WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, December 22, 2010

ฉลาดหน่อย

ที่มา ข่าวสด

ชกไม่มีมุม

วงค์ ตาวัน



การ ชุมนุมของม็อบเสื้อแดงในสถานการณ์ที่ไม่มีแกนนำอย่างชัดเจน มีเพียงคนนัดหมายประสานงาน แต่กลับมีผู้เข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นไปจนถึง 3 หมื่นคน เนืองแน่นอย่างสม่ำเสมอในทุกๆ ครั้ง

เช่นนี้แล้ว ไม่รู้ว่าหน่วยความมั่นคงของรัฐบาลประเมินสถานการณ์กันอย่างไร

*คงไม่มีการอ้างรายงานข่าวกรองมั่วๆ ประเภทคนนอกประเทศสั่งการมา มีท่อน้ำเลี้ยงว่าจ้างมา อะไรประเภทนั้น!?*

ถ้าสันติบาล สมช. ศอฉ. กล้ารายงานอย่างตรงไปตรงมา

ต้องกล้าสรุปว่า เพราะมีเงื่อนไขความคับแค้นใจ ความรู้สึกยังไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงเป็นเหตุให้ผู้คนยังหลั่งไหลเข้าร่วมอย่างไม่ลดน้อยลง

ประเด็นสำคัญสุดคือ ความจริงในเหตุการณ์ 91 ศพ ยังไม่ได้รับการสะสาง

ยังไม่มีผู้สั่งการใช้ความรุนแรงถูกลงโทษ!

ถ้ายังปล่อยให้อึมครึมไปเช่นนี้ การชุมนุมในทุกสัปดาห์ ในทุกเดือน ยังคงกระหึ่มไม่จบสิ้น ดีไม่ดีอาจเพิ่มจำนวนผู้คนมากขึ้นๆ จนถึงแสนได้ไม่ยาก

แล้วถ้าหากผู้ชุมนุมยังใช้ท่วงทำนองสันติวิธี ใช้วิธีการเสียดสี ใช้สัญลักษณ์ในการต่อสู้เช่นนี้ตลอดไป

*ฝ่ายรัฐย่อมไม่อาจมีช่องทางใดๆ เข้าดำเนินการเพื่อหยุดยั้งหรือควบคุมได้*

หน่วยข่าวกรองทั้งหลาย อาจเตือนสติผู้มีอำนาจสักนิด

สะกิดให้ฉลาดกันสักหน่อย โดยต้องรู้จักหาทางคลี่คลายสถานการณ์หลังการนองเลือด!

ยกตัวอย่าง 14 ตุลาฯ 2516 และพฤษภาคม 2535 ประกอบให้เห็นเป็นรูปธรรมแนบท้ายด้วย

ต้องมีผู้สั่งการอพยพหลบหนีออกนอกประเทศ

หรืออย่างน้อยก็ต้องลาออก วางมือทางการเมืองไปเลย

ถ้าฉลาดสักหน่อย บรรยากาศจะคลี่คลายอย่างฉับพลัน!

การชุมนุมของผู้คนหลังจากนั้น จะเป็นเรื่องการรำลึกถึงวีรกรรมของวีรชน ชูหลักการต่อต้านอำนาจความรุนแรง

แต่เพราะพฤษภาคม 2553 ไม่มีความรับผิดชอบเกิดขึ้นเลยจากผู้มีอำนาจ

*ดังนั้นการชุมนุมของประชาชน จึงเป็นพลังที่ใหญ่โต และทวงถามการลงโทษ คนสั่งการใช้ความรุนแรง จนทำให้คนตายถึง 91 ศพ*

ที่เสื้อแดงชุมนุมกันทุกสัปดาห์ ทุกเดือน จึงมาด้วยอารมณ์ความรู้สึกใหม่

เขาเลิกเรียกหาทักษิณไปแล้ว

แต่ถามหาคนที่จะถูกลงโทษชดใช้หนี้ชีวิต!

วิกิลีกส์: รายงานลับของสถานทูต เปิดโปงบทบาทของสหรัฐฯในการรัฐประหาร 2549

ที่มา ประชาไท

รายงาน ลับทางการทูตที่รั่วไหลออกมาผ่านทางวิกิลีกส์เปิดโปงให้รู้ว่า สหรัฐอเมริกาเห็นชอบกับการรัฐประหารของกองทัพ ซึ่งโค่นล้มรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ถึงแม้หน้าฉากที่แสดงออกต่อสาธารณะนั้น สหรัฐฯ จะทำเหมือนวางระยะห่างจากการยึดอำนาจก็ตาม รายงานลับทางการทูตเผยให้เห็นพฤติกรรมต่อต้านประชาธิปไตยของสหรัฐฯ และประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ ที่ซ่อนอยู่ในการดำเนินการทางการทูตแบบเร้นลับหลังฉาก

เอกสารเหล่านี้ชี้ให้เห็นด้วยว่า x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x โดยมีการปรึกษาหารือกันว่าจะจัดการอย่างไรกับฝ่ายที่สนับสนุนรัฐบาลทักษิณ

x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x รัฐบาลที่มีกองทัพหนุนหลังของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พยายามสกัดกั้นการเผยแพร่ของข้อมูล เมื่อวานนี้ บทความบทหนึ่งบนเว็บไซท์ของ บางกอกโพสต์ ถูกถอดออกหลังจากนำขึ้นเผยแพร่ได้ไม่กี่ชั่วโมง รายงานลับทางการทูตทำลายความเชื่อที่มีมานมนานว่า x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

รายงาน ลับทางการทูตจากสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2549 บันทึกการสนทนาระหว่างนายราล์ฟ แอล. บอยซ์ กับพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร ทั้งสองพบกัน “เป็นการส่วนตัว” หลังจากกองทหารและรถถังเพิ่งเคลื่อนเข้ายึดเมืองหลวงและล้มรัฐบาลทักษิณใน บ่ายวันที่ 19 กันยายน

บอยซ์ถามว่า นอกจากผู้นำคณะรัฐประหารแล้ว มีใครอีกบ้างที่เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช “เมื่อคืนนี้” สนธิตอบว่า พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นผู้นำตนและนายทหารคนอื่น ๆ เข้าไปในพระราชวัง ในรายงานทางการทูตของบอยซ์ระบุว่า พลเอกสนธิได้กล่าวว่า “x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x เขาไม่ได้ให้รายละเอียดนอกเหนือจากนี้” x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x

ความ แตกแยกอย่างลึกซึ้งเกิดขึ้นในหมู่ชนชั้นปกครองไทย กลุ่มธุรกิจและการเมืองดั้งเดิมที่รวมศูนย์อยู่รอบสถาบันกษัตริย์ กองทัพและกลไกรัฐ ต่างหันมาเป็นปฏิปักษ์ต่อทักษิณ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางธุรกิจระดับพันล้าน ไม่ได้ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาก่อนหน้านี้ที่ว่า จะปกป้องธุรกิจไทยจากมาตรการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเงื่อนไขของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ภายหลังวิกฤตเศรษฐกิจในเอเชีย พ.ศ. 2540-2541

กลุ่มธุรกิจที่เกิด ความสั่นคลอนจากนโยบายของทักษิณ ได้ร่วมกันก่อตั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขึ้นเพื่อโค่นล้ม รัฐบาล กลุ่มพันธมิตรฯ แสร้งวางตัวเป็นเสียงคัดค้านการปกครองแบบรวมศูนย์อำนาจของทักษิณ โดยจัดระดมมวลชน “เสื้อเหลือง” ประท้วงในกรุงเทพฯ เพื่อช่วยสร้างเงื่อนไขให้กองทัพเข้ามารัฐประหาร

รายงานลับที่รั่ว ไหลออกมาชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลบุชทราบล่วงหน้าเกี่ยวกับการรัฐประหารมาตั้งแต่ช่วงเตรียมการและให้ ความเห็นชอบเป็นนัยๆ ส่วนการแสดงออกต่อสาธารณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ แสดง “ความกังวล” นั้น เป็นเรื่องที่มีการตกลงกับผู้นำรัฐประหารล่วงหน้าก่อน

บอยซ์ เขียนว่า “เมื่อกล่าวถึงปฏิกิริยาของสหรัฐฯ ผมเตือนเขา [สนธิ] ถึงการสนทนาของเราเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม เมื่อผมบอกเขาว่า ปฏิบัติการทางทหารใด ๆ ย่อมส่งผลให้มีการระงับโครงการความช่วยเหลือในทันที.....ผมบอกเขาว่า เขาต้องคาดหมายไว้ว่าเราจะประกาศมาตรการแบบนั้นออกมาโดยเร็ว เขาก็เข้าใจดี” บอยซ์เขียนต่อไปว่า “ผมเสริมต่อว่า การฟื้นฟูความช่วยเหลือต่าง ๆ จะเกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลที่ได้รับเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเข้ามาดำรง ตำแหน่ง”

ก่อนเข้าพบทูตสหรัฐฯ พลเอกสนธิได้ประกาศแล้วว่าจะมีการร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราวและแต่งตั้งรัฐบาล พลเรือนภายในสองสัปดาห์ แน่นอน รัฐบาล “พลเรือน” ที่วางไว้ ไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าฉากบังหน้าให้กองทัพ กระนั้นก็ตาม บอยซ์แสดงความคิดเห็นในเชิงชมเชยว่า นี่คือ “ตัวอย่างที่ดี”

ทำเนียบ ขาวของรัฐบาลบุชระงับความช่วยเหลือทางการทหารและการซ้อมรบร่วมกับ ประเทศไทยเพื่อแสดง “ความกังวล” แต่ไม่นานก็รื้อฟื้นความสัมพันธ์ตามปรกติกับกองทัพไทย รัฐบาลทหารจัดการเลือกตั้งในปลาย พ.ศ. 2550 ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย พรรคพลังประชาชนที่สนับสนุนทักษิณก่อตั้งขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ถึงแม้วอชิงตันจะชื่นชมผลการเลือกตั้งว่าเป็น “การกลับไปสู่ประชาธิปไตย” แต่รัฐบาลที่มาจากพรรคพลังประชาชนย่อมไม่ใช่ผลลัพธ์ที่สหรัฐฯ มุ่งหวัง

เมื่อ ไม่สามารถสกัดกั้นการกลับมาของรัฐบาลที่สนับสนุนทักษิณ สถาบันอำนาจเก่าจึงร่วมมือกันรณรงค์เพื่อโค่นล้มรัฐบาล การประท้วงของพันธมิตรฯ กลับมาอย่างรวดเร็ว ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2551 ศาลรัฐธรรมนูญของประเทศไทยก็ลงมติถอดถอนนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช ด้วยข้ออ้างขี้ปะติ๋วว่า เขาละเมิดกฎหมายด้วยการออกรายการทำอาหารทางทีวี

จากรายงานทางการทูตที่รั่วไหลออกมาอีกฉบับหนึ่ง นายสมัครกล่าวแก่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ นายเอริก จอห์น ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2551 ว่า x x x x x x x x “มีส่วนรู้เห็นกับการรัฐประหาร 2549 รวมทั้งความปั่นป่วนวุ่นวายที่เกิดจากการประท้วงของพันธมิตรฯ ด้วย” ในตอนนั้น พันธมิตรฯ ยังดำเนินการประท้วงด้วยการยึดทำเนียบรัฐบาล เพื่อบีบให้นายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ลงจากตำแหน่ง แต่สหรัฐฯ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด ๆ ต่อสาธารณะในเรื่องนี้

บันทึกความจำของสหรัฐฯ อีกฉบับหนึ่ง ลงวันที่ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2551 ยืนยันว่า x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x x นี่เป็นอีกครั้งที่สหรัฐอเมริกาไม่แสดงท่าทีคัดค้านใด ๆ เลย ทั้ง ๆ ที่มีข้อมูลวงใน

อีก เพียงหนึ่งเดือนต่อมา ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 การที่กลุ่มพันธมิตรฯ ยึดสนามบินสองแห่งในกรุงเทพฯ ช่วยสร้างเงื่อนไขความปั่นป่วนวุ่นวาย พร้อม ๆ กับศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคพลังประชาชนด้วยข้อหาที่ปั้นแต่งขึ้นมาว่าโกง การเลือกตั้ง จากนั้นกองทัพก็เกลี้ยกล่อมพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านอื่น ๆ ให้จับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ของอภิสิทธิ์และก่อตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นมา

รายงาน ทางการทูตยืนยันเรื่องที่เห็นกันชัด ๆ อยู่แล้ว กล่าวคือ การที่สหรัฐฯ มีปฏิกิริยาผ่อนปรนต่อการรัฐประหาร 2549 เป็นการเดินตามแนวทางที่ชี้นำจากผลประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ของ สหรัฐฯ เอง สหรัฐฯ มีสายสัมพันธ์ยาวนานกับกองทัพไทย ย้อนกลับไปตั้งแต่ทศวรรษ 1960 และ 1970 เมื่อวอชิงตันหนุนหลังระบอบเผด็จการทหารของไทย และใช้ประเทศไทยเป็นฐานทัพสำหรับปฏิบัติการทางทหารระหว่างสงครามเวียดนาม

สหรัฐฯ จะประณามหรือประนอมกับรัฐบาลทหาร ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์ทางการเมืองของตน ข้ามชายแดนไทยไปที่ประเทศพม่าเพื่อนบ้าน สหรัฐฯ ยังคงคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อระบอบเผด็จการทหารและวางท่าเป็นผู้ปกป้องสิทธิ ตามระบอบประชาธิปไตยของชาวพม่า สิ่งที่วอชิงตันคัดค้านจริง ๆ ไม่ใช่การละเมิดสิทธิประชาธิปไตยขั้นพื้นฐาน แต่ไม่พอใจต่อความสัมพันธ์แนบแน่นระหว่างรัฐบาลทหารพม่ากับจีนต่างหาก ทั้งนี้เพราะจีนเป็นคู่แข่งรายใหญ่ของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้

การผลัก ดันรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่ไม่ได้มาตามการเลือกตั้งขึ้นสู่อำนาจใน ประเทศไทย เป็นชนวนให้เกิดการประท้วงของมวลชนที่นำโดยแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จ การ (นปช.) ที่สนับสนุนทักษิณ ขบวนการ “เสื้อแดง” นี้มีแนวโน้มที่จะขยายกลายเป็นขบวนการสังคมที่กว้างขวางมากขึ้น ทั้งนี้เพราะกลุ่มเกษตรกร กลุ่มนักธุรกิจรายย่อยและแรงงานในเมืองเริ่มส่งเสียงแสดงความไม่พอใจจาก ปัญหาของตัวเองเช่นกัน นายกฯ อภิสิทธิ์ตอบโต้ด้วยการกดขี่ปราบปราม จนลงเอยด้วยการที่กองทัพเข้าสลายการชุมนุมอย่างนองเลือดในวันที่ 19 พฤษภาคม ซึ่งกองทหารติดอาวุธหนักยิงใส่ผู้ประท้วง มีประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 91 คนจากการปะทะในเดือนเมษายนและพฤษภาคม

เช่นเดียวกับในเดือนกันยายน 2549 สหรัฐฯ ไม่ได้กล่าวประณามการกระทำของรัฐบาลอภิสิทธิ์หรือกองทัพไทยแม้แต่น้อย

ประชาไทแถลง ศอฉ. ปิดเว็บ เสียหาย 5 ล้าน กระทบเสรีภาพสื่อและประชาชน

ที่มา ประชาไท

ที่สำนักงานประชาไท น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท (prachatai.com) และนายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข บรรณาธิการบริหารเว็บไซต์ประชาไท ร่วมกันแถลงข่าวความเสียหาย 258 วันของการพยายามปิดกั้นข่าวสารของเว็บประชาไท

จีรนุช กล่าวว่า ประชาไทถูกปิดกั้นโดยคำสั่งของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ในวันที่ 8 เม.ย.หรือหลังรัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 1 วัน หากไม่นับว่าเป็นการปิดกั้นเสรีภาพการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน มองในแง่มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับเว็บจะพบว่าจนถึงวันยก เลิกพ.ร.ก.มีความเสียหายเกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท คำนวณตามการฟ้องร้องค่าเสียหาย (วันละ 20,000 บาท) ซึ่งประชาได้ยื่นฟ้องรัฐบาลและศอฉ.ไปแล้ว แต่ศาลชั้นต้นยกฟ้องระบุว่าเป็นการปิดกั้นเว็บไซต์อำนาจของนายกฯ และรองนายกฯ ตามพ.ร.ก. ขณะนี้คดีอยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ นอกจากนี้ยังเสียหายต่อชื่อเสียงและสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ ทั้งในส่วนของ SMS ข่าวและการเปิดรับโฆษณาซึ่งทางเว็บเพิ่งเริ่มต้นโมเดลธุรกิจเหล่านี้เพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเองให้ยั่งยืน

จี รนุช ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ที่ผ่านมา ศอฉ.มีคำสั่งปิดกั้นเว็บต่างๆ ในลักษณะตามอำเภอใจ จากงานวิจัยของโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw.or.th) ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสต์ศึกษาพบว่า ศอฉ.มีคำสั่งถึงผู้ให้บริการอินเตอร์เพื่อปิดเว็บไซต์จำนวนหลายหมื่น URLs ซึ่ง ส่วนใหญ่เป็นการปิดกั้นเนื้อหาที่นำเสนอรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง การสลายการชุมนุม ซึ่งถือเป็น “การปิดหูปิดตาประชาชน” และยังรวมไปถึงบางเว็บที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองด้วยอย่าง อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แล้ว อยากฝากถึงทั้งรัฐบาลและผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตว่าควรยุติการปิดกั้นเว็บ ทั้งหมดตามคำสั่ง ศอฉ.โดยทันที เนื่องจากไม่มีอำนาจตามกกฎหมายใดรองรับ

ผู้ อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท ยังกล่าวถึงข้อกังวลว่าแม้จะมีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่สื่อสารมวลชนและสังคมจะต้องตระหนักและร่วมกันเฝ้าตรวจสอบการแปลงโฉมจาก ศอฉ. มาเป็นศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์ (ศอส.) โดยอาศัยการบังคับใช้ พ...ความ มั่นคงฯ แสดงว่าอำนาจพิเศษตามกฎหมายซึ่งมีลักษณะพิเศษที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพและ ความมั่นคงของพลเมืองยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม ขอบเขตอำนาจของ พ...ความมั่นคงฯไม่ได้อำนาจในการปิดกั้นสื่อ

ชู วัส กล่าวว่า คำสั่งปิดกั้นเว็บไซต์ไม่เพียงแต่ทำความเสียหายให้ประชาไท แต่ยังลิดรอนเสรีภาพของประชาชน รวมทั้งยังทำลายพัฒนาการของสื่อสารมวลชนไทยด้วย การแถลงข่าวในวันนี้ประชาไทเป็นแค่หนูลองยาที่ออกมาพูด อยากให้เว็บไซต์ต่างๆ ที่โดนปิดกั้น ได้รับผลกระทบจากจากการสั่งปิดออกมา อย่างน้อยก็ทำให้สังคมรู้ว่าเสรีภาพที่เขาพรากไป 8 เดือนมันมีค่ามหาศาลขนาดไหน

บก.บห.เว็บ ไซต์ ประชาไทกล่าวว่า รัฐไทยควรสรุปบทเรียนได้แล้วว่า ประการแรก พรก.ฉุกเฉิน นอกจากทำความเสียหายแล้ว ไม่สามารถปิดกั้นสื่อได้เลย สื่อหลักคุณก็ไม่กล้าปิด สื่อใหม่ๆ ก็ปิดไม่ได้ โดยเทคโนโลยีมันไม่ยอมให้คุณปิด ประการที่สอง พ.ร.ก.ฉุกเฉินและการปิดกั้นของศอฉ. ทำให้ความขัดแย้งในสังคมไทยขยายตัว เนื่องจากข่าวสารจำนวนมากถูกซุกอยู่ใต้ดิน แม้ในแวดวงนักวิชาการเองน้อยคนที่จะสืบค้นข้อมูลอย่างจริงจังเพื่อการอ้าง อิง ถกเถียงกันทางวิชาการ ความจริงอีกด้านของคนที่ได้รับผลกระทบไม่ได้ถูกนำมาพูดคุย เมื่อคนไม่ได้พูดมันก็สะสมเป็นความกดทับภายใน รอวันระเบิด

“ความ ขัดแย้งรุนแรงขึ้น และมีนัยยะสำคัญมาจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยตรง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นปัญหาของความมั่นคงและความสงบสุขของรัฐ และถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง” ชูวัสกล่าว

ทั้งนี้ ผอ.ประชาไทระบุว่า เว็บประชาไทเผชิญ กับการปิดกั้นโดยต่อเนื่อง ในการปิดกั้นทุกช่องทางทางเว็บข่าว เว็บบอร์ด ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก ยูทิวป์ สำหรับเว็บไซต์ข่าวเปลี่ยนชื่อเวบไปทั้งหมด 8 ครั้ง เว็บบอร์ดเปลี่ยนชื่อ 3 ครั้ง ก่อนที่ประชาไทจะตัดสินใจปิดเวบบอร์ดไปเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ความพยายามปิดกั้นกระทำทั้งโดยการปิดกั้นชื่อเวบ, การปิดกั้น IP, การ ปิดกั้นที่เซิร์ฟเวอร์ เป็นเหตุให้ประชาไทต้องย้ายไปใช้บริการเซิร์ฟเวอร์ การจดทะเบียนชื่อเว็บและอื่นๆเกือบทั้งหมดในต่างประเทศ เพื่อเป็นหลักประกันในการที่เว็บจะสามารถเข้าถึงได้ สำหรับยอดผู้เข้าชมนั้น หลังจากถูกปิดกั้นทำให้จำนวนผู้เข้าชมลดลงถึง 2 ใน 3 จากสถานการณ์ปกติ

มติ ครม.เลิก พรก.ฉุกเฉิน กทม. ปล่อยตัวชั่วคราว 104 ผู้ชุมนุม 'แดง'

ที่มา ประชาไท

มติ ครม. 21 ธ.ค. เลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน กทม.-นนทบุรี-ปทุมธานี-สมุทรปราการ แล้ว พร้อมเลิก 'ศอฉ.' ตั้ง 'ศตส.' แทน มี 'พล.อ.ดาวพงษ์ รัตนสุบรรณ' เป็นผู้อำนวยการ ส่วน 'พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ' เป็นประธาน

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม มีมติยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ 4 จังหวัดที่เหลือ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ มีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม พร้อมตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ขึ้นมาทดแทนศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่ต้องยุบเลิกไปโดยสภาพ โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) เป็นผู้อำนวยการ ศตส. และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ศตส.

ครม.ยังเห็นชอบให้ ปล่อยตัวผู้ร่วมชุมนุมเหตุการณ์เดือน เม.ย.ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจำนวน 104 คน และรับทราบผลสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองของคณะกรรมการที่ มี นายคณิต ณ นคร เป็นประธาน

ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ศตส.จะเป็นหน่วยงานภายในของ กอ.รมน. ใช้โครงสร้างตามกฎหมายมากำหนดแผนงานต่างๆ และคนที่เข้ามาติดตามสถานการณ์ รวมถึงบริหารแผนงานก็จะมีอำนาจหน้าที่ตามลำดับชั้น

"ประยุทธ์" ไม่ตอบเรื่องงบ ศอฉ. ลั่นโปร่งใสอยู่แล้ว

ที่มา ประชาไท

ผบ.ทบ. ไม่ตอบผู้สื่อข่าวเรื่องงบ ศอฉ. ไล่ให้ไปหาตัวเลขเอาเอง ลั่นไม่เคยสนใจอยู่แล้ว เมื่องบอนุมัติก็แจกจ่ายให้หน่วยงาน ศอฉ. ไม่ต้องชี้แจงเพราะโปร่งใสอยู่แล้ว ไล่ให้ไปถามรัฐบาล โอดถ้าชี้แจงทุกเรื่อง ก็ไม่ต้องทำงาน โอดทหารไม่ใช่คนหรือ ถึงจะได้ไม่ต้องใช้เงินหรือไม่ต้องกินข้าว

หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 22 ธ.ค. รายงานว่า เมื่อวานนี้ (21 ธ.ค.) ที่ขส.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาผบ.ทบ. กล่าวถึงการตั้ง ศตส. (ศูนย์ติดตามสถานการณ์) ภายหลังเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า เป็นการติดตามสถานการณ์ของ กอ.รมน. ที่หน่วยต่างๆ มีอยู่แล้ว แต่จะทำให้สมบูรณ์ขึ้น เนื่องจากเดิม คตส.ทำหน้าที่เฉพาะเรื่องภัยคุกคามรูปแบบใหม่ใน 6 ศูนย์ไม่รวมการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังนั้น เมื่อประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง หมวดที่ 1 จึงจำเป็นจะต้องจัดตั้ง ศตส.ให้สมบูรณ์ และให้ครอบคลุมในเรื่องการรักษาความปลอดภัย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รูปแบบจะเป็นเรื่องของการบูรณาการหน่วยงานด้านการข่าว รวบรวมการปฏิบัติการทั้งหมด และเชื่อมต่อทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคงทั้งหมด คล้ายกับศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เพียงแต่ลดระดับลงมา หน้าที่ความรับผิดชอบหลักเป็นการใช้กฎหมายปกติ ใช้กำลังตำรวจเป็นหลัก ไม่มีอำนาจอะไรเป็นพิเศษ ส่วนใครจะมาเป็นหัวหน้า ศตส. ยังไม่ได้หารือกัน แต่ปกติงานของ กอ.รมน. จะมีผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว โดยมีนายกฯ ในฐานะ ผอ.กอ.รมน. เป็นประธานอยู่แล้ว และมี ผบ.ทบ. เสธ.ทบ. เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

เมื่อ ผู้สื่อข่าวถามถึงจำนวนงบประมาณของศอฉ.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า "ทำไม ผมอยากเรียนว่างบประมาณที่คุณไปพูดว่าเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาทคุณไปเอาตัว เลขที่ไหนมาพูด มันมีเฉพาะค่าเบี้ยเลี้ยง เจ้าหน้าที่ทำงานเท่าไหร่ ก็ได้เท่านั้น กี่กองร้อยก็เอาตัวเลขคูณเข้าไปก็มี ตัวเลขเท่านั้นจะไปเอาเงินจากไหนมา คุณไปเอาตัวเลขจากไหนมาเป็นแสนล้านบาท ไปถามไอ้คนพูดว่าแสนล้านหมื่นล้านมาจากไหน ผมรู้ว่าคนแถวนี้แหละพูด" ผบ.ทบ.กล่าวอย่างมีอารมณ์

ต่อข้อถามย้ำว่า สรุปว่า ศอฉ.ใช้งบประมาณเท่าไหร่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่รู้ ไม่ทราบไปหาตัวเลขมาเอง ไม่รู้หรอกตัวเลข ไม่สนใจอยู่แล้ว เมื่ออนุมัติงบประมาณก็แจกจ่ายให้หน่วยที่ปฏิบัติงาน หน่วยงานด้านความมั่นคงไม่ได้งบประมาณเป็นหมื่นล้าน แสนล้านรัฐบาลคงไม่มีเงินให้ขนาดนั้นหรอก และไม่รู้ว่าวันนี้หรือไม่ วันไหนท่านอยากจะให้เจ้าหน้าที่ทำงาน และอยากให้บ้านเมืองสงบ ขอให้เลิกการปั้นน้ำเป็นตัวเสียที การเขียนเรื่องไม่เป็นเรื่อง หรือการทหารทำโน่นทำนี่ เพื่อแลกการซื้อโน่นซื้อนี่

"ถามว่าผมได้ อะไร ผมซื้อของเหล่านี้มาประเทศไทยได้หรือไม่ได้ ผลประโยชน์อยู่ที่ไหนผมไม่รู้ เพราะผมไม่ได้ และไม่มีใครได้ด้วย ดังนั้น จะต้องไปหาคำตอบของตัวเองให้ได้ว่า ประเทศไทยจะต้องมีอะไร ซื้ออะไรบ้างหรือมีอะไรในการป้องกันประเทศบ้าง ถ้าถามว่าไอ้นั่นไม่ควรซื้อ ไอ้นี่ไม่ควรซื้อ ซื้อแล้วก็โกงซื้อแล้วก็ทุจริต ท่านก็จะต้องไปหาหลักฐานมาอีกหน่อยคงไม่มีใครอยากทำงานหรอก ไม่มีใครอยากมาดูแลประเทศไทย เพราะมีการทำลายไปทีละคนจนหมด และท่านจะไปหาใครมาดูแลไปหาคนอื่นมาช่วยดูแลก็แล้วกัน ขอให้ช่วยกันสร้างสรรค์หน่อย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถาม ว่า ศอฉ.ควรจะชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับงบประมาณเพื่อความโปร่งใสหรือไม่ ผบ.ทบ.กล่าวว่า ไม่ต้องชี้แจง เพราะโปร่งใสอยู่แล้ว จะชี้แจงเรื่องอะไร ทำไม ตนไปทำความผิดที่ไหน เรื่องนี้ต้องไปถามรัฐบาลให้รัฐบาลชี้แจงว่าใช้จ่ายอะไรไป ก็ชี้แจงมา แต่ถ้าชี้แจงทุกเรื่อง ก็ไม่ต้องทำงาน บอกแล้วว่าจะเอาเงินที่ไหนไปทำอะไร ตนและทหารไม่ได้ประโยชน์อะไรทั้งสิ้น คนที่ได้คือเจ้าหน้าที่ ที่ไปนอนกลางดินกินกลางทรายกันทุกวัน ทำไมเขาไม่ใช่มนุษย์ ไม่ใช่คน ถึงจะได้ไม่ต้องใช้เงินหรือไม่ต้องกินข้าว

นายกรัฐมนตรีมอบคำขวัญวันเด็กปี 54: "รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ"

ที่มา ประชาไท

เนื่อง ในวันเด็กแห่งชาติ ที่จะจัดในวันที่ 8 ม.ค. 54 นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญว่า "รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ" ด้าน สสส. ขอมาร์คผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ ให้ประชาชนสวดมนต์ข้ามปี ทำจิตใจให้สงบ

ที่มาของภาพ: เว็บไซต์ศูนย์สื่อทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (21 ธ.ค. 53) เว็บไซต์ศูนย์สื่อทำเนียบรัฐบาล รายงานว่า เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2554 ซึ่งจะจัดในวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2554นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญให้แก่เด็ก ๆ ว่า "รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ"

เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ ยัง รายงานด้วยว่า ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้ ทพ.กฤษดา เรืองอารีรัชต์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.พร้อมด้วยคณะมิสไทยแลนด์เวิลด์ ประจำปี 2553 เยาวชนจากวิทยุไทยเพื่อเด็กและครอบครัว สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กว่า 30 คน เข้าพบ เพื่อมอบสื่อรณรงค์และเชิญชวนให้รัฐบาลสนับสนุนการจัดกิจกรรม “โครงการสวดมนต์ข้ามปี เริ่มต้นดีชีวิตดีในปีใหม่” พร้อมติดเข็มกลัดรณรงค์กิจกรรม

โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการทำกิจกรรมอันเป็นมงคลในช่วงคืนส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ เพื่อให้ประชาชนร่วมกิจกรรมสร้างสรรค์ ส่งเสริมวัฒนธรรม การทำจิตใจให้สงบ พร้อมขอให้รัฐบาลผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ

เผย5ฆาตกรวีโก้สีดำสังหารโหดแดง คชสาร เจ้าตัวรู้ชะตาโดนไล่ล่าหนีสุดขีดหลบนอนตามปั๊มยังไม่พ้น

ที่มา Thai E-News


เลิกฉุกเฉินแต่ไม่เลิกฆ่า-เสื้อ แดงเชียงใหม่ไปรดน้ำศพ แดง คชสาร ซึ่งรับช่วงภารกิจต่อสู้จากดีเจอ้อม และเพชรวรรต ผอ.สถานีวิทยุชุมชนเสื้อแดงเชียงใหม่ ที่อยู่ระหว่างหลบภัยมืด แต่ต้องถูกสังหารด้วยการยิงร่างพรุนและยัดยาบ้าใส่มือศพ

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
22 ธันวาคม 2553

กลุ่ม เสื้อแดงเชียงใหม่ เปิดเผยเบื้องหลังการสังหาร"แดง คชสาร"ด้วยการยิงพรุนทั้งร่าง 18 รู และยัดยาบ้าใส่มือว่า ก่อนการเสียชีวิต ได้มีชายฉกรรณจ์จำนวน 5 คนใช้รถกระบวีโก้สีดำเป็นยานพาหนะ(สีดำเหมือนกับกลุ่มฆาตกรฆ่าสังหารน้อง เจมส์-นายกฤษณะ กล้าหาญ ก้อนหน้านี้)

แก๊งฆาตกรได้ติดตามสะกดรอยตาม แดง คชสาร ตลอดเวลา เป็นอาทิตย์ การสะกดรอยตามครั้งนี้ แดง คชสาร รู้ตัวว่า ถูกตาม ได้พูดให้เพื่อน และดีเจในคลื่น92.5 เชียงใหม่รับฟังว่า เขาถูกสะกดรอยตาม และถูกคุกคามอย่างหนัก จนไม่อาจพักหลับนอนที่หอพักได้ ถึงขนาดต้องไปขอนอนตามปั้มน้ำมันที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เผื่อว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขา จะได้มีคนเห็น แต่ก็ไม่รอดการติดตามของฆาตกร 5คนนี้้ได้

"ในเวลาต่อมา มีคนพบศพ พี่แดงคชสาร.....สภาพศพถูกยิงที่หน้าอก ในตัวไม่พบเอกสารใดๆ ดูจากสภาพศพ ผู้้เห็นเหตุการณ์ระบุได้ว่า ฆ่าจากที่อื่นมา ได้นำศพมาทิ้งที่ไว้บนดอย ห่างจากกิ่ง อ.แม่ออน ประมาณ 2 ก.ม. ชาวบ้านได้แจ้งเจ้าหน้าที่และนำศพไปส่ง ร.พ. กิ่ง อ.แม่ออน หลังจากนั้นทาง ร.พ. กิ่ง อ.แม่ออนส่งศพต่อไปยัง ร.พ. มหาราชเชียงใหม่(สวนดอก)เพื่อชันสูตรและปิดสำนวนคดี เพราะไม่มีหลักฐานว่าเป็นใคร เดชะบุญ มีนักข่าวได้ถ่ายรูปลงในหนังสือพิมพ์ จึงได้มีคนรู้จัก เรื่องก็เลยแดงขึ้นมา นี่คือปฎิบัตการโหดที่ทำกับเสื้อแดงรักเชียงใหม51อีกรอบหนึ่ง แต่ขอบอกว่า พวกกูไม่กลัวมึง เพียงรอเวลาเท่านั้น พวกมึง..ยกเลิก พ.ร.ก. แต่พวกมึงไม่ยกเลิกที่จะไล่ฆ่าพวกกู"

คนเสื้อแดงเชียงใหม่ให้ข้อมูล ว่าแดง คชสารเป็นคนสุภาพ นิยมสันติวิธี อาชีพขับตุ๊กๆ เป็นดีเจคลื่น 92.5 ของเชียงใหม่ 51 มีลูกอายุ 9 ขวบ ภรรยารับจ้างซักผ้า ก่อนตายยังใส่เสื้อสีแดง เขาเป็นคนใจดีทำงานร่วมกับคนเสื้อแดงมาตลอด เขารู้ตัวว่าถูกตามมาตลอด จึงไม่ค่อยจะนอนที่บ้าน

ไทยรัฐรายงาน ว่า ทันทีที่ทราบว่าผู้ตายเป็น นายน้อย บรรจง หรือ แดง คชสาร การ์ดระดับแถวหน้าของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ตลอดทั้งวันที่ 21 ธ.ค.นี้ กลุ่มคนเสื้อแดงเชียงใหม่เริ่มมีการเคลื่อนไหว และสอบถามกันเข้ามาที่วิทยุ ชุมชนคนเสื้อแดง และตามเว็บไซต์ของกลุ่มคนเสื้อแดง โดยระบุว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มคนมีสีที่ต้องการไล่ล่าแกนนำคนสำคัญของคนเสื้อแดง ภาคเหนือ แกนนำหลายคนหวาดผวาและหลบออกเชียงใหม่ไป

ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 21 ธ.ค."ดี.เจ.กฤษณะ 51"แกนนำคนสำคัญของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ได้ให้สัมภาษณ์โดยเชื่อว่า เป็นการไล่ล่าของชุดสังหารที่มุ่งเก็บคนเสื้อแดง โดยก่อนหน้าที่นายน้อย บรรจง จะถูกอุ้มไปสังหารโหดได้เข้ามาพบกับตน โดยบอกว่า ในช่วงหลังไปไหนมาไหนมักจะมีคนติดตาม จนไม่สามารถจะนอนที่บ้านได้ ต้องเปลี่ยนที่นอนตลอด จนกระทั่งมาเป็นศพถูกลวงไปฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยม

โดย เชื่อว่า กลุ่มที่ลงมือ เป็นพวกมืออาชีพอย่างแน่นอน และยังมีการยัดยาเสพติดลงไป ทั้งๆที่ประวัติของนายน้อย ไม่เคยข้องเกี่ยวกับยาเสพติด และยังมีการทำลายหลักฐานต่างๆในตัวหมด จนในช่วงที่พบศพยังไม่ทราบว่าเป็นใคร จนญาติๆไปดูศพที่โรงพยาบาล จึงยืนยันได้ว่าเป็นนายน้อย ซึ่งทำให้ต้องมีความระมัดระวังกัน เพราะเชื่อว่า ทางการได้มีการตั้งทีมไล่ล่าคนเสื้อแดงภาคเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มรักเชียงใหม่ 52

"ดี.เจ.กฤษณะ 51" ได้เผยต่อไปว่าในเรื่องนี้ก็คงจะต้องนำข้อมูลทั้งหมดรายงานให้กับนายจตุพร พรหมพันธุ์ และแกนนำหลายคนที่จะเดินทางมาเชียงใหม่ในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ และหลังจากนั้นก็คงจะมีการนำศพ แห่รอบเมืองเชียงใหม่เพื่อร้องขอความเป็นธรรมและจะนำไปที่หน้าตำรวจภูธรภาค 5 ด้วย เพราะเชื่อว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองอย่างแน่นอน

ยิ่งฆ่า - ยิ่งแค้น . . คารวะดวงวิญญาณ “แดง คชสาร” กลุ่มเสื้อแดง รักเชียงใหม่ 51

ที่มา Thai E-News



โดย ประชาไพร่
22 ธันวาคม 2553

พวก หมาลอบกัด ยิงน้อย บรรจง หรือ “แดง คชสาร” แกนนำรุ่นกลางของคนเสื้อแดง กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ถึง 18 รู ยัดยาบ้าใส่มือ ทิ้งศพไว้กลางป่า ราวกับหมาข้างถนน จนมีผู้ไปพบศพเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2553 วันที่คนกว่าหมื่นคนทวงความยุติธรรมให้กับ 91 ชีวิตที่ราชประสงค์

คิด หรือว่าการป้ายความผิดด้วยยาบ้า กับคนที่มีไม่มีประวัติด่างพร้อย และเป็นนักสู้เช่นลุงน้อย มันจะทำให้คนเสื้อแดงเชื่อและนิ่งเฉยกับความตายของเพื่อนร่วมต่อสู้ครั้ง นี้?

การป้ายยาบ้านอกจากมันไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังเป็นเครื่องบ่งชี้ในระดับหนึ่งได้ด้วยว่า “ใครคือตัวการ” นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักสู้ประชาธิปไตย คนรากหญ้า คนขับรถตุุ๊กๆ หาเลี้ยงชีวิตตัวเองและครอบครัว ที่มีใจรักประชาธิปไตย และร่วมต่อสู้กับคนเสื้อแดงเชียงใหม่มาอย่างยาวนาน

ยุทธวิธีการลอบ สังหารแกนนำชาวบ้านในต่างจังหวัด ที่พวกหมาลอบกัดชอบใช้ในช่วงสงครามเย็น การลอบสังหารผู้นำชาวนา ผู้นำกรรมกรจนกระทั่งก่อนการสังหารหมู่นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 อาจจะดูประสบความสำเร็จในยุคนั้น แต่ขอบอกไว้เลยนะ ยิ่งใช้ยุทธวิธีป่าเถื่อนมากเท่าไร ไม่ใช่กูจะกลัวมึง แต่กลับจะยิ่งทำให้พวกกูฮึกเหิมมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

“คนเสื้อแดง เลยขีดความกลัวมาแล้ว”

“ยิ่งฆ่า คนเสื้อแดงจะยิ่งแค้น”

“ยิ่งฆ่า การปรองดองก็จะยิ่งไม่เกิด”

ยิ่งทำร้ายคนเสื้อแดงมากเท่าไร ไม่ใช่คนเสื้อแดงจะไม่มีแผ่นดินอยู่ แต่พวกมึงทั้งหลายนั่นแหล่ะ จะไม่มีแผ่นดินอยู่

อย่าลืมว่า คนที่มึงยิงทิ้งยังกะหมานั้น เป็นตัวแทนคนเสื้อแดง คนจน คนรากหญ้าหลายสิบล้านคนในประเทศไทย

ตลอด สองปีที่ผ่านมา คนเสื้อแดงก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วมิใช่หรือว่า “ตายสิบ เกิดแสน” แม้แต่สไนเปอร์ M 79 ก็หยุดคนเสื้อแดงไม่ได้ พวกเขายังออกมาส่งเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เต็มท้องถนน

จะต้องไม่มีใครตายฟรีอีกต่อไปแล้ว!

จะต้องไม่มีไพร่สังเวยการคงอยู่แห่งอำนาจชนชั้นสูงอีกต่อไป

เพื่อ กู้เกียรติและศักดิ์ศรีของคนขับรถตุ๊กๆ หาเช้ากินค่ำ ตัวแทนคนรากหญ้า ที่จะต้องไม่ตายฟรี ไพร่คนนี้ที่ตายในพื้นที่เชียงใหม่ ม.ล.​ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าเชียงใหม่จะต้องรับผิดชอบ หาคนสังหารลุงน้อย บรรจง มาให้ได้ภายในเจ็ดวัน มิฉะนั้นท่านจะต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้

ดวงวิญญาณลุง น้อยอย่าเพิ่งไปสวรรค์ ตามไปหลอกหลอนคนที่สังหารลุงน้อย และพวกอยู่เบื้องหลังท้งหมด ให้พวกมันกินไม่ได้ นอนไม่หลับ และต้องลุกออกมาสารภาพยอมรับความผิดด้วยเถิด

ชนชั้นกลวง'หล่อเซอร์เหี้ย'แต่งเพลงยิงหัวแกนนำเสื้อแดง เหยียดเชื้อชาติลาวจนถูกเฉดพ้นบทพระเอก

ที่มา Thai E-News




ที่มา มติชนออนไลน์ และบอร์ดIF

กระดานสนทนาชุมชนคนเสื้อแดงได้ พากันประกาศแบน เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ ที่ออกมาแต่งเพลง"กระสุนปืน"ด้วยความสะใจให้ยิงหัวแกนนำเสื้อแดง หลังจากก่อนหน้านี้เคยแสดงความสถุลดูถูกผู้หญิงลาว จนโดนถอดออกจากบทพระเอกหนังสบายดีหลวงพระบาง ภาค 2 มาทีแล้ว

ทั้งนี้มติชนออนไลน์ รายงานข่าวเรื่อง "เป้ อารักษ์"เปิดใจแต่งเพลง"กระสุนปืน"จากเหตุการณ์จริง ตอนนั้นโกรธมีแต่"แพะ"ถูกยิง ว่า เห็นเป็นหนุ่มเนื้อหอมคิวทองแห่งปี ล่าสุดรับบทเป็นพระเอกภาพยนตร์น่ารักอย่าง "สุดเขต สเลดเป็ด" หนุ่มเป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ หนุ่มมาดเซอร์ ไม่น่าเชื่อว่ายังมีเวลามาผลิตผลงานอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรก ที่ใช้ชื่อว่า "ออโต้อีโรติก" ซึ่งมีเพลงวิจารณ์สิ่งรอบตัว รวมถึงสถานการณ์การเมืองอย่างถึงพริกถึงขิง

หนุ่มเป้ เปิดเผยว่า ในอัลบั้มนี้มีเพลงทั้งหมด 15 เพลง บางเพลงถูกเขียนขึ้นมาระหว่างเกิดเหตุการณ์การปะทะระหว่าง 2 กลุ่มการเมือง ชื่อว่า "กระสุนปืน" ซึ่งเพลงนี้มีความเป็นจริง ภายหลังขับรถไปรับเพื่อนในซอยงามดูพลี ซึ่งเป็นพื้นที่ใจกลางการปะทะ เพื่อนโทรมาบอกให้ไปรับหน่อย เพราะออกมาไม่ได้ ไม่มีอาหารทานแล้ว ตนก็ขับรถปิดไฟไปรับเองเลย พอไปถึงกลางซอยก็ได้ยินเสียงปืนดัง จึงเกิดเพลงนี้ขึ้นมา เหมือนเป็นการระบายความรู้สึกของเรา

อย่างไรก็ตาม นักร้องมาดเซอร์ กล่าวว่า ปกติแล้วไม่ใช่เป็นคนที่ติดตามข่าวสารบ้านเมือง แต่ในขณะนั้นเป็นช่วงประกาศการห้ามออกจากเคหสถาน(เคอร์ฟิว) จึงมีแต่ข่าวในโทรทัศน์ที่ดูได้

"ผมไม่ได้เป็นสีเหลือง หรือสีแดง ไม่ได้เป็นฝ่ายไหนทั้งนั้น แต่เพลงนี้ผมแต่งด้วยความ real (ความจริง) มันเกิดจากความรู้สึกว่า กระสุนปืนถูกยิงไปถูกคนปลายแถว มีแต่แพะ มีแต่เหยื่อที่ไม่รู้เรื่อง ผมก็เลยแต่งเพลงระบายว่าทำไมไม่ใช้กระสุนปืนยิงพวกหัวแถวไปเลย ถ้ายิงแล้วมันจะได้จบ ด้วยอารมณ์โกรธในตอนนั้น" เป้ อารักษ์ กล่าว

เป้ กล่าวเพิ่มเติมว่า แต่ตอนนี้รู้แล้วว่ากระสุนปืนไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เหมือนที่ "มหาตมา คานธี" ถูกลอบสังหาร ปัญหาความขัดแย้งก็ไม่ได้สิ้นสุดลง

เผยเพิ่งปากหมาว่าผู้หญิงลาวจนสบายดีหลวงพระบาง2ถอดจากพระเอก

นอก จากมีทัศนคตินิยมความรุนแรงแล้ว เป้-อารักษ์ยังมีชื่อเสียงการดูถูกเหยียดเชื้อชาติอีกด้วย โดยเขาเคยถูกถอดจากบทพระเอก ภาพยนตร์เรื่อง"สะบายดีหลวงพระบาง ภาค2" เนื่องจากไปพูดดูถูกผู้หญิงลาวว่า สวยสู้ผู้หญิงไทยไม่ได้ ทั้งที่นางเอกในเรื่องเป็นผู้หญิงลาว ทำให้รัฐบาลลาวไม่พอใจ จนต้องเปลี่ยนตัวพระเอก และกระทบต่อหนังเรื่องนี้ให้ล่าช้าออกไปเป็นปี

แต่เป้ก็ยังหลุดปากเน่าๆออกมาว่า "คือในส่วนของคนลาวเอง ผมก็ไม่รู้ว่าเขาคิดมากรึเปล่า.."(รายละเอียด)

Tuesday, December 21, 2010

การ์ตูน เซีย 21/12/53

ที่มา ไทยรัฐ

Pic_135469

การ์ตูน เซีย 21/12/53