WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, September 5, 2010

การ์ดเสื้อแดงเชียงใหม่ เสียชีวิตแล้ว หลังถูกยิงด้วยปืนเอ็ม 16

ที่มา ประชาไท

กฤษฎา กล้าหาญ ชาว จ.เชียงใหม่ การ์ด นปช. ที่แยกราชประสงค์ด้านศาลาแดง ซึ่งถูกคนร้ายใช้ปืนเอ็ม 16 ยิงเมื่อสัปดาห์ก่อน ล่าสุดนี้เสียชีวิตแล้ว

วัน ที่ 29 สิงหาคม 53 นายกฤษฎา กล้าหาญ อายุ 21 ปี เคยปฏิบัติหน้าที่เป็นการ์ดกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จังหวัดเชียงใหม่ และในการชุมนุมที่แยกราชประสงค์บริเวณศาลาแดง ได้ถูกคนร้ายใช้อาวุธสงครามปืนเอ็ม 16 ไล่ยิงถล่มขณะขับรถยนต์เก๋งส่วนบุคคล บนถนนเชียงใหม่-ฮอด หน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาหางดง ต.สันผักหวาน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ กระสุนปืนเข้าที่ต้นขาข้างซ้าย ท้องด้านซ้าย หัวไหล่ซ้าย อาการสาหัสและถูกส่งไปรักษาต่อยังที่ห้อง ICU ตึกสุจิณโณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

นายกฤษฎารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลฯโดย ได้รับการผ่าตัดที่ช่องท้อง โดยมีครอบครัวและคนเสื้อแดงเชียงใหม่คอยให้กำลังใจ บริจาคเลือดและระดมเงินช่วยเหลือเป็นค่ารักษาพยาบาล จนกระทั้งช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 53 นายกฤษฎาได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ ในวันพรุ่งนี้ (5 ก.ย.) ครอบครัว และคนเสื้อแดงเชียงใหม่จะรับศพนายกฤษฎาไปตั้งบำเพ็ญกุศล ณ วัดศรีบุญเรือง ต.หนองหอย อ.เมือง จ .เชียงใหม่

สำหรับประเด็นการสังหารในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.หางดง จ.เชียงใหม่ ตั้งประเด็นไว้ 1. ยิงผิดตัวเพราะผู้ตายขับรถยนต์ของคนอื่นในวันเกิดเหตุ 2.ขัดแย้งเรื่องแผงขายของที่ถนนคนเดิน 3.ยาเสพติด 4. การ์ดนปช.

ขณะเดียวกันไทยรัฐออนไลน์รายงาน ว่า พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า นายกฤษดา เป็นคน อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดของยาเสพติด แต่ตรวจประวัติพบว่า ไม่มีประวัติยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และยังทำงานเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์ อยู่กับพ่อของแฟนสาวใน อ.หางดง แต่ประเด็นที่ตำรวจมุ่งให้น้ำหนักมากน่าจะเป็นประเด็นที่นายกฤษดา และครอบครัว เป็นกลุ่มคนเสื้อแดงชัดเจนมาก เมื่อมีการ ชุมนุมที่ไหน นายกฤษดาจะไปร่วมด้วยทุกหนแห่ง ล่าสุด ยังไปชุมนุมที่กรุงเทพฯมา จึงอาจจะมีผู้ที่ต้องการสร้างสถานการณ์มาก่อเหตุ ซึ่งลักษณะการยิงด้วยปืนเอ็ม 16 ต้องการเอาชีวิต หรือไม่ก็อาจจะเป็นการข่มขู่อะไรบางอย่าง

ปรองดองทมิฬศพที่4 ปมถล่มM16ล่าสังหารการ์ดเสื้อแดงเชียงใหม่ คาดล่อเสือ'ดีเจอ้อม'ออกจากถ้ำ

ที่มา Thai E-News


กฤษฎา กล้าหาญ "เจมส์"เสื้อแดงเชียงใหม่ การ์ดของ"ดีเจอ้อม" วิทยุเชียงใหม่ 51 ซึ่งถูกขับรถประกบและกราดเอ็ม16ถล่มบาดเจ็บสาหัส ได้เสียชีวิตลงในวันนี้แล้ว นับเป็นการ์ดคนเสื้อแดงรายที่ 4 ที่ถูกล่าสังหารหลังยุติการชุมนุม


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
1 กันยายน 2553

นา ยกฤษดา กล้าหาญ การ์ดเสื้อแดงเชียงใหม่ที่ถูกชายแต่งกายชุดทหารขับรถไล่ล่า และใช้อาวุธสงครามของกองทัพคือ M 16 ยิงกราดบาดเจ็บสาหัสเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เสียชีวิตลงในเวลา 15.05 น.วันนี้แล้ว

สำหรับ กำหนดการงานสวดพระอภิธรรม "เจมส์"กฤษดา กล้าหาญ ณ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จ.เชียงใหม่ เรื่มวันจันทร์ที่ 6 กันยายน 2553 เวลา 19.00 น. (สวดศพ 7 วัน) ขอเชิญพี่น้องเสื้อแดงร่วมพิธี(ดูรายละเอียด)

นอก จากผู้เสียชีวิตในช่วงการชุมนุม 91 ศพแล้ว หลังยุติการชุมนุม คนเสื้อแดงถูกสังหารเพิ่มอีก 4 ราย คือ อ้วน บัวใหญ่ เสื้อแดงโคราชที่เคยมีบทบาทไปยกป้ายประท้วงพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และเป็นคนใกล้ชิดของนายสุพร อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน,การ์ดเสื้อแดงระยองอีกรายหนึ่งที่ถูกยิงเสียชีวิต,การ์ดของนาย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ถูกรถกระบะพุ่งชนเสียชีวิต และ ล่าสุดคือ"เจม"กฤษดา กล้าหาญ

ปมสังหารอาจเพื่อดึงให้ดีเจอ้อมเชียงใหม่ปรากฎตัว

เสื้อ แดงเชียงใหม่รายหนึ่งเปิดเผยว่า นายกฤษดา หรือ เจมส์ เป็นการ์ดรักษาความปลอดภัยประจำตัวนักจัดรายการวิทยุปากกล้าจากเชียงใหม่คือ นางกัญญาภัค มณีจักร "ดีเจอ้อม" ซึ่งอยู่ระหว่างหนีภัยทางการเมืองอยู่ในเวลานี้ จึงคาดว่าการยิงนายกฤษดาก็อาจเป็นแผนล่อเสือออกจากถ้ำ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ก่อนนายกฤษดาเสียชีวิตนั้น มีโทรศัพท์มือถือมาถึงนายกฤษดา ให้คำมั่นว่า "พี่จะเอาคืนให้ ไม่ว่าจะกี่ปีก็ตามพี่สัญญา"

"วันนี้ ปากเขาบอกว่าปรองดอง สมานฉันฑ์ แต่ในทางเดียวกันเขาก็ไล่ล่าไล่ฆ่าพวกเรา พวกเราจะต้องไม่มีใครตายอีกแล้ว ขอให้ทุกคนระมัดวังตัวไว้ด้วย อย่าไว้ใจใคร ไม่ว่าจะเป็นตำรวจมะเขือเทศหรือทหารแตงโม"เสื้อแดงเชียงใหม่กล่าว

มีรายงานข่าวฝ่ายรัฐบาลอ้างว่า ดีเจอ้อมลี้ภัยการเมืองอยู่ในประเทศกัมพูชา

ก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์ไทยรัฐรายงาน อ้างการเปิดเผยของ พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ ว่า นายกฤษดา กล้าหาญ การ์ดนปช.ที่โดนยิง น่าจะมาจากสาเหตุเป็นคนเสื้อแดง เมื่อมีการ ชุมนุมที่ไหน จะไปร่วมด้วยทุกหนแห่ง ล่าสุด ยังไปชุมนุมที่กรุงเทพฯมา จึงอาจจะมีผู้ที่ต้องการสร้างสถานการณ์มาก่อเหตุ ซึ่งลักษณะการยิงด้วยปืนเอ็ม 16 ต้องการเอาชีวิต หรือไม่ก็อาจจะเป็นการข่มขู่อะไรบางอย่าง

ไทยรัฐรายงานว่า ขณะนี้ที่ จ.เชียงใหม่ มีกลุ่มคน มีสีตั้งหน่วยไล่ล่าคนเสื้อแดงขึ้นมา มีทั้งนำกำลังค้นบ้านเรือน บนดอยที่มีแกนนำเสื้อแดงอาศัยอยู่ พร้อมข่มขู่ห้ามคนเสื้อแดงเคลื่อนไหวในพื้นที่อย่างเด็ดขาด

ต่อมา พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงภายหลังการประชุม ศอฉ.
ว่า ที่ประชุมรายงานว่ามีสื่อสิ่งพิมพ์บางฉบับที่เสนอข้อมูลบิดเบือนจากข้อเท็จ จริง ทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวล มีความแบ่งแยก หรือเสนอข่าวในลักษณะหมิ่นเหม่ จาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่ง ศอฉ.ได้ติดตามพฤติกรรมมาโดยตลอด และจะมีการแจ้งความดำเนินคดีกับสื่อสิ่งพิมพ์ดังกล่าว และถ้ามีความจำเป็นจะดำเนินการในขั้นเด็ดขาด เช่น การปิดสื่อสิ่งพิมพ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ ยังพบข้อความจากสื่อสิ่งพิมพ์หัวสีฉบับหนึ่งที่ มีข้อความชี้แจงที่ทำให้สังคมบิดเบือน เช่น มีการระบุว่ามีคนมีสีไล่ล่าคนเสื้อแดง โดยมีการข่มขู่ให้หยุดการเคลื่อนไหว ซึ่งคนมีสีในสามัญสำนึกน่าจะหมายถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ซึ่งการชี้นำอย่างนี้ทำให้สังคมเกิดความเคลือบแคลง และเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ต้องการไล่ล่าเสื้อแดง ซึ่งเบื้องต้นคงจะมีการเตือนการนำเสนอข่าวดังกล่าว และอาจจะต้องมีการแจ้งความดำเนินคดี หากยังไม่ยุติการการกระทำดังกล่าวก็จะต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดตามกฎหมาย

เทือก 20 ปีแก้แค้นไม่สาย

นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง กล่าวว่า ทาง ศอฉ.จะดำเนินการตามกฎหมายกับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และเรดพาวเวอร์ หลังสื่อดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือในการบิดเบือนข่าวสารและทำลายบ้าน เมือง ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการคุกคามสื่อ

ทั้งนี้นายสุเทพ เคยโดนหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเปิดโปงอย่างหนักกรณีข่าวสปก.-401และนำไปสู่การ เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในราวปี2537 จนรัฐบาลนายชวน หลีกภันยไปไม่รอด ต้องยุบสภา และแพ้การเลือกตั้งให้พรรคความหวังใหม่

เหตุการณ์คนร้ายใช้รถไล่ล่ากราดเอ็ม16ถล่ม

คนร้ายใช้ปืนเอ็ม 16 ยิงใส่อดีตการ์ด นปช.และเพื่อนสาวขณะขับรถกลับบ้าน ชายหนุ่มอาการสาหัส ส่วนเพื่อนสาวบาดเจ็บเล็กน้อย
พ.ต.ท. เอกรัฐ พัฒนสมบัติ สารวัตรเวร สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธสงครามปืนเอ็ม 16 ไล่ยิงถล่มรถยนต์เก๋ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บนถนนเชียงใหม่-ฮอด หน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.สาขาหางดง ต.สันผักหวาน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งหมายเลขทะเบียน กอ 8675 เชียงใหม่

ด้านซ้าย ของตัวรถพบรอยกระสุนปืนจำนวนมาก มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน ชื่อ นายกฤษฎา กล้าหาญ อายุ 21 ปี พักอยู่บ้านเลขที่ 56/1 หมู่ 1 ต.สันผักหวาน อ.หางดง มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืน เอ็ม 16 เข้าที่ต้นขาข้างซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์ ที่ท้องด้านซ้าย หัวไหล่ซ้าย อาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหางดง ก่อนถูกส่งต่อไปรักษายังโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

จากการสอบสวน น.ส.นงนุช คำป้อ แฟนสาวของ นายกฤษฎา ทราบว่า หลังจากทั้งคู่เสร็จภารกิจขายของที่ถนนคนเดิน ได้ไปรับประทานหมูจุ่มที่ร้านแห่งหนึ่งแถวสี่แยกแอร์พอร์ต ระหว่างขับรถกลับ นายกฤษฎา ซึ่งนั่งฝั่งซ้าย สังเกตเห็นรถเก๋งคันหนึ่งปิดไฟหน้าขับติดตามมาใกล้ ขณะที่มาถึงเขตติดต่อ อ.เมือง กับ อ.หางดง รถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับแซงด้านซ้ายขึ้นมา ตนเองสังเกตเห็นคนในรถใช้อาวุธปืนระดมยิงใส่รถจนถูก นายกฤษฎา กระสุนนัดหนึ่งยังเฉี่ยวหัวเข่าซ้ายตนเองจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้พยายามขับรถหลบหนี ก่อนที่รถคันนั้นจะขับหนีไปทาง อ.หางดง อย่างรวดเร็ว พร้อมนำ นายกฤษฎา ไปส่งยังโรงพยาบาล

เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์พร้อมทั้งเก็บหลักฐาน เป็นปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 จำนวน 1 ปลอก

วิสา:ทำไมแดงจึงไม่ตาย

ที่มา Thai E-News



ทำไมแดงจึงไม่ตาย
ทำไมแดงจึงขยายไปทุกหน
แดงมิได้เสริมขยายไปตามคน
แต่แดงคือผลิตผลทางความคิด

ความคิดหนึ่งคือต้องการความเป็นธรรม
...คนต้อยต่ำต้องให้เขาเท่าเทียมสิทธิ์
ความคิดสองคือปากท้องเกี่ยวข้องชีวิต
เศรษฐกิจรากหญ้าสามัญชน

ความคิดสามคือเมตตากรุณา
จากคนเคยศรัทธาอย่างท่วมท้น
เชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์เกินอิทธิพล
เหนือกว่าคนธรรมดาบัญชาการ

พระสยามเทวาธิราช
ต้องไม่ถูกผูกขาดโดยอำมาตย์ทหาร
รายรอบตัวชั่วช้าความสามานย์
อ้างร่มโพธิสมภารคุ้มครองตน

แดงคือคนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง
นับวันยิ่งขยายออกเป็นดอกผล
เลิกอยู่กับอดีตอันมืดมน
ยืนอยู่กับมวลชนสว่างตา

พึงเข้าใจว่าความคิดมิใช่คน
ความจริงทรงอิทธิพลแห่งคุณค่า
ไม่จำกัดยาวนานกาลเวลา
จนกว่าสัจจารมณ์จักสมปอง


โดย วิสา คัญทัพ
ที่มา face book

Saturday, September 4, 2010

เบื้องหลังคดีสินบนผู้พิพากษาอุทธรณ์

ที่มา มติชน



โดย ประสงค์ วิสุทธิ์

ติดตามข่าว"ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์"รายหนึ่งเรียกสิบบนในการพิจารณาพิพากษาคดีต่างๆหลายคดีใน"มติชนออนไลน์"ที่ นำเสนอย่างต่อเนื่องมาเกือบ10 ตอนแล้ว เห็นว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การกระทำผิดต่อหน้าที่ในการยุติธรรมของผู้พิพากษารายหนึ่ง ธรรมดาเท่านั้น


แต่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง และมีกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวพันในขบวนการนี้มากพอสมควร


จาก การร้องเรียนต่อคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม(ก.ต.)และแต่งตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงจนกระทั่งนำไปสู่การแต่งตั้งคณะกรรมการ สอบสวนทางวินัยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายนี้พบว่า มีพฤติการณ์ฉันท์ชู้สาวกับหญิงที่มีสามีแล้ว และยังอาศัยหญิงรายนี้เป็นตัวกลางในการเรียกร้องสินบนใในคดีต่างๆหลายคดี เป็นเงินเกือบ 100 ล้านบาท อาทิ


1. มีการเรียกสินบนเป็นเงิน 70 ล้านบาทใน การพิจารณาคดีบริษัทจดทะเบียนในตฃาดหฃักมรัพย์แห่งหนึ่งที่กลุ่มผู้บริหาร บริษัท ถูกกล่าวหาว่า กระทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในการยักยอกทรัพย์หรือไซ่ฟ่อนเงินของ บริษัทและเกี่ยวพันกับตระกูลอดีตรัฐมนตรี ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งยกฟ้อง


ใน คดีนี้ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายดังกล่าวให้ใช้หญิงคนสนิทไปติดต่อเรียกรับเงินสิบบน 70 ล้านบาทจากคนในตระกูลอดีตรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้บริหารบริษัท เพื่อจะได้ตัดสินให้ยกฟ้องคดีนี้ ตามศาลชั้นต้น


ในเบื้องต้นมีการจ่ายเงินสด 20 ล้านบาท ที่เหลือโอนหุ้นบริษัทผลิตอาหารกระป๋องให้มีมูลค่าอีก 50 ล้านบาท


2.คดีการประกันตัว เจ้าของบริษัทที่เปิดขึ้นบังหน้าเป็นจำเลยในคดี"แชร์ข้าวสาร"ซึ่ง เป็นความตาม พ.ร.บ. การกู้เงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน มีการเรียกเงินสินบน 2 ล้านบาท หลังจากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวแล้วจำเลยได้ซื้อรถยนต์ Benz รุ่น S 280 ปี 2002 ในราคา2.1 ล้านบาท ที่เหลืออีก 1.5 ล้านบาทบาท จัดไฟแนนซ์ให้อีกด้วย


3.เรียกสินบน 3.5 ล้านบาทในการสั่งอนุญาตการปล่อยชั่วคราวชาวต่างประเทศรายหนึ่ง โดย ทนายความหญิงของจำเลยได้ยื่นคำร้องประกอบการขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลอาญาและ ศาลอุทธรณ์มาหลายครั้งแล้วแต่ไม่ได้รับการอนุญาต ทนายความจึงติดต่อผ่านหญิงคนสนิท ตกลงเรื่องเงินสินบน 3.5 ล้านบาท


มี การทำเป็นสัญญาว่าจ้างว่าจะดำเนินการให้มีการประกันตัวระหว่างญาติ ของหญิงคนสนิทกับทนายความของจำเลยชาวต่างประเทศ โดยทนายความหญิงกับญาติของหญิงคนสนิทของผู้พิพากษา นำเงินตามข้อตกลงดังกล่าวไปเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขา เซ็นทรัล ลาดพร้าว ร่วมกัน หมายเลขบัญชี 157-217895-3 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2552 เป็นเงินจำนวน 3.5 ล้านบาท


ต่อมา ยังทำสัญญาว่าในการในการจัดหาทนายเป็นเงิน 9.2 ล้านบาท เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2552 และชำระเงินให้หญิงคนสนิท ไปแล้ว 4 ล้านบาท คงเหลืออีก 5.2 ล้านบาท


4. เรียกรับเงินวิ่งเต้นให้ประกันตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดจำนวน 7 ล้านบาท โดยใช้หลักฐานใบรับรองแพทย์ปลอมจากโรงพยาบาลราชฑัณฑ์ว่าผู้ต้องหามีอาการ ป่วยหนักจนถึงขั้นจะต้องได้รับการรักษาผ่าตัดดวงตา นำไปอ้างต่อชั้นศาลฎีกาจนได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว


จากคำร้อง เรียนยังมีอีกหลายคดีที่มีการวิ่งเต้นจนได้รับการประกันตัว รวมถึงมีการใช้อิทธิพลจนผู้พิพากษารายหนึ่งในศาลจังหวัดตลิ่งชันพลิกคำสั่ง คุ้มครองชั่วคราวชั่วข้ามคืน


จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ก.ต.จึงไม่ควรแค่สอบวินัยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายนี้เท่านั้น แต่ ควรดำเนินคดีอาญาควบคู่กันไปด้วย(อาจส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปรราบปราม การทุจริตแห่งชาติหรือตำรวจแล้วแต่กรณี)เพราะจากหลักฐานเบื้องต้นแล้ว บางคดีมีมูลเพียงพออยู่แล้ว เช่น คดีการให้ประกันตัวชาวต่างประเทศมีการทำสัญญาประหลาดๆและบัญชีธนาคารซึ่ง เป็นหลักฐานอย่างดี รวมทั้งการปลอมแปลงใบรับรองแพทย์ของโรงพยาบาลกรมราชทัณฑ์ที่ยื่นต่อศาลฎีกา อันเป็นความผิดหลายกระทง


นอกจากนั้นแล้ว ทาาง ก.ต.ควรตรวจสอบย้อนหลังว่า มีคดีใดบ้างที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รายนี้เป็นผู้ตัดสินหรือมีคำสั่ง เพื่อดูว่า การพิจารณาคดีเป็นไปโดยชอบหรือไม่ ตั้งแต่กระบวนการจ่ายคดีให้พิจารณา กระบวนการพิจารณา จนกระทั่งคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นไปตามตัวบทกฎหมายหรือดุลพินิจโดยชอบหรือ ไม่


การตรวจสอบคดีย้อนหลังมีวัตถุประสงค์2 ประการสำคัญคือ


หนึ่ง เพื่อดูว่า มีคนในกระบวนการยุติธรรมรายใด มีส่วนพัวพันในการกระทำผิดหรือไม่


สอง เพื่อเยียวยาผู้ที่อาจได้รับความเสียหายจากการตัดสินคดีที่ไม่เป็นไปโดยชอบและไม่เป็นธรรม


ที่ สำคัญคือ หลังจากกระบวนการสอบสวนเป็นที่สิ้นสุดแล้ว ต้องเปิดเผยผลสอบสวนดังกล่าวเหมือนการเปิดเผยคำพิพากษาเพื่อให้สาธารณะเห็น ว่า การสอบสวนเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาซึ่งเป็นการดำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของ ระบบศาลยุติธรรม

มะเร็งราชการ

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ บทบรรณาธิการ

การ แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในส่วนงานที่จะต้องลงไปสัมผัสประชาชนมากกว่าส่วน อื่นๆ อย่างกระทรวงมหาดไทยและข้าราชการตำรวจ มิได้มีอะไรผิดแผกแตกต่างไปจากรัฐบาลก่อนๆ

นั่นคือเป็นการโยกย้ายแต่งตั้งเพื่อประโยชน์ของผู้มีอำนาจทางการเมือง มากกว่าเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั่วไป

แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมโดยทั่วไประบุว่า ระดับของการเล่นพรรคเล่นพวกในการแต่งตั้งโยกย้ายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน รุนแรงยิ่งกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆ มาหลายเท่า

แม้ในหลายตำแหน่งจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ควรเป็น แต่อีกหลายตำแหน่งนั้นยากที่จะอธิบายได้ด้วยเหตุผลปกติ

อันเป็นที่มาของคำถามและข้อสงสัย

ยิ่งผ่านการแต่งตั้งโยกย้ายเช่นนี้มากขึ้นเท่าใด ประสิทธิภาพ คุณภาพ และคุณธรรมของระบบราชการก็จะยิ่งอ่อนด้อยลงเพียงนั้น

เพราะเมื่อประจักษ์ชัดแล้วว่าหนทางในการเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานคือการ ประจบเอาใจ หรือตอบสนองต่อผลประโยชน์ของนักการเมือง และไม่ว่ารัฐบาลใดเข้ามาก็ไม่มีความแตกต่างกัน

ข้าราชการรายใดจะยังก้มหน้าปฏิบัติงานอย่างซื่อสัตย์สุจริตที่มีโอกาสในการเติบโตน้อยกว่า ในเมื่อมีทางลัดสำหรับความก้าวหน้า

ความอ่อนด้อยลงของคุณภาพและคุณธรรมในระบบราชการ ส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง

จึงไม่ใช่สิ่งที่จะปล่อยปละละเลยได้

แต่ ที่จะหวังให้นักการเมืองหรือข้าราชการซึ่งเป็นผู้สมประโยชน์จากสิ่งที่เป็น อยู่ เป็นผู้นำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นนั้น ย่อมเป็นความหวังที่เลือนลางเต็มที

ประชาชนในฐานะผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง จะต้องเข้ามามีบทบาทในการแสดงความเห็น หรือทักท้วงทัดทานในสิ่งที่ไม่ถูกต้องมากขึ้น

ขณะเดียวกัน องค์กรข้าราชการทั้งที่อยู่ในระบบและที่เกิดจากการรวมตัวกันเอง ก็จะต้องออกมาแสดงจุดยืนท่าที รวมทั้งชี้ปัญหาและทางออกของเรื่องดังกล่าว

ปล่อยปัญหาทิ้งไว้ ก็เหมือนปล่อยให้มะเร็งกัดกินสังคมให้ตายช้าๆอย่างทรมาน

แค่เงียบๆก็ได้กำไร

ที่มา ไทยรัฐ


ทักษิณ

ขนาดหายไปค่อนยุ้ง ก็ยังเหลืออีกกว่า 12,480 ล้านบาท

ตาม มูลค่าทรัพย์สินอย่างเป็นทางการผ่านการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 23 ของมหาเศรษฐีไทย

ยังไม่นับขุมทรัพย์ "ตกสำรวจ" จากการเดินสายลงทุน หยอดเงินไว้ประเทศนั้นทวีปนี้ ว่ากันว่า มากมายกว่าที่เห็นอีกหลายเท่า

เอาเป็นว่า "ทักษิณ" ยังอยู่ในสถานะ "อภิมหาเศรษฐีติดปีกบิน"

"น้ำเลี้ยงยังอู้ฟู่" แต่อยู่ที่ว่าจะเปิดหัวจ่ายแรงระดับไหนแค่นั้น

ตาม อาการที่สะท้อนผ่านเสียงสดๆที่ให้สัมภาษณ์ผ่าน "ไทยรัฐออนไลน์" ล่าสุด ทั้งประโยคที่ว่า "ขอเวลาทำเพื่อตัวเองบ้าง" หรือ "ผมเป็นคนไม่มีอนาคตทางการเมือง ขอเป็นคนของประชาชนต่อไปแค่นั้น"

ลดโทน "มุ่งมั่น" ลงไปถนัดใจ

ที่ สำคัญเลย โดยช็อตที่อดีตนายกฯทักษิณ เลือกเดินทางไปพบกับอดีตประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา แห่งแอฟริกาใต้ ผู้โด่งดังเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ในฐานะสัญลักษณ์แห่งความปรองดอง

เหมือนต้องการสื่อความหมายเป็นนัยๆ

และ ล่าสุดตามจังหวะการขยับของพรรคเพื่อไทย โดยนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค เปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ยื่นโรดแม็ป 5 ข้อ เสนอเจรจารัฐบาล

เพื่อยุติความขัดแย้งในบ้านเมือง

เรื่องของเรื่อง โดยภาพของความต่อเนื่อง พอจะจับอารมณ์กันได้ ฝ่ายนายใหญ่ เริ่มออกอาการล้า "ถอนคันเร่ง" เบาเครื่อง

เดินกระแสเป็นฝ่ายทอดไมตรี

แต่ในอารมณ์ตรงกันข้ามกับฝ่ายถืออำนาจ ที่ตั้งป้อมขึงขัง พร้อมลุยรบหนัก

ตาม คิวแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารไม่มีรายการพลิกโผ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผงาดขึ้นแท่นจ่าฝูงกองทัพบก ขนาบด้วยเพื่อนรัก "บิ๊กหนุ่ย" พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รั้งเก้าอี้เสธ.ทบ. ท่ามกลางขุนทัพ "บูรพาพยัคฆ์" รายล้อม

"กระชับพื้นที่" กองทัพอยู่ในกำมือแน่นปึ้ก

สานตำนานรอง ผบ.ทบ.คนที่ 2 ที่แหวกอาถรรพณ์ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ต่อจากคิวของ "บิ๊กสุ" พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรี

ตามจังหวะขี่หลังเสือยาว "บิ๊กตู่" จะเกษียณอายุราชการในปี 2557

ขณะ ที่คิวโยกย้ายนายตำรวจใหญ่ ก็มีจุดโฟกัสไปที่ชื่อของ พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธุ์กุล นายตำรวจคนสนิทของ "เดอะลิ้ม" นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯ ที่ได้ขึ้นชั้นเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 คุมจังหวัดภาคเหนือตอนบน เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา ฯลฯ

ลุยบู๊พื้นที่โซนแดงจัด

บ่งบอกเป้าหมายของยี่ห้อประชาธิปัตย์และฝ่ายคุมเกมอำนาจชัดเจน

รัฐบาล ทหาร ตำรวจ ยังอยู่ในโหมด "กระชับพื้นที่" คนเสื้อแดง

ตาม จังหวะ "เสี้ยม" แรงๆ เร้าฉากหนังบู๊ ในคิว "ปล่อยของ" ออกมาจากแกนนำขาใหญ่ม็อบพันธมิตรฯ ชี้เป้า "เนวิน ชิดชอบ-อนุทิน ชาญวีรกูล-วิชัย รักศรีอักษร" เครือข่ายหุ้นใหญ่ยี่ห้อภูมิใจไทย กำลังตกอยู่ในอันตราย

โดนหมายหัว "ลอบสังหาร"

โทษฐานทรยศนายใหญ่ แล้วยังตามดูดลูกพรรคเพื่อไทยไม่เว้นวัน

ฝ่ายถืออำนาจเดินฉากบู๊ล้างผลาญ สวนทางกับอดีตนายกฯทักษิณที่เล่นบทยอมอ่อนเข้าหา เพื่อนำไปสู่ความปรองดอง

ในอารมณ์ที่สังคมไทยกำลังเรียกหาความสงบ

ทั้ง นี้ทั้งนั้น ในจังหวะเดียวกับที่ "ทักษิณ" หลบกระแส ไม่ร่วมวงเกมชิงพื้นที่ข่าว เป้าโฟกัสก็จับจ้องไปที่ฝ่ายถืออำนาจ หุ้นส่วนใหญ่รัฐบาลทั้งยี่ห้อประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ศอฉ. ไปยันม็อบพันธมิตรฯ

หลงเหลี่ยมกระแส เข้าเนื้อไปตามๆกัน

ต้อง พลิกจังหวะแก้เกมด้วยการปั่นกระแส "ดูด" ส.ส.พรรคเพื่อไทย หรืออย่างที่เห็นแค่ "ทักษิณ" โชว์รูปพบ "เนลสัน แมนเดลา" ยืนยันว่า ยังไม่ตายตามข่าวลือ ฝ่ายตรงข้ามก็รุมทึ้ง ตีปี๊บประเด็นภาพ "ตัดต่อ" เล่นข่าวกันอึกทึกครึกโครม

ตามจังหวะกลบข่าว "ศิริโชค โสภา" ย่องเข้าคุกพบ "วิคเตอร์ บูท" หลบปมวุ่นๆโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทย หรือแม้แต่การ "กินไข่" ของพรรคการเมืองใหม่ ที่พ่ายแพ้สนามเลือกตั้ง ส.ก.และ ส.ข.แบบไม่ได้แม้แต่เก้าอี้เดียว

ตีกิน "ทักษิณ" ไม่ได้ ก็ขาดทุนกันถ้วนหน้า.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ไม่กล้าหือ

ที่มา ไทยรัฐ

โผ ตำรวจเรียบร้อยไปตามคาด ตำแหน่งสำคัญ อาทิ ผบช.น. คงจะต้องมีการตั้งคำถามกันหลายตลบหรือนายตำรวจบางคนที่ได้รับการทั้งผลัก ทั้งดัน ไปไม่ถึงดวงดาว บางตำแหน่งมีการร้องเรียนไปจนถึงศาลปกครองอันเนื่องมาจากข้ามหัวข้ามหูข้าม รุ่นกันอย่างไม่เกรงใจ หัวโขนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติถูกรุมทึ้งจนแทบจะไม่เหลือศักดิ์ศรี

ชุลมุนวุ่นวาย

การ แต่งตั้งโยกย้ายไม่ว่าจะในกองทัพหรือในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระยะหลังเริ่มจะออกระเบียบป้องกันไม่ให้มีการก้าวก่ายจากภายนอกมากนัก โดยเฉพาะจากฝ่ายการเมือง กองทัพ ชักจะเข้าระบบวางทายาทกันไว้เป็นลำดับเลยไม่ค่อยยุ่งยาก

ลำพัง ก.ตร.หรือ กตช.คงจะทานอำนาจการแทรกแซงจากภายนอกคงลำบาก นอกเสียจากว่า สำนักงานตำรวจจะพร้อมใจกันต่อต้าน เรื่องการวิ่งเต้นเด็กเส้นเด็กฝากเป็นเรื่องธรรมดาในแวดวงสีกากี เป็นธรรมดาสำหรับสังคมอุปถัมภ์

แต่ต้องไม่น่าเกลียดจนเกินไป

ไม่ อย่างนั้น มันก็จะกลายเป็นเรื่องที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ อย่างกับเหตุเกิดที่กระทรวงมหาดไทยยุค พ.ศ.นี้ ที่การโยกย้ายข้าราชการฉาวโฉ่ตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวง อธิบดีกรม ผู้ว่าราชการจังหวัด ไปยันระดับนายอำเภอตัวเล็กๆ มีปัญหาให้นินทากันอึกทึกครึกโครม

นักวิ่งกระโดดข้ามค้ำถ่อ ข้ามหัวกันเป็นที่สนุกสนาน

ไม่ ต้องพูดถึงระบบคุณธรรม ไม่เน้นเรื่องความรู้ความสามารถ วัดกันที่ว่าใครท่องคาถา "ได้ครับพี่ ดีครับนาย สบายครับผม เหมาะสมครับท่าน" พร้อมสนองใบสั่ง

แต่งตั้งกันง่ายๆเลย

โดย ปรากฏการณ์ถึงขนาดที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) มีมติสั่งให้กระทรวงมหาดไทย ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งนายอำเภอ 41 คน รวมถึงปัญหาการแต่งตั้งนายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยคนล่าสุด ตามคิวที่สมาชิกวุฒิสภา อดีตปลัดกระทรวง เครือข่ายข้าราชการเก่ามหาดไทย ออกมาปลุกกระแสต่อต้าน

พูดกันถึงขนาดจะทำให้ระบบข้าราชการพัง

มี การเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงมาดูแลปัญหาการโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทย ด้วยตัวเอง แต่ก็อย่างที่เห็นลีลาของ "นักลอยตัวมืออาชีพ" ในจังหวะขึงขังกันพอเป็นพิธี นายกฯอภิสิทธิ์พูดลอยๆออกอากาศผ่านสื่อไปถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ให้ดูแลดีๆ โดยยึดหลักคุณธรรม

พูดให้ดูหรูๆเข้าไว้

สุดท้ายคิวโยกย้ายบิ๊กข้าราชการมหาดไทยก็ผ่าน ครม. โดยไม่มีเสียงคัดค้านแม้แต่แอะเดียว

จะหืออะไรได้ ในเมื่อนายกฯก็ต้องพึ่งผู้อุปถัมภ์เหมือนกัน.

หมัดเหล็ก

การ์ตูน เซีย 04/09/53

ที่มา ไทยรัฐ


การ์ตูน เซีย 04/09/53

นายทหารราบ 7 เผยความขัดแย้งเหลือง-แดงแม่ฮ่องสอนยุติแล้ว หลังทำกิจกรรมปรองดอง

ที่มา ประชาไท

พ.ต.ประสิทธิ์ แก้วกำเนิด” ชี้สาเหตุขัดแย้งการเมืองเหลือง-แดง ในแม่ฮ่องสอนเพราะรับค่านิยมจากนักท่องเที่ยว แต่ตอนนี้ขัดแย้งยุติแล้วโดยยึดแนวทางพระเจ้าอยู่หัวฯ และมีการจัดกิจกรรมสร้างความปรองดองปกป้องสถาบันโดยกรมทหารราบที่ 7 เชิญคนสองกลุ่มทำกิจกรรมร่วมกันทั้งปลูกป่า พัฒนาวัด ร้องเพลงชาติ-สดุดีมหาราชา-สรรเสริญพระบารมี เล็งขยายผลไปจังหวัดอื่นเพื่อความปรองดองทุกพื้นที่


ที่หอประชุม อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เมื่อ 3 มิ.ย. ในภาพ พ.ต.ประสิทธิ์ แก้ว กำเนิด นายทหารกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 จ.แม่ฮ่องสอน พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ร่วมเป็นสักขีพยานการจับมือประกาศยุติการเคลื่อนไหวทางการเมืองของกลุ่มคน เสื้อแดงและกลุ่มคนเสื้อเหลืองใน อ.ปาย (แฟ้มภาพของ: อสมท.)

วันนี้ (3 ก.ย.) เว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวี รายงานโดยอ้างอิงคำสัมภาษณ์ พ.ต.ประสิทธิ์ แก้วกำเนิด นายทหารฝ่ายกิจการพลเรือน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 ที่กล่าวยืนยันว่า ขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่มีปัญหาความขัดแย้งทางความคิดระหว่างกลุ่มคนเสื้อเหลืองและเสื้อแดงแล้ว แม้ประชาชนจะได้รับความคิดหรือค่านิยมทางการเมืองจากนักท่องเที่ยวที่เดิน ทางมาในพื้นที่ก็ตาม เนื่องจากประชาชนแม่ฮ่องสอนมีพื้นฐานการอยู่ร่วมกันแบบแตกต่างแต่ไม่แตกแยก อยู่แล้ว ประกอบกับการจัดกิจกรรมนำร่องสร้างความปรองดองและปกป้องสถาบัน โดยทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7

สำหรับ กิจกรรมที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 จัดขึ้น คือการเชิญชวนคนทั้งสองกลุ่ม มาทำกิจกรรมร่วมกัน อาทิ การพัฒนาวัดในชุมชน การร้องเพลงชาติ เพลงสดุดีมหาราชาและเพลงสรรเสริญพระบารมี การปลูกป่า รวมถึงการเสวนาเพื่อหาแนวทางแก้ไขความตกต่ำทางเศรษฐกิจแม่ฮ่องสอนจาก สถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งหลังการจัดกิจกรรมได้ทำให้ปัจจุบันความขัดแย้งระหว่างคนเสื้อเหลืองและ เสื้อแดงยุติลง และอยู่ร่วมกันได้โดยยึดแนวทางพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พัน ตรีประสิทธิ์ กล่าวว่า จากความสำเร็จของแนวทางปรองดองในจังหวัดแม่ฮ่องสอน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 ได้ขยายผลการดำเนินงานไปยังจังหวัดอื่นๆ เพื่อให้เกิดความปรองดองขึ้นในทุกพื้นที่

บทกวีถึง “มหาตุลาการ”

ที่มา ประชาไท

" ตุลาการ คือลูกจ้าง ประชาชน

ใช่ยกตน เป็นเจ้านาย หมายกดขี่

ต้องรักษา เท่าชีวิต สิทธิเสรี

ใช่ย่ำยี เหยียดหยาม ความเป็นคน

ตุลาการ ต้องยกมือ ไหว้ชาวบ้าน

...ใช่ดักดาน เป็นเทวดา ห่า-เหว-หน

สวมครุย กรุยกราย ออกร่ายมนต์

แบ่งชน แบ่งชั้น บัญชาชี้

ตุลาการ ต้องคิด อย่างอิสระ

คือภาระ ที่หนักหนา คือหน้าที่

หากรับใช้ ใบสั่ง ดังกาลี

ตุลาการ แบบนี้ อย่ามีเลย ! "

หมายเหตุ

ผู้ เขียนเป็นทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งลงพื้นที่รับฟังและว่าความให้กับผู้ต้องขังที่ถูกจับกุมเนื่องจากเข้า ร่วมการชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมที่ผ่านมา รวมถึงเป็นทนายความให้กับนายสุวิชา ท่าค้อ ให้คดีละเมิดกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พรบ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

สื่อหลักบาง สำนักเรียกเขาว่า "ทนายความวันอาทิตย์สีแดง" เนื่องจากเขาเป็นทนายให้กับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ซึ่งถูกเรียกตัวตามหมายของ ศอฉ.