WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, October 26, 2010

การ์ตูนเซีย 26/08/53

ที่มา ไทยรัฐ

Pic_121590

การ์ตูนเซีย 26/08/53

แดงบุกยูเอ็นยื่นหนังสือ"บันคีมุน" ร้องแกนนำเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง

ที่มา มติชน

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงประมาณ 20 คน ได้รวมตัวหน้าองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) พร้อมนำป้ายโจมตีรัฐบาลมาแสดง ปรากฏว่า ทางตำรวจซึ่งตรึงกำลัง 300 นายนำโดยพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบกน.1 ได้เข้ายึดป้ายประท้วง โดยแจ้งว่ามีเนื้อหาหมิ่นเหม่สร้างความแตกแยกในบ้านเมือง จากนั้นเหตุการณ์ก็ชุลมุนขึ้นเนื่องจากหญิงเสื้อแดงอายุประมาณ 50 ปี ไม่ยินยอมให้ยึดป้าย จนเกิดการยื้อยุดฉุดกระชากเล็กน้อย ขณะที่ตำรวจได้ยึดป้ายไปแล้ว 4 แผ่น และพยายามยึดป้ายที่เหลืออีกประมาณ 10 แผ่นไปด้วย ทำให้คนเสื้อแดงที่มารวมตัวก่อนหน้านี้ไม่พอใจเข้าไปต่อว่าตำรวจว่ากระทำ เกินกว่าเหตุ ขณะที่ตำรวจก็พยายามดึงป้ายไปเก็บไว้ จากนั้นสื่อก็กรูเข้าไปถ่ายภาพ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจถอยไป


พล.ต.ต. วิชัย กล่าวว่า ขอนำป้ายไปเก็บไว้และจะคืนเมื่อกิจกรรมของคนเสื้อแดงแล้วเสร็จ จากนั้น มีคนเสื้อแดงประมาณกว่า 100 คน เคลื่อนมากจากเวทีมวยราชดำเนินมาสมทบ โดยชูป้ายโจมตีรัฐบาลทั้งภาษาไทยและต่างประเทศ หลากหลายภาษา พร้อมนำภาพเหตุการณ์การใช้กำลังเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมเมื่อเหตุการณ์ เม.ย.53 มาแสดงหน้ายูเอ็น


จากนั้น นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นาง Laura Certuche รองหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย องค์การสหประชาชาติ โดยเนื้อหาเป็นการเรียกร้องขอให้ยูเอ็นอนญาตให้แกนนำเสื้อแดง ที่หลบหนีจากการคุกคามของรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ได้เป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง เช่น นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ พร้อมทั้งเรียกร้องให้นายบันคีมุน เลขาธิการยูเอ็น กดดันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ให้ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และปล่อยตัวนักโทษการเมืองทุกคน


นาย สมยศ กล่าวว่า การที่นายบันคีมุนจับมือและแสดงสัมพันธไมตรีกับนายอภิสิทธิ์เป็นที่น่าผิด หวัง เพราะรัฐบาลชุดนี้เป็นต้นเหตุของการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสังคมไทย ขอเตือนว่าเลือดนายอภิสิทธิ์จะเปื้อนนายบันคีมุน และหลังจากรับประทานอาหารกลางวันกับนายอภิสิทธิ์แล้ว ขอให้มาพบกับแกนนำนปช.ที่ชุมนุมหน้ายูเอ็นในช่วงบ่ายสองด้วย นอกจากนี้ นายสมยศยังได้กล่าวโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยึดป้ายของกลุ่มเสื้อแดงว่า ละเมิดสิทธิมนุษยชนตอกย้ำว่ารัฐบาลชุดนี้เป็นเผด็จการ

ภาพงานที่อุดรเมื่อคืนครับ 25 ตุลา คอร์นเสิร์ตเพื่อนไม่ทิ้งกัน

ที่มา thaifreenews

โดย อุดรน่ารัก



วัน ที่ 6 พฤศจิกายน เจอกันอีกครั้งครับ ที่เดิมทุ่งศรีเมือง กับพรรคเพื่อไทยเต็มวง นายกสมชาย ทักษิณโฟนอิน เฉลิม จตุพร คุณยิ้มน่ารัก เก่งการุณ อภิวัน และอีกมากมาย กับนักร้องเสื้อแดงเต็มวง

ให้พอเห็นบรรยากาศน่ะครับ ไม่ใช่นักถ่ายรูป














ฟังเพลงอย่างนี้มันต้องตูด ของจ่าประสิทธิ์ยัง ฮามากมาย

แดงฆ่ากันเอง "คำพูดนายชวน" พิการทั้งจิตใจและความคิดของช่างทาสี เลวสุดยอด

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย



ผมไม่รู้ว่าจะอธิบายความเลวของ "ช่างทาสี" อย่างนายชวนหลีกภัยนี้ได้อย่างไร นอกจากขอพูดว่า

เลวได้สุดยอด ไร้ความเป็นมนุษย์โดยสิ้นเชิง

นอก จากเหยียดหยามคนที่ตายแล้ว ยังเหยียดหยามประชาชนทั่วไปด้วยว่า โง่เหง้าจะหลอกลวง ใช้คำพูดบิดเบือนอย่างไรก็ได้ นอกจากนี้คนที่เชื่อคำพูดของนายชวน ผมขอประณามว่า "ไร้ทั้งสมองที่จะคิดวิเคราะห์เอง" ยังไร้จิตสำนึกของความเป็นมนุษย์ด้วบ

ทหาร ถือปืนหลายหมื่นล้อมคนเสื้อแดงที่มาชุมนุม ทั้งภาพและวิดีโอมีบันทึกมากมาย แม้แต่คนเสื้อแดงจะหาทางออกจากที่ชุมนุมยังยากแค้น ต้องหลบเข้าไปในวัด และจนป่านนี้ยังจับคนที่หาว่าเป็นพวกชุดดำไม่ได้ แล้วมาโทษคนเสื้อแดงว่าฆ่ากันเอง

เป็นความคิดที่เลวสุดยอด สุดยอดของ "เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น" อย่างแท้จริง

คนอย่างนายชวนนี่ผมขอประณามว่า "เลว และไร้ความเป็นคน" อย่างแท้จริง เป็นตัวอย่างของนักการเมืองที่เลว และหลอกลวงคนมาชั่วชีวิต

ปล. ข่าวที่นายชวนพูด ลองไปติดตามที่ข่าวนี้นะครับ

http://www.tfn3.info/board/index.php?topic=16301.0

วิสุทธิ์ฉะโผตร. ตั้งอัศวินคุมภ.1

ที่มา ข่าวสด


ฉะโผตร. - พล.ต.ต. วิสุทธิ์ วานิชบุตร รองผบช.ภ.9 เปิดแถลงที่โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์ ฉะโผการแต่งตั้งตำรวจถูกนักการเมืองล้วงลูกจนเละเทะ พร้อมทั้งวิจารณ์นายกฯอย่างรุนแรง



















พล.ต.ต. วิสุทธิ์ วานิชบุตร เปิดแถลงข่าวฉะแหลกนักการเมืองล้วงโผแต่งตั้งตำรวจจนเละเทะ รวมทั้งแฉสาเหตุที่ตนเองโดนเด้งเข้ากรุ อ้างว่าเพราะไปขัดขวางผลประโยชน์เป็นจระเข้ขวางคลอง ไปจับบ่อนการพนัน น้ำมันเถื่อน ใน 4 จังหวัดใต้ โดย ไม่ยอมตามคำขอนักการเมือง ทั้งในท้องถิ่นและระดับชาติ ดับเครื่องชนนายกฯรวมทั้งลูกพี่นายกฯ สร้างภาพธรรมะธัมโม ท้าทำโพลพิสูจน์ ถ้าชาวบ้านไม่ยอมรับจะไปโดดน้ำตายทันที ทางด้านผบ.ตร.เตรียมเซ็นตั้ง 197 นายพล ไปรักษาการตั้งแต่ 1 พ.ย. ส่วนรักษาการผบช. ภาค 1 หวยออกที่"อัศวิน"

เมื่อเช้าวันที่ 25 ต.ค. ที่โรงแรมโนโวเทล สยามสแควร์ พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วานิชบุตร รองผบช.ภ.9 แถลงข่าวในหัวข้อ "ฉะโผตำรวจ นักการเมืองล้วงลูก" เปิดโปงการแต่งตั้งโยกย้ายระดับรองรองผบช.-ผบก.วาระประจำปี 2553 ซึ่งก.ตร.เพิ่งพิจารณาแต่งตั้งไปเมื่อวันที่ 22 ต.ค. และมีการโยกย้าย พล.ต.ต.วิสุทธิ์ จากรองผบช.ภ.9 เป็น รองผบช.สำนักงานกฎหมายและคดี(กมค.)

พล.ต.ต. วิสุทธิ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ถูกย้าย ครั้งนี้ เพราะเมื่อไปอยู่ที่บช.ภ.9 ดูแล จ.สงขลา ตรัง สตูล พัทลุง มีบ่อนการพนัน อบายมุขทุกอย่าง ยาเสพติด โปปั่น โต๊ะพนันบอล หวย หุ้น น้ำมันเถื่อน ของหนีภาษี ยาเสพติด ถูกตนเองจับกุมเป็นจำนวนมาก แล้วมีนักการเมืองมาเคลียร์ แต่เคลียร์ไม่ได้ และส่วนมากคนที่ทำคือนักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองท้องถิ่น ลิ่วล้อ หัวคะแนน ทำอย่างนี้ทั้งหมด เดือนๆหนึ่งหลายร้อยล้าน รู้อยู่แล้ว ส.ส.ทางใต้ นักการเมืองภาคใต้เหล่านี้เป็นใคร เป็นสาเหตุให้ถูกย้าย เพราะเป็นจระเข้ขวางคลอง ไม่ยอมนักการเมือง

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวต่อไปว่า ตอนแรกรู้สึกมั่นใจเมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธาน ก.ตร. ด้วยตนเอง เป็นคนตรง เป็นจอมหลักการ คงไม่ถูกย้าย แต่สุดท้ายก็ย้าย เพราะตอนนี้นักการเมืองล้วงลูกทุกอย่าง ขนาด ผอ.โรงเรียนยังเข้ามาแทรกแซง ล้วงลูกตลอด

"บางคนคิดว่าลูกพี่นายกฯ เป็นคนดี ธรรมะธัมโม ภาพดีเดินไปสวัสดี ไม่ใช่เลย อาศรมของท่านตั้งอยู่ในบช.ภ.9 ซึ่งผู้บังคับการที่ไปเฝ้าบ้าน ไปเฝ้าอาศรมลูกพี่นายกฯคนนี้ เพิ่งครบหลักเกณฑ์ 3 ปี ได้เป็น รองผบช.ภ.9 เท่านั้นไม่พอ ยังไปเอารองผบก.คนหนึ่งขึ้นมาสืบทอด ดูแลอาศรมต่อ มาเป็น ผบก.จังหวัดนั้น แล้วอย่างนี้เรียกว่าล้วงลูกหรือไม่ ผมถามสิ อาศรมนี้ทุกคนนี้ก็รู้ว่าเป็นอย่างไร" พล.ต.ต.วิสุทธิ์กล่าวพร้อมกับยกตัวอย่าง กรณีผบก.ภ.จว.สตูลมีผลงานมากที่สุด จับยาเสพติดที่ส่งข้ามประเทศก็จับกุมมาตลอด แต่ถูกเอามาเป็น ผบก.ศูนย์ฝึกอบรมบช.ภ.1 เอามาเก็บกรุ

พล.ต.ต. วิสุทธิ์กล่าวต่อไปว่า นายกฯคาดการณ์ผิดมาตลอดในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการชุมนุมของคน เสื้อแดง คาดการณ์ผิดเรื่องให้พรรคภูมิใจไทยคุมกระทรวงมหาดไทยและคมนาคม และที่คาดการณ์ผิดที่สุดในชีวิตของนายกฯ คือการเป็นประธานก.ตร.และย้ายพล.ต.ต. วิสุทธิ์เข้ากรุ ท่านคาดการณ์ผิดจริงๆ เพราะตนคือคนของประชาชนและแผ่นดิน เป็นของจริง แม้แต่น้ำท่วมครั้งนี้ก็คาดการณ์ผิดเรื่องการเตรียมพร้อม หน้าที่นายกฯไม่ใช่การไปเดินลุยน้ำ แจกถุง เป็นการสร้างภาพ เพราะนายกฯคนนี้คนเกลียดก็เยอะ ลงไปลุยน้ำทีหนึ่ง ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองทำหน้าที่คุ้มกันเดินลุยน้ำอีก 400-500 คน

"ผมว่าน้องมา ร์ควี 11 นายวิทวัศ ท้าวคำลือ เป็นเด็กคนนึงที่รู้จักนายกฯดีมาก" พล.ต.ต. วิสุทธิ์กล่าว รวมทั้งระบุถึงพล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา ที่มาร้องขอชีวิตต่อนายกฯ นายกฯก็นิ่ง ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ปล่อยให้ไปทำงานไปตาย ซึ่งนายกฯต้องรับผิดชอบ วิญญาณของพล.ต.อ.สมเพียร ยังวนเวียน ยังไม่ได้ไปผุดไปเกิด รอคำ ขอโทษ

พล.ต.ต.วิสุทธิ์แถลง อย่างดุเดือดต่อไปว่า ขอท้าเดิมพันให้ไปทำโพลในพื้นที่ 4 จังหวัดที่ตนดูแล ว่าวิสุทธิ์เป็นตำรวจดีสมควรอยู่หรือไม่ หรือว่าเป็นคนไม่ดี ไม่สมควรอยู่ ถ้า 70% บอกว่าเป็นตำรวจดี สมควรอยู่จะว่าอย่างไร แต่ถ้าต่ำกว่านั้นจะลาออก จะไปกระโดดน้ำที่สะพานพระนั่งเกล้า วัดดวง ถ้ามีกอสวะมาก็เกาะแล้วรอด ไม่มีก็ตายไป

พล.ต.ต.วิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า ต่อไปนี้ตนจะมาแนวใหม่เมื่ออยู่ในกรุ ก็จะดูแลงบลับของตำรวจ การสั่งซื้อสั่งจ้าง ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎกติกา ใครมีข้อมูลอะไรส่งมาให้ตน ติดต่อที่โทร. 08-1834-6699

เย็นวัน เดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงพล.ต.ต.วิสุทธิ์ ระบุการโยกย้ายนายตำรวจครั้งนี้มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องว่า ยังไม่ทราบ การเมืองที่ไหน เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่า เป็นส.ส.จากภาคใต้ นายกฯ กล่าวว่า ก็เอาข้อเท็จจริงทั้งหมดมา ใครทำผิดไม่ได้อยู่แล้ว

มีรายงานข่าวจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่า สำหรับบัญชีแต่งตั้งรองผบช.-ผบก. 197 ตำแหน่งที่เพิ่งผ่านก.ตร.ไปนั้น พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.เตรียมลงนามให้ผู้ได้รับแต่งตั้งในบัญชีนี้ ไปทำหน้าที่รักษาราชการ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.เป็นต้นไป จนกว่าจะโปรด เกล้าฯ ส่วนการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนผบช. ภาค 1 หลังก.ตร.มีมติไม่ให้พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ทำหน้าที่ต่อไปนั้น เดิมที พล.ต.อ.วิเชียรเตรียมมอบหมายให้พล.ต.ท. วรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผบ.ตร.มารักษาการแทน แต่ล่าสุดนายกฯสั่งการให้แต่งตั้งพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา สบ.10 มาทำหน้าที่รักษาการผบช.ภาค 1 แล้ว

91ศพถึงอัยการ ศาลอาญาโลก

ที่มา ข่าวสด

โรเบิร์ตส่งสำนวน ฟ้อง'มาร์ค-ศอฉ.'



สำนัก กฎหมายอัมสเตอร์ ดัมส่งคำร้องเบื้องต้นคดีสัง หารหมู่ 91 ศพในไทยถึงอัย การศาลอาญาระหว่างประเทศแล้ว เป็นคดีที่นปช.ยื่นฟ้องนายกฯ มาร์ค-ศอฉ.สลายการชุมนุมเสื้อแดงจนมีคนตาย 91 เจ็บอีกเกือบ 2 พันคน ระบุในรายงานมีคำให้การของพยานจำนวนมากถึงเหตุการณ์ที่โดนยิงบาดเจ็บเสีย ชีวิต ภาพเหตุการณ์ฆ่าหมู่ 6 ศพวัดปทุมฯ ฆ่านักข่าวอิตาลี ชี้คดีเข้าข่ายอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศ เตรียมส่งรายงานเพิ่มในอีก 8 สัปดาห์

เมื่อวันที่ 25 ต.ค. สำนักกฎหมายอัมสเตอร์ ดัมแอนด์พีรอฟฟ์ โดยนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ได้ส่งคำร้องเบื้องต้น ซึ่งเป็นคำร้องที่แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ยื่นต่ออัยการของศาลอาญาระหว่างประเทศ ที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อแจ้งให้อัยการทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย อันเป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนเม.ย.และพ.ค.2553 เพื่อพิจารณาที่จะดำเนินการสอบสวนต่อไป

สำหรับรายงานเบื้องต้นที่ สำนักกฎหมายอัมสเตอร์ดัมแอนด์พีรอฟฟ์ส่งถึงอัยการของศาลอาญาระหว่างประเทศ เพื่อเป็นหลักฐานในการพิจารณาคดีที่นปช.ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และศอฉ.รวม 14 คน ในคดีสังหาร 91 ศพเหตุการณ์สลายม็อบแดงในเมืองไทยนั้น มีความหนา 53 หน้า เริ่มตั้งแต่ความเป็นมาของคดีการสังหาร 91 ศพและมี ผู้บาดเจ็บอีกเกือบ 2 พันราย รวมทั้งข้อเท็จจริงเหตุการณ์นำไปสู่การรัฐประหาร ปี 2549 การสังหารหมู่เมื่อปี 2552 ครั้งที่คนเสื้อแดงออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และปิดล้อมการประชุมผู้นำสุดยอดประเทศ อาเซียนที่พัทยาเมื่อวันที่ 11 เม.ย.2553 และรัฐบาลสั่งทหารเข้าสลายการชุมนุมในกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 เม.ย.2552

ในรายงานดังกล่าวมีรายละเอียดเหตุการณ์สังหารหมู่ปี 2553 มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ บาดเจ็บเกือบ 2 พันราย เริ่มต้นตั้งแต่กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้นายกฯ อภิสิทธิ์ ลาออกจากตำแหน่งและยุบสภา กระทั่งเกิดเหตุการสลายการชุมนุมที่สี่แยกคอกวัวและถนนดินสอ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 มีคนเสื้อแดงเสียชีวิต 17 ศพ บาดเจ็บ 600 ราย และการสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์เมื่อวันที่ 17-19 พ.ค. 2553 โดยมีเอกสารหลักฐานคำให้การของพยานจำนวนมากที่ระบุว่ามีการใช้กำลังทหารและ ใช้อาวุธจริงและกระสุนจริงในการสลายม็อบแดง ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักสากลจนเป็นเหตุให้มี ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ในรายงานมีคำให้การของพยานหลายราย ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม โดยพยานปากที่ 18 ซึ่งเป็นคนเสื้อแดงระบุว่าโดนยิงเข้าที่ข้อเท้าขวาจนกระจุย ขณะหลบอยู่ในสวนลุมพินี เมื่อวันที่ 14 พ.ค. พยานปาก ที่ 19 ระบุว่าโดนยิงเข้าที่หัวไหล่ซ้ายจนต้องกระโดดหนีลงน้ำในสวนลุมพินี พอขึ้นจากน้ำก็โดนยิงซ้ำที่น่องซ้าย ก่อนถูกจับส่งตัวไปขังในเรือนจำในที่สุด

พยานปากที่ 20 ระบุว่า ได้ยิงธนูใส่ทหาร แต่โดนทหารยิงตอบโต้ด้วยกระสุนปืนจริง ที่บริเวณซอยงามดูพลี โดยพยานรายนี้ระบุด้วยว่าเห็นประชาชนถูกยิงเสียชีวิต 6 ราย ในจำนวนนี้เป็นแม่ค้าอายุ 50 ปี ชายหนุ่มอายุ 30 ปี และมีชายคนหนึ่งถูกยิงตายขณะใช้กล้องโทรศัพท์มือถือบันทึกภาพเหตุการณ์อยู่

คำ ให้การของพยานปากที่ 6 และพยานปากที่ 9 ระบุถึงเหตุการณ์สังหารหมู่ 6 ศพในวัดปทุมวนาราม ซึ่งเป็นเขตอภัยทาน เป็นเหตุให้น.ส.กมนเกด อัคฮาด นายมงคล เข็มทอง และนายอัครเดช แก้วขัน ซึ่งเป็นอาสาพยาบาลถูกยิงเสียชีวิตขณะกำลังช่วยเหลือผู้ชุมนุมที่ได้รับบาด เจ็บ

ในรายงานยังมีรายละเอียดเหตุการณ์พล.ต. ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ถูกสไนเปอร์ยิงเสียชีวิตขณะยืนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 13 พ.ค.2553 ที่บริเวณสวนลุมพินี

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานภาพถ่าย เป็นภาพถ่ายเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงทั้งในวันที่ 10 เม.ย.2553 ที่สี่แยกคอกวัวและถนนดินสอ และการสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ในเดือน พ.ค.2553 รวมทั้งภาพถ่ายศพ "น้องเกด"กมนเกด อัคฮาด อาสาพยาบาลที่โดนยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนารามพร้อมเพื่อน 6 ศพ ภาพชายในเครื่องแบบถือปืนยาวอยู่บนรางรถไฟฟ้าบีทีเอสเล็งไปที่วัดปทุมวนาราม ภาพถ่ายเหตุการณ์นายฟาบิโอ โปเลงกี นักข่าวชาวอิตาลีถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 พ.ค. โดยในภาพมีชายคนหนึ่งเข้าไปหยิบกล้องถ่ายรูปจากศพนายฟาบิโอ หลบหนีไป

ใน รายงานระบุว่า องค์กรสิทธิมนุษยชนหลักได้รวบรวมเอกสารที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับการสลายการ ชุมนุมในวันที่ 14 พ.ค. โดยในช่วงนั้น ฮิวแมน ไรต์ วอตช์ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกเขตกระสุนจริง และตำหนิรัฐบาลไทยไม่ปฏิบัติตามหลักพื้นฐานของการใช้กำลังตามกฎหมายสหประชา ชาติ

รายงานของสำนักกฎหมายอัมสเตอร์ดัมแอนด์พีรอฟฟ์ยังระบุถึงเขต อำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศไว้ว่า การรับพิจารณาคดีตามบทบัญญัติมาตรา 17 ในข้อบัญญัติแห่งกรุงโรม ระบุว่าการตัดสินรับพิจารณาคดีจะต้องมีองค์ประกอบ 2 ประการครบถ้วน 1.ต้องมีการพิจารณาว่าระบบตุลาการในประเทศดังกล่าวนั้น หยุดนิ่ง หรือ ไม่เต็มใจ หรือไร้ประสิทธิภาพในการดำเนินคดี นี่คือประเด็นของหลักการที่ศาลอาญาระหว่างประเทศมีอำนาจพิจารณา เมื่อรัฐล้มเหลวที่จะกระทำการดังกล่าว 2.ข้อกำหนดเรื่องความร้ายแรงแห่งคดี ตามบทบัญญัติมาตรา 17 (1)(d) ในข้อบัญญัติแห่งกรุงโรม การคัดเลือกนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของความร้ายแรง และเป็นการจำกัดโดยตรงของเขตศาลอาญาระหว่างประเทศ โดยต้องเป็นอาชญากรรมอันร้ายแรงที่ประชาคมโลกเป็นกังวลเท่านั้น ซึ่งส่งผลให้สภาพิจารณารับคดีระบุว่าจะต้องพิจารณาถึงองค์ประกอบ 4 ประการ 1.การกระทำที่เป็นประเด็นหลักของคดีจะต้องเป็นการกระทำที่เป็นระบบ (รูปแบบของเหตุการณ์) หรือเป็นการกระทำที่ใหญ่โต 2.ลักษณะของการกระทำที่ผิดกฎหมายของอาชญากรรม (การเกิดของอาชญากรรม) 3.ลักษณะของการกระทำ และ 4.ผลกระทบจากอาชญากรรมที่เหยื่อและครอบครัวได้รับ ในกรณีนี้ ตัวแทนเหยื่อจะเป็นบุคคลสำคัญต่อการ พิจารณาของสภา

รายงาน ยังระบุถึงองค์ประกอบพื้นฐานของอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ว่า อาชญากรรมต่อมนุษยชาติถูกบัญญัติไว้ในมาตรา 7(1) ของบทบัญญัติศาลอาญาระหว่างประเทศ และยังมีคำอธิบายเกี่ยวกับอาชญากรรมต่อมนุษยชาติเพิ่มเติมในเอกสารสำคัญอื่น ต้องประกอบด้วย 1.การทำร้ายจะต้องเป็นการกระทำโดยตรงต่อพลเรือน 2.เป็นการกระทำโดยนโยบายรัฐหรือองค์กร 3.ความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำส่วนบุคคลและการทำร้าย และ 4. อย่างน้อยที่สุด ผู้กระทำจะต้องสามารถรับรู้หรือมีเจตนาเข้าใจว่าการกระทำดังกล่าวคือการทำ ร้ายอย่างกว้างขวางและเป็นระบบ

รายงานยังมีบทสรุปมีใจความว่า เป็นที่ชัดเจนว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ไม่มีทางที่จะจัดให้มีการสอบสวนที่เป็น ธรรมและสมบูรณ์ โดยเฉพาะรัฐบาลไม่มีทางที่จะผ่อนปรนอำนาจทางการเมืองของตนเอง นายกอภิสิทธิ์ละเลยหน้าที่ในการจัดให้มีการสอบสวนภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ แม้ว่าประเทศไทยมีพันธกรณีภายใต้สนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเรือน และสิทธิทางการเมือง (ICCPR) และกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศที่จะต้องดำเนินการสอบสวนที่เป็นอิสระก็ ตาม แต่การสอบสวนที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลห่างไกลจากความเป็นธรรมยิ่งนัก

จาก เหตุผลทั้งหมดผู้ร้องเชื่อว่าอาชญากรรมที่เกิดขึ้นเข้าข่ายบทบัญญัติศาลอาญา ระหว่างประเทศ ดังนั้น จึงร้องขอให้อัยการตั้งข้อสังเกตต่อรายงานการสอบสวนเบื้องต้นต่อสถานการณ์ใน ประเทศไทย เพื่อที่พิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะทำการสอบสวนและดำเนินคดีในนามของศาล อาญาระหว่างประเทศในอนาคต โดย ผู้ร้องจะยื่นรายงานความคืบหน้าของเหตุการณ์ต่ออัยการอีกภายใน 8 สัปดาห์

คุยกับ พ.อ.ธีรนันท์ นันทขว้าง ว่าด้วยบทบาททหารกับการเมืองไทย

ที่มา ประชาไท

ประวิตร โรจนพฤกษ์

พ.อ.ธีรนันท์ นันทขว้าง รองผู้อำนวยการกองการเมือง วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เป็น หนึ่งในทหารไม่กี่คน ซึ่งพูด ทวีต และเขียนบล็อกเกี่ยวกับบทบาทของกองทัพในการเมืองและสังคมไทย ประวิตร โรจนพฤกษ์ พูดคุยกับเขาถึงกองทัพ การเมืองและสังคม
ประวิตร: ทำไมคุณจึงคิดว่าอาจมีรัฐประหารอีกครั้งในอนาคตอันใกล้
พ.อ.ธีรนันท์: เพราะ สถานการณ์ความขัดแย้งทางการ เมืองยังไม่สงบเสียทีเดียว มันเป็นความเชื่อที่ตกค้างมาจากในอดีต และในการทำรัฐประหารครั้งที่แล้ว กองทัพได้เข้ามาใกล้กับการเมืองในระยะใกล้เกินไป ทำให้ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือหรือกลไกของนักการเมือง แทนที่จะเป็นกลไกของรัฐในการทำงานเรื่องความมั่นคง วันนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดรัฐประหาร ผมเองก็ไม่อยากให้เกิด และผมเองก็เชื่อมาตลอดว่ามันจะไม่เกิด แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่ามันจะไม่เกิด เพราะมันจะกลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์ คือต้องยอมรับว่าช่วงพฤษภาทมิฬ กองทัพได้ห่างจากวงจรอุบาทว์ไปพักหนึ่ง ออกไปยืนในจุดที่ดี แต่อาจเพราะกลุ่มการเมืองดึงเข้ามาหรือผู้นำทหารในยุคหนึ่ง ดึงเข้ามา ทำให้วันนี้กองทัพจะถอยตัวออกไปยืน ก็ไม่ง่าย มันต้องใช้เวลา หากถอยออกมาห่างได้ไม่พอ ก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะกลับเข้ามาสู่วงจรที่เราไม่ชอบกัน ก็คือวงจรอุบาทว์
ถ้ามีรัฐประหาร ประเทศไทยก็จะถอยหลังเข้าใกล้กับโมเดลพม่าเข้าไปทุกทีหรือเปล่า
ผม ว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะการเปลี่ยนแปลงในพม่ายุคนั้นข้อมูลข่าวสารสื่อสารลำบาก แต่ในปัจจุบันการสื่อสารเป็นไปด้วยความรวดเร็ว อาจจะมีความพยายามเข้าไปสู่จุดนั้น แต่ผมว่ามันไม่ง่าย เราไม่สามารถปิดกั้นได้ขนาดนั้น
ในฐานะทหารที่มีมุมมองทางประชาธิปไตย บทบาททหารไทยควรจะเป็นอย่างไร
ช่วง ใกล้ เป็นช่วงความขัดแย้ง อาจมีความใกล้กับการเมืองหรือกลุ่มการเมืองเยอะ แต่ในระยะยาว มองถึงความเป็นทหารอาชีพ ที่ยืนอยู่ในจุดที่เหมาะสมของสังคมไทย มีบริบทในการป้องกันประเทศ ส่วนความขัดแย้งภายใน ถ้าไม่จำเป็นในอนาคตควรจะเป็นเรื่องของภาคส่วนอื่นๆ เช่น ตำรวจ ทส. หรือคนอื่นๆ มากกว่าทหาร
แต่ดูเหมือนทหารไทยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองไม่จบสิ้นเสียที จากประวัติศาสตร์การเมืองไทยตั้งแต่ 2475 ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
มัน เป็นวัฒนธรรมที่สืบต่อกันมาจากอดีตถึงปัจจุบัน คิดว่าทหารเองก็พยายามปรับ และคนในกองทัพหลายคนพูดกันเยอะเรื่องกองทัพอาชีพ และการชนกันของกลุ่มอำนาจทหารกับพลังของประชาชนในช่วง 2535 ทำให้เกิดแรงผลักให้ทหารกลับไปยืนในจุดที่ดี หลัง 35 เราไปยืนในจุดที่ดีมากจนถูกดึงเข้ามาในช่วง 19 กันยาที่ผ่านมา คิดว่าวันนี้ทหารหลายคนก็อยากจะกลับไปยืนที่จุดเดิม เพียงแต่ความพัวพันของสถานการณ์ยังทำให้เราถอยออกไปยืนไม่ได้
คุณคิดว่าทหารต้องมีส่วนรับผิดชอบกับกรณีที่มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ หรือไม่ อย่างไร
วันนี้ เราเป็นจำเลยของสังคม ผมเคยพูดในหลายที่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่สั่งใช้ทหาร เราจะเป็นจำเลยของสังคมทันทีไม่ว่าจะมีการสูญเสียเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม เพราะต้องไม่ลืมว่าทหารถูกฝึกมาเพื่อบริหารจัดการความรุนแรงโดยใช้ความ รุนแรง พูดง่ายๆ ก็คือว่าเราเป็นคนที่ใช้กำลังในการจัดการอริราชศัตรู เพราะฉะนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการสั่งให้ทหารเข้าปฏิบัติการ ก็อาจมีโอกาสเกิดความสูญเสียขึ้นได้ ผมไม่ได้ป้องกันหรือแก้ตัวให้ใครแต่ผมมองว่าทั้งหลายทั้งมวล คือความรับผิดชอบของผู้สั่งการ เพราะทหารทำตามที่ได้รับคำสั่ง อยากให้เห็นใจผู้ปฏิบัติงาน
อยาก บอกอะไรต่อเพื่อน พี่น้องหรือผู้บังคับบัญชาทหารที่ตอนนี้นิยมชมชอบกับการรัฐประหาร เพราะตอนนี้ก็มีคนกลัว ไม่เพียงแต่คุณ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ก็ออกมาพูดว่าอาจจะไม่มีเลือกตั้งในอนาคตอันใกล้
คง ไม่ฝากอะไรถึงใคร เพียงแต่อยากจะบอกว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่า การทำรัฐประหารไม่ได้ทำให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าแต่ทำให้เราถอยหลัง แต่จะทำหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับคนที่มีอำนาจ เพราะฉะนั้นทุกคนด้วยความเป็นทหาร ก็อยู่ในเรื่องของระเบียบวินัย เมื่อสั่งการมาก็ต้องปฏิบัติตาม
ทำไมคนไทยจำนวนมากในสังคมนี้จึงคิดพึ่งทหารบ่อยเหลือเกิน คราวที่แล้วเมื่อ 19 กันยา 49 ก็มีการเอาดอกไม้ไปให้
ต้อง โทษสังคมไทย เรามักจะรอพระเอกขี่ม้าขาว มักจะไม่ยอมให้ปัญหามันถึงที่สุดแล้วแก้หรือหาทางเลือกที่ดี แต่เรามักจะเลือกทางแก้ปัญหาอะไรก็ได้ให้มันยุติลง โดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา เพราะฉะนั้นก็ต้องให้ความรู้กับสังคมไทยว่าเราควรจะเลือกที่จะแก้ปัญหาโดย ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียจริงๆ ไม่ควรดึงเอากองทัพเข้ามาวุ่นวายด้วย
ในความเห็นของคุณ ทำไมอเมริกาจึงไม่มีรัฐประหาร
แตก ต่างกันแน่นอน ในอเมริกา การเกิดขึ้นของประเทศเขา มีรากฐานมาจากการต่อสู้และเขียนรัฐธรรมนูญร่วมกัน และผ่านวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่คือสงครามกลางเมือง ซึ่งเป็นบริบทที่ผมคิดว่าสร้างบทเรียนสำคัญให้กับสหรัฐฯ และที่สำคัญคือโครงสร้างของกองทัพมีบริบทของการเตรียมกำลังและใช้กำลังที่ แยกจากกันอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้น ผู้ที่เตรียมกำลังก็ไม่สามารถสั่งใช้กำลังได้
ถึง แม้จะเป็นกองทัพที่ มีแสนยานุภาพสูงที่สุดในโลก คือถ้ามองในแง่นี้อเมริกาอาจจะทำรัฐประหารได้ง่ายที่สุด เพราะทหารมีอาวุธครบทุกอย่าง
ใช่ครับ แต่อยากให้มองว่าการใช้กองทัพจะมีอยู่หลายภาค หนึ่ง เกณฑ์กำลัง สอง จัดกำลัง สาม ใช้กำลัง สามอันนี้ควรจะมีการแยกส่วน เพราะถ้ารวมอยู่ที่เดียว มันจะเป็น absolute power แต่เราเตรียมโดยคนกลุ่มหนึ่ง สร้างพิมพ์เขียวขึ้นมา แล้วจัดโดยคนกลุ่มหนึ่ง แล้วใช้โดยคนอีกกลุ่มหนึ่ง ความหมายของการจัด เช่น เมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤตการณ์ขึ้นมา ผู้จัดอาจจะเป็นสภาหรือฝ่ายบริหาร แต่ผู้ที่จะใช้กำลัง ต้องได้รับการเลือกสรรโดยผู้มีอำนาจ เพราะฉะนั้น คนที่เตรียมกำลัง เมื่อไม่สามารถใช้กำลังได้ ก็จะไม่สามารถเคลื่อนไหวโดยเอากองทัพไปใช้ในเรื่องส่วนตัวได้
ของไทยเป็นแบบรวมศูนย์หรือ
ของ ไทยคือการจัดกำลัง เตรียมกำลัง และใช้กำลังเป็นอำนาจของผู้นำเหล่าทัพ เพราะฉะนั้นจึงอยู่ในสภาพของ absolute power อยู่อย่างนี้ มันจึงมีความแตกต่าง เพราะโครงสร้างที่มีมาแต่อดีต จึงทำให้ไม่เหมือนสหรัฐฯ
ใน ความเห็นของคุณ ทหารจำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีสถานีโทรทัศน์และวิทยุจำนวนมาก ซึ่งในต่างประเทศ มีกองทัพไม่กี่ประเทศที่ทหารมีทีวี ที่ผมเข้าใจเช่น กองทัพอเมริกาที่เกาหลี ที่มีทีวีก็เป็นทีวีเฉพาะให้ทหารของอเมริกันที่ประจำอยู่ต่างประเทศดู แต่ไม่ใช่ทีวีแบบช่อง 5
การเกิดขึ้นของทีวี วิทยุทหารเกิดในช่วงสงครามเย็น ในสมัยจอมพลสฤษดิ์ ปัจจุบันมันก็สืบทอดมา แต่ในอนาคตน่าจะเป็นแบบที่หลายคนมองกัน คือมีทีวี 3 รูปแบบ คือทีวีเพื่อธุรกิจ เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งจะมีภาคธุรกิจเข้ามายุ่งน้อย มีโฆษณาน้อย และสุดท้ายคือทีวีท้องถิ่นหรือทีวีชุมชน ถ้าเราจัดโครงสร้างได้แบบนี้ก็จะไม่เป็นแบบในปัจจุบัน แต่หากเรามีแล้ว หากใช้ได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพก็ไม่ต่างอะไรกับการไม่มี หมายความว่าในช่วงเกิดภาวะวิกฤต เราก็จะไม่มีอิสระในการใช้ช่วงเวลาได้อย่างที่เราต้องการ
กองทัพไทยกับพม่ามีความแตกต่างกันไหม ในแง่การยึดหลักประชาธิปไตย ไม่ใช่ในแง่แสนยานุภาพหรือศักยภาพ
ผม ว่ากองทัพพม่าอยู่ในภาวะที่บาดเจ็บจากประเทศอังกฤษมาห้วงหนึ่ง คือคนพม่ามีความเจ็บช้ำน้ำใจจากการเข้ายึดครองของอังกฤษ เพราะฉะนั้นมันเป็นอะไรที่หลายคนยินยอมไม่ได้ที่จะกลับไปสู่ภาวะแบบเดิมอีก แต่กองทัพไทย ผมว่าหลายคนก็เข้าใจเรื่องประชาธิปไตย มีความรู้ด้านพลเรือนเป็นอย่างดี เพียงแต่เมื่อมองความเชื่อมโยงของประวัติศาสตร์กับบริบท มันทำให้เราเองก็ยังไปไม่ถึงสภาพของกองทัพมืออาชีพแบบในมุมมองตะวันตก ต้องใช้เวลา มันยังอยู่ช่วงของการเปลี่ยนผ่าน
อีกนานไหม
ไม่ นาน เพราะทุกอย่างมันเร็ว ความขัดแย้งที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าเป็นครั้งแรกที่พลเรือนคุมและสั่งใช้กองทัพ เพราะฉะนั้นอำนาจก็เริ่มถูกถ่ายไปสู่ฝ่ายการเมืองมากขึ้น
อาจ เพราะกองทัพตระหนัก ว่าถ้าเทคโอเวอร์รัฐบาล ก็ไม่สามารถคุมได้อยู่ดี มันก็จะมีปฏิกิริยาออกมารุนแรงกว่า ก็เลยคล้ายๆ กับยืมมือรัฐบาล รัฐบาลก็รู้ว่าไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากใช้กองทัพแบบนี้ กองทัพก็รู้ว่าอยู่ตรงตำแหน่งนี้น่าเหมาะที่สุดหรือเปล่า
ก็ มีสิทธิมองได้ แต่ด้านของคนที่ทำงานเป็นทหาร หลายคนมองว่าเขารักประเทศชาติ คือ เขาอาจจะเลือกทางเดินที่ต้องยอมรับการที่มีพลเรือนคุมทหาร กระแสโลกก็ผลัก คือ Security Sector Reform และ Security Sector Governance สองคำนี้เป็นคำที่วันนี้กองทัพถูกท้าทาย คือ ในอดีต หน่วยงานความมั่นคงทำงานในลักษณะ mission-based เป็นกล่องดำ มองไม่เห็นกระบวนการทำงาน แต่ปัจจุบัน อย่างใน พ.ร.บ.ความมั่นคง ต้องเขียนแผนก่อนการปฏิบัติ ก็จะขยับจาก mission-based เป็น process และสุดท้ายก็คือ governance based คือต้องถูกตรวจสอบ ควบคุม และบริหารจัดงาน คิดว่าไม่นานหลายคนจะได้เห็น เพราะมันถูกกระแสสังคมผลักมาแล้ว
ทำไมคุณจึงกล้าวิพากษ์วิจารณ์กองทัพหรือบทบาทของทหาร ไม่กลัวถูกลงโทษทางวินัยหรือ
ผม รักกองทัพ ผมรักอาชีพผม แล้วผมก็ยังไม่เคยวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะที่เสียหาย แต่ผมมองในมุมมองวิชาการและบริสุทธิ์ใจกับสิ่งที่ตัวเองพูด ผมไม่ได้พูดเรื่องปัจจุบันเลย แต่ผมพูดถึงเรื่องอนาคตว่ามันควรจะเป็นอย่างไร
แล้วทำไมคนที่มีความคิดแบบคุณในกองทัพจึงมีจำนวนน้อย
อาจจะมีมากก็ได้ แต่เขาไม่มีช่องทางในการสื่อสาร
ประชา ไท: หลังรัฐประหารใหม่ๆ มีการพูดว่า การรัฐประหารเมื่อ 19 กันยาที่ผ่านมา ทำให้ทหารมีบทบาททางการเมืองสูงขึ้น และตอนนี้ดูเหมือนว่าการเรียกร้องให้ทหารกลับไปเป็นทหารอาชีพแทบจะไม่มีเลย ทหารกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลในปัจจุบันและอนาคตหรือไม่
ผม เคยเขียนบทความเรื่องหนึ่ง แต่ยังไม่เสร็จ โดยแบ่งสภาวะของสังคมไทยเป็นหลายแบบ แบบหนึ่งคือเมื่อไรก็ตามถ้าทหารเข้าไปใกล้กับกลุ่มการเมืองหรือกลุ่มผล ประโยชน์ ก็จะทำให้สังคมเสียสมดุล คือผมแบ่งกลุ่มอำนาจเป็นสามกลุ่มคือกลุ่มการเมือง กลุ่มผลประโยชน์และกลุ่มผู้นำทางทหาร ถ้าสามกลุ่มมีระยะที่ดี ก็จะทำให้สังคมมีความสมดุล แต่หากใกล้กันเกินไป ก็จะทำให้เกิดการเอื้อประโยชน์ต่อกัน ทำให้สังคมไม่มีความสมดุล
ประชา ไท: กองทัพดูเหมือนจะมีอำนาจมากขึ้นในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเรื่อง GT 200 ซึ่งมีหลักฐานค่อนข้างชัดเจนว่าน่าจะมีการทุจริต แต่ก็ไม่เห็นมีใครออกมารับผิดชอบ มองอย่างไร
ผม มองเรื่องการมีส่วนได้ส่วนเสียของผู้ที่เกี่ยวข้อง อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ซื้อด้วยภาษีของประชาชน จะทำอย่างไรให้มีความโปร่งใส ผมเคยไปเดินแถวฐานทัพเรือสหรัฐขนาดใหญ่ เดินๆ อยู่เขาก็ลากผมขึ้นไปบนเรือบรรทุกเครื่องบิน ใช้เวลาเดินอยู่ประมาณชั่วโมงหนึ่ง เมื่อถามว่าทำไมจึงพามาเดิน เขาก็บอกว่านี่คือภาษีประชาชน เขาต้องเปิดแสดงให้ประชาชนมีความมั่นใจว่าอาวุธใช้งานได้ และเอามาใช้ทำอะไร เช่นเดียวกัน คำถามหนึ่งของสังคมไทยก็คือ ถ้าเรามีการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์โดยขาดความเคลือบแคลงใจของประชาชนแล้ว ผมคิดว่าไม่ว่ากองทัพอยากได้อะไร ประชาชนก็น่าจะยินดีสนับสนุนมากกว่าการซื้อแบบปิดลับ
ประวิตร: ถ้าให้เลือกตัวอย่างที่ดีของกองทัพในประเทศอื่นเท่าที่คุณรู้จัก คุณชื่นชมกองทัพประเทศไหนมากที่สุด และทำไม
ตอบ ยาก ผมไม่อยากจะโปรประเทศใดประเทศหนึ่ง ผมชอบความมีวินัยของทหารเยอรมันกับญี่ปุ่น วินัย สำคัญตรงที่ว่าวันนี้ถ้าเราสั่งซ้ายหันขวาหัน เขาก็หัน แต่ว่าถ้าเขาคิดเริ่มมีความคิดเป็นอิสระ จะหันเข้าหากันเอง นี่คือความน่ากลัวของสังคม สำหรับทหารไทย กองทัพก็ดีของมันอยู่แล้ว เปลี่ยนแค่ผู้นำเหล่าทัพ เขาก็จะหันไปตามผู้นำเหล่าทัพ แต่ในอนาคตถ้าเรายิ่งเร่งหรือทำให้กองทัพมีการเมืองเข้ามาปะปน ทุกคนก็จะมีขั้วของตัวเอง และเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา ขั้วต่างเหล่านี้ก็จะหันปืนเข้าหากัน และจะทำให้เกิดสงครามกลางเมือง นั่นคือความน่ากลัว
เมื่อ เร็วๆ นี้กองทัพสหรัฐฯ เพิ่งประกาศว่าพื้นที่ในไซเบอร์สเปซเป็นพื้นที่ที่ต้องปกป้องอธิปไตยพอๆ กับพื้นที่ทางอากาศ อวกาศและบนดิน ซึ่งเป็นครั้งแรกของกองทัพหรือรัฐบาลใดในโลก ที่ประกาศออกมาชัดเจนว่าเรามีพื้นที่ที่ต้องรักษาอธิปไตยอีกที่หนึ่ง นั่นคือโลกในอินเทอร์เน็ต ในฐานะที่คุณก็ใช้อินเทอร์เน็ต ใช้ทวิตเตอร์ และมีความสนใจเรื่องอินเทอร์เน็ตเป็นพิเศษ มองอย่างไร เพราะตอนนี้ก็มีเสียงโจษจันว่าจะนำมาสู่การมอนิเตอร์อีเมลของประชาชน อเมริกันหรือคนที่ไม่ใช่อเมริกันมากขึ้น ขณะที่ตอนนี้ยังไม่มีข้อตกลงร่วมกันว่าชาติอื่นจะมองอย่างไร แต่อเมริกาประกาศนำทางไปแล้ว และมีศูนย์บัญชาการ ซึ่งเริ่มปฏิบัติการแล้วเมื่อวันที่ 10 หรือ 11 ตุลาคมที่ผ่านมา
เขา มีหลักการคือระบบการสื่อสารเขาล่มไม่ได้ และสิ่งที่เขาประกาศนั้นไม่น่าแปลกใจเพราะเขามีมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็น National Security Agency (NSA) ที่มีหน้าที่มอนิเตอร์ทั้งโลก เพียงแต่การประกาศครั้งนี้เหมือนกับการครอบครองพื้นที่ก่อน เพราะสหรัฐฯ มองเรื่องผลประโยชน์ชาติไม่ว่าในการค้าขายหรือทำธุรกิจก็ตาม เป็นตัวตั้งอันดับหนึ่ง แต่คำถามคือมันจะนำไปสู่อะไรบ้าง ก็คงเกิดการเคลื่อนไหวใต้ดินในเน็ต เพราะมันคือความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ของชาติและความมั่นคงของชาติ กับความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งหากมีการทำตรงนี้ก็คือมีการละเมิดสิทธิ์ ก็ต้องเกิดการต่อต้านแน่นอน ส่วนเรื่องการดักฟังก็เป็นเรื่องที่สหรัฐฯ ทำมาอยู่แล้วเพื่อป้องกันภัยต่อความมั่นคง นี่จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพียงแต่เป็นบริบทใหม่
การ ที่สังคมไทยมีการ รายงานข่าวนายพลดังๆ ไม่เพียงแค่ ผบ.ทบ. เยอะมาก ยกตัวอย่างในช่วงหลัง เช่นคุณวาสนา นาน่วม ให้ความสำคัญกับทหารโดยเฉพาะระดับอาวุโสเยอะ เป็นกึ่งๆ celebrity ไม่ใช่แค่ เสธ.ไก่อู การที่ทหารมีบทบาทในการแสดงความเห็นเรื่องการเมือง เยอะมากและบ่อยมาก เมื่อเทียบกับประเทศที่เป็นประชาธิปไตยอื่น เป็นปัญหาหรือไม่
ผมมองว่าเป็นเรื่องงูกินหาง สื่ออยากรู้ก็ไปถาม เมื่อไม่ตอบก็เป็นปัญหา เมื่อตอบก็เป็นข่าว ผมว่าถ้าสื่อไม่เล่นก็ไม่มีเรื่องนี้ออก อาจจะเป็นมุมมองของสื่อหรือความเชื่อของสื่อเองที่มองว่าทหารยังคงเป็นกลุ่ม ที่มีอิทธิพลในสังคมไทย ผมคิดว่าถ้าสื่อไม่ถามก็คงไม่มีคำตอบจากทหาร เพราะทหารคงไม่แสดงความคิดเห็น เท่าที่ผมทราบคนหลายคนอยากพูด แต่สื่อไม่สนใจ ก็ไม่มีข่าวออก แต่คนบางคนแค่กระแอม สื่อได้ยินก็เอาไปออก เพราะฉะนั้นผมคิดว่าต้องถามสื่อว่าทำไมจึงให้ความสำคัญ ถ้าเราลดความสำคัญ โดยสื่อไปเล่นข่าวด้านอื่น ก็อาจจะทำให้มันหายไปจากสังคมไทยก็ได้
ผม คิดว่าผู้อ่านประชาไท กว่า 90% คงมองว่าทหาร โดยเฉพาะกองทัพบกถ่วงกระบวนการประชาธิปไตยของไทย คุณคิดว่าการมองเช่นนี้คลาดเคลื่อนหรือไม่อย่างไรและอยากจะบอกอะไรกับผู้ อ่านที่อาจมองเช่นนี้
ผมอยากให้มองว่ามันมีภาพ หลายภาพซ้อนกัน ภาพที่หนึ่งคือผมหรือหลายๆ คนแต่งเครื่องแบบทหาร แต่ภายใต้เครื่องแบบทหาร ก็ถือบัตรประชาชนคนไทย เพราะฉะนั้น มันแยกกันยาก ด้วยบริบทที่กองทัพเข้ามาใกล้กับการเมือง ทำให้เสียสมดุลทางสังคมอย่างที่กล่าวไปตอนต้น เพราะฉะนั้น ทำให้ถูกมองว่ากองทัพเป็นคนที่เข้ามาทำให้กระบวนการพัฒนาประชาธิปไตยช้าลง แต่ผมคิดว่าเราก็คงต้องช่วยกัน เช่น ภาคประชาชนต้องเข้มแข็งขึ้นเพื่อมาตรวจสอบหรือการสร้างภูมิต้านทานทางสังคม ที่จะไม่เห็นดีเห็นงามกับการใช้อำนาจทหารจากฝ่ายการเมือง หรือการที่ฝ่ายการเมืองจะใช้ทหารเป็นเครื่องมือในการแสวงประโยชน์ฐานอำนาจ ของตัวเอง ผมคิดว่าเมื่อไรก็ตามที่เราแยกฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายผลประโยชน์ออกจากกองทัพ ได้ กองทัพก็กลับไปยืนในจุดที่ดี เพราะฉะนั้นถ้าทุกฝ่ายตรวจสอบกองทัพด้วยก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี
…………………………
หมายเหตุ: สามารถอ่านบทสัมภาษณ์ภาคภาษาอังกฤษที่ http://www.nationmultimedia.com/home/2010/10/17/politics/Army-man-calls-it-as-he-sees-it-30140246.html

รวมจดหมายยื่นเลขาธิการสหประชาชาติ 26 ต.ค.

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 ตุลาคม 2553

จดหมายจากกลุ่ม Progressive Democracy Group ถึง เลขาธิการสหประชาชาติ / 26 ตุลาคม 2553

Letter to Ban Ki-Moon on Human Rights in Thailand

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


จดหมายจากกลุ่มคนเสื้อแดงถึง ดร.บันคีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ / 26 ตุลาคม 2553

Letter to Ban Ki-Moon

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


กลุ่ม 24 มิถุนายน / 26 ตุลาคม 2553

บัน คี มุน มาไทยจับมืออภิสิทธิ์ กลุ่ม 24 มิถุนา ยื่นหนังสือแสดงความเสียใจ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Conor David Purcell's letter to the United Nation / 26 October 2010

Letter to the Secretary-General United Nation by Conor David Purcell

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จรัล ดิษฐาอภิชัย ส่งจมหมายถึงคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน สหประชาชาติ / 20 มิถุนายน 2553

Jaran Ditapichai's complaint_to_UN_HRC

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จรรยา ยิ้มประเสริฐ รวมรายชื่อกว่า 9,000 ชื่อ / 17 พฤษภาคม 2553

Urgent Call


ลงชื่อเพิ่มเติมที่ http://www.petitiononline.com/10310/petition.html

โอกาสเดียววันนี้เสื้อแดงพรึ้บร้องเลขาUN ลากคอฆาตกรลงโทษผู้บงการฟื้นฟูสันติภาพ-ปชต.

ที่มา Thai E-News



หน้าตาของประเทศในสายตาโลก?!-ระบอบ ปกครองหุ่นเชิดอำมาตย์รีบไปตั้งรั้วกีดขวาง และนำกำลังตำรวจไปปิดกั้นคนเสื้อแดงตั้งแต่เช้ามืด โดยอ้างว่าเพื่อรักษาหน้าตาของประเทศ ในระหว่างที่ตัวแทนเสื้อแดงจะเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนเลขาธิการUNช่วงบ่าย วันนี้ พร้อมกับมีคนเสื้อแดงเตรียมไปเป็นสักขีพยานการยื่นหนังสือร้องทุกข์อย่าง คึกคัก(ภาพจากบอร์ดInternet freedom)




คน เสื้อแดงพร้อมต้อนรับและยื่นหนังสือต่อนายบัน คี มูน เลขาธิการ UN ที่เดินทางมาเยือนไทยในวันที่ 26 ตุลาคมนี้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่มีแกนนำและการจัดตั้งใดๆ โดยมีหลายกลุ่มที่ต่างก็เตรียมหนังสือของตนเองเข้ายื่นร้องทุกข์ บางกลุ่มนัดกันตั้งแต่ 10 โมงเช้า บางกลุ่มนัดตอนเที่ยง ขณะที่นปช.แดงทั้งแผ่นดินนำโดยนายจตุพร พรหมพันธ์ ได้เวลาเข้ายื่นหนังสือในเวลา 13.00-14.00 น. โดยมีการนัดหมายกันแบบปากต่อปากให้มารวมตัวกันต้อนรับเลขา UN ให้มากที่สุด เพราะนี่อาจเป็นเพียงโอกาสเดียวที่เสื้อแดงมีช่วงเวลาที่จะได้ร้องทุกข์ไป สู่สายตาชาวโลก (ดูคลิปมิวสิกวิดิโอยื่นหนังสือต่อเลขาUN)

ส่วน ท่านที่จะเดินทางมาด้วยรถเมล์เพื่อหลีกเลี่ยงรถติด สายรถเมล์ที่ผ่านหน้าสำนักงาน UN ประจำประเทศไทย ถนนหลานหลวง-ราชดำเนิน ประกอบด้วย สาย 503 รังสิต - สนามหลวง,509 อู่บางแค (วัดม่วง) - หมอชิต 2,สาย 70 หมู่บ้าน ประชานิเวศน์ 3 -สนามหลวง ส่วนการเดินทางทางเรือ นั่งเรือโดยสารคลองแสนแสบมาลงท่าผ่านฟ้า แล้วเดินมาที่หน้าUN


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 ตุลาคม 2553

"ตู่-แม่น้องเกด"นำยื่นร้องเลขาฯยูเอ็น เผยไม่ได้ม็อบ แค่มาเป็นสักขีฯ พ.ย.ฟ้องศาลโลกคดีปราบม็อบ

มติชนออนไลน์รายงาน ว่า นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พท. แกนนำ นปช. เปิดเผยว่า ได้รับการตอบรับจากเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทยเรื่องที่จะเข้ายื่นหนังสือต่อนายบัน คี มูน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอนุญาตให้ส่งตัวแทนกลุ่ม นปช.เข้ายื่นหนังสือภายในสำนักงานยูเอ็นประจำประเทศไทยได้ 4 คน ประกอบด้วย น.ส.จารุพรรณ กุลดิลก ทีมวิชาการกลุ่ม นปช. นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดา น.ส.กมลเกด อัคฮาด หนึ่งในผู้เสียชีวิต 6 ศพในวัดปทุมวนารามวรวิหาร และตนเอง ส่วนคนที่ 4 อยู่ระหว่างการพิจารณา สำหรับเวลาคาดว่าอยู่ระหว่าง 13.00-14.00 น.

นายจตุพรกล่าวว่า กรณี ผบ.ทบ.ห้ามคนเสื้อแดงชุมนุมในระหว่างที่เลขาธิการยูเอ็นเยือนประเทศไทยนั้น ไม่มีอะไรต้องน่าเป็นห่วง เพราะไม่มีการชุมนุมอยู่แล้ว หลังยื่นหนังสือเสร็จจะเดินทางกลับทันที อย่างไรก็ตามคงไม่สามารถไปห้ามผู้ที่จะมาร่วมเป็นสักขีพยานได้ และไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีคนมาร่วมจำนวนเท่าใด แต่ก็ขอร้องให้ประชาชนอยู่อย่างสุภาพชน

"ความจริง ผบ.ทบ.มีหน้าที่ป้องกันประเทศ ไม่ใช่มากำหนดการยื่นหนังสือของประชาชน และขอให้ พล.อ.ประยุทธ์มองโลกในแง่ดีบ้าง เพราะถ้ามองแบบมีปัญหาก็จะมีแต่ปัญหา "

พ.ย.ฟ้องศาลโลกคดีปราบม็อบ

นาย จตุพรกล่าวกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมที่ จ.สุราษฎร์ธานี ระบุคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตในการชุมนุมที่ กทม.เกิดจากการฆ่ากันเอง ว่า เรื่องนี้คนเป็นนักกฎหมายควรที่จะต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะผู้เสียชีวิตทั้งหมดยังไม่มีการชันสูตรพลิกศพเพื่อหาสาเหตุการเสีย ชีวิต และผู้ที่ทำให้เสียชีวิตตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพราะเมื่อรัฐบาลตั้ง ศอฉ.แล้วเอาปลัดกระทรวงทุกกระทรวง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไปเป็นกรรมการร่วมด้วย จึงทำให้ผู้มีหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นไปอยู่กับพวกฆาตกร ทำให้กระบวนการยุติธรรมของไทยไม่ได้ดำเนินไปโดยปกติ และหากกล่าวหาว่าคนเสื้อแดงฆ่ากันเอง ก็ต้องถามว่าแล้วเหตุใดไม่ชันสูตรพลิกศพ แต่ที่ไม่กล้าและยังยัดเยียดความผิดให้กับผู้เสียชีวิตก็เพราะกลัวกระบวนการ ยุติธรรมตามปกติใช่หรือไม่

"หากนายชวนและคนในรัฐบาลยืนยันว่าคน เสื้อ แดงฆ่ากันเอง แล้วคำให้การของผู้บาดเจ็บอีกกว่า 2 พันคน พยานที่อยู่ในวัดปทุมวนารามฯกว่า 3 พันคน ที่เขาให้การว่าใครเป็นผู้ฆ่า คลิปวิดีโอหลายชิ้นที่ปรากฏออกมาล้วนชี้ชัดว่าใครเป็นผู้ลงมือ นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่เราจะต้องยื่นเรื่องให้นายบัน คี มูน ได้รับทราบข้อเท็จจริง และในเดือนพฤศจิกายน คดีความที่เราจะยื่นฟ้องศาลโลกก็จะดำเนินการ" นายจตุพรกล่าว

แนวร่วมพลเมืองไทนัดพบกัน10โมงหน้าเวทีมวยราชดำเนิน

กลุ่ม แนวร่วมพลเมืองไท ซึ่งเป็นเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งที่จะเข้าร่วมกิจกรรมเป็นสักขีพยานในการส่งตัว แทนคนเสื้อแดงเข้าพบนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) เปิดเผยว่า ได้นัดหมายรวมตัวกันตั้งแต่เวลา 10.00 น. บริเวณหน้าสนามมวยราชดำเนิน เพราะ เหตุผลดังนี้

1.การรวมตัว ต้องใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงล่วงหน้าเป็นอย่างน้อย จึงมารวมตัวก่อนเวลาเข้ายื่นหนังสือ

2.หน้าสำนักยูเอ็น ถนนหลานหลวงไม่สะดวกเรื่องสถานที่จอดรถ

3.หน้า ยูเอ็นแดดร้อนเป็นนรก ต้นไม้สักต้นก็ไม่มี "พวกเราคงไม่ไปตากแดดรอ หน้ายูเอ็นหรอก ให้ทหารตำรวจตากแดดให้พอ แล้วเราจะเดินไป จากสนามมวยราชดำเนินร่มไม้ชายคาดี ไก่ย่างลิขิตเจ้าเก่าก็อร่อย แล้วค่อยเดินไปตอนเวลายื่นหนังสือแค่ไม่กี่ร้อยเมตร พวกเรานั่งกันในร่มดีกว่า"

4. เรามีการเดิน แล้วชูป้ายไป ร้องเพลงไป เพื่อสนับสนุนการเข้ายื่นหนังสือต่อเลขาธิการUN "ป้ายมีพร้อม กว่า200ป้าย พร้อมป้ายไวนิ่ล เสร็จหมดครบพร้อม เนื้อเพลงที่จะแจก เพลง มาร์ชแดงทั้งแผ่นดิน เรียบร้อย"
5.เรา มอบหมายการเป็นตัวแทน ให้คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข เป็นตัวแทนกลุ่ม หากกลุ่มอื่นกลุ่มใดประสงค์จะรวมตัวกันก็มาร่วมได้ แต่งานนี้ไม่มีแกนนำ ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง เราคือประชาชนคนไทย ส่วนคนเสื้อแดง ที่ประสงค์จะร้องทุกข์ต่อเลขาธิการUN

ประยุทธ์กร่างรัฐทหารห้ามเสื้อแดงชุมนุมต้อนรับบันคีมูน

วานนี้ (25 ต.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายบันคีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ ( UN ) ในวันพรุ่งนี้ (26 ต.ค.) ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้เตรียมมาตรการในการรักษาความปลอดภัยนายบันคีมูนอย่างเข้มงวด ทั้งตัวบุคคล เส้นทาง และสถานที่ โดยใช้กำลังตำรวจเป็นหลัก และทหารเป็นกำลังเสริม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า หากกลุ่มคนเสื้อแดงจะยื่นหนังสือให้นายบันคีมูนให้ตรวจสอบการเสียชีวิต 91 ศพ ในช่วงกระชับพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ ระหว่างเดือนเม.ย.-พ.ค.2553 ก็ให้ส่งตัวแทนมาได้ตามสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ให้ แต่ไม่ใช่มาชุมนุมเรียกร้อง และในช่วงที่เลขาธิการสหประชาชาติอยู่ในประเทศไทย ศอฉ.จะไม่ยอมให้มีการชุมนุมของกลุ่มใดๆ อย่างเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม การยื่นหนังสือดังกล่าวต่อเลขาธิการสหประชาชาตินั้นสามารถทำได้ แต่กลุ่มคนที่จะยื่นหนังสิอก็ควรคิดด้วยว่าควรหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวเตือนกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยว่า อย่าดำเนินการใดๆ ที่ละเมิดสถาบัน หากพบใครเกี่ยวข้องและมีหลักฐานจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด

คนเสื้อแดงสวนประยุทธ์ยังมีหน้าจะมาพูดเรื่องเสียหน้า

คนเสื้อแดงพากันวิพากษ์วิจารณ์การที่ประยุทธ์ออกมาพูดอย่างแรง และว่าเท่ากับเป็นการ"เรียกคน"ให้เสื้อแดง (ดูในเวบบอร์ดIF)

ขณะ ที่คุณยายศรีลัดดา ซึ่งเป็นคุณยายเสื้อแดง อายุ 86 ปี และไปพำนักอาศัยในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯนานกว่า 30 ปีแล้ว ทนไม่ไหว ได้ส่งอีเมล์มาทางไทยอีนิวส์ฝากบอกประยุทธ์ดังต่อไปนี้

Prayuth warned the Redshirt not to gather infront of the Un building during the stay of Secretary Bun Ki Moon in Bangkok,the Government also warned them not to do anything that will make the country "Lose Face"..or "Pra-jarn" thailand to the world...ha-ha-ha , Does this government still think that Thailand has a "Face" to save? They must have an illusion that the whole world is blind to what is going on in this country. This government has shown thier ugly 'Face" to the world already.so, what kind of face they want to save.The "Land of Smile" is now "The Land of Tears"Poor, poor Thailand...how much longer Thai people have to suffer under this govenrment from hell.? Red Grandma.(การที่ประยุทธ์ห้ามคนเสื้อแดงมาต้อนรับบัน คี มูน อ้างว่าจะทำให้ประเทศไทยเสียหน้า หรือประจานประเทศนั้น ยายหละขำจริ๊ง ประเทศไทยยังเหลือหน้าตาให้ต้องรักษาอีกรึ? ตอนนี้ก็มีแต่ภาพมายาเท่านั้นเอง เพราะระบอบปกครองรัฐบาลนี้ก็โชว์หน้าตาสุดแสนอัปลักษณ์ต่อชาวโลกไปมากแล้ว จะบอกว่าเป็น"สยามเมืองยิ้ม"ก็คงไม่ไหวแล้วหละมัง น่าจะเป็น"สยามแดนน้ำตาและทุกข์ยาก" จะต้องอีกนานแค่ไหนน้อ ที่คนไทยต้องทุกข์ทนกับระบอบปกครองจากขุมนรกนี้หนอ/คุณยายเสื้อแดง)


เข้าชื่อหมื่นชื่อเตรียมยื่นต่อเลขาธิการ UN

ประชาชน ไทยได้ร่วมกันลงนามในหนังสือที่เรียกร้องให้ UN เร่งฟื้นฟูสันติภาพในไทยประมาณ 10,000 รายชื่อ ประกอบด้วยรายชื่อจากกลุ่มแอ็คชั่นเพื่อประชาธิปไตยในประเทศไทย ดำเนินการโดยคุณจรรยา ยิ้มประเสริฐ มีผู้ลงนามจำนวน 9,416 รายชื่อ

นอกจากนั้นเป็นการรวบรวมรายชื่อผ่านอินเตอร์เน็ตดำเนินการโดยนายรุ่งโรจน์ วรรณศูทร มีผู้ลงนามราว1,000รายชื่อ (คลิ้กดูข่าว หมื่นรายชื่อพรึ้บรับเลขาUN จี้สอบคดีอำมาตย์สังหารหมู่เร่งฟื้นฟูสันติภาพ-คายประชาธิปไตย )


กลุ่มประชาธิปไตยก้าวหน้านัดหมายพบกันที่UNเที่ยงถึงบ่ายสองที่เดียว

กำหนดการของเลขาธิการ UN ในช่วงเดินทางเยือนไทย มีดังี้

10.35 นาย บัน คี มูน เดินทางมาถึง สนามบิน สุวรรณภูมิ โดย Cathy Pacific CX 713 (นายกษิต ภิรมย์ ไปต้อนรับ)

ก่อน 11.00 น. เข้าพักที่โรงแรทไฮแอท-เอราวัณ (ใกล้สี่แยกราชประสงค์)

11.00 น. ออกจากโรงแรมที่พักเพื่อเดินทางไปทำเนียบรัฐบาล

12.00-14.00 น. พบปะนายอภิสิทธิ์ และให้สัมภาษณ์นักข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล

14.00-16.00 น. เดินทางไปสำนักงาน UN ประจำกรุงเทพฯที่หลานหลวง-ราชดำเนิน
หลังจากนั้น เดินทางกลับโรงแรมที่พัก เพื่อ Check out ไปสนามบินสุวรรณภูมิ

ก่อน หน้านี้กลุ่มเสื้อแดงบางกลุ่มได้นัดหมายก้นทางอินเตอร์เน็ตว่าจะไปยกป้าย ต้อนรับนายบัน คี มูน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนบางกลุ่มเสนอความเห็นว่าจะไปต้อนรับทั้งที่สนามบิน โรงแรมที่พัก หน้าทำเนียบรัฐบาล และหน้าสำนักงานUNถนนหลานหลวง

ต่อมามีการอภิปราย กันทางอินเตอร์เน็ตและได้ข้อตกลงว่า จะนัดรวมพลกันที่เดียวคือที่บริเวณหน้าสำนักงาน UN โดยกลุ่มประชาธฺปไตยก้าวหน้า(ซึ่งเคยจัดแรลลี่ในกรุงเทพฯเมื่อ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา)แจ้งนัดหมายว่า

ขอปรับรูปแบบการแสดงพลังเรียกร้อง ให้ปล่อยนักโทษการเมือง และความไม่เป็นธรรม จากเดิม 3 จุด(หน้าโรมแรม,หน้าทำเนียบ,หน้าUN) เป็นจุดเดียวคือหน้าประตู UN เวลา 12.00-14.00 น. เพื่อความเป็นเอกภาพ และเรียบร้อย และเป็นทางการ เนื่องจากเราไม่มีแกนนำ และขอให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทำป้ายมาแสดงด้วย ภาษาอังกฤษได้จะดีมาก เช่น

Stop Human Rights Violation
Free Political Prisoners
Lift State Emergency Decree
We Need Justice
No Double Standard
Thailand Need Democracy
We Are People, Not Terrorists


สมัชชาสังคมก้าวหน้าขวนคนเสื้อแดงยื่นจดหมายถึงเลขายูเอ็น

สมัชชา สังคมก้าวหน้า ร่วมกับกลุ่มนักวิชาการประชาธิปไตยก้าวหน้า และญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมเมื่อ 19 พฤษภาคม 2553 จะส่งตัวแทนมายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงเลขาฯสหประชาชาติในวันที่ 26 ตุลาคม โดยรวมตัวที่หน้าประตูใหญ่สำนักงานสหประชาชาติ กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 12.00 น

สมัชชาสังคมก้าวหน้าได้ยื่นขอเรียกร้องให้

1.ให้เปิดเผยรายขื่อผู้ถูกกุมขังที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองทั้งหมด

2.ให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด

3.ให้เร่งเปิดเผยผลสอบสวนกรณีเหตุการณ์ความรุนแรงเดือนพฤษภาคม เพื่อนำตัวผู้ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนมาดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมาย


ทั้งนี้ จึงขอให้ “เสื้อแดง” มาร่วมในการยื่นจดหมายเปิดผนึกในครั้งนี้ (รายละเอียดข่าว)

อีกกลุ่มนัดพบกัน10โมงเช้าสนามมวยราชดำเนิน

ส่วน กลุ่มที่นัดหมายกันทางเฟสบุ๊ค กลุ่ม"ลุงยิ้ม ตาสว่าง"ได้นัดหมายพบกันในเวลา 10.00 น. โดยแจ้งว่าเตรียมป้ายต้อนรับนายบัน คี มูน ไว้มากกว่า 200 ป้ายทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ภาษาเกาหลี และขอให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมซ้อมเพลงมาร์ชเสื้อแดงไว้ร้องร่วมกันเพื่อแสดงพลังด้วย

กลุ่มเสื้อแดงเวบบอร์ดก็เตรียมจดหมายเปิดผนึกไว้อีกฉบับ

กลุ่มเวบบอร์ด อินเตอร์เน็ตฟรีด้อม(IF)ได้เตรียมจดหมายเปิดผนึกถึงบัน คี มูนไว้ฉบับหนึ่ง (ดู ) ขณะที่มีการนัดหมายกันทำกิจกรรมว่า

- เห็นด้วยว่าควรไปที่ UN ที่เดียว อย่าให้กระจัดกระจายหลายที่ โรงแรมที่พักไม่ควรไป เพราะเป็นเวลาส่วนตัว ให้ท่านได้พักผ่อน
- ควรไปกันให้มากที่สุด เอาแบบวันครบรอบ 10 เมษา ได้ยิ่งดี ให้แดงพรึ่บพร้อมกัน จะเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อีกครั้ง
- ข้อความที่เขียนอย่าให้หลากหลายเกินไป ประเด็นหลักคือ ขอความเป็นธรรมให้ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ และปล่อยนักโทษการเมือง

อีก คนเสนอความเห็นว่า ตามกำหนดการ เลขาธิการสหประชาชาติ จะมา บ่าย 2 - 4 โมงเย็น พวกเราก็สามารถมารอได้ตั้งแต่เช้าเลยครับ สื่อเขาจะได้รู้แต่เนิ่นๆ และอีกอย่างนะครับ ตัวเลขาธิการสหประชาชาติเองก็จะได้รู้ว่ามีประชาชนชาวไทยมาต้อนรับเขา มาร้องขอความช่วยเหลือจากเขาในนามตัวแทนนานาชาติ ว่าจะปล่อยให้เหตุการณ์นี้เงียบหายไปใช่ไหม และจะได้รู้ด้วยว่าแท้จริงแล้วสหประชาชาติเขามีท่าทีอย่างไรต่อปัญหาการ เมืองในประเทศไทย

หากว่าเขาหลีกเลี่ยงที่จะพบกับประชาชนชาวไทยที่รวม ตัวกันมาขอความเป็นธรรม เรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองในไทย แต่เขาเมินเฉยต่อปัญหา ต่อไปคนไทยก็ไม่ต้องร้องขออะไรจาก ยูเอ็นอีกต่อไป ในเมื่อเขาคิดจะโดดเดี่ยวประชาชนชาตินี้ เราก็ไม่จำเป็นอีกแล้วต่อการที่จะช่วยเหลือสหประชาชาติในโอกาสต่อไปที่อำนาจ อยู่ในมือเรา

และขอบอกพี่น้องเสื้อแดงนะครับว่า งานอย่างนี้ ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์โลกเลย ที่จะมีประชาชนในประเทศไหนๆ ในพื้นพิภพมารวมตัวกันต้อนรับเลขาธิการสหประชาชาติ และมาเรียกร้องความยุติธรรมโดยตรงต่อสหประชาชาติ นี่เป็นครั้งแรก และอาจจะเป็นปฐมบทของสหประชาชาติที่เพิ่งจะเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในโลก ผมยืนยันครับ งานนี้เป็นครั้งแรกในโลกแล้ว ที่คนเสื้อแดงจะร่วมกันทำ และจะได้เห็นว่านานาประเทศเขามองบ้านเมืองเราอย่างไร ไม่ต้องสนใจข่าวให้ร้ายจากฝากฝั่งรัฐบาลที่มันจะต้องมาร้องแรกแหกกระเชอว่า อย่าชุมนุม จะเสียหายต่อภาพพจน์ของประเทศไทย ในสายตาชาวโลก มันจะโฆษณาผ่านสื่อเหี้ยๆว่าเราเลว อย่างโน้น อย่างนี้ อย่างนั้น ไม่ต้องสนใจ เราเดินหน้าเต็มตัว ลุยให้เต็มที่ พิสูจน์ให้เห็นไปเลยว่าสหประชาชาติกับอเมริกามันเนื้อเดียวกันอีกไหม ที่จะกดข่มประชาชนตาดำๆของประเทศนี้ให้คนส่วนน้อยที่คิดชั่วปกครอง ช่วยกันครับ เผยแผ่ข้อความชักชวนกันให้เต็มที่

**********

เปิดจม.ร้องทุกข์ "จรัล ดิษฐาอภิชัย" ถึงมนตรีสิทธิมนุษยชน สหประชาชาติ

ก่อน หน้านี้ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย ก็ได้ส่งจดหมายร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชนกรณี10เมษา-19พฤษภาฯต่อคณะ มนตรีสิทธิมนุษยชน สหประชาชาติ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา และทางUNมีจดหมายยืนยันว่าได้รับคำร้องเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อฝ่ายรับเรื่องร้องเรียน ตอบรับแล้ว น่าจะส่งไปยังคณะทำงานที่เกี่ยวข้องของคณะมนตรีฯ ต่อไป จะต้องการยื่นหลักฐานรูปธรรม เช่น ชื่อผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ ผู้ถูกจับกุม และเหตุการณ์ของการละเมิดสิทธิมนุษยชน

โดยทั่วไป การทำงานของระบบสหประชาชาติจะใช้เวลายาวนาน มักไม่มีผลในทางปฏิบัติเฉพาะหน้า นอกจากผลทางการเมือง (ดูหนังสือที่อาจารย์จรัลส่งถึงคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน UN)

ศอฉ.ให้คำนึงถึงหน้าตาของประเทศ

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวว่า ได้สั่งการให้บช.น.เป็นเจ้าภาพดูแลภาพรวมระหว่างที่นายบัน คีมูน โดยขอให้เชิญชวนประชาชนให้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพดูแลสอดส่อง ส่วนกลุ่มต่าง ๆ ที่ต้องการยื่นหนังสือร้องเรียนสามารถทำได้แต่ต้องอยู่ในกรอบกติกา ทั้งนี้ การดำเนินการใด ๆ ขอให้คำนึงถึงชื่อเสียงและหน้าตาของประเทศ

ช็อตเด็ดวันนี้:จริงใจกับไก่กา

ที่มา Thai E-News


แก้ภาพ-หลัง จากถูกวิจารณ์มานานว่าทำตัวเป็นคุณหนูตรวจน้ำท่วม ตีนไม่ยอมเปียกน้ำ แถมใส่ชูชีพซะเว่อร์ ล่าสุดมาร์คเริ่มลุยน้ำระดับครึ่งแข้ง โยนชูชีพทิ้งหันมาใช้ผ้าขะม้าคาดพุงแทน ที่เมืองนนท์ แล้วก็ขนหน้าม้ามากรี๊ด(ภาพข่าว:REUTERS)




ทัพเรือแจวเสื้อแดง! น้ำใจ จากคนจนไปช่วยเหลือคนจน ไม่ต้องสวมเสื้อชูชีพ ไม่ต้องออกทีวี ก็ไปช่วยได้ ณ เมืองอโยธยา (พระนครศรีอยุธยา) (ขอบคุณภาพจากคุณหงส์ศาลาแดง เว็ป IE)