ที่มา ไทยรัฐ
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวผ่านระบบวิดีโอลิ้งก์มายังพรรคเพื่อไทยจากกรุงวอชิงตันดีซี ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างการเดินทางไปพบปะกับกลุ่มคนไทยในสหรัฐอเมริกา นักวิชาการ เจ้าหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารของประเทศสหรัฐฯ เพื่อชี้แจงเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองภายในประเทศไทยว่า การเดินทางมาครั้งนี้เป็นการเดินทางตามคำเชิญเพื่อเสนอข้อมูลข้อเท็จจริง เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในรอบ 1-2 เดือนที่ผ่านมา เพราะทางสหรัฐฯได้ฟังข้อมูลจากฝ่ายรัฐบาลไทยมาพอสมควรแล้ว อาทิข้อกล่าวหาเรื่อง โดยยืนยันว่าผู้ชุมนุมไม่ได้ผู้ก่อการร้าย แต่มาเรียกร้องประชาธิปไตยและความยุติธรรม และประเด็นของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย รวมไปถึงกรณีที่เราเห็นว่าประเทศไทยต้องปรองดองอย่างแท้จริง ซึ่งสหรัฐอเมริกาเป็นพันธมิตรที่ดีกับประเทศไทย ซึ่งถ้าประเทศไทยเข้มแข็งก็สามารถเกื้อกูลกันได้
นายนพดล กล่าวว่า ตนได้นำเสนอแนวทางการสร้างความปรองดองระหว่างกลุ่มต่างๆในประเทศไทย ด้วยการเจรจาแบบ พีช ทอล์ค เพราะแผนการปรองดองของรัฐบาลอภิสิทธิ์ นั้นไม่ใช่แผนการปรองดองอย่างแท้จริง แต่เป็นแผนการปฏิรูปประเทศในระยะยาว และเป็นห่วงว่าในการนำโร้ดแม็ปไปปฏิบัติ เพราะในขณะที่รัฐบาลต้องการที่จะปฏิรูปสื่อมวลชน แต่ก็ยังมีการปิดสื่อมวลชนต่างๆ รวมไปถึงเว็บไซต์หลายๆแห่ง ซึ่งเข้าใจว่าในวันที่ 1 ก.ค.ทางรัฐสภาสหรัฐฯ จะพิจารณาออกมติหลายๆ ข้อ ซึ่งมีข้อสำคัญ 2 ข้อคือ 1.สนับสนุนการเจรจาแก้ไขปัญหาภายในประเทศไทยด้วยการพูดคุยกันทุกฝ่ายและ 2.สนับสนุนเป้าหมายของโร้ดแม็ปของรัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่ไม่ได้สนับสนุนเนื้อหาของโร้ดแม็ป แม้มติของรัฐสภาสหรัฐฯ อาจจะไม่มีผลผูกมัดกับใครให้ปฏิบัติตาม แต่ก็น่ายินดีที่ทางสหรัฐฯ สนใจปัญหาในประเทศไทย
"เราได้เสนอการเจรจาแบบ พีชทอล์ค ให้ทางสหรัฐฯได้เข้าใจว่าคนเสื้อแดงที่มีจำนวนมากในประเทศไทยนั้น พร้อมและต้องการที่จะปรองดองกับทุกคนในชาติ เพื่อให้ชาติเดินต่อไปได้ โดยฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ก็ห่วงใยสถานการณ์ในไทยและอยากเห็นการปรองดองของคนในชาติ แต่เราก็ต้องยอมรับว่าถ้าใครกระทำผิด ในตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาก็ต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งผมคิดว่าประเทศไทยสามารถปรองดองกันได้ หากรัฐบาลมีความจริงใจหรืออย่างน้อยก็ควรพิจารณายกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหาทางการเมือง หรืออย่างน้อยก็ควรแจ้งข้อกล่าวหาที่ชัดเจนโดยเร็วที่สุด ไม่ใช่การกักขังไว้โดยไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ"นายนพดล กล่าว
นายนพดล กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ไม่ได้เป็นการมาเพื่อเชื้อเชิญให้สหรัฐฯ แทรกแซงกิจการภายในประเทศไทย แต่เป็นการมาชี้แจงเหตุการณ์ในประเทศไทยให้ทุกคนเข้าใจถึงจุดยืน สิ่งที่คนเสื้อแดงได้เรียกร้อง รวมไปถึงจุดยืนและท่าทีของพ.ต.ท.ทักษิณ และสถานการณ์ล่าสุดในประเทศไทย เกี่ยวกับการคง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และการละเมิดสิทธิ์ของประชาชน ซึ่งประชาธิปัตย์ อาจจะกล่าวหาว่าเรามาเพื่อชักศึกเข้าบ้าน แต่ยืนยันได้ว่าเป็นการมาสร้างความมั่นใจให้กับชาวต่างประเทศ ซึ่งก็มีฟีดแบ็คกลับมาชัดเจนว่าหลายคนเข้าใจสถานการณ์ในประเทศไทยมาก และรับทราบเกี่ยวกับตัวละครต่างๆดีพอๆกับคนไทยที่อยู่ในประเทศไทย แม้จะมีข้อมูลที่คลาดเคลื่อนบ้างก็ได้ชี้แจงไป โดยภาพรวมคือทางสหรัฐฯ อยากเห็นความปรองดองของแต่ละฝ่าย โดยควรจะหาทางเจรจากันด้วยการที่ทุกฝ่ายโอนอ่อนผ่อนปรนบางเรื่อง และอย่าถือว่า อีกฝ่ายคือผู้ก่อการร้ายและตั้งป้อมว่า จะไม่มีการเจรจาพูดคุย กับผู้ก่อการร้าย โดยยังไม่มีการพิสูจน์ความผิด และพี่น้องคนไทยไม่ใช่ศัตรูของชาติ แต่เป็นคนที่พร้อมจะคุยและพัฒนาบ้านเมืองร่วมกัน ที่สำคัญคือทุกฝ่ายสามารถเดินหาเสียงได้ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศได้โดยไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ รับทราบการเดินทางมาชี้แจงกับทางสหรัฐฯ หรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้อยู่ในสหรัฐฯ แต่คงอยู่แถวๆ ยุโรปตะวันออก ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ทราบการเดินทางมาสหรัฐฯของตนเป็นอย่างดี แต่ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่ขอให้พูดความจริง เพราะกระบวนการนี้เป็นกระบวนการหนึ่งในการสร้างความปรองดองในชาติ ซึ่งยืนยันได้ว่าเราไม่ได้มาด่าทอประเทศ แต่เป็นการมาเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่หลายส่วนยังถูกปิดเบือน
"ผมเดินทางมาเอง โดยไม่เกี่ยวข้องกับสำนักงานกฎหมายอัมเตอร์ดัม ที่พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าจ้างให้ว่าความคดีก่อการร้ายเลย โดยไม่ได้มีการประสานงานกัน ด้วยความสัตย์จริง และที่มาก็ไม่ได้หวังผลเกี่ยวกับคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะคดีๆ ต่างในศาลไทยก็ต้องว่าไปตามกฎหมายไทย เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอให้ใครช่วยเหลืออะไร เพียงแต่หวังว่าศาลจะพิจารณาตามตัวบทกฎหมาย"นายนพดล กล่าว
ปฏิรูปตำรวจ!!
ในที่สุด “มาร์คตาใส” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ได้กระบี่มือหนึ่งของขบวนการปฏิรูปตำรวจ
ไม่ได้ใหม่ซิงมาจากไหน ขาเก่าเจ้าประจำ “โก้บางกอก” พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ ที่ตำรวจได้ยินชื่อแล้วก็ได้แต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
การปฏิรูปการปรับปรุงแก้ไขต้องทำจากในไปนอก จากใกล้ไปไกล
แค่นักการเมืองไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวจุ้นจ้านแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายของตำรวจ อะไรๆก็ดีขึ้นเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว
แค่ปัญญาจะแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังแห้งเหือด
คนเขาเลยสงสัยว่า ปฏิรูปตำรวจ ก็คงอีหรอบเดียวกัน ขบวนการแต่งแต้มฟอกย้อมให้ดูดีมีราคา แต่หาค่าบ่มิได้??
.....................................................................
เพลาๆ กันหน่อยกับการถลุงงบประมาณ??
หลายคนเขาบ่นมา นึกว่าพาวิลเลี่ยนของไทยในงานเวิร์ล เอกซ์โป เซี่ยงไฮ้ 2010 จะเข้าท่าสมน้ำสมราคา
เอาเข้าจริงก็จ่ายสิบได้ห้า??
ล่องบประมาณไปบานเบอะแปดร้อยกว่าล้านบาท ผลงานสองสามร้อยล้านก็น่าจะล้นเหลือ
เรื่องนี้คงต้องฝาก อิสสระ สมชัย เจ้ากระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
งบประมาณแต่ละบาทแต่ละสตางค์ก็หยาดเหงื่อชาวประชาผู้หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินกันทั้งนั้น เรื่องอีลุ่ยฉุยแฉกนั้นไม่ควรทำ
ไม่เชื่อลองสะกิดถาม สุชาติ ตันติวณิชชานนท์ ประธานกรรมาธิการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎรที่อุตส่าห์หอบหิ้วชาวคณะไปเยี่ยมชมดูก็ได้
เผื่อบางทีคำตอบอาจกระตุ้นต่อมสำนึกในความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองขึ้นมาบ้าง??
...............................................................................................
แรงกดกับแรงต้าน !!
เมื่อแรงกดมาก แรงต้านก็ย่อมมาก
เมื่อน้ำหนักมากก็ย่อมต้องใช้แรงยกมาก
จะขับเคลื่อนยุทธการปฏิรูปประเทศต้องทำให้แรงต้านเกิดน้อยที่สุด
ระเบิดตูมที่คลังน้ำมันกรมสรรพาวุธทหารบกปากเกร็ด
ระเบิดจากปากของ ปณิธาน วัฒนายากร โฆษกรัฐบาลก็ลงตูมที่ทหารแตงโมทันที
ประโยชน์ได้ที่ใคร คนนั้นแหละทำ??
วันนี้มองเท่าไหร่ๆ ก็ยังไม่เห็นว่าเนื้อแตงโมจะได้ประโยชน์อะไรจากระเบิดเหล่านั้น??
พูดไม่คิด ระวัง โรคกรดไหลย้อนกำเริบเดี๋ยวก็ยุ่งกันใหญ่!!
..................................................................................................................
ประเทศพัฒนา??
วันนี้ขบวนรถคุ้มกันรักษาความปลอดภัยท่านผู้นำ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีระหว่างเดินทางก็ปาเข้าไปร่วมสิบยี่สิบคันแล้ว
ที่บ้านพักทหารตำรวจอยู่ยามเข้าเวรอีกวันละเป็นร้อย
ส่วนรัฐมนตรีและผู้บังคับบัญชาระดับสูงของทหารก็ล้วนมากมายด้วยขบวนคุ้มกันล้อมหน้าล้อมหลัง
คนอะไรก็ไม่รู้ศัตรูช่างมากมายเสียเหลือเกิน??
เขาว่ากันว่า ประเทศใดเจริญหรือด้อยพัฒนานั้น ให้ดูกันที่จำนวนขบวนรถนำที่คุ้มกันบุคคลสำคัญต่างๆ ตามท้องถนน
ยิ่งมากก็ยิ่งด้อยพัฒนา
ประเทศไทยพัฒนาแล้วหรือไม่ ดูเอาเอง??
...............................................................................................................................
สีสันของการเมือง??
ก็ลงตัวแล้วสำหรับการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.
ภาพของผู้สมัครรับเลือกตั้งที่นั่งคู่กันจากสองพรรค
พนิช วิกิตเศรษฐ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ที่แต่งตัวเรี่ยมเร้เรไร ได้หมายเลข 1
กับ ก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายจากพรรคเพื่อไทยที่สวมเสื้อยืดนุ่งกางเกงขาสั้นใส่รองเท้าแตะ ได้หมายเลข 4
เห็นแล้วหรือยังว่าสีสันของการเมืองนั้นมันสวยงามแค่ไหน
ประชาชนเจ้าของประเทศตัวจริงเท่านั้นที่จะเป็นคนชี้ขาดว่า ส.ส.ของพวกเขาคือใคร??
ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของมันเถอะ อะไรๆ จะได้ดีขึ้น
ความคิดที่จะทำให้การเลือกตั้งเบี่ยงเบนไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมนั้น
ขอเถอะ!! แค่คิดก็ผิดแล้ว??
....................................................................................
“ใต้ฟ้า”


