WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 27, 2010

ลูกค้ารายใหญ่มาม่าทั้งนักศึกษา,แรงงาน,คนจนหนุนคว่ำบาตร ก.ล.ต.จี้ตลาดหุ้นเร่งบริษัทเคลียร์ข่าว

ที่มา Thai E-News


3นักวิชาการสาวยกกรณีคว่ำบาตรมาม่า เทียบเคียงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์คานธีต่อสู้เรียกร้องเอกราช

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
27 ธันวาคม 2553

ก.ล.ต.แจ้งตลาดหุ้นประสานบริษัทมาม่าชี้แจงข่าวถูกคว่ำบาตร

นาง จารุพรรณ อินทรรุ่ง ผู้อำนวยการฝ่ายงานเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทำหนังสือเลขที่ ล.89/2553 แจ้งว่า ตามที่มีผู้ถือหุ้นของบริษัท ไทยเพรสซิเด้นต์ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน)แจ้งมายังสำนักงานก.ล.ต.กรณีการต่อต้านสินค้ามาม่าของบริษัทฯนั้น

สำนักงานขอเรียนว่า ได้แจ้งข้อมูลดังกล่าวให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยดำเนินการประสานงานกับบริษัทฯ ต่อไปแล้ว

ก่อ หน้านี้มีผู้ถือหุ้นรายย่อยร้องเรียนไปยังก.ล.ต.ว่า "ด้วยปรากฎข่าวโจมตีบริษัทไทยเพร๊สสิเด๊นฟู๊ดส์แพร่หลายในอินเตอร์เน็ตชัก ชวนให้คนต่อต้านไม่ซื้อสินค้ามาม่า อ้างว่าสนับสนุนเผด็จการ โดยอ้างว่าจะมีคนคว่ำบาตรเกิน20ล้านคน ตามข่าว http://thaienews.blogspot.com/2010/12/blog-post_15.html จึงขอให้กลต.ได้แจ้งให้บริษัทชี้แจงแก้ไขข่าวด้วย เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ถือหุ้นรายย่อย"

มาม่าไหวตัวแจ้งข่าวระดับบิ๊กให้รู้ตัวโดนรุมต้านหนัก

ก่อน หน้านี้ผู้บริหารของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่าได้เริ่มไหวตัวขยับแล้ว หลังจากถูกคนเสื้อแดงประกาศรวมพลังมากกว่า 20 ล้านคนคว่ำบาตรบอยคอต ไม่กินไม่ซื้อมาม่าเป็นเวลา 1 เดือน และหันไปอุดหนุนสินค้าของคู่แข่งอย่างไวไว หรือยำยำแทน โดยอ้างว่าสินค้าในเครือบริษัทสหพัฒนพิบูล สนับสนุนเผด็จการ

โดยนาง สาวพจนา พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการฝ่ายส่งออกของมาม่า และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพรสซิเด้นท์อินเตอร์ฟู้ด บริษัทในเครือของมาม่า ได้แจ้งต่อผู้ถือหุ้นที่ร้องเรียนไปยังบริษัทมาม่าให้ชี้แจง หลังถูกบอยคอตว่า ขอขอบคุณที่ผู้ถือหุ้นไทยเพรสซิเดนท์ฟู้ดส์แจ้งข่าวการบอยคอตคว่ำบาตรมา ดิฉันจะส่งต่อ Link ข่าว ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป รวมทั้ง "ดิฉันได้ส่งต่อคำแนะนำให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบแล้ว"

อย่าง ไรก็ตามดูเหมือนผู้บริหารบริษัทบางรายไม่ได้แสดงปฏิกริยาในทางบวกต่อแคมเปญ นี้ หลังจากได้รับหนังสือเวียนเรื่องข้อร้องเรียนจากนางสาวพจนาแล้ว ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ของไทยเพรสซิเด้นท์ฟู้ดส์รายหนึ่ง ได้แสดงปฏิกริยาดังนี้

"ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลที่แจ้งมา

ฉัน คิดว่า คุณคงทราบดี อะไรจริงไม่จริง ฉันไม่ได้สนใจหรอกว่า จะถูกประชาชนบอยคอตหากว่ามันมีเหตุผลที่ถูกต้อง หากกล่าวอย่างเกือบที่สุดแล้วก็คือว่า บริษัทของเรามีเอกลักษณ์ที่เป็นของตัวเอง หากเพียงเพราะว่ามาม่าเป็นส่วนหนึ่งของเครือสหพัฒนพิบูล แล้วพาเราไปสู่ความยุ่งยาก เราก็จะไม่ออกไปข้างนอกเพื่อแก้ไขความเข้าใจที่ผิดๆนี้

ฉันหวังว่า ผู้ที่มีการศึกษาจะสามารถทำในสิ่งที่ดีที่สุด และเลือกในสิ่งที่เป็นทางเลือกดีที่สุด"


ท่า ทีดังกล่าวที่กราดใส่ว่าผู้รณรงค์คว่ำบาตรมาม่าเป็นพวกไม่มีการศึกษาดี นับว่าเป็นปฏิกริยาทางลบต่อผู้บริโภคของมาม่าเองที่ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน เช่น บรรดาผู้ใช้แรงงาน ชาวนา คนจนในเมือง รวมทั้งนักเรียน นักศึกษา ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของมาม่า ทำให้บริษัทนี้เติบโตมาตลอด 35 ปี และผู้บริหารบางรายของมาม่าก็ได้เงินจากคนจนเหล่านี้ไปเรียนจนจบปริญญาเอกใน ต่างประเทศ แต่ก็หวนกลับมาดูหมิ่นผู้บริโภคที่มีพระคุณของตนเอง

36องค์กรเครือข่ายนักศึกษา,แรงงาน,คนจนเมือง ล้วนลูกค้ารายใหญ่ประกาศหนุนคว่ำบาตรมาม่า

หมายเหตุไทยอีนิวส์:องค์กร เครือข่ายต่างๆ 36 องค์กร ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายองค์กรนิสิตนักศึกษา คนจนเมือง เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน และเครือข่ายประชาชนต่างๆ รวมทั้งนักกิจกรรม และประชาชนทั้งในและต่างประเทศพากันออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งสนับสนุนกิจกรรม รณรงค์คว่ำบาตรมาม่า-สินค้าที่สนับสนุนเผด็จการ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


แถลงการณ์ บอยคอตมาม่า ต้านทุนสนับสนุนเผด็จการ

การ ที่ผู้บริหารเครือบริษัทสหพัฒนพิบูล ผู้สนับสนุนเผด็จการ ได้ออกมาโจมตีผู้รณรงค์คว่ำบาตร ไม่ซื้อ ไม่กินมาม่าว่าไร้ทางเลือก ไร้การศึกษา นั้น เราองค์กรผู้ลงชื่อสนับสนุนแถลงการณ์นี้ มีความคิดเห็นว่า เป็นการกระทำที่น่าอับอายอย่างยิ่ง เนื่องเพราะผู้รณรงค์เป็นผู้มีการศึกษา แล้วคิดทางเลือกเองเป็นสิทธิของผู้บริโภค

พวกเราก็เช่นกัน ขอสนับสนุนการรณรงค์ "คว่ำบาตรหยุดซื้อหยุดกินมาม่าเป็นเวลา1เดือน" โดยคาดการณ์ว่าจะมีคนไทยร่วมรณรงค์ทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 20 ล้านคน ซึ่งมวลชนร่วมการคว่ำบาตรย่อมก่อเกิดแรงขับเคลื่อนทิศทางมุมตรงไปยังเป้า หมาย ทำให้พลังของเผด็จการค่อยลดเสื่อมอำนาจ จากทุนสนับสนุนหนุนเสริม ถอยห่างจากเผด็จการออกไป และพวกเส้นใหญ่ทั้งหลาย จะสำนึกกินไม่อิ่มนอนไม่หลับสบาย ทำให้ขวัญผวาฝันร้ายได้

ผลิตภัณฑ์ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า เป็นของบริษัท ไทยเพสซิเด้นท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ในเครือของ สหพัฒนพิบูล ซึ่ง ผู้บริหารเครือสหพัฒนพิบูลได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาจากระบอบเผด็จ การ รวมทั้งเป็นผู้สนับสนุนรายสำคัญแก่กลุ่มพันธมิตรในการโค่นล้มรัฐบาลจากการ เลือกตั้งของประชาชนไทย มีบทบาทสำคัญในสภาหอการค้าไทยที่ออกมารณรงค์ขับไล่รัฐบาลจากการเลือกตั้งของ ประชาชน และสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลเทพประทาน รวมทั้งยังออกหน้าออกตาในการสนับสนุนเผด็จการ ต่อต้านความเคลื่อนไหวประชาธิปไตย

ทั้งที่ลูกค้ารายสำคัญของมาม่าและ เครือสหพัฒนพิบูลคือประชาชนรากหญ้า คนยากคนจน ที่ครอบคลุมถึงเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา คนจนเมือง ผู้ใช้แรงงาน นักเรียน นิสิต นักศึกษา แม่บ้าน แต่ความเคลื่อนไหวของเครือสหพัฒนพิบูลตลอดมานั้น กลับนำเงินผลกำไรที่ได้จากลูกค้าผู้มีพระคุณนำไปสนับสนุนกลุ่มเผด็จการ ที่เข่นฆ่า ทารุณกรรม คุมขัง และปล้นชิงประชาธิปไตยไปด้วยอำนาจนอกระบบ

เมื่อ ภัยมาถึงตัวพวกเขา คือ ม็อบพันธมิตรเอเอสทีวี ได้รับการสนับสนุนในการชุมนุมจากมาม่า และพรรคประชาธิปัตย์ ต้องทำให้พวกเขารู้สึกสำนึกผิดชอบชั่วดี และพวกเขาต้องรับรู้ความรู้สึกเจ็บปวดของพวกที่สูญเสียชีวิตเลือดเนื้อใน ฐานะผู้ทุกข์ยากเข็ญแสนสาหัสต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

แล้ววิกฤติการณ์ จะทำให้พวกเขารู้สึกถึงความความเดือดร้อนของพวกเรา และนายทุนอย่างพวกเขา จะรับรู้ความเป็นจริงของชีวิตพวกเรา ซึ่งนี่เป็นโอกาสเพื่อสร้างความสำเร็จของการรณรงค์ของพวกเรา เพราะพวกเราเป็นผู้บริโภค ย่อมรู้ทันพวกเผด็จการ และผู้บริโภคย่อมไม่กินของพวกเผด็จการ

ดังนั้น พวกเรา ขอประกาศเห็นด้วย และสนับสนุนอย่างแข็งขันต่อความเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนเสื้อแดง รวมพลังกัน หยุด ซื้อ หยุดกินมาม่า และขอเตือนไปยังบรรดาองค์กรธุรกิจทั้งหลายที่ยังเป็นมือตีนสนับสนุนเผด็จการ ทำลายประชาธิปไตยต้องยุติพฤติการณ์สามานย์โดยทันที ไม่เช่นนั้นท่านจะตกเป็นเป้าหมายของการคว่ำบาตรอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น

เรา ขอเตือนมายังมาม่า และเครือสหพัฒนพิบูลต้องเร่งประกาศจุดยืนเลิกพฤติการณ์เป็นมือไม้ให้เผด็จ การ ต่อต้านทำลายประชาธิปไตย และขอโทษต่อประชาชนชาวไทยที่ได้กระทำความผิดพลาดในช่วงที่ผ่านมา เพื่อหลีกเลี่ยงหายนะต่อองค์กรของท่าน

เราขอเรียกร้องให้ประชาชนชาว ไทยทั้งมวลเข้าร่วมการรณรงค์ครั้งนี้ จนกว่าองค์กรธุรกิจที่เป็นมือไม้เผด็จการ ต่อต้านทำลายประชาธิปไตยจะตระหนักสำนึกในความผิดบาปที่พวกเขาได้ก่อกับประ เทศชาตืและประชาธิปไตยและไม่นานชัยชนะเป็นของฝ่ายประชาธิปไตย

เชื่อมั่นในพลังของคนเล็กๆเปลี่ยนอนาคตประเทศได้

องค์กรที่ร่วมลงนาม

. เครือข่ายผู้บริโภคสีแดง
. กลุ่มนักศึกษาภาคเหนือเพื่อประชาธิปไตย
. แนวร่วมเกษตรกรภาคอีสาน (นกส.)
. สหพันธ์เยาวชนอีสาน (สยส.)
. สหพันธ์เยาวชนคลองเตย (สยค.)
. เครือข่ายองค์กรชุมชนคลองเตย
. เครือข่ายชุมชนเมืองบ่อนไก่ กทม.
. กลุ่มคนรุ่นใหม่ภาคใต้
. กลุ่มผู้ใช้แรงงานเพื่อประชาธิปไตย ภาคเหนือ
. กลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐสวัสดิการ
. ชมรมส่งเสริมการเรียนรู้ภาคเหนือตอนล่าง
. กลุ่มสร้างสรรค์ชีวิตและสังคมอีสาน
. เครือข่ายอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภูค้อ-ภูกระแต จังหวัดเลย
. เครือข่ายคนรุ่นใหม่ภาคอีสาน (คอส.)
. เครือข่ายคนรุ่นใหม่ลุ่มน้ำโขง จังหวัดอุบลราชธานี
. กลุ่มสร้างสรรค์ชีวิตและสังคมอีสาน (กสส.)
. กลุ่มดงมูลเพื่อการพัฒนา จังหวัดกาฬสินธุ์
. เครือข่ายอนุรักษ์ภูผาเหล็ก จังหวัดอุดรธานี
. กลุ่มภูพานเพื่อการพัฒนา จังหวัดสกลนคร
. เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน จังหวัดชัยภูมิ
. กลุ่มประชาชนไทยแวงน้อย-แวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น
. กลุ่มเยาวชนมิตรภาพ จังหวัดขอนแก่น
. กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์น้ำพรมตอนต้น จังหวัดชัยภูมิ
. กลุ่มเยาวชนอนุรักษ์ลุ่มน้ำบัง จังหวัดนครพนม
. เครือข่ายคนรุ่นใหม่ยโสธร จังหวัดยโสธร
. เครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมพู จังหวัดพิษณุโลก
. เครือข่ายส่งเสริมสิทธิการจัดการทรัพยากรภาคเหนือตอนล่าง (คสปล.)
. กลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐสวัสดิการ
. เครือข่ายอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชนเขาโคก จังหวัดร้อยเอ็ด
. เครือข่ายองค์กรชาวบ้านนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
. Thai Red Australia
. Red L.A., USA.
. Red Chicago, USA.
. Red Dallas, Texas, USA
. เครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย
. ชมรมนักข่าวเพื่อเสรีภาพไทย
. people plus network
. เสื้อแดงเพชรบุรี

เพราะที่นี่ การเมืองไม่ค่อยทราบเท่าไร โดยเฉพาะ แฟน ปชป เข้ามาอ่านดูนะ เรื่อง...

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

ากคุณ: ดาวุด


เรื่องเก่ากลับมาเล่าใหม่ MsgStatus(Msv[0], 0);

อ่านหลายกระทู้แล้ว เถียงกัน
เรื่องใครควรรับผิดชอบ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อันนี้ก็ว่ากันไป

แต่ที่ผมจะพูดคือ
การต่อสู้และล้มระบบทักษิณ นั้น มีอีกหลายเรื่อง ที่หลายคนไม่เคยรู้
และ ผมเองก็อยากพูดแต่ พูดไม่ได้ ด้วยเหตุผลหลายอย่าง
แต่สามารถเปรียบเทียบได้ เพราะคิดว่ากระทู้คงไม่ถูกแบบนะ

วันนี้ หลายคนคิดว่าเรื่องของประเทศไทย เป็นการเมืองภายใน ประเทศ
แต่จริงๆๆแล้วมันเป็นการเมืองที่มีต่างประเทศ เข้ามาร่วมด้วย
ตั้งแต่วันแรกๆๆของการที่มีปัญหาแล้ว

เคยแปลกใจกันบ้างไหม

คนที่มาต่อต้าน นายกทักษิณ
และ อ้างว่า นายก ทักษิณโกงชาติ แล้วข้ออ้างอีกสาพัด
รู้ข้อมูล สิ่งไม่ดีจากไหนกันหรอ
(ส่วนใหญ่ก็รู้เพราะ สนธิลิ้ม ออกมาพูดไม่ใช่หรอ) รวมผมด้วยนะ

ถ้าสนธิ ลิ้มรักชาติไทยจริง
การนำสิ่งไม่ดีของนายกทักษิณ ออกมาพูด มันคงเกิดนานแล้ว
เพราะสนธิลิ้มนะ เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุน ให้ท่านทักษิณ เป็นในนายก ฉะนั้น
จึงมีข้อมูล สิ่งไม่ดีของนายกทักษิณ เยอะแยะ
แต่ทำไมละ ถึงเพิ่งเอาออกมาพูด
หลังจาก ปล่อยให้นายกทักษิณ เป็นนายก มาได้ 2 สมัย

เหตุผลลึกๆๆไม่รู้ แต่พอจะสรุปได้ มี 2 เรื่องคือ

1 การทะเลาะกันเรื่องผลประโยชน์

2.มีคนสั่งให้สนธิลิ้มทำ (คือรับคำสั่งจากคนอื่นมา)

หลายคนในนี้ชอบอ้างว่า
ท่านทักษิณ ใช้ความรุนแรง ชอบอ้างว่า เผด็จการ
ซึ่งคนที่พูด ไม่เคยย้อนกลับไปดูอดีต เลยว่า
เมื่อพันธมิตร ออกมาประท้วง
ท่านทักษิณ ทำอย่างไร

ตอนพันธมิตร ออกมาประท้วง
ท่านทักษิณ มีอำนาจ และ ก็สามารถสั่งการอะไรก็ได้มากมาย
แถมตอนนั้น ก็มีทหารที่พร้อมรับคำสั่งท่าน นายก ทักษิณ ด้วยหลายคน
แต่ท่านกลับเลือกที่จะ ยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่

ถ้ามอง ก็มองได้ 2อย่าง

1.ยุบสภาแล้ว ตัวเองก็ยังมีอำนาจอยู่ในมือ สามารถ ทำอะไรได้อีกเยอะ

2.ยุบสภาเพื่อหนีปัญหาและหลีกเลี่ยงการ นองเลือด
เพราะรู้ดีว่า ถ้าเกิดการนองเลือด
จะทำให้เกิดอะไรในอนาคตกับตัวเองและครอบครัว
อีกอย่าง การเลือกตั้ง ก็เป็นสิ่งที่พิสูจ ตัวเองได้ด้วย


####ย้อนกลับมาดูนายก อภิสิต เมื่อเกิดการแตกแยก ภายในประเทศ
นายก อภิสิตเลือกอะไร ก็คงไม่ต้องพูดต่อละนะ ###
จะเห็นว่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
อีกคนเลือกยุบสภา เพื่อ หลีกเลี่ยงการนองเลือด

อีกคนเลือกที่ใช้อำนาจทำให้เกิดการนองเลือด ท่านคิดว่าอย่างไรละ
ส่วนตัวแล้ว มองว่า นายกอภิสิตไม่มีทางเลือกมากกว่า
เพราะ อะไร ......พูดไม่ได้ละ พูดได้แค่นี้ละ

หันกลับมาที่ หลังจาก นายก ทักษิณ ยุบสภา
โดยปกติ หลังการยุบสภา คนในประเทศ
และ พรรคการเมือง ต้องวิ่งวุ่นกับการ เข้าหาประชาชน
เพื่อ ทำให้พรรคตัวเองได้ ส.ส .มากพอจะเป็นรัฐบาล
แต่กลับมีบางพรรค แอบไปตกลงลับๆๆกับทหาร เพื่อยึดอำนาจ
ถามว่าทำแบบนี้ทำไม ก็มองได้ 2อย่าง

1.เลือกตั้งไปตัวเองก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล

2.มีคนสั่งให้ทำแบบนี้


อีกไม่กี่วันก็จะเลือกตั้งใหม่ละ ทหารยึดอำนาจทำไม

แถมคนที่ยึดอำนาจ กลับเป็นคน ที่ นายก ทักษิณ ไว้วางใจ อีกด้วย
แปลกใจกันไหม

สนธิ (บัง) โดยปกติ คนที่นับถือศาสนาอิสลาม
ส่วนใหญ่ จะได้เลื่อนยศ อย่างเดียว
แต่จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งสูงมากนัก เพราะ ติดที่ เรื่องงานต่างๆๆ
ที่เกี่ยวข้องกับศาสนา แล้วจะทำไม่ได้
คนที่เหมาะสม กว่า สนธิ(บัง)ผมว่ามีเยอะนะ ในเวลานั้น
แต่ นายก ทักษิณ เลือกคนนี้ เพราะอะไร ส่วนตัวมองได้ 2อย่าง

1.ไว้วางใจ
2.วางตัวไว้เพื่อแก้ปัญหาของภาคใต้


ทหารยึดอำนาจ โดยอ้างว่า
1.รัฐบาลนายกทักษิณ มีการโกงกินอย่างมากมาย
2.กลัวประชาชนจะตีกันทำให้เกิดการนองเลือดในประเทศ


ถามว่า ทำไม ทหารเพิ่งมายึดอำนาจท่านนายกทักษิณ ในเวลานั้น
ทหารเพิ่งรู้หรอว่า มีการโกงกินอย่างมากมาย
ทั้งที่ ท่านนายกทักษิณ บริหารประเทศ มากว่า 4-6ปี
หรือว่า รู้เพราะ พันธมิตร เอาสิ่งไม่ดีมาพูด ถึงได้รู้ว่า
ออมีการโกงกินอย่างนี้นี่เอง
เท่ากับว่าเป็นการประจานหน่วยงานทหารเลย ณ เวลานั้นเลยนะ ว่า
หน่วยข่าวกรองทหาร มีคุณภาพต่ำกว่า ข้อมูลสนธิลิ้มด้วยซ้ำไป

ข้ออ้างของทหารจึงไม่สมเหตุสมผล ณ เวลานั้นเลยด้วยทุกประการ


1.มีการโกงกินกันอย่างมากมาย
ถ้าพูดแบบนี้ มันควรปฎิวัติ ตั้งนานแล้วละ
ไม่มาปฎิวัติ หลัง สนธิลิ้ม นำข้อมูลสิ่งไม่ดี ของนายกทักษิณ ออกมาพูดหรอก
เพราะ หน่วยข่าวกรองทหาร นั้น
ผมว่า น่าจะมีข้อมูลล้ำหน้า สนธิลิ้ม อย่างมากนะ
ถ้าปฎิวัติหลัง สนธิลิ้มพูด
แล้วอ้างแบบนี้ เท่ากับเป็นการประจาน หน่วยข่าวกรองทหารนั่นเอง


2.ประชาจะตีกันจะทำให้เกิดการนองเลือด
ข้ออ้างนี้ก็ไม่สมเหตุสมผลอีกน่านละ
เพราะ อีกไม่กี่วัน จะมีการเลือกตั้งแล้ว
ประชาชนจะตีกันในช่วงเวลานั้นทำไม
เพราะทุกฝ่ายต้องไปรอลุ้นผลการเลือกตั้งก่อนว่าใครจะได้เป็นรัฐบาล

ถ้าอ้างข้อนี้ ทหารก็ควรไปยึดอำนาจหลังมีการเลือกตั้งซิ
เพราะอาจจะมีการไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งแล้วเกิดการนองเลือด

แต่นี่ยึดก่อนการเลือกตั้ง เพราะอะไร

เรื่องทั้งหมด นะ

มันมี ก่อนการยึดอำนาจ นายกทักษิณ เกิดอะไร บ้าง

หลังการยึดอำนาจนายก ทักษิณ เกิดอะไร บ้าง

ซึ่งคนทั่วไปจะมองแค่ หลังการยึดอำนาจ นายกทักษิณ แล้ว
เกิดอะไรบ้าง กันซะส่วนใหญ่
ซึ่งจริงๆๆ มีการเตรียมการไว้แบบนี้คือ
ให้พูดหลังการยึดอำนาจ ให้มากๆๆ
ผ่านสื่อ และ ปิดบัง เรื่องก่อนการยึดอำนาจเกิดอะไรไว้

พวกเสื้อแดง คุณคือ พวกที่ ดันไปรู้ข้อมูลก่อนการยึดอำนาจแล้วเอามาสรุป
และวิเคราะห์ซะนี่ มันเลยเกิดปัญหา กับ กลุ่มที่ต้องการปกปิด ว่า
ก่อนยึดอำนาจทักษิณ นะ มันมีขบวนการ
และ มีแรงมันดารใจ และ แรงยึดเหนี่ยวอะไรให้ทำแบบนั้น

พอเสื้อแดงไปเอามาวิเคราะห์ให้ฟัง เลยเกิดการแตกแยกดังที่เห็นนี่ละ


มันยาวมากละ ไว้พรุ่งนี้มาเขียนต่อ ตอนต่อไปละกัน
แล้วจะพูดเรื่องก่อนที่ทหารยึดอำนาจ เกิดอะไร
และจะพูดเรื่อง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับต่างประเทศ
แต่ขอโทษไว้ล่วงหน้าเลยว่า อาจพูดเท่าที่พูดนะ
เพราะผมก็กลัวนะ กระทู้อาจโดนแบน

หรืออาจมีบางอย่างถึงผม ซึ่งผมเคยเขียนเรื่องแบบนี้ที่นี่ละ
และมีคนเตือนผมให้ระวัง
เพราะคนที่อ่านในเวปนี้มีทั้ง พวกหาข่าว จากทุกฝ่ายมาอ่านด้วย



http://talk.mthai.com/topic/142441?p=2

ผลงาน 2 ปี รัฐบาล “มาร์ค” สอบตกยกคณะ

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

จากคุณ : เกาะคา


ผลงาน 2 ปี รัฐบาล “มาร์ค” สอบตกยกคณะ เก่งแต่ปาก ขาดภาวะผู้นำ

นับตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี
ดูเหมือนว่านายอภิสิทธิ์จะเก่งและถนัดอยู่เรื่องเดียว นั่นคือ
การสำแดงคำพูดสวยหรูบนโพเดียมตามเวทีสัมมนาต่างๆ
ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเพียงเรื่องเดียว
ที่นายอภิสิทธิ์ทำได้ดี เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม ได้รางวัลชนะเลิศอย่างแน่นอน
ถ้ามีการประกวดเดอะสตาร์ นักขายฝัน
นายอภิสิทธิ์คว้ารางวัลที่ 1 มาครอบครองอย่างแน่นอน


แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง
ที่นี่ประเทศไทย และนายอภิสิทธิ์คงลืมไปว่าตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี
ที่จะบริหารประเทศด้วยปากไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาคงเห็นกันแล้วว่า
นายอภิสิทธิ์ใช้วิธีการบริหารด้วยการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ใช้คำพูดอธิบายต่อสาธารณะเป็นเรื่องๆ ไป
และดูเหมือนว่าเขาจะติดกับตัวเอง ด้วยเชื่อมั่นเหลือเกินว่า
ตัวเองเป็นคนที่สามารถอธิบายต่อสังคมได้ทุกเรื่อง
เหมือนอย่างที่ “สนธิ ลิ้มทองกุล” เปรียบเปรยเอาไว้ว่า
นายอภิสิทธิ์เหมือนแมงมุมที่ชักใยไปทั่วห้อง
สุดท้ายแมงมุมก็ติดกับดักของตัวเอง
คือพูดอย่าง ทำอย่าง วันก่อนพูดอย่างเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
วันนี้ทำอีกอย่าง แล้วหาเหตุผลใหม่มาอธิบาย


เรื่องพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรรอบประสาทพระวิหาร ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ที่นายอภิสิทธิ์ในฐานะเป็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านและอภิสิทธิ์ในฐานะนายกรัฐมนตรี
พูดและทำต่างกัน

เรื่องแก้-ไม่แก้รัฐธรรมนูญก็เหมือนกัน

และที่สำคัญ เรื่องนโยบาย อภิมหาประชานิยม ที่นายอภิสิทธิ์กำลังเดินหน้าเต็มสูบอยู่
ในขณะนี้ก็ถูกวิพากษ์อย่างหนัก เนื่องเพราะแนวทางประชาวิวัฒน์ ก็ไม่มีอะไรแตกต่างไปจาก
การลด แลก แจก แถมหรือ “ประชานิยม” ของ “นช.ทักษิณ ชินวัตร”
เพียงแต่ดัดแปลงไม่ให้เหมือนทั้งหมด เช่น เปิดอบรมหมอหนี้
เพื่อมาช่วยชาวบ้านบริหารรายรับรายจ่ายไม่ให้ติดลบ แต่เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียด
ก็ไม่ใช่แก้เรื่องหนี้อย่างเดียว ยังมีเรื่องการให้ดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำ
การให้กู้เงินด่วนฉุกเฉินผ่านระบบ เอทีเอ็ม เป็นต้น
ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงนายอภิสิทธิ์ทำไป ก็เพื่อแย่งชิงมวลชนให้ได้มากที่สุดเท่านั้น

นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังพยายามซื้อใจมวลชนฝ่ายตรงข้าม
ด้วยการสั่งให้หน่วยงานรัฐเอาเงินไปประกันตัวคนเสื้อแดงที่อยู่ในคุก
ที่แกนนำของพวกเขาไม่เคยเหลียวแล โดยนายอภิสิทธิ์ทำราวกับว่าตัวเองไม่ใช่คู่ขัดแย้ง
แต่กลับทำตัวเป็นคนกลางของความขัดแย้งในสังคมไทย และเป็นผู้เข้า

มาแก้ไขปัญหา ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา
โดยอ้างเหตุผลง่ายๆ ว่าเพื่อความ “ปรองดอง” เป็นของขวัญปีใหม่
ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าการ “ฮั้วกับผู้ก่อการร้าย” จะทำให้เกิดความปรองดองขึ้นมาจริงๆ
มากน้อยแค่ไหน

และคงเป็นกรรมของคนไทยที่จะได้ “นายกฯ อภิสิทธิ์” เป็นของขวัญปีใหม่ ในปีหน้า
และไม่ว่าโพลจะออกมาอย่างไร นายอภิสิทธิ์ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความเป็นจริง
ที่ปรากฏสู่สายตาสาธารณชนได้

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000181177

เชียร์กันมา หนุนกันมาแท้ๆ ยังรับไม่ได้

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P10066650/P10066650.html

จวกรัฐเล่นสองหน้า ถอนประกัน หวังปิดปาก'จตุพร'

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



โฆษกพรรรคเพื่อไทยจวกรัฐเล่นละครสองหน้า ให้ประกันแกนนำเสื้อแดง
แต่จ่อถอนประกัน"จตุพร"แนะใจกว้าง เปิดให้มีการตรวจสอบ
อย่าใช้วิธีขอถอนประกันตัวเพื่อปิดปาก ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ...


เมื่อเวลา 10.20 น.วันที่ 26 ธ.ค.นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า
กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)จะยื่นขอถอนประกันตัว
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำ
แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)ในวันที่ 27 ธ.ค.
ขณะเดียวกันมีข่าวจากวอร์รูมพรรคประชาธิปัตย์ที่เห็นพ้องให้ถอนประกันตัวด้วยนั้น

โดยนายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า
การกระทำของ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ มีการเมืองเข้ามาแทรกแซง เนื่องจากเงื่อนไขที่ศาลจะถอนได้
ต้องมีพฤติการณ์จะหลบหนีหรือไปข่มขู่พยาน แต่การกระทำของนายจตุพร ไม่เข้าข่าย
เพราะเพียงแค่นำข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจากผลการสอบสวนดีเอสไอมาให้ประชาชนรับทราบ
และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแสดงความรับผิดชอบ ดังนั้นการกระทำของดีเอสไอ
น่าจะเป็นการหวังปิดปาก ไม่ให้นำข้อเท็จจริงการสังหารประชาชนออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชน
ซึ่งมันขัดแย้งกับแนวทางที่นายกรัฐมนตรี ที่ระบุไม่ขัดข้องที่จะให้ประกันตัวแกนนำ
เช่นเดียวกับข้อเสนอคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหา
ความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)ที่เห็นว่า
การให้ประกันตัวแกนนำ นปช.จะเป็นการสร้างความปรองดองในชาติ
เหมือนเป็นการเล่นละครตีสองหน้าหรือไม่ ทั้งนี้ถ้าหน่วยงานความมั่นคงมีความจริงใจว่า
ไม่ได้ทำความผิดเกี่ยวกับการฆ่าประชาชน ควรใจกว้างเปิดให้มีการตรวจสอบ
อย่าใช้วิธีขอถอนประกันตัวนายจตุพร เพื่อปิดปาก ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ



http://www.thairath.co.th/content/pol/137059

เขาทำให้เกลียด ขอเกลียดแล้วเกลียดเลย

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla



เขาทำให้เกลียดแล้ว..........อนิจจา
เสียงเพรียกกระซิบมา.........ร่ำไห้
โกรธเกลียดแต่ใดนา..........วานบอก
น้ำตาหลั่งรดไว้........กู่ก้องร้องตะโกน

ฤากรรมแอบซ่อนเร้น...........อำพราง
ความรักเลยจืดจาง............หมดสิ้น
เหมือนเดิมสิ้นหนทาง.........แน่วแน่
แม้นสั่งโต้พลิกลิ้น............ยากแท้คืนชะตา

รับกรรมที่ก่อไว้.............เถิดเอย
ความชั่วเก่าก่อนเคย.......มากล้น
หมดทางเลี่ยงหลบเลย......กรรมเก่า นั่นนา
คนเกลียดจึงท่วมท้น........คั่งแค้นเหลือคณา

๓ บลา / ๒๖ ธ.ค.๕๓

ไร้เกมต่อรอง! นพดลยัน พท.ยังแน่นแฟ้น

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



"นพดล"ยัน ส.ส.เพื่อไทย บินพบ"ทักษิณ"ไร้เกมต่อรอง เผยเป็นเพียงการไปอวยพรปีใหม่
และเยี่ยมเยียนตามปกติ ระบุ"ทักษิณ"-"มิ่งขวัญ"คุยกันเป็นปกติ ย้ำเพื่อไทยไม่มีความแตกแยกใดๆ.....

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
กรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย รวมตัวเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น เป็นเพียงการไปอวยพรปีใหม่
และเยี่ยมเยียนตามปกติ ซึ่งอาจจะมีการนำปัญหา หรือเรื่องราวภายในพรรคไปปรึกษาบ้าง
แต่ไม่ใช่การเดินทางไปต่อรอง หรือยื่นคำขาด เพื่อให้นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณส.ส.สัดส่วน เป็นผู้นำพรรค
หรือเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ก็คงจะให้คำแนะนำปรึกษา
แต่เรื่องการจัดการบริหารภายในเป็นเรื่องของพรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ตามนายนพดล ยืนยันว่า
พ.ต.ท.ทักษิณ กับนายมิ่งขวัญ คุยกันเป็นปกติ คุยกันได้ทุกเรื่องแบบเป็นกันเอง
ไม่มีปัญหาใดๆ ไม่มีการกล่าวร้ายกันเหมือนที่มีรายงานข่าว
มันอาจเป็นความพยายามที่จะเสี้ยมให้พรรคเพื่อไทยแตกแยก
แต่ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีความแตกแยกใดๆ ส่วนตัวคิดว่า
เรื่องแคนดิเดตนายกฯนั้น เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมพรรคเพื่อไทย
จะเปิดตัวออกมาแน่นอน อย่างไรก็ตามถือเป็นเรื่องน่ายินดี
ที่มีคนเสนอตัวขึ้นมา ถือเป็นความสวยงามตามระบอบพรรคการเมือง.


http://www.thairath.co.th/content/pol/137062

เปิดปม5ศพเสื้อแดง เหยื่อฆาตกรต่อเนื่อง19พ.ค.

ที่มา Thai E-News



ภาพงานฌาปณกิจศพของแดง คชสาร ที่เชียงใหม่วันนี้(ภาพชุดทั้งหมด ดูที่เวบไทยฟรีนิวส์)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 ธันวาคม 2553

การสังหารโหด'แดง คชสาร'ถือเป็นศพที่ 5 หลังสลายม็อบ 91 ศพ เมื่อ 19 พฤษภาคม และมีพิธีฌาปณกิจศพในวันนี้ ณ สุสาน วัดศรีบุญเรือง ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่


สุเทพ เทือกสุบรรณ และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาปฏิเสธความผิดชอบในการตายของแดง คชสาร และเสื้อแดงรายอื่นๆ ซึ่งก็อาจเป็นไปตามที่ทั้งสองปฏิเสธ แต่ฆาตกรต่อเนื่องรายอื่นยังคงเงียบงัน!..

ไปสัมผัสชะตาสยองของเหยื่อฆาตกรฆ่าต่อเนื่องหลังสังหารหมู่ 19 พฤษภาคมทั้ง 5 ราย และย้อนไปดูผลงานฆาตกรฆ่าต่อเนื่องตั้งแต่ยุค 6 ตุลาคม 2519

เหยื่อรายแรก อ้วน บัวใหญ่-ศักรินทร์ กองแก้ว

ปูมประวัติ-อ้วน บัวใหญ่ อายุ 24 ปี ชาวบัวใหญ่ นครราชสีมา คนสนิทส.ส.แรมโบ้อีสาน-นายสุพร อัตถาวงศ์ แกนนำนเสื้อแดง อบัวใหญ่ เคยนำกลุ่มคนเสื้อแดงโคราชไปชุมนุมปราศรัยโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ขณะไปเป็นประธานงานศพนายทหารคนสนิท ที่วัดสุทธจินดาวรวิหาร เขตเทศบาลนครนครราชสีมา

หลังสลายการชุมนุม 19พ.ค.เพียง 2 วันคือในวันที่ 21 พ.ค.ถูกกองทัพภาคที่ 2 เรียกเข้าไปรายงานตัวที่ กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพราะเป็นแกนนำเสื้อแดงโคราช

พฤติการณ์สังหารโหด-คืนวันที่ 9 มิ.ย.53 ขณะที่อ้วน โคราช ขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน โดยมีรุ่นน้องนั่งซ้อนท้ายมา มีรถกระบะสีดำขับเข้ามาตะโกนถามเส้นทาง อ้วน โคราช จึงวนรถกลับมาหาเพื่อบอกทาง คนร้ายที่นั่งคู่คนขับได้ชักปืน11มม.ออกมาจ่อยิงที่บริเวณศีรษะ และลำตัวหลายนัด จากนั้นคนร้ายได้อาศัยช่วงกลางคืนขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว อ้วน โคราช เสียชีวิตขณะนำตัวส่งโรงพยาบาล

เพื่อนร่วมงานนายศักรินทร์ให้ข้อมูลว่า ทราบว่ามีรถยนต์กระบะสีดำขับติดตามนายศักรินทร์มากว่า 3 วันแล้ว และได้เตือนให้นายศักรินทร์ได้ระวังตัว แต่นายศักดิ์นรินทร์ไม่เชื่อคำเตือน สุดท้ายก็มาถูกยิงดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งประเด็นการสอบสวนไว้ทั้งเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว, เรื่องชู้สาว และประเด็นทางการเมือง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ปฏิเสธว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องการสังหาร ขณะที่ฝ่ายทหารโยนขี้ว่าถูกเสื้อแดงด้วยกันฆ่าตัดตอน จนปานนี้ยังไม่มีความคืบหน้าของคดี
ในวันเดียวกันกับที่สังหารอ้วน บัวใหญ่ ที่เชียงรายมีการยิงสังหารนายอานนท์ พิมสาร คนสนิทของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตส.ส.เชียงรายที่จังหวัดเชียงราย โดนไหล่ขวา บาดเจ็บสาหัสแต่รอดตาย (ดูข่าว)

เหยื่อรายที่ 2 สวาท ดวงมณี

ปูมประวัติ-นายสวาท ดวงมณี อายุ 60 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษ เป็นการด์เสื้อแดงคนหนึ่ง ซึ่งหลังจากถูกสลายการชุมนุม ได้เดินทางหลบหนีมาเยี่ยมญาติที่เขาชะเมา จ.ระยอง แต่ถูกกลุ่มคนร้ายลงมือฆ่า แล้วนำศพมาทิ้งในพื้นที่ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี

พฤติการณ์สังหารโหด-หลังเหตุการณ์สังหารอ้วน บัวใหญ่ และลอบสังหารหัวคะแนนยงยุทธ ที่เชียงรายเพียงวันเดียว ตำรวจพบนายสวาทเป็นศพเมื่อ 10 มิถุนายน 53 คนร้ายฆ่าสังหารโดยใช้เชือกมัดมือไพล่หลัง และใช้ผ้าขาวม้าผูกคอจนเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีระบุว่า นายสวาทได้หลบหนีหลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบจลาจลในกรุงเทพฯ ไปหาญาติที่ระยอง แต่ถูกคนร้ายตามฆ่า เชื่อว่า ถูกฆ่ามาจากที่อื่น แล้วนำศพมาทิ้งเพื่ออำพรางคดี

เหยื่อรายที่ 3 น้ำหวาน-ธนพล แป้นศรี
ปูมประวัติ-น้ำหวาน อายุ 43 ปี เป็นการ์ดคนใกล้ชิดของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนสำคัญของนปช.แดงทั้งแผ่นดิน อยู่อารักขาณัฐวุฒิอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งนาทีสุดท้ายในการชุมนุมที่เวทีราชประสงค์ ที่ณัฐวุฒิประกาศยุติการชุมนุมเข้ามอบตัวกับตำรวจ น้ำหวานก็แยกยสยกลีบบ้าน

พฤติการณ์สังหารโหด-เมื่อเช้าวันที่ 26 มิ.ย.53 ขณะที่น้ำหวานขี่มอเตอร์ไซค์ บนถนนสายลำลูกกา-ธัญญบุรี บริเวณคลองเจ็ด จ.ปทุมธานี ถูกรถกระบะพุ่งชนกระดูกก้านคอหัก มีรอยช้ำที่ท้ายทอย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตามคนใกล้ชิดต่างเชื่อว่าไม่ได้เป็นอุบัติเหตุธรรมดา แต่เป็นฆาตกรรมอำพราง เนื่องจากน้ำหวาน เคยเปรยกับคนใกล้ชิดว่า ถูกติดตามและหมายเอาชีวิต

นางมาลัย เลิศสลุง อดีตภรรยาของน้ำหวานเล่าว่า หลังจากม็อบถูกสลาย น้ำหวานก็กลับมาที่บ้านพักย่านคลองเก้า อ.ลำลูก กา จ.ปทุมธานี โทรศัพท์พูดคุยกันตลอด ทราบว่าอยู่เป็นที่ไม่ได้ ต้องหลบหนีอย่างหัวซุกหัวซุน พร้อมทั้งยังบอกด้วยว่ากำลังถูกไล่ล่า ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ครั้งสุดท้ายที่โทรศัพท์คุยกัน ประมาณ 15 วัน ก่อนเสียชีวิต

ตำรวจเจ้าของคดีสรุปสำนวนว่าน้ำหวานขับมอเตอร์ไซค์แฉลบเสียชีวิตเอง ซึ่งใครก็ยากจะเชื่อว่าอดีตพ.อ.อ.สังกัดหน่วยคอมมานโดจะพบจุดจบในชีวิตแบบที่ตำรวจเป่าคดีง่ายๆแบบนี้


เหยื่อรายที่ 4 น้องเจมส์-กฤษฎา กล้าหาญ

ปูมประวัติ-นายกฤษฎา กล้าหาญ อายุ 21 ปี ชาวเชียงใหม่ เป็นการ์ดให้"ดีเจอ้อม" ดีเจชื่อดังของคลื่นรักเชียงใหม่ 51 คลื่น92.5 MHz ซึ่งมีบทบาทในการปลุกคนเชียงใหม่เรียกร้องประชาธิปไตย ช่วงชุมนุมใหญ่12มี.ค.-19พ.ค.53 ลงไปเป็นการ์ดให้ดีเจอ้อมที่กรุงเทพฯ หลังจบการชุมนุมดีเจอ้อมได้หลบภัยมืด ส่วนน้องเจมส์กลับเชียงใหม่ช่วยทางบ้านทำมาหากิน

พฤติการณ์สังหารโหด-เมื่อวันที่ 29 ส.ค.53 ขณะที่น้องเจมส์ขับรถมากับแฟนสาว น.ส.นงนุช คำป้อ หลังจากทั้งคู่เสร็จภารกิจขายของที่ถนนคนเดิน น้องเจมส์ซึ่งนั่งฝั่งซ้าย สังเกตเห็นรถเก๋งคันหนึ่งปิดไฟหน้าขับติดตามมาใกล้ ขณะที่มาถึงเขตติดต่อ อ.เมือง กับ อ.หางดง รถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับแซงด้านซ้ายขึ้นมา คนร้ายในรถใช้อาวุธปืนระดมยิงใส่รถจนถูก นายกฤษฎา จากนั้นได้พยายามขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว จึงนำเจมส์ไปส่งยังโรงพยาบาล และเสียชีวิตในวันที่ 1 ก.ย.53

พ.ต.ท.เอกรัฐ พัฒนสมบัติ สารวัตรเวร สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ ระบุคนร้ายใช้อาวุธสงครามปืนเอ็ม 16 แต่จนบัดนี้ครบ100 วันการเสียชีวิต คดียังไม่คืบหน้า
ชาวเชียงใหม่ และคนเสื้อแดงได้เข้าร่วมพิธีศพของน้องเจมส์ คนสามัญธรรมดามากกว่า 10,000 คน โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธานพิธีศพ ( อ่าน: ความตายที่หนักแน่นปานขุนเขา งานศพของไพร่ที่เชียงใหม่ แต่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน )

เหยื่อรายที่5-แดง คชสาร

ปูมประวัติ-แดง คชสาร หรือนายน้อย บรรจง (กลางภาพ) ดีเจวิทยุชุมชนคลื่นรักเชียงใหม่ 51 ซึ่งผู้ร่วมงานบอกว่าเขาเป็นคนสุภาพ ใจดี นิยมแนวทางสันติวิธี ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องยาเสพติด อาชีพหลักขับตุ๊กตุ๊กรับจ้าง มีเมียรับจ้างซักผ้า เป็นพ่อของลูกอายุ 9 ขวบ

หลังสลายการชุมนุม19พ.ค. ดีเจอ้อมที่เป็นแกนนำสำคัญของคคลื่นวิทยุรักเชียงใหม่ต้องหลบภัยมืดพร้อมกับผอ.เพชรวรรต มีผู้นำรุ่น2ขึ้นรับช่วงภารกิจ โดยมีแดง คชสาร เป็น 1 ในนั้น

พฤติการณ์สังหารโหด-เขาตกเป็นเหยื่อสังหารโหดรายที่ 5 หลังเสื้อแดงยุติการชุมนุม 19 พ.ค. การสังหาร"แดง คชสาร"ด้วยการยิงพรุนทั้งร่าง 18 รู และยัดยาบ้าใส่มือ7เม็ด


ก่อนการเสียชีวิต ได้มีชายฉกรรณจ์จำนวน 5 คนใช้รถกระบวีโก้สีดำเป็นยานพาหนะ(สีดำเหมือนกับกลุ่มฆาตกรฆ่าสังหารน้องเจมส์-นายกฤษณะ กล้าหาญ ก้อนหน้านี้)

แก๊งฆาตกรได้ติดตามสะกดรอยตาม แดง คชสาร ตลอดเวลา เป็นอาทิตย์ การสะกดรอยตามครั้งนี้ แดง คชสาร รู้ตัวว่า ถูกตาม ได้พูดให้เพื่อน และดีเจในคลื่น92.5 เชียงใหม่รับฟังว่า เขาถูกสะกดรอยตาม และถูกคุกคามอย่างหนัก จนไม่อาจพักหลับนอนที่หอพักได้ ถึงขนาดต้องไปขอนอนตามปั้มน้ำมันที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เผื่อว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขา จะได้มีคนเห็น แต่ก็ไม่รอดการติดตามของฆาตกร 5 คนนี้้ได้

สุเทพ เทือกสุบรรณ และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาปฏิเสธความผิดชอบในการตายของแดง คชสาร และเสื้อแดงรายอื่นๆ ซึ่งก็อาจเป็นไปตามที่ทั้งสองปฏิเสธ แต่ฆาตกรต่อเนื่องรายอื่นยังคงเงียบงัน

ทั้งนี้เคยเกิดเหตุสังหารในยุคความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมืองในยุคก่อนสังหารหมู่กรณี 6 ตุลาคม 2519 เหยื่อสังหารซึ่งเป็นที่จดจำเช่น ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน ผู้นำพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย,พ่อหลวงอินถา ศรีบุญเรือง ผู้นำสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย,แสง รุ่งนิรันดรกุล และนิสิต จิรโสภณ ผู้นำนักศึกษา เป็นอาทิ (ดูรายละเอียด:ความรุนแรงและการลอบสังหาร ก่อน 6 ต.ค. 2519)

ฆาตกรฆ่าตือเนื่องรายนี้ประสบความสำเร็จในการสังหารโหดผู้รักชาติรักประชาธิปไตยในยุค 6 ตุลาคม 2519 และกำลังก่อกรรมซ้ำซากในยุคนี้...ใครจะหยุดมัน!?

*******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:เหยื่อไล่ล่าศพที่5แดง คชสาร ปูดเป้าสังหารอีก5

"นพดล" อ้าง "ทักษิณ" ไร้อคติต่อ "มิ่งขวัญ" ปลื้มผลโพลพระปกเกล้ายกนายชนะ "มาร์ค"

ที่มา มติชน

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ถึงรายงานข่าวที่ระบุว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อขอความชัดเจนในการสนับสนุนนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ว่า กลุ่ม ส.ส.ที่จะเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณนั้นไม่ได้ต้องการเดินทางไปสร้างเงื่อนไขต่อรองเพื่อยื่นคำขาดว่าจะให้นายมิ่งขวัญเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนต่อไป แต่เดินทางไปเพื่อคารวะ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งถือเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพรักในช่วงเทศกาลปีใหม่ รวมไปถึงการให้คำปรึกษาหารือประเด็นภายในพรรครวมไปถึงการต่อสู้ทางการเมือง

"ยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีอคติใดๆ กับนายมิ่งขวัญ แต่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะเป็นนายมิ่งขวัญหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่มีคนที่มีความรู้ความสามารถมากจึงยังไม่ตกผลึกทางความคิด และไม่อยากให้ประเด็นนี้ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายตรงข้ามที่จะโจมตีว่าพรรคเพื่อไทยมีความระหองระแหงกัน" นายนพดลกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทัศนคติของ พ.ต.ท.ทักษิณ ต่อนายมิ่งขวัญเป็นอย่างไร นายนพดลกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้รังเกียจอะไรนายมิ่งขวัญเลยและที่ผ่านมามีการคุยกันทุกเรื่อง


นายนพดลยังกล่าวถึงผลโพลของสถาบันพระปกเกล้าที่ระบุว่าคะแนนความนิยมของรัฐบาลชุดปัจจุบันไม่สามารถสู้กับความนิยมของ พ.ต.ท.ทักษิณได้ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณรู้สึกยินดีที่สถาบันพระปกเกล้าทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีอะไรฝากไปยังรัฐบาลชุดนี้แต่มีความห่วงใยในเรื่องของบ้านเมืองซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือกระบวนการปรองดอง และการขจัดสองมาตรฐาน รวมถึงไม่อยากให้รัฐบาลประมาทในปัญหาเศรษฐกิจเพราะเชื่อว่าปี 2554 เศรษฐกิจจะแย่ลง

'พระพยอม'เตือนสติ ปรองดอง'ต่างสี'!

ที่มา บางกอกทูเดย์

'พระพยอม'เตือนสติ  ปรองดอง'ต่างสี'!

'คนไทยในแผ่นดินล้วนสีเดียวกัน'
ไม่น่าเชื่อว่าส่งท้ายปีเก่า 2553 จะมีการสร้างภาพ เรียกเรทติ้งทางการเมืองกันอย่างหนักหน่วงขนาดนี้

วิเคราะห์กันตามหลักจิตวิทยาแล้ว เชื่อว่าในปีหน้าจะเป็นปีโหดมหาหิน เพราะความจริงต่างๆจะเริ่มโผล่มากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ระยะเวลาที่เหลืออยู่จะลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ แต่การช่วงชิงการแข่งขันกลับใกล้เข้ามาทุกขณะ

มองแล้วรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องไม่ยอมพ่ายแพ้

ฉะนั้นจะต้องทำอย่างไรก็ได้ แต่ต้องให้สามารถเป็นรัฐบาลต่อไปให้ได้ ไม่ว่าจะต้องเอาเล่ห์หรือได้ด้วยกล หรือแม้แต่จะต้องใช้มนตร์ใช้คาถา ใช้กองทัพ ใช้ทุกรูปแบบ

ปัญหาคือแม้ว่าจะมีตั๋วพิเศษ มีอำนาจหนุนหลัง แต่ในแง่มุมของประชาชนแล้ว ณ วินาทีนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังเหนื่อยสาหัส

ก็คิดดูในขณะที่ผลโพลออกมาว่า ข่าวที่ประชาชนสนใจติดตามมากที่สุดในปี 2553 พบว่า อันดับแรกหรือร้อยละ 54.6 คือ ข่าวการเมือง สะท้อนชัดเจนว่า ประชาชนจับตาดูเกมการทำลายล้างทางการเมืองในครั้งนี้อย่างเต็มที่

ซ้ำยังระบุว่า ข่าวที่ทำให้ประชาชนทุกข์ใจมากที่สุดแห่งปี 2553 พบว่า อันดับแรกหรือร้อยละ 40.1 คือ ข่าวความแตกแยกของคนในชาติ การจลาจล เผาบ้านเผาเมือง

บอกได้เลยว่าปัญหาการเมือง ปัญหาการแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมืองที่ผ่านมาในรอบปีนี้ เป็นสิ่งที่ประชาชนจับตามองเขม็ง

แต่แทนที่บุคคลอันดับ 1 ที่น่าชื่นชมมากที่สุดแห่งปี 2553 อันดับแรกจะเป็นนักการเมือง กลับพบว่า ร้อยละ 69.2 ระบุ พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา เป็นบุคคลน่าชื่นชมมากที่สุดแห่งปี 2553 ในฐานะข้าราชการวีรบุรุษผู้เสียสละชีวิตเพื่อแผ่นดินไทย

การยกย่องชื่นชมผู้จากไปเช่นนี้ สะท้อนได้ดีถึงความเบื่อหน่ายคนเป็นที่ยังอยู่ ก็ไม่รู้ว่ารัฐบาล และโดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ กับคนใกล้ชิดที่เกี่ยวข้องกับโผโยกย้ายตำรวจ จนทำให้พล.ต.อ.สมเพียร ต้องเสียชีวิตในที่สุด ทั้งๆที่อุตส่าห์ขึ้นมาร้องขอชีวิตถึงทำเนียบนั้น

คนกลุ่มที่เกี่ยวข้องเรื่อของ พล.ต.อ.สมเพียร จะรู้สึกอย่างไรบ้าง???

หรือยังคงเหมือนเดิมที่ทำมา คือพยายามให้เรื่องนี้กลายเป็นเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง ที่จางหายไปจากความทรงจำของประชาชน

ดังนั้นจึงไม่แปลกเลย ที่ร้อยละ 61.8 ระบุว่า “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” เป็นบุคคลที่น่าชื่นชมมากที่สุดแห่งปี 2553 ด้านพิธีกรเล่าข่าว

และร้อยละ 57.3 ระบุให้ น้องหยิน “สริตา ผ่องศรี” เป็นบุคคลที่น่าชื่นชมมากที่สุดแห่งปี 2553 ด้านนักกีฬาไทย กวางโจวเกมส์

เอียนการเมืองกันเต็มๆว่างั้นเถอะ

ผลพวงของการแบ่งแยกแตกต่างทางความคิด แต่ดันมีกลุ่มขั้ววอำนาจที่เข้ามาใช้การทำลายล้าง ได้ทำให้ความรู้สึกในสังคม และสายตาของสังคมที่สะท้อนออกมา ชัดเจนว่าวิตกกังวลเรื่องการเมืองเป็นอย่างมาก

ว่านี่คือต้นตอของความแตกแยก??

ถึงได้บอกว่า ปี 2554 ที่จะมาถึง หากยังไม่สามารถสร้างความปรองดองที่แท้จริงได้ รัฐบาลนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายลำบาก

ดังนั้น การที่พระราชธรรมนิเทศ หรือ”พระพยอม กัลยาโณ” เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว แถลงทรรศนะระบุ “คนไทยในแผ่นดินล้วนสีเดียวกัน” ออกมาเตือนตรงๆ โดยย้ำว่าไม่มีทางอื่นอีกแล้วนอกจากปรองดอง จึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายสมควรจะต้องฟัง เก็บไปคิด แล้วลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง

พระพยอม ได้เตือนให้ยึดหลักธรรมะ เริ่มต้นด้วยการรู้จัก 1.ใคร่ครวญ คือหัดฟังหูไว้หู อย่าเชื่อหรือไม่เชื่ออะไรโดยไม่คิดใคร่ครวญ

2.ยินดี เห็นคนอื่นได้ดีให้มีมุทิตาตอบ
3.สามัคคี แม้คิดคนละอย่าง แตกต่างกันได้ แต่ไม่แตกแยก
และ 4.ขับไล่ความริษยาด้วยเมตตาธรรม

พระพยอม กล่าวว่า มีผู้กล่าวว่าว่าจุดแข็งของคนไทยคือรู้เร็ว ทำอะไรเร็ว แต่จุดอ่อนคือขาดการใคร่ครวญ ขาดวิจารณญาณ ขาดโยนิโสมนสิการ เพราะฉะนั้นถึงเวลาที่จะมาใคร่ครวญกันว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้บ้านเมืองกลับมาสงบ

“ต้องรู้จักฟังหูไว้หู อย่าเชื่อ หรือไม่เชื่ออะไรโดยไม่ได้คิดใคร่ครวญทบทวน ใครที่เคยชอบสีไหน ไม่ชอบสีไหน แม้แต่วันนี้ใครจะเกลียดอาตมา หรือไม่เกลียดอย่างไร คงถึงเวลาใคร่ครวญเรื่องเหล่านี้

แม้จะเป็นฝ่ายตรงข้าม ถ้าเขาทำอะไรดี เราไม่พลอยยินดี ก็จะมีแต่อิจฉาริษยา ที่เขาเรียกว่า”ตาร้อน”เห็นเขาได้ดีแล้วทนไม่ได้ แต่ถ้าเราคิดว่าใครได้ดีและยินดีกับเขา จะเหยียบความริษยาด้วยใจที่เป็น”มุทิตา” จะปิดความริษยาได้ด้วยความยินดี”

พระพยอม ระบุด้วยว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะหยุดความแตกแยกมาสร้างความสามัคคี เพราะความสามัคคีทำให้หนักเป็นเบา ยากกลายเป็นง่าย ช้ากลายเป็นเร็ว ภัยมากกลายเป็นภัยน้อย

ถ้ามัวแต่แตกแยกกันอยู่จะหาใครช่วยเรา น้ำท่วมที่ผ่านมาเขาบอกว่าละลายสีได้เยอะเลย ก็เพราะความสามัคคี เห็นใครลำบากทุกข์ยากก็รีบช่วยโดยไม่ต้องเกี่ยงว่าสีอะไร

“อย่าลืมนะว่า “ขยะหัวใจ” ที่ร้ายกาจที่สุดก็คือความอาฆาต พยาบาท ฉะนั้นจึงมีคำกล่าวว่า คิดอาฆาตพยาบาทจะบรรลัย แต่ถ้าคิดให้อภัยใจจะเยือกเย็น เพราะฉะนั้นถ้าอยู่อย่างเยือกเย็น ก็ต้องฝึกฝืน ฝึกฝน ชอบให้อภัยกัน” พระพยอม ให้สติอย่างนี้

หลังการแสดงทรรศนะ พระพยอมได้นำหลักธรรมะปรองดอง “ต่างสีเดียวกัน” ซึ่งจัดทำเป็นหนังสือชุดพิเศษ มี 4 เล่ม พิมพ์สี่สี ขนาดเล็กกะทัดรัด แจกจ่ายให้กับผู้มาร่วมฟัง

พร้อมกันนี้ยังได้ฝากไปมอบให้นายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รวมถึงผู้นำพรรคต่างๆ และแกนนำสารพัดสีด้วย

โดยระบุว่า หวังให้เป็นแนวทางนไปสร้างความปรองดองที่แท้จริงให้เกิดขึ้นเป็นผลสำเร็จเป็นของขวัญวันปีใหม่ให้กับคนไทยทั้งแผ่นดิน

ก็คงต้องรอดูผลว่า ต่างสีเดียวกันจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ การไล่ล่าที่น่าสะพรึงกลัวจะยอมหยุดหรือไม่ กรณีของ “แดง คชสาร”จะเป็นกรณีสุดท้ายหรือเปล่า???

ถ้าขนาดพระมาโปรด มาขอบิณฑบาตรกันตรงๆอย่างนี้แล้ว

หากยังไม่เกิดการปรองดองที่แท้จริง รับรองได้ว่าปี 2554 ไม่ใช่ปีกระต่ายทองคำแน่!!!

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 27/12/53

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla



เพราะสันดาน ปากว่า ตาขยิบ
จึงเร่งรีบ ผ่องถ่าย ขยายผล
ใช้มารยา ฉกฉวย ด้วยเล่ห์กล
เพื่อพวกตน จึงปรนเปรอ บำเรอกัน....

ความมั่นคง มั่งคั่ง ยังแอบแฝง
ไล่ปราบแดง เข่นฆ่า ให้อาสัญ
เบี้ยเลี้ยงอัด จัดให้ ไม่เว้นวัน
กินปากมัน มูมมาม หยามประชา....

อนุมาน ว่าตน เป็นคนรัฐ
ตระบัดสัตย์ เฉไฉ แบบไร้ค่า
สวมเครื่องแบบ สามานย์ แห่งมารยา
เลวชั่วช้า จัญไร ใจอัปรีย์....

ประชาชน ยากแค้น แสนสาหัส
ยังโกงกิน สารพัด อย่างบัดสี
ไอ้เบื้องหน้า เบื้องหลัง นังกาลี
มันนั่นแหละ ตัวดี ที่สั่งมา....

คงไม่เหลือ สิ่งใด ให้ลูกหลาน
ด้วยสันดาน ร้อยเล่ห์ เสน่หา
เอาคำหวาน หลอกลวง ปวงประชา
แล้วตีหน้า ว่าตน พวกคนดี....


blablabla32@hotmail.co.th
http://www.facebook.com/profile.php?id=100001177832717
วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2553