WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, December 7, 2010

สว.มะกันเชิญแม้ว สอบ91ศพ กต.-ปชป.สกัดวุ่น

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
เปิดเผยว่า พ.ต.ท. ทักษิณกำลังจะเดินทางไปสหรัฐอเมริกา
ตามคำเชิญของคณะกรรมาธิการด้านสิทธิมนุษยชนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา คือ
คณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (ซีเอสซีอี)
ที่มีสมาชิกประกอบด้วยวุฒิสมาชิก 9 คน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 9 คน จากทุกพรรคการเมือง
ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศและผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหม
โดยวุฒิสมาชิกของสหรัฐ ส่งหนังสือเชิญเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
เพื่อเชิญ พ.ต.ท.ทักษิณไปให้การและพยานหลักฐานรายละเอียด
ในการไต่สวนกลางเดือนนี้ที่กรุงวอชิงตัน
เกี่ยวกับปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย
โดยเฉพาะช่วงเหตุการณ์การปราบปรามและสลายการชุมนุมของประชาชน
ในเดือนเม.ย.และ พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 90 คน และบาดเจ็บกว่า 2 พันคน

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าข่าวเป็นอย่างไรและขอตรวจสอบก่อน
การขอให้ส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมานั้น ต้องดูแต่ละประเทศว่ามีสนธิสัญญาต่างๆ เป็นอย่างไร
ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจะดูแลเรื่องนี้

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขา นุการรมว.ต่างประเทศกล่าวว่า
พ.ต.ท.ทักษิณยังไม่ได้เข้าไป ขอให้รอดูก่อน

รายงานข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ แจ้งว่า จากกรณี พ.ต.ท.ทักษิณเตรียมเดินทางไปสหรัฐ
โดยวิเคราะห์กันว่า กรณีนี้ต้องจับตาดูว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาหรือไม่
ซึ่งในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมการรับมือ
หากทางการสหรัฐอเมริกาให้วีซ่าแก่พ.ต.ท.ทักษิณ
ก็จะไม่ส่งเอกอัครราชทูตไทยเข้าร่วมงานดังกล่าว แต่จะส่งเอกสารชี้แจงแทน

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวถึง
กรณีพ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปสหรัฐ ว่า เรื่องนี้ไม่ทราบในรายละเอียด
และไม่ถนัดเรื่องกฎหมายในต่างประเทศว่าอะไรที่สามารถทำได้หรือทำไม่ได้
แต่การเดินทางไปสหรัฐถือเป็นสิทธิของพ.ต.ท.ทักษิณ จะไปให้การหรือเป็นพยานอะไรก็แล้ว
แต่ล้วนเป็นสิทธิ แต่ที่ผ่านมามั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน
ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศต่างก็รับรู้ แต่ที่ต้องปะทะกันเพราะเป็นการชุมนุมที่เกินขอบเขต
ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็เพียงปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
และเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่ชอบด้วยกฎหมายไม่ได้เป็นการละเมิดสิทธิแต่อย่างใด


http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNVEEzTVRJMU13PT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1DMHhNaTB3Tnc9PQ==

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 07/12/53

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla



เพราะบ้านเมือง วิปริต ผิดระเบียบ
ถูกหยามเหยียบ จากประเทศ ทั่วเขตขันธ์
เอาเด็กน้อย พึ่งหัดเดิน เจริญพันธุ์
มาสร้างฝัน ให้ตัวเด่น เป็นนายก....

ประเทศเคย มั่งมี อย่างศรีสุข
กลับอมทุกข์ แสนเข็ญ เช่นยาจก
ต้องเร่ร่อน ขอทาน ปานวณิพก
หวั่นวิตก หวาดผวา ทั่วหน้ากัน....

สร้างปัญหา สังคม หมักหมมชัด
ตระบัดสัตย์ คำพูด สุดเสกสรร
ทั้งจีบปาก จีบคอ จ้อทั้งวัน
คอรัปชั่น โกงกิน ทั่วถิ่นไทย....

ปล่อยอำนาจ เรี่ยราด ขาดสติ
อุตริ ตัวเด่น ว่าเป็นใหญ่
ช่างโสมม สมเขต ประเทศไทย
เอาคนชั่ว คนรัญไร ให้ปกครอง....

อาจเหลือเพียง ตำนาน ไว้ขานเล่น
ประเทศเด่น กว่าใคร ไม่เป็นสอง
คงเหลือคราบ บอบช้ำ น้ำตานอง
ไม่อยากเห็น ไม่อยากมอง สยองใจ....


blablabla32@hotmail.co.th
http://www.facebook.com/profile.php?id=100001177832717
วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2553

"พายัพ"พบ"ทักษิณ"ที่ดูไบบอกพี่ชายคิดถึงเมืองไทย

ที่มา มติชน

ด้าน นายพายัพ ชินวัตร ประธาน ส.ส.ภาคอีสาน พท. ปราศรัยบนเวทีหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลนิคมปราสาท อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ หาเสียงช่วยนางปทิดา ตันติรัตนานนท์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.สุรินทร์ เขต 3 พท.ตอนหนึ่งว่า "เพิ่ง กลับมาจากดูไบ ไปพบพี่ชาย (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) ท่านบอกว่าคิดถึงเมืองไทย คิดถึงคนสุรินทร์ทุกกคน ขอร้องให้คนสุรินทร์ช่วยเลือกผู้สมัครของ พท. เพื่อให้ท่านได้เดินทางกลับบ้านเสียที และเป็นการสั่งสอนรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล คือพรรคภูมิใจไทย ให้รู้ว่าคนสุรินทร์ตัดสินใจแล้วว่า จะเลือกผู้สมัคร พท. เพราะคนสุรินทร์รักทักษิณ"

กานดา นาคน้อย: ต้นทุนการค้าและส่วนต่างจากภาษาอังกฤษ

ที่มา ประชาไท

เดือน ตุลาคมที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการตัดสินใจไม่อนุมัติให้พัฒนาภาษาอังกฤษเป็น ภาษาที่สองของไทย โดยให้เหตุผลว่านโยบายนี้อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ว่าประเทศไทยเคยเป็น เมืองขึ้นของฝรั่งในอดีต[1] การตัดสินใจดังกล่าวชี้ชัดว่ากระทรวงศึกษาฯไม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของ ปัจจัยทางด้านเทคโนโลยีและทักษะอาชีพที่มีผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดโลกมาก ไปกว่าเรื่องอาณานิคมในอดีต
ทำไมภาษาอังกฤษถึงสำคัญนัก?
ภาษา อังกฤษคือภาษาที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในการค้าระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการค้าสินค้า การค้าบริการ การค้าทรัพย์สินและธุรกรรมระหว่างประเทศ เมื่อเร็วๆ นี้ผลงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าอุปสรรคด้านภาษาทำให้ต้นทุนการค้า (Trade costs) ในตลาดสินค้าสูงขึ้นถึง 7% [2] ขนาดของผลกระทบของอุปสรรคด้านภาษาที่กล่าวมานี้เทียบได้กับครึ่งหนึ่งของผล กระทบต่อต้นทุนการค้าที่มาจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่าง ประเทศหรือการใช้สกุลเงินต่างกัน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือการกำจัดอุปสรรคด้านภาษาจะเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ได้ประมาณครึ่งหนึ่งของการใช้เงินสกุลเดียวกัน [อย่างเช่นในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปที่ใช้เงินสกุลยูโร และในขณะนี้รัฐบาลไทยก็แสดงความสนับสนุนให้มีการใช้เงินหยวนเพื่อลดค่าธุรก รรมการค้าในภูมิภาคเอเชีย – ผู้แปล]

แม้ว่าขนาดของอุปสรรคด้านภาษาใน ภาคบริการ งานด้านการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และงานบริการเฉพาะทางอื่นๆ ยังไม่ได้รับการประเมินออกมาเป็นตัวเลขในงานวิชาการ อย่างไรก็ดี ในกรณีของไทย เราอาจคาดการณ์ตัวเลขได้จากอัตราค่าจ้างและต้นทุนด้านการศึกษาหลักสูตรภาษา อังกฤษแทน

“ส่วนต่างจากภาษาอังกฤษ” มีราคาเท่าไร?

โดย พื้นฐานแล้วเศรษฐกิจไทยสะท้อนความสำคัญของภาษาอังกฤษ อัตราค่าจ้างในไทยแสดงให้เห็นถึง “ส่วนต่างจากภาษาอังกฤษ” (English premium) ที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งหมายถึงช่องว่างระหว่างอัตราค่าจ้างสำหรับคนที่พูดภาษาอังกฤษได้และ อัตราค่าจ้างสำหรับคนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ในปี 2552 ความแตกต่างระหว่างเงินเดือนผู้บริหารกับพนักงานธุรการในไทยอยู่ที่ 1,140% ซึ่งติดอันดับ 4 จาก 56 ประเทศในกลุ่มสำรวจ ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าความแตกต่างระหว่างอัตราค่าจ้างในไทยนั้นขึ้นอยู่กับ ทักษะด้านภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก ส่วนในสิงคโปร์นั้นความแตกต่างของอัตราค่าจ้างอยู่ที่ 500%[3] ถ้าเราสมมติให้การกระจายทักษะอาชีพในกลุ่มประชากรเหมือนกันในทุกประเทศ (ยกเว้นทักษะด้านภาษา) “ส่วนต่างจากภาษาอังกฤษ” ในไทยจะอยู่ที่ 640%

ตัว เลข “ส่วนต่างจากภาษาอังกฤษ” ของไทยนั้นถือว่าอยู่ในระดับที่สูงมาก ซึ่งก็ตอบคำถามว่าทำไมคนไทยจึงนิยมเดินทางไปศึกษาในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ กันนัก ถึงแม้ว่าข้าราชการและรัฐบาลไทยจะยังคงลังเลไม่ยอมรับภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ สองก็ตาม นอกจากนี้ ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเสมือนเป็นบัตรผ่านไปสู่สังคมระดับสูง นักการเมืองที่พูดภาษาอังกฤษไม่คล่องแคล่วมักจะโดนสบประมาทโดยคู่แข่งทางการ เมืองและคนชั้นกลางในเมือง

ดังนั้น “ส่วนต่างจากภาษาอังกฤษ” จึงกลายเป็นปัจจัยเบื้องหลังการเติบโตของธุรกิจโรงเรียนนานาชาติและหลักสูตร ภาษาอังกฤษในมหาวิทยาลัยไทย ถ้ากระทรวงศึกษาฯ อนุมัติให้ภาษาอังกฤษกลายเป็นภาษาที่สอง การสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษจะกลายเป็นหลักสูตรกระแสหลักซึ่งได้รับการสนับสนุน โดยงบประมาณรัฐ ดังนั้น นโยบายนี้จะลดความต้องการที่มีต่อโรงเรียนนานาชาติและหลักสูตรภาษาอังกฤษที่ ดำเนินงานโดยความสมัครใจ ด้วยเหตุนี้เองส่วนต่างระหว่างค่าเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษและค่าเรียนหลัก สูตรภาษาไทยจะกลายเป็นตัวเลขที่แสดง “ส่วนต่างจากภาษาอังกฤษ”

ตัวอย่าง เช่น เราสามารถเปรียบเทียบค่าเทอมประจำปีของหลักสูตรเศรษฐศาสตร์ในระดับปริญญาตรี ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรภาษาอังกฤษที่คณะเศรษฐศาสตร์จุฬาฯ ราคา 149,000 บาทต่อปี [4] ส่วนหลักสูตรภาษาไทยที่คณะเดียวกันราคา 29,000 บาทต่อปี [5] จากข้อมูลนี้ “ส่วนต่างจากภาษาอังกฤษ” คือ 149/29 หรือ 514%

มองอนาคต

ใน 20 ปีข้างหน้า ภาษาจีนอาจมีความสำคัญเทียบเท่ากับภาษาอังกฤษในด้านการค้าและการลงทุน ระหว่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตามภาษาอังกฤษจะยังคงมีความสำคัญอยู่เพราะประเทศอาหรับ ยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ไม่มีท่าทีสนใจที่จะเปลี่ยนภาษาธุรกิจจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาจีน นอกจากนี้ คงเป็นไปได้ยากที่ภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะเปลี่ยนจากภาษาอังกฤษ เป็นภาษาจีนด้วยเช่นกัน

อันที่จริงแล้วการตัดสินใจของกระทรวง ศึกษาฯ นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้วางนโยบายสาธารณะในประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ สำหรับคนเอเชียที่ปรารถนาจะพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษ ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นตัวเลือกต้นทุนต่ำที่มีไว้ทดแทนการศึกษา ในประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา หรือแคนาดา เพราะระยะทางที่ใกล้กับเอเชีย ผู้วางนโยบายสาธารณะในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์จึงตระหนักดีถึงข้อได้เปรียบ นี้และยินดีต้อนรับจำนวนนักเรียนต่างชาติที่เพิ่มขึ้นจากทวีปเอเชีย การส่งออกบริการด้านการศึกษาไปสู่ประเทศในเอเชียรวมทั้งไทยทำรายได้มูลค่า มหาศาลให้สถาบันการศึกษาจำนวนมากในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

ดิฉันหวังว่ากระทรวงศึกษาธิการจะพิจารณานโยบายนี้อีกครั้งในอนาคตอันใกล้


อ้างอิง
[1] “Plan to make English 2nd language vetoed,” Bangkok Post, October 20, 2010: http://www.bangkokpost.com/news/local/202224/plan-to-make-english-2nd-language-vetoed
[2] Anderson, James E. and Eric van Wincoop (2004), “Trade costs,” Journal of Economic Literature 42, pp. 691-751: http://ideas.repec.org/p/boc/bocoec/593.html
[3] “Global Management Pay Report 2009,” Hay Group: http://www.haygroup.com/Downloads/ww/misc/Global_Management_Pay_Report_2009_final.pdf
[4] “International Programs Offered at Bachelor Degree Level,” Chulalongkorn University: http://www.inter.chula.ac.th/inter/internationalstudents/frame.htm
[5] “Fees for Thai Students,” Office of the Registrar, Chulalongkorn University: http://www.reg.chula.ac.th/fee1.html


หมายเหตุ: บทความข้างต้นเผยแพร่ครั้งแรกในเว็บไซต์มติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 04 ธันวาคม พ.ศ.2553

ปัญหารัฐธรรมนูญ 2550: นิยายและความจริง ในภาพสะท้อนเราใกล้ชิดเส้นชัย

ที่มา ประชาไท

การ ที่พันธมิตรฯ ออกมาเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลกรณีเขาพระวิหาร-แก้ รธน. ฉายภาพคล้ายดั่งการอ่านนิยายเรื่อง “ม็อบมีเส้น” ที่บทของอดีตผู้ช่วยพระเอกอภิสิทธิ์ กลับกลายมาเป็นบทผู้ร้าย และผู้ติดตามอย่างใกล้ชิดก็อาจจะพอคาดเดาจุดจบของนิยายน้ำเน่าเรื่องนี้ได้ บ้าง

บทความนี้ส่วนหนึ่งของผู้เขียน เพื่อรำลึกถึงวันที่ 10 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันรัฐธรรมนูญของไทย และมีการเชื่อมโยงตรงกับวันสิทธิมนุษยชนสากล รวมถึงการครบรอบ 8 เดือนการสลายชุมนุมของคนเสื้อแดง โดยผู้เขียนต้องการอธิบายย่นย่อในบทความที่มีความเกี่ยวโยงปัญหารัฐธรรมนูญ 2550 เรื่อง นิยายและความจริง โดยผู้เขียนมองว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอาจเป็นภาพสะท้อนว่า “เรา” (ฝ่ายประชาธิปไตย) กำลังเข้าใกล้เส้นชัย โดยมีตัวละครสำคัญคือ ม็อบมีเส้น (กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย) กับการขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ที่เกิดจากพรรคประชาธิปัตย์โดยอภิสิทธิ์ ทำให้กลุ่มพันธมิตรฯ ต้อง “พลิก” บทบาทตัวเองจากบท “ผู้ช่วยพระเอก” กลายมาเป็นบท “ผู้ร้าย”

แต่ ในมุมมองเปลี่ยนกลับกันของ “ม็อบมีเส้น” เองนั้น ก็อาจจะคิดไกลไปว่าตัวกูดูเหมือน “พระเอก” มากกว่า “ผู้ช่วยพระเอก” และกำลังทำหน้าที่อันมีเกียรติสูงสุดคือการพิทักษ์ปกป้อง “นางเอก” (รัฐธรรมนูญ 2550) แล้วเรียกร้องทหารเป็นผู้ช่วยตนเอง แต่อาจจะเลยเถิดไปถึงการเรียกออกมารัฐประหาร ซึ่งเผลอๆ อาจจะเป็นการกระทำที่หนักมือพลาดพลั้งกลายเป็นการฆ่านางเอกคนนี้ไปเสีย

ประวัติศาสตร์ของรัฐธรรมนูญ กับปัญหารัฐธรรมนูญ 2550 เหมือนนิยาย และความจริง

นับ ตั้งแต่ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบเป็นประชาธิปไตย มีการเกิดขึ้นของรัฐธรรมนูญเพื่อเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ มีการต่อสู้และโค่นล้มรัฐธรรมนูญบ่อยครั้ง ซึ่งผู้เขียนมองว่าการเขียนรัฐธรรมนูญก็เหมือนกับการเขียนนิยาย และเมื่อเราเอ่ยถึงนิยายนั้น ก็จะทำให้เราเห็นว่านิยายนั้นมีความใกล้ชิดต่ออารมณ์และความรู้สึก ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากแก่การพิสูจน์ว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะว่าในการอ่านนิยายแต่ละเล่ม แต่ละเรื่องนั้น เราไม่สามารถอ่านตามใจอย่างเดียว และหลายครั้งประชาชนบางส่วนเองก็ชอบที่จะตามใจการรัฐประหารโดยทหาร ซึ่งเราเห็นประวัติศาสตร์ของรัฐธรรมนูญ จากบางปัญหาของรัฐธรรมนูญก็เหมือนดั่งนิยาย [1]

จาก ยุคสมัยของคณะราษฎร กรณีตัวอย่างของปรีดี พนมยงค์ มาจนถึง จอมพล ป.พิบูลสงคราม นักวิชาการประวัติศาสตร์ชาวต่างประเทศได้เขียนอธิบายช่วงประวัติศาสตร์ เหตุการณ์บริบทดังกล่าวว่าจอมพล ป.พิบูล สงคราม ได้เขียนรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดการยอมรับจากนานาประเทศ ซึ่งถ้าเราดูจากบริบทของประวัติศาสตร์ของไทย หรือกรณีการกล่าวถึงระบอบรัฐธรรมนูญ ฉบับปี พ.. 2492 ที่มีความเกี่ยวข้องกับนายควง อภัยวงศ์ ซึ่งต่อมาได้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2549 ซึ่งเรารับรู้ว่า ความเป็นมาลำดับเรื่องราวของ “ม็อบมีเส้น” อย่างม็อบพันธมิตรฯ และเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กันยา 2549 โดยรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ถูก ฉีกทิ้ง ทหารจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาเอง โดยรัฐบาลทหารนี้ก็มีแผนการเขียน “นิยายรัฐธรรมนูญ” ที่ต่อมาได้เกิด “รัฐธรรมนูญเฉพาะกาล” ขึ้นมาก่อน และรัฐบาลทหารนี้ก็พยายามสร้างความประทับใจในนิยาย โดยมี “ทีเด็ด” ด้วยการพยายามประกาศเรื่องภัยคุกคามร้ายแรงต่อระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้นว่ามาจากรัฐบาลของทักษิณ [2]

ถ้า เราจำกันได้ตัวละครในการเขียนนิยายรัฐธรรมนูญ ก็มีตัวละครเป็นพวกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เป็นต้น นี่เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพื่อทำให้ตัวละครอย่างทักษิณเป็นผู้ร้าย และภัยคุกคาม จึงต้องเขียนรัฐธรรมนูญ และสร้างรัฐธรรมนูญให้เกิดองค์ประกอบของมาตราและรายละเอียดต่างๆ นี่เป็นวิธีการสร้างความชอบธรรมของการรัฐประหาร เพื่อกำจัดผู้ร้ายและสร้างความเป็นพระเอกของทหาร โดยการใช้วิธีการลงประชามติต่อรัฐธรรมนูญ

เมื่อ ประชามติโดยเอาประชาชนเป็นส่วนหนึ่งของตัวละครในนิยายรัฐธรรมนูญ กลับกลายทำให้ประชาชน เป็นตัวละครที่ไม่อ่านเรื่องรัฐธรรมนูญ ในการอภิปรายประเด็นที่ซับซ้อนก็ถูกลืมไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ง่ายที่ สุดของเผด็จการทหาร ซึ่งเราคิดถึงจินตนาการในการใช้ประชามติในครั้งนั้นก็เหมือนเรื่องเล่าใน นิยายที่มีเผด็จการทหารขึ้นมาแล้ว “บังคับ” ให้คนลงประชามติ ซึ่งเราสามารถสำรวจบทเรียนจากประเทศต่างๆ ที่มีการใช้ประชามติแบบนี้ เหมือนเรื่องเล่าในนิยายต่างๆ เช่นกัน

ฉะนั้น เราอาจจะตีความโดยแปล “Fictions” คือ “เรื่องโกหก” หรือ “นิยาย” โดยการแปลความเรื่องนิยาย ซึ่งตามใจของตัวเองกลายเป็น “Fact” คือ “ข้อเท็จจริง” และประวัติศาสตร์อันเป็นความจริงบิดเบี้ยวของรัฐธรรมนูญ 2550 เหมือนถ้าเราส่องกระจกดูภาพสะท้อนของเราเองในกระจก (In The Mirror) ก็บิดเบี้ยวเพี้ยนไป แต่ถ้าเรามองประวัติศาสตร์เป็นโครงเรื่องอย่างนักประวัติศาสตร์หลายๆ คน ที่มีการนำเสนอเรื่องโครงเรื่องในประวัติศาสตร์ก็เหมือนนิยาย และผู้เขียนนำเสนอว่า การอ่านรัฐธรรมนูญใกล้เข้าไปเหมือนกับการอ่านนิยาย ที่เห็นการเชื่อมโยงต่อกันเป็นจินตนาการ ทำให้เกิดภาพของความคิด ความเชื่อนั่นเอง [3]

ซึ่งม็อบพันธมิตรฯ รณรงค์ในเรื่องว่า เรารักประเทศไทย (We love Thailand) แต่เราต้องไม่ลืมความจริง ก็คือ เราอยู่มีความสุข ที่ได้เลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง ในโลกแห่งความจริง สำหรับม็อบมีเส้นอย่างกลุ่มพันธมิตรกับการปกป้อง “รัฐธรรมนูญ 2550 ก็เหมือนกับผู้อ่านนิยายกลุ่มหนึ่ง ที่มีความอินกับนิยายเรื่องนี้ จนอยากเข้าไปมีส่วนร่วมกับนิยาย พวกเขาอยากเป็นคนดีหรือพระเอก (โดยไม่รู้ตัวเองหลงผิด) เป็นผู้เสพย์นิยายรักอย่างตาบอดหูหนวก ถ้าเราคิดจินตนาการว่า พระเอกพิทักษ์ปกป้อง “นางเอก” คือรัฐธรรมนูญ 2550 นี้เสียเอง .. ม็อบมีเส้นอย่างพันธมิตรอยากเป็นพระเอกพิทักษ์ปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในชีวิตจริง!

รัฐธรรมนูญกับปัญหาเขตแดน ใกล้เหมือนการอ่านนิยายตอนจบโดยม็อบมีเส้นกับทหาร

รัฐธรรมนูญ 2550 กับปัญหาของเขตแดน มีทีมาจากรากของชุมชนจินตกรรมหรือจินตนาการความใกล้ชิดเชื่อมโยงเขตแดนของความเชื่อตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ที่มีการสร้างเขตแดนเป็นแผนที่ของสยาม ซึ่งผู้เขียนเคยเขียนไว้แล้ว รวมทั้งงานเขียนเรื่องสัญลักษณ์ของเหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ที่มีตราสัญลักษณ์เป็นเครื่องหมายประทับเครื่องแบบของทหาร สื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญ คล้ายความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระห้อยคอของคน ทำให้จิตวิญญาณถูกเชื่อมโยงจินตนาการรักชาติ และรักรัฐธรรมนูญ ผ่านเหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญ จากยุคคณะราษฎร ต่อมาสฤษดิ์ ยุคพ่อขุนอุปถัมภ์เผด็จการ ซึ่งมีปัญหาเขตแดนเขาพระวิหาร อีกทั้งปัญหาเขตแดนของไทย-กัมพูชา และปราสาทเขาพระวิหาร การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนับตั้งแต่ยุค 14 ตุลา 16-6 ตุลา 19 และหลังพฤษภา35 ยังมีทีมาใกล้ชิดผูกพันต่อพรรคประชาธิปัตย์ จากปี 2543 และต่อมาสมัยทักษิณ-หลังรัฐประหารของรัฐบาลสุรยุทธ์-สมัคร(และสมชาย) เป็นต้นมา

โดย ในสมัยรัฐบาลสมัคร ที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะผู้นำฝ่ายค้านในขณะนั้นได้กล่าวในที่ประชุมสภา เมื่อวันที่ 24 มิถุนา 2551 มีการบันทึกคำต่อคำของเขาเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต กล่าวถึงเรื่องเขาพระวิหาร โดยสำนวนโวหารก็ปรากฏมีคำสำคัญอย่างคำว่าพระเอก,หัวใจ เพื่อเป็นโวหาร และวาทศิลป์ให้ผู้คนเข้าใจง่าย ได้ยกข้อโต้แย้งกรณีเขาพระวิหาร และบริบทของเหตุการณ์ช่วงนั้น ซึ่งต่อมาก็กลายเป็นปัญหาเรื่องการตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เกี่ยวกับเขาพระวิหาร

ซึ่งกรณีเขาพระวิหารนั้นก็นำมาสู่ความขัดแย้งของพรมแดนเกิดการปะทะของทหารตามชายแดนในช่วงปี2551 และ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจชายแดนต่างๆ นานา จนกระทั่งอภิสิทธิ์ขึ้นมาเป็นนายกเอง ก่อนวันตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์(ที่มีตราสัญลักษณ์ประจำพรรค คือ แม่พระธรณีบีบมวยผม) และปัญหาเขตแดนของเขาพระวิหารดังกล่าวก็ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้งโดยกลุ่ม พันธมิตร

เมื่อเราอ่านนิยายที่ยังไม่จบเรื่องนี้ พบว่าตัวละครของม็อบมีเส้น เช่นลุงจำลอง ซึ่งไม่ใช่ “ลุงนวมทอง” [4] มีบทบาทที่น่าสนใจ โดยบทบาทของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ที่ถูกฉายออกมาตามคำกล่าวของเขาที่ว่า เราคือนักไล่นายกฯ มืออาชีพ ให้มันรู้ไปว่าแผ่นดินนี้เป็นของใคร

พล.ต.จำลอง กล่าวว่า “ขอพูดถึงนายประพันธ์ที่พาดพิงว่าตนนั่งทางในยังรู้เลยว่านายกฯจะแก้รัฐ ธรรมนูญเพื่อให้เสียดินแดน ตนไม่ได้นั่งทางใน แต่รู้ว่าสามารถปราบมันได้ ซึ่งก็ได้ถามนายประพันธ์ก่อนขึ้นเวทีว่าชุมนุม 11 ธ.ค. นี้แก้ไขทันใช่มั๊ย นายประพันธ์ก็ตอบว่าทัน ดังนั้นถือว่า 3 วันนี้เป็นการซ้อมใหญ่ก็แล้วกัน “11 ธ.ค.นี้ครบเครื่อง เครื่องขยายเสียงเต็มที่ มีเวที ดนตรี เป็นไงเป็นกัน ไม่รู้จักพวกเราซะแล้ว นายกฯ คนไหนทำความเสื่อมเสียให้บ้านเมือง เราคือนักไล่นายกฯ มืออาชีพ ให้มันรู้ไปว่าแผ่นดินนี้เป็นของใคร เราไล่มา 3 คนแล้วใช่มั้ย ไล่คนที่ 4 อีกคนจะเป็นยังไง พี่น้องไม่ต้องหวั่นไหว พรุ่งนี้มติสภาฯ ออกมาอย่างไรก็ไม่เป็นไร วันที่ 11 ธ.ค. มาสู้อย่างยืดเยื้อไม่ชนะไม่เลิก ไม่ต้องห่วงแม้จะมี พรก.อะไรก็แล้วแต่ แต่การเสียดินแดนยิ่งใหญ่กว่า [5]

ทั้ง นี้บทละครน้ำเน่าแบบนางอิจฉา(กำกึ่งดูเหมือนพระรอง)ของประพันธ์ คูณมี ในวันที่พันธมิตรชุมนุมหน้าสภา ที่เขาได้เรียกร้องทหารปฏิวัติอีกรอบ โดยกล่าวว่า “ถ้าเป็น ผบ.ทบ. จะปฏิวัติวันนี้เลย ผมพูดอย่างนี้ใครจะมาจับผม .. เขา อยากให้ปฏิวัติเพราะอยากให้เปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ให้นักการเมืองชั่วหมดไปจากแผ่นดิน ถ้าเขาปฏิวัติจริงๆ มึงก็มุดหัวหางจุดตูดไปไหนไม่รู้ ถามจริงๆ เถอะที่ติดต่ออาจารย์มหาวิทยาลัยประเทศนั้นประเทศนี้ เตรียมสอนหนังสือหลังหมดอำนาจนั้น ลื้อทำจริงหรือเปล่า ถ้าจริงก็แสดงว่าแม้แต่คุณก็ไม่มั่นใจมันผิดตรง ไหนที่กูอยากให้มีการปฏิวัติ ถ้าไม่มีการปฏิวัติ นายอภิสิทธิ์ก็ยังเป็นเด็กบ่มแก๊สไม่สุก อยู่ตรงไหนไม่รู้ ถ้าไม่มีการปฏิวัติปี 49 นายอภิสิทธิ์ชาตินี้ก็ไม่มีวันเป็นนายกฯ ถ้าไม่มีพันธมิตรฯ อภิสิทธิ์ก็ไม่มีวันเป็นนายกฯ ไฉนจึงพูดจาแบบไม่รู้จักบุญคุณประชาชน” [6]

กระแส ของทหารจะกลับมาหรือไม่ ก็ต้องดูบทบาทตัวละครทหาร ซึ่งเป็นผู้ช่วยของรัฐบาลอภิสิทธิ์ หรือ ทหารเป็นตัวช่วยต่อเติมจิ๊กซอว์ให้ช่องว่างของเรื่องราวเติมเต็มกับม็อบมี เส้นพันธมิตร เช่น พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้ออกมาให้ความเห็นว่าการชุมนุมพันธมิตรฯ เป็นสิทธิตามกฎหมาย ซึ่งนี่เป็นตัวอย่างของตัวละครที่กำลังเคลื่อนไหวตามบทบาทอันน่าติดตามอย่าง ใกล้ชิด เหมือนการอ่านนิยาย แต่ว่าถ้าม็อบออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง เพื่อโค่นล้มพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาล บทบาทของผู้ช่วยพระเอกอย่างอภิสิทธิ์ในอดีตของพันธมิตรก็จะกลายเป็นผู้ร้าย ไปในสายตาของคนที่ชอบนิยาย ที่มีนายอภิสิทธิ์เป็นพระเอกในปัจจุบัน แล้วเราอาจจะมาเห็นทหาร ทำรัฐประหาร แล้วเราพลิกเปลี่ยนไปเป็นเรารักทหารเป็นลูกพี่ใหญ่ (คล้ายนิยาย1984 ถ้าคนเคยอ่านนิยาย ที่มีBig Brother:พี่เบิ้ม ทำให้เขาหรือเรารักพี่เบิ้ม)

ทั้งนี้ เราอยู่ในช่วงเวลาของยุคสมัยที่ต้องมานั่งหวาดระแวงอันตรายของรัฐประหารไม่สิ้นสุดกัน จาก การเคลื่อนไหวทางการเมืองของม็อบมีเส้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญ กรณีเขาพระวิหารซึ่งอาจจะนำไปสู่พรมแดนของความขัดแย้งสู่สงครามทหารตามแนว ชายแดนรอบใหม่ โดยเราอาจจะต้องมีการปรับกระบวนทัศน์ที่มีปัญหาของวัฒนธรรมการอ่าน “นิยาย” ดังที่ได้กล่าวมาในขั้นต้น

เมื่อความจริงกับเราใกล้วันปีใหม่ หรือเราใกล้ชิดเส้นชัย สู่ทางออกจากปัญหา?

ผู้ เขียนลองสำรวจหาความรู้โดยได้อ่านเรื่องปัญหารัฐธรรมนูญและการแก้ไขจาก ตัวอย่างของการอ่านแนวคิดในสิ่งที่ไม่มีในทางแก้ไขปัญหารัฐธรรมนูญไทย และค้นหาวิธีการอ่านรัฐธรรมนูญไทยโดยพยายามทำความเข้าใจกับมุมมองเรื่องหลัก การ กระบวนการ และวัฒนธรรม กรณี unfinished constitution ต่างๆ นานา ซึ่งถ้าเราดูตัวอย่างต่างประเทศในการแก้ไขปัญหารัฐธรรมนูญก็แล้ว แต่กระนั้นปัญหาภายในประเทศของเรา ก็ยังต้องคงใช้เวลาเป็นเราเรียนรู้ความจริง เพราะตั้งแต่ยุคคณะราษฎรก็มีปัญหารัฐธรรมนูญในบทเรียนทางประวัติศาสตร์ของ เราที่สูญเสียค่าใช้จ่าย ต้นทุนทางชุมชน และสูญเสียชีวิตของคนในสังคมเรื่อยมา

ทั้งนี้เราเหมือนจะ อ่านนิ ยายม็อบมีเส้นอย่างไม่ด่วนใจเร็วสรุปทันที ทำให้จินตนาการรวมหมู่ว่าม็อบมีเส้น ต้องการชัยชนะ จึงชวนมาฆ่ารัฐธรรมนูญ โดยเราจะต้องไม่สร้างวัฒนธรรมมวลชนที่นำทหารมาแทรกแซงทางการเมือง และในตอนนี้ม็อบมีเส้นก็ใกล้จะจบเรื่องการโกหกอันเป็นนิยายน้ำเน่า ดังเช่นการประกาศไม่ชุมนุมวันที่ 11 ธันวาคม 2553

อย่าง ไรก็ตาม เราต้องมีอิสระ เสรีภาพ ภราดรภาพแห่งพี่น้อง และความยุติธรรม จากความจริงเป็นสากลของโลกเป็นเพื่อนมนุษยชาติร่วมกัน เราจะต้องไม่ยอมให้คนถูกขังคุกหมดอิสระ เสรีภาพ และความยุติธรรม โดนถูกลืมจากรัฐชาติไทย เราต้องร่วมมือสร้างชุมชนจินตนาการของชาติสอดคล้องร่วมกัน และต้องหาความคิดสร้างสรรค์เพื่อชาติไทย เพื่อเป็นเส้นทางสำหรับเอามวลมหาประชาชนมาควบคุมทหาร ทำให้ประชาชนเขียนรัฐธรรมนูญสำหรับประชาชน ร่วมสร้างเข้าใกล้เส้นชัยเสร็จสมบูรณ์เพื่อประชาชน สิ่งนี้เป็นเรื่องความจริงได้

โดยเตรียมยินดีต้อนรับเดือนแห่งความสุข ทั้งเข้มแข็งโดยสุขภาพแข็งแรงสำหรับสวัสดีปีใหม่ของทุกคน

อ้างอิง

[1] ผู้เขียนได้ความคิดที่มาของ constitutional fictions โดยหนังสือเรื่อง Some problems of the constitution. by Geoffrey Marshall, Graeme Cochrane

[2] ผู้เขียนได้ความคิดทีมาโดย Writing another Thai Constitution amounts to writing a fiction one more time “A human rights group castigates Coup leaders”

http://www.asiantribune.com/index.php?q=node/2406

[3] ส่วนหนึ่งของความคิดของผู้เขียนได้แรงบันดาลใจที่มาของในกระจก : วรรณกรรมและการเมืองสยามยุคอเมริกัน

[4] รูปปั้นลุงนวมทองในการเมืองเชิงสัญลักษณ์ของตุลา 53 http://www.prachatai3.info/journal/2010/10/31646

[5] จำลอง ศรีเมือง: เราคือนักไล่นายกฯ มืออาชีพ ให้มันรู้ไปว่าแผ่นดินนี้เป็นของใคร

http://prachatai.com/journal/2010/11/32050

[6] พันธมิตรชุมนุมหน้าสภา "ประพันธ์ คูณมี" ร้องทหารปฏิวัติอีกรอบ

http://prachatai.com/journal/2010/11/32016

คนเสื้อแดงร่วมทอล์คโชว์ “วอน นอน คุก” ล้อปัญหาการเมืองไทย

ที่มา ประชาไท

บก.ลาย จุดจัดทอล์คโชว์ “วอน นอน คุก” ล้อเลียนเรื่องการเมือง คนเสื้อเเดงร่วมงานล้นหลาม เผยเตรียมตั้งโรงเรียนเเกนนอน สอนประชาธิปไตย สร้างความเข้มแข็ง โดยไม่ต้องพึ่งแกนนำ

วาน นี้ (6 ธ.ค.) ที่ชั้น 6 ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ได้จัดการแสดงทอล์คโชว์ "วอน นอน คุก" ขึ้น หลังจากที่ได้เลื่อนการจัดงานจากวันที่ 5-6 ธ.ค.มาเป็นวันที่ 6 ธ.ค.เพียงวันเดียว โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงมาร่วมงานจำนวนมาก

สำหรับเนื้อหาในการทอล์ก โชว์นั้น มีการกล่าวพาดพิงถึงกลุ่มบุคคลกลุ่มต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองไทยในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 การร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ฉีกรัฐธรรมนูญ 2540 การสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อเดือน เม.ย.- พ.ค.2553 และการสืบสวนข้อเท็จจริงที่อยู่ในการดูแลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ รวมทั้งเรื่อง 2 มาตรฐานในสังคมไทย

นอกจากนั้น นายสมบัติยังได้นำบทกลอนของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อที่เขียนผ่านกรงขัง ลงชื่อจาก "คนนอนคุก" มาอ่านบนเวทีเรียกเสียงปรบมือก้องห้องประชุม อีกทั้งยังมีการขับร้องเพลง ชื่อ "ศิษย์เก่าราชประสงค์" ที่แต่งโดยกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ในโอกาสครบรอบ 4 ปีรัฐประหาร 8 เดือนราชประสงค์ โดยกลุ่มศิลปินลูกหลานคนเสื้อแดง

ส่วนบรรยากาศภายใน ฮอลล์ชั้น 6 ผู้ชมส่วนใหญ่สวมใส่เสื้อผ้าสีแดง และมีสัญลักษณ์ทั้งผ้าพันคอและตีนตบมาประกอบการชม นอกจากนี้บริเวณชั้น 5 และ 6 ของห้างยังมีการจัดขายเสื้อสัญลักษณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มคนเสื้อแดง อาทิ เสื้อวันอาทิตย์สีแดง และเสื้อที่มีข้อความเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำและคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขัง อยู่ในเรือนจำ รวมทั้งมีการออกร้านขายอาหารและเครื่องดื่มกันอย่างคึกคัก

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบัติ กล่าวภายหลังจบการแสดงรอบแรกว่า การเคลื่อนไหวต่อจากนี้ตนจะขอเป็นหลักในวันที่ 19 ธันวาคม จะมีกิจกรรมครบรอบ 8 เดือนราชประสงค์ เชิญชวนประชาชนทั่วประเทศพับนกกระดาษสีแดงจำนวน 1 ล้านตัว นำมาติดห้อยตามต้นไม้รอบๆ ราชประสงค์ เพื่อให้ระลึกถึงปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง นำไปสู่การจองจำ

นาย สมบัติ อธิบายว่า นกกระดาษสีแดงนี้จะเป็นสัญลักษณ์ให้ปล่อยหรือประกันตัวนักโทษการเมือง เพราะจากการที่ได้เดินทางไปเยี่ยมนักโทษการเมืองในหลายจังหวัด พบว่าเป็นการลงโทษไม่เหมาะสม เช่น เรื่องโทษวางเพลิงที่ออกหมายจับถึง 400 กว่าคนถือว่าโหดมาก ทั้งที่ผู้เกี่ยวข้องอาจมีไม่ถึง 10 คนด้วยซ้ำ และแม้แต่แกนนำที่เข้ามอบตัวก็ควรได้รับการประกันตัว รัฐบาลต้องส่งสัญญาณให้ชัดเจนในเรื่องการประกันตัว

นายสมบัติ กล่าวด้วยว่า ในปีหน้าจะลดบทบาทการเคลื่อนไหวกิจกรรมของกลุ่มอาทิตย์สีแดง และจะเน้นวางรากฐานทางความคิดในโรงเรียนประชาธิปไตยในรูปแบบแกนนอน คู่ขนานไปกับโรงเรียน นปช. ของนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ โดยวางว่าจะทำงานด้านความคิดเกี่ยวกับประชาธิปไตยให้มาก และหลักสูตรของโรงเรียนจะเน้นใน 4 ประเด็น คือ 1.ประชาธิปไตยคืออะไร 2.ว่าด้วยเรื่องการสื่อสารประชาธิปไตยให้คนต่างสีเข้าใจ คนเสื้อแดงต้องเป็นนักอธิบายได้ 3.รวมกลุ่มหรือจัดตั้งองค์กรประชาธิปไตย และ 4.สามารถออกแบบกิจกรรมประชาธิปไตยได้เอง

ทั้งนี้ เขาได้วางแผนที่จะก่อตั้งโรงเรียนแกนนอนให้ได้ภายในระยะเวลา 1 ปี โดยหลังจากทอล์กโชว์ครั้งนี้ก็จะเริ่มทำการเวิร์คชอปในต้นเดือน ม.ค.2554 ทันที

นาย สมบัติ กล่าวอีกว่า การตั้งโรงเรียนแกนนอนไม่ได้จุดประสงค์หรือโจมตีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องการที่จะสร้างประชาธิปไตยในระดับพื้นฐานให้กับประชาชนทุกกลุ่ม ซึ่งส่วนตัวสนใจในแกนนำระดับซอย เเละระดับหมู่บ้านที่จะทำให้คนเหล่านี้สามารถรวมกลุ่มแล้วเข้าใจประชาธิปไตย ที่ถูกต้องว่าคืออะไร ไม่สนใจแกนนำในระดับจังหวัด ซึ่งตั้งเป้าว่าจะสอนกลุ่มละ 15-30 คนขึ้นไป กระจายเป็นกลุ่มๆ เล็กๆ ทั่วประเทศ โดยหลักสูตรหนึ่งจะใช้เงินไม่เกิน 150 บาทต่อคน เมื่อกลุ่มเหล่านี้กระจายไปทั่วประเทศก็จะสามารถรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมได้ ด้วยตัวเองได้อย่างเข้มแข็ง โดยไม่ต้องพึ่งแกนนำ ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว โดยตนไม่ต้องออกมาเป็นแกนนำตลอดไป จะมีคนเหล่านี้ขึ้นมาทำกิจกรรม อย่างใดอย่างหนึ่งได้ทันทีและทั้งประเทศในเรื่องประชาธิปไตย

เรียบเรียงเนื้อหาบางส่วนจาก: มติชนออนไลน์ และ เนชั่นทันข่าว

เสียงจากเรือนจำ“ขวัญชัย ไพรพนา” ฉบับที่ 2:กูไม่กลัวมึง

ที่มา Thai E-News


เมื่อเรามั่นใจว่า เราบริสุทธิ์อย่าไปกลัว ต้องยืมคำพูดอาจารย์หม่อม (ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช) มาใช้ “กูไม่กลัวมึง”


โดย ขวัญชัย ไพรพนา

เรียน พ่อ-แม่-พี่-น้อง ประชาชนคนไทยผู้เป็นเจ้าของประเทศที่รัก

ผม “ขวัญชัย ไพรพนา” เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นั่งดูข่าวจาก “สปริงนิวส์” วันครบรอบ 6 เดือนราชประสงค์แล้วต้องกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาด้วยความตื้นตันใจ กับภาพของคนเสื้อแดงนับหมื่นมารวมตัวกันเพื่อรำลึกถึง “แกนนำ นปช.”ที่อยู่ในเรือนจำ ร่วมกันเรียกร้องความยุติธรรมให้ปล่อยแกนนำ นปช.

ซึ้งใจจริงๆ ครับ 6 เดือนเต็มที่ต้องสูญสิ้นอิสรภาพมันสุดจะบรรยาย

ทำไม มนุษย์พันธุ์นี้มันจึงโหดเหี้ยมอำมหิตเหลือเกิน เอาคนบริสุทธิ์มาขังไว้โดยไม่มีความรู้สึกอะไรเลย ทุกคนที่ถูกคุมขังมีประโยชน์มากถ้าอยู่ข้างนอก แต่ถูกกักขังเศร้าใจจริงๆ

ทราบว่าเมื่อ 19 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น ที่อุดรฯก็มีการรวมตัวกันหน้าเรือนจำอุดรฯเพื่อส่งความห่วงใยเหมือนเดิม

และ วันที่ 25-26 พ.ย.ที่ผ่านมานี้ “สมบัติ บุญงามอนงค์” ก็ได้มาทำกิจกรรมที่อุดรฯด้วย ก็ขอให้กำลังใจด้วย ส่วนชมรมคนรักอุดรก็อยู่ที่ชมรม เข้าใจว่า “คนอาทิตย์สีแดง” คงได้แวะมาทักทายมวลชนคนเสื้อแดงทางคลื่น 97.5 MHz

ขอขอบคุณ คุณยายละมุนแห่งพระธรรมขันธ์ด้วย ที่ฝากความห่วงใยไปให้ผม ผมขอให้คุณยายละมุนจงมีอายุยืนเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ลูกหลานไปตราบนานแสนนาน

ขอบคุณน้องๆ “วิสต้าไก่ย่าง” ร้านลาบไผ่ และ “ศักดิ์รวมช่าง” ที่ร่วมด้วยช่วยดูแลคลื่น และ “ชมรมคนรักอุดร” อย่างดี

ขอบคุณคณะครู อาจารย์ทุกท่านที่ให้กำลังใจและยังสนับสนุนกันมาโดยตลอด

มี ข่าวว่ามี “วิทยุบางคลื่น” พูดจาหวาดเสียวมาก แต่ฝ่าย “กอ.รมน.” ไม่เคยสนใจจะตักเตือน ส่วนคลื่นของเรานำเสนอสาระกลับถูกจับตามอง ก็ไม่เป็นไร เราเชื่อว่าระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน ทำดีต้องได้ดี ผมเชื่ออย่างนั้น

สำหรับงานทุ่งศรีเมืองปีนี้ ผมคงหมดโอกาสไปร่วมงานด้วย ก็ขอให้สมาชิกทุกท่านจงเที่ยวให้สนุก ฝากเยี่ยม “เฮียแขก” (สุเทพ) ลูกพี่ที่ดีที่สุดของผมด้วย ทราบข่าวว่าเข้าโรงพยาบาล ขอให้หายวันหายคืนนะครับ เดี๋ยวงานทุ่งฯ จะกร่อยถ้าขาดเฮียอีกคน

ผม ฝันว่า 25 ธันวาคมปีนี้ผมอาจจะได้มาจัดงานหาเงินจ่ายค่าที่ดินให้กับคุณน้อยแน่นอน ขอให้พี่น้องช่วยกันภาวนาให้ผมได้รับอิสรภาพด้วยเถอะครับ

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทีมงานคลื่นทุกคนที่ตั้งใจทำรายการเพื่อพี่น้องกันอย่างดีที่สุด “อนิรุทธ์” คงช่วยได้มากพอสมควรในการกระจายข่าวสารต่างๆ สู่พี่น้อง ท่ามหาก็เช่นกันพัฒนาการได้ดีมาก

ทุกคนอย่าหวั่นไหวอะไรให้มากนัก “สิทธิเสรีภาพ” ขั้นพื้นฐานของประชาธิปไตย เราสามารถแสดงออกได้ ถ้าทหารบางนายข่มขู่คุกคามมากนัก ให้พวกเราพยายามถ่ายรูปจดจำชื่อและสังกัดเอาไว้เพื่อฟ้องร้องกรรมการสิทธิ มนุษยชน

เมื่อเรามั่นใจว่า เราบริสุทธิ์อย่าไปกลัว ต้องยืมคำพูดอาจารย์หม่อม (ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช) มาใช้ “กูไม่กลัวมึง”

ขอให้โชคดีมีความสุข อย่าเจ็บอย่าจน แล้วผมจะฝากข่าวมาใหม่นะครับ


รักมากที่สุดครับ

ขวัญชัย ไพรพนา

ประธานชมรม “คนรักอุดร”


หมายเหตุ: ขอ เชิญชวนให้พี่น้องเสื้อแดงทุกคน โดยเฉพาะพี่น้องในภาคอีสาน และสมาชิกชมรมคนรักอุดรฯร่วมกันส่งไปรษณียบัตรฝากข้อความเป็นกำลังใจให้คน เสื้อแดง และคุณขวัญชัยที่กำลังถูกจองจำอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในขณะนี้ ส่งมาเยอะๆ นะครับ

ส่งมาที่ ขวัญชัย ไพรพนา แดน 8 เลขที่ 33 เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ถ.งามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. 10900 ทุกข้อความทุกถ้อยคำ ทุกกำลังใจของท่านมีค่าอย่างยิ่งสำหรับพวกเราเสมอ ขอบคุณมากครับ
*******

เรื่องเกี่ยวเนื่อง:
จดหมายจากเรือนจำ ขวัญชัย ไพรพนา ฉบับแรก:โปรดให้ประกันตัวพวกผมเถอะครับ มันน่าจะพอใจผู้มีอำนาจแล้ว

-คุยข้ามคุกแกนนำนปช.:เราเดิมพันชีวิตเราไว้แล้ว

-กก.สิทธิฯเปิดบัญชีผู้ต้องหา 422 จนท.เหวี่ยงแหตามอำเภอใจจับคนยากไร้กล่อมให้รับสารภาพถูกทรมานทุบตี

-กก.สิทธิฯจี้รัฐบาลให้ประกันตัวนักโทษเสื้อแดง พบละเมิดสิทธิมนุษยชนเลวร้ายทารุณ5ประเด็น

-คณะกรรมการชุดคณิต ณนคร ยกแม่น้ำทั้งห้าฟันธงมาร์คต้องปล่อยนักโทษการเมืองเสื้อแดงด่วน แต่มาร์คถ่วงเวลา

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:พบกันวันรัดทำนูน

ที่มา Thai E-News


วอนนอนคุก-จบ ไปแล้วทอล์กโชว์ร้อนแห่งปี'วอนนอนคุก' 2 รอบบ่าย-ค่ำ 6 ธ.ค. คนดูเต็มฮอลล์ เนื้อหาของการแสดงบนเวทีถือว่าผ่าน มันส์เฉียดคุกได้พอสมควร งานต่อไปบก.ลายจุด วอนคนเสื้อแดงพับนกกระดาษสีแดง 1 ล้านตัวแขวนที่แยกราชประสงค์ 19 ธ.ค.นี้ (ภาพชุดดูที่เฟซบุ๊คคุณคำเกิ่ง แห่งทุ่งหมาหลง)

โดย นักข่าวชาวรากหญ้า
7-12 ธันวาคม 2553
***ช่วง หยุดยาวหลายวัน มี"หลุด"ออกมาเยอะ นอกจากภาพชุดใครเผาห้างเวิลด์เทรดแล้ว อันนี้เป็นเอกสารประชุม"ลับสุดยอด"ของหน่วยราชการ เอาว่า"น่าอ่านมาก ควรรีบไปอ่านหรือเซฟไว้ก่อนโดนลบ" **

***คอลัมน์สังคมข่าวชาวเสื้อแดงประจำวันที่ 6-12 ธันวาคม 2553 นำเสนอกิจกรรม ข่าวคราวแวดวงคนเสื้อแดง และผู้รักชาติรักประชาธิปไตย ไม่ตอหลดตอแหลสะดีดสะดิ้นกันตามเคย ..หากมีข่าวคราวใดๆก็ช่วยกันส่งมาเผยแพร่ และหากมีข่าวกิจกรรมอะไรที่เราไม่ได้เสนอ ไม่ได้แปลว่าไทยอีนิวส์เลือกที่รักมักที่ชัง แต่เพราะเรา"ตกข่าว" (นี่ว่ากันตรงๆไม่ต้องมีฟอร์ม เพราะพวกเรามันคนกันเองทั้งนั้น)

หากเห็นว่าไทยอีนิวส์ตกข่าว ก็รบกวนส่งมาซ่อมได้ ไม่มีปัญหา ทางอีเมล์เดิมๆ thaienews99@googlegroups.com ไม่คิดค่าลงข่าว แต่ขอแรงหน่อย ช่วยกันกระจายต่อไป เผื่อใครเขาตกข่าว จะได้มีเพื่อนร่วมแดงกันเยอะๆ พอเยอะแล้วมันก็ไม่หะรอมหะแรมเหมือนงานตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ500ล้านบางงาน...***

***เรื่องทักษิณจะไปอเมริกา ให้การต่อสภาอเมริกา และคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน ทำเอาระบอบปกครองอำมาตย์ไทยเต้นโหยง เพราะทำทุกทาง 5 ปีที่ผ่านมา ทักษิณไม่ล่มไม่จม มีแต่พวกอำมาตย์ที่หม่นลงเรื่อยๆ เสื่อมถึงขีดสุด เพราะงั้นทักษิณไปงานนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญของชะตาประเทศไทย ก็ไม่แน่อำมาตย์อาจทำได้สารพัดเพื่อปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ..***

***กลุ่มเรารักเบอร์เกอร์คิง พากันนัดหมายใส่เสื้อดำไปกินอาหารที่ร้าน BURKER KING กันเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมานี้ หลังจากผิดหวังไม่ได้ดูทอล์กโชว์วอนนอนคุกในวันที่ 5 ธันวาฯ เพราะมีเหตุจำเป็นต้องงด


รายงานข่าวแจ้งว่า งานนี้รักBURKER KINGจริงๆไม่ได้อิงกระแส แถมยังไม่แคร์สื่ออีกด้วย (ชมภาพชุดของทางชมรมเรารักBURKER KING)***

***โครงการแต่งดำทั้งเดือนต่อต้านเผด็จการ-สมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่ม 24 มิถุนาฯขอเชิญผู้รักประชาธิปไตย แต่งดำทั้งเดือนธันวาคม

เตือนความจำ “ที่นี่มีคนตาย"
แต่งดำทั้งเดือนเพราะ “เพื่อนยังติดคุก”
แต่งดำทั้งเดือนไว้อาลัย “ตุลาการรับใช้เผด็จการ”
แต่งดำทั้งเดือนแด่ “ปีอัปมงคล”


ขอ เชิญผู้รักประชาธิปไตย และความเป็นธรรม ร่วมต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ด้วยการแต่งชุดดำทั่วประเทศ ในการใช้ชีวิตประจำวันและทำกิจกรรมต่างๆ ในที่สาธารณะ ตลอดเดือนธันวาคม 2553 เพื่อแสดงออกถึงการไม่ยอมรับอำนาจเผด็จการทุกรูปแบบ ต่อต้านระบบสองมาตรฐานจากกรณีการตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ เตือนความจำสังคมกรณีสังหารหมู่คนเสื้อแดงที่สะพานผ่านฟ้าและสี่แยกราช ประสงค์ (ที่คนสั่งยังลอยหน้า คนฆ่ายังลอยนวล) เรียกร้องให้ปล่อยนักโทษการเมือง ฯลฯ***

***ชมรมคนเพชรบุรีรักประชาธิปไตย เชิญร่วมงานเสวนาในว้นที่ 8 ธันวาคม ณ โรงแรมรอยัล ไดมอนด์ ตั้งแต่บ่ายโมงเป็นต้นไป วิทยาระดับแม่เหล็กทั้งนั้น กดดูรายละเอียดตามโปสเตอร์ด้านล่างนี้

ฟรีตลอดรายการ***

***แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.แดงทั้งแผ่นดิน)ชุดใหม่ที่มีอาจารย์ธิดา โตจิราการ เป็นรักษาการประธาน จัดกิจกรรมนัดแรกในวันที่ 10 ธันวาคม ที่อนุเสารีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ภายใต้คอนเซ็ปต์งาน “8 เดือนผ่านฟ้า 78 ปีรัฐธรรมนูญ”

ที่ บังเอิญครบรอบ 8 เดือน เหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 ที่เชิงสะพานผ่านฟ้า ไปตรงกับวันครบรอบ 78 ปี ที่ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญ ดังนั้นกิจกรรมของ นปช. จะเริ่มตั้งแต่ 17.00 -20.00 น. โดยจะมีการปล่อยนกและจุดเทียนไข จากนั้นเวลา 19.00น. ก็จะได้สดุดีวีรชนที่เสียชีวิตในการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย

ซึ่ง ครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมครั้งแรกของ นปช. แดงทั้งแผ่นดิน หลังจากเหตุการณ์กระชับวงล้อม 19 พฤษภาคม 2553 โดยจะดำเนินกิจกรรมภายใต้กฎหมายและ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามที่รัฐบาลบังคับใช้ และจะแยกย้ายกันกลับโดยไม่สร้างปัญหา เพราะเราต้องการไปแสดงสัญลักษณ์เท่านั้น***


***ชมรมประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ขอเชิญนิสิต นักศึกษา และผู้สนใจทุกท่าน เข้าฟังและแลกเปลี่ยนอย่างมีสาระ ในงานเสวนา หัวข้อ "10 ธันวา วัน'พระราชทาน'รัฐธรรมนูญ" โดยมีวิทยากร


- อ. สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ
- อ. ชาตรี ประกิตนนทการ ภาควิชาศิลปสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ
- อ. พิชญ์ พงศ์สวัสดิ์ ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ


ใน วันพฤหัสที่ 9 ธันวาคม เวลา 16.30-18.30 ห้อง 304 ตึกบรมราชกุมารี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที ่ 083 994 6012

เฟซบุคอีเวนท์ http://www.facebook.com/event.php?eid=174339275918524***

***กลุ่มประชาคมธรรมศาสตร์คัดค้านอำนาจนอกระบบ และกลุ่มประชาคมจุฬาฯเพื่อประชาชน ขอ เชิญสำหรับนิสิตนักศึกษาทุกสถาบันที่สนใจ และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการนิสิตนักศึกษาในปัจจุบัน และประชาชนทั่วไปที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยและหลักสิทธิมนุษยชน ร่วมกิจกรรมรำลึก ครบรอบ 8 เดือน เหตุการณ์สลายการชุมนุมสี่แยกคอกวัว ในวันรัฐธรรมนูญ และวันสิทธิมนุษยชนโลก ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในวันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม 2553 เวลา 16.00-18.00 น.

กิจกรรม ประกอบ ด้วยการร่วมรำลึกเหตุการณ์สลายการชุมนุม ผ่านกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนมีส่วนร่วม การแสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีที่มาไม่ชอบธรรม และร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลเคารพสิทธิมนุษยชนโดยการปล่อยตัวนักโทษการเมือง และยกเลิกการพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

กิจกรรม รำลึกในครั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้เพื่อนนิสิตนักศึกษา ได้ร่วมพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับกลุ่มนิสิตนักศึกษาที่ร่วมเคลื่อน ไหวทางการเมือง และประชาชนผู้มีใจรักในระบอบประชาธิปไตย และยังเป็นการเปิดพื้นที่ให้กับประชาชนในการแสดงจุดยืน ในภาวะที่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นถูกลิดรอนในปัจจุบัน***

***วิทยุออนไลน์เสรีชน www.serichon.com ขอ เรียนเชิญ ชาวเสรีชนและผู้สนใจ ทุกท่าน..ร่วมงาน สัมมนาให้ความรู้ประชาชน นอกโลกไซเบอร์ ครั้งที่ 2 เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ และในโอกาส ครบรอบ 4 ปีวิทยุออนไลน์ เสรีชน

ต้มยำการเมือง
เรื่อง...ประชาธิปไตย


พบ กับ หัวข้อสัมมนาทางการเมืองหลากหลายที่จะช่วยไขปัญหา คาอกคาใจ ใน ยุคที่ประชาธิปไตย ถอยหลังลงคลอง จากวิทยากร คุณภาพและมากด้วยประสบการณ์ อาทิ เช่น

ดร. พระมหาโช ทัศนีโย :: พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช:
:: อ. คณิน บุญสุวรรณ ::คุณวิชิต ปลั่งศรีสกุล
:: ดร. พิชิต ลิขิตจิตสมบูรณ์ :: ดร.วรพล หรหมมิกบุตร :: จตุ
พร พรหมพันธุ์
คุณจาตุรนต์ ฉายแสง (รอการยืนยันกลับ)
และ นักเขียนการ์ตูนการเมือง เซีย ไทยรัฐ ฯลฯ


- ดร พระมหาโช ทัศนีโย เรื่อง จะปกครอง ต้องครองธรรม จะเป็นผู้นำ ต้องรู้จักธรรมของผู้ปกครอง
- พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช. เรื่อง วิกฤตอำนาจ กับ วงการตำรวจไทย
- อาจารย์ คณิน บุญสุวรรณ 79 ปี รัฐธรรมนูญไทย
- คุณวิชิต ปลั่งศรีสกุล เลขาธิการบ้าน 111 ไทยรักไท ห้วข้อ วิกฤตตุลาการ ความเชื่อมั่นต่อระบบความยุติธรรมไทย จะเดินหน้า ต่อไปอย่างไรภายใต้ความเสื่อมศรัทธา จากประชาชน
- ดร พิชิต ลิขิตจิตสมบูรณ์ เรื่อง เศรษฐกิจการเมิองเรื่องต้องรู้
- คุณจาตุรนต์ ฉายแสง เรื่อง ฝ่าวิกฤตการเมือง ด้วยการบริหารประเทศ ภายใต้รัฐบาลคราบเงาทหาร ?
- คุณจตุพร พรหมพันธ์ หากไม่ติดเรื่องการได้ประกันตัว จะมาแน่นอน

ณ. มูลนิธิ บ้านเลขที่ 111 ถ.นครสวรรค์ เขตดุสิต กรุงเทพฯ วันศุกร์ที่ 10 ธ.ค. 53 เวลา 10.00-18.00 น. เริ่มลงทะเบียน 9.00 น. สนใจ ติดต่อสอบถาม รายละเอียด เพิ่มเติมได้ที่ โทร.087-057-0640
หรือส่งอีเมล์มาที่ serichonteam@yahoo.com

· ฟรีตลอดงาน มีบริการอาหารกลางวัน อาหารว่าง กาแฟ น้ำดื่ม*
· สำหรับ 300 ท่านแรกเท่านั้น***

***เวบไซต์นิติราษฏร์(นิติศาสตร์เพื่อราษฏร) จัดอภิปรายเรื่อง “สถาบันกษัตริย์ – รัฐธรรมนูญ – ประชาธิปไตย” วันศุกร์ที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๖.๐๐ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ห้อง แอลที ๑

วิทยากรผู้เข้าร่วมอภิปราย
...
๑. สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ

๒. สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

๓. ณัฐพล ใจจริง

๔. วรเจตน์ ภาคีรัตน์

ดำเนินการอภิปรายโดย ธีระ สุธีวรางกูร


จึงขอเรียนเชิญผู้สนใจทุกท่าน ร่วมอภิปราย แลกเปลี่ยนทัศนะในวันและเวลาดังกล่าว***
มุ่งสู่เมืองกาญจนบุรี “ แถลงจุดยืนทวงคืนรัฐธรรมนูญ 2540 “

***แรลลี่+ล่องแพเมืองกาญจน์-วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม 2553 กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ขอเชิญร่วมงานแรลลี่ประชาธิปไตย ระดมพลคาราวานรถยนต์กว่า 300 คัน เชิญชวนรวมตัวกันที่อิมพีเรียลลาดพร้าวเวลา 7 .00 น. ออกขบวนรถมุ่งสู่จังหวัดกาญจนบุรี ลงทะเบียนได้ที่ สำนักงาน Red Power ชั้น 5 ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว

เสื้อแดงกาญจนบุรี,ภาคตะวันตก,ภาค กลาง และภาคอื่นๆ นัดรวมพล ณ สามแยกไฟแดงวัดท่าล้อ เวลา 15.00น. สักการะ พระยาพหลพลพยุหเสนา หนึ่งในแกนนำของคณะราษฎร ก่อนเดินขบวนเข้าสู่ สนามสวนสมเด็จพระสังฆราช

เปิดเวทีปราศรัย พบกับ จตุพร พรหมพันธ์ สส.ดร.พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย สส.พลโทมะ โพธิ์งาม สส.พลตรีศรชัย มนตรีวัต สส.ดร.สุนัย จุลพงศธร สส.สุชาติ ลายน้ำเงิน สส.วิเชียร ขาวขำ

ชม ละครการเมืองโดยกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และพบกับศิลปินเสื้อแดง แป๊ะบางสนาน ร่วมกันทวงคืนประชาธิปไตย เดินขบวนไปที่สวนสมเด็จพระสังฆราช วัดเหนือ อ.เมือง จังหวัดกาญจนบุรี

วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม 2553 เวลา 15.00-23.00น. ขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 086-169-4051***


***ข่าวกิจกรรมเส้นทางสีแดง (Red Path Project) ราชประสงค์-หนองคาย 1700 กม.ได้เยี่ยมเยียนและให้กำลังใจคนเสื้อแดงหลายหมื่นคน ได้ใช้เงินกว่าแสนบาทที่ได้รับจากการบริจาคเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการ ชุมนุม ทั้งที่ถูกคุมขัง ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บพิการรวมกว่าร้อยราย

กิจกรรมเส้นทางสีแดงจะเดินทางไปพบปะ กับคนเสื้อแดงทั่วประเทศ ในเดือนม.ค.2554นี้ จะเริ่มเดินทางไปภาคตะวันออก ต่อด้วยภาคตะวันตก ภาคกลาง และภาคเหนือตามลำดับ


สำหรับเดือนธ.ค.นี้ ในวันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม กลุ่มเส้นทางสีแดงมีกำหนดทำกิจกรรมเส้นทางสีแดงในกรุงเทพฯ ในกิจกรรมรำลึกเสธ.แดง

13.00 น.-17.30 น. ตั้งขบวนที่ราชประสงค์ ร่วมปั่นจักรยาน รถมอเตอร์ไซด์ รถยนต์ รถฮาเลย์ ฯลฯ ตระเวณทั่วกรุงเทพฯเพื่อเยี่ยมเยียนคนเสื้อแดง มอบดอกไม้แดงให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกโรงพัก สิ้นสุดขบวนที่อนุสาวรีย์ ร.6

18.00-19.00 น. เริ่มกิจกรรมรำลึกเสธแดง ชูป้าย ผูกผ้าแดง วางดอกไม้แดง จุดเทียนไว้อาลัย ร้องเพลงนักสู้ธุลีดิน ทวงความยุติธรรมให้เสธแดงและวีรชนทั้ง 91 ชีวิต

กดดูตามภาพข่าวที่แนบมาด้านบนนี้***

***งานฅนเสื้อแดง"สระบุรี" เสาร์ที่ 18 ธันวาคม 2553 ณ สนามริมทางรถไฟ อ.แก่งคอย เวลา 14.00-24.00 น.รายได้นำไปช่วยมูลนิธิ "เพื่อนถึงเพื่อน" และผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม

นำ ทีมโดย คุณจตุพร พรหมพันธ์,ดร.อภิวันท์,คุณวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์,คุณวรชัย เหมมะ,คุณสมหวัง อัสราษี,คุณสุนัย จุลพงศธร,คุณสุนีย์ฯลฯ ศิลปินมีแป๊ะทบางสนาน,อีส้มโป๊ะ,อเล็กซ์,ชาย อิสระ,นุช พจมานฯลฯ

ขอเชิญบริจาคสมทบได้ที่ ธ.ไทย พาณิชย์ บ/ชเลขที่ 942-208177-5 สาขา เทสโก้โลตัส แก่งคอย สระบุรี ชื่อบัญชี นางนงนุช สอนราช นายปรีชา สมุทรโคดม นางสัจจะ กล้าศึก***

***คริสมาสต์นี้ คุณจะไม่มีวันแดงอย่างเดียวดาย 25 ธันวาคม 2553


***โบว์ลิ่ง แดงสไตร์ค น้ำใจสู่เรือนจำ (ครั้งที่ 2)

สถาน ที่ Major Bowl อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 6 วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม 2553 เวลา 11.00 – 15.00 น.แบ่งเป็นทีมๆ ละ 1,400 บาท (4 ท่าน 2 เกมส์)ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2554 มีของขบเขี้ยว + เครื่องดื่ม ฟรี ตลอดงาน ติดต่อโทร. 089-5023729, 089-8237143,085-1461661 โดยทีมงาน Red Cam frog, Red Cyber Tammpa (แต้ม), Mivakoe, TAN007 รายได้ทั้งหมดหักค่าใช้จ่ายเหลือ นำไปช่วยพี่น้องเสื้อแดงที่ติดอยู่ในเรือนจำ

http://www.internetfreedom.us/thread-3147.html ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2554

http://www.mediafire.com/%3Fx8ys5otet65aldh สรุปรายได้ หัก ค่าใช้จ่าย เหลือนำเงินไปช่วยพี่น้องในเรือนจำ ครั้งแรก โหลดดูได้คะ
- ภาพกิจกรรมงานโบว์ลิ่ง เมื่อวันที่ 2 ตค.2553***

***แดงยุโรปสัญจรหอไอเฟล ฝรั่งเศส-ด่วน !! นปช.แดงไทยในฝรั่งเศส พร้อมทัวร์นกขมิ้นแดงแจ๊ดสัญจร เรามีนัดกัน 19 ธันวาคม ที่เก่าเมโทรสาย 2 alxandre dumas 177 rue charonne
เวลาบ่ายโมงถึงบ่าย5โมงที่หน้าหอไอเฟล กรุงปารีส


ครบ รอบ 7เดือนราชประสงค์ ร่วมเรียกร้องประชาธิปไตยเพื่อประเทศชาติประชาชนไทย ร่วมแลกเปลี่ยนข่าวสารยกระดับการเคลื่อนไหวตามสิทธิประชาชนผู้ต้องการ ประชาธิปไตย ท่านผู้สนใจร่วมกิจกรรม สอบถามรายละเอียดในฝรั่งเศสได้ที่ 0611 902 708 โทรจากจากนอกประเทศฝรั่งเศส 0033 611 902 708 begin_of_the_skype_highlighting 0033 611 902 708 end_of_the_skype_highlighting begin_of_the_skype_highlighting 0033 611 902 708 end_of_the_skype_highlighting ***

***พร้อม กันนี้เสื้อแดงยุโรป ขอเชิญชวนพี่น้องในโลกไซเบอร์ร่วมประกวดออกแบบโลโก้ " RED EU " เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มเรา"แดงยุโรป" ผู้ที่ได้รับการพิจารณาเป็นผู้ชนะจะได้รับรางวัล เงินสด 5,000บาท จาก www.thairedgermany.net ส่งผลงานออกแบบของท่านมาได้ที่อีเมล์ bktl2009@hotmail.com หมดเขต 24 ธ.ค. 2553 ค่ะ***


*** เชิญเสื้อแดงในประเทศอังกฤษทุกท่านร่วมงานที่ลอนดอน.....“Lunch Talk”7 เดือนหลังราชประสงค์อนาคตของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 11.00-15.00น. ร้าน Thai Room รายละเอียดและซื้อตั๋วค่าอาหารล่วงหน้าได้ที่ ji.ungpakorn@gmail.com***

*** redplus.tv จัดกิจกรรมงาน งาน 4ส. ณ วัดแจ้งสิริสัมพันธ์ นนทบุรี วันที่ 29/12/53 16.00น. ทางเวปจะทำขนมจีนไปแจกให้ชาวเสื้อแดงที่มาร่วมงาน รับรอง ตักแจกๆ อร่อยและ สนุกมาก ไปร่วมงานกันเยอะนะครับ

ฟังคำปราศัยจาก 4ส.

อ.สุรชัย แซ่ด่าน
สมบัติ บุญงามอนงค์
สส.สุนัย จุลพงศธร
สมยศ พฤกษาเกษมสุข


ส่วนศอฉ.ไม่ต้องมาเป็นส.ที่5 พูดง่ายๆอย่ามา"เสือก"!***

***มุมเวบไซต์ประชาธิปไตย***


http://www.redplus.tv/ เวปมาใหม่เน้นการถ่ายทอดสด และนำเทปดีๆที่หาฟังยากเหมาะแก่คนที่อยากตาสว่างจนแจ้งจางปาง เชิญชม

และthairedplus.tv ขอเชิญเปิดบ้านฉลองปีใหม่ วันที่ 25 ธันวาคม 2553 งานเริ่ม 17.00 น. ณ เซฟเฮาส์จรัญสนิทวงศ์ 85 กิจกรรมต่างๆในงาน จัดประกวด คำขวัญเรดพลัส ชิงรางวัล ชนะเลิศได้รูปหลวงพ่อสดใส่กรอบ จากท่าน มดแดง เป็นรางวัล และ
กิจกรรมสนุกๆ ร้องเพลงคาราโอเกะ พบปะสังสรร พูดคุยกับเพื่อนๆเสื้อแดง รายละเอียดตามไปดูในเวบ***

มุมหนังสือ

โหลดฟรีหนังสือต้องห้าม โฉมหน้าศักดินาไทย และThe King Never Smile

หากในปัจจุบันมีหนังสือต้องห้ามอันลือลั่นคือThe King Never Smile (ไม่ควรอ่านเนื่องจากทางการไทยถือเป็นหนังสือต้องห้าม บิดเบือน เว้นแต่กรณีเพื่อการศึกษา และทำความเข้าใจผิดๆเพื่อแก้ไขความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องของชาวต่างชาติ คนไทยต้องร่วมมือกันปกป้องเทิดทูนสถาบันสูงสุด อันเป็นหน้าที่ และสามัญสำนึกที่คนไทยพึงกระทำ สามารถดาวน์โหลดเพื่อศึกษาที่นี่ )

ในอดีตที่ผ่านมากว่า 50 ปีก็มีหนังสือโฉมหน้าศักดินาไทย เคยสร้างปรากฎการณ์เป็นหนังสือต้องห้ามทำนองเดียวกันมาแล้ว ทว่าปัจจุบันได้กลายเป็นหนังสือ"แนะนำให้คนไทยต้องอ่าน1ใน100เล่มแรก"

ดาวน์โหลดหนังสือ โฉมหน้าศักดินาไทย คลิ้กตรงนี้

หรือ

ดาวน์โหลดหนังสือ โฉมหน้าศักดินาไทย คลิ้กตรงนี้ (4shared)


หรือดาวน์โหลดหนังสือThe King Never Smile( โปรด อ่านเพื่อศึกษา และชี้แจงให้ต่างชาติที่เข้าใจผิดๆตามหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเขียนโดยคนต่างชาติ ขาดความเข้าใจต่อสถาบันสูงสุดที่คนไทยต้องปกป้องเทิดทูนเหนือสิ่งอื่นใด)



หนังสือ “วิกฤตการเมืองประชาธิปไตย เราจะโค่นอำมาตย์อย่างไร” เขียนโดย ใจ อึ๊งภากรณ์ เสื้อแดงสังคมนิยม ดูสารบัญหนังสือก็รู้ว่า"แรง"

บทที่ 1 วิกฤติการเมืองประชาธิปไตย และอาชญากรรมของอำมาตย์
บทที่ 2 บทบาทแท้ของนาย... และ.. นิยายและความจริง
บทที่ 3 ซากศพของขบวนการภาคประชาชนเก่า และพันธมิตรฯ “ฟาสซิสต์”
บทที่ 4 สงครามกลางเมืองในภาคใต้ ทางออกสู่สันติภาพคืออะไร?
บทที่ 5 อนาคตของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
บทที่ 6 ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะมีรัฐสวัสดิการ
บทที่ 7 เรื่องส่วนตัว


พิมพ์ โดยสำนักพิมพ์ WD Press, อังกฤษ ปี ๒๕๕๓ อาจารย์ใจบอกว่า ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ผู้รักประชาธิปไตยทุกท่านมีสิทธิเผยแพร่อย่างเสรี หนังสือ Electronic “E-Book” ISBN 978-0-9565145-1-6

เล่มนี้โหลดฟรี คลิ้กตรงนี้ หรือตามไปดูที่

http://siamrd.blog.co.uk/
http://wdpress.blog.co.uk/
http://redsiam.wordpress.com/
see YOUTUBE videos by Giles53



คน เขียนบอกว่า หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่พยายามวิเคราะห์วิกฤตการเมืองประชาธิปไตย ที่ระเบิดขึ้นเมื่อมีการทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา โดยวิเคราะห์องค์ประกอบทุกส่วนของอำมาตย์ สาเหตุของความขัดแย้งทางการเมือง และการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน ในตอนท้ายมีการเสนอแนวทางในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และความจำเป็นที่จะมีรัฐสวัสดิการ

บทสุดท้ายเป็นบทที่เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของผู้เขียน ท่านผู้อ่านจะได้ทราบประวัติที่มาที่ไปของผู้เขียน แต่จะขอเกริ่นนำในบางประเด็นก่อนคือ ผู้เขียนมีสัญชาติไทย เกิดที่ซอยอารี กรุงเทพฯ ในปี ๒๔๙๖ เรียนหนังสือที่โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ จาก “ป.๓” ถึง “ม.ศ.๔” มีพ่อเป็นคนไทยเชื้อสายจีน แม่เป็นคนอังกฤษ และระหว่าง ๒๕๓๙ กับ ๒๕๕๒ ผู้เขียนเคยดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยที่ตำแหน่งล่าสุดคือรองศาสตราจารย์ในภาคปกครอง

ทั้งๆ ที่ผู้เขียนมีหนังสือและผลงานตีพิมพ์เป็นภาษาไทยมากพอสมควร แต่หนังสือ “วิกฤตการเมืองประชาธิปไตย เราจะโค่นอำมาตย์อย่างไร” เป็นเล่มแรกที่สามารถเขียนอย่างตรงไปตรงมาได้ โดยไม่ต้องระวังกฎหมายหมิ่นฯ เนื้อหาในเล่มนี้คล้ายๆ หนังสือภาษาอังกฤษของผู้เขียนสองเล่มคือ A Coup for the Rich (2007) และ Thailand’s Crisis and the Fight for Democracy (2010) แต่กลุ่มเป้าหมายที่ผู้เขียนเล็งไว้ในใจ ในการเขียนหนังสือภาษาไทยกับภาษาอังกฤษจะต่างกัน ดังนั้นเนื้อหาจะต่างกันบ้าง

เล่มนี้และเล่มอื่นๆ ของผู้เขียน เขียนจากจุดยืนนักสังคมนิยมมาร์คซิสต์ ที่รักประชาธิปไตย และชื่นชมในระบบสาธารณรัฐ...อย่างไรก็ตามไทยอีนิวส์ขอให้ท่านผู้อ่านพึงใช้ความระมัดระวังในการเผยแพร่ เพราะเนื้อหาบางตอนอาจอ่อนไหวต่อกฎหมายของไทยบางมาตรา***

รวมบทความชิ้นโบว์แดงของ “จิตร พลจันทร์” จากนิตยสาร “Voice of Taksin & Red Power” รับประกันสุดยอดความมันส์

ราคาเล่มละ 80.- หาซื้อได้ที่ห้างอิมพีเรียลเวิล์ด ลาดพร้าว ชั้น 5 (หน้าลิฟต์)

ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ขอเพิ่มค่าส่ง 20.-
รับไปขายต่อ, ซื้อจำนวนมาก ราคาพิเศษ
สอบถามรายละเอียด,สั่งซื้อได้ที่ โทร. 084-456 6794-5
ขอบอก-คนเสื้อแดงไม่ควรพลาด

***เนื้อหาในเล่ม***

1. ใครฆ่าสนธิลิ้ม
2. วันเกิดคุณทองเปรม
3. ความจริงเรื่องคลิป
4. ทวิลักษณ์ของอำนาจ
5. ยี่ห้อจิ๋ว
6. กรรมของพี่เทพ
7. ใผเป็นใผในองคมนตรี
8. งูเห่าคืนรัง?
9. ไอ้โม่งเบื้องหลัง “ศิวรักษ์ ชุติพงษ์”
10. กึ๋นของนายคำรบ
11. ยงยุทธ ติยะไพรัช...กับบทบาทเชิงลึก
12. องคมนตรีกับสตรีชั่ว
13. แผนนองเลือด
14. “๖ ตุลา” แห่งพ.ศ. ๒๕๕๓
15. แผนฮุบเสื้อแดง
16. เรื่องหมาๆ
17. เทือกท้ายครัว-มั่วท้ายวัง
18. ใกล้ร่วง
19. นาย-ไพร่...ใครถึงก่อน?
20. ซุ่มเสื่อม
21. แผนอุบาทว์ก่อนชาติล่ม
22. รัฐประหารผลาญเสื้อแดง
23. ปรองด๊อก***


"นิราศรัฐ ก.ไก่: 2542 - 2552"

หนังสือผลงานของ กานต์ ณ กานท์: เขียน
รศ.ดร.ไชยันต์ รัชชกูล: คำนำเสนอ

อย่า ลืมอุดหนุนกวีที่มีจุดยืนฝ่ายประชาธิปไตยอย่างเข้มข้นคนนี้ หากหาซื้อยาก ติดต่อสอบถามไปยังผู้เขียนทางอีเมล์ karnt19@gmail.com***

เหล้ายา ข้าวปลา อาหาร กินไปไม่นานเป็นขี้ ซื้อเหอะหนังสือดีดี พรุ่งนี้ได้อ่านนานนาน

Monday, December 6, 2010

พรรคเพื่อไทยกับประชาธิปไตยไทย

ที่มา มติชน


โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์



ใน ขณะที่จำนวนมากของคนเสื้อแดงได้ก้าวพ้นทักษิณไปแล้ว แต่พรรคเพื่อไทยยังก้าวไม่พ้น และที่น่าเศร้าไปกว่านั้นก็คือ ทักษิณที่ พท.ก้าวไม่พ้นนั้นคือตัวบุคคล ไม่ใช่สัญลักษณ์การมีส่วนร่วมทางการเมืองของคนเล็กๆ ไม่ใช่นโยบายที่ตอบสนองต่อความจำเป็นของคนเล็กๆ (คือการเสริมสร้างความมั่นคงในชีวิต) และไม่ใช่แม้แต่ "ประชาธิปไตย" อย่างที่ พท.ชอบกล่าวอ้าง

จุดยืนทางการเมืองที่เด่นชัดของ พท.คือการเอาทักษิณกลับมา มีนโยบายที่ได้แถลงแก่ประชาชนอย่างชัดเจนว่า จะมีขั้นตอนอย่างไร จนในที่สุดทักษิณก็สามารถกลับสู่ประเทศไทยโดยไม่มีคำพิพากษาติดตัว

แต่ จะกลับมาทำอะไร (ทางการเมือง) พท.ไม่มีคำตอบชัดเจน จะให้เข้าใจโดยนัยยะว่าเพื่อกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก (หรือเป็นต่อไปเหมือนไม่เกิดรัฐประหารใน พ.ศ.2549) ก็ไม่สู้จะชัดเจนนัก หรือให้กลับเข้ามาเพราะเป็นความเป็นธรรมที่จะให้กลับมา พท.ก็ไม่ได้เน้นเรื่องของความไม่เป็นธรรมเป็นหลัก อย่างน้อยก็เน้นประเด็นนี้ไม่เท่ากับที่เสื้อแดงเน้น พท.วางเงื่อนไขไว้อย่างเดียว คือหาก พท.สามารถได้ที่นั่งในสภาเกินกึ่งหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งหน้า

แต่อย่างน้อยนักการเมืองที่เจนเวทีในพรรคก็คงรู้อยู่แล้วว่าเป็นไปไม่ได้มากไปกว่ากโลบายหาเสียง

พท.นั้น ต่อต้านการรัฐประหาร 19 กันยายนแน่ และกระทำในนามของ "ประชาธิปไตย" ด้วย ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า การรัฐประหารย่อมขัดขวางประชาธิปไตยอย่างแน่นอน แต่สภาวะประชาธิปไตยไทยหลังจากนั้นสืบมาจนถึงวันนี้ตกต่ำลงโดยตลอด พท.จะฟื้นฟูประชาธิปไตยไทยในสภาพเสื่อมโทรมนี้ได้อย่างไร นอกจากการต่อต้านรัฐประหาร 19 ก.ย. หากจะดึงประเทศไทยกลับไปสู่สภาพของวันที่ 18 ก.ย. 2549 พท.จะอธิบายรัฐบาลสองชุดภายใต้พรรคพลังประชาชนอย่างไร

ในท่ามกลาง ความเสื่อมทรุดอย่างหนักของประชาธิปไตยไทย พท.ไม่ได้แสดงบทบาทอะไรในการฟื้นฟูและสร้างความเข้มแข็งให้ประชาธิปไตย มากไปกว่าต่อต้านการรัฐประหาร 19 ก.ย. และแผนการที่จะนำทักษิณกลับมา แต่ที่จริงแล้ว พท.ในฐานะพรรคฝ่ายค้านยังสามารถทำอะไรได้อีกมาก

ดัง เช่น เมื่อแพ้โหวตในการรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับหมอเหวงแล้ว ไม่จำเป็นที่ พท.จะต้องคว่ำร่างของรัฐบาล อย่างน้อยการเปลี่ยนไปสู่เขตเลือกตั้งที่เล็กลงก็ตรงกับฉบับร่างของหมอเหวง (และ รธน.2540 ซึ่ง พท.ต้องการนำกลับมาใช้ใหม่) เขตเลือกตั้งที่เล็กลง นอกจากจะให้สิทธิเสมอภาคในด้านการเลือกผู้แทนแก่พลเมืองแล้ว ยังเปิดโอกาสสำคัญอีกสองอย่าง

หนึ่งคือทำให้นักการเมือง ที่มุ่งจะทำงานรับใช้ท้องถิ่นของตนมีโอกาสมาก ขึ้น แม้ว่าเปิดโอกาสให้การซื้อเสียงทำได้ง่ายขึ้นก็ตาม แต่ระหว่างเงื่อนไขทางการเมืองที่เปิดให้คนเหมาะสมได้ดำรงตำแหน่งทางการ เมือง กับปิดโอกาสคนชั่วไม่ให้ดำรงตำแหน่ง (ซึ่งปิดไม่ได้จริงในทุกระบบเลือกตั้ง) เราควรเลือกอย่างไหนกันแน่

และสองก็คือ ในเขตเลือกตั้งที่เล็กลง ประชาชนมีโอกาสมากกว่าในการกำกับควบคุมผู้แทนของเขา

อีก มาตราหนึ่งที่ร่างรัฐบาลเสนอแก้ไขก็คือ ลดอำนาจของสภาในการตรวจสอบฝ่ายบริหารในการทำพันธะกับต่างประเทศ ข้อนี้ค่อนข้างขัดกับหลักการ และต้องแก้ไขอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อดูจากบทเรียนในสมัยพรรค ทรท.เป็นรัฐบาล พท.ควรเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมาธิการเพื่อระวังมิให้การแก้ไขลดอำนาจของ ประชาชน (ผ่านสภา) มากเกินไป

ในทางการเมือง หากพรรคเป็นผู้เลือกส่งสมาชิกไปร่วมในคณะกรรมาธิการ อย่างน้อยก็จะมองไม่เห็นความแตกร้าวในพรรคชัดเจนเท่าการบอยคอตเด็ดขาด

นอก จากนโยบายที่จะนำทักษิณกลับมาแล้ว ดูเหมือน พท.ไม่มีนโยบายอื่นใดอีกเลย แม้แต่นโยบายที่คุณทักษิณเองเสนอว่า จะตั้งอัตราเงินเดือนขั้นต้นของผู้จบปริญญาตรีไว้ที่ 15,000 บาท และค่าจ้างขั้นต่ำของแรงงานที่ 500 บาท ก็ไม่ได้ถูกนำมาขยายเป็นนโยบายหลักของ พท.

อันที่จริง นโยบายของคุณทักษิณในเรื่องนี้ จะเหมาะสมกับเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันหรือไม่คงเถียงกันได้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีเสน่ห์ทางการเมืองอย่างยิ่ง ส่วนใหญ่ของแรงงานไทยคือลูกจ้าง รายได้หลักของเขามาจากค่าจ้าง และค่าจ้างที่เขาได้รับอยู่เวลานี้ ทำให้มาตรฐานการครองชีพของเขาอัตคัดไปจนถึงไม่พอกิน ยิ่งกว่านี้รายได้จากค่าจ้างนี้ยังต้องนำส่วนหนึ่งไปเลี้ยงดูคนที่อยู่ในภาค เกษตร และบรรพบุรุษที่ไม่มีงานทำอีกด้วย การเพิ่มค่าแรงจึงเป็นสัญญาที่ให้แสงสว่างแก่อนาคตของคนนับเป็นสิบๆ ล้านทั่วประเทศ

ในแง่ของเศรษฐกิจมหภาค ประเทศไทยจะก้าวต่อไปได้โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดสินค้าของเราส่วนใหญ่ล้วนมี หนี้สินล้นพ้นตัว ก็จำเป็นต้องมีตลาดภายในที่เข้มแข็งพอจะรองรับได้ ตลาดภายในที่เข้มแข็งจะเกิดขึ้นได้ก็อยู่ที่รายได้ของแรงงานต้องเพิ่มขึ้น กว่านี้อีกมาก

หาก พท.สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในครั้งหน้า ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็เหลือที่จะเดา สื่อคาดว่าผู้กำหนดให้ใครเป็นนายกฯ คือคุณทักษิณคนเดียว พท.ไม่เคยปฏิเสธ และดูเหมือนความจริงจะเป็นอย่างนั้น คุณทักษิณใช้เกณฑ์อะไรในการเลือก ไม่มีใครรู้ และคุณทักษิณก็ไม่เคยบอก เพราะนอกจากนโยบายที่คุณทักษิณเสนอเพื่อใช้หาเสียงแล้ว คุณทักษิณก็ไม่เคยแถลงให้ใครทราบว่า หากมีนายกฯ ที่คุณทักษิณแต่งตั้งมา จะดำเนินนโยบายในการบริหารบ้านเมืองอย่างไร ในสภาวะของไทยที่เปลี่ยนไปมากแล้วจากสมัยพรรค ทรท.

การประกาศอย่าง ชัดเจนว่า รัฐบาลใหม่ของ พท.จะมีใครเป็นนายกฯ และมีใครที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีสำคัญๆ เป็นเครื่องช่วยให้คนอีกหลายฝ่ายเกิดความไว้วางใจมากขึ้น หากรัฐบาลเงาของ พท.ดูดี คงมีคนอีกไม่น้อยที่จะเทคะแนนให้ เพื่อไม่ต้องเผชิญกับรัฐบาลที่ทำงานไม่เป็นของประชาธิปัตย์อีก แต่ปราศจากอะไรที่ชัดเจนเช่นนี้ ไม่มีใครแน่ใจได้ว่า รัฐบาลของ พท.จะทำงานเป็น ในระหว่างความเลวร้าย กับความเป็นไปได้ที่จะเลวร้ายกว่า คนจำนวนมากย่อมเลือกความเลวร้ายเป็นธรรมดา

น่าเศร้าที่คนไทยจำนวนมาก มีทางเลือกทางการเมืองเพียงแค่นี้ คือระหว่างเลวกับเลวกว่า

คง เดาได้ยากว่า พท.จะได้ที่นั่งมากที่สุดในการเลือกตั้งหรือไม่ อย่าวางใจง่ายๆ ว่าเสื้อแดงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก พท. เพราะยังมีเสื้อแดงอีกจำนวนหนึ่งที่คงเลือกที่จะไม่เลือกมากกว่า แม้สมมุติว่า พท.ได้ที่นั่งในสภาสูงสุด แต่ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ก็ค่อนข้างแน่นอนว่า พท.ไม่อาจตั้งรัฐบาลได้ เพราะอำนาจนอกระบบคงใช้ทุกวิถีทางที่จะจัดตั้งรัฐบาลที่ปลอด พท. รวมทั้งทำรัฐประหารยึดอำนาจ - ก่อนหรือหลังเลือกตั้ง - ด้วย ถ้าจำเป็น

แนวโน้มที่ดูจะเละเป็นวุ้นของรัฐบาล พท.ดังที่ปรากฏในปัจจุบัน จะทำให้การแทรกแซงของอำนาจนอกระบบมีความชอบธรรมแก่คนจำนวนมาก

จำนวน มากของคะแนนเสียงที่ พท.จะเก็บกวาดมาได้ในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า เป็นคะแนนที่พรรคประชาธิปัตย์ทำไว้ให้ โดยเฉพาะการล้อมปราบประชาชนอย่างป่าเถื่อนโหดเหี้ยมในเดือนเมษายน-พฤษภาคมปี นี้ รวมทั้งการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนจำนวนมากซึ่งตามมา ความไม่เป็นธรรมและสองมาตรฐานที่กระทำกันอย่างไม่เหลือความอายไว้เลย เมืองไทยเคยผ่านภาวะเช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ผู้ละเมิดก็ลอยนวลไปได้เสมอมา ถ้าไม่ช่วยกันหยุดการละเมิดของรัฐอย่างป่าเถื่อนเช่นนี้ให้ได้ในครั้งนี้ ลูกหลานของเราจะอยู่กันต่อไปได้อย่างไร

ฉะนั้นจึงต้องเลือกพรรคอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่พรรครัฐบาลในขณะนี้

แต่ อย่านึกว่า หากพรรค พท.ได้เป็นรัฐบาล จะสามารถนำตัวผู้ละเมิดประชาชนในนามของรัฐมาลงโทษ เพื่อยุติการกระทำเยี่ยงนี้อย่างถาวร พท.ไม่เคยพูดประเด็นนี้อย่างเอาจริงเอาจัง เพียงแต่แสดงความอาฆาตบุคคลบางคนว่า หากได้เป็นรัฐบาลจะปลดออกหรือดำเนินคดี แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับความแค้น หากเกี่ยวกับการร่วมกันสร้างระบบการเมืองที่ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วม และตรวจสอบได้อย่างปลอดภัยต่างหาก ฉะนั้น หาก พท.ได้จัดตั้งรัฐบาล อย่างเก่งก็เป็นแต่เพียงเปิดโอกาสให้ผู้รักความเป็นธรรมสามารถเคลื่อนไหวทาง การเมือง เพื่อชำระสะสางอาชญากรรมบนท้องถนนได้อย่างทั่วถึง เพื่อสร้างมาตรฐานว่า รัฐจะทำอาชญากรรมต่อพลเมืองเช่นนี้อีกไม่ได้

น่า เสียดายอย่างยิ่งที่ในยามที่ประชาธิปไตยไทยถูก "กระชับพื้นที่" อย่างหนักอยู่ในเวลานี้ พรรคการเมืองใหญ่ไม่แสดงบทบาทของฝ่ายค้านที่มีประสิทธิภาพ ในอันที่จะปกป้องและขยายพื้นที่ประชาธิปไตยไทยออกไปให้กว้างขึ้น อันเป็นบทบาทที่การเมืองในระบบยังพอจะเปิดให้ทำได้ จึงเป็นเหตุให้การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต้องมาอยู่ที่ร้านแฮมเบอร์เกอร์, ท้องถนน, รองเท้าแตะ, สีเสื้อ ฯลฯ เท่านั้น

"มาร์ค"สั่งบัวแก้วเช็คกม.ส่งผู้ร้ายข้ามแดนตะครุบตัวแม้ว"ชวนนท์"ไม่เชื่อมะกันออกวีซ่าให้เข้าประเทศ

ที่มา มติชน

นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าววันที่ 6 ธันวาคมถึงกรณีที่ นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปสหรัฐเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่ม เสื้อแดงต่อ คณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (ซีเอสซีอี) ว่า ยังไม่ทราบข่าวดังกล่าวขอตรวจสอบข้อมูลก่อน

"ผม ไม่แน่ใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไปแก้ตัวหรือไม่ เพราะที่ทราบมา พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกพาดพิงไว้มาก ส่วนการใช้กฎหมายการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนนั้น จะให้กระทรวงการต่างประเทศ ไปดูในข้อกฎหมายสนธิสัญญาระหว่างประเทศต่อไป"

“ชวนนท์” ไม่เชื่อ “พ.ต.ท.ทักษิณ” เดินทางเข้าสหรัฐฯได้

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์"สำนักข่าวไทย" ทางโทรศัพท์ถึงกรณี นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมเดินทางไปสหรัฐอเมริกาในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ เพื่อชี้แจงกับคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (ซีเอสซีอี) เกี่ยวกับเหตุการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย ว่า ไม่คิดว่าจะเดินทางเข้าไปได้ ทั้งนี้เรื่องดังกล่าวกระทรวงเคยมีข้อมูลอยู่บ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ในชั้นนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดใดๆ ได้

เมื่อ ถามว่า ข่าวการเดินทางไปสหรัฐอเมริกาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ครั้งนี้ มองว่าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศและรัฐบาลหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่ได้เข้าไป ขอให้รอดูก่อน

ต่อ ข้อถามว่า การเชิญของคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (ซีเอสซีอี) ถือเป็นเอกสิทธิ์ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาได้หรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ไม่น่าเกี่ยวข้องกัน.