื่องสบายๆ “เสี่ยเจียง”เห็นแล้ว

น้ำลายหยด..เออ!..ทำไมต้องหยดด้วยวะแปลก!! หันมาทางพรรค “เพื่อไทย” ก็ไม่เลว ชื่อชั้นถึงขั้นเป็น“พระเอก”จริงๆกันมาแล้ว.. “พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์” ผ่านการแสดงมาจาก “สีบุญเรืองฟิลม” ได้รับการปุกปั้นจาก พร้อมสิน และ ดาวน้อย สีบุญเรือง มาอย่างยาวนาน จนกระทั่งหนีตายไปเอง ทั้ง หล่อ รวย

สวย เปรี้ยว มีครบทุกรสแล้วที่จะลง “เลือกตั้งซ่อม”ครั้งนี้!! ก็เหลือแค่ พรรค“การเมืองใหม่” ที่ “คนเสื้อเหลือง”พร้อมเชียร์ และร่ำร้อง “สำราญ รอดเพชร”จะเป็น“ตัวสอดแทรก..หรือเป็นแค่ “ตัวประกอบ”ก็ต้องดูความขลังจากน้ำมนต์ของ“ธิลิ้ม”ว่าจะเวิร์คหรือไม่!!

ช่างลืมง่าย

ที่มา บางกอกทูเดย์


“เงินของแผ่นดิน คือ เงินของ (พวก) ฉัน” เพราะกลุ่มคน “ผู้มีอำนาจ...มากบารมี” ทั้งในและนอกรัฐธรรมนูญ คิดกันอย่างนี้…บ้านเมืองไทย มันถึงพัฒนากันได้ไม่ถึงไหน? เดินหน้า 3 ก้าว (ก็) ต้องถอยหลัง 2 ก้าว เป็นอย่างนี้ มาหลายปีดีดัก เรื่อง “โกงกิน” เงินงบประมาณฯ จากภาษีประชาชน ผ่านสารพัดโครงการ

จึงกลายเป็นวังวนของกลุ่มคนเพียงหยิบมือ ที่วันๆ เปลี่ยนหน้าเวียนกันมาโกง ชนิด “มือใครยาวสาวได้สาวเอา” หมด “คนรุ่นเก่า” นึกว่านักการเมือง “รุ่นใหม่…สายเลือดใหม่” จะยึดถือผลประโยชน์ของชาติและประชาชน มากและดีกว่าเดิม แต่ที่ไหนได้...กลับเลวระยำตำบอนซับซ้อนซ่อนเงื่อนเสียยิ่งกว่า???

ทุกวันนี้...นักลงทุนต่างชาติ ที่ทำใจไม่ได้ และไม่ได้เตรียมใจเผื่อตั้งงบลงทุน “นอกบัญชี” จ่ายให้ “ผู้มีอำนาจ...มากบารมี” ล่ะก็ อยู่บนแผ่นดินไทยไม่ได้!!! แต่ถ้าจัดเตรียมงบประมาณก้อนนี้เอาไว้ นักลงทุนต่างชาติเหล่านี้ ก็จะต้องคิดหาหนทางเอาเงินคืนจากคนไทยและแผ่นดินไทย จะด้วยกลวิธีใดๆ ก็ตาม

ทั้งหลบเลี่ยงภาษี กดขี่ค่าจ้างแรงงาน ลดสวัสดิการคนงานไทย ลดสเปคการผลิต เพิ่มราคาสินค้า ฯลฯ แม้กระทั่ง สร้างปัญหามลพิษทุกรูปแบบ ถ้ามันจำเป็นพวกเขาก็ต้องทำ ที่ต้องทำเพราะ “ถูกบีบ” จาก “ผู้มีอำนาจ...มากบารมี” วันนี้...รัฐบาลภายใต้การนำของ “2 จอมพล” ในความหมายของ

พลพรรคเพื่อไทย คือ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ อาจชนะ “คนเสื้อแดง” แต่มันจะยั่งยืน...ยาวนานแค่ไหน? ยังตอบกันไม่ได้ ชนะได้...ก็แพ้ได้! หากไม่รู้จักใช้ประโยชน์จากชัยชนะที่มี อาทิ สร้างแผนปรองดองระหว่างคนในชาติอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม โดยไม่มีระบบ 2 มาตรฐาน

“เลือกที่รัก...มักที่ชัง” คิดจะ “ปรองดอง” ต้องเลิก “ปองร้าย” คิดจะพัฒนาประเทศไทย สร้างโอกาสให้กับคนไทย ก็ต้องเลิกกอบโกยและโกงเงินงบประมาณแผ่นดิน ที่ผ่านมา...โกงกินให้ถูกจับได้ไล่ทัน (ก็) ยังไม่เอาผิดกัน กลับสร้างปมใหม่ หวังให้คนไทยหลงลืมประเด็นเก่า แล้วคนไทย...ก็ช่างกระไร? ลืมกันเกือบ

หมดเสียแล้วว่า...รัฐบาลของ “2 จอมพล” ได้เคยทำอะไรเอาไว้กับโครงการชุมชนพอเพียง โครงการไทยเข้มแข็ง และการจัดซื้อจัดจ้างอีกนับสิบนับร้อยโครงการ ลืมแม้กระทั่ง จะเอาผิด “คนสั่งฆ่าประชาชน” แถมยังคิดจะมอบตำแหน่ง “รัฐบุรุษ” ให้ กับฆาตกรกันเสียอีก!

ชื่อของนกนามของไม้ความหมายคน

ที่มา Thai E-News



ชื่อของนกนามของไม้ความหมายคน
ขัตติยะ สวัสดิผล ข้นศักดิ์ศรี
ถึงตัวตายเหลือตำนานผ่านร้อยพันปี
สถิตย์ทั่วชั่วดีวีรกรรม

มีกี่ดาวส่องสกาวดาวศรัทธา..
กี่กระบี่ที่หาญกล้าบ้าระห่ำ?
กี่นายพลชนชาวไทยได้จดจำ?
"คน"คือคำความหมายลายเสธ.แดง


ภาพ:กานต์ ทัศนภักดิ์
คำ: ปีกซ้าย

มุมกลอน: อย่าปรองดองกัน...อย่าปรองดองกัน

ที่มา Thai E-News


อย่าปรองดองกัน...อย่าปรองดองกัน
( วาทะแห่งชาติ (กลบทแมลงเม่าต่อขบวน) )

อย่าปรองดองกัน ! อย่าปรองดองกัน !
ในนั้นมีผู้ก่อการร้าย
ฆ่าได้แม้เขตอภัยทาน
ค่ายทหารต่างทำเนียบฯ
เหยียบย่ำประชาธิปไตย
บันไดห้าขั้น
ทำกันเป็นขบวนการ
สมานฉันท์...ล่อเป้า
หมาเห่าออกทีวี
ขันทีวางหมาก
หลังฉากยังเงียบงำ
ความยุติธรรมเลือกข้าง
อำพรางวงจรอุบาท
ฉุดประเทศชาติจมโคลนตม
สั่งสมความคั่งแค้น
แผ่นดินร้อนดั่งไฟสุม
กุมกำหนดความถูกต้อง
อย่าปรองดองกัน ! อย่าปรองดองกัน !
สวรรค์กำลังจะล่ม
ระดมพลังหลากสี
เสรีภาพถูกคุกคามอย่างหนักหน่วง
สื่อสมองกลวงลวงโลก
เป็นโชคดีของประเทศไทย
ใคร ? ผู้ไม่เคยพอเพียง
เสียงที่สาบสูญของไพร่โง่ๆ
แตงโมกับมโนสำนึก
ผนึกพลังเขยื้อนภูเขา
เผาเมืองเผาบ้านศูนย์การค้า
รากหญ้าถูกจูงจมูก
ผูกขาดความภักดี
แบ่งสีแตกแยกหยั่งรากลึกร้าว
ล้มเจ้าเครือข่ายซ้ายปฏิวัติ
รัฐประหารตั้งกระดานใหม่
บั้งไฟกับรถถัง
กองกำลังไม่ทราบฝ่าย
นายใหญ่ชักใยอยู่นอกประเทศ
เขตใช้กระสุนจริง
ยิงหนังสติ๊กสู้
ผู้บัญชาการไม่เคยสั่งฆ่า
เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
กี่ศพไม่สำคัญ
รักกันไว้ให้พ่อเป็นสุข
งูเหลือมรัดรุกคืนพื้นที่
จะมีใครยอมพลีชีพเพื่ออุดมการณ์
รัฐบาลพลัดถิ่น
กฎหมายหมิ่นฯ สำแดงฤทธิ์
พันธมิตรกู้ชาติ
ฆาตกรชุดดำ
อำมาตย์ปะทะไพร่
การเมืองใหม่ ปฏิรูปประเทศ
เฉดหัวลูกอกตัญญู
ศัตรูที่แท้จริงของมวลประชา
สองนคราประชาธิปไตย
ใครคือผู้ก่อการร้าย ?
ตอบไม่ได้ใช่ไหม...เทวดา ?
อย่าปรองดองกัน ! อย่าปรองดองกัน !

* ( ซ้ำอีกรอบ )

อรุณรุ่ง

VoiceTV : มุมมอง คกก.ปรองดองของนายจาตุรนต์

ที่มา Thai E-News



โดย Adcharawan
VoiceTV
21 มิถุนายน 2553 เวลา 14:49 น.

นายจาตุรนต์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ชี้แผนปรองดองของรัฐฯไม่ใช่แผนปรองดองอย่างแท้จริง และอาจทำให้ประเทศประสบกับวิกฤตมากกว่าเดิม

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี เห็นว่าแผนปรองดองของรัฐบาลที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหลายคณะ ไม่ใช่แผนปรองดองอย่างแท้จริง นอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหาแล้ว ยังทำให้ประเทศประสบกับวิกฤตมากกว่าเดิม ถือว่าแผนปรองดองไม่มีอยู่จริง เป็นการซ้ำเติมปัญหา และยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นสองมาตรฐานของรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องของการเยียวยา ที่ช่วยเหลือแต่ในภาคธุรกิจ แต่กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตมากถึง 88 คนรัฐบาลกลับละเลย ในขณะเดียวกันยังมีการกวาดล้างที่ทำให้พยานเกิดความหวาดกลัว และไม่กล้าออกมาเป็นพยานว่ารัฐบาลสั่งฆ่าประชาชน ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลชุดนี้ดำเนินการอยู่จึงเป็นสิ่งที่ร้ายแรงกว่าสมัย รัฐบาลเผด็จการด้วยซ้ำ