WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, January 7, 2011

Robert Amsterdam : อนาคตของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา?

ที่มา thaifreenews

โดย namome




เรา ขอแนะนำให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาและนายทหาร รวมถึงสมาชิกรัฐบาลที่ข่มขู่พี่น้องชาวเสื้อแดงที่ออกมาต่อสู้เพื่อสิทธิและ เสรีภาพอยู่เป็นประจำว่าให้อ่านข่าวนี้จาก BBC อย่างละเอียด
“อดีตผู้นำกองทัพ “ออร์เก้ วิเดอร์ล่า” ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
ศาลในกรุงคอร์โดบา ประเทศอาร์เจนติน่า ตัดสินให้พลเอกวิเดอร์ล่า วัย 85 ปี มีความผิดฐานสังหารฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองในช่วงเวลาที่ประเทศปกครองภายใต้ กองทัพในปี 2519-2526 begin_of_the_skype_highlighting 2519-2526 end_of_the_skype_highlighting
พลเอกวิเดอร์ล่าถูกกล่าวหาว่ามีความผิดฐานเป็นสถาปนิกคนสำคัญในเหตุการณ์ที่รู้จักกันดีว่าเป็น “สงครามสกปรก” ของอาร์เจนติน่า
‘ความรับผิดทางอาญา’
ผู้พิพากษาตัดสินให้พลเอกวิเดอร์ล่าจำคุกตลอดชีวิตในเรือนจำพลเรือน
ก่อนหน้านี้ พลเอกริเดอร์ล่าได้ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาทำร้ายร่างกายในช่วง ระหว่างที่ประเทศถูกปกครองโดยทหาร แต่ได้รับสิทธิพิเศษภายหลังจากการตัดสินในปี 2528
ผู้พิพากษากล่าวว่าพลเอกวิเดอร์ล่ามี ‘ความรับผิดทางอาญา’ ฐานทรมานและสังหารนักโทษ 31รายในกรุงคอร์โดบา
โดยไม่นานหลังจากทหารยึดอำนาจ กลุ่มนักกิจกรรมฝ่ายซ้ายส่วนใหญ่ถูกนำตัวออกจากเรือนจำในกรุงคอร์โดบาและถูกยิงสังหาร
โดยกองทัพให้การว่ากลุ่มคนเหล่านั้นถูกสังหารเพราะพยายามหลบหนีออกจากเรือนจำ
พลเอกวิเดอร์ล่าเป็นหนึ่งในสมาชิกของหน่วยงานรักษาความปลอดภัยจากจำนวน30 นาย ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการสังหารดังกล่าว
พลเอกลูเซียโน่ เบนจามิน เมเนนเดซ บุคคลซึ่งผู้พิพากษากล่าวว่าเป็นบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ ‘สงครามสกปรก’ ของอาร์เจนติน่า ซึ่งต่อต้านนักกิจกรรมฝ่ายซ่้าย ก็ถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิตด้วยเช่นกัน
ผู้พิพากษากล่าวว่าพลเอกวิเดอร์ล่าจะถูกส่งตัวไปยังเรือนจำพลเรือน ‘ทันที’ ในขณะที่พลเอกเมเนนเดซจะต้องรอผลการตรวจสุขภาพเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาว่า เขาจะถูกส่งตัวไปยังเรือนจำพลเรือนหรือไม่
‘การยกเลิกการนิรโทษกรรม’
ในระหว่างการพิจารณาคดี พลเอกวิเดอร์ล่ารับผิดต่อการกระทำของกองทัพในระหว่างการปกครองของเขา
เขากล่าวว่ากองทัพทำตามคำสั่งของเขาในระหว่างเหตุการณ์ที่เขาอธิบายว่าเป็น ‘สงครามภายใน’
พลเอกวิเกอร์ล่าถูกตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิตฐานทรมาน ฆาตกรรม และอาชญากรรมอื่นต่อฝ่ายตรงข้ามในปี 2528 แต่ได้รับการนิรโทษกรรมในปี 2533 ภายใต้กฎหมายนิรโทษกรรมของประธานาธิบดีคาร์ลอส เมเนม
ในเดือนเมษายน 2553 ศาลสูงได้สนับสนุนการเคลื่อนไหวของสหพันธ์ศาลในปี 2550 ที่ต้องการให้ยกเลิกการนิรโทษกรรม เพื่อปูทางให้มีการพิจารณาคดีดังกล่าว และจบลงด้วยการที่นายพลคนดังกล่าวถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในวันพุทธที่ผ่าน มา”
http://robertamsterdam.com/thai/?page_id=624

เจ้าสำนักสันติอโศกรับ "พนิช" กับคณะ มาปรึกษาก่อนไปชายแดน อ้างชาวบ้านมาร้องเรียนถูกรุกล้ำ

ที่มา มติชน

จากกรณีที่มีรายงานแจ้งว่า การเดินทางไปที่ ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ของนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ เกิดจากมีหนังสือร้องเรียนเข้าไปยังสมณโพธิรักษ์ เจ้าสำนักสันติอโศก ว่า มีชาวกัมพูชารุกล้ำเข้ามาสร้างบ้านเรือนในเขตแดนไทยที่ จ.ปราจีนบุรี จึงมีการแจ้งไปยังนายพนิช ที่เป็นศิษย์สำนักสันติอโศก ในฐานะที่เป็นอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญความร่วมมือไทย-กัมพูชา (เจบีซี) ให้เข้าไปตรวจสอบนั้น

สมณโพธิรักษ์ ให้สัมภาษณ์ "มติชน" ว่า ไม่ได้มีความเห็น แต่อาตมาได้รู้ความจริง ไม่ใช่สันติอโศกส่งไป เรื่องมีอยู่ว่านายพนิช ได้มาคุยที่สันติอโศก กับ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ในเรื่องที่ดินที่เป็นปัญหาของชาวบ้าน ก็ต้องไปดูกันให้ชัดเจนว่ามันปัญหาอย่างไร ทางนายพนิชก็บอกว่าพาไปได้หรือไม่ ทางเราก็ตอบไปว่าพาไปได้ ถ้าอยากไป

เจ้าสำนักสันติอโศกกล่าวต่อว่า หลังจากนั้นนายพนิชกับคณะก็หายไปพักใหญ่ ไม่นานก่อนวันที่ 29 ธันวาคม 2553 ก็ติดต่อมาอีกว่าให้พาไปได้หรือไม่ ทางลูกศิษย์ก็มาบอกว่า นายพนิชติดต่อให้พาไป จึงบอกว่าอยากจะไปก็ไป และตอนแรกนั้นนายวีระ สมความคิด ไม่รู้เรื่องที่จะไปกัน แต่มารู้เรื่องที่หลังก็มีการชวนกันไปด้วย เพราะก่อนหน้านี้นายวีระเคยไปมาแล้ว ทั้งนี้ นายวีระเองเคยมาที่สันติอโศก เหมือนชาวบ้านทั่วไปที่มาศึกษาธรรมะ ส่วนนางนฤมล (จิตรวะรัตนา) อาตมาไม่ค่อยจะรู้จัก ส่วน น.ส.ราตรี (พิพัฒนาไพบูรณ์) รู้จักกับนายวีระ

"สันติอโศกจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้อง เราเป็นคนไทยอยากจะพิสูจน์ความจริงว่ามันเป็นอย่างไรตรงที่ที่มีปัญหากันอยู่ ก็รู้อยู่แล้วว่าตอนนี้เราจะเสียแผ่นดิน ซึ่งในเรื่องนี้สันติอโศกก็พยายามออกข่าวและพยายามที่จะต่อสู้อยู่ และเรื่องที่จะมีความคิดอย่างโน้นอย่างนี้ไม่ใช่ ก็บอกจะไปดูที่ดินที่มีปัญหาก็พาไปได้ ยิ่งคนที่อยู่ในรัฐบาลมารับรู้ยิ่งดีใหญ่เลย" สมณโพธิรักษ์กล่าว

'พนิช'พูดเล่น!?

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน

สมิงสามผลัด




ประเด็น 7 คนไทยล้ำเขตแดนเขมรหรือไม่ คงไม่ต้องถกเถียงกันอีกแล้ว

หลังพล.ต.นพดล โชติศิริ รองเจ้ากรมแผนที่ทหารเข้าชี้แจงคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร

ระบุชัดเจนว่า นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ พร้อมพวกรวม 7 คนถูกทหารกัมพูชาจับนอกดินแดนไทย

ผลการวัดพิกัดสำรวจพบว่าจุดที่คณะของนายพนิชถูกจับกุมอยู่ที่หน้าซุ้มประตูวัดโจกเจียของกัมพูชา

เป็นพื้นที่ห่างจากหลักเขตแดนที่ 46 และ 47

รุกล้ำเข้าไปในประเทศกัมพูชาถึง 55 เมตร

ฉะนั้น เรื่องเฉพาะหน้าในตอนนี้คือต้องหาหนทางช่วยเหลือ 7 คนไทยออกจากเรือนจำ

กระทรวงการต่างประเทศต้องมีหน้าที่เจรจา

ทางแรกต้องหารือให้ทางการกัมพูชาส่ง 7 คนไทยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยด่วน

อีกทางก็เจรจาให้มีการผ่อนผันหรือลดโทษให้

แต่จะไปบอกว่า 7 คนไทยไม่ได้กระทำผิด

ไม่ได้บุกรุกพรมแดน หรือบังเอิญพลัดหลงเข้าไปคงไม่ได้แล้ว

เพราะจะไปอ้างยังไง ทางการเขมรก็คงไม่เชื่อ

หลักฐานกล้องวิดีโอที่คณะคนไทยถ่ายไว้แล้วทหารเขมรยึดไว้ได้

มันชัดเจนที่สุด ภาพวิดีโอมันอธิบายทุกอย่างไปแล้ว

ใครพูดว่า "ฮัลโหลคิว บอกสมเกียรติ เลขาฯ ท่านนายกฯ ด้วยนะ บอกว่าเราข้ามมาที่กัมพูชาแล้ว แต่อย่าให้ใครรู้นะ เพราะมีนายกฯ รู้คนเดียว"

ยังบอกด้วยว่า ใครมีเจตนายั่วให้ถูกจับ!

และก็เป็นเหตุผลว่าทำไม นายกฯฮุนเซน ของกัมพูชา จึงไม่มีท่าทีผ่อนปรนให้เลย

ก็เป็นเพราะหลักฐานวิดีโอมันฟ้อง

ใครอยู่เบื้องหลังทริปเย้ยกัมพูชาครั้งนี้ !?

จะมีอยู่คนเดียวที่ไม่เชื่อหลักฐานวิดีโอ ก็คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

การแถลงด้วยสีหน้าเคร่งเครียดถึงกรณี 7 คนไทย

บ่งบอกถึงอาการ "พลาดท่า-เสียเปรียบ" อย่างชัดเจน

แต่นายอภิสิทธิ์ก็ยังไม่ยอมจนมุมง่ายๆ

บอกว่าคลิปที่นำมาเผยแพร่มีการตัดต่อตัดตอน

เป็นข้อแก้ตัวสุดฮิตเวลาถูกเปิดโปงคลิปฉาวคลิปโฉ่

นายอภิสิทธิ์ระบุคลิปตัดต่อตัดตอนมา เพราะคลิปตัวจริงมีความยาว 20 นาที

พยายามสื่อให้เห็นว่าคนนำคลิปเกือบ 2 นาทีเศษมาเผยแพร่มีเจตนาแอบแฝง

นายกฯ พูดแบบนี้ก็เท่ากับว่าอีก 18 นาทีที่เหลือในคลิป

มันเป็นคนละเรื่องกับที่เผยแพร่ไปตามสื่อต่างๆ

คงมีเสียงนายพนิชพูดโทรศัพท์ว่า "ฮัลโหลคิว บอกสมเกียรติ เลขาฯ ท่านนายกฯ ด้วยนะ ไอ้ที่พูดไปเมื่อกี้ พูดเล่น"

ถ้าคลิปที่เหลือ 18 นาทีไม่ใช่แบบนี้

นายอภิสิทธิ์ก็ต้องรับผิดชอบ

เพราะขว้างงูยังไงก็ไม่พ้นคอ

ได้แล้ว5ก.ตร.ใหม่

ที่มา ข่าวสด

'อชิรวิทย์'ผงาด วุฑฒิชัย-ชาญชิต



ได้แล้ว 5 ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ นำโดย'พล.ต.อ. อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช' อดีตรองผบ.ตร.คนดัง คะแนนนำโด่งมาตั้งแต่เริ่มนับและเข้าป้ายเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนนเกินครึ่งเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่มีก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิได้คะแนนมากขนาดนี้ ส่วนที่เหลืออีก 4 คนประกอบด้วยพล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฒิ, พล.ต.ท.ศุภวุฒิ สังข์อ่อง, พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ และพล.ต.อ.บุญฤทธิ์ รัตนะพร เป็น 5 คนที่มีคะแนนนำโด่งมาตั้งแต่แรก เผยเป็นการเลือกโดยให้นายตำรวจระดับพ.ต.อ.ขึ้นไปทั่วประเทศลงคะแนน ปีนี้มีนายตำรวจส่งใบคะแนนกลับมาทั้งสิ้น 2,936 ใบ 'อชิรวิทย์'เผยภูมิใจที่สุดในชีวิต และจะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ให้อำนาจใครก็ตามมาแทรกแซง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 ม.ค. ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. เป็นประธานการเลือก ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ (ก) เพื่อทดแทน ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ชุดปัจจุบันที่จะครบวาระ 4 ปี ในวันที่ 24 ม.ค.นี้ โดยมี ข้าราช การตำรวจซึ่งเป็นตัวแทนจากทุกกองบัญชาการ ร่วมเป็นสักขีพยานจำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีผู้สนับสนุนผู้สมัครลงเลือก ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ (ก) หลายคนร่วมสังเกตการณ์ด้วย สำหรับการเลือกตั้งก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ (ก) ครั้งนี้มีอดีตข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับผู้บัญชาการขึ้นไป ลงสมัครทั้งสิ้น 22 คน

พล.ต.ท.วิบูล ปรองดอง ผบช.สง.ก.ตร. ในฐานะเลขาฯ ก.ตร. กล่าวว่า หลังปิดหีบส่งใบลงคะแนนพบว่า จากจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนน 3,450 คน ส่งใบลงคะแนนคืนมาทั้งสิ้น 2,936 ใบ ไม่ใช้สิทธิ 514 ใบ คิดเป็นผู้ใช้สิทธิ์ 85.10% บัตรเสีย 59 ใบ คิดเป็น 2% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่าผู้ใช้สิทธิ์เลือกก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ (ก) ในการเลือกตั้งครั้งก่อน ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะเป็นการส่งใบลงคะแนนตรงกับช่วงปีเทศกาลปีใหม่ นอกจากนี้ผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนหลายคนยังติดต่อกลับมาที่ ก.ตร.ว่าทำใบลงคะแนนหาย ซึ่งก.ตร.ไม่สามารถจัดหาให้ใหม่ เพราะทำใบลงคะแนนเท่ากับจำนวนผู้มีสิทธิ ไม่ทำซ้ำ เพื่อให้ การลงคะแนนเป็นไปอย่างโปร่งใส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการนับคะแนนเป็นไปอย่างคึกคัก มีกลุ่มข้าราชการตำรวจที่สนใจมาดูการนับคะแนนจำนวนหนึ่ง โดยในช่วงแรก พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรองผบ.ตร. หมายเลข 20 มีคะแนนนำตั้งแต่คะแนนแรก โดยมีหมายเลข 16 พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฒิ อดีตรองผบ.ตร.และประธานป.ป.ช.มาเป็นอันดับ 2 ตามด้วยหมายเลข 17 พล.ต.ท.ศุภวุฒิ สังข์อ่อง อดีตผู้ช่วยผบ.ตร. หมายเลข 2, พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ อดีตรองผบ.ตร. และหมายเลข 10 พล.ต.อ.บุญฤทธิ์ รัตนะพร อดีตที่ปรึกษา (สบ 10) โดยมีคะแนนนำเกาะกลุ่ม 5 คนแรก การนับคะแนนเสร็จสิ้นเมื่อเวลา 19.50 น. ใช้เวลา ทั้งสิ้น 7 ชั่วโมง

หลังเสร็จสิ้นการนับคะแนน พล.ต.ต.ชลิต ปรีชาหาญ ผู้บังคับการกองอุทธรณ์ แถลงว่า ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ (ก) อันดับ 1 พล.ต.อ.อชิรวิทย์ ได้ 1,600 คะแนน, อันดับ 2 พล.ต.อ.วุฑฒิชัย 1,250 คะแนน, อันดับ 3 พล.ต.ท.ศุภวุฒิ 1,025 คะแนน อันดับ 4 พล.ต.อ.ชาญชิต 851 คะแนน อันดับ 5 พล.ต.อ.บุญฤทธิ์ ได้ 665 คะแนน และสำรองเอาไว้ 10 อันดับลดหลั่นกันไป

พล.ต.อ.อชิรวิทย์กล่าวภายหลังทราบผลคะแนนว่าตลอดชีวิตราชการ 40 ปีที่ผ่านมา รู้สึกยินดีและภูมิใจมากที่ได้รับเลือกเป็นก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ (ก) ในวันนี้ ตนเกิดในครอบครัวตำรวจ จิตวิญญาณเป็นตำรวจ วันนี้เมื่อได้รับเลือกรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน บ้านที่เคยอยู่ หลังจากไป 3 ปีและจะได้กลับมาอยู่อีก 4 ปี

"ผมคิดไว้ตั้งแต่เป็นพล.ต.ต.แล้วว่าวันหนึ่งหากได้เป็นก.ตร.จะทำทุกวิถีทางให้การบริหารองค์กรตำรวจมีระบบคุณธรรม ปราศจากการแทรกแซงจากอำนาจมิชอบทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรตำรวจ ภูมิใจที่ได้รับเลือกจากนายตำรวจระดับบริหาร ซึ่งมีตั้งแต่ตำแหน่งระดับผู้กำกับการขึ้นไป ด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งซึ่งเป็นประวัติการณ์ในการเลือกผู้มาเป็นก.ตร. รู้สึกภูมิใจที่สุดในชีวิต และต้องขอบคุณนายตำรวจทุกคนอย่างสูง ทั้งคนที่คงคะแนนให้และคนที่ไม่ได้ลงคะแนนให้ผม ขอยืนยันว่าจะทำหน้าที่ก.ตร.ด้วยความยุติธรรม ปราศจากอคติ" พล.ต.อ.อชิรวิทย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันเดียวกันนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานก.ตร. นัดประชุม ก.ตร. 1/2554 ในเวลา 12.00 น. วันที่ 7 ม.ค. วาระเรื่องการขอเปิดตำแหน่งรองผู้บังคับการในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล 28 ตำแหน่ง โดยมีรักษาการก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิจะเข้าประชุม และทำหน้าที่ไปจนกว่าก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่ทั้ง 5 คนจะได้รับการโปรดเกล้าฯ

ไต่สวนแล้วขังต่อ 7ไทย'จืด เขมรหยุด3วัน!

ที่มา thaifreenews

โดย bozo




คุกยาว - นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.ประชาธิปัตย์ และ 6 คนไทย
ถูกคุมตัวขึ้นศาลกรุงพนมเปญ โดยศาลไต่สวนนานถึง 11 ชั่วโมง ก่อนนำกลับไปขังต่อที่เรือนจำ
รอให้อัยการลงความเห็นอีกครั้งวันที่ 10 ม.ค.

ขั้นตอนอีกยาว อัยการดูสำนวน อาจสั่งสอบเพิ่ม

เมื่อเวลาประมาณ 19.15 น. ศาลกรุงพนมเปญไต่สวนผู้ต้องหาทั้ง 7 คนเสร็จสิ้น
โดยตั้งไว้ 2 ข้อหา คือ
ข้ามแดนผิดกฎหมาย และเข้าไปในเขตทหารกัมพูชาโดยไม่ได้รับอนุญาต

หลังจากนี้คณะทำงานจะรวบรวมสำนวนที่ได้จากการไต่สวนวันที่ 6 ม.ค.
เพื่อยื่นให้แก่อัยการในวันจันทร์ที่ 10 ม.ค. ซึ่งอัยการอาจเห็นควรให้มีการไต่สวนเพิ่มเติม
เมื่อเสร็จสิ้นกระ บวนการอัยการจะรวบรวมสำนวนส่งต่อให้ศาลพิจารณา
หากศาลตัดสินว่าไม่มีความผิดก็จะปล่อยตัว
แต่ถ้าตัดสินว่ามีความผิด
ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญก็จะยื่นเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ
จากพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี ประมุขของกัมพูชา


http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNakEzTURFMU5BPT0=&sectionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1TMHdNUzB3Tnc9PQ==

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 07/01/54

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla



ใครเอ่ย....
ผู้ไม่เคย เอ่ยวาจา ว่ารับผิด
ผู้ยึดติด กิริยา พาสามหาว
ผู้ปั้นน้ำ ให้เห็น เป็นเรื่องราว
ผู้พูดดำ เป็นขาว จนร้าวราน....

บอกว่าคลิป เหล่านั้น มันตัดต่อ
แล้วมาจ้อ สมอ้าง อย่างห้าวหาญ
แต่เพราะด้วย นิสัย ใจสามานย์
โผล่สันดาน อวดโง่ ฉาวโฉ่ไป....

แล้วจะรีบ ตัดตอน เพื่อย้อนตอบ
ถือด้วยชอบ ร้อยเล่ห์ ทำเฉไฉ
ความสัมพันธ์ ที่เห็น ไม่เป็นไร
ขอเพียงได้ ครองอำนาจ อุบาทว์คน....

เตรียมตัดหาง ปล่อยวัด กำจัดออก
พรรคจิ้งจอก หลอกล่อ เพื่อฉ้อฉล
ดีเข้าตัว ชั่วโยนไป ให้ไกลตน
พรรคสัปดน พรรคชั่วช้า พรรคสามานย์....

จะปกปิด อย่างไร ก็ไร้ผล
เพราะจำนน ทันใด ในหลักฐาน
แม้ปราดเปรื่อง เก่งกล้า วิชามาร
ไม่อาจทาน ความจริง เหนือสิ่งเป็น....

เรื่องประจาน สู่สายตา ประชาราษฎร์
ความอุบาทว์ ซ่อนไว้ จึงได้เห็น
คำแก้ตัว คงลำบาก สุดยากเย็น
เพราะเบี่ยงเบน ด้วยสันนาน มานานปี....


blablabla32@hotmail.co.th
http://www.facebook.com/profile.php?id=100001177832717
วันศุกร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2554

มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1586 7 - 13 มกราคม 2554 "รักนะเด็กโง่"

ที่มา thaifreenews

โดย Nitikon_P






ที่มา
http://programe-dee.blogspot.com/

ดาวน์โหลด E-book
http://www.mediafire.com/?s8joi7wkdmgs7kj

เปิด "คลิป พนิช เข้ากัมพูชา ฉบับเต็ม" 21 นาที บีบีซีรายงานกรณี 7 คนไทย ...

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

เปิด "คลิป พนิช เข้ากัมพูชา ฉบับเต็ม" 21 นาที
บีบีซีรายงานกรณี 7 คนไทย โยง "เสื้อเหลือง-ชาตินิยม"



(ภาพจากเอเอฟพี)

ผู้สื่อข่าวมติชนออนไลน์รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 มกราคม ผู้ใช้นามแฝงว่า "gigcode"
ได้นำคลิปวิดีโอความยาว 21 นาที ที่มีชื่อว่า
"คลิป พนิช เข้ากัมพูชา ฉบับเต็ม" มาเผยแพร่ในเว็บไซต์ยูทิวบ์
ขณะที่ศาลกัมพูชาเริ่มทำการไต่สวน 7 คนไทยที่ถูกตั้งข้อรุกล้ำดินแดน
รวมทั้งนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์


ด้านสำนักข่าวบีบีซี ได้รายงานข่าวศาลกัมพูชาไต่สวน 7 คนไทย
โดยในตอนหนึ่งของรายงาน บีบีซีได้อ้างความเห็นของนักวิเคราะห์บางราย
ที่ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดว่า
คนไทยจำนวนหนึ่งที่ถูกจับกุมครั้งนี้เป็นสมาชิกของกลุ่ม
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (เสื้อเหลือง) ซึ่งได้ใช้กระแสชาตินิยม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีความขัดแย้ง
ทางด้านเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา เป็นฐานที่มั่นทางการเมืองของตนเอง




http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1294329229&grpid=01&catid=&subcatid=

สองมาตรฐานและสิทธิในการสัญจร: บทเรียนจากสาวซีวิค เด็กแว้น รถเก๋ง และรถตู้

ที่มา ประชาไท

กรณีเด็กสาวขับรถฮอนด้าซีวิคชนรถตู้โดยประมาทและไม่มีใบขับขี่เมื่อวันที่ 28 ธค. ได้รับความสนใจในวงกว้างโดยเฉพาะในชุมชนออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นพันทิปดอตคอม เฟซบุ๊ค ฯลฯ แม้ดิฉันอาศัยอยู่ที่สหรัฐอเมริกาก็ติดตามข่าวนี้เพราะผู้เสียชีวิต 1 ใน 9 รายคือเพื่อนเก่า

การวิพากษ์วิจารณ์ในชุมชนออนไลน์มีสาเหตุจากการบิดเบือนข้อมูลของสื่อมวลชนหลายสังกัด เบื้องต้นสื่อรายงานว่าสาวซีวิคบาดเจ็บสาหัส การรายงานดังกล่าวขัดกับรูปภาพในชุมชนออนไลน์ และขัดกับความจริงที่ปรากฏภายหลังว่าเธอเดินได้ปกติในวันที่มารายงานตัวกับตำรวจตามหมายเรียก นอกจากนี้การตอกย้ำโดยสื่อมวลชนว่ารถตู้เป็นฝ่ายผิดยิ่งทำให้กระแสวิพากษ์วิจารณ์สาวซีวิคขยายตัว

ชุมชนออนไลน์คือสื่อทางเลือก

ชุมชนออนไลน์แสดงบทบาทสื่อทางเลือกด้วยการเผยแพร่รูปภาพและข้อมูลเกี่ยวกับสาวซีวิค จนครอบครัวของเธอเปิดเผยตัวตนต่อสื่อกระแสหลักว่าเธอเป็นทายาทของสกุลเก่าแก่สกุลหนึ่ง เกิดกระแสวิจารณ์กันต่อว่าครอบครัวของเธอใช้อภิสิทธิ์เพื่อก้าวก่ายสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่หรือไม่? คนร่วมสกุลของเธอเผยแพร่จดหมายแสดงความเสียใจผ่านสื่อมวลชน ขอให้เป็นอุทาหรณ์แก่สังคมทั้งๆที่คนนอกสกุลเป็นผู้สูญเสีย ไม่แน่ใจว่าอุทาหรณ์สอนใคร? สอนคนในสกุลอื่นว่าอย่าปล่อยให้ลูกออกมาเพ่นพ่านบนท้องถนนจนชาวบ้านเสียชีวิตหรือ? ญาติผู้ใหญ่ยศพลเอกของเธอได้ขอร้องให้สื่อหยุดโจมตีทั้งๆที่ฝ่ายโจมตีไม่ใช่สื่อกระแสหลัก

ประเด็นสำคัญคือความคลุมเครือในการเสนอข่าว มีผู้เรียกร้องสิทธิคุ้มครองเธอในฐานะเยาวชน แต่ไม่ชัดเจนว่าเธออายุเท่าไร? ปอเต็กตึ๊งรายงานว่าเธออายุ 18 แต่สื่อรายงานว่า 16 สุดท้ายเธอให้สัมภาษณ์ว่า 17 บิดาของเธอให้สัมภาษณ์ว่าเธอขับรถเองที่สหรัฐฯก่อนจะกลับมาเมืองไทย ทั้งๆที่ใบขับขี่อเมริกันมีเงื่อนไขว่าผู้ถือใบขับขี่ต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ในทีสุดตำรวจแจ้งข้อหาและออกหมายเรียกในฐานะเยาวชน

เพียงสัปดาห์เดียวตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันที่เธอรายงานตัวตามหมายเรียก ชุมชนออนไลน์กลายเป็นสนามปะทะคารมระหว่าง "ฝ่ายโจมตีคุณหนูลูกอภิสิทธิชน" และ "ฝ่ายปกป้องหนูน้อยผู้น่าสงสาร" แม้ว่าสมาชิกเฟซบุ๊คทีกด"ชอบ"เฟซบุ๊ค"มั่นใจว่าคนไทยเกินล้านคนไม่พอใจ(ชื่อเธอ)" มีจำนวนเกือบ 300,000 คน หลายความคิดเห็นเป็นการแสดงความคิดเห็นซ้ำซากของสมาชิกเดิมๆ การแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เป็นไปในรูปการให้คะแนนสนับสนุนความคิดเห็น ลักษณะการออกเสียงดังกล่าวคล้ายการออกเสียงในความคิดเห็นท้ายข่าวออนไลน์

จุดเด่นของการวิจารณ์ในชุมชนออนไลน์คือการเปรียบเทียบวุฒิปริญญาและหน้าที่การงานของผู้เสียชีวิตกับสาวซีวิค เงื่อนไขด้านการศึกษากดดันให้มารดาสาวซีวิคไปงานศพของผู้เสียชีวิตที่มีวุฒิปริญญาเอก และกราบขอขมามารดาของผู้เสียชีวิต แต่ไม่สามารถกดดันให้สมาชิกในครอบครัวเธอ ไปงานศพของผู้เสียชีวิตที่มีวุฒิการศึกษาต่ำกว่าปริญญาเอก สื่อสังกัดหนึ่งลงข่าวว่าครอบครัวสาวซีวิคช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 30,000 บาท แต่มารดาของผู้เสียชีวิตคนหนึ่งเขียนลงเฟซบุ๊คว่าข่าวดังกล่าวเป็นข่าวเท็จ น่าอัศจรรย์ว่าเงินจำนวนนี้ซื้อไม่ได้แม้กระทั่งตั๋วเครื่องบินไปกลับระหว่างกรุงเทพฯและสหรัฐฯ พอจะซื้อไวน์ดีๆได้ไม่กี่ขวด ตัวเลขนี้มาจากไหน? 100 ปีที่แล้วเงินจำนวนนี้มากพอที่จะซื้อบ้านได้ซักหลัง หรือว่าผู้กำหนดตัวเลข 30,000 เป็นคนหลงอดีตจนลืมคิดอัตราเงินเฟ้อ?

การใช้วุฒิปริญญาเป็นเงื่อนไขของความยุติธรรมทำให้สื่อมวลชนบางสังกัดเปลี่ยนท่าทีในการเสนอข่าว กลยุทธ์ดังกล่าวโจมตีการวัดค่าของคนด้วยชาติกำเนิดและสนับสนุนให้วัดค่าของคนด้วยปริญญาและหน้าที่การงาน แม้ว่าการวัดค่าของคนด้วยหน้าทีการงานจะสอดคล้องกับการคำนวณความเสียหายในคดีแพ่ง การวัดค่าของคนด้วยปริญญาและหน้าที่การงานขัดแย้งกับนิยามสิทธิมนุษยชนในทางอาญา เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอาญา กลยุทธ์นี้ไม่สามารถแก้ปัญหาสองมาตรฐานได้เท่าไรนัก ทำได้อย่างมากคือช่วยกำหนดตัวเลขค่าชดเชยความเสียหายทางแพ่งให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต เช่น ถ้าใช้มูลค่าเงินเดือนและสวัสดิการ 40,000 บาทต่อเดือนเป็นเวลา 30 ปีโดยไม่ขึ้นเงินเดือน จะตกเป็นเงิน 14,400,000 บาท

อย่างไรก็ดี เราปฏิเสธไม่ได้ว่าชุมชนออนไลน์มีบทบาทสำคัญในฐานะสื่อทางเลือก สื่อทางเลือกให้บทเรียนแก่สื่อมวลชนว่าการรายงานเท็จและสอนจริยธรรมไปพร้อมๆ กันไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว โลกาภิวัฒน์ทางข้อมูลทำให้เกิดการแข่งขันในตลาดข้อมูล ชุมชนออนไลน์ทำให้ข่าวกลายเป็นสินค้าราคาถูกและตรวจสอบได้ง่าย แม้แต่ที่สหรัฐฯ หนังสือพิมพ์ที่คุณภาพต่ำเสียลูกค้าและ ขาดรายได้จากการโฆษณาจนต้องขายกิจการกันหลายราย

สาวซีวิคและเด็กแว้น

ฝ่ายปกป้องหนูน้อยผู้น่าสงสาร” นำเสนอความน่าสงสารโดยเปรียบเทียบเธอกับ "ไอ้ฟัก" ในวรรณกรรมเรื่อง "ผู้พิพากษา" การเปรียบเทียบดังกล่าวเหมือนเปรียบว่า “ใครเก่งกว่ากันระหว่างนายกฯ อภิสิทธิ์กะมิคกี้เมาส์?” เป็นการเปรียบเทียบที่ประเมินไม่ได้และไม่มีประโยชน์เพราะมิคกี้เมาส์และไอ้ฟักไม่มีตัวตนจริง วิธีการนำเสนอ "ดราม่า" คล้ายการนำเสนอประเด็นสาวซีวิคยืนเล่นบีบีในที่เกิดเหตุโดย "ฝ่ายโจมตีคุณหนูลูกอภิสิทธิชน" ไม่ว่าไอ้ฟักหรือบีบีไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ดิฉันขอเสนอให้ผู้อ่านที่ต้องการใช้เหตุผลโยนทั้งไอ้ฟักและบีบีออกจากจินตนาการ และกลับเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง

เมื่อการนำเสนอด้วย "ดราม่า" ไม่ได้ผล “ฝ่ายปกป้องหนูน้อยผู้น่าสงสาร” หันมาเรียกร้องสิทธิคุ้มครองเธอ ในฐานะเยาวชน โปรดสังเกตว่าไม่มีนักสิทธิมนุษยชนออกมาเรียกร้องสิทธิคุ้มครองเยาวชนให้เด็กแว้น ทั้งสื่อมวลชนและตำรวจกระตือรือร้นในการดำเนินคดีกับเด็กแว้นและเรียกร้องให้ผู้ปกครองรับผิดชอบ ตำรวจและสถานพินิจเยาวชนร่วมกันควบคุมเด็กแว้นอย่างรวดเร็ว ไม่มีการประสานงานกับนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์และอัยการเพื่อเตรียมตัวต้อนรับเด็กแว้นแบบที่ต้อนรับสาวซีวิคและผู้ปกครองในวันรายงานตัว ทำให้เกิดคำถามว่าเด็กแว้นทำคนตายไปกี่คน? การซิ่งและก่อความรำคาญโดยเจตนาแย่กว่าการซิ่งโดยประมาทแล้วทำคนตาย 9 ศพโดยไม่เจตนาหรือ?

ลองสมมุติว่าเป็นทีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศที่บิดาสาวซีวิคอ้างอิงว่าสาวซีวิคขับรถเองก่อนกลับเมืองไทย ถ้าเธอเป็นเยาวชนจริง เธอจะโดนอายัดตัวเพื่อสอบปากคำและตรวจแอลกอฮอล์หรือยาเสพติดในร่างกาย เพื่อหาสาเหตุว่าความประมาทของเธอมาจากแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดหรือไม่ ถ้าบาดเจ็บก็ไปโรงพยาบาลแต่ไม่ได้กลับไปอยู่ในความคุ้มครองของผู้ปกครองทันที ผู้ปกครองเธอต้อง โดนดำเนินคดีอาญาด้วยข้อหาปล่อยปละละเลย อาจโดนพิพากษาให้เสียสิทธิในการเลี้ยงดูเยาวชน

ดิฉันไม่ได้คลิก "ชอบ" เฟซบุ๊คที่บอกว่า "มั่นใจว่าคนไทยเกินล้านคนไม่พอใจ(ชื่อเธอ)" ถ้าเฟซบุ๊คดังกล่าว เปลี่ยนชื่อว่า "ฉันไม่พอใจ(ชื่อเธอ)" ดิฉันจะคลิกชอบ ดิฉันไม่มั่นใจว่ามีคนไทยกี่คนไม่พอใจเธอเพราะพูดแทนคนอื่นไม่ได้ แต่เป็นความจริงว่ามีสองมาตรฐานเมื่อเราเปรียบเทียบกับเด็กแว้น

สองมาตรฐานน่ากลัวกว่าเฟซบุ๊ค

ฝ่ายปกป้องหนูน้อยผู้น่าสงสาร” บางคนนำเสนอว่าเฟซบุ๊คอาจจะทำให้คนเกลียดชังกันจนใช้ความรุนแรง โดยผิวเผินผู้อ่านตัดสินความดิบเถื่อนจากภาษาในชุมชนออนไลน์ ทั้งๆ ที่ความดิบเถื่อนที่แท้จริงคือ การเห็นชีวิตคนเป็นผักปลา ความดิบเถื่อนดังกล่าวเป็นพื้นฐานของสังคมสองมาตรฐาน คนที่กลัวพลังของเฟซบุ๊คน่าจะกลัวความดิบเถื่อนของสังคมสองมาตรฐานมากกว่า สังคมสองมาตรฐาน เป็นสังคมที่ความกลัวต่อสู้กับความโกรธ เมื่อคนโกรธจนลืมกลัวก็ใช้ความดิบเถื่อนตอบโต้ความดิบเถื่อน สังคมสองมาตรฐานมีรากฐานมาจากสังคมทหารที่สอนให้คนฆ่าคนโดยไม่รู้สึกผิด ความดิบเถื่อนของสังคมไทยไม่หายไปไหนตราบใดที่ยังมีระบบทหารเกณฑ์ เฟซบุ๊ค เป็นเพียง "กระจกสะท้อนสังคมไทย" ที่สื่อกระแสหลักไม่ยอมเสนอให้คนไทยรู้ตัวเท่านั้น

โปรดสังเกตว่าการกังวลกับอนาคตโดยไม่คำนึงถึง "ความน่าจะเป็น" เป็น "ดราม่า" แบบหนึ่ง สังคมเฟซบุ๊คเป็นสังคมออนไลน์ คนติดเฟซบุ๊คนั่งเล่นเฟซบุ๊คไม่ไปไหน ถ้าไม่มีการเตรียมการร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมหรือผู้คุมกฎให้ท้าย จะพากันไปบุกบ้านใครเพื่อด่าหรือทำร้ายใครไหม? ถ้าผู้อ่านกังวลในประเด็นนี้มาก ขอเสนอให้นับดูว่าที่โพสต์ด่าบนเฟซบุ๊คดังกล่าวมีกี่คน? ถ้าอ่านดูจะพบว่าเป็นความเห็นซ้ำซากจากคนเก่า ไม่ได้มีเกือบ 300,000 คนแบบจำนวนคนที่กด "ชอบ" คำถามเพื่อตรวจสอบความจริง (Reality check) มีต่างๆ นานา อาทิ เฟซบุ๊คทำคนตายไปแล้วกี่คน? ตอนมารดาสาวซีวิคไปขอขมามารดาของผู้เสียชีวิตวุฒิปริญญาเอกมีใครปาอะไรใส่มารดาสาวซีวิคหรือ? มีการเสนอข่าวว่าสาวซีวิคโดนขู่ฆ่า ถ้ากลัวนักก็จ้าง รปภ. ได้เพราะครอบครัวเธอมีฐานะ มีญาติเป็นทหารระดับสูงจะกลัวเหมือนในละครทำไม?

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือสื่อมวลชนรายงานข่าวว่าสาวซีวิคจะบวชชีให้ผู้เสียชีวิต การบวชไม่ใช่ส่วนหนึ่งของกระบวนการยุติธรรมเพราะไทยไม่ใช่รัฐศาสนา การยกประเด็นดังกล่าว อ้างอิงศาสนาคล้ายการนำเสนอว่า"ความตายเป็นกรรมเวรส่วนตัว" การนำเสนอ"กฎแห่งกรรม" เป็นเพียงความเชื่อส่วนตัว ไม่ใช่กฎหมายที่เป็นกฎเกณฑ์การอยู่ร่วมกันในสังคม บ้างก็ว่าคนตายฟื้นคืนชีพไม่ได้ ตายแล้วแล้วไง? ตายแล้วคนเป็นไม่ต้องบังคับใช้กฎหมายหรือ? ให้คนเป็นนั่งรอกฎแห่งกรรมไปตามยถากรรมหรือ?

การเรียกร้องให้ชุมชนออนไลน์หยุดสนใจคดีนี้เป็นอุปสรรคต่อการสร้างความยุติธรรม ประเทศอื่นมีความยุติธรรมได้จากการเรียกร้อง ตำรวจและผู้พิพากษาฝรั่งไม่ได้เอาความยุติธรรมมาแจกให้ฟรีๆ คนตายอย่างไม่เป็นธรรมในอดีตทำให้คนออกมาเรียกร้องทำให้กระบวนการยุติธรรมพัฒนาได้ ออกมาทั้งไปงานศพ กดดันผ่านสื่อมวลชน ผ่านเครือข่ายทางสังคมต่างๆ คนอเมริกันเข้าใจดีกว่าถ้าคนอื่นไม่ได้รับความเป็นธรรม เขาก็จะไม่ได้รับความเป็นธรรมเช่นเดียวกัน ความยุติธรรมไม่ใช่ของฟรี คณะลูกขุนคือคนธรรมดาที่ต้องสละเวลามาร่วมกระบวนการยุติธรรมของผู้อื่น ความยุติธรรมไม่มีวันเกิดขึ้นในสังคมไทยถ้าคนนิ่งดูดายและถือว่า "ไม่ใช่ญาติฉัน ฉันไม่เสียเวลาด้วย" ถ้าไม่สนใจแม้กระทั่งจะสงสัยว่า"ความยุติธรรมคืออะไร?" ก็หวังยากว่าจะหลุดพ้นการรอคอยความยุติธรรมชาติหน้าที่มาไม่ถึง

ถ้าผู้อ่านกลัวเฟซบุ๊คมาก อย่าลืมว่าแท้จริงแล้วคุณกำลังกลัว "ความดิบเถื่อนของสังคมสองมาตรฐาน" ความดิบเถื่อนดังกล่าวไม่เห็นค่าของคนเท่ากัน แม้คนเฟซบุ๊คเองก็ยังไม่เห็นความค่าของ 91 ศพ เท่า 9 ศพเพราะเขาเอาปริญญาเป็นน้ำหนักในการวัดค่าของคน (ไม่รู้ปู่ย่าตายายมีปริญญาเอกกันกี่คน?) ไม่มีเฟซบุ๊คชื่อว่า "มั่นใจว่าคนไทยเกินล้านคนไม่พอใจที่คนไทยตาย 91 ศพเมื่อเดือนพฤษภา" แต่เขาก็ไม่ดิบเถื่อนเท่าคนที่ไม่เห็นค่าของศพแม้แต่ศพเดียว

รถเก๋งและรถตู้

โศกนาฏกรรมนี้แสดงให้เห็นความไม่สัมพันธ์กันระหว่างรายได้และการศึกษา นักวิจัยปริญญาเอกหรืออาจารย์วุฒิปริญญาโทมีตำแหน่งผู้ช่วยคณบดีใช้บริการรถตู้เพราะรายได้ไม่มากพอที่จะซื้อรถยนต์ ประเด็นคือรถยนต์ไทยราคาแพงกว่าต่างประเทศมากทั้งๆทีคุณภาพต่ำกว่า

ที่สหรัฐฯฮอนด้าซีวิคราคา 5 แสนบาทเทียบเป็นครึ่งหนึ่งของรายได้ต่อปีของวิศวกรจบใหม่หลักหักภาษีแล้ว ดังนั้นวิศวกรจบใหม่ผ่อนรถยนต์ได้เลยตั้งแต่เริ่มทำงาน รถที่ถูกกว่าซีวิคก็มีทั้งยี่ห้อฮอนด้าด้วยกันและทั้งจากสารพัดยี่ห้อ ตัวอย่างรถรุ่นอื่น เช่น ฮอนด้าแอคคอร์ด หรือโตโยต้าแคมรีราคาเริ่มต้นที่ 6 แสนบาท เปรียบเทียบกันแล้วรถเมืองไทยราคาแพงกว่ากันเป็นเท่าตัว เมื่อเปรียบเทียบรายได้คนจบปริญญาตรียิ่งไปกันใหญ่ สาเหตุที่รถยนต์ไทยราคาแพงคือภาษีการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศสูงมากรวมทั้งรถมือสอง ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์มีอำนาจตลาดมากจนตั้งราคาสูงได้ รถมือสองจากต่างประเทศคุณภาพดีกว่ารถมือสองในไทยมาก

ไม่มีประเทศใดแก้ปัญหารถติดหรือขนส่งมวลชนด้วยการสนับสนุนให้รถยนต์ราคาแพง ประเทศที่พัฒนาแล้วแก้ปัญหารถติดด้วยการพัฒนาระบบขนส่งมวลชน สร้างแรงจูงใจให้คนใช้รถยนต์น้อยลง เช่น เก็บภาษีน้ำมันในอัตราสูง ตั้งกฎเกณฑ์ด้านประกันภัยอย่างเข้มงวด

จากประชานิยมสู่ประชาสัญจร

สาวซีวิคและเด็กแว้นเป็นเพียงตัวอย่างของการละเมิดสิทธิในการสัญจรอย่างปลอดภัยของผู้อื่น ที่จริงแล้วคนไทยโดนละเมิดสิทธิในการสัญจรอย่างปลอดภัยตลอดเวลาบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาถนนแคบ พื้นผิวถนนไม่ได้มาตรฐาน ค่าผ่านทางด่วนราคาแพง (ประเทศทุนนิยมสุดขั้วอย่างสหรัฐฯมีทางด่วนแบบเก็บเงินน้อยมากๆ ทางด่วนส่วนใหญ่ฟรี) กำแพงทางด่วนต่ำ ไม่บังคับใช้กฎจราจรอย่างเป็นธรรม กระบวนการปิดถนนที่ไม่โปร่งใสและตรวจสอบไม่ได้ยานพาหนะมีมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่ำ ฯลฯ

สิทธิในการสัญจรอย่างปลอดภัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นความตายพอๆกับสิทธิในการรับบริการรักษาพยาบาล ซึ่งเป็นนโยบายหลักของนโยบายประชานิยม ถึงเวลาแล้วหรือยังที่องค์กรภาคประชาชนต่างๆจะหันมาเรียกร้องสิทธิในการสัญจรอย่างปลอดภัย?

เราอาจเรียกมาตรการยกระดับคุณภาพการคมนาคมว่า "นโยบายประชาสัญจร" (People’s Traffic) การยกระดับขนส่งมวลชนเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในระยะสั้นที่ง่ายกว่านั้นคือการลดภาษีนำเข้ารถยนต์ใหม่หรือยกเลิกภาษีนำเข้ารถยนต์มือสอง จะทำให้ราคารถยนต์ใหม่ถูกลงและเป็นที่ต้องการมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องกังวลว่ารถมือสองจะตีตลาดจนรถใหม่ขายไม่ได้จนต้องลดการจ้างงาน รถตู้ก็จะราคาถูกลง ผู้ประกอบการสามารถลดจำนวนผู้โดยสารต่อคันเพื่อยกระดับความปลอดภัยได้และสามารถขึ้นค่าแรงให้คนขับรถตู้หรือฝึกอบรมคนขับอย่างเป็นระบบเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ ถ้ากังวลว่าการยกเลิกภาษีนำเข้ารถมือสองจะทำให้รถติดในกทม.มากขึ้นก็ขึ้นภาษีน้ำมันได้ ภาษีน้ำมันไม่จำเป็นต้องเท่ากันทั้งประเทศ กำหนดให้อัตราภาษีในกทม.สูงกว่าในต่างจังหวัดได้

ส่วนการแก้ปัญหาด้านความมาตรฐานถนนและยานยนต์นั้นต้องอาศัยการบังคับกฎหมาย อุบัติเหตุเป็นปัจจัยสำคัญในการปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยของรถยนต์และถนนในต่างประเทศ เพราะอุบัติเหตุนำไปสู่การตรวจหาความบกพร่องของรถยนต์และถนนนอกเหนือไปจากการพิสูจน์การกระทำของคู่กรณี ความเร็วของการขับรถไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ (ในยุโรปมีทางด่วนออโตบาห์นที่ไม่จำกัดความเร็วและกำหนดความเร็วขึ้นต่ำ) มาตรฐานถนนและมาตรฐานรถยนต์เป็นปัจจัยสำคัญ คนไทยไม่ตื่นตัวเรื่องสิทธิจึงไม่นิยมฟ้องร้องผู้ผลิตหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทำให้ไม่เกิดแรงกระตุ้นให้ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย การเรียกร้องสิทธิเหล่านี้ควรได้รับการสนับสนุนจากองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค

ฆ่าแล้วรวย!สว.แฉหลังบ้านศอฉ.อู้ฟู่

ที่มา Thai E-News



อู้ฟู่?-พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศอฉ.ที่มีบทบาทสำคัญในศอฉ. ส่วนภาพกลาง(คนที่2จากซ้าย)คือนางศิขรินทร์ แก้วกำเนิด ภรรยา และภาพล่างสุด"เดือนล้อมรีสอร์ต"ของนางศิขรินทร์ที่อ.สวนผึ้ง ราชบุรี อย่างไรก็ตามพ.อ.สรรเสริญอ้างว่าหลังบ้านของเขาอู้ฟู้มาก่อนจะมีศอฉ.แล้ว


ที่มา มติชนออนไลน์
7 มกราคม 2554

"แม่น้องเกด" เหยื่อวัดปทุมฯโฮลั่น เชื่อทหารยิงลูก กก.สภาสูงข้องใจ "งบฯ ศอฉ.-หลังบ้าน" อู้ฟู่

มติชนออนไลน์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา มีนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ประธานคณะกรรมการ เป็นประธานการประชุม โดยเชิญพยานและญาติผู้เสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม เข้าชี้แจง นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดา น.ส.กมลเกด อัคฮาด ผู้ช่วยพยาบาลที่เสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม กล่าวทั้งน้ำตาว่า มีแต่ประเทศไทยประเทศเดียวที่ยิงเข้าไปที่จุดพยาบาล แถมยิงในวัดที่เป็นเขตอภัยทานด้วย

"เชื่อว่าทหารยิง คนที่สั่งก็คือรัฐบาล แต่รัฐบาลทั้งนายสุเทพ(เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี) และ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ.(ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน) บอกว่าโจรยิง ดิฉันถึงกับอึ้ง ต่อมาพยายามปกปิดข้อมูลจนอยู่ไม่ไหวต้องลุกออกมาสู้ ตอนนี้ขอให้รัฐบาลรับผิดชอบในการกระทำ อย่าโกหก เพราะครอบครัวดิฉันจะขอความช่วยเหลือจากทุกที่ ไม่ใช่แค่เพื่อลูกสาว แต่เพื่อทุกคนที่ตาย" นางพะเยาว์ กล่าว
พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันประปกเกล้า รองประธานคณะกรรมการฯ กล่าวว่า เท่าที่ดูหลักฐานการชันสูตรพบว่า น.ส.กมลเกด โดนยิงต้นขาขาว ต้นแขนขวา บ่าทะลุศีรษะ ซึ่งตั้งใจยิงแบบโหดเหี้ยม และน่าจะถูกยิงในท่าโก้งโค้งหลบลูกกระสุนอยู่ ส่วนตัวเชื่อว่า ตอนนี้ตำรวจทราบวิถีกระสุนแล้วและมีหัวกระสุนตกในพื้นที่ จึงน่าจะตรวจสอบได้ว่า กระสุนมาจากกระบอกไหน

ด้าน นายอรัณย์ โตทวด หัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิปอเต็กตึ้ง กล่าวว่า พอเกิดเหตุตั้งแต่เดือน มี.ค. ศูนย์เอราวัณมีคำสั่งห้ามอาสาสมัครทุกมูลนิธิเข้าไปช่วยถึงในที่เกิดเหตุ แต่ให้รออยู่รอบนอก ทั้งนี้บุคคลที่เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ที่ปอเต็กตึ้งไปรับไม่พบการพกอาวุธ


จากนั้นกรรมการหลายคน อาทิ นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง ส.ว.อุทัยธานี นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว.นครศรีธรรมราช นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นายพิเชต สุนทรพิพิธ ส.ว.สรรหา ต่างระบุว่า ปัญหาตอนนี้คือ การช่วยเหลือเยียวยา การจับกุมคุมขังและการประกันตัว กระบวนการสืบสวนที่ล่าช้า ถ่วงเวลา การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมมีปัญหา เพราะผู้สืบสวนคือลูกน้องของรัฐบาลที่เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง รวมถึงช่องทางอื่น เช่น ศาลอาญาระหว่างประเทศจะเป็นช่องทางหรือไม่ ฉะนั้น ต้องเชิญหน่วยงานสอบสวนมาให้ข้อมูล เพื่อชี้แจงกับสังคม นอกจากนี้ รัฐใช้สื่อครอบงำทำให้คนเชื่อไปแล้วว่าผู้ชุมนุมผิด ทำให้สังคมไม่สนใจติดตามตรวจสอบจี้หาความจริง รวมถึงการใช้งบฯของ ศอฉ.เพราะทราบว่าตอนนี้หลังบ้านหลายคนอู้ฟู่

อย่างไรก็ตาม ตอนท้ายนายจิตติพจน์กล่าวสรุปว่า ที่ประชุมมีมติว่าให้เชิญตำรวจและดีเอสไอ มาชี้แจงความคืบหน้าในการสอบสวนคดีในการประชุมคณะกรรมการสัปดาห์หน้า