WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, January 10, 2011

พท.แจกหนังสือ ทุจริตอภิสิทธิ์ชน เล่ม 1

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



วันที่ 10 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กรุงเทพฯ ในฐานะผอ.สำนักงานปราบโกง พรรคเพื่อไทย
และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงก่อนแจกหนังสือ
“ทุจริตอภิสิทธิ์ชน” โดยน.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า

หนังสือดังกล่าวเป็นการรวบรวมข้อกล่าวหาการทุจริตประพฤติมิชอบกว่า 2 ปี
แต่ยังไม่มีใครรับผิดชอบ ซึ่งพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคฝ่ายค้าน
ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล
ในลักษณะการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายบริหารตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
ที่บัญญัติไว้ในหมวด 5 แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มาตรา 75,76 และ 78 ,
หมวด 9 คณะรัฐมนตรี มาตรา 176 และ 178 ดังนั้น
การรวบรวมเรื่องราวที่มิชอบเหล่านี้แล้วตีพิมพ์เป็นหนังสือเผยแพร่ จึงเป็นความชอบธรรม
เพื่อให้ประชาชนเจ้าของภาษีซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงได้รับทราบความเสียหายที่เกิดขึ้น
เพื่อเป็นข้อมูลในการร่วมกันตัดสินใจในการยับยั้งไม่ให้คนโกงมีโอกาสกลับมาโกงได้อีก

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า
ความไม่โปร่งใสหลายกรณีเกิดขึ้นอย่างแยบยลที่เชื่อว่า
มีการวางแผนการโกงกันเป็นอย่างดี
แต่หลายกรณีก็กระทำกันอย่างอุกอาจ
โดยไม่สนใจว่าจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างใหญ่หลวง
แสดงให้เห็นถึงการลุแก่อำนาจของผู้มีอำนาจ
ที่กระทำการโดยปราศจากความละอายและความเกรงกลัวต่อกฎหมาย
หากผู้ที่มีหน้าที่ในการตรวจสอบ
ละเลย ไม่สนใจ ปล่อยให้การกระทำเช่นนั้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ท้ายที่สุดผลร้ายทั้งหมดจะตกอยู่กับลูกหลานและประเทศไทยในอนาคต

น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า
สำหรับหนังสือทุจริตอภิสิทธิ์ชน เล่มที่ 1 พิมพ์ครั้งแรกจำนวน 1 หมื่นเล่ม
นอกจากแจกให้สื่อมวลชนแล้วจะแจกให้กับประชาชนในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ
โดยฝากผ่านทางส.ส.และว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรค
รวมถึงประชาชนผู้สนใจ นักวิชาการ นักเรียน นักศึกษาที่ต้องการเพื่อเป็นข้อมูล
โดยสามารถรับหนังสือได้ที่พรรคเพื่อไทยตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป

สำหรับเล่มที่ 2 จะเป็นการรวมเล่มที่เจาะลึกในรายละเอียดเน้นในแต่ละเรื่อง
ที่ได้รับการปูพื้นมาอย่างดีต่อจากเล่มที่ 1 อย่างไรก็ตามหนังสือดังกล่าวถือว่า
เป็นหนังสือที่ผู้เสียภาษีทุกคนควรอ่าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื้อหาของหนังสือดังกล่าวแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ

1.การบริหารราชการแผ่นดินที่เข้าข่ายละเว้นหรือปล่อยให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น
จนทำให้เกิดความเสียหายต่อเงินงบประมาณแผ่นดิน ประกอบด้วย
โครงการจัดซื้อรถ
เรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร
โครงการชุมชนพอเพียง ปลากระป๋องเน่า
โครงการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพ และ
โครงการถนนปลอดฝุ่น


2.การบริหารราชการแผ่นดินที่ตรวจพบว่าอาจมีการเอื้อให้เกิดการทุจริต ประกอบด้วย
โครงการประมูลสินค้าการเกษตร
โครงการจัดหาครุภัณฑ์กระทรวงสาธารณสุข
โครงการจัดหาคุรุภัณฑ์กระทรวงศึกษาธิการ
โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง


3.การบริหารราชการแผ่นดินที่ผู้มีอำนาจอาจใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง
หรืออาจใช้อำนาจหน้าที่ในการแสวงหาประโยชน์ ประกอบด้วย

อัพเกรดการบินไทย ใครๆก็อยากได้อภิสิทธิ์
ซื้อเครื่องบินไม่มีเก้าอี้
เที่ยวบินอภิสิทธิ์เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน
การแต่งตั้งตำรวจ
การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ
โครงการรถเข็นกระเป๋าสุวรรณภูมิ
โครงการจัดหาปืนเล็กยาว
การออกเอกสารแสดงสิทธิ์ที่ดินบนเขาแพง
การสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ
เอสเอ็มเอสนายกฯกับความเป็นสองมาตราฐาน
การแทรกแซงและการปิดกั้นสื่อ
และ

4.การบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาดล้มเหลว ไม่เป็นไปตามนโยบาย
หรือไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายหรือไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ ประกอบด้วย
โครงการเรียนฟรี 15 ปี
ค่าเงินบาท
ราคาน้ำมัน
โครงการรถเมล์บีอาร์ที
แก้ปัญหายาเสพติด
งบประมาณประชาสัมพันธ์ของรัฐบาล
งบประมาณการจัดกิจกรรมของรัฐบาล
การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
โครงการเช็คช่วยชาติ
ปัญหาการแก้หนี้นอกระบบ
การประกาศใช้พ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉินและ
การปราบปรามประชาชน



http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRJNU5EWXpOemsyTUE9PQ==&sectionid=

ภาพ เสื้อแดงนิวยอร์ค "เสวนาการเมืองไทย" 08.01.11 กับ สส สุนัย

ที่มา thaifreenews

โดย namome

Cheeky














http://www.konthaiuk.info/forum/index.php?topic=15126.0

ไม่เกี่ยวก่อการร้าย ตู่ชุมนุมได้ รองอธิบดีศาลแจง

ที่มา thaifreenews

โดย bozo




รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา แถลงข่าวยืนยัน
'จตุพร พรหมพันธุ์' สามารถเข้าร่วมชุมนุมได้ แต่ต้องไม่ใช่เรื่องเกี่ยวข้องกับคดีก่อการร้าย
ชี้ หากละเมิดข้อกำหนด ศาลถอนประกันได้ทันที แม้ไม่มีผู้ร้องก็ตาม...

ที่ศาลอาญา เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 ม.ค. นายมานิตย์ สุขอนันต์
รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา แถลงข่าวยืนยันว่า
กรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย แกนนำ
แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ขึ้นเวทีปราศรัย
ในการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ที่ผ่านมานั้น
สามารถกระทำได้
แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนดไว้ ในการให้ประกันตัว คือ
ห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องกับการชุมนุม ที่มีผู้ร่วมเกินกว่า 5 คน ซึ่งอาจจะเป็นอุปสรรค
หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงาน
หรือการดำเนินการในชั้นศาล หรือทำการเผยแพร่ข่าวสารต่อบุคคล กลุ่มบุคคล
หรือ ต่อสาธารณะในเรื่องที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายในทำนองเดียวกัน
เว้นแต่เป็นการพูดหรืออภิปรายในฐานะเป็น ส.ส.

นายมานิตย์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ในวันที่ศาลอาญามีคำสั่งยกคำร้อง
ที่ทนายความของนายจตุพร ยื่นคำร้องขอให้ศาลอธิบายความ
และให้ความชัดเจนต่อเงื่อนไขที่ศาลกำหนดในการปล่อยตัวชั่วคราวนายจตุพรนั้น
ได้มีการอธิบายจนเป็นที่เข้าใจแล้ว ว่าสามารถร่วมชุนนุมได้
แต่ต้องไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกับคดีก่อการร้ายที่ นายจตุพร เป็นจำเลยอยู่
ซึ่งหากนายจตุพร กระทำละเมิดข้อกำหนด
ศาลสามารถสั่งถอนประกันได้ทันที แม้ไม่มีผู้ร้อง
แต่เนื่องจากมีหนังสือพิมพ์บางฉบับลงข่าวพาดหัวข่าว
ที่อาจทำให้ผู้อ่านมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน
จึงอยากให้มีการลงข่าวแก้ไขให้เข้าใจตรงกัน นอกจากนี้
ในการพิจารณามีคำสั่งการปล่อยตัวชั่วคราวนั้น
ตามที่มีหลายฝ่ายเคยให้ข่าวก่อนหน้านี้ว่า
มีการประสานกับรัฐบาล และกรมคุ้มครองสิทธิแล้ว
ในการยื่นคำร้องขอประกันตัวนั้น ขอชี้แจงให้เข้าใจตรงกันว่า
การพิจาณาการปล่อยตัวชั่วคราวนั้น เป็นดุลพินิจของศาล
ที่จะปฏิบัติตามในกรอบของกฎหมาย
ไม่มีหน่วยงานใดจะสามารถเข้ามาเกี่ยวข้องต่อการพิจารณาของศาลได้


http://www.thairath.co.th/content/pol/140337

เกียรติประวัติของ ผู้นำเสื้อแดงคนหนึ่ง...ทักษิณ ชินวัตร !!!

ที่มา thaifreenews

โดย namome



ครูต้วย
ทักษิณ ชินวัตร

ทักษิณ ชินวัตร
• เพศ ชาย
• วันที่เกิด 26 กรกฎาคม 2492
• อายุ 62
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
• 1737 ข่าว
• ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
tags:
ทักษิณ ชินวัตร แม้ว
เลือก เวลาเปิดตัวหลังข่าวคราวเงียบหายไปได้ถูกเวลาเสมอ การโฟนอินกับกลุ่มเสื้อแดงในการชุมนุมที่ราชประสงค์วานนี้ กินได้หลายเด้ง ไม่ว่าจะเป็นการทำให้บรรดากองเชียร์ที่แห่แหนกันมาจำนวนเยอะ กว่าหลายครั้งที่ผ่านมา หลังสิ้นศึกขอคืนพื้นที่ ได้ชุ่มชื่นหัวใจได้แล้ว เด้งที่ 2 ยังถือเป็นท้าทายฝ่ายตรงข้ามโดยตรงว่า ขึ้นชื่อว่ายี่ห้อทักษิณ แล้วไม่มีวันยอมสยบต่อใครง่าย ๆ และยืนยันเจตนารมย์ในการต่อสู้กับบุคคลที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามต่อไปไม่ว่าจะนาน แสนนานแค่ไหน

เด้งที่ 3 การเปิดตัวในยามเกิดวิกฤต 7 คนไทยถูกเขมรจับกุมเช่นนี้ ย่อมแปลเจตนาอื่นใดไปได้ยาก ว่า เจ้าตัวจะไม่พยายามแสดงท่าทีอะไรสักอย่าง เพื่อชิงบทพระเอกในเรื่องนี้แน่นอน เพื่อเป็นการตอกย้ำความเพลี่ยงพล้ำในเรื่องที่เกิดขึ้นให้เกิดขึ้นกับหนุ่ม น้อยมาร์ค และจะเกิดอะไรขึ้น หากคนที่ครั้งหนึ่งได้รับหน้าที่ให้เป็นผู้ไล่ล่าทักษิณ อย่าง พนิช วิกิตเศรษฐ์ จะได้รับความช่วยเหลือโดยไม่เห็นแก่ความแค้นในอดีต เพื่อมุ่งไปสู่บทบาทการสร้างความปรองดอง โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เด้งที่ 4 กระแสการเคลื่อนตัวของ อดีตนายกรัฐมนตรี ครั้งนี้ อาจจะช่วยดึงความสนใจจากทุกฝ่ายไปจากความพยายามตีปี๊ปอัดฉีดโปรโมชั่นหา เสียงแบบลด แลก แจก แถม หาเสียงของรัฐบาลภายใต้แคมเปญประชาวิวัฒน์ ที่เตรียมจะเข้าครม. ในวันที่ 11 ม.ค. นี้ได้อีกด้วย และที่สำคัญอีกไปกว่านั้น คือ เป็นไปได้ว่าการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ อาจเป็นการตีความหมายว่าอาจใกล้ได้บทสรุปเรื่องหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ เพื่อเตรียมนำทัพอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในช่วงเปิดประชุมสภา ที่ใกล้มาถึงแล้วก็เป็นได้

ชื่อ-สกุล : พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร

นามแฝง/ฉายา : แม้ว

วันที่เกิด : 26 กรกฎาคม 2492

บิดา : นายเลิศ ชินวัตร (ถึงแก่กรรม 23 ต.ค.2540 ศาลา 7 วัดมกุฎกษัตริยาราม)

มารดา : นางยินดี ระมิงค์วงศ์ (ถึงแก่กรรม)

ถิ่นกำเนิด : จังหวัดเชียงใหม่

ประวัติครอบครัว :

เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้อง 10 คน ของนายเลิศ และนางยินดี ชินวัตร (เสียชีวิตทั้งคู่)

ชื่อพี่น้อง
1. นางเยาวลักษณ์ ชินวัตร (เสียชีวิต) สมรสกับพ.อ.(พิเศษ) ศุภฤกษ์ คล่องคำนวณการ (หย่า)
- มีธิดา 2 คน ชื่อ 1. น.ส.ปณิตา คล่องคำนวณการ 2. น.ส.นัทชฤทัย คล่องคำนวณการ

2. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สมรสกับ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์
- (หย่า14 พ.ย.2551 ใช้นามสกุลเดิม ดามาพงศ์ 8 ธ.ค.2551)
- (บุตรของ พล.ต.ท.เสมอ ดามาพงศ์) มีบุตร-ธิดา 3 คน
- ชื่อบุตร-ธิดา
1. นายพานทองแท้ ชินวัตร (โอ๊ค)
2. น.ส.พินทองทา ชินวัตร (เอม)
3. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร (อิ้ง)

3. นางเยาวเรศ ชินวัตร สมรสกับนายวีระชัย วงศ์นภาจันทร์ (หย่า)
- มีบุตร-ธิดา 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน
1.น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ (แซน)
2.นายรัตนะ วงศ์นภาจันทร์(ซัน)
3.นายธนวัต วงศ์นภาจันทร์(ซูน)

4. นางปิยนุช ลิ้มพัฒนาชาติ

5. นายอุดร ชินวัตร (เสียชีวิต)

6. นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ (แดง) สมรสกับ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มีบุตร-ธิดา 3 คน
-ชื่อ 1.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (เชน)2. น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์(เชียร์)3.น.ส.ชยาภา วงศ์สวัสดิ์ (เชอรี่)

7. นายพายัพ ชินวัตร สมรสกับพอฤทัย มีบุตรชาย 4 คน
1.นายฤภพ ชินวัตร (ไนท์)
2.นายพิรุณ ชินวัตร (นิกกี้)
3.นายพอพงษ์ ชินวัตร(ต๋อง)
4. นายพีรพัฒน์ ชินวัตร

8. นางมณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล (แป๋ว) เดิมชื่อ เยาวมาลย์ สมรสกับ นพ.สมชัย โกวิทเจริญกุล
- มีธิดา 2 คน

9.นายทัศนีย์ ชินวัตร (แป๋ม) เสียชีวิต

10.นางยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ปู) สมรสกับนายอนุสรณ์ อมรฉัตร (ป๊อป) ปี 2538
- มีบุตรชาย 1 คน ชื่อด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร (ไปป์) เกิดเมื่อปี 2545

การศึกษา และดูงาน :

- ปริญญาเอกสาขา CRIMINAL JUSTICE จาก SAM HOUSTON STATE UNIVERSITY สหรัฐอเมริกา
- ปริญญาโทสาขา CRIMINAL JUSTICE จาก EASTERN KENTUCKY UNIVERSITY สหรัฐอเมริกา เน้นหนักทางด้าน POLICE ADMINISTRATION ได้ GPA 4.0
2516 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ สามพราน นครปฐม รุ่น 26 (สอบได้คะแนนที่ 1)
2512 โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 10
2503 มัธยมศึกษา ที่โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ (รุ่น 08)
2498 ประถมที่โรงเรียนประชาบาลสันกำแพง

การทำงาน และตำแหน่งหน้าที่ :

ปี 2516 ประจำกองกำกับการ สนันสนุนทางอากาศตำรวจตระเวนชายแดน
ปี 2518 อาจารย์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
ปี 2519 รองสารวัตรป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจนครบาลพระราชวัง
ปี 2522 หัวหน้าแผนก 6 (แผนกแผน) กองวิจัย และวางแผนกรมตำรวจ
- อาจารย์ โครงการอาชญาวิทยา คณะสังคมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล
ปี 2523 รองผู้อำนวยการศูนย์ประมวลข่าวสารกรมตำรวจ
ปี 2524 รองผู้กำกับการศูนย์ประมวลข่าวสาร
ปี 2529 อาจารย์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
2 ตุลาคม 2530 รองผู้กำกับการนโยบายและแผนงาน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ลาออกจากราชการเพื่อ
ประกอบธุรกิจส่วนตัว ปี 2530)

ทางด้านการเมือง :

25 ตุลาคม 2537 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คนที่ 32 (ลาออก 11 ก.พ.2538)
31 พฤษภาคม 2538 หัวหน้าพรรคพลังธรรม (ลาออก)
2 กรกฎาคม 2538 ส.ส. กทม. เขต 2 พรรคพลังธรรม (ยุบสภา 27 ก.ย.2539)
18 กรกฎาคม 2538 รองนายกรัฐมนตรี (ลาออก 24 พ.ค.2539)
28 พฤษภาคม 2539 รองนายกรัฐมนตรี (ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา 13 ส.ค.2539)
15 สิงหาคม 2540 รองนายกรัฐมนตรี (หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทั้งหมด)
14 กรกฎาคม 2541 หัวหน้าพรรคไทยรักไทย (ลาออก 3 ต.ค.2549)
6 มกราคม 2544 ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคไทยรักไทย
9 กุมภาพันธ์ 2544 นายกรัฐมนตรี คนที่ 23
14 มิถุนายน 2544 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (แทนนพ.เกษม วัฒนชัย) (ลาออก 9 ต.ค.2544)
6 กุมภาพันธ์ 2548 ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคไทยรักไทย
9 มีนาคม 2548 นายกรัฐมนตรี คนที่ 23 (ยุบสภา 24 ก.พ.2549) (เว้นวรรค 4 เม.ย.2549) (กลับมาทำงาน
ใหม่ 22 พ.ค.2549) (สิ้นสุดเนื่องจากรัฐบาลถูกยึดอำนาจจาก คปค. 19 ก.ย.2549)
2 เมษายน 2549 ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคไทยรักไทย

ทางด้านอื่นๆ :

2530 ประธานกรรมการ บริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ จำกัด
- ประธานกรรมการ บริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (มหาชน)
2538 กรรมการอำนวยการสถาบันเอเชียการศึกษา
23 ตุลาคม 2543 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภาการศึกษาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ (ลาออก)
- กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสภามหาวิทยาลัย 6 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัย
สุโขทัยธรรมาธิราช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัย
ศรีนครินทรวิโรฒ และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
- กรรมการสภาที่ปรึกษา สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- กรรมการที่ปรึกษา BANGKOK CLUB
- กรรมการอำนวยการ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ประธาน กปร.
19 พฤศจิกายน 2545 ประธานกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
- ประธานสโมรสร "เรือใบสีฟ้า"
- ประธานมูลนิธิไทยคม
2550 นายกสมาคมกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย (ลาออก 9 พ.ย.2551 นายไชยยันต์ วิสุทธิธาดา
เป็นแทน)

รางวัลอื่นๆ :
- ผู้นำทางธุรกิจดีเด่นทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ
2535 รางวัลเกียรติยศจักรดาว สาขาบริหารการศึกษา พ.ศ.2534 จากโรงเรียนเตรียมทหาร
2535 รางวัล 1992 Asean Business Man of the Year โดย Asean Institute ประเทศ
อินโดนีเซีย
2537 รางวัล "บุคคลดีเด่นผู้พัฒนาโทรคมนาคมเพื่อสังคมไทย ประจำปี 2536" จากสมาคม
โทรคมนาคมแห่งประเทศไทย
กันยายน 2537 ได้รับคัดเลือกให้เป็นคนไทยคนแรก และเป็นบุคคลที่ 3 ที่ได้รับทุน "Lee Kuan Yew
Exchange Fellowship" จากประเทศสิงคโปร์
- ได้รับยกย่องจากหนังสือพิมพ์ Singapore Business Times ให้เป็น 1 ใน 12 นักธุรกิจ
ผู้นำของเอเชีย
- ได้รับคัดเลือกจากนิตยสาร Financial World ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกาให้เป็นหนึ่งใน
Asian CEO of the Year ได้รับพระราชทานปริญญาวารสารศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต-
กิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
10 กุมภาพันธ์ 2538 ได้รับการเลือกตั้งให้เป็น 1 ในบุคคล 50 คน ซึ่งมีอิทธิพลที่สุดในโลก
27 มีนาคม 2538 ตำแหน่ง "เพื่อนลี กวน ยู" เป็นคนที่ 3 (คนแรก ดร.อิบราฮิมชาอัด รองมุขมนตรีรัฐปีนัง
คนที่สอง นายฟาเดล มูฮัมหมัด ผู้นำนักธุรกิจอินโดนีเซีย และเจ้าหน้าที่อาวุโสของพรรค
กอลคาร์)
2538 ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 3 คนไทยดีเด่นซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์
อันดีระหว่างประเทศไทย และฟิลิปปินส์ เข้ารับรางวัลจากสถานทูตฟิลิปปินส์
2539 นิตยสาร ฟอร์บส์ จัดอันดับเศรษฐีโลก
2539 รางวัล "Outstanding Criminal Justice Alumnus Awards" จาก Criminal Justice
Center, Sam Houston State University และรางวัล "Distinguished Alumni Award"
จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน (5 ต.ค.2539)
- ติดอันดับที่ 4 ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น "10 อัครมหาเศรษฐี" เจ้าของค่ายชินวัตร
มีทรัพย์สิน รวมแล้ว 52,500 บาท
22 มิถุนายน 2544 ติดกลุ่มมหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์ โดยมีทรัพย์สิน 1,200 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ
54,708 ล้านบาท
- ครองอันดับมหาเศรษฐี อันดับที่ 421 ของโลก จัดโดย นิตยสารฟอร์บ ของสหรัฐอเมริกา
21 กรกฎาคม 2545 เครื่องราชอิสริยาภรณ์ "อะห์หมัด อัล ฟาติห์" (Shaikh Hamad Fateh) สูงสุดเป็นลำดับที่ 2
ซึ่งได้รับพระราชทานจาก His Majesty Shaikh Hamad BinEssa Al-Khalifa สมเด็จ
พระราชาธิบดีแห่งบาห์เรน ในโอกาสเดินทางเยือนราชอาณาจักรบาห์เรนอย่างเป็นทางการ
ระหว่างวันที่ 10-11 มิถุนายน 2545
24 ตุลาคม 2545 รางวัลด้านมนุษยธรรม "แซม ฮุสตัน ฮิวแมนนิทาเรียน อวอร์ด" จากมหาวิทยาลัยแซม ฮุสตัน
สเตต ยูนิเวอร์ซิตี้ มลรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา
6 มิถุนายน 2546 ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาเทคโนโลยี (บุคคลที่ 8 และเป็นคนไทยคนแรก)
27 สิงหาคม 2546 โล่ซินเซีย แอพพลิเคชั่น อวอร์ด จากองค์การภาพยนตร์ โมชั่น พิคเจอร์ แอพพลิเคชั่น
23 กันยายน 2547 รางวัล International Forgiveness Award 2004 หรือ รางวัลแห่งการให้อภัย ประจำปี
ค.ศ.2004 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับที่มอบให้กับบุคคลที่มีความพยายามที่มุ่งไปสู่สันติภาพ
และสร้างความเป็นเอกภาพ ซึ่งมีบุคคลที่ได้รับรางวัลนี้มาแล้ว ได้แก่
1. พระสันตะปาปาจอห์น ปอล ที่ 2
2. พระคาดินัล Vinko Puljic
3. นาย Sergio Vieira De Mello ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น)
4. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

http://www.thairath.co.th/people/view/pol/5798

http://www.internetfreedom.us/thread-8787.html

Re

โดย ภูชีั้ฟ้า
ขอแถมอีกนิด

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

มีชื่อเล่นที่เรียกกันในหมู่พี่น้องและพวกพ้องก่อนเข้ามาเรียนเตรียมทหารว่า

สิน ของพ่อแม่พี่ๆเพื่อนๆ หรืออ้ายสิน ของน้องๆ

ส่วนชื่อแม้วนั้น เป็นชื่อที่เพื่อนๆในเตรียมเรียกขานกัน เพราะเหมาเอาว่า เป็นคนมาจากภาคเหนือที่มีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่หลายเผ่า โดยหนึ่งในเผ่านั้นก็มีชื่อว่า เผ่าแม้ว หรือ เผ่าอาข่า นั่นเอง

และด้วยเหตุที่ชื่อเล่นว่า สิน นี่แหละ พวกปัญญาทึบสมองเขียด idiot ชอบเชื่อกันเป็นตุเป็นตะว่า
สินคนนี้คือผู้มีบุญแต่ปางก่อนและตอนนี้กลับชาติมากำจัดศัตรูทางการเมืองการปกครองไปโน่น

เอ้า...เฮ....

ผลประโยชน์กับความอิสระของอัยการโดย ประสงค์ วิสุทธิ์ prasong_lert@yahoo.com

ที่มา มติชน



คอลัมน์ ณ ริมคลองประปา

เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีมติเสนอ "มาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงหรือบุคคลให้ดำรงตำแหน่งกรรมการในรัฐวิสาหกิจ หรือนิติบุคคลที่รัฐวิสาหกิจเป็นผู้ถือหุ้นจำนวนหลายแห่ง" ต่อคณะรัฐมนตรี

เนื่องจาก คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า ข้าราชการระดับสูงหลายคนเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจเกินกว่า 3 แห่ง ขัดต่อ พ.ร.บ.มาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 และมีผลทำให้ประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ทั้งในหน้าที่ประจำและกรรมการรัฐวิสาหกิจลดลง

นอกจากนั้น การดำรงตำแหน่งดังกล่าวของข้าราชการและเจ้าหน้าในองค์กรอิสระ อาจมีปัญหาผลประโยชน์ขัดกัน ระหว่างการทำหน้าที่ในส่วนราชการและองค์กรอิสระในฐานะผู้กำกับดูแลและตรวจสอบกับการทำหน้าที่กรรมการในรัฐวิสาหกิจด้วย

มาตรการที่ ป.ป.ช.นำเสนอนั้น มีทั้งระยะสั้น ซึ่งคณะรัฐมนตรี สามารถมีมติให้หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจปฏิบัติได้ทันทีและระยะยาวที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมและแก้ไขกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม มี 2 มาตรการที่น่าสนใจคือ

หนึ่ง ห้ามแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงในส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ควบคุม กำกับ ทั้งด้านนโยบายและด้านการปฏิบัติ (Regulator) เป็นประธานกรรมการรัฐวิสาหกิจและบริษัทในเครือด้านสาธารณูปโภคและมีวัตถุประสงค์ในการแสวงหากำไร

เนื่องจากส่วนราชการดังกล่าว มีหน้าที่ในการกำกับดูแลรักษาผลประโยชน์สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ จากการให้บริการที่ดี ในราคาถูกที่สุด แต่การข้าราชการระดับสูงไปเป็นประธานกรรมการรัฐวิสาหกิจนั้น จะต้องปฏิบัติหน้าที่ให้รัฐวิสาหกิจมีกำไรหรือเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น ทำให้บุคคลคนเดียวกันเป็นทั้งผู้ปฏิบัติและผู้กำกับดูแลในขณะเดียวกัน ซึ่งเป็นการขัดกันเองระหว่างหน้าที่ของตำแหน่งทั้งสอง

ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ ปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธานการบินไทย ปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ปตท.(แต่ปลัดกระทรวงคนปัจจุบันลาออกแล้ว) ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน บริษัท กสท โทรคมนาคม ฯลฯ

สอง ห้ามแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ในองค์กร(อิสระ) ตามรัฐธรรมนูญ (เช่น กกต. ป.ป.ช. สตง. องค์กรอัยการ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ฯลฯ) เป็นประธานหรือกรรมการรัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทในเครือ

เพราะเจ้าหน้าที่ในองค์กรอิสระมีหน้าที่ควบคุม ตรวจสอบหรือดำเนินคดี ต้องดูแลรักษาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก แต่หน้าที่ประธานหรือกรรมการรัฐวิสาหกิจจะต้องรักษาผลประโยชน์ของรัฐวิสาหกิจให้มากที่สุด หน้าที่ทั้งสองประการนี้จึงขัดกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีกรณีที่คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ ที่มีเจ้าหน้าที่ในองค์กรอิสระร่วมอยู่ด้วยปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ต้องถูกดำเนินคดี ก็อาจจะทำให้องค์กอิสระนั้นปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่เต็มที่นัก เพราะจะต้องดำเนินการกับพวกเดียวกันเอง

ว่ากันตามจริงแล้ว การเสนอมาตรการนี้ต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อไม่ต้องการให้อัยการเข้าไปเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจเพราะที่ผ่านมาไม่มีเจ้าหน้าที่ในองค์กรอิสระใดไปเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจเลย หรือถ้ามีก็แทบนับตัวได้

ปรากฏการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเป็นเรื่องอื้อฉาวคือ กรณีนายชัยเกษม นิติสิริ อดีตอัยการสูงสุดเป็นกรรมการ

บริษัท ท่าอากาศยานไทย ถูกดำเนินคดีกรณีการจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ ทำให้เกิดปัญหาในการสั่งฟ้องคดีต่อศาล โดยสำนักงานอัยการสูงสุดมีความเห็นแย้งกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในคดีนี้

เดิมสำนักงานอัยการสูงสุดสังกัดฝ่ายบริหาร แต่ก็มีหลักประกันตามมกฎหมายมิให้มีการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายและมีอิสระในการสั่งหรือสั่งไม่ฟ้องคดีอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในการร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 อัยการดิ้นรนที่จะอิสระจากฝ่ายบริหารเช่นเดียวกับฝ่ายตุลาการจนประสบผลสำเร็จ

แต่คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม(ก.ต.) ไม่ยอมให้ข้าราชการตุลาการไปเป็นกรรมการใดในฝ่ายบริหารเลยยกเว้นกรรมการกฤษฎีกา

ขณะที่ คณะกรรมการอัยการ(ก.อ.) มีอัยการสูงสุด เป็นประธาน อนุมัติให้ข้าราชการอัยการไปเป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจในทุกกรณีที่มีการเสนอเข้ามาเพราะผู้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดเองก็เป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจอยู่หลายแห่ง ล้วนเป็นรัฐวิสาหกิจชั้นดี มีรายได้สูง ผลตอบแทนดี (ทั้งเบี้ยประชุมและโบนัส)

แม้รัฐธรรมนูญ 25550 มาตรา 2550 วรรคหก บัญญัติว่า "พนักงานอัยการต้องไม่เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจหรือกิจการอื่นของรัฐในทำนองเดียวกัน เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการอัยการ..."

แต่แทนที่ ก.อ.จะปฏิบัติตามบทบทบัญญัติหลักของรัฐธรรมนูญ กลับอาศัยข้อยกเว้นแทนบทบัญญัติหลัก

ทำให้มองกันว่า การไม่ยอมทิ้งเก้าอี้กรรมการรัฐวิสาหกิจเพราะผลประโยชน์ทั้งในรูปตัวเงินและมิใช่ตัวเงิน ขณะที่กลุ่มอัยการเหล่านั้นอ้างว่า ได้ใช้ความรู้ความสามารถทางด้านกฎหมายรักษาผลประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม(รัฐวิสาหกิจ) ในแต่ละปีจำนวนมหาศาล

ทำให้เกิดคำถามว่า ถ้าเช่นนั้น ทำไมไม่แต่งตั้งอัยการอาวุโสที่ไม่มีตำแหน่ง หรือนักกฎหมายอื่นที่มีความรู้เป็นอย่างดี เป็นกรรมการหรือที่ปรึกษาเหล่า

อดีตประธาน ก.อ.และอดีตอัยการสูงสุดท่านหนึ่งสรุปอย่างรวบรัดว่า พวกเขาต้องการคนที่มีตำแหน่งในสำนักงานอัยการสูงสุดมากกว่าคนที่มีความรู้ทางด้านกฎหมายซึ่งรู้ๆ กันอยู่ว่าเพื่ออะไร

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 10/01/54

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla



จิ๋วแรนเจอร์ อารักขา ให้...นายกฯ
แสนตลก ช่างคิดได้ ไม่อายหมา
แถมสร้างภาพ ด้วยสันดาน สุดมารยา
ยังมีหน้า บอกกล่าว ออกข่าวโชว์....

วิสัยทัศน์ แค่หางอึ่ง ไม่พึงคิด
ความถูกผิด ยังสับสน สมคนโง่
เห็นเด็กเล่น ก็อยากแจม แถมคุยโว
ตัวแต่โต สมองลีบ น่าถีบมัน....

บอกสุดแสน อุ่นใจ ใกล้เครื่องแบบ
ยิ่งสีเขียว ยิ่งอิงแอบ เพื่อแนบฝัน
แล้วใครล่ะ หนีทหาร มานานวัน
ยังสร้างภาพ สารพัน สุดจัญไร....

บิ๊กแรนเจอร์ ตั้งมันมา เป็น...นายกฯ
ใคตรตลก ทำอวดตน คนยิ่งใหญ่
บอกเดินตาม กติกา ประชาธิปไตย
ช่างสับปลับ เฉไฉ ไม่อายเด็ก....

เด็กดีดี แอบมอง อยากร้องไห้
พ่อถูกฆ่า ล่าไล่ ใช่เรื่องเล็ก
มาสร้างภาพ ให้เห็น เป็นพระเอก
ช่างโยกเยก จิตผู้นำ ระยำคน....

เพราะความคิด อุบาทว์ ขาดสติ
อุตริ มารยา พาสับสน
เผยธาตุแท้ สามานย์ สันดานตน
ประจานคน ทั่วหล้า อย่างน่าอาย....


blablabla32@hotmail.co.th
http://www.facebook.com/profile.php?id=100001177832717
วันจันทร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2554

ภาพคนเสื้อแดงผ่านฟ้า...มาแล้ววววว อันนี้ของปลอมครับ

ที่มา thaifreenews

โดย sompetch

ไม่กล้าเอาภาพไปรวมกับภาพของ คุณแมวอ้วนอ้วน อายน่ะครับเลยมาลงแบบปลอมๆดีกว่า...555


ไปถึงอนุสาวรีย์ประมาณสี่โมงเย็น ทั้งคนทั้งรถคนเสื้อแดงแน่นมากๆ


แม้แดดยังร้อนอยู่แต่ทุกคนก็ยิ้มแย้มให้กันอย่างมีความสุขเหมือนได้เจอเพื่อนเก่าๆ



น้องคนนี้ก็เหนื่อยแต่ก็มีความสุข


ขี่รถผ่านน้องๆสามคนนี้ได้ยินบ่นๆกันว่า "อะไรกันหว่า...จิตสาธารณะ..งงงงงง เจงงงๆๆ.."


Re

มาดูบรรยากาศแถวอนุสาวรีย์กันต่อครับ

















ได้ยินสาวคนนี้พูดว่า "ไอ..เลิฟ...ยู..."หรืออะไรทำนองนี้ใครรู้ช่วยแปลให้หน่อยครับ...555



มาดูกองเชียร์ริมทางกันบ้างครับ





มาดูรถสวยๆในขบวนกันบ้าง










ใช้ในงานไพร่เท่านั้น...อิอิอิ



เจอน้องสาวคนนี้ยิ้มให้ทำเอาหัวใจผมเต้นผิดจังหวะเลยครับ...555



มาดูคำเก๋ๆ บนเสื้อกันบ้าง






อันนี้อย่างฮา...



ขอบคุณครับคุณแมว ที่ปิดป้ายกท.ให้ ผมทำไม่เป็นอ่ะ... 5fc0f220

ไอ้มาร์ค.. น้องเขามีอะไรจะบอกน่ะ



คนเยอะมากๆ ที่หน้าสนามม้านางเลิ้งมองไปบนสะพานข้ามแยกโคลีเซี่ยมมีแต่คนเสื้อแดงทั้งสองฝั่ง



ลองซูมมาให้ดูกันใกล้ๆครับ



สีสันในขบวน



อุ๊ย..เห็นสะดือแบบนี้ แม่ปังคุงจะแบนมั้ยเนี่ย...555


รถก็สวย คนยิ่งสวยกว่า...



คุณลุงแกให้ถ่ายรูปพวกแกหน่อยแล้วให้ประกาศว่า แกมาจากสมุทรสาคร



พกนกมาด้วยเหรอ พานกมาด้วยเหรอ แหมมาแค่นี้พกนกมาด้วยยยย...



กว่าจะมาทันต้นขบวนก็ที่แยกราชเทวี คนเยอะจริงๆครับ



ถ่ายจากบนสะพานลอยประตูน้ำ



วันนี้ยอมแพ้ครับทั้งหิวทั้งคนเยอะ เบียดไปได้แค่หน้าเวิล์ดเทรดก็ต้องกลับก่อน



รถพวกเราจอดล้นมาถึงหน้าโรงแรมอินทราเหลือช่องทางให้รถวิ่งได้แค่ช่องเดียว


ขอบคุณคนเสื้อแดงทุกๆคนครับ xxx13

อย่าเสียค่าโง่

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



เป็นเรื่อง...แกว่งเท้าออกไปหาเสี้ยนอย่างตั้งอกตั้งใจ...
สำหรับคนไทย 7 คนที่...
โดนทหารเขมรจับกุมตัวในพื้นที่รอยต่อระหว่างประเทศ กัมพูชากับ ประเทศไทย

เป็นเรื่องที่คนทั้งประเทศต้องตำหนิ...สำหรับคนกลุ่มนี้...
เพราะเหตุที่เขากระทำนั้นเป็นพฤติกรรมที่สามารถก่อให้เกิดสงครามระหว่างประเทศได้
หากว่าในระหว่างที่ทหารเขมรดำเนินการจับกุมนั้น
หากมีกองกำลังของไทยผ่านเข้าไปพบเหตุ...
ก็จะต้องมีการเข้าปะทะป้องกันหรือช่วงชิง
ก็จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวก่อให้เกิดสงครามระหว่างชาติ
ความเสียหายในด้านสงครามนั้นย่อมประมาณไม่ได้...
แต่ความเสียหายทางเศรษฐกิจระหว่างประชาชน 2 ชาติใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี...1 ในคน
เหล่านั้นเป็นผู้แทนราษฎรในสังกัดของพรรคท่าน...
ความเดือดร้อนที่เกิดกับท่านนั้น...ก็หนักหนาสาหัส...
การไม่ต่อสู้ให้กัมพูชาส่งตัวกลับ...
ก็เท่ากับการยอมรับบูรณภาพเหนือดินแดนที่คนเหล่านี้ย่ำเหยียบเข้าไป...
และหากว่าที่คนไทยเหล่านั้นย่ำเหยียบอยู่...เป็นแผ่นดินไทย...

เขาเหล่านั้นก็ไม่ได้กระทำผิด...ดูเหมือนว่า...
นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลของท่าน...
ขาดอย่างสิ้นเชิงในเรื่องสติปัญญา...
เมื่อเจอกับวิกฤติการณ์แบบนี้
ท่านรั้งรอและเงียบงัน...
ในสิ่งที่ต้องการความฉับพลันและการเคลื่อนไหว...
กัมพูชาเขาเก่งกว่า...เขานำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการทางศาล...
ผลักภาระจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ให้ไปอยู่กับฝ่ายตุลาการ...

อำนาจที่เป็นอิสระจากอำนาจบริหาร...
ปิดหนทางเจรจาไม่ว่าระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับกระทรวงการต่างประเทศ...
ปิดหนทางเจรจาระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล...
หรือแม้แต่กระทั่ง ระหว่างกองทัพกับกองทัพอ้ายอีพวกนี้...
เจตนาที่จะเข้าไปสร้างวิกฤติการณ์สงคราม...ระหว่าง กัมพูชา กับ ไทย...
คำถามคือว่า...ทำไม...
พื้นที่ดังกล่าว...ไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ก่อนหน้า...ไม่ใช่พื้นที่ที่เขาพระวิหาร...
เขาไปสร้างสถานการณ์ขึ้นมาทำไม...
นายกรัฐมนตรีต้องหาเหตุผลให้ได้...
ก่อนจะไปเจรจากับทางกัมพูชาและรัฐบาลพนมเปญ...มิฉะนั้น...
จะเท่ากับท่านไปยอมรับว่าพื้นที่ทับซ้อน...เป็นแผ่นดินกัมพูชา
ระวังท่านจะโง่เหมือนบรรพบุรุษของพรรค...ที่แพ้ศาลโลกเสียเขาพระวิหาร

เตือนสติ'มาร์ค' ให้ทำตามเด็ก!

ที่มา บางกอกทูเดย์




คำขวัญวันเด็ก... รอบคอบ รู้คิด
วันเสาร์ที่ 8 มกราคม 54 เป็นวันเด็กแห่งชาติ

เป็นวันที่เด็กๆไทยควรได้มีตัวอย่างที่ดี จะได้ใช้เป็นแบบอย่างใช้เป็นแนวทางในอนาคต การนำพาประเทศชาติให้ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า

แต่เหลียวมองบรรดาผู้บริหารประเทศในเวลานี้แล้ว จำเป็นต้องบอกว่า “ว้าเหว่”

เพราะรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ซึ่งบริหารประเทศอยู่ในเวลานี้ เป็นรัฐบาลที่ภาวะผู้นำบกพร่องจริงๆ

ปีนี้สอนเด็กๆ ว่า “รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ”... แต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ไม่เคยที่จะรอบคอบ หรือแม้แต่จะรู้คิด ให้เป็นตัวอย่างกับเด็กๆไทยเลยสักนิด

ไม่ต้องย้อนไปถึงการก้าวข้ามาสู่การเป็นนายกรัฐมนตรี การเป็นรัฐบาล หรือการสลายการชุมนุมจนมีคนตายถึง 91 ศพ ซึ่งล้วนแล้วแต่สะท้อนถึงความไม่รู้คิด และไม่รอบคอบมาโดยตลอด

แค่เรื่องการจับกุม 7 คนไทย ซึ่ง 1 ในนั้นเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ ก็เห็นได้ชัดถึงความไม่รอบคอบและความไม่รู้คิดแล้ว ที่ปล่อยให้เกิดเหตุเช่นนั้น

แถมยังไม่มีจิตสาธารณะเพื่อประเทศชาติด้วย เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ได้หมิ่นเหม่เหลือเกินที่จะทำให้ประเทศไทยมีโอกาสเพลี่ยงพล้ำในเรื่องดินแดนอีกครั้งหนึ่ง!!!

ผู้นำที่มีจิตสาธารณะย่อมควรจะต้องรู้หน้าที่ว่า จะต้องปกป้องแผ่นดินไทยทุกตารางนิ้วเอาไว้ให้ลูกหลานไทย

เพราะแม้ว่า นายอภิสิทธิ์ จะอ้างว่า ผลการตัดสินจะไม่กระทบกับเขตแดน เพราะคำตัดสินผูกพันเฉพาะคู่ความคือตัวบุคคลเท่านั้น คงจะนำไปใช้อ้างเรื่องเส้นเขตแดนไม่ได้

แต่คิดหรือไม่ว่าหากศาลกัมพูชาตัดสินว่าผิดจริง ในข้อหาบุกรุกพื้นที่ ตรงนั้นจะใช้เป็นหลักฐานในการต่อสู้ในอนาคตได้หรือไม่ว่า พื้นที่ตรงนั้นเป็นของกัมพูชา เพราะคนไทยเคยเข้ามาในพื้นที่ และเคยถูกตัดสินมาแล้วว่า ผิดข้อหาบุกรุกจริง

ตรงนี้คงไม่ต่างจากในอดีตที่ศาลโลก รับฟังหลักฐานในเรื่องการทำหนังสือขอไปเที่ยวเขาพระวิหาร หรือหลักฐานรูปถ่ายที่มีธงชาติกัมพูชาอยู่เหนือเขาพระวิหาร

ประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องที่นายอภิสิทธิ์จะตต้องตระหนักให้เข้มข้นกว่านี้ ไม่ใช่จะพลิกพลิ้วไปเรื่อยอย่างในขณะนี้

และแม้ว่านายอภิสิทธิ์ จะอ้างว่าได้มอบหมายให้นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ไปดูปัญหาของประชาชน แต่บังเอิญเกิดเหตุที่ไม่ควรจะเกิด เรื่องทั้งหมดมาจากการร้องเรียนเข้ามา จึงพยายามทำให้เกิดความเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร

แค่นี้ก็กระทบกับภาพของรัฐบาลมากแล้ว ว่าในเมื่ออนุญาตให้ลงไปในพื้นที่ ทำไมจึงไม่รอบคอบกว่านี้

"การจะบอกว่าความคิดใครถูกหรือผิดจะต้องว่ากันด้วยเหตุผล การตัดสินใจของรัฐบาลทุกอย่างจะต้องมีความรับผิดชอบ ถ้าบอกให้เลิกเอ็มโอยูปี 2543 เลย ผมก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้น การเสนอแผนจัดการพื้นที่ทับซ้อนรอบปราสาทพระวิหารก็สบายสิ หรือถ้าบอกให้ถอนตั้งจากคณะกรรมการมรดกโลกเลย แปลว่ามติคณะกรรมการโลกในเดือนมิถุนายนนี้ ที่ประเทศบาห์เรน ก็จะเป็นไปตามที่กัมพูชาต้องการหมด ผมไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น เพราะกระทบกระเทือนกับประเทศไทย จึงบอกว่าควรจะแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่น เราต้องมาพูดคุยกัน ไม่ใช่ไปบอกว่า ใครไม่เห็นด้วยแปลว่าขายชาติ อย่างนี้ก็พูดจาเข้าใจกันยาก" นี่คือคำพูดของนายอภิสิทธิ์ที่ต้องจดบันทึกเอาไว้

อย่างไรก็ตาม นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย มองว่า การจับกุม 7 คนไทยของทางการกัมพูชา จะเป็นชนวนความขัดแย้งครั้งใหม่อย่างไม่จบสิ้น จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นภาวะความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหา

สะท้อนให้เห็นว่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมา การบริหารงานของรัฐบาลด้านการต่างประเทศตกต่ำสุดขีด มีความผิดพลาด โดยเฉพาะการแต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

"รัฐบาลยังนำผลประโยชน์ของประเทศชาติและคนไทยเข้าไปเสี่ยง อย่างเช่นกรณีนายวิคเตอร์ บูท ที่นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้เข้าพบเพื่อหาข้อมูลหวังนำไปใช้ปรักปรำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี การดำเนินการในครั้งนี้มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและรัสเซียเป็นอย่างมาก เพราะประเทศรัสเซียเห็นว่ามีการแทรกแซงกระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน และจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศเสื่อมโทรมจนยากที่จะแก้ไขได้" นายต่อพงษ์ระบุชัดเจน

นี่เป็นความรู้สึกและเสียงสะท้อนที่นายอภิสิทธิ์ และรัฐบาลสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องฟัง และทบทวนด่วน เพราะนี่คือปัญหาระหว่างประเทศที่หมักหมมและขาดการแก้ไขอย่างจริงจังมาตลอด นับตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี และตั้งนายกษิต เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ

ทั้งๆที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่า นายกษิตเคยพูดจาอะไรไว้บ้าง

สภาพที่บริหารรัฐบาลแบบไม่รอบคอบ และไม่รู้คิดของนายอภิสิทธิ์ จึงไม่แปลกที่ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.) คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาล (คตร.) จะออกมาระบุว่า "2 ปี สอบตกรัฐบาลอภิสิทธิ์"

โดย พท. กล่าวว่า การติดตามการทำงานของรัฐบาลตลอด 739 วัน พท.ในฐานะฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้เงินภาษีของประชาชน โดยได้ตั้งคณะทำงานในการตรวจสอบแบบคู่ขนานไปกับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยได้แบ่งการตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบของรัฐบาลใน 6 มิติ คือ

1.ด้านเศรษฐกิจ 2.ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต 3.ด้านความมั่นคงแห่งรัฐ 4.ด้านการต่างประเทศ 5.ด้านการเมืองและการส่งเสริมประชาธิปไตย 6.ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน โดยพรรคได้ประเมินการทำงานของรัฐบาลใน 6 มิติ จากข้อเท็จจริง ในการตรวจสอบพบว่า

รัฐบาลได้คะแนนไปเพียง 2.9 คะแนน จากเต็ม 10 ถือว่าสอบตกทุกด้าน และเกิดภาวะสุ่มเสี่ยงต่อสถานภาพของประเทศและประชาชนคนไทย

นายยงยุทธบอกว่าว่า ปีนี้พรรคเพื่อไทย ได้จัด 10 อันดับปัญหาความเป็นที่สุดที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้

1.ปัญหาเกิดการกู้เงินโดยรัฐบาลและสร้างหนี้สาธารณะของประเทศมากที่สุด
2.ปัญหาการใช้จ่ายเงินของรัฐอย่างสุรุ่ยสุร่ายและฟุ่มเฟือยมากที่สุด
3.ปัญหาจัดการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากและไม่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

4.ปัญหาการทุจริตและการเรียกรับเงินสินบนมากที่สุด
5.ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่ไร้คุณธรรม ไม่ถูกต้องมากที่สุด
6.ปัญหาเกิดความขัดแย้งและแตกแยกในสังคมอย่างกว้างขวางมากที่สุด

7.ปัญหาประชาชนถูกทำร้ายและถูกฆ่าตายจากการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยมากที่สุด
8.ปัญหาเกิดการปฏิบัติแบบสองมาตรฐานในกระบวนการยุติธรรมมากที่สุด

9.ปัญหาการใช้กลไกและหน่วยงานรัฐเป็นเครื่องมือทางการเมืองมากที่สุด
และ 10.ปัญหาภาพลักษณ์ของประเทศและความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านตกต่ำมากที่สุด

จริงๆแล้วดูเหมือนว่า คำขวัญวันเด็กที่ว่า รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะนั้น น่าจะเหมาะกับรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ที่ต้องนำไปปฏิบัติมากที่สุด เพราะ”คำวัญวันเด็ก” ที่ว่านั้น เหมือนจะจงใจหรือตั้งใจที่ให้ นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้สติ!! และปฏิบัติตามนั้น เหมือนที่คิดสอนเด็กๆ

แดงภาคเหนืองานเข้า เตรียมรับมือเต็มที่เลยนะ

ที่มา thaifreenews

โดย namome

Eagle

ฟังข่าวจากทีวี ASIA UPDATE ทราบว่าจะมีกิจกรรม " 2 ขาประชาธิปไตย"อีกแระ
ีรีบจดตามได้แค่ข้อมูลตอนภาคเหนือ (ใครอยากทราบรายละเอียด โทรไปถามได้ที่
081-5836964)

วันที่ 27 มค. ออกเดินทางไปจว.ตาก
........(จดไม่ทันอ่ะ)

31 มค. อุตรดิตถ์
1 กพ. แพร่
2 กพ.น่าน
3 พะเยาว์
4 ลำปาง
5 กพ. มาลำพูน
6 กพ. ชม.ฮอด สันป่าตอง
7 ชม.
8 ชม.-ฝาง
9 ชร. - แม่จัน แม่สาย
10 ชร.
11 ชม.- ดอยสะเก็ด
12 ชม.-สันกำแพง
13 กลับ กทม.

ถ้าทราบรายละเอียดเพิ่มขึ้น จะนำมาแจ้งโดยไว

แต่ตอนนี้ มีสายจากแดงเชียงดาวแจ้งมาแล้วว่า จะขอเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงอาหารเที่ยง
ให้แก่คณะที่จะผ่านมา(วันที่จะไปฝาง) อย่างเต็มที่ ฉันท์ญาติสนิทกลับมาพบกันเลยทีเดียว




รูปภาพของ Prakan Luxthaidang
________________________________________
ข้อมูลเพิ่มเติมจากแดงเชียงดาว แจ้งด้วยความภาคภูมิใจว่า

นักท่องเที่ยวที่มา แม้จะเป็นต่างชาติ เช่น ลาว เขมร เวียตนาม ฯฯ

ก็จะเลือกเข้าร้านอาหารที่มีสัญลักษณ์เสื้อแดง โดยเฉพาะถ้าติดรูปนายกทักษิณด้วยแล้ว จะเข้ามาชื่นชมว่า นี่เป็นผู้นำของพวกท่านใช่ไหม

แล้วรีบแสดงตัวว่า"พวกเราก็เป็นเสื้อแดงนะ เพราะเรารักประชาธิปไตยเหมือนกัน"


ยิ่งกว่านั้น วันก่อน มีฝรั่งชาวเยอรมันเข้าร้านอาหาร เห็นสาวๆที่ช่วยกันต้อนรับบริการล้วนใส่ผ้ากันเปื้อน "วันอาทิตย์สีแดง" กันทุกคน
ก็ออกปากว่า อยากได้ จะขอซื้อสักสองผืน (มากันสองคน)
เจ้าของร้านถามว่า นี่เป็นสัญลักษณ์ของคนเสื้อแดงนะ คุณจะต้องการไปทำอะไร
ฝรั่งบอกว่า ถึงผมจะไม่ใช่คนไทย แต่พวกเราก็เป็นคนเสื้อแดงกันนะ คนเยอรมันเป็นคนเสื้อแดงกันทั้งนั้น เพราะติดตามข่าวเมืองไทยตลอด เข้าใจดี

เจ้าของร้าน นอกจากจะยกผ้ากันเปื้อนทุกผืนให้ ยังแถมเสื้อแดงให้อีกสองตัว สุดยอดกว่านั้น
คือ เอาพวงกุญแจรูปนายกทักษิณ รีบเอามาเขียนจารึกไว้ข้างหลังว่า ที่ระลึกจากแดงเชียงดาว
แล้วมอบให้ฝรั่งหัวใจสีแดงอย่างอิ่มอกอิ่มใจ

http://www.internetfreedom.us/thread-8708-post-86361.html#pid86361