WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, June 27, 2010

รุนแรงซ้ำซาก สูญเสียไม่จบสิ้น

ที่มา ข่าวสด


พลาดิศัย จันทรทัต




เหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในประเทศเราตั้งแต่ ตุลา 16, 19, พฤษภา 35 มาจน ถึงพฤษภา 53 ทุกเหตุการณ์มีผู้คนล้มตาย แต่สังคมไทยกลับไม่เคยสรุปบทเรียน และไม่เคยเรียนรู้หาทางแก้ไข เพราะสังคมไทยเป็นสังคมแห่งการให้อภัย พอให้อภัยกันง่ายๆ โดยไม่เคยค้นหาความจริงก่อนที่จะนำมาสู่การให้อภัย จึงเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง"

คำกล่าวช่วงหนึ่งของนางอังคณา นีละไพจิตร ประธานคณะทำงานยุติความรุนแรงเพื่อสันติภาพ ในเวทีเสวนา "ปากคำผู้สูญเสียและการเยียวยา" เพื่อรำลึกถึงผู้จากไปในเหตุการณ์ที่รัฐกระทำรุนแรงต่อประชาชน ทั้งเหตุชุมนุมทางการเมือง รวมไปถึงสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจัดขึ้นที่สวนเงินมีมา เจริญนคร

อังคณา ระบุด้วยว่า ทุกครั้งที่มีการสูญเสียเยอะๆ ภาครัฐจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบหาข้อเท็จจริง แต่เมื่อทำงานเสร็จกลับไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน และยังลบบางช่วงบางตอนของรายงาน หรือลบชื่อบุคคลออกไป สุดท้ายจึงไม่รู้ว่าใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

เหมือนกับเหตุการณ์ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส มีคนตายอย่างไม่น่าตายถึง 78 คน เหตุการณ์นั้นมีการตั้งคณะกรรมการอิสระลงไปตรวจสอบ แต่ผลสรุปกลับมีบางส่วนที่เปิดเผย บางส่วนที่ไม่เปิดเผย จึงมีคำถามในวันนี้ว่า ขบวนการยุติธรรมได้ทำหน้าที่ของตนเองหรือไม่ เพราะอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ แล้วชีวิตที่สูญเสียไปจะรับผิดชอบอย่างไร ไม่ใช่เพียงให้เงินแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้วจบไป



"ในต่างประเทศเมื่อผู้นำทำผิดยังต้องรับโทษ นายพลออกุสโต ปิโนเชต์ อดีตผู้นำเผด็จการของชิลี ยังถูกนำตัวขึ้นศาล หรืออย่างอดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ยังถูกใส่กุญแจมือเมื่อทำผิดกฎหมาย แล้วสุดท้ายจะขอนิรโทษกรรมในภายหลังหรืออย่างไรก็ได้ เพราะอย่างน้อยประชาชนจะรู้สึกได้ว่าเมื่อทำผิดต้องถูกลงโทษ เจ้าหน้าที่รัฐจะรู้ว่าทำแบบนี้ไม่ได้จะถูกลงโทษ แต่ประเทศไทยไม่เคยมี"

อังคณามองว่าความรุนแรงในประเทศไทยมี วิวัฒนาการที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 และ 6 ตุลา 19 ยิงกันคืนเดียวเช้ามาก็จบแล้ว หรือพฤษภา 35 ความรุนแรงมีเพียง 1-2 วันแล้วทุกอย่างก็ยุติ แต่ครั้งล่าสุดยิงกันตั้งแต่ 10 เม.ย. ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างกลับไปประจำฐานที่มั่น วันดีคืนดีออกมาปะทะกันจนมีคนตายอีก ประชาชนไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ เหตุการณ์มันเรื้อรังจนทุกฝ่ายไม่รู้ว่าทำอย่างไรถึงจะจบ

เท่าที่เห็นสถานการณ์ในตอนนี้เหมือนกำลังฟักตัว รอว่าเมื่อไหร่จะปะทุออกมาอีกครั้ง จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่หัวเรือทั้ง 2 ฝ่ายต้องหันหน้าเข้ามาพูดคุยตกลงกันอย่างจริงจัง ไม่อย่างนั้นจะเกิดความขัดแย้งที่รุนแรงกว่าที่ผ่านมาอย่างแน่นอน



ด้าน น.ส.น้ำผึ้ง ไชยรังษี นักกฎหมายจากศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ มูลนิธิกระจกเงา สรุปยอดคนหายที่ศูนย์ได้รับแจ้งจากประชาชนหลังจากเหตุการณ์วันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา มีจำนวน 85 ราย เบื้องต้นทางศูนย์ติดตามตรวจสอบข้อมูลทุกราย จนขณะนี้เจอแล้ว 46 ราย จากการสอบถามทำให้ทราบว่าส่วนใหญ่หลบหนีไปกบดานที่ต่างจังหวัด และขาดการติดต่อไปเลยในช่วงเวลานั้น เนื่องจากกลัวรัฐบาลจับกุมตัว

สำหรับที่ยังหาไม่พบอีก 39 ราย ทางศูนย์มี 4 ขั้นตอนในการตามหา 1.ตรวจสอบรายชื่อผู้บาดเจ็บ ซึ่งมีบางส่วนที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดต่อทางบ้านได้ เนื่องจากไม่มีข้อมูล 2.ตรวจสอบรายชื่อผู้เสียชีวิต 3.ตรวจสอบรายชื่อผู้ถูกคุมขัง และ 4.ถ้าดำเนินการทั้ง 3 ขั้นตอนแล้วยังไม่พบ เจ้าหน้าที่ศูนย์จะสืบค้นต่อไปว่าหายไปได้อย่างไร เช่น หายจากการถูกลักพาตัว หายจากการถูกล่อลวง หายจากการถูกจับกุม

ขณะที่ นายศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการอิสระ ร่วมให้มุมมองว่า เหตุการณ์วันที่ 19 พ.ค. ส่งผลกระทบ ทำให้ความเชื่อมั่นในการพูดคุยเจรจาต่อรองของคน ในสังคมถูกทำลายลง เคยคิดว่าเหตุการณ์ตากใบจะร้ายแรงที่สุดในชีวิต ไม่คิดว่าจะต้องมาเจออีก อาจวิเคราะห์ได้ว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มักนิยมใช้ความรุนแรงในการสร้างสังคม

"คิดว่าเหตุการณ์ 19 พ.ค. คือการรัฐประหารปีพ.ศ.2553 นั่นเอง จากนั้นการปรองดองจึงเกิดขึ้น เพื่อให้เรื่องคนตายในช่วงนั้นเงียบหายไป ตอนนี้เกิดคำถามในสังคมว่า ถ้าเราต้องอยู่ในสังคมที่การฆ่าชีวิตกลายเป็นเรื่องธรรมดา เราจะอยู่อย่างไร นี่เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องคิด"

"ผมคิดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย แต่กระบวนการฆ่าจะรุนแรงและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ดูได้จากเหตุการณ์กระชับพื้นที่ รัฐบาลไม่นำทหารมายิงประชาชนซึ่งๆ หน้าเหมือนพฤษภา 35 แต่ใช้สไนเปอร์ฆ่าแทน และยังคงเป็นคำถามว่า ฝ่ายไหนอยู่เบื้องหลังการบงการนี้"

ส่วน อับดุลเราะมัน มอลอ โฆษกสหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำบทเรียนจากภาคใต้มาถ่ายทอดว่า การที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหา เปรียบเสมือนการผูกปมปัญหาเพิ่มมากยิ่งขึ้น เพราะฝ่ายตรงข้ามจะคิดว่าตนเองมีความชอบธรรมในการใช้กำลังตอบโต้เช่นกัน

อับดุลเราะมันชี้ว่าการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือกฎอัยการศึก ทำให้รัฐบาลมีอำนาจมากขึ้นก็จริง แต่ในทางกลับกันประชาชนจะสูญเสียมากขึ้นยิ่งเช่นกัน ถ้ารัฐบาลกดดันประชาชนอยู่แบบนี้ ในอนาคตภาคอีสานจะเหมือนภาคใต้ตอนนี้ ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่สูญเสียญาติพี่น้องที่รักไป จะลุกขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรมและปกป้องตัวเอง ด้วยการใช้ความรุนแรงตอบโต้เช่นกัน

สงครามแรก หลังพฤษภา"53

ที่มา ข่าวสด



ผลัดกันชิงพื้นที่ข่าวกันแบบไม่มีใครยอมใครระหว่างข่าวฟุตบอลโลกกับข่าวการเมือง

พอสรุปได้ว่าใครหวังจะใช้กระแสฟุตบอลโลก กลบเกลื่อนกระแสการเมือง"ด้านลบ"ภายในประเทศ หลังเหตุการณ์พฤษภา"53 คงต้องผิดหวัง

ยิ่งกว่าทีมแชมป์เก่าอิตาลีพลาดท่าตกรอบแรก

ส่วนทีมอาร์เจนตินาที่นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศตัวเป็นหัวหน้ากองเชียร์ในไทยลุ้นคว้าแชมป์สมัยที่ 3 เซียนบอลดูแล้วพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูง

จะว่าไปแล้วสถานการณ์ของทีมฟ้าขาว เป็นอะไรที่แตกต่างกันลิบลับกับสถาน การณ์ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์

ที่กองเชียร์ลุ้นเท่าไหร่ก็ลุ้นไม่ขึ้น

โดยเฉพาะเมื่อดูจากผลสำรวจกรุงเทพโพล ในหัวข้อประเมินผลงาน 1 ปี 6 เดือนของรัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ ซึ่งเก็บข้อมูลจากประชาชนทุกภาคทั่วประเทศ

คือกระจกสะท้อนว่ารัฐบาลยังไม่สามารถครองใจประชาชนได้ทั้งที่เพิ่งชนะศึกใหญ่ทางการเมือง

ถล่มทัพมวลชนเสื้อแดงจนแตกกระเจิง

ผลสำรวจดังกล่าวก็คือ ประชาชนพึงพอใจการทำงานของรัฐบาลเพียง 3.79 จากคะแนนเต็ม 10 ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกฯ ของนายอภิสิทธิ์ ได้แค่ 4.48 คะแนน

ทั้งคณะรัฐบาลและนายกฯ สอบตกทั้งคู่

ลึกลงไปกว่านั้นโพลยังระบุ ประชาชนพอใจผลงานรัฐบาลด้านการบริหารจัดการและการบังคับใช้กฎหมาย น้อยที่สุด 3.61 คะแนน

ส่วนนายกฯอภิสิทธิ์ ได้คะแนนด้านความเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ น้อยที่สุด 3.73 คะแนน

อย่างไรก็ตาม ขนาดสั่งการเข้าปราบปรามผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง จนเกิดความผิดพลาดมีคนตายถึง 90 ศพ บาดเจ็บอีกเกือบ 2,000 คน

รัฐบาลยังฝ่ามรสุมโลหิตอยู่ต่อไปได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

กับแค่สอบตกผลงาน คะแนนลดต่ำลงไปไม่กี่จุด

รัฐบาลคงไม่เก็บเอามาคิดมาก

ถ้าหากไม่มีเงื่อนไขไฟต์บังคับที่จะต้องเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 กทม.ขึ้นมาเสียก่อน



ถึงจะเป็นการเลือกตั้งซ่อมเพียงแค่เขตเดียว

แต่ผลแพ้-ชนะในสนามเลือกตั้งนี้วิเคราะห์กันว่าไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

เพราะถือเป็นการวัดเรตติ้งการเมืองตามกติกาประชาธิปไตยครั้งแรกภายหลังเหตุการณ์นองเลือดเดือนพฤษภา

เป็นการต่อสู้ตัวต่อตัวระหว่างแกนนำรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ที่ส่ง นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ลงชิงธงกับนายก่อแก้ว พิกุลทอง ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย

ทั้งคู่ไม่ใช่บิ๊กเนม แต่ไม่ถึงกับโนเนม

นายพนิช เป็นอดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ปัจจุบันผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ คอหอยลูกกระเดือกกับนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ

มีผลงานตามล่าตามล้าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาบรรดากองเชียร์รัฐบาล รวมไปถึงกองแช่งรัฐบาลด้วยเช่นกัน

ฝั่งนายก่อแก้ว เป็นอดีตผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย เป็นพิธีกรร่วมรายการความจริงวันนี้ และเป็น 1 ในแกนนำ นปช.

หลังปิดฉากม็อบเสื้อแดง นายก่อแก้ว ตกอยู่ในฐานะผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำคลองเปรม

ยังดีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ออกจากเรือนจำ 1 วันเพื่อไปกรอกใบสมัครรับเลือกตั้งได้ ก่อนต้องไปลุ้นอีกขยักว่าศาลจะให้ประกันตัวออกมาหาเสียงหรือไม่

อย่างไรก็ตามความสำคัญของการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล

แต่อยู่ที่ความเป็น "สงครามตัวแทน" ระหว่างรัฐบาลกับเสื้อแดง นปช.

การที่พรรคเพื่อไทยไม่ส่งนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ หรือนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ ลงสมัคร แต่กลับส่งนายก่อแก้ว ซึ่งเป็นแกนนำ นปช.ลงแทน

พรรคประชาธิปัตย์อ่านเกมว่าพรรคเพื่อไทยต้องการพลิกฟื้นกระแสคนเสื้อแดงให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

ข้อได้เปรียบของนายก่อแก้ว ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ก็คือแกนนำนปช.ไม่มีอะไรต้องเสีย

ถ้าแพ้ก็ถือว่าเสมอตัวเพราะที่นั่งเดิมเป็นของพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว

แต่หากเกิดพลิกล็อกเอาชนะได้ก็เท่ากับเป็นการตบหน้ารัฐบาลฉาดใหญ่

และนั่นเป็นคำตอบว่าทำไมหัวเด็ดตีนขาดรัฐบาลและศอฉ.

ถึงได้ไม่ยอมยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน



ช่วงเวลาที่ผ่านมาสังคมต่างรับรู้โดยทั่วกัน

การคงพ.ร.ก.ฉุกเฉินไว้ ไม่ได้มีประโยชน์กับรัฐบาลแต่เฉพาะในด้านความมั่นคงเท่านั้น

แต่ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือขุดรากถอนโคนการเมืองฝ่ายตรงข้ามได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเลือกตั้งซ่อมที่กำลังจะมีขึ้นอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ในทางกลับกันการบังคับใช้กฎหมายจนเกินความพอดี อย่างเช่นการกล่าวหาฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้ก่อการร้าย ร่วมขบวนการล้มล้างสถาบัน โดยไม่มีหลักฐานยืนยันแน่นหนา

หรือการบังคับใช้กฎหมายแบบ 2 มาตรฐานที่ปรากฏชัดเจนในคดีบุกยึดสนามบิน หรือกระทั่งคดีคนในรัฐบาลถูกแจ้งความกล่าวหาสั่งฆ่าประชาชนก็ไม่มีอะไรคืบหน้าให้เห็น

เหล่านี้ทำให้ประชาชนสัมผัสได้ถึงความไม่ยุติธรรม

ผลคือคนที่อยู่ตรงกลางเริ่มเคลือบแคลงสงสัยรัฐบาล เพราะเห็นการบังคับใช้กฎหมายที่เลือกปฏิบัติ และใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือจัดการฝ่ายตรงข้าม

อย่างที่โพลระบุในตอนต้นว่าประชาชนพอใจผลงานด้านการบริหารจัดการ และการบังคับใช้กฎหมายน้อยที่สุด 3.61 คะแนนเต็ม 10

แม้รัฐบาลจะพยายามเสนอแผนการปรองดองออกมาเพื่อตัดกระแสต่อต้าน

ฉุดกระชากบรรดาบุคคลมีชื่อเสียงเด่น-ดัง เข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการอิสระชุดต่างๆ ซึ่งบางคนมีประวัติพฤติกรรมโน้มเอียงไปทางใดก็รู้ๆ กันอยู่

จึงทำให้เกิดคำถามตามมาว่ากรรมการเหล่านี้จะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคม นำพาคนไทยไปสู่ฝั่งฝันความปรองดองได้จริงหรือไม่

บางทีคำตอบอาจอยู่ที่การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ก็เป็นไปได้

ผลที่ออกมาจะเป็นสิ่งยืนยันความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ลั่นห้ามแทรกแซง อธิปไตยไทย จวกทนายทักษิณ

ที่มา ไทยรัฐ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

"สุเทพ" ปัดประชาธิปัตย์จับมือการเมืองใหม่ฮั้วการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. ซัดเพื่อไทยจ้องดิสเครดิต ลั่นไม่ยอมให้ทนายความ "ทักษิณ" ส่งองค์กรต่างประเทศสอบเหตุสลายการชุมนุม-ห้ามแทรกแซงอธิปไตยไทย...

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2553 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรฯ เทคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขต 6 หลังจากที่ พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ ผู้สมัครจากพรรคการเมืองใหม่ ถอนตัวจากการเลือกตั้งจนอาจถูกมองเป็นการฮั้วการเลือกตั้งว่า ขอบคุณหากใครจะเทคะแนนให้ แต่ไม่ใช่การฮั้วการเลือกตั้งกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ถ้าใครจะสนับสนุนก็ขอขอบคุณ ส่วนที่พรรคเพื่อไทยระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ส่งนักการเมืองใหญ่ ไปล็อบบี้ให้ พล.อ.กิตติศักดิ์ ถอนตัวนั้น พรรคเพื่อไทยยิ่งพูดยิ่งเลอะเทอะ ขอให้ระบุมาเลยว่า เป็นใคร ใครจะเดาได้ เชื่อว่า เป็นการดิสเครดิตพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน เพราะพรรคประชาธิปัตย์ชอบพูดให้พวกตนเสียหายทุกวัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องกำชับให้ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ระวังในการลงพื้นที่หาเสียงหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ไม่ได้กำชับอะไร และไม่เป็นห่วงเรื่องอาจจะมีความรุนแรงในระหว่างการหาเสียง ผู้สื่อข่าวถามว่า นายโรเบิร์ต อันเตอร์ดัม ทนายความชาวแคนาดาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินสายร้องเรียนต่างประเทศให้ตั้งคณะกรรมาธิการมาตรวจสอบเหตุการณ์สลาย การชุมนุมในเมืองไทย นายสุเทพตอบว่า ประเทศไทยเป็นเอกราช มีอธิปไตย ไม่มีใครมาก้าวล่วงกิจการภายในได้ สิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณกำลังทำอยู่ในต่างประเทศเป็นการทำร้ายประเทศไทยให้ภาพลักษณ์เสียหาย แต่เชื่อว่า คงไม่สำเร็จ เราไม่ยอม เรามีกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และอธิปไตยเป็นของตัวเอง จะไม่ยอมให้องค์กรระหว่างประเทศมาก้าวล่วงอธิปไตย

"น่าแปลกที่ก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณก็บอกว่า ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ แต่ทำไมวันนี้ถึงวิ่งโร่หาคนต่างชาติให้มาแทรกแซงประเทศไทย ทำไมเปลี่ยนความคิดเร็ว ทำไมสื่อจึงไม่วิจารณ์ว่า เป็นสองมาตรฐาน" รองนายกฯ กล่าว.

เวทีในระบบ ปะทุภาวะสงคราม

ที่มา ไทยรัฐ

โดย ทีมการเมือง

การเมืองเริ่มคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขต 6 แทนนายทิวา เงินยวง อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง

โดยกำหนดเปิดสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ และกำหนดให้มีการเลือกตั้งซ่อม ในวันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม

ทั้งนี้ แม้การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 กทม. ที่ประกอบ ด้วย 4 เขตปกครอง ได้แก่ เขตบึงกุม คลองสามวา คันนายาว และหนองจอก

เป็นเขตเลือกตั้งเล็กๆ ของกรุงเทพมหานคร เดิมพันชิงเก้าอี้ ส.ส.แค่ 1 ที่นั่ง

แต่การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ถือว่ามีความสำคัญและมีนัยทางการเมืองที่แตกประเด็นออกไปอีกมากมาย

เพราะถึงแม้จะเป็นเขตเลือกตั้งซ่อมเล็กๆ แต่เป็นเขตที่อยู่ในเมืองหลวง ศูนย์กลางของประเทศ

ที่สำคัญ เป็นการเลือกตั้ง ส.ส.ที่มีขึ้นเป็นครั้งแรก หลังเกิดเหตุการณ์ความสูญเสียครั้งใหญ่จากปัญหาความขัดแย้งวิกฤติม็อบเสื้อแดงในห้วงระหว่างวันที่ 12 มีนาคมถึงวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ที่มีปัญหาความรุนแรงจากการปะทะกัน ระหว่างฝ่าย ทหารกับกลุ่มผู้ชุมนุม และกองกำลังติดอาวุธที่แฝงตัวอยู่ ในม็อบหลายระลอก

โดยเฉพาะเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ และสี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เมษายน และเหตุการณ์ กระชับพื้นที่ปิดล้อมสี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม

เป็นเหตุให้ทั้งฝ่ายทหารและกลุ่มม็อบเสื้อแดง เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

และยังเกิดเหตุจลาจลเผาบ้านเผาเมืองตามมา ส่งผลให้อาคารห้างสรรพสินค้าในย่านธุรกิจสำคัญใจกลางกรุงเทพฯพินาศเสียหาย

ลามไปถึงต่างจังหวัด ทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน ศาลากลางและสถานที่ราชการหลายแห่ง ถูกเผาวางเพลิงเสียหายวายวอด
ถือเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทย

แม้เหตุการณ์วิกฤติม็อบเสื้อแดงยุติลงไปแล้ว โดยแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หลายคนเข้ามอบตัวสู้คดีก่อการร้าย และถูกควบคุมตัวในเรือนจำระหว่างการสอบสวน ขณะที่แกนนำบางส่วนยังหลบหนี

แต่เงื่อนปมต่างๆที่เกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ครั้งนี้ยังไม่จบลงไปด้วย เห็นได้จากการที่ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย นำมาเป็นประเด็นยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

รวมทั้งเดินเรื่องร้องเรียนองค์กรต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้เข้ามาตรวจสอบกรณีรัฐบาลสั่งใช้กำลังทหารปราบปรามประชาชน

ขยายผลขยายแผลทางการเมืองอย่างเต็มที่

แน่นอน เมื่อมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เกิดขึ้นในห้วงคาบเกี่ยวกับเหตุการณ์วิกฤติม็อบเสื้อแดงที่เพิ่งผ่านมาหมาดๆ

การเลือกตั้งครั้งนี้ ย่อมต้องร้อนแรงตามไปด้วย

การต่อสู้ทางการเมืองที่รุนแรงเข้มข้น ระหว่างฝ่ายค้านกับรัฐบาล จะถูกย่อส่วนและอัดลงไปในช่วงการทำศึกเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่เล็กๆเขตนี้

จนทำให้สนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 กทม. กลายเป็นเวทีปะทุความขัดแย้งและความแตกแยกทางการเมืองที่รุนแรงกว่าทุกครั้ง

สนามเลือกตั้งแห่งนี้จะเป็นเวทีประลองกำลังระหว่างขั้วการเมืองที่ต่อสู้ช่วงชิงอำนาจการปกครองในประเทศ ไทยอย่างดุเดือดเอาเป็นเอาตาย

ล่าสุด พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแชมป์ เก่า มีมติส่งนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ อดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ ลงสมัครเพื่อรักษาพื้นที่

พรรคเพื่อไทย มีมติส่งนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำกลุ่ม นปช. ลงชิงเก้าอี้

โดยก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยได้วางตัว นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนสำคัญของกลุ่ม นปช. ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำระหว่างสอบสวนในคดีก่อการร้าย ให้ลงสมัคร รับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. แต่ติดปัญหาคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.ในเรื่องภูมิลำเนา

จึงต้องปรับแผนเปลี่ยนมาใช้ บริการนายก่อแก้วที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำระหว่างการสอบสวนในคดีก่อการร้ายเช่นกัน

ขณะที่พรรคการเมืองใหม่ ประกาศจะส่ง พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ กรรมการบริหารพรรคฯ ลงประเดิมสนามเลือกตั้ง

แต่สุดท้าย พล.อ.กิตติศักดิ์กลับลำขอถอนตัว ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยอ้างว่าไม่ขอร่วมสังฆกรรมในการเลือกตั้งกับผู้ก่อการร้าย

สำหรับนายพนิช จากพรรคประชาธิปัตย์ จบปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยบอสตัน เคยเป็นกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริษัทหลักทรัพย์การจัดการกองทุน อยุธยา เจเอฟ จำกัด เคยเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. และกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ

ส่วนนายก่อแก้ว จากพรรคเพื่อไทย จบปริญญาโทด้านบริหารจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เคยรักษาการ ผอ.องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) และเป็นแกนนำกลุ่ม นปช. แดงทั้งแผ่นดิน

ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำระหว่างการสอบสวนในคดีก่อการร้าย แต่ศาลอนุญาตให้ออกจากเรือนจำเพื่อไปลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ได้ และให้ควบคุมตัวกลับเข้าเรือนจำตามเดิม

เมื่อดูจากตัวผู้สมัครและพรรคที่สังกัด สะท้อนชัดว่า การชิงชัยในสนามเลือกตั้งซ่อมเขต 6 กทม.

เป็นการทำศึกของ 2 ขั้วการเมืองที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง


ที่สำคัญ ผลการเลือกตั้งที่จะออกมา ยังถือเป็นตัวชี้วัดทางการเมืองของคนกรุงเทพฯที่มีต่อการเมือง 2 ขั้วในหลายประเด็น

ทั้งเรื่องผลงานรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ที่เข้ามาทำงานบริหารบ้านเมืองในห้วง 1 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา

มีผลงานสร้างความพึงพอใจให้ประชาชนคนกรุงเทพฯมากน้อยแค่ไหน และต้องการให้บริหารประเทศต่อไปหรือไม่

ขณะเดียวกัน ก็เป็นการวัดผลความพึงพอใจของชาวกรุงเทพฯที่มีต่อการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ไปพร้อมๆกันว่า

ทำหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้อย่างมีคุณภาพและสร้างสรรค์มากน้อยเพียงใด

พูดง่ายๆ ว่าใช้ผลการเลือกตั้งซ่อม วัดความนิยมของพรรคกันไปในตัว

นอกจากนี้ จากการที่พรรคเพื่อไทยจงใจส่งนายก่อแก้ว แกนนำกลุ่ม นปช. ที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ เพื่อ สอบสวนคดีก่อการร้ายในห้วงวิกฤติม็อบเสื้อแดง ลงสมัคร รับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.ในคราวนี้

ถือเป็นการวัดกระแสระหว่างกลุ่มมวลชนเสื้อแดงกับฝ่ายรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ที่กุมอำนาจรัฐภายหลังเกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายจากวิกฤติม็อบเสื้อแดง

คนกรุงเทพฯคิดอย่างไร สนับสนุนฝ่ายไหน สะท้อนผ่านการเลือกตั้งได้เหมือนกัน

อย่างไรก็ตาม หากสำรวจในด้านปัจจัยชี้ขาดในการ เลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 กทม. ในครั้งนี้ ต้องยอมรับว่า

ในด้านฐานมวลชนในพื้นที่ของเขตเลือกตั้งนี้ ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ต่างก็สลับกันยึดครองพื้นที่

โดยในการเลือกตั้งใหญ่ปี 2550 พรรคประชาธิปัตย์ ได้ ส.ส.ในเขตนี้ 2 คน ขณะที่พรรคเพื่อไทย ที่แปลงร่างมาจากพรรคพลังประชาชนได้ ส.ส. 1 คน

มาถึงการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ต้องยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความได้เปรียบในด้านพื้นที่


เพราะคนของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าไปคุมการบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ทำงานในพื้นที่มาตลอด

นอกจากนี้ก็ยังได้เปรียบในเรื่องของอำนาจรัฐ เพราะเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล

ในขณะที่พรรคเพื่อไทยแม้จะเป็นฝ่ายค้าน ไม่ได้คุมอำนาจรัฐ และ การบริหารกรุงเทพมหานคร

แต่ก็ต้องยอมรับว่า เขตเลือกตั้งนี้ พื้นที่บางส่วนอยู่ในโซนชายขอบกรุงเทพฯ ที่เป็นพื้นที่ฐานเสียงดั้งเดิมของพรรคเพื่อไทย

รวมทั้งเป็นพื้นที่ที่มี

ฐานมวลชนคนเสื้อแดงหนาแน่นเป็นปึกแผ่น ง่ายต่อการจัดตั้งจัด หาคะแนนเสียง

ดูจากสภาพ โดยรวมแล้ว ถือเป็นการต่อสู้ที่สูสีกันมาก

ส่วนปัจจัยในเรื่องของกำลังทุนในการหาเสียงหาคะแนน ในสถานการณ์ที่การต่อสู้ในสนามเลือกตั้งอยู่ในระดับสูสีอย่างนี้

เชื่อได้ว่า ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ต้องทุ่มเทกันเต็มที่ ชนิดที่ไม่มีใครยอมใครอย่างแน่นอน

เพราะผลการเลือกตั้งที่ออกมา จะเป็นทั้งการชี้วัดความนิยมและชี้นำกระแสการเมืองภาพรวมของกรุงเทพฯในอนาคต

อย่างไรก็ตาม มาถึงวันนี้การทำศึกเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 6 กทม. เพิ่งจะเริ่มเปิดฉาก จึงยังไม่สามารถพยากรณ์ ได้ว่าพรรคไหนจะคว้าชัยชนะ

แต่ที่แน่ๆ และมองเห็นกันอยู่ตรงหน้าก็คือ การทำศึกเลือกตั้งซ่อมคราวนี้ จะเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดร้อนแรง

โดยเฉพาะการปราศรัยหาเสียงจะมีการขยายแผลเหตุการณ์วิกฤติม็อบเสื้อแดง ทั้งเรื่องทหารปราบปรามประชาชน และกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธที่แฝงอยู่ในม็อบ จะถูกกระพือขึ้นมาโจมตีตอบโต้กันอย่างเผ็ดร้อน

กระเทือนไปถึงการเดินหน้าแผนปรองดองของรัฐบาลอย่างแน่นอน

ที่สำคัญ ภายใต้บรรยากาศที่เร้าด้วยความรุนแรง ในกรณีซาเล้งบอมบ์หวังถล่มพรรคภูมิใจไทย ตามด้วยข่าว กรองจากหน่วยความมั่นคงที่ระบุมีคนบางกลุ่มเคลื่อนไหวเตรียมก่อเหตุสร้างความรุนแรง

จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งว่า เวทีเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะกลายเป็นเวทีปะทุสงคราม

และกว่าผลการเลือกตั้งจะออกมา อาจมีเหตุทำให้ผวา ฝันร้ายกันอีก.

ฮือต้านเผด็จการหยุดบ้าอำนาจจี้ปล่อยตัวทันที จับบก.ลายจุดผูกผ้าแดงป้ายแยกราชประสงค์

ที่มา Thai E-News



เรียกร้องให้ปล่อยตัว -ภายหลังมีการจับกุมตัวนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด นักกิจกรรมทางสังคม ผู้นำกลุ่มface bookวันอาทิตย์สีแดง ขณะไปผูกผ้าแดงที่ป้ายแยกราชประสงค์เมื่อเย็นวานนี้เครือข่ายนักพัฒนาเอกชน นักวิชาการ นักศึกษา และนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตยได้ออกจดหมายเปิดผนึก ขอให้ปล่อยตัวทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข ขณะที่ในface bookมีการตั้งกลุ่มเรียกร้องปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไข( ดูรายละเอียด )


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ประชาไท และ บอร์ดราชดำเนิน และ เฟซบุ๊ค
27 มิถุนายน 2553

อาชญากรรมในประเทศเผด็จการ..!




บก.ลายจุด กับ"กลุ่มface bookวันอาทิตย์สีแดง" นำผ้าสีแดงไปผูกที่ป้ายแยกราชประสงค์บริเวณที่คนเสื้อแดงเคยจัดกิจกรรมชุมนุมโดยมีตำรวจมาจับกุม อ้างว่า ทำผิดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ตำรวจมองขึ้นมาบนสะพานลอยจุดที่ผู้ถ่ายภาพนี้ไว้ได้ เพราะคนถ่ายรูปก็ใส่เสื้อI'M RED วันอาทิตย์สีแดง เหมือนกัน และมาร่วมกับบก.ลายจุดทำกิจกรรม


นี่คือภาพสุดท้าย ที่ บก.ลายจุดมองขึ้นมายังช่างภาพ แล้วผงกหัวให้ลงไปช่วยผูกผ้า แต่ต่อมา ตำรวจได้ควบคุมตัวบก.ลายจุดไปแล้ว

จับ "บก.ลายจุด" ไป ตชด.คลอง 5 ตำรวจอ้างข้อหาฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ภาพกิจกรรมก่อนถูกจับกุมตัว

"สมบัติ บุญงามอนงค์" นำสมาชิกกลุ่มไปผูกผ้าแดงที่ป้ายสี่แยกราชประสงค์ ก่อนตำรวจคุมตัวไป สน.ลุมพินี ตามหมายจับของ ศอฉ. เดิม ฐานฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินกรณีชุมนุมที่ลาดพร้าว 71 ใต้ทางด่วนช่วง 19 พ.ค. ล่าสุดมีการคุมตัวไปกองบังคับการ ตชด.ภาค 1 ที่คลอง 5 ปทุมธานีรอ จนท.ศอฉ.สอบปากคำขณะที่มีประชาชนอีกกลุ่มนำสติ๊กเกอร์ค้านพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และสติ๊กเกอร์ข้อความ "เราเห็นคนตาย" ไประดมติดบริเวณทางเดินเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส

เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วานนี้ (26 มิ.ย.) นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักกิจกรรมทางสังคม และผู้นำกลุ่ม"วันอาทิตย์สีแดง"ทาง facebook ได้นัดสมาชิกกลุ่มในเฟซบุคไปผูกผ้าสีแดง ที่ป้ายสี่แยกราชประสงค์ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งเวทีปราศรัยของแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนถูกสลายการชุมนมุวันที่ 19 พ.ค.

ต่อมาเวลาประมาณ 17.30 น. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาพูดคุยกับนายสมบัติ และเชิญตัวไปสอบถามเพิ่มเติมที่ สน.ลุมพินี ขณะที่ภายนอก สน.ลุมพินี มีกลุ่มผู้สนับสนุน และเพื่อนของนายสมบัติมาให้กำลังใจจำนวนมาก

ขณะถูกควบคุมตัวบนสน.ลุมพินี

นอกจากนี้มีประชาชนอีกกลุ่มนำสำสติ๊กเกอร์รณรงค์ยกเลิกการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และสติ๊กเกอร์ที่มีข้อความ"เราเห็นคนตาย" หลายร้อยแผ่น มาติดบริเวณทางเดินเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ถึงสถานีรถไฟฟ้าชิดลม และป้ายบริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ด้วย

โดย พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 กล่าวว่า ที่จับกุมนายสมบัติเพราะนายสมบัติมีหมายจับของศาลเลขที่ 116/2553 ออกเมื่อ 21 พ.ค. ฐานฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังนายสมบัติจัดการชุมนุมที่บริเวณลาดพร้าว 71 เลียบทางด่วน ช่วงสลายการชุมนุม 19 พ.ค. เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นนายสมบัติปรากฏตัวในที่สาธารณะจึงจับกุมทันที

โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ไปนำนายสมบัติเดินทางไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ต.คลอง 5 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อให้พนักงานสอบสวนของ ศอฉ. เดินทางมาสอบสวนนายสมบัติที่นั่น

นายสมบัติไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับผู้สื่อข่าว กล่าวเพียงแต่ว่ามาสี่แยกราชประสงค์เพื่อเตรียมรณรงค์กิจกรรม "วันอาทิตย์สีแดง" ที่จะจัดในวันพรุ่งนี้ (27 มิ.ย.) เนื่องจากเป็นผู้ริเริ่มกิจกรรมดังกล่าว จึงคิดว่าต้องมาเตรียมกิจกรรมเอง โดยก่อนถูกตำรวจควบคุมตัวไปที่กองบังึคับกรตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 นายสมบัติได้ตะโกนว่า "ทำวันอาทิตย์สีแดงต่อ"

สำหรับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ก่อนหน้านี้เคยถูกควบคุมตัวมาแล้ว โดยเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 50 ถูกตั้งข้อหาละเมิดกฎอัยการศึก หลังปราศรัยคัดค้านการรับรัฐธรรมนูญ 2550 ที่สถานีขนส่ง อ.เมือง จ.เชียงราย ก่อนถูกทหารจากจังหวัดทหารบกเชียงราย ค่ายเม็งรายมหาราชควบคุมตัวและสอบปากคำ ก่อนทหารยอมปล่อยตัวเช้าวันถัดมา

ล่าสุดบก.ลายจุดเชิญชวนคนเสื้อแดงและฝ่ายประชาธิปไตยรวมตัวกันจัดกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดง และก่อตั้ง กลุ่มfacebookวันอาทิตย์สีแดง ต่อต้านเผด็จการ และเคยถูกศอฉ.ปิดกั้นเฟซบุ๊คมาแล้ว การที่ตำรวจควบคุมตัวบก.ลายจุนั้น มีเสียงวิจารณ์ว่าเพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนไหวต่อต้านผ่านfacebookซึ่งเป็นสื่อใหม่ที่กำลังมีอิทธิพล เพราะมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามมีการนัดหมายทาง face book ว่า
พรุ่งนี้เวลา 12.00 น. พบกันที่บิ๊กซีสะพานควาย ต่อจากนั้นไปฟังการสัมมนาวิชาการกับคุณจาตุรนต์ ฉายแสง ที่กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธืปไตยจัดรำลึกวันชาติ24มิถุนายน ณ ห้องเทพประทาน โรงแรม มิโด้ ประดิพัทธ์ เวลา 13.00 น. พี่น้องชาวเสื้อแดงอย่าลืมมาทำกิจกรรมร่วมกันนะค่ะ บก.ลายจุดจะได้ไม่ผิดหวังค่ะ
00000000



สาเหตุที่ถูกจับ -'บก.ลายจุด' หรือ สมบัติ บุญงามอนงค์(ภาพบน)กับกิจกรรมflash mob"หยุดฆ่า หยุดเผา หยุดอภิสิทธิ์"ใต้ทางด่วนบิ๊กซีลาดพร้าวช่วงบ่ายวันที่ 20 พฤษภาคม หลังเหตุการณ์19พฤษภาคมเพียงวันเดียว ทั้งนี้เพื่อกระตุกสังคมให้อย่าเพิ่งลืมว่ามีผู้ประท้วงมือเปล่าถูกฆ่าในการล้อมปราบหลาย"ชีวิต"(ภาพล่าง)ไม่ได้มีแต่เรื่องการเผาทำลาย"ทรัพย์สิน"เท่านั้น ล่าสุดวันนี้ตำรวจอ้างเหตุดังกล่าวว่าบก.ลายจุดฝ่าฝืนสถานการณ์ฉุกเฉินและเข้าจับกุม ขณะกำลังเตรียมจัดกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดง


นักกิจกรรมสังคมออกจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้ปล่อยตัวทันที


ภายหลังมีการจับกุมตัวนายสมบัติ ทางเครือข่ายนักพัฒนาเอกชน และนักกิจกรรมทางสังคม เพื่อประชาธิปไตยได้ออกจดหมายเปิดผนึก ขอให้ปล่อยตัว นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขโดยมีรายละเอียดดังนี้

วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 2553

ในท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่กำลังจะมุ่งไปสู่ความพยายามปรองดองโดยรัฐบาลยังคงมีการบังคับใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ซึ่งเป็นการ ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ในการปฎิบัติงานโดยไม่ต้องรับผิด จับกุมคุมขังโดยไม่มีข้อกล่าวหา ทำให้ความปรองดองที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการปรองดองที่จอมปลอมและหลอกลวง เป็นเพียงการสร้างภาพไปวันๆของรัฐบาล

ในวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 53 เวลาประมาณ 18.00 น. ได้มีกิจกรรมรำลึกถึงความสูญเสียในการเรียกร้องประชาธิปไตย ด้วยการผูกผ้าแดงที่สี่แยกราชประสงค์ โดยมิได้ก่อความไม่สงบ หรือก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นเพียงกิจกรรมตามมโนธรรมสำนึกและสิทธิของประชาชน รวมทั้งมิได้มีแกนนำแม้แต่ผู้เดียว

ทว่า เมื่อเวลา 18.00 น. ปรากฏว่ามีการจับกุมนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ซึ่งเป็นนักกิจกรรมทางสังคม ที่ทำงานด้านศิลปวัฒนธรรม งานอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ ประสบภัยน้ำท่วมอุตรดิตถ์ช่วยเหลือแรงงามข้ามชาติ ผู้ถูกกดขี่ ต่อต้านการค้ามนุษย์ ส่งเสริมประชาธิปไตย มีการทำงานกับเด็กไทยภูเขาเพื่อให้เรียนรู้เรื่องสิทธิทางการศึกษา รวมทั้งเป็นผู้ริเริ่มในการดำเนินกิจกรรมติดตามผู้สูญหายจากการสลายการชุมนุมของรัฐบาล ซึ่งนับเป็นนักกิจกรรมทางสังคมที่มีคุณค่าต่อสังคมไทย สมบัติ บุญงามอนงค์ คือ ผู้บุกเบิกงานอาสาสมัครยุคใหม่ในสังคมไทย และเป็นนักกิจกรรมทางสังคมที่ไม่เพิกเฉยความไม่เป็นธรรม

การจับกุมนายสมบัติ บุญงามอนงค์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการคุกคามพลเมืองที่มีคุณูปการต่อสังคมและแสดงให้เห็นถึงรัฐบาลไม่มีความจริงใจดำเนินงานตามแผนปรองดองแห่งชาติ

พวกเราตามรายนามดังต่อไปนี้ เป็นนักกิจกรรมทางสังคม เป็นสามัญชน ขอประณามการกระทำของรัฐบาลในครั้งนี้ ขอให้ปล่อยตัวนายสมบัติ บุญงามอนงค์รวมทั้งบุคคลอื่นๆในทันที โดยไม่มีเงื่อนไข และพวกเราขอเรียกร้องให้มีการยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน เพื่อเป็นก้าวแรกในการนำไปสู่การปรองดอง

“ด้วยความหวาดกลัว พรก.ฉุกเฉิน”

1. นายกิตติชัย งามชัยพิสิฐ
2. นายประดิษฐ์ ลีลานิมิต
3. นายบารมี ชัยรัตน์ สถาบันสันติประชาธรรม
4. นายเขมทัศน์ ปาลเปรม กลุ่มปฎิบัติการเพื่อสิทธิคนจน
5. นางสาวพรพิมล สันทัดอนุวัตร
6. นายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ
7. นายพันศักดิ์ ศรีเทพ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการเยียวยาสถานการณ์ฉุกเฉิน
8. นางสาวศิริพร พรมวงศ์
9. นางสาวจารุวรรณ สาทาลัย
10. นางสาววลสุดา โพเย็น
11. นางสาวจิราพร หิรัญบูรณะ
12. นายรัชพงษ์ โอชาพงศ์
13. นายสันติ โชคชัยชำนาญกิจ
14. นางสาวพัชรี อังกูรทัศนียรัตน์
15. นางสาววิรพา อังกูรทัศนียรัตน์
16. นางสาววัชรินทร์ สังขาระ
17. นางสาววนิดา สุรคาย
18. นางสาวอุลัยรัตน์ ชูด้วง
19. นางสาวพนิดา บุญเทพ
20. นายญัฐพงษ์ ภูแก้ว
21. นายอรรถพล บุญไพโรจน์
22. นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย
23. นางสาวปาริดา ปะการะโพธิ์
24. นางสาวสลิลทิพย์ ณ พัทลุง
25. นางสาวอรุณวนา สนิกะวาที
26. นายสุพัดตรา ธานีวรรณ
27. นายสุวิทย์ นาดี
28. นายธิติ มีแต้ม
29. นายวิทยา แสงระวี
30. นายกิตติศักดิ์ จันทร์ใหม่
31. นายอรรถพร ขำมะโน
32. นายกิตติเดช บัวศรี
33. นายตะวัน พงศ์แพทธ์
34. นางสาวสุปราณี คันธะชัย
35. นางสาวปณิธิตา เกียรติ์สุขพิมล
36. นายธิกานต์ ศรีนารา
37. นายเจษฎา โชติกิจวิภาค
38. นายปราการ กลิ่นฟุ้ง
39. นายรอมฎอน ปันจอร์
40. นางสาวอัญญรัตน์ อ่อนสุทธิ
41. นายชล เจนประภาพันธ์
42. Edward Creed
43. นายชัยวัฒน์ ไชยจารุวณิช
44. นางภาวิณี ไชยจารุวณิช
45. นางสาวแก้วตา ธิมอิน
46. นางสาวสุธารี วรรณศิริ
47. นายอภิศักดิ์ สุขเกษม
48. นางสาวกิ่งกร นรินทรกุล
49. นางสาวอรชพร นิมิตกุลพร
50. นางสางสุลักษณ์ หลำอุบล
51. นางสาวขวัญระวี วังอุดม
52. นายติรัฐสรรพ์ ประมวลศิลป์
53. นางสาวนฤมล ทักชุมพล
54. นางสาวอธิษฐาน์ คงทรัพย์
55. นางสาวปาริชาด สุวรรณบุปผา
56. นางสาวแก้วตา เพชรรัตน์
57. นางสาวพรพิมพ์ แซ่ลิ้ม
58. นายสันติ ศรีมันตะ
59. นางสาวประไพ กระจ่างดี
60. นางสาวพัชรี พาบัว
61. นายสุรชาติ ไตรสูงเนิน
62. นายกิตติศักดิ์ สุจิตตารมย์
63. นายธัญสก พันสิทธิวรกุล
64. นายฮาเมอร์ ซาวาลา
65. กลุ่ม Anti Social Sanction
66. นายเรืองฤทธิ์ โพธิพล
67. นางสาวอุมาภรณ์ ตั้งเจริญบำรุงสุข
68. นายอภิสิทธ์ มีภาทัศน์
69. นายอาคม ตรีแก้ว
70. นายอนุวัฒน์ พรหมมา
71. นางสาวสุนิสา ปุ่มวงศ์
72. นางสาวปางทิพย์ มั่นธร
73. นางจิรพา มูลคำมี
74. นายซะการียา อมาตยา
75. นายมูฮัมหมัด ฮาลัสกาเหย็ม
76. นายภัทรดนัย จงเกื้อ
77. นางสาวปชาบดี พุ่มพวง
78. นายอุเชนทร์ เชียงแสน
79. นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง
80. นายประพนธ์ สิงห์แก้ว
81. นายชาติชาย ธรรมโม
82. นายอิทธิพล สีขาว
83. นายสมรักษ์ อุตห์จันดา
84. นางสาวสาวิตรี พูลสุขโข
85. นายเก่งกิจ กิตติเรียงลาภ
86. นายศิววงศ์ สุขทวี
87. นางสาวสายัณห์ ข้ามหนึ่ง
88. นางสาวศิวพร ปัญญา
89. นางสาววิลาวรรณ เพเดอร์เซ่น
90. นางสาวเพิ่มสุข อัมพรจรัส
91. นางสาววรรณรัตน์ อุนสวัสดิ์อาภา
92. นายกรชนก แสนประเสริฐ
93. Miss.Pornthip Weinhold
94. นายธีรพงษ์ เงินถม
95. นายจามร ศรเพชรนรินทร์
96. นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์
97. นายศิริโชค เลิศยโส
98. นายนิธิวัต วรรณศิริ
99. นายคมลักษณ์ ไชยยะ
100. นายไชยวัฒน์ ตระกาลรัตนสันติ
101. นายขจรศักดิ์ แกล้วการไร่
102. นางสาวปัททุมมา ผลเจริญ
103. นางสาวพัชณีย์ คำหนัก
104. รศ.สุชาย ตรีรัตน์
105. นายวัฒนา สุขวัจน์
106. นางสาวจิตรา คชเดช เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย

จับบก.ลายจุดหวังหยุดfacebookค้านเผด็จการ นักกิจกรรมฮือต้านหยุดบ้าอำนาจจี้ปล่อยตัวทันที

ที่มา Thai E-News


อาชญากรรมในประเทศเผด็จการ..!




บก.ลายจุด กับ"กลุ่มface bookวันอาทิตย์สีแดง" นำผ้าสีแดงไปผูกที่ป้ายแยกราชประสงค์บริเวณที่คนเสื้อแดงเคยจัดกิจกรรมชุมนุมโดยมีตำรวจมาจับกุม อ้างว่า ทำผิดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

ตำรวจมองขึ้นมาบนสะพานลอยจุดที่ผู้ถ่ายภาพนี้ไว้ได้ เพราะคนถ่ายรูปก็ใส่เสื้อI'M RED วันอาทิตย์สีแดง เหมือนกัน และมาร่วมกับบก.ลายจุดทำกิจกรรม


นี่คือภาพสุดท้าย ที่ บก.ลายจุดมองขึ้นมายังช่างภาพ แล้วผงกหัวให้ลงไปช่วยผูกผ้า แต่ต่อมา ตำรวจได้ควบคุมตัวบก.ลายจุดไปแล้ว

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ประชาไท และ บอร์ดราชดำเนิน และ เฟซบุ๊ค
26 มิถุนายน 2553

จับ "บก.ลายจุด" ไป ตชด.คลอง 5 ตำรวจอ้างข้อหาฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ภาพกิจกรรมก่อนถูกจับกุมตัว

"สมบัติ บุญงามอนงค์" นำสมาชิกกลุ่มไปผูกผ้าแดงที่ป้ายสี่แยกราชประสงค์ ก่อนตำรวจคุมตัวไป สน.ลุมพินี ตามหมายจับของ ศอฉ. เดิม ฐานฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินกรณีชุมนุมที่ลาดพร้าว 71 ใต้ทางด่วนช่วง 19 พ.ค. ล่าสุดมีการคุมตัวไปกองบังคับการ ตชด.ภาค 1 ที่คลอง 5 ปทุมธานีรอ จนท.ศอฉ.สอบปากคำขณะที่มีประชาชนอีกกลุ่มนำสติ๊กเกอร์ค้านพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และสติ๊กเกอร์ข้อความ "เราเห็นคนตาย" ไประดมติดบริเวณทางเดินเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส

เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันนี้ (26 มิ.ย.) นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักกิจกรรมทางสังคม และผู้นำกลุ่ม"วันอาทิตย์สีแดง"ทางfacebook ได้นัดสมาชิกกลุ่มในเฟซบุคไปผูกผ้าสีแดง ที่ป้ายสี่แยกราชประสงค์ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งเวทีปราศรัยของแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนถูกสลายการชุมนมุวันที่ 19 พ.ค.

ต่อมาเวลาประมาณ 17.30 น. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาพูดคุยกับนายสมบัติ และเชิญตัวไปสอบถามเพิ่มเติมที่ สน.ลุมพินี ขณะที่ภายนอก สน.ลุมพินี มีกลุ่มผู้สนับสนุน และเพื่อนของนายสมบัติมาให้กำลังใจจำนวนมาก

ขณะถูกควบคุมตัวบนสน.ลุมพินี

นอกจากนี้มีประชาชนอีกกลุ่มนำสำสติ๊กเกอร์รณรงค์ยกเลิกการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และสติ๊กเกอร์ที่มีข้อความ"เราเห็นคนตาย" หลายร้อยแผ่น มาติดบริเวณทางเดินเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ถึงสถานีรถไฟฟ้าชิดลม และป้ายบริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ด้วย

โดย พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 กล่าวว่า ที่จับกุมนายสมบัติเพราะนายสมบัติมีหมายจับของศาลเลขที่ 116/2553 ออกเมื่อ 21 พ.ค. ฐานฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังนายสมบัติจัดการชุมนุมที่บริเวณลาดพร้าว 71 เลียบทางด่วน ช่วงสลายการชุมนุม 19 พ.ค. เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นนายสมบัติปรากฏตัวในที่สาธารณะจึงจับกุมทันที

โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ไปนำนายสมบัติเดินทางไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ต.คลอง 5 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อให้พนักงานสอบสวนของ ศอฉ. เดินทางมาสอบสวนนายสมบัติที่นั่น

นายสมบัติไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับผู้สื่อข่าว กล่าวเพียงแต่ว่ามาสี่แยกราชประสงค์เพื่อเตรียมรณรงค์กิจกรรม "วันอาทิตย์สีแดง" ที่จะจัดในวันพรุ่งนี้ (27 มิ.ย.) เนื่องจากเป็นผู้ริเริ่มกิจกรรมดังกล่าว จึงคิดว่าต้องมาเตรียมกิจกรรมเอง โดยก่อนถูกตำรวจควบคุมตัวไปที่กองบังึคับกรตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 นายสมบัติได้ตะโกนว่า "ทำวันอาทิตย์สีแดงต่อ"

สำหรับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ก่อนหน้านี้เคยถูกควบคุมตัวมาแล้ว โดยเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 50 ถูกตั้งข้อหาละเมิดกฎอัยการศึก หลังปราศรัยคัดค้านการรับรัฐธรรมนูญ 2550 ที่สถานีขนส่ง อ.เมือง จ.เชียงราย ก่อนถูกทหารจากจังหวัดทหารบกเชียงราย ค่ายเม็งรายมหาราชควบคุมตัวและสอบปากคำ ก่อนทหารยอมปล่อยตัวเช้าวันถัดมา

ล่าสุดบก.ลายจุดเชิญชวนคนเสื้อแดงและฝ่ายประชาธิปไตยรวมตัวกันจัดกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดง และก่อตั้ง กลุ่มfacebookวันอาทิตย์สีแดง ต่อต้านเผด็จการ และเคยถูกศอฉ.ปิดกั้นเฟซบุ๊คมาแล้ว การที่ตำรวจควบคุมตัวบก.ลายจุนั้น มีเสียงวิจารณ์ว่าเพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนไหวต่อต้านผ่านfacebookซึ่งเป็นสื่อใหม่ที่กำลังมีอิทธิพล เพราะมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามมีการนัดหมายทาง face book ว่า
พรุ่งนี้เวลา 12.00 น. พบกันที่บิ๊กซีสะพานควาย ต่อจากนั้นไปฟังการสัมมนาวิชาการกับคุณจาตุรนต์ ฉายแสง ที่กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธืปไตยจัดรำลึกวันชาติ24มิถุนายน ณ ห้องเทพประทาน โรงแรม มิโด้ ประดิพัทธ์ เวลา 13.00 น. พี่น้องชาวเสื้อแดงอย่าลืมมาทำกิจกรรมร่วมกันนะค่ะ บก.ลายจุดจะได้ไม่ผิดหวังค่ะ
00000000



สาเหตุที่ถูกจับ -'บก.ลายจุด' หรือ สมบัติ บุญงามอนงค์(ภาพบน)กับกิจกรรมflash mob"หยุดฆ่า หยุดเผา หยุดอภิสิทธิ์"ใต้ทางด่วนบิ๊กซีลาดพร้าวช่วงบ่ายวันที่ 20 พฤษภาคม หลังเหตุการณ์19พฤษภาคมเพียงวันเดียว ทั้งนี้เพื่อกระตุกสังคมให้อย่าเพิ่งลืมว่ามีผู้ประท้วงมือเปล่าถูกฆ่าในการล้อมปราบหลาย"ชีวิต"(ภาพล่าง)ไม่ได้มีแต่เรื่องการเผาทำลาย"ทรัพย์สิน"เท่านั้น ล่าสุดวันนี้ตำรวจอ้างเหตุดังกล่าวว่าบก.ลายจุดฝ่าฝืนสถานการณ์ฉุกเฉินและเข้าจับกุม ขณะกำลังเตรียมจัดกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดง


นักกิจกรรมสังคมออกจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้ปล่อยตัวทันที


ภายหลังมีการจับกุมตัวนายสมบัติ ทางเครือข่ายนักพัฒนาเอกชน และนักกิจกรรมทางสังคม เพื่อประชาธิปไตยได้ออกจดหมายเปิดผนึก ขอให้ปล่อยตัว นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขโดยมีรายละเอียดดังนี้

วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 2553

ในท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่กำลังจะมุ่งไปสู่ความพยายามปรองดองโดยรัฐบาลยังคงมีการบังคับใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ซึ่งเป็นการ ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ในการปฎิบัติงานโดยไม่ต้องรับผิด จับกุมคุมขังโดยไม่มีข้อกล่าวหา ทำให้ความปรองดองที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการปรองดองที่จอมปลอมและหลอกลวง เป็นเพียงการสร้างภาพไปวันๆของรัฐบาล

ในวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 53 เวลาประมาณ 18.00 น. ได้มีกิจกรรมรำลึกถึงความสูญเสียในการเรียกร้องประชาธิปไตย ด้วยการผูกผ้าแดงที่สี่แยกราชประสงค์ โดยมิได้ก่อความไม่สงบ หรือก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นเพียงกิจกรรมตามมโนธรรมสำนึกและสิทธิของประชาชน รวมทั้งมิได้มีแกนนำแม้แต่ผู้เดียว

ทว่า เมื่อเวลา 18.00 น. ปรากฏว่ามีการจับกุมนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ซึ่งเป็นนักกิจกรรมทางสังคม ที่ทำงานด้านศิลปวัฒนธรรม งานอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ ประสบภัยน้ำท่วมอุตรดิตถ์ช่วยเหลือแรงงามข้ามชาติ ผู้ถูกกดขี่ ต่อต้านการค้ามนุษย์ ส่งเสริมประชาธิปไตย มีการทำงานกับเด็กไทยภูเขาเพื่อให้เรียนรู้เรื่องสิทธิทางการศึกษา รวมทั้งเป็นผู้ริเริ่มในการดำเนินกิจกรรมติดตามผู้สูญหายจากการสลายการชุมนุมของรัฐบาล ซึ่งนับเป็นนักกิจกรรมทางสังคมที่มีคุณค่าต่อสังคมไทย สมบัติ บุญงามอนงค์ คือ ผู้บุกเบิกงานอาสาสมัครยุคใหม่ในสังคมไทย และเป็นนักกิจกรรมทางสังคมที่ไม่เพิกเฉยความไม่เป็นธรรม

การจับกุมนายสมบัติ บุญงามอนงค์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการคุกคามพลเมืองที่มีคุณูปการต่อสังคมและแสดงให้เห็นถึงรัฐบาลไม่มีความจริงใจดำเนินงานตามแผนปรองดองแห่งชาติ

พวกเราตามรายนามดังต่อไปนี้ เป็นนักกิจกรรมทางสังคม เป็นสามัญชน ขอประณามการกระทำของรัฐบาลในครั้งนี้ ขอให้ปล่อยตัวนายสมบัติ บุญงามอนงค์รวมทั้งบุคคลอื่นๆในทันที โดยไม่มีเงื่อนไข และพวกเราขอเรียกร้องให้มีการยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน เพื่อเป็นก้าวแรกในการนำไปสู่การปรองดอง

“ด้วยความหวาดกลัว พรก.ฉุกเฉิน”

1. นายกิตติชัย งามชัยพิสิฐ
2. นายประดิษฐ์ ลีลานิมิต
3. นายบารมี ชัยรัตน์ สถาบันสันติประชาธรรม
4. นายเขมทัศน์ ปาลเปรม กลุ่มปฎิบัติการเพื่อสิทธิคนจน
5. นางสาวพรพิมล สันทัดอนุวัตร
6. นายวรรณเกียรติ ชูสุวรรณ
7. นายพันศักดิ์ ศรีเทพ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการเยียวยาสถานการณ์ฉุกเฉิน
8. นางสาวศิริพร พรมวงศ์
9. นางสาวจารุวรรณ สาทาลัย
10. นางสาววลสุดา โพเย็น
11. นางสาวจิราพร หิรัญบูรณะ
12. นายรัชพงษ์ โอชาพงศ์
13. นายสันติ โชคชัยชำนาญกิจ
14. นางสาวพัชรี อังกูรทัศนียรัตน์
15. นางสาววิรพา อังกูรทัศนียรัตน์
16. นางสาววัชรินทร์ สังขาระ
17. นางสาววนิดา สุรคาย
18. นางสาวอุลัยรัตน์ ชูด้วง
19. นางสาวพนิดา บุญเทพ
20. นายญัฐพงษ์ ภูแก้ว
21. นายอรรถพล บุญไพโรจน์
22. นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย
23. นางสาวปาริดา ปะการะโพธิ์
24. นางสาวสลิลทิพย์ ณ พัทลุง
25. นางสาวอรุณวนา สนิกะวาที
26. นายสุพัดตรา ธานีวรรณ
27. นายสุวิทย์ นาดี
28. นายธิติ มีแต้ม
29. นายวิทยา แสงระวี
30. นายกิตติศักดิ์ จันทร์ใหม่
31. นายอรรถพร ขำมะโน
32. นายกิตติเดช บัวศรี
33. นายตะวัน พงศ์แพทธ์
34. นางสาวสุปราณี คันธะชัย
35. นางสาวปณิธิตา เกียรติ์สุขพิมล
36. นายธิกานต์ ศรีนารา
37. นายเจษฎา โชติกิจวิภาค
38. นายปราการ กลิ่นฟุ้ง
39. นายรอมฎอน ปันจอร์
40. นางสาวอัญญรัตน์ อ่อนสุทธิ
41. นายชล เจนประภาพันธ์
42. Edward Creed
43. นายชัยวัฒน์ ไชยจารุวณิช
44. นางภาวิณี ไชยจารุวณิช
45. นางสาวแก้วตา ธิมอิน
46. นางสาวสุธารี วรรณศิริ
47. นายอภิศักดิ์ สุขเกษม
48. นางสาวกิ่งกร นรินทรกุล
49. นางสาวอรชพร นิมิตกุลพร
50. นางสางสุลักษณ์ หลำอุบล
51. นางสาวขวัญระวี วังอุดม
52. นายติรัฐสรรพ์ ประมวลศิลป์
53. นางสาวนฤมล ทักชุมพล
54. นางสาวอธิษฐาน์ คงทรัพย์
55. นางสาวปาริชาด สุวรรณบุปผา
56. นางสาวแก้วตา เพชรรัตน์
57. นางสาวพรพิมพ์ แซ่ลิ้ม
58. นายสันติ ศรีมันตะ
59. นางสาวประไพ กระจ่างดี
60. นางสาวพัชรี พาบัว
61. นายสุรชาติ ไตรสูงเนิน
62. นายกิตติศักดิ์ สุจิตตารมย์
63. นายธัญสก พันสิทธิวรกุล
64. นายฮาเมอร์ ซาวาลา
65. กลุ่ม Anti Social Sanction
66. นายเรืองฤทธิ์ โพธิพล
67. นางสาวอุมาภรณ์ ตั้งเจริญบำรุงสุข
68. นายอภิสิทธ์ มีภาทัศน์
69. นายอาคม ตรีแก้ว
70. นายอนุวัฒน์ พรหมมา
71. นางสาวสุนิสา ปุ่มวงศ์
72. นางสาวปางทิพย์ มั่นธร
73. นางจิรพา มูลคำมี
74. นายซะการียา อมาตยา
75. นายมูฮัมหมัด ฮาลัสกาเหย็ม
76. นายภัทรดนัย จงเกื้อ
77. นางสาวปชาบดี พุ่มพวง
78. นายอุเชนทร์ เชียงแสน
79. นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง
80. นายประพนธ์ สิงห์แก้ว
81. นายชาติชาย ธรรมโม
82. นายอิทธิพล สีขาว
83. นายสมรักษ์ อุตห์จันดา
84. นางสาวสาวิตรี พูลสุขโข
85. นายเก่งกิจ กิตติเรียงลาภ
86. นายศิววงศ์ สุขทวี
87. นางสาวสายัณห์ ข้ามหนึ่ง
88. นางสาวศิวพร ปัญญา
89. นางสาววิลาวรรณ เพเดอร์เซ่น
90. นางสาวเพิ่มสุข อัมพรจรัส
91. นางสาววรรณรัตน์ อุนสวัสดิ์อาภา
92. นายกรชนก แสนประเสริฐ
93. Miss.Pornthip Weinhold
94. นายธีรพงษ์ เงินถม
95. นายจามร ศรเพชรนรินทร์
96. นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์
97. นายศิริโชค เลิศยโส
98. นายนิธิวัต วรรณศิริ
99. นายคมลักษณ์ ไชยยะ
100. นายไชยวัฒน์ ตระกาลรัตนสันติ
101. นายขจรศักดิ์ แกล้วการไร่
102. นางสาวปัททุมมา ผลเจริญ
103. นางสาวพัชณีย์ คำหนัก
104. รศ.สุชาย ตรีรัตน์
105. นายวัฒนา สุขวัจน์
106. นางสาวจิตรา คชเดช เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย

Saturday, June 26, 2010

กวีประชาไท:เพ็ญ ภัคตะ "กรุงเทพมหานรก"

ที่มา ประชาไท


กรุงเทพมหานรก สกปรกแสนอัปรีย์
เทพาคว้าเทพี กระเจิดหนีกระเจิงไหน

ผ่านฟ้าเหมือนพ้นฝัน ผ่านคืนวันวิเวกใจ
คอกวัวหรือคอกใคร ขังคนไว้ในขื่อคา

บ่อนไก่แท้บ่อนเหยี่ยว ขย้ำเขี้ยวขยุ้มฆ่า
สวนลุมสังหารา แสนแสบคร่าร่ำอาลัย

ล่ามโซ่ราชประสงค์ ราชดำรงด้วยเกียรติใด
ปรารภกี่ศพไซร้ ดำเนินไฉนไกลราษฎร

ขึงพืดวัดปทุม จีวรวิ่นสบงว่อน
เผายางแค่ย่างร้อน เมืองอมรพ่นหมอกควัน

ทวงคืนทุกพื้นที่ แผ่นดินนี้ของใครนั่น
ตึกทรุดกี่สิบชั้น วิมานสวรรค์ชนชั้นกลวง

ไพร่คือผ้าเช็ดเท้า ใต้ฝุ่นเถ้าเป็นตัวถ่วง
ปัดกวาดสะอาดสรวง ลับ ลวง พราง ก่อการร้าย

กรุงเทพมหานรก ยังปิดปกประโคมป้าย
เบิกฟ้าบังอบาย สาปให้หายจมธรณี!

เพ็ญ ภัคตะ
๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๓

จับ "บก.ลายจุด" ไป ตชด.คลอง 5 ปทุมธานีข้อหาฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ที่มา ประชาำไท


"สมบัติ บุญงามอนงค์" นำสมาชิกกลุ่มไปผูกผ้าแดงที่ป้ายสี่แยกราชประสงค์ ก่อนตำรวจคุมตัวไป สน.ลุมพินี ตามหมายจับของ ศอฉ. เดิม ฐานฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินกรณีชุมนุมที่ลาดพร้าว 71 ใต้ทางด่วนช่วง 19 พ.ค. ล่าสุดมีการคุมตัวไปกองบังคับการ ตชด.ภาค 1 ที่คลอง 5 ปทุมธานีรอ จนท.ศอฉ.สอบปากคำ ขณะที่มีประชาชนอีกกลุ่มนำสติ๊กเกอร์ค้าน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และสติ๊กเกอร์ข้อความ "เราเห็นคนตาย" ไประดมติดบริเวณทางเดินเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส

(แฟ้มภาพ) นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด

เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันนี้ (26 มิ.ย.) นายสมบัติ บุญงามอนงค์หรือ บก.ลายจุด นักกิจกรรม ได้นัดสมาชิกกลุ่มในเฟซบุคไปผูกผ้าสีแดง ที่ป้ายสี่แยกราชประสงค์ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งเวทีปราศรัยของแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระหว่างเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนถูกสลายการชุมนมุวันที่ 19 พ.ค.

ต่อมาเวลาประมาณ 17.30 น. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาพูดคุยกับนายสมบัติ และเชิญตัวไปสอบถามเพิ่มเติมที่ สน.ลุมพินี โดยขณะที่รายงานอยู่นี้ (18.00 น.) นายสมบัติยังอยู่ระหว่างการถูกสอบถามโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.ลุมพินี ขณะที่ภายนอก สน.ลุมพินี มีกลุ่มผู้สนับสนุน และเพื่อนของนายสมบัติมาให้กำลังใจจำนวนมาก

นอกจากนี้มีประชาชนอีกกลุ่มนำสำสติ๊กเกอร์รณรงค์ยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และสติ๊กเกอร์ที่มีข้อความ "เราเห็นคนตาย" หลายร้อยแผ่น มาติดบริเวณทางเดินเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม ถึงสถานีรถไฟฟ้าชิดลม และป้ายบริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ด้วย

โดย พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 กล่าวว่า ที่จับกุมนายสมบัติ เพราะนายสมบัติมีหมายจับของศาลเลขที่ 116/2553 ออกเมื่อ 21 พ.ค. ฐานฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังนายสมบัติจัดการชุมนุมที่บริเวณลาดพร้าว 71 เลียบทางด่วน ช่วงสลายการชุมนุม 19 พ.ค. เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นนายสมบัติปรากฏตัวในที่สาธารณะจึงจับกุมทันที

โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ไปนำนายสมบัติเดินทางไปยังกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 ต.คลอง 5 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อให้พนักงานสอบสวนของ ศอฉ. เดินทางมาสอบสวนนายสมบัติที่นั่น

นายสมบัติไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับผู้สื่อข่าว กล่าวเพียงแต่ว่ามาสี่แยกราชประสงค์เพื่อเตรียมรณรงค์กิจกรรม "วันอาทิตย์สีแดง" ที่จะจัดในวันพรุ่งนี้ (27 มิ.ย.) เนื่องจากเป็นผู้ริเริ่มกิจกรรมดังกล่าว จึงคิดว่าต้องมาเตรียมกิจกรรมเอง โดยก่อนถูกตำรวจควบคุมตัวไปที่กองบังึคับกรตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 นายสมบัติได้ตะโกนว่า "ทำวันอาทิตย์สีแดงต่อ"

สำหรับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ก่อนหน้านี้เคยถูกควบคุมตัวมาแล้ว โดยเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 50 ถูกตั้งข้อหาละเมิดกฎอัยการศึก หลังปราศรัยคัดค้านการรับรัฐธรรมนูญ 2550 ที่สถานีขนส่ง อ.เมือง จ.เชียงราย ก่อนถูกทหารจากจังหวัดทหารบกเชียงราย ค่ายเม็งรายมหาราชควบคุมตัวและสอบปากคำ ก่อนทหารยอมปล่อยตัวเช้าวันถัดมา