WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, January 13, 2011

อชิรวิทย์ฮึ่ม ชนทีมธาริตนั่งก.ตร.

ที่มา ข่าวสด

ทวงสัจจะมาร์ค ไม่ล้วงลูกขรก. ลั่นตรวจสอบ กลั่นกรองเข้ม



"อชิรวิทย์"ก.ตร.เลือก ตั้งหมาดๆ ประกาศชนทีมก.ตร.แต่งตั้งที่รัฐบาลเตรียมส่ง"ธาริตดีเอสไอ" กับ"สมบัติแก้รธน."เข้ามา ย้อน"มาร์ค"อย่าลืมสัจจวาจาที่ให้ไว้กับสาธารณชนว่าจะไม่แทรกแซงขรก. ขอตรวจสอบและเลือก สรรก.ตร.แต่งตั้งอย่างเป็นอิสระ

เมื่อวันที่ 12 ม.ค.พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณ เภสัช อดีตรองผบ.ตร. ซึ่งได้รับเลือกตั้งจากนายตำรวจระดับพ.ต.อ.ขึ้นไปให้เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) ผู้ทรงคุณวุฒิ(ก) จากการเลือกตั้ง แทนก.ตร.ชุดปัจจุบันที่จะหมดวาระวันที่ 24 ม.ค.นี้ กล่าวถึงกระแสข่าวฝ่ายการเมืองวางตัวก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ(ข) จากการคัดสรรอีก 6 คน อาทิ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีนิด้า ซึ่งใกล้ชิดและทำงานสนองฝ่ายการเมืองมาโดยตลอด ว่า การเลือกก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ(ข) นั้น ทั้งก.ตร.โดยตำแหน่ง และก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ(ก) ทุกคนมีสิทธิ มีหน้าที่เสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ(ข) จากผู้เชี่ยวชาญทุกๆ ด้าน และต้องมาคัดเลือกกันในท้ายที่สุด

"ต่อให้ฝ่ายเมืองเสนอใครมาก็ต้องเป็นความยินยอมของผู้ที่ถูกเสนอชื่อด้วย และทุกรายชื่อที่ก.ตร.เสนอต้องมาพิจารณาประวัติ คุณสมบัติกันในที่ประชุมก.ตร.วันที่ 20 ม.ค.นี้อีกครั้ง" พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวฝ่ายการเมืองวางตัวก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ(ข)ไว้แล้ว พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า กรณีนี้หากการเมืองไม่สั่ง ไม่ชี้นิ้ว ไม่ครอบงำ จนทำให้ก.ตร.โดยตำแหน่งหวั่นไหวก็เป็นเรื่องดี น่ายกย่อง ตนมองว่าฝ่ายการเมืองต้องให้อิสระ ไม่เข้ามาแทรกแซงการเลือกก.ตร. ครั้งนี้ รวมทั้งไม่แทรกแซงการบริหารงานข้าราชการตามสัจจะวาจาที่นายกรัฐมนตรีให้ไว้ต่อสาธารณชน ก็เรียกว่าแฟร์เพลย์ ต้องเปิดให้ก.ตร.แสดงความคิดเห็นและลงคะแนนเสียงกันอย่างอิสระเปิดเผย หากมาชี้นิ้ว สั่งการครอบ งำทำให้ก.ตร.โดยตำแหน่งหวั่นไหว ให้เลือกตามฝ่ายการเมืองก็เท่ากับว่าก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ(ก) ทั้ง 5 เสียงหมดความหมาย อย่างไรก็ตามจะมีการเลือกล็อกตัวคนไว้หรือไม่ ตนไม่ทราบ อยากให้รอดูผลวันที่ 20 ม.ค.เป็นตัวสะท้อนออกมา

วันเดียวกัน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวยอมรับว่ามีผู้ใหญ่ทาบทามให้เป็น ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ จริง แต่ไม่ใช่ผู้ใหญ่ในรัฐบาล ซึ่งโดยส่วนตัวก็สนใจจึงส่งประวัติไปให้พิจารณา ส่วนจะได้รับเลือกหรือไม่ขึ้นกับมติที่ประชุม ก.ตร.จะพิจารณา ซึ่งจะประชุมและคัดเลือกช่วงปลายเดือนม.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ(ก) ชุดใหม่ ที่เปิดรับสมัครนายตำรวจระดับผบช.หรือเทียบเท่าขึ้นไป แล้วให้นายตำรวจระดับพ.ต.อ.ขึ้นไปเลือกตั้งจำนวน 5 คน ผู้ได้รับเลือกตั้งเรียงตามลำดับคะแนน ประกอบด้วย พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรองผบ.ตร พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฒิ อดีตรองผบ.ตร พล.ต.ท.ศุภวุฒิ สังข์อ่อง อดีตผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.อ.ชาญชิต เพียรเลิศ อดีตรองผบ.ตร. และพล.ต.อ.บุญฤทธิ์ รัตนะพร อดีตที่ปรึกษาตร.

ส่วนก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ(ข) อีก 6 คนมาจากวิธีการสรรหา โดยผบ.ตร.จะเสนอรายชื่อผู้เชี่ยวชาญสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐ ศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ อาชญาวิทยา และงานยุติธรรม หรือสาขาอื่นตามที่ก.ตร.กำหนด ให้ก.ตร.พิจารณาเห็นชอบ

การ์ตูน เซีย 13/01/54

ที่มา ไทยรัฐ

Pic_140835

การ์ตูน เซีย 13/01/54

การ์ตูน เซีย 12/01/54

ที่มา ไทยรัฐ

Pic_140601

การ์ตูน เซีย 12/01/54

ไม่บ่อยนักที่คุณซูมไทยรัฐจะตำหนิใคร

ที่มา thaifreenews

โดย ภูชีฟ้า

ปกติคุณซูมจะเป็นคนที่เขียนอะไรได้น่ารักน่าชังแบบอิงวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์นิดๆ
นอกจากนี้ในวงการกีฬาแกก็ติดหนึบอยู่กับกีฬามวย ในนามปากกา "หมูโฮม"

แต่ครานี้คงทนไม่ไหวจริงๆ กับความหน้าหนาของนักการเมืองไทยบางกลุ่ม
ตามนี้เลยครับ





แต่ที่น่าเกลียดกว่านั้น แทบจะทุกที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ(โดยเฉพาะเหนือกับอีสาน)จะมีป้ายปกป้องสถาบัน ซึ่งเป็นม๊อตโต้ของพรรคภูมิใจไทยติดไว้ด้านริมรั้วหน้าที่ว่าการอำเภอทั้งสิ้น
เอาไว้ผมจะลงรูปให้ดูครับ ตอนนี้ยังหาในเครื่องไม่เจอเลยอ่ะ

ปวดร้าวใจอีกครั้งกับ ... เพียงคำ ประดับความ : เจ้าการะเกดเอย

ที่มา thaifreenews

โดย namome

กวีตีนแดง เพียงคำ ประดับความ เจ้าการะเกดเอย
กวีตีนแดง: เจ้าการะเกดเอย
Wed, 2011-01-05 18:58
เพียงคำ ประดับความ

(เจ้าการะเกดเอย)
เจ้าการะเกด
เจ้าขี่ม้าเทศ ออกจากท้ายวัง
ถือปืนมุ่งหน้า แม่น้ำตาหลั่ง
ใครห้ามไม่ฟัง เจ้าการะเกดเอย
(เจ้าการะเกดเอย)
โอ้การะเกด
ใครจักช่วยเช็ด มือเปื้อนเลือดลูกเอ๋ย
เสียงปืนเปรี้ยงปร้าง กลางลมรำเพย
มือพวกเขาเคย แต่กำด้ามเคียว
(เจ้าการะเกดเอย)
เจ้าเหนี่ยวไกฆ่า ประชาชนมือเปล่า
หม่นคราบเขม่า ขาวดวงจันทร์เสี้ยว
แหลกร่างหนุ่มสาว หนาวคืนฟ้าเปลี่ยว
ใต้ฟ้าผืนเดียว เกี่ยวดาวกี่ดวง
(เจ้าการะเกดเอย)
โอ้ช่อมะกอก ดอกตำลึงสุก
ใครกันปั่นปลุก ลูกไปสุดห้วง
แม่กำเนิดเจ้า ร้อยข้าวเรียวรวง
เลือดหยดนั้นร่วง ห่วงเจ้าร้าวรน
(เจ้าการะเกดเอย)
เจ้าลืมกำพืด จิตใจมืดดำ
สาปควายชั้นต่ำ ย่ำปลักปลายฝน
เจ้ากลายคิดคด ทรยศประชาชน
ท.ทหารฆ่าคน ปล้นเลือดชาวนา
(เจ้าการะเกดเอย)
ลูกชายชาวนา โตมาเป็นนักรบ
เรียนรู้เจนจบ ครบถ้วนกระบวนท่า
เจ้าเป็นทหาร ของพระราชา
แม่เป็นชาวนา ปลูกข้าวให้คนกิน
(เจ้าการะเกดเอย)
ปลดอาวุธเถิดหนา โอ้การะเกด
สองมือเจ้าเช็ด คราบเลือดไม่สิ้น
เมื่อ ท.ทหาร เป็นโจรปล้นแผ่นดิน
กลับมาปลูกข้าวกิน เดินดินธรรมดา
(เจ้าการะเกดเอย)
เกียรติภูมิกองทัพ กลับเหยียบหัวคน
ยิงกลางถนน คนจนเช่นหมูหมา
อย่าเป็นเลยลูกรัก นักรบศักดินา
มาเป็นคนธรรมดา เป็นนักรบประชาชน
(มาสู้อย่างคนธรรมดา เป็นนักรบประชาชน)
(มาสู้เพื่อคนธรรมดา เป็นทหารของประชาชน)

ห้ามพลาด! เสาร์ที่ 15 มค. นี้ เสวนา"ทางออกประเทศไทย-ในทัศนะประชาชน" ครั้งที่3

ที่มา thaifreenews

โดย namome

ชมรมประชาธิปไตยแห่งชาติ ร่วมกับ นสพ.ไทยเรดนิวส์

ขอเชิญร่วมการสานเสวนา: "ทางออกประเทศไทย-ในทัศนะประชาชน" (ครั้งที่ 3)

...วิทยากร
ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น สว.กาฬสินธ์ 2543-2549 begin_of_the_skype_highlighting 2543-2549 end_of_the_skype_highlighting
คุณบุญเลิศ เทวเส ปราชญ์ชาวบ้าน จากจังหวัดกาฬสินธ์
อาจารย์ วันชัย พรหมภา – นักวิชาการอิสระ
ทนายสมพร มูสิกะ - นักวิชาการด้านกฏหมาย

ผู้ดำเนินรายการ : ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น – ส.ว. 2543-2549 begin_of_the_skype_highlighting 2543-2549 end_of_the_skype_highlighting

วันเสาร์ที่ 15 มกราคม 2554 เวลา 13.00-16.00น.

สถานที่
สำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ อิมพีเรียล ลาดพร้าว

ผู้เข้าร่วมการสัมมนา ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย (พิเศษเพียง 30 ท่านเท่านั้น)

หมายเหตุ - สำรองที่นั่งและสอบถามเส้นทาง ได้ที่ โทร. 083-705-1234 begin_of_the_skype_highlighting 083-705-1234 end_of_the_skype_highlighting; 083-706-1234 begin_of_the_skype_highlighting 083-706-1234 end_of_the_skype_highlighting http://www.facebook.com/inlookoutlook#!/event.php?eid=184520078242482

สนทนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ที่ www.facebook.com/drwiboon





เขียนโดย pal

http://www.go6tv.com/

ภาพ บรรยากาศกองทัพธรรมบุกทำเนียบรัฐบาล

ที่มา thaifreenews

โดย Nitikon_P

















































********************************
http://programe-dee.blogspot.com/

Re

โดย ลูกชาวนาไทย


พวกญาติธรรมสันติอโศกทั้งนั้นครับ งานนี้สันติอโศกต้องพึ่งตัวเองแล้วละครับ ระดมญาติธรรมของตนทั่วประเทศมานั่งประท้วง

ตามข้อมูลที่ผมเคยรู้ ญาติธรรมสันติอโศกที่สามารถร่วมชุมนุมได้แบบ ระยะยาว มีประมาณ 7,000-10,000 คน พวกนี้กินน้อยใช้น้อย จึงสามารถอยู่หน้าทำเนียบได้เป็นเดือนหรือเป็นปี พวกนี้ไม่ได้ทำงาน เพราะอยู่ในชุมชนของสันติอโศก และมีการส่งเสบียงกันได้ จากชุมชนของสันติอโศกเอง

ก็เหมือนกับแค่ "ย้ายจากสันติอโศก มานอนหน้าทำเนียบเท่านั้นเอง" พวกนี้จะอยู่เป็นปีก็ได้ ไม่ได้เป็นเรื่องยากของพวกเขานัก

แต่ ฮั่นกันเกีย เราไม่จำเป็นต้องสนใจก็ได้ อยากทำอะไรก็ทำ
แต่จะคิดว่าจะจุดกระแส คงยาก

สันติอโศกก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง

Re

โดย REDRED

สันติอโศก มีระบบแบ่งงานกันทำ ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
พวกที่มาคือพวกขายอาหารมังสวิรัติจะอยู่ประจำและสาวกที่มาฟังธรรมวันเสาร์-อาทิตย์จะเป็นหน่วยสนับสนุน
รวมทั้งเด็กนักเรียนโรงเรียนสัมมาสิกขา ด้วย เน้นเด็กโต (ป.4 ขึ้นไป)
ยกโรงครัวมาไว้ที่ประท้วง จะมีหน่วยเสบียงของแห้ง ของสด ส่งของเข้ามาด้วยรถสองแถวกลาง
มีการจัดคนจากชุมชนต่างๆหมุนเวียนกันอย่างเป็นระบบ
สามารถอยู่ได้นานตามคำสั่งของ"พ่อท่าน"
ถ้าวีระและราตรี ถูกจำคุก 10 ปี เป็นไปได้ว่าสาวกสันติอโศกอาจจะประท้วงอยู่ประมาณนั้น
หรือจนกว่า"พ่อท่าน"จะเปลี่ยนใจ
เงินทุนของสันติอโศกมีมากกว่าที่เราคาดคิด น้องๆทำมะกลายคลองสองเชียวน๊ะ
เพราะสาวกสันติอโศกถูกฝึกให้กินน้อย ใช้น้อย มาจนชิน มีทั้งซุปเปอร์มาร์เก็ต ขายอาหารมังสวิรัติในห้างดัง เงินไปอยู่ที่ใครคงรู้กันดี งานนี้ประท้วงยาวแน่ เหอ เหอ เหอ จะคอยชม รับรองซีรี่ย์เกาหลี อายก็แล้วกัน

Re

โดย ลูกชาวนาไทย



555 คุณ REDRED ครับ พวกเขาจะอยู่สักสิบปีก็คงไม่มีปัญหาอะไร

เรื่องนี้สำหรับสันติอโศกเป็นหนังยาวแน่นอน

'พนิช'ก็ยอมรับ!! 'วีระ'พ่วงจารกรรมแถม

ที่มา บางกอกทูเดย์




'บิ๊กรัฐบาล'โดดชิ่งเป็นแถว!
ซ้ำเติม'7 คนไทย'รุกล้ำจริง?
มาถึงวันนี้คงเห็นแล้วว่า การช่วยเหลือ 7 คนไทยที่ติดคุกเขมรอยู่ในเวลานี้... เพียงแค่ลีลาโวหาร และการเต้นฟุตเวิร์คของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้

เนื่องจากแนวทางของเรื่องในขณะนี้ ถึงเวลาต้องยอมรับความเป็นจริงว่า เป็นสถานการณ์ที่ไทยเพลี่ยงพล้ำ เป็นสถานการณ์ที่ 7 คนไทยเสียเปรียบอย่างมากในรูปคดี

ประการแรก คงยังจำกันได้ดีว่า นับตั้งแต่วันแรกที่ 7 คนไทยโดนจับ ไล่มาตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ต่างก็ออกมาพูดสอดคล้องกันว่า ถูกจับในพื้นที่กัมพูชา

ไม่เสียเปรียบก็แปลกไปแล้ว

ประการที่ 2 ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ มีการถ่ายทำคลิปในช่วงลงพื้นที่ของคณะนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม. พรรคประ ชาธิปัตย์ เอาไว้ตลอด แถมมีการพูดคุยกัน พูดใส่คลิป รวมกระทั่งโทรศัพท์ ที่ยิ่งทำให้เสียเปรียบมากขึ้น เพราะโทนของคลิปเป็นลักษณะของการรับรู้ว่าพื้นที่ตรงไหนเป็นฝั่งไทย ตรงไหนเป็นฝั่งกัมพูชา

ประการที่ 3 ท่าทีของคนในรัฐบาลไทยในช่วงแรก มีการแสดงอาการแข็งกร้าวใส่ทางกัมพูชาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการขีดเส้นในเรื่องวัน ซึ่งถือป็นท่าทีที่ทำให้เรื่องยุ่งยากกว่าที่ควรจะเป็น เพราะที่ผ่านมารัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ ก็ไม่ได้มีสัมพธภาพระหว่างประเทศที่ราบรื่นนักกับรัฐบาลกัมพูชา ของสมเด็จ ฮุนเซน

โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการแต่งตั้งนายกษิต ภิรมย์ จากกลุ่มม็อบพันธมิตร เข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ

ประการที่ 4 ในเรื่องของการกำหนด “คอนเนกชั่น”เพื่อใช้ในการติดต่อขอความเห็นใจ ขอความร่วมมือช่วยเหลือจาก สมเด็จฯ ฮุนเซน ยังมีอาการกั๊กและดื้อดึงที่จะใช้คอนเนกชั่นที่เข้าใจเอาเองว่ามี เพราะเพิ่งได้มีโอกาสในการเจรจาพูดคุยร่วมกันมา

โดยไม่ได้ตระหนักเลยว่า การพบปะกันในเวทีอาเซียนนั้น เป็นเรื่องของการรักษามารยาทของบรรยากาศการประชุมร่วมกันเท่านั้นเอง

ซึ่งประเด็นนี้แรงกดดันน่าจะเนื่องมาจากมีการเปรียบเทียบไปถึงกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งมีการเสนอให้มีการขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณช่วย

เลยกลายเป็นเรื่องทิฐิ ที่ต้องฮึด และทำให้กลายเป็นเสียของไปอย่างน่าเสียดาย

เพราะนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่ากรณีที่สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุว่ามีการโทรศัพท์ไปหานับสิบสายว่ารัฐบาลไทยได้ติดต่อเพื่อช่วยเหลือคนไทยมาตั้งแต่ต้น เป็นข้อมูลที่ตรงกัน

ซึ่งการที่ สมเด็จฯ ฮุนเซน ๆไม่ยอมรับสาย ก็สะท้อนนัยยะของระดับความสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดี ว่าที่ผ่านมารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ คิดเอาเองหรือไม่?

และเรื่องนี้เองที่นำไปสู่ประเด็นที่ 5 ก็คือการที่ สมเด็จฯ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินทางไปมอบประกานียบัตรให้แก่นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาในสถาบันการศึกษาแห่งชาติ กลางกรุงพนมเปญ และกล่าวสุนทรพจน์ตอนหนึ่งมีใจความพาดพิงกับกรณีทหารกัมพูชาจับกุมตัว 7 คนไทย

โดยสมเด็จฯ ฮุนเซนระบุว่า คนไทยหัวแข็งทั้ง 7 คน ได้สั่งการชัดเจนแล้วว่าไม่มีใครสามารถช่วยเหลือกรณีนี้ได้

"ผมไม่อยากพูดให้มีผลกระทบต่อกระบวนการพิจารณาของศาลเพราะเป็นดุลพินิจของศาลเท่านั้น หลังจากศาลมีคำพิพากษา ฝ่ายผู้ที่ศาลพิพากษาว่ากระทำผิดจะยื่นคำร้องอุทธรณ์อย่างไร และศาลอุทธรณ์พิพากษาออกมาแล้ว ถ้าไม่พอใจ ผู้กระทำผิดสามารถร้องต่อศาลสูงได้

ขอให้ศาลดำเนินการ อย่ามาแถลงการณ์เยอะแยะ ผมขอฝากคำพูดนี้ ถ้าออกแถลงการณ์มากๆ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกฎหมายกัมพูชา หวังว่าทุกฝ่ายที่สนใจในคดีนี้ต้องเข้าใจ ไม่มีผู้ใดจะมาเรียกร้องให้ปล่อยตัวได้ เพราะกระ บวนการเข้าสู่ศาลแล้ว กฎหมายคือกฎหมาย ศาลคือศาล รัฐบาลกัมพูชาไม่อาจไปบังคับอย่างนี้อย่างนั้นได้เพื่อให้แก้ไขเป็นการเมือง ทำไม่ได้

ผมได้ประกาศตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม ฉะนั้นจึงไม่อยากพูด เงียบไว้ดีกว่าเพราะเป็นเรื่องที่ต้องเงียบ หากว่าเรื่องนี้อยู่ในกำมือของรัฐบาลเช่น ทหาร ตำรวจ หรือข้าราชการที่ไม่ใช่เรื่องของศาล เราทำได้แล้ว แต่เรื่องนี้อยู่ในกำมือของศาล เราต้องเงียบดีกว่าพูด" สมเด็จฯ ฮุนเซนกล่าว

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะประสานขอความช่วยเหลือให้กัมพูชาปล่อยตัวคนไทยทั้ง 7 คนนั้น สมเด็จฯ ฮุนเซน กล่าวว่า ไม่ได้หรอก มาจากฝ่ายไหนก็ไม่ได้ แม้กระทั่งองค์การนานาชาติก็ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของศาล

อย่ามาพูดข่มขู่ว่า ปล่อยโดยไม่มีเงื่อนไข การทำแถลงการณ์บางครั้งนำไปสู่ความยุ่งยากในภายภาคหน้า เพราะเราต้องเคารพกฎหมายหลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว ผู้กระทำผิดต้องติดคุกสองในสามของบทลงโทษ จึงจะแสวงหาช่องทางช่วยเหลืออภัยโทษ

"ตรงนี้ผมพูดเป็นข้อกฎหมาย ฉะนั้นผมจึงไม่มีความสามารถจะช่วยเหลือคดี ชั่วโมงนี้คือไม่ได้”

เป็นการปิดประตูของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา หรือไม่ รัฐบาลไทยควรจะต้องรู้ ... และยิ่งจำเป็นจะต้องทบทวนให้หนักว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้พลาด

เพราะเจอคำพูดผ่าซากเปรี้ยงออกมาแบบนี้ แม้แต่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ยังต้องหลบฉากวูบ ว่าคงเป็นการพูดไปตามหลักการของสมเด็จฯ ฮุนเซน

“คงต้องแยกระหว่างไมตรี มิตรภาพ และการดำเนินการตามกฎหมาย ในกระบวนการของศาลกัมพูชา ก็ต้องให้เขาดำเนินการจบสิ้นก่อน ตั้งแต่มีเหตุการณ์ ทุกฝ่ายได้พยายามให้ความช่วยเหลือ การตั้งทนายต่อสู้คดี” นายสุเทพกล่าว

ประเด็นที่ 6 ซึ่งสะท้อนชัดว่าหากเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่มีลับลามคมนัย ไม่ใช่เรื่องที่มีการจัดฉากลับ ลวง พราง จริงๆล่ะก็ ต้องถือว่าเป็นการขาดเอกภาพในการช่วยเหลือจริง เนื่องจากจนถึงวันนี้แล้ว ประเด็นเรื่องพื้นที่ที่ถูกจับกุมคนไทยด้วยกันเองก็ยังเถียงกันไม่จบ!!!

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรมว.ต่างประเทศ ยังมีการสวน หรือแลกหมัดกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯ แถลงพร้อมนำแผนที่และข้อมูลพิกัดที่คนไทยถูกจับกุมโดยอ้างว่าอยู่ในพื้นที่ฝั่งไทย ว่าเป็นความเข้าใจผิด เพราะบ้านหนองจาน ที่ทางพันธมิตรฯกล่าวอ้างนั้น ในอดีตทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชาก็มีพื้นที่ชื่อนี้ด้วยกันทั้งคู่

อะไรไม่สำคัญเท่ากับว่า จุดอ่อนประเด็นที่ 7 ก็คือ มีรายงานข่าวจากสื่อท้องถิ่นของกัมพูชา หนังสือพิมพ์กัมโบเดียเดลี่ เปิดเผยผลการไต่สวนของผู้พิพากษาว่า คนไทยทั้ง 7 คนให้การรับสารภาพว่ารุกล้ำเข้าไปในดินแดนของฝ่ายกัมพูชาจริง

โดยนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม. พรรคประ ชาธิปัตย์ ให้การต่อศาลในชั้นไต่สวนว่า รุกล้ำดินแดนกัมพูชาจริง แต่ไม่ได้ตั้งใจ

สอดรับด้วยประเด็นที่ 8 ซึ่ง นายถวิล เปลี่ยนสี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่ออกมาระบุว่า การพิจารณาคดี 7 คนไทยซึ่งถูกทางการกัมพูชาจับตัวไปนั้น ต้องขึ้นอยู่กับศาลกัมพูชา ขอให้ทุกฝ่ายมั่นใจในเจ้าหน้าที่รัฐ ที่จะดูเเลผลประโยชน์ของคนไทยเเละผลประโยชน์ของชาติ เเละยืนยันว่าไม่มีการเสียดินเเดน เเละยังไม่มีการปักปันเขตเเดนร่วมกัน

และอ้างว่ามีข้อมูลชัดเจนว่าคนไทยทั้ง 7 คน ไม่มีเจตนารุกล้ำเขตเเดน เพราะไม่มีการพกพาอาวุธ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ทหารเเละกระทรวงการต่างประเทศ กำลังเร่งทำงานอยู่

ซึ่งการใช้ข้ออ้างว่าไม่มีเจตนาบุกรุกในการสู้คดี ซึ่งอาจจะสามารถช่วยผ่อนหนักให้เป็นเยาได้ก็จริง แต่ขณะเดียวกันนั่นก็คือ การยอมรับว่ามีการุกล้ำเข้าไปในเขตกัมพูชาจริง

เหนื่อย... บอกได้เลยว่าเหนื่อย

และไม่แปลกที่ล่าสุดอัยการกัมพูชา ได้มีการแจ้งข้อหา พยายามประมวลข่าวสาร ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อการป้องกันประเทศ ตามมาตรา 27 และ มาตรา 446 ของกฎหมายกัมพูชา เพิ่มกับนายวีระ สมความคิด และน.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์

โดยศาลนัดไต่สวนเพิ่มเติมเฉพาะ 2 คนนี้ในเช้าวันนี้ (12 ม.ค.) ซึ่งการเพิ่มข้อหาครั้งนี้ จะทำให้การช่วยเหลือบุคคลทั้ง 2 ทำได้ยากมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการขอประกันตัว

เจอแค่จุดอ่อน 8 ประเด็น 8 ดอกตอกเข้าไปขนาดนี้ คงได้แต่ต้องรอดูว่าสุดท้ายโชคชะตาของ 7 คนนั้นจะเป็นอย่างไร???

แต่ที่แน่ๆ คไม่ต้องถามแล้วว่า รัฐบาลทำงานเป็นหรือไม่ในการช่วยเหลือคนไทย!!!

ก็หลักฐานมีให้เห็นอยู่ทนโท่แบบนี้แล้ว ใครจะยังคิดว่ารัฐบาลมาร์คทำงานเป็น... ก็ตามใจแล้ว

กรุงเทพโพลล์ : ปชช. 62.9% บอกนโยบายประชาวิวัฒน์ไม่มีผลต่อการเลือกลงคะแนน

ที่มา ประชาไท

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ(กรุงเทพโพลล์) ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ และ ปริมณฑลที่มีต่อนโยบายประชาวิวัฒน์ 9 ข้อของรัฐบาล โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 10-11 ม.ค. ที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนโดยรวมร้อยละ 58.9 ระบุว่าได้รับประโยชน์จากนโยบายประชาวิวัฒน์ ที่เหลือร้อยละ 41.1 ไม่ได้รับประโยชน์ และเมื่อสอบถามเฉพาะกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ ร้อยละ 91.3 เห็นว่าผลประโยชน์ที่ได้รับตรงตามความต้องการ มีเพียงร้อยละ 8.7 เท่านั้นที่เห็นว่าไม่ตรงตามความต้องการ

เมื่อสอบถามเพิ่มเติมว่า ประโยชน์ที่ได้รับจากนโยบายประชาวิวัฒน์มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกตั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นอย่างไร ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 62.9 ระบุว่า “ไม่มีผล เพราะจะดูที่นโยบายตอนหาเสียง ดูที่ตัวบุคคลผู้สมัคร และจะเลือกจากผู้สมัครและพรรคที่ชอบเป็นหลัก” ขณะที่ร้อยละ 28.1 ระบุว่า “มีผล โดยจะเลือกลงคะแนนให้ฝ่ายรัฐบาลที่ออกนโยบาย” และร้อยละ 9.0 ระบุว่า “มีผล โดยจะไม่ลงคะแนนให้ฝ่ายรัฐบาลที่ออกนโยบาย” และเมื่อพิจารณาตามกลุ่มอาชีพพบว่า กลุ่มอาชีพหาบเร่แผงลอย เป็นกลุ่มอาชีพที่ระบุว่าจะตัดสินใจลงคะแนนให้ฝ่ายรัฐบาลในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้มากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มอาชีพอื่นๆ

ทั้งนี้ ประชาชนร้อยละ 49.6 ไม่แน่ใจว่านโยบายประชาวิวัฒน์จะเป็นนโยบายที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคมได้จริงหรือไม่ ขณะที่ร้อยละ 31.2 เชื่อว่าช่วยตอบโจทย์ในเรื่องลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคมได้ และอีกร้อยละ 19.3 เชื่อว่าไม่ตอบโจทย์

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลสถานะทางการเงินในปัจจุบันของผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า กลุ่มอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้าง กลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอย และกลุ่มอาชีพแท็กซี่ ล้วนแล้วแต่เป็นกลุ่มที่มีฐานะการเงินที่ด้อยกว่ากลุ่มอาชีพอื่นๆ ที่เหลือ โดยมีหนี้สินจำนวนร้อยละ 51.7, 48.3 และ 47.5 ตามลำดับ ดังนั้น การที่รัฐบาลออกนโยบายประชาวิวัฒน์โดยให้ความสำคัญกับคน 3 อาชีพนี้เป็นพิเศษ จึงน่าจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคมได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น

(โปรดพิจารณารายละเอียดของผลสำรวจดังตารางต่อไปนี้)

1. แสดงร้อยละของผู้ที่ระบุว่าได้รับประโยชน์จากนโยบายประชาวิวัฒน์ 9 ข้อของรัฐบาล

นโยบาย/ มาตรการช่วยเหลือ

ได้รับประโยชน์จากนโยบายประชาวิวัฒน์หรือไม่ (ร้อยละ)

ได้รับ

ไม่ได้รับ

1.เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าระบบประกันสังคม (เฉพาะกลุ่มอาชีพที่ไม่อยู่ในระบบ)

70.7

29.3

2.การเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่มแท็กซี่ และผู้ค้าหาบเร่แผง

39.4

60.6

3.การช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพจักรยานยนต์รับจ้าง โดยการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาการส่งเงินให้กลุ่มคนต่างๆ

43.2

56.8

4.การช่วยเหลืออาชีพผู้ค้าหาบเร่แผงลอย โดยการขยายจุดผ่อนผัน

45.0

55.0

5.การยกเลิกการอุดหนุนก๊าซแอลพีจีภาคอุตสาหกรรม ให้ใช้ราคาตลาด (แต่ในส่วนของภาคครัวเรือนและขนส่ง จะตรึงราคาไว้เหมือนเดิม)

61.5

38.5

6.ค่าไฟฟ้าฟรีสำหรับผู้ใช้ต่ำกว่า 90 หน่วยต่อเดือน (โดยผู้ใช้ไฟฟ้ามากต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น เพื่อนำเงินส่วนนี้มาช่วยประชาชนที่ใช้ไฟน้อย)

58.5

41.5

7.ลดต้นทุนภาคเกษตร โดยเฉพาะอาหารสัตว์ พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ อันจะช่วยให้ราคาหมู ไก่ และไข่ อยู่ในระดับที่เหมาะสม

64.3

35.7

8.การเสนอข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนของสินค้าต่างๆ ผ่านสื่อต่อผู้บริโภค เพื่อการรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของราคาต้นทุนเพื่อที่ผู้บริโภคจะได้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ

76.3

23.7

9.การลดปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ให้ได้ร้อยละ 20 ภายใน 6 เดือน

71.0

29.0

รวม

58.9

41.1

2. แสดงร้อยละของผู้ที่เห็นว่ามาตรการประชาวิวัฒน์ตรงกับความต้องการ (เฉพาะผู้ที่ตอบว่าได้ประโยชน์)

นโยบาย/ มาตรการช่วยเหลือ

มาตรการตรงกับความต้องการของผู้ได้รับประโยชน์หรือไม่(ร้อยละ)

ตรง

ไม่ตรง

1.เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าระบบประกันสังคม (เฉพาะกลุ่มอาชีพที่ไม่อยู่ในระบบ)

92.1

7.9

2.การเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่มแท็กซี่ และผู้ค้าหาบเร่แผงลอย

85.9

14.1

3.การช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพจักรยานยนต์รับจ้าง โดยการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฏหมายเพื่อแก้ปัญหาการส่งเงินให้กลุ่มคนต่างๆ

85.2

14.8

4.การช่วยเหลืออาชีพผู้ค้าหาบเร่แผงลอย โดยการขยายจุดผ่อนผัน

83.2

16.8

5.การยกเลิกการอุดหนุนก๊าซแอลพีจีภาคอุตสาหกรรม ให้ใช้ราคาตลาด (แต่ในส่วนของภาคครัวเรือนและขนส่ง จะตรึงราคาไว้เหมือนเดิม)

93.1

6.9

6.ค่าไฟฟ้าฟรีสำหรับผู้ใช้ต่ำกว่า 90 หน่วยต่อเดือน (โดยผู้ใช้ไฟฟ้ามากต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น เพื่อนำเงินส่วนนี้มาช่วยประชาชนที่ใช้ไฟน้อย)

92.6

7.4

7.ลดต้นทุนภาคเกษตร โดยเฉพาะอาหารสัตว์ พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ อันจะช่วยให้ราคาหมู ไก่ และไข่ อยู่ในระดับที่เหมาะสม

93.7

6.3

8.การเสนอข้อมูลเกี่ยวกับต้นทุนของสินค้าต่างๆ ผ่านสื่อต่อผู้บริโภค เพื่อการรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของราคาต้นทุนเพื่อที่ผู้บริโภคจะได้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ

94.3

5.7

9.การลดปัญหาอาชญากรรมต่างๆ ให้ได้ร้อยละ 20 ภายใน 6 เดือน

94.0

6.0

รวม

91.3

8.7

3. ผลจากการได้รับประโยชน์จากมาตรการของรัฐบาลที่มีต่อการตัดสินใจเลือกผู้สมัครในการเลือกตั้งใหญ่ที่จะถึงนี้

มีผล โดยจะลงคะแนนให้ฝ่ายรัฐบาลที่ออกนโยบาย

ร้อยละ 28.1

มีผล โดยจะไม่ลงคะแนนให้ฝ่ายรัฐบาลที่ออกนโยบาย

ร้อยละ 9.0

ไม่มีผล เพราะจะดูที่นโยบายตอนหาเสียง ดูที่ตัวบุคคล และจะเลือกจากผู้สมัครหรือพรรคที่ชอบ เป็นหลัก

ร้อยละ 62.9

4. ผลจากการได้รับประโยชน์จากมาตรการของรัฐบาลที่มีต่อการตัดสินใจเลือกผู้สมัครในการเลือกตั้งใหญ่ที่จะถึงนี้(จำแนกตามกลุ่มอาชีพ)

กลุ่มอาชีพ

มีผล โดย

ไม่มีผล เพราะ

จะลงคะแนนให้ฝ่ายรัฐบาล

(ร้อยละ)

จะไม่ลงคะแนนให้ฝ่ายรัฐบาล

(ร้อยละ)

จะดูที่นโยบายตอนหาเสียง ดูที่ตัวบุคคลผู้สมัคร และเลือกผู้สมัครและพรรคที่ชอบเป็นหลัก(ร้อยละ)

กลุ่มแท็กซี่

25.8

5.0

69.2

กลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้าง

22.5

10.0

67.5

กลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอย

42.6

9.8

47.6

ค้าขาย(ที่ไม่ใช่หาบเร่)/ธุรกิจส่วนตัว

22.6

9.7

67.7

รับจ้างทั่วไป

26.3

5.3

68.4

ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ

19.7

8.2

72.1

พนักงานเอกชน

26.5

11.6

61.9

พ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ

27.5

11.2

61.3

อื่นๆ(ว่างงาน นักศึกษา)

36.0

5.8

58.2

รวม

28.1

9.0

62.9

5. มาตรการทั้ง 9 ข้อ กับการตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาความเป็นธรรมและความเหลื่อมล้ำในสังคม

เห็นว่าตอบโจทย์

ร้อยละ 31.2

เห็นว่าไม่ตอบโจทย์

ร้อยละ 19.3

ไม่แน่ใจ

ร้อยละ 49.6

6. สถานะทางการเงิน(สุทธิ) ณ ปัจจุบันของผู้ตอบแบบสอบถาม (จำแนกตามกลุ่มอาชีพ)

กลุ่มอาชีพ

มีเงินออม

มีหนี้สิน

ไม่มีเงินออม

แต่ก็ไม่มีหนี้สิน

กลุ่มแท็กซี่

11.7

47.5

40.8

กลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้าง

16.4

51.7

31.9

กลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอย

17.5

48.3

34.2

ค้าขาย(ที่ไม่ใช่หาบเร่)/ธุรกิจส่วนตัว

29.5

37.5

33.0

รับจ้างทั่วไป

33.9

35.6

30.5

ข้าราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ

38.6

40.4

21.1

พนักงานเอกชน

37.3

30.0

32.7

พ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ

27.6

42.1

30.3

อื่นๆ เช่น ว่างงาน, นักศึกษา

42.9

9.5

47.6

รวม

27.8

38.1

34.1

พูดไม่ออกได้แต่กลอกตา ขึ้นน้ำมันปาล์มพรวดเทือกสะดือปลิ้น กิน2ต่อสปอนเซอร์มาม่าอ้างเหตุขึ้นราคา

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา กระดานสนทนาประชาทอล์ก
13 มกราคม 2554

ปาล์มขึ้นราคา Conflict of interestของใคร?


เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมรัฐบาลอนุมัติขึ้นราคาน้ำมันปาล์มรวดเดียว 9 บาท จากเดิมควบคุมไว้ขวดละ 38 พรวดเดียวขึ้นเป็น 47 บาท

อ่านด้านบนนี้ พอนึกออกไหมว่า มีใครสวาปามผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of interest)

ศรีสุบรรณฟาร์มเป็นของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แต่ได้โอนให้นายแทน เทือกสุบรรณ บุตรชาย กลายเป็นผู้ประสงค์จะเป็นเกษตรกรระดับพันล้าน แต่พฤตินัยนั้นก็น่าจะพอรู้ๆกันอยู่ ว่าใครคือตัวจริง ใครคือนอมินี

แล้วรู้ไหมว่างานนี้พวกมันกิน2เด้ง มาม่าอ้างเป็นเหตุขึ้นราคาอีกทอด

สปอนเซอร์หลักอย่างเป็นทางการของรัฐบาลหุ่นเชิดอำมาตย์ มาม่าและสารพัดสินค้าเครือสหพัฒน์อ้างเป็นเหตุขึ้นราคา

ประชาชนไทย ท่านมีอาวุธที่ทรงพลังในมือคือการบอยคอตพวกมัน