WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, July 24, 2010

ภาพปราศรัยใหญ่นัดสุดท้ายเบอร์1 VS เบอร์4

ที่มา Thai E-News




2บรรยากาศ-ภาพเวทีปราศรัยใหญ่นัดสุดท้ายของนายก่อแก้ว พิกุลทอง ผู้สมัครหมายเลข 4 พรรคเพื่อไทย กับเวทีปราศรัยของนายพนิช วิกฤตเศรษฐ์ เบอร์ 1 พรรคประชาธิปัตย์

The Bangkok Massacres การสังหารหมู่ที่กรุงเทพฯ

ที่มา thaifreenews


โดย ลูกชาวนาไทย


ผมดาวน์โหลด "สมุคปกขาวเรื่อง "การสังหารหมู่ที่กรุงเทพ : ข้อเรียกร้องหาผู้รับผิดชอบ" ของโรเบิร์ต อัมเตอร์ดัม มาแล้ว แต่ยังไม่ได้อ่านรายละเอียด เพราะยาวถึง 76 หน้า คงต้องใช้เวลาอ่านพอสมควร



โลกยุคใหม่ ไม่เหมือนอเมริกันยุค wild wide west ที่ป่าเถือน ตัดสินกันด้วยกำลัง อำนาจอิทธิพล ใครมีปืนก็ฆ่าคนเล่นเพื่อรักษาอำนาจของตนได้ โดยไม่ต้องแคร์หรือรับผิดชองอะไร

โลกยุคนนี้ไม่ได้เหมือนก่อนยุครัชกาลที่ 4 หรือก่อนยุค "ครองเกรสแห่งเวียนนา" หรือก่อนยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ใครจะทำอะไรก็ได้ โดยไม่ต้องสนใจอะไรกับชาวโลก

โลกยุคนี้ไม่ใช่ "ป่า" และใช้กฎของป่าเหมือนแต่ก่อน แต่มันเป็นโลกที่มี "กฎระเบียบพอสมควร" แม้ว่า ยังไม่เป็น "โลกแห่งกฎหมาย " (รัฐแห่งกฎหมาย) อย่างนสิ้นเชิงเลยก็ตาม แต่มันก็เริ่มมี องค์กร สถาบัน และกรอบทางกฎหมายระดับโลกขึ้นมาแล้ว

การฆ่าคนเพื่อรักษาอำนาจ โดยไม่สนใจความถูกต้อง ความยุติธรรม เชื่อมั่นในพลังแห่ง "การโฆษณาชวนเชื่อของตน" จนในที่สุด ก็ตกหลุมจนได้

สมุคปกขาวของ เรื่อง "การสังหารหมู่ที่กรุงเทพ" ของโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม จะกลายเป็นหลักฐานสำคัญทางคดีต่างๆ ที่จะดำเนินการกับผู้มีอำนาจ และสั่งการให้มีการสังหารหมู่ในช่วงเมษา-พฤษภา 53 เป็นอย่างดี บางคนอาจคิดว่ามันไม่มีผลอะไร แต่ผมคิดว่า "ยามที่ผู้มีอำนาจ ยังมีอำนาจอยู่ ก็อาจใช้อำนาจของตนยับยั้งเรื่องแบบนี้ได้ชั่วคราว" แต่ยามใดที่สิ้นอำนาจลง เมื่อนั้นมันจะมีผลย้อนกลับมาทันที ไม่มีใครมีอำนาจได้ตลอดกาล

การฆ่าล้างเผ่าพันธ์ที่รวันดา หรือที่ยูโกสลาเวีย หรือตอนนี้ที่โซมาเลีย "ผู้บงการสังหาร" ก็ถูกนำตัวมาลงโทษ ตอนหมดอำนาจแล้วทั้งสิ้น

และหลักฐานแบบนี้ ก็มักเป็นชนวนสำคัญทำให้ "เผด็จการหมดอำนาจลง" เพราะมันเป็นหลักฐานที่เชื่อถือได้

คดีนี้ไม่มีอายุความ สามารถหยิบขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ ในอนาคต อังกฤษ 17 ปีแล้ว นายกรัฐมนตรียังต้องออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการ เมื่อผลการสอบสวนย้อนรอยกลับมา

ใครที่คิดจะเป็น "ผู้ยิ่งใหญ่" ติดประวัติศาสตร์ ตอนนี้ไม่ได้เป็นแน่นอนแล้ว ฟันธง

ขั้นตอนในการนำเรื่องนี้ขึ้น ศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ ยังอยู่อีกยาวไกลพอสมควร

แต่ก็มีการ "ก้าว ๆ แรกไปแล้ว" และมีหลักฐานที่ชัดเจนพอสมควร ที่สำคัญตอนนี้คือ การรวบรวมหลักฐาน พยานต่างๆ อย่างเป็นระบบ เพราะเป็นการสังหารโหด "ท่ามกลางกล้อง วิดีโอ เป็นจำนวนมากที่สุดในโลกก็ว่าได้" เป็นการสังหารหมู่ ที่มี ภาพถ่ายทุกแง่ทุกมุม

วันนี้ เพราะยังมีอำนาจอยู่ จึงคิดว่าไม่สะเทือน แต่ที่จริงๆ มันสะเทือนแล้ว

ปล. ใครอยากอ่าน ก็ไปดาวน์โหลดเอาเองที่นี่นะครับ

http://www.scribd.com/doc/34676324/The-Bangkok-Massacres-A-Call-for-Accountability


โดย ลูกชาวนาไทย


ผมเห็นข่าวทีั่่พรรคประชาธิปัตย์ตอบโต้แล้ว ก็ใช้วิธีการเดิมคือ "การดิสเครดิสทนายความฝ่ายตรงข้าม" เหมือนที่ทำกันในประเทศไทย เพราะ "สามารถควบคุมสื่อไทยได้ "และคนไทย ก็ยังเป็นประชาชนที่ไม่ค่อยมีวิจารณญาญมากนัก การใช้คำพูดสร้างกระแส "หลอกลวง "อาจใช้ได้กับคนบางกลุ่มอยู่

แต่การ "ดิสเครดิสทนายฝ่ายตรงข้าม" มันไมไ่ด้ผล ในประเทศที่เจริญแล้ว เพราะสิ่งที่ต้องทำคือ "การตอบโต้หลักฐาน" ที่เขายกเอามาขึ้นเป็นประเด็น

ไม่ใช่ยกคำพูดแบบที่เทพไทยพูดว่า "ทนายก็ต้องทำตามคนจ้าง "แน่นอน ทนายก็ต้องทำตามคนจ้าง แต่เขาคงไม่สร้าง "หลักฐานเท็จ เหมือนระบบยุติธรรมของไทย เขาทำหน้าที่ "รวบรวมหลักฐาน" เพื่อฟ้อง หรือให้คนได้เห็น

หากไม่มีหลักฐานมาหักล้างหลักฐานของเขา การ "ใช้โวหารเหมือนที่ถนัดในเมืองไทย" ก็ไม่ได้ผล

ก็เพราะเมืองไทยมันวิ่งกับระบบยุติธรรมได้ จึงไม่ค่อยสนใจหลักฐาน

แต่เรื่องนี้ เป็นระดับโลก ทนายความระดับโลก เขาไม่ยอมเสียชื่อเสียงเขาแน่นอน

ยังไงก็ตายครับ

ทนาย ปชป. เก่งแต่ในบ้าน อย่าง มรว. เสนีย์ ไปต่อสู้กับทนายฝรั่งเรื่องเขาพระวิหาร ยังเสียเขาพระวิหารไปเลย

แต่มาหลอกคนไทยว่า ยังไม่ได้เสีย เพราะตัดให้แต่ "ปราสาทไป" หลอกกันเอง

แต่คำตัดสินของศาลโลกคือ ปราสาทตั้งบนดินแดนเขมร ตามแผนที่ฝรั่งเศส มันเสียทั้งที่ดิน และพื้นที่ 4.7 ตร.กม. นั่นแหละ

แต่ พวก ปชป. ถนัดในการหลอกคนในประเทศ


โดย dreamcatcher

เห็นด้วยกับคุณ ลูกชาวนาไทยทั้งหมดครับ

และขอยืนยันเคยอ่านเอกสารที่บางเว็บมาลงเป็นภาษาอังกฤษ

แต่แปลใจความว่า ปราสาท และอาณาเขต ครับ

ผมก็ว่า ศาลโลกไม่ปัญญาอ่อน ตีความยกให้แค่ปราสาทครับ

แล้วทนายฝ่ายเราไม่เคยไปดูพื้นที่จริง แล้วโทษว่าคนที่ไปสำรวจผิดแต่

ศาลโลกบอกว่า แล้วทำไมไม่ไปดูพื้นที่จริงจะไปโทษแต่ลูกน้องศาลไม่รับฟังหัวหน้าต้องรับผิดชอบทั้งหมดครับ

"เงื่อนไขแห่งความรุนแรง" โดย กาหลิบ

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

เขียนโดย Nangfa

คอลัมน์ : เมืองไทยหรือเมืองใคร?
เรื่อง : เงื่อนไขแห่งความรุนแรง
โดย : กาหลิบ

ไม่ เป็นความลับอีกต่อไปแล้ว
สิ่งที่ระบอบเผด็จการโบราณของไทยกำลังบีบคั้นฝ่ายประชาชนอยู่ในขณะนี้
กำลังนำบ้านเมืองไปสู่ความรุนแรงและการเผชิญหน้ารอบใหม่

รู้ตัวหรือ ไม่รู้ตัวก็ไม่ทราบได้
แต่คำสั่งลับๆ ในรูปการพยักหน้า และคำพูดสั้นๆ สองสามคำจากปากของคนแก่บางคน
กำลังทำให้บ้านเมืองที่ปริร้าวอยู่แล้วใกล้จะถึงคราวแตกแยกออกเป็นเสี่ยง
คนนี้เขาไม่พูดอะไรเยอะหรอกครับ
เพราะเขาใช้เวลาหลายสิบปี
สร้างเครื่องมือแห่งอำนาจมาจนอยู่ตัว ถึงเวลาก็นำมาใช้ได้อย่างแนบเนียน

ควบคุมอำนาจได้อย่างแน่นแฟ้น แต่ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย
เพราะไม่เคยปรากฏหลักฐานว่าสั่งการให้ไปฆ่าฟันใคร

ระบอบก็เลยอยู่ได้มาตลอด

ปัญหาคือต่อไปจะรวมสังขารได้ติดหรือไม่

ขณะ นี้คนไทยนับล้านกำลังถูกข่มขู่คุกคามราวกับอยู่ในบ้านป่าเมืองเถื่อน
โดยเฉพาะที่ภาคอีสานและภาคเหนือ
ซึ่งเป็นฐานเคลื่อนไหวหลักสำคัญของขบวนการ ประชาธิปไตย
ต่างส่ายหน้ากันอย่างคับแค้นใจ เพื่อนฝูงพี่น้องถูกฆ่าตาย
บางคนถูกลากตัวไปคุมขังชนิดขังลืม
บางคนถูกยัดคดีไม่รู้จักกี่คดีชนิดไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน ถูกข่มขู่
บางคนต้องหนีตายหรือไปกบดานเสียที่อื่น

บ้านเมืองระส่ำ ระสายเพียงเพราะคนแก่บางคนเกิดความไม่มั่นคงทางใจ
และสั่งการอย่างต่อเนื่อง ให้ล้มทำลายขบวนการภาคประชาชนเสียให้จงได้
จนข้าราชการผู้รับคำสั่งจำนวนมากรู้สึกละอายใจไม่อยากทำ
และแอบเอาข้อมูลมาบอกกล่าวให้ฝ่ายประชาชนฟังกันทั่วเมือง
หลายคนรอดตัวรอดตายได้ก็เพราะข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหารแตงโมเหล่านี้

ผู้ เฒ่าผู้แก่ฝ่ายประชาธิปไตยบางคนถูกขู่ถึงบ้าน
เพราะมีลูกหลานไปพลีชีพเพื่อประชาธิปไตยอยู่กับเขา
นี่ได้ข่าวว่ายายที่อุบลราชธานีท่านหนึ่งได้รับจดหมายด่าประณามหยามเหยียด ว่า
“โง่ เป็นขี้ข้าทักษิณ” เพียงเพราะยายแกมั่นคงอยู่ในฝ่ายประชาธิปไตย
และไม่เอาด้วยกับระบอบโบราณ
และ ซากเดนของคนเหล่านั้น

การข่มขู่บุคคลที่หาตัวไม่ได้ ก็ไปกระทำกับครอบครัวเขา
เพราะรู้ว่าครอบครัวเป็นแก้วตาดวงใจของแต่ละคน
อย่างกรณี “หรั่ง” เสแสร้งว่าดีกับแม่และพี่น้องของเขา จะกันตัวเป็นพยาน ไม่เอาโทษ
แต่ความหมายอันแท้จริงคือ
การข่มขู่ว่าข้าจะเล่นงานครอบครัวพ่อแม่พี่น้องของ เอ็งเสียเมื่อไหร่ก็ได้
ความตื้นเขินแบบนี้นอกจากจะตบตากันไม่ได้แล้ว ประชาชนยังรู้สึกสะอิดสะเอียน
ทำร้ายเขายังไม่พอ ยังเห็นว่าเขาเป็นคนโง่เง่าเต่าตุ่นอีกหรือนี่

ต่อไปพฤติกรรมเยี่ยง นี้จะหนักขึ้น
เขารู้ดีว่าครอบครัวไม่ได้เห็นคล้อยตามกันไปทุกคน อันเป็นสิ่งธรรมดาสามัญเสียเหลือเกิน
เขาก็จะจี้ลงบนแผลนั้น เพื่อทรมานใจคนเป็นพ่อเป็นแม่
และอาจรวมไปถึงญาติผู้ใหญ่ที่มีบารมีในบ้าน ให้รู้สึกถึงความไม่ลงรอยกันในครอบครัว
ทำให้เกิดความเศร้าใจ
ในที่สุดก็อาจออกปากขอร้องให้ลูกหลานในฝ่ายประชาธิปไตยยอม “ถอย”
จากจุดยืนทางการเมืองโดยเห็นแก่ประโยชน์สุขของครอบครัวตัวเองก่อน

สิ่งเหล่านี้จะเกิดแล้วเกิดอีก เพราะฝ่ายทรราชโบราณเชื่อว่าแบบนี้จะได้ผล

หารู้ไม่ว่าฝ่ายประชาชนเขาก็มีขีดจำกัดของเขาอยู่ด้วย

การ แพร่พิษร้ายของเผด็จการไปทั่วประเทศขณะนี้
สุดท้ายจึงเป็นเงื่อนไขแห่งความรุนแรงที่ช่วยกันสร้างขึ้นในบ้านเมืองโดยตรง
นานเท่าไหร่กว่าพิษร้ายจะไหลซึมไปทั่วตัวนั้น บอกได้ยาก
รู้เพียงว่าไม่นานนักก็จะเห็นผลตอบกลับแล้ว

เมื่อถึงวันนั้นอย่ามาถามว่า
อุบัติเหตุทางสังคมและการเมืองในประเทศนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร

ไม่มีเวลาให้แกล้งโง่ครับ.

http://democracy100percent.blogspot.com/2010/07/blog-post_23.html


โดย game001

เมื่อถึงวันนั้นอย่ามาถามว่า
อุบัติเหตุทางสังคมและการเมืองในประเทศนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร

ไม่มีเวลาให้แกล้งโง่ครับ.
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ผมว่านี่ละเป็นสิ่งที เจ้า...นายทั้งหลายต้องการ ภาวะวุ่นวาย
เพื่อเป็นเงื่อนไขบริหารอำนาจพิเศษ (เช่น พรบ.พรก.ทั้งหลาย)
เพื่อไม่ให้มีการเลื่อกตั้ง และต่างชาติก็ช่วยไม่ได้เพรามีข้ออ้างอยู่

สิ่งนี้ฟังดูตลกฟ่ายรัฐบาลอยากให้วุ่นวาย แต่ฟ่ายต่อต้านอยากให้สงบ
แต่นี่คือความจริง ผมไม่รู้ว่าส่วนบนของพรรคเพื่อไทยทำไมไม่สื่อสารให้เข้าใจกัน
ส่งสัญญาณให้มันชัดเจนหน่อย


โดย dreamcatcher

กระทู้นี้น่าสนใจมากครับ เพราะช่วงนี้เรากำลังเริ่มมีกิจกรรมกันใหม่

ผมอยากให้ช่วยระดมความคิดว่า เราจะทำอย่างไรที่จะหลีกเลี่ยงเงื่อนไขความรุนแรง

เห็นด้วยกับคุณ game 001 ว่าบางฝ่ายต้องการให้เกิดความรุนแรง

ผมเสนอว่า

การชุมนุมไม่ควรทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ในทุกแง่

ความคิดนี้เกิดจากเมื่อไม่นานผมไปทาน ข้าวที่ร้าน แบล็คแคนย่อน
พอดีได้คุยกับน้องที่เป็นเด็กเสริฟที่คุ้นเคยกัน แต่ผมไม่ได้แวะไปร่วมปี
เค้าก็บ่นว่าคนน้อย ยิ่งช่วงชุมนุมคนน้อยมากพี่เขยเค้าที่ทำโรงแรม
ก็โดนปลดช่วงนั้นยังหางานไม่ได้
ส่วนรัฐบาลนี้เค้าก็ว่ากู้ไปเรื่อยๆยังมองไม่เห็นทางว่าอะไรจะดีขึ้นเลย

ผมก็เลยรู้ว่าคนบางกลุ่มเค้ายุ่งในชีวิตมาก ไม่ได้เป็นแดงหรือเหลือง
แต่เค้าต้องหาปัจจัยสี่ที่ทำให้ชีวิตเค้ารอด
การที่จะบอกว่า เค้าต้องเสียสละ งานเสียทุกๆอย่างเพื่ออนาคตที่ดีในวันหน้าผมว่ามันดูลอยๆไปครับ
ถ้าเราจะช่วยแก้ปัญหาสังคมเราต้องรู้ก่อนว่าปัญหานั้นคืออะไร ต้องฟังคนที่เค้ามีปัญหา

คราวนี้ชุมนุมที่ไหน ไม่ให้ชาวบ้านเดือดร้อน ถ้าจุดมุ่งหมายเราเพื่อ
อธิบายบอกเล่าความจริงที่เกิด รวมทั้งอธิบายแบบโยนิโสมนสิการ
ก็น่าจะลองติดต่อขอใช้ที่วัดเช่นวัด พระธรรมกาย หรือ พุทธมณทล
หรือที่เอกชนต่างๆ

ต้องกำหนดวัตถุประสงค์การชุมนุมให้ชัดเจนว่าเพื่อแผยแพร่ข่าวสาร
เพื่อมุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ไม่ใช่ชุมนุมเพื่อกดดันให้เปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดย
การปิดล้อมบางสถานที่ ไม่ว่าจะโดยตรง หรือทางอ้อม
เพื่อให้เป็นเงื่อนไขสู่การเปลี่ยนแปลง
แต่ก็จะเป็นเงื่อนไขไปสู่ความรุนแรงได้เช่นกัน

รถคันใหม่มาแล้ว

ที่มา thaifreenews


โดย vinitaya

รถคันใหม่มาแล้ว

ยังอาลัยร้องร่ำครวญคร่ำถึง
หวนคำนึงถึงอยู่ไม่รู้หาย
ยังครุ่นคิดเคืองขุ่นให้วุ่นวาย
ไม่ลับหายแค้นมีชีวีเรา

คิดถึงคนถูกฆ่าพาเศร้าหนัก
คนรู้จักจากลาพาหมองเศร้า
ความชิงชังยังอยู่ดูไม่เบา
ไม่มีทางที่เราจะปรองดอง

รอขึ้นรถคันใหม่ไปให้ถึง
อยากตะบึงต่อไปใจเรียกร้อง
ไม่ยอมหยุดก้าวย่างหนทางมอง
ขอจับจองรถคันใหม่ไปด้วยคน

รถเรียกร้องประชาธิปไตยให้ไทยเกิด
รถชูเชิดยุติธรรมนำไทยผล
รถทวงสิทธิ์ชอบธรรมนำสู่ตน
ให้วีรชนที่ตายไม่ตายฟรี

รถคันใหม่ข่าวว่าจะมาแล้ว
ยินแว่วแว่วเริ่มวางทุกอย่างนี่
มีกำลังเครื่องขับนับว่าดี
คงเห็นทีพาตะบึงถึงสุดทาง

แดงสยามรถคันใหม่ใครหวังพึ่ง
พาไปถึงจอดป้ายไม่หายห่าง
ไม่ตกถนนเสียหลักต้องหักกลาง
คนโดยสารเดินทางอย่างปลอดภัย

มุ่งจุดหมายปลายทางวางกำหนด
คนขับรถตามกฎกำหนดไว้
อย่าขับแซงทางโค้งให้โล่งใจ
ขับปลอดภัยยึดกฎกำหนดมี

ผู้โดยสารมากมายทั้งหลายแหล่
รอขึ้นรถแหนแห่กันอึงมี่
ออกเมื่อไรคนแน่นไม่แล่นฟรี
ถ้าคนขับขับดีดีต้องมีชัย

23/07/2553


โดย RED DRAGON

ขอโหนรถ ด้วยคนนะ จะไปด้วย
จะได้ช่วย อีกแรง ให้แข็งขัน
เรียกร้องประชาธิปไตย ให้ได้ทัน
รุ่นรานั้น สำเร็จ เสร็จสมบูรณ์
ไม่ต้องร้อน ไม่ต้องเดือด เลือดไม่หลั่ง
ชนรุ่นหลัง ไม่ลำบาก จากอสูรย์
คราบเทวดา เอาเปรียบจ้อง ต้องอาดูร
ประชาธิปไตยสมบูรณ์ สองมาตราฐานหมดไป ประเทศไทยไชโย

ส่งนักเรียน16 ปีชูป้าย"ผมเห็นคนตายที่ราชประสงค์"เข้า"สถานพินิจ"หลังถูกสอบเครียด

ที่มา มติชน

โดย ชฎา ไอยคุปต์

จากกรณีที่มีกลุ่มนักเรียนนักศึกษานำโดย
นายธนิต บุญญนสนีเกษม แกนนำกลุ่มพลังมวลชนเชียงราย นายกิตติพงษ์ นาตะเกศ อายุ 24 ปี
นายนิติเมธพนฎ์ อายุ 23 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และ
นักเรียน อายุ 16 ปีโรงเรียนดำรงราษฎรสงเคราะห์เชียงราย
ถูกออกหมายจับในข้อหาชุมนุมหรือมั่วสุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

หรือกระทำการใดอันเป็นการยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย
ภายในเขตพื้นที่ที่หัวหน้าผู้รับผิดชอบประกาศพระราชกำหนด,
ร่วมกันเสนอข่าว,
ทำให้แพร่หลายซึ่งสิ่งพิมพ์หรือสิ่งอื่นใดที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชน
เกิดความหวาดกลัวหรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดใน สถานการณ์ฉุกเฉิน


กลุ่มนักเรียนและนักศึกษาดังกล่าวได้ถือป้ายแสดงข้อความต่างๆ เช่น
"ผมเห็นคนตายที่ราชประสงค์"
"นายกครับอย่าเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินนะครับ ไม่งั้นรัฐบาลจะพัง" และ
"พ.ร.ก.ฉุกเฉินต้องคงไว้เพื่อไม่ให้ความจริงปรากฏ"

โดยกลุ่มนักเรียนทั้งหมด สวมหน้ากากอนามัยเพื่อปิดบังใบหน้า
พร้อมเขียนข้อความไว้บนหน้ากากอนามัยว่า พ.ร.ก. ส่วนเสื้อที่สวมใส่ก็ได้มีการเขียนว่า
"ปรองดอง""ไม่รักรัฐบาลทรราช"โดยถือป้ายที่บริเวณตลาดสดเทศบาล 1
และปากทางขึ้นศาลากลาง จ.เชียงราย จนถูกออกหมายจับดังกล่าว


พ.ต.ท.บัญญัติ ทำทอง รักษาราชการแทน รอง ผกก.สส.สภ.เมืองเชียงรายกล่าวว่า
นายธนิตยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวโดยติดต่อกับกลุ่มนัก เรียนนักศึกษาทางเฟซบุ๊กด้วย
ซึ่งทางตำรวจเห็นว่าเข้าข่ายกระทำความผิด เพราะพื้นที่ยังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน


ล่าสุดนักเรียนอายุ 16 ปี หนึ่งในผู้ที่ออกหมายจับได้เข้ารายงานตัวกับสถานพินิจที่จังหวัดเชียงราย
และถูกเรียกให้พบอีกครั้งในวันที่ 30 ก.ค.นี้ แม่ของนักเรียนอายุ 16 ปี เปิดเผยกับ "มติชนออนไลน์" ว่า
ในวันเกิดเหตุวันที่ 16 ก.ค.ครูที่โรงเรียนลูกชายโทรมาแจ้งให้พาลูกชายไปพบที่โรงเรียน
แม่ก็บอกว่าไม่รู้เรื่องลูกชายไปชูป้าย
และตอนนั้นครูแจ้งว่าไม่ผิดหรอกที่จะทำแต่ไม่ควรใส่เสื้อนักเรียนที่มีป้ายชื่อสถานบันไป
จึงไม่ได้คิดอะไรก็พาลูกกลับบบ้าน


"เวลาประมาณ 17.00 น. พ.ต.ท.บัญญัติ ทำทอง โทรมาขอเบอร์สามี
จึงบอกไปว่าอยู่กรุงเทพฯ 2-3 เดือนถึงจะลงมาสักครั้งหนึ่งจากนั้นจึงโทรไปหาสามีว่า
จะมีตำรวจโทรไปหายังไม่ทันคุยจบ ก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามาในบ้านเพราะว่า
ประตูรั้วเปิดแง้มไว้ จึงวางโทรศัพท์แล้วออกไปดูพบว่ามีชาย 3 คนเข้ามาในบ้าน
แล้วแจ้งว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบมาตรวจสอบมาสอบถามเรื่องลูกชายว่ามีใครชักชวน
ซึ่งลูกชายก็บอกว่ารู้จักกันทางเฟซบุค และตำรวจขอดูโน้ตบุคของลูกชายแต่ก็ไม่พบอะไร
แล้วตำรวจเชิญไปโรงพัก แต่เราไม่ไปเพราะเวลานั้นใกล้ค่ำแล้วจึงบอกว่า
ขอไม่ไปได้ไหมเพราะค่ำแล้ว และถ้าจะให้ไปจริงขอหมายเรียกมาก่อน แล้วตำรวจนอกเครื่องแบบก็กลับไป


หลังจากตำรวจทั้ง 3 นายกลับไป พ.ต.ท.บัญญัติ โทรมาแจ้งว่าจะมาที่บ้าน
และมาพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งมาค้นข้อมูลจากโน้ตบุคก็พูดขึ้นว่า
พอตำรวจเข้าบ้านมาก็ส่งข้อมูลให้เพื่อนทางเฟซบุคเลยจึงขอร้องว่าดึกแล้ว
ให้ตำรวจกลับไปก่อน ผ่านไป 2 วันไม่มีอะไรเกิดขึ้น



วันที่ 18 ก.ค.ตรงกับวันอาทิตย์ห่วงลูกจึงพาไปทำงานด้วย ตอนเย็นมีตำรวจโทรมาบอกว่า
จะไปหาที่บ้านตอน 1 ทุ่ม จึงบอกไปว่าตอนนี้ไม่อยู่บ้าน
เพราะตอนนั้นก็กลัวมาก จึงพาลูกชายไปอยู่ที่บ้านเพื่อนก่อนรอจน 3 ทุ่มจึงเข้าบ้านไป
ตอน 1 ทุ่มกว่าๆให้ลูกไปดูหน้าบ้านเห็นรถติดไฟไซเรนจอดอยู่ใกล้ๆ บ้าน
จึงพากันไปกินข้าวรอให้ดึกก่อนถึงกลับเข้าบ้าน พอกลับถึงบ้านก็ไม่พบรถคันดังกล่าวแล้ว


เช้าวันจันทร์ที่ 19 ก.ค. มีตำรวจโทรเข้ามาบอกว่าให้เปิดประตูบ้าน
เพราะมีหมายเรียกและหมายค้น จากนั้นตำรวจเข้ามาถ่ายภาพห้องนอนลูกชาย
และยึดโน้ตบุ๊คลูกชายไป
แจ้งว่าเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ก.ค.ให้ไปที่สถานีตำรวจ จากนั้นก็พาลูกชายไปที่สถานีตำรวจแล้ว

ทางตำรวจก็ส่งลูกชายไปที่สำนักงานอัยการเพื่อสอบปากคำ
ในวันนั้นมี อัยการ นักจิตวิทยา ทนายความ ตำรวจ นักสิทธิมนุษยชน สอบสวนซักถามลูกชาย
ความรู้สึกของแม่ตอนนั้นคือไม่รู้จะทำอะไรได้นอกจากคอยอยู่ใกล้ๆลูกชาย คิดว่า
ลูกชายคงกดดันมาก
แต่เขาก็ตอบไปตามความจริงเรื่องที่ไปชูป้ายกับรุ่นพี่ที่รู้จักกันผ่านทางเฟซบุค จากนั้นก็แยกย้ายกันกลับ



วันเดียวกันเวลาประมาณ 6 โมงเย็น มีตำรวจโทรมาว่าวันที่ 21 ก.ค.จะพาลูกชายไปส่งสถานพินิจ
ตอนนั้นตกใจมากแต่ก็คิดว่าคงไม่มีอะไร
พอรุ่งเช้าก็แต่งตัวรอแล้วทางตำรวจก็แจ้งว่าให้พาลูกไปเองไม่มารับแล้วและย้ำว่าไม่ต้องพาใครไปด้วย
ให้ลูกชายแต่งชุดนักเรียนไป แล้วทางสถานพินิจก็ให้ลูกชายไปพบพนักงานควบคุมควมประพฤติ
เซ็นชื่อแล้วก็กลับบ้านไม่ได้มีการสอบสวนอะไร
และแจ้งว่าในวันที่ 30 ก.ค.ให้พาลูกชายมาอีกครั้งและให้พาไปตรวจร่างกาย


วันที่ 30 ก.ค.ไม่รู้ว่าจะเรียกไปทำอะไร คิดไว้ว่าถ้าลูกชายถูกควบคุมตัวก็จะดำเนินการประกันตัวออกมา

สงสารลูกชายมาก เมื่อก่อนนอนแยกห้องกันหลังจากเกิดเรื่องลูกชายมานอนกับแม่
ทั้ง 2 คนไม่มีใครนอนไม่ค่อยหลับเลยได้แต่นอนกอดกันฟังเสียงลมหายใจ พอลูกชายหลับไป
ก็สะดุ้งตื่นดิ้นมือไขว่คว้าหาแม่ตลอด
แม่เองก็กินไม่ได้นอนไม่หลับพ่อที่ทำงานอยู่กรุงเทพฯก็เป็นทุกข์"
แม่นักเรียนอายุ 16 ปี กล่าว


ขณะที่นักเรียน ม. 5 ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้ถูกเรียกไปไหนก็ต้องไป
แต่ก็เชื่อว่าสิ่งที่กระทำลงไปไม่ผิดเพราะเป็นการแสดงความคิดเห็นเท่านั้น
วันที่ไปชูป้ายข้อความว่า "ผมเห็นคนตายที่ราชประสงค์" เป็นการแสดงความคิดเห็นของตนเอง
จึงคิดว่าไม่ผิดเพราะมีคนตายจริงๆ ข่าวที่ปรากฎตามสื่อก็มี
ตอนนี้รู้สึกเครียดเหมือนกันแต่เรื่องราวมาถึงขนาดนี้แล้ว
ก็คงต้องทำใจปล่อยไปตามเรื่องตามราวที่จะเกิดขึ้น เขาเรียกไปสถานพินิจก็ต้องไป


"ผมไม่กลัวเพราะผมไม่ผิดผมไม่ได้ไปกระทำผิดเรื่องร้ายแรงอะไร
การไปชูป้ายเป็นแค่การแสดงความคิดเห็นจึงคิดว่าไม่น่าจะโดนอะไร ไปกับพี่ที่ติดต่อกันทางเฟซบุค
และตกใจเหมือนกันที่เห็นตำรวจมาที่บ้านเข้ามาในบ้านแบบไม่ทันตั้งตัว มาค้นข้อมูล"
นักเรียน ม.5 กล่าว


ทางด้านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
น.ส.เกศริน เตียวตระกูล คณะอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กล่าวถึงกรณีนี้ว่า
ตนเห็นว่าการถือป้ายลักษณะดังกล่าว เป็นสิทธิเสรีภาพในการคิด
เด็กอายุ 16 ปี ก็มีความคิดได้เช่นกัน
ดังนั้น จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดนำเสนอต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ต่อไป

ศาลอาญา"ไม่รับฟ้อง"นักข่าวอิสระฟ้องนายกฯ-บิ๊กรบ.สลายม็อบแดง

ที่มา มติชน


เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดี
ที่ นายอุดม โปร่งฟ้า ทนายความ รับมอบอำนาจจากนายบดินทร์ วัชโรบล ผู้สื่อข่าวอิสระ เป็นโจทก์
ยื่นฟ้อง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง
และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ( ศอฉ.) ,
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ,
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ,
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง.ผบ.ทบ. ,
พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ,
นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ,
พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ,
พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผบ.พล.ร2 รอ. ,
พ.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.2 รอ.) ,
พ.อ.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ ผู้บังคับการ ร.21 รอ ,
พ.ท.เกรียงศักดิ์ นันทโพธิ์เดช ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 12 (ร.12 พัน 2 )และ
พ.ท.นพสิทธิ์ สิทธิพงศ์โสภณ ผบ.ม.พัน 3 รอ.
เป็นจำเลยที่ 1-13 ในความผิดฐานพยายามฆ่า
และทำร้ายร่างกายจนได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 , 289


ศาลได้มีคำสั่งโดยพิเคราะห์แล้วเห็นว่า
จำเลยซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเป็นตัวการ
หรือให้จำเลยอื่นฆ่าหรือพยายามฆ่าผู้อื่น
ซึ่งอยู่ในอำนาจการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย
วิธีพิจารณาคดของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 มาตรา 9(1)(2) จึงไม่รับฟ้อง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องระบุว่า
เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 จำเลยที่ 1 และผู้ที่เกี่ยวข้อง
สั่งการให้ใช้กำลังทหารเข้าสลายชุมนุมของคนเสื้อแดงที่ชุมนุมกันบริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ
โดยมีอาวุธปืนและกระสุนจริงในการปฏิบัติการ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
ซึ่งโจทก์เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
ซึ่งกระสุนปืนยังฝังอยู่ในร่างกายและลำไส้เล็ก ไม่สามารถผ่าตัดนำกระสุนออกมาได้

ภาพนิทรรศการ 7 วัน 7 ความเจ็บปวด

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

by พระอินทร์











ชมภาพทั้งหมดที่นี่>>>http://picasaweb.google.com/113899017616012579558/77#

งานมีถึงวันอาทิตย์ที่ 25

http://www.prachataiboard1.info/board/id/53189#comment-500893

ไม้หนึ่ง ก.กุนที: คิดถึงบ้านที่อยู่ในอนาคต

ที่มา ประชาไท

กางแผนที่ ไล่นิ้วผ่าน หมายพิกัด
นวรัฐ ของเรา อยู่ตรงไหน ?
นกจักพราก กระพือปีก กี่ปีไป
จึงจะได้กลับคืนเรือน...โลกสากล ?

แตะพิกัดบ้านเกิด แต่ก่อนเก่า
ครั้งยามเยาว์ ตั้งไข่ เดินเริ่มต้น
แผ่นดินที่ทำบัตรประชาชน
ใครบางคน เขาครอบครอง ด้วยมายา !!

เห็นพิกัดแห่งกรุงเทพมหานรก
ย้อมเลือดนกเสรี ฝูงผู้กล้า
ซาบซึมตึก ตรอกซอกซอย นัครา
ยาก ล้าง ชะ แม้ใคร จะ พยายาม !!!

กับโกบอล สากลวัฒนะ
พลวัต ที่ผองคน ต้องผ่านข้าม
ทุนนิยม อัปลักษณ์ หรือ งดงาม
ในนิยาม ของชาวสังคมนิยม ?

ความเพลี่ยงพล้ำ ปราชัย ในคราวนี้
บางส่วนที่ไม่ได้ผ่านการเพาะบ่ม
เปี่ยมทักษะปลุกเร้า อย่างแหลมคม
แต่ขาดหลักมั่นคงทางทฤษฎี

คือบทเรียนหน้ายาว...หลายชีวิต
ติดตามสอน ประกอบส่วน ไปทุกที่
สู่สิ่งใหม่ ยุทธศาสตร์ ยุทธ์วิธี
สะสม วัน เดือน ปี สร้าง ชนะ !
.........................................
ขอบคุณ เพ็ญ ภัคตะ สำหรับคำ "กรุงเทพมหานรก"
*บทกวีของไม้หนึ่ง ก.กุนที จากเฟซบุ๊คส่วนตัวของเขาเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2553

โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ส่งสาสน์ถึงผู้อ่านสมุดปกขาว

ที่มา ประชาไท

นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความผู้ได้รับการว่าจ้างจากอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ให้ดำเนินการฟ้องร้องรัฐบาลไทย และวานนี้ได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงเดือนพฤษภาคม ส่งสาสน์ถึงผู้อ่านรายงานฉบับดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ระบุยังมีฉบับแปลอีกหลายภาษา ยินดีรับผิดชอบแต่ผู้เดียว

นายอัมสเตอร์ดัมแสดงความรับรู้กรณีถูกพันธมิตรโจมตีประเด็นส่วนตัว พร้อมทั้งระบุว่าการที่รัฐบาลไทยไม่อนุญาตให้เขาเดินทางเข้าประเทศเป็นการตัดสิทธิของเขาในการแก้ต่างให้กับลูกความและเป็นการเปิดโอกาสให้รัฐบาลโจมตีเขาเพียงฝ่ายเดียว

สำหรับรายงานชิ้นดังกล่าวเป็นการพยายามรวบรวมเหตุการณ์ความรุนแรงและการวิเคราะห์เบื้องหลังของการใช้กำลังทหารออกมาสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง ซึ่งรายงานฉบับนี้ระบุว่าเป็นขบวนการประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ไทยเคยมีมาอย่างน้อยในรอบ 35 ปี

000
สารจาก “โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม” ถึงผู้อ่านสมุดปกขาวทุกท่าน

ถึง ผู้อ่านทุกท่าน

“ผมรับทราบเป็นอย่างดีถึงการถกเถียงอภิปรายเกี่ยวกับสมุดปกขาวที่กำลัง เกิดในประเทศไทยขณะนี้ ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เอกสารชิ้นนี้ได้รับความสนใจ ผมประสงค์ที่จะชี้แจงว่าสมุดปกขาวถูกร่างขึ้นด้วยความร่วมมือของผู้เขียน หลายท่าน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองชาวไทยจำนวนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ผมขอเป็นผู้รับผิดชอบต่อการจัดทำสุดปกขาวเล่มนี้เพียงผู้เดียว เนื่องจากในปัจจุบันประเทศไทยปกครองภายใต้ พรก. ฉุกเฉิน และไม่มีความเป็นประชาธิปไตย

ปัจจุบันเป็นที่เป็นที่แน่ชัดแล้วว่ารัฐบาลไทยมีความผิดฐานใช้อธิพลทางการเมืองถ่วงเวลาการสอบสวนกรณีการเสียชีวิตของประชาชนจากการล้อมปราบ ผมไม่เคยพบผู้นำประเทศใดที่เชื่อว่าการประกาศใช้ พรก. ฉุกเฉินในสถานการณ์ปัจจุบันในประเทศไทยเป็นเรื่องที่ชอบธรรมตามกฎหมาย การคงพรก.ฉุกเฉินแสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอของรัฐบาลอภิสิทธิ์

ผมทราบว่ากลุ่มพันธมิตรได้โจมตีผมในเรื่องประเด็นส่วนตัว แสดงให้เห็นว่าพวกเขากลัวที่จะรับรู้”ความจริง”อย่างไม่มีที่สิ้นสุด นอกจากนี้ ผมยังถูกรัฐบาลไทยสั่งห้ามเข้าประเทศ เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้พวกเขาโจมตีผมได้โดยไม่ต้องแสดงความรับผิดชอบใดๆทั้ง สิ้น

ซ้ำการสั่งห้ามผมไม่ให้เข้าประเทศยังเป็นการทำลายสิทธิของผมที่จะแก้ต่างให้คนเสื้อแดงที่เป็นลูกความผมอีกด้วย
นอกจากกรณีของผมแล้ว ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาชญากรรมสงความของผม ดร. คานูปส์ ยังถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าประเทศไทยเช่นกัน ซึ่งดร. คานูปส์และผมได้ตัดสินใจที่จะใช้วิธีเจรจาทางการฑูตเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่ง ดังกล่าว

ผมตระหนักเป็นอย่างดีว่ารัฐบาลทหารนี้พยายามที่จะใช้ระบบกฎหมายและสื่อ เป็นเครื่องมือที่จะลดทอนความสำคัญของสมุดปกขาว และยิ่งไปกว่านั้นคือบั่นทอนการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง

ผมขอย้ำไว้ ณ ที่นี้ว่า สมุดปกขาวเล่มนี้จะได้รับการแปลเป็นหลายภาษาและแจกจ่ายไปทั่วโลก

ท้ายนี้ ผมยินดีที่จะอภิปรายเรื่องสมุดปกกับตัวแทนของรัฐบาลทุกที่ทุกเวลาบนพื้นฐาน ของกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างไรก็ดี ผมยังตระหนักว่ามีบุคคลหลายท่านที่สามารถอภิปรายและชี้แจงเรื่องนี้ได้ดี กว่าผม แต่พวกเขาเหล่านั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายและถูกจองจำในค่ายทหาร”

ที่มา: http://robertamsterdam.com/thai/?p=128

เล็งตั้ง "กองพลทหารราบที่ 7" สกัดเสื้อแดงเชียงใหม่-พะเยา

ที่มา ประชาไท

"สุเทพ" จับมือ ศอฉ. ใช้งบหมื่นล้านตั้ง "กองพลทหารราบที่ 7" พร้อมกำลังพล 8 พันนาย สกัดการเคลื่อนไหวคนเสื้อแดงเชียงใหม่-พะเยา หวั่นเคลื่อนไหวจนรับมือไม่ได้ คาดจะเข้า ครม.อนุมัติหลักการสัปดาห์หน้า

เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ รายงานเมื่อ 23 ก.ค. ว่า ในการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่ บก.ทบ. เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนที่รัฐบาลจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ จ.ลำปาง สกลนคร และร้อยเอ็ด ไปแล้วตามที่ทางกองทัพเสนอความเห็นให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) สั่งยกเลิกนั้น
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ.ได้หารือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เพื่อหาแนวทางสกัดการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นฐานเสียงสำคัญของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีความพยายามเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องสร้างความลำบากใจ ต่อการควบคุมกลุ่มประชาชนจำนวนมาก

โดยในที่ประชุม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ได้เสนอแนวความคิดที่จะขยายกำลังทหารในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ด้วยการจัดตั้ง กองพลทหารราบที่ 7 ขึ้น ใช้พื้นที่กรมรบพิเศษที่ 2 เดิม เป็นกองบัญชาการกองพล จะมีหน่วยขึ้นตรง 2 กรม คือ กรมทหารราบที่ 7 (จ.เชียงใหม่) และกรมทหารราบที่ 17 (จ.พะเยา) โดยจะมีการบรรจุอัตรากำลังพลที่เกลี่ยมาจากหน่วยต่างๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคอีสานจำนวนเกือบ 8,000 นาย ซึ่งจะมีการเสนอของบประมาณจำนวนเกือบ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ ครม.อนุมัติงบประมาณภายในเดือน ส.ค.นี้ เพื่อเป็นการสะดวกต่อการบรรจุตำแหน่ง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 7 ในการปรับย้ายนายทหารในครั้งนี้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับในพื้นที่ภาคเหนือ มีเพียงกองพลทหารราบที่ 4 กองพลเดียว ดังนั้นกองพลทหารราบที่ 4 จำเป็นต้องตั้งกรมทหาราบที่ 14 (จ.ตาก) ขึ้นมาใหม่อีก 1 กรม เพื่อบรรจุให้ครบตามการบรรจุอัตรากำลังพล พร้อมกับกรมทหาราบที่ 4 (จ.นครสวรรค์) เดิมที่มีอยู่แล้ว ซึ่งต่อไปนี้ในพื้นที่ภาคเหนือ จะมีหน่วยทหารเป็น 2 กองพล คือ กองพลทหารราบที่ 4 และกองพลทหารราบที่ 7 ขึ้นตรงกับกองทัพภาคที่ 3 ส่วนในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 จะมีหน่วยทหารกำลังหลัก ประกอบด้วย กองพลทหารราบที่ 3 และกองพลทหารราบที่ 6

ในส่วนของกองทัพภาคที่ 4 จะประกอบไปด้วย กองพลทหารราบที่ 5 และกองพลทหารราบที่ 15 อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่า นายสุเทพ มีความต้องการที่จะสกัดการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ในพื้นที่ภาคเหนืออย่างจริงจัง และพร้อมจะผลักดันการจัดตั้งกองพลทหารราบที่ 7 เข้า ครม.เพื่อพิจารณาอนุมัติหลักการในสัปดาห์หน้า รวมถึงจะเกลี่ยงบประมาณเพื่อจัดตั้ง กองพลทหารราบที่ 7 ให้สำเร็จในเร็วๆ นี้ ซึ่งหากมีการจัดตั้งกรมทหาราบที่ 7 สำเร็จก็มีความแนวโน้มจะประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ภาคเหนือได้ในเร็วๆ นี้เช่นกัน

ที่มาของข่าว: ดันตั้งกองพลร.7 สกัดเสื้อแดง บรรจุ8พันนาย, ไทยรัฐออนไลน์, 23 ก.ค. 53, 19.25 น.http://www.thairath.co.th/content/pol/98493