WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, July 20, 2010

"กูเกิ้ลโครม"โชว์เหนือ สร้างหน้าเว็บจาก"HTML5"

ที่มา ข่าวสด


โดย ศักดิ์สกุล กุลละวณิชย์




เว็บเบราเซอร์ "โครม" จากกูเกิ้ลที่ได้ชื่อว่ามีความเร็วในการประมวลผลสูงสุดในปัจจุบัน

โดยเร็วกว่าทั้ง "อินเตอร์เน็ต เอ็กพลอเรอร์" (ไออี) และ "มอสซิล่า ไฟร์ฟ็อกซ์" ได้แสดงพลังโชว์ศักยภาพในการสร้างหน้าเว็บโดยใช้เทคโนโลยีจาก "HTML5" (เอชทีเอ็มแอล 5" ออกมากว่าร้อยเว็บ

บางเว็บเราสามารถเล่นเกมที่มีการเขียนโปรแกรมอย่างซับซ้อน

แต่กลับแสดงผลได้อย่างรวดเร็วไม่น่าเชื่อ!



ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ HTML5 กันซักนิด

จริงๆ แล้ว HTML5 หมายถึง ภาษาเก่าแก่ในการสร้างเว็บไซต์ภาษาหนึ่งโดยพัฒนามาถึงรุ่นปัจจุบันในรุ่นที่ 5



ซึ่งมีจุดเด่นในการช่วยลดการใช้โปรแกรมเสริม หรือ "ปลั๊กอิน" พิเศษอย่างพวก อะโดบี้ แฟลช, ไมโครซอฟท์ ซิลเวอร์ไลท์ และซัน จาวา

สรุปแล้วก็คือภาษา HTML5 จะช่วยในเรื่องของการสนับสนุนกราฟฟิก และมัลติมีเดีย



กลับมาที่ "โครม" โดยกูเกิ้ลได้สร้างเว็บไซต์พิเศษที่รวบรวมผลงานตัวอย่างทั้งหมดนี้ไว้ใน "โครม เอ็กเปอริเมนต์ " (http://www.chromeexperiments.com/) ทุกคนสามารถเข้าไปดู หรือทดสอบลองเล่นได้

แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า ผู้ที่เข้าชมนั้นจะใช้เว็บบราวเซอร์ของเจ้าใดก็ได้ แต่จะเร็วที่สุดถ้าเปิดด้วยกูเกิ้ล โครม

จากการทดสอบพบว่า เว็บส่วนใหญ่ใน โครม เอ็กเปอริเมนต์ นั้นสามารถเปิดได้ใน "ซาฟารี" และ "ไฟร์ฟ็อกซ์" (แต่ใช้ไฟร์ฟ็อกซ์ 4 จะเปิดได้ดีกว่าไฟร์ฟ็อกซ์ 3) และมีบางตัวเท่านั้นที่เปิดได้ดีบน "อินเตอร์เน็ต เอ็กพลอเรอร์ 9 พรีวิว 3"

ตัวอย่างสาธิตการทำงานของ ""โครม" กับ HTML5 ได้แก่ เกมปอง (Pong) ที่ใช้หน้าต่างเบราเซอร์ทำเป็นวัตถุในเกม, ดรอมทริส มีลักษณะเหมือนเกมเททริส, Destructive Video โชว์เอฟเฟ็กต์ระเบิดวิดีโอเป็นชิ้นๆ แล้วกลับมารวมกันใหม่ได้ หรือ Waterfall แสดงการพิมพ์ตัวอักษรเข้าไปให้บราวเซอร์แสดงผลในรูปของคลื่นน้ำ เป็นต้น

ลองวิเคราะห์กันดูถึงอนาคตที่เราจะได้จากการพัฒนาเทคโนโลยีการเขียนเว็บเพจใหม่ล่าสุดที่เขียนด้วย HTML5 ก็คือ

มาตรฐานการสร้างเว็บไซต์จะถูกยกระดับขึ้นทั้งระบบ โดยเฉพาะกับการจัดการกับภาพกราฟฟิก และภาพเคลื่อนไหวแอนนิเมชั่นต่างๆ รวมไปถึง เพลงประกอบและการแสดงภาพวิดีโอต้นฉบับ ซึ่งทั้งหมดจะทำงานได้เลย ไม่ต้องอาศัยโปรแกรมปลั๊กอินต่างๆ ให้ยุ่งยากนั่นเอง

ยิ่งกด-ยิ่งแรง

ที่มา ข่าวสด


เหล็กใน




กลายเป็นประเด็นขึ้นมาอีกถึงการทำหน้าที่ของตำรวจ กรณี "กลุ่มวันอาทิตย์สีแดง" จัดงานรำลึก 2 เดือนฆ่าผู้ชุมนุมที่แยกราชประสงค์

แกนนำคือ "บ.ก.ลายจุด"นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ที่เคยถูกจับกุมและควบคุมตัวอยู่พักใหญ่ หลังนำผ้าแดงไปผูกไว้อาลัยที่ป้าย "ราชประสงค์" บริเวณสี่แยกที่เกิดเหตุ

ก่อนที่ศาลจะปล่อยตัวชั่วคราวหลัง ศอฉ.ที่ควบคุมตัวหมดอำนาจควบคุมในข้อหาทำผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ที่กลายเป็นประเด็นเพราะตำรวจที่อาจจะได้รับคำสั่ง หรือคิดเอาเอง จัดการส่งเจ้าหน้าที่ไปตั้งรั้วและจัดแถวขวางบริเวณป้ายราชประสงค์ ไม่อนุญาตให้ผูกผ้าแดง

พร้อมกันนี้ยังจับกุม "นายนที สรวารี" สมาชิกเครือข่ายเฟซบุ๊กวันอาทิตย์สีแดง ซึ่งเป็นคนแรกๆ ที่ไปอยู่บริเวณแยกราชประสงค์

นายนทียืนตะโกนไว้อาลัยผู้เสียชีวิต และกล่าวหารัฐบาลปิดหู-ปิดตาประชาชน ก่อนถูกตำรวจนอกเครื่องแบบหลายนายเข้ามาล็อกแขน-ขา อุ้มขึ้นรถควบคุมพาไป สน.ลุมพินี

แต่ด้วยความงงๆ ว่าจะแจ้งข้อหาอะไรดี เพราะช่วงเกิดเหตุนายนทียืนตะโกนอยู่คนเดียว ไม่ได้ทำผิดเรื่องการชุมนุมเกิน 5 คนตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แถมไม่ได้ใช้เครื่องขยายเสียง

หลังพลิกตำรากฎหมายอยู่หลายตลบ

ตัดสินใจแจ้งข้อหา

"ส่งเสียงดัง ก่อความเดือดร้อนรำคาญ"

เปรียบเทียบปรับ 100 บาท ก่อนปล่อยตัว

ที่กลายเป็นประเด็นเพราะเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นต่อหน้าผู้สื่อข่าวทั้งไทย และต่างประเทศ

และยิ่งไปกันใหญ่เพราะภาพเหตุการณ์ทั้งหมดมีคนนำไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ยูทูบ

ซึ่งแน่นอนว่าสามารถดูได้ทั้งโลก

ถามว่าจะตอบกันอย่างไรว่าเดี๋ยวนี้คนไทยไร้สิทธิ์ กระ ทั่งแสดงความคิดเห็นแล้วหรือ

ขณะที่การผูกผ้าแดงที่ป้ายราชประสงค์นั้น ตำรวจก็ไปขัดขวาง เหมือนกับไม่ยอมให้แสดงออกใดๆ แม้การแสดง ออกนั้นไม่ได้ใช้ความรุนแรง

มันยิ่งตลกเมื่อได้เห็นคำสัมภาษณ์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เกี่ยวกับการจัดงานรำลึกดังกล่าว ในทำนองว่าสามารถทำได้ หากไม่มีความรุนแรง

แต่เมื่อถึงเวลากลับทำไม่ได้เพราะตำรวจไม่อนุญาต แถม ศอฉ.ยังนำป้ายมาติดขู่ไว้อีก

จริงๆ แล้วการแสดงออกแบบนี้ไม่น่าจะขัดขวาง เพราะทำตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้

ปรากฏว่าเมื่อยิ่งห้ามแรงต้านก็ยิ่งมากขึ้น เพราะปัจจุบันการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตแพร่หลายอย่างกว้างขวาง

งานนี้รัฐบาลยิ่งกดหัวคนไทย ยิ่งปิดหู-ปิดตาเท่าไหร่

คนไทยก็ยิ่งอยากรู้ และยิ่งสงสัยว่านี่เมืองไทยกำลังปกครองโดยรัฐบาลประชาธิปไตย

หรือรัฐบาลเผด็จการกันแน่!??

ไม่ฟ้อง"ทีพีไอ"-เอื้อคดี"ปชป."

ที่มา ข่าวสด


รายงานพิเศษ




1.ธาริต เพ็งดิษฐ์

2.ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สั่งไม่ฟ้องคดีบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ในข้อหานำเงิน 263 ล้านบาท จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ออกมาให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านการทำนิติกรรมอำพรางด้วยการจัดจ้างทำป้ายโฆษณาหาเสียงให้พรรคผ่านบริษัทเมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จำกัด เมื่อวันที่ 19 ก.ค.

การยกฟ้องคดีไซฟ่อนเงินจะมีผลต่อคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนี้

ธาริต เพ็งดิษฐ์

อธิบดีดีเอสไอ

กรณีมีผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) เนื่องจากทำผิดพ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยจ่ายเงินค่าจ้างให้บริษัท เมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จำกัด เพื่อจัดทำสื่อโฆษณาและที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์ในโครงการต่างๆ มูลค่า 263 ล้านบาท และบริษัทเมซไซอะนำเงินเกือบทั้งหมดไปจัดทำสื่อโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ให้กับผู้สมัครรับเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 และ 2551 เรื่องดังกล่าวดีเอสไอส่งสำนวนไปยังคณะกรรมการหารเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อพิจารณา และขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนั้น

ปรากฏว่ามีการร้องเรียนว่า ดีเอสไอมุ่งทำแต่คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ โดยไม่ทำคดีหลักคือคดีตามพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ และนำไปสู่การลาออกของพนักงานสอบสวนชุดเดิม ผมจึงตั้งพนักงานสอบสวนชุดใหม่ โดยมีพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน

คณะพนักงานสอบสวนชุดใหม่พบว่า การกล่าวหาเป็นการรับฟังข้อเท็จจริงจากการบอกเล่ามาอีกทอดหนึ่ง ผู้กล่าวหาไม่สามารถให้รายละเอียดได้ชัดเจนเพียงพอ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาประกอบกับพยานหลักฐานอื่นที่สำคัญ เช่น งบการเงินประจำปี และหลักฐานการทำงานที่ว่าจ้างซึ่งมีความชัดเจน และเชื่อได้ว่าบริษัท เมซไซอะฯ มีการทำงานตามที่ว่าจ้างจริง

3.ธีระ สุธีวรางกูร

4.วิรัตน์ กัลยาศิริ



จึงเห็นว่าพยานหลักฐานยังไม่พอจะใช้ยืนยันหรือพิสูจน์ความผิดของบริษัททีพีไอฯ ว่ากระทำผิด พนักงานสอบสวนจึงเห็นควรสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา และผมในฐานะอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เห็นควรสั่งไม่ฟ้องเช่นกัน ซึ่งดีเอสไอจะดำเนินการตามป.วิอาญา

การสั่งไม่ฟ้องคดีดังกล่าวจะส่งผลต่อคดียุบพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ผมไม่ขอก้าวล่วงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยอมรับว่าการสั่งไม่ฟ้องคดีนี้อาจมีน้ำหนักต่อการดำเนินคดียุบพรรค ซึ่งคดีดังกล่าวถูกตั้งข้อสังเกตมาตั้งแต่ต้น โดยพบว่าพนักงานสอบสวนมุ่งทำแค่คดีรอง ไม่ทำคดีหลัก

ยืนยันว่าการทำคดีนี้ไม่มีใบสั่ง หรือช่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือพรรคประชาธิปัตย์ เพราะมีสำนวนการสอบสวนเป็นพยานหลักฐานชัดเจน ซึ่งดีเอสไอต้องส่งสำนวนให้ศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ส่วนผลทางคดีจะออกมาเป็นเช่นไรเป็นดุลยพินิจของศาล

ส่วนกรณีพนักงานสอบสวนชุดเดิมถูกร้องเรียนว่ามีการปั้นพยานหลักฐาน ผมจะสั่งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงจนถึงที่สุด รวมถึงกรณีรถพนักงานสอบสวนถูกทุบและขโมยโน้ตบุ๊ก



ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย

คดีไซฟ่อนเงินมีหลักฐานชัดเจน รวมทั้งรายละเอียดของเรื่อง ซึ่งมีข้อกำหนดว่า หากจะนำเงินของบริษัทออกจากตลาดหลักทรัพย์มาใช้จ่าย จะต้องมีกรรมการลงนาม 2 ใน 9 คน แต่กรณีทีพีไอ มีกรรมการลงนามเพียงคนเดียว จึงเท่า กับการทำธุรกรรมเป็นโมฆะ แล้วจะนำเงินจากตลาดหลักทรัพย์มาใช้ไม่ได้

นอกจากนี้ ผู้บริหารบริษัทเมซไซอะ ยังยอมรับว่าทำหน้า ที่เป็นนายหน้าเอาเงินจากบริษัททีพีไอออกมา แล้วโอนเข้าบัญชีของญาติคนใกล้ชิดของผู้บริหารพรรคประชาธิ ปัตย์สมัยนั้น หลักฐานทั้งหมดจึงชัดเจนสมบูรณ์

ขอบอกว่าดีเอสไอแน่มากที่สั่งไม่ฟ้อง แต่ในฐานะที่ผมเคยทำสำนวนสอบสวนมาก่อน ถ้าเป็นผมจะสั่งฟ้อง 100 เปอร์ เซ็นต์ หลังจากนี้ดีเอสไอจะต้อง ยื่นเรื่องให้อัยการ หากอัยการเห็นต่างก็ฟ้องได้ แต่ถ้าเห็นพ้องก็ฟ้องไม่ได้ ซึ่งไม่เป็นไร

ผมจะเสนอต่อพรรคเพื่อไทยให้ร่างเป็นนโยบายและนำเสนอต่อประชาชนให้ชัดเจนว่า ถ้าเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเมื่อไหร่ อธิบดีคนนี้ต้องถูกย้าย 24 ชั่วโมง แล้วรื้อเรื่องมาพิจารณาใหม่เพราะไม่รู้ทำไมช่างพูดขนาดนี้ ต้องมาแถลงรายวันทั้งที่เป็นแค่ความเห็นเบื้องต้น ความลับในสำนวนต่างๆ ก็เอามาแถลงหมด ไม่รู้เป็นพนักงานสอบสวนประเภทไหน หรือหวังแค่ผลคะแนนทางการเมืองอย่างเดียว

ส่วนกรณีดีเอสไอสั่งไม่ฟ้องทีพีไอเรื่องเงินดังกล่าว จะส่งผลกระทบกับคดียุบพรรคที่อยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐ ธรรมนูญหรือไม่นั้น ผมมองว่าเป็นคนละเรื่องกัน กรณีที่ผมร้องไปเป็นการกระทำความผิดตามพ.ร.บ.พรรคการเมือง แต่กรณีดีเอสไอสั่งไม่ฟ้อง เป็นความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์ฯ แม้จะเกี่ยวพันกัน แต่เป็นคนละกรณีความผิด

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้กังวลใดๆ ทั้งสิ้น ใจจริงอยากให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบด้วยซ้ำ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นรับรองว่าเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยได้ส.ส. 300 คนขึ้นไปแน่ เพราะประชาชนรับไม่ได้กับ 2 มาตรฐาน เวลาไปหาเสียงก็หาง่าย



ธีระ สุธีวรางกูร

กรณีดีเอสไอสั่งไม่ฟ้องคดีทีพีไอไซฟ่อนเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์ จะส่งผลต่อคดียุบพรรคประชาธิปัตย์กรณีเงินบริจาค 258 ล้านหรือไม่นั้น ตอนนี้มันเป็นปัญหาในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ซึ่งไม่รู้ว่าศาลรัฐ ธรรมนูญกับดี เอสไอมีข้อมูลตัวเดียวกันหรือไม่ ข้อมูลที่ดีเอสไอสั่งไม่ฟ้องอาจอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญแล้วก็ได้

แต่ผมเชื่อว่าแม้ตามเนื้อหาคดีข้อเท็จจริงอย่างเดียวกัน องค์กรแต่ละองค์กรอาจพิจารณาแตกต่างกันก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันเสมอไป ดังนั้น แม้ดีเอสไอสั่งไม่ฟ้องคดีไซฟ่อนเงิน ก็ไม่ได้หมายความว่าศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ ศาลอาจเห็นเหมือนหรือต่างก็ได้ อยู่ที่การตีความ

หากดีเอสไอมีข้อมูลมากกว่าศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อถึงเวลาพิจารณายุบพรรคจริง ศาลรัฐธรรมนูญอาจเรียกข้อมูลจากดีเอสไอมาเพิ่มได้ แต่เบื้องต้นเป็นปัญหาของการตีความข้อเท็จจริงว่าผิดหรือไม่ผิด

บางทีข้อเท็จจริงอาจเหมือนกันเป๊ะ แต่ศาลอาจตีความไปอีกแบบได้

ดูอย่างคดียึดทรัพย์โครงสร้างบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ดีเอสไอสั่งฟ้องแต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง แต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้เรียกพยาน คือ นายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีดีเอสไอขณะนั้นมาชี้แจง แล้วศาลก็เห็นต่าง พิจารณาข้อเท็จจริงต่างกันว่ามีการปกปิดโครงสร้างหุ้น

อย่าคิดว่าดีเอสไอสั่งไม่ฟ้องแล้วพรรคประชาธิปัตย์จะไม่มีความผิด ข้อเท็จจริงมีอยู่ทั้งศาลและดีเอสไอ แต่จะตีความต่างหรือเหมือนกันเป็นอีกเรื่อง

การสั่งไม่ฟ้องของดีเอสไอ ผมเชื่อว่าไม่มีผลอะไรต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญอาจชี้ผิดหรือไม่ผิดก็ได้ ขึ้นกับดุลยพินิจศาลรัฐธรรมนูญ



วิรัตน์ กัลยาศิริ

เมื่อคดีต้นไม่ผิด คดีปลายคือคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทของทีพีไอ เข้าพรรคประชาธิปัตย์ก็เดินไปยากอยู่ ถือเป็นข้อต่อสู้หนึ่งที่สามารถใช้ต่อสู้ในศาลรัฐธรรมนูญได้ว่าบริษัททีพีไอเอาเงินไปทำกิจกรรมโดยไม่ผิดกฎหมาย

โดยคดี 258 ล้านบาทยังอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ทีมกฎหมายจะสู้ตามกระบวนการ

ส่วนที่มีคนมองว่าสาเหตุที่ดีเอสไอไม่ฟ้องคดีดังกล่าว เพราะมีการเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนนั้น ส่วนตัวผมมองว่าคดีนี้ในสมัยหนึ่ง ดีเอสไอถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง จึงมีการสรุปสำนวนคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท แบบทะลุกลางปล้อง ทั้งที่คดีหลักยังไม่ได้ข้อสรุป และมีเอกสารหลุดมายังพรรคการเมืองหนึ่ง จนมีการนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ถือเป็นการสมคบกันของผู้ใหญ่ในดีเอสไอกับพรรคการเมืองหนึ่ง

'มาร์ควี11'เปิดใจ ชอบ'ทักษิณ'ฝันเล่นการเมือง!

ที่มา ไทยรัฐ

"มาร์ค วี 11"เปิดใจเป็นครั้งแรกหลังออกจากบ้านเอเอฟ 7 ยืนยันไม่ยอมทิ้งฝันไม่ทิ้งการเรียนอยากเรียนหมอ แล้วต่อด้วยเล่นการเมือง รับปลื้มอดีตนายกฯ "ทักษิณ" เพราะเป็นคนเก่ง คิดการณ์ไกล....

หลังถูกกระแสกดดันจากการโพสต์ข้อความแสดงความ เห็นทางการเมืองในเฟซบุ๊ก ด้วยการใช้ถ้อยคำรุนแรงตำหนิการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนทำให้ "มาร์ค วี 11" หรือนายวิทวัส ท้าวคำลือ หนุ่มวัย 17 ปี จากเชียงใหม่ ต้องหยุดปฏิบัติการล่าฝันถอนตัวออกจากการแข่งขัน ทรู อคาเดมี แฟนเทเชีย ซีซั่น 7 ท่ามกลางความเสียดายของแฟนคลับที่เทคะแนนโหวตให้เป็นที่ 1 มาตลอด ซึ่งแม้เจ้าตัวจะแสดงความรับผิดชอบด้วยการสละสิทธิ์ถอนตัวไปแล้ว แต่เรื่องราวยังคงเป็นประเด็นให้พูดถึงทั้งด้านการเมือง และเส้นทางชีวิตหลังตกเป็นเหยื่อความขัดแย้งทางความคิดของคนในสังคมปัจจุบัน

ทั้งนี้ "มาร์ค วี 11" ตัดสินใจเปิดใจกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลับมาถึงบ้านเกิด โดยอดีตนักล่าฝันเอเอฟ 7 รายนี้ กล่าวถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากถอนตัวออกจากบ้านเอเอฟ และกลับมาเก็บตัวเงียบอยู่ที่บ้านได้ 2 วันว่า มีความสุขที่สุดตอนเข้าไปอยู่ในบ้านเอเอฟ แต่เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นทำให้เครียดและกดดันพูดคุยกับใครไม่ได้ เพื่อนทั้ง 11 คน คงพอรู้อะไรบ้าง แต่ไม่รู้รายละเอียดว่าตนได้ทำอะไรลงไป ตนก็เหมือนเด็กหนุ่มทั่วไป ถ้าเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่งคงไม่มีใครสนใจ แต่เพราะอยู่บนเวที อยู่ในที่สว่างจึงมีคนจับจ้อง ต้องอยู่ในระหว่างสังคมมีความขัดแย้งกัน แต่ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นเหยื่อของสังคม ส่วนเรื่องที่เคยทำกับแม่เป็นครั้งเดียวที่สุดกลั้น จึงระเบิดคำพูดออกไป คิดว่าวัยรุ่นส่วนหนึ่งก็เคยทำ ซึ่งตนก็เสียใจร้องไห้และเข้าไปขอโทษแม่

มาร์ค อดีตสมาชิกบ้านเอเอฟในรหัส วี 11 กล่าวอีกว่า หลังผ่านเรื่องนี้มาแล้ว ถ้าจะกลับเข้าไปประกวดอีกคงจะยากแล้ว เพราะความคิดคนต่างกัน จึงต้องหยุดไปก่อน ตอนนี้มีวงดนตรีที่เล่นกับเพื่อนๆ แนวอินดี้ ป๊อปร็อก ชื่อวง "ไฟเบอร์" มีตนเป็นนักร้องนำ เคยเข้าประกวดมาแล้ว 2 ครั้ง และจะหันไปให้ความสำคัญกับ การเรียนมากขึ้น หลังกลับจากอเมริกามาอยู่เมืองไทยต้องเรียนซ้ำในระดับ ม.5 อีกครั้ง โดยเลือกเรียนสายวิทย์-คณิต มีความฝันไว้ว่าอยากจะเป็นแพทย์ เพราะอยากช่วยเหลือคนอื่น และยังอยากเล่นการเมืองเพราะไม่อยากให้มีการแบ่งฝ่าย อยากให้ทุกคนอยู่ตรงกลาง ไม่อยากให้เด็กคนอื่นโดนแบบที่ตัวเองโดนจากการแสดงความเห็นที่เสียหายออกไป และถ้านายกฯให้โอกาส ก็ยังอยากจะขอโทษท่านด้วยตัวเอง แต่ท่านคงมองว่าไม่ใช่ เรื่องใหญ่ เพราะท่านมีงานมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเมื่อฝันอยากเล่นการเมือง ส่วนตัวแล้วมีความชื่นชอบใครเป็นพิเศษ มาร์คตอบว่า โดยส่วนตัวรู้สึกชื่นชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชอบท่านเป็นคนเก่ง คิดการณ์ไกล สามารถพัฒนาประเทศ ชาติได้ดี ใช้หนี้ได้รวดเร็ว ส่วนที่คนมองว่าท่านไม่ดีมีเรื่องผลประโยชน์นั้น ตนแยกมองไปที่ความเป็นคนเก่ง และมีศักยภาพด้านเทคโนโลยี มองเอามาในส่วนดีเท่านั้น ส่วนที่มีข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะช่วยเหลือด้านการเรียน ต้องขอขอบคุณถ้าจะช่วยจริง.

ตำรวจรวบมือปาอึพรรคปชป.

ที่มา ไทยรัฐ

มือปาอึบุกปชป.รอบ 2 ปาถุงอุจจาระใส่ฐานพระแม่ธรณีฯ อ้างปัญหาคลื่นรบกวนสมองไม่ได้รับการแก้ไข ลั่นจะทำต่อไปจนกว่าจะมีคนแก้ไขปัญหาของตน...

เมื่อเวลา 09.50 น. 20 ก.ค. นายสุรชัย เกิดดี หนุ่มใหญ่วัย 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/46 วัดหลวง วงศ์สว่าง บางซื่อ กทม. ซึ่งเคยมาปาอุจาระใส่ประตูทางเข้าอาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมทย์ เมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้บุกเข้ามาปาอุจจาระใส่ที่ฐานของพระแม่ธรณีบีบมวยผมที่ประดิษฐานบริเวณลานด้านหน้าอาคารควง อภัยวงศ์ ในพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายสุรชัยได้เดินเลียบด้านหน้าร้าน อะ บิ๊ก ซีส ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่ด้านหน้าพรรคเข้ามา พร้อมเอามือไขว้หลังที่ถือถุงพลาสติกบรรจุอุจจาระไว้ เมื่อเดินมาถึงมุมกระจกข้างร้านก็ได้ปาถุงอึใส่ที่รอยต่อของฐานพระแม่ธรณีฯกับสระน้ำด้านหน้า ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ทั้งที่บริเวณด้านหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น.2 นั่งอยู่เวรรักษาการณ์ในพื้นที่ดังกล่าวมากกว่า 10 นาย ต่างลุกขึ้นรวบตัวนายสุรชัยไว้ทันทีพร้อมคุมตัวมานั่งสอบถามสาเหตุที่เต็นท์รักษาการณ์ชั่วคราวในพรรค

ทั้งนี้ ที่เต็นท์ดังกล่าวก็มีภาพขนาดเอ 4 ของนายสุรชัยขยายติดอยู่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาเข้าเวรรักษาการณ์รับทราบว่าเป็นบุคคลต้องห้ามเข้าในที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายสุรชัย กล่าวว่า ตนจำเป็นต้องมาปาอึซ้ำ เพราะปัญหาที่ร้องเรียนไว้ครั้งที่แล้วไม่ได้รับการแก้ไข

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัญหาคืออะไร นายสุรชัยตอบคล้ายคนสติไม่สมประกอบว่า คือปัญหาของคลื่นความถี่ของสถานีวิทยุและโทรทัศน์และคลื่นของวิทยุที่ตำรวจใช้เข้าไปรบกวนคลื่นในสมองของตนและของมนุษย์คนอื่น ทำให้พูดผิดเพี้ยนไปจากที่สมองสั่งการ ซึ่งตนร้องเรียนไปแล้วนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้แก้ไข เรื่องนี้ให้จึงต้องมาปาอึซ้ำ และหากไม่ได้รับการแก้ไขอีกตนก็จะมาปาอึอีก แม้ว่าครั้งที่แล้วศาลจะสั่งให้กักขังตนเป็นเวลา 5 วัน และปรับ 1,000 บาท ก็จำเป็นต้องทำ และคิดว่าโทษคงไม่มากไปกว่านี้ และพร้อมจะยอมรับโทษ ส่วนอุจาระที่นำมาปานั้น ตนถ่ายไว้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 17 ก.ค. และเก็บใส่ถุงไว้จนนำมาปาในวันนี้

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุราว 20 นาที ทางพรรคประชาธิปัตย์ได้ระดมแม่บ้านและเจ้าหน้าที่พรรคร่วม 10 คนมาล้างบริเวณดังกล่าว โดยถอดสายไฟฟ้าและยกตู้เครื่องประดับอัญมณีที่ตั้งแก้เคล็ดเสริมดวงชะตาของพรรคที่ลานพระแม่ธรณีออกจากพื้นที่ดังกล่าว แล้วเทน้ำยาฆ่าเชื้อ ฉีดน้ำลงแปรง ขัดและล้างสระน้ำตลอดจนฐานโดยรอบขององค์พระแม่ธรณี ท่ามกลางเสียงก่นด่าของเจ้าหน้าที่ของพรรคที่ไม่พอใจ โดยนายสุรชัยได้ถูกนำตัวส่งสน.บางซื่อเพื่อดำเนินคดีต่อไป

การเมืองในประชาธิปัตย์

ที่มา ไทยรัฐ


ปัจจัยสำคัญ 2 เรื่องที่ต้องจับตาในชะตากรรมของ พรรคประชาธิปัตย์ วงในคงจะรู้กันดีว่า อย่างไรเสียประชาธิปัตย์ก็หนีวิบากกรรมไปไม่พ้น เพียงแต่กำลังนึกหาวิธีทางออกสำหรับการรักษาขั้วอำนาจทางการเมืองอย่างไรต่อไปเท่านั้น

คดีแรก การส่งเอสเอ็มเอสของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และคุณกรณ์ จาติกวณิช ไม่ว่าจะมีข้ออ้างทำเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างไรก็ตามแต่ก็หนีความจริงไม่พ้น ความจริงที่ว่าก็คือผลประโยชน์ ตอบแทนที่สามารถคิดได้เป็นตัวเงิน โดยเฉพาะกรณีที่ประชาชนมีการตอบกลับ บริษัทเอกชนก็ได้ เจ้าของข้อความก็ได้

คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังค้างท่อกันอยู่ก็ไม่ต้องไปพูดถึง

ทั้ง การใช้เงินกองทุนสนับสนุนพรรคการเมือง ผิดวัตถุประสงค์ และ เงินบริจาคเข้าพรรคประชาธิปัตย์ อย่างไม่ชอบมาพากลอีก 258 ล้านบาท จะยืดเวลาอย่างไรก็ต้องมีคำตอบให้กับสังคม

โดยตัวบุคคลแล้ว คุณอภิสิทธิ์โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง ยังมีกรรมการบริหารพรรคอีก 49 คนที่ต้องลุ้น สมมติคุณอภิสิทธิ์เป็นอะไรไป พรรคประชาธิปัตย์จะต้องรักษาขั้วอำนาจเอาไว้ให้ได้ จึงจำเป็นต้องหานายกฯตัวสำรองเอาไว้ก่อน

โฟกัสไปที่แกนนำพรรค คนที่โชคดีเห็นจะเป็น คุณชวน หลีกภัย รอดไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ ที่แอบลุ้นลึกๆก็มีหลายคน ไม่ว่าจะเป็น คุณบัญญัติ บรรทัดฐาน คุณกรณ์ จาติกวณิช หรือแม้กระทั่ง คุณไตรรงค์ สุวรรณคีรี เคลื่อนไหวกันเป็นคลื่นใต้น้ำ แค้นเก่าแค้นใหม่ รอชำระสะสาง

นอกจากการทำงานที่ไม่เข้าตากรรมการแล้ว จุดอ่อนของคุณอภิสิทธิ์กับวิกฤติการเมืองเยอะจนตามอุดรูรั่วไม่ไหว โดยเฉพาะเรื่องของการทุจริตคอรัปชัน บานเป็นดอกเห็ด ระยะเวลาแค่ปีกว่าๆ สามารถลบสถิติข้อกล่าวหาการทุจริตคอรัปชันของทุกรัฐบาลที่ผ่านมาอย่างเป็นเอกฉันท์

จะใช้บริการคุณอภิสิทธิ์ต่อไป คงเป็นเรื่องที่ต้องทบทวนให้มากกว่านี้ นอกจากปัญหาจะไม่ทุเลาแล้ว ยังเพิ่มปัญหาให้ถลำลึกยิ่งขึ้น จังหวะนี้จึงมองไปที่คนในพรรคประชาธิปัตย์ก่อนว่าใครเหมาะสมที่สุด

ปัจจัยสำคัญที่ต้องลบภาพให้ได้ก็คือ เรื่องของการทุจริตคอรัปชัน ดังนั้น ต้องหา คนที่มือสะอาดที่สุด มากู้ชีพพรรค และยังสามารถที่จะตัดตอนข้อครหาใครสั่งฆ่าประชาชนไปในตัวด้วย

มีเสียงเชียร์ให้คุณชวนคัมแบ็ก

และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคตอันใกล้นี้ ไม่เฉพาะในพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น แต่จะส่งผลกระทบไปถึงทุกภาคส่วนของการเมืองและพรรคการเมือง เป็นวิกฤติระลอกใหม่ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

พ่วงมากับ การดิ้นเฮือกสุดท้าย ของ ส.ส.ในพรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.ในพรรคร่วมรัฐบาล และ ส.ส.ในฝั่งฝ่ายค้าน ทั้งหัวทั้งหางส่ายไม่หยุด ได้เวลาปี่กลองทางการเมืองกระหึ่มอีกกระทอก

ถอยหลังลงคลอง.


หมัดเหล็ก

การ์ตูนเซีย 20/07/53

ที่มา ไทยรัฐ

การ์ตูนเซีย 20/07/53

พท.จัดนิทรรศการ7วัน7ความเจ็บปวดปชช. 19-26 ก.ค.

ที่มา โลกวันนี้



พรรคเพื่อไทยจัดนิทรรศการ “7 วัน 7 ความเจ็บปวดของประชาชน” เริ่มวันนี้ถึง 26 กรกฎาคม 2553 ทำ 7 โซนขาวดำ ตั้งแต่หน้าพรรค ยันชั้น 2 เน้นเปิดโปงเหตุสลายการชุมนุม แฉทุจริต คอรัปชั่นของรัฐบาลมาร์ค

พรรคเพื่อไทยจัดนิทรรศการในหัวข้อ 7 วัน 7 ความเจ็บปวดของประชาชน โดยงานจะเริ่มขึ้นในวันนี้ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2553 ณ บริเวณชั้น 1 - 2 โดยการแสดงจะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือรูปแบบกล่องขาวที่แสดงถึงชีวิตอันบริสุทธิ์ของประชาชน ที่ไม่มีใครสามารถมาหยิบยื่นความตายให้ได้ และกล่องดำ จะสื่อให้เห็นถึงการทุจริต คอรัปชั่น การสร้างความแตกแยก สังคม 2 มาตรฐานซึ่งในปัจจุบันถูกเปรียบเทียบว่าถูกปกคลุมด้วยสีดำ

ซึ่งแนวคิด ขาว-ดำ นี้ จะถูกแบ่ง ออกเป็น 7 โซน ในการแสดงนิทรรศการเริ่ม ตั้งแต่ บริเวณหน้าพรรค ไปจนถึง ชั้น 2 ของ พรรค โดยโซนที่ 1 จะแสดงให้เห็นถึงแนวคิดของกล่องดำ เช่น วาทกรรมอำมหิต ,กระบวนการ 2 มาตรฐาน, และโซนที่ 2 จะเป็นรูปแบบการกู้มาโกง ,และการทุจริต ประเภทต่างๆ โซน 3 จะแสดงให้เห็นถึงอุปกรณ์คืนพื้นที่ชีวิตประชาชน และสื่อให้เห็นถึงชีวิตของประชาชน ในการเรียกร้องประชาธิปไตยรวมทั้งแนวคิดพื้นที่การใช้กระสุนจริง โซนที่ 4 จะแสดงให้เห็น ความเป็นไทยเมืองพุทธในเขตอภัยทาน ที่มีการล้อมยิง 6 ศพ โซนที่ 5 จะแสดงข้อเท็จจริงในเรื่อง ความจริง ใครเผาเมืองใส่ร้าย หรือป้ายสี เหตุและผลของวันที่ 19 พฤษภาคม และ โซน ที่ 5 “ ปกปิด บิดเบือน กลบเกลื่อน ความจริง” โซนนี้จะจำลองลอง เหตุการณ์จริงๆในรูปแบบ โรงหนังเล็กๆเพื่อให้ผู้ชมนิทรรศการ ได้เห็น ภาพเหตุการณ์จริงที่ไม่มีโอกาสได้เห็นใน สื่อต่างๆ และ โซนที่ 7 จะเป็น โซน ของการแสดง จุดยืนของพรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชนทุกคน โดย ทั้ง 7 โซนนี้ จะ แสดงในรูปแบบ” รูป รส กลิ่น เสียง “เช่น รูปภาพ ที่ไม่เคยชมที่ไหนมาก่อน รสของการสัมผัส ทางอารมณ์ และกลิ่นที่ผู้ชมสามารถสัมผัสได้ เช่น กลิ่งควันไฟ และเสียง จริง ของประชาชน ผู้บาดเจ็บเป็นต้น

อึ้งล่อซื้อแค่6หมื่นดีเอสไอได้อาวุธสงครามปืน-กระสุน-ระเบิดเพียบ

ที่มา โลกวันนี้


เรื่องจากปก
จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
ปีที่ 11 ฉบับที่ 2844 ประจำวัน อังคาร ที่ 20 กรกฏาคม 2010
โดย -

ดีเอสไอโชว์ปืน-กระสุน-ระเบิดที่ได้จากการล่อซื้อมาจากมือขวา “เสธ.แดง” เผยใช้เงินแค่ 60,000 บาทแต่ได้อาวุธสงครามร้ายแรงมาเพียบ อ้างผู้ต้องหาไม่ได้ลงทุนและไม่ได้ค้าอาวุธเป็นอาชีพเลยคิดราคาถูก ยันตั้ง 8 ข้อหาไม่ได้ยกเมฆ ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน ด้าน “แม่-เมีย” ของ “สุรชัย” โผล่ขอความเป็นธรรม จี้ดีเอสไอหยุดกล่าวหาหากหลักฐานยังไม่ชัดเจน ตั้งข้อสังเกตเป็นมือขวา เสธ. คนดังทำงานใหญ่แต่ทำไมไม่มีเงินใช้ ทำไมยังอยู่ห้องเช่าเดือนละ 1,500 บาท ชี้แจงข่าวไปฝึกอาวุธเมืองจีนที่แท้ไปเที่ยวกับบริษัททัวร์

วันที่ 19 ก.ค. 2553 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ รองอธิบดีดีเอสไอ ร่วมกันแถลงความคืบหน้าคดีจับกุมนายสุรชัย เทวรัตน์ หรือหรั่ง ลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง

โชว์อาวุธล่อซื้อจาก “หรั่ง”

พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าวว่า ก่อนการจับกุมเมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา ดีเอสไอได้ล่อซื้ออาวุธจากลุ่มนายหรั่ง ประกอบด้วยปืนอาก้า 4 กระบอก 1 ใน 4 เป็นปืนใหม่ที่ผลิตจากประเทศจีน เครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 จำนวน 2 กระบอก ลูกระเบิดเอ็ม 79 หัวทองขนาด 40 มม. 4 ลูก และลูกระเบิดขนาด 40 มม. อีก 8 ลูก ซองกระสุนอาก้า 14 ซอง ซองกระสุนปืนเอ็ม 16 ขนาด 30 นัด 1 ซอง ซองกระสุนปืนเอ็ม 16 ขนาด 20 นัด 1 ซอง ลูกระเบิดขว้าง 57-89 ไอที 25 ลูก กระสุนเอ็ม 30 จำนวน 102 นัด กระสุนขนาด 5.56 มม. 614 นัด กระสุนเอเค 47 จำนวน 1,375 นัด ปลอกลูกกระสุน 40 มม. 1 ปลอก กระเป๋าใส่ซองกระสุน 4 ใบ กระเป๋าเป้ 4 ใบ และถุงปุ๋ย 2 ใบ

ใช้เงินล่อซื้อแค่ 6 หมื่นบาท

“จากการส่งสายลับเข้าไปหาข่าวพบว่านายหรั่งไปเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีหลังคนเสื้อแดงยุติการชุมนุม และสามารถจัดหาอาวุธที่สายสืบต้องการในการล่อซื้อมาให้ได้ โดยใช้เงินในการล่อซื้อ 60,000 บาท ตอนแรกตั้งใจว่าจะล่อซื้อเพื่อขยายผลให้ได้มากกว่านี้ แต่นายหรั่งเริ่มรู้ตัวก่อนจึงต้องจับกุมมาดำเนินคดี”

รองอธิบดีดีเอสไอกล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะนำอาวุธที่ได้จากการล่อซื้อไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียด โดยจะดูว่าเป็นอาวุธที่ผลิตจากที่ใด และนำเข้ามาได้อย่างไร ส่วนการขยายผลคดีจะมีการออกหมายจับเพิ่มอีก 4 คน

ตั้ง 8 ข้อหาหนักไม่เกินเลย

ด้านนายธาริตกล่าวว่า การตั้งข้อกล่าวหากับนายหรั่ง 8 ข้อหาไม่ใช่เรื่องเกินเลย ทุกคดีมีพยานหลักฐานชัดเจน หากเปรียบเทียบกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้นเฉพาะแค่คดียิงเอ็ม 79 มีมากถึง 60 คดี ซึ่งทั้งหมดเป็นกลุ่มเดียวกัน

“หากบ้านเมืองอยู่ในช่วงปรกติคนคนเดียวอาจจะไม่สามารถก่อความไม่สงบได้มากถึง 8 คดี แต่กรณีนี้เป็นเรื่องที่เกิดในช่วงบ้านเมืองไม่เป็นปรกติ มีการเวียนกันทำงานในกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งดีเอสไอมีทั้งภาพถ่ายและประวัติของผู้ก่อเหตุ ส่วนการนำอาวุธสงครามออกมาขายก็เป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งที่ทำหลังยุติการชุมนุม ยังมีพฤติกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายอีก” นายธาริตกล่าว

ย้ำดีเอสไอมีหน้าที่ค้นหาความจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายความมั่นคงระบุว่านายหรั่งเป็นแค่ตัวประกอบไม่ใช่ตัวการหลัก อธิบดีดีเอสไอกล่าวย้อนถามว่า หน่วยไหน เรื่องนี้อาจมีข้อเท็จจริงที่แตกต่างกัน ดีเอสไอมีหน้าที่ค้นหาความจริง ซึ่งก็พบพยานหลักฐานต่างๆตามที่ได้ชี้แจงไป

“ถ้านายหรั่งไม่ใช่คนสำคัญคงจะไม่ไปมาหาสู่และอยู่เคียงข้าง เสธ.แดงตลอดเวลา ซึ่งการเดินทางไปต่างประเทศดีเอสไอก็มีหลักฐานทั้งไฟท์การเดินทาง หนังสือเดินทาง ภาพปรากฏที่สุวรรณภูมิชัดเจน ถ้าไม่มีความสำคัญก็คงจะไม่เกี่ยวข้องมากขนาดนั้น” นายธาริตกล่าว

“หรั่ง” ไม่ใช่นักค้าอาวุธเลยขายถูก

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าเงินล่อซื้อ 60,000 บาทดูเหมือนจะน้อยเกินกว่าอาวุธที่นำมาโชว์ อธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า อาวุธที่ได้ล่อซื้อมานายหรั่งอาจไม่ได้ลงทุนก็ได้ ประกอบกับนายหรั่งเองก็ไม่ได้ทำเรื่องค้าอาวุธเป็นหลัก ซึ่งในตอนแรกเขาเสนอขายราคา 100,000 บาท เมื่อดูตามข้อเท็จจริงอาวุธมีราคามากกว่านั้น

ยันมีหลักฐานเชื่อมโยงแกนนำเสื้อแดง

ส่วนการเชื่อมโยงกับแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดินนั้น นายธาริตกล่าวว่า นายหรั่งกับแกนนำ นปช. มีความเชื่อมโยงกันอยู่แล้ว เป็นขบวนการที่ต่อถึงกันทั้งหมด การที่ดีเอสไอนำไปโยงเป็นข้อเท็จจริงจากการสืบสวนทั้งสิ้น

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรค พร้อมด้วยนางเกลี้ยง แสนแกล้ว มารดา และนางเดือน ตาไธสง ภรรยาของนายหรั่ง ร่วมกันแถลง โดยนางเดือนกล่าวด้วยน้ำตาว่า อยากขอความเป็นธรรมให้สามี เพราะเกรงว่าจะตกเป็นแพะและอยากให้ดีเอสไอนำพยานหลักฐานมาแสดงมากกว่านี้ เพราะเป็นข้อกล่าวหาในคดีร้ายแรง

เมียแฉชีวิตยากลำบากเหมือนเดิม

“ผิดว่ากันไปตามผิด ไม่มีปัญหา แต่อยากให้แสดงหลักฐานที่ชัดเจนก่อนกล่าวหา เพราะผู้ถูกกล่าวหาตกเป็นจำเลยของสังคม ถูกมองว่าทำผิดทั้งทีคดียังไม่จบ นางเดือนกล่าวและว่า ที่ผ่านมายังมีชีวิตความเป็นอยู่เหมือนเดิม ยังต้องอยู่ห้องเช่าเดือนละ 1,500 บาท ย่านจรัญสนิทวงศ์ และที่ผ่านมาสามีก็เอาเงินมาให้ใช้เพียง 10,000 บาท

งงทำงานใหญ่ทำไมไม่มีเงิน

นางเกลี้ยงกล่าวเสริมว่า ถ้าเขาเป็นมือขวา เสธ.แดงจริง เขาทำงานใหญ่ก็ต้องมีเงินมากกว่านี้ แต่เวลากลับบ้านทำไมไม่มีเงินติดตัว จะขึ้นรถกลับกรุงเทพฯยังต้องขอเงินแม่กลับ

นายพร้อมพงศ์ถามว่าที่มีข่าวว่าไปเมืองจีนไปกับทัวร์ใช่ไหม นางเดือนและนางเกลี้ยงกล่าวทำนองเดียวกันว่า ไปเที่ยว ไปกับทัวร์ คนที่ไปมีทั้งเด็กและผู้หญิง

ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมโดนจับที่จังหวัดลพบุรี นางเดือนกล่าวว่า ปรกติเขาก็ไปชุมนุมบ้างเป็นบางวัน ไปนอนที่ม็อบบ้าง แต่เขาเป็นแค่การ์ดธรรมดา ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องไปนอนที่ลพบุรี

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า พรรคจะตรวจสอบตามคำร้องเรียนของมารดาและภรรยาเพื่อให้กระบวนการทำงานของดีเอสไอมีความโปร่งใส เพราะเกรงเหมือนกันว่านายหรั่งจะเป็นแพะหรือถูกทำให้เป็นคดีทางการเมือง

อารมณ์ อาถรรพ์ อาฆาต

ที่มา บางกอกทูเดย์


โปรดอย่าถาม..
ว่าทำไม สุเทพ เทือกสุบรรณ ถึงไม่ลงพื้นที่ เขต6 เพื่อช่วยสมาชิกพรรคเหมือน “ผู้บริหารประชาธิปัตย์”หลายคน..ที่ไปลุยช่วยเดินหาเสียงอยู่ในขณะนี้

เหตุผล อาจเป็นได้ว่าตนเองได้เสนอ นางสาว จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี แล้วไม่ได้สมปรารถนา จึงไม่อยากจะสนจู๋ด้วย

และเลิกฉงนกันได้แล้วว่า.. อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรค และ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ถูกประดาแฟนๆเรียกร้องอยากเห็นหน้ากันใจจะขาด

ก็มาให้เห็นแล้วแบบลมพัดมาวูบๆ แล้วก็หอบหายไปเหมือนใต้ฝุ่น
ด้วยเหตุดังนี้ ทำให้ราคาผู้สมัคร ประชาธิปัตย์ พนิช วิกิตเศรษฐ์ ที่เป็นต่อ ก่อแก้ว พิกุลทอง ของ “เพื่อไทย”อย่างสุดกู่ ถ้าเป็นบอล ก็ประมาน “ลูกครึ่งควบสองลูก”

ลดลงมาเหลือแค่ ป.ปลา หรือ “เสมอควบครึ่ง”เท่านั้น!!
เหมือนเมื่อตอนที่ “สเปน” ชิงถ้วยกับ “ฮอลแลนด์”..ราคาต่อ-รองก็เล่นกันอย่างนี้แหละ ฮอลแลนด์ ไม่ต้องทำอะไร คอยสวนอย่างเดียว ติ๊ดชึ่งจนหมดเวลา90นาทีคนถือหาง “ดัตซ์” ก็รับทรัพย์ไปแบบนิ่มๆ

แล้วนี่กูจะมานั่งสาธยายให้อกมันกลัดหนองอีกทำไมวะเนี่ย..โธ่!.. ไอ้เวลคัมทูมายเวิลด์..
เอาเป็นว่า ทั้ง “เทพเทือก” และ “มาร์คกี้” ออกอาการกล้าๆ กลัวๆ ก็แล้วกัน เพราะมันเย็นยะเยือกเสียววาบๆ เหมือนคนเป็นริดสีดวงทวารยามยืนอยู่ในที่โล่ง

ยิ่งมีข่าว “ลอบสังหาร” ถี่..ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วนจะขี้แต่ละทีกลีบบานไม่รู้โรย
ส่วน “แหล่งข่าว” ที่มาของการลอบสังหารจะ ลับ ลวง พราง แค่ไหนไม่สำคัญ..ความสำคัญมันอยู่ที่ว่า “งานล้างป่าช้า” ที่ราชประสงค์มีคนตายเยอะ..ถึงเยอะมาก!!

เพราะ “ชีวิตคน” ไม่ใช่ “ทรัพย์สิน-สิ่งของ” ที่หมดแล้วหามาเติมใหม่ได้
แต่.. คนตายแล้วเป็น “ผี”ทันที..เหลือไว้แต่ อารมณ์ อาถรรพ์ อาฆาต ของญาติผู้ตายที่ช้ำจุกแน่นอยู่ในหัวอกเท่านั้น!!

มันนัวเนีย นุงนัง ยุ่งเหยิง ยั้วเยี้ยไปหมด ซึ่งมีทั้ง พ่อ-แม่–พี่-น้อง-ลุง–น้า-ป้า-อา-เพื่อน-เขย-สะใภ้ ต่อแถวเรียงคิวยาวเหยียดด้วยแรงแค้นที่สะสม

เขาไม่รู้หรือจำไม่ได้หรอกว่าใครเป็น “ผู้ลั่นไก”สังหาร..แต่เขาจดจำคนที่ “ออกคำสั่งฆ่า” ได้อย่างไม่มีวันลืม..อันนี้น่ากลัวมากครับ!!