ที่มา วโรทาห์
เหิมเกริมเข้าขั้น
ขนาดไปลากเอาพระนามเดิมของพระพุทธเจ้ามาล้อเล่นกันแล้ว
เมื่อนกตะกรุมเฒ่าจอมสร้างภาพ ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม
โดดก๋าออกมายกก้นทรราช 100 ศพ ขึ้นชั้น"อภิสิทธัตถะ"เทียบเท่าพระพุทธเจ้า
โดยไม่กลัวนรกจะกินกบาล
ถือเป็นปฏิบัติการ"เลีย"ที่สมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติจริงๆ
ออกลายมาเลย ออกลายมาให้เห็นกันชัดๆ กับอีกหนึ่งสมุนเครือข่ายอำมาตย์
แผนกฝีพายเรือโจร ผู้ทำหน้าที่พายเรือให้โจรนั่ง
ลงทุนขายศักดิ์ศรี ขายจิตวิญญาณ
เพียงเพื่อแลกกับยศฐาบรรดาศักดิ์ ทรัพย์สินเงินทอง
ที่รู้ทั้งรู้ว่า ไม่อาจใช้ชำระหนี้ตามกฎหมายในนรกได้
เอาบรรดาขาโจ๋วัยเล่นขี้ มารับจ๊อบงานใหญ่
ผลที่ได้มันก็ต้องเป็นอย่างนี้ แทนที่จะฉุดเหรตติ้งให้กระเตื้องขึ้นมาบ้าง
มันกลับตาลปัตรปักหัวจมดิ่ง เสื่อมทรุดหนักข้อเข้าเนื้อไปกันใหญ่
ยิ่งออกฤทธิ์ออกเดชความเสื่อมยิ่งย่ามใจ
เข้าย่ำยีบีฑาทำลายล้างระบอบโบราณพันปี อย่างไม่ปรานีปราศัย
ส่งผลให้คนแก่ใกล้ตาย ต้องไปยืนโบกมือหย็อยๆ อยู่ตามแยกหัวมุมถนน
อย่างคนสิ้นหวัง
ถ้าจะบอกว่า "ยิ่งดิ้นยิ่งเสื่อม" ก็คงจะไม่ผิด
แต่อย่างว่า ตราบใดที่พวกมันยังไม่บรรลัยวอดวายไปคาตา
ประชาชนก็คงต้องตุ๊มๆต่อมๆ สลับกับอาการปวดหัวใจจี๊ดๆ
ที่ต้องทนเห็นอยู่ตำตา ว่ามันโกงกินกันมูมมามขนาดไหน
ขณะที่มือหนึ่งถือปืนไล่ยิงเจ้าบ้าน
อีกมือหนึ่งก็เก็บกวาดทรัพย์สินใส่ย่ามอย่างอุกอาจ
ปากที่อยู่ว่างๆ ก็พล่าม "ปรองดองๆๆ"..แหลเอาตัวรอดไปวันๆ
ที่น่าเจ็บใจคือ ดันมีกองเชียร์มืดบอดออกมาส่งเสียงเย้วๆ
ยุส่งพวกโจรให้ปล้นบ้านตัวเอง เพราะสำคัญผิดคิดว่ากงจักรเป็นดอกบัว
เข้าใจว่าทรัพย์ของตัว เป็นสมบัติมหาโจรไปซะฉิบ
โจรมันปล้นญาติพี่น้องอยู่เหย็งๆ ดันส่งเสียงเชียร์มันตะบันราด
เพียงเพราะหวังส่วนแบ่งที่กระเด็นมาให้ แค่เศษเนื้อข้างเขียง
สภาพอย่างนี้กระมัง ที่โบราณท่านเรียกว่า "อัปรีย์กินเมือง"
เรื่องราวทั้งหลายมันถึงได้วิปริตผิดเพี้ยนไปซะหมด
กระเบื้องตันๆที่หนักอึ้งก็ดัน"เฟื่องฟูลอย"
แต่ทีน้ำเต้าน้อยที่กลวงโบ๋กลับ"ถอยจม" นับประสาอะไร
กระบวนการยุติธรรมจะไม่เอียงกระเท่เร่ เป็นนกปีกด้วน
แทนที่จะ"ยุติโดยธรรม" ก็กลายเป็น"ยุติความเป็นธรรม"ไปซะงั้น
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถูกแปรสภาพเป็นหน่วยเกสตาโป
ออกไล่ล่าสังหารประชาชนคนเสื้อแดง อย่างเมามัน
อยู่ๆตัวอธิบดีเอง ก็ออกมาสารภาพแทนผู้ต้องหาเป็นตุเป็นตะ
ทั้งๆที่เจ้าตัวยังไม่ได้พูดอะไรสักแอะ
แต่ทีเมียตัวออกมาสารภาพเองอย่างหมดเปลือกว่า
แอบขายบริการพิเศษครั้งละแสนห้า ดันทำปากแข็ง ประกาศสู้ยิบตา
ยังไม่ต้องพูดถึงองค์กรอิสระ ที่เป็นอิสระจากประชาชน
แต่ขึ้นตรงต่ออำมาตย์ ว่าจะออกลิงออกค่าง ซักขนาดไหน
จะเอาแบบเร่งเกมเร็วม้วนเดียวจบเหมือนคดีเสื้อแดง
หรือจะเอาแบบลากเลื้อยเจ็ดชั่วโคตรอย่างคดีเสื้อเหลือง
ก็ไม่มีปัญหา ตบได้สั่งได้แล้วแต่ใจอำมาตย์
คดีเสื้อแดงไม่ว่าหนักว่าเบา มันเอาเข้าคุกลูกเดียว
แต่ทีพันธมิตรขับรถไล่บี้ตำรวจ ดันได้รับความปราณีเป็นพิเศษ
ให้รอลงอาญา ฐานที่ทำไปเพราะ"บันดาลโทสะ"ที่ถูกตำรวจล่วงเกินก่อน
ทั้งๆที่มีหลักฐานอยู่ทนโท่ว่า ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เขาทำตามหน้าที่กันแท้ๆ
จะทำยังไงได้ ในเมื่อวันนี้มันเป็นทีของอำมาตย์
อยากทำอะไรก็คงต้องเชิญทำไปตามที่เห็นสมควร
แต่อย่าให้วันไหนถึงทีพวกไพร่ก็แล้วกัน
ถ้าประชาชน"บรรดาลโทสะ"เมื่อไหร่..แล้วพวกมรึงจะหนาว
สื่อสารมวลชน แทนที่จะเป็นกระบอกเสียงให้รากหญ้าผู้ด้อยโอกาส
ดันไปรับใช้อำมาตย์ มาปิดหู ปิดตา ปิดปากประชาชน
ข้ออ้างว่าทำไปเพราะเห็นแก่เงิน ก็"ฟังไม่ขึ้น"
เพราะอาการระริกระรี้ กระดี๊กระด๊าให้ท่าอำมาตย์ มันฟ้องอยู่ในตัว
ถ้าจะยกระดับสื่อไทย ให้ขึ้นชั้นเทียบกับโสเภณี
ก็คงเปรียบได้กับโสเภณีโดยสันดาน ผู้ถือคติประจำใจ
"เงินย่อมไม่สำคัญไปกว่าความเสียว" ถ้าถูกใจใช่เลย
รับรองบริการให้ฟรีไม่มีชาร์จ แถมจับพลัดจับผลู
จะมีแอบติ๊ปให้ตาค้างอีกต่างหาก
ประเภทโสเภณีจำเป็น ถูกบังคับขายบริการนั้น
มีน้อยซะยิ่งกว่าน้อย นับยังไงก็คงไม่ครบสิบนิ้ว
ไม่ใช่สิ! ถ้าไล่เรียงกันดูจริงๆ ยังได้ไม่ถึงห้านิ้วด้วยซ้ำไป
จึงไม่แปลกที่ความตอแหลจะระบาดไปทั่วทุกวงการ
ก็ขนาดคำว่า "ขอคืนพื้นที่" กับ "กระชับพื้นที่"
ยังส่งให้จอมแหลอย่างมาร์ค 100 ศพ ขึ้นชั้นผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น
ตีคู่ไปกับพันธมิตรห่มเหลือง "มหา ว.สี่ตาพาซวย"
ผู้ที่สามารถใช้ภาษาไทย เทศนาอย่างพลิกพลิ้ว ชนิดมะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก
จาก"เป็นกลาง=เป็นก้าง" สมัยม็อบพันธมิตร มาถึง"เสียใจที่คนไทยเลือกข้าง"
ในยุคม็อบเสื้อแดง เล่นเอาอุบาสกอุบาสิกาพากันตีหน้าเหวอ
ว่านี่ "หลงพี่" จะเอายังไงกันแน่
ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน วิกฤติอำมาตย์ในครั้งนี้
ก็ได้พิสูจน์คุณธรรมจอมปลอมของพวกอีแอบ
ที่รวมหัวกันปลิ้นปล้อน หลอกลวง มอมเมาประชาชน
อย่างเป็นขบวนการ จนส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์
"ตาสว่างทั้งแผ่นดิน" อย่างไม่น่าเชื่อ
คนมันถึงคราวจะฉิบหาย ผีห่าซาตานเลยดลใจ
ให้เดินดุ่มๆไปบนหนทางเสื่อม อย่างไม่มีอาการลังเลแม้แต่น้อย
เรื่องของเรื่อง ที่มันเลอะเทอะเละเทะอยู่ทุกวันนี้
ผู้สันทัดกรณีที่ไม่กล้าเปิดเผยนาม ท่านให้ทัศนะว่า เป็นเพราะ
เราดันทะลึ่ง "เลี้ยงงูไว้ในเรือ เลี้ยงเสือไว้นอกกรง" เลี้ยงไม่เลี้ยงเปล่า
ดันผ่าไปบูชาเซ่นไหว้ ยกเป็นของศักดิ์สิทธิ์ซะงั้น เรื่องมันถึงได้เลยเถิดลามปามไปกันใหญ่
อันธรรมดาคนเรา ถ้าฐานะพอมีอันจะกิน เกิดมีอาการครึ้มอกครึ้มใจ
อยากเลี้ยงเสือไว้ในบ้านให้เป็นสง่าราศี มันก็เก๋ไปอีกแบบ
แต่ถ้าจนกรอบเป็นข้าวเกรียบกุ้งแล้ว
ยังอุตส่าห์กระเบียดกระเสียนค่าข้าวค่าน้ำ เอามาเลี้ยงเจ้าลายพาดกลอนนี่
มันก็เกินไปหน่อย
แล้วถ้าดันผ่าปล่อยให้เดินเพ่นพ่านอย่างกับเป็นเจ้าบ้านซะเอง
ก็ยิ่งดูไม่จืด เสือแก่เติบใหญ่กลายเป็นเสือสมิง
เที่ยวแอบจับคนในบ้านกินเป็นดินเนอร์มื้อใหญ่
โดยที่ไม่มีใครระแคะระคายมาหลายทศวรรษ แม้จะมีคนสงสัยอยู่บ้าง
แต่ก็ไม่มีใครกล้าจับอุ้งตีนมันดม
แค่เห็นเสือใหญ่ยิ้มยาก นั่งหน้ามึนไม่รู้ไม่ชี้ ก็หนาวไปถึงกระดูกแล้ว
แสงสว่างเท่านั้น ที่จะทำลายเวทย์ไสยมนตร์ดำ
ความจริงเท่านั้น ที่จะสยบความตอแหลให้อยู่หมัด
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่มันทำให้คนพูดความจริง ตายมาแล้วนักต่อนัก
ดังนั้นจึงต้องอาศัยหลวงตาชู ให้รับหน้าเสื่อเสี่ยงตาย
พูดความจริงแต่เพียงผู้เดียว
เพื่อที่พวกเราจะได้ก๊อปปี้แจกจ่ายกันไป ให้ทั่วบ้านทั่วเมือง
เพราะว่างานนี้ ยังไงก็ลากยาวข้ามภพข้ามชาติ ประชาชนสู้ยิบตาอยู่แล้ว
"มรึงรู้หรือเปล่าว่ากำลังสู้กับใคร"
ถ้าเป็นสมัยก่อน ได้ยินคำถามทำนองนี้ เป็นได้ถอดใจวิ่งป่าราบกันเป็นแถว
แต่มาถึงวันนี้ หลัง 19 พฤษภาเลือด อันแสนขมขื่น
สถานการณ์มันหล่อหลอมให้ใจคนเปลี่ยนไป กลายเป็นหนังคนละม้วน
หมูในอวยกลับกลายเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อนขึ้นมาดื้อๆ จึงไม่แปลก
ที่วันนี้คนถามจะมีโอกาสได้เจอสวนว่า
"ทำไมกูจะไม่รู้ว่ากำลังสู้กับใคร แต่ฝากมรึงไปถามมันด้วยว่า
มันรู้ไม๊ว่า กำลังสู้กับประชาชน แล้วถามมันด้วยว่า
ไอ้อีหน้าไหนที่บังอาจสู้กับประชาชน
จะลงเอยด้วยชะตากรรมแบบไหน แล้วคงไม่ต้องให้บอกว่า..."
"จุดจบสุดท้าย..พวกมันตายกันยังไง"
วโรทาห์: 22 ส.ค. 53
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Sunday, August 22, 2010
ยิ่งดิ้นยิ่งเสื่อม
ลูกสาวเสธ.แดงทำบุญ 100 วัน คนเสื้อแดงแห่ร่วมแน่นวัด
ที่มา มติชน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 สิงหาคม 2553
นางสาว กิตติยา และนางสาวขัตติยา สวัสดิผล ลูกสาวของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล
หรือเสธ.แดง อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก พร้อมด้วยญาติ ๆได้เดินทางมาทำบุญครบ 100 วัน
ที่เสธ.แดงเสียชีวิตจากเหตุการณ์ถูกลอบสังหารขณะนําทัพเสื้อแดงประท้วงรัฐบาล
เมื่อวันที่ 17 พฤาภาคม 2553 ที่ผ่านมา ที่วัดสุขวราราม (หนองบัว) หมู่ 2
ตําบลบ่อกระดาน อําเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี
ซึ่งเป็นวัดที่ทางญาติๆได้นำกระดูกของเสธแดงมาบรรจุไว้
ที่ซุ้มประตูอุโบสถรวมกับญาติ ๆ ของเสธแดงที่เสียชีวิตไปแล้ว
นอกจากนี้บรรดาญาติ ๆ ของเสธแดงยังได้สร้างพระนาคปรก หน้าตักขนาด 30 นิ้ว
ถวายวัดหนองบัวด้วย เนื่องจากพระนาคปรก เป็นพระประจำวันเสาร์
ซึ่งเป็นวันเกิดของเสธแดง จากนั้นได้ถวายภัตตราหารเพลแด่พระสงฆ์จำนวน 50 รูป
บรรยากาศภายในวัดหนองบัว มีการตั้งเต้นท์ไว้รอบโบสถ์เพื่อคอยตอนรับผู้ที่มาร่วมงาน
และมีกลุ่ม สื้อแดงที่จํานวนมาก มาร่วมทำบุญครบ 100 วัน และร่วมไว้อาลัยให้กับเสธ.แดง
"สมภพ"วิพากษ์แก้ปัญหาหนี้นอกแบบ"อัฐยายซื้อขนมยาย" อย่าหลงตัวเลข"จีพีดี"พุ่ง10%..
ที่มา มติชน
"สมภพ"วิพากษ์แก้ปัญหาหนี้นอกแบบ"อัฐยายซื้อขนมยาย"
อย่าหลงตัวเลข"จีพีดี"พุ่ง10%คิดตัวเลขสุทธิแค่4%
ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ร่วมพูดคุยในรายการ
ช่วยกันคิดทิศทางข่าว ทางสถานีวิทยุคลื่นเอฟเอ็ม 100.5 อสมท.ถึงกรณี
นโยบายการแก้ไขหนี้นอกระบบของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นักเศรษฐศาสตร์มหภาคผู้นี้ กล่าวว่า หลักการแก้หนี้นอกระบบให้มาเป็นหนี้ในระบบ
ขึ้นอยู่กับว่าหนี้นอกระบบคืออะไร หนี้ในระบบคืออะไร และไปแก้อย่างไร
ต้องยอมรับว่าหนี้นอกระบบมีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดขึ้น สาเหตุหนึ่งคือ
การที่คนด้อยโอกาสจำนวนมาก ไม่ค่อยมีโอกาสเข้าถึงหนี้ในระบบ เช่น
สถานบันการเงิน การระดมเงินจากตลาดเงินตลาดทุน ฉะนั้น
เมื่อไม่มีโอกาสกู้เงินในระบบก็ต้องไปเป็นหนี้นอกระบบไปเสียดอกเบี้ยแพง
และต้องดูต่อไปด้วยว่าผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้กู้หนี้นอกระบบนำเงินไปทำอะไร
บางรายทำมาหากินจุนเจือครอบครัว
บางรายตกกระไดพลอยโจนเห็นคนอื่นมีบ้างก็อยากได้บ้าง เป็นการเน้นเรื่องของการบริโภค
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนต้องมองต่อไปว่าเมื่อแก้ได้แล้วมันแก้ปัญหาได้จริงหรือไม่
ถ้าไม่สามารถพินิจพิเคราะห์ไปถึงต้นสายปลายเหตุของหนี้นอกระบบจะแก้กันไม่ถูก
ถ้าเป็นเงินกู้ที่นำไปสู่แบบอย่างการเลียนแบบบริโภค
การทำอะไรเกินตัวของคนบางกลุ่มมักจะเกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง
หากตัวแปรเหล่านี้เกิดขึ้นแล้วเราไปแก้ให้เป็นหนี้ในระบบได้แล้ว
"คำถามต่อมาคือว่าในที่สุดแล้วหนี้นอกระบบแก้ได้หรือไม่ ข้อสำคัญคือ
แก้ไขหนี้นอกระบบได้แน่นอน
เจ้าหนี้ที่อยู่นอกระบบคงได้รับประโยชน์
ทำให้เกิดหนี้ในระบบที่มีการค้ำประกันของรัฐบาล ช่วยเหลือเจือจาง
ใครที่เป็นหนี้นานๆไม่สามารถใช้หนี้ได้
ทำให้หนี้นอกระบบที่ต้องใช้วิธีการทั้งปลอบทั้งขู่ในการติดตามหนี้
มีรูปแบบและวิธิการสารพัด
บางทีใช้ระบบมาเฟียด้วย จุดนี้คงต้องดูว่าใครกันแน่ที่ได้รับประโยชน์
ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขที่ต้นเหตุของการเกิดหนี้ ว่าประชาชนเกิดหนี้เพราะอะไร
หากรู้สาเหตุต้องเข้าไปแก้ไขในส่วนนั้น แต่ถ้าเราไปแก้หนี้แล้ว
ทำให้ประชาชนหรือผู้ก่อหนี้เกิดความรู้สึกย่ามใจว่า
ก่อหนี้นอกระบบได้ต่อไปก็มีคนมาปลดหนี้ให้" ดร.สมภพ กล่าว
เมื่อถามว่าถ้ารัฐบาลไม่ศึกษาต้นตอของปัญหาให้ชัดเจนเท่ากับว่าที่หนี้หายแล้ว
ก็จะไปก่อหนี้อีก
ดร.สมภพ กล่าวว่า ใช่ เราจะอยู่ในวงจรอุบาทว์ไม่มีที่สิ้นสุด
เมื่อถามว่าปลดหนี้นอกระบบหมดแล้วภาระเป็นของใคร
ดร.สมภพ กล่าวว่า แน่นอนมัน คือ
ภาระของประชาชนเพราะเงินที่มาปลดหนี้เหล่านั้นมาจากภาษีประชาชน ดูให้สุด คือ
อัฐยายซื้อขนมยาย บางเรื่องอย่างการตั้งกองทุนพัฒนาเกษตรกรขึ้นมาถือว่าเป็นเรื่องดี
แทนที่จะไปค้ำรายได้เกษตรกรเพียงอย่างเดียว แล้วนำไปสู่การบิดเบือนกลไกตลาด
บางทีจะทำให้เราถลำลึกจนกู่ไม่กลับ
ทำให้ผลผลิตราคาเกษตรเราสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน 20-30 %
ซื้อเก็บเข้ามาในสต๊อกแล้วก็ระบายไม่ออก จะทำให้รัฐบาลต้องรับภาระงบประมาณที่สูง
ดร.สมภพ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันงบประมาณที่ใช้มี 2 ส่วนที่โผล่ขึ้นมา คือ
งบประจำ กับอีกส่วนที่เรียกว่าตั้งงบหรืองบประกันรายได้เกษตรกร
ทำให้ภาระงบประมาณขยายตัวขึ้นมาก
ปีนี้งบประมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 20 % ทะลุ 2.2 ล้านล้านบาทเป็นครั้งแรก
ตั้งแต่มีการทำงบประมาณมา งบประมาณเป็นเครื่องมือของนโยบายการเงินการคลัง
ซึ่งทั้ง 2 นโยบายนี้เป็นนโยบายที่สำคัญมากในการบริหารราชการแผ่นดิน
จึงต้องทำให้ 2 โนโยบายนี้มีความยืดหยุ่นรุกเร็วถอยเร็ว
เพื่อสอดคล้องกับสถานการณ์ของบ้านเมือง
"ฉะนั้นเราอย่านำ 2 นโยบายนี้ที่รวมกันแล้วเรียกว่านโยบายเศรษฐกิจมหภาค
เข้าไปสนองต่อประชานิยมจนถอนตัวไม่ขึ้น
เพราะว่าเป้าหมายเศรษฐกิจมหภาคมีเป้าหมายเยอะมาก
ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างสมรรถนะการนำของประเทศ
ขีดความสามารถของประเทศ มีเป้าหมายที่หลากหลาย
และเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดใกล้มือรัฐบาลที่สุด
ที่จะหยิบยกขึ้นมาในการบริหาร
ดังนั้นนโยบายเหล่านี้ต้องไม่นำไปสู่การทำให้เราไปติดกับกับบางเรื่อง
ในบางเรื่องที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเศรษฐกิจ ทำไปทำมากลายเป็นเรื่องวัฒนธรรม
เพราะประชาชนเกิดความเคยชิน ต้องระวังให้มาก
เพราะบางครั้งกลายเป็นเรื่องการเมืองด้วย " ดร.สมภพ กล่าว
อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า
เราอยู่ในกระแสโลกาภิวัตน์มีการแกว่งไกวสูง ค่าเงินบาท
ความไม่ไว้วางใจสหรัฐอเมริกาในการนำเศรษฐกิจโลก
สหภาพยุโรปที่ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไรหลังจากโปรยเงินลงมาแล้วก็ไปได้
แค่นี้ เศรษฐกิจของไทยก็ต้องพึ่งพาเศรษฐกิจโลก
ทั้งในแง่การค้าส่งออกอย่างเดียวก็ต้อง 10 % ของจีดีพี
ยังต้องพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศ พึ่งพาการท่องเที่ยว
จึงต้องเตรียมเศรษฐกิจระดับมหภาคอย่าให้ติดกับดัก
เมื่อถามว่าการโอนหนี้มากกว่า 4 แสนรายเข้าไปใน 6 ธนาคาร
จะทำให้ธนาคารของรัฐมีความเสี่ยงเกิดขึ้นหรือไม่
"ผมคิดว่าคงได้รับการค้ำประกันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ถ้าเกิดว่ามีปัญหาขึ้นมา
สามารถไปเก็บหนี้จากภาครัฐได้ เหมือนกับที่เคยทำตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อนหน้านี้
ทำไมธนาคารรัฐถึงนิยมปล่อยกองทุนหมู่บ้าน กองทุนพักหนี้เกษตรกรสารพัดรูปแบบ
เพราะว่าเขาได้รับเงินค้ำประกัน 100 % ปรากฎว่าธนาคารของรัฐเหล่านั้น
ผลประกอบการดีขึ้น แทบจะกระโดดตะครุบ มีโบนัสมาแบ่งพนักงานกันถ้วนหน้า
เพราะภาระมาตกอยู่ที่รัฐบาลหมด
แต่ถามว่าภาระจริงๆตกที่ใครก็คือประชาชนผู้เสียภาษี" ดร.สมภพ กล่าว
เมื่อถามว่าคนในรัฐบาลเห็นตัวเลขของจีดีพีตัวเลขส่งออกที่เติบโตขึ้นมาสวยๆ
ทำให้สบายใจได้หรือไม่
ดร.สมภพ กล่าวว่า เศรษฐกิจขณะนี้ฟื้นตัวตามวัฎจักร
ยกตัวอย่างตัวเลขส่งออก 7 เดือนแรกปีนี้ขยายตัว 10 % นำเข้า 20-30 %
หากเราไปตรวจดูช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเกิดอะไรขึ้น
เพราะส่งออกติดลบไป 30-40 % นำเข้าติดลบหนักกว่าอีก
แต่ปีนี้นำเข้าฟื้นตัวขึ้นมาส่งออกติดลบต่อเนื่องรวมจีดีพีของครึ่งปีที่แล้วติดลบไป 6 %
ฉะนั้นครึ่งปีแรกของปีนี้ขยายตัว 10 % เป็นตัวเลข 2 หลัก
แต่ดูให้ลึกๆว่าเราได้มาเท่าไร แต่ตัวเลขสุทธิได้มาแค่ 4 %
ซึ่งปกติแล้วเศรษฐกิจของไทยจะโตไม่ต่ำกว่า 5-6 %
ถ้ารัฐบาลชุดไหนทำไม่ได้คิดว่าน่าจะมีปัญหาแล้ว
ว.ชุมชนแดง-เหลืองคืนชีพหลังเลิกพ.ร.ก.เชียงใหม่
ที่มา ไทยรัฐ
ตามคาดวิทยุชุมชนเสื้อแดง-เหลืองเชียงใหม่คืนชีพ หลังถูกปิดช่วงประกาศ
ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ยังอยู่ในขั้นทดลองออกอากาศ ผบช.ภ.5 สั่งมอนิเตอร์เข้มงวด...
บรรยากาศทางการเมืองในพื้นที่ จ.เชียงใหม่กลับมาคึกคักอีกครั้ง
หลังมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
โดยเมื่อสายวันที่ 22 ส.ค. วิทยุชุมชนของกลุ่มคนเสื้อแดงและเหลืองใน จ.เชียงใหม่
บางส่วนได้เริ่มออกอากาศอีกครั้งหลังต้องหยุดออกอากาศไป
ในช่วงมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
และเจ้าหน้าที่ได้ระงับการออกอากาศ อายัดอุปกรณ์และดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ในส่วนของวิทยุชุมชน
กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ตั้งอยู่โรงแรมวโรรสแกรนด์พาเลซ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ได้เริ่มทดลองออกอากาศในคลื่นเอฟเอ็ม 92.50 เมกะเฮิรตซ์แต่ยังไม่มีดีเจดำเนินรายการ
ขณะเดียวกันวิทยุชุมชน
วิหคเรดิโอ ก็ได้เริ่มทดลองออกอากาศในคลื่นเอฟเอ็ม 89.0 เมกะเฮิรตซ์
แต่ยังไม่มีผู้ดำเนินรายการเช่นเดียวกัน โดยมีการแจ้งผู้ฟังว่า เป็นการทดลองออกอากาศ
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า
ช่วงเย็นวันที่ 22 ส.ค. จะมีแกนนำ นปช. จากส่วนกลางร่วมทำกิจกรรมกับกลุ่มคนเสื้อแดง
ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่
ด้าน พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 ได้สั่งการให้ตำรวจติดตามความเคลื่อนไหว
การทดลองออกอากาศวิทยุชุมชนคลื่น 92.50 และ 89.0 เมกะเฮิรตซ์ อย่างใกล้ชิด
และให้รายงานผลในทุกๆ ชั่วโมง
ดีเอสไอนั่งไม่ติด 91ศพร้อน นัดเปิดผลชันสูตร
ที่มา ข่าวสด
จี้91ศพ- นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี มธ. ร่วมเสวนา
"ผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง" ที่ตึกข่าวสด เมื่อวันที่ 21 ส.ค.
ระบุต้องมีคนรับผิดชอบกรณี 91 ศพ และยอมรับความจริงเพื่อคลี่คลายปัญหา
ดีเอสไอนัดแถลงผลชันสูตรศพเหยื่อสลายม็อบแดงวันจันทร์นี้
ส่วนการตายของนักข่าวญี่ปุ่น-อิตาลี ยังสรุปสำนวนคดีไม่ได้
อ้างเหตุเกิดช่วงจลาจลมีคนตายจำนวนมาก ต้องใช้เวลาตรวจสอบอย่างละเอียด
"อ.ปริญญา"ชี้ทางออกสร้างความปรองดอง เสื้อแดง-เสื้อเหลือง และพรรคการเมือง
ต้องเคารพความคิดกันและกัน จี้หาคนรับผิดชอบการตาย 91 ศพ ระบุ
คนไทยต้องไม่ลืมเหตุการณ์เดือนเม.ย.-พ.ค.
แต่ต้องจำไว้เป็นบทเรียนไม่ให้เกิดนองเลือดซ้ำซาก
"หมอวันชัย" แนะนายกฯขอโทษประชาชน และเร่งเยียวยาสังคม
เสื้อแดงทำบุญอุทิศเหยื่อสลายม็อบ เตรียมจัดงาน"2 ปี 2 มาตรฐาน"
26 ส.ค.นี้ ประชดพันธมิตรฯบุกยึดทำเนียบ ทั้งยังตรงกับวันเกิด"ป๋าเปรม"อายุครบ 90 ปี
เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ห้องประชุมอาคารข่าวสด มูลนิธิสัมมาชีพร่วมกับเครือมติชน
จัดอบรมโครงการ "ผู้นำ-นำการเปลี่ยน แปลง" โดยจัดให้มีการบรรยายพิเศษหัวข้อ
"Road Map ปรองดอง" น.พ.วันชัย วัฒน ศัพท์ ผู้ทรงคุณวุฒิสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า
ในระบอบการปกครองของสังคมไทยควรใช้อำนาจและสิทธิให้น้อยลง
แต่ควรใช้การเจรจาไกล่เกลี่ยเข้ามาแก้ไขปัญหาให้มากขึ้น
ที่ผ่านมาเราไม่ค่อยใช้การเจรจาไกล่เกลี่ยเข้ามาแก้ปัญหาเท่าที่ควร
อย่างกรณีนายกฯ กับแกนนำนปช. เคยเข้ามาพูดคุยกันนั้น ก็ไม่ถือเป็นการเจรจา
แต่เป็นการดีเบต
ซึ่งตามหลักความจริงควรใช้การสานเสวนาประชาธิปไตยมาเป็นแนวทางด้วย
เพื่อเป็นทางออกปัญหา
เช่นเดียวกับโรดแม็ปที่จะเกิดขึ้นนี้ก็ต้องฟังเยอะๆ ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างมาชี้หน้าด่ากัน
กระบวนการสานเสวนาประชาชนเพื่อให้ประชาชนหาทางออก
ด้านนายปริญญา เทวนฤมิตรกุล รอง อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า
หากเราดูอดีตเพื่อหาอนาคตที่ดีกว่า สิ่งที่สำคัญมากคือ
เหตุการณ์เดือนเม.ย.-พ.ค. ที่มีผู้เสียชีวิตถึง 91 คน เราต้องคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ประกอบกับเหตุการณ์ช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. หากนำมาเทียบเคียงจะพบว่า
มีลักษณะคล้ายเหตุการณ์นองเลือดในฝรั่งเศสที่มีกรรมกรถูกฆ่าตายกว่า 3 หมื่นคน
หลังปิดล้อม กรุงปารีส
ส่วนสาเหตุที่คนไทยไม่ประสบความสำเร็จในการปกครองระบอบประชาธิป ไตย
เป็นเพราะคนไทยไม่ฉลาดกันมากนักแต่ก็ไม่ได้โง่
หากเปรียบเทียบกับเกาหลี ใต้ ไทยเคยมีศักยภาพสูงกว่ามาก
แต่ปัจจุบันเกาหลีใต้กลับพัฒนาไปมากกว่า ต้องมองย้อนกลับไปตั้งคำถามว่ามีสาเหตุจากอะไร
นายปริญญากล่าวว่า
มีหลายฝ่ายตั้งคำถามว่าอะไรทำให้คนไทยไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้
ภายหลังเหตุการณ์เดือนเม.ย.-พ.ค. และจะต้องฆ่ากันอีกกี่ครั้ง
หากมองย้อนไปในอดีตจะพบว่าประเทศไทยเคยผ่านเหตุการณ์นองเลือดมาแล้ว 4 ครั้ง
ผ่านการรัฐประหาร 11 ครั้ง มีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 18 ฉบับ
คงไม่มีใครอยากเห็นภาพเหล่านี้อีก ดังนั้น
เป็นไปได้หรือไม่ว่าความจริงแล้วประเทศไทยไม่เหมาะกับระบอบประชาธิปไตย
ยกตัวอย่างเช่นอเมริกากว่าจะได้มา
ซึ่งประชาธิปไตยก็ต้องฆ่ากันตายมาแล้วจำนวนมากเช่นกัน
บทเรียนจากเยอรมัน อย่างการปกครองของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ที่มาจากการเลือกตั้ง
ถือเป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่สะท้อนความล้มเหลวของการปกครองระบอบประชาธิปไตย
ขณะนั้นฮิตเลอร์ มีคำสั่งฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเองและมีคนเสียชีวิตไปกว่า 4 แสนคน
หากเราลองตรวจสอบไปในหลายประเทศจะพบว่า
ทุกประเทศต่างล้มเหลวมาจากการปกครองระบอบประชาธิปไตยแล้วทั้งสิ้น
และไม่มีชนชาติไหนเกิดมาเป็นประชาธิปไตยแม้แต่ชนชาติเดียว
แต่ประเด็นน่าสนใจในตอนนี้คือจะแก้ไขอย่างไร
เพราะวิธีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ไม่เหมือนแนวทางการปกครองอื่นๆ
นายปริญญากล่าวว่า การปกครองทุกระบบ รวมทั้งระบอบประชาธิปไตย
หากต้องการให้ทุกฝ่ายอยู่อย่างสงบสุข ทุกคนต้องเคารพกติกาและทำตัวเป็นกลาง
รวมทั้งสื่อมวลชนด้วยเช่นกัน ไม่ควรเสนอข่าวเพียงด้านใดด้านหนึ่ง
ยกตัวอย่างในเยอรมัน เขาสอนคนให้รู้จักสิทธิพลเมือง
ฉะนั้นความปรองดองในประเทศเราจะเกิดขึ้นได้ถ้าเราเข้าใจเรื่องนี้
รวมทั้งความปรองดองก็สามารถทำได้ ไม่สาย เกินไป ไม่ได้หมายความว่า
คนที่เคยเลือกพรรคเพื่อไทยจะหันมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้
หรือคนที่เคยเลือกพรรคประชาธิปัตย์จะเลือกพรรคเพื่อไทยไม่ได้
แต่ทุกคนต้องเคารพสิทธิของผู้อื่น ความปรองดองที่แท้จริงคือ
เราคิดต่างกันได้แต่ต้องเคารพกติกา รวมทั้งเคารพซึ่งกันและกัน
ช่วงท้ายการเสวนา มีการเปิดให้ผู้เข้าอบรมแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถาม
โดยมีผู้ถามว่าอะไรที่รัฐบาลควรทำในตอนนี้ น.พ.วันชัย กล่าวว่า
ต้องการคำขอโทษจากคนที่เป็นนายกฯ และต้องการการเยียวยา นอกจากนี้
ยังต้องการความจริงใจจากรัฐบาล ตอนนี้เห็นได้ว่ารัฐบาลยังมีความไม่ไว้วางใจ
จึงนำไปสู่การไม่ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะต่างก็เห็นว่าไม่ใช่พวกเรา
แต่เป็นพวกเขา ซึ่งไม่มีความเป็นพวกเดียวกัน
เราไม่ควรเอาตัวบุคคลเป็นตัวตั้งแต่ต้องเอาระบบเป็นตัวตั้ง
การเป็นผู้แทนที่ไม่ฟังเสียงประชาชน
สังคมอาจจะไม่เกิดประชาธิปไตยแห่งการมีส่วนร่วม
ดังนั้นจึงควรสร้างเวทีขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนมาพูดโดยฉันทามติ
นายปริญญากล่าวว่า
เราต้องเคารพกติกา เพราะที่ผ่านมา
ทั้งกลุ่มพันธมิตรฯ หรือกลุ่มเสื้อแดงก็ละเมิดสิทธิผู้อื่นทั้งสิ้น
แต่ไม่ได้หมายความว่าถูกยิงตายหรือการเผาสถานที่ก็ไม่ใช่
หากตั้งข้อสังเกตจะพบว่าประวัติศาสตร์บทเรียนของไทย
จะเป็นลักษณะการกลบประวัติศาสตร์ ไม่ยอมพูดถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น
ถ้าเราไม่เรียนรู้ความผิดพลาดในอนาคตก็จะผิดพลาดอีก
รัฐบาลก็ผิดพลาดมาแล้ว 91 ศพ ซึ่งต้องมีใครรับผิดชอบ คนไทยมีนิสัยชอบลืมอดีต
และไม่กล้าเผชิญหน้า ทำให้ไม่รู้จักโต เช่นเดียวกับเหตุการณ์เดือนเม.ย.-พ.ค.
เราเอาแต่กลบมันไว้ ซึ่งเชื่อว่าการเผชิญหน้ากันครั้งต่อไปก็จะฆ่ากันอีก
และประชาธิปไตยจะไม่เกิดถ้าหากเราไม่รู้จักเคารพกัน
ส่วนสถานการณ์ประเทศไทยตอนนี้ เรื่องโรดแม็ปและการปรองดองถือเป็นเรื่องรอง
แต่เรื่องหลักคือการเผชิญหน้ากับความจริงเพื่อเป็นบทเรียน
ใครที่กระทำผิดก็ต้องยอมรับผิด ใครผิดก็ต้องรับผิดชอบไม่ว่าฝ่ายไหน
ถ้าเราไม่ยอมรับความจริงก็ต้องมีฆ่ากันอีก
วันเดียวกัน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า
ในวันที่ 23 ส.ค. ดีเอสไอจะแถลงข่าวชี้แจงความคืบหน้าและผลชันสูตรศพผู้เสียชีวิต
จากการกระชับพื้นที่ของทหาร
ตามที่ได้รับมอบหมายจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)
เพื่อลดคำครหาการปฏิบัติอย่างไม่เป็นไปตามขั้นตอน ทั้งนี้
การชันสูตรพลิกศพเป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนแต่ละท้องที่ที่เกิดเหตุ
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลได้รับผิดชอบรวบรวมสำนวนการชันสูตรและส่งมอบให้ดีเอสไอ
เบื้องต้นคาดว่าครบถ้วนทั้งหมดแล้ว
เชื่อว่าจะตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับภาพรวมการทำงานในเรื่องดังกล่าวได้
ด้านพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ รองอธิบดี ดีเอสไอ กล่าวถึง
ความคืบหน้าตรวจสอบการเสียชีวิตของนายฮิโร มูราโมโตะ ช่างภาพรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น กับ
นายฟาบิโอ้ โปเลงกี ช่างภาพชาวอิตาลี ว่า ยังไม่สามารถสรุปสำนวนคดีได้
แต่ยืนยันว่ามีการประสานงานกับญาติและสถานทูตเพื่อรายงานความคืบหน้าคดีอยู่ตลอด
อุปสรรคสำคัญเนื่องจากเป็นคดีที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาจลาจล มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 80 ราย
ดีเอสไอจำเป็นต้องตรวจสอบอย่างละเอียด และพยายามเร่งการทำงานเต็มที่
จะส่งผู้นำไทยไปขึ้นศาลระหว่างประเทศ?
ที่มา ไทยรัฐ
นิติภูมิ นวรัตน์
ไปบรรยายที่ไหน คำถามของท่านผู้ฟังส่วนใหญ่
แตกต่างจากคำถามเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมามาก
คำถามเดี๋ยวนี้มีแต่ความดุดัน แดกดัน
ต้องการฟาดฟันพวกของสีตรงข้ามอย่างขาดสติ
นั่งนึกถึงความเป็นไปของผู้คนชนในชาติแล้วก็ให้เสียดายมาก
แทนที่จะเป็นชาติพุ่งกระฉูดส่งตูดจัมโบ้เหมือนในอดีต
เรากลับเป็นชาติที่มีสองบุคลิกภาพ บุคลิกภาพแรก
ผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศหงอยเหงาเศร้าใจ
ไม่รู้อนาคตของตนและครอบครัวว่าจะเป็นเช่นใด บุคลิกภาพที่สองคือ
ความก้าวร้าวรุนแรง ขาดสติ
คำถามที่นิติภูมิได้รับจากการออกไปบรรยายซึ่งถามถี่มากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือ
ในอนาคตจะเอาผู้นำที่ฆ่าประชาชนคนบริสุทธิ์มารับโทษได้อย่างไร?
ผมให้ความเห็นว่า
ขณะที่ผู้กระทำมีอำนาจบาตรใหญ่ ท่านทำอะไรไม่ได้มาก
อย่าดิ้นรนไปให้เสียเวลา
การดิ้นรนจะยิ่งนำทำความแตกแยกภายในชาติของเราให้มีมากขึ้น รุนแรงขึ้น
หากต้องการทวงถามตามความยุติธรรมให้ผู้ตายวายชนม์
กรุณาอย่าไปตะโกนปาวๆ หรือทำบ้าบอคอแตกอะไร วิธีที่ดีที่สุดก็คือ
รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆไว้ให้ได้มากเท่าที่จะมากได้
เมื่อคณะผู้นำชุดนี้ไม่มีอำนาจแล้ว
ท่านถึงค่อยไปใช้วิธีเดียวกับที่มีการจัดการกับอดีตประธานาธิบดี สลอบอดัน มีโลเซวิช
ต่อไปภายหน้า รัฐบาลใหม่อาจจะนำหลักฐาน
ไปฟ้องร้องอดีตผู้นำของไทยต่อศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ
ในความผิดฐานก่ออาชญากรรมต่อประชาชนในดินแดนของราชอาณาจักรไทย
แทนที่ท่านจะไปตะโกนเย้วๆ ปาวๆ
ผมว่า ท่านน่าจะสงบ และตั้งกลุ่มศึกษาความเป็นไปได้
ในการฟ้องร้องของ
คดีสังหารหมู่
คดีการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
คดีทำร้ายพลเรือน ฯลฯ อะไรพวกนี้จะดีกว่า
ท่านควรจะตั้งทีมศึกษากรณีที่
นายแพทย์ ราโดแวน คาราดซิค อดีตประธานาธิบดีของสาธารณรัฐเซอร์เบีย
โดนศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศฟ้องเมื่อ 24 กรกฎาคม 2538
ในฐานะผู้นำที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อการฆ่าคนมุสลิมจำนวนมากในบอสเนีย
ในวันเวลานาทีเดียวกันกับที่ฟ้องนายแพทย์คาราดซิค
ศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศก็ฟ้อง
นายแรทโค มลาดิค อดีตผู้บัญชาการกองกำลังบอสเนีย-เซิร์บ
ผู้ต้องมีความรับผิดชอบต่อการฆ่าประชาชนที่เมืองซรีเบร็นนิกาด้วย
หน้าที่ที่จะชี้ว่า ผู้นำประเทศคนใดคนหนึ่ง หรือคณะผู้นำประเทศคณะใดคณะหนึ่ง
มีความผิดฐานก่ออาชญากรรมต่อประชาชนในดินแดนของตนเองนั้นหรือไม่
เป็นเรื่องของศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ ที่เรียกกันว่า
International Criminal Court หรือ ICC
โดยศาลจะเป็นฝ่ายพิจารณาในเบื้องต้นว่า
อ้า กรณีนี้เป็น Crime against humanity
หรือเป็นการก่ออาชญากรรมต่อความเป็นมนุษย์หรือเปล่า
ศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศอาจจะพิจารณาว่า
การฆ่ากันที่ผ่านมาเป็นเรื่องภายในของราชอาณาจักรไทย
ที่สาธารณประเทศไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวดองหนองยุ่งด้วยได้
และศาลก็อาจจะถือว่า การสลายการชุมนุม
โดยเจ้าหน้าที่รัฐเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นเป็นประจำในประเทศต่างๆทั่วโลก
ก็อาจจะเป็นไปได้
ย้อนกลับไปในกรณีของนายสลอบอดัน มีโลเซวิช เมื่อหมดบารมี หมดอำนาจแล้ว
แกก็ถูกรัฐบาลเซอร์เบียสั่งให้คุมตัวและเอาไปขังไว้เมื่อ 1 เมษายน 2544
เพื่อรอการดำเนินคดี ภายในเวลาไม่ถึง 3 เดือน
ก็มีการส่งตัวแกไปขังไว้ในห้องขนาด 3 คูณ 5 เมตร
ที่ศาลอาชญากรรมสงครามระหว่างประเทศ
แกโดนส่งไปขึ้นศาลในครั้งนี้ด้วยข้อหาที่ว่า
กองทัพเซอร์เบียฆ่าคนตายในระหว่างความขัดแย้งที่เมืองโคโซโว
ในขณะที่แกเป็นประธานาธิบดี และบั้นปลายท้ายต่อมา
ก็มีคดีที่ฟ้องร้องแกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถึง 66 คดี
โดยแต่ละคดีมีโทษจำคุกตลอดชีวิตทั้งนั้น
ยังไม่ทันมีการพิจารณาคดี
มีโลเซวิชก็ตายกลายเป็นผีอยู่ในคุกด้วยอาการหัวใจล้มเหลว
วันที่เอาศพของมีโลเซวิชไปฝังในแผ่นดินเซอร์เบีย ไม่มีเงาของเมียและลูก
เพราะขืนโผล่มาเมื่อไร รัฐบาลใหม่ของเซอร์เบียจะจับทันที
ยังมีผู้นำอีกมากมายหลายคนที่ก่อกรรมทำเข็ญไว้ในระหว่างมีอำนาจ
เมื่อหมดอำนาจแล้ว ก็ไม่สามารถเดินลงไปใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาสามัญได้
อย่างนายกรัฐมนตรีผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้นำในห้วงช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งรุนแรง
หมดอำนาจลงเมื่อใด
ท่านคงจะไปเดินดินกินข้าวแกงข้างทางอย่างเมื่อก่อนนั้นคงลำบาก
บางคนโมโหโกรธาประกาศว่า
ไม่อยากอยู่ร่วมประเทศกับพวกสองมาตรฐานอีก
ผมขอเรียนถามท่านว่า ถ้าไม่อยู่ด้วยกันแล้ว ท่านจะทำยังไง?
แบ่งแผ่นดินออกไปตั้งเป็นประเทศใหม่หรือ?
ผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้คงไม่ยอมแน่
ผมต้องตอบคำถามเรื่องแยกประเทศนี่บ่อยๆ
โดยผมตอบว่าเป็นไปไม่ได้เลย ประเทศเล็ก ชาติน้อยนั้น
ขาดอำนาจในการต่อรองในเวทีระหว่างประเทศ
สู้อยู่กันเป็นปึกแผ่นแน่นแฟ้น เป็นชาติขนาดใหญ่อย่างนี้ดีกว่า
ส่วนปัญหาที่เกิด ก็ต้องช่วยกันแก้
แก้ไขให้ความยุติธรรมอุบัติขึ้นในแผ่นดินไทยให้จงได้.
สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:แดงAround the world
ที่มา Thai E-News
แดงทั่วไทยแดงไกลทั่วโลก-นึก ว่าปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนแล้วจะล้มหายตายจากไปง่ายๆเหรอ? เมินซะเถอะ ตอนนี้แดงทั่วไทย แดงไกลไปทั้งโลกอีกต่างหาก เตรียมตัวระทึกใจแดงทั้งโลก 19 กันยายนนี้ COMING SOON!
โดย นักข่าวชาวรากหญ้า
21 สิงหาคม 2553

***แดกด่วนชวนชิมงบฯ54-ระบอบ ปกครองอำมาตย์ยกมือโหวตผ่านงบประมาณปี 2554 เป็นที่เรียบร้อย และรัฐบาลหุ่นเชิดอภิสิทธิ์หวังจะอยู่ยาวไปจนครบเทอม ขณะที่มีความมั่นใจขุมกำลังอำนาจตำรวจ-ทหาร"สายใน"คอยอุ้มชู จะเสียอยู่อย่างเดียวที่ไม่หวานคอหอยก็คือ ประชาชนไทยเกินครึ่งประเทศ ปฏิเสธที่จะยอมรับนับถือว่านี่เป็นรัฐบาลอันชอบธรรมของพวกเขา...***
***ข่าวดี-เด วิด เพอร์เซล ฝรั่งเสื้อแดงชาวออสเตรเลียถูกปล่อยตัวเมื่อวานนี้ และเตรียมเนรเทศกลับประเทศแล้ว หลังจากที่ถูกคุมขังไว้นาน 89 วัน โดยตอนแรกเขายืนหยัดจะต่อสู้คดีอย่างถึงที่สุด แต่ญาติมิตรของเขาได้ขอร้องให้สารภาพว่าทำผิดกฎหมายฝ่าฝืนประกาศฉุกเฉินร่วม ชุมนุมและขึ้นเวทีนปช. ศาลจึงสั่งลงโทษจำคุก 45 วัน แต่เนื่องจากติดคุกมาแล้ว 89 วันจึงสั่งปล่อยตัว***

***เพอร์ เซลกล่าวภายหลังการพิจารณาคดีว่า แม้เขาจะมีประสบการณ์อันไม่พึงประสงค์หลายอย่างในเมืองไทย แต่สิ่งที่ได้เห็นภายใต้ระบบการเมืองของไทยคือ ความอบอุ่น ความกล้าหาญ และความจริงใจของประชาชนไทย***

***ก่อนหน้านี้ฝรั่งเสื้อแดงชาวอังกฤษ เจฟฟ์ ซาเวจ ซึ่ง ทางการไทยจ้องเล่นงานหนักหาว่าเขาชวนผู้ชุมนุมไปเผาห้างฯในช่วงชุมนุม แต่เพราะอังกฤษยังเป็นที่เกรงใจของชนชั้นนำไทย ได้มีการจัดแจงให้เขาสารภาพผิดข้อหาร่วมชุมนุมฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน และปล่อยตัวเนรเทศ ซึ่งเขากล่าวทิ้งท้ายก่อยนอำลาแดนเถื่อนว่า"ผมหวังว่าจะเกิดความยุติธรรมขึ้นในเมืองไทย ไม่เฉพาะกับเสื้อแดง แม้แต่กับเสื้อเหลืองด้วย และทุกๆสีเสื้อ ผมหวังไว้อย่างนั้น"***
***ประชาชน ไทยผู้รักประชาธิปไตยรักความเป็นธรรมจะจารึกชื่อฝรั่งที่มีจิตใจสากล รักประชาธิปไตยรักความเป็นธรรมไว้ตราบเท่านาน และชาตินี้เราคงมีวันได้ร่วมฉลองชัยเมื่อมีประชาธิปไตยที่แท้จริง และความอยุติธรรมปลาสนาการไปพ้นจากบ้านนี้เมืองนี้***
***ยังยิ้มสู้- นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดิน ยิ้มทักทายกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาให้กำลังใจถึงศาลอาญาฯ ระหว่างถูกคุมตัวจากเรือนจำไปรับทราบข้อหาก่อการร้าย รวม 17 คน ทั้งนี้องค์การนิรโทษกรรมสากล(Amnesty)ได้เรียกร้องให้ไทยพิจารณาสืบสวนสอบ สวนคดีนี้อย่างโปร่งใส และเสนอให้องค์กรนานาชาติเข้าร่วมการสืบสวนด้วยเพื่อความยุติธรรม แต่ระบอบปกครองของไทยยังคงเพิกเฉย และเดินหน้ายัดเยียดข้อหาที่นานาชาติเห็นว่าเป็นการใส่ร้ายป้ายสีนักโทษทาง การเมือง ด้วยมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ***
***ระบอบ ปกครองอำมาตย์ไทยต้องการบอกให้โลกรู้ว่าพวกเขายังสามารถจัดการควบคุม ทุกอย่างได้เบ็ดเสร็จในประเทศนี้ 1ในสิ่งที่จะยืนยันเรื่องนี้ก็อาจจะเป็นต้นว่า นักโทษทางการเมืองเสื้อแดงนั้นจะได้รับการปลดปล่อยก็ต่อเมื่อ"มีความเมตตาปรานี"ให้ และก็ไม่จำเป็นต้องปล่อยตามคำร้องขอ หรือการกดดันจากไหน หากอยากปล่อยก็เพราะบังเอิญว่าเป็นวันเวลาหรือโอกาสที่ระบอบปกครองเผด็จการ นี้เห็นว่าเป็น"โอกาสสำคัญ"ของระบอบปกครองเผด็จการอำมาตย์ ทั้งนี้จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลนี้...จริงเท็จประการใด โปรดติดตามไปอีกราว 4 เดือนนับจากนี้***

***'บก.ลายจุด'-สมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนอนวันอาทิตย์สีแดงแจ้งทางเฟสบุ๊คว่า "วันนี้ได้มีโอกาสแวะไปเยี่ยมแกนนำ ได้คุยกับทั้งหมอเหวง คุณเต้น(ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ) และอีกหลายคน คนข้างในเขาเข็มแข็ง และกำลังใจที่จะส่งไปถึงพวกเขาคือ การที่พวกเราที่อยู่ข้างนอกยังคงยึดมั่นในพันธสัญญาที่เคยมีมาร่วมกัน ทุกวันเขาติดตามข่าวที่เกิดขึ้นภายนอก ว่าเสื้อแดงล้มแล้วลุกหรือยัง ลุกแล้วยืนหรือยัง และเมื่อเรายืนได้ วันหนึ่งเราก็จะออกเดินหน้าอีกครั้ง นี่คือกำลังใจที่แท้จริง***
***วานคุณทักษิณ ชินวัตร หรือแฟมิลี่ และหรือพรรคเพื่อไทยช่วยดูดำดูดี"ประยุทธ มูลสาร"เป็น การด่วน ชายผู้นี้แม้รู้ตัวว่าป่วยหนักเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่3ก็ยังกัดฟันสู้ ทั้งราชดำเนิน ราชประสงค์ อุบลฯบ้านเกิด ตอนนี้โดนฝ่ายอำนาจรัฐตามบี้เช็ดทั้งที่ป่วยหนัก จนอาจต้องตัดสินใจมอบตัวในวันที่ 25 สิงหาคมนี้(รายละเอียด) เพื่อจะได้พบแพทย์..หากคุณทักษิณและคณะรู้ข่าวแล้วรีบช่วยเหลือ ก็จะน่านับถือในน้ำใจ***
***อาทิตย์สัญจร กิจกรรมวันอาทิตย์สีแดง ณ จ.เชียงใหม่ รถออก จาก กทม.เช้าวันที่ 21/8/53(แถววิภาวดี)ค่ารถ900บ.
ไม่ รวมค่าที่พัก/อาหาร/ สนใจสำรองที่นั่งได้ที่คุณทาทา T.087-3697884 ร่วมกันเดินทางไปกับทีมงานบก.ลายจุดสนุกสนานตลอดเส้นทาง แวะตามจังหวัดเสื้...อแดงต่างๆ ก่อนเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ งานนี้ทางเสื้อแดงเชียงใหม่เข้าร่วมกิจกรรมด้วย
โทรจองที่นั่งกันได้แล้วค่าดูเพิ่มเติม***
กิจกรรม หลังจากยกเลิก พรก. ของแดงเชียงใหม่!!!!
เป็น อันว่าตอนนี้ พรก.ฉุกเฉิน ที่จังหวัดเชียงใหม่ก็ได้ถูกยกเลิกลงแล้ว ทางกลุ่มแดงเชียงใหม่เองนั้นก็มีกิจกรรมที่จะทำค่อนข้างเยอะพอสมควร
วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม 2553 นี้ พวกเราบางส่วนต้องเดินทางไปจังหวัดพะเยาเพื่อประชุมกับ คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข เกี่ยวกับเรื่องการจัดตั้ง สมัชชาประชาชน19 พฤษภาคม ประชุมเสร็จก็จะรีบเดินทางกลับมาเพื่อทำเวทีที่ท่าแพต่อค่ะ (ก็จะรวดทำการประชาสัมพันธ์และชักชวนพี่น้องพะเยาตามกลับมาร่วมงานวัน อาทิตย์ที่22 ด้วยเลย)
ในเย็นวันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม ได้มีการตกลงกันแล้วค่ะ ว่าจะจัดเวทีย่อย ที่ข่วงประตูท่าแพ มีการฉายคลิปวีดีโอ และภาพถ่ายการสลายชุมนุม อาจมีการพูดคุยจากปากของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์จริงมาเล่าสู่กัน ฟัง (ทางเหนือเรียกวันลองไฟค่ะ) ก็เชิญชวนพี่น้องที่เดินทางไปจากกรุงเทพฯมาร่วมลองไฟพบปะกับพี่น้องหมู่เฮา ชาวเหนือกันตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ี่ข่วงประตูท่าแพเลยนะคะ
เริ่มงานกันตั้งแต่ ประมาณ 16.00 น เป็นต้นไปเลยค่ะ
วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม ก็จะเป็นการจับจ่ายซื้อสินค้าถนนคนเดิน ร่วมงานกับท่าน บก. ลายจุด และพี่น้องมวลชนเสื้อแดง ทั้งภูธร นครบาล ตั้งแต่ บ่ายๆเป็นต้นไปค่ะ (ตามแต่โปรแกรมของ บก. ลายจุดค่ะ)
วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม ก็มีการเสวนาการเมืองต่ออีก 1 วัน ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยท่าน บก.ลายจุด และอาจารย์นักวิชาการ อีกหลายท่านนะคะ ก็ขอเชิญพี่น้องที่ยังไม่รีบเดินทางกลับเข้าร่วมฟังและร่วมแสดงความเห็นกัน ได้ค่ะ (รายละเอียดจะติดตามมาแจ้งให้ทราบอีกทีค่ะ)
วันอังคารที่ 24 สิงหาคม แกน นำเชียงใหม่ได้รับเชิญเข้าร่วมเสวนา กับคณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ ในกรุงเทพมหานคร ก็ต้องเดินทางกันคืนที่ 23 ถึงกรุงเทพฯเช้าเข้าเสวนา (อย่างน้อยก็สามารถนำแนวทาง ความรู้ต่างๆไปเผยแพร่หรือประยุกต์ใช้ในการต่อสู้ต่อไปอย่างรอบคอบมากขึ้น 555 ถ้าไม่เหนื่อยตายกันเสียก่อนนะจ๊ะ 55555 สู้ว้อยย)
ยังค่ะยังมี อีกเยอะค่ะ กิจกรรมที่คิดไว้และจัดเตรียมไว้แบบต่อเนื่อง นอนสต๊อป แน่นอนค่ะจะทะยอยแจ้งให้ทราบเป็นงานๆๆไปนะคะ บางงานอาจต้องพึ่งพา วิทยุ ของเวบถ่ายทอดสัญญาณเสียงบ้างนะคะทำสิ่งที่ตัวเองชอบคือ " อิสระ "
ทำสิ่งที่ตัวเองรักคือ " ความสุข"

***ไปที่ความเคลื่อนไหวของสมัชชา 19 พฤษภาคม สืบเนื่องจากกลุ่มคนเสื้อแดงทั่วประเทศได้จัดประชุมกันขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่นครปฐม และได้ตกลงจัดตั้ง สมัชชา 19 พฤษภาคมขึ้น
สมัชชา 19 พฤษภาคม จะจัดให้มีการประชุมสมัชชาระดับจังหวัดครั้งแรกที่จังหวัดพะเยา ที่โรงแรมภูทองเพลส ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ โดยมี ส.ส.ดร.สุนัย จุลพงศธร เป็นวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อ สถานการณ์เศรษฐกิจ-การเมืองกับการปฏิรูปประเทศไทย และจะเป็นการระดมความคิดเห็นจากที่ประชุมกำหนดเป็นแนวทางการดำเนินงานของ สมัชชาต่อไป ผู้สนใจเข้าร่วมติดต่อได้ที่ คุณจิรโรจน์ กีรติศักดิ์วรกุล โทร 08-5033-3533
ในเบื้องต้นที่ประชุมตัวแทนคนเสื้อแดงและประชาชนสาขาอาชีพต่างๆได้ระดมความคิดเห็นต่อแนวทางปฏิรูปประเทศไทย มีข้อเรียกร้องคือ
1. ให้ปล่อยตัวนักโทษการเมือง ซึ่งเป็นแกนนำและแนวร่วมนปช.ที่ถูกจับกุมคุมขังทุกคน
2. ปฏิรูประบบศาลยุติธรรมให้เชื่อมโยงกับอำนาจของประชาชน
3. ปฏิรูประบบภาษี เช่น ยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม จัดเก็บภาษีก้าวหน้า ภาษีที่ดิน ภาษีมรดก เพื่อดำเนินการจัดตั้งรัฐสวัสดิการ
4. ประกันรายได้เกษตรกร และเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำให้ผู้ใช้แรงงาน อีก 10เปอร์เซ็นต์
รายละเอียดเพิ่มเติม อ่านในเวบไซต์redpower***
***เชิญ พี่น้องเสื้อแดงร่วมงานทำบุญเลี้ยงพระเพล ครบ 100 วัน "วีรชนเดือนพฤษภา 53" ในวันเสาร์ที่ 21 ส.ค. 2553 เวลา 11.00 น. ณ วัดพระไกรสีห์น้อย ถนนรามคำแหง 23 เสร็จจากเลี้ยงพระ มีการเสวนาโดยพระคุณเจ้า 1 รูป, ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ, คุณพลท เฉลิมแสน, คุณวงศ์-รามอินทรา ฯลฯ

ประมาณ 14.00 น. โฟนอิน จาก "คุณจักรภพ เพ็ญแข"***
***เสาร์ที่ 21 สค.53 ศูนย์ข่าวพีเพิลชาแนล จัดฉายภาพยนต์เกาหลี เรื่อง"18 May หรือ 18 พฤษภาสงครามประชาชน" ณ ชั้น 5 บิ๊กซี ลาดพร้าว เวลา 15.00 น.

เสธ.แดงฉบับหนังเกาหลีกำลังจัดตั้งกองกำลังนักรบพระเจ้าตาก ในเวลาต่อมาถูกสังหารจากฝ่ายรัฐบาล

หนัง เรื่องนี้ไทยอีนิวส์เคยนำเสนอไว้ว่า เหตุการณ์ใกล้เคียงกับเหตุการณ์19พฤษภาคมของไทย ทั้งที่ระยะเวลาห่างกันถึง 30 ปี ในหนังจะมีนายทหารแบบเสธ.แดง มีนางพยาบาลแบบน้องกมนเกด มีพระสงฆ์ มีคนขับแท็กซี่ มีคนรากหญ้าเข้าร่วมการต่อสู้ ถูกรัฐบาลปราบปรามอย่างรุนแรง แต่สื่อกลับลงข่าวว่าผู้ประท้วงเป็นผู้ก่อการร้ายใช้ความรุนแรง จนคนดูถีบทีวีพังทั้วประเทศ (อ่านรายละเอียด) หนังเรื่องนี้เคยมีการจัดฉายที่จุฬาฯ และม.เชียงใหม่มาแล้ว ท่านใดไม่อยากพลาด ขอเชิญ ******
***21 สิงหาคม น้องเดียร์-ขัติยา สวัสดิผลพบ ผู้สนับสนุนเสธ.แดงเขตภาคตะวันออก เพื่อขับเคลืื่อนพรรคขัติธรรม ที่โครงการหมู่บ้านเทพประทานพร อมตะนครซิตี้ ถนน 331 พร้อมทำบุญ100วันให้เสธ.แดง สอบถามเข้าร่วมงาน โทร.085-5631117 กิจกรรมทำบุญร้อยวันให้เสธ.แดงยังมีอีกหลายจุดทั่วประเทศ ส่วนทางยุโรปจัดขึ้นที่เยอรมนี มีเสื้อแดงเยอรมันเป็นเจ้าภาพ***

***22 สิงหาคม น้องเดียร์เป็นเจ้าภาพทำบุญครบ 100 วันให้เสธ.แดง ที่วัดสุขวราราม วัดหนองบัว***
***22 สิงหาคมมีกิจกรรมหลายจุด นอกจากจุดใหญ่วันอาืิทิตย์สัญจรที่เชียงใหม่ อีกจุดวันอาทิตย์สีแดงที่หน้าห้างอิมพีเรียลสำโรง เวลา16.30 น. จัดกิจกรรม"เราเห็นคนตายที่ราชประสงค์และราชดไำเนิน"ท่านใดอยู่ใกล้ให้ถือป้ายและแต่งแดงเข้าร่วมกิจกรรม 1คนต่อ1ป้าย
เวลา เริ่มกิจกรรม"13.30เป็นตั้นไป พบกันที่แม็คโดนัลด์ ใส่เสื้อสีแดง เพื่อทำกิจกรรมคนเสื้อแดง หลังจากนั้นต่อด้วย การร่วมกันทำป้าย ถือป้ายแสดงความคิดเห็น ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เพื่อสื่อให้ต่างประเทศรับทราบ ต้องการผู้หญิงแต่งหน้าทาปากสีแดง ด่วนและผู้ใดแต่งหน้าได้มีเครื่องมือมาร่วมกันครับ และเราจะแบ่งคนออกป็นกลุ่มๆ กลุ่มละ 4 คน (ดูรายละเอียด)***

***อาทิตย์ 22 เช่นกัน เสื้อแดงชลบุรีเชิญเสื้อแดงภาคตะวันออกและท่านที่สะดวกเข้าร่วมงานเปิดศูนย์ ประสานงานแดงชลบุรี สอบถามรายละเอียดที่081-5811431 หรือ081-3442799 งานจัดที่ซอย 1 บ้านสวน***
***22 สิงหาคมตั้งแต่ 15.00 น.เป็นต้นไป เชิญชมมินิคอนเสิร์ต"เสียงประชาชน"ที่บิ๊กซี ลาดพร้าว ชั้น 5 ***
***เครือข่าย พลเมืองเน็ต ขอเชิญชวนพลเมืองเน็ต และนักข่าว โดยเฉพาะนักข่าวภาคสนาม
ผู้มีประสบการณ์การใช้ Social Media เพื่อการทำข่าวหรือรายงานข่าว มากินไป คุยไป ในหัวข้อ . . .
“จรรยาบรรณสื่อบนอินเทอร์เน็ต?”
วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2553 เวลา 13.00 – 17.00 น. ห้องประชุมชั้น 3 True Coffee สยามสแควร์ (ข้าง Style by Toyota)
นักข่าวเล่า
-Twitter Facebook YouTube ฯลฯ กับการเป็นเครื่องมือในการรายงานข่าว
-สถานะใหม่ของนักข่าวภาคสนามกับ Twitter ในกำมือ
-เครื่องไม้เครื่องมือในสนาม
พลเมืองเน็ตเล่าบ้าง
-“ตัวตน” ของนักข่าวใน Social Media
-จรรยารรณนักข่าวกับ Social Media
-ความคาดหวังจากพลเมืองเน็ต
เชิญ มาคุยกันสบายๆ แบบ "กินไปคุยไป" นำอาหารติดไม้ติดมือมาแบ่งกันได้ตั้งแต่เที่ยงครึ่งเป็นต้นไป โดยแต่ละคนอาจนำอาหาร ของกินที่ชอบติดไม้ติดมือกันมา เช่น แซนด์วิช กล้วยแขก ลูกชิ้นปิ้ง ขนมขบเคี้ยว และอื่นๆ แล้วแต่ชอบ คาดการณ์ว่า เหล่านักข่าวและชาวพลเมืองเน็ตจะตื่นสายๆ ในเช้าวันอาทิตย์จากนั้นเดินทางออกจากบ้าน ทำอาหารง่ายๆ หรือแวะซื้อของกินแล้วมาตั้งวงกินข้าวเสวนากัน ตั้งแต่เที่ยงครึ่งเป็นต้นไป ทางทีมงานจะเตรียมเครื่องดื่ม เช่น กาแฟ และเค้กไว้บริการ
ด่วน! มีที่นั่งจำกัดเพียง 20 ที่เท่านั้น ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ผ่านแบบฟอร์มข้างล่างนี้
http://thainetizen.org/brownbag-3***

***เชิญ เสื้อแดงกรุงเทพฯที่สนใจอยากร่วมกิจกรรม "แต่งหน้าผีไปเลือกตั้ง สก." ในวันเลือกตั้งสก. 29 สิงหาคมนี้ ตามหน่วยเลือกตั้ง สก.ทั่วกรุงเทพฯ***
***ขอ เชิญท่านมาร่วมแสดงความคิดเห็นต่อนโยบายพรรคแนวร่วมสังคมประชาธิปไตย นั่นคือ การนำระบบลูกขุนมาใช้ในกระบวนการทางศาล เพื่อให้ศาลเชื่อมโยงกับอำนาจของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยสากล ซึ่งจะเป็นหนทางของการได้มาซึ่งความยุติธรรม เช่น ไม่เกิดความล่าช้าในการพิจารณาคดี สวบสวนข้อเท็จจริง

ในวันที่ 29 ส.ค. 2553 เวลา 13.00-16.00 น. ที่ห้องเพทาย รร.รัตนโกสินทร์ ถ.ราชดำเนิน ดังโปสเตอร์ที่แนบมา***

***หนังสือ Red Power ฉบับที่สี่ กระหึ่ม แผงหนังสือทั่วประเทศแล้ว เข้มข้นทุกเนื้อหา พบกับบทวิเคราะห์ บูรพาพยัคฆ์ กระชับอำนาจ สร้างรอยร้าวในกองทัพ ค้นหาคำตอบใครฆ่าเสธแดง เบื้องหลังคดีพันธมิตรยึดทำเนียบสนามบินอืดอาดล่าช้าร้อนแรงทุกเรื่องราว กับบทความเรื่องยุบปชป.ตั้งรัฐบาลแห่งชาติ และ แผนอุบาทว์ก่อนชาติล่ม อภิมหานางพญาเปิดสตง. ท้าทายทุกบรรทัด ด้วยบทชี้นำสะท้านฟ้า สะเทือนดิน และเรื่องราวปากคำผู้บาดเจ็บพยานรู้เห็นผู้ก่อการร้ายจบชีวิตอย่างไร พร้อมกับ ขำขันและการเมืองเรื่องบันเทิง หาซื้อ Red Power ฉบัยที่ 4 ร้านซีเอ็ด ดอกหญ้า บีทูเอสและแผงหนังสือทั่วไป ***
***ปิดท้ายด้วย กิจกรรมทางเฟซบุ๊ค โค้งสุดท้ายแล้วสำหรับการกดโหวต UDD red shirt Princess หมดเขต 31 สิงหาคมนี้ อยากให้กำลังใจสาวๆเสื้อแดงท่านไหน เชิญแวะเข้าไปโหวต กดตรงนี้ ***
มะกันเฮ รัสเซียผิดหวัง ทางการไทยส่งตัวพ่อค้าอาวุธไปสหรัฐฯ (เวอร์ชั่น2)
ที่มา Thai E-News
หมายเหตุ: เราได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการนำข่าวเวอร์ชั่นเก่าออกตามสำนักข่าวนิวยอร์ค ไทมส์ โดยสาเหตุที่ไม่แน่ชัด, นิวยอร์ไทมส์ได้ทำการตัดทอนข้อมูลบางส่วน และได้เพิ่มเติมข้อมูลบางส่วนกับข่าวชิ้นนี้ ระหว่างช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้
ข่าวชิ้นนี้ป็นข่าวจาก The New York Times บอกเล่าถึงความสำเร็จของรัฐบาลสหรัฐฯในการทำให้ศาลไทยส่งตัวพ่อค้าอาวุธชาว รัสเซียกลับไปดำเนินคดีที่สหรัฐฯ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ทางการรัสเซียผิดหวัง รายละเอียดบางส่วนของการค้าอาวุธดังกล่าวยังปรากฏในหนังฮอลลีวู๊ดเรื่อง "The Lord of War" และ "Merchant of Death"
ในรายงานระบุว่ากรณีดัง กล่าวได้ทำให้ประเทศไทยอยู่ในฐานะกระอักกระอ่วนเพราะต้องตกที่นั่งเป็น กรรมการกลางระหว่างประเทศรัสเซียและประเทศสหรัฐฯ รายงานยังระบุด้วยว่าจากข้อมูลของสายลับที่นายเบ้าท์ได้พูดคุยด้วยเมื่อสอง ปีก่อนเผยว่า เขาสามารถนำส่งอาวุธนำวิถีพื้นสู่อากาศจำนวน 700-800 ลูก, ปืนเอเค-47 จำนวน 5,000 กระบอก, กระสุนปืนนับล้านๆลูก, กับระเบิด, ระเบิดซีโฟร์และรวมไปถึงเครื่องบินบังคับจากระยะไกล
Thai Court Rules to Extradite Arms Suspect to U.S.
By THOMAS FULLER
The New York Times
Published: August 20, 2010
BANGKOK — Viktor Bout, a Russian businessman who is expected to face gun-running charges in the United States following his extradition from Thailand, expressed confidence on Friday that he would ultimately be exonerated.

“We will go to court in America and we will win,” Mr. Bout told a reporter from Russia’s RIA Novosti news agency after a Thai court ordered the extradition.
Mr. Bout, who inspired the movie “Lord of War,” starring Nicolas Cage, is suspected of running a large-scale trafficking organization that provided weapons to governments, rebels and insurgents across the globe.
The court decision on Friday, which overturned a lower court’s ruling from August 2009, was a victory for the Obama administration, which summoned the Thai ambassador in Washington to the State Department this week to “emphasize that this is of the highest priority to the United States,” a spokesman said.“There have been a lot of conversations of senior administration officials with their Thai counterparts about this,” said one American official, who spoke on condition of anonymity after staying up until 2 a.m. awaiting the news from Bangkok. American officials had feared that Russian pressure would prevail and Mr. Bout might be flying home.
“This really was a welcome surprise,” the official said of the court’s decision.
Russia, which had been seeking to prevent Mr. Bout from being placed in the American legal system, reacted angrily.
“We regret what, in my view, is an illegal political decision taken by the appellate court in Thailand,” Sergey V. Lavrov, Russia’s foreign minister, said Friday, according to the Interfax news agency. “Based on the information we have at our disposal, the decision was made under very strong outside pressure. This is lamentable.”
He vowed to do everything necessary to ensure Mr. Bout’s return to Russia.
The decision culminated a decade-long effort by the United States to bring Mr. Bout, 43, to trial. “The Clinton folks started it, the Bush administration continued it and Obama finished it,” said Douglas Farah, the co-author of a book about Mr. Bout, “Merchant of Death,” and a fellow at the International Assessment and Strategy Center in Washington.
Mr. Farah said the United States began pursuing Mr. Bout in the 1990s after officials became alarmed that he was making conflicts more deadly by showering warring parties with weapons on an unprecedented scale, including weapons as sophisticated as attack helicopters.
“They became aware in the mid-1990s that he had fundamentally altered the way wars were being waged,” Mr. Farah said. “He was flying in planeloads of this stuff. There was a lot of alarm that we were facing something new. It was the privatization of warfare.”
After the ruling, Mr. Bout embraced his wife and daughter, who wept. He said nothing to reporters in the courtroom as he was led out in leg irons. The court ordered his extradition within three months.
Later, outside the courthouse, his wife, Alla, denounced the ruling. “This country is not fair,” she said as she smoked a cigarette. “This is a political case. I wish they hadn’t involved my husband in it.”
Mr. Bout’s lawyers had argued that the extradition request was part of a pattern of the United States’ reaching beyond its borders to punish its enemies. Chamroen Panompakakorn, Mr. Bout’s principal lawyer, alluded to the rendition of terrorist suspects by the American government and argued that the overall credibility of the United States government had been tarnished after the failed search for unconventional weapons in Iraq.
Mr. Farah said the dogged effort to bring Mr. Bout to trial proved just the opposite, that the United States could work through normal channels to achieve justice. “One of the big lessons here is that you can do something like this through the judicial process,” Mr. Farah said.
He continued: “Everything can be presented in court. You won’t have the mumbo jumbo secret stuff that damages the government’s credibility.”
A panel of judges sided with the defense in August 2009 and wrote in their decision that Mr. Bout’s “guilt cannot be determined in Thailand.”
The court on Friday did not contradict this, but said there was enough evidence to extradite Mr. Bout to the United States.
“This case has to be further pursued in a court in the United States,” said Siripan Kobkaew, one of three judges who read parts of the decision on Friday.
Mr. Bout has delivered weapons into Africa and Afghanistan, among other places, but has also flown missions for the Pentagon in Iraq and for the United Nations. Sometimes he was hired to fly arms to a particular group, the authors of “Merchant of Death” note, and then was paid by the United Nations to deliver humanitarian aid to the same area.
Mr. Bout was arrested in March 2008 at a hotel in Bangkok after agreeing to sell millions of dollars’ worth of arms to undercover agents for the United States Drug Enforcement Administration posing as rebels from the Revolutionary Armed Forces of Colombia, or FARC.
The case has offered a window into the scale of arms trafficking. During the meeting in 2008, Mr. Bout told the undercover agents that he could deliver 700 to 800 surface-to-air missiles, 5,000 AK-47 assault weapons, millions of rounds of ammunition, land mines, C-4 explosives and remotely piloted aircraft, according to the United States indictment.
Michael Schwirtz contributed reporting from Moscow, and Scott Shane from Washington.
A version of this article appeared in print on August 21, 2010, on page
กาหลิบ: "ต้นทุนของขบวนการ"
ที่มา Thai E-News
โดย กาหลิบ
คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร?
ที่มา Democracy100%
20 สิงหาคม 2553
มี ผู้ใหญ่ที่ผมนับถือท่านหนึ่งเตือนสติมาว่า อย่ากระหน่ำซ้ำเติมพวกเราที่เดินพลาดมากนัก อยากให้ให้กำลังใจกันบ้าง มวลชนผู้สนับสนุนจะได้เกิดความฮึกเหิมที่จะสู้ต่อไปเพื่อประชาธิปไตยที่แท้ จริง
นี่คือคำเตือนด้วยความปรารถนาดีที่ผมต้องสดับตรับฟัง
ความ จริงผมเห็นแง่งามในการต่อสู้ของเราตลอดมา เพียงแต่ส่วนวิจารณ์มันอาจจะแหลมคมกว่าส่วนสนับสนุน ทำให้มองเห็นได้ชัดเท่านั้นเอง ก็ถ้าเราต่อสู้ผิดทางมาโดยตลอด ฝ่ายตรงข้ามคงกลบฝังเรามิดชิดไปเสียนานแล้ว แต่พวกเราก็ยังเดินได้ดีอยู่ เพียงแต่เดินเงียบ เดินต่ำ และเดินช้าบ้าง รอเวลาที่จะรวมพลังกันใหม่เพื่อเอาสิทธิธรรมชาติของเราคืนมาอย่างสมบูรณ์ เท่านั้น
เมื่อท่านติงมาด้วยความรัก ผมขอย้อนกลับไปชี้แง่งามของฝ่ายเราอย่างไม่เกินจริง
แรก ที่สุด ไม่ว่าประวัติศาสตร์จะจารึกยุทธศาสตร์และยุทธวิธีอย่างไร แต่เวทีสนามหลวง ทำเนียบรัฐบาล ผ่านฟ้า และราชประสงค์ ในห้วงเวลาหลังรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ จนถึงปฏิบัติการล้อมฆ่าประชาชนในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ คือการรวมกลุ่มของมวลชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การต่อสู้ของฝ่าย ประชาธิปไตยในเมืองไทย
ยิ่งใหญ่ด้วยจำนวนและความมุ่งมั่น
ยิ่งใหญ่ด้วยความลุ่มลึกของทัศนะ
ยิ่งใหญ่ด้วยความเป็นครอบครัวเดียวกัน มาจากทั่วสารทิศแต่รักกันเหมือนพี่น้องเพื่อนฝูงที่คลานตามกันมา
ยิ่งใหญ่ด้วยเครือข่ายที่จัดตั้งอย่างสอดรับกันทั่วทั้งประเทศและทั่วโลก เสมือนชุมนุมอยู่ด้วยกันที่หน้าเวที
ยิ่ง ใหญ่จนมหาอำมาตย์ใหญ่และขี้ข้าม้าครอก ไม่ว่าจะชายหรือหญิง คนหรือสัตว์ หวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และเกิดอาการ “เผด็จการแตก” คือใช้อำนาจอย่างโจ่งแจ้งชัดเจนที่สุดในชีวิต
บาปอันยาวนานของเขา จนบัดนี้มวลชนตาสว่าง เขาต้องวิ่งโฆษณาตัวเองชุลมุน ใช้ทุกสื่อ ประโคมมันทุกที่ทุกทาง โดยหวังลมๆ แล้งๆ ว่ามายาอย่างที่เคยช่วยชีวิตของเขาและวงศ์วานญาติเครือจะยังคงอยู่ แต่แล้วมันก็ไม่เกิดผลอย่างเดิม
การชุมนุมจะจบลงอย่างไรไม่สำคัญ เพราะสงครามนี้มีหลายศึก แต่การจัดตั้งรวมตัวของมวลชนอย่างมืออาชีพรอบนี้เป็นต้นทุนอันล้ำค่าสำหรับ การต่อสู้ในศึกต่อๆ ไป ความดีในเรื่องนี้แบ่งกันได้หมด ตั้งแต่มวลชนผู้เสียสละ องค์การนำที่อยู่เบื้องหลัง และแกนนำที่สละตัวเองไปเปิดหน้าอยู่บนเวที อย่างชนิดลืมกันไม่ได้
สูงสุดคือวีรชนผู้สละชีพเป็นพลีแด่ประชาธิปไตย
แง่งามที่สองคือการศึกษาของผู้เป็นใหญ่ในฝ่ายประชาธิปไตยเอง
ผม เชื่อว่าประสบการณ์ที่ฝ่ายประชาธิปไตยได้รับในรอบนี้ จะทำให้ความล้าหลังที่ดำรงอยู่ในวิธีคิดของฝ่ายนำบางคนมีความก้าวหน้าขึ้น อย่างน้อยก็ต้องสำนึกในความบกพร่องผิดพลาดและตั้งสติเสียใหม่
อัตตา สูงล้ำของบางคนต้องคานด้วยความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงในชีวิต ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ไม่เรียน เพราะคุ้นชินกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นระวิงจนเผลอคิดว่าพลาดไม่ได้ผิด ไม่เป็น
ขนาดอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ยังพูดว่าท่านผิดพลาดตรงจังหวะชีวิต ขณะที่มีอำนาจ ก็ขาดความจัดเจน พอจัดเจนมีประสบการณ์ขึ้นมาในภายหลัง ก็ไร้สิ้นซึ่งอำนาจเสียแล้ว
มหาตมะ คานธีสู้กับอังกฤษอย่างอหิงสา จนได้รับเอกราช ยิ่งใหญ่ปานขุนเขาออกอย่างนั้น ท่านยอมรับเลยว่าท่านก้าวผิดเรื่องฮินดูกับมุสลิม และประกาศไม่ยอมรับตำแหน่งแห่งหนใดๆ จนกว่าท่านจะแก้ไขปัญหาโลกแตกนี้ได้
เหมือนผู้นำอีกหลายคนที่พุ่งทะลุอัตตาของตัวเองกล่าวยอมรับผิดกับประชาชนและขอโอกาสในการเดินใหม่ด้วยทัศนะที่ถูกต้อง
ความผิดพลาดเป็นคุณอันอเนกอนันต์ หากนอบน้อมพอที่จะเรียนรู้
สองข้อนี่ล่ะครับ คือต้นทุนที่เราทั้งหลายในฝ่ายประชาธิปไตยจะเดินได้อย่างมั่นคง ในห้วงเวลาจากนี้ไป.
งานเข้า!เวบจอมแฉลั่นจองเวรรัฐบาลไทย
ที่มา Thai E-News
"No offense, this is about the internets! If you are a censorship regime, expect us!"(อย่ามายั่วน้ำโหหน่อยเลย นี่คืออินเตอร์เน็ต หากรัฐบาลไทยเป็นระบอบเซ็นเซอร์ ก็เจอดีจากพวกเราแน่!)
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
20 สิงหาคม 2553
WikiLeaks เว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงในด้านการนำเอกสารลับของรัฐบาลประเทศต่างๆออกมาแฉทาง อินเตอร์เน็ต ประกาศจองเวรรัฐบาลไทยที่ได้ใช้อำนาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินปิดเวบไซต์นี้ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยได้เปิดเวบไซต์แห่งใหม่คือ http://wiki.thaileaks.info/
ทั้งนี้เวบไซต์ดังกล่าวได้เตือนรัฐบาลไทยว่า
"No offense, this is about the internets!
If you are a censorship regime, expect us!"(อย่ามายั่วน้ำโหหน่อยเลย นี่คืออินเตอร์เน็ต หากรัฐบาลไทยเป็นระบอบเซ็นเซอร์ ก็เจอดีจากพวกเราแน่!"
ทั้งนี้เวบไซต์ไทยลีกส์ ได้ส่งสารถึงรัฐบาลไทยในหัวข้อเรื่อง Thaileaks – Resurrecting Wikileaks in Thailand ซึ่งเวบไซต์robertamsterdamได้แปลเป็นไทยดังต่อไปนี้
“เรียน คณะรัฐบาลไทย
ในที่สุดรัฐบาลของท่านก็ใช้ระบบรักษาความปลอดภัยเผด็จการแห่งชาติบล็อควิกิลีกส์
บาง คนสงสัยว่าข้อมูลส่วนไหนที่ท่านต้องการที่ปิดบังจากประชาชน หรือเป็นข้อมูลที่ระบุว่ามีเวปไซต์ใหม่ทั้งหมด 1,203 เวปไซต์ที่เพิ่งจะถูกบล็อคเมื่อไม่นานมานี้ ข้อมูลเกี่ยวกับนายแฮรี่ นิโคเลดส์ นักโทษทางการเมือง?
อย่างไรก็ตามเหตุผลของท่านไม่เกี่ยว ข้องกับเรา เราอยู่ในระบบอินเตอร์เน็ตของท่าน ทำหน้าที่ปกป้องระบบหมุนเวียนข้อมูลอันเสรีภาพ ดังนั้นข้อมูลอะไรก็ตามที่ท่านลบออก เราจะนำกลับมาลงใหม่ เราเกิดและเติบโตในท่อ (เครือข่ายอินเตอร์เน็ต) และภาษาแม่ของเราคือรหัสลับ
วันนี้เราได้จัดทำเวปไซต์ไทยลีกส์ขึ้น มา เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงระบบกรองแบบพื้นๆของท่าน ท่านสามารถเพิ่มเวปไซต์ดังกล่าวลงไปในรายการเวปไซต์ที่ควรถูกบล็อกของท่าน แต่นั้นไม่ได้ทำให้เรากังวลเลย เพราะมีนักท่องอินเตอร์เน็ตหลายพันคนที่พร้อมจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปสู่จุด หมายอันแท้จริง และนั้นก็คือประชาชนชาวไทย
ท่านสามารถเข้าเวปไซต์วิ กิลีกส์ด้วยการเข้าไปที่วิกีไทยลีกส์หรือใช้ secure connection ( ท่านต้องกดยินยอมรับใบรับรองก่อน) ใน https-enabled
เราคือวิกีกง ( Wikicong เป็นการเล่นคำระหว่างวิกีกับทหารเวียดกงที่ต่อสู้อเมริกาแบบใต้ดินในสงคราม เวียดนาม) หน่วยคอมมานโดใต้ดินของ Telecomix Crypto Munitions Bereau
เราเชื่อมโยงคนเข้าด้วยกัน
เราเป็นอิสระ
เราคือแมงกะพรุน
เราจะทำหน้าที่ปกป้องเสรีภาพทางข้อมูลข่าวสารของประชาชนต่อไป”
ทั้ง นี้ WikiLeaks เว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงในด้านการนำเอกสารที่เคยเป็นความลับสำคัญของรัฐบาล ประเทศต่างๆมาเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต โดยอ้างว่ามีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ ถูกทางการของไทยปิดกั้นในวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมานี้
สำนักข่าวAFP รายงานว่า ทางการไทยได้ใช้กฎหมายพรก.ฉุกเฉินปิดกั้นเวบไซต์www.wikileaks.orgในประเทศไทย ในวันนี้(18)โดยอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคง
คำ สั่งปิืดกั้นมาจากรัฐบาล ทั้งนี้เป็นไปภายหลังเกิดเหตุไม่สงบขึ้นใจกลางนครหลวงของไทยเมื่อไวๆนี้ จากการเปิดเผยของโฆษกหญิงกระทรวงสื่อสารและสารสนเทศ(ICT) โดยเป็นการดำเนินการตามกฎหมายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548
สำนัก ข่าวต่างประเทศ รายงานว่าทางการไทยได้ปิดกั้นเวบไซต์นับหมื่น ส่วนใหญ่อ้างว่าเป็นเวบที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาำพ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงถึง 15 ปี
ส่วนกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉิืนที่ประกาศ ใช้เมื่อปี2548ถูกประกาศใช้ในพื้นที่จำนวนมากหลายส่วนของประเทศไทยในช่วง ระหว่าง 2 เดือนที่กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลได้จัดการประท้วงในกรุงเทพฯตั้งแต่ กลางเดือนมีนาคมถึงวันที่19พฤษภาคม ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ โดยปิดฉากลงที่กองกำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมอย่างนองเลือด
ในเวลา นี้รัฐบาลไทยยังใช้กฎหมายฉุกเฉินในพืั้้้นที่ 7 จังหวัด รวมกรุงเทพฯ นครหลวงของไทย โดยใช้เป็นเครื่องมือจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายร้อยคน กับใช้เป็นเครื่องมือปิดสื่อของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล
สำหรับเวบไซ ต์wikileaksถูกเพ่งสู่ความสนใจในระดับนานาชา่ิติเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนนี้ ภายหลังจากได้มีการเผยแพร่ข้อมูลเอกสารทางการทหารในอาฟกานิสถานหลายพันหน้า ออกมา ซึ่งก็รวมทั้งการแฉว่ามีการพบกันของจารชนชาวปากีสถานกับกองโจรกบฎตาลีบัน และเป็นเหตุให้มีการสังหารพลเรือนโดยกองกำลังนานาชาติด้วย



