WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, June 29, 2010

แพ้ขาดก็หมดข้อแก้ตัว

ที่มา ไทยรัฐ

ก่อแก้ว - จตุพร

ยิ่งใกล้กำหนดที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จะชงเรื่องเสนอให้ยืดเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดวันที่ 6 กรกฎาคม

ในฉากที่ควันหลง "ซาเล้งบอมบ์" ข้างที่ทำการพรรคภูมิใจไทยยังตลบอบอวล

ล่าสุดนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ทำหน้าที่โฆษกรัฐบาล ตีปี๊บประโคมข่าวเองเลยว่า นอกจากที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคการเมืองใหม่ จะตกเป็นเป้าหมาย

จากการข่าวทำให้ต้องเฝ้าระวังศูนย์ราชการ ศูนย์กลางคมนาคม องค์กรตุลาการ นิติบัญญัติ รวมไปถึงสถานที่สำคัญๆของประเทศ รวมไปถึงพรรคการเมืองอื่นด้วย

บรรยากาศระทึกขวัญซะขนาดนี้

โดยความจำเป็นอย่าว่าแต่แค่ 1-2 เดือนเลย รัฐบาลประชาธิปัตย์จะยื้อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน "กระชับพื้นที่" ฝ่ายต่อต้าน ลากไปจนครบเทอมสภาผู้แทนราษฎรในปลายปีหน้า

ก็ไม่ใช่เรื่องเหนือการคาดหมายแต่อย่างใด

บนพื้นฐานความคิดที่สะท้อนผ่าน "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง การันตีเอง การคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน "สุจริตชนไม่ได้เดือดร้อน"

อีกนัย คนที่เดือดร้อนก็ไม่ใช่พวกสุจริตชน

และก็เป็นอะไรที่เห็นๆกัน ในสถานการณ์ที่ต้องดิ้นรนต่อสู้มากกว่าคนของพรรคการเมืองอื่น หลังเสร็จสิ้นคิวยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 6

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ต้องเปิดปราศรัยย่อยขอคะแนนกับชาวบ้านแทนนายก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ที่ถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวขึ้นรถกรงขังกลับเรือนจำทันที

ได้คิวแค่หาเสียงผ่านคุก

ต่างกับนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกเชิญให้ขึ้นรถของตำรวจนครบาล 2 อารักขาออกจากสำนักงานเขตคลองสามวา ไปที่สาขาของพรรค เนื่องจากมีกลุ่มมวลชนของทั้งสองฝ่ายมารุมล้อม เจ้าหน้าที่เกรงไม่ปลอดภัย

คุ้มกันดุจไข่ในหิน

ต่างกันราวฟ้ากับดิน "ผู้ก่อการร้าย" กับ "ผู้ก่อการดี" แต่ "เทพเทือก" ก็ยังเขิน ไม่กล้าฟันธงว่า ประชาธิปัตย์จะชนะแน่นอน

กลัวโดนเพื่อนหาว่า ขี้คุย

จริงๆเลยน่าจะหวั่นกระแสตีกลับซะมากกว่า

ต้องไม่ลืมว่า อารมณ์คนไทยชอบเชียร์มวยรอง ในสถาน-การณ์ที่เห็นกันอยู่ว่า สภาพคนของพรรคเพื่อไทยโดน "ตีตรวน" ลงสนาม

ชนักปักหลังข้อหา "ผู้ก่อการร้าย" จำเลยสังคมชนชั้นกลางเมืองกรุง

กระแสติดลบ กระสุนติดล็อก

ขณะที่ประชาธิปัตย์เหนือกว่าหลายช่วงตัว โดยเฉพาะกับอิทธิฤทธิ์ดาบ พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ล็อกไว้ในกำมือ กระชับพื้นที่คู่ต่อสู้ให้อยู่ในเกมที่ตัวเองกำหนดได้

บล็อกธุรกรรมการเมือง ตัดท่อน้ำเลี้ยงเครือข่ายอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เอะอะก็อ้างสกัดเกมป่วนของกองทัพแดงไว้ก่อน

กระแสหนุนนำ พ่อยกแม่ยกเมืองกรุงเทใจให้พระเอกอย่าง "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ"

ไหนจะคิวเอื้ออาทรจากยี่ห้อการเมืองใหม่หลบทางให้ แถมยังขอให้แนวร่วมพันธมิตรฯ เทแต้มให้ผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ได้เปรียบทุกประตู ถ้าเป็นฟุตบอลก็ต่อขาดเป็นลูกขึ้นไป

ชนะแต้มทิ้งกันไม่ขาด ถือว่า ประชาธิปัตย์แพ้

และที่มากไปกว่านั้น ภายใต้เดิมพันที่มากกว่า 1 เสียงในเวทีเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เพิ่มตัวเลขที่นั่งในสภา คิวนี้เป็นการชิงกระแส ความชอบธรรมระหว่างฝ่ายเสื้อแดงที่โดนประทับคดี "ก่อการร้าย" กับรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่โดนข้อหา "สั่งฆ่าประชาชน"

อย่างน้อยก็ได้วัดดัชนีคนกรุงเทพฯในสนามที่ก้ำกึ่งระหว่างชนชั้นกลางกับคนรอบนอก

ไม่ใช่โซนแห่ตามกระแส

ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย ฝ่ายคนเสื้อแดง ตกเป็นรองขาด โดนฝ่ายถืออำนาจกระชับพื้นที่ความชอบธรรม บล็อกกระแสได้เกือบหมด

คิวนี้ได้โอกาสสู้ในพื้นที่ชานเมือง กู้กระแสในโซนแดงหนาแน่น

ถ้าเพื่อไทยแพ้ขาด ก็หมดข้อแก้ตัว.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

สวัสดิการรัฐ

ที่มา ไทยรัฐ


ความพยายามที่จะใช้ นโยบายประชานิยม ของรัฐบาลชุดนี้เป็นไม้ตายในการที่จะกลบกระแสคนตายจากการสลายการชุมนุมและเรียกคะแนนนิยมกลับคืนมาดูจะเป็นแนวทางเดียวกับรัฐสวัสดิการ อาทิ ให้ต่อระยะเวลาโครงการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากค่าน้ำค่าไฟ โครงการแจกที่ดินคนจน ดูจะมีอุปสรรคอยู่ตลอดเวลา แม้แต่การจะขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการทั้งทีก็ต้องมีเงื่อนไข เนื่องจากรัฐ เองก็ตกอยู่ในสภาวะขาดสภาพคล่องทางการเงินหรือใกล้ถังแตกเต็มที

ในระยะเวลาแค่ 1 ปีที่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ งบประมาณ ต้องใช้จ่ายไปอย่างฟุ่มเฟือย ส่วนจะถึงมือหรือเกิดประโยชน์กับชาวบ้าน หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง เปิดฉากมาก็แจกแหลก ในขณะดียวกันก็มีรายการ เขมือบแหลก เป็นคู่ขนานกันไปด้วย

โครงการทุจริตในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โผล่ขึ้นมา

เป็นดอกเห็ดแทบจะทุกกระทรวงก็ว่าได้ เอาเถอะเป็นธรรมชาติของนักการเมืองมืออาชีพอยู่แล้ว แต่ที่รับไม่ได้คือผลกระทบกับปากท้องของประชาชน ปล่อยให้สินค้าขึ้นราคากันตามใจชอบ แค่บรรดาสมาคมธุรกิจเออออห่อหมกด้วยหน่อยก็เรียบร้อย

ไข่แพงที่สุดกว่าทุกรัฐบาล พืชผักก็ราคาแพงแสนแพงช่วงหน้าแล้ง มะนาวใบละเกือบ 10 บาท เข้าตำรา ของแพงค่าแรงถูก ชาวบ้านจะหาข้าวสารกรอกหม้อไปวันๆแสนจะลำบาก

เรียนฟรีก็ไม่ฟรีสมชื่อ ชาวบ้านที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ที่มี ส.ส.เป็นรมต.ด้วยซ้ำ ส่งหลักฐานมาให้ดูว่า โรงเรียนประจำ อ.แม่สอด เรียกผู้ปกครองไปชี้แจงการรับมอบตัวนักเรียนเมื่อวันที่ 12-13 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีหมายเหตุกำกับตอนท้ายว่า ผู้ปกครองโปรดนำเงินมาชำระค่าบำรุงการศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จำนวน 1,200 บาทได้ที่ครูที่ปรึกษาประจำห้อง

เรื่อง สมาร์ทการ์ด ก็ไม่ใช่ย่อยจะตะลุมบอนกันอีท่าไหนระหว่าง มหาดไทยกับไอซีทีก็ไม่ทราบ แต่ชาวบ้านเดือดร้อนจากที่เคยทำปุ๊บได้ปั๊บ ตอนนี้ทำปุ๊บได้ใบเหลืองไปใช้ชั่วคราวประมาณ 3-4 เดือน แล้วใครเดือดร้อน คนที่เดือดร้อนก็คือชาวบ้านที่ถูกจับเป็นตัวประกันนี่แหละ

ไหนจะภัยแล้งที่ส่งผลกับชาวไร่ชาวนาเกษตรกรโดยตรง ปัญหาโยงใยไปสู่ภาคแรงงาน ที่เข้ามากระจุกตัวในเมืองใหญ่ๆ เสร็จแล้วปัญหาอาชญากรรมยาบ้ายาเสพติดตามมาอีกมากมาย

ถามว่ารัฐบาลคิดถึงเรื่องเหล่านี้บ้างไหม หรือนั่งคิดกันแต่ว่าใครจะได้เป็น รมต. รัฐบาลจะอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องกำจัดคู่แข่งอย่างไร จะหาผลประโยชน์กันอย่างไร
ต้องสร้างภาพแหกตาชาวบ้านอย่างไร

การที่ผลโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนถึงผลงานรัฐบาล สอบตกทุกวิชา จึงไม่ใช่เรื่องที่เกินความจริง คิดแต่จะสร้างสวัสดิการให้กับตัวเองโดยลืมนึกถึงสวัสดิการของประชาชน ว้าเหว่.

หมัดเหล็ก

การ์ตูน เซีย 29/06/53

ที่มา ไทยรัฐ

การ์ตูน เซีย 29/06/53

มูลเหตุการปฏิวัติฝรั่งเศสจุดควรคำนึงการปฏิรูปประเทศไทย

ที่มา โลกวันนี้


โต๊ะกลมระดมความคิด
จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
ปีที่ 11 ฉบับที่ 2829 ประจำวัน อังคาร ที่ 29 มิถุนายน 2010
โดย นารายณ์ พรหมพิษณุ

ไหนๆรัฐบาลก็ได้ตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาตั้ง 2 ชุด เพื่อทำหน้าที่ปฏิรูปประเทศไทย เป็นชุดของนายอานันท์ ปันยารชุน และ นพ.ประเวศ วะสี...จะเสนอแนวคิดอะไรให้บ้างคงไม่เสียหาย?

การจะปฏิรูปประเทศนั้นอยู่ดีๆไม่ใช่จะปฏิรูปกันแบบสุ่มสี่สุ่มห้าได้ที่ไหน จำเป็นต้องตั้งต้นจาก “เหตุของปัญหา” ตรงนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่มาก เนื่องจากถ้าไม่เข้าใจโจทย์ต่างๆเสียแล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปควานหาคำตอบหรือแก้โจทย์ได้อย่างไร?

เราลองมาย้อนมองมูลเหตุของประเทศฝรั่งเศสระหว่าง พ.ศ. 2332-2342 ตอนนั้นเกิดการปฏิวัติฝรั่งเศส เป็นช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ยุโรปซึ่งมีความสำคัญมาก เป็นรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 กับพระราชินีมารี อังตัวเนต...แน่นอนว่าจู่ๆนั้นก็มิใช่จะมีการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงระบอบเกิดขึ้นมาอย่างลอยๆ มันมีจุดหักเหและมูลเหตุที่เกี่ยวเนื่องทั้งสิ้น เป็นเรื่องน่าสนใจศึกษา อย่างน้อยที่สุดคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยอาจจะเฉลียวใจทำการศึกษา หาความคล้ายและความต่าง จับเอามูลเหตุเหล่านั้นมาเป็นแนวทางเทียบเคียง มีโอกาสกลายเป็นแว่นขยายเพื่อส่องดูสังคมไทย มองเห็นต้นตอของปัญหาซึ่งมีความจำเป็นตามลำดับขั้นเร่งด่วนเพื่อมุ่งเข้าปฏิรูป จะได้เกาอย่างถูกที่คัน?

สำหรับฝรั่งเศสนั้นมีมูลเหตุที่สะสมตัวและเกิดขึ้นหมักหมมมายาวนาน กลายเป็นปัญหาที่ฝังตัวลึกในสังคม...ปัญหาเรื้อรังดังกล่าวเห็นจะได้แก่ การแบ่งแยกทางฐานันดรภายในสังคมฝรั่งเศส แบ่งเป็นฐานันดรขุนนาง ฐานันดรนักบวช ซึ่งแต่ละฐานันดรก็ยังมีลำดับชั้นให้เป็นปัญหาอยู่ไม่น้อย...คนส่วนที่เหลือของประเทศจำนวนกว่า 95% เป็นพวกฐานันดรที่สาม...นี่จึงเป็นปัญหาของความเหลื่อมล้ำ พวกสองฐานันดรแรกซึ่งมีเพียงหยิบมือเดียวกลับเป็นฝ่ายถือครองที่ดินส่วนใหญ่...

ความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นจึงเป็นปัญหาเรื่องจริงของฝรั่งเศสที่ฝังตัวเอาไว้เป็นพื้นฐาน ย้อนเปรียบเทียบกับสังคมไทยสำหรับประเด็นของไพร่-อำมาตย์ น่าจะเป็นเรื่องที่คุณอานันท์ ปันยารชุน ไม่ควรใจร้อน ลองพิจารณาตรงนี้ในฐานะที่เป็นปัญหาประการหนึ่ง มันจะมีจริงมากน้อยแค่ไหนก็น่าไตร่ตรองหากคิดจะปฏิรูปประเทศเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำในทางสังคม ซึ่งก็ดูเหมือนเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการอิสระชุดนี้อยู่แล้ว?

สิ่งสำคัญประการต่อมาที่ฝรั่งเศสประสบอยู่ในขณะนั้นเห็นจะได้แก่ ปัญหาที่จะจัดการบริหารประเทศ เพราะระบบบริหารประเทศของฝรั่งเศสมีการใช้ระบบกฎหมายที่ยุ่งเหยิง เช่น ดินแดนทางเหนือใช้กฎหมายจารีตประเพณีแบบอังกฤษ ดินแดนทางใต้ใช้กฎหมายแบบโรมัน มีการยกเว้นไม่เก็บภาษีพวกฐานันดรชั้นสูง เป็นระบบจัดเก็บภาษีไม่เป็นธรรม...

นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ไม่ทราบจะจัดให้เป็นระบบสองมาตรฐานได้หรือไม่? ย้อนมองเมืองไทยเรา สำหรับการพิจารณาปฏิรูปประเทศเห็นจะละข้ามไม่ได้ที่จะต้องแก้ไขหรือปฏิรูปครั้งใหญ่เกี่ยวกับระบบยุติธรรม เพราะปัจจัยตรงนี้ถือเป็นอิทธิพลที่สร้างความไม่พอใจให้เกิดขึ้นกับผู้คนในสังคม หมิ่นเหม่ที่จะถูกผลักดันให้กลายเป็นเงื่อนไขประการหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ซึ่งคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปประเทศไทยไม่ควรมองข้าม?

ยังมีอีกปัจจัยสำหรับการเป็นมูลเหตุที่ส่งผลให้เกิดการปฏิวัติของฝรั่งเศส เป็นแรงผลักดันจากความสำเร็จของประชาชนชาวอเมริกันจากการปฏิวัติอเมริกานั่นเอง ฝรั่งเศสก็เข้าช่วยอเมริกาในการปฏิวัติครั้งนั้น ทั้งนี้ เพื่อประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ ส่งทหารเข้าร่วมรบ...ซึ่งเข้าใจได้ว่ามีการซึมซับแนวความคิดและก่อให้เกิดความกระหายต่ออิสรภาพ ยังมีอิทธิพลของนักคิดจำนวนไม่น้อยที่เกิดขึ้น ทั้งหมดนั้นจึงหลอมรวมและสร้างความเป็นไปได้ที่นำไปสู่การปฏิวัติของฝรั่งเศสในเวลาต่อมา...

ปัจจัยตรงนี้อาจเทียบเคียงได้กับกระแสของโลกโลกาภิวัตน์ที่แผ่ปกคลุมไปทั่ว แม้จะมีข้อดีข้อเสีย เป็นจุดอ่อนและจุดแข็ง แต่ภาพรวมแล้วเป็นกระแสของการเปิดออกเชื่อมโยงสู่ภายนอก ซึ่งตรงกันข้ามกับกระแสหรือแนวคิดที่จะปิดประเทศปิดสังคม ตรงนี้ยังเป็นคำถามที่คณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปประเทศไทยจะต้องเข้าใจเป็นเบื้องต้น...เรายังอาจมองเรื่องเหล่านี้ไปเป็นเรื่องเดียวกับการเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรม สำหรับสังคมไทยจึงเป็นปัญหาเกี่ยวกับประกายความคิด วิธีคิดที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับเรื่องอิสรภาพและเสรีภาพ สรุปชัดเจนคือเป็นปัญหาของแนวคิดในทางประชาธิปไตยที่แตกต่างกัน เป็นปัญหาใหญ่ที่อาจตอบคำถามปัญหาทั้งหมดได้?

อีกสิ่งสำคัญที่คิดว่าเราคงมองข้ามกัน ได้แก่ มูลเหตุที่เกิดขึ้นมาอย่างฉับพลันทันด่วน ในฝรั่งเศสยุคนั้นเป็นเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนไม่พอใจการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แล้วลุกลามส่งผลไปอย่างคาดไม่ถึง...คณะกรรมการปฏิรูปประเทศก็ลองพิจารณาให้ดีว่าอะไรกันที่อาจเกิดเป็นปัญหาอย่างฉับพลันทันด่วนของประเทศไทย...ดูให้ดี...ข้อนี้เป็นตัวชี้ขาดสุดท้าย?

ศักดิ์(สี)!

ที่มา โลกวันนี้


ฉุก(ละหุก)คิด
จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
ปีที่ 11 ฉบับที่ 2829 ประจำวัน อังคาร ที่ 29 มิถุนายน 2010
โดย นายหัวดี

บ้านเมืองยุคที่ “อำนาจ” เป็นใหญ่ ทำให้นึกถึงสโลแกน “กูทำอะไรก็ผิดหมด มึงทำอะไรก็ถูกหมด”

แต่จะใช้ได้กับบ้านเมืองขณะนี้หรือไม่นั้นต้องให้เจ้าของประเทศเป็นผู้ตอบเอง เพราะตามหลักประชาธิปไตย ไม่ว่าจะยากดีมีจน เป็นไพร่ นายทุน หรืออำมาตย์ ทุกคนถือเป็นเจ้าของประเทศและมีสิทธิเท่าเทียมกัน

เวลาใช้สิทธิเลือกตั้ง หนึ่งคนจึงมีหนึ่งเสียงเท่ากัน

ถ้าใครอุตริใช้มากกว่าหนึ่งเสียงเขาเรียกว่า “ผี”!

แต่การเลือกตั้งซ่อมเขต 6 กทม. ที่ “ก่อแก้ว พิกุลทอง” ต้อง “ชกข้ามคุก” นั้นไม่ใช่แค่เรื่องของ “ศักดิ์ศรี” และเรื่องของ “สี” เท่านั้น

เพราะเดิมพันยังเกี่ยวโยงโดยตรงถึงอนาคตของ “หล่อหลักลอย” และ “เทพอมสาก” ที่มี “คุก” รออยู่เช่นกัน

แม้แต่ “แป๊ะลิ้ม” ที่ไม่พอใจ “หล่อหลักลอย” และ “เทพอมสาก” ยังต้องกลืนน้ำลายตัวเอง บีบให้ “เสธ.อู๊ด” ต้องถอนตัวเพื่อจะได้รุมถล่ม “ก่อแก้ว” ได้แบบเต็มๆ

เรื่องการหาเสียงจะผิดกฎหมาย ผิดกติกาหรือไม่นั้นเลิกพูด เพราะ “หล่อหลักลอย” มี “ดาบอาญาสิทธิ์” ที่ “ศูนย์อับเฉา” พร้อมจะรับใช้ “ฟันใคร” ก็ได้

โดยเฉพาะข้อหา “ปลุกระดมให้คนเกลียดชัง” แค่อ้าปากก็ผิดแล้ว เพราะการหาเสียงไม่โจมตีความล้มเหลวหรือความชั่วของฝ่ายตรงข้ามก็กลายเป็น “ตอแหลวาที”

ถ้าเลือกตั้งใหญ่ทุกพรรคต้องชูนโยบายบริหารบ้านเมือง แต่เลือกตั้งซ่อมแค่เขตเดียวจะชูนโยบายอะไร แถมคู่แข่งขันยังนอนอยู่ในคุกอีก

แต่การเลือกตั้งครั้งนี้จุดเดือดไม่ได้อยู่ที่ตัวผู้สมัคร แต่อยู่ที่ทีมหาเสียง ซึ่งจะตั้งเวทีแบบมันหยดและท้าทายอำนาจ “ศูนย์อับเฉา” จะงัดข้อกล่าวหาอะไรมาเล่นงาน?

เพราะบ้านเมืองวันนี้ไม่มีคำว่า “ประชาธิปไตย” มีแต่คำว่า “เผด็จการ”!

หลังจาก “กระชับพื้นที่” จน “ไพร่ไม่มีเส้น” ตายไปเกือบ 100 ศพแล้วต้อง “กระชับการเมือง” ต่อ เพราะบ้านเมืองเป็น “ของกูและพวกกู” ที่เป็นเครือข่ายกลุ่มอำมาตย์และกลุ่มทุนสามานย์

อย่าง “นิธิ เอียวศรีวงศ์” ให้ความหมาย “ความปรองดอง” ที่ “หล่อหลักลอย” เป็นปลื้มกับโฆษณาชวนเชื่อให้ “รักกัน” เป็นความรักแบบช่วงชั้นทางสังคมคือ “คนชั้นสูง” รักแบบเอ็นดู “คนชั้นต่ำ” ขณะที่ “คนชั้นต่ำ” ต้องรักแบบเคารพนบนอบต่อ “คนชั้นสูง”

สงคราม “ไพร่-อำมาตย์” จึงจะเป็นสงครามมหากาพย์ต่อไปอีกนาน เพราะกลุ่มอำมาตย์จะไม่ยอมเสียทั้งพื้นที่การเมือง และคืนพื้นที่ความเป็น “คน” ให้กับ “ไพร่” แน่นอน!

ทนายยื่นศาลขอนำ"ก่อแก้ว"ไปเปิดบัญชี

ที่มา โลกวันนี้


นายคารม พลทะกลาง ทนายความของนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช.เข้ายื่นคำร้องต่อศาลอาญา ขอให้มีคำสั่งอนุญาตให้นายก่อแก้ว ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อไปเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ สาขาราชวัตร เพื่อเป็นบัญชีค่าใช้จ่ายในการเลือก
ตั้ง หลังจากที่นายก่อแก้ว ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต 6 กรุงเทพฯ เมื่อวานนี้

พจมานโอ๊คให้ทนายแจงDSIปัดจ่ายเงินแดง

ที่มา โลกวันนี้

หลังจากที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ออกหมายเรียกให้ 5 บริษัท และ 3 บุคคล ที่มีธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย เข้าชี้แจงข้อมูล ต่อพนักงานสอบสวน ในวันนี้เวลา 09.00 น. ล่าสุด ยังไม่ปรากฏว่า มีบุคคลใด หรือ บริษัทใด เข้าชี้แจง

ทั้งนี้ มีรายงานว่า คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้มอบอำนาจให้ นายสมพร พงษ์สุวรรณ ทนายความเข้าชี้แจงธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ขณะที่ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย ได้มอบอำนาจนายสิทธิพร เรืองรัตน์ ทนายความเข้าชี้แจงแทนเช่นกัน ในวันนี้เวลา 10.30 น. หลังจาก ศอฉ. มีคำสั่งระงับการทำธุรกรรมทางการเงินดังกล่าว

ในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีรายงานว่าไม่สามารถมอบอำนาจให้ทนายความเข้าชี้แจงแทนได้ เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะที่ตกเป็นผู้ต้องหาของคดีหลายคดี จึงต้องเดินทางมาชี้แจงด้วยตนเอง

ที่มา โลกวันนี้

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า เมื่อช่วงคืนวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา นายธนพล แป้นศรี อดีตนายทหารและเข้ามาทำหน้าที่ดูแลความปลอดให้กับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่ม นปช.มาแต่ต้น หรือคุ้นเคยกันในชื่อเล่นว่า “น้ำหวาน” ได้ประสบอุบัติเหตุรถกระบะพุ่งชน ขณะขับขี่รถจักรยานต์ ที่คลอง 7 จ.ปทุมธานี ถูกนำส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิตช่วงเช้ามืดวันที่ 28 มิถุนายน ซึ่งแจ้งความไว้ที่ สภ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานีแล้ว เพราะไม่เชื่อว่าจะเป็นอุบัติเหตุธรรมดา แต่เป็นฆาตรกรรมอำพรางเหมือนกรณี “อ้วน บัวใหญ่” แกนนำนปช.สายนครราชสีมา

พรรคตกต่ำ แต่คนได้ดี!!

ที่มา บางกอกทูเดย์


พรรคตกต่ำ แต่คนได้ดี!!
เสียงกระชับ คำราม รอดไรฟัน มาจาก “นายหัวชวน หลีกภัย” ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เปล่งมธุรสวาจา พรรคเสื่อมสุดๆ แบบ ที่ไม่เคยมี??? เล่นเอา “เทพเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ผู้จัดการรัฐบาล หน้าแดงกร่ำ ควันออกหู..เพราะเป็นการตีวัวกระทบชิ่ง..เอาทุกสิ่ง ให้ “เทพเทือก” รับหมด ไงล่ะหนู ฟางเส้นสุดท้าย สำหรับความสัมพันธ์อันดีงาม ระหว่าง “เทพเจ้าภาคใต้” ชวนหลีกภัย กับ “เทพเทือก” ขาดสะบั้น ไม่มีทางต่อกันติด!!! ๒ ผู้ยิ่งใหญ่ชนกัน....บัลลังก์หนาวสะท้าน?...กลายเป็น “ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์”???
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

หนึ่งนั้นเป็น ‘ไอดอล’!!
เป็นครูทางการเมือง ที่ “นายกฯ มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เรียนกลยุทธ์ มาจาก “ชวน หลีกภัย” ทุกขั้นตอน?? อีกหนึ่งนั้นเล่า ก็เป็น “กระเป๋าพรรคประชาธิปัตย์”...ควักจ่ายมือมันส์ แม้แต่ขายสวนยาง “เทพเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ก็ทำเพื่อพรรคมาเรื่อย ๆ เมื่อเกิด “ขัดลำกล้อง”...ผิดพ้องข้องใจกัน “อภิสิทธิ์” ย่อมเหนื่อย เพราะฐานเสียง ภายในพรรคประชาธิปัตย์ รู้กันอยู่ว่า ทางหนึ่งเฮละโล สาระพาหนุน “นายหัวชวน”.. อีกทางก็โล้สำเภา เที่ยว “สุเทพ” ที่จัดสรรปันส่วนเก้าอี้ “รัฐมนตรี” ให้ทุกคนอย่างแฮปปี้!!! ที่ “อภิสิทธิ์” หวังนั่งตำแหน่งให้ครบเซ็ท...ทำท่าว่าจะเสร็จ?..โดนเด็ดปีก เร็วๆนี้??
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ไม่ใช่ ‘พระอิฐพระปูน’!!!
โดนอัดเสียน่วม ต่อหน้าแฟนพันธุ์แท้ ผู้มีสายเลือดความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ก็ทำให้ “เทพเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้จัดการรัฐบาล งอนเป็นช้อนหอย ไปเลยล่ะคุณ?? และทันทีที่ “เทพเจ้าภาคใต้” นายหัวชวน หลีกภัย นิราศเดินสะบัดก้น ออกจากที่ประชุมบรรยากาศ ก็ไม่สรวลเส “เทพเทือก” เริ่มออกอาการ...หุนหันเกกลับปลั๊พแหลก “บิ๊กชวน” เสียเต็มเกย์ เอ่ยปากกล่าวตำหนิ กับคนสนิทของ “นายหัวชวน” อย่างไม่ไว้หน้า เช่นกัน!!! ถ้าจะให้ดีนะ “ท่านเทพเทือก”...ถ้าคิดจะเชือดกระเดือก...ควรเลือกเวลาที่อยู่หน้า “นายหัวชวน” ดีกว่ามั้ยท่าน???
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

‘พระรอด’ สิ้นมนต์ขลัง!!!
รอดแล้ว รอดเล่า รอดซ้ำรอดซาก รอดตัว รอดการโดน “ยุบพรรค” มาได้ทุกครั้ง?? แต่ทว่า ในคดีใช้เงิน ๒๙ ล้าน ของคณะกรรมการเลือกตั้ง ที่ “อภิชาติ สุขัคคานนท์” ประธาน กกต. ให้การสนับสนุน“พรรคประชาธิปัตย์” ของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” คง รอดยาก หลักฐานชี้ชัด...ประชาธิปัตย์ถึงกาล จะต้องสิ้นซาก “นายกฯ มาร์ค” ต้องมาเหยียบเปลือกกล้วยล้มง่ายๆ ..ทั้งที่ “พรรคประชาธิปัตย์” เป็น “โคตรเซียนการเล่นเกมการเมือง” แต่คราวนี้ต้องพบจุดจบ เสียที!!! กิ้งกือที่มีร้อยขา...ยังเดินตกท่อไม่เป็นท่า?....แล้วมนุษย์ ๒ ขา จะรอดโชคชะตาไปตลอดได้ไงล่ะพี่???
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

สัมพันธ์ปึ๊ก แน่นปั๋ง กันมานาน!!
เป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่ใจ กันมาชั่วอายุคน แล้วล่ะท่าน?? ระหว่างความสัมพันธ์อันดีงาม แสนเลิศหรู ระหว่าง “สนธิ ลิ้มทองกุล” เบอร์หนึ่งแถวหน้ากลุ่มพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย กับ “คุณพี่ระลึก หลีกภัย” น้องชายร่วมสายโลหิต ของ “ท่านชวน หลีกภัย” อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นซี้เก่าซี้แก่...มิตรแท้ ซึ่งเรียนที่สหรัฐอเมริกา มาด้วยกัน หลายสิบปี ช่วงนี้ พักนี้ มีคนเห็น “คุณพี่ระลึก” เป็น “นินจาเต่า” ชะแว้ปไปพบกับ “สนธิ ลิ้มทองกุล” อยู่บ้อย..บ่อย ท่ามกลางบรรยากาศ ความขุ่นมัว ของ “สนธิ” ที่มีต่อ “นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่กินใจกันอยู่ไม่เบา!!!ไม่รู้ว่าเป็นการเดินสาย..ให้ “ซุเปอร์ชวน หลีกภัย”...กลับมาเป็นนายกฯ รอบใหม่ หรือเปล่า???
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ก่อแก้ว พิกุลทอง

ที่มา บางกอกทูเดย์


คล้ายๆ จะเรื่องเดียวกัน..เมื่อครั้งที่ “พันท้ายนรสิงห์” คลานเข้ามากอดขา “พระเจ้าเสือ” ขอให้ประหารชีวิตตนเองเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป ถึงฉากนี้แฟนละคร ช่อง 7 สี ร้องไห้กันระงม น้ำตาท่วมเมือง!! มิแตกต่างกัน..เมื่อ ศาลอนุญาติให้ “ก่อแก้ว พิกุลทอง”ออกจากคุก เพื่อมาสมัครรับเลือกตั้งซ่อมที่ เขต 6 ในสภาพของ “จำเลย” “กอแก้ว” รับบท “ไอ้สิน” เดินคอตกละห้อย เข้าที่ ประหาร เอ๊ย เข้าช่องสมัครแบบซึมกระทือ เมื่อภาพนี้ปรากฏออกมา “คนเสื้อแดง”ถึงกลับปล่อยโฮเหมือนใจจะขาด..นี่ขนาดไม่ได้ใส่

“ชุดนักโทษ”มาพร้อมกับตีตรวนตามบทที่เขียนไว้นะเนี่ย ทำเอา “คุณนายแดง” ทางช่อง 7 สี เห็นแล้วรีบระดมทีมงานด่วนทันที..ถ้าไม่ใช่เตรียมทำเรื่อง “พันท้าย 2” ก็ต้องเป็นเรื่อง “จำเลยรัก”ละวะ!! โอ!.. “ก่อแก้ว” จะตีบทแตกอะไรปานนั้น..เมื่อเดือนก่อนยังดุเดือดเลือดพล่านบนเวทีม็อบ..ตอนนี้ “หักมุม” เล่นละคร “ดราม่า”

เชียวเร๊อะ?? นิสัยคนไทยยังไงก็ต้องเชียร์ มวยรอง น้องเล็ก เจ๊กลากรถ ด้วยความขี้สงสารเห็นครั้งไรน้ำตาไหลเป็นเต่าถูกเผาทุกที ในขณะที่ “ประชาธิปัตย์” มาครบองคาพยพกองทัพยักษ์มีทั้ง บู๊ บุ๋น ตุ๋น ต้ม ครบเครื่องสมบูรณ์แบบในฐานะเป็น “บอลต่อ”!! ผู้สมัครได้รับการคัดสันจูจุ๊บมาอย่างดี พนิช วิกิตเศรษฐ์

อายุ 47 ปี รูปหล่อสุดๆ..เคยทำงานทั้งรองผู้ว่าฯ และ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศมาแล้ว โอ้โฮ!..นี่ “ชายกลาง” ทายาท “บ้านทรายทอง” นี่หว่า!! ในขณะที่ “ก่อแก้ว” เถลือกไถลไถกลิ้ง..ยังไม่สิ้นกลิ่นดินมาจาก ราชประสงค์..ถ้าเป็นราคาบอล ก็ไม่รู้จะต่อกันกี่ลูกควบกี่ลูกจึงจะสมน้ำสมเนื้อถึงพอสู้กันได้

ภาษิตจอมยุทธว่า ซู่ จง ซู เฉี่ยว เหยิน..แปลเป็นไทยว่า “ในความทุกข์ยาก ก่อให้เกิดคนเก่ง” ทุกข์ยากสาหัสขนาด “หลังชนฝา หน้าชนสไนเปอร์” มาก็แล้ว หากส่ง “ก่อแก้ว” แล้วยังเข็นไม่ขึ้น..ครั้งหน้าส่ง “ก่อพระเจดีย์ทราย” ลงชิงชัยยังไงก็ไม่มีแพ้!!

อดีตกับอนาคต

ที่มา บางกอกทูเดย์


ว่ากันว่า เราสามารถมองเห็นอนาคตได้จากอดีต...อนาคตกับอดีตนั้นจะคล้องจองไปด้วยกันไม่ต่างอะไรกับ ล้อเกวียนที่เวียนหมุนไปทับตีนโค นอกจากอดีตของตนเองแล้ว ยังมีตัวอย่างแห่งอดีตอีกมากมาย...ที่ทำให้มองเห็นอนาคตโดยไม่ต้องเข้าไปย่ำเหยียบ อย่าง ฟิลิปปินส์...ไม่มีใครไม่รู้จักเฟอร์ดินานด์ อี มาร์กอส...ถึงจะเป็นลูกครึ่ง...มีส่วนผสมของญี่ปุ่นจีนและชนเผ่า...อิโลคาโน...แต่เขาผู้นี้ปกครองฟิลิปปินส์อย่าง

ยาวนานกว่า 20 ปี...11 ปีแรก...เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง...ในฐานะผู้ชนะในการเลือกตั้ง...เฟอร์ดินานด์ มาร์คอส ได้ชื่อว่าเป็นผู้ชนะสิบทิศ...มาร์กอส...เรียนกฎหมายและเก่งเป็นที่ 1 ของประเทศ...ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาอาสาเข้าเป็นทหาร...จับอาวุธสู้รบกับญี่ปุ่น...ได้รับเหรียญกล้าหาญและเหรียญเชิดชูเกียรติ...

ด้วยต้นทุนทางสังคมอันสูงส่งเช่นนี้...มาร์กอสใช้เวลา 20 ปี...เดินทางจากเก้าอี้การเมืองตัวแรก...ถึงตำแหน่งประธานาธิบดี...อายุแค่ 48...เขาก้าวขึ้นมาปกครองประเทศ...มากมายไปด้วยเรื่องราวและความยุ่งเหยิง...แผ่นดินเกาะที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจและการเข่นฆ่าครั้งแล้วครั้งเล่า มาร์กอส...

สร้างความเจริญยิ่งใหญ่ให้กับฟิลิปปินส์...จะเป็นรองก็แต่ญี่ปุ่นเท่านั้น...ทว่า...ด้วยความคิดที่ว่า...ฟิลิปปินส์ขาดเขาไม่ได้...และใครก็ตามที่เป็นศัตรูกับเขา ใครคนนั้นต้องเป็นศัตรูกับฟิลิปปินส์...มาร์คอสประกาศกฎอัยการศึก...21 กันยายน 1972 นักโทษผู้ถูกจองจำในคดีฆ่า...ทหารกล้าในสงคราม...และประธานาธิบดี

ผู้ถืออัยการศึก...มาร์กอส กลายเป็น...ผู้ไร้เทียมทานแห่งฟิลิปปินส์...เขาคือผู้นำตลอดกาล...ในขณะที่ภริยาของเขา...อดีตนางงามฟิลิปปินส์...สถาปนาตนเองเป็น...ผีเสื้อเหล็กแห่งกรุงมนิลา...2 สามีภริยา...คือห่วงโซ่แห่งอำนาจชั้นบนสุด...ฟิลิปปินส์รุ่งโรจน์...9 ปี...ได้อาญาเหล็ก...ภาษีเกินดุลทุกปี...

การท่องเที่ยวเฟื่องฟูสุดขีด...มนิลากลายเป็นเมืองหลวงของเอเชียได้...ฯลฯ แต่...ประชาชนคือมหาสมุทร์ที่สุดหยั่งคาด...ฟิลิปปินส์โหยหาเสรีภาพไม่ใช่ดอลลาร์ในกระเป๋า...และนั่นสร้างวันอันแสนเศร้า...ให้กับ...จักรพรรดิ์มาร์กอส

พนิช-ก่อแก้ว แสวงหาความพ่ายแพ้?

ที่มา บางกอกทูเดย์



ปัญหาอยู่ที่ว่า ระหว่างประชาธิปัตย์ กับ เพื่อไทย... ระหว่างขั้วพันธมิตรฯ กับกลุ่มคนเสื้อแดงและระหว่างผลงานการ “ไล่ล่าแม้ว” กับ “คนรักแม้ว” ใครจะชนะ? ใครจะแพ้? หรือว่าใครจะแสวงหาความพ่ายแพ้?... 25 กรกฎาคมนี้รู้แน่นอน!! มวยถูกคู่ เยอรมัน ซัดกับ อังกฤษ ทำเอาโลกนอนไม่หลับ เพราะมีแฟนคลับด้วยกันทั้งคู่ ผลก็คือ เยอรมันถล่มอังกฤษไป 4 – 1... นั่นเป็นเกมฟุตบอลโลก แต่สำหรับเวทีการเมืองของไทย สนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 กทม. ศึกรอบนี้ก็ต้องถือว่าเป็น “มวยถูกคู่” ด้วยเช่นกัน เขต 6 เก้าอี้นี้

เดิมเป็นของพรรคประชาธิปัตย์ มีนายทิวา เงินยวง เป็นแชมป์เก่า เมื่อนายทิวาเสียชีวิต ครั้งนี้ประชาธิปัตย์ก็ย่อมจะต้องรักษาแชมป์เอาไว้สุดชีวิต ในขณะที่พรรคเพื่อไทย ก็ถือว่านี่เป็นสนามใหญ่สนามแรกที่จะพิสูจน์ศรัทธาประชาชน หลังจากที่เกิดเหตุการสลายการชุมนุมสี่แยกราชประสงค์ จนเกิดคำถามระงมทั้ง

ในประเทศและทั่วโลก กับจำนวนผู้เสียชีวิตซึ่งรัฐบาลยอมรับว่ามีกว่า 80 ศพ และบาดเจ็บอีกนับพันคน เป็นศึกอุ่นเครื่องก่อนการเลือกตั้งใหญ่ที่จะมาถึงในปีหน้า… ฉะนั้นศึกครั้งนี้ “เดิมพันสูง” ซึ่งน่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง เพราะพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจส่งนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ที่โด่งดังเอามากๆ ในการทำหน้าที่

ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไล่ตามล่าตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี... จับคู่กับนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการได้อย่างเหมาะเหม็ง งานนี้นายพนิช จึงถือเป็นตัวแทนของทั้งพรรคประชาธิปัตย์ และมีสายสัมพันธ์กับม็อบพันธมิตรฯ ฝ่ายสายใยของนายกษิต เข้ามาเป็นฐานสนับนุนด้วยเช่นกัน

ในขณะที่พรรคเพื่อไทย สุดท้ายตัดสินใจส่งนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำนปช. ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อรอการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์พฤษภาอำมหิต ซึ่งรัฐบาลถือว่ามีการกระทำผิด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ งานนี้ชัดเจนว่า นายก่อแก้วนอกจากเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อไทยลงสนามแล้ว

ก็ยังเป็นตัวแทนของกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยเช่นกัน แค่นายพนิชกับนายก่อแก้ว 2 คนเท่านั้น ศึกเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ก็ร้อนฉ่า ชนิดไม่จำเป็นต้องมีรายที่ 3 เข้ามาเสริมสีสันแต่อย่างใด ทำให้พรรคการเมืองใหม่ ซึ่งครั้งแรกมีข่าวจะส่งนายศรัญยู วงศ์กระจ่าง เป็นตัวแทนลงสนาม แต่คงรู้ว่าส่งไปก็ไลฟ์บอย เสียยี่ห้อ

พรรคเสียเปล่าๆ ก็เลยเปลี่ยนใจ โดยประกาศชัดว่าจะส่ง พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ มาทดสอบศรัทธาประชาชน โดยเฉพาะบรรดาพันธมิตรแฟนคลับทั้งหลาย ว่าจะช่วยสานฝันพรรคการเมืองใหม่สักแค่ไหน แต่เพราะนายพนิช ก็หวังคะแนนจากพันธมิตรแฟนคลับด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นหากลงทั้งคู่ก็มีหวังตัดคะแนน

กันเองป่นปี้ ทำให้เกิดกระแสเจรจาเกี่ยเซียะกันขึ้น ว่าสนามนี้เคยเป็นของประชาธิปัตย์มาก่อน เพราะฉะนั้นการเมืองไทยก็ควรจะถอยไป สุดท้ายการเมืองใหม่ยอมถอย พล.อ.กิตติศักดิ์ ยอมถอนตัวจริงๆ พร้อมกับมีชื่อปริศนา “ช” ออกมาว่าเป็นคนช่วยเจรจา งานเข้าไปที่นายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์เต็มๆ

เพราะนอกจากมีชื่อนำด้วยอักษร ช.ช้างแล้ว ยังเป็นผู้ใหญ่ที่มีบารมีทางการเมือง และอะไรไม่สำคัญเท่ากับว่า พล.อ.กิตติศักดิ์เคยเป็นนายทหารติดตามนายชวน สมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็เลยมีการโยงกันว่าน่าจะใช่ ยิ่ง พล.อ.กิตติศักดิ์ ออกมาพูดว่า ต้องการให้คนที่หยิบยกประเด็นนี้

หยุดพูด เพราะนักการเมืองอักษรย่อ ช.ช้าง เป็นคนดีมีคุณธรรมและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยบอกว่าที่ถอนตัวไม่ลงสมัคร เป็นเพราะคิดว่าได้ไม่คุ้มเสีย ที่สำคัญเป็นการถอนตัวก่อนวันรับสมัครเลือกตั้ง จึงไม่ถือว่าเสียหายอะไร เช่นกันกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ที่ออกมาช่วยยืนยันแก้ต่างว่า การถอนตัว ไม่ลงแข่งขันของพล.อ.กิตติศักดิ์ เป็นการตัดสินใจของแต่ละพรรค หากเป็นการฮั้วเหมือนอย่างที่กล่าวหากันจะต้องเป็นการสมยอมกัน ส่วนเรื่องที่ว่าผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ที่มีอักษรย่อ ช. ล็อบบี้ว่าที่ผู้สมัครจากก.ม.ม.ให้ถอนตัวนั้น เห็นอักษรย่อมาเยอะแล้ว ไม่เห็นจริงสักเรื่อง

แน่นอนว่าแม้จะพยายามเคลียร์กันเต็มที่ แต่ในช่วงแข่งขันดุเดือดทางการเมืองแบบนี้ใครมีข้อสังเกตุก็ย่อมจะต้องใส่กันไม่ยั้ง อย่างเรื่องฮั้วกันฝ่ายที่กล่าวหาก็อ้างว่ามีมูล เพราะการถอนตัวของ พล.อ.กิตติศักดิ์ หากเป็นคอการเมืองประเภทแฟนพันธุ์แท้ ก็ย่อมต้องรู้ว่า เป็นการถอนตัวหลังจากที่นายกรณ์ จาติกวณิช

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาพูดว่า ถ้าลงแบบนี้ก็ตัดคะแนนกันเอง!!! ดังนั้นมาถึงวินาทีนี้ ไม่มีการตัดคะแนนกันเองแล้ว ซัดกันตรงๆระหว่างนายพนิช กับนายก่อแก้ว ระหว่างเบอร์ 1 กับ เบอร์ 4 ส่วนอีก 3 เบอร์นั้นถูกมองว่าคงเป็นเพียงแค่ไม้ประดับเป็นสีสันเท่านั้น ความดุเดือดกันในการหาเสียง

ถูกมองว่าหนีไม่พ้นที่จะต้องมีการพูดถึงประเด็น “พฤษภาอำมหิต” แน่ เพราะฝ่ายหนึ่งต้องขอเว้นวรรคเรือนจำมาสมัคร มาหาเสียง แต่อีกฝ่ายไม่ได้รับผลกระทบจากพฤษภาอำมหิตเลยแม้แต่นิดเดียว แถมเมื่อต่างฝ่ายต่างแพ้ไม่ได้ การใช้ “ตัวช่วย” จึงมีสารพัด ... ทั้งสี ทั้งค่าย ทั้งใบเหลือง ไพ่ไฟ ฯลฯ ปัญหาอยู่ที่ว่า

ระหว่างประชาธิปัตย์ กับ เพื่อไทย... ระหว่างขั้วพันธมิตรฯ กับกลุ่มคนเสื้อแดง... และระหว่างผลงานการ “ไล่ล่าแม้ว” กับ “คนรักแม้ว” ใครจะชนะ ใครจะแพ้ หรือว่าใครจะแสวงหาความพ่ายแพ้... 25 กรกฎาคมนี้รู้แน่นอน!!