WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, August 17, 2010

มุกดาหาร:7 ผู้ต้องหาเสื้อแดงได้ประกัน อีก 19 คนไม่ได้ประกัน หนีอีกร่วม 70

ที่มา ประชาไท


ศาลมุกดาหารให้ประกัน 7 ผู้ต้องหาเสื้อแดงบุกศาลากลางหัวละแสนหลังถูกฝากขังกว่า 2 เดือน ลูกเมียอีก 19 ผู้ต้องหาเศร้า ไม่ได้ประกันคดีเผา นัดตรวจพยาน 30 สิงหาคม นี้

16 สิงหาคม 2553 เวลา 9.00 น. ที่ศาลจังหวัดมุกดาหาร ศาลได้สอบคำให้การจำเลย คดีดำที่ 1459/2553 ที่พนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายจันที แสนลา กับพวกรวม 26 คนเป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันวางเพลิงเผาโรงเรือนอันเป็นสาธารณสถานและสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น อันเป็นการรบกวนการครอบครองโดยปกติสุข ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ที่ใช้ หรือมีไว้เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ ซึ่งอัยการยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา

เหตุเกิดเมื่อเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 จำเลยทั้งหมดกับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้องได้บังอาจร่วมกันกระทำความ ผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ ได้บังอาจร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบริเวณศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร อันเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในความครอบครองของนายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ผู้เสียหาย แล้วส่งเสียงร้องปลุกระดมทางการเมืองในบริเวณศาลากลางจังหวัด อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุข และโดยไม่มีเหตุอันสมควร

อีกทั้งภายหลังกระทำความผิดดังกล่าวแล้ว จำเลยที่ 1 ถึง 4 ที่ 6,7,10,12,15 ถึง 19 ที่ 21 ถึง 26 กับพวกที่หลบหนียังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้บังอาจร่วมกันวางเพลิงเผาอาคารศาลากลางจังหวัดมุกดาหารจำนวน 2 หลัง ซึ่งเป็นโรงเรือนอันเป็นสาธารณสถานและสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จนศาลากลางดังกล่าวเสียหาย เสื่อมค่า และไร้ประโยชน์ คิดเป็นเงินจำนวน 85,000,000 บาท (แปดสิบห้าล้านบาท) แล้วได้บังอาจร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า ทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งรถยนต์ดับเพลิงจำนวน 4 คัน ของเทศบาลเมืองมุกดาหาร ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ใช้ หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ จนทรัพย์ดังกล่าวเสียหาย รวมเป็นราคา 74,490 บาท

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยที่ 1 ถึง 15 ได้ ส่วนจำเลยที่ 16 ถึง 18 และที่ 21 ถึง 26 จับกุมได้เมื่อวันที่ 21,23,24 พฤษภาคม วันที่ 9,14,17,26 มิถุนายน และวันที่ 2,29 กรกฎาคม 2553 พร้อมกันนี้ได้ยึดรถสามล้อรับจ้าง (สกายแล็ป) จำนวน 1 คัน ซึ่งเป็นทรัพย์ที่จำเลยกับพวกใช้บรรทุกยางรถยนต์มาเป็นเชื้อเพลิงเผาศาลากลางดังกล่าว ส่วนจำเลยที่ 19 และ 20 เข้ามอบตัวต่อ พนักงานสอบสวน ทำการสอบสวนแล้ว ชั้นสอบสวนจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ คดีมีมูล

ระหว่างการสอบสวน จำเลยที่ 1 ถึง 18 และจำเลยที่ 21 ถึง 26 ถูกควบคุมตัวในเรือนจำมุกดาหารตลอดมา และได้รับการเบิกตัวมาสอบคำให้การ พร้อมกันกับจำเลยที่ 19 และ 20 ศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้ง 26 คนฟังจนเข้าใจ แล้วสอบถาม ปรากฎว่าจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ศาลจึงนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 30 สิงหาคม นี้ เวลา 09.00 น. ทั้งนี้ ศาลได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จำเลยที่ 5,8,9,11,13,14 และ 20 ซึ่งมีความผิดฐานบุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพียงกรรมเดียว โดยใช้หลักทรัพย์ในการประกันตัว 1 แสนบาท

อนึ่ง เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้ต้องหา 1 คน ที่ให้การสารภาพในชั้นสอบสวน ไม่ปรากฎมีรายชื่อเป็นจำเลยในการยื่นฟ้องของอัยการ คาดว่าถูกกันตัวไว้เป็นพยานทั้งนี้ ในคดีดังกล่าวเจ้าพนักงานได้ออกหมายจับรวมทั้งสิ้น 97 คน ยังเหลือผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องอีกราว 70 คน

ในขณะที่บรรดาญาติของจำเลยที่ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว หลังถูกควบคุมตัวนาน 3 เดือนต่างพากันดีใจ ขณะที่ รายที่ไม่ได้รับการประกันตัวต่างก็ผิดหวัง และเดินทางออกจากศาลด้วยอาการหงอยเหงา เศร้าซึม

ญาติรายหนึ่งกล่าวว่า สงสัยว่าตำรวจใช้หลักฐานอะไรในการตั้งข้อหา เนื่องจากผู้ต้องหาที่ถูกจับในวันเกิดเหตุบางคนถูกตั้งข้อหาบุกรุก บางคนถูกตั้งข้อหาวางเพลิง ทั้งๆ ที่ถูกจับอยู่นอกรั้วศาลากลางเหมือนๆ กัน

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับภรรยาของจำเลยคนหนึ่งที่ไม่ได้รับการปล่อย ตัว เธอกล่าวว่า ขณะนี้ตั้งครรภ์ได้ 5 เดือน เธอตั้งความหวังไว้ว่าสามีจะได้รับการปล่อยตัวก่อนที่เธอจะคลอดลูก ไม่เช่นนั้นเธอก็จะลำบากมาก แม้ในขณะนี้ก็ลำบากมากอยู่แล้ว เนื่องจากเธอและแม่สามีต้องรับภาระในการหารายได้และเลี้ยงดูลูก 2 คน รวมทั้งพ่อสามีซึ่งป่วย อีกทั้งยังมีงวดรถสามล้ออีก 2 คัน ซ้ำตอนนี้รายได้จากการขายลูกชิ้นหน้าโรงเรียนอนุบาลมุกดาหารก็ลดลง เนื่องจากนโยบายจัดระเบียบแม่ค้าของทางผู้บริหารโรงเรียน ทำให้เธอต้องคอยหลบเทศกิจ ลูกค้าประจำจึงหดหายไป จะเปลี่ยนทำเลไปขายที่อื่นก็มีแม่ค้าลูกชิ้นอยู่เต็มไปหมดแล้ว หรือจะเปลี่ยนไปขายอย่างอื่นเธอก็ไม่มีความชำนาญ

จารึกเกียรติยศ 65 ปีวันสันติภาพ(ตอนจบ):กระจ่าง ตุลารักษ์ คณะราษฎรคนสุดท้าย ส่งทอดมรดกสู่ชนรุ่นหลัง

ที่มา Thai E-News





เรียบเรียงโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา หนังสือตำนานเสรีไทย โดย ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร
17 สิงหาคม 2553

หมายเหตุไทยอีนิวส์:เมื่อ 65 ปีที่แล้วนายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการ และหัวหน้าขบวนเสรีไทยได้ประกาศสันติภาพเมื่อ 16 สิงหาคม 2488 มีผลสำคัญยิ่งยวดทำให้ไทยไม่ต้องตกเป็นประเทศแพ้สงครามโลกครั้งที่2 ไม่ต้องถูกยึดครองหรือแบ่งแยกจากมหาอำนาจผู้ชนะสงคราม ซึ่งมีผู้เคยกล่าวไว้ว่าไม่เช่นนั้นไทยก็คงไม่พ้นต้องเสียกรุงครั้งที่3 อันเป็นผลพวงหลักจากเคลื่อนไหวของขบวนการใต้ดินเสรีไทย อย่างไรก็ตามควรต้องจารึกไว้ด้วยว่า มีวีรชนผู้เสียสละชีพ และอุทิศตัวอย่างยืนหยัดเพื่อชาติในขบวนการหลายท่าน เราจึงได้นำเสนอวีรประวัติเพื่อเชิดชูเกียรติวีรชนของประชาชาติไทย ณ โอกาสวันสันติภาพในปีนี้

กับทั้งเป็นการเตือนสติบรรดาขบวนการล้าหลังคลั่งชาติที่กระหายเลือดกระหายสงคราม เป็นปฏิปักษ์ต่อสันติภาพอยู่ในเวลานี้


คณะราษฎร์คนสุดท้ายผู้เสียชีวิตในวันที่24มิถุนาฯ

ร.ท.กระจ่าง ตุลารักษ์ เป็นสมาชิกคณะราษฎรคนสุดท้าย ที่น่าประหลาดราวกับเป็นความตั้งใจก็คือ ท่านผู้นี้สิ้นลมอย่างสงบเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2552 อันตรงกับวันครบรอบการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 ครบรอบ 77 ปีพอดี

ร.ท.กระจ่างเสียชีวิตลงในวัย 98 ปี ญาติได้จัดพิธี"ฌาปณกิจศพ"อย่างเรียบง่าย จากนั้นได้นำอัฐิมาบรรจุกระดูกที่วัดประชาธิปไตย หรือวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน เช่นเดียวกับผู้นำคณะราษฎร์สำคัญท่านอื่นๆ เช่น นายพันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา และนายพันเอกพระยาทรงสุรเดช นายพันเอกพระยาฤทธิอาคเนย์ เป็นต้น

เปิดเผยวีรกรรมขณะทำงานกู้ชาติกับเสรีไทย

หนังสือตำนานเสรีไทยบันทึกประวัติวีรกรรมของกระจ่างไว้ว่า เขาเกิดที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อพ.ศ.2456 เป็นบุตรนายนัฐ ตุลารักษ์ และเป็นน้องชายนายสงวน ตุลารักษ์ เอกอัคราชทูตไทยประจำประเทศจีนคนแรก ได้รับการชักชวนจากพี่ชายให้เข้าร่วมการเปลี่ยนแปลงการปกครอง24มิถุนายน2475 ขณะเป็นนักเรียนกฎหมาย ต่อมาได้รับราชการทหาร แล้วเดินทางไปปฏิบัติงานเสรีไทยที่ประเทศจีนกับคณะของพี่ชาย ภายหลังสงครามได้รับพระราชทานยศทหารเป็นร้อยโท

ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2489 หลังสงครามโลกครั้งที่2สงบลง ได้รับเลือกตั้งเป็นส.ส.เขต1ขอนแก่น ต่อมาไปประกอบอาชีพส่วนตัวที่จ.ยะลา เปิดโรงเลื่อยไม้ที่บ้านกาบู ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน และสมรสกับนางพวงเพ็ชร หรือ สวนเพ็ชร โกวิทยา อดีตนางงามท้องถิ่นจ.ปัตตานี มีบุตรธิดา 4 คน

บทบาทของการเป็นเสรีไทยที่สำคัญของกระจ่างเกิดขึ้นในช่วงที่ตอนแรกก่อตั้งขบวนการเสรีไทย ภารกิจหลักคือการติดต่อกับฝ่ายสัมพันธมิตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือจีน สหรัฐฯ และอังกฤษ เพื่อให้สัมพันธมิตรทราบว่ามีองค์การใต้ดินต่อต้านญี่ปุ่นโดยคนไทยผู้รักชาติได้จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยแล้ว และต้องการร่วมมือกับสัมพันธมิตรในการต่อต้านญี่ปุ่น และจัดตั้งรัฐบาลพลักถิ่นขึ้นในต่างประเทศ นายปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าเสรีไทยพยายามดำเนินการเรื่องนี้มาแต่ต้น แต่เพิ่งจะสำเร็จเป็นครั้งแรกในต้นปี2486 เมื่อส่งนายจำกัด พลางกูรเล็ดลอดจากไทยไปถึงนครจุงกิง ประเทศจีน และสามารถติดต่อกับฝ่ายสัมพันธมิตรได้ อย่างไรก้ตามตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกรกฎาคม2486นายปรีดีไม่ได้รับการติดต่อใดๆจากนายจำกัดเลย

นายปรีดีจึงตัดสินใจส่งอีกคณะนำโดยนายสงวน ตุลารักษ์เล็ดลอดออกจากไทยไปจีนเพื่อสืบข่าวนายจำกัด โดยมีกระจ่างร่วมคณะไปด้วย โดยออกเดินทางจากกรุงเทพฯไปโดยรถไฟถึงพระตะบอง เขมรเมื่อ14กรกฎาคม2486ไปถึงจุงกิงวันที่1กันยายนปีเดียวกัน ตลอดการเดินทางต้องเสี่ยงถูกญี่ปุ่น ซึ่งยึดครองประเทศอินโดจีนอยู่จับกุม โดยเฉพาะขณะเดินทางจากเมืองมองกาย ชายแดนเวียดนามเข้าสู่เมืองตงเฮงของจีนเมื่อ28กรกฎาคม2486 นายกระจ่างไปสืบที่แนวหน้าแล้วแนะนำคณะทั้งหมดปลอมตัวเป็นชาวเวียดนามเดินปะปนคนจีนถือกระจาดเหมือนพ่อค้าเข้าไปเพื่อตบตาญี่ปุ่น ส่วนนายกระจ่างเดินตัวเปล่าตามหลังไป

"เราเดินทางรอนแรมมาเป็นเวลาถึง1เดือนเต็มหลังจากออกประเทศไทยมา เป็นการเดินทางที่แสนทุรกันดารนั่งเกี้ยวและลงเรือสลับกันไป"นายสงวนพี่ชายนายกระจ่างบันทึกไว้ตอนหนึ่ง เมื่อถึงจีนได้ไปพำนักกับหมอสงวน ว่องวานิช นายห้างอังกฤษตรางูผู้ต่อต้านญี่ปุ่นถูกเนรเทศมาอยู่จีนระยะหนึ่ง จนคณะสามารถติดต่อกับนายจำกัดได้ในปลายเดือนกันยายน ก่อนที่นายจำกัดจะเสียชีวิตลงในวันที่7ตุลาคม นายกระจ่างเป็นผู้เก็บอัฐิไปลอยอังคารที่แม่น้ำแยงซีเกียง
................
จำกัด พลางกูร



นายจำกัดเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ในวัยเพียง 2 6ปี กล่าวกันว่าเพราะภารกิจที่ตรากตรำ การที่ถูกทางการจีนควบคุมตัวไว้ไม่ต่างจากนักโทษขณะปฏิบัติภารกิจกู้ชาติ หรืออาจถูกลอบวางยาพิษ เขากล่าววาจาสุดท้ายอย่างแผ่วเบาว่า"เพื่อชาติ--เพื่อhumanity..."

ทั้งนี้ก่อนรับภารกิจออกเดินทางมาจีนเพื่อติดต่อฝ่ายสัมพันธมิตรนายปรีดีให้โอวาทเขาว่า"เพื่อชาติ เพื่อhumanityนะคุณ เคราะห์ดีที่สุดอีก45วันก็คงได้พบกัน เคราะห์ไม่ดีนักอย่างช้าอีก2ปีก็ได้พบกัน และถ้าเคราะห์ร้ายที่สุด ก็ได้ชื่อว่าสละชีวิตเพื่อชาติไป"..จำกัดเป็นบัณฑิตเกียรตินิยมจากอ๊อกฟอร์ด เมื่อศึกษาจบเข้ารับราชการที่กระทรวงศึกษาธิการระยะหนึ่ง และถูกให้ออกจากราชการ เพราะทัศนคติต่อต้านการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจในเวลานั้น เมื่อญี่ปุ่นยึดครองประเทศไทย ได้เข้าร่วมกับปรีดีก่อตั้งขบวนการเสรีไทยขึ้น

.............

จากนั้นเดินทางไปคุนหมิงเข้าฝึกอบรมการก่อวินาศกรรม การรับส่งวิทยุโดยรหัสลับ และการทหาร2เดือน จนต้นปี2487จึงเดินทางไปเมืองเจียงเฉิน ติดชายแดนเวียดนามอีก 2 เดือน แล้วเข้าสู่ประเทศไทยในเดือนเมษายน2487 และไปตั้งสถานีวิทยุรับ-ส่งข่าวกับจุงกิงที่หลวงพระบาง ประเทศลาว

ต้นเดือนกรกฎาคม 2487 เดินทางถึงพรมแดนไทย-ลาว สามารถติดต่อกับเสรีไทยสายอีสานได้หลายคน และได้รายงานให้นายปรีดีทราบ

กระจ่างยังได้รับภารกิจนำไมโครฟิล์มบันทึกข้อความนัดหมายให้นายปรีดีจัดคนไปรับการขึ้นบกจากเรือดำน้ำของนายทหารเสรีไทยสายอังกฤษในปลายเดือนธันวาคม2486 ซึ่งม.จ.ศุภสวัสดิ์วงศ์สนิทสวัสดิวัตทรงมอบให้แก่นายจำกัดไว้เมื่อเสด็จมาพบนายจำกัดที่จุงกิงในเดิอนสิงหาคม2486 แต่เนื่องจากนายกระจ่างยังไม่ได้เดินทางเข้าไทยจนกระทั่งปี2487 ดังนั้นเมื่อหน่วย"พริชาร์ด"ของกองกำลัง136 ซึ่งมีร.ต.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และคณะเดินทางมาถึงโดยเรือดำน้ำของราชนาวีอังกฤษมาถึงฝั่งไทยที่จังหวัดพังงาตามวันเวลาที่นัดหมายไว้ในไมโครฟิล์มดังกล่าว จึงไม่มีฝ่ายไทยไปรอรับ ทำให้ทางการอังกฤษต้องสั่งยกเลิกปฏิบัติการพริชาร์ดไปในที่สุด

ปลายทางผู้ร่วมก่อการ-ภาพป้ายสถานที่บรรจุอัฐิผู้นำคณะราษฎรที่วัดประชาธิปไตย(ในภาพเป็นที่บรรจุอัฐิพระยาพหลพลพยุหเสนา และพระยาทรงสุรเดช )รวมทั้งเคยเป็นสถานที่จัดงานฌาปณกิจท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ปีที่แล้ว ญาติๆได้นำอัฐิของร.ท.กระจ่างมาบรรจุอัฐิที่วัดแห่งนี้

นางอภิลักษณ์ ลากชุ่มศรี ลูกสาว ร.ท.กระจ่าง เปิดเผยว่า "การที่ท่านมาเสียชีวิตในวันที่24มิถุนายนนี้ รู้สึกแปลกดี รู้สึกว่าคุณพ่อคอยวันนี้ เพื่อนๆของคุณพ่อที่ไปร่วมงานวันลึกการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ก็ได้ทราบหมด และได้มีการยืนไว้อาลัยให้ 1 นาที ที่วัดพระศรีมหาธาตุ ก็ยืนไว้อาลัยให้ เพื่อนๆ ที่ กทม.รู้ข่าวนี้กันหมดแล้ว คุณพ่อเคยเล่าให้ฟังว่า เคยเข้าร่วมกับคณะราษฏร์ เมื่ออายุประมาณ 18 ปี ไปอยู่กับคุณลุงสงวน ตุลารักษ์ ” นางอภิลักษณ์ ลากชุ่มศรี กล่าว

บรรพชนปฏิวัติ-"สิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อเช้ามืด วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เป็นทรัพย์สมบัติ ของประชาชนคนรุ่นหลัง"

กระจ่าง ตุลารักษ์ เคยให้สัมภาษณ์ลงในนิตยสารสารคดีถึงเหตุการณ์วันเปลี่ยนแปลงการปกครอง2475 ซึ่งเขาเป็น1ในสมาชิกคณะผู้ก่อการ115คน ว่า
....."ต่างคน ต่างเดินทางแยกย้ายไปตามจุดนัดหมาย ของตัวเอง ทุกหมู่เหล่า มีชาวบ้านอย่างเรา ไปอยู่ด้วย ถนนราชดำเนินตอนนั้น เงียบมาก พี่ชายบอกว่า เดี๋ยวมีคนเอาปืนมาให้ ผมคิดอย่างเดียวว่า ตั้งใจมาทำงานให้สำเร็จ เขาสู้ ก็สู้กับเขา ตายก็ตาย...

ส่วนคุณค่าของการเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งนั้น เขากล่าวทิ้งท้ายว่า "สิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อเช้ามืด วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เป็นทรัพย์สมบัติ ของประชาชนคนรุ่นหลัง"...


อ่านเพิ่มเติม:24มิถุนาฯ: สืบกระแสธารบรรพชนปฏิวัติ )


0000000000000

รำลึกวันสันติภาพไทย-รำลึกวันสันติภาพ ไทยพ้นสถานะประเทศผู้แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2

ปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการและหัวหน้าขบวนการเสรีไทยขณะประกาศแถลงสันติภาพ

รำลึกถึงเหตุการณ์วันที่ 16 สิงหาคม 2488 นายปรีดี พนมยงค์ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการในขณะนั้น และเป็นหัวหน้าขบวนการเสรีไทยได้ออกประกาศสันติภาพ สาระสำคัญคือประกาศว่า การประกาศสงครามต่อสหรัฐฯ และอังกฤษของรัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงคราม เป็นโมฆะไม่ผูกพันกับประชาชนชาวไทย ที่ได้ก่อตั้งขบวนการเสรีไทยต่อต้านญี่ปุ่น และให้สถานะของประเทศกลับไปมีไมตรีอันดีกับ2ประเทศมหาอำนาจเหมือนก่อนประกาศสงคราม และพร้อมจะร่วมมือทุกวิถีทางกับสหประชาชาติในการสถาปนาเสถียรภาพในโลกนี้

ด้วยคำประกาศสันติภาพดังกล่าว ทำให้ไทยไม่ต้องผูกพันกับญี่ปุ่นและรอดพ้นการตกเป็นประเทศผู้แพ้สงคราม มีเอกราชโดยสมบูรณ์ สมควรที่ชาวไทยผู้รักชาติจะได้หวนรำลึกถึงบุญคุณของบรรพชนในคราวนั้น

***
กิจกรรมโครงการงาน 110 ปีชาตกาล รัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ และ 65 ปีสันติภาพไทย ในเดือนสิงหาคม 2553

วันจันทร์ที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๓

๑. งานครบรอบ ๖๕ ปี วันสันติภาพไทย เริ่มเวลา ๐๗.๑๕ น. - ๑๒.๐๐ น.

ณ ลานอาคารเสรีไทยอนุสรณ์ สวนเสรีไทย ถ.เสรีไทย ซอย ๕๓ เขตบึงกุ่ม กทม.

๒. ฝ่ายเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม จัดฉายภาพยนตร์เรื่อง "พระเจ้าช้างเผือก" พร้อมกันทั่ว ประเทศ ( ๗๖ จังหวัด) โดยหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน)

ส่วนกลางจัดฉาย ณ ลานหอศิลปวัฒนธรรมเเห่งกรุงเทพมหานคร เวลา ๑๘.๐๐ น. หลังเคารพธงชาติ (ชมฟรี)

คลิกอ่านบทความของโดม สุขวงศ์ เกี่ยวกับThe King of the White Elephant ที่http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=43&s_id=18&d_id=14

๓. การแสดงละครเวทีเรื่อง "คือผู้อภิวัฒน์"

วันเสาร์ที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๙.๓๐ น.
วันอาทิตย์ที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๔.๓๐ น.
ณ ห้องประชุม มล.ตุ้ย ชั้นที่ ๘ อาคาร HB 7 คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่
บัตร ๒๐๐ บาท นศ. ๑๐๐ บาท
สอบถามรายละเอียด โทร. ๐๘๖ ๗๒๘ ๖๘๒๘ / ๐๘๑ ๕๖๒ ๔๖๓๖

วันศุกร์ที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. และ ๑๘.๓๐ น.
ณ ห้องประชุม ดร.ไสว สุทธิพิัทักษ์ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์

Monday, August 16, 2010

Asia Update 15-8-53

ที่มา Asia Update 15-8-53

จี้ DSI และรัฐบาลอย่ากดดันพยานเพื่อประโยชน์ทางการเมือง




สัมภาษณ์: จตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย



ส.ส.เตรียมอภิปรายเขาพระวิหารถกในสภาฯ



นปช.เตรียมฟ้องดำเนินคดีกับอัยการสูงสุด



เพื่อไทย แฉพรรคร่วมรัฐบาลเตรียมฮั้วเลื่อนพิจารณางบปี 54

ยุติธรรมอันตราย

ที่มา ข่าวสด


ชกไม่มีมุม

วงค์ ตาวัน



ความไม่น่าเชื่อถือของกรมสอบสวนคดีพิเศษยุคนายธาริต เพ็งดิษฐ์ นับวันยิ่งหนักหนาสาหัส โดยเฉพาะล่าสุดซึ่งมีการรวบรัดส่งฟ้อง 19 แกนนำนปช.ในคดีก่อการร้าย

โดยวิธีน่าเกลียด เหมารวมเหตุรุนแรงทุกชนิดที่เกิดขึ้นในเดือนเม.ย.-พ.ค. การฆ่าผู้คนทั้ง 91 ศพ โยนให้ผู้ต้องหาชุดนี้ทั้งหมด

ในทางกฎหมาย ปฏิเสธไม่ได้ว่าแกนนำนปช.ได้กระทำผิดหลายเรื่อง

แต่กระบวนการยุติธรรมอันเที่ยงแท้ ต้องยึดมั่นในพยานหลักฐาน

จึงสามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ที่ดีเอสไอจะสามารถหาพยานหลักฐานเชื่อมโยงเหตุรุนแรงนับร้อยเหตุการณ์ มามัดใส่ผู้ต้องหากลุ่มเดียวกัน

ในทางความจริงก็เป็นไปไม่ได้เลยว่า คนกลุ่มเดียวกันนี้ จะเกี่ยวพันกับการกระทำผิดทั้งหมดที่ เกิดขึ้น

ทั้งฆ่าคน 91 ศพ ยิงเอ็ม 79 ยิงอาร์พีจี วางระเบิดทั่วกทม. ทำโน่นทำนี่ ไปจนถึงเผาตึก!

จริงอยู่ ต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายแก่ผู้กระ ทำผิด

ทั้งผู้ที่ก่อเหตุฆ่าเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจราว 10 ศพ

ทั้งผู้ที่ฆ่าประชาชนอีก 80 ศพด้วยเช่นกัน!

นักรบดำที่กล่าวกันว่ายิงใส่ทหารและม็อบสีลม ก็ต้องถูกดำเนินคคี เพียงแต่ต้องติดตามจับกุมให้ถูกตัว

ขณะที่ภาพข่าวและคลิปเห็นเจ้าหน้าที่ทหารรัวปืนใส่ม็อบ ก็ปรากฏชัดเจนมากมาย

มีความรับผิดชอบจากฝ่ายรัฐ ในการตรวจสอบความจริงจากหลักฐานที่ปรากฏเหล่านี้บ้างไหม

ใครจะทำผิดก็ตาม ต้องรับโทษ

แต่ต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่ใช่ตามความ เชื่อและอคติ

ไม่ใช่การเหมารวมใส่คนกลุ่มหนึ่ง โดยละเลยหลักยุติธรรม เพียงเพื่อสนองนโยบายผู้มีอำนาจ!

ขณะที่คดีของพันธมิตรฯ ร้องขอความเป็นธรรม กี่ครั้ง ร้องขอให้สอบพยานเพิ่มเติมกี่หน ล้วนได้รับการตอบรับจากกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด

แต่คดี 19 นปช.นี้ ถูกเพิกเฉยในการร้องขอให้สอบพยานเพิ่ม

ยิ่งกว่า 2 มาตรฐานหรือไม่!?

ความคิดความเชื่อทางการเมืองที่แตกต่างในสังคมไทย เป็นเสรีประชาธิปไตย

แต่ทุกฝ่ายพึงตระหนักว่า ถ้ากระบวนการยุติธรรมไม่เที่ยงธรรมแล้ว

ย่อมอันตรายต่อทุกฝ่ายทุกสี!

กรณี "สภาล่ม" สัญญาณ "อันตราย" กับ งบประมาณ

ที่มา ข่าวสด



ความน่าหวาดเสียวของสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้มิได้อยู่ที่โครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน หากแต่อยู่ที่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 มากกว่า

สถานการณ์ "สภาล่ม" เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม เสมอเป็นเพียง "สัญญาณ"

เพราะหากศึกษาจำนวนตัวเลขส.ส.ที่ขาดประชุมอย่างเกาะติดจะเห็นว่ามี ส.ส.พรรคภูมิใจไทยเพียง 9 คนเท่านั้น

ขณะที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์มีถึง 15 คน

แต่ที่ระทึกในดวงหทัยเป็นอย่างมาก คือ จำนวนส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดินที่ขาดประชุมรวมแล้วมากถึง 22 คน

ตรงนี้ต่างหากคือ "สัญญาณ" อันบ่งบอก "อันตราย"

จำนวน 15 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ขาดประชุม ส่วนหนึ่งอาจเป็นรัฐมนตรี ส่วนหนึ่งอาจเพราะมีความจำเป็นอย่างแท้จริง และในที่สุดก็สามารถทำความเข้าใจกันได้

แต่จำนวน 22 ส.ส.จากพรรคเพื่อแผ่นดินต่างหากที่น่าหวาดเสียว



หากมองจากผลประโยชน์ของพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องยอมรับว่าพรรคภูมิใจไทยมีส่วนได้เป็นอย่างมากจากร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554

นี่คือเงินถูกกฎหมายที่สามารถนำไปหาเสียงสร้างคะแนนนิยมได้อย่างชอบธรรม

กระนั้น ท่าทีของพรรคภูมิใจไทยต่อโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ก็เป็นเรื่องที่จะต้องปกป้องและต่อสู้

เพราะหากสามารถผ่านโครงการนี้ได้หมายถึงเงินก้อนใหญ่

จากการประเมินของพรรคภูมิใจไทย ถ้าได้รับทั้งการแต่งตั้ง นายมงคล สุระสัจจะ เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 รวมทั้งผลักดันโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน นั่นคือความสำเร็จ

เป็นความสำเร็จอันทำให้พรรคภูมิใจไทยสามารถเติบใหญ่อย่างก้าวกระโดด เป็นความสำเร็จอันทำให้การทำสงคราม "ตัวแทน" ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือฉลุยมากยิ่งขึ้น

กระนั้น ปมจากพรรคเพื่อแผ่นดินต่างหากที่น่าวิตกมากยิ่งกว่า

พรรคเพื่อแผ่นดิน ณ วันนี้ อาจได้รับการหนุนเสริมจากกลุ่มของ นายไชยยศ จิรเมธากร อาจได้รับการหนุนเสริมจากกลุ่มของ นายสุชาติ ตันเจริญ

แต่ที่เป็นปัญหา คือ ระยะห่างกับกลุ่มที่เรียกว่า "3 พี"

นั่นก็คือ กลุ่มของ นายพินิจ จารุสมบัติ กลุ่มของ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ และกลุ่มของ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี

หากกลุ่มนี้ไปผนวกเข้ากับกลุ่มของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ก็เป็นเรื่อง

จำนวน 22 ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดินที่ขาดประชุมเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม คือ การสำแดงพลังของกลุ่มซึ่งถูกพรรคประชาธิปัตย์ตัดออกจากวงจร

จำนวน 22 ส.ส.เสมอเป็นเพียงการเขย่าขวัญ

และยิ่งเขย่าขวัญยิ่งทำให้พรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องหันไปพึ่งบริการจากพรรคภูมิใจไทยและ นายเนวิน ชิดชอบ มากยิ่งขึ้น

ในที่สุดก็อาจจะคายโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คันให้พรรคภูมิใจไทย



นี่คือสภาพทางการเมืองซึ่งเกิดขึ้นขณะที่มีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย

ไม่มีใครตอบได้ว่า คณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยไม่ว่า นายอานันท์ ปันยารชุน ไม่ว่า นายนิธิ เอียวศรีวงศ์ ไม่ว่า นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล จะปฏิรูปอย่างไร

ในเมื่อการเมืองไทยยังมี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ยังมี นายเนวิน ชิดชอบ อยู่

กอดเพราะกลัว

ที่มา ข่าวสด


เหล็กใน




เป็นสัปดาห์ที่การเมืองต้องลุ้นกับร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2554 มูลค่ากว่า 2 ล้านล้าน ที่กำลังเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนฯ วาระ 2-3 วันที่ 18-19 ส.ค.นี้

ถ้าดูจากคิวระทึก"สภาล่ม"เมื่อวันพุธที่แล้ว ภาย หลังครม.เพิ่งจะเบรกโปรเจ็กต์"เช่ารถเมล์"เอ็นจีวี 4,000 คัน ของพรรคภูมิใจไทยไม่ทันครบ 24 ชั่วโมงดี

หลายคนเลยห่วงรัฐบาลผสมของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ จะเป็นกิ้งกือตกท่อหรือไม่

แต่พอตรวจดูตัวเลขส.ส.สันหลังยาว ปรากฏว่าในส่วนของรัฐบาลขาดประชุมกันทุกพรรค

โดยประชาธิปัตย์ขาดมากที่สุด 15 คน

ภูมิใจไทยขาดแค่ 9 คน ชาติไทยพัฒนา 12 คน รวมชาติพัฒนา 4 คน กิจสังคม 3 คน และมาตุภูมิ 1 คน

สรุปว่าเหตุการณ์สภาล่มครั้งหลังสุด ประชาธิปัตย์ต้องรับผิดชอบมากกว่าใครในฐานะพรรคแกนนำแต่ดันขาดประชุมมากที่สุด

แต่สิ่งที่ประชาธิปัตย์น่าจะสบายใจได้คือการที่ส.ส. ภูมิใจไทยขาดประชุมแค่ 9 คน

เป็นเครื่องยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่เอาเรื่องถูก"หักหน้า"จากโครงการเช่ารถเมล์ มาเป็นเงื่อนไขในการโหวตผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ

หรืออาจพูดได้เลยว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ กว่า 2 ล้านล้าน

เป็นอะไรที่พรรคภูมิใจไทยไม่มีทางจะพังสำรับกับข้าวตัวเอง

อย่างกรณี"งบท้องถิ่น"เป็นต้น ที่ฝ่ายค้านโวยวายว่ากระจุกตัวอยู่แค่ไม่กี่จังหวัดที่เป็นฐานเสียงของบางพรรค และยังเป็นงบที่ใช้ซื้อตัวส.ส.ทางอ้อมอีกด้วย

ดูตามรูปการณ์นี้แล้วพ.ร.บ.งบประมาณฯ จึงไม่น่ามีปัญหา

เคยมีแกนนำพรรคร่วมคนหนึ่งเปรียบเปรยความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคร่วมรัฐบาลตอนนี้ว่า

เหมือนคนกลัว"ผีทักษิณ"เลยต้องมากอดกันไว้

ไม่ได้กอดกันเพราะความรักแต่กอดกันเพราะความกลัว

ทีนี้ล่าสุดผีทักษิณเริ่มไม่น่ากลัวแล้ว

หลังจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาลงมติ 103 ต่อ 4 ไม่รับอุทธรณ์คดียึดทรัพย์ 46,000 ล้านของครอบครัวชินวัตร

ผีทักษิณก็แทบไม่มีฤทธิ์เดชหลงเหลืออยู่อีก

ก็ต้องดูว่าเมื่อหายกลัวผี พรรครัฐบาลยังอยากจะกอดกันอยู่หรือไม่

หรือว่ายังไงก็ได้

โดยเฉพาะหลังจากการเมืองผ่านช็อตพ.ร.บ.งบประมาณฯ และข้ามช็อตแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการเดือนส.ค.-ก.ย.นี้ไปแล้ว

เป็นช่วงที่รัฐบาลอภิสิทธิ์ต้องระมัดระวังมากที่สุด

เขาพระวิหาร-เมล์เอ็นจีวีชน"มาร์ค"มึน

ที่มา ข่าวสด


รายงานพิเศษ




รุมเร้าเข้ามาหนักอกนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นอกจากปัญหาความเมืองเรื่องปราสาทเขาพระวิหารที่กระทบกระเทือนใหญ่โตไปถึงความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน

ล่าสุดไฟในยังกระหน่ำ เป็นไฟในพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อเหยียบเบรกโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน ชนิดพรรคร่วมอย่างภูมิใจไทยศีรษะคะมำ เป็น 2 ปัญหาในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน รัฐบาลต้องการเสียงเพื่อผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 ที่จะเข้าพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรระหว่างวันที่ 18-19 ส.ค.นี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวผ่านรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ว่า

ขอขอบคุณคนไทยทั่วประเทศที่ร่วมกันถวายความจงรักภักดี และถวายพระ พรแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวันเฉลิมพระชนม พรรษา 12 สิงหาคม ซึ่งมีการจัดกิจกรรมทั้งภาครัฐและเอกชน และขอบคุณหน่วยงานภาครัฐและเอกชนทุกหน่วยงานที่ร่วมมือกันจัดกิจกรรมถวายพระพร และทำความดีถวายแด่พระองค์ท่าน

รัฐบาลจะน้อมนำพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งในการทำงานของรัฐบาลและภาคเอกชน

โดยเฉพาะเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวด ล้อม การอนุรักษ์ป่าไม้ การฟื้นฟูสภาพทรัพยากรธรรมชาติ โครงการทำปะการัง เทียม

นอกจากนี้ รัฐบาลได้จัดงานเพื่อระดมทุนในโครง การแม่ของแผ่นดิน โดยสนับสนุนให้หมู่บ้านต่างๆ มีภูมิคุ้มกันไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด โดยจะขยายโครงการกองทุนแม่ของแผ่นดินที่มีอยู่แล้วประมาณ 10,000 หมู่บ้านออกไปทั่วประเทศ เพื่อสร้างไม่ให้เยาวชนติดยาเสพติด

ทั้งนี้ ยังมีเรื่องการอนุรักษ์โขน ซึ่งนอกจากอนุรักษ์วัฒนธรรม รื้อฟื้นศิลปวัฒนธรรมของไทย ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างอาชีพที่ต่อเนื่อง โดยรัฐบาลจะให้ การส่งเสริมสนับสนุนต่อไป

สำหรับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา นายกฯ กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนมีรายการพิเศษต่อจากรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ เรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา พบว่า ประเทศกัมพูชามีการทำเอกสารแจกให้แก่สาธารณะทั่วไป และทำหนังสือไปถึงบุคคลสำคัญในสหประชาชาติ ซึ่งมีการอ้างอิงที่ผิดว่าตนจะใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา

รัฐบาลไทยได้ทำหนังสือชี้แจงไปยังสหประชาชาติทันทีเช่นกัน เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลได้ยึดถือหลักการแก้ไขปัญหาตามหลักสากล หรือตามหลักการของสหประชาชาติมาตลอด โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน มีกรอบการทำงานเอ็มโอยู 2543 ยืนยันได้ว่า ไทยจะทำตามข้อตกลงสหประชาชาติ

นอกจากการชี้แจงได้เพิ่มเติมใน 2 ประเด็นว่า ปัญหาความตึงเครียดที่เกิดขึ้นเพราะประเทศกัมพูชามีคนชุมชนรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย ซึ่งทั้งสองประเทศ มีสนธิสัญญาใช้เขตสันปันน้ำเป็นเส้นเขตแดนอยู่

โดยรัฐบาลพยายามดำเนินการตามแนวทางสากล คือใช้กรอบการเจรจาเข้าแก้ปัญหาก่อน และที่ปัญหา ตึงเครียดมากเป็นพิเศษ คือมีความพยายามใช้กระบวน การขึ้นทะเบียนมรดกโลกปราสาทพระวิหาร ซึ่งถือเป็นการขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียวของกัมพูชา

อยากให้ประชาชนมั่นใจว่าในเวทีของการเมืองระหว่างประเทศ หรือเวทีโลกนั้น รัฐบาลได้เดินหน้าที่จะทำให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริงในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

พร้อมกับชี้ให้เห็นว่า กัมพูชาได้ละเมิดด้วยการรุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทย และการละเมิดเอ็มโอยู 2543

การดำเนินการตามเอ็มโอยู 2543 นั้น กระทรวงต่างประเทศดำเนินการร่วมกับกระทรวงกลาโหมและกองทัพ การดำเนินการตามเอ็มโอยู 2543 จะนำเข้าสู่กระบวนการรัฐสภา เพื่อให้ตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายสามารถเข้ามามีส่วนร่วม ก่อนที่รัฐสภาจะให้ความเห็นชอบในการที่รัฐบาลจะไปดำเนินการใดๆ ต่อไป"



ส่วนปัญหาโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคัน เป็นสิ่งที่เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ เพราะอยากเห็นการแก้ปัญหาการขาดทุนของ ขสมก.ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีข้อสงสัยความไม่มั่นใจของโครงการ

อยากชี้แจงว่า โครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคันเป็นโครงการที่ถูกนำเสนอมาตั้งแต่ก่อนรัฐบาลตนจะเข้ามาทำงาน ซึ่งเดิมเสนอมากกว่า 4 พันคัน

เมื่อรัฐบาลเข้ามาก็ขอให้ตรวจสอบว่าโครงการมีเจตนาที่ดี แต่ขอให้มีการพิสูจน์ว่าการเช่ารถจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายซ่อมแซมรถอย่างไร การประหยัดพลัง งานและระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ป้องกันการรั่วไหล การจ้างบุคลากร และการปรับเส้นทางเพื่อนำไปสู่ระบบตั๋วเดียวใช้บัตรค่าโดยสารรายวัน

ขณะที่รัฐบาลเข้ามามีปัญหาเรื่องการเช่าและการจัดซื้อ จึงศึกษาโดยหน่วยงานกลาง จนได้ข้อสรุปว่า แนว ทางการเช่าดีกว่าเพราะลดภาระเรื่องการซ่อมบำรุง

ขณะเดียวกันเรื่องราคากลาง สัญญาก็ตั้งคณะกรรม การขึ้นมาจนได้ข้อยุติในระดับหนึ่ง สามารถแก้ข้อสังเกตว่าจะเป็นการจัดซื้อจัดจ้างแบบกระจุกตัว แข่งขันน้อย ป?ดโอกาสการประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ในประเทศ มีการกระจายสัญญาและระบุว่าจะประกอบในประเทศไทย

สำหรับในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา มีเรื่องที่ยังต้องทำงานต่อเนื่องคือ

1.เรื่องการใช้ตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความสะดวกและป้องกันการรั่วไหล ซึ่งจะต้องมีการลดพนักงานควบคู่กันไป แต่พนักงานที่เข้าสู่โครงการเกษียณก่อนกำหนดยังไม่ได้ตามเป้าหมาย จึงต้องทำตัวเลขให้ชัดเจนว่าส่งผลกระทบต่อโครงการอย่างไร

2.ปัจจุบันมีรถเมล์ฟรี 800 คัน ที่ต่ออายุโครงการถึงสิ้นเดือนธ.ค.นี้ ซึ่งจะต้องพิจารณาว่าจะมีโครงการนี้ต่อหรือไม่ เพราะการมีหรือไม่มีอาจกระทบเรื่องจำนวนผู้โดยสารในโครงการรถเมล์ 4 พันคัน ที่อาจกระทบเรื่องเป้าหมาย และลดขาดทุนของขสมก.

3.เรื่องปรับเส้นทางวิ่งรถที่อาจกระทบต่อรถร่วมบริการ ซึ่งยังไม่มีการเสนอเรื่องนี้เข้ามา สุดท้ายแล้วการปรับเปลี่ยนจะทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างไร

ขณะนี้รัฐบาลจึงได้มอบหมายนายไตรรงค์ สุวรรณ คีรี รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ตั้งคณะทำงาน มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนหน่วยงานกลางเพื่อไปหาคำตอบ พร้อมดูรายละเอียดแผนการบริหารจัดการทั้งหมด เพราะยังมีเรื่องอู่ สถานีแก๊ส จะดำเนินการเช่ากับใครอย่างไร

โดยสรุปรัฐบาลยังมองเห็นว่าข้อเสนอในการปรับ ขสมก.ต้องได้รับการพิจารณา โดยเฉพาะความจำเป็นในการแก้เรื่องขาดทุน และปรับบริการให้ดีขึ้น แต่ก่อนพิจารณาต้องดูความเป็นไปได้ทางเศรษฐกิจ และสมมติฐานต่างๆ

เช่น การลดพนักงาน การมีรถร่วมของเอกชน ปัญหาโครงการรถเมล์ฟรี สุดท้ายจะต้องคำนวณให้ชัดเจนว่าโครงการนี้มีความเป็นไปได้ และความโปร่ง ใสของโครงการ

รัฐบาลจะยึดประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง แต่ต้องมั่นใจได้ว่าเป็นการปรับปรุงอย่างแท้จริง คุ้มค่า และมีความโปร่งใส

ร้ายกว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ที่มา ไทยรัฐ


วันนี้รัฐบาลจะเตรียมข้อมูลชง ครม.เพื่อ ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีกกระทอก อาจจะเหลือแค่ กทม.หรือไม่กี่จังหวัด แต่คงไม่ถึงกับยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินทั้งหมด ซึ่งก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้านมากนัก ยกเว้นเจ้าหน้าที่ทหารอาจขาดรายได้เบี้ยเลี้ยงงบลับงบความมั่นคงไปบ้างเล็กน้อย

การต่อสู้ทางการเมืองที่เปลี่ยนยุทธวิธีทำให้หน้ากระดานทางการเมืองเปลี่ยนไป รัฐบาลไม่จำเป็นต้องอาศัยกฎหมายความมั่นคงเพียงอย่างเดียว เพราะเวลานี้น่าจะเหมาะกับการทำสงครามมวลชนมากกว่า

ที่ผ่านมา รัฐบาลโดย ศอฉ.เหวี่ยงแหกวาดต้อนเอา นักโทษการเมือง ไปกักขังไว้เป็นจำนวนมากและยังทำการไล่ล่าตามล้างตามเช็ดทุกวิถีทาง ใช้ทั้งอำนาจรัฐและอำนาจมืด จนคนเสื้อแดงโงหัวไม่ขึ้น

ปรากฏว่าการใช้อำนาจของรัฐหมิ่นเหม่ต่อการ ละเมิดสิทธิ-มนุษยชน จนกระทั่งมีการเคลื่อนไหวตรวจสอบจากต่างชาติ ทั้งยังปรากฏว่ามีหนังสือจากกระทรวงยุติธรรมให้เร่งรัดดำเนินการกับคนเสื้อแดงด้วย หลักฐานต่างๆโยงไปถึงการตั้งใจที่จะขุดรากถอนโคนประชาชนที่เป็นศัตรูรัฐบาลให้สิ้นซาก

การใช้อำนาจในการฝากขังมีปัญหาหรือที่เรียกว่า ขังลืม เมื่อถูกตรวจสอบมากเข้า ก็มีการปล่อยนักโทษการเมืองออกมา แต่วันรุ่งขึ้นมีหมายเรียกไปแปะไว้หน้าบ้าน สาเหตุก็คือทำคดีแบบเหวี่ยงแหเลยปิดบัญชีไปลง โยงไปถึงเรื่องที่ดีเอสไอ ขออัตรากำลังเพิ่มอีก 300 คน ก็พอจะเดาอะไรได้

ในขณะที่มีนักโทษการเมืองบางส่วนได้รับการปล่อยตัวออกมาอย่างไม่มีเหตุผลหากให้ความร่วมมือกับรัฐ ถึงขนาดว่ามีผู้ใหญ่ในดีเอสไอไปคุยกับนักโทษ ขอให้มาช่วยทำงานบางอย่างแลกกับการปล่อยตัว

ดังนั้น การยังจะคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปหรือไม่ ก็ไม่ใช่สาระสำคัญเท่ากับ ประเทศไทยยังตกอยู่ภายใต้อำนาจมืด อย่างต่อเนื่อง

รัฐบาลภายใต้การนำของ นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ถูกจับตาเรื่องของสิทธิมนุษยชนมากที่สุด กระทบถึงการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ร่วมทั้งสื่อมวลชนต่างชาติก็ติดตามตรวจสอบอย่างไม่ลดละ จนเป็นที่ขวางหูขวางตารัฐบาล

มีนักข่าวต่างชาติสัญชาติอเมริกันที่ติดตาม การเสียชีวิตของช่างภาพชาวอิตาลี ในขณะกำลังสลายการชุมนุมที่บริเวณสวนลุมพินี ถูกคุกคามโดยการไม่ต่อวีซ่าให้

เริ่มมีนักโทษที่เลือกข้างโทรศัพท์ไปข่มขู่นักโทษด้วยกัน เริ่มมีการปิดปาก ตัดตอน เป็นสัญญาณว่าวิกฤติการเมืองจะตกผลึกเป็นวิกฤติบ้านเมืองอย่างถาวร

ที่รัฐบาลยังลังเลที่จะพูดถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ใช่เพราะกลัวจะแพ้การเลือกตั้ง แต่ ไม่มั่นใจในความปลอดภัยของชีวิต แนวทางการตัดสินใจแก้ปัญหาบ้านเมืองของรัฐบาลกำลังนำไปสู่หายนะครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศในเร็วๆนี้ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่.

หมัดเหล็ก

การ์ตูนเซีย 16/08/2010

ที่มา ไทยรัฐ

การ์ตูนเซีย 16/08/2010

งานเสวนา :แนวทางปฏิรูปประเทศไทย ก้าวต่อไปคนเสื้อแดง:

ที่มา thaifreenews


โดย speedhorse

งานเสวนา :แนวทางปฏิรูปประเทศไทย ก้าวต่อไปคนเสื้อแดง:



ขอเชิญร่วมงานเสวนาวิชาการในหัวข้อเรื่อง
แนวทางปฏิรูปประเทศไทย ก้าวต่อไปคนเสื้อแดง
แกนนำ จตุพร พรหมพันธ์VSแกนนอนสมบัติ บุญงามอนงค์VSแกนนั่งดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
ดำเนินรายการโดย
แกนนิ่ง สมยศ พฤกษาเกษมสุข
วันที่ 28 สิงหาคม 2553 เวลา 13.00-17.00 น.
บัตรราคา 379 บาท
...จองบัตรได้ที่ สนง.นิตยสาร Red Power ชั้น 5 อิมพีเรียล-ลาดพร้าว
โทร. 089-5007232 081-5517017 081-4000433
รายได้เพื่อจัดตั้งสมัชชา 19 พฤษภาค