WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, September 25, 2010

งานเข้า! สื่อต่างชาติระดมตีข่าว 'จีรนุช' โดนจับ

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
24 กันยายน 2553

รายงาน จากสำนักข่าวและ สื่อมวลชนต่างประเทศหลายแห่ง ได้กล่าวถึงเหตุการณ์การจับกุมตัวคุณจีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไทที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวันนี้ หลังเดินทางกลับจากการสัมนาเกี่ยวกับเสรีภาพสื่อทางอินเตอร์เน็ต

Global Voices Advocacy ตีกลองระดมสื่อทุกแขนง เน้น!จีรนุชเพิ่งกลับจากสัมนา IAL2010

"กลุ่มต่อต้านการเซ็นเซอร์บนอินเตอร์เน็ตและเรียกร้องเสรีภาพการพูดและเข้าถึงเนื้อหาอย่างเสรี" ได้จัดการตีพิมพ์ข่าวดังกล่าวทันที โดยเรียกร้องให้สื่อออนไลน์ร่วมกันช่วยเหลือคุณจีรนุชไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ในเนื้อข่าวได้แจ้งว่าคุณจีรนุชเองก็เพิ่งกลับจากสัมนา "เสรีภาพบนอินเตอร์เน็ตประจำปี 2010: พันธะต่อเสรีภาพแห่งการแสดงออก" ที่จัดที่กรุงบูดาเปส แบบสดๆร้อนๆ และก่อนหน้านี้ก็ถูกจับกุมเพราะลบความเห็นผู้ใช้ออกจากเว็บบอร์ดไม่ทันใจ


Reporter Without Borders แรง



องค์กรสื่อมวลชนไร้พรหมแดน เผยแพร่ข่าวลงเว็บไซต์ของตนเองทันที โดยชี้ว่าคุณจีรนุชโดนจับเพราะถูกกล่าวหาว่าละเมิดพรบ.คอมพิวเตอร์ และ ม.112 และกำลังถูกนำตัวส่งไปจังหวัดขอนแก่น โดยคดีดังกล่าวถูกกล่าวหาเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2551
"เราขอ เรียกร้องให้มีการปล่อยตัวคุณจีรนุชโดยทันที และให้มีการถอนข้อหาต่อเธอ เพื่อที่เราจะไม่ต้องทนเห็นความพยายามที่ใช้พรบ.คอมพิวเตอร์ เพื่อที่จะปิดปากการวิพากษ์วิจารณ์ต่อระบอบ" RWB แถลง "เว็บไซต์ประชาไทเป็นแหล่งข่าวที่ได้รับความเชื่อถือที่พยายามนำเสนอข่าวสาร ให้สาธารณะชนเข้าใจต่อสถานการณ์ที่เป็นไปในประเทศไทย"

"เจ้าหน้าที่ ต้องเข้าใจด้วยว่า ทางประชาไทเองเพิ่งตัดสินใจปิดส่วนของเว็บบอร์ดเพราะความยากต่อการควบคุมการ แสดงความคิดเห็น การจับกุมตัวที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ส่งผลดีใดๆเลยทั้งผิดเวลาอีกด้วย คุณจีรนุชเองก็เพิ่งจะกลับจากการประชุมนานาชาติเกี่ยวกับเสรีภาพการแสดงความ คิดเห็นบนอินเตอร์เน็ต ซึ่งเธอถูกรับเชิญไป"

Siam Voices ชี้!มันช่างไอรอนี่

Saksith Saiyasombut จากเว็บสยามว๊อยซ์ชี้ ว่าเป็นเรื่องที่ขำไม่ออก เพราะคุณจีรนุชเพิ่งกลับจากสัมนาเสรีภาพอินเตอร์เน็ต แต่ต้องกลับมาถูกจับกุมตัวที่สนามบิน นอกจากนี้ข้อมูลจากสำนักข่าวเอพีก็ชี้ว่า ข้อหาที่ทางตำรวจให้เหตุผลว่าร้ายแรง และไม่จำเป็นต้องส่งหมายจับก่อนจับกุมตัวคือข้อหา "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ"

Andrew Marshall นักข่าวชื่อดังปฏิเสธทันที จีรนุชเป็นคนไม่น่ากลัวตามข้อหาทางการไทยตั้ง

แอนดรูว์ มาแชล นักเขียนและนักข่าวชาวสก็อต เปิดเว็บไซต์ของตนรายงาน ถึงเรื่องดัวกล่าวทันที โดยบอกว่า "ผมเคยพบกับหญิงไทยที่อันตรายมากที่ทางการไทยพยายามที่จะนำตัวเธอเข้ากรงขัง ตลอดชั่วชีวิตของเธอ ผมพบกับเธอบนถนนสีลมใกล้ๆจุดประท้วงราชประสงค์" แอนดรูว์เผยต่อว่า "คุณจีรนุชแท้จริงไม่ได้ดูน่ากลัว เธอเป็นคนเตี้ย ร่างท่วมอายุ 43 ปี ซึ่งเปิดเว็บไซต์ข่าวอิสระแห่งหนึ่งที่ชื่อประชาไท เธอเป็นกลุ่มคนแรกๆของไทยที่ถูกกล่าวหาภายใต้ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ ข้อหาเธอรึ? มีคนไปแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถาบันบนเว็บบอร์ดของเธอ และเธอไม่ได้ลบข้อความดังกล่าวเร็วพอ ถ้าถูกตัดสินว่าผิดจริงตลอดข้อกล่าวหาทุกข้อ เธอจะถูกจำคุกถึง 50 ปี"

ข่าวอื่นๆ

- Webmaster of popular Thai news website arrested on return from Internet freedom conference / The Canadian Press / 24 Sep

- Thai webmaster arrested for second time / AP / 24 Sep
Webmaster of popular Thai news website arrested on return from Internet freedom conference


- Police arrest Thai Web editor on anti-crown charge / Committee to Protect Journalists (CPJ) / Sep 24

- The Arrest of Chiranuch Premchaiporn / Giles Ji Ungpakorn / robertamsterdam.com / Sep 24

- Rights groups condemn arrest of Thai Internet editor / AFP / Sep 25

- Censoring Liberty in Thailand / Mark Belinsky / Digital Democracy / Sep 24

- Prachatai editor released on bail / Reporters without Borders / Sep 24

- Rights groups denounce arrest of Thai webmaster / THANYARAT DOKSONE / AP / Sep 25

หมายเหตุ: ตามข่าวล่าสุด มีการยืนยันว่าเธอได้รับการประกันตัวแล้วหลังปฏิเสธทุกข้อหา และทนายได้วางเงินประกันจำนวน 200,000 บาท เมื่อเวลาราวตีหนึ่งวันที่ 25 ก.ย.

บีบีซี: ประเทศไทยล้าสมัยกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่ยากจนกว่าในเรื่อง 3 จี

ที่มา Thai E-News

ที่มา บีบีซี
แปลโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
23 กันยายน 2553

ความพยายามในการประมูลใบอนุญาตคลื่นโทรศัทพ์ 3G ครั้งสุดท้ายถูกสกัดกั้นหลังจากมีการอุทธรณ์จากบริษัทโทรคมนาคมของรัฐ

ปราก ฎการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงสัญญาณของประเทศไทยที่กำลังตกต่ำล้าสมัยกว่าประเทศ เพื่อนบ้านที่ยากจนกว่า อย่างเช่น กัมพูชา และลาว ในเรื่องเทคโนโลยี 3G

เป็น หนึ่งในประเทศไม่กี่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังคงเริ่มต้นรู้จัก ประสิทธิภาพในยุคสมัยที่ 3 ซึ่งสามารถอัพโหลดและดาวน์โหลดข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกันที่หลายประเทศในเอเชียที่เริ่มแนะนำระบบเทคโนโลยี 4G เข้ามาแล้ว

'ประเทศสุดท้าย'


ใบอนุญาต 3G จะทำให้ผู้ประกอบการเอกชนเสียค่าใช้จ่ายต่อบริษัทของรัฐในอัตราที่ต่ำลงกว่าสัญญาเดิม

บริษัท ของรัฐ ก.ส.ท. (CAT Telecom) ได้คัดค้านว่าเอกชนจะขาดทุนและคณะกรรมการโทรคมนาคมแห่งชาติ (National Telecommunications Commission) ไม่มีอำนาจในการขายใบอนุญาต ซึ่งนำไปสู่คำสั่งศาลให้ผู้วางระเบียบระงับการประมูล

ประเทศไทยประชา สัมพันธ์ระบบ 3G ตั้งแต่ พ.ศ. 2546 แต่ความขัดแย้งทางการเมืองและกฎหมายได้ทำให้เกิดความยืดเยื้อ กล่าวโดย ราเชล ฮาวี บี บี ซี กรุงเทพฯ

นักวิเคราะห์กล่าวว่าความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้อาจจะทำให้การให้บริการ 3G ล่าช้าไปอีก 2 ปีข้างหน้า

“เรา เป็นประเทศท้าย ๆ ของเทคโนโลยีนี้แล้ว ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา ก้าวหน้ากว่าเราแล้ว” ปัญกิต เชาวมูล นักวิเคราะห์ตลาดหุ้นของบริษัท ซิกโก ซีคิวริตี กรุงเทพฯ กล่าว

จับผอ.ประชาไทในสุวรรณภูมิส่งขอนแก่น ชมรมนักข่าวเสรีภาพกระตุกสมาคมสื่อ-นักสิทธิอย่าอมสาก

ที่มา Thai E-News


เวลา 00.58น. วันที่ 25 ก.ย. 53 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ผอ.เว็บไซต์ประชาไทได้รับอนุญาตให้ประกันตัวแล้ว โดยวางหลักทรัพย์เป็นเงินสด 200,000 บาท ทั้งนี้ ระหว่างสอบปากคำ น.ส.จีรนุช ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา(ภาพข่าว:ประชาไท)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
24 กันยายน 2553

ระบอบเผด็จการหุ่นเหลิง!จับผอ.ประชาไท

วันนี้ เวลา14.30น. เจ้าหน้าที่ได้จับกุมน.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ หลังเดินทางกลับจากการประชุมเรื่อง Internet at Liberty 2010 ที่ประเทศฮังการี โดยแจ้งว่ามีหมายจับจากศาล จ.ขอนแก่น จากนั้นได้นำตัวขึ้นรถยนต์เพื่อนำไปส่งตัวสภอ.เมืองขอนแก่น

มี รายงานข่าวว่าหลังจากเดินทางไปถึงขอนแก่นช่วงกลางดึกคือเกือบ 1 นาฬิกา น.ส.จีรนุช ได้รับการประกันตัวแล้ว โดยใช้เงินสด 200,000 บาท เป็นหลักประกัน ทั้งนี้องค์กรด้านสิทธิสื่อในต่างประเทศและมิตรสหายได้รณรงค์ให้ปล่อยตัวเธอ ผ่านhttp://freejiew.blogspot.com อย่างกว้าง ขวาง แต่สมาคมสื่อกระแสหลัก และองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนของไทยเลือกที่จะเงียบเฉย ซึ่งเป็นปฏิกริยาปกติต่อสื่อที่พวกเขาเห็นว่าเป็นพวกเสื้อแดง หรือเห็นอกเห็นใจเสื้อแดง

หมายจับคดีนี้มีผู้กำกับการ สภ.อ.ขอนแก่นแจ้งดำเนินคดีกล่าวหาว่าน.ส.จีรนุชเป็นผู้ดูแลระบบร่วมกับผู้ ใช้กระทำความผิดมาตรา 14และ15พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นการดูหมิ่นอาฆาตมาดร้ายสถาบันกษัตริย์

ประชาไทเป็นหนังสือ พิมพ์ออนไลน์ที่นำเสนอข่าวสารอย่างรอบด้าน รวมทั้งฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาล ถูกศอฉ.สั่งปิดด้วยประกาศฉุกเฉินตั้งแต่7เม.ย.เป็นต้นมา แต่หลังจากนั้นโดยไม่มีคำสั่งยกเลิกใดๆ คนอ่านสามารถเข้าอ่านประชาไทได้ตามปกติ

ระบอบเผด็จการหุ่นเชิดอภิสิทธิ์เคยจับกุมน.ส.จีรนุชหลายหน โดยตั้งข้อหาจำคุกรวมกันมากกว่า 50 ปี

เปิดกรุแจ้งความตั้งแต่เมษา51เพิ่งโผล่จับตอนนี้

คดี สืบเนื่องจากกรณีที่ นายสุนิมิต จิระสุข อายุ 36 ปี (ขณะนั้น) เจ้าของกิจการส่วนตัวชาวขอนแก่น เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภอ.เมืองขอนแก่น เมื่อวันที่ 28เมษายน 2551 เพื่อดำเนินคดีกับนายโชติศักดิ์ อ่อนสูง ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กรณีที่ไม่ยืนถวายความเคารพเมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์

นอก จากนี้ยังแจ้งความดำเนินคดีกับเว็บไซต์ "ฟ้าเดียวกัน" และเว็บไซต์ "ประชาไท" ซึ่งมีกระทู้เกี่ยวกับกรณีของนายโชติศักดิ์ ซึ่งนายสุนิมิตระบุว่า มีการแสดงความเห็นกว่า 90 ความเห็น มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนายโชติศักดิ์ แต่ส่วนใหญ่จะเห็นด้วย และแสดงถึงการต่อต้านระบบกษัตริย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ในฐานะคนไทยที่เคารพรักสถาบันกษัตริย์ พร้อมกันนี้ยังเรียกร้องให้กระทรวงไอซีทีออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีดัง กล่าวด้วย

อ้างเป็นคดีร้ายแรงเลยไม่ต้องออกหมมายเรียก จับเลย

มติชนออนไลน์รายงาน ว่า นายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข บ.ก.ข่าวเว็บไซต์ประชาไท เปิดเผย เมื่อเวลา 17.20น. ว่า ตนเองอยู่ระหว่างเดินทางไปประกันตัว น.ส. นส.จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท ที่จ.ขอนแก่น และทางประชาไทไม่เคยได้รับหมายเรียกแต่อย่างใด อย่างไร ก็ตาม ทราบว่า น.ส.จีรนุช ถูกควบคุมตัวไปยัง สภ.เมืองขอนแก่นด้วยรถตำรวจ เมื่อเวลา 17.00 น. โดยมีเพื่อนไปด้วยอีก 1 คนคือ นายอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล

ด้าน พ.ต.ท.ชัชพงษ์ พงษ์สุวรรณ์ พนักงานสอบสวน(สบ.2) สภ.เมืองขอนแก่น 1 ในคณะพนักงานสอบสวนคดีดังกล่าว เปิดเผยว่า มีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษ น.ส.จีรนุช ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตั้งแต่ปี 2551 โดย มีการดำเนินการพิจารณาความผิด ผ่านที่ประชุมคณะกรรมการตำรวจภูธรภาค 4 และขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินคดีในชั้นของ กองคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนกรณีที่ไม่มีหมายเรียกไปยัง น.ส.จีรนุช ก่อนหน้านี้นั้น พ.ต.ท.ชัชพงษ์ กล่าวว่า เป็นคดีที่ไม่ต้องออกหมายเรียก เพราะมีอัตราโทษร้ายแรง

ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพประณามรัฐ กระตุกสมาคมสื่อ,นักสิทธิอย่าเฉย

ชมรม นักข่าวเพื่อเสรีภาพประณามกรณีจับผอ.ประชาไทและปิดเรดพาวเวอร์ จี้ให้ถอนคดีโดยทันที พร้อมลงโทษตำรวจที่ทำคดีเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่เลว ชี้ประชาไทได้ทำหน้าที่กำกับดูแลตนเองอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว เหมือนที่สื่อกระแสหลักมักเรียกร้องไม่ให้อำนาจรัฐเข้าแทรกแซง พร้อมทั้งเรียกร้องให้สมาคมด้านสื่อ และองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน รวมทั้งสภาทนายความอย่าเพิกเฉย

นายรุ่งโรจน์ วรรณศูทร กรรมการบริหาร ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย เปิดเผยว่า ชมรมได้ออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งระบุว่า ตามที่มีการจับกุมดำเนินคดีน.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเวบไซต์ประชาไท ด้วยข้อกล่าวหากระทำผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานเป็นผู้ดูแลระบบร่วมกับผู้ใช้กระทำผิดหมิ่นอาฆาตมาดร้ายสถาบันกษัตริย์ เกิดความผิดเมื่อวันที่ 27 เมษายนนั้น

ประชาชนและวิญญูชนย่อมทราบกัน ดีว่า เวบไซต์ประชาไทนั้นเป็นสื่อทางเลือกบนระบบอินเตอร์เน็ตที่นำเสนอข้อมูลข่าว สารความเห็นอย่างรอบด้าน และทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในกระดานสนทนา(เว็บบอร์ด )ได้ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะมีทัศนะทางการเมืองอย่างใด แต่ในสถานการณ์การเมืองที่เกิดวิกฤตการณ์ในระยะที่ผ่านมานั้น ทำให้ผู้ดูแลควบคุมดูแลเว็บบอร์ดได้ยากลำบาก กระทั่งได้ตัดใจปิดเว็บบอร์ดลงเองเมื่อสิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ดัง นั้นการอ้างเหตุในการจับกุมดำเนินคดีในคราวนี้จึงเป็นการกระทำที่มีเจตนาไม่ สุจริตของเจ้าหน้าที่ และรัฐบาลผู้กำกับดูแล และไม่สอดคล้องต่อข้อเท็จจริงที่ว่าน.ส.จีรนุชได้แสดงความรับผิดชอบในการ กำกับดูแลตัวเองอย่างเต็มที่อยู่แล้ว ดังที่สื่อมวลชนกระแสหลักมักอ้างเรื่องจะ”กำกับดูแลตนเอง”เพื่อไม่ให้อำนาจ รัฐแทรกแซงหรือครอบงำ

จึงขอเรียกร้องดังนี้

1.เจ้าหน้าที่ ตำรวจต้องถอนการดำเนินคดีโดยทันทีเป็นอันดับแรก และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาลควรต้องลงโทษตำรวจ ที่ดำเนินคดีน.ส.จีรนุชเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในทางที่เลวเช่นนี้อีก

2.รัฐบาล ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯที่กำกับดูแลเรื่องสื่อคือนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ต้องเร่งให้หลักประกันต่อเสรีภาพของสื่อสารมวลชนว่าจะไม่มีคดีที่ไร้เหตุผล ทำนองนี้อีก รวมทั้งศอฉ.สมควรต้องยกเลิกประกาศปิดสื่อต่างๆทั้งวิทยุ โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ต นับแต่ประกาศปิดมาตั้งแต่วันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา เพราะเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ ขัดต่อบทบีญญัติรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของสื่อ รวมทั้งต้องยกเลิกการกระทำเผด็จการปิดแท่นพิมพ์ของred powerด้วย เพราะน่าลายที่มีการกระทำเผด็จการด้อยพัฒนาป่าเถื่อนเช่นนี้

3.สมาคม ที่เกี่ยวข้องกับสื่อ ทั้งสมาคมนักข่าวยนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทยพึงต้องแสดงความกระตือรือร้นที่ จะต้องออกมาแสดงบทบาทพิทักษ์ปกป้องเสรีภาพของสื่อสารมวลชนโดยเร็ว โดยไม่เลือกปฏิบัติ

4.หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนทั้งภาครัฐ อย่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือสภาทนายความ หรือองค์กรรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนพึงต้องแสดงความกระตือรือร้นที่จะต้องออก มาแสดงบทบาทพิทักษ์ปกป้องเสรีภาพของสื่อสารมวลชนโดยเร็ว โดยไม่เลือกปฏิบัติ

นายรุ่งโรจน์ วรรณศูทร

กรรมการบริหาร

ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย


หมายเหตุ:เกี่ยวกับชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย

'สุภิญญา' ระบุกระบวนการจับกุม 'จีรนุช' ไม่ปกติ พบหมายจับออกตั้งแต่ปี 52

ประชาไท รายงาน ว่า น.ส.สุภิญญา กลางรณรงค์ กรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต แสดงความเห็นกรณีการจับกุมตัว น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท หลังกลับจากการประชุมเรื่องเสรีภาพอินเทอร์เน็ต ที่สนามบินสุวรรณภูมิว่า การจับกุมครั้งนี้ไม่ปกติหลายอย่าง โดยมีความสับสนในรายละเอียดปีของคดี และมีการออกหมายจับเมื่อปี 52 แต่ตำรวจกลับมาจับกุมที่สนามบิน

ทั้ง นี้ น.ส.สุภิญญามองว่า การมาจับตอนนี้ถือเป็นวิธีที่ไม่ชาญฉลาด เพราะจะทำให้ประเด็นนี้เป็นที่สนใจไปทั่วโลกและเป็นที่จับตา เนื่องจากจีรนุชเพิ่งกลับจากการร่วมประชุมเวทีระดับโลก 2 เวทีคือ การประชุมเรื่องธรรมาภิบาลอินเทอร์เน็ต ซึ่งจัดโดยสหประชาชาติ ที่ลิทัวเนีย และสัมมนาเรื่องเสรีภาพอินเทอร์เน็ต ที่สนับสนุนโดยกูเกิ้ล ที่ฮังการี

นอกจากนี้ จีรนุชถูกดำเนินคดีในฐานะที่เป็นตัวกลาง ซึ่งเรื่องตัวกลางกับการรับผิดแทนคนอื่นนั้นยังเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันใน ระดับโลก ทั้งนี้ จีรนุชเองมีคดีในชั้นศาลที่จะต้องสืบคดีอยู่แล้วในเดือนหน้า ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงต้องทำการจับกุม ไม่เป็นผลดีต่อใคร โดยเฉพาะรัฐไทยซึ่งจะถูกจับตา เพราะการไปร่วมงานประชุมเรื่องเสรีภาพแล้วถูกจับกุมขณะเดินทางกลับเข้า ประเทศนั้น ไม่เกิดขึ้นบ่อยในไทย การจับนี้เป็นเหมือนระฆังที่ดังไปทั่วโลก ในประเทศเอง ก่อให้เกิดบรรยากาศความกลัว ทั้งนี้ ประชาไทเองก็ถูกบล็อคเว็บไซต์ หลายคนเข้าถึงไม่ได้อยู่แล้ว และยังได้ยกเลิกให้บริการเว็บบอร์ดไปก่อนหน้านี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประชาไทได้ถอยมาและต้องเจอกับความเสี่ยงจากคดีต่างๆ อยู่แล้ว

น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า ในส่วนของเครือข่ายพลเมืองเน็ต ก่อนหน้านี้ ได้ประสานกับทนายความและองค์กรต่างๆ เพื่อช่วยเหลือด้านการประกันตัว และจะทวงถามรัฐบาลต่อไป เพราะคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีคำอธิบาย ในส่วนกระแสในต่างประเทศต่อการจับกุมครั้งนี้ ขณะนี้ค่อนข้างรวดเร็วและรุนแรง โดยตนเองได้รับโทรศัพท์และอีเมลในเรื่องนี้จำนวนมาก ต่อจากนี้ก็คงจะมีท่าทีจากองค์กรต่างๆ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ที่สะท้อนถึงปัญหาสิทธิมนุษยชน ขณะที่ในอินเทอร์เน็ตเอง ตอนนี้ก็การรณรงค์ให้กำลังใจผ่านทางทวิตเตอร์ด้วย

น.ส.สุ ภิญญา กล่าวด้วยว่า สำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตนั้น ด้านหนึ่งมองว่าคงจะต้องระวังตัวเอง เพราะกฎหมายมีความเข้มงวด ขณะเดียวกัน ผู้ใช้เน็ตก็ควรแสดงความห่วงใยหรือถามถึงความชัดเจนในการดำเนินคดีต่างๆ ที่ต้องคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนมากขึ้น เพราะกระบวนการเหล่านี้อาจกระทบกับผู้ใช้เองได้โดยไม่รู้ตัวเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้สร้างเว็บ http://freejiew.blogspot.com/ เพื่อดึงข้อความจากทวิตเตอร์ ซึ่งทวีตข้อความและใส่แท็ก #freejiew รวมถึงรวบรวมข้อมูลข่าวเกี่ยวกับการจับกุมครั้งนี้ด้วย ขณะที่นักกิจกรรมและผู้อ่านประชาไทที่ทราบข่าว ได้นัดพบกันให้กำลังใจ น.ส.จีรนุช ที่หน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ตรงข้ามห้างเซ็นโตซ่า ในเวลา 23.30น.

*******
ข่าวเกี่ยวเนื่อง:งานเข้า! สื่อต่างชาติระดมตีข่าว 'จีรนุช' โดนจับ

ปัญหาองค์การนำในขบวนการประชาธิปไตย(ตอน1)

ที่มา Thai E-News


ปรับขบวนก้าวรุดไปสู่ชัยชนะ-ไทย อีนิวส์เสนอรายงานข่าวชุด"ปรับขบวนก้าวรุดไปมุ่งสู่ชัยชนะ" ท่านผู้อ่านสามารถติดตามข่าวที่เกี่ยวเนื่องในซีรีส์ชุดนี้ได้ โดยคลิ้กอ่านเพิ่มเติมที่นี่


โดย รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์
ที่มา ประชาไท
24 กันยายน 2553

บทเรียนสำคัญประการหนึ่งจากการเคลื่อนไหวประชาธิปไตยในช่วงมีนาคม-พฤษภาคม 2553 คือปัญหาการจัดการองค์การนำของขบวน ได้แก่ ประเด็นว่าด้วยสถานะของทักษิณ ชินวัตร แกนนำ นปช. “แดงทั้งแผ่นดิน” และลักษณะการจัดตั้งของขบวนประชาธิปไตย


1. เกี่ยวกับทักษิณ ชินวัตร

ปัญหาที่โต้แย้งกันมายาวนานประการหนึ่งคือ สถานะของทักษิณ ชินวัตร ในขบวนการประชาธิปไตย

ข้อถกเถียงส่วนหนึ่งเห็นว่า ทักษิณเป็นเพียงนักการเมืองที่ถูกกระทำจากรัฐประหาร 19 กันยายน จึง จำเป็นต้องใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวมวลชนเพื่อประโยชน์ตน และมีแต่ขบวนประชาธิปไตยต้องถอยห่างจากทักษิณเท่านั้น จึงจะพัฒนาเติบใหญ่เป็น “พลังประชาธิปไตยบริสุทธิ์” ได้ ความเห็นนี้มักจะมาจากปีกปัญญาชนฝ่ายประชาธิปไตย

ในทางตรงข้าม ก็มีความเห็นว่า ทักษิณ ชินวัตรคือผู้นำหนึ่งเดียวของฝ่ายประชาธิปไตย เป็นผู้ปฏิวัติสังคมที่จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงเชิง “ระบอบ” มีสถานะเยี่ยงผู้เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 เช่น นายปรีดี พนมยงค์

เราจะเข้าใจสถานะ บทบาท และขีดจำกัดของทักษิณได้ก็โดยดูจากประวัติศาสตร์ ดังเช่นที่นักปรัชญาเมธีผู้ยิ่งใหญ่ได้กล่าวไว้ว่า “
ผู้คนแต่ละรุ่นนั้นถูกสาปด้วยมรดกจากคนรุ่นก่อนและจากอดีตของตนเอง”


ทักษิณ ชินวัตรมีภูมิหลังเติบโตจากต่างจังหวัด และก็เช่นเดียวกับไพร่สามัญชนที่ไต่ระดับสู่ชนชั้นนำได้สำเร็จคือ อาศัยการศึกษาและเข้าสู่เครือข่ายของระบอบจารีตนิยม ผ่านโรงเรียนเตรียมทหารและเข้าสู่ราชการตำรวจ ถูกหล่อหลอมด้วยอุดมการณ์ของจารีตนิยมมาอย่างเหนียวแน่น แม้ภายหลังจะออกจากราชการมาทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ ก็ยังต้องพึ่งพาอาศัยเครือข่ายราชการ รัฐวิสาหกิจและธุรกิจของจารีตนิยม ทั้งร่วมมือแบ่งปันผลประโยชน์และแข่งขันกัน ฉะนั้น ในทางอุดมการณ์การเมือง เขาจึงมีความโน้มเอียงทางจารีตนิยมเช่นเดียวกับสมาชิกชนชั้นนำอื่น ๆ นี่คือด้านที่เป็นจารีตนิยมล้าหลังของทักษิณ

แต่ พื้นภูมิหลังต่างจังหวัดที่ดิ้นรนมาอย่างยากลำบาก ภายหลังมีประสบการณ์ทางธุรกิจและความสัมพันธ์กับระบอบโลกาภิวัฒน์ของโลก ทำให้ทักษิณมองเห็นจุดเปราะบางของระบบเศรษฐกิจไทย เมื่อเข้าสู่การเมือง ก็ต้องอาศัยกระบวนการเลือกตั้งในระบอบรัฐสภาเพื่อเข้าสู่อำนาจ ท้ายสุดยังถูกกระทำร้ายจากรัฐประหาร 19 กันยายน ทำให้เขาเห็นความสำคัญของประชาธิปไตย การเลือกตั้ง และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน นี่คือด้านที่เป็นประชาธิปไตยก้าวหน้าของทักษิณ

ลักษณะ สองด้านของทักษิณเป็นผลให้อุดมการณ์ทางการเมืองของเขามีลักษณะขัดแย้งกันเอง คือด้านหนึ่งก็ไม่กล้าแตกหักกับอำมาตยาธิปไตย ยังคงไว้ซึ่งเยื่อใย ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ เพ้อฝันที่จะเจรจาต่อรองเพื่อประนีประนอมอยู่ร่ำไป ไม่ยอมรับความจริงว่า ฝ่ายเผด็จการต้องการทำลายตัวเขาอย่างถึงที่สุด ไม่มีความเชื่อมั่นว่า ฝ่ายประชาธิปไตยจะสามารถเอาชนะฝ่ายเผด็จการอำมาตยาธิปไตยได้ แม้เขาจะมีวิสัยทัศน์อันยอดเยี่ยมชัดเจนในการปฏิรูประบบเศรษฐกิจไทยตามแนว ทางทุนนิยมโลกาภิวัฒน์และมีความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยในเชิงนามธรรม แต่กลับไม่เข้าใจถึงลักษณะปฏิวัติและลักษณะที่ไม่อาจประนีประนอมกันได้ของการต่อสู้ทางชนชั้นและการต่อสู้สองแนวทางในขั้นตอนปัจจุบัน ไม่มีความชัดเจนในเป้าหมายของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และไม่มีวิสัยทัศน์รูปธรรมถึงการก่อรูประบอบประชาธิปไตยของไทยในอนาคต

แต่ ในอีกด้านหนึ่ง ทักษิณก็เล็งเห็นความจำเป็นที่จะต้องต่อสู้กับระบอบอำมาตยาธิปไตยเพื่อช่วง ชิงประชาธิปไตย ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ว่า ลำพังแต่เพียงกระบวนการเลือกตั้งและพรรคการเมืองในระบอบรัฐธรรมนูญ 2550 นั้นไม่เพียงพอที่จะต่อสู้เพื่อเอาชีวิตตนให้รอด และยิ่งไม่เพียงพอที่จะช่วงชิงประชาธิปไตย หากแต่ต้องอาศัยมวลชนก่อรูปเป็นขบวนประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง จึงจะสามารถต่อกรกับอำมาตยาธิปไตยได้

ท่าทีและจังหวะก้าวทางการเมืองของทักษิณ ชินวัตรจึงมีลักษณะไม่ชัดเจนและขัดแย้งในตัวเองเสมอมา คือ ด้านหนึ่งเขาให้การสนับสนุนและเข้าร่วมขบวนประชาธิปไตยอย่างเอาการเอางาน แต่ในอีกด้านหนึ่ง เขาก็ต่อสู้เพื่อต่อรองประนีประนอมเป็นหลัก ทั้งร้องขอ อ้อนวอน โดยหวังว่า ฝ่ายจารีตนิยมจะ “มีเหตุผล” พอที่จะยอมอ่อนข้อให้ฝ่ายประชาธิปไตย จังหวะก้าวของเขาในหลายครั้งเป็นเสมือนเอามวลชนไปต่อรองกับจารีตนิยม ก่อให้เกิดการถดถอยของขบวนประชาธิปไตยและความสับสนในหมู่มวลชน

ทักษิณ ชินวัตร มีสถานะเป็นสัญลักษณ์ของประชาธิปไตยอย่างแน่นอน มวลชนนับล้านคนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงในช่วงการบริหารของเขาภายใต้รัฐ ธรรมนูญ 2540 ว่ามีแต่ระบอบประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะนำมาซึ่งประโยชน์ของประชาชนส่วนข้าง มากของสังคม เปิดช่องให้ได้รับส่วนแบ่งอันชอบธรรมในโภคทรัพย์มวลรวมของประเทศเพื่อสิทธิ เสรีภาพ และความกินดีอยู่ดี ในแง่นี้ ทักษิณ ชินวัตรคือแรงบันดาลใจทางประชาธิปไตยของมวลชน

ทักษิณ ชินวัตร ยังมีสถานะเป็นผู้นำของขบวนประชาธิปไตยอีกด้วย แต่เขาไม่ใช่นักปฏิวัติสังคม เขาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจากการเจรจาต่อรอง เป็นนักการเมืองแนวทางปฏิรูปที่ยังขาดความชัดเจนเชิงรูปธรรมของแนวทาง ประชาธิปไตย ฉะนั้น สถานะ “ผู้นำประชาธิปไตย” ของทักษิณ ชินวัตรจึงมีขีดจำกัด ซึ่งฝ่ายประชาธิปไตยจะต้องจัดการให้ถูกต้อง

“สถานะผู้นำประชาธิปไตย” ของทักษิณ ชินวัตรนั้น เป็นเชิงสัญลักษณ์ ไม่ใช่สถานะของผู้ชี้นำหรือผู้ชี้ขาดในทางยุทธศาสตร์ยุทธวิธี อัน เนื่องมาจากขีดจำกัดข้างต้น อีกทั้งยังขาดประสบการณ์เคลื่อนไหวทางการเมืองในแนวทางมวลชน การที่เขาต้องอยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน ยิ่งทำให้ไม่สามารถกุมสภาพของการต่อสู้ทางการเมืองในประเทศไทยได้อย่างถูก ต้อง การตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ยุทธวิธีรูปธรรมในสภาพการณ์เช่นนี้จึงมีแนวโน้ม ผิดพลาดได้ง่าย

สถานะที่ถูกต้องของทักษิณในขบวนประชาธิปไตยจึงเปรียบเสมือนการดำรงตนเป็น “ประธานคณะกรรมการของบริษัท” คือ เป็นสัญลักษณ์และแรงบันดาลใจ รับรู้ทิศทางของขบวนประชาธิปไตย เข้าใจปัญหาทางหลักการและนโยบาย หนุนช่วยทุกวิถีทาง แต่ไม่บริหาร ไม่ลงสู่ยุทธศาสตร์ยุทธวิธีรูปธรรม ไม่แทรกแซงและไม่ตัดสินใจแทนฝ่ายบริหาร


2. คณะแกนนำนปช. และกลุ่มสามเกลอ “ความจริงวันนี้”

ใน ช่วงหนึ่งปีหลังเหตุการณ์เมษายน 2552 แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) “แดงทั้งแผ่นดิน” ได้ก่อรูปเป็นคณะแกนนำขึ้น แต่แกนกลางหลักยังคงเป็นกลุ่มสามเกลอ “ความจริงวันนี้” แม้ นปช.จะพยายามพัฒนาการนำแบบรวมหมู่ขึ้น แต่ก็ยังไม่เข้มแข็ง และเมื่อกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งในช่วงมีนาคม-พฤษภาคม 2553 ก็ไม่อาจต้านทานกระแสการต่อสู้ที่สลับซับซ้อนได้

สาเหตุสำคัญคือ คณะแกนนำ นปช. มีเวลาในการสั่งสมประสบการณ์น้อยมาก มิได้ผ่านการต่อสู้ร่วมกันมายาวนานพอ ยังไม่สามารถหลอมรวมกันเป็นคณะนำที่เหนียวแน่น มีเอกภาพทางอุดมการณ์และแนวทางที่ชัดเจน เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เสี่ยงอันตรายที่จะต้องตัดสินใจเพื่อกำหนดความเป็น ความตาย ก็ไม่สามารถเห็นพ้องกันในทางยุทธศาสตร์ยุทธวิธีได้ เกิดการแตกแยกภายใน สูญเสียการกุมสภาพมวลชนและสภาพการเคลื่อนไหวไปในที่สุด

ปัจจุบัน คณะแกนนำ นปช. “แดงทั้งแผ่นดิน” ได้หมดสภาพการเป็นแกนนำของขบวนประชาธิปไตย กลายเป็นนักโทษการเมือง พวกเขารวมทั้งมวลชนอีกจำนวนมากที่ถูกจับกุมคุมขังจะเป็นเป้าหมายที่ขบวนประชาธิปไตยจะต้องต่อสู้เพื่อให้ได้อิสรภาพ พร้อมกับการบรรลุประชาธิปไตยที่แท้จริงในที่สุด

บท เรียนสำคัญคือ ขบวนประชาธิปไตยยังอ่อนเล็กเกินกว่าจะเผชิญหน้ากับฝ่ายเผด็จการได้โดยตรง นปช. “แดงทั้งแผ่นดิน” ยังไม่สามารถพัฒนาเป็นองค์กรแบบแผนที่เป็นเอกภาพ มีแนวทางบริหารทรัพยากรและการทำงานมวลชนอย่างเป็นระบบ หากแต่เป็นเพียงการเชื่อมโยงกันอย่างหลวม ๆ ระหว่างกลุ่มมวลชนในพื้นที่แกนนำพื้นที่กับคณะแกนนำนปช.ระดับชาติเท่านั้น

บทเรียนจากกลุ่มสามเกลอ “ความจริงวันนี้” คือ การเคลื่อนไหวมวลชนขนานใหญ่เพื่อบรรลุประชาธิปไตยนั้น ไม่อาจประสบชัยชนะได้ด้วยเพียงโวหารและการแสดงบนเวที จุดอ่อนของพวกเขาคือ ความโน้มเอียงไปในทาง “นำโดยตัวบุคคล” ขาดความเชื่อมั่นในการนำรวมหมู่ จุดแข็งของพวกเขาในหมู่มวลชนก็คือ พวกเขามีสัมพันธ์แนบแน่นกับทักษิณ ชินวัตร แต่จุดแข็งดังกล่าวก็กลายเป็นผลเสียเมื่อมีการดึงเอาทักษิณเข้ามาพัวพันกับ การตัดสินใจทางยุทธศาสตร์ยุทธวิธีเฉพาะหน้า กระทั่งอ้างเอาทักษิณมาขัดแย้ง หรือปฏิเสธมติของคณะแกนนำรวมหมู่ดังที่เกิดขึ้นเมื่อพฤษภาคม 2553 เป็นการทำลายหลักการประชาธิปไตยภายในขบวนเสียเอง และสร้างความเสียหายแก่การเคลื่อนไหวมวลชนในที่สุด

แกนนำ นปช. บางคนที่มิได้ถูกจับกุมคุมขังและยังเคลื่อนไหวอย่างเปิดเผยต่อไปได้ จะต้องสรุปบทเรียนความสำเร็จและจุดอ่อนที่ผ่านมาทั้งหมด รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากรอบด้าน ต้องไม่ดำเนินการซ้ำรอยเดิม ไม่หันไปสู่การนำส่วนบุคคลแบบวีรชนเอกชน จัดระยะห่างกับทักษิณ ชินวัตรและพรรคเพื่อไทยให้เหมาะสม

และที่สำคัญคือ เปิดใจร่วมมือกับมิตรสหายทั้งหลายในขบวน เพื่อเร่งปรับลักษณะองค์การนำ และการจัดตั้งของขบวนประชาธิปไตยใหม่ เพื่อกลับมาต่อสู้ไปบรรลุประชาธิปไตยในที่สุด

หมายเหตุ:อ่านบทวิจารณ์ของสมศักดิ์ เจียมธัรสกุล ที่มีต่อบทความนี้ คลิ้กที่นี่

*******

ข่าวเกี่ยวเนื่องว่าด้วยการ"ปรับขบวนก้าวรุดไปสู่ชัยชนะ":

-ควรปรับขบวนเสื้อแดงด้วยการตั้งองค์กรและแกนนำโฉมใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับทักษิณหรือไม่?

-สมศักดิ์:ทำไมคนเสื้อแดงจึงควรจัดตั้งองค์กรนำใหม่

ใบตองแห้งออนไลน์:อุดมการณ์กับยุทธศาสตร์

-ในความคิดคำนึง ทักษิณจะอยู่อย่างไร หากคนเสื้อแดงไม่เอา

-ทักษิณ…โปรดเลิกเลียนแบบสันดานเสื่อมๆ ของเทวดาทราม!

-‘ทักษิณ’ ทวีต 19 ก.ย.ขอคืนความปรองดอง

-ทักษิณทวิตเตอร์วอนกองเชียร์ให้ยุติวิจารณ์สถาบัน

-จักรภพสัมภาษณ์ABC:ทักษิณอาจจะยุติเคลื่อนไหว

Thursday, September 23, 2010

บก.ลายจุด:ยังไม่ถึงเวลาสร้างองค์กรนำเสื้อแดงใหม่

ที่มา Thai E-News


กิจกรรมวันอาทิตย์สีแดงในวันที่ 26 กย.. 2553 โดยกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง และ สมบัติ บุญงามอนงค์ (บก.ลายจุด)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
23 กันยายน 2553

บก.ลายจุด-สมบัติ บุญงามอนงค์ แสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊ค ในหัวข้อเรื่อง ยังไม่ถึงเวลาของการสร้างองค์กรนำเสื้อแดงใหม่

ทั้งนี้บก.ลายจุดอ้างถึงการตั้งกระทู้ของดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ในเว็บบอร์ดคนเหมือนกัน
ในหัวข้อเรื่องราช ประสงค์ 19 กันยา พิสูจน์ว่า ไอเดียเรื่อง "แกนนอน" และ "การต่อสู้เชิงสัญลักษณ์" ของ บ.ก.ลายจุด มีข้อจำกัด และ ก้าวต่อไปที่จะดีที่สุดสำหรับคนเสื้อแดงในกรุงเทพและเขต ใกล้เคียง คือ จัดตั้งแกนนำขึ้นใหม่ ที่มี"โฉม"ใหม่ . .

บก.ลายจุดเขียนแสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอดังกล่าวนี้ว่า

ผม ยังเชื่ออยู่ ณ ขณะนี้ว่า ปัญหาเราไม่ได้อยู่ที่องค์กรนำ แต่อยู่มวลชนที่ยังขาดการจัดระบบให้แสดงศักยภาพของมวลชนได้ไม่ดีพอ ดังเ่ช่นแม่ทัพที่นำพาชาวบ้านไปต่อสู้ ย่อมไม่สามารถนำชัยชนะกลับมาได้ แต่ต้องฝึกชาวบ้านเป็นทหารและจัดรูปกองทัพเสียงก่อน ดังนั้นภาระกิจในหลายเดือนนี้คือ เปลี่ยนมวลชนเป็นผู้ปฏิบัติงาน เปลี่ยนสภากาแฟเป็นกลุ่มปฏิบัติการ

หากจะมีองค์กรนำขึ้นมาใหม่ ต้องไม่ใช่เพื่อล้มรัฐบาลในยามนี้ แต่ต้องกลับมาคิดเรื่องการบริหารจัดการขบวน ซึ่งมีมวลชนเป็นเป้าหมายหลัก การเสียเวลาไปกับการรบพุ่งกับฝ่ายตรงข้ามมากเกินไป ทำให้เกิดความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

ส่วนองค์กรนำจะเกิดขึ้นแน่นอน แต่ควรเกิดขึ้นหลังการปรับฐานได้ดำเนินการไปถึงระดับหนึ่งแล้วเท่านั้น


สำหรับ กระทู้ในเว็บบอร์ดคนเหมือนกันนั้น ดร.สมศักดิ์นำเสนอรายละเอียดว่า..ด้วยความนับถือในความกล้าหาญของ บ.ก.ลายจุด ที่ดำเนินการเคลื่อนไหวแบบ "สัญลักษณ์" ในระยะ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ผมคิดว่าการชุมนุมที่ราชประสงค์เมื่อวันอาทิตย์ ได้พิสูจน์ยืนยันว่า ทั้งแนวคิด ("แกนอน") และวิธีการต่อสู้ ("เชิงสัญลักษณ์") ที่ บ.ก.ลายจุด พูดในหลายแห่ง (โดยเฉพาะดูคำสัมภาษณ์ขนาดยาว ใน โพสต์ทูเดย์ วันอาทิตย์ที่ผ่านมา และขนาดสั้นใน Bangkok Post หน้า 3 วันนี้)

มีข้อจำกัด ที่ "ไม่เพียงพอ"

"ไม่เพียงพอ" สำหรับอะไร?

มอง ในแง่ของกฎหมาย พรก. ที่บังคับใช้ในขณะนี้ อาจจะมองว่า "เพียงพอ" แล้ว คือ "ทำได้มากสุดในระดับนี้" แต่ผมคิดว่า ประเด็นกฎหมาย พรก. ไม่ใช่ประเด็นชี้ขาด

ที่สำคัญที่เสนอว่า "ไม่เพียงพอ" คือ "ไม่เพียงพอ" เมื่อเปรียบเทียบกับ "ฐานมวลชน" เสื้อแดง ที่มีอยู่

ในความเห็นของผม และในโลกที่ ideal สิ่งที่ ขบวนการเสื้อแดง ควรทำให้เกิดขึ้นคือ

จัดตั้งกลุ่มแกนนำขึ้ั้นใหม่ อาจจะตั้งชื่อทำนองว่า"คณะกรรมการชั่วคราวประสานงานคนเสื้อแดง" หรือ มีคนเสนอตัวออกมาจัดตั้งกลุ่มแกนนำขึ้นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับเสื้อแดงในกรุงเทพฯ และเขตใกล้เคียง

กลุ่มแกนนำใหม่ นี้ (ย้ำ "ในโลกที่ ideal") ควรต้องมีองค์ประกอบใหม่ ไม่ใช่องค์ประกอบเดิม ("3 เกลอ" นักการเมือง ทีใกล้ชิดทักษิณ)

"ใน โลกที่ ideal" ของผม พูดอย่างเป็นรูปธรรม แกนนำใหม่นี้ น่าจะประกอบไปด้วย (หรือคนเหล่านี้ น่าจะสามารถเสนอตัว และริเริ่มจัดตั้งกันขึ้นเป็นแกนนำใหม่) บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับแกนนำเก่าโดยตรง หรือมากนัก

ตัว บ.ก.ลายจุด เองเป็นตัวอย่างที่ดีของบุคคลในลักษณะที่ผมพูดนี้ ถ้าให้ผมสมมุติ "แกนนำใหม่" อาจจะประกอบด้วย คนเหล่านี้ บ.ก.ลายจุด, คุณสมยศ (พฤกษาเกษมสุข), จาตุรนต์ ฉายแสง (ทั้ง 3 คนนี้ เพื่อ "เชื่อม" กับเสื้อแดงเดิม โดยเฉพาะคุณสมยศ และจาตุรนต์) แล้วบวกด้วย คนอย่างเช่น "ใบตองแห้ง" , นักวิชาการปัญญาชนสัก 1-2 คน ซึ่งผมนึก "เล่นๆ" ถึง ปิยบุตร( แสงกนกกุล), ตัวแทนจาก สนนท. 1 คน

"ภาพ สมมุติ" กลุ่มแกนนำใหม่ : สมบัติ (หนูหริ่ง), ใบตองแห้ง, ปิยบุตร, จาตุรนต์, สมยศ (และอาจจะปัญญาชนนักวิชาการอีก 1-2 คน ผมพยายามนึกถึงกลุ่มสันติประชาธรรมบางคน อย่างประจักษ์)


กลุ่มแกนนำใหม่นี้ ตั้่งขึ้นมาทำไม หรือทำอะไร?

ตั้่ง ขึ้นมาเพื่อ "เสนอตัว" เป็น "โฆษก" และ "นำ" ทางความคิด-การเมือง ให้กับ และในนาม "เสื้อแดง" รวมไปถึงจัดกิจกรรม (ในลักษณะคล้ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่จะไม่ใช่กิจกรรมหลัก)

ตอบโต้รัฐบาล, ดูแล ออกสื่อประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบต่างๆ (จดหมายข่าว, รายการทีวี ฯลฯ)


ฯลฯ ฯลฯ

(กระทู้นี้ เขียนโดยไม่ "ตกผลึก" อย่างยิ่ง กรุณาอ่าน ด้วยสปิริต แบบเดียวกัน)
********

สมศักดิ์:ไอเดีย"แกนนอน" และ "การต่อสู้เชิงสัญลักษณ์"มีข้อจำกัด เสนอตั้งแกนนำ"โฉม"ใหม่

ที่มา Thai E-News


โดย สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ที่มา บอร์ดคนเหมือนกัน

ราช ประสงค์ 19 กันยา พิสูจน์ว่า ไอเดียเรื่อง "แกนนอน" และ "การต่อสู้เชิงสัญลักษณ์" ของ บ.ก.ลายจุด มีข้อจำกัด และ ก้าวต่อไปที่จะดีที่สุดสำหรับคนเสื้อแดงในกรุงเทพและเขต ใกล้เคียง คือ จัดตั้งแกนนำขึ้นใหม่ ที่มี"โฉม"ใหม่ . .

ด้วยความนับถือ ในความกล้าหาญของ บ.ก.ลายจุด ที่ดำเนินการเคลื่อนไหวแบบ "สัญลักษณ์" ในระยะ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ผมคิดว่าการชุมนุมที่ราชประสงค์เมื่อวันอาทิตย์ ได้พิสูจน์ยืนยันว่า ทั้งแนวคิด ("แกนอน") และวิธีการต่อสู้ ("เชิงสัญลักษณ์") ที่ บ.ก.ลายจุด พูดในหลายแห่ง (โดยเฉพาะดูคำสัมภาษณ์ขนาดยาว ใน โพสต์ทูเดย์ วันอาทิตย์ที่ผ่านมา และขนาดสั้นใน Bangkok Post หน้า 3 วันนี้)

มีข้อจำกัด ที่ "ไม่เพียงพอ"

"ไม่เพียงพอ" สำหรับอะไร?

มอง ในแง่ของกฎหมาย พรก. ที่บังคับใช้ในขณะนี้ อาจจะมองว่า "เพียงพอ" แล้ว คือ "ทำได้มากสุดในระดับนี้" แต่ผมคิดว่า ประเด็นกฎหมาย พรก. ไม่ใช่ประเด็นชี้ขาด

ที่สำคัญที่เสนอว่า "ไม่เพียงพอ" คือ "ไม่เพียงพอ" เมื่อเปรียบเทียบกับ "ฐานมวลชน" เสื้อแดง ที่มีอยู่

ในความเห็นของผม และในโลกที่ ideal สิ่งที่ ขบวนการเสื้อแดง ควรทำให้เกิดขึ้นคือ

จัดตั้งกลุ่มแกนนำขึ้ั้นใหม่ อาจจะตั้งชื่อทำนองว่า"คณะกรรมการชั่วคราวประสานงานคนเสื้อแดง" หรือ มีคนเสนอตัวออกมาจัดตั้งกลุ่มแกนนำขึ้นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับเสื้อแดงในกรุงเทพฯ และเขตใกล้เคียง

กลุ่มแกนนำใหม่ นี้ (ย้ำ "ในโลกที่ ideal") ควรต้องมีองค์ประกอบใหม่ ไม่ใช่องค์ประกอบเดิม ("3 เกลอ" นักการเมือง ทีใกล้ชิดทักษิณ)

"ใน โลกที่ ideal" ของผม พูดอย่างเป็นรูปธรรม แกนนำใหม่นี้ น่าจะประกอบไปด้วย (หรือคนเหล่านี้ น่าจะสามารถเสนอตัว และริเริ่มจัดตั้งกันขึ้นเป็นแกนนำใหม่) บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับแกนนำเก่าโดยตรง หรือมากนัก

ตัว บ.ก.ลายจุด เองเป็นตัวอย่างที่ดีของบุคคลในลักษณะที่ผมพูดนี้ ถ้าให้ผมสมมุติ "แกนนำใหม่" อาจจะประกอบด้วย คนเหล่านี้ บ.ก.ลายจุด, คุณสมยศ (พฤกษาเกษมสุข), จาตุรนต์ ฉายแสง (ทั้ง 3 คนนี้ เพื่อ "เชื่อม" กับเสื้อแดงเดิม โดยเฉพาะคุณสมยศ และจาตุรนต์) แล้วบวกด้วย คนอย่างเช่น "ใบตองแห้ง" , นักวิชาการปัญญาชนสัก 1-2 คน ซึ่งผมนึก "เล่นๆ" ถึง ปิยบุตร( แสงกนกกุล), ตัวแทนจาก สนนท. 1 คน

"ภาพ สมมุติ" กลุ่มแกนนำใหม่ : สมบัติ (หนูหริ่ง), ใบตองแห้ง, ปิยบุตร, จาตุรนต์, สมยศ (และอาจจะปัญญาชนนักวิชาการอีก 1-2 คน ผมพยายามนึกถึงกลุ่มสันติประชาธรรมบางคน อย่างประจักษ์)


กลุ่มแกนนำใหม่นี้ ตั้่งขึ้นมาทำไม หรือทำอะไร?

ตั้่ง ขึ้นมาเพื่อ "เสนอตัว" เป็น "โฆษก" และ "นำ" ทางความคิด-การเมือง ให้กับ และในนาม "เสื้อแดง" รวมไปถึงจัดกิจกรรม (ในลักษณะคล้ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่จะไม่ใช่กิจกรรมหลัก)

ตอบโต้รัฐบาล, ดูแล ออกสื่อประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบต่างๆ (จดหมายข่าว, รายการทีวี ฯลฯ)


ฯลฯ ฯลฯ

(กระทู้นี้ เขียนโดยไม่ "ตกผลึก" อย่างยิ่ง กรุณาอ่าน ด้วยสปิริต แบบเดียวกัน)
********

กิจกรรมวันอาทิตย์สีแดงในวันที่ 26 กย.. 2553 โดยกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง และ สมบัติ บุญงามอนงค์ (บก.ลายจุด)

17-19 กันยา ปีนี้สำคัญอย่างไร?

ที่มา Thai E-News


ที่ สำคัญมากๆ คือ 19 กันยา ส่งสัญญาณให้อำมาตย์ว่าเขาไม่ได้ชนะ และจะไม่ชนะ และทุกนาทีที่ผ่านไป ประชาชนค่อยๆ เสื่อมศรัทธาในระบบที่ให้ความชอบธรรมกับเผด็จการด้วย เวลาอำมาตย์ฝันร้าย เขาจะได้ยินเสียงตะโกนของมวลชนว่า “เหี้ยสั่งฆ่า” และเรากับเขาทราบดีว่าประชาชนหมายถึงใคร..?



โดย ใจ อึ๊งภากรณ์

การ ที่คนเสื้อแดงเป็นหมื่นๆ ออกมาประท้วงที่ราชประสงค์แค่ 4 เดือนหลังจากการปราบปรามประชาชนอย่างโหดร้ายป่าเถื่อน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการสร้างประชาธิปไตย

พร้อม กับการชุมนุมที่ราชประสงค์ มีการชุมนุมตามจุดต่างๆ ทั่วประเทศ และแม้แต่ในประเทศอื่นทั่วโลก ก่อนหน้านั้นมีการวางดอกกุหลาบหน้าเรือนจำ 17 แห่ง เพื่อรำลึกถึงนักโทษการเมืองอีกด้วย

การชุมนุมที่ราชประสงค์เป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่ส่งสัญญาณและพิสูจน์ความจริงหลายอย่างคือ

1. มันพิสูจน์ว่าขบวนการเสื้อแดงไม่ได้ถูกทำลาย และยังเป็นขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

ที่ แล้วมาเมื่อขบวนการประชาชนถูกปราบจนพ่ายแพ้ เช่นในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ กว่าจะมีการฟื้นตัวของการเคลื่อนไหวในสังคมเปิดได้ ใช้เวลาหลายปี

แต่ วันนี้เราเห็นคนเสื้อแดงฝ่าฝืน พรก. ฉุกเฉิน แค่ 4 เดือนหลังการปราบปราม และการเคลื่อนไหวของคนจำนวนมากในสังคมเปิดเป็นการท้าทายอำมาตย์อย่างถึงที่ สุด

มันเป็นการยกนิ้วกลางด่าและท้าทายอำมาตย์ และเป็นการประกาศว่า “เราไม่กลัว” และ “เราจะไม่ยอมแพ้”

2. ในขณะที่แกนนำเสื้อแดงเกือบทุกคนติดคุก หรือต้องหลบหนีออกจากประเทศ คนเสื้อแดงได้แสดงความสามารถในการนำตนเองอย่างเห็นได้ชัด บก.ลายจุด-คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ ประกาศตนเป็น “แกนนอน” เขาไม่ใช่นักการเมืองพรรคเพื่อไทย และเขาไม่มีแหล่งทุนมหาศาลจากใคร เขาเป็นนักกิจกรรม

วันที่ ๑๙ กันยา ปีนี้พิสูจน์ความจริงของคนเสื้อแดงว่า “กูมาเอง” ไม่ใช่ว่า คนเสื้อแดงต้องพึ่งพา “ผู้อุปถัมภ์” อย่างนายกฯทักษิณหรือนักการเมืองเพื่อไทย

3. คนส่วนใหญ่ที่มาต่อสู้ทางการเมืองที่ราชประสงค์ในวันที่ ๑๙ กันยา เป็นคนกรุงเทพฯ หรือจากจังหวัดใกล้เคียง สิ่งนี้พิสูจน์ว่าคนเสื้อแดงไม่ใช่เฉพาะคนชนบท หรือคนภาคเหนือ ภาคอีสาน

4. อย่าประเมินกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดงเชิงสัญลักษณ์ต่ำเกินไปว่าไม่มีพลัง เพราะ เราเห็นว่ามันมีผลสำคัญในการกำจัดความกลัว และให้กำลังใจกับการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ตอนนี้มันมีความเป็นไปได้ว่ากิจกรรมแบบนี้ในอนาคตจะใหญ่ขึ้น คนอาจมาเป็นแสนๆ ได้

5. ความสำเร็จของการเคลื่อนไหวในวันที่ 17-19 กันยา พิสูจน์ความผิดพลาดของ

(ก) แนวคิดสยามแดง ที่มองว่าต้องจับอาวุธ หรือสู้ใต้ดิน เพราะการระดมมวลชนอย่างเปิดเผย “ทำไม่ได้”

(ข) แนวอาจารย์ชูพงษ์ที่เสนอว่า “เราสู้ไม่ได้ เพราะมีคนสำคัญที่สั่งทหารได้และมีอำนาจล้นฟ้า” เราเลย “ต้อง” จำใจขอความเมตตาจากคนนี้อย่างเดียว

(ค) แนวของคุณอาคมซิดนี่ย์ ที่มองว่าคนเสื้อแดงต้องพึ่งพาการจัดตั้งของพรรคเพื่อไทยตลอด สู้เองไม่ได้

6. กิจกรรมในวันที่ 19 กันยา เป็นเครื่องเตือนใจให้นักการเมืองพรรคเพื่อไทยทราบ ว่า เขาไม่สามารถหันหลังและมองข้ามข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดงเพื่อการ “ปรองดอง” กับอำมาตย์ได้ ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่สู้เพื่อความยุติธรรมและประชาธิปไตย คนเสื้อแดงจะสู้อย่างอิสระและลดความสำคัญของพรรคเพื่อไทยลง

และที่ สำคัญมากๆ คือ 19 กันยา ส่งสัญญาณให้อำมาตย์ว่าเขาไม่ได้ชนะ และจะไม่ชนะ และทุกนาทีที่ผ่านไป ประชาชนค่อยๆ เสื่อมศรัทธาในระบบที่ให้ความชอบธรรมกับเผด็จการด้วย เวลาอำมาตย์ฝันร้าย เขาจะได้ยินเสียงตะโกนของมวลชนว่า “เหี้ยสั่งฆ่า”

และเรากับเขาทราบดีว่าประชาชนหมายถึงใคร

--
ติดตามงานของใจ อึ๊งภากรณ์

http://siamrd.blog.co.uk/
http://wdpress.blog.co.uk/
http://redsiam.wordpress.com/

see YOUTUBE videos by Giles53
ผมไม่ใช้ twitter

รัฐมนตรีอินเดียเผยราชวงศ์ดูไบกับไทยสานพระราชไมตรีเล็งร่วมลงทุนสวนสนุก2แสนล้านรูปี

ที่มา Thai E-News


นายเมอรูเกช อาร์ เนอรานี (Murugesh R Nirani) รัฐมนตรีฝ่ายอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และขนาดกลาง ของอินเดีย

ที่มา Business Standard
แปลโดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
22 กันยายน 2553

เวบไซต์ข่าวธุรกิจในอินเดียชื่อ www.business-standard.com/india/ ได้นำเสนอข่าวพาดหัวเรื่อง Royal families of Thailand,Dubai eyeing 'gold' in Kolar(พระราชวงศ์ไทย,ดูไบมองหาช่องทางขุดทองในเมืองโคลาร์)

ทั้ง นี้ได้นำเสนอในรายงานข่าวว่า ราชวงศ์ของดูไบและไทยได้ยื่นข้อเสนอที่จะลงทุน 2 แสนล้าน รูปี สำหรับสวนสนุกที่ การ์นาตากา (Karnataka)

โดยกิจการ ที่รวมถึงที่พักอาศัยขนาดเมืองเล็ก ๆ และโรงแรม จะกินเนื้อที่กว่า 20,000 เอเคอร์ ในแคว้น โคลาร์ (Kolar) ซึ่งเป็นที่รู้จักว่าเป็นเมืองสำหรับการฝากทองคำ

“พวกราชวงศ์ต้อง การที่จะพัฒนาสวนสนุกด้วยการสร้างที่อยู่อาศัยแบบเมืองเล็ก ๆ มีศูนย์รวมความบันเทิง และโรงแรม อยู่ภายในสวนสนุก ด้วยการลงทุนด้วยเงิน 2 แสนล้านรูปี รัฐบาลได้เริ่มการคุยรอบแรกกับคณะตัวแทนแต่ยังไม่มีการตกลงตัดสินใจ” เมอรูเกช อาร์ เนอรานี (Murugesh R Nirani) รัฐมนตรีฝ่ายอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และขนาดกลาง กล่าว

การให้สัมภาษณ์ ครั้งนี้ในโอกาสที่เขาทำหน้าที่เปิดผลิตภัณฑ์ใหม่ของธนาคาร Corporation เมื่อวันอังคาร เนอรานีกล่าวว่ารัฐบาลเป็นฝ่ายผัดผ่อนการตัดสินใจการยื่นข้อเสนอ ในการนี้เป็นความริเริ่มจากราชวงศ์ดูไบในการคุย

เขากล่าวว่ารัฐบาล ได้ประกาศครั้งสุดท้ายในการถือสิทธิ์ 80,000 เอเคอร์ ในการแบ่งส่วนสำหรับโครงการอุตสาหกรรม เป็นที่แน่ชัดในช่วงการพบปะนักลงทุนจากทั่วโลกที่เพิ่งผ่านพ้นไป คณะกรรมการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมการ์นาตากา ได้ประกาศการถือสิทธิ์เบื้องต้นสำหรับพื้นที่อีก 30,000 เอเคอร์ด้วย

ใน การประท้วงโดยเกษตรกรในแคว้น เบลลารี (Bellary), ฮาเวรี (Haveri) และ ไบจาปัวร์ (Bijapur) ในเรื่องการถือสิทธิ์ที่ดินของโครงการเหล็กของ อาร์คาลอร์ มิททัล (ArcelorMittal) และ ทาทา เมทัลลิคส์ (Tata Metaliks) และ โครงการที่ยื่นเสนอโดย บริษัทของรัฐ เอ็น ที พี ซี (NTPC Ltd) ใน ไบจาปัวร์ (Bijapur) เนอรานีกล่าวว่ารัฐบาลจะไม่บังคับเพื่อเข้ายึดที่ดินจากเกษตรกรคนใด

“เรา จะไม่บังคับเกษตรกรที่จะแบ่งพื้นที่ของพวกเขา หากกว่า 80 เปอร์เซนต์ของเกษตรกรในพื้นที่ประกาศโครงการปฏิเสธที่จะขายที่ดิน ในกรณีทั่วไป เกษตรกรยินดีที่จะขายที่ดินของพวกเขา รัฐบาลยื่นข้อเสนอที่จะจ่ายเงินเป็นสองเท่ากว่าราคาที่ประเมิน” เขากล่าว

เนอ รานีกล่าวว่ารัฐบาลมีความหวังว่าจะพัฒนาโครงการพลังงานอย่างน้อย 6,000 เมกะวัตต์ ควบคู่ไปกับท่อส่งก๊าซธรรมชาติ 2 ท่อ ภายใต้การดำเนินงานของรัฐ ในขณะที่บริษัท GAIL กำลังวางท่อน้ำมัน 800 กิโลเมตร จาก ดับโฮส (Dabhol) ในเมืองมหาราชตรา (Maharashtra) ไปยัง บิดาดี (Bidadi) (30 กิโลเมตร จาก บังกาลอร์) อีกท่อกำลังวางโดยบริษัท Reliance จากเชนไนไป มังกาลอร์ ผ่าน บังกาลอร์

Red Around The World-แดงยุโรปสัญจรวางดอกไม้แดงผูกโบว์ดำอาลัย+สานเจตนาวีรชนประชาธิปไตย

ที่มา Thai E-News


โดย Rojana Treiling

แดง EU จัดชุมนุม 17-19 ทำกิจกรรมและวางดอกไม้ผูกโบว์ดำไว้อาลัยวีรชนประชาธิปไตยไทย

18 กันยายน 2010

หลัง จากกำหนดการรวมพลังของเสื้อแดงไทยในภูมิภาคยุโรปทั้งหมด อาทิ เยอรมัน ฝรั่งเศส เดนมาร์ค นอเวย์ สวีเดน สกอ๊ตแลนด์ กว่า 200 คน ในวันที่ 17 กันยายนแล้ว อีก 2 วันคือ18-19ก็มีการจัดกิจกรรมขึ้น 2 สถานที่

แห่ง แรกใจกลางเมืองฮัมบวร์กในวันที่ 18 จากนั้นเดินทางไกลอีกกว่า 300 กิโลเมตรสู่เบอร์ลินเพื่อทำพิธีรำลึกวีรชน 92 ศพ +วีรชนนวมทอง ไพรวัลย์ หน้าสถานทูตไทยในเบอร์ลิน









เยอรมนี-"ทัวร์ นกขมิ้นแดงแจ๊ด นปช.สัญจร" ร่วมกับ "แดงฮัมบวร์ก"จัดงานครบรอบ 4 ปีรัฐประหารประเทศไทยได้อะไร? ที่Gansemarkt กลางเมืองฮัมบวร์ก เยอรมนี

นปช.ฮัมบวร์กเป็นเจ้าภาพในการต้อนรับเคลื่อนไหวครั้งนี้ในวันที่ 18 กันยายน คศ.2010 มีการแสดง"เราเห็นคนตายที่ราชประสงค์"

เมื่อ ถึงเวลานัดหมายพรึบพร้อมสะพรั่งดั่งดอกไม้แดงบานกลางเมืองดั่งในภาพ ทุกคนจากทุกท้องถิ่นต่างได้นำป้ายประท้วง อุปกรณ์มาร่วมชุมนุม

งานชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยไทยจึงคึกคักเป็นที่สนใจของคนเยอรมัน และนักท่องเที่ยวที่ได้แวะเวียนมาสอบถาม ขอรายละเอียดตลอดเวลา

พวก เขาจะได้รับแผ่นใบปลิวข้อความจากกลุ่มคนเสื้อแดงไทยในภูมิภาคยุโรปอธิบายถึง ที่มา และ เหตุผลของการชุมนุมเรียกร้องความยุติธรรม มีเอกสารขอร่วมเซ็นต์ชื่อเพื่อรวบรวมส่งองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนฟ้องเรื่อง การละเมิดประชาชนของรัฐบาลไทย

ถึงแม้ฝนจะตกลงต้อนรับ ยิ่งทำใพวกเราได้รับรู้ถึงความทุกข์ยากของเสื้อแดงเมืองไทยวัดไผ่เขียว ซึ่งได้ต่อสู้มาอย่างทรหดอดทนมาก่อนพวกเรา แม้ขณะนี้บางกลุ่มก็ยังถูกคุมขังล่ามโซ่ตรวน

ดังนั้นพวกเราจึงไม่มีใครย่อท้อ จนฝนผ่านไปสองครั้ง ถึงมีแดดออกอีก เหมือนเปิดโอกาศให้พวกเราได้ร่วมกิจกรรมรายงานเหตุการณ์จนสมบูรณ์

19 กันยายน 2010








09.00 น.ร่วม ทำบุญอุทิศส่วนกศลให้วีรชนผู้เสียชีวิต ณ วัดพุธบารมี ฮัมบวร์ก จากนั้นทัวรน์นกขมิ้นแดงแจ๊ด นปช.สัญจร จากฮัมบวร์ก เดินทางไกลอีก 300 กิโล มุ่งหน้าสู่เป้าหมายกรุงเบอร์ลิน

15.00น. ทัวร์นกขมิ้นแดงเจ๊ด 3 คันรถบัส พร้อมแนวร่วมประชาธิปไตยท้องถิ่นเบอร์ลินเพื่อ รำลึกถึง เสธ.แดง-พลตรี ขัติยะ สวัสดิผล พร้อมหล่าวีรชนประชาธิปไตย 92 ศพ และวีรชน คุณนวมทอง ไพรวัลย์ วีรชนคนขับแทกซี่ชนรถถังผู้รักประชาธิปไตยยุครัฐประหาร19 กันยายน 2549

(ทัวร์ นกขมิ้นแดงแจ๊ดขอขอบคุณเพื่อนๆ เสื้อแดงไทยจากทุกหัวเมืองในเยอรมนี และ จากทุกประเทศที่เดินทางมาร่วมงาน ขอขอบพระคุณเจ้าภาพ วัดพุทธบารมี ตลอดจนบางท่านร่วมรับภาระเป็นสิ่งของ แรงงาน แรงกาย และกำลังเงินมา ณ ที่นี้)


***********
ข่าวเกี่ยวเนื่อง:ไฮไลต์ภาพกิจกรรมทุกมุมโลกRed Around The World

Wednesday, September 22, 2010

ภาพเสื้อแดงตาสว่างจากเชียงใหม่ยันเชียงราย

ที่มา thaifreenews

โดย หงส์ศาลาแดง

มาช้าหน่อยนะครับ
ทีแรกผมเตรียมโน๊ตบุ๊คไปด้วย
ปรากฏว่าลืมไว้ที่บ้าน 555



คลิ้กดูภาพชัดๆ ทั้งหมดได้ที่นี่ครับ