ที่มา thaifreenews
โดย namome
แม้ว่าจะถือกำเนิดเกิดมาในจังหวัดประชิดติดพรมแดนเขมร ทว่านิติภูมิพูดภาษาเขมรไม่ได้นะ ครับ ทุกทีที่ถูกเขมรด่า ผมก็จะหาล่ามมาช่วยแปล ขณะนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่ากับรับฟังข่าวเขมร ผมฟังไปก็ต้องมีล่ามไป ไม่ว่าจะเป็น ‘ดอมเนิงคนงนึงเดราปรอเตะ’ ข่าวในและนอกประเทศ สมัยก่อนตอนโน้น เขมรชอบฟังข่าวประเภท ‘ด่อมเนิงบัดปรอปวน’ ข่าวเมียหาย ‘ด่อมเนิงเลิงเลียะเคนีย’ ข่าวการหย่าร้าง หรือแม้แต่ ‘ดอมเนิงซอมลับเคนีย’ ข่าวการฆ่ากัน
เดี๋ยวนี้เขมรพัฒนาการบริโภคข่าว กลับมาบ้านคราวนี้ มีโอกาสฟังวิทยุเขมรแล้วไม่สบายใจเลยครับ ที่ได้ยินเขมรวิจารณ์การกระทำของคณะของผู้ทรงเกียรติของเรา โดยเทียบความฉลาดของคณะพวกนี้ว่ามีสมองเท่ากับไอ้กอัด แปลเป็นไทยได้ว่า มีสมองเท่ากะ ‘สมองเขียด’
เขมรจำนวนไม่น้อยที่ได้ดูคลิปที่นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีของนายกษิต ภิรมย์ และ ส.ส. ประชาธิปัตย์ พวกนั้นก็วิจารณ์กันขรมว่า นายกรัฐมนตรีของไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นมนุษย์คบไมได้ เพราะเป็นพวก “ลออแต่มุขตุกเจ็ดมินบาน’ แปลเป็นไทยได้ว่า นายกรัฐมนตรีของไทยปัจจุบันนั้น ท่านเป็นคนประเภท ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ
ที่ประชาชนคนเขมรวิจารณ์ว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีของเราดังนั้น เพราะในคลิปวีดีโอที่นายพนิชกำลังพูดโทรศัพท์มีข้อความว่า “ตกลงพี่สินกลับใช่ไหม? จ๊อบบอกคิวซิว่าอยู่ตรงนั้น อย่าให้เขาเข้ามานะ เผื่อมีอะไรจะได้ประสานได้ ให้เขารอ” ในคลิป เขมรเห็น ส.ส.พนิชเดินต่อ พร้อมกดดูโทรศัพท์อีก ตอนนี้มีเสียงผู้ชายแว่วมาว่า “ลองกดโทรออกซิ ของผมโทรออกไม่ได้”
จากนั้นก็ยังมีภาพและเสียงของนายพนิชพูดโทรศัพท์อีกว่า “ฮัล โหล คิวเหรอ เอ่อ ได้ยินไหม ชัดไหม เดี๋ยวเผื่อสัญญาณมันขาด โทรไปบอกสมเกียรติเลขาท่านนายกหน่อยนะ เอ่อ เพราะเดี๋ยวเราจะคุยกับนายกเอง แต่ไม่เป็นไรอ่ะ บอกสมเกียรติหน่อยว่า เราข้ามมาที่เขตกัมพูชาแล้ว เดี๋ยวถ้าเกิดมีอะไรจะได้ประสานเขาหน่อย บอกเขาหน่อย เพราะว่านี่เราเข้ามาที่พื้นที่กัมพูชาแล้ว แต่อย่าให้ใครรู้นะ เพราะมีนายกรู้อยู่คนเดียว”
นายกรัฐมนตรีไทยพูดอยู่บ่อยๆ ว่าต้องการมีไมตรีกับเพื่อนบ้าน แล้วท่านส่ง ส.ส.พนิชไปทำไม? ประโยคที่ ส.ส.พนิชพูดว่า “เพราะมีนายกรู้อยู่คนเดียว” เป็นการยืนยันแถลงแสดงแจ้งชัดถนัดแล้ว ว่านายกรัฐมนตรีไทยคิดอะไรไม่ค่อยจะเข้าท่ากะเพื่อนบ้าน
นายกรัฐมนตรีไทยท่านนี้มีภาษาอังกฤษดี คนเรามีภาษาดีอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีกึ๋นด้วย ถ้ามีสมองคิดทำอะไรได้แค่นี้ กรุณาอย่ามาทำงานการเมืองระดับสูง ควรใช้ความเก่งภาษาไปเป็นไกด์ หรือไปทำงานเป็นล่ามแปลความให้พวกรัฐมนตรีเวลาประชุมกับฝรั่งจะดีกว่า
ในอดีตที่ผ่านมา มีคลิปเสียงอะไรมากมายหลายครั้ง ท่านก็แก้ตัวว่าตัดต่อ คลิปเสียงตัดต่อทำลายกันได้จริงครับ อันนี้ยอมรับ แต่ครั้งนี้ มีทั้งภาพทั้งเสียงแจ่มชัดถนัดนัก ท่านแก้ไขอะไรไม่ได้ สถานะของราชอาณาจักรไทยในเวทีระหว่างประเทศที่แย่อยู่ในแล้วในปัจจุบันทุก วันนี้ ยิ่งแย่ไปใหญ่ “โทกอะเว่ยนึงไดทะไลอะเว่ยนึงม๊อด” พูดไปผิดใจเขา คำของเราเบาราคา ป่านนี้ เขมรมิเอาภาพ+เสียง+คำแปลคำพูดของนายพนิชไปแพร่ขยายกระจายไปตามผู้นำของ ประเทศเพื่อนบ้าน หรือจำหน่ายจ่ายแจกไปตามสถานทูตในกรุงพนมเปญไปหมดแล้วกระนั้นหรือ?
ก็ไหนรัฐบาลนี้สนใจที่จะพัฒนาการค้าชายแดน ฝ่ายเขมรเองได้ฟังก็ดีใจ และตอบไมตรีของท่านในเรื่องนี้มาหลายครั้ง เพราะฝ่ายเขมรก็เชื่อเหมือนกันว่า “จวญจิตปรอเซอเจียงจวญชงาย” แปลเป็นไทยก็คือ ค้าใกล้ดีกว่าค้าไกล
เรื่องของการค้า ผมเรียนไปเมื่อวานแล้วว่า ปัจจุบันทุกวันนี้ เขมรไม่จำเป็นต้องพึ่งไทยอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้านใด หรือทางไหนทั้งสิ้น โลกของเขมรวันนี้กว้างใหญ่ไพศาลนัก “โประปินเด่ยเซร่ยปินโนโก” แผ่นดินไม่ไร้เท่าใบพุดทราสำหรับเขมรดอก จีนก็เอาใจ อเมริกาก็เอาใจ ตะวันออกกลางก็มีเขมรเป็นกล่องดวงใจ
พวกที่กำลังสร้างกระแสชาตินิยมเพื่อหวังว่าจะมีคนเข้าร่วมประท้วงกับพวกตน เหมือนในอดีตก็อาจจะตะโกนก้องร้องแย้งว่า อ้า โลกแห่งราชอาณาจักรไทยไชโยของเราก็กว้างใหญ่ไพศาลเหมือนกัน ผมนิติภูมิอยากจะขออนุญาตเรียนครับว่า การกระทำของพวกท่านทั้งหลายนั้น ดันไปทะเลาะเบาะแว้งกับเพื่อนบ้านประเทศโน้นประเทศนี้ไม่มีจบ
ก็จริง ที่ท่านว่า โลกของประเทศไทยกว้าง
แต่ทางแคบ....
ท่านวุ่นวาย ทำให้คนไทยได้อาย ซะแทบจะไม่มีที่เดินในโลกอยู่แล้ว
ผมเจ็บใจที่เขมรด่า ส.ส.ไทยและคณะว่ามีสมองเท่าเขียด ก็อยากให้ท่านส.ส.และคณะฮึดสู้เพื่อศักดิ์ศรีอวดเขมรหน่อย ท่านกรุณาอย่าไปขออภัยโทษอะไรกะพวกเขมรทั้งสิ้น นิติภูมิจะบอกความลับที่จะทำให้คนเขมรกลับมายกย่องท่านและคณะว่ามีศักดิ์ศรี สูงส่งให้ ก็คือท่านต้องยอมติดคุกเขมรยาวๆ เพราะเขมรมีคำพูดที่สอนกันมาตั้งแต่โบร่ำโบราณกาลว่า
“กุมซลับโดจปัวะ กุมรัวะโดจก้องแกบ” ตายอย่างราชสีห์ ดีกว่าอยู่อย่างกบ
ส.ส.พนิชครับ มีสมองเท่ากบ ย่อมดีกว่ามีสมองเท่าเขียดครับ.
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Tuesday, January 4, 2011
ผมนิติภูมิขอวิจารณ์คนไทย ๗ คนถูกจับที่เขมร ตอน ๓
คลิปลับ ฆ่าอภิสิทธิ์
ที่มา thaifreenews
โดย namome
คลิปลับ ฆ่าอภิสิทธิ์
http://www.youtube.com/watch?v=SDC_qK1btuM&feature=player_embedded
3 1 54 แฉ รมว กห อยู่เบื้องหลังเขมรจับ7คนไทย
http://www.youtube.com/watch?v=XBuzC7C5VjI&feature=player_embedded
คลิปข่าวเต็ม ที่ถูกนำไปเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีบีเอส และรายละเอียดข่าววันนี้ (3 ม.ค.54)
ข่าว คลิปพนิช เข้าดินแดนกัมพูชา
http://www.youtube.com/watch?v=0cB7s8sWhls&feature=player_embedded
แปลข่าวจากเขมรวิพากวิจารณ์อย่างหนักหน่วงถึงใครบางคน กรณี 7 โดนจับ
ที่มา thaifreenews
โดย namome
แปลข่าวจากเขมรวิพากวิจารณ์อย่างหนักหน่วงถึงใครบางคน กรณี 7 โดนจับ
พี่แดงแห่งเชียงใหม่
พอดีผมได้อ่านกระทู้ http://www.internetfreedom.us/thread-7984.html
ของพี่ Same Old Unter ขอบคุณที่นำมาให้นะครับบ
ขอทยอยแปลๆมาทีละช๊อตๆ ตอนกลางๆนั้นผู้ดำเนินรายการเขาเอ่ยถึงใครบางคนด้วยแหละ
CTN_News_2010-12-31_#03_(Internet Forum, 7 Thais illegally entering Cambodia) Khmer Cambodia.
http://www.youtube.com/watch?v=h3FlN-u6XUI&feature=player_embedded
นาที่ที่ 1-3 ผู้ดำเนินรายการ(ผดร) เยาะเย้ยนายกไทยว่า ไม่มีทหารกัมพูชาคนไหนที่จะถืออาวุธเดินทางข้ามประเทศจับคณะคนไทย 7 คนนี้หรอกครับคิดง่ายๆ และผดร.เอ่ยว่าการที่ ASTV พูดมาเข้าข้างให้ทางไทยอย่างเดวมันไม่ยุติธรรมเลยโดยที่ท่านไม่ศึกษาข้อเท็จ จริงก่อน
และแนะนำนายกไทยให้ดูพฤติกรรม สส.(โกนเจา) ตัวเองก่อนมีทั้งการโทษศัพท์บอกคณะฝั่งไทยว่าข้ามเขตมาแล้ว ถึงโน้นถึงนี่แล้ว หลักฐานเรามีทุกช๊อต (ผดร.ใช้ภาษาเขมรสุภาพมากครับใช้คำว่าโกนเจา =ลูกหลาน คงหมายถึงลูกน้องนายกคือ พนิชต่างจาด ASTV เสนอข่าวไปในทางหยาบ)
ผดร.ประนามนายวีระ หัวแข็ง หัวแคระ (กบาลแกร็น) (แปลไปด้วยขำไปด้วย)ที่ทำความช้ำใจให้ชาวกำพูชาอีกแล้ว
นาทีที่ 8:17 นายลไล ลี บอกว่าทราบข่าวทางกลุ่มคนเสื้อเหลืองไทย จะมาจุดเดิมแล้วจะให้ทหารเขมรจับไปเข้าคุกเป็นเพื่อนเจ็ดคนนั้น
ผดร.ขำและฝากบอกกลับไปว่ายินดีต้อนรับและฝากแปลให้ด้วยว่า คุก ไปรซอร์ แปลว่า ป่าขาว ในภาษาไทย และเชิญนายสนธิ ลิ้มทองกุล และจำลอง ศรีเมืองมานอนด้วยกันด้วยจะได้ผมขาวกว่าเดิม
นาทีที่ 9:22 ผดร. กล่าวว่าแหล่งข่าวเรื่องนี้สั่นสะเทือน(อังกืก)ถึงคุณเปรม ติลศรีลานนท์ และอังกืกถึง XXXXXX ข้างบนเปรมด้วยนะนี่
นาทีที่ 10 ผดร.เยาะเย้ยพลเอกเปรมว่ามีหลักฐานว่านายวีระ กบาลแกร็น (อิอิ555555555 ชอบฉายา)นั้นพูดว่าอย่าไรกับทางกัมพูชาบ้างแต่ยังไม่เปิดเผย ผดร.ยืนยันมีคลิปเสียงทั้งหมด ว่าวีระ มีเจตนาจะนอนที่ ไปรซอร์ (คุกป่าขาว) มีเจตนามาฉลองปีไหม่(ฉลองชนำทะมัย)ที่คุกนี้
________________________________________
นาทีที่ 11:22 ผดร.กว่านายกไทยกะนายสุเทพพูดจาขัดแย้งกันเอง(เคาะเคนีย) พอมีข่าวนี้นายกพูดอีกอย่าง นายสุเทพพูดอีกอย่าง
ท่านายกฯทักษิณครับ เรื่องช่วยนายพนิช นี่ท่านอย่าเส..ได้ไหมครับ
ที่มา thaifreenews
โดย ลูกชาวนาไทย
ผมเห็นมีคนตอบในกระทู้เรื่องท่านเสนอจะช่วยเหลือนายพนิช เขาบอกว่า "ท่านอย่า ส." ได้ไหม
เฮ้อผมก็ูรู้สึกอย่างนั้นแหละ ทำอะไรให้พอดี อย่าทำเกินไป แทนที่มันจะเกิดผลดี มันก็จะเกิดผลเสียได้โดยง่าย ตอนนี้อารมณ์ของคนเสื้อแดงกำลังแค้น การที่ศัตรูได้รับความลำบากอย่างน้อยก็สามารถระบายอารมณ์ได้บ้าง หากท่านยังขืนพูดเรื่องนี้อีก ผมว่าคนเสื้อแดงบางส่วนจะออกมาด่าท่านแล้ว
เรื่องบางเรื่อง "อยู่นิ่งๆ บ้างก็ได้" ไม่ใช่เรื่องของเรา อย่าขยับตัวบ้างก็ได้
ผมว่าท่านและคนใกล้ชิดต้องประเมินสถานการณ์ใหม่
การต่อสู้ ความขัดแ้ย้งในประเทศไทยวันนี้มันเลย "ประเด็นชูทักษิณกลับบ้าน" ไปแล้ว ประเด็นมันเป็นเรื่องระหว่างประชาชนกับอำมาตยาธิปไตยไปแล้ว เื่รื่องการชูท่านกล้บบ้านวันนี้เป็นเืรื่องรองแล้ว
จริงอยู่คนเสื้อแดงยังรักท่านอยู่ แต่สงครามแห่งความขัดแย้งมันเป็นพลวัตร ประชาชนเรียนรู้ ความขัดแย้งเคลื่อนตัวออกไปข้างหน้า กลายเป็นเรื่องของประชาชน กับ อำมาตย์ว่า ใครควรได้เป็นคนกำหนดทิศทางของประเทศนี้
วันนี้ "ยุทธศาสตร์ เปลี่่ยนไปแล้ว"
ปัญหาคือ เราจะเอาประชาชาธิปไตยกลับมาได้อย่างไร ส่วนเรื่อง "ทักษิณกลับบ้าน" เป็นประเด็นตามมาหากประเทศมีประชาธิปไตย ท่านก็ได้กลับบ้านเอง
เรื่องช่วยนายพนิช นี่ หากท่านทำจริงๆ หรือยังไม่หยุดและวางเฉยในเรื่องนี้ ผมว่าคนเสื้อแดงจะโกรธท่านแน่ๆ ครับ
ผมก็ขอร้องว่า ท่านอย่าแส่เข้าไปเลย ขอเถอะครับ
ยุคที่ทักษิณเป็นนายกฯ กัมพูชาคงไม่กล้าจับคนไทยแน่ ไทยล้มเหลวทั้งการทูตและทหาร
ที่มา thaifreenews
โดย ลูกชาวนาไทย
กรณีที่กัมพูชาจับคนไทยซ่าส์ ไป 7 คน ในทางการเืมืองระหว่างประเทศ ถือว่าเป็นการ "ตบหน้ารัฐบาล" ของประเทศนั้นๆ โดยตรง และเป็นการท้าทายอำนาจของประเทศที่ถูกจับด้วย เพราะอย่างน้อยก็เสียเกียรติภูมิของชาติ
กรณีเผาสถานทูตไทยในกัมพูชา นายกฯทักษิณสามารถใช้ทั้งศิลปะทางการทูต บวกด้วยการโชว์แสนยานุภาพด้านกำลังทหารเพื่อข่มขวัญและดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีได้อย่างเหมาะสม การส่งกำลังทหารเครื่องบินไปรับคนไทยกลับที่สนามบินกัมพูชา ถือได้ว่าเป็นการแสดงแสนยานุภาพของชาติได้อย่างแท้จริง
แน่นอน หากทักษิณทำบุ่มบ่าม ส่งเครื่องบินซี 130 ไปรับคนไทยกลับ โดยไม่มีการเจรจาทางการทูตกันก่อน ผมคิดว่าคงเกิดปัญหาการปะทะกันอย่างแน่นอน และยากที่จะส่งเครื่องบินเข้าไปได้โดยง่าย หากได้ัรับการขัดขวางอย่างเต็มที่ของกัมพูชา แต่เมื่อมีการประสานกันทางการทูต การแสดงแสนยานุภาพแต่พองาม ย่อมได้บรรยากาศที่ดี
กรณี กัมพูชาจับคนไทย (พวกอยากดัง) ไป 7 คนนี้ ประเทศไทยล้มเหลวทั้งทางด้านการทูตและการทหาร กัมพูชาสามารถแสดงบทบาทสั่งสอนได้อย่างพอเหมาะพอควร คือ ไม่ยะโสจนเกินไป และไม่ยอมอ่อนข้อ
การเลือกช่องทางส่งขึ้นศาลของกัมพูชา และประเทศไทยยอมรับแต่โดยดี เท่ากับแสดงความหมดท่าและไร้ศักดิ์ศรีอย่างสิ้นเชิง การไปเจรจาทางการทูตก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะกัมพูชา ชิ่งไปว่า "ต้องเคารพกฎหมาย" เอาตัวเข้าสู่กระบวนการทางศาล และประเทศไทยก็ต้องยอมตาม ซึ่งผลก็ีคาดหมายได้อยู่แล้วว่า ศาลกัมพูชาคงตัดสินให้ผิดจริง และอาจมีการจำคุกระยะหนึ่ง จึงมีการพระราชทานอภัยโทษ
นัยยะทางการเมืองคือ กัมพูชายืนยันทางกฎหมายว่าพื้่นที่ขัดแย้งบริเวณนั้นเป็นของกัมพุชา และไทยก็ยอมรับโดยปริยาย คดีนี้จึงมีความหมายในอนาคตอย่างแน่นอน
ผมว่าหากเป็นยุคทักษิณ คงไม่ยอมให้มีการเอาขึ้นศาลแน่นอน เพราะเท่ากับเป็นการยอมรับว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นของกัมพูชา คงมีการเจรจาทางการทูตกันอย่างหนัก
อันที่จริงยุคทักษิณ กัมพูชาก็คงไม่จับคนไทยแน่นอน เ่รื่องข้ามแดนแบบนี้ไม่ได้ถือเป็นเรื่องสำคัญนัก
แต่ตอนนี้มันสำคัญเพราะมันคือนัยยะของกรณีพิพาทด้วย
ผมเชื่อว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ และอำมาตย์ไทยคงไม่มีเกีียรติภูมิในระดับโลกพอที่จะบีบกัมพุชาได้ จึงเลือกที่จะ "ส่งทนายไปช่วยคนทีถูกจับ" พูดอีกนัยยะคือ ปล่อยเกาะลอยแพพวก 7 คน นั่นเอง
โพสต์ทูเดย์ รายงาน"เอแบคโพล"ชี้"มาร์ค"แถลงปฏิรูปฯ แค่ขายฝัน ลอกนโยบาย“ทักษิณ”
ที่มา ประชาไท
โดย lovethai
โพลชี้“แถลงปฏิรูปฯ”ลอกนโยบาย“ทักษิณ”
เอแบคโพล เผยผลสำรวจกลุ่มพลังเงียบ มองนโยบายปฎิรูปประเทศไทยของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ยังขาดความชัดเจนในการแก้ปัญหา ชี้ลอกนโนบายพ.ต.ท.ทักษิณ ด้านกลุ่มหนุนเชื่อหลังการเเถลงฯส่งผลให้คะเเนนนิยมรัฐสูงขึ้น
ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดผลวิจัยเชิงคุณภาพ เรื่อง สัมภาษณ์เจาะลึกกลุ่มคนสามฝ่าย ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล ไม่สนับสนุนรัฐบาล และกลุ่มพลังเงียบ ต่อเทปรายการ “ปฏิรูปประเทศไทย” โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
แบ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนรัฐบาล 20 คน กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล 20 คน และกลุ่มพลังเงียบ 60 คน ระหว่างวันที่ 1-2 ม.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มประชาชนทั้งสามกลุ่มได้ติดตามชมเทปรายการ “ปฏิรูปประเทศไทย” ส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกัน นายกรัฐมนตรีแถลงการปฏิรูปประเทศไทยส่วนใหญ่ไม่มีความชัดเจนว่า ประชาชนจะได้เห็นผลแก้ไขปัญหาเป็นรูปธรรมเมื่อไหร่
โดยกลุ่มพลังเงียบและกลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลส่วนใหญ่ระบุว่า "ที่ชัดเจนเป็นเพียงตัวเลขปัญหา เช่น ด้านอาชญากรรม เด็กนักเรียนออกเรียนกลางคัน ปัญหาผลผลิตการเกษตร แต่กับแนวทางแก้ไข นายกรัฐมนตรียังไม่ทำให้พวกเราชาวบ้านเห็นว่า เมื่อไหร่จะแก้ไขได้สำเร็จ กลัวจะเป็นแค่นโยบายขายฝัน กลัวว่าจะทำไม่ได้ตามที่พูด”
อย่างไรก็ตาม กลุ่มสนับสนุนรัฐบาลส่วนใหญ่เชื่อว่า เทปรายการปฏิรูปประเทศไทยครั้งนี้จะทำให้ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่มีความหวังและน่าจะทำให้คะแนนนิยมต่อรัฐบาลเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลเกือบทุกคนมองว่า แนวทางปฏิรูปประเทศไทยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงยังคงเป็นการลอกเลียนแบบแนวนโยบายของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
"ไม่เห็นมีอะไรใหม่ การแก้ปัญหายาเสพติด หลักประกันสุขภาพ การปฏิรูปการศึกษา และปัญหาของชาวไร่ชาวนา เป็นเรื่องที่นายกทักษิณ ได้ทำมาแล้วทั้งนั้น และดีกว่ารัฐบาลชุดนี้ จับต้องได้มากกว่า นโยบายขายฝันของประชาธิปัตย์เสียด้วยซ้ำ ยิ่งเรื่องการแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาความไม่เป็นธรรมในสังคม ความเหลื่อมล้ำ การเอารัดเอาเปรียบ การเลือกปฏิบัติต่างๆ พวกเราไม่เห็นทางแก้ไขที่ชัดเจนอะไรเลยจากเทปรายการปฏิรูปประเทศไทย” กลุ่มผู้ไม่สนับสนุนรัฐบาลและกลุ่มพลังเงียบส่วนใหญ่ระบุ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ได้ใจกลุ่มพลังเงียบกลับไม่ใช่เทปรายการปฏิรูปประเทศไทย แต่อยู่ที่ใครที่เป็นรัฐบาลหรือเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ทำให้บ้านเมืองสงบสุข ไม่วุ่นวาย ก็จะได้ใจและเสียงสนับสนุนจากกลุ่มพลังเงียบ
นายนพดล กล่าวว่า บทสรุปเบื้องต้นที่ได้จากการสัมภาษณ์เจาะลึกครั้งนี้คือ เทปรายการ “ปฏิรูปประเทศไทย” โดยนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ผ่านมา กลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาลก็สนับสนุนมากขึ้น และกลุ่มที่ไม่สนับสนุนรัฐบาลก็ไม่สนับสนุนรัฐบาลเหมือนเดิม ในขณะที่กลุ่มพลังเงียบส่วนใหญ่ระบุว่า ไม่มีผลทำให้คะแนนนิยมของพวกเขาต่อรัฐบาลเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เพราะขาดความชัดเจนว่าจะเห็นผลเมื่อไหร่ จึงไม่ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่อะไรให้กับพวกเขา ข้อเสนอแนะของพวกเขาคือ “ทำให้ได้อย่างที่พูด”
ผอ.เอแบคโพลล์ กล่าวว่า ผลวิจัยที่ออกมาเช่นนี้อาจมีสาเหตุหลักด้วยกัน 3 ประการคือ ข้อมูลจากนายกรัฐมนตรี การสื่อสารของสื่อมวลชน และการรับรู้ของประชาชนเอง ดังนั้นจึงเสนอแนะให้เร่งทำผลงานให้ปรากฏต่อสายตาสาธารณชนสอดคล้องกับสิ่งที่แถลงไว้ในเทปรายการปฏิรูปประเทศไทยโดยมีกรอบเวลาเร่งด่วนชัดเจน ทำผลงานที่ประชาชนจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นชัดเจน เช่น อาศัยความสนใจของประชาชนเรื่องอุบัติเหตุ เร่งรัดให้มีการใช้เข็มขัดนิรภัยในรถประจำทางสาธารณะ แก้ปัญหาสารปนเปื้อนในอาหาร ปัญหาการไม่มีสิทธิครอบครองที่ทำกิน และทำสรุปมานำเสนอให้ประชาชนพิจารณาใหม่ และเสนอแนะให้ทำวิจัยเชิงคุณภาพกับสิ่งที่จะแถลงผ่านสื่อมวลชนก่อน เพราะอาจจะเสียเวลา งบประมาณค่าเวลาของสื่อ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไปที่เกรงว่าจะได้ไม่เท่าเสีย
(ที่มา โพสต์ทูเดย์ , 3 มกราคม 2554)
อ่างขาง: ส.ค.ส.ปีใหม่2554 ถึงคนเสื้อแดงทุกท่าน ปีที่จะถึงมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นแน่
ที่มา thaifreenews
โดย namome
บทเรียนในอดีต ไม่เคยจดจำทั้งที่มีตำรา มีประวัติศาสตร์ ให้ศึกษากันดู
กงเกวียนมักหมุนกลับมาที่เดิมเสมอ เฉกเช่นพระพุทธองค์ได้ทรงบัญญัติไว้
เรื่องของ “คน” มันคือเรื่องของการอยู่ร่วมกัน มันคือเรื่องของการให้ความเป็นธรรม ที่ทุกทฤษฎีหรือเหล่าปราชญ์ทั้งหลายได้เคยเขียนได้เคยกล่าวเอาไว้
เป็นแบบนี้ทั้งนั้นทุกทฤษฎีที่ได้มีมาในโลกใบนี้ แม้ว่าการปกครองนั้นๆจะเป็นเช่นไรก็ตามที การเสมอภาคในการปกครองพลเมือง การให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ทุกระบอบการปกครองต้องมี
ถ้า..แม้นผิดไปจากนี้อะไรก็เอาไม่อยู่ เมืองจะไม่เป็นเมือง ประเทศจะไม่เป็นประเทศอีกต่อไป
จากไพร่ มาสู่ประชาชนเมื่อครั้งล้นเกล้ารัชกาลที่5ทรงเลิกทาส จากชนชั้นล่างมาเป็นประชากรของประเทศมีสิทธิ์มีเสียงเท่ากันทุกคน
เมื่อครั้งล้นเกล้ารัชกาลที่7.ทรงสละพระราชอำนาจให้ ประเทศไทยคล้ายว่าเป็นประเทศที่มีอารยะขึ้นมาบ้างแล้วแต่ก็ยังไม่ใช่
กว่า70ปีที่ประเทศไทยล้มลุกคลุกคลานกันมา ก้าวไปไม่ถึงไหนซักที
วีรชนเกิดขึ้นมากมายหลายครั้งหลายหน จนกระทั้ง ผู้สูญเสียชีวิตลงไปมากมายที่ส่วนใหญ่ฐานเดิมมาจากไพร่เกือบทั้งสิ้น
เหตุ ก็ เพราะสิ่งเดียวที่พวกเขาสูญเสียชีวิตไป ก็เพื่อทวงอิสรภาพความเป็นคนกลับคืนมา เท่านั้น
จนกระทั่งปี พศ.2544ประเทศไทยได้ก่อกำเนิน ผู้นำยุคใหม่ขึ้นมา นามว่า พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร
จาก..ประเทศที่จัดอันดับว่ายากจน กลายเป็นประเทศที่มีวิวัฒนาการก้าวหน้าที่สุดขึ้นมาภายในระยะเวลาไม่ถึง4ปี จากประเทศลูกหนี้กลายเป็นเจ้าหนี้
ทุกชีวิตที่เกิดในประเทศไทย เริ่มเห็นแสงสว่างเกิดขึ้นมากมาย ทุกชีวิตมีความหมายทั้งนั้นทั้งสิ้น ความเป็นคนโผล่พ้นจากหลุมดำมืด
คล้ายว่าอำนาจการปกครองมาเป็นของประชาชนอีกจริงๆ ดังปณิธานที่พระองค์ท่านล้นเกล้า ร.7พระราชทานเอาไว้
สิ่งง่ายๆที่ท่านได้ทำอะไรไว้มากมาย ที่จะไม่อธิบายความให้มากเรื่องต่อ อาทิเช่น
โครงการโอท็อป 30บาทรักษาทุกโรค เรียนฟรีทุนการศึกษาไปเรียนต่างประเทศ พักชำระหนี้เกษตรกร กองทุนให้กู้ยืมเรียนเรียนฯลฯ
สาธารณูปโภคขยายกว้างไกล ไร้ยาเสพติด มีที่พักอาศัยราคาถูก สวัสดิการที่ดีเยี่ยม เข้าสู่ฐานเงินได้ง่ายขึ้นขั้นตอนน้อยลง ข้าราชการทำงานอย่างมีประสิทธิ์ภาพขึ้นเงินเดือนมีโบนัสฯลฯ
เปิดตลาดเสรีไม่มีการผูกขาดให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอีกแล้ว ทำให้มีสินค้าหลากหลายมากขึ้น ผู้คนที่บริโภคก็ได้รับสิ่งที่ดี และราคาถูก
อะไรที่คนที่ชื่อทักษิณทำได้ประโยชน์ทั้งหมดกับประชาชน
และแน่นอนเมื่อมีผลประโยชน์เกิดขึ้นมันก็ต้องมีผู้ที่เสียผลแระโยชน์ตามมาด้วย
19กย.49 ผู้ที่เสียผลประโยชน์ทั้งหมดได้แก่ พวกเจ้านายชั้นสูง พวกศักดินาโง่แล้วขี้เกียจทำกินไม่เป็น กลุ่มทุนผูกขาด และชนชั้นในอดีต จึงได้ร่วมหัวกัน ทำการรัฐประการอีกครั้ง
ได้ยึดอำนาจจากประชาชนไป ทุกอย่างกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ นับหนึ่งใหม่ โดยมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนที่จะกำจัดชายที่ชื่อทักษิณนั้นให้สิ้นซาก
อาศัยรัฐธรรมนูญที่ตนเองร่างเอาไว้เป็นตัวกำหนดเป็นกฎกติกา อาศัยเจ้าหน้าที่รัฐ ทำให้กระบวนการเริ่มต้นบิดเบี้ยวผิดเพี้ยน และเอากลุ่มศักดินาเก่าที่รับใช้กันมาขึ้นมาเป็นตุลาการตัดสินคดีความ เอากันจนชายที่ชื่อทักษิณสิ้นสภาพมิอาจกลับเข้ามาในประเทศไทยได้
นัยเรื่องนี้มันคืออะไร
กล่าวกันว่าก็เพราะ ประเทศไทยได้แบ่งประชาชนออกเป็นสองส่วนไปแล้ว
1.กลุ่มหัวโบราณ กลุ่มนี้ประกอบด้วย
1.1นายทุนเก่าที่เคยผูกขาดขูดรีดประชาชนมาก่อน
1.2ประชาชนที่ยังยึดติดกับระบบเจ้าขุนมูลนาย นับถือเทพเจ้ามากกว่าความจริง เหตุผลเป็นเรื่องรองและพร้อมที่จะลุกขึ้นมาสู้หากแม้ว่า สิ่งที่เขาเคารพนับถือถูกแตะต้องหรือถูกพาดพิง หรือแค่มีกระบวนการจัดตั้งขึ้นมากล่าวร้ายคนอื่นโดยอ้างเทพเจ้า คนกลุ่มนี้ก็จะเชื่ออย่างสนิทใจ และพร้อมที่จะออกไปร่วมด้วยช่วยกันทันที
1.3ทหารที่ปลูกฝังอย่างผิดๆมาตั้งแต่เด็กให้เห็นว่า ประชาชนมีค่าน้อยกว่าหมา แม้จะฆ่าตายฆ่าทิ้งซะบ้างก็คงไม่กระทบกระเทือนอะไร
1.4ผู้มากบารมีในตัวเอง พวกนี้เกลียดประชาชนมาก หากแม้ว่า ศักดิ์ศรีของการเป็นมนุษย์ของตนเองมีค่าเทียบเท่ากับประชาชนทั่วไป ยอมไม่ได้แน่นอน
ทั้งหมดนี้รวมตัวกันอิงสถาบันฯ อ้างสถาบันฯ เอามาเป็นธงนำของฝ่ายตนเอง อ้างตนเองว่าผู้จงรักภักดีฯ แย่งชิงการปกครองมาเป็นของฝ่ายตนเอง
2.กลุ่มประชาชนโดยทั่วไปที่ต้องการอิสรภาพในตัวเอง ไม่ต้องการระบบการปกครองแบบเก่าๆเข้ามาครอบงำอีกแล้ว ประกอบไปด้วย
2.1พวกคนยากจนที่เคยได้ประโยชน์จากรัฐบาลพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เช่น สินค้าโอท็อป 30บาทรักษาทุกโรค กองทุนกู้ยืมเรียน ปราบปรามยาเสพติดฯลฯ คนพวกนี้มีความต้องการเอาสิ่งที่เคยได้รับกลับคืนมาเหมือนเดิมในความเชื่อ ที่ว่า ผู้นำต้องชื่อทักษิณคนเดียวเท่านั้น
2.2พวกคนที่ทนเห็นความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นภายในบ้านเมืองนี้ไม่ไหว สองมาตรฐานเป็นที่รู้กันโดยกว้าง สุดที่จะแก้ตัวได้ จึงออกมาต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม
2.3ผู้ที่โดนเอาเปรียบในสังคมมาช้านาน ด้วยระบบเก่า เช่นการรับราชการในระบบเส้นสาย ที่ตนเองไม่เคยมี จึงไม่ได้เติบโต หรือการถูกอภิสิทธ์ชนพวกนี้เอารัดเอาเปรียบมาช้านาน ตนเองทำอะไรก็ผิดแต่ถ้าเป็นพวกมีอภิสิทธิ์ชนกลับตรงข้าม ทำอะไรก็ถูกตลอด
ทั้งหมดนี้รวมตัวกันออกมาสู้อีกครั้ง เพื่อทวงทุกอย่างจากประชาชนที่หายไปกลับคืนมา
ภายในปี2552และ2553ได้เกิดสงครามประชาชนขึ้น ถึงสองครั้งสองคลา ประชาชน ที่ออกมาต่อสู้กับอำนาจเถื่อน มีผู้คนล้มตายไปมากมายกว่า100คนบาดเจ็บพิการกว่าสามพันคน ถูกจับและหนีออกนอกประเทศไทยออกไปกว่า500คน
ทั้งหมดทั้งสิ้นกลุ่มอำนาจที่เข้ามาใหม่นี้ ไม่ยี่หระ เดินหน้าต่อไปเป็นกระบวนการอย่างไม่หยุดยั้งไล่ล่าต่อไปไม่เลิกรา มีคนตายคนหายไปเฉยๆเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นทุกวัน
คล้ายว่าจะสัมฤทธิ์ผลแล้วทุกอย่างคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
แต่..หาเป็นเช่นนั้นไม่
กลายเป็นว่าทุกหัวระแหงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่พร้อมจะออกมาสู้ใหม่
นักสู้มีทุกระดับชนชั้นมากขึ้น การสื่อสารแบบไร้พรหมแดนมีส่วนช่วยได้มาก
ทุกแห่งประกาศตน “กูไม่เอามรึง”
10ธค.2553 วันรัฐธรรมนูญ ประชาชนผู้ถูกระทำไม่กลัวอีกแล้ว เต็มถนนราชดำเนินรอบล้อมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยทั้งที่ยังพรก.ฉุกเฉินคงไว้ กล่าวกันอย่างไม่อายวันนั้นมีคนมากว่า5หมื่นคน
19ธค.2553 อีกครั้งที่ผู้คนแออัดไปแสดงตนที่ราชประสงค์ “กูไม่เอามรึง” มากกว่า5หมื่นคนเช่นกัน
ทั้งหมดอีกครั้งที่จะบอกข่าวดีปีใหม่ที่จะมาถึงปี2554 นี้
ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นแน่จับตาดูให้ดี
ข่าวหลายข่าวทั้งทางตรงและทางอ้อมออกมา ไม่หยุดหย่อน
บทเรียนในอดีต กำลังจะกลับมาอีกครั้ง
กงเกวียนมักหมุนกลับมาที่เดิมเสมอ
ถ้า..แม้วันนั้น จะมีศึกชิงบัลลังก์เลือดกันเกิดขึ้น ทหารแยกไม่ออก ใครรับคำสั่งใคร ประชาชน ไม่ต้องออกแรงมากมาย สงครามครั้งสุดท้ายของประชาชนเกิดขึ้นแน่ เพียงฉวยโอกาสให้เป็นเท่านั้น และไม่ปล่อยให้เหตุการณ์คล้ายเมื่อพ.ศ.2475หลุดลอยไปอีกครั้ง
“ไพร่จะกลับฟื้นคืนชาติมาอีกครั้ง ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน”
หมายเหตุ.. ข้อเขียนทั้งหมดนี้ผมขอยกเครดิตให้กับ วิศวกร ท่านหนึ่งที่ ใช้ล็อกอินว่า “ตาสว่างหมายเลข007” ครับ
นิธิ เอียวศรีวงศ์: กองทัพกับการเมืองไทย (2)
ที่มา ประชาไท
นิธิ เอียวศรีวงศ์
การแก้แค้น และการชดใช้ !!!
ที่มา ประชาไท
Schopenhauer
ในอดีตการแก้แค้นเป็นอำนาจของมนุษย์ เพื่อใช้มันปกป้องสิทธิของตนเอง จนเมื่ออำนาจนั้นกลายมาเป็นของรัฐ แล้วที่รัฐเป็นผู้ลงมือซะเอง หากประชาชนคิดจะแก้แค้น ควรแก้แค้นใครดี?
เลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ-กฎอัยการศึก ของขวัญปีใหม่บนรอยแผลที่ชายแดนใต้
ที่มา ประชาไท
มูฮำหมัด ดือราแม