WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, June 28, 2010

อำนาจอำมหิตกับข้อสรุปประเทศไทย

ที่มา ประชาไท


ได้ข้อสรุปกันเสียทีว่าวิกฤตของประเทศวันนี้เป็นผลมาจากการรัฐประหารของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเมื่อ 19 กันยายน 2549
ข้อสรุปข้างต้นเป็นผลจากคำแถลงของนางเฮเลน คลาร์ค ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นดีพี) ที่กล่าวว่า“ความปั่นป่วนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งส่งผลให้เกิดสภาพไร้เสถียรภาพทางการเมืองต่อเนื่องมายาวนานกว่า 3 ปี”(มติชน พฤหัสบดีที่ 17 มิถุนายน 2553)
ที่สำคัญที่สุดที่ผมให้น้ำหนักกับคำพูดของนางเฮเลน คลาร์ค ซึ่งเคยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีประเทศนิวซีแลนด์นี้ก็เพราะไม่เคยมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือฝ่ายคณะรัฐประหาร และที่สำคัญและน่าเชื่อถือข้อสรุปนี้ที่สุดคือไม่มีคนในพรรคประชาธิปัตย์ แม้แต่คนเดียวออกมาโต้แย้งประเด็นนี้ รวมทั้งตัวนายกฯอภิสิทธิ์เอง ก็ออกมาให้สัมภาษณ์กล้อมแกล้มๆว่า “ก็คงมีส่วนเกี่ยวข้องกัน” (มติชน 18 มิถุนายน 2553)
ประเด็นปฐมเหตุของมหาวิกฤตของประเทศไทยวันนี้ได้ถกเถียงกันมานานตลอดระยะเวลา 3 ปีเศษ ซึ่งฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มพันธมิตร และเครือข่ายของคณะรัฐประหารฝ่ายหนึ่ง กับพรรคเพื่อไทย และกลุ่ม นปช. และเครือข่ายมวลชนเสื้อแดงอีกฝ่ายหนึ่ง ถกเถียงไม่ยอมรับกัน คล้ายๆ กับประเด็นทหารฆ่าประชาชนที่ผู้คนก็เห็นกันทั่วโลกไม่เฉพาะประเทศไทยว่าทหารยิงประชาชน แต่ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มพันธมิตร และเครือข่ายของคณะรัฐประหารก็เถียงคอเป็นเอ็นว่าทหารไม่ได้ฆ่าประชาชนตายแม้แต่คนเดียว และดูจะเสียงดังกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง เพราะเป็นฝ่ายกุมอำนาจรัฐ กุมสื่อ และที่สำคัญคือ อยู่ในอ้อมกอดของอำนาจอำมหิต(ขอใช้สำนวน อ.นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ ในมติชน วันที่ 14 มิถุนายน 2553 เพื่อความปลอดภัย)
อำนาจอำมหิต เป็นใครผมก็ไม่รู้แต่คงไม่ใช่ พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะรัฐประหารแน่นอน เพราะได้หลุดจากอำนาจ ผบ.ทบ.ไปเป็นหัวหน้าพรรคมาตุภูมิที่มี ส.ส.อยู่ในมือแค่ 3 เสียง
หลังจากที่มีการสังหารประชาชนจากราชดำเนินถึงราชประสงค์ ประชาชนเสียชีวิตและสาบสูญนับ 100 คน บาดเจ็บร่วม 2 พันคน รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง กลับอยู่ได้อย่างไม่สะทกสะท้านก็ไม่รู้ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับอำนาจอำมหิตหรือไม่?
รัฐบาลนายอภิสิทธิ์รู้อยู่แก่ใจดีว่าโลกนี้เขายอมรับการสั่งให้ทหารฆ่าประชาชนอย่างเลือดเย็นเช่นนี้ไม่ได้ แต่นายอภิสิทธิ์กลับพยายามเบี่ยงเบนทั้งในสภาและนอกสภาที่จะไม่พูดถึงเรื่องคนตาย แต่พยายามจะพูดถึงเรื่องความปรองดอง การปฏิรูปประเทศ และการแก้รัฐธรรมนูญปี 2550 แทน ทั้งๆที่พรรคประชาธิปัตย์อยู่ในอำนาจมาปีกว่าแล้วไม่เคยพูดหรือแสดงท่าทีว่ามีความมุ่งหมายในสิ่งเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย
พอมาดูแกนนำของคณะกรรมการชุดต่างๆก็ยิ่งชัดเจนว่าล้วนแล้วแต่เป็นคนใกล้ชิดกับคณะรัฐประหาร กลุ่มพันธมิตร และพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยร่วมหัวจมท้ายกันตั้งแต่สนับสนุนการรัฐประหาร โค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อ 19 กันยายน 2549 และร่วมกันโค่นล้มรัฐบาลนายสมัคร และนายสมชาย ถึงขั้นลงทุนยึดทำเนียบรัฐบาล และยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง ซึ่งโด่งดังไปทั้งโลก
ตลอดระยะเวลาวิกฤต 3 ปีกว่ามานี้ ผู้คนในคณะกรรมการต่างๆที่คุณอภิสิทธิ์อวดอ้างว่าเป็นกลางก็ทำตัวเป็นคนหูหนวกตาบอดโดยไม่เคยออกมาตำหนิการกระทำผิดของพวกเสื้อเหลืองที่กระทำผิดขั้นอุกฤษแม้แต่ครั้งเดียว
กรรมการที่แกล้งทำตัวเป็นคนหูหนวกตาบอดที่กล่าวถึง อาทิเช่น นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์,นายสมคิด เลิศไพฑูรย์,นายจรัส สุวรรณมาลา, นายเจษฏ์ โทนะวณิก เป็นต้น
ส่วนแกนนำคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยดูจะเป็นบอร์ดใหญ่สุดในบรรดาบอร์ดทั้งหมดที่ตาบอดที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน,นายแพทย์ประเวศ วะสี และนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ซึ่งถือเป็นมวยรุ่นใหญ่ก็เป็นผู้อยู่ในเครือข่ายการรัฐประหารเมื่อ 19 กันยายน 2549 เช่นนายไพบูลย์ได้เข้ารับตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีของคณะรัฐประหารเมื่อ 19 กันยายน ส่วนนายอานันท์ก็เป็นอดีตนายกฯในคณะรัฐประหารของ รสช.ที่มีส่วนในการฆ่าประชาชนในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ในปี 2535 แม้นายอานันท์กลับมาเป็นนายกฯอีกรอบหนึ่ง หลังเกิดเหตุการณ์สังหารประชาชนแล้วนายอานันท์ก็ไม่มีผลงานที่จะกล่าวอ้างได้ถึงการให้ความเป็นธรรมแค่ประชาชนที่เสียชีวิตจากการเรียกร้องหาประชาธิปไตยด้วย 2 มือเปล่าเลย ส่วน นพ.ประเวส วะสี แม้จะไม่เคยดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีของคณะรัฐประหาร แต่บทบาทคุณหมอท่านนี้ก็ไม่เคยแสดงท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการรัฐประหาร และการสังหารประชาชนทั้งในอดีตและในปัจจุบันเลย ดูเหมือนว่าทำตัวเป็นคนความจำเสื่อมโดยเฉพาะการทำลายประชาธิปไตยและการสังหารประชาชน
ที่ร้ายไปกว่านั้นนายอานันท์และนพ.ประเวศได้กล่าวอ้างอย่างเต็มปากเต็มคำว่าท่านได้รับเลือกมาจากภาคประชาชน
ผมเป็นเด็กกว่าท่านทั้งสองนี้มาก และมิกล้าที่จะเอาคุณธรรมในตัวเองไปเทียบกับท่านได้ แต่ผมอายแทนท่านจริงๆ ที่ท่านกล่าวอ้างเป็นตัวแทนประชาชนอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจกับภูมิหลังของท่านที่เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย และไม่เคยตำหนิผู้สั่งการสังหารประชาชนที่เรียกร้องประชาธิปไตย
เมื่อข้อสรุปของนางเฮเลน คลาร์ค ผอ.โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติที่ว่าวิกฤตของไทยวันนี้มาจากการรัฐประหารเมื่อ 19 กันยายน 2549 จนมีผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศไทย ก็แสดงว่าบุคคลที่กล่าวถึงข้างต้นทั้งหมดที่เป็นแกนนำองค์กรสำคัญที่นายอภิสิทธิ์หวังว่าจะมาช่วยวิกฤตของชาติเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกับผู้ที่สร้างวิกฤตของชาติรวมทั้งตัวคุณอภิสิทธิ์ด้วยนั่นเอง
ผมจะสรุปว่านายอภิสิทธิ์ในฐานะผู้แต่งตั้งและบุคคลที่กล่าวถึงข้างต้นและพวกในฐานะผู้ถูกแต่งตั้ง เป็นผู้ใกล้ชิดกับพลเอกสนธิ และในวันนี้ยังมีบทบาททางการเมืองก็เพราะพลเอกสนธิก็น่าจะเป็นข้อสรุปที่ผิดอย่างยิ่ง
ถ้าเช่นนั้นบุคคลเหล่านี้เข้ามามีบทบาททางการเมืองได้เพราะใคร? จะอ้างชื่อนายอภิสิทธิ์ก็เป็นไปไม่ได้เพราะคุณอานันท์ก็อ้างหลายครั้งว่าผมไม่ใช่ตัวแทนรัฐบาล
ถ้าเช่นนั้นพวกเขามาจากอำนาจส่วนไหนกัน? เป็นเรื่องชวนคิดจริงๆ สำหรับสังคมไทย
จะโยนให้ว่ามาจากอ้อมกอดของอำนาจอำมหิตก็เกรงใจอาจารย์นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ เดี๋ยวจะหาว่าอ้างท่านเรื่อย
รู้แต่ก็พูดกันไม่สะดวกครับ

กวีประชาไท: ถ้าพี่ถูกจับ...ใส่เสื้อแดงไปเยี่ยมด้วยนะ

ที่มา ประชาไท


ถ้าพี่ถูกจับ...ใส่เสื้อแดงไปเยี่ยมด้วยนะ แล้ววาระ...นี้ก็เดินทางมาถึง

ท่ามกลางกระแสลมอึงคะนึง เสรีภาพพี่ถูกขึงตรึงโซ่ตรวน

แม้รู้ว่าจะปวดเจ็บและเหน็บหนาว กัดกลืนก้อนขื่นคาวร้าวลมหวน

อุดมการณ์พี่มั่นคงไม่เรรวน ดาวแสงนวลไม่ได้เห็นไม่เป็นไร

ขอหยัดยืนขึ้นท้าท้องฟ้ามืด จันทร์แสงจืดชืดชาลาลับหาย

อยู่ที่นั่นนอนหลับบ้าง...นะพี่ชาย ฟูกแข็งไหมไหนผ้าห่มกันลมแรง

บนดินแดนที่แร้นแค้นเสรีภาพ คนเปื้อนบาปซ่อนกายในคราบแฝง

คุกคือที่ขังคนกล้ามิเปลี่ยนแปลง รู้ว่าพี่เข้มแข็งแกร่งเพียงพอ

แล้วจะใส่เสื้อแดงไปเยี่ยมนะ เสรีภาพอาจไม่ได้มา...ด้วยร้องขอ

แต่อย่างไรผองเราจะเฝ้ารอ ให้ บก. กลับมา... “อาทิตย์สีแดง”

ทีม Voice of Taksin เตรียมวางแผงนิตยสารใหม่ Red Power 3 ก.ค.นี้

ที่มา ประชาไท


27 มิ.ย.53 นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตยและแนวร่วมกลุ่มคนเสื้อแดง แถลงเปิดตัวนิตยสารฉบับใหม่ ในชื่อ Red Power ซึ่งเป็นหัวหนังสือที่ได้จดทะเบียนไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เดือน ต.ค.52 หลังจากก่อนหน้านี้ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)มีคำสั่งห้ามจำหน่ายและเผยแพร่นิตยสาร Voice of Taksin โดยจะใช้ทีมงานเดิมและมีกำหนดวางแผงจำหน่ายทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.นี้
ส่วนการห้ามเผยแพร่และจำหน่ายนิตยสาร Voice of Taksin รวมทั้งการสั่งห้ามทำธุรกรรมทางการเงินของนายสุธรรม แสงประทุมและตนเองนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่เป็นการกลั่นแกล้ง การคุกคามเสรีภาพสื่อมวลชนเป็นการเลือกปฎิบัตินำมาสู่ความเสียหายทั้งในด้านการประกอบอาชีพและการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตจะได้แต่งตั้งนายสุวิทย์ ทองนวลทนายความที่ปรึกษาทางกฎหมายให้รวบรวมข้อกฎหมายและพยานหลักฐานยื่นฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากรัฐบาลโดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 10 กรกฎาคม 53 เนื่องจากเห็นว่าเป็นการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเกินขอบหน้าที่และความจำเป็นเป็นการลุแก่อำนาจการเมืองที่เป็นอันตรายต่อสังคมไทย

เปิดตัวนิตยสาร Red Power
คืนพื้นที่ประชาธิปไตยคืนความสงบและเสรีภาพให้กับคนไทยทุกคน
จากการที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ห้ามจำหน่ายจ่ายแจก เผยแพร่นิตยสาร Voice of Taksin/ Thai Red News และความจริงวันนี้ รวมทั้งปิดวิทยุชุมชนโทรทัศน์ดาวเทียม ปิดเว็บไซต์ ถือเป็นการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารของประชาชนเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น สิทธิการติดต่อสื่อสารการประกอบอาชีพตามรัฐธรรมนูญ และละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงขัดต่อหลักปฎิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ทำให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่ป่าเถื่อนล้าหลัง เข้าสู่ยุคมืดแห่งความเป็นเผด็จการอันจะนำมาซึ่งความขัดแย้งแตกแยกที่รุนแรงในสังคมไทย
การป่าวประกาศแผนการปรองดองและการปฎิรูปประเทศไทยจึงเป็นเพียงกลลวงของรัฐบาลที่จะอยู่ในอำนาจการเมืองต่อไปโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตยดังนั้นการปรองดองและการปฎิรูปที่แท้จริงไม่อาจเกิดขึ้นได้ภายใต้บรรยากาศที่น่าสะพรึงกลัวของการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และความเป็นเผด็จการ การปรองดองและการปฎิรูปประเทศไทยไม่อาจสร้างขึ้นมาได้ภายใต้สภาพการกดขี่และความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชนและการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ สื่อสารมวลชนการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น และการสื่อสารของประชาชน
ดังนั้นเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า สังคมไทยยังมีความเป็นธรรมหลงเหลืออยู่ยังมีความหวังต่อการสร้างการปรองดองและการปฎิรูปประเทศไทยที่แท้จริงขึ้นมาได้อีกทั้งยังเป็นการแสดงออกซึ่งสิทธิเสรีภาพตามครรลองประชาธิปไตยคลี่คลายความขัดแย้งในสังคมไทย ลดอุณหภูมิการเมือง ร่วมมือกันเสนอทางออกของสังคมไทยคณะผู้จัดทำนิตยสาร Voice of Taksin ด้วยความปรารถนาดีต่อประเทศชาติและประชาชนจึงได้ร่วมกันจัดทำนิตยสารรายปักษ์ Red Power โดยมีเป้าหมายสร้างความเป็นธรรมในสังคม เป็นปากเสียงให้กับผู้ยากไร้ผู้ถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบให้ความรู้และสร้างจิตสำนึกประชาธิปไตยและการเปลี่ยนผ่านสังคมอย่างสันติโดยมีทีมงานนักเขียนเดิมของVoice of Taksin อาทิเช่น นายทหารเอกกรุงธน จิตรพลจันทร์ เม้ง สาธร ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ สมยศ พฤกษภาเกษมสุข ดร.พิชิตลิขิตกิจสมบูรณ์ ตลอดจนปรับรูป-เนื้อหาโฉมใหม่ โดยมีนักเขียน นักข่าว นักวิชาการจากเครือข่ายทางสังคมที่ก้าวหน้า ทั้งจากภาคการเมือง ภาคประชาสังคม-พลเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในราคาเล่มละ40.00 บาทกำหนดการวางแผงจำหน่ายตามร้านหนังสือทุกจังหวัดตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2553 เป็นต้นไป
ส่วนการห้ามเผยแพร่และจำหน่ายนิตยสาร Voice of Taksin รวมทั้งการสั่งห้ามทำธุรกรรมทางการเงินของนายสุธรรม แสงประทุมและนายสมยศพฤกษาเกษมสุข ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่เป็นการกลั่นแกล้งการคุกคามเสรีภาพสื่อมวลชน เป็นการเลือกปฎิบัตินำมาสู่ความเสียหายทั้งในด้านการประกอบอาชีพและการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตจะได้แต่งตั้งนายสุวิทย์ ทองนวลทนายความที่ปรึกษาทางกฎหมายให้รวบรวมข้อกฎหมายและพยานหลักฐานยื่นฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากรัฐบาลโดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 10 กรกฎาคม 53เนื่องจากพ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นกฎหมายนักเลงโต มีขอบเขตเหวี่ยงแหที่ขัดต่อหลักสิทธิเสรีภาพของพลเมืองเป็นการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเกินขอบหน้าที่และความจำเป็นเป็นการลุแก่อำนาจการเมืองที่เป็นอันตรายต่อสังคมไทย
ขอเรียกร้องต่อองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน ผู้ปฎิบัติงานด้านสื่อมวลชน นักวิชาการนักสิทธิมนุษยชน นักการเมือง ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ร่วมกันตรวจสอบการขยายเวลาการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลอภิสิทธิ์ว่าจะเป็นการฉวยโอกาสการใช้อำนาจที่ฉ้อฉลปราบปรามประชาชนหรือไม่เพื่อร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยุติการคุกคามสื่อสารมวลชนคืนความสงบและเสรีภาพสู่สังคมไทย คืนพื้นที่ประชาธิปไตยให้กับทุกคน
ขอให้พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยได้ร่วมกันสร้างนิตยสาร Red Power ให้เป็นสื่อมวลชนประชาธิปไตยที่แท้จริงสำหรับคนทุกชนชั้นในสังคม ด้วยการร่วมลงทุนร่วมกันจำหน่าย เผยแพร่ ร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมคิด ร่วมเขียนนำเสนอทางออกที่ดีให้กับสังคมไทย ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของ Red Power