WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, July 23, 2010

การ์ตูนเซีย 23/07/53

ที่มา ไทยรัฐ

การ์ตูนเซีย 23/07/53

จริงคือลวง ลวงคือจริง

ที่มา บางกอกทูเดย์


จริงคือลวง ลวงคือจริง ถ้าคิดว่าข้าศึกมีทางเลือกเพียง 2 ทาง จงแน่ใจได้ว่าเขาจะเลือกทางที่ 3.... “กุหลาบพิษ” ฝากข้อคิดถึง รัฐบาล ศอฉ.ให้ลดความเป็นอัตตาลงมาบ้าง?? “บางกอก ทูเดย์” หนังสือพิมฑ์เพื่อความจริงของสังคม ประจำวันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม 2553.....๐

คงเข็ดอุจจาระอ่อนอุจจาระแก่ จากการตั้ง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเทศ แล้วไม่สำเร็จ คราวนี้ นายกรัฐมนตรีจะใช้วิธี “อ่อนลง” ในการหารือ ก.ตร.ทั้งคณะเสียก่อนในต้นเดือนหน้าว่า “ใครจะเหมาะสม”?? เรื่องจะซุกชื่อ ผบ.ตร.คนใหม่มาในกระเป๋ากางเกง หรือกระซิบ วอลเปเปอร์ ให้ช่วยจำ คงไม่เกิดขึ้นอีก....๐

ตั้งแต่มี กรมตำรวจมาจนถึง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประวัติศาสตร์จารึกว่า อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีในฐานะ ประธาน ก.ตร.คนเดียวที่ “แต่งตั้ง ผบ.ตร.ไม่สำเร็จ” จนต้องให้ “รักษาการ” ยาวนานเกือบร่วมปี สิ่งเหล่านี้ “มันไม่ดี”!! ก็อย่าไปทำซ้ำอีก??......๐

ต้องถือว่าใช้ “คนชรา” หรือเรียกเสียใหม่ให้ไพเราะว่า “คนสูงวัย” เปลืองมาก? นี่ก็โดนเข้าอีกคน พล.ต.อ.วศิษฐ์ เดชกุญชร ถูก “มาร์ค” เชิญเข้าหารือที่บ้านพิษณุโลก จะเอาใครเป็น ผบ.ตร.คนต่อไปดี?? กำชับให้ได้ชื่อก่อนการ “แต่งตั้งใหญ่”.....๐

“กุหลาบพิษ" ฟังแล้วตลกดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ออกมา “บอกเล่า” หน้าตาเฉย โผย้ายทหารใหญ่จะเสร็จเรียบร้อย เดือนสิงหาคม ทั้งที่ประดา “สภากาแฟ” ทั้งหลายรู้กันหมดแล้ว ว่า โผใหม่ใครเป็นใคร โดยเฉพาะ ผบทบ. ไม่ต้องให้เดาเสียเวลา!!.....๐

ประกาศเดือนนี้เสียเลยก็หมดเรื่อง? พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา จะมีความสุขมากกว่านี้ เพราะไม่เชื่อ! “วันข้างหน้า” จะพาไปพบอะไรแน่??......๐

แต่เรื่องนี้ พล.อ.ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ ต้องพูดให้เคลียร์!! จะมาปฏิเสธหน้าตาเฉยอย่างไร ว่าเพชร 5 ล้านที่หายไปจากการ “สลายแดง” นั้น ศอฉ.ไม่เกี่ยวไม่ข้องด้วย!! แถม ดีเอสไอ กลับยืนยันสวนกลับฉับพลับ ศอฉ.ทำตกหายตอนแถลงข่าว?? หัวหน้าใหญ่อย่าง ธาริต เพ็งดิษฐ์ ออกมายืนยันเองซะด้วย??....๐

ตกเป็นกรรมเวรของชาวบ้าน ที่อยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เขาจะเชื่อใครดี?? เชื่อทั้งสองฝ่าย เพื่อความปลอดภัย หรือไม่เชื่อใครเลย ทั้ง ศอฉ.และ DSI??... “ประวิตร หรือ ธาริต” ใครจะเป็นคนยืนยัน??......๐

นี่ก็เป็น “วิบากกรรม” ในเรื่องที่ไม่ควรเป็น?? แค่เรื่อง “สมาร์ทการ์ด” ส่อแวว “ผิดระเบียบ” 1 นายกรัฐมนตรี กับ 2 รัฐมนตรีใหญ่ ประกอบด้วย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ-ปู่จิ้น ชวรัตน์ ชาญวีรกูล และ จุติ ไกรฤกษ์ ก็เครียดหนัก เรื่องจึงน่าจะจบด้วยการ “ส่งตีความ” ตามหลักการ “เพิ่งได้รับรายงาน” ของ รัฐบาลนกขุนทอง!!.......๐

เคยเป็นผู้บังคับฝูงบินขับไล่สกัดกั้นที่ 102 (F-16 ADF) ก็ไม่แปลกอะไรที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ จะออกมาสวมวิญญาณ “นักบินรบ” ไล่เช็คบิล “การบินไทย” ส่อทุจริตในการซื้อ เครื่องบินโดยสารล็อตใหม่ 8 ลำ แต่ได้มาแค่ 3 ลำ เพราะมันเกิดปัญหาที่บอกไม่ได้! เล่าก็ไม่ถูก! แต่ยาวกว่ารามเกียรติ..... ๐

เรื่องใหญ่ที่ไม่น่าเป็นข่าวสำหรับ “เมืองไทย” คือการที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเลื่อนการเดินทางไปพม่าโดยไม่มีกำหนด (อีกแล้ว) มันก็เหมือนที่ นายกรัฐมนตรีคนนี้ ไม่มีวาระหรือกำหนดในการไปเยี่ยมประชาชนไทยที่ เชียงใหม่-อุดรฯ-ขอนแก่น ตลอดช่วงชีวิตที่เป็นผู้นำประเทศนั่นแหละ!....๐

การฟอกเงิน

ที่มา บางกอกทูเดย์


การฟอกเงิน (Money laundering) คือ การกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงของทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ตั้งแต่ การได้มา แหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน

กฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน...มีการกำหนดให้การกระทำความผิดเกี่ยวกับการยักยอกหรือฉ้อโกงทรัพย์ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เป็นความผิดฐานฟอกเงินด้วย

“การฟอกเงิน” มักจะเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวพันกับรายการทางการเงินที่ปกปิดแหล่งที่มาหรือปลายทางของเงินที่ได้มาหรือนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย

รายการทางการเงินหรือ ธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งเกี่ยวกับคำว่า “ธุรกรรม” และ “ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย” มีความหมายในทางกฎหมายไว้ดังนี้

“ธุรกรรม” หมายความว่า กิจกรรมที่เกี่ยวกับการทำนิติกรรม สัญญาหรือการดำเนินการใด ๆ กับผู้อื่น ทางการเงิน ทางธุรกิจ หรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สิน

“ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย” ไม่ว่าจะเป็นธุรกรรมเพียงครั้งเดียวหรือหลายครั้ง หมายความว่า...

- ธุรกรรมที่มีความซับซ้อนผิดไปจากธุรกรรมในลักษณะเดียวกันที่ทำกันอยู่ตามปกติ
- ธุรกรรมที่ขาดความเป็นไปได้ในเชิงเศรษฐกิจ
- ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ากระทำขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงมิให้ต้องตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัตินี้ หรือ
- ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องหรืออาจเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมูลฐาน

บทความวันนี้ เขียนถึงการฟอกเงินและธุรกรรมที่ควรสงสัยว่าจะเป็นการฟอกเงิน เพราะว่า...เห็นเจ้าหน้าที่บางคน ไม่รู้ว่าแกล้งโง่หรือไม่ ที่กล่าวถึงธุรกรรมบางเรื่องบางตอนว่าไม่มีความผิดปกติใด ๆ

เรื่องดังกล่าว เป็นกรณีที่บริษัทใหญ่ทำธุรกรรมเป็นสัญญาจ้างบริษัทเล็กให้ทำงานบริการแบบหนึ่ง โดยบริษัทเล็กนั้นมิได้ทำงานตามสัญญาจ้างแต่อย่างใด

การตรวจสอบพบว่า...บริษัทใหญ่จ่ายค่าจ้างหลายร้อยล้านบาท โดยมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ และจ่ายเป็นเช็คเข้าบัญชีบริษัทเล็ก

เจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าก็รีบเชื่อว่า มีการจ่ายเงินจริง และดันแกล้งเชื่อต่อไปว่า คงจะมีการจ้างจริงตามไปด้วย

แต่บริษัทเล็กได้นำเงินที่รับมาไปจ่ายต่อ (น่าเชื่อว่าเป็นการฟอกเงิน) โดยไม่มีต้นทุนตามสัญญาจ้างเกิดขึ้นจริง

เพราะตรวจพบว่า...มีการเบิกเงินสดไปชำระ และหาบิลมาลงบัญชีเป็นหลักฐานการเบิกเงินสดออกไป

ความแตก!! เพราะบริษัทเล็กถูกจับได้ว่าใช้ใบกำกับภาษีปลอม เลยถูกประเมินภาษีย้อนหลัง

บริษัทเล็กจึงไปเรียกร้องให้ผู้รับเงินช่วยเหลือ แต่ผู้รับเงินซึ่งเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองมิยอมตัดไฟแต่ต้นลมหรือตัดตอนใดๆ เพื่อให้เรื่องเงียบลง

คราวซวยก็เลยมาถึงพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง เพราะบริษัทเล็กนั้นไม่ยอมตายคนเดียวไปร้องต่อหน่วยงานรัฐจนเรื่องเข้าสู่ขั้นตอนการยุบพรรคการเมือง

“ตัดตอน” คงเป็นคำที่นึกขึ้นได้ภายหลัง ตั้งแต่พยายามสู้ด้วยข้อกฎหมาย สู้โดยกล่าวหาการสร้างพยานหลักฐานเท็จ และมาสู้ในวิธีสุดท้าย คือ เป่าคดีต้นทาง

“เป่าคดี” ด้วยการแถลงว่า การจ่ายเงินจากบริษัทใหญ่ครบถ้วนถูกต้อง มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ จึงเชื่อว่า ผลที่ตามมาไม่มีการฟอกเงิน เรื่องไม่มีมูล ยกคำร้อง

ง่ายไปไหมครับ ?? พ่อแม่พี่น้องที่รักความเป็นธรรมทั้งหลาย
ในเมื่อกฎหมายฟอกเงินก็อธิบายชัดอยู่แล้วว่า..การฟอกเงินคืออะไร ถ้าใครบางคนจะแกล้งไม่เข้าใจหรือแกล้งโง่ ก็อย่าคิดว่าประชาชนส่วนใหญ่จะเชื่อตามไปด้วย

งานนี้คงต้องตามต่อไปว่า...จะมีไอ้โม่งที่ไหนมาสั่งให้ใครบางคนที่รับเรื่องมาต้องแกล้งโง่ไม่รู้จักการฟอกเงินอีกหรือไม่?!

รูรั่วที่เรือใหญ่

ที่มา บางกอกทูเดย์


ผลสุดท้าย!!
รายการ เรียลลิตี้ ทรู อะคาเดมี แฟนตาเซีย ซีซั่น7..ต่อไปใครจะ “ลุยฝัน” จนได้ “แชมป์” ถึงวันสุดท้ายก็แทบจะไม่มีความหมายแล้ว

เพราะ “มาร์ควี11” ชิงตำแหน่ง “ความประทับใจ” สะด๊วบไปเรียบร้อย
AF7 จากผู้ที่ไม่เคยสนใจรายการนี้ ก็ต้องเปิด ทีวี.ดูกันในคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาอย่างถล่มทลาย และจากนี้คงจะกร่อยไปเยอะ

เมื่อบทเขียนไว้ “พระเอกต้องตาย”..หนังก็หมดความสนุกตื่นเต้นทันที
ใครวะ?..ที่เขียนบทนี้ให้ “มาร์ค วี11” เล่น..เขาผู้นั้นจะต้องเป็นนักเขียนบท “มือทอง”ตัวฉกาจโดยแท้!!

ภาษิตจอมยุทธว่า ซู เซิง หนิว ตู๋ ปู๋ พ่า ฟู
แปลเป็นไทยว่า “ลูกวัวแรกเกิดไม่กลัวพยัคฆ์”
ความไม่เดียงสาและไม่รู้ว่าในแวดวงการเมืองมัน “โหดอำมหิต” ขนาดไหนถ้าไม่เดี้ยงเสียก่อนตั้งแต่ยังเด็ก..ในอนาคตจะต้องเกรียงไกร “บนถนนสายนี้”ชัวร์!!

จากคืนวันเสาร์ มาถึงเช้าวันอาทิตย์.. มาต่อกันที่ “ถนนต้องห้าม”.. ราชประสงค์โร้ด..ถนนแห่งเจ้าปัญหา

“หมูไม่กลัวปังตอ” หยั่ง สมบัติ บุญงามอนงค์ ก็เริ่มกิจกรรม “กลุ่มวันอาทิตย์สีแดง” จัดงานรำลึก 2 เดือน ที่มีการเข่นฆ่าผู้ชุมนุมที่แยกราชประสงค์ต่อ..

แทบจะไม่รู้ว่าแกจะเป็น “บ.ก.ลายจุด” ..นึกว่าเป็นอาจารย์ที่สำนักไหนสักแห่งเพราะขวนขวายติดใจกับเรื่อง “ผ้าแดง” นี้เหลือเกิน

เมื่อผูกข้อมือใครไม่ได้ก็ขอผูกไว้ที่ป้าย ราชประสงค์ นี่แหละวะ!!
ตำรวจจะแกะออกแล้วแกะอีกแกก็ไม่ว่ากระไร..มีโอกาสเมื่อใดจะขอ “ผูกผ้าแดง” ให้มัน สะเทือนอารมณ์รัฐบาล เล่นอยู่เรื่อยๆ..ว่างั้น!!

ที่สำคัญหนุ่มใหญ่ “นที สรวารี” แกดันไปยืนกู่ร้องเพลงรักให้ก้องโลก ที่มุมถนนอยู่คนเดียวว่า “ตรงนี้มีคนตาย” ทำเอาฝรั่งที่ผ่านไปมาหน้าตาเลิ่กลั่ก เพราะกลัวผี

ร้อนถึงตำรวจต้อง “อุ้มไปโรงพัก” ปรับ 100 บาท พอๆ กับราคาที่ไปร้องเพลงตาม ห้องคาราโอเกะ นั่นแล..

งานนี้ รัฐบาล ต้องตาลีตาเหลือกรีบ ป้อง ปราบ ปราม อย่างเด็ดขาดไว้ก่อน..เพราะมันเข้าสุภาษิตที่ว่า “เรือลำใหญ่ยังกลัวรูรั่วเล็กๆ”

อาณาจักรแห่งความกลัว

ที่มา บางกอกทูเดย์


เคยมีมาแล้วมากมาย..อาณาจักรแห่งความกลัว แต่ในที่สุดมันก็คืออาณาจักรแห่งความล่มสลาย..ความตายและคุกตารางขังจิตวิญญานแห่งการต่อสู้ไม่ได้

ย้อนถอยหลังไปได้นับพันๆ ปี..อาณาจักรแบบนี้เคยมีอยู่..แต่จุดจบของมหาอาณาจักรก็พังพินาศด้วยฝ่าเท้าของมหาชน

การเข่นฆ่าและจำขัง..เป็นอาวุธสำคัญแห่งอาณาจักรแห่งความกลัว..แต่ไม่มีสักอาณาจักรที่ปราศจากการต่อสู้และขัดขืน..ป่าช้าและคุก..ยิ่งกว้างใหญ่..การต่อสู้ขัดขืนก็ยิ่งเพิ่มพลัง..

อย่างหงอยเหงาและเศร้าซึม..จักรพรรดินีแห่งการปฏิวัติวัฒนธรรม..มาดามผู้เคียงข้างรัฐบุรุษเหมาเจ๋อตุง..แขวนคอตาย..ในสถานที่คุมขัง..หลังจากอาณาจักรแห่งความกลัวที่เธอรังสรร..ล่มสลาย

ทันทีที่เหมาเจ๋อตุง..ตาย...ผู้ตกระกำลำบากทั้งหลายก็รวมตัวกันโค่นล้ม..ลากเธอลงจากอำนาจ
อีดี้อามิน แห่ง อูกานดา..มาร์ก็อส แห่งฟิลิปปินส์..ฮิตเล่อร์ แห่งเยอรมัน..ซัดดำ แห่ง อิรัค..มากต่อมากของผู้สร้างอาณาจักรแห่งความกลัว..ยามล่มสลายเขามิได้จากไปแต่ตัว..ครอบครัวและเผ่าพงศ์วงศ์วาน..ล้วนตกต่ำตายตามไปด้วย

ความกลัวต่างหากคือภัยแห่งอาณาจักร..ความกลัวสถาปนาความมั่นคงไม่ได้..ผู้นำที่ยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์จะยั่งยืนอยู่ด้วยความรักใคร่ของมหาชน...เขาเหล่านั้นอยู่ได้โดยปราศจากการอารักขา..ไปไหนมาไหนไม่ต้องใช้เกราะหุ้มกาย

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ...ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่ท่านครองอยู่ในบัดนี้..ไม่ใช่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่ท่านเคยฝันถึงในวัยเยาว์..ทุกก้าวย่างของท่านในประเทศไทยขณะนี้..ไม่ใช่อย่างที่ท่านปรารถนา และต้องการ..การศึกษาที่ผ่านมาของท่าน..จะไม่นำท่านมาที่จุดนี้..

หยุดใช้ความกลัวประคองอำนาจ รักประชาชนให้เท่ากัน วันของท่านยังยาวไกล..จงพร้อมที่จะเป็นผู้ให้..แล้วท่านจะได้กลับมาใหม่ในฐานะนายกรัฐมนตรี..ที่ไม่ต้องสวมใส่เสื้อเกราะแล้วหันปากกระบอกปืนแห่งการอารักขาสู่ประชาชน

ประเทศนี้ยังต้องมีนายกรัฐมนตรี..กลับไปเป็นนายกรัฐมนตรี อย่างที่ท่านอยากเป็น

ไฟใต้ 3วันติดกัน ทหารพรานตายไป๙ เทือกลั่นปชช.เชื่อมั่นรัฐมากขึ้น

ที่มา thaifreenews

โดย Tuxedo

King worked hardest in the world even sick,Distorn Wacharotai



ไฟใต้ นราฯ ระเบิดทหารพรานตาย๓ ปชช๒



ไฟใต้ ยะลา ระเบิดทหารพรานตาย๓ เทือกลั่นคนท้องถิ่นเชื่อมั่นรัฐมากขึ้น



ไฟใต้ ยะลา ระเบิดทหารพรานตาย๑ เจ็บสาหัส๓ ๔กค



นร.ป๓ ๕หมื่นอ่านไม่ออก ๑แสนคำนวณไม่ได้ จาก๕แสนคน



กรุงเทพโพล เชื่อมั่นต่อรัฐลดลง คอรัปชั่นได้คะแนนต่ำสุด ๖เดือนถัดไปเหมือนเดิม

ผลงานที่ยิ่งใหญ่ของมาร์ค

ที่มา thaifreenews

โดย vinitaya

ผลงานที่ยิ่งใหญ่ของมาร์ค

คนเสื้อแดงเดือดดาลทุกฐานถิ่น
ยามได้ยินมาร์คมารมันขานไข
เอื้อนเอ่ยปากทุกทีย่ำยีไทย
กู้มาโกงให้บรรลัยไทยอับจน

มันย่ำเหยียบหัวใจคนไทยช้ำ
มันกระทำย่ำประชาบีฑาผล
มันยึดประชาธิปไตยให้ไทยทน
มันฆ่าคนล้มตายเห็นก่ายกอง

แต่ทำไมให้มันอยู่ดูหรือนั่น
ทั้งที่มันก่อเหตุทุเรศผอง
ฆ่าคนตายอำมหิตผิดทำนอง
ยังนั่งครองเมืองอยู่ดูกระไร

ไทยยุคนี้เป็นอะไรกันไปเล่า
ยอมรับเอามารมานำพาให้
ประเทศชาติพลาดผิดวิกฤติไทย
กู้มาโกงกับชอบใจไล่เชียร์กัน

เห็นแล้วเศร้าใจแท้แทบแพ้พ่าย
อยากหลีกกายหายลับกลับหลังหัน
หนีจากจรจากไปจากไทยพลัน
ไม่อยากอยู่แล้วท่านประเทศไทย

มันอดสูในจิตคิดสมเพช
แถมทุเรศมากมีทุกทีให้
คิดแค้นเคืองคนอุ้มให้กลุ้มใจ
คิดอย่างไรยังรักมาร์คอยากรู้จริง


ทำงานด้อยเกินค่าราคาคุย
ถ้าเขี่ยคุ้ยทุจริตผิดทุกสิ่ง
ไร้สมองมากมายน่าอายจริง
ลอกทุกสิ่งทักษิณทำระยำคน

ไหนกันวะความคิดมาร์คอยากรู้นัก
ทำอะไรให้ประจักษ์สักนิดผล
มาร์คคิดเองทำเองบรรเลงจน
ช่วยผู้คนให้พ้นทุกข์มีสุขกัน

มองไปทั่วยามนี้ไม่มีแน่
เห็นมีแต่ฆ่าคนตายมากมายนั่น
เป็นผลงานใหญ่ยิ่งสิ่งสำคัญ
ร้อยปีพันผ่านพ้นคนไม่ลืม

22/07/2553

แดงสยามชูธงแนวทางปฏิวัติเสาร์นี้ ในงานวันเกิดทักษิณที่บ้านโป่ง ลั่นวีรชนต้องไม่ตายเปล่า

ที่มา Thai E-News

Posted by นักข่าวชาวรากหญ้า

แดงสยามชูธงแนวทางปฏิวัติเสาร์นี้ ในงานวันเกิดทักษิณที่บ้านโป่ง ลั่นวีรชนต้องไม่ตายเปล่า



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
22 กรกฎาคม 2553

สุรชัย แซ่ด่านเปิดตัวแดงสยามเคลื่อนไหวแนวทางปฏิวัติที่บ้านโป่ง



กลุ่มแดงสยามเตรียมเปิดตัว “แดงสยามเพื่อความปรองดองแห่งชาติ” ยันเดินหน้าต่อสู้อย่างสันติจริงๆ
เน้นการยกระดับจิตสำนึกของประชาชน เลี่ยงเผชิญหน้ารัฐบาล เผยทักษิณ -จักรภพไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหว

นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำกลุ่มแดงสยาม เปิดเผยว่า
ในวันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคมนี้ จะเปิดตัว “แดงสยามเพื่อความปรองดองแห่งชาติ” ที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี
เป็นการประกาศแนวทางปฏิวัติชัดเจน เป็นการประกาศแนวทางเพื่อการเปลี่ยนผ่านอย่างสันติ
อย่างเปิดเผยเพื่อรักษาความสมดุลให้เกิดขึ้นจากการสวิงกลับของสถานการณ์อย่างรุนแรงในขณะนี้

นายสุรชัย แกนนำแดงสยามยังกล่าวต่อว่า หลังจากนี้จะมีการตั้งสำนักงานอย่างเป็นทางการที่ จ.นนทบุรี
การเคลื่อนไหวตามแนวทางทั้งหมดของเรานั้นยึดตามหลักกฎหมายและรัฐธรรมนูญเป็นที่ตั้ง
จะเป็นการต่อสู้อย่างมีอิสระต่อกัน คือในแนวทางของสภานั้นมีพรรคเพื่อไทยต่อสู้อยู่แล้วในแนวทางปฏิรูป
กลุ่มแดงสยามต้องการปฏิวัติไม่ใช่ปฏิรูป และอีกกลุ่มคือกลุ่มใต้ดินที่ไม่เกี่ยวข้อง
เราต้องการเปลี่ยนสังคมด้วยการเน้นการยกระดับจิตสำนึกของประชาชนให้ความรู้ความเข้าใจ

ทั้งนี้
ยืนยันการเคลื่อนไหวของกลุ่มแดงสยามครั้งนี้ ไม่ได้พูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
หรือนายจักรภพ เพ็ญแข เพราะไม่ต้องการถูกมองว่าตกเป็นเครื่องมือของใคร
ขณะนี้นายจักรภพได้ถอนตัวจากการเป็นประธานกลุ่มแดงสยามแล้ว เนื่องจากอยู่ต่างประเทศไม่เหมาะสม
เวลานี้แดงทั้งแผ่นดินคงต้องจบแล้ว แดงสยามต้องเดินต่อและขอยืนยันว่า
เราต้องเดินอย่างสุขุมรอบคอบก้าวเดินอย่างสันติและต้องสันติจริงๆ ถูกกฎหมายจริงไม่ต้องเผชิญหน้าปะทะกับรัฐบาล



ทั้งนี้ในช่วงที่นปช.แดงทั้งแผ่นดินนำโดย3เกลอ
วีระ-จตุพร-ณัฐวุฒิเคลื่อนไหวใหญ่ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมที่ผ่านมานั้น
นายสุรชัยได้ออกมาวิจารณ์หลายครั้งทำนองไม่เห็นด้วย
ทำให้กลุ่มนปช.แดงทั้งแผ่นดินได้ประกาศตัดความสัมพันธ์กับนายสุรชัยว่าไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆต่อกัน

กำหนดการจักรภพร่วมวิดิโอลิ้งค์-แม้วโฟนเบิร์ธเดย์

กำหนดการงานวันเกิดนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ที่ตลาดนัดคลองถม(หัวโป่ง)
อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี วันเสาร์ที่ 24กรกฎาคม 2553 เริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป

กลุ่มแนวร่วมประชาชนเพื่อการต่อสู้และเรียกร้องให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย(แดงบ้านโป่ง)เป็นเจ้าภาพ
โดยมีกำหนดการดังนี้

- 15.00 น. ทำพิธีบรวงสรวงเทพยดาฟ้าดิน เปิดเวทีกิจกรรม

- 16.00 น. พระสงฆ์ 9 รูปทำพิธีสวดชยันโตให้พร
แจกทุนการศึกษาแก่พระสงฆ์ที่ศึกษาธรรมวินัย
ทำบุญถวายปัจจัยให้แก่วัดเพื่อไว้ใช้ในการเรียนการสอนพระสงฆ์ที่ศึกษาธรรมบาลี

- 17.00 น. เริ่มการปราศรัยโดยแกนนำกลุ่มต่างๆ

- 20.00 น. ปราศรัยโดย อาจารย์สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์(แซ่ด่าน)
โฟนอินจากท่าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
Happy Birthday ร่วมอวยพรวันคล้ายวันเกิดนายกฯทักษิณ

- 22.00 น. วีดีโอลิงค์จากคุณจักรภพ เพ็ญแข

- 23.00 น. ฉายวีดีโอเหตุการณ์จริง การสั่งสลายและฆ่าหมู่ประชาชน ณ ราชประสงค์ระหว่าง 13-19 พ.ค.2553

************

ขณะเดียวกันนายชัยนรินทร์ กุหลาบอ่ำ ซึ่งเคยเป็นผู้ดำเนินรายการทางวิทยุชุมชนคนแท็กซี่
และเข้าร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มแดงสยามได้เขียนบันทึกฉบับหนึ่งในนามของแดงสยามถึงคนเสื้อแดง ดังต่อไปนี้

แดงสยามส่งสาส์นถึงวีรชนพี่น้องประชาชนเสื้อแดง ราชประสงค์ และราชดำเนิน

นักวิเคราะห์หลายฝ่าย บอกว่าเสื้อแดงแพ้
เพราะเขาใช้ สไนเปอร์ เพราะเขาใช้การทหารนำ


ผมว่าไม่ใช่ทั้งสองอย่าง
พวกเขาใช้ยุทธวิธีทำสงครามกับพี่น้องประชาชนเสื้อแดง
ความอำมหิตผิดมนุษย์ ได้เกิดขึ้นอีกครั้งนับจากปี 2519 มาปัจจุบันนี้
19 พ.ค.2553 เลขอาถรรพ์ ตัวเลข 19 ได้สร้างให้ความหมายกลับตาลปัตร จากมีนัยะที่ก้าวหน้า
กลับเป็นนัยะที่ล้าหลัง ป่าถื่อน โหดร้าย

สงครามมี 2 รูปแบบ ในโลก คือ
สงครามที่เป็นธรรม และสงครามที่ไม่เป็นธรรม สงครามที่เป็นธรรม
คือ
สงครามที่ปกป้องเอกราช ปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
สงครามที่ไม่เป็นธรรม คือสงครามแห่งการรุกราน สงครามหยามเยียดทางชนชั้น
และเป็นสงครามของชนชั้นปกครองที่กำราบประชาชน
เพียงแค่ วีรชนราชประสงค์ต้องการความถูกต้อง
ต้องการความเป็นธรรม ต้องการความจริง
ต้องการ เปลี่ยนแปลงไปสู่คุณภาพชีวิตใหม่ ไปสู่อนาคต

แต่วันนี้ชนชั้นปกครอง ดับความฝันของ วีรชนลง ความฝันสูงสุด ของวีรชนคืออะไร ?
ของเราในฐานะประชาชนคืออะไร?

ใช่! ตึกรามบ้านช่องอันสูงใหญ่ ความเจริญ ความมั่งคั่ง ความศิวิไลต์
แต่แล้วในที่สุดชนชั้นปกครองทำให้ประชาชนรู้ว่า
สิ่งต่างๆเหล่านี้ ชนชั้นปกครองต้องการครอบครองไว้ทุกอย่าง
เขาใช้อำนาจอย่างบ้าคลั่ง เพียง
เพราะเขารู้สึกว่า มีใครกำลังท้าทายในโชคชะตาซึ่งเขาเคยเป็นผู้ตัดสิน

บัดนี้ ประชาชนกำลังบอกกับบรรดานักปกครองว่า เราไม่ยอมอีกต่อไป
เราไม่ยอมให้เขาใช้อำนาจซึ่งมากล้น

มาใช้เพื่อปรนเปรอความใคร่สำเร็จความพอใจของเขา
และลงโทษพวกเราประชาชนที่ทำให้เขาโกรธ ความโกรธ ของชนชั้นปกครอง
ได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างลงในพริบตา ทำลายความเชื่อมั่น ความศรัทธาที่เรามี
บัดนี้เราประชาชน วีรชนผู้หาญกล้า เรียนรู้แล้วว่า
ความโกรธและความเกลียดชังจะถูกทำลายลงได้
หากประชาชน ร่วมมือเอาชนะความโกรธของชนชั้นปกครอง
ด้วยวิถีแห่ง เซน นั้นคือ
ทำให้เขารู้ได้ว่า ความโกรธ คืออะไร? บัดนี้เราจะสำแดงสิ่งนั้นให้เขาได้เห็น

พี่น้องวีรชนที่รักยิ่ง มหานครต่างๆในโลกนี้ มันเป็นทรัพย์สมบัติของผู้สร้างและผู้ปกป้อง
ในนครเซวัลโตโปร อันเป็นมหานครที่ยิ่งใหญ่ เนื่องจากว่า
ประชาชน วีรชนได้แลกเอาชีวิตเลือดเนื้อ เป็นเดิมพัน ปกป้องผู้รุกรานจากกองทัพนาซี ฮิดลอร์
กองทัพนาซีต้องการยึดมหานครเซวัลโตโปร เพื่อใช้เป็นฐานในการยึดครองโซเวียต
แต่ในที่สุด กองทัพนาซีพ่ายแพ้ ถูกตีราบคาบ เซวัลโตโปรจึงเป็นมากกว่ามหานคร
แต่มันคือเมืองวีรมหานคร เป็นนครแห่งวีรชน เป็นวีรชนแห่งการเปลี่ยนแปลง
วีรชนแห่งการปฏิวัติ ไปสู่เอกราชประชาธิปไตย

และมาวันนี้วีรชนราชประสงค์ ได้สร้างมหานครที่ไม่ใช่แค่เปลือก
แต่ได้ปลุกจิตสำนึก ประชาธิปไตยซึ่งพวกเราที่อยู่ต่อไป

จะสืบทอดเจตนารมณ์ ของวีรชนราชประสงค์ เราจะสร้างขบวนการประชาธิปไตย
โดยเริ่มจาก การแสดงความอาลัยรัก รำลึกวีรชน เพราะพวกเรา คือ
แนวร่วมสายธารแห่งประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงสังคม ซึ่งจะบอกกล่าวไปยังทั่วโลก

เราจะเป็นก้าวใหม่ของประชาชนที่ศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย
ที่ศรัทธาต่อหลักการสากล ศรัทธาต่อผู้ที่ควรศรัทธา

และที่สุดเราจะศรัทธาในเรื่องซึ่งพิสูจน์ได้
ที่ตรวจสอบได้ เราจะนำพาไปสู่ยุคของความโปร่งใสที่สุด สะอาดที่สุด
และประชาชนกำลังจะเป็นผู้สร้างสรรค์มหานครแห่งนี้
ให้เป็นเมืองแห่งเสรีภาพ เมืองแห่งประชาธิปไตยอย่างองอาจแท้จริง
ขอให้ดวงใจวีรชนที่อยู่ ณ ที่นี่ได้รับ เป็นสักขีพยาน และเราจะกลับมาใหม่ แต่ไม่เหมือนเดิม

ขอสัญญาฝากไอดินกลิ่นไอฟ้า หากเมื่อวันคืนประชาชนมาถึง เราจะกระทำการให้เกิด ดังนี้

1 เปลี่ยนชื่อถนนสายนี้ เดิมทีเรียกว่า ราชประสงค์ ให้ใช้ชื่อเรียกว่า วีรชนประชาราษฏ์ประสงค์
2 สร้างอนุสรณ์วีรชนประชาราษฎ์ประสงค์ ศูนย์ศิลปะการเรียนรู้ประชาธิปไตย
3 ตั้งสถาบัน มูลนิธิพิทักษ์ศักดิ์ศรีวีรชน กองทุนการศึกษาส่งเสริมนักประชาธิปไตย


*********

เดินทางไปร่วมงานที่บ้านโป่ง ไปสะดวก

อ.บ้านโป่ง ไม่อยู่ในพื้นที่สถานการณ์ฉุกเฉิน อยู่ห่างจากกรุงเทพ ฯ ประมาณ 75 กม.
โดยสามารถเดินทางมาได้ ดังนี้

1.ทางรถยนต์ จากกรุงเทพ ฯ ใช้ ถนนเพชรเกษม ( ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 )
วิ่งตรงผ่าน จ.นครปฐม และเข้าสู่แยกวัดจันทร์ - สระกระเทียม เข้าสู่ อ.บ้านโป่ง
ที่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 323 และตรงสู่ อ.บ้านโป่ง

2.ทางรถไฟ มีแยกเป็น 3 สาย

-สายใต้ สุดปลายทางที่อำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส ขึ้นรถไฟได้ที่สถานีรถไฟบ้านโป่ง

-สายสุพรรณบุรี แยกออกจากชุมทางหนองปลาดุก สุดปลายทางที่จังหวัดสุพรรณบุรี
ขึ้นรถไฟได้ที่สถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก

-สายน้ำตก แยกออกจากชุมทางหนองปลาดุก สุดปลายทางที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
ซึ่งเส้นทางนี้คือจุดเริ่มของทางรถไฟสายมรณะ ขึ้นรถไฟได้ที่สถานีรถไฟบ้านโป่ง แห่งที่ 2 ถนนทรงพล

3.ทางน้ำ /แม่น้ำแม่กลอง

4.ทางรถโดยสาร

การเดินทางมายังอำเภอบ้านโป่ง มีรถออกจากสถานีขนส่งผู้โดยสารสายใต้ ทุกวัน
เวลา 05.30-23.30 น. ทุก 10-20 นาที ค่าโดยสาร 46-55 บาท
ประกอบด้วยบริษัท บ้านโป่งทัวร์ จำกัด บริษัท กาญจนบุรีเดินรถ 81 จำกัด บริษัท กาญจนบุรีทัวร์ จำกัด

**************

ศูนย์ประสานงานกลาง นปช.แดงเชียงใหม่ขอเชิญเสื้อแดงภาคเหนือ และเสื้อแดงทั่วประเทศ

เชิญร่วมทำบุญ และถวายเทียนพรรษา เนื่องในวันคล้ายวันเกิด ท่านนายกฯในดวงใจ

พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร


วันจันทร์ ที่ 26 กรกฎาคม 2553 ที่วัดสหกรณ์ 1 และ วัดทุ่งเหล่า อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่

เวลา7.00 น. รวมตัวกันที่ บิ๊กซีดอนจั่น
8.00 น. ออกเดินทางไป อ.แม่ออน พร้อมกัน


พรรคเพื่อไทยภาคเหนือ โดย ส.ส.สงวน พรมมณี จะทำบุญที่วัดพระธาตุหริภุญชัยฯ
ตักบาตรเช้า และเลี้ยงเพล เสร็จจากทำบุญถวายเทียนแดงแล้ว แดงเชียงใหม่จะไปร่วมงานที่ลำพูน

นอกจากนี้พรรค เพื่อไทย โดย ส.ส.สงวน จะจัดปราศรัยใหญ่ของพรรคที่ลำพูน
ในวันพฤหัส ที่ 29 กรกฎาคม เชิญชาวเสื้อแดง ร่วมใจ ร่วมฟัง ร่วมแสดงพลังกันให้ยิ่งใหญ่

อยากลืม กลับจำ กรณี คนตาย 90 ศพ รัฐบาล และศอฉ.

ที่มา ข่าวสด

ที่กรณี มาร์ค วี 11 วิทวัส ท้าวคำลือ จะจางหายไป
เจ้าหน้าที่ตำรวจเชียงรายก็ออกหมายเรียกนักเรียน นักศึกษา ไปสอบปากคำ

คน 1 คือ นายกิตติพงษ์ นาตะเกศ อายุ 24 ปี

คน 1 คือ นายนิติ เมธพนฎ์ อายุ 23 ปี

2 คนนี้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย

คน 1 คือ นายมด (นายสมมติ) อายุ 16 ปี เป็นนักเรียนโรงเรียนดำรงราษฎรเชียงราย

ทั้งหมดนี้ถูก พ.ต.ท.บัญญัติ ทำทอง รักษาการแทนรองผกก.สส.สภ.เมืองเชียงราย ออกหมายเรียก
ในข้อหาชุมนุมหรือมั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป
หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย

เพราะว่าพวกเขายืนถือป้ายข้อความว่า
ผมเห็นคนตายที่ราชประสงค์ และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต้องคงไว้เพื่อไม่ให้ความจริงปรากฏ

สรุปแล้วก็คือ พวกเขาถูกออกหมายเรียกเพราะชูป้าย



ต้องยอมรับว่า สิ่งเหล่านี้ดำเนินไปในสภาพที่พังเพยโบราณบอกว่า
ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก นั่นก็คือ
ความว่าด้วยการจับ นายนที สรวารี เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ยังไม่จบ

นั่นก็คือ ความว่า
ด้วยการออกหมายเรียก นักเรียน นักศึกษา เชียงราย ก็ติดตามมาด้วยความระทึกในดวงหทัย

น่าสนใจก็ตรงที่เนื้อหาการเคลื่อนไหวของพวกเขาคล้ายกันอย่างยิ่ง

นายนที สรวารี นั้นร้องตะโกนที่แยกราชประสงค์ว่า

"ผมเห็นที่นี่ถูกเผา แล้วก็เห็นคนถูกยิงด้วย เสียงผมน่ะของจริง"

ที่นี่ของ นายนที สรวารี คือ แยกราชประสงค์ วัดปทุมวนาราม

ขณะที่ นักเรียน นักศึกษา เชียงราย ป้ายหนึ่งที่พวกเขายกขึ้นก็คือ "ผมเห็นคนตายที่ราชประสงค์"

เพียงร้องตะโกนแค่นี้ก็ถูกจับ เพียงยกป้ายแค่นี้ก็ถูกจับ


ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สั่งการให้
สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ตำรวจและทหาร
ไปสรุปรวบรวมการใช้อำนาจรัฐ การดำเนินคดีต่างๆ และจัดทำเป็นแผนนั้น

ถูกต้องแล้วแม้ว่าจะช้าไปบ้าง

เพราะในความเป็นจริงไม่เพียงแต่การส่งเสียงดัง การยกป้ายชูคำขวัญ จะกลายเป็นความผิดเท่านั้น

หากแต่เท่าที่ นายปณิธาน วัฒนายากร แถลง

"มีรายงานถึงนายกรัฐมนตรีว่า มีเจ้าหน้าที่ไปจับคนทำผิดกฎหมายจราจรแล้ว
อ้างว่าเป็นการใช้อำนาจของศอฉ."


เป็นเจ้าหน้าที่สน.ลุมพินีที่ออกมาพิทักษ์ป้าย "ราชประสงค์" หรือเปล่า

เป็นเจ้าหน้าที่สภ.เมืองเชียงรายที่ออกหมายจับ นักเรียน นักศึกษา ที่ออกมาชูป้าย
"ผมเห็นคนตายที่ราชประสงค์" หรือเปล่า


ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสถานการณ์อันต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ทั้งสิ้น



จึงไม่แปลกที่เพลงเขาบอกว่า คนเรานี้คิดดูก็น่าขำ อยากลืมกลับจำ อยากจำกลับลืม

ยิ่งรัฐบาล ศอฉ.
และเจ้าหน้าที่ตำรวจ พยายามจะลบเลือนบทบาท
และความหมายการตายเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม อย่างไร
กลับยิ่งทำให้ความทรงจำนี้ดำรงอยู่อย่างจำหลักหนักแน่น

จำหลักหนักแน่นและขยายวงออกไปอย่างกว้างไพศาลเป็นลำดับทั่วประเทศ ทั่วโลก

คณะทูต 23 ประเทศฟังเพื่อไทยแจง

ที่มา ข่าวสด



พร้อมชมนิทรรศการสลายชุมนุม


เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ที่พรรคเพื่อไทย คณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ จำนวน 23 ประเทศ
และหน่วยงานระหว่างประเทศ 3 หน่วยงาน สื่อมวลชนต่างประเทศ ร่วมรับฟังจุดยืนของพรรคเพื่อไทย
โดยมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค คณะผู้บริหารของพรรค
พร้อมนายนพดล ปัทมะ อดีตรมว.ต่างประเทศ ต้อนรับ


นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์หลังการบรรยาย ว่า
มีตัวแทนจากสถานทูตประเทศต่างๆ ประจำประเทศไทยมาเข้าร่วมรับฟังบรรยาย
เป็นเอกอัครราชทูต 4 ประเทศ ส่วนที่เหลือเป็นระดับอุปทูต และเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเมือง
แต่พรรคเพื่อไทยไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่ามีประเทศใดบ้าง
เนื่องจากตัวแทนจากสถานทูตแจ้งว่า
ไม่ต้องการให้นำไปเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้เป็นโฆษณาชวนเชื่อทางการเมือง
และการมาพรรคเพื่อไทยครั้งนี้
เพื่อรับฟังข้อมูลก่อนเสนอรายงานไปให้ประเทศของตัวเองรับทราบเท่านั้น ไม่ต้องการเป็นผู้เล่นด้วย


นายคณวัฒน์ กล่าวว่า ในภาพรวมที่คณะทูตานุทูตสะท้อนมายังพรรคเพื่อไทยนั้น
ต้องการให้ประเทศไทยร่วมกันทุกสีเสื้อเพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งเพื่อให้ประเทศไทยดีขึ้น
และยังสะท้อนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้นักลงทุนไม่ค่อยมั่นใจการลงทุนในไทย
ซึ่งทำให้ประเทศเสียโอกาส อย่างไรก็ตามหวังว่าจะไม่มีแรงกดดันหรือชนวนนำไปสู่การเผชิญหน้าอีก


“ตัวแทนจากสถานทูตรายหนึ่งแสดงความเห็นว่ารัฐบาลน่าจะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
เพราะในสายตาต่างชาติ การประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินสะท้อนว่าประเทศนั้น
ยังมีปัญหาทางการเมืองอยู่ แต่ขณะนี้ประเทศไทยกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว”นายคณวัฒน์กล่าว


คณะทูตยังเดินชมนิทรรศการ 7 วัน 7 ความเจ็บปวด ที่จัดขึ้นที่ทำการพรรคเพื่อไทย เป็นวันที่ 4 ด้วย
โดยบริเวณชั้น 2 มีการจำลองเหตุการณ์สลายการชุมนุม รวมถึงการจับกุมคนเสื้อแดง
โดยมีชายที่แต่งกายในเครื่องแบบทหารยืนถืออาวุธปืนจ่อหัวคนเสื้อแดงที่ถูกมัดมือไพล่หลังและปิดตา