WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, January 4, 2011

มาร์คเพลินเที่ยวน้ำตกล่องแก่งปีใหม่ ไขสือ'ยังไม่ได้รับรายงาน'พนิชโผล่คลิปตัวการสั่งล้ำแดนกัมพูชา

ที่มา Thai E-News





ลอยแพ-คลิปวิดิโอนายพนิช วิกฤตเศรษฐ์ พูดว่าข้ามแดนกัมพูชามาแล้ว และนายกฯรู้คนเดียว แต่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทำไขสืออ้างตามสูตร"ยังไม่ได้รับรายงาน" แถมช่วงหยุดยาวปีใหม่ไปเที่ยวน้ำตกกับล่องแก่งเพลินชมวิวธรรมชาติ (ภาพล่าง)พาแม่ยายนางประภาพิมพ์ ศกุลตาภัย ช็อปปิ้งที่ตลาดริมเมย แม่สอดสบายใจ ลอยแพลูกน้องและ7คนไทยนอนคุกเขมร (ชมคลิปมาร์คไปเที่ยวตาก)



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
4 มกราคม 2554

คลิปวิดิโอนายพนิช วิกฤตเศรษฐ์ ส.ส.ประชาธิปัตย์ โทรศัพท์ประสานงานไปยังทีมงานให้โทรศัพท์ถึง"สมเกียรติ"เลขานุการนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยพูดโทรศัพท์ว่า"เราข้ามมาอยู่ในเขตกัมพูชาแล้ว แต่อย่าให้ใครรู้นะ เพราะมีนายกฯรู้อยู่คนเดียว" ได้กลายเป็นหลักฐานสำคัญให้เขากับกลุ่มพันธมิตร 7 รายติดคุกเขมรมา 5 วันแล้วช่วงหยุดยาวปีใหม่

ทั้งนี้ในคลิปวิดิโอดังกล่าวนายพนิชได้พูดคุยกับคนที่ร่วมคณะมาว่าให้บอกคนในคณะของนายพนิชชื่อ "คิว"ให้รอ อย่าเพิ่งเข้ามา เผื่อมีอะไรจะได้ประสานได้ จากนั้นราวนาทีที่ 1.13 ในคลิปนี้นายพนิช โทรศัพท์คุยกับคนปลายสายที่ชื่อ "คิว" ให้รายงานเลขานุการนายกรัฐมนตรีชื่อ"สมเกียรติ"ว่า ขณะนี้ได้ข้ามเข้าเขตพื้นที่ประเทศกัมพูชาแล้ว

"โทรไปบอกสมเกียรติเลขาฯท่านนายกหน่อยนะ เพราะเดี๋ยวเราจะคุยกับนายกฯ เอง แต่ไม่เป็นไร บอกสมเกียรติหน่อยว่า เราข้ามมาที่เขตกัมพูชาแล้ว เดี๋ยวถ้าเกิดมีอะไร จะได้ประสานเข้าไปหน่อย บอกเขาหน่อย เพราะว่าเราเข้ามาเขตพื้นที่กัมพูชาแล้ว แต่อย่าให้ใครรู้นะ เพราะมีนายกฯ รู้อยู่คนเดียว" นายพนิชกล่าวในคลิปวีดีโอ


กัมพูชาได้นำคลิปวิดิโอดังกล่าวออกมาเผยแพร่ หลังจากกลุ่มพันธมิตรอ้างว่ากัมพูชาจับนายพนิชและคนไทย7คนในเขตแดนไทย และต่อมาโฆษกพรรคประชาธิปัตย์อ้างว่า ทั้งหมดพลัดหลงเข้าไป แต่จากคลิปวิดิโอดังกล่าวอาจสะท้อนว่านายอภิสิทธิ์รับรู้กับการข้ามเข้าไปยังเขตแดนกัมพูชา

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า คลิปวีดีโอนี้ ทำให้การช่วยเหลือยากลำบาก หากคลิประบุเช่นนั้นเท่ากับว่าผิดเพราะล้ำดินแดนกัมพูชา และต้องรอกระบวนการยุติธรรมตัดสิน แต่ก็จะขอใช้ความสัมพันธ์ที่ดีของ 2 ประเทศไปเจรจา

เวบไซต์ASTVผู้จัดการ กระบอกเสียงของพันธมิตรอ้างการให้สัมภาษณ์ของนายปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ โฆษกพันธมิตร กล่าวยืนยันว่า มีการประสานงานจาก นายพนิช ที่อ้างอิงคำสั่งของ นายอภิสิทธิ์ ขอให้พันธมิตรฯ ร่วมลงพื้นที่พิสูจน์อธิปไตยบริเวณปราสาทพระวิหาร โดยได้ติดต่อมายัง นายเทพมนตรี ลิมปพยอม เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา แต่ทางพันธมิตรฯ เกรงว่า จะไม่ปลอดภัยจึงปฏิเสธไป ภายหลัง นายพนิช ได้ประสานงานไปยัง นายวีระ สมความคิด แกนนำเครือข่ายกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ หลังมีปัญหาข้อร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ จ.สระแก้ว ว่า ไม่สามารถที่จะเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิได้ ทำให้มีการลงพื้นที่ใน จ.สระแก้ว จนถูกทางกัมพูชาควบคุมตัว

หากการกล่าวอ้างของปานเทพเป็นความจริง จะเป็นการลบล้างความเชื่อที่ว่าวีระ สมความคิดเคลื่อนไหวบุ่มบ่ามพานายพนิชโดนจับ แต่กลับเป็นอีกเรื่องไปคือนายอภิสิทธิ์รู้เห็นในการส่งนายพนิชไป และนายวีระกับพรรครวม 7 คนบุกรุกเข้าไปในเขตแดนกัมพูชา เลยถูกกัมพูชาจับ

ก่อนหน้านี้เดลินิวส์รายงานข่าวว่า นายอภิสิทธิ์ยอมรับว่า นายพนิช ได้รับมอบหมายจากเขาให้ไปประสานงานกับกลุ่มคนที่มีความคิดในเรื่องเขตแดนไทย-กัมพูชา และได้แจ้งให้เขาทราบก่อนที่จะเดินทางลงไปดูพื้นที่ชายแดน เพราะมีประชาชนร้อนเรียนแต่ไม่ทราบเส้นทาง จนกระทั่งมาปรากฏเป็นข่าว

กลุ่มพันธมิตรที่กำลังวิจารณ์รัฐบาลอภิสิทธิ์ในเวลานี้ ในทางลึกๆก็มีความขัดแย้งกับนายวีระ สมความคิดอีกด้วย โดยมีปัญหากันเรื่องเงินบริจาค จนสนธิ ลิ้มฯได้อัปเปหินายวีระพ้นนจากการทำรายการASTV ดังนั้นที่โฆษกพันธมิตรออกมากล่าวจึงเท่ากับตัดหางปล่อยวัดนายวีระ และโยนให้เป็นเรื่องความผิดพลาดของนายอภิสิทธิ์เองจนถูกกัมพูชาจับ

นายอภิสิทธิ์ใช้เวลาช่วงหยุดยาวปีใหม่ นับแต่วันที่นายพนิชกับพวกถูกจับไปพักผ่อนที่น้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก และชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติในอ.อุ้มผาง และล่องแม่น้ำชมความงดงามในฤดูหนาว ท่ามกลางการอารักขาเข้มงวด และใช้รถกันกระสุนอย่างดี


ชะตากรรม-ภาพบน นายพนิช วิกฤตเศรษฐ เมื่อครั้งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศต้อนรับนางฮิลลารี่ คลินตันที่มาเยือนไทย เขามีบทบาทสำคัญในการไล่ล่าตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในต่างประเทศแต่ล้มเหลว ส่วนภาพล่างเป็นภาพกราฟฟิกที่คนในเฟซบุ๊คทำขึ้นว่า นายพนิชอาจต้องใส่ชุดนักโทษกัมพูชาแบบนี้ในเวลานี้ และเสียดสีว่านายอภิสิทธิ์ไม่สนใจชะตากรรมลูกพรรคที่ต้องติดคุกเพราะไปทำงานคำสั่งของตัวเอง ขณะที่ตัวเองตัดช่องน้อยแต่พอตัวไปเพลิดเพลินเที่ยวน้ำตกชมวิวได้แบบใจจืดใจดำ ลอยแพลูกน้อง


มาร์คเพลินเที่ยวน้ำตกทีลอซู-ล่องแก่งชมวิว

โททัศน์TNN รายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ใช้เวลาพักผ่อนที่จังหวัดตากในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2553 จนถึงวันที่ 3 มกราคม 2554 ล่าสุดไปลงเรือยางล่องแก่งลำน้ำแม่กลอง เที่ยวชมธรรมชาติที่อำเภออุ้มผาง และไปเที่ยวชมน้ำตกทีลอซู จากนั้นได้มีโอกาสไปพบปะกับประชาชนชาวอำเภออุ้มผางโดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ชาวไทยพื้นที่ราบ และชาวไทยพื้นที่สูง ต่างออกมาต้อนรับ และมอบของที่ระลึก โดยบรรยากาศการพบปะประชาชนที่อำเภออุ้มผางเป็นไปอย่างเรียบง่าย และเป็นกันเอง

รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังล่องแก่งลำน้ำแม่กลอง และชมธรรมชาติที่สวยงามและน้ำตกทีลอซู ที่ อ.อุ้มผาง จ.ตาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางจาก อ.อุ้มผาง เมื่อกลับถึงอำเภอแม่สอด ก็รีบเดินทางไปกลับกรุงเทพฯในวันนี้ทันที

คนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีแจ้งว่า เมื่อถึงกรุงเทพมหานครแล้ว นายอภิสิทธิ์ จะดำเนินการแก้ปัญหาคนไทยที่ถูกทางการกัมพูชาจับไป และเตรียมพบกับผู้นำรัฐบาลกัมพูชา เพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทย - กัมพูชา

มาร์คไขสือยังไม่ได้รับรายงาน รอสรุปข้อเท็จจริง

เวบไซต์ASTVผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า เมื่อ 3 ม.ค. นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงเย็นที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีจะรอผลการสรุปข้อเท็จจริงและแนวทางการช่วยเหลือ 7 คนไทย ที่ถูกกัมพูชาควบคุมตัวไป เนื่องจากล้ำแดน จากกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อนำเข้าหารือในที่ประชุม ครม.ในวันที่4ม.ค. เพื่อเตรียมช่วยเหลือคนไทย หลังจากที่ทางศาลกัมพูชาได้เปิดทำการเป็นวันแรก หลังจากผ่านพ้นช่วงเทศกาลวันหยุดปีใหม่

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง จะเดินทางไปพบสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในเร็ววันนี้หรือไม่ ยังไม่มีการหารือกันถึงประเด็นนั้น

กษิตกลับบ้านมือเปล่าจำนนหลักฐานคลิป รับทำได้แค่วอนเห็นใจ

ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า "กษิต" กลับบ้านมือเปล่า หลัง "ฮอร์ นัมฮง" เปิดวีดิโอคลิปหลักฐานเด็ด ยืนยันชัดเจน 7 คนไทยรุกล้ำดินแดนเขมรบุกเข้าไปลึกกว่า 1 กม. เผย 7 คนไทยยอมรับสารภาพผิดแล้ว เตรียมนำตัวขึ้นศาลตัดสิน ชี้ทำ ได้เพียงวิงวอนขอความเห็นใจจากฝ่ายกัมพูชา เร่งให้เรื่องยุติโดยเร็ว หวังไม่เป็นน้ำผึ้งหยดเดียวทำความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศสั่นคลอน ขณะที่ "เพื่อไทย" จี้นายกฯออกมารับผิดชอบอย่ามัวแต่ หนีปัญหาไปเที่ยวพักผ่อนวันหยุดกับครอบครัว แนวร่วมพธม.ป่วนเผาโลงศพประท้วง "ฮุน เซน-มาร์ค" หน้าสถานทูตกัมพูชา

กรณี นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ นายวีระ สมความคิด พร้อมแนวร่วมพันธมิตรฯ รวม 7 คน บุกเข้าไปในเขตแดนกัมพูชา ชายแดนบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว แล้วถูกทหารเขมรจับกุมตัวส่งศาลกรุงพนมเปญ ถูกตั้งข้อหาลักลอบข้ามพรมแดนและเข้าพื้นที่เขตทหารโดยมีเจตนาร้าย ก่อนถูกส่งไปขังไว้ที่เรือนจำเปรย์ ซาร์ นอกกรุงพนมเปญ เพื่อรอศาลพิพากษานั้น

"กษิต" ยอมรับกลับบ้านมือเปล่า

ความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือ 7 คนไทย เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงการเดินทางไปกรุงพนมเปญเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเจรจาช่วยเหลือคนไทย 7 คนที่ถูกทหารกัมพูชาจับกุมตัวว่า ไปดำเนินการ 2 เรื่อง คือ ประชุมหารือกับนายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศของกัมพูชา และความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา โดยนายฮอร์ นัมฮง อธิบายความเป็นมาและแสดงวีดิโอคลิปเกี่ยวกับ 7 คนไทย จากนั้นได้เข้าเยี่ยมคนไทยทั้ง 7 คนที่ถูกคุมขังในเรือนจำ ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ได้ประสานจัดทนายชาวกัมพูชา 2 คน และล่าม โดยให้ทั้งหมดพบกับทนายและล่ามแล้ว นอกจากนี้ได้ให้ความช่วยเหลือเรื่องเสื้อผ้า จัดอาหาร 3 มื้อให้ทุกวัน และโทรศัพท์ให้ได้พูดคุยกับครอบครัวแล้ว พร้อมกับอธิบายให้ทั้ง 7 คนรับทราบผลการพบปะหารือระหว่างตนและนายฮอร์ นัมฮง ตลอดจนข้อกล่าวหาว่าเข้าประเทศผิดกฎหมาย

ยันผิดจริงเขมรมีวีดิโอคลิปมัดแน่น

นายกษิตกล่าวว่า ส่วนประเด็นการรุกล้ำเข้าไปในเขตของกัมพูชาหรือไม่นั้น มีข้อมูลยืนยันระหว่างฝ่ายไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะพิกัดของทั้ง 7 คน ฝ่ายไทยทราบข้อมูลจากความมั่นคง ที่มีเจ้าหน้าที่กรมสนธิสัญญาและกรมแผนที่ทหารเข้าไปสำรวจใกล้กับจุดเกิดเหตุ พบว่ามีการรุกล้ำเข้าเขตกัมพูชาประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ โดยรุกล้ำเข้าไปในหมู่บ้าน ส่วนวีดิโอคลิปก็มีภาพการเคลื่อนไหวและสถานที่พบกับทหารของเขา เมื่อถามว่าคนไทยทั้ง 7 คนยอมรับหรือไม่ว่ารุกล้ำเข้าเขตกัมพูชา นายกษิตตอบว่า ยอมรับแล้ว ได้นำแผนที่แสดงพิกัด พร้อมนำภาพวีดิโอคลิปมาให้ดูด้วย

อ้างทำได้แค่วิงวอนขอความเห็นใจ

เมื่อถามถึงขบวนการและขั้นตอนในการเข้าสู่ขบวนการพิจารณาของศาลกัมพูชา นายกษิตกล่าวว่า ฝ่ายไทยต้องเคารพกระบวนการและขั้นตอนของศาลกัมพูชา และต้องขอร้องให้ฝ่ายกัมพูชาเร่งรีบและมีข้อยุติโดยเร็ว จากนี้ต่อไปเป็นเรื่องการชี้แจงในศาล ทั้ง 7 คนไม่มีเจตนาร้าย ไม่ใช่อาชญากร ไม่ติดอาวุธ การเข้าเมืองผิดกฎหมายไม่ได้ร้ายแรงอะไร เมื่อถามอีกว่า ในช่วงวันหยุดขึ้นปีใหม่ศาลไม่เปิดทำการใช่หรือไม่ นาย กษิตกล่าวว่า กัมพูชารับทราบดีถึงความห่วงใยของฝ่ายไทย คงต้องวิงวอนขอความเห็นใจ กระทรวงการต่างประเทศ จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด ยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้น จะไม่กลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ทั้งสองประเทศไม่ควรจะเอามาเป็นเรื่องคาใจ เพราะที่ผ่านมาความสัมพันธ์ ระหว่างกันดีขึ้นเรื่อยๆ สำหรับความคืบหน้าทั้งหมดตนได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีทราบ
ทุกระยะแล้ว

พท.จี้นายกฯลุยเองอย่าหนีปัญหามัวแต่ไปเที่ยวปีใหม่

ด้าน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บอกว่าจะปล่อยให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการเจรจา ส่วนตัวเองขอไปพักผ่อนปีใหม่กับครอบครัวที่ จ.ตาก และจะกลับมาวันที่ 4 ม.ค.นั้น ตนมองว่าคนเป็นนายกฯต้องมีวุฒิภาวะความเป็นผู้นำ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ เป็น ส.ส.ประชาธิปัตย์ และยังมีคนไทยอีก 6 คน กำลังเดือดร้อน นายอภิสิทธิ์ควรจะต้องไปเจรจากับกัมพูชาเอง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เพราะทราบกันดีว่านายกษิตเคยมีปัญหากับกัมพูชา ไปเจรจาคงจะสำเร็จยาก การกระทำของนายอภิสิทธิ์เหมือนกำลังลอยแพ 7 คนไทย เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ภาวะวิกฤติอย่างนี้ไม่ว่านายกฯประเทศไหนก็ต้องรีบเข้ามาจัดการด้วยตัวเอง เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงการขาดความรับผิดชอบ บกพร่องต่อหน้าที่ผู้นำประเทศ ขอเรียกร้องให้นายกฯเข้ามาดำเนินการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เพราะจะมีโอกาสสำเร็จมากกว่า

Monday, January 3, 2011

เดินตามดาว ทำนายตลอดปี 2554

ที่มา มติชน



หมอทรัพย์ สวนพลู

ราศีเมษ หรือ 13 เม.ย. ถึง 14 พ.ค.

ปีใหม่นี้ตั้งแต่เริ่มต้นเลย ท่านก็มีปัญหาที่ต้องแก้เป็นอันมาก แต่แก้ได้ทุกข้อโดยตลอดปลอดโปร่ง เรื่องที่เป็นเหตุให้ท่านเสียเวลา เสียสตางค์และบั่นทอนกำลังกายกำลังใจอันแข็งแกร่งของท่าน ได้แก่การไม่รักษาพลานามัยให้สมบูรณ์เท่าที่ควร ท่านจะรับอาหารตามใจไม่ยับยั้ง โดยเฉพาะพวกอาหารวิเศษจากภัตตาคารที่มีชื่อเสียงต่างๆ จะรับสารปรุงรสแต่งรสอาหาร สารกันบูด และสีย้อมผ้าที่ช่วยให้จานโปรดของท่านน่าพิศมัยยิ่งขึ้น ท่านที่ชอบแข่งเรือจะพบว่าฝีพายของท่านมีแต่พวกเหยียบเรือสองแคม หรือเลี้ยงนกมีหูหนูมีปีกไว้โดยนึกว่าไม่เป็นอะไร



ราศีพฤษภ หรือ 15 พ.ค. ถึง 14 มิ.ย.

ท่านผ่านปีที่แล้ว 2553 มาอย่างเก่งกล้าสามารถ ยอมรับสถานภาพของชีวิตโดยสงบและสง่างาม อดทนเรื่องที่ใครๆ ก็จะทนได้ยากแต่ท่านทนได้ ถ้าท่านนึกถึงเหตุการณ์เก่าๆ ที่ผ่านมาแล้ว จะเห็นว่า เรื่องร้ายที่มาถึงท่านเมื่อผ่านไปแล้วจะให้ผลดีเกินความคาดหมายทั้งแก่ตัวท่านเองและศัตรู ไม่ควรโกรธและอาฆาตพยาบาทคนที่ทำให้ท่านเดือดร้อน เพราะพวกนี้นำลาภมาให้เสมอ ขอให้เชื่อเถิดว่า ธรรมดาคนเราเกิดมาย่อมมีเคราะห์กรรมด้วยกันทั้งสิ้น แม้เราไม่ไปหาเคราะห์ เคราะห์ก็มาหาเรา ซึ่งเป็นเรื่องของพรหมลิขิต ใครพยายามหาเคราะห์ร้ายมาให้ท่าน คนนั้นเจ๊งไปเอง



ราศีมิถุน หรือ 15 มิ.ย. ถึง 15 ก.ค.

ท่านถูกราหูเล็งมานานพอสมควร ระหว่างนั้นและก่อนที่ราหูจะย้ายในวันที่ 24 พฤษภาคม 2554 ท่านจะได้ลาภลอย ได้เงินจากงานอดิเรกและอาชีพเสริมต่อไป ได้รับยกย่องจากสถาบันการศึกษาต่างประเทศและในประเทศ หลังจากราหูย้ายท่านจะมีความสุขขึ้นมาก ชีวิตและงานที่ท่านทำสำเร็จแล้วจะได้รับเชิดชูให้เอิกเกริกขึ้นอีก และเนื่องจากราศีของท่านมีอาทิตย์ร่วมมฤตยูดวงเมือง ท่านชาวราศีนี้ที่เกิดตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมาจึงมีภูมิคุ้มกันจากปัญหาของส่วนรวม หรือนิรภัยการเมือง ท่านจะไม่ถูกจับกุมคุมขังเพราะเรื่องการเมือง เว้นแต่จะออกหน้ามากไป



ราศีกรกฎ หรือ 16 ก.ค. ถึง 16 ส.ค.

ท่านจะมีธุรกิจเกี่ยวแก่การหมุนเงินยิ่งกว่าปีที่แล้ว คนรักหรือคู่สมรสของท่านต้องการเงินตราเป็นอันมากเพื่อลงทุนในภารกิจของเขา หรือบริวารที่ท่านไว้ใจขอยืมเงินไปซื้อบ้านผ่อนส่ง แต่ซื้อแล้วขายทันที เงินที่ยืมไปก็ไม่นำมาคืน ท่านจึงต้องเสียทั้งเงินและบริวาร ควรถือคติว่า คนที่รักนับถือกันเขาไม่ยืมเงินกัน ในปีใหม่นี้มีจันทรคราส 2 ครั้ง คือวันที่ 15 มิถุนายน กับวันที่ 10 ธันวาคม ท่านมีดวงจันทร์เป็นดาวประจำราศี จะไม่ค่อยแข็งแรง ไม่รักษาอนามัย เรื่องที่ควรจัดการให้เหมาะคือความรักและครอบครัว อย่าหาเรื่องทะเลาะกับแฟนได้ก็จะเป็นการดี



ราศีสิงห์ หรือ 17 ส.ค. ถึง 16 ก.ย.

ท่านมีดวงอาทิตย์เป็นดาวประจำราศี เวลาที่ไม่ดีของท่านชาวราศีนี้ได้แก่ เมื่ออาทิตย์โคจรในราศีตุล เป็นราศีที่อับเฉามากของอาทิตย์ มีผลให้เกิดภาวะทำดีได้ชั่ว พบคนที่หลอกใช้ท่านเป็นเครื่องมือโดยไม่เห็นแก่หน้าค่าชื่ออะไรใดๆ ทั้งสิ้น กับเวลาที่อาทิตย์โคจรในราศีกุมภ์ ซึ่งเป็นเหตุให้พลังของอาทิตย์อ่อนลง สุริยคราสทุกครั้งก็เป็นเรื่องไม่ดีของท่าน ปีใหม่นี้ สุริยคราสในวันที่ 4 มกราคม 1 มิถุนายน 1 กรกฎาคม และ 25 พฤศจิกายน เป็นสุริยคราสบางส่วนทั้ง 4 ครั้ง ส่วนจะเห็นในเมืองไทยหรือไม่ โปรดคอยฟังประกาศของท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ ต่อไป



ราศีกันย์ หรือ 17 ก.ย. ถึง 16 ต.ค.

ท่านที่ได้ลาภลอยครั้งใหญ่ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ถ้าเป็นเงินสดคงยังใช้ไม่หมด ซึ่งช่วยให้ท่านหายใจทั่วท้องต่อไปอีกนาน และถ้าท่านต้อนรับโชคชะตาในปีใหม่ด้วยความไม่ประมาท อ่อนน้อมยอมแพ้แก่พรหมลิขิต ไม่ทำอะไรเป็นการฝืนดวง ท่านก็จะได้ลาภใหญ่ต่อไปอีก ซึ่งอาจเป็นตอนปลายๆ ปี 2554 ทีนี้ท่านจะมั่งมีศรีสุข ทำมาค้าขึ้น ศัตรูตัวร้ายกาจก็ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่ห่างไกลไม่เห็นหน้าหรือได้ยินเสียงกันอีกต่อไป ท่านที่ยังไม่มีคู่ครองจริง มิใช่มีแล้วทอดทิ้งเขาโดยปราศจากเหตุผลอันควร จะได้แต่งงานกับคนดีมีทรัพย์และมีความสุขอย่างยิ่ง



ราศีตุล หรือ 17 ต.ค. ถึง 15 พ.ย.

ท่านมีความสำคัญในครอบครัว วงศาคณาญาติ และอาจทำงานนอกบ้านเพื่อช่วยคนของท่านที่กำลังอ่อนด้อยลง ถูกท้าทายขันติธรรมอย่างรุนแรงฉกาจฉกรรจ์ แต่ท่านชนะอย่างสวยงาม มีคนอื่นหยิบยืมกระทะอย่างดีราคาแพงทอดอะไรๆ ได้โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน เมื่อเขานำกลับมาคืนเต็มไปด้วยริ้วรอยขูดขีดเสื่อม เพราะเขาไม่รู้จักของดีหรือแกล้งก็ยากที่จะเดาได้ มีอะไรใหม่ๆ หรือได้ของดีอย่าอวดใครก็แล้วกัน ใครให้สตุ้งสตางค์ท่านด้วยความเมตตาเอ็นดูอย่าเที่ยวได้พูดไป เพราะถ้าภริยาผู้แสนมุทะลุดุร้ายของเขารู้เข้า เขาจะร่อแร่ลูกเดียว



ราศีพิจิก หรือ 16 พ.ย. ถึง 15 ธ.ค.

ท่านมีบริวารเพิ่มขึ้น คนที่รักนับถือท่านอยู่เงียบๆ ไม่มีปากเสียงอะไรกับใครๆ จะแสดงตัวให้ปรากฏโดยไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ ทั้งสิ้น ศัตรูเกิดจากความเมตตากรุณาของท่าน พวกเขาจะบอกกันว่าท่านไม่ทำอะไร ให้เขาทำฝ่ายเดียว เลยได้ใจกันใหญ่ โบราณเรียกคนพวกนี้ว่าใจดีผีเข้า ปีใหม่นี้ดวงบ้านดวงเมืองแข็งแรงขึ้น ผู้ที่ท้าทายจริยธรรมและอำนาจรัฐจะร่อยหรอลงไป และผิดหวังในการคาดคะเนของพวกเขา ที่ว่าปีนั้นปีโน้นเมืองไทยจะแย่ แล้วก็ไม่แย่ มีแต่พวกเขาเองที่แย่กันลงไปเรื่อยๆ แต่ดาวมฤตยูยังอยู่ในราศีมีน อันตรายจากน้ำยังมีเยอะมาก



ราศีธนู หรือ 16 ธ.ค. ถึง 14 ม.ค.

ท่านอยู่ใต้อิทธิพลของราหูตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2552 ถูกใส่ร้ายป้ายสีและเข้าใจผิดต่างๆ นานา ถูกฉีกหน้าในสังคม ยิ่งตอนไหนมีเกตุกุมเล็งราศีของท่านด้วยแล้ว ท่านจะเบื่อหน่ายอิดหนาระอาใจเป็นที่สุด แต่ราหูเป็นเงามิใช่เทหวัตถุท้องฟ้าแต่อย่างใด เรื่องเลวทรามที่เกิดแก่ท่านจึงเสมือนฝันร้าย ถูกกลั่นแกล้งบ่อนทำลายโดยปราศจากความจริง แต่สังคมก็พร้อมที่จะเชื่อและตัดสินลงโทษท่านทันที และที่แย่มหาแย่มากก็คือ เมื่อพวกเขารู้ว่าเข้าใจผิดท่านไป ก็ไม่มีใครกล้าขอโทษ ทำเฉยๆ วันที่ 24 พฤษภาคม 2554 ราหูย้ายท่านสบายมาก ศัตรูลำบากตามๆ กัน



ราศีมังกร หรือ 15 ม.ค. ถึง 12 ก.พ.

ท่านต้อนรับปีใหม่ส่งปีเก่าอย่างธรรมดาก็พอแล้ว ไม่ต้องเป็นเรื่องวิลิศมาหราอะไรใดๆ ทั้งสิ้น ท่านเหมือนผู้ที่ว่ายน้ำเก่งราวกับทาร์ซาน แต่กลับเอาลูกมะพร้าวมาผูกไว้เต็มตัว กลายเป็นเครื่องถ่วงให้ว่ายน้ำช้าลง หนีจระเข้ก็ไม่ไหว ถ้าท่านปลดลูกมะพร้าวที่ผูกไว้สำหรับคนว่ายน้ำไม่เป็นออกเสีย ท่านก็จะมีความคล่องตัวยิ่งขึ้นอีก ไม่ควรไปไหนกับคนที่ไม่รู้จักกาละเทศะ และไม่รู้จักประมาณตัว ยกตนข่มท่าน ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ถึงวันที่ 17 เมษายน ท่านโชคดีมีลาภทางการเงิน ถ้ามั่งมีมากอยู่แล้ว จะปรากฏเกียรติยศชื่อเสียงหรือได้คู่ที่ดี ถ้ายากจนจะเป็นเศรษฐี



ราศีกุมภ์ หรือ 13 ก.พ. ถึง 14 มี.ค.

ท่านจะมีโชคดีแบบธรรมดาตั้งแต่ต้นปีใหม่เรื่อยไป เว้นแต่จะมีเรื่องขุ่นเคืองกับคนรักคู่สมรสพอหอมปากหอมคอ ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมเป็นต้นไปต่อเนื่องกันนานพอสมควร ท่านจะมีลาภใหญ่ได้รับทรัพย์เป็นอันมาก ถ้ายากจนจะมั่งมีขึ้น โดยไม่กระโตกกระตากให้ใครรู้ ผู้ที่เคยดูถูกท่านก็ดูถูกต่อไป แต่บังเอิญไปธนาคารพร้อมกัน ผู้จัดการเห็นเขาแล้วเฉยๆ แต่พอเห็นท่านก็กุลีกุจอเข้ามาต้อนรับ เขาพยายามที่จะทำเสียงกระแอมกระไอก็ไม่มีใครสนใจ คนเราถ้ามั่งมีจริงแล้ว ไม่ต้องเบ่ง ยอดเงินในบัญชีจะเบ่งเอง ฮอร์โมนความมีเงินจะสำแดงผลให้ผิวเหลืองเป็นทุเรียน



ราศีมีน หรือ 15 มี.ค. ถึง 12 เม.ย.

ท่านบรรลุถึงภารกิจที่จำเป็นต่างๆ แล้วตั้งแต่ปี 2553 ปีใหม่ท่านจึงไม่ต้องทำอะไร แบบคนปักเบ็ดวางลอบไว้ในท้องร่องสวนเวลาเย็น เช้าขึ้นก็ไปกู้ลอบเบ็ดขึ้นมา อาจติดปลาช่อนตัวเท่าโคนขา แต่ผู้ทำงานสำเร็จโดยลำพังวาสนาของตนเองมักมีเคราะห์ชนิดหนึ่งที่ทำให้เห็นกงจักรเป็นดอกบัว บางคนทุ่มเทงานที่ทำไว้ดีแล้วให้นักการเมือง เพราะคิดว่าถ้าเขาได้รับเลือกตั้งเขาจะแต่งงานด้วย และถ้าเขาได้เป็น รมต. เราได้เป็นคุณหญิง เป็นการสร้างวิมานในอากาศซึ่งล้วนแต่เป็นความว่างเปล่าทั้งเพ ดาวพฤหัสบดีอยู่ในราศีของท่านคราวนี้ ทำดีจะมีลาภเอง



(ไม่ได้รับทำนายเป็นส่วนตัวครับ)


ที่มา : มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับ 31 ธันวาคม 2553

ผ่าดวง(การ)เมืองปี "54 "กระต่าย"ดุไม่แพ้"เสือ"

ที่มา ข่าวสด

รายงานพิเศษ




พ.ต.อ.อรรถวิโรจน์ ศรีตุลา

เหตุการณ์บ้านเมืองปี 2553 ฉายาปี ′เสือดุ′

ในทางการเมืองถือเป็นปีแห่งความเลวร้ายอันยากลืมเลือนของคนไทย

เกิดเหตุการณ์นองเลือดครั้งใหญ่ มีการชุมนุมยึดพื้นที่ใจกลางกรุงต่อต้านรัฐบาลด้วยจำนวนคนเรือนแสน

ก่อนลงเอยด้วยการถูกฝ่ายรัฐบาลส่งกำลังติดอาวุธเข้าปราบปราม เสียชีวิตเกือบ 100 ศพ บาดเจ็บอีก 2,000 คน ส่งผลให้ความขัดแย้งแตกแยกขยายวงลามไปทั่วทุกมุมเมือง

หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2553 ตรงกับสิ่งที่ นักโหราศาสตร์หลายคนได้ทำนายไว้ล่วงหน้า ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้สังคมเฝ้าติดตามการทำนายดวง(การ)เมืองของนักโหราศาสตร์ ทุกครั้งที่เวลาก้าวล่วงเข้าสู่ปีใหม่ด้วยความสนอกสนใจเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับในปี 2554 นี้ ถือเป็นปีกระต่าย หรือปีเถาะ คำทำนายของนักโหราศาสตร์ชื่อดัง เกี่ยวกับสถาน การณ์บ้านเมือง ดวงผู้นำการเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้องจะเป็นอย่างไร

ติดตามอ่านได้โดยพลัน



พ.ต.อ.อรรถวิโรจน์ ศรีตุลา

นายกสมาคมโหราศาสตร์

"อาจแก้โดยการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีใหม่ เอาคนธาตุไฟขึ้นมาแทน หรือถ้าไม่เปลี่ยนพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องบูชาไฟ"

การเมืองต้นปีหน้ายังไม่มีอะไรดีขึ้นเพราะเป็นปีเสือ มีแต่เรื่องคอยกัดกันอยู่เรื่อย ต้องรอให้เข้าสู่ปีเถาะ คือผ่านเดือนเม.ย.ไปก่อนจึงจะดีขึ้น

แต่ก่อนหน้านั้นโดยเฉพาะเดือนมี.ค. รัฐบาลอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยฉับพลัน ไม่ถึงขั้นปฏิวัติรัฐประหาร แต่อาจเป็นการถูกบีบถูกกดดันโดยกลุ่มคน

รัฐบาลต้องแก้โดยการปรับครม. ต้องเปลี่ยนโครงสร้างการทำงาน ไม่เช่นนั้นอาจต้องยุบสภาแล้วเลือกตั้งกันใหม่

ดวงของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี อยู่ในราศีกรกฎ เป็นธาตุน้ำ แต่ปีหน้าเป็นธาตุไฟ พรรคประชาธิปัตย์อาจร้อนหน่อย ต้องเผชิญกับเรื่องยุ่งยาก แต่ก็มีวิธีแก้ได้

อาจแก้โดยการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีใหม่ เอาคนธาตุไฟขึ้นมาแทน หรือถ้าไม่เปลี่ยน พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องบูชาไฟ

ถ้าแก้ดวงให้อยู่ต่อได้ก็อยู่ต่อได้ ถ้าแก้ให้อยู่ไม่ได้ก็อยู่ไม่ได้ อยู่ที่โหรประจำพรรคว่าจะแก้ไขอย่างไร

โสรัจจะ นวลอยู่



แต่ถ้าอยู่เฉยๆ ปี 2554 พรรคประชาธิปัตย์เรียบร้อยแน่ อยู่ต่อไปไม่ได้ ส่วนรัฐบาลปีหน้าก็ต้องปรับเปลี่ยน หาผู้ร่วมรัฐบาล พรรคหนึ่งพรรคใดที่มีลักษณะธาตุไฟมาเสริม

ด้านอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นคนธาตุน้ำเช่นเดียวกับนายอภิสิทธิ์ ปี 2554 ท่านต้องทำตัวให้เย็นลง ปรับเปลี่ยนให้อ่อนข้อลง แต่ถ้าจะให้ดีจริงๆ ต้องรอปี 2555

จริงๆ แล้วดวงพ.ต.ท.ทักษิณ และนายกฯ อภิสิทธิ์ ไปด้วยกันได้ ถ้าต่างปรับโดยอ่อนข้อให้กัน ก็มีโอกาสที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับเมืองไทยได้

ดวงการเมืองช่วงหลังเดือนเม.ย.ไปแล้ว จะมีคนเก่ง มีคนหนุนหลังขึ้นมา อาจจะเป็นรัฐบาลเดิมหรือรัฐบาลใหม่ก็ได้ ประชาชนจะให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี

จากนั้นการเมืองไทยจะรุ่งโรจน์ต่อไปอีก 2 ปี มีการพัฒนาไปทุกรูปแบบ



โสรัจจะ นวลอยู่

"เดือนมี.ค.เรื่อยไปจนถึงเดือนพ.ค. ใน 3 เดือนนี้อาจเกิดเหตุการณ์ถึงขั้นรัฐประหารได้ เพราะมีการนองเลือดและอาจควบคุมไม่อยู่"

ปี2554 ดวงการเมืองยังเข้มข้นไม่แพ้ปี 2553 และอาจจะหนักกว่า

มีความขัดแย้งค่อนข้างมากระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน และรัฐบาลกับประชาชนทั่วไป ประชาชนอาจเผชิญกับความทุกข์ยากลำบาก ถูกบีบคั้นอย่างหนัก

เหตุการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอาจถึงขั้นนองเลือด มีการสูญเสียชีวิตของคนจำนวนมากเพราะเกิดความแตกสามัคคีกัน

สาเหตุส่วนมากเกิดจากนักการเมืองไม่ดีกลุ่มหนึ่งที่หลงระเริงในอำนาจ เอื้อประโยชน์ให้พรรคพวก คอร์รัปชั่นกันเป็นล่ำเป็นสัน ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ประชาชนรู้สึกอึดอัด หาทางออกไม่ได้ จึงเกิดการปะทะขึ้นและมีการสูญเสีย

อิทธิพลของดวงดาวที่สำคัญ คือ ดาวเสาร์ ที่ขณะนี้อยู่ในราศีกันย์ และจะย้ายเข้าสู่ราศีตุล ในวันที่ 7 ธ.ค. 2554 ซึ่งกำลังเล็งกับลัคนาของบ้านเมืองที่อยู่ในราศีเมษ

ขณะเดียวกันก็มีดาวดวงอื่นเกี่ยวข้องด้วยทำให้เกิดปัญหาขึ้น เช่น พระราหู ที่จะย้ายเข้าสู่ราศีพิจิก เป็นภพมรณะกับลัคนาเมือง ในวันที่ 24 พ.ค. 2554 และดาวอังคารซึ่งเป็นดาวของสงคราม ความขัดแย้ง จะเข้าสู่ราศีมีนในวันที่ 24 มี.ค. 2554 และเป็นวินาศกับดวงเมืองด้วย

ภิญโญ พงศ์เจริญ



ถ้าจะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นก็จะเริ่มตั้งแต่เดือนมี.ค. เรื่อยไปจนถึงเดือนพ.ค. ใน 3 เดือนนี้อาจเกิดเหตุการณ์ถึงขั้นรัฐประหารได้ เพราะมีการนองเลือดและอาจควบคุมไม่อยู่

ถ้ามีความรุนแรงเกิดขึ้นก็อาจเกิดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับรัฐบาลตามมา อาจมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มีการหมุนเวียนกันเข้ามามีอำนาจ แต่ไม่น่าจะเกิดจากการยุบสภา

วิธีแก้เคล็ด ประชาชนต้องร่วมกันทำบุญให้มากๆ ช่วยกันสวดมนต์ ทำความดี อย่าเพียงแต่พูดแล้วไม่ทำ

ส่วนรัฐบาลก็ควรจะอดทน อดกลั้นให้มาก ถ้าเป็นไปได้ควรทำบุญใหญ่ในลักษณะของการทำบุญประเทศ และสวดพระปริตรด้วย จะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้

หลังพ.ค.ไปแล้วเหตุการณ์จะดีขึ้นบ้าง แต่ไม่ใช่ร้อยเปอร์เซ็นต์ หลังจากผ่านช่วงเดือนพ.ค.มาแล้ว เดือนก.ค.จะเกิดปัญหาอีก เกิดความขัดแย้งทางการเมืองขึ้นอีก

ช่วงปลายปีการเมืองของประเทศจึงจะดูดีขึ้นมาหน่อย

กว่าจะเข้ารูปเข้ารอยต้องรอปีถัดไปคือปี 2555



ภิญโญ พงศ์เจริญ

นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ

"มีการกู้เงินก้อนใหญ่ ส่งผลให้รัฐบาลมีคะแนนนิยมตกต่ำ นำมาซึ่งความสับสนวุ่นวาย ระส่ำระสายในเวลาต่อมา"

ปี2554 ดาวพฤหัสบดี ซึ่งเป็นดาวที่ดี เป็นประธานฝ่ายศุภเคราะห์ ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 4 พ.ค. 2554 จะโคจรอยู่ในราศีมีน ซึ่งเป็นภพวินาศของดวงเมือง

เหตุการณ์ในบ้านเมืองจึงยังไม่ค่อยดีนัก

แต่ดวงเมืองยังโชคดีที่อายุของเมืองย่างเข้า 229 ปี ตกอยู่ในภูมิอังคาร มีดาวพฤหัสฯ เป็นศรี อาจเกิดความสำเร็จ หรือผลประโยชน์ที่ได้รับโดยไม่คาดฝัน

นอกจากนั้นช่วงต้นปี ดาวพฤหัสฯ ยังทับราหู อาจมีการใช้อำนาจทางกฎหมายกับรัฐสภา การยุบสภาจึงน่าจะเกิดขึ้น เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง นำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไป

หลังวันที่ 4 พ.ค. 2554 เรื่องต่างๆ จะดีขึ้น ได้คนดีเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน การท่องเที่ยว การสื่อสารจะดีขึ้น ประเทศชาติจะมีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับในระดับโลก

เรื่องที่ต้องระวัง คือ ดาวเสาร์ที่โคจรอยู่ในราศีกันย์ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 7 ธ.ค. 2554 ทำให้เกิดปัญหา เกิดความขัดแย้ง ใครมา บริหารบ้านเมืองช่วงนี้จะมีปัญหาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะปัญหาด้านแรงงาน การเกษตร ผู้คนมีความเป็นอยู่อัตคัด

ความตกต่ำของเศรษฐกิจทำให้รัฐบาลต้องใช้เงินจำนวนมาก มีการกู้เงินก้อนใหญ่ ส่งผลให้รัฐบาลมีคะแนนนิยมตกต่ำ นำมาซึ่งความสับสนวุ่นวาย ระส่ำระสายในเวลาต่อมา นอกจากนั้นยังมีปัญหา คอร์รัปชั่นในอัตราที่สูง

ทั้งยังมีช่วงที่ดาวเสาร์โคจรเข้าราศีตุล ส่งผลให้มีการแตกแยก การพลิกผันเปลี่ยนขั้วจะเกิดขึ้นได้

ดวงคุณอภิสิทธิ์ ปี 2554 ต้องใช้ความรู้ ความคิดค่อนข้างมาก มีการเดินทางบ่อยครั้ง หุ้นส่วนทางการเมือง ซึ่งอาจหมายถึงพรรคร่วมรัฐบาลจะแข็งกร้าวขึ้น

ราหูเล็งจันทร์ซึ่งเป็นดาวประจำตัวของคุณอภิสิทธิ์ ต้องระวังเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัย และปัญหาเรื่องหนี้สิน ซึ่งเมื่อดูประกอบกับดวงเมืองน่าจะหมายถึงการใช้เงินเพื่อแก้ปัญหา นอกจากนั้นเหตุลอบทำร้ายก็ต้องระวังด้วย

พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะนี้ดาวเสาร์ทับลัคนา ยังมีปัญหากระหน่ำชีวิตอยู่ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงก.ค.2554 ต้องระวังเรื่องสุขภาพและความปลอดภัย

แต่หลังวันเกิด (26 ก.ค.) ไป จะดีขึ้น ภาพลักษณ์ในอดีตจะดีขึ้น มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นหลังจากทุกข์ระทมมาหลายปี

ต้องย้ำให้ระวังรักษาเนื้อรักษาตัวช่วงต้นปีให้มาก เพราะดาวเคราะห์ยังรุมอยู่ 4 ทิศ ศัตรูเยอะ สุขภาพมีปัญหา มีคนปองร้าย ถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้ ความนิยม ความเชื่อถือมีวี่แววจะดีขึ้น

สรุปในภาพรวมการเมืองยังคงต้องขับเคลื่อน ต่อไป รัฐบาลต้องหาช่วงเวลาดีๆ ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้น

ถ้าไม่ยุบสภาเองก็จะถูกบีบให้ออกอยู่ดี การยุบสภาจึงน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

ใช้วิถีประชาธิปไตยแก้ปัญหา บ้านเมืองก็จะอยู่ต่อไปได้

ปี 54 รอดยาก

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน

สมิงสามผลัด




ผ่านพ้นปี 2553 เข้าสู่ปี 2554 เรียบร้อยแล้ว

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีถอนหาย ใจเฮือกใหญ่

คงรู้สึกโล่งอกโล่งใจ เพราะยื้อ "ความรับผิดชอบ" ไปได้ 7-8 เดือน หลังเหตุการณ์สลายม็อบแดงจนมีผู้เสียชีวิต 91 ศพ บาดเจ็บอีกเกือบ 2 พันคน

ทั้งยื้อทั้งซื้อเวลาจนผ่านพ้นปี 2553 ไปจนได้

และอาจมองแบบเข้าข้างตัวเองต่อไปอีกว่าหากรักษาฟอร์มเดิมแบบนี้ไว้ต่อไปได้

คงจะปัดความรับผิดชอบไปได้อีกหลายเดือน!

อาจยืดเวลายุบสภาและเลือกตั้งออกไปได้อีกหลายเดือนเช่นกัน

แต่นายอภิสิทธิ์อาจคิดผิด

ช่วงเวลา 7-8 เดือนที่ผ่านมา

นายอภิสิทธิ์รอดพ้นจากวิกฤตเสื้อแดงมาได้แบบฉิวเฉียด

ไม่ใช่เพราะความถูกต้อง แต่เพราะมี "ตัวช่วย"

อาทิ กฎหมายพิเศษเช่นพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เป็นโล่คุ้มกันตัวนายอภิสิทธิ์ และรัฐบาลเป็นอย่างดี

การโยนความผิดให้ "คนชุดดำ" ก็เป็นข้ออ้างที่สร้างความชอบธรรมให้ตัวเอง

เช่นเดียวกับที่นายอภิสิทธิ์รอดพ้นจากวิกฤตคดียุบพรรคถึง 2 ครั้งติดๆ กัน

ท่ามกลางเสียงนินทา "มือที่มองไม่เห็น" ไปทั่วบ้านทั่วเมือง

แต่ในปี 2554 นี้จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

การปัดความรับผิดชอบของนายอภิสิทธิ์จะไม่ง่ายดาย

การยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน (ที่รัฐบาลใช้ยืดเยื้อมานาน 8 เดือน) จะเป็นตัวแปรสำคัญ

จับตาวันที่ 9 ม.ค.นี้ให้ดี เพราะเป็นวันที่คนเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่ครั้งแรกหลังไม่มีพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ความอัดอั้นตันใจในความ 2 มาตรฐานของรัฐบาล

ความรู้สึกของคนเสื้อแดงที่โดนกดขี่ข่มเหงมานาน

ความอยุติธรรมที่คนเสื้อแดงหลายร้อยคนถูกจองจำ ในคุก

ความรู้สึกถึงความไม่จริงใจของรัฐบาลในการปรองดอง

คงได้ระบายด้วยการแสดงพลังครั้งใหญ่ ซึ่งคาดกันว่าคนเสื้อแดงคงมากันเยอะมาก

ส่วนเรื่องความรุนแรงคงไม่ต้องเป็นห่วง

ยี่ห้อ 'ธิดา โตจิราการ' รับประกันได้

เพราะเป็นแกนนำที่ยึดแนวพิราบ ไม่ใช่แนวเหยี่ยว

แค่มากันพรึบเต็มราชประสงค์ ก็ทำให้เก้าอี้นายอภิสิทธิ์สั่นคลอนแล้ว

นี่จะเป็นมาตรการกดดันยกแรกของปี 54 ของคนเสื้อแดง

จากนั้นยังมีมาตรการที่ 2 ขย่มรัฐบาลต่อทันที

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประกาศเตรียมเปิดศึกซักฟอกกลางสภาในช่วงปลายเดือนม.ค.นี้

เอกสารลับคดีเสื้อแดงต่างๆ ที่นายจตุพรเตรียมเปิดโปง

จะเป็นอาวุธสำคัญเล่นงานนายอภิสิทธิ์

ใครกันแน่ฆ่า 6 ศพวัดปทุมฯ ใครกันแน่ฆ่านักข่าวญี่ปุ่น ใครกันแน่ที่เป็นชายชุดดำ

ถึงเวลานั้นนายอภิสิทธิ์ไม่รับผิดชอบก็คงไม่ได้แล้ว

ซีมาร์คโลชั่น แค่ทาขี้กราก

ที่มา บางกอกทูเดย์

ซีมาร์คโลชั่น แค่ทาขี้กราก



ฉายารัฐบาลมาร์ค
กระจกเงาแห่งคำพูด
กระจกเงา เป็นสิ่งที่มนุษยชาติประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อให้สะท้อนเห็นภาพของตนเอง จะได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแต่งโฉมให้ดูดีขึ้น

เช่นเดียวกับ การตั้งฉายา ให้กับบุคคลอื่นๆ ก็ด้วยหวังว่าจะเป็น “กระจกเงาแห่งคำพูด” ให้คนที่ได้รับฉายาได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่บุคคลอื่นๆ มีต่อตนเอง

และเพื่อที่จะได้ใช้เสียงสะท้อนนั้นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองต่อไป

ซึ่งปกติแล้วบรรดาสื่อมวลชน จะมีการตั้งฉายา สะท้อนการทำงานของรัฐบาล สะท้อนภาพลักษณ์ของคนในคณะรัฐมนตรี ให้แต่ละคนที่ได้รับฉายาไป จะได้เก็บไปคิดเก็บไปทบทวน

โดยในรอบปีที่ผ่านมา ประเทศไทยตกอยู่ในห้วงเหวแห่งการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง และการทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามของขั้วอำนาจอย่างรุนแรงมาก ดังนั้นรัฐบาลที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยการพลิกเกมทางการเมืองชิงจังหวะขึ้นมาเป็นรัฐบาล อย่างรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกจับตามอง หรือโฟกัสไฟส่องมากเป็นพิเศษ

กระจกบานแรกที่ประเดิมฉายาให้กับรัฐบาลขอนายอภิสิทธิ์ นั้นมาจาก สมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยตั้งฉายารัฐบาล "เส้นใหญ่ผัดซีอิ๊ว" ระบุถึงความเส้นใหญ่ของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้มีอำนาจวาสนา กระบอกปืนและรถถัง รวมถึงบารมีทั้งในและนอกรัฐธรรมนูญ ที่อยู่เบื้องหลัง ส่วนซีอิ๊วที่นำมาผัดทำให้ส่วนประกอบต่างๆ ผัดออกมาแล้วเป็นสีดำด้วยกันหมด

ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ฉายา "อิเหนาหุ้มเกราะ" เนื่องจากตอนเป็นฝ่ายค้านว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง แต่มาเป็นรัฐบาลกลับกลายเป็นพรรคการเมืองที่เลือกจะใช้นโยบายประชานิยมชนิดตัวพ่อ เป็นอิเหนาที่มีชุดเกราะของกองทัพคอยปกป้องคุ้มครองอยู่อย่างแน่นหนา

แม้แต่กองทัพ ในปีที่ผ่านมาก็ยังได้ฉายาไปด้วยคือ "ทัพไทยหมื่นล้านประสานงานปราบม็อบ" รอบปีที่ผ่านมา กองทัพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพบก สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผลงานที่โดดเด่นที่สุดเพียงเรื่องเดียวคือ การเป็นเกราะคุ้มครองรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ทุ่มเทสรรพกำลังและยุทโธปกรณ์ทั้งหมดที่มีมาใช้เพื่อสลายการชุมนุมทางการเมืองของประชาชนฝ่ายตรงข้าม ภายใต้วาทกรรมการกระชับวงล้อมเพื่อขอคืนพื้นที่ ขณะเดียวกันกลับสร้างความเคลือบแคลงสงสัยถึงการใช้จ่ายเงินภาษีของประชาชนในการจัดซื้ออาวุธยุทโปกรณ์ปีละหลายหมื่นล้านบาท

ซึ่งไม่รู้ว่ารัฐบาลจะรู้สึกรู้สมเพียงใด จากฉายาที่ได้

แต่กระจกบานที่สอง ของผู้สื่อข่าวสายทำเนียบรัฐบาล ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบเนื่องกันมา เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของสื่อมวลชนต่อการทำงานของรัฐบาล จากประสบการณ์การทำงานที่ปรากฏต่อสื่อสาธารณะ ก็แรงไม่น้อย

ไม่ว่าจะเป็นฉายารัฐบาล ที่ว่า “รัฐบาลรอดฉุกเฉิน” ตลอดปี 2553 รัฐบาลต้องเผชิญกับวิกฤตหลายด้าน ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตภัยธรรมชาติ วิกฤตการเมืองทั้งในและนอกสภา เกิดความขัดแย้งและแตกแยกอย่างรุนแรงในสังคม จนต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในหลายพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์ จนทุกฝ่ายมองว่ารัฐบาลไม่น่าจะบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้ แต่สุดท้ายรอดจากวิกฤตต่างๆ รวมทั้งรอดพ้นจากคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ด้วย

ในขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ฉายา “ซีมาร์คโลชั่น” เพราะสังคมคาดหวังว่านายกฯจะเข้ามาแก้ไขปัญหาและรักษาอาการของประเทศได้ แต่ผลการปฏิบัติหน้าที่ของนายกฯ ยังทำได้ผลเพียงการบรรเทาโรค เปรียบเสมือนการใช้ "ซีม่าโลชั่น" ทาแก้คัน

มากที่สุดก็แค่ทาแก้ขี้กรากเท่านั้น!!

ก็ไม่รู้ว่าเป็นของขวัญปีใหม่ ให้นายอภิสิทธิ์ได้คิดหรือไม่

แต่ที่แน่ๆ เสียงสะท้อนภาพสะท้อนไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เพราะปรากฏว่ากระจกสะท้อนบานที่ 3 ที่มาจาก สื่อมวลชนสายรัฐสภา ก็แรงไม่แพ้กันเท่าไรเลย

โดยได้มีการตั้งฉายาฝ่ายนิติบัญญัติประจำปี 2553 ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร ได้ฉายา "หลังยาว ผลาญภาษี" เพราะปัญหาองค์ประชุมล่มซ้ำซาก ทำงานไม่คุ้มค่า

ส่วนวุฒิสภา ได้รับฉายา "อัมพฤกษ์รับจ๊อบ" เนื่องจากไม่ให้ความสำคัญกับการประชุม มีส่วนหนึ่งรับใช้รัฐบาลและฝ่ายค้านตามเครือข่ายอุปถัมภ์

ในขณะที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร นายชัย ชิดชอบ เจอฉายาแรงไม่เบาเลย นั่นคือ "เฒ่าเก๋า-เจ๊ง" ที่มีความเก๋าเกมในการทำหน้าที่ประธาน แต่ไม่ได้ช่วยคลี่คลายบรรยากาศความขัดแย้งในสภา กลับเดือดระอุ

ส่วนนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ได้ฉายา "ประสพสึก" เพราะไม่สามารถใช้ประสบการณ์อดีตผู้พิพากษาคลี่คลายวิกฤตประเทศได้ ทำให้ชื่อเสียงที่สะสมมาต้องสึกหรอไป

ที่น่าสนใจก็คือ การเลือกดาวเด่นประจำปี 2553 คือ "นายชวลิต วิชยสุทธิ์" ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย เนื่องจากได้ตรวจสอบการทำงานรัฐบาลเต็มที่

สะท้อนว่า หากทำดีมีคนเห็นแน่นอน ในขณะที่คนของพรรคประชาธิปัตย์ ที่กุมอำนาจรัฐบาล กุมอำนาจนิติบัญยัติ แถมที่กองทัพ มีขั้วอำนาจหนุนหลัง กลับไม่มีผลงานที่โดดเด่นพอที่จะเป็นดาวเด่นสภา

ในขณะที่คู่ปรับของพรรคประชาธิปัตย์ และรัฐบาล คือ พรรคเพื่อไทย ก็ทำหน้าที่เป็นกระจกอีกบานที่ สะท้อนความรู้สึกให้รัฐบาลได้รับรู้ด้วยเช่นกัน

โดยในฐานะพรรคฝ่ายค้านได้สะท้อนการทำงาน 2 ปีของรัฐบาลชุดนี้ ด้วยการตั้งฉายารัฐบาลว่า เป็น "ครม.ผีเน่าโลงผุ"

เพราะเป็นการผสมกันระหว่างหลายพรรคการเมือง ที่ในอดีตเคยอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกัน บางพรรคไร้ฝีมือ ทำเพื่อผลประโยชน์ตนเองเป็นหลัก คล้ายกับเป็นโลงผุ แต่สุดท้ายก็จูบปากกันอยู่ด้วยกัน มัดตราสัง อยู่ด้วยกันอย่างน่าละอาย

ส่วนฉายา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คือ "มาร์คฟอร์มาลิน" เพราะบริหารประเทศในช่วง 2 ปีมีคนตายเป็นร้อย บาดเจ็บกว่า 3 พันคนแต่กลับไม่สะทกสะท้าน และมีมือที่มองไม่เห็น มาฉีดฟอร์มาลิน แช่ศพเอาไว้

และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับฉายาว่า "ขุนแพง.. เราไม่แพง...เขาแพง.." จากคดีบุกรุกที่ดินเขาแพง ที่ยังไม่สามารถตอบสังคมได้

สำหรับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตเลขาธิการนายกฯ ได้รับฉายาว่า "ปลา..กรอบ..เรียกพี่" เพราะนับตั้งแต่คดีทุจริตชุมชนพอเพียง จากตำแหน่งรองนายกฯ ถูกลดชั้นเป็นเลขาธิการนายกฯ กระทั่งต้องลาออกไปแบบอมเลือด

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับฉายาว่า "แป๊ะร้านปืน..." เพราะมีบุคลิกหน้าตาเป็นอาแปะ และกรณีความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตร้านปืน

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง "กรณ์...กู้ไว้ก่อน...เพื่อนสอนไว้" เพราะผลงานในช่วง 2 ปีก็คือ การกู้ กู้ กู้ และก็กู้ จนทำให้วันนี้ประเทศมีหนี้เป็นแสนๆ ล้านบาท

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี "มือฆ่า ฐานันดร 4" เนื่องจากในช่วงเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง สื่อมวลชนระบุว่า นายสาทิตย์โทรศัพท์ไปยังกองบรรณาธิการสื่อหลายครั้ง ทำให้วันนี้อาชีพสื่อสารมวลชน ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นฐานันดร 4 กลับถูกละเมิดอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนคล้ายฆาตกรสื่อในช่วงปีที่ผ่านมา

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี "รมต..แต่งแล้วรวย" เพราะหลังจากรับตำแหน่ง รมต.สำนักฯ กรณีที่ออกมาชี้แจง เรื่องการแสดงบัญชีทรัพย์สิน ที่มีเพิ่มมากขึ้นจากก่อนหน้าที่เข้ารับตำแหน่งหลายสิบล้านบาทว่า เป็นเงินช่วยซองจากงานแต่งงานที่มีสูงกว่า 10 ล้านบาท

นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม "ซาเล้ง..กระเตงหมื่นล้าน" หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงโครงการต่างๆ ในกระทรวงคมนาคม

นายไพฑูรย์ แก้วทอง อดีต รมว.แรงงาน ได้รับฉายา "พญาโศกสลด" หลังจากถูกปรับออกจาก ครม.ทั้งๆ ที่เป็นแกนนำระดับแถวหน้าของพรรคประชาธิปัตย์ จนถึงขั้นประกาศลาออกจากพรรคไปตั้งพรรคใหม่

นายชัย ชิดชอบ ในฐานะประธานรัฐสภา ได้รับฉายาว่า "ปู่โสมเฝ้าทรัพย์" ด้วยความเป็นบิดาของนายเนวิน ชิดชอบ และเป็นขาใหญ่ของพรรคภูมิใจ

เหล่านี้ล้วนเป็นมุมมอง เป็นความรู้สึกที่สะท้อนออกมาสู่สังคม ที่รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบกับฉายาที่ได้รับก็ตาม ควรที่จะต้องนำไปไตร่ตรองทบทวน

ว่าทำไมที่พยายามตีปี๊บสร้างภาพว่ามีผลงานดี แต่ฉายาที่ได้รับจึงเป็นลบไปหมด ไม่ว่าจากภาคส่วนใดๆก็ตาม

น่าคิดมากจริงๆใช่ไหม นายกฯอภิสิทธิ์!!!

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 03/01/54

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla



สองผลงาน โดดเด่น จนเห็นชัด
คือวิบัติ ซัดมา ถลาถม
ชาวประชา เศร้าหมอง ร้องระงม
ล้วนทุกข์ตรม อาดูร ขุ่นข้องใจ....

หนึ่งผลงาน คือสั่งฆ่า ประชาชน
เพราะพวกตน มีอำนาจ อนาถไหม
ทั้งสั่งปราบ สั่งล่า ฆ่าคนไทย
พวกกองเชียร์ ก็ดีใจ ร้องไชโย....

คนบาดเจ็บ ล้มตาย หายสาปสูญ
กลับเพิ่มพูน ความชั่ว ยั่วโมโห
ทำเชิดหน้า ประดิษฐ์คำ ทำคุยโว
แถมอวดโอ้ ว่าตน พวกคนดี....

อีกผลงาน กู้แหลก มาแจกจ่าย
ด้วยมักง่าย แสนอุบาทว์ ขาดศักดิ์ศรี
ทุกโครงการ กินสมอยาก ล้วนมากมี
สามสิบเปอร์เซ็น หักทันที ไม่รีรอ....

มีแต่กู้ กับฆ่า บ้าระห่ำ
คนระยำ อัปรีย์ พวกนี้หนอ
ลูกหลานไทย ก้มหน้า น้ำตาคลอ
หนี้กรรมก่อ สร้างไว้ เพื่อใครกัน....


สวัสดีปีใหม่ครับ
ขอให้ทุกๆ ท่านมีความสุข สดชื่น
แข็งแรงตลอดปีและตลอดไปนะครับ


blablabla32@hotmail.co.th
http://www.facebook.com/profile.php?id=100001177832717

เมื่อเด็กฝรั่งจัญไรทำความดีแฉความชั่วของผู้ใหญ่ใจดี

ที่มา thaifreenews

โดย ภูชีัฟ้า

ผมขออนุญาตตั้งหัวข้อกระทู้แบบนี้ เพื่อกระแทกแดกดันในข้อเขียนของนายปราโมทย์ นาครทรรพ์

ตอนแรกๆ ที่เกิดเรื่องนี้ พวกนี้พากันเห่าหอนปฏิเสธว่าเอกสารนั้นเป็นเอกสารเท็จ เอกสารปลอมฯลฯ แต่ในเมื่อสถานทูตสหรัฐซึ่งเป็นต้นตอการเผยแพร่นิ่งเงียบคล้ายยอมรับความเป็นไปแห่งข้อเท็จจริงดังกล่าว พวกนี้จึงหยุดเห่าหอน แต่หันกลับมาใช้วิธีเดิมๆ เพื่อกลบข่าวแก้ข่าวอย่างหน้าด้านหน้าทน

เช่น นายปราโมทย์ นาครทรรพ์ ผู้อ้างตัวเป็นนักวิชาการ(ชั้นเลว) ได้เขียนบทความในสื่อผู้จัดการออนไลน์ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2553 17:35 น.

ด้วยการจั่วหัวข้อว่า....วิกิลีกส์ : เด็กฝรั่งจัญไร หลอกผู้ใหญ่ไทยสาวไส้ให้กากิน

ในบทความดังกล่าวเท่ากับว่านายปราโมทย์ได้ยอมรับเรื่องเอกสารจากวิกิลิกส์ ในประเด็นเปรมและคนอื่นๆให้ข้อมูลต่อทูตสหรัฐ ว่านั่นเป็นข้อเท็จจริง
แต่คนเลวอย่างนายปราโมทย์ฯ กลับใช้วิธีการบลัฟข่าวกล่าวหาว่า คนอื่นที่เอาความชั่วร้ายของบรรดาคนที่ยกย่องกันว่าเป็นผู้ใหญ่ใจดีของบ้านเมืองนี้มาแฉเป็นคนไม่ดี เป็นคนเลว เป็นคนชั่ว ไปโน่น


ซึ่งวิธีการนี้ เหล่าเทพในบ้านเมืองทั้งหลาย ไม่ว่า นายอภิสิทธิ์ นายประยุทธ(ตู่) นายธาริต นายจรัญ ฯลฯก็ล้วนแต่ใช้วิชามารบลัฟกลับเพื่อกลบเกลื่อนความชั่วช้าสามานย์ของตนเองทั้งสิ้น

แต่ถึงอย่างไร ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดใดๆ ในการกระทำเช่นนั้น เพราะคนเหล่านี้จัดอยู่ขั้นเทพในเรื่องของความตอแหล แต่ที่แปลกประหลาดใจก็คือ บรรดาสื่อหรือกองเชียร์เทพตอแหลที่ไม่ยอมรับความจริงหรือข้อเท็จจริงใดๆที่เป็นความเลวบรรดามีทั้งหลายอย่างสิ้นเชิง ตรงนี้น่าเป็นห่วงภาวะความมั่นคงของประเทศชาติบ้านเมือง เพราะเหล่าเทพตอแหลซึ่งเป็นคนส่วนน้อยนิดของประเทศฯมักอ้างอิงหรือPropaganda ความเป็นเทพสมมุติของกลุ่มคนบางกลุ่มเพื่อหาประโยชน์ส่วนตนและอยู่ในตำแหน่งอันสูงส่งของประเทศชาติบ้านเมืองของสังคมทั้งการเมืองการปกครองทั้งสิ้น

และที่ขาดไม่ได้ก็ต้องความเลวบัดซบของนายปราโมทย์ฯ ที่ยังอุตสาห์ลากเรื่องนี้ไปโยงกับ พ.ต.ท.ทักษิณจนได้ เช่นตัวอย่างนี้

7. น่าสังเกตว่าโทรเลขรั่วของทูตอเมริกัน และจำนวนเพียง 4 ฉบับที่ปล่อยออกมาและเวลาที่เลือกปล่อยออกมา น่าจะมิใช่ความบังเอิญ เพราะผู้ที่จะได้ประโยชน์สูงสุดคืออดีตผู้นำทักษิณและสมุนบริวารทั้งหลาย ส่วนผู้เสียหายอย่างร้ายแรงคือ สถาบันกษัตริย์ไทย และผู้ที่จะถูกเย้ยเยาะหยามหยันก็คือ อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลไทยที่หมอบราบกราบกรานเพ็ดทูลรัฐบาลอเมริกันยิ่งกว่าเจ้าฟ้ามหากษัตริย์ของตัว โดยทำให้สถาบันมัวหมองไปด้วย ก่อนจะจบก็หวนคิดถึงพรรคการเมืองจัญไรพรรคหนึ่งที่ตัวเป็นไทยใจเป็นทาส เอะอะก็จะฟ้องยูเอ็น เอะอะก็จะฟ้องนางฮิลลารี่ คลินตัน เอะอะก็จะฟ้องสภาคองเกรส เอะอะก็จะฟ้องสถานทูตอเมริกัน พ่อมรึงทั้งนั้น จะฟ้องก็ฟ้องไปเถิด อย่าลืมนะว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ความลับไม่มีในโลก

หาอ่านได้แบบเต็มๆจากลิ้งค์นี้ครับ
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9530000183284

เอามาฝาก "คิดก่อนใช้..คิดก่อนซื้อ"..

ที่มา thaifreenews

โดย Bell

ไปเที่ยวเว็บ Internetfreedom มาค่ะ พบกระทู้นี้ของ คุณอหิงสา..แต่แปะรูปไม่เป็น..(คุณแมวฯช่วยที)

เห็นคุณอหิงสาว่า เก็บมาจาก FB ก็ขอขอบคุณเจ้าของภาพเช่นกันค่ะ

http://www.internetfreedom.us/thread-7883-post-78217.html#pid78217


ดิฉันว่าจะพรินท์ไปแจกผู้คน..เหมือนใบปลิวซื้อของห้างเลย..

โดย Friend-of-Red












ช่วยแปะรูปให้ครับ


























มาร์ค์มือเปืิอนเลือด : กลายเป็นมาร์คฟอร์มาลีน ...

ที่มา thaifreenews

โดย jomyut

โดนจริงๆรัฐบาล ผีเน่ากับโลงผุ

กต.เผยผลสอบ 7 คนไทยล้ำเเดนกัมพูชาจริง

ที่มา ประชาไท

ต.เผยผลสอบ 7 คนไทยล้ำเเดนกัมพูชาจริง ระบุมี 2 แนวทางช่วย ไชยวัฒน์ระบุชุมนุม 4 ม.ค. ที่ จ.สระแก้ว ร้องปล่อย 7 คนไทย

2 ม.ค. 54 - เว็บไซต์คมชัดลึกรายงานว่าเมื่อเวลา 11.00 น.ที่บริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มเครือข่ายประชาชนหัวใจรักชาติ นำโดยนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ กรรมการเครือข่ายฯ ม.ล.วัลวิภา จรูญโรจน์ กรรมการเครือข่ายฯ นายการุณ ใสงาม ที่ปรึกษาเครือข่ายฯ ได้ร่วมกันแถลงข่าวกรณีคนไทย 7 คนถูกทหารกัมพูชาจับกุมเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2553 ที่ผ่านมาว่า เป็นการนำเสนอพยานบุคคลและเอกสารการครอบครองที่ดินของคนไทยเป็นเอกสาร หนังสือรับรองสิทธิ์ในที่ดินทำกิน ( นส. 3 ก.) โดยยืนยันว่า คนไทยที่ถูกทหารกัมพูชาจับกุมในพื้นที่เขตแดนไทยในการลงพื้นที่สำรวจตามคำ ร้องเรียนของประชาชนว่า ถูกบุกรุกพื้นที่เขตแดนไทยจากทหารกัมพูชา รมถึงการเดินทางไปยื่นหนังสือกับทางกองทัพภาคที่ 1 เพื่อประสานการเปิดพื้นที่ให้กลุ่มเครือข่ายได้ชุมนุมเรียกร้องด้วย

นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า การที่สมเด็จฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกมาระบุว่า คนไทย 7 คน หนึ่งในนั้นมีนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส. กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะตัวแทนรัฐสภา ซึ่งเป็น 1 ใน 30 คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือเจบีซี 3 ฉบับ และ 6 ประชาชนคนไทยที่ถูกทหารกัมพูชาจับกุมตัวไป เนื่องจากมีการรุกล้ำดินแดนไม่เป็นความจริง วันนี้เราเจอพยานบุคคล ที่มีเอกสารยืนยันว่า ประชาชนคนไทยที่ถูกทหารกัมพูชาคุมตัวไป เป็นพื้นที่เขตแดนของประเทศไทย เอกสารที่ประชาชนได้มาก็มีตั้งแต่ยุคนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรี มีการเสียภาษีให้กับท้องที่ตลอดมา เเละกลุ่มเครือข่ายประชาชนหัวใจรักชาติจะมีการยกระดับการเคลื่อนไหวให้แกนนำ เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติทุกภาค ระดมประชาชนแล้วให้ทุกคนมุ่งไปถนนศรีเพ็ญจ.สระแก้ว และเปิดเวทีปราศรัยในวันที่ 4 ม.ค. 2554 โดยจะมีการรวมตัวเคลื่อนไหวจากบริเวณประตู 4 ข้างทำเนียบ รัฐบาล ในวันที่ 3 ม.ค. 2554 เวลา 12.00 น. แล้วร่วมกันเดินทางไปชุมนุมที่ถนนศรีเพ็ญ จ.สระแก้ว เพื่อร่วมชุมนุมด้วยกันเรียกร้องให้มีการปล่อยตัว 7 คนไทย นอกจากนี้เรายังได้รับรายงานมาแล้วว่า จะมีประชาชนเดินทางไปรอร่วมชุมนุมในพื้นที่แล้วประมาณ 5 พันคน

ด้าน นายการุณ กล่าวว่า เหตุที่คนไทยถูกกุมตัว เพราะมีประชาชนร้องมายังกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย และนายกรัฐมนตรีว่า ประชาชนไม่สามารถไปออกโฉนด เอกสารสิทธิ์ในการครอบครองที่ดินทำกิน ทั้งที่เขามีการถือหนังสือรับรองเป็นนส.3ก.หรือประชาชนที่ได้เสียภาษีใน ที่ดินทำกินให้กับรัฐ (ภทบ. 5 ) เป็นเอกสารตั้งแต่ปี 2484 เเละปี 2490 โดยเจ้าหน้าที่รางวัดบอกกับประชาชนว่า ทหารกัมพูชายึดครองพื้นที่ไม่สามารถไปทำการรางวัดออกโฉนดได้ หรือแม้แต่ครั้งที่กัมพูชามีสงคราม 3 ฝ่าย ทางองค์การสหประชาชาติก็เคยได้รับรองหมู่บ้านอพยพชาวเขมรให้กับทางรัฐบาลไทย ดังนั้นเอกสารที่มีอยู่ได้รับการรับรองย่อมเป็นดินแดนของคนไทย

กต.เผย2แนวทางช่วย 7 คนไทยเขมรจับ

นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ ได้เตรียมแนวทางการให้ความช่วยเหลือต่อ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายวีระ สมความคิด แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ และพวกรวม 7 คนที่ถูกกัมพูชาจับกุมตัว เพื่อให้ได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศไทยโดยเร็ว

นอกจากนี้สถานเอกอัครราชทูตได้เตรียมให้ความสะดวกแก่ภรรยาของนายพนิช ที่จะเข้าเยี่ยมนายพนิช ที่เรือนจำไปรซอร์ในวันพรุ่งนี้ ในส่วนการสู้คดีขึ้นอยู่กับทนายความจะปรึกษาหารือกับนายพนิชว่าจะดำเนินการ ต่อไป โดยต้องรอศาลนัดไตร่สวนคดีในวันที่ 4 ม.ค.54 อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ให้การดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกระบวนการกฎหมายของกัมพูชา

นายธานี กล่าวด้วยว่า กระบวนการตรวจสอบพื้นที่เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมแผนที่ทหาร และกระทรวงการต่างประเทศได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว พบว่า เส้นทางที่คณะนายพนิชใช้ได้รุกล้ำในเขตพื้นที่กัมพูชาจริง แต่ไม่ได้เจตนา อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศจะชี้แจงกับกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ทราบต่อไป

มีรายงานว่า แนวทางที่กระทรวงการต่างประเทศเตรียมไว้ให้การช่วยเหลือ คือ การเจรจาระดับสูงกับทางการกัมพูชา ควบคุมไปกับการเข้าสู่กับกระบวนการของศาลกัมพูชา ซึ่งสามารถเป็นไปได้ 2 ทาง คือ การยื่นขอประกันตัว หรือการเร่งรัดให้ดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมให้เร็วที่สุด เพื่อขอลดหย่อนผ่อนโทษ โดยให้คำนึงถึงความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาเป็นสำคัญ

ฟันธง"พนิช"โดนจำคุกศาลรธน.วินิจฉัยได้

นายคมสัน โพธิคง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า กรณีที่หากนายพนิชถูกศาลกัมพูชาพิพากษา ว่า มีความผิดและไม่ได้รับการประกันตัวจะทำให้หมดสมาชิกภาพการเป็นส.ส. คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)สามารถที่จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยเพิกถอนสมาชิกภาพได้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และ 106

ส่วนข้อโต้แย้งที่ว่ารัฐธรรมนูญจำกัดเฉพาะศาลในประเทศไทยนั้น แม้เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นแต่เจตนารมณ์การร่างรัฐธรรมนูญมาตรานี้มุ่งไปที่ การป้องกันไม่ให้คนที่มีมลทินมาทำหน้าที่ผู้แทนปวงชน โดยไม่จำกัดว่าจะเกิดที่ใด เช่น หากส.ส.ไปขโมยของในสหรัฐ แล้วถูกพิพากษาจำคุก หรือเข้าประเทศญี่ปุ่นผิดกฎหมาย ถูกตัดสินจำคุกที่ญีปุ่น ก็ถือว่าสิ้นสภาพความเป็นส.ส.ไปด้วย อย่างไรก็ตาม หากมีการส่งเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญ นายพนิช อาจยกประเด็นการจับกุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นต่อสู้ได้ เพราะจากที่ตรวจสอบนายพนิช ถูกจับในดินแดนของไทย

องอาจยัน 7 คนไทยไม่มีเจตนารุกเขมร

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเร่งช่วยเหลือกลุ่มคนไทย 7 คนที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัว ว่า รัฐบาลพยายามใช้หลายช่องทางในการให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้ได้รับความยุติธรรม เพราะเชื่อว่ากลุ่มคนไทยไม่มีเจตนารุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ของกัมพูชา ขณะที่ยืนยันว่า ความสัมพันธ์กับประเทศกัมพูชาขณะนี้ยังเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งหากสิ่งใดที่เป็นปัญหาจะทำความเข้าใจกันมากขึ้น รวมถึงเรื่องข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร

ด้าน นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ประธานคณะกรรมการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่ตั้งขอสังเกตถึงเจตนาการลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณ จ.สระแก้ว ของกลุ่มคนไทยทั้ง 7 คน ที่ขาดการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จนทำให้มีปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ และถูกควบคุมตัวในที่สุด ซึ่งมองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกจากส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชามากขึ้น แล้ว ยังอาจส่งผลในทางการเมือง โดยเฉพาะการออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่จะ มีขึ้นในวันที่ 22 มกราคมนี้ ขณะเดียวกันรัฐบาลควรเร่งสร้างความชัดเจนถึงการปักปันเขตแดนในพื้นที่ต่างๆ ที่มีความล่าช้า ทั้งที่ จ.สระแก้ว หรือพื้นที่บริเวณโดยรอบปราสาทพระวิหารและในอ่าวไทย

ร้อยละ 89 เชื่อเป็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า วันนี้ภรรยาของนายพนิช ได้เดินทางไปประเทศกัมพูชาเพื่อเยี่ยมสามี คาดว่าจะเข้าพบได้วันนี้หรือวันพรุ่งนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับว่า ให้ช่วยโดยเร็ว

ด้านสวนดุสิตโพล ระบุว่า ร้อยละ 89 เชื่อว่า การจับกุมคนไทยทั้ง 7 คน เป็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันยังกังวลว่า จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ทำให้กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดังนั้นรัฐบาลควรจะเร่งเจรจาให้มีการปล่อยตัว และหาข้อยุติในการแบ่งเส้นแดนไทย-กัมพูชาให้ชัดเจน

พท.ชี้คำพูดรัฐบาลอาจเป็นพยานมัดตัว"พนิช"ติดคุกเขมร

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ถูกกัมพูชาจับกุม ว่า ตนไม่คิดว่าส.ส. ที่เป็นอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะเสียทางมวยจนถูกจับ กุม ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยได้เตือนแล้วว่าไม่เหมาะสมที่จะเดินทางรุกล้ำเข้าไป ในเขตกัมพูชา เพราะนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ยังมีปัญหาคาใจคนในรัฐบาลกัมพูชาอยู่ แต่สถานการณ์ดูเหมือนรุนแรงขึ้นเพราะนายกษิตยอมรับว่าบุคคลทั้ง 7 ลุกล้ำแผ่นดินกัมพูชาจริง และยังยอมรับว่ามีคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยทั้งๆ ที่ในทางการทูตหากเจรจาไม่สำเร็จควรจะระบุว่าอยู่ในขั้นตอนการเจรจาจะได้ไม่ เป็นพยานหลักฐานไปเพิ่มน้ำหนักให้ศาลลงโทษได้เต็มที่ ซึ่งคณะกรรมการติดตามการทำงานรัฐบาล (คตร.) ของพรรคเพื่อไทยบางคนยังตกใจที่รัฐมนตรีปากไว

นายจิรายุ กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยมองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพรรคการเมืองใหม่ และกลุ่มพันธมิตรฯ รวมทั้งคนของพรรคประชาธิปัตย์น่าจะเป็นดินเนื้อเดียวกัน เพราะขณะที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พยายามจะสานสัมพันธ์กับกัมพูชา แต่ทางหนึ่งกลับสั่งการให้ส.ส.ของพรรคไปดำเนินการบางอย่างร่วมกับกลุ่ม พันธมิตรฯ อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยได้ตั้งคณะทำงานติดตามกรณีความขัดแย้งและความคืบหน้าในการแก้ ปัญหากรณีพื้นที่ทับซ้อนและเขาพระวิหารของรัฐบาลอภิสิทธิ์ด้วยว่า ได้ดำเนินการตามที่เคยโจมตีพรรคเพื่อไทยในสมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน หรือไม่ ส่วนกรณีการให้ความช่วยเหลือในคดีนี้นั้น พรรคเพื่อไทยแม้จะมีสายสัมพันธ์อันดีกับกัมพูชา แต่โดยมารยาทต้องปล่อยให้รัฐบาลแสดงฝีมือก่อน แต่ถ้าไม่ไหวก็ขอให้รัฐบาลร้องขอมา พรรคยินดีจะจัดให้ เพื่อให้คนไทยทุกคนโดยไม่เกี่ยงว่าเป็นกลุ่มพันธมิตรฯ หรือพรรคประชาธิปัตย์

สำหรับกรณีที่มีข้อสังเกตว่า การกระทำของนายพนิชอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญและสุ่มเสี่ยงต่อสมาชิกภาพส.ส.นั้น นายจิรยุกล่าวว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยได้หารือกันและเห็นว่า ควรเตรียมความพร้อมในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.กทม.เขต 6 ได้เลย ทั้งนี้ในการประชุมพรรคเพื่อไทยสัปดาห์นี้พรรคจะหารือถึงกลยุทธ์ การหาเสียง และตัวผู้สมัครด้วยหากกกต.ระบุว่าต้องมีการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้น

ที่มาข่าว: คม ชัด ลึก