WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, October 15, 2010

อริสมันต์เขียน:ธรรมนูญแดง,การปรองดอง และ ยุทธศาสตร์ปฏิวัติประเทศไทยให้มีประชาธิปไตยที่แท้จริง

ที่มา Thai E-news


พระดี-อริ สมันต์ พงษ์เรืองรอง โชว์พระดีที่มีคนมอบให้ เจ้าตัวเชื่อว่าช่วยคุ้มครองให้รอดชีวิตจากการตามไล่ล่ามาได้ ล่าสุดได้นำเสนอบทความชุดนี้ ซึ่งถือว่ามีลักษณะบุคลิกของนักวิชาการ มากกว่าจะเป็นฮาร์ดคอร์นิยมความรุนแรงก้าวร้าว ดังที่รัฐบาลและสื่อกระแสหลักป้ายสีให้เขาเป็น


โดย อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง
15 ตุลาคม 2553

หมายเหตุไทยอีนิวส์:คุณ อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง เขียนบทความเรื่อง"ธรรมนูญแดง ๑๐ ทันสมัย" และ "ยุทธศาสตร์ปฏิวัติประเทศไทยให้มีประชาธิปไตยที่แท้จริง( วาระแห่งชาติ )อาวุธสำคัญที่ยิ่งใหญ่เพื่อชัยชนะคือ การให้อภัย" โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ธรรมนูญแดง ๑๐ ทันสมัย
CREATIVE COUNTRY


1. รัฐธรรมนูญการปกครองถูกออกแบบด้วยความคิดสร้างสรรค์ มีความทันสมัย โดยประชาชน เพื่อประชาชน มีประชาธิปไตย มีสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ เท่าเทียมกัน ทุกคน ทุกสถาบันอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยไม่มีข้อยกเว้น

2. อำนาจอธิปไตย นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ต้องแยกออกจากกันอย่างชัดเจน และปฏิวัติกระบวนการยุติธรรมให้มีความเป็นธรรม ศาล องค์กรอิสระ องค์กรภาครัฐ ทันสมัย เป็นกลาง

3. การพัฒนาคนเน้นคุณภาพคุณธรรมให้ล้ำสมัย การศึกษาก้าวไกลลึกซึ้งเข้าใจ ให้ทุนให้โอกาส คนฉลาดสร้างชาติให้เจริญ

4. การปกป้องภัยอันตรายในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนและ การสาธารณสุข รุก ก้าวหน้า มีประสิทธิภาพการรักษา ให้หลักประกันมวลประชา ป้องกันโรคที่จะเข้ามา ได้พึ่งพาเข้าถึงบริการ

5. การเกษตรสมัยใหม่ปศุสัตว์กว้างไกล แหล่งผลิตพืชผลเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ ข้าว ยาง มัน อ้อย ปาล์ม พักผลไม้แปรรูปเก็บขายส่งออกทำกำไรเกษตรกรไทยได้หายจน

6. อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทันสมัยสะอาดปลอดภัยไร้มลพิษ แหล่งผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อการแข่งขันและการส่งออก

7. การพัฒนาเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง การค้า การลงทุน ตลาดหุ้น ตลาดทุน การก่อสร้างสาธาราณู ประโภค การขนส่ง การเดินทาง การท่องเที่ยว และบริการด้วยความทันสมัย

8. พลังงานและการวิจัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีทันสมัย ในทุกด้านด้วยความคิดสร้างสรรค์ ประชาชนสามารถนำไปใช้ได้จริง

9. การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นมิตรที่ดีน่าเชื่อถือเพื่อนบ้านไว้ใจ กำหนดนโยบายร่วมพัฒนาชายแดนร่วมกัน

10 . การจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ให้อยู่ร่วมกันได้ ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ด้วยหลักสากลที่ทันสมัย


การปรองดอง

ก่อนที่จะมีการปรองดอง ต้องกำหนดคำนิยาม คำว่าปรองดองให้มีความหมายที่ตรงกันเสียก่อน ตรงกับเจตนารมณ์ของทุกฝ่ายหรือไม่

การ ปรองดองจะเกิดขึ้นได้จริงต้องไม่มีวาระซ้อนเร้น ต้องแสดงความจริงใจ ให้อภัย เสียสละ ของทุกฝ่าย เป็นการปรองดองเพื่อให้มีประชาธิปไตยที่แท้จริง เพื่อสันติภาพ คืนสันติสุขให้ประชาชนและประเทศชาติอย่างถาวร ปัจจุบันการเสนอการปรองดองของแต่ละฝ่ายมีผลประโยชน์ดังนี้

๑. ผลประโยชน์ทางการเมืองได้อยู่ในอำนาจยาวนาน และใช้อำนาจจัดการฝั่งตรงข้ามที่เป็นศัตรูทางการเมือง โดยการกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ล้มเจ้า ทำการไล่ล่า สังหาร จับกุม คุมขัง ขจัดเสี้ยนหนามโดยไร้เมตตาธรรมเพียงเพื่อต้องการชนะการเลือกตั้งทุกรูปแบบใน อนาคต

๒. ผลประโยชน์ในการโกงงบประมาณ การคอรัปชั่นการขายตำแหน่งทางราชการและแรกเปลี่ยนผลประโยชน์กับเอกชน

๓. ผลประโยชน์ของผู้เดินสายปรองดองมีวาระซ้อนเร้นต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีคนกลางเพื่ออำนาจและผลประโยชน์

๔. แนวทางสุดท้ายที่ประชาชนไม่มีวันได้เห็นคือการปรองดองเพื่อสันติภาพเพื่อ ความสุขของประชาชนเพื่อความสงบของประเทศชาติและแผ่นดิน เพราะยังติดกับดักแห่งอำนาจ ความเหี้ยมโหด ความชั่วร้าย และผลประโยชน์อันมหาศาล ความเห็นแก่ตัวไม่คำนึงถึงพี่น้องประชาชนสังคมส่วนรวมของประเทศ

สรุป ปรอง (ปอง)คือ การปองร้ายหมายชีวิต และอิสระเสรีภาพของประชาชนที่มีความคิดต่างทางการเมือง ดอง คือการดอง อำนาจ ผลประโยชน์ ความชั่วร้าย ที่ดองไว้ให้อยู่ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

นี้แหละการปรองดองเพื่อตัวเอง จบยาก

ประชาชนจะได้อะไรจากการปรองดอง

ประชาธิปไตย ที่แท้จริง ความเป็นธรรมที่เท่าเทียม สิทธิเสรีภาพที่เสมอภาค โอกาสการเข้าถึงเศรษฐกิจสังคม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่แบ่งชั้นชน ประชาชนจะได้หรือไม่

๑. วีรชนที่เสียชีวิต ต่อสู้และพวกเขาสระชีพเพื่อแรกกับประชาธิปไตยที่สัมผัสได้ กินได้ มีสิทธิ เสรีภาพ มีโอกาสเท่าเทียมกัน มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่มีแบ่งชนชั้น ไม่มีสองมาตรฐาน เขาสู้จนตายเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ชัยชนะ

๒. อำนาจของประชาชนต้องคืนให้ประชาชนได้ใช้อำนาจผ่านตัวแทนที่เลือกเข้าไป บริหารประเทศ ประชาชนส่วนใหญ่ตัดสินใจไว้วางใจเลือกแล้วต้องให้ตัวแทนของคนส่วนใหญ่เหล่า นั้นได้บริหารบ้านเมือง

อย่าใช้องค์กรอิสระมาตัดสินยุบพรรคการเมือง ที่ประชาชนส่วนใหญ่ไว้วางใจ มันเป็นการทำลายจิตใจไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชนหลายล้านคนทั่วประเทศที่ ได้ลงคะแนนเสียงเลือกพรรคนี้มา

เพราะเบื้องหลังขององค์กรอิสระเหล่า นี้มีคนบงการสั่งการอยู่ ทำให้ประชาชนมีความเชื่อว่ารู้เห็นเป็นใจต้องโดยสร้างหลักฐานพยานเท็จ พิพากษาตัดสินยุบพรรคการเมืองนี้ด้วยความรีบร้อนไม่มีความยุติธรรม ไม่มีหลักฐานที่เพียงพอ ไม่ฟังความจริงจากพยานคนอื่น ๆ เลย

และด้วย พฤติกรรชัดเจนอย่างนี้ ทำให้ประชาชนเข้าใจได้ว่าองค์กรอิสระเหล่านี้มีอำมาตย์อยู่เบื้องหลัง คอยบงการสั่งการกดปุ่มบังคับ เพียงเพื่อต้องการทำลายเครือข่ายของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ท.ต. ดร.ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น เมื่อไม่มีความยุติธรรมให้เราจำเป็นต้องตามหาต้องทวงถาม

เรา รออีกต่อไปไม่ได้แล้วเปรียบเทียบกับกรณีพรรคประชาธิปัตย์ หลักฐานเอกสารพยานบุคคลราบละเอียดแน่นหนา ข้อมูลความจริงที่สังคมรับรู้ทั้งหมด แต่การพิจารณาคดีเป็นไปอย่างเชื่องช้า และอาจจะพิพากษาไม่ยุบพรรค ถ้ายุบก็ไม่ตัดสิทธิ์ทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรค

สองมาตรฐานอย่างนี้เราต้อง ถามคนที่เป็นผู้พิพากษาพิจารณาคดี ถามคนในครอบครัวของผู้พิพากษาเหล่านั้นน่าจะมีคำตอบให้เราได้

๓. อิสรภาพของแกนนำทุกคนที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ แกนนำที่หลบหนี้จากการไล่ล่า คดีความที่ถูกยัดเยียดกล่าวหา มวลชนคนเสื้อแดงจะได้สิ่งเหล่านี้หรือไม่

๔. การข่มขู่ คุกคาม ผู้สนับสนุนคนเสื้อแดงยังมีต่อไปหรือไม่

๕. การไล่ล่าการ์ดคนเสื้อแดงยังดำเนินการต่อไปหรือไม่

๖. การกล่าวหาใส่ร้ายยังคงทำต่อไปหรือไม่

๗. การสร้างหลักฐานพนายเท็จยังคงอยู่ต่อไปหรือไม่

๘. การสร้างสถานการณ์รัฐบาลยังทำต่อไปหรือไม่

๙. อำนาจของประชาชนจะคืนให้หรือไม่ เมื่อใด

๑๐. ความยุติธรรม จาก ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาลมีหรือไม่

การปรองดองเพื่อสันติสุขของคนไทยทั้งแผ่นดิน

๑. ปล่อยตัวแกนนำคนเสื้อแดง และประชาชนทุกคน

๒. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย

๓. ประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐

๔. เยียวยาผู้เสียชีวิต ผู้พิการ ผู้บาดเจ็บสาหัสและบาดเจ็บทั่วไป

๕. การเจรจากับผู้เสียหายทุกคนโดยตรง

๖. สภาผู้แทนฯออก พ.ร.บ นิระโทษกรรมอย่างทั่วถึงครอบคลุม

๗. ยุบสภาจัดการเลือกตั้งใหม่

๘. เปลี่ยนระบบวิธีพิจารณาคดีรูปแบบใหม่ให้ความเป็นธรรม



*************

ยุทธศาสตร์ปฏิวัติประเทศไทยให้มีประชาธิปไตยที่แท้จริง ( วาระแห่งชาติ )อาวุธสำคัญที่ยิ่งใหญ่เพื่อชัยชนะคือ การให้อภัย"



รัฐต้องให้ในสิ่งที่ประชาชนต้องการ เพื่อคืนความสุขให้ประชาชน

• ให้มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงโดยประชาชนเพื่อประชาชนมาจากประชาชนเป็นผู้กำหนด
• ให้สิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน
• ให้ทุกสถาบันทุกคนอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
• ให้ขบวนการศาลมีความยุติธรรม มีมาตรฐานสากลไม่เลือกปฏิบัติ
• ให้แบ่งแยกอำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ อย่างชัดเจน
• ให้ความเมตตาประชาชนทุกคน โดยไม่คิดว่าคนที่คิดต่างเป็นศัตรู
• ให้ความเคารพในการตัดสินใจ และการแสดงออกของประชาชน

ยุทธวิธี และภารกิจ สิ่งที่นักการเมืองทุกคนต้องทำก่อนด้วยหน้าที่รับผิดชอบต่อบ้านเมือง

๑ สภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาล ต้องปล่อยตัวให้อิสระภาพ แกนนำคนเสื้อแดงทุกคนที่ถูกจับกุมคุมขังอยู่ ณ ขณะนี้ทันที พร้อมดำเนินการดังต่อไปนี้

๑.๑ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการสลายการชุมนุม ต่อ รัฐบาล ศอฉ.กองทัพ ทหารตำรวจ และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ในการสั่งสลายการชุมนุมด้วยการปิดล้อมเข้าปราบปรามอย่างรุนแรงใช้กำลังอาวุธยุทโธปกรณ์สงครามต่อประชาชนผู้ชุมนุม โดยกำหนดระยะเวลา ๖ เดือน ผลการตรวจสอบของคณะกรรมการถือเป็นที่สุด และส่งเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมพิจารณาดำเนินการโดยศาลประชาชนพิพากษา

๑.๒ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขอเท็จจริงในการกระทำความผิดของแกนนำ น ป ช. และประชาชนคนเสื้อแดงตามที่รัฐบาลกล่าวหา ทุกข้อกล่าวหา กำหนดระยะเวลา ๖ เดือน ผลการตรวจสอบของคณะกรรมการ ถือเป็นที่สุด และนำส่งเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมพิจารณาดำเนินการโดยศาลประชาชนพิพากษาต่อไป

ใน ชั้นนี้นั้นถือว่าทั้งสองฝ่ายเป็นผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้นยังไม่มีคำพิพากษา ย่อมถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ดังนั้นจึงต้องปล่อยตัวให้อิสระภาพกับทุกคน


ต้นเหตุของปัญหาคือการเมืองแก้ด้วยการเมือง ไม่ใช่การยึดอำนาจ

๒. ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับทุกฝ่ายเพื่อทำให้บ้านเมืองเข้าสู่สภาวะปกติ โดยลดทิฐิของทุกฝ่าย ให้เห็นแก่ประชาชนประเทศชาติ

๑.๑ นิรโทษกรรมให้คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (ค ป ค.)ที่ทำการยึดอำนาจ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ (ปฐมเหตุของหายนะประเทศไทย)

๑.๒ นิรโทษกรรมให้ พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ ค.ร.ม. รวมทั้งข้าราชการ บุคคลอื่น ๆ ที่ถูกกล่าวหาจาก ค ป ค.

๑.๓ นิรโทษกรรมให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในทุกข้อกล่าวหา ที่ได้กระทำไว้ในที่ต่าง ๆ

๑.๔ นิระโทษกรรมให้กลุ่มข้าราชการทหารตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาในการเข้าขอพื้นที่คืน และกระชับพื้นที่ จนทำให้เกิดความศูนย์เสียทั้งชีวิตและร่างกายต่อประชาชน

๑.๕ นิรโทษกรรมให้กับประชาชนคนเสื้อแดง และแกนนำ น.ป.ช. ทุกคนทุกจังหวัด ในทุกข้อกล่าวหา

๑.๖ นิระโทษกรรมให้รัฐบาล ศ อ ฉ. ผบ.เหล่าทัพ ผบ.ตำรวจ ที่ได้สั่งการขอคืนพื้นที่ กระชับพื้นที่ จนกระทั้งเกิดความศูนย์เสียทั้งชีวิต ร่างกายต่อประชาชนจำนวนมาก

๑.๗ รัฐบาลต้องชดเชยให้ญาติผู้เสียชีวิตศพละ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บ.

รัฐบาลต้องชดเชยผู้พิการจากเหตุการณ์ ๕,๐๐๐,๐๐๐บ.
รัฐบาลต้องชดเชยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ๕,๐๐๐,๐๐๐บ.
รัฐบาลต้องชดเชยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บถูกยิง ๑,๐๐๐,๐๐๐บ.
รัฐบาลต้องชดเชยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั่วไป ๒๐๐,๐๐๐บ.
ผู้ศูนย์หายจากเหตุการณ์ที่ถือว่าเสียชีวิต ๑๐,๐๐๐,๐๐๐บ.
ทหารตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เสียชีวิตได้รับ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐บ.
ทหารตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสได้รับ ๕,๐๐๐,๐๐๐บ.
ทหารตำรวจที่พิการจากการปฏิบัติหน้าที่ได้ ๕,๐๐๐,๐๐๐บ.
(รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ทั่วประเทศ)

๑.๘ กฎหมายนิระโทษกรรมนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ จนถึงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓

๑.๙ การนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทำลายทางการเมือง ถือว่ามีความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

รัฐธรรมนูญของประชาชน ต้องคืนประชาชน

ประกาศ ยกเลิกการใช้รัฐธรรมนูญฉบับ(คมช) ปี ๒๕๕๐ แล้วนำรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ มาบังคับใช้เป็นการชั่วคราว จากนั้นทำการคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในทุกสาขาวิชาชีพเพื่อ แก้ไขหรือไม่แก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยใช้อำนาจของประชาชนผ่านทาง สภาผู้แทนราษฎร ( สภาที่มาจากการเลือกตั้ง ) หรือเรียกสมัชชาประชาชนแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ฉบับประชาชน

ประชาชนใช้การเลือกตั้ง สู้อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ

• การดำเนินการเลือกตั้ง ต้องเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ผลการเลือกตั้งต้องได้รับการรับรองจากองค์กรระหว่างประเทศที่เข้ามามีส่วน ร่วมสังเกตุการณ์ในการเลือกตั้งทั่วไป

• การจัดตั้งรัฐบาลต้องเป็นไปตามเจตนารมย์ของประชาชน

• การคัดค้านการเลือกตั้ง ในกรณีที่มีอำนาจเถื่อนของรัฐบาลเข้ามาแทรกแซงมีการโกงเลือกตั้งที่จะเกิด ขึ้นในทุกพื้นที่ โดยองค์กรอิสระเจ้าหน้าที่ราชการพนักงานของรัฐเข้ามามีส่วนร่วม ยอมเป็นกลไกลเครื่องมือของรัฐ ใช้อิทธิพล ข่มขู่ คุกคาม หัวคะแนนผู้สนับสนุนฝ่ายตรงข้าม โดยวิธีอื่นใด ประชาชนสามารถคัดค้านการเลือกตั้งได้

• การตั้งศาลเพื่อพิจารณาคดีเกี่ยวกับการกระทำความผิดในเลือกตั้ง

• การตั้งศาลประชาชนพิจารณาคดีการสังหารหมู่ประชาชนพลเมือง

รัฐบาลต้องไม่ใช้อำนาจสั่งการข้าราชการทหารตำรวจดังต่อไปนี้

• การสังหารแกนนำหัวคะแนน จะมีการดำเนินการอย่างรวดเร็วรุนแรงด้วยอำนาจพิเศษจากกลุ่มคนมีสี โดยคำสั่งของคนในรัฐบาล

• การสั่งการองค์กรภาครัฐ องค์กรอิสระ ราชการ ทหาร ตำรวจ ดำเนินการให้ใบเหลืองใบแดง การสร้างหลักฐานเท็จ การจ้างพยานให้การเท็จเพื่อดำเนินการยุบพรรคการเมือง

• การโยกย้ายข้าราชการในฤดูเลือกตั้ง มีผลต่อคะแนนเสียง

• การสั่งการนักวิชาการประดิษฐ์ถ้อยคำทำร้ายคนอื่น

• การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับมาเฟียยาเสพติด หวยเถื่อน ของเถื่อน

• การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับกลุ่มอิทธิพล การพนันผลคะแนน

วิธีที่จะจัดการองค์กรและบุคคล

• การจัดการองค์กรอิสระและสถาบันต่างๆ ด้วยวิธี สี่ ส.เสื่อม, เสีย, สาปแช่ง,สลายไม่จำเป็นต้องใช้กำลังอาวุธใดๆ ทั้งสิ้นให้ใช้ปากแทน

• การจัดตั้งองค์กรรักษาประชาธิปไตย ต่อสู้การรัฐประหาร ยึดอำนาจ

• การจัดตั้งองค์การพัฒนาประชาธิปไตย ทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอจังหวัด ทั่วประเทศ อย่างเป็นระบบ

• การเปิดโปงความชั่วร้ายในการสร้างวาทกรรมทางการเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงกฎการ สลายมวลชนสากลจึงใช้วาทะฆาตกรรมประชาชน เช่น การขอคืนพื้นที่ กระชับวงล้อม และใส่ร้ายประชาชนว่าเป็นผู้ก่อการร้าย รวมทั้งล้มเจ้า

ประชาชนไม่เคยคิดติดอาวุธสู้กับรัฐบาล
ประชาชนจะสู้ด้วยปัญญาและความจริง


การจัดตั้งองค์การพิทักษ์ประชาธิปไตย

วัตถุประสงค์ เพื่อต่อต้านต่อสู้กับผู้นำเหล่าทัพที่ก่อการรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศต่อสู้กับ บุคคลที่แทรกแซงโดยใช้อำนาจนอกระบบ นอกรัฐธรรมนูญ

ยุทธวิธี

• จัดตั้งองค์กรพัฒนาประชาธิปไตย และรับสมัครสมาชิกให้มากที่สุด

• จัดตั้งแนวร่วมเสื้อแดงทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดอย่างเป็นระบบ เพื่อต่อต้านต่อสู้การรัฐประหารยึดอำนาจและดูแลการเลือกตั้ง

• จัดตั้งกองกำลังป้องกันประชาธิปไตยทั่วประเทศ โดยทหาร ตำรวจ

• จัดตั้งองค์กรระหว่างประเทศ และสร้างแนวร่วมระหว่างประเทศ

• จัดตั้งองค์กรดำเนินการด้านกฎหมายระหว่างประเทศให้ถึงที่สุด

• จัดตั้งองค์กรดำเนินการลงพื้นที่หาเสียงเตรียมการเลือกตั้ง

• จัดตั้งแกนหลักแกนรองเสื้อแดงในทุกหน่วยเลือกตั้งทุกหมู่บ้าน

• จัดตั้งองค์กรกลางนิสิตนักศึกษาประชาชนป้องกันการโกงเลือกตั้ง

• จัดตั้งองค์กรประชาชนป้องกันการซื้อสิทธิ์ขายเสียงทุกหมู่บ้าน

• จัดตั้งทีมปราศรัยรุ่นใหม่ดำเนินการทุกจังหวัดตามเป้าหมาย

• จัดตั้งทีมสื่อสารทุกรูปแบบ แอร์วอ สื่อต่างๆ สื่อบุคคล นิทรรศการ

• จัดตั้งองค์กรธุรกิจ หาทุนเพื่อการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย

ยุทธวิธีที่รัฐบาลใช้กับคนเสื้อแดง

• ปฏิบัติการล่าแกนนำทั่วประเทศไล่ล่า การ์ดของแกนนำคนเสื้อแดง

• ปฏิบัติการสร้างสถานการณ์ก่อวินาศกรรมสถานต่าง ๆ โดยทหาร

• ปฏิบัติการสองมาตรฐานโดยองค์กร ของรัฐตำรวจ ศาล องค์กรอิสระ

• ปฏิบัติการตัดท่อน้ำเลี้ยงข่มขู่ คุกคาม กลุ่มทุนที่สนับสนุนเสื้อแดง

• ปฏิบัติการบิดเบือนข้อเท็จจริงกล่าวหาประชาชนเป็นผู้ก่อการร้าย

• ปฏิบัติการระหว่างประเทศ บีบแกนนำไม่ให้ดำเนินการทางการเมือง

• ปฏิบัติการทำลายธุรกิจในเครือของแกนนำ

• ปฏิบัติการสร้างข่าวให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดต่อสถาบัน ประหนึ่งว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ความวุ่นวายทั้งหมด

ยุทธวิธี ต่อสู้รัฐบาลและอำมาตย์
มาตรการ สี่ ส. ส. ส. ส. (ตัวทำลายตนเอง)


• เสื่อม เสีย สาปแช่ง สลาย

• กระจ่ายข่าวเปิดเผยความจริงการกระทำของคนภายในใกล้ชิดเครือข่ายอำมาตย์กำลังทำลายความน่าเชื่อถือของอำมาตย์ต่อสายตานานาประเทศ

• เปิดเผยรัฐบาลพยายามทำให้ประชาชนชาวโลกเข้าใจว่าผู้สั่งการสังหารหมู่ ประชาชนพลเรือนมีคนที่อยู่เบื้องหลังเป็น.........เปิดเผยไม่ได้คืออำมาตย์

• เปิดเผยข้อมูลเบื้องหลังขององค์กรอิสระที่มีผลประโยชน์ร่วมกันในการพิจารณาคดีที่เกิดขึ้นเป็น ๒ มาตรฐาน โดยมีผู้สั่งการเบื้องหลัง

• ประชาชนต้องกล้าประณาม รัฐบาล ค.ร.ม.สถาบันทหาร ตำรวจ ที่ใช้อาวุธสงครามในการปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนมือเปล่า และต้องกดดันให้มากที่สุด ทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ความเป็นธรรม ทำไมต้องฆ่าประชาชน ใครคือตัวการสั่งฆ่าประชาชนตัวจริงต้องถูกเปิดเผยความจริงต้องออกมา แต่กลับมากล่าวหาประชาชนว่ายิงกันเองและกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ล้มเจ้า หลอกคนทั้งโลกไม่ได้ครับ

ผู้ร่วมมือสั่งการเข่นฆ่าประชาชน

บุคคลสำคัญที่อยู่ในอำนาจ รัฐ เครือข่ายอำมาตย์ ที่อยู่ข้างรัฐบาล

• พรรคประชาธิปัตย์

• พรรคร่วมรัฐบาล

• กระบวนการยุติธรรม อัยการ ศาล

• องค์กรอิสระ

• กองทัพทหาร

• ตำรวจ

• ราชการ

• พันธมิตร

• สื่อสารมวลชน

• กลุ่มทุนอำมาตย์

กลุ่มคนเหล่านี้มีไม่มากนักแ ละพวกเขากำลังจะได้รับผลกรรมที่ทำกับประชาชนในไม่ช้านี้

สัญลักษณ์ของอำนาจรัฐ และเครือข่ายอำมาตย์

• สถานที่ทำการรัฐบาล

• ผลประโยชน์ของกลุ่มทุนอำมาตย์

• สถานที่ราชการ กองทัพ กระทรวง ทบวง กรม

• กลุ่มบริษัท ธนาคาร

องค์อิสระต่าง ๆ ตัวบุคคลที่เป็นสัญลักษณ์

• ศาลรัฐธรรมนูญ

• ศาลผู้พิพากษา

• ศาลปกครอง

• ก ก ต

• ป ป ช.

• ศาลยุติธรรม

หน้าที่สำหรับแนวร่วมที่สามารถดำเนินการได้เลย

กดดันองค์กรอิสระต่าง ๆ

• กดดัน ก ก ต. เร่งดำเนินการฟ้องยุบพรรคประชาธิปัตย์

• กดดันศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาตัดสินคดีไม่มีสองมาตรฐาน

• ดำเนินการติดตามการพิจารณาคดียุบพรรมอย่างใกล้ชิด

• กดดันสำนักข่าวทุกสำนักให้เสนอข่าวข้อเท็จจริงเที่ยงตรงเป็นกลาง การประชาสัมพันธ์ทางสื่อทั้งไทยและสื่อเทศต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการวิจารณ์ประจานความไม่ยุติธรรมของศาลที่ยอมเป็นทาสของพวกอำมาตย์ รับใช้รัฐบาลทรราชพิฆาตประชาชน

การหาแนวร่วม

• ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ปกครอง ( โดยการเสนอ ยศ ตำแหน่ง เงิน )

• ประชาชนคนเสื้อแดง ( พร้อมลุกขึ้นสู้ทุกจังหวัดเป็นกองกำลัง )

• องค์กรระหว่างประเทศที่เข้าร่วมช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนผลประโยชน์การพัฒนาประเทศ ด้านเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ สังคม

จุดอ่อนเครือข่ายอำมาตย์

• กลัวตาย

• อับอาย เมื่อโดนแฉ

• เสื่อม จากพฤติกรรมที่เลวทราม ไม่เป็นกลาง อยู่เบื้องหลังรัฐประหาร

• เสีย เสียอำนาจ เสียศรัทธา เสียชื่อเสียง เสียผลประโยชน์ของตัวเอง

• สาปแช่ง จากประชาชนเพราะสมรู้ร่วมคิดสั่งฆ่าหมู่พลเรือน

• สลาย ล่มเครือข่ายอำมาตย์ ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของแผ่นดิน


รัฐบาลและคนใกล้ชิดสถาบันกำลังทำให้สถาบันเสื่อมทำให้สถาบันกลัว

o กลัวประชาชนไม่จงรักภักดี ไม่เทิดทูนเคารพศรัทธา

o กลัวคนใกล้ชิดจะเปิดเผยให้โลกรู้ความจริงว่าใครเกี่ยวข้องการสั่งฆ่าประชาชน

o กลัวประชาชนโกรธแค้นสาปแช่ง

o กลัวการลอบสังหารจากพวกทหาร

o กลัวการซัดทอดจากคนในรัฐบาล

o กลัวการขึ้นศาลระหว่างประเทศ

o กลัวการถูกประหารชีวิต

o กลัวการล่มสลาย

สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนตราบที่ยังมีคนเสื้อแดงอยู่

สถานการณ์ปัจจุบัน

• รัฐใช้ศาล อัยการ ตำรวจ ทหาร จับแกนนำ คนเสื้อแดง ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค และการ์ด

• ข่มขู่ คุกคาม ไล่ล่า แกนนำ แนวร่วมเสื้อแดงรวมทั้งการ์ด

• สร้างความขัดแย้งในหมู่คนเสื้อแดง ทำลายกลุ่ม น ป ช.โดยใช้เงินซื้อตัว เอาสายลับเข้ามาแทรกแซง ใช้ศาล ตำรวจ ทหาร ดี เอสไอ ยัดเยียด ข้อหาผู้ก่อการร้าย ล้มเจ้า

• ใช้กลุ่ม พ ธ ม. และเสื้อหลากสีระดมประชาชนสร้างความขัดแย้งให้เกิดการปะทะกันกับกลุ่มคนเสื้อแดง

• ใช้นักคิดสร้างวาทะกรรมฆาตกร เช่นล้มเจ้า ขอคืนพื้นที่ กระชับวงล้อม เพื่อหลบเลี่ยงกฎการสลายประชาชนขององค์การสากล

• ใช้สื่อทุกชนิดบิดเบือนความจริง

จุดแข็งของอำมาตย์ใช้ 8 m. พิฆาตแดง

• Money อายัดบัญชีและกล่าวหาเป็นผู้สนับสนุนผู้ก่อการร้าย

o ใช้วิธีการพิฆาต ทำลายแหล่งที่เป็นเงินทุน สถานที่ตั้ง บริษัท ห้างร้าน ธนาคาร หรือ โรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มทุ่นเสื้อแดง

• Man ใช้ทหารทั้งกองทัพ ตำรวจ ข้าราชการกระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ เอ็นจีโอ ทั้งใน และนอกประเทศ กลุ่มพันธมิตร เสื้อเหลือง เสื้อน้ำเงิน เสื้อหลากสี โดยเฉพาะแกนนำที่สำคัญสนธิ จำลอง สมศักดิ์ อื่น ๆ ออกข่าวเล่าความเท็จทำลายแกนนำคนเสื้อแดง

o ใช้วิธีการตัดไม้ค้ำยัน ไล่ล่าแกนนำ ฆ่าการ์ด คนเสื้อแดง

• Management รัฐบาลใช้อำนาจบริหารอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดผ่าน ศาล ทหาร ตำรวจ และองค์กรอิสระ

o ใช้วิธีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์(หยวน ซื้อไข่) โดยตั้งศาลประชาชนพิพากษาผู้สั่ง ผู้ฆ่า ผู้ใช้จางวาน เข่นฆ่าหมู่ประชาชน

• Material อาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ระบบเทคโนโลยี

o จัดฉากสร้างสถานการณ์ด้วยเครื่องมือของกองทัพ แล้วโยนความผิดให้คนเสื้อแดง สร้างความหวาดกลัวให้กับคนเสื้อแดงทั้วไป เพราะรู้ว่ามีการจัดตั้งมวลชนอย่างเป็นระบบ และมีการสนับสนุนจากแนวร่วมทั้งใน และนอกประเทศ


• Media สื่อเกือบทั้งหมดเช่น 3 5 7 9 NBT ทีวีไทย เอเอสทีวี เนชั่น รวมทั้งสื่อสิงพิมพ์ต่าง ๆ

o เราต้องสร้างสื่อทุกชนิดสู้ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และสื่อsocial media

o การสร้างสื่อบุคคลแบบพูดปากต่อปาก

o การสร้างสื่อภาษากาย และสายตา ในเชิงสัญลักษณ์ เช่น มองด้วยสายตารังเกียจ ปฏิกิริยาตอบโต้ไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย

o การสร้าง แบนเนอร์ ใบปลิว

o การคิดคำโดนใจ เช่น

“คุณเห็นด้วยกับรัฐบาลฆ่าประชาชนหรือไม่
ถ้าไม่เห็นด้วยเลือกพรรคเพื่อไทย”
“คุณสนับสนุนคนเนรคุณให้เป็น ส.ส.
เลือกพรรคภูมิใจไทย” เป็นต้น


o จัดประกวดภาพถ่ายการฆาตกรรมหมู่ประชาชนพลเรือน

o จัดนิทรรศการ การเผยแพร่คลิปต่าง ๆ ให้ประชาชนทราบ

o จัดตั้งกองทัพสื่อ รวบรวมคลิปผ่าน เรดิโอเนต ทีวีเนต

o จัดตั้งสถานี เอ เอ็ม รัศมีกว้างไกลสำหรับคนรากหญ้า

o สร้างโฆษก ทุกรุ่น ทุกวัย ทุกภาษา ให้มากที่สุด

o ประกวดเรียงความเรื่อง ทำไมรัฐบาลสั่งทหารฆ่าประชาชน

o จัดทีมวิเคราะห์ใครอยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมหมู่ประชาชน

o สื่อเพลงและมิวสิค วิดีโอ และภาพเหตุการณ์

o หาวิธีตอบโต้สื่อที่ไม่ป็นกลาง

• Method การวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน การจัดหน้าที่แบ่งงานอย่างเป็นระบบ

o ใช้ยุทธศาสตร์โฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับการล้มเจ้า ทำอยู่ตลอดเวลา จนกระทั้งมีประชาชนเชื่อว่าจะมีการทำอย่างนั้นจริง ๆ ทั้งที่ความจริงนั้นเราต้องการให้ยุบสภาเท่านั้นเองการประท้วงยืดเยื้อ เข้าตีรวดเร็ว รุนแรงแตกหักฉับพลัน

o ใช้สิบสู้หนึ่งไม่ชนะไม่รบ เสียเปรียบเฝ้าดู ไม่มั่นใจไม่ลงมือ

• Marketing ใช้แบรนด์ของสถาบันที่ประชาชนเชื่อมั่นเคารพศรัทธามาเป็นเครื่องมือในการ โฆษณาชวนเชื่อ โดยกล่าวหา ใส่ร้ายป้ายสีว่าคนเสื้อแดงล้มเจ้า จนประชาชนหลงเชื่อคำโฆษณาเหล่านั้น ทั้งที่ไม่เป็นความจริงและไม่มีใครคิดที่จะล้มเจ้า คนที่ทำได้ทั้งฆ่า ทั้งทำลายล้วนแต่เป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดเท่านั้น เพราะทุกเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นคนอยู่ใกล้ชิดรู้ดีที่สุด เรื่องของสถาบันคนอยู่ไกลอย่างเราชาวเสื้อแดงไม่สามารถคิดล้มสถาบันได้เพราะ มีแต่คนที่จงรักภักดี มิบังอาจล้มเจ้า ฆ่าเจ้า ทำร้าย ทำลายเจ้าได้เลย การปล่อยข่าวต่างๆทำร้ายสถาบันให้เสื่อมเสียคนที่เอาเรื่องไม่ดีมาเล่าให้ ประชาชนฟัง รวมทั้ง วี ซี ดีต่าง ๆ คือคนวงในทั้งนั้น ใครกันแน่ที่จะล้มเจ้า คงทราบกันดีคนในสถาบันที่อยู่ใกล้ชิดนั้นแหละเป็นผู้ปล่อยข่าว เป็นตัวการจ้องล้มสถาบัน แต่กลับโยนให้คนเสื้อแดง ใช้การโฆษณาชวนเชื่อจนประชาชนเชื่อว่ามีความพยายามล้มเจ้าจริง จึงเป็นเหตุให้ทหารลงมือเข่นฆ่าประชาชน

Monitor วอร์รูมประเมินสถานการณ์ เพื่อทำสงครามกับประชาชน

o ตั้งกองบัญชาการในการวางแผน และประเมินสถานการณ์ทุกระยะของการเคลื่อนไหว

o จับตาติดตามความเคลื่อนไหวในกิจกรรมของแกนนำและมวลชนทุกระยะ

Mature การใช้มือสังหารอาชีพและมืออาชีพในการบริหารการรบ

o ใช้ทหาร ตำรวจ มีความเป็นมืออาชีพ มีโอกาสในอาชีพ

o การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ของผู้เข้าร่วมขบวนการ

o การใช้วาทะกรรมฆาตกรเช่นล้มเจ้าขอคืนพื้นที่กระชับวงล้อม

***********
อ่านเรื่องเกี่ยวเนื่อง:
-อริสมันต์เปิดใจให้สัมภาษณ์ เปิดเส้นทางหนียิ่งกว่าในหนัง ฝากถึงแม่ยกรัฐบาลหากหมายหัวเอาชีวิตกล้าขอก็กล้าให้

Sunday, October 10, 2010

แม่ค้ารองเท้าแตะหน้า"มาร์ค-สุเทพ" ร้องเพื่อไทยช่วย โดนตร.กรุงเก่าจับข้อหาจำหน่ายของกระทบความมั่นคง

ที่มา มติชน

ที่ พรรคเพื่อไทย (พท.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพท. แถลงเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ว่า น.ส.อมรวัลย์ เจริญกิจ อายุ 41 ปีได้เข้ามาร้องเรียนต่อพรรค พท.เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจของ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งนำโดยพล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รรท.ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รรท.ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เป็นต้น ได้จับกุมและให้รับทราบข้อกล่าวหาจากการขายรองเท้าแตะที่มีรูปนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ซึ่งเป็นการแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐได้แจ้งข้อหาว่า ร่วมกันจำหน่ายและทำให้แพร่หลายสิ่งพิมพ์ที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาด กลัวในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินกระทบความมั่นคงรัฐทั้งพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือทั่วราชอาณาจักรนั้น โดยวันนี้ น.ส.อมรวัลย์ได้ยื่นหนังสือต่อ พท.ให้ช่วยเหลือว่าการที่ตำรวจกระทำในลักษณะนี้ พท.มองว่าจ.พระนครศรีอยุธยาไม่ใช่พื้นที่พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว จึงจะอ้างอีกไม่ได้ เมื่อดูถึงการค้าขายก็ไม่เห็นมีความผิดอะไร เนื่องจากเป็นการใช้สิทธิตามปกติ เพราะเมื่อประชาชนไม่เห็นด้วยนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพทำรูปและข้อความเป็น สินค้าแล้ว นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพก็อาจฟ้องหมิ่นประมาทได้

"การ ที่นายตำรวจจับกุมประชาชนที่ขายรองเท้าเหมือนสร้างผลงานเอาใจนาย ก่อนประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.)ในวันที่ 15 ตุลาคมเพื่อแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ ถือเป็นการเอาใจนายเกินเหตุไม่ดูข้อกฎหมายครบถ้วนเป็นการกระทำมิชอบประมวล กฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 200 วรรคสองกรณีกลั่นแกล้งเพื่อให้บุคคลอื่นได้รับโทษหรือรับโทษสูงขึ้น โดยพรรคพท.จะช่วยเหลือประชาชนที่มาร้องเรียนและพร้อมจะดำเนินการฟ้องร้องนาย ตำรวจกลุ่มดังกล่าวทั้งทางศาลและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไป"

ด้านน.ส.อมรวัลย์ กล่าวว่า ขอฝากนายกฯอยากถามว่าคุกไว้ขังคนจนและเป็นสีแดงเท่านั้นใช่หรือไม่ ตนเป็นคนจ.ตรัง แต่เป็นคนเสื้อแดง โดยในวันที่ 11 ตุลาคมนี้ ตนจะไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะนี้หากินลำบากเพราะชีวิตที่เป็นอยู่ก็แย่อยู่แล้ว ที่ผ่านมาเคยค้าขายผักแต่รายได้ไม่พอจึงต้องมาขายรองเท้าแตะ

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า น.ส.อมรวัลย์ได้ถือป้ายผ้าสีแดงมีข้อความระบุว่า "ที่จำหน่ายวัตถุอันตรายเป็นภัยต่อความมั่นคง" นอกจากนี้ ยังนำภาพพรมเช็ดเท้าที่มีใบหน้าของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มอบให้นายพร้อมพงศ์แถลงข่าว เพื่อแสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ไม่เคยดำเนินคดีในลักษณะดังกล่าว

ระเบิดการเมือง วิกฤต'เกมอำนาจ'

ที่มา ข่าวสด



เหตุระเบิดแมนชั่นย่านบางบัวทอง มีผู้เสียชีวิต 4 ราย เป็นทั้งผู้เกี่ยวข้องและประชาชนผู้บริสุทธิ์

ภายใต้การเร่งมือของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คลี่คลายคดีคืบหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว

เปิด โฉมหน้าตัวละครออกมาได้หลายตัว โดยเฉพาะเจ้าของห้องพักที่ชื่อ นายสมัย วงศ์สุวรรณ์ พบ ประวัติเป็นการ์ดเสื้อแดง เคยเข้าร่วมชุมนุมเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบอย่างละเอียดยังพบหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงเหตุระเบิดป่วนเมือง อีก 5-6 ครั้งก่อนหน้านี้ ทั้งที่บริเวณห้างสรรพสินค้า สถานที่ราชการ โรงเรียน

ซึ่งแต่ละจุดล้วนอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดปริมณฑล ที่ยังมีพ.ร.ก.ฉุก เฉินควบคุมอยู่

อย่างไรก็ตาม เหตุระเบิดแมนชั่นย่านบางบัวทอง แม้พยานหลักฐานส่วนหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาจะชี้ตรงไปยังคนเสื้อแดง

แต่ยังมี "ความจริง" อีกชั้นหนึ่งที่ต้องสืบเสาะ

ที่น่าสนใจ คือความจริงในชั้นนี้ จะชี้ตรงไปที่ใคร ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล หรือฝ่ายรัฐบาลเล่นเอง

เป็น หน้าที่ของตำรวจต้องสืบ สวนหาหลักฐานมายืนยันต่อไปว่า ระเบิดที่เกิดขึ้นเชื่อมโยงถึงกลุ่มบุคคลใดบ้าง เพื่อจับกุมนำตัวมาลงโทษตามกฎหมาย โดยต้องไม่ปล่อยให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงบิดเบือนข้อเท็จจริง ถึงแม้สิ่งที่เกิดขึ้นจะมีชนวนสาเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองก็ตาม

ทั้งนี้ หลังการปราบม็อบเสื้อแดงจนมีคนตายกว่า 90 ศพ บาดเจ็บอีก 2,000 คน เมื่อเดือนพ.ค.

ผ่านมาเกือบ 5 เดือนเกิดเหตุระเบิดแล้วราว 20 ครั้ง

เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งทางการเมืองไม่แค่จะเกิดอย่างต่อเนื่องแต่ยังทวีความรุนแรงมากขึ้น



ที่ผ่านมาหลังเกิดเหตุระเบิดขึ้นหลายครั้ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เพิ่มมาตรการป้องกันอย่างเข้มข้น

มี การตั้งศูนย์ปฏิบัติการและบริหารเหตุ การณ์ร้ายแรงขึ้นมาเป็นการเฉพาะเพื่อสืบ สวนจับกุมคนก่อเหตุ แต่เอาเข้าจริงก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายทางเท่านั้น

เนื่องจากต้นทางของระเบิดมาจากปัญหาทางการเมืองที่มีความสลับซับซ้อน

กล่าว คือตราบใดที่การเมืองยังปรองดองกันไม่ได้ ต่อให้มีมาตรการเข้มงวดแค่ไหน หรือต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไปอีกกี่รอบ ก็ไม่ช่วยให้บ้านเมืองปลอดจากเสียงระเบิดได้อย่างถาวร

ทุกครั้งเมื่อเสียงระเบิดดัง การข่าวของรัฐบาลก็จะพุ่งเป้าไปยังฝ่ายตรงข้ามคือคนเสื้อแดงทันที

ข้อกล่าวหาคือต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล

ทำ ให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย หรือสร้างหลักประกันความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้

โดยมีจุดหมายอยู่ที่การยืมมือสังคมสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลต้องยุบสภาในที่สุด

การตั้งโจทย์ของรัฐบาลเช่นนี้นำมาสู่การตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามด้วยวิธีรุนแรงแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน

เท่าที่เห็นคือการที่คนเสื้อแดงตกเป็นฝ่ายถูกไล่ล่าอย่างไม่ลดละ

เจ้าหน้าที่รัฐหาเรื่องจับกุมได้ทั้งนักเรียน นักศึกษา หรือแม้แต่แม่ค้าขายรองเท้าแตะ

เบาะๆ ก็โดนตั้งข้อหาละเมิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถ้าเป็นระดับแกนนำก็จะโดนข้อหาก่อการร้าย จ่อด้วยข้อหาล้มเจ้า

อย่าง ไรก็ตาม ถึงแม้เหตุระเบิดแมนชั่นย่านบางบัวทอง จะเป็นเครื่องยืนยันการข่าวของรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงที่ว่าจะมีความพยายาม ก่อเหตุทำนองเดียวกันนี้ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2553

แต่ปัญหาคือรัฐบาลจะหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าวได้อย่างไร

การจับกุมฝ่ายตรงข้ามแบบเหวี่ยงแหนั้น ถ้าเหวี่ยงถูกตัวก็แล้วไป แต่ถ้าผิดตัวก็จะยิ่งทำให้ความคั่งแค้นลุกลามออกไปไม่จบสิ้น

เช่นเดียวกับกรณี 91 ศพ ที่เวลาผ่านมาเกือบ 5 เดือนแต่กลับไม่มีอะไรคืบหน้าทั้งในทางคดีหรือการเยียวยาจิตใจผู้สูญเสีย

หรือ อย่างการจับกุมกลุ่ม 11 ชายฉกรรจ์ที่ จ.เชียงใหม่ ที่เข้าล็อกกันพอดีกับข่าวปล่อยล่วงหน้าว่า มีคนเสื้อแดงไปฝึกอาวุธในประเทศเพื่อนบ้าน เตรียมกลับมาปฏิบัติการลอบสังหารบุคคลสำคัญในประเทศ

เบื้องหลังหลายคนยังสงสัยว่าเป็น การจัดฉากโยนความชั่วร้ายให้คน เสื้อแดง

โดยฝีมือของใครบางคนในซีกรัฐบาลหรือไม่

มีรายงานข่าวระบุว่าหลังสลายม็อบเสื้อแดงในเดือนพฤษภาฯ

แกนนำเสื้อแดงถูกจับกุม บางส่วนหลบหนี มุดลงใต้ดินบ้าง ไปต่างประเทศบ้าง

ทิ้ง ให้มวลชนคนเสื้อแดงจำนวนไม่น้อย เคว้งคว้าง เกิดสภาพต่างคนต่างอยู่ ด้วยความคับแค้น กลายเป็นเหยื่อของผู้ที่คิดใช้ประโยชน์จากความคับแค้น

การข่าวฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าเหตุระเบิดรายวันน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มคนเหล่านี้

โดยเฉพาะพวกที่มีประวัติเป็นแดงฮาร์ดคอร์

ถูก คนในรัฐบาลใช้ชั้นเชิงหลอกล่อด้วยผลประโยชน์บางอย่าง ให้ออกมาเผยตัวแล้วตลบหลังเข้าจับกุม อย่างกรณี 11 นักรบ หรือกรณีระเบิดพรรคภูมิใจไทย เป็นต้น

ปัญหาทางการเมืองทุกวันนี้มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนจนไม่รู้ใครเป็นใคร

ที่สำคัญคือกรอบความขัดแย้งไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของรัฐบาลกับคนเสื้อแดง

แต่ ได้ขยายวงออกไปถึงเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น การแก่งแย่งอำนาจและช่วงชิงผลประโยชน์กันเองในหมู่พรรคร่วมรัฐบาล การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่ไม่เป็นธรรม

รวมถึงคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่ศาลรัฐ ธรรมนูญใกล้จะตัดสินในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า

ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนการเมืองครั้งสำคัญและจะเป็นตัวชี้ด้วยว่าอุณหภูมิการเมืองจะเย็นลงหรือยิ่งร้อนแรง

ลำพังโจทย์ปัญหาเหล่านี้ก็ทำให้สถานการณ์ย่ำแย่อยู่แล้ว ยิ่งมีเสียงระเบิดดังขึ้นมารายวัน ก็ยิ่งตอกย้ำสภาพวิกฤต

การไม่แก้ปัญหา หรือแก้ปัญหาไม่ได้ ถือว่าบั่นทอนทำลายทั้งรัฐบาลและสถานการณ์การเมืองอยู่แล้ว

แต่การเอาปัญหาที่ตนเองแก้ไขไม่ได้ ไปบิดเบือนเล่นงานฝ่ายตรงข้ามซ้ำเข้าไปอีก

ไม่เรียกว่าทำลายประเทศชาติก็ไม่รู้จะเรียกอะไรดี

ใจ อึ๊งภากรณ์ ตอบ \'ใบตองแห้ง\' เรื่อง \"34 ปี \'6 ตุลา\' ที่สุดแห่งความสามานย์\"

ที่มา thaifreenews

ใจ อึ๊งภากรณ์ แสดงความเห็นต่อบทความ "34 ปี ''6 ตุลา'' ที่สุดแห่งความสามานย์" ของ ''ใบตองแห้ง''

ผมเห็นด้วยกับ “ใบตองแห้ง” เวลาเขาวิจารณ์คนเดือนตุลาจำนวนมากโดยเขียนว่า “34 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก และแล้ว คนที่เคยผ่าน ‘6 ตุลา’ ร่วมครึ่งหนึ่งก็กลายไปเป็นผู้สนับสนุนเผด็จการ และเผด็จการแฝงของอำมาตย์” อาจเพิ่มอีกได้ว่าพวกเอ็นจีโอที่เคยท่องคำขวัญ “คำตอบอยู่ที่หมู่บ้าน” ก็หันมาอยู่ในกลุ่มคนเสื้อเหลืองนี้ด้วย สำหรับเอ็นจีโพวกนี้ “คำตอบอยู่ที่รัฐประหาร”

แต่ “ใบตองแห้ง” คงจะตาบอดไปข้างหนึ่ง เวลาเขียนต่อว่า “เสื้อ แดงมีสโลแกนที่แสดงออกถึงเนื้อหาของสังคมนิยมบ้างหรือเปล่า ไม่ต้องไปถึงขั้นยึดทรัพย์นายทุน ยึดกิจการเป็นของรัฐ เอาแค่อ่อนๆ แบบขึ้นภาษีคนรวย เพิ่มรัฐสวัสดิการ ก็ยังไม่เห็นมีเลย”... เพราะเสื้อแดงเชียงใหม่ก็ชูประเด็นรัฐสวัสดิการ และภาษีก้าวหน้า เสื้อแดงสมัชชาสังคมก้าวหน้า และเสื้อแดงเลี้ยวซ้าย ที่กรุงเทพฯ ก็รณรงค์เรื่องรัฐสวัสดิการ และเลี้ยวซ้าย ยังเน้นเรื่องสังคมนิยมอีกด้วย และในกลุ่มซ้ายๆภายในขบวนการเสื้อแดงเหล่านี้มีคนเดือนตุลาอยู่ด้วย อดีต พคท. ก็มี

การเป็น “ซ้าย” ไม่ใช่แค่พูดเรื่องการจับอาวุธ ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นแนวที่ถูกพิสูจน์ว่าล้มเหลวจากประสบการณ์ของ พคท.

วลา “ใบตองแห้ง” พูดถึงความคิดสังคมนิยม และบอกว่า “ต้องขีดเส้นก่อนว่า สังคมนิยมไม่ใช่เสรีประชาธิปไตย สังคมนิยมเป็นเผด็จการรูปแบบหนึ่ง ซึ่งใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษชวนหัวอย่างยิ่งว่า People’s Democratic Dictatorship” ก็เป็นเพียงการขุดของเก่ามาฉายซ้ำ ผมสงสัยว่าเขาไม่เคยเป็นมาร์คซิสต์ แค่สนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์เท่านั้นเอง เพราะ “สังคมนิยม” ที่เขาพูดถึงคือระบบเผด็จการ สตาลิน-เหมา ซึ่งล่มสลายไปทั่วแล้ว ส่วนสังคมนิยมมาร์คซิสต์ยังมีอยู่ และเน้นประชาธิปไตยสูงสุดด้วย ตัวอย่างที่ดีที่สุดเพราะมีอิทธิพลสูง คือพรรคใหม่ต้านทุนนิยม (NPA) ในฝรั่งเศส ซึ่งเติบโตมาจากสากลที่สี่ หรือบางส่วนของพรรคซ้าย (Die Linke) ในเยอรมัน ตัวอย่างอื่นๆ ทั่วโลกมีอีก แต่เกรงว่า “ใบตองแห้ง” ไม่ได้ทำการบ้านมาเท่าที่ควร

และ เรื่อง “เสรีประชาธิปไตย” อันนี้ก็ของเก่ามาฉายซ้ำอีก “เสรีนิยม” ไม่ใช่ประชาธิปไตย เสรีนิยมคือแนวคิดกลไกตลาดแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา นักวิชาการเสรีนิยมในไทยสนับสนุนรัฐประหาร 19 กันยา พรรคเสรีนิยมในไทยคือพรรคประชาธิปัตย์ ในหลายๆ ประเทศมีการใช้รัฐเผด็จการเพื่อบังคับใช้กลไกตลาดเสรีที่ทำให้คนจนจนลงและคน รวยรวยมากขึ้น และเวลาใครที่เป็นอดีตซ้ายอ้างว่าต้องพัฒนาทุนนิยมตลาดเสรี เขาก็แค่ท่องสูตรเดิมของ พคท. ที่เคยเสนอว่าเราต้องสร้างทุนนิยมหรือประชาชาติประชาธิปไตยก่อน เพื่อทำลายระบบเก่า

“ใบตอง แห้ง” ควรจะพยายามหลีกเลี่ยงการวิเคราะห์แบบ “กลไกแข็งกระด้าง” ที่มองว่าเสื้อแดงมาจากคนที่เคยเลือกพรรคนายทุน ดังนั้นจะซ้ายไม่ได้ เพราะในโลกจริงคนเสื้อแดงพัฒนาจิตสำนึกทางชนชั้นของตนเองมาเรื่อยๆ อาจไม่ได้แสดงออกด้วยศัพท์หรือวาจาที่ชัดเจนและเป็นซ้าย แต่มีการเข้าใจว่าตนเป็น “ไพร่” ที่ถูกกดขี่ และสาเหตุที่เขาชอบทักษิณหรือไทยรักไทย มาจากผลประโยชน์ทางชนชั้นอีก เช่นเรื่องระบบสาธารณะสุขถ้วนหน้า หรือกองทุนหมู่บ้าน ในความเป็นจริงคนเสื้อแดงรักทักษิณได้ โดยไม่ต้องตกเป็นเครื่องมือของทักษิณหรือ พรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดงเหล่านี้สามารถสู้เพื่อผลประโยชน์คนจนได้ โดยการนำตนเองอีกด้วย นี่คือสภาพขัดแย้งกันเองที่เราเห็นและต้องเข้าใจในโลกจริง

แล้ว พวก พันธมิตรฯ ที่อ้างตัวเป็นซ้ายละ? ใบตองแห้งควรจะไปศึกษาขบวนการฟาสซิสต์ทั่วโลก เพราะฟาสซิสต์ ซึ่งรวมถึงพันธมิตรฯ จะพยายามใช้ศัพท์ของฝ่ายซ้ายปนกับความคิดฝ่ายขวา เพื่อดึงคนชั้นกลางที่รู้สึกไม่พอใจกับอำนาจรัฐหรือนายทุนใหญ่เข้ามาเป็นพวก และการที่อดีตฝ่ายซ้ายในกลุ่มพันธมิตรฯ ชื่นชมเผด็จการ เป็นการรักษาจุดยืนเดิมที่เคยรักเผด็จการในจีนอีกด้วย แล้วเผด็จการพรรคคอมมิวนิสต์ในจีนตอนนี้กำลังบังคับใช้แนวเศรษฐกิจอะไร? คำตอบคือเสรีนิยมกลไกตลาด

บก.ลายจุด:10/10/10จุดเทียนเถอะสหาย

ที่มา Thai E-News



จุดเทียนเถอะสหาย
แม้กายท่านจะอ่อนล้า
ท้องฟ้ายามนี้มึดสนิท
ผู้คนโหยไห้
ชีวิตดุจขนนก ปลิวว่อนในคืนอันเปล่าเปลี่ยวไ้ร้ความยุติธรรม
กรงเล็บเหล็กจิกใส่ตัดขั้วหัวใจ

จุดเทียนเถอะสหาย
แสงไฟเตือนเราว่านี่คืนมืด
บอกคนที่จากไป
เรานึกถึงวันที่ไฟสว่างจะมาถึง

จุดเทียนกัน


หมายเหตุ:งาน รำลึกครบรอบ 6 เดือนวีรชน 10 เมษาฯ ในวันที่ 10 ตุลาคม หรือ 10/10/10 กลุ่มวันอาทิตย์สีแดงได้เตรียมเทียนแดงไว้จุดรำลึกวีรชน 20,000 เล่ม ท่านที่ไปร่วมงานหากกลัวว่า20,000เล่มอาจไม่พอ รบกวนถือไปจากที่บ้านด้วย








.........
รายงานข่าวที่เกี่ยวข้อง:

-กำหนดการกิจกรรม 10/10/10 รำลึกวีรชน 10 เมษาฯ

-บันทึกผู้รอดชีวิต:เราไม่ลืมเพื่อนตาย10เมษา

-อย่าลืมเรา...ความจริง10เมษาฯ@สมรภูมิแยกคอกวัว

-กาลครั้งหนึ่ง 10 เมษาฯ..อย่าลืมเรา

Saturday, October 9, 2010

ภาพประวัติศาสตร์ของหลวงพ่อปราโมทย์!!!

ที่มา Dhammada.net

เนื่อง จากมีการกล่าวหาว่า หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แอบอ้างหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ว่าเป็นอาจารย์ของท่าน โดยปราศจากความเป็นจริง ในวันนี้ ที่ panitp.com ได้มีผู้นำภาพซึ่งหลวงพ่อปราโมทย์ในสมัยที่เป็นฆราวาส ได้ถ่ายรูปกับหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ไว้ ทางเว็บ Dhammada.net จึงได้ทำการคัดลอก และเผยแพร่ต่อ และขอ Quote ข้อความมาเก็บไว้ด้วย

pantip.com: ภาพประวัติศาสตร์ของหลวงพ่อปราโมทย์!!! โดย คุณ รัก รัตนตรัย


หลวงปู่ดูลย์ อตุโล กับ คุณ ปราโมทย์ สันตยากร (ในสมัยนั้น)

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล กับ คุณ ปราโมทย์ สันตยากร (ในสมัยนั้น)

ภาพนี้ถ่ายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 26 – 27 ปี เป็นภาพคู่ระหว่างหลวงปู่ดูลย์และหลวงพ่อปราโมทย์
สมัยเป็นฆราวาส ซึ่งภาพนี้ถือเป็นภาพแห่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญภาพ
หนึ่งของผู้ที่ศรัทธาหลวงปู่ดูลย์และหลวงพ่อปราโมทย์ครับ _/I\__/I\__/I\_

จึงขอนำมาให้ชมโดยทั่วกันครับ

จากคุณ : รัก รัตนตรัย


หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

หลวงปู่ดูลย์ อตุโล

ส่วน ภาพนี้เป็นอีกภาพหนึ่งที่ผมชอบ ถ้าจำไม่ผิดรูปนี้น่าจะเป็นหลวงพ่อปราโมทย์ถ่ายหลวงปู่เอง หรือไม่ก็น่าจะเป็น น้องชายทางธรรมท่านนึงของหลวงพ่อถ่ายครับ เพราะทั้งสองท่านมักจะไป ภาวนาตามวัดป่าด้วยกัน

จากคุณ : รัก รัตนตรัย


หลวงตาผนึก สิริมงฺคโล กับ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

หลวงตาผนึก สิริมงฺคโล กับ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

อัน นี้เป็นรูปของ หลวงตาผนึก ผู้เป็นศิษย์อาวุโสของหลวงปู่ดูลย์ท่านนึง กับหลวงพ่อปราโมทย์ ท่านอยู่วัดป่าเขวาสินรินทร์ ปัจจุบันท่านละสังขารไปแล้ว โดยภายหลังทาง วัดป่าเขวาสินรินทร์ จึงได้นิมนต์หลวงพ่อปราโมทย์ไปเทศน์ที่ วัดป่าเขวาสินรินทร์ เมื่อ วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2551 สามารถฟังได้ที่ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แสดงธรรมที่วัดป่าเขวาสินรินทร์

จากคุณ : รัก รัตนตรัย


ภาพหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ซึ่งเป็นภาพหน้าแรกของ wimutti.net ในตอนเริ่มแรก

ภาพหลวงปู่ดูลย์ อตุโล ซึ่งเป็นภาพหน้าแรกของ wimutti.net ในตอนเริ่มแรก

รูปแรก ถ้าสังเกต จะพบว่าเป็นรูปที่เว็บ wimutti.net นำมาไว้ที่หน้าแรกตั้งแต่สมัยแรกๆ มานานแล้ว

จากคุณ : อนาคต


หมายเหตุ คลิปธรรมะที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Dhammada.net (ธรรมดา ด็อต เน็ต) คือเสียงการแสดงธรรมเพียงบางช่วง บางตอน ของ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช สวนสันติธรรม ศรีราชา ชลบุรี ซึ่งทางกลุ่มธรรมดาเป็นผู้จัดทำเพื่อให้เป็นหมวดหมู่ และยังมีเรื่องของการตอบคำถามเฉพาะเรื่องเฉพาะบุคคลด้วย ดังนั้นจึงยังไม่ใช่ข้อสรุปของการสอนธรรมะของท่านแต่อย่างใด รวมทั้งคำพูดหรือศัพท์บัญญัติที่ใช้ อาจเป็นที่เข้าใจเฉพาะกับผู้ถามเท่านั้น มิใช่การพูดเป็นการทั่วไป จึงขอความกรุณาอย่าได้นำไปใช้อ้างอิงในที่ใดโดยเด็ดขาด ขอเป็นเพียงการฟังเพื่อเข้าใจแนวทาง และเพื่อเป็นกำลังใจในการภาวนาเท่านั้น
อนึ่ง Dhammada.net เป็นเว็บไซต์ของกลุ่มลูกศิษย์ที่ภาวนาตามแนวดูจิตได้จัดทำกันเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทาง สวนสันติธรรม หรือ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช แต่อย่างใด

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

"นนทิกร" เลขาธิการ ก.พ.คนที่ 14...พรรคข้าราชการ (ตาย)ไปนานแล้ว

ที่มา มติชน



เหตุเพราะว่า "สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน" (ก.พ.) คือ "ตัวจักรสำคัญ" ของรัฐบาลในการบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐ

ขณะที่ "นนทิกร กาญจนะจิตรา" คือ "กุญแจหลัก" ของสำนักงาน ก.พ. ที่รับผิดชอบงานปรับปรุงระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทน จนสามารถสร้างผลงานอันลือลั่นว่าด้วยการ "ยกเลิกซี" เมื่อปี 2551

เหตุนี้ทำให้ "นนทิกร" ถึงฝั่งฝันในตำแหน่งเลขาธิการ ก.พ. คนที่ 14

แม้เป็น "สิงห์ขาว" จบการศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เหมือน "สุเทพ เทือกสุบรรณ" อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซ้ำยังมีสายสัมพันธ์อันดีกับบิ๊กการเมืองหลายคน-หลายพรรคผ่าน "เซนต์คาเบรียล คอนเนคชั่น"

ทว่า "นนทิกร" เชื่อว่าเหตุที่ทำให้เขาขึ้นรั้งเก้าอี้ "เบอร์ 1 ของสำนักงาน ก.พ." หาได้มาจากสายใยกับฝ่ายการเมืองไม่ แต่ส่วนหนึ่งเกิดจาก "โชคช่วย" จากการแยกสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ออกจากสำนักงาน ก.พ. ในการปฏิรูปราชการปี 2545 เพราะทำให้คู่แข่งที่อยู่ในระนาบเดียวหายไปเกือบครึ่ง

ขณะที่อีก ส่วนหนึ่งเกิดจากการมี "คุณสมบัติ" ส่วนตัวต้องกับ "คุณลักษณะ" เลขาธิการ ก.พ. "การที่ข้าราชการคนหนึ่งจะขึ้นเป็นผู้บริหารได้ต้องมีอย่างน้อย 3 อย่างคือ

1. เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ

2. มีมนุษยสัมพันธ์ดี โดยเฉพาะ ก.พ. เป็นหน่วยงานกลางที่ต้องติดต่อกับบุคคลภายนอก นอกจากมีมนุษยสัมพันธ์ดีแล้ว ยังต้องมีทัศนคติในเชิงบวก เพราะคนที่มาหาเราส่วนใหญ่จะมาด้วยเหตุว่าอยากขอให้เราช่วยอะไรสักอย่าง อยากให้ปรับปรุงระบบ ซึ่งสมัยก่อน ก.พ.มักถูกตำหนิว่าทำงานแบบตัดเสื้อโหล ออกระเบียบฉบับหนึ่งบังคับใช้เป็นการทั่วไป แต่ระยะหลังๆ ส่วนราชการบอกว่าต้องการเสื้อตัดที่เหมาะกับเขา หากคนทำงานไม่มีทัศนคติในเชิงบวกก็ลำบาก

3. ต้องมีสัมพันธภาพอันดีกับรัฐบาล เพราะเราไม่ใช่หน่วยงานอิสระ แต่สังกัดฝ่ายบริหาร ถ้าเทียบแล้วก็คือเอชอาร์ (ฝ่ายบุคคล) ของบริษัท งานใดที่เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลแล้วเกี่ยวข้องกับเรื่องคน เราต้องมีเซนส์ไว ต้องช่วยรัฐบาลให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารงาน บุคคล

"ส่วนเรื่องคอน เนคชั่นทางการเมืองคงออกมาในอีกรูป แบบคือ เป็นการอำนวยความสะดวก หรือช่วยให้การบริหารของฝ่ายการเมืองคล่องตัวมากกว่า เพราะการอยู่ในตำแหน่งนี้จะมีคำหารือจากรัฐมนตรี หรือผู้ใหญ่ทางการเมืองมาถึงสำนักงานอยู่ตลอด"

สำหรับ "วาระร่วม" ที่สังคมคาดหวังจาก "ข้าราชการ" ในภาวะที่บ้านเมืองมีปัญหาคือการยืนเป็นหลักให้ประเทศ ทว่ากลับปรากฏภาพข้าราชการถูกแบ่งออกเป็น 2 ก๊ก

ก๊กหนึ่งใส่เกียร์ว่างรอลมการเมืองสงบ อีกก๊กประกาศตัว-เลือกขั้วการเมืองชัดเจน

"นนทิ กร" ยอมรับว่าก็อาจจะมีบางส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคง แต่ขณะเดียวกันก็มีบางหน่วยไม่กล้าทำอะไร เพราะเห็นประสบการณ์ในอดีตที่ทำไปแล้วโดนฟ้อง ไม่มีใครคุ้มครองใคร มันเหมือนการเรียนรู้ เอาตัวรอด เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก มีผู้ใหญ่ที่เคารพหลายท่านพูดว่าความจริงไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรมากกว่า ขอให้ข้าราชการทำหน้าที่รับผิดชอบของตน คุณมีหน้าที่อะไร คุณก็ทำตามหน้าที่ในฐานะข้าราชการอาชีพ

ในขณะที่ "ฝ่ายประจำ" อ่อนกำลังลงทุกวันจากการถูก "ฝ่ายการเมือง" เข้าแทรกแซง รัฐธรรมนูญปี 2550 เปิดช่องให้ข้าราชการสามารถรวมกลุ่มจัดตั้ง "สหภาพข้าราชการ" ขึ้นมาคัดง้างการใช้อำนาจโดยมิชอบได้ ซึ่งขณะนี้แนวคิดดังกล่าวเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น จากการตราพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) จัดตั้งสหภาพข้าราชการ พ.ศ.... โดยอยู่ระหว่างการถกเถียงเพื่อหาข้อสรุปที่ลงตัวของคณะอนุกรรมการข้าราชการ พลเรือน (อ.ก.พ.) ที่เกี่ยวข้อง

"โดยเจตจำนงเป็นการทำตามรัฐ ธรรมนูญที่ให้มีการรวมกลุ่มได้ แต่กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ต้องการให้รวมกลุ่มเพื่อตั้งข้อต่อรอง หรือใช้วิธีการหยุดงาน แต่พอพูดถึงสหภาพทีไร ฝ่ายนายจ้างจะรู้สึกเป็นความกดดัน ใช้การหยุดงานบ้าง ใช้ฝูงชนบ้าง หากตัวข้าราชการ หรือสมาชิกสหภาพไม่เข้าใจเจตจำนงตามกฎหมาย ก็สามารถทำผิดกฎหมายได้ตลอดเวลา เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจในการหยุดงาน แต่พอรวมกลุ่มแล้วมีพลังก็อาจทำอะไรที่เกินเลย

นอกจากนี้ พอมีคนเยอะๆ โอกาสจะมีมือที่ 3 แทรกเข้ามาเบี่ยงเบนเจตนา หรือเอาคนกลุ่มนี้ไปทำอย่างอื่น มันเป็นไปได้ ยิ่งในสภาพเหตุการณ์บ้านเมืองอย่างทุกวันนี้ ถ้าคนที่ทำหน้าที่รวมกลุ่มไม่มีเจตจำนงที่ดี ไม่มีความสามารถในการคุมคน อันตราย อาจถูกเบี่ยงเบนทำอะไรก็ได้ ดังนั้นเรื่องนี้ต้องดูให้รอบคอบ"

แม้ นาทีนี้การเกาะกลุ่ม-รวมตัวของข้าราชการจะยังไม่เกิดขึ้นเป็นทางการ แต่เชื่อว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวคงทำให้นักการเมืองหวั่นไหวไม่น้อย เพราะเท่ากับเป็นการเสริมความเข้มแข็งให้ "พรรคข้าราชการ"

"พรรค ข้าราชการไม่มีมานานแล้ว ตั้งแต่ประชาธิปไตยไทยเข้มแข็ง มันเป็นกราฟที่ผกผันกันนะ ในอดีตอาจจะจริงที่พรรคข้าราชการเข้มแข็ง เนื่องจากรัฐบาลมาจากการปฏิวัติรัฐประหาร คนที่มาเป็นรัฐมนตรีก็คือข้าราชการทั้งสิ้น เมื่อพื้นฐานเขามาจากข้าราชการ คนที่จะซัพพอร์ต (สนับสนุน) เขาก็คือราชการ พรรคข้าราชการก็เลยเข้มแข็ง แต่อย่าเรียกว่าพรรคข้าราชการเลย เพราะข้าราชการกับรัฐบาลคือเนื้อหนึ่งอันเดียวกัน

แต่ ต่อมาหลังจากประชาธิปไตยเบ่งบาน มีการเลือกตั้ง มีพรรคการเมืองที่เข้มแข็งมากขึ้น สิ่งที่เรียกว่าพรรคข้าราชการก็เริ่มสลายตัว และอ่อนแอลงเรื่อยๆ ผมคิดว่ามันไม่ควรเป็นพรรคหรอก ข้าราชการควรเป็นอาชีพ ต้องไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ต้องทำหน้าที่ของตัวตามที่กฎหมายบัญญัติ"

ท้ายที่สุดเมื่อยิงคำถามยอดฮิตของ พ.ศ. นี้ไปว่าเป็นข้าราชการสีอะไร?

"นนทิ กร" ระเบิดหัวเราะก่อนตอบว่า "สีธงชาติ เป็นคนไทยครับ เป็นข้าราชการ สีไหนที่เรพพรีเซ็นต์ (เป็นตัวแทน) ข้าราชการก็เป็นสีนั้น เราเป็นสีไหนไม่ได้หรอก ไอ้ความชอบส่วนตัวอาจจะมี แต่ในความเป็นข้าราชการต้องเป็นข้าราชการอาชีพ"

ทั้งหมดนี้คือความคิด-ชีวิต-ตัวตนของเลขาธิการ ก.พ. คนที่ 14 ผู้ประกาศตัวเป็น "ข้าราชการสีธงชาติ"!!!

(สัมภาษณ์พิเศษ โดย หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ )

รัฐไทยใหม่

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




เหตุระเบิดแมนชั่นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต สร้างความหวาดผวาแก่ประชาชนอย่างมาก

เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากความผิดพลาดมือระเบิดเอง

นั่นคือ นายสมัย วงศ์สุวรรณ์ ชาว จ.เชียงใหม่ ก็เป็นศพเละคาที่

จากการสืบสวนทราบว่า นายสมัยเคยร่วมชุมนุมกับม็อบเสื้อแดง และมีคดีติดตัวอยู่หลายคดี

หลังสิ้นเสียงกัมปนาทของระเบิด เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ

พบหลักฐานจำนวนมาก ทั้งอุปกรณ์ประกอบระเบิด อาวุธปืน

รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนายสมัยผู้ตายด้วย

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตัวเชื่อมที่จะนำไปสู่การคลี่คลายคดีแล้ว ซึ่งพบว่าเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดหลายแห่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังได้พบแผ่นซีดี 1 แผ่นตกอยู่ หน้าแผ่นเขียนด้วยปากกาหมึกน้ำเงินว่า "รัฐไทยใหม่"

จนทำให้มีการโยงไปถึงแผนการเคลื่อนไหวของการชุมนุมของม็อบเสื้อแดงก่อนหน้านี้

แต่จากการตรวจสอบ พบว่าซีดีแผ่นนี้ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ไม่ได้เป็นหลักฐานอะไรมาก และไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดด้วยซ้ำ

คำว่า "รัฐไทยใหม่" เป็นคำที่น่ากลัว และถูกนำมาขยายผลทางการเมือง เพื่อดิสเครดิตแกนนำม็อบเสื้อแดงอย่างได้ผล

และใช้ทิ่มแทงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้อย่างชะงัด

มีการนำสติ๊กเกอร์ระบุว่าเป็นประมุขรัฐไทยใหม่ติดทั่วพื้นที่สีลม รอบราชประสงค์ ในช่วงก่อนจะใช้กำลังทหารเข้าสลาย

การขยายผลจากวาทกรรมรัฐไทยใหม่ ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งในการขออนุญาตฆ่าผู้ชุมนุมด้วยเช่นกัน

ปัจจุบัน ก็ยังมีพรรคการเมืองใช้วาทกรรมนี้นำไปขึ้นป้ายทั่วประเทศ

"เทิดทูนสถาบัน ต้านรัฐไทยใหม่ พรรคภูมิใจไทย"

ถ้าไม่ใช่มันสมองก้อนโตของนายเนวิน ชิดชอบ แล้วจะเป็นใครได้

จริงๆ แล้วคำว่า "รัฐไทยใหม่" ดูเหมือนว่านายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช.เป็นคนเสนอขึ้นมา

เป็นการเสนอขึ้นมา เพื่อให้ประชาชนเปรียบเทียบกับ "การเมืองใหม่" ของกลุ่มพันธมิตร

นายณัฐวุฒิเคยให้สัมภาษณ์อธิบายข้อเสนอใหม่ดังกล่าวนี้ว่า

"พันธมิตร เสนอเรื่องการเมืองใหม่ สัดส่วน 70-30 ผมเสนอเรื่องรัฐไทยใหม่ คือประเทศมีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง มีความเป็นธรรม ไม่มีการแทรกแซงจากอำนาจนอกระบบ และมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อยากถามว่าข้อเสนอของใครส่งผลเสียหายต่อระบอบประชาธิปไตยกว่ากัน"

ต่อมาคำๆ นี้ เป็นคำที่ถูกขยายความเพื่อหวังผลทางการเมือง

จนกลายเป็นเรื่องใหญ่โตและน่ากลัว

การ์ตูน เซีย 09/10/53

ที่มา ไทยรัฐ

Pic_117275

การ์ตูน เซีย 09/10/53

พบงานลอยกาเทย ยี่เป็ง เผาเทียนเล่นไฟ ขับไล่อภิสิทธิ์ จังหวัดเชียงใหม่

ที่มา thaifreenews

โดย namome

ลุงยิ้ม ตาสว่าง
พบ งานลอยกาเทย ยี่เป็ง เผาเทียนเล่นไฟ ขับไล่อภิสิทธิ์ จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่ม 24 มิถุนายน ร่วมกับ แนวร่วมพลเมืองไทย กลุ่มแดงเชียงใหม่