WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, September 29, 2010

ฤา เมืองไทยจะสิ้นคนดี

ที่มา thaifreenews

โดย คำปัน

*ว่าที่นายกสำรอง*
เนื่อง จากผลการตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหานำเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง จำนวน 29 ล้าน ไปใช้ไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ ใกล้เข้ามาแล้ว







*การเมืองเป็นสิ่งไม่แน่ไม่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้ ในยุคนี้*
ฤา เมืองไทยจะสิ้นคนดี

"ในหลวง" รับสั่ง คนมีมากควรที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปันคนไม่มี

ที่มา ประชาไท

"ในหลวง" มีพระราชดำรัสต่อคณะองคมนตรีและภริยา ซึ่งเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ เกี่ยวกับหลักการที่จะทำให้บ้านเมืองสงบสุข คนมีมากควรที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปันคนไม่มี ส่วนผู้ที่ไม่มี ก็ควรพยายาม ไม่ควรรอคอยแต่ความช่วยเหลือ

เวลา 17.33 น. วันที่ 27 กันยายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ ห้องประชุม ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี นำคณะองคมนตรี และภริยา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เป็นการส่วนพระองค์
โอกาส นี้ มีพระราชดำรัสเกี่ยวกับหลักการที่จะทำให้บ้านเมืองสงบสุขว่า "บุคคลที่นับได้ว่า มีสิ่งต่างๆ มากกว่าผู้อื่น สมควรที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่หรือแบ่งปันแก่ผู้ไม่มี อย่างพอเหมาะพอสม และตนเองไม่เดือดร้อน ส่วนผู้ที่ไม่มี ก็ควรพยายาม ไม่ควรรอคอยแต่ความช่วยเหลือ หรือคิดว่าตนเองไม่มีความสามารถ หากช่วยเหลือกันดังนี้แล้ว บ้านเมืองก็จะสงบสุข ... "

นักปรัชญาชายขอบ: ดาบที่ประหารเสรีภาพ

ที่มา ประชาไท

นักปรัชญาชายขอบ

สิ่ง ที่จริงกว่าคำขวัญที่ว่า “เสรีภาพของสื่อคือเสรีภาพประชาชน” นั่นคือ “เสรีภาพของสื่อคือเสรีภาพของสื่อ” แต่เมื่อสื่อที่พยายามให้พื้นที่เสรีภาพต้องถูกละเมิดเสรีภาพ สื่อทั้งหลายทำอะไรกัน?

คำขวัญที่ว่า “เสรีภาพของสื่อคือเสรีภาพประชาชน” อาจไม่จริง เพราะที่จริงกว่าคือ “เสรีภาพของสื่อคือเสรีภาพของสื่อ” เนื่องจาก
ประการแรก สื่อไม่ว่าจะเป็นสื่อของรัฐหรือของเอกชนก็ล้วนแต่เป็นสื่อที่มี “เจ้าของ” สื่อของรัฐตามหลักการแล้วประชาชนคือเจ้าของ แต่โดยพฤตินัยรัฐบาลคือเจ้าของ ฉะนั้น สื่อของรัฐจึงถูกใช้เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล และมันก็ไม่มียุคไหนที่สื่อของรัฐจะถูกใช้เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล และกลุ่มการเมืองที่สนับสนุนรัฐบาลอย่างน่าเกลียดเท่ากับยุคนี้
ส่วน สื่อของเอกชน ถ้าเจ้าของสื่อพยายามรักษาอุดมการณ์และจรรยาบรรณวิชาชีพสื่อ ก็เป็นไปได้ว่าเสรีภาพของการเสนอและวิเคราะห์ข่าวสาร หรือแสดงความคิดเห็นอื่นๆ จะดำเนินไปในทิศทางที่ปกป้องเสรีภาพของประชาชน แต่ถึงอย่างไรสื่อก็เป็นธุรกิจที่ทำธุรกิจโฆษณากับทั้งธุรกิจภาคเอกชน และงบโฆษณาของภาครัฐ เงื่อนไขทางธุรกิจก็อาจจำกัดเสรีภาพของสื่อได้ โดยเฉพาะในสงครามแห่ง “สี” สื่อที่ต้องคำนึงถึงลูกค้าจากทุกสีอาจไม่กล้าพอที่จะเปิดพื้นที่ให้กับ “ความจริง” หรือ “ความเห็น” ของสีใดสีหนึ่ง หรือเปิดพื้นที่ให้ทั้งสองสีโต้แย้งกัน
ข้อจำกัด อีกอย่างคือ สื่อเป็น “พื้นที่ความเห็น” ของคนเพียงไม่กี่คน คือคอลัมนิสต์ไม่กี่คน แม้พื้นที่เปิดนอกเหนือจากคอลัมนิสต์ก็เป็นพื้นที่ความเห็นของคนมีชื่อเสียง หรือผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าคนธรรมดาสามัญ โนเนม หรือคนชั้นล่างแทบไม่ได้มีโอกาสใช้พื้นที่สื่อเหล่านี้เสนอความเห็นของตัว เอง
ที่แย่กว่านั้นคือ สื่อบางสื่อถึงขนาดมีกฎว่า ห้ามเสนอข่าว ความคิดเห็น บทความของบุคคลชื่อนั้นชื่อนี้ หรือของคนสีนั้นสีนี้ และที่แย่หนักเข้าไปอีกคือเวลาสื่อบางสื่อลงข้อคิดเห็น หรือบทความวิพากษ์วิจารณ์บุคคลใดบุคคลหนึ่งไปแล้ว พอมีบทความหรือข้อคิดเห็นอีกด้านที่อธิบายข้อเท็จจริงและเหตุผลของผู้ถูก วิพากษ์วิจารณ์จนเกิดความเสียหายไปแล้วนั้น สื่อ (ที่อ้างว่าเป็น “สื่อคุณภาพ” ด้วยซ้ำ) ก็ไม่นำเสนออีกด้านเฉยเลย ซึ่งตัวอย่างพื้นๆ เหล่านี้มันแสดงให้เห็นว่า “เสรีภาพสื่อ” ไม่อาจแทน “เสรีภาพประชาชน” ได้
ประการที่สอง ที่ว่าการปฏิรูปสื่อต้องให้สื่อตรวจสอบกันเองนั้น ก็มีข้อจำกัดมาก เพราะวัฒนธรรม “แมลงวันย่อมไม่ตอมแมลงวัน” เป็นวัฒนธรรมที่แข็งของวงการสื่อ ไม่ต่างจากวงการอื่นๆ คนในวงการสื่อวิจารณ์คนอื่นได้หมดนอกจากคนในวงการตนเอง ปัจจุบันนี้เห็นมีวิจารณ์กันบ้าง แต่วิจารณ์ด้วยเงื่อนไขแห่ง “สี” ไม่ใช่วิจารณ์ด้วยเงื่อนไขของการปกป้อง/ไม่ปกป้องเสรีภาพประชาชน
ที่ น่าเศร้าคือ เวลาที่สื่อด้วยกันถูกคุกคามเสรีภาพ มีสื่อฉบับไหนบ้างที่ “ทำข่าว” เชิงเจาะลึกในเรื่องดังกล่าว ที่เห็นกันอยู่คือเสนอข่าวแบบผ่านๆ ไม่ขึ้นหน้าหนึ่งเหมือนข่าวดาราทำผู้หญิงท้องด้วยซ้ำ!
ผม แปลกใจมากว่า ทำไมเมื่อสื่อถูกคุกคามเสรีภาพ เช่น กรณี ผอ.ประชาไท ถูกจับด้วยข้อกล่าวหาทำผิดกฎหมายหมิ่นฯ ทำไมสื่อที่ต่างก็ชูคำขวัญว่า “เสรีภาพสื่อคือเสรีภาพประชาชน” ไม่ทำข่าวแบบเจาะลึก เช่น ไปสัมภาษณ์ผู้ถูกจับกุม องค์กรสิทธิมนุษย์ชน ผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ ว่ามีความเห็นอย่างไรกับกฎหมายหมิ่นฯ เอาเนื้อหากฎหมายหมิ่นฯ มาวิพากษ์ว่ามันเป็นกฎหมายละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่จะพูดความจริงของ ประชาชนหรือไม่?
หรือ ไปถามนักนิติปรัชญาว่า กฎหมายเช่นนั้นเป็นกฎหมายที่ยุติธรรมหรือไม่? ถ้านึกไม่ออกว่าจะไปถามใคร ก็ไปถามคณะกรรมการปฏิรูประเทศ เช่น คุณอานันท์ ปันยารชุน คุณหมอประเวศ วะสี นิธิ เอียวศรีวงศ์ เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ก็ได้ว่า สมควรยกเลิกกฎหมายหมิ่นหรือไม่? เพราะคนเหล่านี้ต่างก็เคยเรียกร้อง “การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง” มาเป็นสิบๆ ปี แล้วการปฏิรูปประเทศถ้าไม่เปลี่ยน “โครงสร้างอำนาจ” หรือกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการพูดความจริงของประชาชน ภาษีประชาชนที่เป็นค่าปฏิรูปฯ 60 ล้านบาท จะเสียเปล่าไหม?
สื่อ อย่างประชาไทพยามเป็นอิสระจาก “ทุน” หรือไม่สังกัดนายทุนใดๆ ที่จะมีอำนาจบงการทิศทางการทำหน้าที่สื่อ และพยายามเปิดพื้นที่เสรีภาพสำหรับทุกความเห็นจริงๆ นำเสนอข้อเท็จจริงบางเรื่องที่สื่อกระแสหลักไม่กล้าเสนอ ฯลฯ ซึ่งความพยายามเหล่านี้คือความพยายามขยายพื้นที่เสรีภาพของประชาชน
“การ ขยายพื้นที่เสรีภาพ” มันต่างจากการพยายาม “ให้ปัญญา” ตรงที่อย่างหลังคุณรวบเสรีภาพไว้ที่ตัวคุณ แล้วก็ใช้เสรีภาพในการนำเสนอความคิดของคุณอย่างเต็มที่ และเสนออย่างผู้อบรมสั่งสอนราวกับว่าเป็น “สื่อศาสดา” ที่มีเป้าหมายเพื่อสร้าง “กลุ่มศาสนิกสื่อ” ที่เลื่อมใสศรัทธาในสื่อนั้นๆ แต่การขยายพื้นที่เสรีภาพคือการขยายพื้นที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้ใครก็ ได้เข้ามาใช้พื้นที่ดังกล่าวได้
แต่ความเสี่ยงที่ หนักหนาสาหัสของสื่อที่มุ่งขยายพื้นที่เสรีภาพคือ การถูกลงดาบด้วยกฎหมายหมิ่นฯ ซึ่งเป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า ดาบดังกล่าวนี้มีไว้ใช้เพื่อฟาดฟันฝ่ายที่มีความเห็นต่างทางการเมือง และข้อเท็จจริงก็คือว่าประชาไทเป็นพื้นที่เปิดสำหรับทุกสี เพียงแต่ว่าสีแดงอาจเข้ามาใช้มากกว่า สีเหลืองที่เข้ามาก็ด่าสีแดงได้เต็มที่ นี่คือ “เสรีภาพ” แต่ในที่สุดแล้วคนที่มาใช้พื้นที่ตรงนี้ก็จะรู้เองว่าการใช้เหตุผลน่าสนใจ กว่าการด่า การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็จะค่อยๆ พัฒนาไป ไม่ใช่เถียงด้วยเหตุผลไม่ได้ ด่าสู้ไม่ได้ แล้วจะเรียกหาดาบมาฟาดฟันอีกฝ่าย หรือผู้รับผิดชอบเว็บฯ
แต่ ก็นั่นแหละครับ ตราบที่ยังมีดาบอยู่ มันก็ต้องมีผู้ใช้ดาบอยู่วันยังค่ำ คำถามคือ ถ้าสังคมสังคมหนึ่งอนุญาตให้มีดาบเล่มหนึ่งที่ใครจะใช้มันฟาดฟันคนอื่นๆ ได้เลย หากเขาเชื่อว่า ตีความว่า เห็นว่า บุคคลคนนั้น (ที่ทำมาหากิน มีภาระรับผิดชอบจิปาถะ) เหมือนเขานี่แหละไปพูดความจริงด้านที่ไม่บวกของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สังคมนี้ นับถือ และมันก็เป็นไปได้สูงมากว่าดาบอันนี้จะถูกใช้ฟาดฟันศัตรูทางความคิด ศัตรูทางการเมือง และ ฯลฯ สังคมเช่นนี้จะเป็นสังคมที่น่าอยู่ไหม? การที่รัฐยื่นดาบให้ประชาชนทุกคนใช้ประหัตประหารเสรีภาพกันได้ มันคือการยื่นหลักประกันความสงบสุขของสังคมหรือ?
หรือ หากมองลึกลงไปถึง “แก่นสาร” (essence) ความเป็นคนคือ “การมีเสรีภาพ” กฎหมายหมิ่นฯ เป็นกฎหมายที่ขัดแย้งกับ “ความเป็นคน” ดังกล่าวนี้หรือไม่? สื่อหากจะยังยืนยันคำขวัญ “เสรีภาพของสื่อคือเสรีภาพประชาชน” ได้ต่อสู้เพื่อปกป้องความเป็นคนดังกล่าวนี้อย่างหนักแน่นเพียงใด?
โดยเฉพาะเมื่อสื่อด้วยกันเองที่พยายามยืนยันเสรีภาพของประชาชน ต้องถูกละเมิดเสรีภาพ สื่อทั้งหลายทำอะไรกันอยู่???!

แถลงการณ์เครือข่ายนักสิทธิฯ ร้องยุติการดำเนินคดีที่ไม่เป็นธรรม ผอ.เว็บประชาไท

ที่มา ประชาไท

ชี้ การจับกุมส่อให้เห็นว่าประเทศยังถูกรัฐปิดกั้นและละเมิดสิทธิเสรีภาพ การแสดงออก ร้องตำรวจแห่งชาติทบทวนวิธีการการออกหมายจับในทันที โดยไม่ออกหมายเรียกก่อน พร้อมเสนอรัฐบาลทบทวนแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไม่ให้ผลักภาระความรับผิดให้ “ผู้ให้บริการ”

แถลงการณ์ดังกล่าวมีรายละเอียดดังนี้
แถลงการณ์องค์กรสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท
เผยแพร่วันที่ 27 กันยายน 2553
ตาม ที่นางสาวจีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไทได้ถูกควบคุมตัวที่สนามบินสุวรรณภูมิหลังจากเดิน ทางกลับจากต่างประเทศในวันที่ 24 กันยายน 2553 ตามหมายจับ ศาลจังหวัดขอนแก่น โดยกล่าวหาว่านางสาวจีรนุช เปรมชัยพรได้กระทำความผิดฐานเป็นตัวการ, ร่วมกันประกาศแก่บุคคลทั่วไปให้กระทำความผิด ฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ, ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความผิดเกี่ยวกับการ ก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา และเป็นผู้ให้บริการจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีการกระทำผิดในระบบ คอมพิวเตอร์ในความควบคุมของตนเองซึ่งเข้าองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 83, 85, 112 และมาตรา116 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 14 มาตรา15 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550
องค์กรดังมีรายนามข้างท้ายมีความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวต่อไปนี้
1. สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกเป็นสิ่งสำคัญและเป็นหลักการซึ่งยอมรับตามหลักสากล พื้นที่เว็บไซต์ประชาไทเป็นพื้นที่ซึ่งเปิดให้ประชาชนซึ่งมีความคิดเห็นที่ แตกต่างหลากหลายได้เข้ามาใช้พื้นที่ดังกล่าวแสดงความเห็นต่อประเด็นต่างๆ โดยที่ผ่านมาเว็บไซต์ประชาไทพยายามจัดระบบในการดูแลข้อความไม่เหมาะสมดัง กล่าว หากมีการแสดงข้อความไม่เหมาะสมสมาชิกเว็บไซต์สามารถตรวจสอบและแจ้งลบได้ แต่เว็บไซต์ประชาไทยังคงถูกปิดกั้นการรับรู้ข่าวสารของประชาชนหลายครั้ง รวมถึงความจำเป็นในการปิดตัวของเว็บบอร์ดประชาไท และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจับกุมนางสาวจีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ ย่อมแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังถูกรัฐปิดกั้นและละเมิดสิทธิเสรีภาพการ แสดงออกอันเป็นการละเมิด สิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง
2. การจับกุมนางสาวจีรนุชในฐานะ “ผู้ให้บริการ” ตามมาตรา 14 และมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 83 , 85 , 112 ฐานความผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และมาตรา 116 ฐานความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร แห่งประมวลกฎหมายอาญา โดยที่นางสาวจีรนุชเป็นเพียงผู้อำนวยการเว็บไซต์ ไม่ใช่ผู้จัดทำข้อความ ซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดโดยตรง มิได้มีเจตนาในการกระทำความผิดย่อมเป็นการผลักภาระให้แก่ผู้ให้บริการให้ ต้องรับผิดทางอาญาต่อเนื้อหาซึ่งผู้ให้บริการไม่ได้เป็นผู้โพสต์หรือเป็นผู้ ผลิตขึ้น ประกอบกับวิธีการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ไม่มีขั้นตอนการแจ้งเตือนข้อความดังกล่าวแก่ผู้ให้บริการ ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการรับทราบและลบข้อความทิ้งโดยเป็นการ แสดงเจตนาว่าไม่ได้ยินยอมให้มีการโพสต์ข้อความที่ผิดกฎหมายได้ การตีความและการบังคับใช้กฎหมายในลักษณะเป็นการผลักภาระความรับผิดทางอาญามา ให้แก่ผู้ให้บริการดังกล่าวจึงเป็นการขัดกับหลักนิติธรรมอย่างรุนแรง เนื่องจากเป็นการตรากฎหมายและบังคับใช้กฎหมายแก่ผู้ซึ่งไม่ได้กระทำความผิด
3. การที่เจ้าพนักงานตำรวจเข้าดำเนินการออกหมายจับกุม นางสาวจีรนุช เปรมชัยพร โดยไม่เปิดโอกาสให้เข้ามอบตัวโดยกระบวนการปกติ คือ ออกหมายเรียกให้ไปรายงานตัว เป็นการดำเนินการที่เกินกว่าเหตุ และไม่มีมาตรฐาน เพราะ นางสาวจีรนุช ไม่มีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่าจะหลบหนี หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานตำรวจแต่อย่างใด
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นองค์กรที่มีรายนามข้างท้ายขอเรียกร้องให้
1. ให้พนักงานสอบสวนยุติการดำเนินคดีนางสาวจีรนุช เปรมชัยพร โดยพิจารณาสั่งไม่ฟ้องคดีในทันที เพราะนางสาวจีรนุช เพียงผู้อำนวยการเว็บไซต์ ไม่ใช่ผู้จัดทำข้อความ ซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดโดยตรง มิได้มีเจตนาในการกระทำความผิด และให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินคดี เช่น ก่อนจะดำเนินคดีพนักงานสอบสวนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีหนังสือแจ้ง เตือนผู้ให้บริการก่อน หากผู้ให้บริการไม่ดำเนินการใด ๆ เจ้าพนักงานตำรวจจึงจะมีอำนาจดำเนินการมาตรการต่อไป เป็นต้น
2. ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทบทวนการออกหมายจับในลักษณะดังกล่าว ซึ่งเป็นการสร้างภาระแก่ผู้ต้องหาและจำเลยเกินสมควร และควรสืบสวนเพื่อให้ข้อเท็จจริงเพียงพอโดยการออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหามา ให้ปากคำก่อนไม่ใช่เพียงมีผู้กล่าวหาว่าผู้ต้องหากระทำความผิดซึ่งมีอัตรา โทษสามารถออกหมายจับได้ จะออกหมายจับในทันที เนื่องจากวิธีปฏิบัติดังกล่าวนำมาสู่การละเมิดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนอัน กระทบต่อสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน
3. ให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนแก้ไขปรับปรุงบทบัญญัติในพระราชบัญญัติว่าด้วยการ กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ให้มีความเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริง เพื่อไม่ให้เป็นการผลักภาระความรับผิดทางอาญามาให้ “ผู้ให้บริการ” ซึ่งไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด
เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
โครงการนิติธรรมสิ่งแวดล้อม
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)

Tuesday, September 28, 2010

แดงสยาม:มาร์คออกไปปรองดองถึงจะเกิด แก้รากเหง้าปัญหาผ่าวิกฤตเลิกดึงสถาบันฯพันการเมือง

ที่มา Thai E-News




โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
28 กันยายน 2553

เมื่อ วานนี้"แดงสยาม"นำโดยนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ได้เปิดการเสวนาและแถลงข่าวเรื่อง"โรดแม็ปเพื่อแก้ปัญหาประเทศไทย"โดยมีสาระ สำคัญดังต่อไปนี้

1. สังคมไทยมาถึงจุดเปลี่ยนไม่อาจจะปฏิรูปซ่อมแซมได้อีกต่อไป ต้องปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ความเป็นสังคมสมัยใหม่ในยุคโลกาภิวัฒน์

2. การปรองดองไม่อาจเกิดขึ้นได้โดยรัฐบาลที่ปราบปรามเข่นฆ่าประชาชน ดังนั้นจะต้องเปลี่ยนรัฐบาลจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นรัฐบาลที่เป็นกลาง ที่ยอมรับได้ทุกฝ่ายทำหน้าที่เป็นรัฐบาลเพื่อความปรองดองแห่งชาติ

3. ความปรองดองจะต้องร่วมกันทุกฝ่ายไม่ใช่ทำฝ่ายเดียว และจะต้องทำในทุกระดับ ตั้งแต่ชนชั้นล่างจนถึงชนชั้นบนสุดของสังคม เพราะความขัดแย้งหลักเป็นความขัดแย้งของชนชั้นบนสุดของสังคม ระหว่างชนชั้นบนใหม่กับชนชั้นบนเก่า ที่เป็นชนชั้นสูงซึ่งเป็นด้านหลักของความขัดแย้ง

4. เมื่อมีรัฐบาลเพื่อความปรองดองแห่งชาติเกิดขึ้นแล้วจะต้องออกกฏหมายนิรโทษ กรรมให้แก่ผู้ที่ถูกกล่าวหาและถูกตัดสินลงโทษอันเนื่องมาจากวิกฤติความขัด แย้งทางสังคมและการเมือง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมาทุกคนทุกฝ่าย

5. เพื่อป้องกันมิให้เกิดวิกฤติซ้ำซ้อนอีกในอนาคตจะต้องมีการปฏิวัติรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนแปลงแก้ไขในหมวด 2 ว่าด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์โดยศึกษาจากประเทศต่างๆ ที่เจริญแล้ว และมีการปกครองเช่นเดียวกับประเทศไทย ที่มีสถาบันกษัตริย์เป็นประมุข เช่น ญี่ปุ่น อังกฤษ สวีเดน เดนมาร์ก และเบลเยี่ยม เพื่อป้องกันมิให้มีบุคคลใดๆ ดีงสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาแสวงหาผลประโยชน์และแสวงหาอำนาจอีกต่อไป

มีแต่จะต้องดำเนินการเช่นนี้ จึงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามแนวทางปฏิวัติ เปลี่ยนผ่านแบบสันติเกิดขึ้นและรอดพ้นจากสงครามกลางเมือง

แดงสยาม

ชีวิตของ “เสกสิทธิ์ ช้างทอง”!!!

ที่มา Thai E-News



โดย Schopenhauer
28 กันยายน 2553

4 เดือนผ่านไป แต่ละวันผ่านไปด้วยความเจ็บปวด เจ็บทั้งร่างกาย และจิตใจ

ชายหนุ่มชื่อ “เสกสิทธิ์ ช้างทอง” อาชีพขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง

เขาถูกยิงบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. บริเวณถนนพระราม 4 หน้าพรรคเพื่อไทย


วันนี้ “ดวงตาทั้งสองข้าง” ของเสกสิทธิ์บอดสนิท

เขาดำรงชีวิตอยู่ด้วยความเจ็บปวด ทุกเช้ามีอาการปวดที่เบ้าตา

ระหว่างวัน ปวดที่ต้นคอ และขมับ - กระสุนปืนยังฝังอยู่บริเวณหว่างคิ้วของเขา

โดยกระสุนปืนได้ตัดประสานตาทั้ง 2 ข้าง !!!



เสกสิทธิ์ กล่าวว่า

“หมอบอกว่า ให้ทำใจ แม้ผ่าตัดออกมา ก็คงจะเรียกคืนการมองเห็นไม่ได้”

“แต่ผมต้องการความช่วยเหลือในการผ่าตัดเอากระสุนออก เพราะกระสุนที่ค้างอยู่ทำให้

เวลาลืมตาแล้วน้ำตาไหล และปวดตา ปวดหัวมาก ต้องหลับตาตลอด นั่งรถยนต์ก็ทรมาน...”


อุดมการณ์ประชาธิปไตย และอุดมการณ์ของคนเสื้อแดงเท่านั้น ที่เป็นเครื่องปลอบใจ

ทำให้ผมมีกำลังใจ ปลุกใจให้ผม สู้ สู้ !!!


“เสกสิทธิ์ ช้างทอง” ทำผิดอะไรหรือ-ทำบาปอะไรหรือ - เขาประกอบอาชญากรรมอะไรหรือ?

จึงถูกลงโทษ และทำร้ายเช่นนี้!!!


ในยามทุกข์ยากเช่นนี้ - ขอให้พวกเรา อย่าได้ทอดทิ้งเสกสิทธิ์ และพี่น้องผู้บาดเจ็บอีกนับพัน.


...


4 เดือนผ่านไป – “วิญญาณผู้บริสุทธิ์” ยังคงเรียกร้องหาความยุติธรรม

กระบวนการกฎหมาย - คดีความ, ความถูก - ความผิด - - ยังไม่ได้เริ่มต้น???

สามัญสำนึกแห่งความดีงาม – ศีลธรรม จริยธรรม, ความดี - ความชั่ว - - ยังคงนิ่งเงียบ???


โอ้พระเจ้า - - ได้โปรดให้ความเป็นธรรมกับข้าด้วยเถิด.!!!



เสกสิทธิ์เล่าเหตุการณ์ฯ หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ - 25 ก.ย.53


น้อง เบิร์ด-นายสันติพงษ์ อินทร์จัน ถูกกระสุนยางที่เบ้าตา บริเวณสี่แยกคอกวัว ปัจจุบันตาบอด 1 ข้าง กับ นายธงไชย เหงวียน หรือ “ลุงปลาทู” ถูกยิงเข้าที่สะโพกซ้าย-ขวา

******
หมายเหตุ:หากท่านใดประสงค์จะช่วยเหลือคุณเสกสิทธ์ ช้างทอง ช่วยเหลือได้ที่

คุณสุชญา (ภรรยา) ธนาคารกสิกรไทย สาขาเทสโก้โลตัสปิ่นเกล้า บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 893-201-721-1

นพดลอัดมาร์คเปรียบสื่อแดงเป็นอัลไคด้าประจานต่างชาติ

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

วันที่ 27 ก.ย. ที่พรรคเพื่อไทย นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฏหมาย.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าว
ในการประชุมสมัชชาใหญ่ สหประชาชาติ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
กรณีที่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศสอบถามถึงการปิดทีวีของคนเสื้อแดง
โดยนายอภิสิทธิ์ ระบุว่าหากประเทศสหรัฐอเมริกามีช่องทีวีของกลุ่มอัลไคด้า จะปิดหรือไม่ ว่า
รู้สึกผิดหวังและมองว่าแสดงความเห็นของนายอภิสิทธิ์ ในเวทีโลก
แทนที่จะคุยเรื่องที่ดีของไทยใต้บรรยากาศปรองดอง
แต่นายกฯไปพูดโกหกในทำนองที่การปิดสื่อในประเทศไทย
โดยเปรียบเทียบคนรักประชาธิปไตยว่าเป็นผู้ก่อการร้ายอัลไคด้า
ซึ่งเป็นคำเปรียบเทียบที่รุนแรง


นอกจากนั้นยังระบุอีกว่าสาเหตุที่ยังคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน ก็ไม่จริงเช่นกัน
เพราะแม้แต่หน้าเว็บไซด์เฟซบุ๊คตนยังถูกปิด
ประชาชนที่มารวมตัวกันเรียกร้องประชาธิปไตยยังถูกจับกุม จะบอกว่าไม่กระทบได้อย่างไร
ทำให้ ทั้งนี้กำหนดการที่ตนจะจะเดินทางไปกรุงวอร์ชิงตัน สหรัฐฯในปลายเดือนนี้
เพื่อชี้แจงเรื่องแนวทางความปรองดองก็จะหยุดไปก่อน
เพราะและไม่อยากให้รัฐบาลว่าเราไปบิดเบือนข้อมูล หรือถูกนำไปเป็นประเด็นการเมือง

นายนพดล กล่าวอีกว่า ส่วนการพูดคุยระหว่างนายอภิสิทธิ์กับนายฮุนเซน
นายกรัฐมนตรีกัมพูชากว่า 30 นาที
นายอภิสิทธิ์ พูดกันถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ การจะจัดคอนเสิร์ตร่วมไทย-กัมพูชา
แต่ไม่หยิบยกประเด็นพื้นที่ทับซ้อนบริเวณประสาทพระวิหาร
หรือการก่อสร้างถนนที่รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว
ซึ่งสะท้อนให้เห็นวุฒิภาวะนายกฯของไทยว่าไม่มีความจริงใจ
ไม่จริงจังในการแก้ไขปัญหาและการเดินทางไปประชุมครั้งนี้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRJNE5UVTNORGMzTlE9PQ==

"ตู่"เดิมพันคอ"ธาริต"ชันสูตรศพเหยื่อไม่ทัน45วัน

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

วันที่ 27 ก.ย. ที่พรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย
และแกนนำนปช. กล่าวถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอฉ)ออกมาระบุว่า
จะใช้เวลา45วัน ในการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม ว่า
เรื่องนี้เป็นการตอแหลทั้งหมด
เพราะไม่มีทางที่จะทำเสร็จ
เพราะ9 ศพที่อยู่ในห้องเย็นวัดหัวลำโพง ยังรอคำสั่งศาลว่า
จะอนุญาตให้มีการชันสูตรพลิกศพหรือไม่
และศพผู้เสียก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้มีการชันสูตรพลิกศพ
เพื่อระบุสาเหตุการเสียชีวิต ตามกระบวนการวิธีพิจารณาความอาญา
ก่อนส่งผลให้อัยการนำไปไต่สวนในชั้นศาล
ล่าสุดเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเพิ่งจะตรวจพบหลักฐานบริเวณรางรถไฟฟ้าบีทีเอส
คำถามจึงมีว่าดีเอสส่งสำนวนฟ้องพวกตนได้อย่างไรว่าเป็นผู้ก่อการร้าย
ดังนั้นตนเดิมพันตัดคอกับนายธาริตว่าทำอย่างไรก็ไม่ทัน
ขณะที่ความคืบหน้าการยื่นฟ้องเรื่องนี้ต่อศาลโลก
ตนจะดำเนินการให้ทันภายในเดือนต.ค.และถ้าจะล่าช้าก็จะไม่ให้เกินต้นเดือนพ.ย.


http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRJNE5UVTNPRFkzTlE9PQ==

บก.ลายจุดปรับแผนลงพื้นที่-สนนท.เตรียมบุกคลองเปรม

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

วันที่ 27 ก.ย. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง
เปิดเผยว่า กิจกรรมในวันนี้ตนได้นำสมาชิกคนเสื้อแดงเดินทางไปเยี่ยม
พี่น้องคนเสื้อแดงที่ถูกจับกุมคุมขัง
ในข้อหาละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และคดีเผาศาลากลาง
ซึ่งยังไม่ได้รับการประกันตัวออกมา จำนวน 25 ราย ที่เรือนจำกลางอุดรธานี
ซึ่งผู้ต้องขังทั้งหมดได้ฝากให้ตนช่วยดูเรื่องคดีความให้
เพราะเขารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากในวันเกิดเหตุบางคนบอกว่า
แค่เดินถือกล้องเข้าไปถ่ายรูปขณะที่มีคนเผาศาลากลางเท่านั้นก็ถูกตามจับกุม
และถูกยัดข้อหาร้ายแรง ทั้งๆที่ไม่ได้ไปฆ่าคนตายหรือเป็นอาชญากรสำคัญ
และมีรายหนึ่งถูกจับเพราะไปร่วมทำกิจกรรมรำลึกเสธแดง
พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล เมื่อวันที่ 17 พ.ค.จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการประกันตัวเช่นกัน
นายสมบัติ กล่าวต่อว่า และมีอีกรายที่น่าสงสารมาก
ถูกจับยกครอบครัวทั้งพ่อแม่ รวมทั้งลูกสะใภ้ โดยปล่อยให้ลูก 2 คน
ซึ่งยังเล็กมากอาศัยอยู่กับย่าวัย 76 ปี ฐานะยากจนมาก
ไม่มีเงินมาประกันตัวให้จึงต้องให้อยู่ในคุกต่อไป
ซึ่งตนก็สงสัยว่าทำไมถึงไม่ให้ประกันตัวพวกเขาคนเดียวก็ยังดี
เพราะเขาจะได้ออกมาเลี้ยงดูลูก
และพวกเขาเหล่านี้ก็ไม่ใช่ฆาตกรไปฆ่าคนตายหรือไปค้ายาบ้า อย่างไรก็ตาม
บ่ายวันนี้ตนก็จะเดินทางลงพื้นที่วังสามหมอ
เพื่อพบปะชาวบ้านเสื้อแดง
เพื่อรับฟังปัญหาต่างๆ จากผลกระทบจากการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ แกนนำวันอาทิตย์สีแดง ยังกล่าวถึงการปรับรูปแบบใหม่
ในการเคลื่อนไหวทางการเมือง ว่า หลังจากเสร็จภารกิจลงพื้นที่ จ.อุดรธานี แล้ว
ก็จะมาหารือกันในกลุ่มสมาชิกว่าจะมีรูปแบบอย่างไร
แต่ยังคงกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดงอยู่
ซึ่งรูปแบบใหม่นี้จะเน้นลงพื้นที่มากขึ้น ไปเยี่ยมพี่น้องคนเสื้อแดงมากขึ้น
โดยใช้ชื่อว่า “เอ็นจีโอเสื้อแดงลงพื้นที่” เนื่องจากตนมองว่า
คนเสื้อแดงที่ถูกจับหรือได้รับผลกระทบจากรัฐบาลชุดนี้ ยังไม่มีคนไปดูแล
ดูเหมือนพวกเขาไม่มีคุณค่า
ทั้งๆที่พวกเขาเหล่านี้ก็ไม่ได้ต่ำไปกว่าสาหร่ายทะเล
หรือต่ำกว่าพวกกุ้ง หอย ปู ปลา พวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีคุณค่า
และต้องช่วยดูแล ส่วนจะเริ่มวันไหนนั้นจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
“เกมส์ใหม่นี้จะเน้นลงพื้นที่มากขึ้นลักษณะค่ายอาสาพัฒนา
ซึ่งตนจะสะสมมวลชนในการทำกิจกรรมดังกล่าวนี้โดยเร็วเพราะเป็นเรื่องสำคัญ”
แกนนำวันอาทิตย์สีแดง กล่าว
ด้าน น.ส.ปองขวัญ สวัสดิ์ภักดิ์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
กรรมการบริการ สนนท.กล่าวว่า ในวันที่ 30 ก.ย.เวลา 10.00 น.จะมีการแถลงข่าว
กิจกรรมทางการเมืองของกลุ่ม สนนท.ที่ห้องสมาคมนิสิตเก่าคณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
เรื่อง “จดหมายถึงเพื่อน”
ซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้เนื่องจากขณะนี้ยังคงมีกลุ่มนิสิต นักศึกษายังคงถูกคุมขัง
อยู่ในเรือนจำฯ ทั่วประเทศจากกรณีละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ซึ่งยังไม่ได้รับการประกันตัวออกมา และยังโดนขัดขวางห้ามเยี่ยมญาติ
ซึ่งขัดต่อกฎหมายและสิทธิส่วนบุคคล
โดย สนนท.จะเปิดรับจดหมายจากนักศึกษาทั่วประเทศ
เพื่อส่งไปถึงเพื่อนที่อยู่ในคุกเหล่านี้ เพื่อให้กำลังใจพวกเขา
และต้องการให้สังคมรับรู้ว่ายังมีคนกลุ่มหนึ่ง
ที่เป็นนักศึกษาอยู่ในคุก ไม่ได้รับความสนใจจากภาครัฐ
น.ส.ปองขวัญ กล่าวต่อว่า ในวันพรุ่งนี้ (28 ก.ย.) เวลา 09.30 น.
พ่อแม่ ญาติพี่น้องของ นายสุรชัย พริ้งพงศ์ อายุ 20 ปี
ที่ถูกคุมขังในข้อหาละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถูกจับเมื่อวันที่ 17 พ.ค.
บริเวณหน้าสนามกีฬาแห่งชาติ ขณะกำลังเดินทางมาเรียน
โดยถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม จะเดินทางไปเยี่ยมลูกชาย
โดยจะมีกลุ่มนักศึกษา สนนท.
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพื่อนของนายสุรชัย เดินทางไปด้วย อย่างไรก็ตาม
ขณะนี้ทางกลุ่ม สนนท.กำลังจะเรี่ยรายเงินคนละเล็กละน้อย
เพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ในการยื่นขอประกันตัวนายสุรชัย
เนื่องจากครอบครัวของเขายากจนมาก ไม่มีเงิน
ทุกวันนี้ครอบครัวเขายังต้องไปเช่าที่นามาทำ
เพื่อรวบรวมเงินมาประกันตัวน้องเขาซึ่งต้องใช้เงินสูงมาก
“ส่วนนิสิตนักศึกษาที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำทั่วประเทศ
ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 20 ราย กระจายอยู่ อาทิ
เรือนจำกลางอุบลราชธานี
เรือนจำจังหวัดหนองบัวลำภู
เรือนจำกลางเชียงราย
เรือนจำจังหวัดมหาสารคาม
เรือนจำกลางอุดรธานี
เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ และ
เรือนจำกลางคลองเปรม” น.ส.ปองขวัญ กล่าว


http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRJNE5UVTNPVEl4TUE9PQ==

คลิปเปิดคอนเสิร์ตประวัติศาสตร์ " เราจะไม่ทอดทิ้งกัน"

ที่มา thaifreenews

โดย namome

คลิปเปิดคอนเสริต เราจะไม่ทิ้งกัน 25/0910

http://www.youtube.com/watch?v=TpGYK6_Aw-c&feature=player_embedded

คลิปคอนเสริตเราจะไม่ทิ้งกัน 25/09/10

http://www.youtube.com/watch?v=dTpIqNOrDBc&feature=player_embedded
www.go6tv.com. คลิปบันทึกคอนเสิร์ต "เราจะไม่ทอดทิ้งกัน" ณ หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ขอขอบคุณเจ้าของคลิปภาพ Fujiko SNL
เขียนโดย Go6 TV ที่ 0:16 0 ความคิดเห็น
ส่งอีเมลข้อมูลนี้ BlogThis! แบ่งปันไปที่ Twitter แบ่งปันไปที่ Facebook แบ่งปันไปที่ Google Buzz
ลิงก์ไปยังบทความนี้
ย้อนรำลึก ลำซิ่งสะท้านแยกประตูน้ำ เมื่อ 7 เมษายน 53
เสื้อแดง ราชประสงค์ 4 เมษายน ตอน 9

http://www.youtube.com/watch?v=iXbx4kCRGQQ&feature=player_embedded

www.go6tv.com อีกมุมหนึ่งของความน่ารัก พี่น้องจากทุกสารทิศล้นหลามแยกราชประสงค์ พอเข้ายามค่ำ พี่น้องเสื้อแดงที่แยกประตูน้ำ ก็ออกมาร่ายรำ ร้องเพลงลิเก ร้องเพลงด้นกลอนสดอย่างคล่องแคล่ว ได้ความว่าเป็นทีมงานร้องเพลงอาชีพที่เข้ามาร่วมสู้กับคนเสื้อแดง ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายได้มาก

ท่ามกลางความน่ารัก ความสนุกสนาน แต่ความน่ารักของพี่น้องก็ไปบาดลึกในหัวใจคนบางกลุ่มจนต้องออกมาฆ่าฟันกัน แปลกใจเหลือเกิน "เขาแพ้เสียงหมอลำ" หรืออย่างไร
เขียนโดย Go6 TV ที่ 0:02 0 ความคิดเห็น
ส่งอีเมลข้อมูลนี้ BlogThis! แบ่งปันไปที่ Twitter แบ่งปันไปที่ Facebook แบ่งปันไปที่ Google Buzz
ลิงก์ไปยังบทความนี้
วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2553
รำลึก เมื่อคราวครบรอบ 1 เดือน เหตุการณ์ 10 เมษา 53
ไว้อาลัย ด้วยใจแด่วีรชน ในโอกาสครบ 1 เดือน เมษา 53 ตอน1

http://www.youtube.com/watch?v=MfeAmP3TU18&feature=player_embedded

ไว้อาลัย ด้วยใจแด่วีรชน ในโอกาสครบ 1 เดือน เมษา 53 ตอน2
http://www.youtube.com/watch?v=0uigdLqVy_k&feature=player_embedded

จากใจพี่ชาย ถึงวีรชนเมษา ที่อนุสาวรี ปชต

http://www.youtube.com/watch?v=OUZqyM2FYlY&feature=player_embedded

ความในใจจากแม่ วีรชนเมษา 53 ที่อนุสาวรีปชต

http://www.youtube.com/watch?v=zwHvlnXlJos&feature=player_embedded


www.go6tv.com ได้บันทึกภาพเหตุการณ์ ร่วมไว้อาลัยผู้เสียชิต ในวันครบรอบ 1 เดือนความสูญเสียเหตุการณ์ 10 เมษายน ซึ่งตรงกับวันที่ 10 พ.ค.53 วันนั้น แค่ผู้จากไปราว 20เศษ ยังสร้างความเสียใจให้ครอบครัว ญาติมิตร ไม่ได้เฉลียวใจแม้แต่น้อยว่า ถัดจากวันรำลึกไปแค่ 9 วัน เราจะสูญเสียมากกว่าหลายเท่านัก

คำวิงวอนจากญาติ พี่น้องของผู้เสียชีวิต ดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเข้าไปในจิตใจของผู้บงการฆ่าเลยแม้แต่นิดเชียวหรือ

นับ จากวันนี้ซึ่่งนำเทปมาเผยแพร่ซ้ำในเวปไซด์นี้ ก็ยังไม่ได้แน่ใจว่า จะยังไม่มีความสูญเสียเกิดขึ้นอีก ขอฝากเสียงหนึ่งของหัวอกคนเป็นแม่ ไว้ช่วยเตือนสติผู้มีอำนาจว่าให้หยุดการกระทำเลวร้ายฆ่าห้ำหั่นกัน ที่สุดของชีวิต เราและท่านต้องเดินทางสู่เชิงตะกอนทั้งสิ้น เหลือทิ้งไว้แต่บุญและกรรม และจะมีประโยชน์อะไรหากต้องเผาร่างท่านด้วยเงินนับล้าน แต่วิณญาณเดินทางไปสู่นรกภูมิ

เรากำลังจะเดินทางเข้าสู่รอบเดือนที่ 6 แห่งครบรอบการสูญเสียแล้ว 10/10/10 เราต้องการสันติภาพครับ

ประมวลภาพ !! คอนเสิร์ต "เราไม่ทอดทิ้งกัน" หอประชุมธรรมศาสตร์ ๒๕ ก.ย.๕๓




www.go6tv.com ประมวลภาพการแสดงคอนเสิร์ต "เราไม่ทอดทิ้งกัน" ณ หอประชุมเล็ก ม.ธ. ท่าพระจันทร์ gมื่อค่ำวันที่ ๒๕ กันยายน ๕๓ โดยช่างภาพพิเศษ go6tv.com "พี่อาคแมน" ตามลิ้งนี้ http://picasaweb.google.co.th/113393555838669254712/252553#