WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, September 21, 2010

คำถาม ทางสังคม ต่อ สนธิ บุญยรัตกลิน คำถาม การเมือง

ที่มา ข่าวสด

เหตุ ปัจจัยอะไรทำให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ไม่ปรากฏตัวในเวที "ราชดำเนินเสวนา" ของสมาคมนักข่าวหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ สถาบันอิศรา และ มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย

ทั้งๆ ที่เป็นการจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ "19 กันยา...4 ปีกับการปฏิรูปกองทัพไทย"

คล้ายกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ไม่เคยรับราชการในกองทัพไทยกระทั่งดำรงตำแหน่งเป็นถึง ผู้บัญชาการทหารบก

คล้าย กับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ไม่เคยประกาศตนเป็นหัวหน้านำกองกำลังกองทัพไทยเข้าทำรัฐประหาร โค่นรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549

ทั้งๆ ที่ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า

และ นายสุรชาติ บำรุงสุข กับ นางชลิดาภรณ์ สั่งสัมพันธ์ ก็เป็นนักรัฐศาสตร์ระดับ "ดร."

รายงานข่าวบางกระแสบอกว่าที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ไม่เข้าร่วมการเสวนาเพราะไม่สะดวกในเรื่องการเดินทาง

ขณะ ที่บางกระแสไปลึกยิ่งกว่านั้นว่า ฝ่ายความมั่นคงแนะนำให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เก็บตัวอยู่ในเซฟเฮาส์ เพราะมีข่าวแจ้งว่ามีกลุ่มคนจ้องปองร้าย

น่าเห็นใจอย่างยิ่ง

น่า เห็นใจเพราะกระแสข่าวในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่ไปสอดรับกับการสร้างข่าวใน เรื่อง "คนชุดดำ" จากดีเอสไอ จากบช.น.และวอร์รูมพรรคการเมืองบางพรรค

หากยังประสานกับการปล่อยข่าวในเรื่องการปล้นอาวุธจากคลังแสง จ.ลพบุรี อีกด้วย

ทำ ให้แม้กระทั่งการจัดเสวนาขององค์กรในวิชาชีพสื่อซึ่งต้องการทำความจริงให้ ปรากฏก็ถูกลากดึงไปอยู่ในวงกตแห่งการปล่อยข่าว เพื่อสร้างความหวาดกลัวให้กับการชุมนุมรำลึก 4 ปี รัฐ ประหาร และ 4 เดือนของการตายที่แยกราชประสงค์

กระนั้น หลายคนคงอยากรู้เหตุผลแท้จริงของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน

คํา ถามที่เสนอเข้ามาก็คือ หาก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เชื่อมั่นว่าที่กระทำลงไปในวันที่ 19 กันยายน 2549 มีความถูกต้องเหตุใดจึงไม่ยืนยันในความถูกต้องเมื่อมีโอกาส

ทั้งๆ ที่ดำรงอยู่ในฐานะประธานพรรคมาตุภูมิซึ่งจะต้องออกมาแสดงตัวกลางแจ้ง

ทั้งๆ ที่การจัดเสวนาของสมาคมวิชาชีพหนังสือพิมพ์ตรงกับวาระครบ 4 ปีของการรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549

ทั้งๆ ที่เป็นการจัดเสวนาในลักษณะเปิดกว้างกับสื่อมวลชนและนักวิชาการ

หากยอมรับในเรื่องคำเตือนจากฝ่ายความมั่นคง ในอีกด้านหนึ่งจึงเท่ากับยอมรับว่ากำลังของอีกฝ่ายน่ากลัวเป็นอย่างมาก

หรืออีกนัยหนึ่งเท่ากับเป็นการทำให้ "ข่าวปล่อย" มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น

หรืออีกนัยหนึ่งเท่ากับเห็นว่าเวลา 4 ปีภายหลังสถานการณ์รัฐประหารเดือนกันยายน 2549 เป็นคำตอบอันแจ่มชัดยิ่งแทบไม่ต้องมีคำอธิบาย

นั่นก็คือ การล้างท่อทางการเมืองของ "ทหาร" ยังไม่ประสบผลสำเร็จ

ในเดือนกันยายน 2553 พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อาจสามารถซ่อนตัวอยู่ในเซฟเฮาส์ได้

แต่ โปรดเชื่อได้เลยว่า ทุกเดือนกันยายนของทุกปีจะมีคำถามในลักษณะประเมินผลทั้งต่อ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน และมิตรร่วมรบในเหตุการณ์ยึดอำนาจดังกระหึ่มอย่างเป็นประจำ

เป็นประจำเหมือนเดือนตุลาคมทุกปีต้องนึกถึงการสังหารหมู่กลางเมือง

ทำได้ทุกอย่าง

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน




วัน ที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นการวมตัวอีกครั้งของคนไทยจำนวนมาก เพื่อรำลึกครบรอบ 4 ปีการปฏิวัติของคมช. และรำลึก 4 เดือนการฆ่าล้างเมืองครั้งใหญ่ที่สุดของเมืองไทย

ไม่เชื่อก็ต้อง เชื่อว่าคนไทยและชาวต่างชาติที่เสียชีวิตรวม 91 ศพ ในพื้นที่กรุงเทพฯ จนทุกวันนี้ผู้เกี่ยวข้องยังหาคนรับผิดชอบไม่ได้!??

รัฐบาลและทหารซึ่งควรจะเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด เพราะฝ่ายแรกไฟเขียวให้ใช้อาวุธร้ายแรงปราบผู้ชุมนุม

ส่วนฝ่ายหลังก็สนุกกับการขนอาวุธทุกชนิดออกมาจากกรมกอง

เรียก ว่าหากเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ที่ว่าโหดเหี้ยมสุดๆ เพราะทหารออกมาเข่นฆ่านักศึกษาที่ไร้ทางสู้ ยังเทียบไม่ได้กับเหตุการณ์ระหว่างเดือนเม.ย.-พ.ค.ที่ผ่านมา

เนื่องจากห้วงเดือนเม.ย.-พ.ค. นอกจากจะฆ่าฝ่ายตรงข้ามอย่างมันมือและสนุกอยู่ฝ่ายเดียว เพราะคู่ต่อกรไร้ทางสู้อย่างสิ้นเชิงแล้ว

คนไม่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมากที่เพียงไปอยู่ผิดที่ผิดทางก็พลอยตาย เจ็บ และพิการไปด้วย

และ ที่เลวร้ายกว่านั้นในอดีตทุกเหตุการณ์รุนแรง รัฐบาลและทหารที่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ก่อเหตุต้องออกมารับผิดชอบ และจำเป็นบทเรียนอีกยาวนาน

เช่นกรณี 6 ตุลา 19 หรือพฤษภา 35 ทหารต้องเก็บตัวอย่างสงบเสงี่ยมนานนับสิบๆ ปี ขณะที่นักการเมืองก็เรียบๆ ร้อยๆ อยู่พักใหญ่

แต่การตาย 91 ศพที่ผ่านมา ผู้เกี่ยวข้องไม่ต้องรับผิดชอบอะไร

ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้รู้สึกเหลิงว่ามีอำนาจมากมายในมือ!!!

มันน่ากลัวตรงที่เหตุการณ์นี้อาจกลายเป็น"โมเดล"ใหม่ที่จะเกิดขึ้นซ้ำๆ ในอนาคตอันใกล้

เพราะใครก็ตามหากสามารถผ่านเหตุการณ์ฆ่ากลางเมืองโดยไม่ต้องรับผิดชอบ ก็ไม่มีอะไรต้องหวาดกลัวอีกแล้ว

เป็นความย่ามใจที่จะทำอะไร หรือใช้อำนาจขนาดไหนก็ย่อมได้!!!

เราจึงเห็นรัฐบาลชุดนี้ใช้อำนาจแปลกๆ และมองขัดๆ ไม่ว่าจะปัญหา 2 มาตรฐานระหว่างการชุมนุมของ"เสื้อเหลือง"กับ"เสื้อแดง"

คดี พันธมิตรฯก่อการร้ายยึดสนามบิน อืดเป็นเรือเกลือผ่านมาเกือบ 2 ปี ยังไปไม่ถึงไหน แต่คดีนปช.ก่อการร้ายเหมือนกัน แต่ใช้เวลาแค่ไม่นานถูกดำเนินคดีและยัดเข้าคุกจนทุกวันนี้

การพร้อมเปิดศึกกับประเทศซาอุดีอาระเบีย พี่ใหญ่ของค่ายตะวันออกกลาง

โจมตี"กัมพูชา" ว่าเป็นแหล่งฝึก"คนชุดดำ"เพื่อมาล่าสังหารนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ

นี่ ยังไม่นับความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านแทบจะรอบตัวเราทั้งหมด ชนิดที่ไม่เคยมีรัฐบาลไทยชุดไหนสร้าง"ฟาร์มเพาะศัตรู"ระดับชาติได้มากขนาด นี้มาก่อน

ก็อย่างที่บอกหากผ่านเหตุนองเลือด คนตายเป็นเบือ ยังไม่อินังขังขอบ

ก็ไม่มีอะไรที่รัฐบาลนี้จะทำไม่ได้อีกแล้ว!??

ย้อนรอย"ปม"ขัดแย้งภท.-ปชป.

ที่มา ข่าวสด

รายงานพิเศษ




ตลอด 2 ปีกว่าที่ นายเนวิน ชิดชอบ นำ 22 ส.ส.พรรคภูมิใจไทยผละจากอ้อมอกของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ย้ายขั้วหันมาอุ้ม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จัดตั้งรัฐบาล ในเดือน ธ.ค.2551

แต่สภาพภายในรัฐบาลระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคแกนนำ กับพรรคภูมิใจไทยดูจะไม่แฮปปี้เหมือนตอนข้าวใหม่ปลามัน

ทั้ง ที่งานหนักอย่างรับมือเสื้อแดง ก็ได้ นายเนวิน ชิดชอบ มาเป็นคนเดินหมาก ส่งผลให้รัฐบาลผ่านห้วงวิกฤตแดงมาได้ถึง 2 ครั้งตั้งแต่เม.ย.2552 กระทั่งหนสองในช่วงเม.ย.-พ.ค.2553

แต่ทั้ง 2 พรรคเกิดปมขัดแย้งขึ้นหลายครั้งหลายครา

เนื่อง จากพรรคภูมิใจไทยในยามนี้ มิใช่แค่พรรค 20 กว่าเสียง แต่มีทั้งกระสุนดินดำ ส.ส.ทั้งที่อยู่ในพรรคและฝากพรรคอื่นเลี้ยงไว้รวมกว่า 50 เสียง

ขยายฐานจากพรรคระดับกลาง เป็นพรรคที่มีอำนาจต่อรองสูง

จึงต้องเร่งสร้างผลงานไว้รองรับการเลือกตั้ง กลายเป็นพรรคตัวแปรสำคัญที่พรรคประชาธิปัตย์มองข้ามไม่ได้

นับ ตั้งแต่ตั้งรัฐบาล มีเสียงไม่พอใจจากคนในพรรคประชาธิปัตย์ ถูกเฉือนเนื้อ แบ่งโควตาเก้าอี้รัฐมนตรีในกระทรวงหลักให้กับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม และกระทรวงพาณิชย์ ให้กับพรรคภูมิใจไทย

พรรคที่มีแค่ 20 กว่าเสียงเท่านั้น

บริหารงานผ่านไปไม่กี่เดือน นางพรทิวา นาคาศัย รมว. พาณิชย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ออกมาตัดพ้อนายกฯ น้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้า

"อยาก ให้นายกฯ ให้ความเป็นธรรมด้วย ที่ผ่านมาตั้งใจทำงานอย่างดี และกว่าจะตั้งรัฐบาลชุดนี้ได้ก็แสนยาก ผู้ใหญ่สั่งให้ช่วยดูแลพรรคร่วมรัฐบาล ก็ขอความเป็นธรรมให้พรรคร่วมรัฐบาลด้วย อย่าทำอะไร 2 มาตรฐาน"

หลัง ครม.เบรกการประมูลข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4.4 แสนตัน มูลค่ากว่า 2,041 ล้านบาท โดยให้กระทรวงพาณิชย์ส่งข้อมูลรายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับการประมูลแก่ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พิจารณาตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้าย และเกิดการปะทะคารมกันระหว่างนายกฯ กับนายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน จนอธิบดีถูกเชิญออกจากห้องประชุม

แต่ที่สร้างรอยร้าวระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์มายาวนาน

โครงการ รถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน เมกะโปรเจ็กต์หลักของพรรคภูมิใจไทยที่พยายามผลักดันมาตลอดช่วงที่ ดูแลกระทรวงคมนาคม แต่ถูกรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์สั่งดองเค็ม

ภายใต้คอนเซ็ปต์ยึดประโยชน์ส่วนรวม-โปร่งใส-คุ้มค่า

นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม จากพรรคภูมิใจไทย เปิดใจหลังถูกครม.ตีกลับเป็นหนที่ 4

"ยอม รับว่ารู้สึกเหนื่อยใจและหมดแรง ต่อไปนี้คงปล่อยไปตามยถากรรม แล้วแต่คณะกรรมการที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯ จะดำเนินการ ส่วนประเด็นการถูกตีกลับของโครงการนี้จะนำไปสู่ปัญหาการถอนตัวออกจากรัฐบาล หรือกระทบต่อการร่วมงานกันกับรัฐบาลหรือไม่นั้น ผมไม่รู้ และผมก็เป็นคนงอนคนไม่เป็น สำหรับผมแล้วตรงไปตรงมา จะให้ไปสาบานที่วัดไหนก็ได้"

แต่ฟีดแบ็กที่เกิดขึ้นหลังผลงานที่พรรคภูมิใจไทย ภูมิใจนักหนาต้องแท้งเป็นหนที่ 4

ปัญหา องค์ประชุมไม่ครบ ส่งผลให้สภาล่ม ก่อนหน้าการพิจารณาโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 ในวาระ 2 และ 3 เพียงไม่กี่วัน

เขย่าขวัญรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เพราะหากร่างพ.ร.บ. งบประมาณฯ ไม่ผ่าน ย่อมหมายความว่าอายุรัฐบาลอาจต้องไปก่อนเวลาอันควร

แต่สุดท้ายร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2554 ผ่านสภาด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น

เพราะ พรรคร่วมรัฐบาลเองก็ยังไม่พร้อมเลือกตั้ง และหากร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ไม่ผ่าน ย่อมหมายความว่าต้องกลับไปใช้ร่างพ.ร.บ.เดิมที่ครม.เสนอ โดยยังไม่มีการแปรญัตติ

งบส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นที่กระจุก ตัวอยู่ในพื้นที่ของพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพื้นที่อีสานของพรรคภูมิใจไทยและเครือข่ายย่อมกระเทือนไปด้วย

ตามติดด้วยการทวงสัญญาใจ แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550

งัด สารพัดวิธีทั้งขู่ถอนตัวจากรัฐบาล เปลี่ยนขั้วจับมือเพื่อไทย หรือการล่าชื่อผนึกกำลังกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่น ขอแก้แค่ 2 ประเด็น มาตรา 190 ว่าด้วยการทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศ และแก้ระบบเขตเลือกตั้งจากเขตใหญ่เรียงเบอร์ หันกลับมาใช้เขตเดียวเบอร์เดียว หวังเอื้อประโยชน์ให้พรรคเล็ก

แม้ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จะยืนกรานจุดยืนเดิม คือไม่สนับสนุนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เพื่อแก้ปัญหาเสียงแตก จึงยอมตั้งคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ขึ้นมาศึกษาต่อใน 6 ประเด็นที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯ ของรัฐสภาสรุปไว้แล้ว

หรือ กรณี นายเนวิน ชิดชอบ ออกมาเขี่ยลูกเล่นเอง ชงร่างพ.ร.บ.การนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดทางอาญา หวังสร้าง ความปรองดอง นิรโทษกรรมให้กับทุกกลุ่มทุกสี เว้นนักการเมืองและแกนนำที่ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง

พร้อมทั้งสั่งส.ส. ว่าที่ผู้สมัครส.ส. สมาชิกพรรค เดินหน้าล่า 5 หมื่นชื่อ เพื่อสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว

แต่ถูกปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงจากนายอภิสิทธิ์ ว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม เพราะเกรงจะกลายเป็นปมขัดแย้งขึ้นมาใหม่

เบรก พรรคภูมิใจไทย จนยอมถอนร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรมออกจากวาระในสภา กลับไปทบทวนใหม่ อ้างเพื่อให้ครอบ คลุมถึงเหตุการณ์ช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.2553 ด้วย

แต่ปัญหาที่ส่งผลกระทบรัฐบาลมากที่สุด กระทบต่อกฎเหล็ก 9 ข้อของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นั่นคือการแต่งตั้งโยกย้ายภายในกระทรวงมหาดไทย โดยพุ่งเป้ามาที่ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย และ นายเนวิน ชิดชอบ

เพราะเซ็งแซ่งด้วยข้อครหาซื้อ-ขายตำแหน่ง เด็กเส้นเด็กฝาก การกระโดดข้ามหัวผู้อาวุโส

นายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) จึงมีคำสั่งให้ตรวจสอบกรณีแต่งตั้งไม่เป็นธรรม

ทำ ให้คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) สำนักงานก.พ. มีมติเอกฉันท์กรณีให้ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้ง นายอำเภอประเภทอำนวยการระดับสูง ประเภทวิชาการ และระดับเชี่ยวชาญ จำนวน 41 ราย ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 15 ม.ค.2553

เพราะเป็นการแต่งตั้งที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และหลักอาวุโส

แต่กรณี 41 นายอำเภอยังไม่ทันจาง

กระทรวงมหาดไทยเสนอครม.แต่งตั้ง นายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย

ตามติดด้วยเสียงวิจารณ์ว่าได้เป็นเพราะใกล้ชิด นายเนวิน ชิดชอบ

จาก ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ กระโดดขึ้นเป็นอธิบดีกรมพัฒนาชุมชน และอธิบดีกรมการปกครอง ไม่ทันถึง 5 เดือนก็ก้าวข้ามอาวุโสขึ้นนั่งปลัดกระทรวงมหาดไทย

โดยที่นายชวรัตน์ ในฐานะ มท.1 ยังยอมรับว่าอาจเป็นเพราะมียาดี

แต่ยังไม่ทันไร ถูกอดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยและสังคมออกมาโจมตี ผิดหลักอาวุโส

"หนัก ครับ ถ้าไม่หนักก็เชื่อรายงานของกระทรวงมหาดไทยในเรื่องโครงการเช่าซื้อระบบ คอมพิวเตอร์จำนวน 3,490 ล้านบาทไปแล้ว บังเอิญ มีข้อมูลอื่นมาด้วย"

คำ พูดแสดงความไม่พอใจของนายอภิสิทธิ์ ต่อกรณีนายชวรัตน์ ระบุอยากให้นายกฯ ช่วยฟังคนอื่นๆ ด้วย ในเรื่องการแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยบอกว่าถึงขั้นอยากให้นายกฯ หูหนักกว่านี้หน่อย

หลังนาย อภิสิทธิ์ ยอมรับว่าสั่งชะลอการนำชื่อปลัดกระ ทรวงมหาดไทยคนใหม่ ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งไว้ก่อน อ้างว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจงให้ข้อเท็จจริงและขอเอกสาร ต่างๆ มาพิจารณา พบว่าโครงการนี้มีปัญหาบางประการ และบังเอิญอธิบดีกรมการปก ครองซึ่งไปลงนามสัญญาเรื่องนี้ เป็นผู้ที่ได้รับการเสนอแต่งตั้งให้เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย

จึงตรวจสอบเรื่องนี้ให้เกิดความชัดเจน เพราะต้องรับผิดชอบในหน้าที่และรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม

ต่อกรณีแต่งตั้งโยกย้ายภายในกระทรวงมหาดไทย อาจกลายเป็นจุดแตกหักระหว่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย

ส่งสัญญาณให้เห็นว่ารัฐบาลอาจจะอยู่ได้ไม่ครบเทอมจนถึงเดือน พ.ย.2554

แต่อาจจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2554 อย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ก็ได้

แนวต้านพรึบหุ้นส่วนวุ่น

ที่มา ไทยรัฐ



สงบเงียบ เรียบร้อย แต่เปี่ยมไปด้วยความขลัง

ตามภาพข่าวที่แนวร่วมคน เสื้อแดงเรือนหมื่นเดินทางเข้าร่วมงานรำลึกครบรอบ 4 ปีรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และเหตุการณ์สลายกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553

เต็มพื้นที่แยกราชประสงค์ ผูกริบบิ้นและปล่อยลูกโป่งสีแดงพรึบ พร้อมๆกับแนวร่วมเสื้อแดงทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ฐานใหญ่ ก็มีคนเสื้อแดงแห่ร่วมงานนับหมื่นเช่นเดียวกัน

แต่ไร้ซึ่งเหตุรุนแรง ไม่มีแม้แต่เสียงประทัดเปรี้ยงปร้าง

หักมุมอย่างสิ้นเชิงกับข่าวกรองที่ฝ่ายถืออำนาจรัฐโหมประโคมข่าวรายวัน

ที่ สำคัญเลยกับแนวร่วมอันทรงพลัง ตามอาการขยับร่วมฉากของนิสิต นักศึกษา กลุ่มประชาคมธรรมศาสตร์ คัดค้านอำนาจนอกระบบ กลุ่มประชาคมจุฬาฯเพื่อประชาชน และตัวแทน สนนท.ร่วมวางพวงหรีดที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รำลึกเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

โดยปฏิกิริยาต่อ เนื่องจากคิวที่ตัวแทนนิสิต นักศึกษา เข้าไปตั้งคำถามร้อนๆกับผู้นำถึงในทำเนียบรัฐบาล เสนอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ลงจากอำนาจ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว
เพื่อรับผิดชอบต่อ 91 ศพที่เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง

นักศึกษากับเผด็จการ ของแสลงกันมาแต่ไหนแต่ไร

แนว ต้านอำนาจนอกระบบเริ่มจูน "เข้าระบบ" ในทางกลับกัน ตามสัญญาณ "ขัดลำ" ในหมู่หุ้นส่วนใหญ่ฝ่ายถืออำนาจ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย และพี่น้องบูรพาพยัคฆ์

ไม่ใช่เรื่องปกติแน่ ที่อยู่ๆคนระดับนายกฯอภิสิทธิ์จะให้สัมภาษณ์รับมุกกระแสข่าวลับๆที่ลูก กระสุนปืนอาร์พีจีหายจากคลังแสงจังหวัดลพบุรี

"ผมพอทราบข่าวมาระยะ หนึ่งแล้ว ของอย่างนี้เกิดขึ้นไม่ได้หรอกถ้าคนที่เป็นคนในไม่เกี่ยวข้อง กองทัพต้องตรวจสอบและดำเนินการเพราะเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือน"

เทกแอ็กชั่น ตีปี๊บดักคออะไรกันหรือเปล่า

ในท่ามกลางกระแสข่าว จะมีการอาศัยเหตุวุ่นๆที่คนเสื้อแดงรวมพลรำลึก 4 ปีรัฐประหาร ฉวยจังหวะ "มั่วนิ่ม" ยึดกระดานรัฐบาลทีเดียวไปเลย

เกมอำนาจมั่วๆ ไม่มีใครไว้ใจใคร

ใน ห้วงปลายๆของขุมข่ายอำนาจที่เกาะไว้ด้วยผลประโยชน์บางๆ จวนจะฉีกขาดเต็มที โดยเกมหักลำกันแรงๆ ตามคิวที่ฝ่ายประชาธิปัตย์ดึงจังหวะเบรกตั้งนายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย ตามโพยของพรรคภูมิใจไทย

อ้างติดชนักประมูลคอมพิวเตอร์ฉาว

เหลี่ยม เขี้ยวๆเบี่ยงจากปมที่นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย นำทีมอดีตข้าราชการบำนาญ ยื่นถวายฎีกาคัดค้านการแต่งตั้งที่มีการกระโดดค้ำถ่อข้ามอาวุโส ตามคิวที่นายกฯอภิสิทธิ์ต้องร่วมรับผิดชอบในฐานะนั่งหัวโต๊ะประชุม ครม.

แต่ ปล่อยให้ผ่านไป โดยไม่มีการทัดทาน ตามหน้าที่นายกฯจะต้องเป็นผู้ตรวจสอบบุคคลที่จะเสนอให้มีพระบรมราชโองการ แต่งตั้งให้ถูกต้อง ไม่ใช่เสนอแบบส่งเดช

เรื่องของเรื่อง เพราะห่วงฐานค้ำยันอำนาจ คำนึงถึงเสียงสนับสนุนของพรรคร่วมรัฐบาลมากกว่าหลักความถูกต้องชอบธรรม แต่พอพลาดชนตอจังๆ โดนตีกลับแรงๆ "อภิสิทธิ์" ก็ชิ่งลอยตัว

เล่นกระแสเอาดีใส่ตัว ถีบให้ยี่ห้อภูมิใจไทยรับมุกผู้ร้ายเดี่ยวตามฟอร์ม

แต่ คราวนี้ไม่ง่าย เพราะมันบังเอิญมีคิวเทียบกับมาตรฐานของประชาธิปัตย์เอง กับการดึงดันแต่งตั้ง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.

ทั้งๆที่ติดคดีอาญาพัวพันกับการหายสาบสูญของ "อัลรูไวลี" นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย โดยที่ศาลประทับรับฟ้องเป็นผู้ต้องหา

"อภิสิทธิ์" ออกหน้าการันตี ทำไปตามกระบวนการ ไม่มีการทบทวน

ย้ำปรากฏการณ์ "สองมาตรฐาน" แม้แต่ในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน

ที่ สำคัญเรื่องไม่ได้จบแค่การเมืองในประเทศไทย ตามแนวโน้มบานปลายกลายเป็นการย้ำปมความขัดแย้งให้ลึกลงไปอีกระดับ เมื่อทางการซาอุดีอาระเบียส่งสัญญาณกดดันทางการทูตอย่างหนัก กระทบคนไทยมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์

สรุปว่า "จัดคิว" รับมือกันไม่ทัน ศึกในพรรคร่วมรัฐบาลกับภูมิใจไทย ศึกนอกรัฐบาลต้องเผชิญแนวร่วมเสื้อแดงและเกมแฝงในหมู่ฝ่ายถืออำนาจด้วยกัน ไหนจะเจอศึกนอกกับซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศล่าสุด หลังทะเลาะกับเขามารอบทิศ

"งานเข้า" ติดๆ กดดันรัฐบาลประชาธิปัตย์ปิดฉากเร็วขึ้น.

ทีมข่าวการเมือง

ประชาธิปไตยติดหล่ม

ที่มา ไทยรัฐ

กับดักทางการเมือง ตามแผนบันได 4 ขั้น นับตั้งแต่ 19

กันยายน 2549 เป็นต้นมา ประทับตราความเสียหายให้กับประเทศไทยและประชาชนคนไทยทั้งชาติ ยากที่จะฟื้นฟู ประ-เทศไทยวันนี้ไม่ต่างจากแดนสนธยา ดูอึมครึมไร้อนาคต และวิกฤติการเมืองที่กลายเป็นวิกฤติบ้านเมืองฝังรากลึกลงไปทุกที

การ เสพอำนาจเผด็จการเหมือนยาเสพติด เลิกยาก ไม่ว่าจะหักดิบอย่างไร ยาเสพติดก็ไม่มีวันหมดไปได้อยู่ดี เพียงแต่ เพิ่มคนเสพไปตามสถานการณ์ หลังจากที่ประเทศไทยยอมรับอำนาจจากปลายกระบอกปืนวันนั้น ก็มีคนเสพติดอำนาจเผด็จการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การเสพอำนาจกับการเสพยา เสพติดต่างกันที่ว่า อยู่เหนืออำนาจรัฐกับอยู่ภายใต้อำนาจรัฐ อำนาจที่เหนือรัฐธรรมนูญย่อม ทำลายหลักความชอบธรรมและหลักประชาธิปไตย วันยังค่ำ ระบบสองมาตรฐานที่เกิดจากระบบอุปถัมภ์ก็เป็นอีกอย่าง แต่ระบบสองมาตรฐานที่เกิดจากอำนาจเผด็จการไม่มีมาตรฐาน แต่เป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจมากกว่า

สถาบันการเมืองอ่อนแอ ระบบคุณธรรมล่มสลาย ความเป็นธรรมในสังคมเหลื่อมล้ำแตกต่าง ข้าราชการระส่ำระสาย กฎกติกาถูกใช้เป็นเครื่องมือรักษาอำนาจและทำลายล้างศัตรูฝ่ายตรงข้าม

ทุจริตคอรัปชันกลางวันแสกๆ

ความ ตกต่ำของสังคมไทย ความยากจนของคนชั้นล่าง การเอารัดเอาเปรียบในสังคม ปรากฏชัดขึ้น ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างชนชั้นมากขึ้น สังคมขาดความสมดุล

นับ ตั้งแต่ 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมา คือ ความหายนะของประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 4 ปีเต็ม ประเทศไทยต้องติดหล่มจมปลักกับวิกฤติการเมือง ความแตกแยก ความขัดแย้ง ความหวาดระแวงกระทบถึงการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

รัฐบาล ที่เต็มไปด้วยการต่อรอง ยากที่จะบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากการต่อรองผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว ประเด็นการแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นกรณีศึกษาได้อย่างดีที่สุด

วันนี้ กระทรวงมหาดไทยยืนยันที่จะตั้ง มงคล สุระสัจจะ เป็นปลัดมหาดไทยให้ได้ แม้นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่นำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย ก็จะตั้งเป็นรักษาการปลัดมหาดไทย ใครจะทำไม

วันนี้ นายกฯอภิสิทธิ์ แสดงความไม่พอใจแกนนำพรรคภูมิใจ-ไทย รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม ประชาธิปัตย์ ระบุเจอ เหตุการณ์ถูกท้วงติงจากสำนักราชเลขาธิการถือว่าซวยไปทั้งชาติ ประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี ประชาธิปัตย์ ท้าทายหากภูมิใจไทยถอนตัวเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ ประชาธิปัตย์พร้อมเลือกตั้งตลอดเวลาสอดคล้องกับข่าวนายกฯหารือการร่าง กฤษฎีกายุบสภา

ภาคใต้ก็ยังร้อนระอุ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศประสบกับปัญหาสารพัด นี่คือสารตกค้างที่เกิดจากการยึดอำนาจเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เป็นสารพิษที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศตายผ่อนส่ง.

หมัดเหล็ก

Sunt Toon . วันนี้ขอแซวหญิงเป็ดหน่อย เหอะ

ที่มา thaifreenews

โดย สันต์

เห็นเรื่องแย่งเก้าอี้ผู้ว่า สตงแล้วขำแม๊ ทำไปได้


เดินสายปรองดอง ทักษิณ-พันธมิตร เสธ.หนั่นเสนอตัว-หอบส้มโอเยี่ยมณัฐวุฒิ

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย



ปรองดองแบบลิเก ไม่ได้แก้ปัญหาที่แท้จริง ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรที่คนเสื้อแดงเขาจะฟัง

ผมว่าการชุมนุมในวันที่ 19 กันยายน 53 คนเสื้อแดงได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนแล้ว
การปรองดองไม่ได้เริ่มที่การจะออกกฎหมายนิรโทษกรรม

แต่ต้องเริ่มที่ "รัฐบาลอภิสิทธิ์ประกาศวันยุบสภาที่ชัดเจน" นี่เป็นก้าวแรกในการเริ่มขบวนการปรองดองที่แท้จริง

หลัง จากนั้นก็ปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของประชาชน "พวกผู้มีบารมีทั้งหลาย (ตอนนี้บารมีหดหมดสิ้น) ก็ถอนตัวออกจากการแทรกแซงการตัดสินใจของประชนชน

ทำแบบนี้ขบวนการปรองดองที่แท้จริงก็เกิดขึ้น

ตอนนี้ หากพรรคเพื่อไทย หรือ แกนนำ นปช. ยอมเล่นลิเกตามรัฐบาล พวกเขาก็จะถูกมวลชนสลัดทิ้งทันที

ผมเชื่อว่า "พรรคเพื่อไทย" ได้รับสัญญาณที่ชัดเจนจากคนเสื้อแดงไปแล้ว"

หากทรยศ คะแนนเสียงก็จะหายทันที ดังนั้นผมจึงไม่กลัวการทรยศ

ประนามรัฐฯ ไร้ความสามารถสกัดหวัด 2009 เด็ก นร.ดังตาย ปิดข่าวกันสนั่น

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

เขียนโดย Go6 TV

www.go6tv.com เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ผู้สื่อข่าวได้รับฟอร์เวิดเมล์
แจ้งข่าวนักเรียนซึ่งเป็นนักดนตรีไทยเยาวชนของโรงเรียนแห่งหนึ่ง
ย่านถนนสามเสน เสียชีวิตจากการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด เอ เอช 1 เอ็น 1
โดยมีกระแสข่าวว่า เป็นการติดเชื้อที่หัวใจเป็นรายแรกของประเทศไทย
เนื่องจากตรวจหาเชื้อไวรัสที่หลอดลม และปอดไม่พบ


ซึ่งฟอร์เวิดเมล์ฉบับดังกล่าวอ้างว่า ส่งมาจากพี่สาวของผู้ตาย
โดยระบุรายละเอียดการติดเชื้อจนป่วยและเสียชีวิตว่า
ผู้เสียชีวิต อายุ 14 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง คาดว่า
ติดเชื้อจากการไปทำพาสปอร์ต เมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา

เพื่อจะไปแสดงดนตรีไทยที่ประเทศไต้หวัน ในวันที่ 7 ต.ค.
หลังจากนั้นก็เกิดอาการป่วย โดย
วันแรกมีไข้ขึ้นสูงมาก
วันที่ 2 เจ็บหัวใจและหายใจไม่ออก
วันสุดท้ายคือวันที่ 3 ผู้ตายมีอาการหน้าซีดและอาเจียน ไม่สามารถกินอะไรได้
ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาล ระหว่างทางที่กำลังจะถึงโรงพยาบาลน้องคนดังกล่าว
เกิดอาการช็อค กำมือแน่น ตาเหลือก และอ้าปาก มีฟองออกจากจมูก หัวใจหยุดเต้น
พอถึงโรงพยาบาล ได้นำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน
โดยมีคุณพ่อซึ่งเป็นแพทย์ช่วยปั้มหัวใจ และทีมแพทย์และพยาบาลช่วยสุดความสามารถ
แต่ไม่สามารถยื้อไว้ได้ และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 10 ที่ผ่านมา

จากการสืบข่าวเบื้องต้น
จากเด็กนักเรียนระดับชั้น ม.1 ของโรงเรียน ซ. ดังกล่าว
ยอมรับว่า มีเสียชีวิตจริง ซึ่งทั้งเด็กนักเรียนและผู้ปกครองต่างตำหนิ
รัฐบาลอย่างรุนแรงที่ไม่เคยทำอะไรเลย เพื่อป้องกันเหตุดังกล่าว อีกทั้งยังปิดข่าว


นักเรียนยังกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า
นักเรียนในเขตรอบกรุงเทพ ต่างป่วยด้วยโรคหวัด จากการไปเข้าค่ายลูกเสือ
และทุกโรงเรียนสั่งให้ปิดข่าว และรีบปิดเทอม

http://www.go6tv.com/2010/09/2009.html

เขมรจวกไทยพูดเกินจริง ยันไม่มีฝึกมือสังหารปลิดชีพ "มาร์ค"

ที่มา ไทยรัฐ


โฆษกกระทรวงต่างประเทศและโฆษกรัฐบาลกัมพูชา
ออกโรงจวกรัฐบาลไทยชอบพูดเกินจริงและโยนบาปให้กัมพูชา
ยันไม่มีข้อมูลการฝึกมือสังหารในประเทศเพื่อเตรียมปลิดชีพนายกรัฐมนตรีไทย...


หนังสือพิมพ์พนมเปญ โพสต์ของกัมพูชารายงานเมื่อวันที่ 20 ก.ย.
โดยอ้างคำพูดของกอย เกือง โฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา
ที่ออกมาตอบโต้รายงานข่าวในฝั่งไทยที่ระบุว่า
ขณะนี้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับความพยายาม
ในการลอบสังหารนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย
กำลังฝึกอาวุธอยู่ในดินแดนของกัมพูชา

โฆษกกระทรวงต่างประเทศกัมพูชาระบุว่า
จนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่เป็นทางการใดๆ ที่สามารถยืนยันได้ว่า
กัมพูชาเกี่ยวข้องกับแผนการฝึกมือสังหารตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด
โดยเรียกร้องให้รัฐบาลไทยแสดงหลักฐานที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมาโดยเร็ว
พร้อมกล่าวโจมตีทางการไทย ที่มักมีพฤติกรรมในการเผยแพร่
คำกล่าวอ้างที่ "ไม่มีมูลความจริง" อยู่เป็นประจำ

ขณะที่ ทิธ โสเธีย โฆษกประจำคณะรัฐมนตรีของกัมพูชาก็ได้ออกมาปฏิเสธรายงานข่าว
เรื่องการฝึกมือสังหารดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยเขาระบุว่า
รัฐบาลกัมพูชาขอปฏิเสธข่าวดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง พร้อมยืนยันว่า
ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการฝึกมือสังหารในดินแดนของกัมพูชา
เพื่อเตรียมปลิดชีพนายกรัฐมนตรีไทยนั้นเป็นเรื่องที่ไร้สาระและเกินกว่าความเป็นจริง
ทั้งยังระบุว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทางการไทยพยายามโยนบาปให้กับกัมพูชา.

โหรดังชี้ปรับฮวงจุ้ยทำเนียบผิดหลักไม่เกิน 4 เดือนวุ่นแน่

ที่มา ไทยรัฐ




"ซินแสไฮเทค" ชี้ปรับฮวงจุ้ย
ทำเนียบผิดหลักไม่เกิน 4 เดือนวุ่นแน่ อาคารด้านหลังแก้ยาก
ส่วนด้านหน้าต้องย้ายต้นไม้ไว้ข้างๆ และทำสวนมังกรน้ำ
ระบุ รบ.เสี่ยงสูง ต.ค.จะแย่สุด เผยดวง "อภิสิทธิ์" หากผ่านถึงปี 2554 รุ่งแน่นอน...

นายมาศ เคหาสน์ธรรม ฉายา "ซินแสไฮเทค" แถลงถึงกรณี
ที่รัฐบาลให้สวนนงนุชเข้ามาปรับภูมิทัศน์และปรับฮวงจุ้ยภายในทำเนียบรัฐบาล ว่า
เป็นการปรับที่ผิด หลักฮวงจุ้ย ปรับในเชิงสัญลักษณ์ตามหลักไสยศาสตร์
ที่คนไทยเอามาปนกันมั่วไปหมด
หลักการปรับฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง จะศึกษาปรากฏการณ์ธรรมชาติ
จากพลังฟ้าดินหยินหยาง 2 ขั้ว ให้สัมพันธ์กันเพื่อรับพลังงานได้มากที่สุด
ตัวทำเนียบฯ หลายส่วนไม่ถูกหลักฮวงจุ้ย
อาคารด้านหลังแหว่งเหมือนคนถูกมัดมือไพล่หลัง
การแก้ไขคงยาก เพราะเป็นโบราณสถาน
ควรย้ายไปหาที่ใหม่ ถ้าย้ายไม่ได้ก็ต้องปรับให้ถูก




ซินแสไฮเทค กล่าวอีกว่า ด้านหน้าทำเนียบฯ
ต้องย้ายต้นไม้ที่บังหน้าตึกไทยคู่ฟ้าออกไปปลูกด้านข้างซ้ายขวาให้มากขึ้น
ในลักษณะโอบล้อม เป็นครึ่งวงกลมเพื่อกักลมที่ผ่านเข้ามา
ส่วนด้านหลังที่มีคลองเป็น 3 แพร่ง ปลูกต้นขนุนไว้เต็มไปหมด ให้แก้
ด้วยการถมคลองเป็นเนินดินเตี้ย แล้วปลูกต้นไม้ให้เต็ม ย้ายน้ำจากด้านหลังไปไว้ด้านหน้า
ทำเป็นสวนมังกรน้ำ เพื่อดึงพลังลมจากแยกชมัยมรุเชษฐ์เข้ามา
ถ้าไม่แก้ไขจะส่งผลเสียกับนายกฯ และรัฐบาล
มีความเสี่ยงค่อนข้างสูงตั้งแต่เดือน ก.ย.-ธ.ค.
โดยเดือน ต.ค.จะเลวร้ายที่สุด
แต่ถ้าผ่านไปได้ถึงปี 2554 ดวงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
จะรุ่งโรจน์ที่สุดในชีวิต
เพราะปีหน้าจมูก เป็นมังกรจะอยู่ได้จนครบเทอม



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ปรับภูมิทัศน์และปรับฮวงจุ้ย
โดยให้ นายวรธนัท อัศกุล– โกวิท หรือ ซินแซหม่า มาดำเนินการ
ด้วยการตั้งตู้อัญมณี 9 ตู้ ที่ลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม
พร้อมทั้งประดับรูปหล่อพระสังกัจจายน์ รูปหล่อไก่ ภาพภูเขา
และภาพ แม่น้ำตามบริเวณขื่อคาน และกำแพงของพรรค
ล่าสุดวันเดียวกันนี้ ทางพรรคได้ให้ช่างสีมาทาสี
ตึกควง อภัย–วงศ์ โดยใช้สีขาวเพื่อเพิ่มความสว่าง
และกลบรัศมีความมัวหมองจากสิ่งชั่วร้ายและสิ่งไม่ดี นอกจากนี้
ยังได้ถอดตัวอักษรป้ายชื่อตึกมาทำความสะอาดด้วย
รวมทั้งมีการทาสีที่ตึก ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ด้วย