WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, December 30, 2010

จักรวรรดิโรมันกับจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

ที่มา มติชน



โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

ขณะที่ผู้เขียนกำลังบรรยายเรื่องกฎหมายโรมันให้กับนิสิตที่กำลังเรียนวิชารัฐศาสตร์เบื้องต้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่นั้น ได้มีนิสิตผู้หนึ่งยกมือถามแบบทะลุกลางปล้องขึ้นมาว่า

"อาจารย์ จักรวรรดิโรมันกับจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์เป็นจักรวรรดิเดียวกันหรือเปล่าครับ?"

เจอคำถามแบบนี้เข้า ผู้เขียนจึงเกิดอาการกระอักกระอ่วนคือ ลังเลใจว่าจะตอบหรือไม่ตอบดี เนื่องจากมันเป็นคนละเรื่องเดียวกัน จึงตัดบทไปว่า

"คนละจักรวรรดิ คนละเวลา แต่ถ้าจะว่าไปหากนับจักรวรรดิโรมันตะวันออกด้วยก็อาจจะว่าเป็นจักรวรรดิร่วมสมัยกันได้แต่คนละแห่ง เรื่องนี้ยาวมากเอาไว้มาคุยกันนอกเวลาดีกว่า ใครอยากรู้ไปต่อกันที่ห้องทำงานของผมเย็นนี้ก็แล้วกัน ตอนนี้พูดเรื่องกฎหมายโรมันต่อดีกว่า !"

เย็นนั้นจึงมีนิสิต 3 คนตามมาเอาคำตอบ เลยต้องชี้แจงจนเป็นที่พอใจกันด้วยการพูดคุยกันร่วม 2 ชั่วโมง ต้องงัดแผนที่ประวัติศาสตร์มาดูกันด้วยยกใหญ่ เสร็จแล้วผู้เขียนเห็นว่าน่าสนใจดี จึงขออนุญาตเอามาแชร์กับท่านผู้อ่านที่เคารพ คงไม่ว่ากันนะครับ

เรื่องนี้เริ่มต้นที่ราชอาณาจักรเล็กๆ ชื่อโรมันที่ตั้งอยู่บริเวณกรุงโรม ประเทศอิตาลีปัจจุบันที่เป็นราชอาณาจักร (Kingdom) ก็เพราะมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของประเทศ ตามตำนานอ้างว่าราชอาณาจักรตั้งขึ้นเมื่อ 210 ปีก่อนพุทธศักราช ราชอาณาจักรโรมันมีอายุประมาณ 244 ปี จึงได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นสาธารณรัฐ (republic) เมื่อ พ.ศ.34 (ช่วงของการเป็นสาธารณรัฐนี่เองที่พวกนักประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์เอาสร้างเรื่องให้ดูหรูว่าเป็นระบอบประชาธิปไตยอุดมคติสวยงาม แต่ความจริงก็คือ ระบบอภิชนาธิปไตยนั่นเอง)

ใน พ.ศ.517 สาธารณรัฐโรมันก็เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นจักรวรรดิ (Empire) จึงต้องมีจักรพรรดิเป็นผู้เผด็จการถาวรแบบสมบูรณาญาสิทธิราช (ควรดูหนังสือ "กาลานุกรม" ของพระพรหมคุณากรณ์ (ป.อ. ปยุตโต) ประกอบด้วย)

จักรวรรดิโรมันขยายอำนาจครอบครองยุโรปส่วนใหญ่และทวีปแอฟริกาตอนเหนือกับเอเชียตะวันออกกลาง แบบว่าทะเลเมดิเตอเรเนียนคือ ทะเลของโรมันโดยแท้ รวมพื้นที่ในความครอบครองของจักรวรรดิโรมันมีประมาณ 5,900,000 ตารางกิโลเมตร (ขนาดประมาณเท่ากับเนื้อที่ของสหรัฐอเมริกาปัจจุบัน) อิทธิพลวัฒนธรรมของจักรวรรดิโรมันส่งผลต่อการพัฒนาด้านกฎหมายการปกครอง ศาสนา (คริสต์) สถาปัตยกรรมและปรัชญาของโลกมาจนถึงทุกวันนี้

เมื่อ พ.ศ.873 จักรวรรดิโรมันได้ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่กรุงคอนแสตนติโนเปิ้ล (ปัจจุบันนี้คือ กรุงอีสตันบูล ของตุรกี) ซึ่งต่อมาจึงได้มีการแบ่งจักรวรรดิโรมันออกเป็น 2 จักรวรรดิคือ จักรวรรดิโรมันตะวันตกมีเมืองหลวงคือ กรุงโรม กับ จักรวรรดิโรมันตะวันออกมีเมืองหลวงคือ กรุงคอนแสตนติโนเปิ้ล

จักรวรรดิโรมันตะวันตกล่มสลายลงเมื่อ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ.1019 (ตอนนั้นยังไม่ได้ตั้งประเทศไทยที่กรุงสุโขทัยเลยนะครับ) ส่วนจักรวรรดิโรมันตะวันออกยังคงยืนยงอยู่ได้อีกร่วมพันปีจนถึง พ.ศ.1996 (สมัยพระบรมไตรโลกนาถ แห่งกรุงศรีอยุธยา) จึงเสียให้แก่ตุรกีไป

ครับ ! ในช่วงประมาณหนึ่งพันปีที่จักรวรรดิโรมันตะวันตกล่มสลายไปแล้วแต่ยังคงมีจักรวรรดิโรมันตะวันออกอยู่นั้น ในบริเวณที่เป็นยุโรปตะวันตกตอนกลางนั้น พวกเยอรมันที่ทำลายจักรวรรดิโรมันตะวันตกนั่นแหละได้ร่วมมือกับพระสันตะปาปาแห่งศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกตั้งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา

ยุโรปตะวันตกช่วงนั้นคือ ช่วงยุคมืดหรือยุคกลาง (Medieval period)

เมื่อตั้งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาแล้ว พวกเยอรมัน (ที่พวกโรมันแท้ๆ เรียกว่า "บาเบเรี่ยน" เนื่องจากไว้ผมและหนวดเครายาวรุงรังไม่ตัดผมโกนหนวดให้เรียบร้อยเหมือนพวกโรมัน) ก็เลยไปตั้งแง่กับจักรวรรดิโรมันตะวันออก เนื่องจากพวกนี้ไม่ยอมรับนับถือสันตะปาปาที่กรุงโรมว่าเป็นประมุขของศาสนาคริสต์ว่าเป็นพวกกรีกไม่ใช่โรมัน (พวกเยอรมันก็ไม่ใช่โรมันเหมือนกัน) เลยเรียกจักรวรรดิโรมันตะวันออกว่า ไบแซนไตน์ (Byzantine) ไปเสียเลย

จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ถูกยกเลิกโดยจักรพรรดินโปเลียนแห่งฝรั่งเศส เมื่อ พ.ศ.2349 (หลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองไป 39 ปี คือปลายสมัย ร.1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์)

ครับ ! เรียนประวัติศาสตร์ต้องใจเย็นๆ แต่จะเลี่ยงไม่เรียนประวัติศาสตร์ไม่ได้หรอก เพราะว่าหากไม่รู้ประวัติศาสตร์แล้วไปเรียนวิชาอะไรก็ได้แค่ก็สุกๆ ดิบๆ เอาดีไม่ได้หรอก

ยิ่งถ้าไปเรียนไปรู้ประวัติศาสตร์กำมะลอผิดๆ มั่วๆ แบบ "เขาเล่าว่า" เข้าไปด้วยยิ่งเสียผู้เสียคนไปใหญ่เลยนะครับ

"ชัยสิทธิ์"ลั่นปีหน้าพร้อมเล่นการเมือง จัดทีมมันสมองช่วย ชี้ใส่ร้าย"แม้ว"ไม่จงรักภักดีไม่แฟร์

ที่มา มติชน

ที่บ้านพักรังสิตคลองสี่ จ.ปทุมธานี พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ญาติผู้พี่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเปิดบ้านพักให้คณะนายทหาร พ่อค้า นักธุรกิจเข้าร่วมอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2554 ว่าปีหน้ามีความพร้อมที่จะลงเล่นการเมืองในระดับหนึ่ง แต่ไม่ถึงกับร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เตรียมตัวเตรียมใจว่าหากเล่นการเมืองจะเจออะไรบ้าง ซึ่งตนค่อนข้างพร้อม ที่ผ่านมาทหารเล่นการเมืองแล้วมักไม่ประสบความสำเร็จ เพราะทหารจะซื่อเกินไป แต่หากตนจะเล่นการเมืองต้องมีทีมงานให้คำปรึกษา เพราะต้องสู้ทุกรูปแบบ ต้องมีมันสมองเป็นที่ปรึกษาในการทำงาน


เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ พ.ต.ท.ทักษิณถูกกล่าวหาว่าล้มล้างสถาบัน พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า อันนี้น่ากลัวมาก เพราะการเมืองไม่ควรไปแตะต้องสถาบันแม้แต่นิดเดียว จะไปแอบอ้างก็ไม่ถูกต้อง เพราะสถาบันเป็นสิ่งสูงสุดที่เราเคารพ

"เป็นสมัยก่อนถ้าทำอย่างนี้เรียกว่า บังอาจ พวกนี้ถ้าไม่สำนึกสักวันกรรมจะตามสนอง ขอร้อง เราต้องเทิดทูนและไม่แตะต้องสถาบัน ไม่ต้องเอาท่านลงมายุ่งเด็ดขาด การที่ พ.ต.ท.ทักษิณถูกกล่าวหาไม่แฟร์สำหรับท่าน ผมเคยไปเยี่ยมเขาที่ดูไบ เขายังติดพระบรมฉายาลักษณ์พระองค์ท่านเมื่อสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณไปเข้าเฝ้าฯไว้ในห้องรับแขก ดังนั้น เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่จงรักภักดี ขอร้องว่าถ้าสู้ไม่ได้ อย่าใช้วิชามารอย่างนี้ ไม่เข้าท่า ควรสู้กันทางประชาธิปไตย ต้องรอดูการต่อสู้แนวทางประชาธิปไตยโดยสันติ ขอให้สำนึกบ้าง บ้านเมืองจะได้ไปรอด ตราบใดยังใช้วิชามาร ไม่คิดว่าบ้านเมืองจะไปได้"พล.อ.ชัยสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่า มองบทบาทกองทัพที่ผ่านมาอย่างไร พล.อ.ชัยสิทธิ์กล่าวว่า น่าเห็นใจทุกฝ่ายเพราะสถานการณ์บังคับทุกอย่าง แต่บางเรื่องน่าจะยุติได้ เพราะหน้าที่ทหารไม่ได้มีหน้าที่รับใช้การเมือง เนื่องจากเวลาที่นักการเมืองออกจากตำแหน่งไป กองทัพต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น

วรเจตน์ ภาคีรัตน์ และกลุ่มนิติราษฎร์ : บุคคลผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี 2553 สาขา "วิชาการ"

ที่มา มติชน



นักวิชาการที่มีความคงเส้นคงวาทางวิชาการในบ้านเรามีน้อยคนนัก นักวิชาการหลายคนเมื่อเข้าไปรับใช้การเมือง สุ่มเสียงก็เปลี่ยนไป


ยิ่งหลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ยิ่งหานักวิชาการกล้าตั้งคำถามต่อเรื่องหลักการและอุดมการณ์ประชาธิปไตย ...นับคนได้


ในรอบปี 2553 ท่ามกลางความเงียบงันทางวิชาการ เมื่อนักวิชาการถูกรัฐบาล "เทพประทาน" แต่งตั้งเข้าไปนั่งเป็นคณะกรรมการชุดต่างๆ มากมาย ขณะที่อีกหลายคนเตรียมลงชิงเก้าอี้วุฒิสมาชิกแบบแต่งตั้งชุดใหม่


แต่ในปลายปีเดียวกัน นักวิชาการกลุ่มเล็กๆ ที่ประกอบอาชีพสอนวิชากฎหมาย ได้รวมตัวกันขึ้นในนามของกลุ่ม "นิติราษฎร์" นิติศาสตร์เพื่อราษฎร

7 เซียนซามูไรของกลุ่ม "นิติราษฎร์" ประกอบด้วย วรเจตน์ ภาคีรัตน์, ปิยบุตร แสงกนกกุล, ธีระ สุธีวรางกูร, สาวตรี สุขศรี, จันทจิรา เอี่ยมมยุรา, ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล และประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช เช่นกันกับที่ทั้งหมดคือผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ www.enlightened-jurists.com


แถลงการณ์ของนิติราษฎร์ ฉบับที่ 1 ระบุว่า 19 กันยายน 2549 รัฐประหารโดยกลุ่มบุคคลที่ใช้ชื่อว่า "คณะกรรมการปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" รัฐประหารอัปยศกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมตัวกันของกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆ ที่ประกอบอาชีพสอนวิชากฎหมาย ในสถานการณ์ที่คนจำนวนมากยินดีกับรัฐประหาร บ้างก็ว่าไม่เห็นด้วยแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เราจึงตัดสินใจออกแถลงการณ์ประณามรัฐประหาร


"ภายหลังรัฐประหารสำเร็จ ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่กฎหมายถูกนำไปใช้อย่างบิดเบี้ยว ทั้งการตราตัวบทกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับนิติรัฐ-ประชาธิปไตย ทั้งการใช้และการตีความกฎหมายขององค์กรผู้มีอำนาจไปในทิศทางที่ไม่สนับสนุนนิติรัฐ-ประชาธิปไตย และก่อให้เกิดความไม่ยุติธรรม ซึ่งเราได้แสดงความเห็นผ่านแถลงการณ์สาธารณะวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์เหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ"


"โลกปัจจุบัน ′กฎหมาย′ เป็นแก่นกลางของสังคม เป็นทั้งที่มาอันชอบธรรมของการใช้อำนาจ และเป็นทั้งข้อจำกัดมิให้ใช้อำนาจไปตามอำเภอใจ อย่างไรก็ตาม ′กฎหมาย′ เพียงอย่างเดียวย่อมไม่อาจสถาปนานิติรัฐ-ประชาธิปไตยให้สมบูรณ์ได้ เพราะ ′กฎหมาย′ อาจถูกผู้ปฏิบัติการทางกฎหมายซึ่งมีอุดมการณ์แบบเก่า นำไปเล่นแร่แปรธาตุเพื่อรับใช้อุดมการณ์ของตน ดังนั้น นอกจาก ′กฎหมาย′ แล้ว เราจำเป็นต้องสร้างอุดมการณ์ทางกฎหมาย-การเมืองที่สอดคล้องกับนิติรัฐ-ประชาธิปไตย เพื่อแทนที่อุดมการณ์แบบเก่าและปลูกฝังให้เป็นอุดมการณ์ใหม่ของสังคม"


ตลอดปี 2553 ดร.วรเจตน์ และพวก ไม่เพียงประณามผลต่อเนื่องจากการรัฐประหาร แต่ยังได้วิจารณ์รัฐธรรมนูญปี 2550 ตลอดจนคำวินิจฉัยของศาลในหลายคดี ไม่ว่าจะเป็น คำพิพากษาศาลฎีกาคดียึดทรัพย์อดีตนายกฯทักษิณ คำพิพากษาของศาลปกครองในคดีมาบตาพุด และคดียกเลิกประมูล 3 G รวมถึงล่าสุด บทวิเคราะห์ศาลรัฐธรรมนูญ กรณียกคำร้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์


ไม่นับรวม การวิพากษ์วิจารณ์การปิดกั้นสื่อออนไลน์ผ่านพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ของ อาจารย์ สาวตรี สุขศรี ที่เปิดเผยว่า ในปี 2553 มีจำนวนสื่อออนไลน์ที่ถูกระงับการเผยแพร่โดยมีคำสั่งศาลทั้งสิ้น 74,686 ยูอาร์แอล แต่องค์กรสื่อกลับนิ่งดูดาย !!!


ความกล้าหาญทางวิชาการ ของคนกลุ่มเล็กๆ ในนาม "นิติราษฎร์" จึงถือเป็นการจุดประกายทางปัญญาครั้งสำคัญที่คู่ควรแก่การเคารพเป็นอย่างยิ่ง !!!


(คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "วรเจตน์ ภาคีรัตน์" และเพื่อนนักวิชาการกลุ่ม "นิติราษฎร์" ได้ที่นี่)

"ธิดา" ปรับการต่อสู้ เตรียมจัดเลือกตั้งหากรรมการ นปช. ระดับภูมิภาค ไม่ยึดติดบุคคล เน้นที่อุดมการณ์

ที่มา มติชน

นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธาน นปช. แถลงที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ถึงยุทธศาสตร์การดำเนินงานของคนเสื้อแดงปี 2554 จำนวน 5 ข้อ 1.กลุ่ม นปช.ยืนยันชุมนุมเคลื่อนไหวทุกวันที่ 10 และ 19 ของแต่ละเดือน โดยวันที่ 9 มกราคม 2554 นี้ เวลา 15.00 น. จะชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา 17.00 น. จะเคลื่อนไปยังสี่แยกราชประสงค์ เวลา 19.00 น. จุดเทียนสดุดีวีรชนเสื้อแดงที่เสียชีวิต และเวลา 20.00 น. จะแยกย้ายกลับบ้าน คาดว่าจะมีผู้มาร่วมเคลื่อนไหวไม่ต่ำกว่า 60,000 คน

นางธิดากล่าวว่า 2.เดือนมกราคมจะปรับโครงสร้าง นปช.ทั่วประเทศ จะมีการเลือกตั้งหากรรมการ นปช. ตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด จะแล้วเสร็จในเดือนมกราคม ส่วนระดับภูมิภาคจะเริ่มเลือกตั้งเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้หวังว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้จะทำให้ นปช.ไม่ยึดกับตัวบุคคล แต่จะทำให้ยึดติดกับอุดมการณ์ เพราะเมื่อแกนนำถูกจับก็สามารถนำคนอื่นมาทำหน้าที่ต่อ

"3.ในปี 2554 กลุ่ม นปช.จะรณรงค์ให้ปล่อยตัวแกนนำเสื้อแดงและผู้ถูกจับคุมขังโดยมิชอบให้ได้ประกันตัวมาต่อสู้คดี ช่วยเยียวยาผู้ถูกกระทำและครอบครัว เรียกร้องความยุติธรรม การใช้กฎหมายในมาตรฐานเดียวกัน และยกระดับการต่อสู้ของประชาชนให้สูงขึ้นด้วยความรู้

4.ช่วงวันที่ 4 มกราคม 2554 เวลา 11.00 น. ที่สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย นปช.จะขอยื่นประกันตัวและจะแถลงข่าวการประกันตัวคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังทั่วประเทศ 5.ขณะนี้ให้ทีมนักกฎหมาย นปช. ตีความคำสั่งศาล ที่ห้ามเกี่ยวข้องกับการชุมนุม หรือทำกิจกรรมใด ที่มีผู้ร่วมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป เพื่อจะให้นายจตุพรช่วยกลุ่ม ส.ส.พรรคเพื่อไทยหาเสียงการเลือกตั้งปีหน้า

"เรายังถูกไล่ล่า ถูกคุมขังโดยมิชอบ เราจำเป็นต้องเยียวยา จำเป็นต้องต่อสู้คดี และทวงถามความยุติธรรม นี่คือความจำเป็นเราต้องปรับโครงสร้างใหม่หมด" นางธิดากล่าว

ฉายารัฐบาล

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน

มันฯ มือเสือ




โดนใจอีกเหมือนกันกับฉายารัฐบาลที่สื่อมวลชนสายทำเนียบรัฐบาลประชุมและมีมติตั้งให้

'รัฐบาลรอดฉุกเฉิน'

โดยมีคำอธิบายประกอบว่าเป็นเพราะตลอดปี 2553 รัฐบาลต้องเผชิญกับวิกฤตหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ วิกฤตการเมือง

สังคมขัดแย้งแตกแยกรุนแรง ยังไม่รวมวิกฤต สังคมอื่นๆ จนทุกฝ่ายมองว่ารัฐบาลไม่น่าจะบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้

แต่สุดท้ายรัฐบาลก็ผ่านมาได้ รวมทั้งรอดจากคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ถึงแม้สังคมจะมีข้อกังขาก็ตาม

ก่อนหน้านี้เคยมีฉายาโดนใจมาแล้ว

ตอนสมาคมรัฐศาสตร์ ร่วมกับนิสิตรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตั้งฉายาทางการเมืองรัฐบาลว่า

'เส้นใหญ่ผัดซีอิ๊ว'

โดยเฉพาะมุขเปรียบเทียบนายกฯอภิสิทธิ์ เป็นก๋วยเตี๋ยว'เส้นใหญ่' กองทัพเป็น 'ผักคะน้า' เพราะสีเขียว ส่วน'ไข่ไก่' คือกลุ่มพันธมิตรฯ เนื่องจากมีสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์

ส่วน'ซีอิ๊ว'หมายถึงทุจริตคอร์รัปชั่น

ไม่ว่าจะสีขาว เขียว หรือเหลือง พอใส่ซีอิ๊วเข้าไปก็จะเปรอะเปื้อนสีดำทั้งหมด

เป็นปีแรกที่สมาคมรัฐศาสตร์ ม.เกษตรฯ จัดให้มีกิจกรรมการตั้งฉายาสถาบันทางการเมืองไทย

ตั้งได้เจ็บๆ คันๆ แบบนี้ ปีหน้าคอการเมืองหลายคนคงสนใจคอยติดตามรอฟังจากทางสมาคมฯ อีกอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม จะฉายารอดฉุกเฉิน หรือผัดซีอิ๊ว ถ้าให้คะแนนความชอบก็คงใกล้เคียงสูสีกัน

เพราะทั้ง 2 ฉายาต่างสะท้อนถึงบุคลิกลักษณะของรัฐบาลชุดนี้ได้อย่างชัดเจน

สำหรับฉายาตัวนายกรัฐมนตรีนั้น ทางสมาคมรัฐศาสตร์ ม.เกษตรฯ ไม่ได้ตั้ง เพราะนายกฯ ไม่ใช่สถาบันทางการเมือง

แต่สำหรับสื่อทำเนียบฯ ปีนี้จัดให้ตามธรรมเนียม

'ซีมาร์คโลชั่น'

ล้อมาจากซีม่าโลชั่น ซึ่งมีสรรพคุณทาแก้คัน ในขณะที่ปัญหาหลายๆ ด้านของประเทศขณะนี้ เหมือนคนป่วยหนัก

ถ้าจะรักษาให้หายขาดก็จำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะกันเลยทีเดียว

ไม่รู้ว่าในช่วงเวลาที่เหลืออีกไม่กี่เดือนก่อนยุบสภา

'หมอแก้คัน'จะยกระดับตัวเองขึ้นเป็น'หมอผ่าตัด'ได้หรือไม่

ถ้าไม่ได้ก็ต้องขอยืมฉายารัฐบาลที่โฆษกพรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ตั้งให้ว่า 'รัฐบาลขนมจีน'

ขนมจีนเฉยๆ เพราะมีแต่เส้น ไม่มีน้ำยา

เป็นอีกฉายาที่โดนเต็มๆ

ภาพกลุ่มเฟรซบุ๊ค จุดเทียนเรียกร้องความยุติธรรม เหยื่อ "แพรวา เทพหัสดิน ณ อยุธยา"

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

เขียนโดย Go6
















http://www.go6tv.com/2010/12/blog-post_111.html

สวัสดีปีกระต่ายน้อยน่ารัก

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla



แสงแดดส่อง ต้องกาย จนคลายหนาว
คนเสื้อแดง ยังสกาว พราวสดใส
ส่งรอยยิ้ม สื่อสาร สราญใจ
รับปีใหม่ กระต่ายน้อย ร้อยเรื่องดี....

ส่งคำรัก สลักวลี รับปีสวย
ให้ร่ำรวย รื่นเริง เถลิงศรี
ให้แคล้วคลาด สดใส ในฤดี
เงินทองมี ศรีสง่า ถ้วนหน้ากัน....

คนที่โสด ให้มีคู่ อยู่เคียงข้าง
ส่องนำทาง ชีวิต ตามจิตฝัน
คนเคยรัก ให้รักเพิ่ม เติมผูกพัน
คนเกลียดกัน ให้คืนรัก สลักใจ....

หากเดินทาง ใกล้ไกล ปลอดภัยด้วย
บุญหนุนช่วย นำทาง กระจ่างใส
แม้นเหน็ดเหนื่อย จงหายพลัน ในทันใด
สวัสดี มีชัย ปีใหม่เทอญ....


จากใจ ๓ บลา / ๓๐ ธ.ค.๕๓

แถลงการณ์ นศ. มธ. ย้ำจับตา "ตำรวจและสื่อฯ ต้องเป็นกลาง" และต้องลากคอคนผิดมาลงโทษ

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

เขียนโดย Go6





http://www.go6tv.com/2010/12/blog-post_30.html

คนดีของใคร?

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

เภรี กุลาธรรม




นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ทำงานถวายหัวให้รัฐบาล เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ

ได้หัวใจ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ อย่างยวดยิ่ง

สมเป็นข้าราชการที่ดี มีความกล้าหาญ ในสายตาพรรคประชาธิปัตย์

อย่างนี้เก้าอี้อธิบดีกรมสอบ สวนคดีพิเศษ ก็ไม่หลุดกระเด็นเป็นแน่แท้

ดีไม่ดีอาจเลื่อนชั้นไปถึงปลัดกระทรวง

ยิ่งกรณีตามไล่บี้จับผิดลิดรอนสิทธิเสรีภาพนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.

หลังจากสภาปิดสมัยประชุม
นายธาริตยื่นคำร้องไปที่อัยการ เพื่อถอนประกันนาย จตุพรมาแล้วสองครั้ง

เมื่ออัยการเห็นว่าไม่มีเหตุอันควรที่จะต้องยื่นต่อศาล

นายธาริตก็ยื่นเองและศาลก็มีคำสั่งยกคำร้อง

แต่หลังจากนายจตุพรออกมาแถลงสำนวนคดีฆ่า 6 ศพในวัดปทุมวนาราม
โดยยืนยันว่าเป็นสำนวนจริง

พร้อมท้านายธาริตเอาชีวิตมาเป็นเดิมพัน

นายธาริตก็ยื่นต่อศาลขอให้ถอนประกันนายจตุพรอีกเป็นครั้งที่ 2

ครั้งนี้ ศาลก็ยกคำร้องเช่นเดียวกัน

แต่ก็มีเงื่อนไขที่จะทำให้นายจตุพรต้องระวังปากระมัดคำ

ความจริง การปฏิบัติหน้าที่ของนายธาริต ถือว่าเข้มแข็ง เอาการเอางาน
สมเป็นข้าราชการที่ดี

แต่กลายเป็นว่าสุดโต่งเลือกที่เดินหน้าอีกเรื่อง

ขณะเดียวกัน ก็หยุดนิ่ง เพิกเฉยไม่ทำความจริงให้ปรากฏในหลายเรื่อง

โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับการตายของประชาชน

ในเหตุการณ์สลายม็อบเดือนเม.ย.-พ.ค.2553

อีก 80 กว่าศพ นายธาริตไม่เคยแถลงความคืบหน้าว่าไปถึงไหน มีใครเกี่ยวข้องบ้าง

รวมถึงการตายของ "เสธ. แดง"พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล อดีตผู้ทรงคุณวุฒิ กองทัพบก

ดีเอสไอในยุคนายธาริตยังไม่มีคำตอบต่อสาธารณะ

ผิดกับการรุกเร้า เร่งรัดดำเนินการกับนายจตุพรลิบลับ

การไล่ล่า ดำเนินคดีกับฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์

อาจทำให้นายธาริตมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่

แต่เป็นข้าราชการที่ดีในสายตานักการเมือง.. เท่านั้น

'เทือก' รับถูกบี้หนัก สั่งทำคดีตรงไปตรงมา ไม่เว้น 'นามสกุลดัง'

ที่มา ไทยรัฐ



ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นมาหลายวันแล้ว
แต่ทำไมไม่เห็นผู้ปกครองออกมาแสดงอาการหรือแสดงความรับผิดชอบอะไรเลย
นายสุเทพ กล่าวว่า ตนคงตอบแทนไม่ได้
แต่คนที่เป็นพ่อ เป็นแม่ เมื่อลูกมีปัญหาก็คงมีความทุกข์เหมือนกัน เขาก็คงเดือดร้อนเหมือนกัน
เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำเหมือนเกรงกลัวอะไร
เพราะไม่เห็นมีการดำเนินการอะไรเลย
นายสุเทพ กล่าวว่า เอาเป็นว่าตนจะสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงความก้าวหน้าของคดีนี้
เพราะตนเองคงลงไปลึกมากกว่านี้ไม่ได้

เมื่อถามว่าขณะนี้มีข่าวว่าตัวผู้ต้องหาไม่อยู่ในประเทศไทยแล้ว มีการหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว
ได้รับรายงานที่พอจะยืนยันได้หรือไม่ว่ายังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่
รองนายกฯ กล่าวว่า ตนจะสั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตอนนี้เลยว่า ให้เตรียมตัวมาแถลงความคืบหน้าของคดีนี้
เมื่อถามว่าตามกฎหมายแล้วลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ หากทำผิดพ่อแม่ต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่
นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่แน่ใจ แต่ในกฎหมายจราจรไม่มี
เมื่อแย้งว่ากรณีของเด็กแว้นแก๊งมอเตอร์ไซด์ซิ่ง ทำผิดพ่อแม่ยังต้องรับผิดชอบเลย
นายสุเทพ กล่าวว่า เอาไว้รอถามตำรวจดีกว่า ตนตอบไปเดี๋ยวจะตกม้าเสียก่อน
เพราะตอบในสิ่งที่ไม่รู้.