WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, December 1, 2010

เปิดใจ รักษาการประธานนปช.-ภรรยาหมอเหวง "ธิดา ถาวรเศรษฐ์" ย้ำอำนาจอธิปไตยไม่ใช่ของอภิสิทธิ์ชน

ที่มา มติชน



(ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 30 พฤศจิกายน 2553)


หลังแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)-แดงทั้งแผ่นดิน มีมติแต่งตั้งให้ "นางธิดา ถาวรเศรษฐ์" ภรรยา "นพ.เหวง โตจิราการ" แกนนำ นปช.ที่ถูกคุมตัวอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เป็นรักษาการประธาน นปช.-แดงทั้งแผ่นดิน เพื่อขับเคลื่อนและกำหนดท่าทีในการเคลื่อนไหวในวันที่ 10 ธันวาคมนั้น


นางธิดายืนยันกับผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มติชนรายวันถึงแนวทางเคลื่อนไหวว่า ยังยึดแนวทางเดิมคือต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนไม่ใช่เป็นของอภิสิทธิ์ชน


รักษา การประธานนปช.ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่รับตำแหน่งเมื่อวัน ที่ 29 พฤศจิกายนว่า ถือเป็นภาระอีกอย่างหนึ่งที่ได้รับ ซึ่งปกติตนทำงานด้านการศึกษา ที่ผ่านมาแม้กระทั่งขึ้นเวทีปราศรัย ยังไม่เคยขึ้นด้วยซ้ำ แต่มันก็คือสิ่งที่จำเป็น เพราะตอนนี้คงเป็นสิ่งที่รู้กันว่าแกนนำทุกคนกำลังอยู่ในช่วงถูกดำเนินคดี


"ทำ ให้กลุ่มคนเสื้อแดงต้องกระสับกระส่าย ถึงแม้จะมีแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงบางกลุ่มที่เข้ามาช่วยก็ตาม และกระทั่งคุณจตุพร พรหมพันธุ์ (ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช.) อาจจะมีปัญหาและเข้าห้องขังก็เป็นไปได้ ดังนั้น เพื่อให้กระบวนการของเรายืนอยู่ได้ในภาวะที่ยากลำบาก และไม่ทำให้คนเสื้อแดงกระจัดกระจาย ด้วยระยะเวลาที่ผ่านมาเกือบ 6 เดือน ซึ่งทางเราคิดว่าเป็นช่วงระยะเวลาที่ให้โอกาสนานพอแล้วที่คิดว่าน่าจะมีอะไร ที่ดีขึ้น แต่กลับยังไม่มีอะไรที่ดีขึ้น จนทางเราจำเป็นต้องปรับองค์กร เลยต้องมารับหน้าที่ดังกล่าวเพื่อนำพากลุ่มคนเสื้อแดงก้าวเดินต่อไป" นางธิดากล่าว


นางธิดากล่าวอีกว่า ปัญหา ความยากลำบากที่เกิด ขึ้นขณะนี้ คือภาระหน้าที่ในการรณรงค์เพื่อให้ปล่อยตัวทั้งแกนนำและแนวร่วมคนเสื้อแดง ทั้งหลายหรือผู้ที่ถูกจับกุมอย่างไม่ถูกต้อง ให้ได้รับการประกันตัวอย่างมีเหตุมีผล และอยากให้สืบสวนสอบสวนอย่างเป็นระบบไปในแนวทางที่ถูกต้อง แต่สิ่งที่ทางรัฐบาลทำอยู่ในทุกวันนี้มันไม่ถูกต้อง ทางเราจึงต้องคัดค้าน โดยวันที่ 1 ธันวาคม เวลา 13.00 น. แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงจะแถลงชี้แจงถึงแนวทางในอนาคตว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ทางสังคม ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ต่อไป

"อ๋อย"ชี้ศาลรธน.นับวันผิด วินิจฉัยไม่สอดคล้องข้อเท็จจริง ส่งผลคนไม่หวังพึ่งระบบ ขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น

ที่มา มติชน

นาย จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย แถลงที่โรงแรมเรดิสัน วันที่ 30 พฤศจิกายนถึงคำตัดสินไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า กรณีที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการยื่นฟ้องไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะ ยื่นฟ้องหลังจากที่ความปรากฎต่อนายนายทะเบียนพรรคการเมืองเกิน 15 วันนั้น ในอดีตเคยมีกรณีที่เหมือนกันคือ กกต.ในฐานะผู้ร้องให้ยุบพรรคการเมืองพรรคหนึ่งได้ระบุว่า วันที่ความปรากฎต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองคือวันที่ผู้ร้องได้พิจารณาและ เห็นชอบให้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งในขณะนั้นผู้ร้องคือนายทะเบียนพรรคการเมือง คือนายอภิชาต สุขัคคานนท์ แต่กรณีนี้ศาลรัฐธรรมนูญอ้างว่า วันที่ความปรากฎต่อนายทะเบียนคือ 17 ธันวาคม 2552 แต่ข้อเท็จจริงคือ ในช่วงนั้นกกต.ยังไม่มีมติให้ยื่นร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ และยังถกเถียงกันอยู่ รวมทั้งนายอภิชาตเองก็มีความเห็นสั่งไม่ฟ้องด้วย ดังนั้นจะนับจากวันที่ 17 ธันวาคม 2552 จึงไม่ถูกต้อง แต่ต้องนับในวันที่ 21 เมษายน 2553 ที่กกต.ทั้งคณะเห็นชอบให้ฟ้องตามมาตรา 93 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง สรุปคือการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และไม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยที่เคยยุบพรรคการเมืองอื่นๆ มาแล้ว สามารถเห็นความเป็น 2 มาตรฐานได้จากกรณีนี้

ทั้งนี้ศาลรัฐ ธรรมนูญชี้ว่าเป็นความบกพร่องของประธานกกต.และกกต.ทั้งคณะ นั้น แต่ตนคิดว่าจะไปโทษกกต.ก็ไม่น่าจะถูก แต่น่าจะเป็นปัญหาที่การวินิจฉัยมากกว่า เรื่องนี้ผลที่จะตามมามีอย่างมากมายแน่นอน ถ้าศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงได้ไม่ดีก็จะเกิดเป็นวิกฤตต่อความน่าเชื่อของศาลรัฐ ธรรมนูญเพิ่มมากขึ้น ผลที่ออกมาอาจจะบอกเจตนาที่จะรักษาพรรคประชาธิปัตย์ไว้ในระบบ แต่มันก็อาจจะทำให้กระทบกระเทือนต่อระบบมากกว่าที่จะตัดสินให้ยุบพรรคประชา ธิปัตย์เสียอีก และยังเป็นการทิ้งปมปัญหาไว้กับกกต.ด้วย ทำให้เกิดความสงสัยในความน่าเชื่อถือของกกต. ตนคิดว่าจากนี้ไปผู้คนไม่น้อยอาจจะไม่หวังพึ่งระบบของประเทศอีกต่อไป อาจเกิดเป็นวิกฤตการณ์ทางการเมืองอย่างรุนแรง เกิดความขัดแย้งวุ่นวายมากขึ้น


“ส่วนตัวแล้วขอย้ำว่า หากในระยะยาวจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ควรจะแก้เรื่องที่มาของตุลาการศาลรัฐ ธรรมนูญให้ถูกต้องกว่านี้ และสามารถตรวจสอบได้มากกว่าปัจจุบัน วันนี้คงไม่มีใครคิดใช้ความรุนแรงต่อศาล หรือทำร้ายศาล ซึ่งผมเองก็ไม่เห็นด้วย แต่ต้องเปิดโอกาสให้มีการวิพากษ์วิจารณ์และโต้แย้งทางความคิด ส่วนกรณีคดีเงินบริจาคของบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)จำนวน 258 ล้านบาทนั้น เป็นคนละกรณีกับคดีเงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองจำนวน 29 ล้านบาท เพราะกรณี 258 ล้านบาทนั้นเป็นคดีที่ต้องส่งให้อัยการตามมาตรา 95 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และอัยการต้องทำให้เสร็จภายใน 30 วัน โดยที่ไม่ได้ระบุขั้นตอนว่ากกต.จะต้องยื่นร้องขอให้ยุบพรรคภายในกี่วัน”

หนักกว่าถูกยุบ

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน

สมิงสามผลัด




ในที่สุดมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 4 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องคดีที่กกต. ยื่นยุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีใช้จ่ายเงินกองทุน 29 ล้านบาทผิดวัตถุประสงค์

ตุลาการเสียงข้างมากเห็นว่ากระบวนการยื่นคำร้องคดียุบพรรคของนายทะเบียนพรรคการเมืองไม่เป็นไปตามข้อกำหนดภายใน 15 วัน

และเมื่อตุลาการมีมติออกมาแล้วให้ยกคำร้อง

เท่า กับว่าประเด็นที่เหลืออีก 4 ประเด็น คือ พรรคประชาธิปัตย์ทำผิดตามพ.ร.บ.พรรคการเมือปีཥ หรือ ปี཮, ใช้เงินตามโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือไม่, ทำราย งานการใช้จ่ายเงินตามความเป็นจริงหรือไม่ และหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคจะต้องถูกตัดสิทธิ์ ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งหรือเปล่า

ก็ไม่จำเป็นต้องพิจารณากันอีก

เป็นอันว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ต้องเปลี่ยนชื่อพรรคใหม่

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป

แต่ใช่ว่าปัญหาอื่นๆ ของพรรคประชาธิปัตย์จะหมดตามไปด้วย

โดยเฉพาะเก้าอี้นายกฯ ก็ยังง่อนแง่น ไม่มั่นคง

อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่านายกฯ คนนี้เปิดศึกไปรอบด้าน ทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง กองทัพ พรรคเพื่อไทย ไม่เว้นแม้กระทั่งพรรคร่วม

มรสุมลูกอื่นๆ ยังคุกรุ่น ไม่มีท่าทีว่าจะสงบลงง่ายๆ

แม้ว่านายกฯ มาร์คมองข้ามช็อตไปถึงการเลือกตั้งใหม่แล้ว เพราะต้องยุบสภาหลังการแก้รัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นในช่วงต้นปีི

เลยรีบหาเสียงล่วงหน้า ทุ่ม"ลด-แลก-แจก-แถม"เต็มไปหมด

ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ลดค่าครองชีพ ลดราคาก๊าซหุงต้ม ลดราคาน้ำมัน

สิ่งที่เคยประณามรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ไว้ ก็หยิบมาใช้แบบเดียวกันหมด

ถึงแม้จะโหมนโยบายประชานิยม แต่โอกาสกลับมาของประชาธิปัตย์ชักไม่แน่นอนซะแล้ว

การเลือกตั้งครั้งหน้าถือเป็นศึกใหญ่

ชี้เป็นชี้ตายพรรคประชาธิปัตย์ยิ่งกว่าการยุบพรรคเสียอีก !


ในสภาวะที่นายกฯ มาร์คยังไม่ลงรอยกับกองทัพ ยังหันหลังให้กับพรรคร่วมแบบนี้

โอกาสที่จะกลับมานั่งเก้าอี้ตัวเดิมก็ถือว่าเป็นงานหิน !!

ที่สำคัญจะดูแคลนพรรคเพื่อไทยไม่ได้ การเลือกตั้งใหญ่ 2-3 ครั้งที่ผ่านมา

วัดคะแนนกันตัวต่อตัว พรรคประชาธิปัตย์แพ้มาตลอด

ยิ่งหนหน้านี้ คนเสื้อแดงฐานเสียงของเพื่อไทยยังเกาะกันเหนียวแน่น เพราะความ 2 มาตรฐาน ความไม่โปร่งใสคดี 91 ศพ

และการที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่โดนยุบพรรคครั้งนี้ ยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้คนต่อต้านรัฐบาลหนักขึ้นอีกหลายเท่า !

เสริมเรตติ้ง 'เพื่อไทย' เข้าไปอีก

โอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์จะได้อันดับ 2 อีกครั้ง

จึงไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมาย !?

หนักกว่าถูกยุบ

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน

สมิงสามผลัด




ในที่สุดมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว ไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 4 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องคดีที่กกต. ยื่นยุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีใช้จ่ายเงินกองทุน 29 ล้านบาทผิดวัตถุประสงค์

ตุลาการเสียงข้างมากเห็นว่ากระบวนการยื่นคำร้องคดียุบพรรคของนายทะเบียนพรรคการเมืองไม่เป็นไปตามข้อกำหนดภายใน 15 วัน

และเมื่อตุลาการมีมติออกมาแล้วให้ยกคำร้อง

เท่า กับว่าประเด็นที่เหลืออีก 4 ประเด็น คือ พรรคประชาธิปัตย์ทำผิดตามพ.ร.บ.พรรคการเมือปีཥ หรือ ปี཮, ใช้เงินตามโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือไม่, ทำราย งานการใช้จ่ายเงินตามความเป็นจริงหรือไม่ และหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคจะต้องถูกตัดสิทธิ์ ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งหรือเปล่า

ก็ไม่จำเป็นต้องพิจารณากันอีก

เป็นอันว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ต้องเปลี่ยนชื่อพรรคใหม่

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป

แต่ใช่ว่าปัญหาอื่นๆ ของพรรคประชาธิปัตย์จะหมดตามไปด้วย

โดยเฉพาะเก้าอี้นายกฯ ก็ยังง่อนแง่น ไม่มั่นคง

อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่านายกฯ คนนี้เปิดศึกไปรอบด้าน ทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง กองทัพ พรรคเพื่อไทย ไม่เว้นแม้กระทั่งพรรคร่วม

มรสุมลูกอื่นๆ ยังคุกรุ่น ไม่มีท่าทีว่าจะสงบลงง่ายๆ

แม้ว่านายกฯ มาร์คมองข้ามช็อตไปถึงการเลือกตั้งใหม่แล้ว เพราะต้องยุบสภาหลังการแก้รัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นในช่วงต้นปีི

เลยรีบหาเสียงล่วงหน้า ทุ่ม"ลด-แลก-แจก-แถม"เต็มไปหมด

ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ลดค่าครองชีพ ลดราคาก๊าซหุงต้ม ลดราคาน้ำมัน

สิ่งที่เคยประณามรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ไว้ ก็หยิบมาใช้แบบเดียวกันหมด

ถึงแม้จะโหมนโยบายประชานิยม แต่โอกาสกลับมาของประชาธิปัตย์ชักไม่แน่นอนซะแล้ว

การเลือกตั้งครั้งหน้าถือเป็นศึกใหญ่

ชี้เป็นชี้ตายพรรคประชาธิปัตย์ยิ่งกว่าการยุบพรรคเสียอีก !


ในสภาวะที่นายกฯ มาร์คยังไม่ลงรอยกับกองทัพ ยังหันหลังให้กับพรรคร่วมแบบนี้

โอกาสที่จะกลับมานั่งเก้าอี้ตัวเดิมก็ถือว่าเป็นงานหิน !!

ที่สำคัญจะดูแคลนพรรคเพื่อไทยไม่ได้ การเลือกตั้งใหญ่ 2-3 ครั้งที่ผ่านมา

วัดคะแนนกันตัวต่อตัว พรรคประชาธิปัตย์แพ้มาตลอด

ยิ่งหนหน้านี้ คนเสื้อแดงฐานเสียงของเพื่อไทยยังเกาะกันเหนียวแน่น เพราะความ 2 มาตรฐาน ความไม่โปร่งใสคดี 91 ศพ

และการที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่โดนยุบพรรคครั้งนี้ ยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้คนต่อต้านรัฐบาลหนักขึ้นอีกหลายเท่า !

เสริมเรตติ้ง 'เพื่อไทย' เข้าไปอีก

โอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์จะได้อันดับ 2 อีกครั้ง

จึงไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมาย !?

ผิดไม่ผิดไม่รู้? รู้แต่ชนะฟาล์ว

ที่มา บางกอกทูเดย์

ผิดไม่ผิดไม่รู้? รู้แต่ชนะฟาล์ว



เมื่อเส้นผมบังภูเขาได้
ปชป.ก็รอด!ไม่ถูกยุบ!
ในคดีความที่ต้องมีการวินิจฉัยตัดสิน อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น!!!
เพราะ ในซีกของโจทก์หรือฝ่ายผู้ร้อง ก็ย่อมเชื่อมั่นในหลักฐานว่ามีน้ำหนักมากพอที่จะชนะ ในขณะที่ทางฝ่ายจำเลย หรือฝ่ายผู้ถูกร้อง ก็เชื่อว่าจะสามารถสู้ได้ มีใครบ้างที่จะก้าวเข้าสู่คดีความโดยคิดว่าจะแพ้มาตั้งแต่ต้น... ย่อมไม่มีแน่นอน

คดีพิจารณายุบพรรคประชาธิปัตย์ ว่าใช้เงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาทผิดประเภท ก็เช่นกันทั้งฝ่ายผู้ร้อง ทั้งฝ่ายผู้ถูกร้องงัดประเด็นใส่กันอุตลุดไม่มีใครยอมใคร

แถมวุ่นวายเพ่นพ่านไปจนกระทั่งมีคลิปลับหลุดออกมา กระทบกระเทือนต่อภาพลักษณ์ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไปด้วยอย่างมากมาย

แต่ สุดท้ายในวันที่ 29 พฤศจิกายน ซึ่งเป็นนัดแถลงปิดคดี ซึ่งผิดในส่วนของนายทะเบียนพรรคการเมือง ได้มอบให้ นายกิตตินันท์ ธัชประมุข อัยการคดีพิเศษ ฝ่ายสำนักคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แถลงปิดคดี ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ได้มอบหมายให้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะหัวหน้าทีมกฎหมายของพรรค เป็นผู้แถลงปิดคดี

ใช้เวลาแถลงปิดคดีกันอย่างเคร่งเครียด และกินเวลาเป็นชั่วโมงๆ
โดย เฉพาะอย่างยิ่งนายชวน หลีกภัย ถึงกับสวมวิญญาณนักการเมืองเจนสนาม แถลงปิดคดีชนิดที่เหมือนกับการอภิปรายในสภาอย่างไรอย่างนั้น จนนักกฎหมายหลายคนงงว่าเป็นการแถลงปิดคดีหรือเป็นการอภิปรายกันแน่?

สุด ท้ายหลังเสร็จสิ้นการแถลงปิดคดี และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยในช่วง 14.00 น. ความเครียดก็ยังคงปกคลุมบรรยากาศทั้งในซีกพรรคการเมือง และในภาคธุรกิจ ตลาดหุ้นตกกันหลายวัน

ซึ่งเมื่อคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยออกมาว่าคำร้องของ กกต.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากไม่เป็นไปตามกรอบเวลา จึงมีมติให้ยกคำร้อง ด้วยคะแนนเสียง 4 ต่อ 2 โดยไม่ต้องพิจารณาเนื้อหาในประเด็นความผิดอื่นๆอีกต่อไป
หลายคนถึงกับออกปากว่า ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นประเด็นเส้นผมบังภูเขาขนาดนี้!!!

เทียบ กันไม่ได้เลยกับความเครียดของบรรดาผู้นำในพรรคประชาธิปัตย์ เทียบกับความเครียดของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่โดนคลิปลับ หรือแม้แต่บุคคลที่อยู่ภายในคลิปต่างๆ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องพบปะกันเลยด้วยซ้ำ

รวมทั้งทีมมือกฎหมายฉมังๆ ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บอกว่าทุ่มเททำงานอย่างหนักมาตลอดเพื่อต่อสู้คดีนั้น กลับไม่มีใครมองเห็นถึงประเด็นในเรื่องกรอบเวลาของคำร้องเลยสักนิด

หาก มือกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์ เห็นช่องนี้ตั้งแต่แรกก็คงไม่ต้องเครียดหนักเป็นเวลาหลายเดือนเช่นนี้แน่… ดังนั้นแม้จะชื่นชมกับความเหนียวแน่นของพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นพรรคการ เมืองเพียงพรรคเดียวในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่รอดพ้นจากการถูกยุบพรรค ถึง 2 ครั้ง 2 หน

แต่ในครั้งนี้ทีมกฎหมายประชาธิปัตย์ ก็โชว์ฟอร์มออกมาให้เห็นแล้วว่า มัวแต่สู้แบบไม่เห็นประเด็นชนะสบายๆมาตั้งนาน

อย่าง ไรก็ตามมุมมองของนักกฎหมายหลายคนยังอดเกิดความสงสัยไม่ได้ว่า หากมีในเรื่องของกรอบเวลาในการยื่นคำร้องมีปัญหา ทำไมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่มีการพิจารณาในประเด็นนี้มาตั้งแต่แรก และไม่รับคำร้องของ กกต.ตั้งแต่ต้น

ก็คงไม่เครียดกันทั้งประเทศเช่นนี้!!!
หรือ ว่าแม้แต่ในคณะตุลาการเอง ก่อนหน้านี้ก็มีคนที่มองไม่เห็นประเด็นนี้มาก่อน จึงปล่อยให้มีการสืบคดีกันอย่างมากมาย รวมทั้งแม้แต่ในการลงมติเองว่าเป็นคำร้องที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ปรากฏว่ายังมีเซียนกฎหมายอย่างนายชัช ชลวร ซึ่งเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญเอง

ยังมองว่าคำร้องไม่ได้มีปัญหา เพียงแต่ว่าเป็นเสียงส่วนน้อย จึงต้องถือตามเสียงส่วนใหญ่ว่าคำร้องไม่ถูกต้อง
แต่ การชนะโดยที่ไม่ได้มีการใช้ผลแห่งการสืบคดีเลยว่า ตกลงแล้วพรรคประชาธิปัตย์ผิดจริงหรือไม่จริงครั้งนี้ คงเป็นความคลุมเครือของภาพลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เชื่อว่าคงถูกกระแนะกระแหนบนถนนการเมืองไปอีกนาน ว่าไม่ได้รอดเพราะไม่ได้ทำผิดจริงๆ เนื่องจากไม่มีการตัดสินในประเด็นความผิด แต่เป็นการรอด เพราะคำร้องมีปัญหา???

เหมือนกับว่า นักมวยขึ้นชกกันจนครบ 5 ยก อยู่ระหว่างรอรวบรวมคะแนนจากกรรมการทุกฝ่ายว่าจะยกมือให้ใครแพ้ใครชนะ ปรากฏว่ากรรมการกลางบอกว่า นักชกคนหนึ่งอายุเกินแข่งขันไปแล้ว เพราะฉะนั้นให้ยก ไม่มีการตัดสินแพ้ชนะในการชก

แต่ให้อีกฝ่ายชนะฟาล์วไปเลย โดยไม่เกี่ยวกับคะแนนฝีมือการชกใดๆทั้งสิ้น

เพราะ ชนะรอดมาแบบปาฏิหาริย์แบบนี้ ก็สมควรแล้วที่นายอภิสิทธิ์ จะต้องรีบไปถวายพวงมาลัยพระแม่ธรณีบีบมวยผม... เฮงแบบนี้จะหาได้ที่ไหนอีกในประเทศนี้

ย้อนรอยความทรงจำ
คดียุบพรรคการเมือง
หลัง จากที่ประเทศไทยได้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ปี พ.ศ.2550 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่า ด้วยพรรคการเมืองพ.ศ.2550 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการพิจารณาคดียุบพรรคการเมืองใหญ่ที่เข้าร่วมเป็นรัฐบาล

โดย จริงๆแล้วมีการร้องเรียนให้มีการยุบพรรคการเมืองเริ่มมาตั้งแต่การ เลือกตั้ง 2 เมษายน พ.ศ. 2549 แล้ว กระทั่งในวันที่ 13 กรกฎาคม 2549 คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติให้รับคำร้องขอ ให้ยุบพรรคการเมืองทั้ง 5 ไว้พิจารณาวินิจฉัย
จากนั้นเมื่อคณะปฏิรูปการปกครองฯ หรือ คปค. ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อ 19 กันยายน 2549 ได้มีการออกประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 3 ยุบทิ้งศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในขณะนั้นสิ้นสภาพลง

จากนั้นในวันที่ 1 ต.ค. 2549 ได้มีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2549 มาบังคับใช้ และในมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กำหนดให้มี “คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ”ขึ้นมาชุดหนึ่ง ซึ่งก็คือชุดปัจจุบัน รับโอนคดียุบพรรคการเมืองที่ค้างอยู่ มาทำการไต่สวนต่อ จนนำไปสู่การพิจารณาคดียุบพรรคการเมืองในปี 2550 ปี 2551 และปี 2553

ปี 2550 มีการพิจารณา 2 กลุ่ม
กลุ่ม 1 คณะตุลาการรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ให้ยุบพรรคไทยรักไทย พรรคพัฒนาชาติไทย และพรรคแผ่นดินไทย รวมทั้งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งต่อกรรมการบริหารพรรค เป็นจำนวน 111 คน, 19 คน, และ 3 คน ตามลำดับ มีกำหนด 5 ปี
รวมใช้เวลาพิจารณาคดี นับตั้งแต่วันที่ 16 ม.ค.-30 พ.ค.รวม 135 วัน
กลุ่ม 2 พรรคประชาธิปัตย์ไม่ยุบ ยกคำร้อง ส่วนพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าถูกยุบ
รวมใช้เวลาพิจารณาคดี นับตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค.-30 พ.ค.รวม 133 วัน
ปี 2551 คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัย ยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตยโดยมีคำสั่งให้ยุบพรรคทั้ง 3 พรรค รวมทั้งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งต่อกรรมการบริหารพรรค เป็นจำนวน 37 คน, 43 คน, และ 29 คน ตามลำดับ มีกำหนด 5 ปี
โดยคดีพรรคพลังประชาชน อัยการส่งศาล รธน.วันที่ 10 ต.ค.ตัดสินวันที่ 2 ธ.ค. ใช้เวลารวม 54 วัน
สำหรับคดีพรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย ใช้เวลานับจาก 23 ก.ย-2 ธ.ค.รวม 71 วัน
ปี 2553 มีการพิจารณาคำร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์ ใช้เวลาพิจารณา 139 วัน
สุดท้ายคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ มีมติ 4 ต่อ 2 ให้ยกคำร้อง
พรรคประชาธิปัตย์จึงรอดจากการถูกร้องให้ยุบพรรค เป็นครั้งที่ 2

ที่มาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์
12 เมษายน 2553 คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แถลงผลลงมติยุบพรรคงพรรคประชาธิปัตย์
9 สิงหาคม 2553 คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 7 คน ออกนั่งบัลก์ไต่สวนพยานนัดแรกคดีที่ กกต.ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยกรณีที่กล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์
13 กรกฎาคม 2553 อัยการสูงสุดยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้พิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคประชาธิปัตย์ และเพิกถอนสิทธิทางการเมืองนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรค
7 กรกฎาคม 2533 คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นำโดย นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ออกนั่งบัลลังก์นัดพร้อมคู่กรณีในคำร้องที่นายทะเบียนพรรคการเมืองในฐานะผู้ ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)
9 สิงหาคม 2553 นัดไต่สวนพยานผู้ร้องนัดแรก
18 ตุลาคม 2553 นัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ถูกร้องนัดสุดท้าย
29 พฤศจิกายน 2553 นัดแถลงปิดคดี
29 พฤศจิกายน 2553 คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติยกคำร้อง 4 ต่อ 2 เพราะการยื่นคำร้องไม่ตรงตามกรอบเวลา ดังนั้นจึงยกคำร้อง และไม่พิจารณาประเด็นอื่นๆอีกต่อไป

ผู้พิพากษาคดียุบพรรคการเมือง
ผู้พิพากษาคดียุบพรรคการเมืองชุดแรก ในปี 2550 มีทั้งหมด 9 คน ดังนี้
นายปัญญา ถนอมรอด (ประธานศาลฎีกา เป็นประธานตุลาการรัฐธรรมนูญ)
นายอักขราทร จุฬารัตน (ประธานศาลปกครอง เป็นรองประธานตุลาการรัฐธรรมนูญ)
หม่อมหลวงไกรฤกษ์ เกษมสันต์ (ตุลาการรัฐธรรมนูญ)
นายสมชาย พงษธา (ตุลาการรัฐธรรมนูญ)
นายกิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ (ตุลาการรัฐธรรมนูญ)
นายนุรักษ์ มาประณีต (ตุลาการรัฐธรรมนูญ)
นายธานิศ เกศวพิทักษ์ (ตุลาการรัฐธรรมนูญ)
นายจรัญ หัตถกรรม (ตุลาการรัฐธรรมนูญ)
นายวิชัย ชื่นชมพูนุท (ตุลาการรัฐธรรมนูญ)

ผู้พิพากษาคดียุบพรรคการเมืองชุดที่ 2 หลังรัฐประหาร 2549 มีทั้งหมด 9 คน ดังนี้
นายชัช ชลวร (ประธานคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ)
นายจรัญ ภักดีธนากุล (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ)
นายจรูญ อินทจาร (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ)
นายเฉลิมพล เอกอุรุ (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ)
นายนุรักษ์ มาประณีต (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ)
นายบุญส่ง กุลบุปผา (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ)
นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ)
นายสุพจน์ ไข่มุกต์ (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ)
นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ)

ผู้พิพากษาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ปี 2553
นายชัช ชลวร (ประธานคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ)
นายจรัญ ภักดีธนากุล (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ)
นายนุรักษ์ มาประณีต (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ)
นายบุญส่ง กุลบุปผา (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ)
นายสุพจน์ ไข่มุกต์ (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ)
นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี (ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ)
สำหรับ มติ 4 ต่อ 2 เสียงไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ โดยเสียงข้างมาก คือ นายจรัญ ภักดีธนากุล นายนุรักษ์ มาประณีต นายบุญส่ง กุลบุปผา และนายสุพจน์ ไข่มุกต์
ส่วนเสียงข้างน้อยคือ นายชัช ชลวร และ นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 01/12/53

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla



เมื่อความคิด อุบาทว์ ขาดสติ
อุตริ พิเรนท์ กากเดนมนุษย์
ตระบัดสัตย์ ชัดแจ้ง แห่งที่สุด
จึงยื้อยุด ฉุดคร่า พาบรรลัย....

ใครหนอบอก ประเทศนี้ มีมาตรฐาน
จึงหางโผล่ พร้อมสันดาน สะท้านไหว
ทั้งเหยียบย่ำ ซ้ำซ้อน สะท้อนใจ
กล้าตอบไหม ว่าบ้านนี้ มียุติธรรม....

ชั่วเลวทราม วิปริต จิตวิปลาส
พาพวกพ้อง ละลายชาติ อนาถซ้ำ
ทั้งโอนเอน เล่นเล่ห์กล คนระยำ
เพื่อตอกย้ำ ความบัดซบ กลบสามานย์....

ขออาลัย ด้วยใจแค้น แสนหดหู่
ไม่อยากคิด ไม่อยากรู้ ผู้หักหาญ
ผิดเป็นชอบ ตอบมา ว่าสันดาน
ดั่งอันธพาล ครองเมือง เรื่องอัปรีย์....

ริบบิ้นขาว ที่หล่น บนหลุมศพ
หนทางพบ เจิดจ้า แห่งราศรี
ช่วยเปิดตา คนงมงาย มาหลายปี
ว่าบ้านนี้ ที่เห็น เป็นอย่างไร....


blablabla32@hotmail.co.th
http://www.facebook.com/profile.php?id=100001177832717

ขอร่วมไว้อาลัยให้กับความยุติธรรมในประเทศไทย

ที่มา Robert Amsterdam



ความดีของพรรคประชาวิบัด นี่แหละที่เขาไม่ยุป พรรคไหนทำแบบนี้ได้บ้าง

ที่มา thaifreenews

โดย เมืองรถม้า



ผลงานดี ๆ ของพรรคประชาวิบัด นี่แหละที่เขาไม่ยุป

ไปเจอมาเอามาลงให้เพื่อนอ่านกัน ใครจะต่ออีกก็ได้

1.ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยแสดงวิสัยทัศน์ชี้ทิศทางที่ชัดเจนนโยบายพัฒนาประเทศอะไรเลยสักเรื่องไม่กล้าปฎิรูปอะไรสักอย่าง
2. เจ้าหลักการแต่มี 2 มาตรฐาน คนในพรรคมาตรฐานอย่างหนึ่ง คนต่างพรรคใช้มาตรฐานอีกอย่างหนึ่ง
3. เป็นช่างทาสี ทาขาวเป็นดำ ทาดำเป็นขาว ดีเข้าตัวชั่วเข้าเพื่อนได้อย่างไม่อายเด็กๆ
4. หน้าที่หลักการคืออธิบายความปกป้องคนทุจริตได้ทุกคนที่อุ้มชูตนให้ได้แค่ตำรงตำแหน่งนายกฯ
5. ผัวนอนแต่บ้านเพื่อนทุกคืนเมียนอนอีกบ้านลูกนอนอีกบ้าน คนสองคนให้ความอบอุ่นไม่ได้แต่อาสามาดูแลคน60ล้านคน
6. เล่นแต่การเมืองเป็นอาชีพ รวยผิดปกติกันทั้งพรรคแต่ยังทำแกล้งทำจน
7. รวยมาจากการทุจริตกินเมืองคือเป็นนักธุรกิจการเมืองแล้วมาทำธุรกิจการค้า เพื่อฟอกเงินแต่ค้าขายไม่เป็นเจ๊งไม่เป็นท่า
8. คนจนไม่เคยช่วยช่วยแต่โจรเสื้อนอกโกงกันจนสถาบันการเงินเจ๊งก็จะรีบเอาเงิน ของส่วนรวมและกู้ต่างชาติมาอุ้มให้ล้มบนฟูกทุกคน
9. ออกกฎหมายให้ต่างชาติเป็นกรรมการบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ,ให้ต่างชาติครอบงำกิจการธุรกิจ,รัฐวิสาหกิจไทย
10. คนขับรถนายกฯพัวพันซีดีเถื่อน
11. ทหารใกล้ชิดนายกฯพัวพันซีดีเถื่อน
12. ยกย่องเชิดชูเกียรติทรราชถนอม
13. “ปลัดประเทศ” ไม่ต้องคิดอ่าน ไม่ต้องมีวิสัยทัศน์ เซ็นตามลูกน้องลูกพี่ส่งมา
14. ว่าการกระทรวงกลาโหมแต่ปฎิเสธการค้นหาศพที่สูญหายให้แก่ญาติพี่น้องวีรชนพฤษภาทมิฬ
15. สร้างเครดิตให้คนไทยเป็นหนี้คนละ 1 แสนบาทได้ภายใน 2 ปี
16. สมัยเป็นนายกฯ”ตี”ชาวนาตายหลายคนแล้ว
17. สมัยเป็นนายกฯ คลายเชือกให้หมากัดคนจนหน้าทำเนียบ
18. น้องนายกฯพัวพันทุจริตแบ็งก์กสิกร สาขาสงขลากว่า 300 ล้านบาทแล้วหนีไป พี่ชายปกป้องว่าไม่ได้เจตนา
19. น้อง รมว.คลัง บริหารแบ็งก์กรุงไทย ก่อหนี้เสียถึง 9 แสนล้านบาท (เงินมหาศาลนี้เอาไปขุดคอขอดกระได้ทั้งสาย,จ่ายหนี้แทนเกษตรกรได้ทั้งประเทศ ไทย ลาว เขมร และญวนรวมกัน)
20. เปิดเสรีทางการเงิน BIBF ช่องโหว่ให้กองทุนค้าเงินโจมตีประเทศไทย
21. เปิดเสรีทางการเงิน FIBF โดยไม่มีมาตรการใดๆมารองรับแม้แต่บรรทัดเดียว กู้มาโกงกันเองจนเกิดหนี้เสียถึง 80 %
22. เอางบประมาณแผ่นดินไปจ่ายหนี้ต่างชาติและไปอุ้มสถาบันการเงินทุกแห่ง หนี้เก่าไม่ทันใช้หนี้ใหม่กู้อีกแล้ว บริหารกันอย่างนี้กู้กับขาย ฝีมือกันอย่างนี้ คนผิดไม่มีเพราะคนผิดเป็นพรรคพวกและญาติตนเอง
23. เอาเงินภาษีราษฎรขึ้นเครื่องบินไปแย่งตำแหน่ง ผอ. WTO เสียค่าใช้จ่ายหลายร้อยล้านบาทเพียงเพื่อได้กินเงินเดือนละ 13 ล้านบาท งานของตนเองในหน้าที่นายพาณิชย์กลับไม่ทำ ไม่ค้าไม่ขาย ขายไม่เป็น ค้าไม่ออก เป็นทำไมก็ไม่รู้ รมว.พาณิชย์ สินค้าเกษตรราคาตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทยในขณะที่จีนและใต้หวันไม่ ได้เป็นแม้สมาชีก WTO ยังค้าขายได้สบายฝีมือจริงต่างกับการสร้างภาพ
24. มาแก้ปัญหาที่รัฐบาลเก่าทำไว้ ยางกิโลละ 35 บาทก็แก้ให้เป็นกิโลละ 15 บาท มันสำปะหลังกิโลละเกือบ 2 บาทก็แก้เป็นกิโลละ 50 สตางค์ ข้าวเปลือกเกวียนละเกือบหมื่นบาท ก็แก้เป็นเกวียนละสามพันแปด
25. ถ้าเป็นต่างพรรคอะไรที่ตกต่ำก็บอกว่าเพราะปัจจัยภายใน ถ้าพรรคตนตกต่ำก็บอกว่าเป็นเพราะปัจจัยภายนอก (ดีเข้าตัวชั่วเข้าเพื่อนได้ทุกเรื่อง)
26. ส.จ.นครศรี ฯญาติ รมว.ช่วยมหาดไทยเป็นที่ปรึกษาด้วย อยู่ในรถค้ายาบ้าแต่ไม่โดนจับโดนจับแต่คนขับรถ (เหมือนนายทหาร,คนขับรถ ค้าซีดีเถื่อนเลย)
27. จอมปฎิวัติเล่นการเมืองเป็บเดียวรวยล้นฟ้าโดยไม่มีที่มาที่ไป ดื่มไวน์ขวดละหลายหมื่น จอมอุปถัมภ์แจกจ่ายเลี้ยงแหลกสื่อมวลชนไทย และแจกงานสัมปทานแลกกับบ้าน สข.
28. ใช้หลักฐานปลอมอภิปรายเรื่องสัญชาติบิดาคุณบรรหารแล้วนำมาร่วมรัฐบาลเฉย เด็กๆงงกันหมด
29. ปล่อยให้เลือกตั้งปากน้ำโกงหน้าด้านๆทำกุญแจมาสเตอร์คีย์เถื่อนโกงยก...บ
30. ไปยืนถ่ายรูปกับโซรอสคนทำร้ายเอเซียและประเทศตน ยืนถ่ายรูปกับคลินตันพอกลับไทยเขาก็ยึดค่ามัดจำ F18 แถมไม่ได้ช่วยเหลือไทยแม้แต่บาทเดียวล่าสุดไปญี่ปุ่นก็ขายผลผลิตการเกษตรไม่ ได้สักผลแล้วโม้ว่าเป็นนายกฯอินเตอร์
31. ขึ้นค่าทางด่วนเกินเพดาน เอาใจนักลงทุน โชคดีจับได้ไล่ทันเสียก่อน
32. ตัวการให้คุณสืบ ทำอัตวินิบาตกรรม โดยไล่กลับไปห้วยขาแข้ง หาว่า “เสือก” เพราะที่คุณสืบมารายงานคนโค่นป่าเป็นคนในค่ายนักการเมืองขายชาติมืออาชีพ
33. บ้าน 3 หลังที่ข้าราชการกังฉิน รพช.เอาที่ป่าริมเขื่อนเอาเงินชาวบ้านสร้างถนน คฤหาสน์ สอพลอเอาใจให้เจ้านายจอมขายตำแหน่ง ต่อมาได้เลื่อนซีชั้นตำแหน่งสูงขึ้นไปอีก
34. ส.จ.คนสนิท มท.1 รับเงินราชายาเสพติดเยอรมันพาเข้าหานายรับช่วยเหลือ
35. รมว.กัญชาออกนอก (คงจำกันได้สมัยที่คนหน้าห้องส่งออกนอก แต่นายหัวไม่ผิด)
36. ส.ส.กรุงเทพฯประธานที่ปรึกษากฎหมาย มท. 1 ทำหนังสือรับรองโวล์ฟกัง ราชายาเสพติดให้เป็นคนดีคนบริสุทธิ์
37. เซ็งลี้ พื้นที่เขาดินให้นายทุนต่างชาติทำโรงแรมดูช้างขี้
38. เอาเงินบริจาคช่วยชาติ(ตลกจริงๆ)ฝากที่ไหนยอดเท่าใดแจ้งด้วย
39. เพิ่มรายการปัญญาอ่อนเกมส์โชว์มอมเมาเยาวชนแล้วไปถอดรายการดีๆ “หนูจุก”ออกเพราะไปสอนคำว่า “ไม่ขอโทษ”
40. กลั่นแกล้งข้าราชการดีๆที่เปิดเผยข้อมูลโกงชาติของนักการเมืองเช่นเพื่อนนายกฯกินยาแพงแล้วย้าย ผอ.ข่าวสารข้อมูล
41. ชอบร้องให้เสียงดังให้สื่อมวลชนได้ยิน แต่ทำสิ่งที่ตรงข้าม อ.ป๋วยสอนทุกเรื่อง เป็นนักเลือกตั้ง ”ดีเน่า” มือถือสากปากถือศีล
42. ชอบขึ้นเงินเดือน 2 ขั้นให้ข้าราชการใกล้ชิดที่สอพลอนายมากกว่ารับใช้ประชาชน
43. เจ้าพ่อคมนาคม ชอบโปรเจคท์โครงการยักษ์ถุงเงินหาเงินเข้าพรรคและตนเอง
44. กล่องดวงใจ หาเมียให้นาย
45. ยกป่าสวยที่ลาดชันทั้งอ่าวกะมาลาให้พวกเศรษฐีภูเก็ตทั้งเกาะ พรรคพวกตน
46. เล่นการเมืองเพื่อปกป้องโรงเหล้า ได้เมียรสนิยมเดียวกันชอบดูดปากให้ชาวบ้านและลูกๆ (เมียเก่า)ดู
47. ส.ส.จ่า พัวพันรับจ้างสังหารแม้คนพรรคเดียวกันก็ทำ
48. ถมคลองวงศ์หนองเตย ที่ จ.ตรัง คลองสาธารณะประโยชน์ ให้เป็นดินที่ตนเอง
49. ถมป่าชายเลนกระบี่ให้เป็นโรงแรม 5 ดาว
50. บุกรุกเทือกเขาบรรทัด
51. ไม่สนใจเรื่องปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ เช่นเรื่องเรือปั่นไฟจับปลาตะตักห่วงโซ่อาหารหมดทะเล
52. ส.ส.หนุนหวยออนไลน์ ถ้ายกเลิกคุณพ่ออเมริกาจะปรับไทยนาทีละ 2 แสน 8 หมื่นล้านบาทไทยจะเสียหายมากพอๆกับถ้าไม่ผ่านกฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ ที่เปิดโอกาสให้ต่างชาติครอบครองซื้อที่ดินและเช่าประเทศไทยได้ได้ 100 ปี
53. คนขับรถ มท. 1 (โครตรวย) ชกหน้าคนขับรถแท็กซี่ (คนจน)นายเข้าข้างอีกแล้วครับท่าน
54. ผลาญงบเงินกู้มิยาซาว่าจ้างถางหญ้าริมคูน้ำ แรงงานจริง 30 คนแรงงานชื่อผี 26 คน อาทิตย์เดียวหญ้าขึ้นเต็มเหมือนเดิมแล้ว (วิสัยทัศน์ควายหลังบ้านท่านยังสูงกว่า ดร.จบนอกชายชาติตั้งเยอะ)
55. บรรดาเมียและโดยเฉพาะลูกๆรัฐมนตรียังเรียนอยู่แต่คุณพ่อแสนซื่อสัตย์แจ้งทรัพย์ให้รวยเกือบร้อยล้านหลายคน
56. ให้คนงานสวนไฟแนนซ์ ของพวกตนเองโดยไม่มีหลักทรัพย์ จนบริษัทเจ๊ง กองทุนฟื้นฟูก็รีบเอาเงินชาวบ้านอุ้มเป็นพันเป็นหมื่นล้านบาทไม่ผิด แถมให้เป็นรัฐมนตรีเป็นเลขาเสียอีก เอาโจรมาเฝ้าตู้เซฟประเทศ แล้วประเทศชาติจะไปเหลืออะไรกัน
57. ขนไม้เถื่อนสร้างบ้าน สข.
58. จอมคอรับชั่นฟอกเงินโดยแจ้งเท็จเงินกู้ 45 ล้าน ซ่อน 5 พันล้านซ่อนได้แต่ 45 ล้านซ่อนไม่มิด “จรเข้เกยน้ำตื้น”
59. เมียซื้อเสียง กกต.จับได้ไม่ประกาศเป็น สว.เสียเลย
60. ให้คนไปตะโกนใส่ร้าย ท่านปรีดี ในโรงหนัง
61. ทำลายระบบพรรคไป “ซื้อ” งูเห่ามาจากพรรคอื่นติดนิสัยไปเอาอดีตหัวหน้า “กินสังคม” กรรมลงโทษจนเป็นโรคร้ายมาแพร่เชื้อต่อ
62.เอาเงินหลวงยาบัวบริจาคไปรวมกับบัญชีกองทุนฟื้นฟูอุ้มโจรเสื้อนอก
63.เงินกู้ 45 ล้านของสนั่น

ขอร่วมด้วยครับ! เพราะช่วงที่ผ่านมาผมเริ่มฟังการพูดของบรรดาผู้ใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ (จนกระทั่ง ครบรอบ 60 ปีพรรค)

1. ผู้ใหญ่ของพรรคฯจะพูดตลอดเรื่องระบอบทักษิณฯ คือ
- ตัวเองยังไม่กล้าเสนอนโยบาย ของระบอบประชาธิปัตย์ให้ประชาชนเลือกเลย แล้วประชาชนควรจะเลือกระบอบไหน
- ทุกคนก็รู้ๆกันอยู่ว่า ขณะนี้เป็นการเลือกตั้งเพื่อเข้ามาแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดกติกาที่ สามารถควบคุมการดำเนินการของพรรคการ รวมถึงการทำงานของฝ่ายรัฐบาลให้อยู่ในกรอบที่ควรจะเป็น

2. ผู้ใหญ่ของพรรคฯก็รู้ว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดระบบตรวจสอบ ฝ่ายของรัฐบาลเพราะทำให้เกิดปัญหาต่อการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงที่ ผ่าน เพราะทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ยาก แต่เมื่อถึงเวลาก็เล่นแง่อย่างโน้นอย่างนี้จนถึงขั้นนำเข้าไปโยงกับตัวบุคคล (หัวหน้าพรรคไทยรักไทย) ผมก็เริ่มมองเห็นแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของการที่จะมาเป็นนักการเมืองที่เข้ามาบริหาร เพื่อนำพาชาติบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้าไปในอนาคต

3. ไม่แสดงถึงความเป็นสุภาพบุรุษทางการเมือง เพราะไม่เคยเสนอตัวเองเพื่อให้ประชาชนได้ภาคภูมิใจเมื่อประชาธิปัตย์ เข้ามาบริหารบ้านเมือง โจมตีเพื่อให้ตัวเองสูงขึ้นแต่ก็มองไม่เห็นถึงจุดยืนในการเข้ามาบริหาร ประเทศ

4. ที่ผ่านมาไม่รู้ประชาธิปัตย์มวทำอะไรอยู่ นโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศแบบเป็นรูปธรรม ไม่เห็นมีนำเสนอต่อประชาชนเลย (ผิดกับของไทยรักไทย ที่จะนำเสนอนโยบายที่ประชาชนเข้าใจง่ายว่า ประชาชนควรจะได้รับอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองเป็นอันดับแรก ซึ่งนโยบายบางอย่างก็ควรยกเลิกเช่นการแปรรูป ไทยรักไทยก็น่าจะได้รับรู้แล้วว่านโยบายบางอย่างไม่ควรดำเนินการ)

5. ความเป็นสุภาพบุรุษหรือผู้ที่มีน้ำใจนักกีฬาไม่มีเลย เมื่อรู้ว่าสู้ไม่ได้ก็ไม่กล้าที่จะต่อสู้กลับเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในพรรคแล้ว ก็ตะโกนว่าเขาอย่างเดียว

6. สุดท้ายในการระบายความอัดอั้น คือ มันถือเป็นกรรมเก่าที่ตามมาหลอกหลอนประชาธิปัตย์ เพราะ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้สร้างอะไรให้ประชาชนส่วนระลึกถึง ได้มากเพียงพอต่อการให้เข้ามาบริหารประเทศเมื่อประชาชนต้องการผู้บริหาร ประเทศที่ดี (ตั้งแต่อภิปรายไปถึงพ่อของคุณบรรหารที่เสียชีวิตไปแล้ว,การไปช่วงชิง สส.ของพรรคอื่นเพื่อให้ตัวเองได้เป็นรัฐบาล) ปรับปรุงตัวเองได้แล้วพรรคประชาธิปัตย์

*** ผมก็เป็นคนที่ติดตามการเมือง อยากให้มีการปรับปรุงการทำงานของพรรคต่างๆ เพื่อให้เป็นทางเลือกของประชาชน ให้ประชาชนได้ภาคภูมิใจต่อผู้นำของตัวเอง (หรือต้องชื่นชมต่อต่อผู้นำที่ไม่ได้แสวงหาสิ่งที่ดีๆต่อประชาชน ยกเว้นของตัวเอง) ***

พรรค ปชป. เป็นพรรคที่เกิดมาเพื่อทำลายบ้านเมืองโดยแท้
๑ พรรคปชป. ไม่เคยเสนอนโยบาย ไม่เคยเสนอนโยบาย
ไม่เคยเอาตัวคนผิดมาลงโทษ แม้มีหลักฐานจะจะ เช่น
สูบยาบ้าโชว์ต่อหน้าคนทั้งประเทศ ไม่มีแม้ความผิดทางวินัย
ไม่ว่าจะมีสมาชิกพรรคโกงมากเพียงใดก็ตาม
ไม่ว่าจะโกงแผ่นดินไทยเอาไปให้วงศืตระกูลก็ตาม

พรรคปชป. ไม่เคยเอาตัวผู้กระทำิผิดมาลงโทษ
คนที่อื้อฉาว ยังได้ตำแหน่งที่ดีตลอดมา ไม่เคยแม้แต่
ลงโทษทางวินัย

๒. พรรค ปชป. ไม่เคยคิดทำงานแข่ง ไม่คิดจะเสนอนโยบาย
การทำงาน ตรงกันข้าม พรรคปชป. กลับพยายามขัดแข้งขัดขา
พรรคที่ได้คะแนนนิยมมากกว่ามาตลอด
ด้วยข้อหาใต้ดิน อ้างสถาบัน ใส่ไคล้ โดยไม่มีมูล
ไม่ว่าจะเป็นฆ่าในหลวง พาคนไปตาย หรือ ระบอบทักษิน

"ไม่มีใครรู้ว่า ทุกครั้งเมื่อชนะการเลือกตั้งด้วยวิธีสกปรก
แบบนี้ แล้ว พรรค ปชป. จะทำงานให้บ้านเมืองอย่างไร"

"จะกำหนดทิศทางประเทศไปทางไหน"

แต่ทุกครั้งที่ ปชป. ชนะ บ้านเมืองจะถดถอย เพราะ ปชป.
ไม่ได้แข่งการทำงาน แต่

ทุกครั้ง "ปชป. จะสร้างข่าวลือ สร้างความแตกแยกให้บ้านเมือง"

๓. พรรค ปชป. ชูสโลแกนว่า ยึดมั่นใน ปชต.

แต่แค่มีแนวโน้มว่าจะแพ้ (ซึ่งที่จริงยังไงก็แพ้) ปชป. กลับ
ยอมกลับคำพูดของตัวเอง ทำตัวราวกับไม่ใช่ลูกผู้ชาย
ยอมแพ้ ก่อนสู้จริง

นอกจากนั้น ไม่เพียงแสดงความขี้ขลาดตาขาว ยังแสดงความ
เลวทรามต่ำช้า ด้วยการ ขัดแข้งขัดขา ไม่ให้มีการเลือกตั้ง
เกิดขึ้น โดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ

สรุปคือ

ปชป. นอกจากตะบัดสัตย์ต่อองค์ประมุขของชาติ
สุมหัวกับคนที่อ้างสถาบันเป็นเครื่องมือทำลายคู่แข่ง

ปชป. ยังทำร้ายชาติบ้านเมือง ด้วยการเล่นการเมือง
แบบ ทำลายคู่แข่งด้วยข่าวลือ ใช้วิธีสร้างความแตกแยก
ให้แผ่นดิน

ความผิดต่อชาติ ต่อพระมหากษัตริย์ ต่อประชาชน
นับว่า ปชป. เป็นพรรคที่ตั้งใจทำลายชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง

ขอให้ทุกคนจำวิธีเล่นการเมืองแบบ ปชป. ไว้
และตั้งใจว่า จะทำลายวิธีเล่นการเมือง แบบสร้างความแตกแยกให้แผ่นดิน
ผิดสัญญาต่อในหลวง และร่วมมือกับคนที่บิดเบือนคำพูดและใช้ในหลวงเป็นเครื่องมือ
และสร้างความเสียหายแก่บ้านเมืองแบบนี้

ขอให้ทุกคนตั้งใจว่า ต่อไปนอกจากจะไม่เลือกพรรค ปชป.
จะใช้ทุกโอกาสบ่อนทำลายพรรค ปชป. ทุกวิถีทาง

ประเทศชาติจะไม่มีวันมีอนาคตได้เลย ถ้าเราไม่ช่วยกัน
ทำลายระบอบการเมืองแบบ ปชป.

ตราบใดที่มีพรรค ปชป. อยู่

"ไมว่าจะมีพรรคการเมืองไหน ทำงานได้ดี ทำงานเพื่อ ประชาชนเพียงใดก็ตาม สุดท้ายก็จะโดนทำลาย และชาติ
บ้านเมืองจะหยุดชะงักตลอด"

ขอให้ช่วยกันบ่อนทำลายพรรค ปชป. ทุกวิถีทาง
ให้พรรคนี้สาบสูญไปจากแผ่นดิน เพื่อแผ่นดินไทย

อย่าคิดว่าพรรคหกสิบปี ล้มไม่ได้ จำได้ไหมว่า
เมื่อก่อนได้รับความนิยมแค่ไหน แต่ต่อจากนี้จะฝ่อลง
เรื่อย ๆ ไม่ช้าไม่นาน จะล่มสลายแน่นอนถ้าทุกคนช่วยกัน

41. ชอบร้องให้เสียงดังให้สื่อมวลชนได้ยิน แต่ทำสิ่งที่ตรงข้าม อ.ป๋วยสอนทุกเรื่อง เป็นนักเลือกตั้ง
”ดีเน่า” มือถือสากปากถือศีล
42. ชอบขึ้นเงินเดือน 2 ขั้นให้ข้าราชการใกล้ชิดที่สอพลอนายมากกว่ารับใช้ประชาชน
43. เจ้าพ่อคมนาคม ชอบโปรเจคท์โครงการยักษ์ถุงเงินหาเงินเข้าพรรคและตนเอง
44. กล่องดวงใจ หาเมียให้นาย
45. ยกป่าสวยที่ลาดชันทั้งอ่าวกะมาลาให้พวกเศรษฐีภูเก็ตทั้งเกาะ พรรคพวกตน
46. เล่นการเมืองเพื่อปกป้องโรงเหล้า ได้เมียรสนิยมเดียวกันชอบดูดปากให้ชาวบ้านและลูกๆ
(เมียเก่า)ดู
47. ส.ส.จ่า พัวพันรับจ้างสังหารแม้คนพรรคเดียวกันก็ทำ
48. ถมคลองวงศ์หนองเตย ที่ จ.ตรัง คลองสาธารณะประโยชน์ ให้เป็นดินที่ตนเอง
49. ถมป่าชายเลนกระบี่ให้เป็นโรงแรม 5 ดาว
50. บุกรุกเทือกเขาบรรทัด
51. ไม่สนใจเรื่องปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ
เช่นเรื่องเรือปั่นไฟจับปลาตะตักห่วงโซ่อาหารหมดทะเล
52. ส.ส.หนุนหวยออนไลน์ ถ้ายกเลิกคุณพ่ออเมริกาจะปรับไทยนาทีละ 2 แสน 8
หมื่นล้านบาทไทยจะเสียหายมากพอๆกับถ้าไม่ผ่านกฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ
ที่เปิดโอกาสให้ต่างชาติครอบครองซื้อที่ดินและเช่าประเทศไทยได้ได้ 100 ปี
53. คนขับรถ มท. 1 (โครตรวย) ชกหน้าคนขับรถแท็กซี่ (คนจน)นายเข้าข้างอีกแล้วครับท่าน
54. ผลาญงบเงินกู้มิยาซาว่าจ้างถางหญ้าริมคูน้ำ แรงงานจริง 30 คนแรงงานชื่อผี 26 คน
อาทิตย์เดียวหญ้าขึ้นเต็มเหมือนเดิมแล้ว (วิสัยทัศน์ควายหลังบ้านท่านยังสูงกว่า
ดร.จบนอกชายชาติตั้งเยอะ)
55.
บรรดาเมียและโดยเฉพาะลูกๆรัฐมนตรียังเรียนอยู่แต่คุณพ่อแสนซื่อสัตย์แจ้งทรัพย์ให้รวยเกือบร้อยล้านหลายคน

56. ให้คนงานสวนไฟแนนซ์ ของพวกตนเองโดยไม่มีหลักทรัพย์ จนบริษัทเจ๊ง
กองทุนฟื้นฟูก็รีบเอาเงินชาวบ้านอุ้มเป็นพันเป็นหมื่นล้านบาทไม่ผิด แถมให้เป็นรัฐมนตรีเป็นเลขาเสียอีก
เอาโจรมาเฝ้าตู้เซฟประเทศ แล้วประเทศชาติจะไปเหลืออะไรกัน
57. ขนไม้เถื่อนสร้างบ้าน สข.
58. จอมคอรับชั่นฟอกเงินโดยแจ้งเท็จเงินกู้ 45 ล้าน ซ่อน 5 พันล้านซ่อนได้แต่ 45
ล้านซ่อนไม่มิด “จรเข้เกยน้ำตื้น”
59. เมียซื้อเสียง กกต.จับได้ไม่ประกาศเป็น สว.เสียเลย
60. ให้คนไปตะโกนใส่ร้าย ท่านปรีดี ในโรงหนัง
61. ทำลายระบบพรรคไป “ซื้อ” งูเห่ามาจากพรรคอื่นติดนิสัยไปเอาอดีตหัวหน้า “กินสังคม”
กรรมลงโทษจนเป็นโรคร้ายมาแพร่เชื้อต่อ
62.เอาเงินหลวงยาบัวบริจาคไปรวมกับบัญชีกองทุนฟื้นฟูอุ้มโจรเสื้อนอก
63.เงินกู้ 45 ล้านของสนั่น
64.ให้คนไปตะโกนในโรวหนังว่าท่านปรีดี พนมยงค์ ฆ่า ร.8
65.เอื้อเฟื้อพวกพ้อง ที่ดิน สปก.4-01
66.แปลงกรรมสิทธิ์ที่ดินสาธารณะ โอนให้ Co-Op สุราษฎร์ธานี
67.งาบหัวคิวถมดิน สนามบินสุวรรณภูมิ และตั้งมูลค่าโครงการเกินจริง 30,000 กว่าล้าน
68.องอาจ คล้ามไพบูลย์ กับสุวโรจน์ พลัง เสพยาบ้าให้ผู้สื่อข่าวดู
เพื่อฟ้องว่ายาบ้าหามาง่ายในยุค พล.อ.เชาวลิต
69.ลูกชายส.ส.พรรคประชาธิปัตย์(เขต 2 จ.สุราษฎร์ ข่มขืน2คดีติดต่อกัน คนแรกนักศึกษาชาวไทย
คนที่2เป็นสาวชาวพม่า อื้อฉาวจนองค์การสตี สหประชาชาติต้องยื่นมือมา ฟ้องร้อง!!!!
70.หวังเป็นนายกทางลัด ลงทุนน้อย ยืมมือม็อบกดดันทักษิณให้ลาออก
เพิ่มมาตรการการคว่ำบาตรเลือกตั้งหวังล้มการเลือกตั้ง และขอนายกพระราชทาน ยอมฉีกรัฐธรรมนูญ
71.เทพเทือก สร้างหลักฐานเท็จกรณี ทรท จ้างพรรคอื่นลงเลือกตั้งอีกอัน หน้าด้านสุดๆ

เชิญต่อให้ครบ 100 ข้อ

นานาทัศนะกรณีตลก.ยกคำร้องยุบพรรค ปชป.

ที่มา ประชาไท

อดีต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญระบุผลตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่ให้ยกคำ ร้องด้วยคะแนน 4 ต่อ 2 เสียงเป็นโมฆะ เพราะองค์คณะพิจารณาคดีที่เหลือเพียง 6 คนไม่สามารถชี้ขาดได้ ย้ำกฎหมายกำหนดให้องค์คณะมี 15 หรือ 9 คน และต้องลงมติด้วยเสียงข้างมาก

ตั้งคำถามเหลือ 6 คนรู้ล่วงหน้าได้อย่างไรว่าจะได้เสียงข้างมากชี้ขาดได้ “อัษฎางค์” ระบุศาลหาช่องทางและวินิจฉัยได้เก่ง เตือนเสื้อแดงอย่าเคลื่อนไหวหากจะอยู่ในประเทศนี้ต้องเจียมตัว เพราะที่นี่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบเบ็ดเสร็จ “บัญญัติ” ยันไม่รู้ผลล่วงหน้าที่บอกมติ 4 ต่อ 2 แค่คาดเดา เล็งนำผลไปใช้สู้คดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทต่อทีมทนาย เผยเตรียมยื่นเรื่องให้ถอนคดีเพราะขาดอายุความที่ต้องฟ้องภายใน 30 วัน “อภิสิทธิ์” ย้ำไม่ใช่ 2 มาตรฐานเพราะเป็นคนละกรณีกับคดีอื่น เพื่อไทยให้ฝ่ายกฎหมายหาช่องฟัน กกต. ยื่นฟ้องล่าช้า “สมชัย” ถามจะตัดสินแบบนี้เสียเวลาสืบพยานทำไมตั้งนาน ยอมรับ กกต. ต้องคุยกันเพื่อปรับการทำงานใหม่

หลังองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ตลก.) มีมติด้วยคะแนน 4 ต่อ 2 เสียง ให้ยกคำร้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์จากกรณีใช้เงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรค การเมือง 29 ล้านบาทผิดวัตถุประสงค์ เนื่องจากเห็นว่านายทะเบียนพรรคการเมืองไม่ยื่นเรื่องให้พิจารณาภายใน 15 วัน หลังตรวจพบการทำความผิดตามข้อกำหนดของกฎหมาย (อ่านรายละเอียดคำตัดสินคดีที่หน้า 05A) ทำให้มีหลายฝ่ายออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับคำตัดสินของศาลในครั้งนี้


"องค์คณะ 6 คนตัดสินคดีไม่ได้"

นายจุมพล ณ สงขลา อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า การที่องค์คณะพิจารณาคดีเหลือเพียง 6 คน ไม่น่าจะตัดสินคดีได้ เพราะเวลาที่จะตัดสินคดีต้องมีเสียงมากพอที่จะชี้ขาดได้

“การ ที่องค์คณะเหลือ 6 คน สามารถพิจารณาคดีได้แต่ตัดสินคดีไม่ได้ เพราะตามกฎหมายกำหนดให้องค์คณะมีจำนวน 15 หรือ 9 คน เพื่อให้สามารถใช้เสียงข้างมากในการตัดสินคดีได้ การเหลือ 6 คนไม่สามารถหาเสียงข้างมากได้ เพราะคุณจะรู้ได้อย่างไรว่าจะหาเสียงข้างมากได้เมื่อยังไม่ฟังคำแถลงปิดคดี ยังไม่ได้พิจารณาคดี การเหลือองค์คณะเพียง 6 คนไม่สามารถมีเสียงชี้ขาดได้ หากพิจารณากันในแง่กฎหมายจริงๆการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ต้องถือ เป็นโมฆะ ใช้ไม่ได้” อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแล้ว


"ชี้นักกฎหมายเก่งจนน่ากลัว"

รศ.อัษฎางค์ ปาณิกบุตร นักวิชาการอิสระด้านรัฐศาสตร์ ให้ความเห็นว่า ผลของคำตัดสินที่ออกมาทำให้เห็นว่านักกฎหมายในบ้านเมืองนี้เก่งจนน่ากลัว เพราะสามารถหาทางออกให้กับทุกสถานการณ์ได้ในทุกประเด็น นี่ขนาดยังไม่ถึงขั้นของการพิจารณาว่าถูกหรือผิด เพราะเขายังไม่ได้พิจารณาประเด็นนั้นเลย

"ชมศาลหาช่องทางตัดสินได้เก่ง"

“ศาล รัฐธรรมนูญหาช่องทางและวินิจฉัยได้เก่ง เรื่องนี้ต้องรอดูความคิดของผู้คนในสังคมต่อไปว่าจะมองกันอย่างไร แต่ผมรู้สึกเฉยๆกับคำตัดสิน เพราะในฐานะที่เป็นนักรัฐศาสตร์เข้าใจสภาพสังคมตั้งแต่เกิดเหตุการณ์รัฐ ประหารวันที่ 19 ก.ย. 2549 เป็นอย่างดีแต่พูดมากไม่ได้ เอาเป็นว่าผมเข้าใจลักษณะการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบเบ็ดเสร็จดี”

รศ.อัษฎางค์ กล่าวว่า การจะอยู่อาศัยในประเทศนี้พวกเราต้องอยู่อย่างเจียมตัว ใครไม่มีเส้น ไม่มีพรรคพวกต้องระวังหมด ประเทศนี้ไม่ใช่เป็นประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะมีการใช้กฎหมายควบคุมกำกับไม่ให้คนที่เป็นศัตรูทางการเมืองโผล่ได้เลย

"รัฐบาลอยู่ได้ถึงต้นปีหน้า "

รศ.อัษฎางค์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะอยู่ในฐานะที่ได้เปรียบและได้ประโยชน์ แต่เท่าที่ประเมินสถานการณ์คิดว่ารัฐบาลไม่น่าจะลากยาวถึงครบเทอมได้ เพราะถ้ารัฐบาลอยู่นานอาจมีปัญหาแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้น นายกรัฐมนตรีอาจตัดสินใจยุบสภาในเดือน ก.พ. ปีหน้าแล้วให้มีการเลือกตั้งในเดือน มี.ค. ซึ่งเขาอาจได้กลับมาเป็นรัฐบาลใหม่อีกครั้ง และครั้งนี้อาจอยู่ยาวถึง 4 ปีเลย

"เตือนเสื้อแดงให้อยู่อย่างเจียมตัว"

ผู้ สื่อข่าวถามว่าผลการตัดสินออกมาอย่างนี้จะทำให้สถานการณ์บ้านเมือง รุนแรงขึ้นหรือไม่ โดยเฉพาะคนเสื้อแดงที่ไม่พอใจคำตัดสิน รศ.อัษฎางค์กล่าวว่า คนเสื้อแดงควรเก็บไว้ใต้ดินดีกว่า ไม่ควรออกมาเคลื่อนไหวอะไรช่วงนี้ ยกเว้นรอให้ถึงวันเลือกตั้งค่อยออกมา ขอย้ำว่าคนเสื้อแดงควรอยู่อย่างสงบ นิ่งๆ และยอมรับโดยดุษฎี ไม่ต่อต้าน ไม่แสดงความเห็น ถ้าหากนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง เล่นการเมืองเป็นก็ต้องนิ่งไว้ก่อน


"ผลตัดสินไม่เหนือความคาดหมาย"

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผลของคดีที่ออกมาไม่ได้ผิดไปจากความคาดหมาย แต่ติดใจตรงที่ผู้ร้องให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ขอให้ศาลวินิจฉัยประเด็น เรื่องเงื่อนเวลา แต่การตัดสินกลับออกมาในประเด็นนี้ ส่วนตัวเชื่อว่าคำตัดสินจะมีผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์
โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมกฎหมายต่อสู้คดี น่าจะได้รับสัญญาณพิเศษ เพราะสามารถพูดมติล่วงหน้าได้แม่นยำว่าจะออกมา 4 ต่อ 2

"ถามทำไมไม่ยกคำร้องตั้งแต่ต้น"

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า ในฐานะที่ติดตามคดีนี้มาตั้งแต่ต้นมีความเห็นต่างจากคำตัดสินหลายประเด็นดัง นี้

1.การยกเรื่องอายุความขึ้นมาโดยไม่ได้วินิจฉัยความถูกผิดตามคำร้อง มีคำถามว่าทำไมไม่พูดเรื่องนี้มาตั้งแต่ตอนที่ยื่นฟ้อง เพราะคำร้องของนายทะเบียนพรรคการเมืองบรรยายละเอียดอยู่แล้ว

2.เมื่อไม่พิจารณาข้อเท็จจริงทำไมต้องเสียเวลาในการสืบพยานฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้องนานหลายเดือน

"เพื่อไทยหาช่องเอาผิด กกต. ฟ้องช้า"

“เรื่อง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นเรื่องล่าช้าเกินกว่ากฎหมายกำหนด ฝ่ายกฎหมายของพรรคจะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร”นายพร้อมพงศ์ตั้งคำถาม

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน หนึ่งในทีมทนายต่อสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า ไม่ทราบล่วงหน้ามาก่อนว่ามติของศาลจะออกมา 4 ต่อ 2 ที่ตอบคำถามสื่อไปเป็นการคาดเดาเพื่อให้มองในแง่ดีว่าจะไม่เกิดปัญหาจากคำ ตัดสินเท่านั้น ส่วนคดียุบพรรคจากกรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาทนั้นเป็นเรื่องที่คาบเกี่ยวกับคดี 29 ล้านบาท เพราะว่าพยานในคดีเป็นชุดเดียวกัน คงต้องไปดูว่าอัยการยื่นฟ้องเมื่อไร จะขาดอายุความเหมือนคดี 29 ล้านบาทหรือไม่


“มาร์ค” รอดูปฏิกิริยาจากสังคม

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในส่วนของคดีจบแล้ว ต่อไปจะมุ่งทำงานแก้ปัญหาบ้านเมืองในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล ส่วนสถานการณ์จากนี้จะเป็นอย่างไรอยู่ที่ปฏิกิริยาจากกลุ่มต่างๆในสังคม แต่ส่วนตัวได้บอกก่อนหน้านี้แล้วว่าขอให้ทุกคนยอมรับคำตัดสินไม่ว่าจะออกมา อย่างไร เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้

"ย้ำไม่ใช่เรื่อง 2 มาตรฐาน"

ผู้ สื่อข่าวถามว่าผลการตัดสินจะดีต่อคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ ต้องรอดูรายละเอียดคำวินิจฉัยที่จะออกมาก่อนเพราะเป็นคนละคดีกัน ส่วนข้อวิจารณ์เรื่อง 2 มาตรฐานก็อยากให้ไปดูคำวินิจฉัยของศาล และอยากย้ำว่า 2 มาตรฐานหมายถึงกรณีเดียวกันแต่ปฏิบัติไม่เหมือนกัน แต่คดีนี้หากดูจากคำแถลงปิดคดีของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคและหัวหน้าทีมทนาย จะเห็นว่ามีความแตกต่างเมื่อเปรียบเทียบกับคดีอื่นก่อนหน้านี้


"เตรียมยื่นถอนคดีเงินบริจาค 258 ล้าน"

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในทีมทนายต่อสู้คดียุบพรรค กล่าวว่า จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญถอนการพิจารณาคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาท เพราะน่าจะขาดอายุความแล้วเนื่องจากกฎหมายกำหนดให้ต้องยื่นฟ้องภายใน 30 วันหลังตรวจพบ เพราะคดีนี้เกิดตั้งแต่ปี 2552


"กกต. งงเสียเวลาสืบพยานทำไมตั้งนาน"

นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวน กล่าวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินออกมาอย่างนี้ก็ไม่รู้จะเสียเวลาสืบพยานทั้งสอง ฝ่ายทำไมตั้งนาน การยกคำร้องทำให้ขาดโอกาสที่จะได้รับฟังว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความผิดตามคำ ฟ้องหรือไม่ “เมื่อผลออกมาอย่างนี้ กกต. ต้องไปปรึกษาหารือกันเพื่อปรับการทำงาน”

ที่มา:หนังสือพิมพ์โลกวันนี้

ใบตองแห้งออนไลน์: ปชป.รอด แล้วศาลล่ะ

ที่มา ประชาไท

เมื่อ เย็นวันจันทร์เชื่อว่าหลายคนคง เตรียมใจไว้แล้วเหมือนผม ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อคำวินิจฉัยออกมาแล้ว ก็อดเซอร์ไพรส์ไม่ได้ว่าไหงกลายเป็น ปชป.ชนะฟาวล์ หมดอายุความ เพราะ กกต.ยื่นเรื่องยุบพรรคเกินกำหนด 15 วัน
ผลก็คือ ปชป.ลอยนวล เป็น “ของ ขวัญวันพ่อ” แด่พ่อน้องปลื้มกะพ่อน้องปราง โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าตกลง ปชป.ทำผิดหรือไม่ และไม่มีทางรู้ เพราะไม่สามารถนำมาฟ้องซ้ำได้อีกแล้ว
ปชป.จึงลอยนวล โดยที่สังคมยังคาใจ จากที่มีคลิปคาใจ ตอนนี้ยิ่งค้างเข้าไปใหญ่
คือ ผมเนี่ยเตรียมใจไว้แล้วนะครับ ท่านอาจารย์จรัญ พร้อมยอมรับคำวินิจฉัยว่าพรรค ปชป.ไม่ผิด ต่อให้เป็นการกระทำผิดของหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค กรรมการบริหารพรรค ก็ต้องลงโทษเฉพาะตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ลงโทษพรรคซึ่งเป็นสถาบัน เป็นของสมาชิกพรรคหลายล้านคนที่บ้างก็เลือกมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายาย สมัยคึกฤทธิ์ให้คนไปตะโกนในโรงหนัง หรือบ้างก็เลือกพรรคโดยไม่สนใจว่าจะส่งไอ้เท่งไอ้ไข่นุ้ยหรือว่าเสาไฟฟ้ามา ลงสมัคร
นั่นจะเป็นการตีความที่ “ภิ วัตน์” อย่างแท้จริง คือตีความกฎหมายให้ก้าวหน้า สอดคล้องหลักการประชาธิปไตย ไม่ให้มีการยุบพรรคการเมืองกันง่ายๆ เว้นเสียแต่เป็นพรรคนาซี พรรคฟาสซิสต์ ที่ พรบ.พรรคการเมืองมาตรา 95(1) บัญญัติว่า “กระทำการล้มล้างการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตาม วิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ” (เอ๊ะ มาตรานี้กระเทือนซางใครที่ร่วมมือกับรัฐประหารหรือเปล่า)
แต่ พอคำ วินิจฉัยออกมาแบบนี้ 4-2 (ต่อลูกควบลูกครึ่งยังกินเรียบ) มันก็ทำให้เกิดข้อกังขาสิครับ แถมอึดอัด เหมือนดูหนังไม่จบเรื่อง ไฟดับกลางคัน แต่หนังยังดูใหม่ได้ เอาเป็นว่าเหมือนเข้าห้องสุขาแล้วมีเหตุปัจจุบันทันด่วน ไม่สุด! มันยังคาๆ อยู่ พร้อมกับข้อกังขาหลายประการ
เช่น เอ๊ะทำไมศาลท่านไม่วินิจฉัยซะตั้งแต่แรก ว่ากระบวนการยื่นคำร้องไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปล่อยให้ทั้งผู้ร้องผู้ถูกร้องสู้คดีกันเป็นวรรคเป็นเวร สุดท้ายเหนื่อยฟรีกลายเป็นนกเด้าลม (กระเด้าลมก็เรียก-พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน) แถมยังมีเรื่องบานปลายแอบถ่ายฉายคลิปกันวุ่นวาย ถ้าตัดไฟเสียแต่ต้นลมคงไม่ยุ่งยากปานนี้
เอ้อ แถมในคลิปก็ดูเหมือนจะพูดกันประเด็นนี้ด้วยนะ คือประเด็นที่ท่านอภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมือง (ซึ่งศาลตีความแยกบทบาทให้เป็นฉากๆ) จะเป็นเหตุให้ ปชป.”ชนะฟาวล์” ต้องเอาท่านมาให้การให้ได้ แม้สุดท้ายไม่มาให้การ ก็ยังเป็นประเด็นชี้ขาดอยู่ดี
ยิ่ง กว่านั้น ในฐานะชาวบ้านธรรมดาอย่างเราก็ยังอดกังขาไม่ได้ว่า เอ๊ะ กกต.5 คนก็เป็นอดีตผู้พิพากษาซะ 4 คน ไหงตีความกฎหมายพลาดง่ายๆ ปล่อยให้คดีขาดอายุความ กกต.จะออกมาแก้ตัวอย่างไร ผมยังไม่ได้ฟัง อยากฟัง เพราะถ้าท่านแก้ตัวไม่ขึ้น ก็คือท่านบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่อย่างร้ายแรง ทำให้คดีแท้งต้องเอาศพไปทิ้งที่วัดไผ่เงิน
อัน ที่จริง เรื่องนี้มีมุขคั่นเวลานะครับ นับดูดีๆ กกต.5 คนมีอดีตผู้พิพากษา 4 คน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 6 คนมีอดีตผู้พิพากษา 5 คน หนึ่งในเสียงข้างมากคือท่านสุพจน์ ไข่มุกด์ มาจากทูต ฉะนั้นคดีนี้ถ้านับเฉพาะเสียงอดีตผู้พิพากษาก็คือชนะกัน 3 ต่อ 6 (3 เป็นฝ่ายชนะ)
มี บางคนยกคดี นี้ไปเทียบกับคดีอัลไพน์ของป๋าเหนาะ แต่บางข้อก็ต่างกันนะครับ เพราะคดีอัลไพน์ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วินิจฉัยตั้งแต่การพิจารณาคดีนัดแรกว่าขาดอายุความ ป๋าเหนาะก็เลยไม่ต้องสู้คดีเปล่าๆ เป็นนก (กระ) เด้าลม
อัน ที่จริง คดีนั้นก็น่ากังขาเหมือนกัน เพราะศาลท่านชี้ว่า ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 95 วรรคหนึ่ง การฟ้องคดีอาญาต้องได้ตัวจำเลยมาที่วันฟ้องด้วย อายุความจึงจะหยุด แต่การยื่นฟ้องของ ป.ป.ช.ในคดีดังกล่าว ได้ยื่นฟ้องวันที่ 21 สิงหาคม 2553 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่คดีครบกำหนด โดยไม่มีตัวจำเลยมา อายุความของคดีจึงไม่นับให้ยุติลงในวันดังกล่าว วันนี้จำเลยได้เดินทางมาศาล ซึ่งเกินเวลาของอายุความ ศาลจึงวินิจฉัยให้พิพากษายกฟ้อง
ฟัง แล้วกังขา ไหมครับ ว่า ปปช.ที่เต็มไปด้วยอดีตผู้พิพากษา ผู้รู้ ผู้กล้า ไหงถึงพลาดง่ายๆ ทำเหมือนแมงแสนตีน (กิ้งกือ-ภาษาเหนือ) ตกน้ำตาย แต่อย่างว่านะแหละ ป๋าเหนาะแกไม่ค่อยมีศัตรู ก็เลยไม่มีใครไปไล่บี้โวยวาย (ลองเป็นคดีทักษิณสิ พลาดแบบนี้โดนขรมเจ็ดชั่วโคตร)
แต่ คดียุบ พรรคนี่ใครจะยอมง่ายหรือเปล่าไม่ทราบ เพราะโดยสามัญสำนึกแบบชาวบ้าน ก็ต้องสรุปว่าถ้าศาลท่านตัดสินอย่างนี้ ก็แปลว่า กกต.ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องอย่างร้ายแรง แล้ว กกต.จะรับผิดชอบอย่างไร ถ้าท่านเห็นว่าท่านไม่ผิด ท่านก็ต้องโต้แย้งคำวินิจฉัย ให้สังคมชั่งน้ำหนักว่า กกต.5 คน (ที่มีอดีตผู้พิพากษา 4 คน) บวกอดีตผู้พิพากษาเสียงข้างน้อยอีก 2 คน กับตุลาการเสียงข้างมาก 4 คน (ที่มีอดีตผู้พิพากษา 3 คน) ใครมีเหตุมีผลกว่า
แม้วบงการคลิป
จบแค่นี้?
เรื่องบังเอิญอีกประการคือ “น้อง ปอย” พสิษฐ์ ออกคลิปล่าสุดพูดถึง “รอการลงโทษ” แต่ก็คงไม่มีใครให้น้ำหนัก เพราะถูกซัดถูกโยงไปเรียบร้อยแล้วว่า “อดีตผู้บริหารสูงสุด” เป็นผู้บงการคลิป
วันก่อนผมเห็นไทยโพสต์พาดหัวข่าว “แม้วบงการคลิป” แล้วก็หัวร่องอหงาย อ้าว เพิ่งรู้หรือ ไม่ใช่ว่าพยายามจะชี้จะนำมาให้ออกทางนี้หรือ
“แม้ว บงการ คลิป” จะได้ทำลายน้ำหนักของคลิปทั้งหมด ให้กลายเป็นความเท็จ ปัดเป่าข้อกังขาข้อครหาทั้งหลายที่มีต่อตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อย่างนั้นหรือ
ขอ ประทานโทษ เรื่องยังไม่จบนะครับ มันจะจบได้ไงเพราะท่านตั้งกรรมการมาสอบตัวเองแล้วแท้งเป็นผีเด็กไปซะก่อน บวรศักดิ์หลวมตัวมารับแล้วรู้สำนึก ชิ่งหนีเอาดื้อๆ หมดศักดิ์ศรี “เนติบริกร” (ไหนว่าบริการได้ทุกเรื่อง)
เรื่อง ที่ ค้างคาอยู่ยังไม่ลอยนวลไปเหมือน ปชป.และยิ่งเป็นประเด็นทับถมให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต้องรีบเคลียร์ตัวเอง ซึ่งพอสรุปเป็นประเด็นๆ ได้ดังนี้
หนึ่ง พฤติกรรมของ “น้อง ปอย” ประธานศาลรัฐธรรมนูญผู้แต่งตั้งมาเป็นเลขาฯ ควรต้องรับผิดชอบหรือไม่ – “ควร” พวกเกลียดทักษิณ พวกเอาหน้าแนบก้น ปชป.ตอบทันทีว่าควร เพราะท่านดันเป็นเสียงข้างน้อย ให้คอยดู จะมีการรุมถล่มร่ำลือส่งเมล์ซุบซิบโยงเข้ากับ “น้องปอย” และ “อดีตผู้บริหารสูงสุด” จะรักษาเก้าอี้ประธานไปได้นานแค่ไหนก็ไม่รู้
แต่ ข้อสอง พฤติกรรมของตุลาการคนอื่นๆ ที่ถูกเปิดเผยว่าตั้งลูก ตั้งญาติ มาเป็นเลขา ผู้ช่วยเลขา ที่ปรึกษา เรื่องนี้จะถูกทำให้เงียบหายไปเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง ทั้งที่เป็นเรื่องไม่ต้องตั้งกรรมการสอบก็ได้ แค่ทุกท่านเปิดเผยรายชื่อออกมาว่าเป็นใครบ้าง ใช่ญาติพี่น้องไหม มีความสามารถอะไร ถ้าลูกจบเกียรตินิยมจบเนติบัณฑิต ก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้าเอาเพื่อนร่วมรุ่นมาเป็นที่ปรึกษาโดยไม่มีความรู้ทางกฎหมายหรือทางรัฐ ศาสตร์ สังคมจะได้เห็นว่าท่านทำตัวเหมาะสมไหม
ง่ายๆ แค่เนียะ ไม่ยักมีใครทำ ท่านอาจารย์จรัญผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องควรทำก่อนเพื่อน คนอื่นจะได้ทำตาม
ข้อ สาม ทุจริตสอบเข้ารับราชการ ป่วยการที่จะตั้งคณะกรรมการสอบ เพราะไม่มีใครยอมมาเป็นประธาน ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก แค่เอาคนในคลิปมาเปิดแถลงข่าวถ่ายทอดสดรถโมบายล์ แล้วให้เปิดคลิปเทียบเสียงเทียบกิริยาอาการ จากนั้นก็เปิดให้ผู้สื่อข่าวซักถามว่า สิ่งที่พูดในคลิปเป็นความจริงไหม จริงไม่จริงอย่างไร ให้ “น้องปอย” โฟนอินเข้ามาโต้แย้งกัน เป็นเวทีสาธารณะ (ท่านกล้าไหม)
นอก จากนี้ เพื่อให้โปร่งใสแท้จริง เปิดเผยรายชื่อผู้ที่สอบเข้ารับราชการได้ พร้อมประวัติเทือกเถาเหล่ากอลูกเต้าเหล่าใคร มีลูกหลานตุลาการจริงไหม ศาลนี้หรือศาลไหน สังคมตรวจสอบต่อได้
ปชป.ลอย นวลไป แล้วครับ แต่เรื่องของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยังไม่จบ แถมท่านยังมาทำให้อึดอัด ค้างคา ไม่สุด ขอความกรุณาโปรดทำอะไรให้เคลียร์ๆ ซักหน่อยเถอะนะ
ส่วน ประเด็น กฎหมายคดียุบพรรคเนี่ย เอาไว้คำวินิจฉัยที่เป็นทางการ กับคำวินิจฉัยส่วนตนออกมา คงมีเชิดฉิ่งกันอีกรอบ เพราะมีอะไรแปลกๆ การประชุมเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2552 ท่านอภิชาติไม่เห็นด้วยกับมติยุบพรรค แต่ศาลกลับเห็นว่า ความปรากฏแก่นายทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว ตามมาตรา 93 ต้องเริ่มนับ 15 วัน โดยไม่ต้องมารอมติเอกฉันท์วันที่ 21 เมษายน 2553 ทั้งนี้ ศาลยังไปตีความแยกอีกว่าความเห็นของท่านอภิชาติเป็นความเห็นในฐานะประธาน กกต.ไม่ใช่ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง
อ้าว ก็วันที่ 17 ธันวาคมเนี่ย ท่านอภิชาติไม่ยอมยุบ ในขณะที่ กกต.คนอื่นมีมติให้ยุบ แล้วศาลก็บอกอยู่ว่า การยื่นยุบพรรคเป็นอำนาจนายทะเบียนพรรคการเมือง เพียงขอความเห็นชอบจาก กกต.
นาย ทะเบียน ผู้มีอำนาจยื่นเรื่องยุบพรรค ไม่ยอมยื่นเรื่อง เพราะไม่เห็นด้วยกับมติ กกต.เสียงข้างมาก แต่ศาลบอกว่า ความปรากฎแก่นายทะเบียนแล้ว ต้องยื่นภายใน 15 วัน ไม่ยื่นก็ขาดอายุความ ส่วนที่ท่านไม่เห็นด้วยก็ชั่ง เพราะถือว่านั่นเป็นความไม่เห็นด้วยในฐานะประธาน กกต.
มันฟังแปลกๆ ดีไหมล่ะ
ใบตองแห้ง 95
30 พ.ย.53
.............................................