WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, January 22, 2011

ความในใจของเส้นทางสีแดง:กรณีขึ้นเวทีเหลือง

ที่มา Thai E-News



โดย คุณ FORD เรด ทรู้ธ โอนลี่

หมายเหตุไทยอีนิวส์:หลังจากเปิดโครงการเส้นทางสีแดง 2,438 กิโลเมตร และได้แวะไปทักทายจับมือและขึ้นเวทีพันธมิตรเมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา จนตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของมวลชนเสื้อแดง กระทั่งนปช.แดงทั้งแผ่นดินออกมาแถลงข่าวยืนยันไม่ใช่นโยบายของเสื้อแดงที่จะจับมือร่วมมือกับพันธมิตร ล่าสุดคุณFORDแกนนำกลุ่มเส้นทางสีแดง ที่เป็น"แดงขึ้นเวทีเหลืองพันธมิตร"ได้มีคำชี้แจงความในใจ ดังต่อไปนี้


ถึง สื่อมวลชน และเพื่อนเสื้อแดง

วันนี้(21มกราคม)เป็นวันแรกที่ผมมีโอกาสเข้าร้านเน็ท และตรวจสอบข้อมูลอย่างจริงจัง กรณีที่กลุ่มเส้นทางสีแดงขึ้นเวทีทักทายให้กำลังใจพี่น้องต่างสีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

พวกเราออกจากเวทีพันธมิตรในบ่ายวันนั้น แล้วเดินทางไปสักการะอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และได้เดินทางไปที่จังหวัดนครปฐม ที่นั่นผมได้ขึ้นเวทีเพื่อตอบคำถามพี่น้องเสื้อแดงนครปฐมถึงเหตุผลในการตัดสินใจขึ้นเวทีพันธมิตรในวันนั้น

ผมชี้แจงให้พี่น้องนับร้อยคนที่องค์พระปฐมเจดีย์ ทุกคนที่ได้ฟังผมล้วนแต่เข้าใจและไม่ตำหนิผม

เช่นเดียวกับพี่น้องเสื้อแดงที่บ้านโป่ง ราชบุรีที่ไปพบพวกเราที่วัดท่าเดื่อ พวกเรานั่งจับเข่าคุยกันอ่างเปิดอก ผมได้อธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นและได้ยกตัวอย่างกิจกรรมของเราที่อีสาน โดยเฉพาะกรณีที่พวกเราไปเยี่ยมคุณเกียรติศักดิ์ที่ตาบอดทั้งสองข้าง เพราะแก๊สน้ำตาในวันที่ 10 เม.ย. ทุกคนเข้าใจ

เช่นเดียวกับทุกๆที่ที่เราไปไม่ว่าจะเป็นที่กาญจนบุรี ทั้งที่ไร่ของพล.ท.มะ โพธิ์งาม และที่อ.เลาขวัญ ทุกๆสายที่โทรเข้ามาสอบถามเมื่อได้รับทราบข้อเท็จจริงต่างให้อภัย บางคนแสดงความเห็นว่าพวกเราทำในสิ่งที่ถูกต้องที่หลายๆคนไม่มีโอกาสหรือแม้แต่คิดที่จะทำ!

พวกเราปั่นจักรยานกันทั้งวันๆละ 6-8 ชม. เช้าวันที่สามพวกเราไปเยี่ยมผู้สูญเสียที่ถูกยิงที่นัยน์ตา พวกเราลากันด้วยน้ำตาทั้งผู้ส่งและผู้เยี่ยม

วันนั้นเราปั่นจากวัดชัฏป่าหวายไปบ้านพล.ท.มะ ตั้งแต่ 9.00-17.00 น. ระยะทาง 125 กม. พบผู้สูญญเสียอีกหนึ่งรายซึ่งได้ทำการเก็บข้อมูล และมอบเงินเยียวยาให้

เช้าวันถัดมาเราเดินทางไปอ.เลาขวัญ ตั้งแต่เวลา 9.00-18.00 น.ระยะทาง 112 กม.

ข้อจำกัดประการหนึ่งของการออกมาทำกิจกรรมลักษณะนี้คือ พวกเราต้องใช้เวลาส่วนใหญ๋อยู่บนท้องถนนวันละหลายๆชั่วโมง และแทบไม่มีโอกาสอ่านข่าวหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ พวกเราได้ทราบสถานการณ์จากเพื่อนๆและผู้สนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มเท่านั้น

พวกเราได้รับการบอกเล่าว่าพวกเราถูกโจมตีในหลายๆเรื่อง หากตัดเรื่องเหลวไหลไร้สาระ ( เช่น พวกเราไม่ใช่แดงแท้ พวกเราเป็นแดงเทียม พวกเราเป็นสีเหลือง พวกเราเป็นสีน้ำเงิน พวกเราไม่โปร่งใสเรื่องเงินบริจาค พวกเราเคยถือป้ายไล่สมัคร พวกเราเป็นสันติอโศก ฯลฯ) หนึ่งในการโจมตีให้ร้ายพวกเราคือพวกเราขึ้นเวทีพันธมิตรและ "จับมือ" กับเสื้อเหลือง

พวกเราต่างแปลกใจกับข่าวที่ได้รับ พวกเราใช้เวลาว่างในการอ่านหนังสือพิมพ์ ติดตามข่าวทางโทรทัศน์ พวกเราพบว่า หนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่ต่างรายงานข่าวอย่างเป็นกลาง บางฉบับที่หวือหวาหน่อยอาจจะรายงานว่าพวกเรา "จับมือ" กับพันธมิตร (ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะกลุ่มผู้ที่ติดตามเรามาหลายคนต่าง "จับมือ" กับพี่น้องต่างสีในลักษณะของการทักทายและโอภาปราศัย แต่ไม่ปรากฏว่าพวกเราคนใดบอกว่าจะเปลี่ยนอุดมการณ์ไปสนับสนุนพันธมิตร )

แต่สำหรับข่าวโทรทัศน์แล้ว ผมพบคลิป 2 คลิปที่ youtube และพยามยามดูหลายรอบก็ไม่มีตรงไหน จุดใดที่แสดงให้เห็นว่า พวกเราไปจับมือกับพันธิมิตรในลักษณะการร่วมมือกันหรือทรยศต่อคนเสื้อแดง?!?

ผมและกลุ่มเส้นทางสีแดงทำกิจกรรมเพื่อคนเสื้อแดงกันอย่างหนัก กลับจาก 1,700 กม.ที่อีสานพวกเราเตรียมงานต่อเพื่อขึ้นภาคเหนือ 2,438 กม.

พวกเราทำกิจกรรมเพื่อคนเสื้อแดงแบบไม่หวังอะไรตอบแทน สมาชิกในกลุ่มครั้งนี้ มีทั้งนักปั่นชราอายุ 73 ปี อดีตทหารอากาศวัย 68ปี ชาวยุโรปที่รักประชาธิปไตยอายุ 68 ปี

คนพวกนี้ออกมาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของลูกหลานไทย แต่กลับมีคนซื่อบื้อบางคนออกมาโจมตีพวกเราอย่างไร้เหตุผล และปราศจากวุฒิภาวะ ปลุกให้คนเสื้อแดงขับไล่พวกเราอย่างไร้เหตุผล

ไหนบอกว่าคนเสื้อแดงเป็นคนรักความถูกต้อง รักความยุติธรรม รักประชาธิปไตย?

นับแต่นี้ไปกลุ่มเส้นทางสีแดงจะเคลื่อนไหวโดยอิสระไม่ขึ้นกับกลุ่มใด กลุ่มจะตัดสินใจทำกิจกรรมด้วยตัวของกลุ่มเอง และจะรับผิดชอบต่อการกระทำทุกครั้ง กลุ่มเส้นทางสีแดงจะไม่มีวันทรยศต่อคำสามคำนี้ และจะไม่มีทางสนับสนุนเผด็จการ

พวกเราเป็นใคร? พวกเราจะเป็นอะไรได้นอกจากคนเสื้อแดงที่มีความเป็นนักสู้ 100% พวกเราจะไม่เสียเวลาในการจิ้มแป้นด่าผู้อื่นไปวันๆ พวกเราจะไม่เสียเวลาในการประนามผู้อื่นว่าเป็นแดงแท้ หรือแดงเทียม แต่พวกเราจะเดินหน้าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของตัวเองและลูกหลานไทย

พวกเราจะเดินหน้าทำกิจกรรมเส้นทางสีแดง (ราชประสงค์-เชียงราย) ต่อไปโดยไม่มีการถอยหลัง ไม่ว่าจะมีใครมาต้อนรับหรือไม่ ไม่สำคัญ

จังหวัดใดที่มีข้อมูลของผู้สูญเสียเราจะเดินทางไปเยี่ยมพวกเขา ไปให้กำลังใจ และมอบเงินบริจาคที่เราได้รับให้กับผู้สูญเสียทุกราย

และในวันสุดท้ายของโครงการ 12 กพ. เส้นทางสีแดงจะนำป้ายคำขวัญโครงการว่า "สามัคคีรวมพลัง นำทักษินกลับมา" ไปติดไว้หน้าบ้านท่านนายกฯทักษินด้วยตัวของพวกเราเอง!

ด้วยความเคารพ

FORD

*******

เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ลึกๆเบื้องหลังแดงขึ้นเวทีเหลือง

จาตุรนต์:การเลือกตั้งครั้งต่อไป ยังจะมีความหมายอะไร

ที่มา Thai E-News



การเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น ไม่มีความหมายอย่างในอารยประเทศ เป็นเพียงรูปแบบที่มีไว้หลอกลวง หรือใช้เป็นข้ออ้างกับชาวโลกว่า เมืองไทยก็เป็นประชาธิปไตยกับเขา อย่างไรก็ตามก็ยังมีความหมายอย่างสำคัญ ต่อการทำให้บ้านเมืองนี้เป็นประชาธิปไตยอยู่อย่างมาก ชนิดที่ผู้รักประชาธิปไตยหรือองค์กรที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทั้งหลายไม่อาจมองข้ามหรือละเลยได้..


โดย จาตุรนต์ ฉายแสง
21 มกราคม 2554

ในระยะหลายเดือนมานี้ มักมีคำถามเกี่ยวกับการเลือกตั้งอยู่หลายคำถาม เช่น จะยุบสภาเมื่อใด หรือจะมีการเลือกตั้งเมื่อใด เลือกตั้งแล้วใครจะเป็นรัฐบาล เลือกตั้งแล้วปัญหาทุกอย่างจะจบหรือไม่ บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร เป็นต้น

จริงๆแล้วผมไม่อยู่ในฐานะที่จะตอบคำถามเหล่านี้แบบฟันธงให้ชัดลงไปว่าต้องอย่างนั้นอย่างนี้เลย เนื่องจากไม่ใช่ผู้ที่สามารถกำหนด หรือตัดสินใจอะไรในเรื่องที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแม้แต่สิทธิที่จะไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกับเขา ผมก็ยังไม่มี

แต่ผมเห็นว่าประเด็นมีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ที่น่าจะนำมาวิเคราะห์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน และหากจะพูดถึงการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น ก็มีประเด็นอื่นๆที่น่าสนใจอีกบางประเด็น ซึ่งน่าจะได้หยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันเพิ่มเติมได้อีกด้วย

ถ้าว่ากันตามรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งจะต้องมีขึ้นอย่างช้าที่สุดไม่เกินต้นปีหน้า คือถ้าไม่มีการยุบสภา อายุของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 23 ธ.ค. 2554 นี้ และการเลือกตั้งก็จะต้องมีขึ้นภายใน 45 วันหลังจากนั้น แต่ก็เป็นที่รับรู้และเข้าใจกันทั่วไปว่า จะต้องมีการยุบสภาฯก่อนที่สภาผู้แทนฯจะครบอายุตามวาระ

ผู้ที่จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุดก็คือนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็พูดมาหลายครั้งแล้วว่า จะไม่อยู่จนครบอายุของสภาแน่ เพียงแต่นายกฯไม่ได้ระบุให้แน่ชัดลงไปว่าจะยุบสภาเมื่อใด เมื่อมีการทวงถาม นายกฯก็จะยกเอาข้ออ้าง 3-4 ข้อขึ้นมาอ้างว่า ถ้าครบตามเงื่อนไขเหล่านั้นเมื่อใด ตนก็จะยุบสภา

ซึ่งถ้าจะตีความกันจริงๆก็เข้าใจได้ไม่ยากเลยว่านายกฯบอกมาตลอดว่า อาจจะอยู่ในตำแหน่งไปอีกนานมาก จนใกล้ถึงวันครบอายุของสภาเลยก็ได้นั่นเอง

ระยะหลังนี้มีข่าวบางกระแสเหมือนกันที่คาดว่าอาจมีการเลือกตั้งเร็วขึ้นเป็นประมาณต้นปี 2554 นี้เลย แต่ดูจากการแก้รัฐธรรมนูญที่รัฐบาลนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการอยู่ในอำนาจ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการอยู่ หากจะยุบสภาเร็วขึ้น อย่างเร็วที่สุดก็คงต้องรอจน กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่เสร็จแล้วนั่นแหละ

ส่วนที่ประเมินกันว่า นายกฯอาจยุบสภาฯเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้การแก้รัฐธรรมนูญเป็นไปตามความประสงค์ของพรรคร่วมรัฐบาลนั้นก็คงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ เพราะถ้าทำอย่างนั้นพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะนายกฯ ก็จะอยู่ในสภาพได้ไม่คุ้มเสีย ที่จะต้องขัดใจพรรคร่วมรัฐบาลมากเกินไป จนอาจเป็นอุปสรรคต่อการร่วมรัฐบาลกันอีกในอนาคต

ในความเห็นของผม จะมีการเลือกตั้งเร็วหรือช้าผลของการเลือกตั้งก็คงไม่ต่างกันมากนัก

ที่ต่างกันน่าจะอยู่ที่สิ่งที่จะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งเสียมากกว่า นั่นคือ ยิ่งรัฐบาลนี้อยู่ในอำนาจนานเท่าไหร่ ยิ่งสร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองมากเท่านั้น

แต่มาถึงขั้นนี้ นอกจากคนในรัฐบาลและผู้มีอำนาจที่สนับสนุนรัฐบาลนี้แล้ว คนอื่นๆคงไม่มีใครสามารถเร่ง หรือชะลอการเลือกตั้งให้ช้าหรือเร็วขึ้นได้

การเลือกตั้งจะมีขึ้นเมื่อใดจึงไม่ใช่ประเด็นที่จะต้องสนใจ หรือวิตกกังวลอะไรให้มากนัก รวมทั้งอาจไม่เป็นประเด็นในการเรียกร้องทางการเมืองได้อีกต่อไป

ที่น่าสนใจมากกว่าก็คือเลือกตั้งแล้วจะมีผลอย่างไรต่อประเทศไทย บ้านเมืองจะดีขึ้นหรือไม่ ประเทศนี้จะพ้นจากวิกฤตได้หรือไม่

คำถามนี้ ตอบได้เลยว่า การเลือกตั้งย่อมจะทำให้การเมืองเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง แต่ก็ฟันธงได้เลยว่า จะหวังให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีผลให้ประเทศก้าวพ้นวิกฤตที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้นั้น ต้องบอกว่าเป็นไปไม่ได้เลย

ที่ฟันธงอย่างนี้ก็เพราะว่า กฎกติกาของบ้านเมืองทั้งที่เกี่ยว และไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ยังคงไม่เป็นประชาธิปไตย และไม่เป็นธรรม และไม่มีเรื่องใดเลยที่ได้รับการแก้ให้เป็นประชาธิปไตย หรือเป็นธรรมเสียก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง

การเลือกตั้งครั้งนี้ในแง่หนึ่ง จึงเหมือนกับถูกกำหนดผลขั้นสุดท้ายไว้ล่วงหน้าแล้ว ถ้าผลออกมาตรงตามความต้องการของชนชั้นนำผู้มีอำนาจก็แล้วไป แต่ถ้าไม่ตรง ผู้มีอำนาจก็สามารถใช้กฎกติกาและกลไกที่มีอยู่หักล้างมติของประชาชนที่แสดงออกในการเลือกตั้งได้อีกเหมือนกับที่เคยทำมาแล้วนั่นเอง


ยกตัวอย่างให้เห็นชัดก็คือ ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะได้เสียงน้อยหรือมากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็ตาม ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลในขณะนี้ก็คงสามารถร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลกันไปโดยการกำกับและสนับสนุนของชนชั้นนำและผู้มีอำนาจ

แต่ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนฯ ถึงพรรคเพื่อไทยจะเป็นฝ่ายตั้งรัฐบาล แต่รัฐบาลอยู่ได้ไม่นานก็คงถูกกลไกตามรัฐธรรมนูญล้มไปได้อีกไม่ด้วยวิธีใดก็วิธีหนึ่ง

หลังการเลือกตั้งภายใต้กติกาที่ไม่เป็นธรรม และสภาพแวดล้อมทางการเมืองอย่างที่เป็นอยู่ ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็คงไม่สามารถบริหารประเทศได้อย่างราบรื่น และมีมรรคมีผลอะไรในการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคมที่หนักหนาอยู่ในปัจจุบันได้

ถ้าพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลได้เสียงรวมกันมากกว่าพรรคเพื่อไทย และสามารถจัดตั้งรัฐบาลขึ้นได้ เหตุผลที่ใครจะมาต่อต้านรัฐบาลก็จะน้อยลง เพราะจะอ้างได้ว่ามาจากการเลือกตั้งของประชาชนแล้ว เว้นแต่ว่าจะมีการโกงการเลือกตั้ง ใช้อำนาจอิทธิพลของทางราชการและมีการซื้อเสียงอย่างมโหฬารเกิดขึ้น

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม รัฐบาลผสมที่มีองค์ประกอบคล้ายกับรัฐบาลปัจจุบันที่สะสมปัญหาความไม่ยุติธรรมเอาไว้มาก ซ้ำยังอยู่ภายใต้กติกาที่เอื้ออำนวยต่อการทุจริตคดโกง คือผู้ถูกตรวจสอบกับผู้ตรวจสอบอยู่ในสภาพลงเรือลำเดียวกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันอย่างที่เป็นอยู่ ไม่นานนักก็จะล้มเหลวในการบริหารประเทศ และมีการทุจริตเกิดขึ้นมากมาย ไม่ต่างจากปัจจุบัน หรืออาจจะมากกว่าเสียอีก ในขณะที่กฎกติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและไม่เป็นธรรมก็จะสำแดงอิทธิฤทธิ์ของมันไปเรื่อยๆ ความไม่พอใจและการต่อต้านคัดค้านรัฐบาลก็จะกลับมามากขึ้นได้อีก

ปัญหาวิกฤตของประเทศที่หนักหนาอยู่แล้วในขณะนี้นอกจากจะไม่ได้รับการแก้ไขแล้ว จึงถูกซ้ำเติมให้หนักหนายิ่งขึ้นไปอีก

ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมาก ก็คงจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว หรือรัฐบาลผสมขึ้นได้ สิ่งที่พรรคเพื่อไทยอาจทำได้ก็คือ การพยายามส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขกฎกติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและไม่เป็นธรรมทั้งหลายเสีย หาทางสร้างความปรองดองสมานฉันท์บนหลักการที่ถูกต้องเป็นธรรมให้เกิดขึ้น

แต่จะหวังให้รัฐบาลบริหารงานอย่างราบรื่นเหมือนอย่างในภาวะปรกติก็เห็นจะไม่ได้ พลังที่ไม่เคยยอมรับการเลือกตั้ง ไม่ยอมรับอำนาจของประชาชน และไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวกฎหมายก็จะออกมากันอีก และแน่นอนก็จะได้รับการสนับสนุนอย่างไม่ละอายจากผู้นำกองทัพและผู้มีอำนาจในบ้านเมืองนี้เอง จนกระทั่งในที่สุดก็จะใช้กลไกและอำนาจตามรัฐธรรมนูญปัจจุบันล้มรัฐบาลนั้นไปได้อีก

รวมความว่าการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นจะยังไม่ใช่โอกาสที่ประชาชนจะเป็นผู้กำหนดว่า ใครควรเป็นรัฐบาล ผู้ที่กำหนดว่าใครควรเป็นรัฐบาล คือชนชั้นนำและผู้มีอำนาจนอกระบบ รัฐบาลหลังการเลือกตั้งก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงของประเทศนี้ได้อย่างที่หลายๆฝ่ายคาดหวังกัน

นั่นหมายความว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นเป็นการเลือกตั้งที่ไม่มีความหมายอย่างการเลือกตั้งในอารยประเทศที่ปกครองในระบบประชาธิปไตย การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นเพียงรูปแบบที่มีไว้หลอกลวงหรือใช้เป็นข้ออ้างกับชาวโลกว่าเมืองไทยก็เป็นประชาธิปไตยกับเขา ทั้งๆที่จริงๆแล้วไม่ได้เป็นประชาธิปไตยเอาเสียเลย


ประเทศไทยเรามาอยู่ตรงจุดนี้ได้อย่างไร

การเลือกตั้งมีความสำคัญและจำเป็นแค่ไหนต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น นอกจากเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงโต้แย้งกันมาตลอดแล้ว ยังมีผลในทางปฏิบัติที่แตกต่างไปตามความคิดที่ต่างกันนั้นด้วย พวกเผด็จการอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมานั้นไม่นิยมเชื่อถือการเลือกตั้ง จนถึงขั้นยึดอำนาจ และไม่ให้มีการเลือกตั้งนานเป็นสิบๆปีก็เคยทำมาแล้ว

พวกที่ไม่เชื่อถือเรื่องการเลือกตั้งมักอ้างว่า ประชาธิปไตยไม่ได้หมายความว่า มีการเลือกตั้งอย่างเดียวก็พอแล้ว บางทีก็บอกว่าประชาธิปไตยแบบเลือกตั้งนั้นใน 4 ปีเป็นประชาธิปไตยอยู่แค่นาทีเดียวคือตอนกาบัตร นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรที่เป็นประชาธิปไตยอีกเลย

วาทกรรมเหล่านี้ถูกยกขึ้นมาเพื่อทำลายความชอบธรรมของการเลือกตั้ง ซึ่งมักนำไปสู่การรัฐประหาร หรือไม่ก็การออกแบบระบบที่ลดความหมายของการเลือกตั้งลงไป

แต่ก็เป็นที่ยอมรับกันและเป็นในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยส่วนใหญ่ในโลกว่า การเลือกตั้งเป็นเงื่อนไขสำคัญจำเป็นขั้นต่ำที่สุดที่ขาดไม่ได้ คือเขาบอกว่าการจะเป็นประชาธิปไตยนั้น นอกจากต้องมีการเลือกตั้งแล้วยังต้องมีปัจจัยอีกหลายอย่างก็จริง แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คือการเลือกตั้ง และถ้าประเทศใดไม่มีการเลือกตั้ง ประเทศนั้นก็ไม่ถือว่าเป็นประชาธิปไตย เมื่อการไม่มีการเลือกตั้งไม่เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและในทางสากล ผู้มีอำนาจจึงจำยอมให้มีการเลือกตั้ง

การเลือกตั้งที่ประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกเขาถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้นั้น หมายความว่าให้ประชาชนทั่วประเทศเป็นผู้กำหนดว่าใครจะปกครองและบริหารประเทศ และจะปกครองและบริหารประเทศไปในทิศทางใด และยังหมายรวมถึงการให้ประชาชนมีอำนาจในการตรวจสอบและควบคุมการทำหน้าที่ ตลอดไปจนถึงมีอำนาจในการถอดถอนผู้ปกครองได้ด้วย

การใช้อำนาจของประชาชนดังกล่าวนี้จะออกแบบให้มีกลไก วิธีการที่ละเอียดซับซ้อนต่างๆกันไปอย่างไรก็ตาม แต่รูปแบบวิธีการที่ง่ายและมีผลชัดเจนที่สุดก็คือการเลือกตั้งนั่นเอง

ระบบการปกครองของประเทศเราถูกดึงถอยหลังและชักเย่อกันไปมาครั้งแล้วครั้งเล่า จนมาถึงจุดที่ทุกฝ่ายต้องยอมรับว่าต้องมีการเลือกตั้ง แต่ระบบของเราก็ยังล้าหลังอยู่แค่ให้มีการเลือกตั้งที่ไม่ได้มีความหมายอย่างที่เขาเข้าใจ และใช้กันในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยทั้งหลายเลย

น่าประหลาดทีเดียวที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาหลายสิบปี ฝ่ายประชาธิปไตยมักยืนยันว่า ถ้าจะเป็นประชาธิปไตยต้องมีการเลือกตั้ง ในขณะที่พวกนิยมเผด็จการมักบอกว่ามีการเลือกตั้งไม่ได้หมายความว่า เป็นประชาธิปไตยเสมอไป

แต่มาถึงวันนี้ ชนชั้นนำและผู้มีอำนาจที่นิยมเผด็จการกลับกำลังอ้างกับชาวโลกว่า เมืองไทยเป็นประชาธิปไตยแล้ว เพราะมีการเลือกตั้ง ในขณะที่ฝ่ายประชาธิปไตยกำลังบอกว่าถึงแม้มีการเลือกตั้งแล้วก็จริง แต่เมืองไทยก็ยังไม่เป็นประชาธิปไตยเลย


ที่ผมเสนอความเห็นมานี้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อจะบอกว่า ตราบใดที่กฎกติกาของประเทศไทยเรายังไม่เป็นประชาธิปไตย และไม่เป็นธรรมอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ จะหวังให้การเลือกตั้งเป็นประโยชน์ถึงขั้นที่จะทำให้ประเทศไทยพ้นจากวิกฤต หรือสามารถแก้ปัญหาต่างๆได้นั้นเป็นไปไม่ได้เลย หากต้องการจะแก้ปัญหาของประเทศ และนำประเทศออกจากวิกฤตได้ สิ่งสำคัญและจำเป็นที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ จะต้องแก้ไขกฎกติกาให้เป็นประชาธิปไตยและเป็นธรรมเสียก่อนเท่านั้น

หรือพูดให้ฟังง่ายๆอีกแบบหนึ่งก็คือ การทำให้การเลือกตั้งหมดความหมายไปคือต้นเหตุของวิกฤตทั้งหลายในประเทศนี้ หากต้องการให้ประเทศไทยเราพ้นจากวิกฤต ก็ต้องแก้ระบบและกฎกติกาทั้งหลายเพื่อทำให้การเลือกตั้งของประเทศไทยเรามีความหมายอย่างในนานาอารยประเทศเขาเสียก่อนนั่นเอง

แต่ถึงแม้ว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นจะไม่สามารถนำมาซึ่งรัฐบาลที่ประชาชนต้องการ หรือรัฐบาลที่จะสามารถแก้ปัญหาหลายๆอย่างของประเทศได้ก็ตาม การเลือกตั้งนี้ก็ยังมีความหมายอย่างสำคัญต่อการทำให้บ้านเมืองนี้เป็นประชาธิปไตยอยู่อย่างมาก ชนิดที่ผู้รักประชาธิปไตยหรือองค์กรที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยทั้งหลายไม่อาจมองข้ามหรือละเลยได้

การเลือกตั้งเป็นโอกาสที่ประชาชนจะได้แสดงเจตจำนงของตนว่าต้องการให้ใครเป็นรัฐบาล ต้องการนโยบายแบบใดในการบริหารประเทศ และต้องการกฎกติกาแบบใดในการปกครองบ้านเมือง การรณรงค์เพื่อให้ได้สิ่งเหล่านี้จะเป็นกระบวนการที่ประชาชนจะได้เรียนรู้และเข้าใจความสำคัญ และประโยชน์ของประชาธิปไตยได้เป็นอย่างดี

และหากเจตจำนงหรือมติของประชาชนถูกบิดเบือนหรือหักล้างไปด้วยการกระทำใดๆภายใต้กฎกติกาที่ไม่เป็นธรรมทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้ง ประชาชนก็จะเรียนรู้ความเลวร้ายของระบบที่ไม่เป็นธรรมนั้นอย่างชัดเจนลึกซึ้งยิ่งขึ้น


ในช่วงหลายปีมานี้ ชนชั้นนำและผู้มีอำนาจในสังคมไทย ซึ่งไม่ยินยอมให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินความเป็นไปของบ้านเมืองได้ทำลายความหมายของการเลือกตั้งลงไปด้วยการใช้ระบบกลไกสารพัด ทั้งกองทัพ กลุ่มพลังนอกกฎหมาย กลไกตามรัฐธรรมนูญ และตุลาการภิวัฒน์เป็นเครื่องมือ แต่ยิ่งทำเครื่องมือเหล่านี้ก็ยิ่งชำรุดทรุดโทรมลงไปทุกที และระบบที่ไม่เป็นประชาธิปไตยและไม่เป็นธรรมก็ยิ่งเสื่อมลงๆทุกวัน

หากจะมีการใช้เครื่องมือต่างๆเหล่านั้นมาทำลายความหมายของการเลือกตั้งในครั้งต่อไปอีกก็จะยิ่งเป็นอันตรายต่อระบบในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

กระบวนการเรียนรู้ผ่านการเลือกตั้งและการถูกปล้นอำนาจไปด้วยการล้มการเลือกตั้ง หรือเปลี่ยนแปลงผลการเลือกตั้งที่กล่าวถึงนี้ จริงๆแล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ การพัฒนาของพลังประชาธิปไตยที่เติบโตและเข้มแข็ง มีคนเข้าร่วมและสนับสนุนมากมายอยู่ในทุกวันนี้ ก็มีพื้นฐานที่สำคัญมาจากกระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวนี้นั่นเอง

บางช่วงพลังประชาธิปไตยก็อยู่ในรูปของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่พร้อมจะกำหนดอนาคตของบ้านเมืองของตน บางช่วงเมื่อเห็นว่าจะรอใช้พลังของตนผ่านทางการเลือกตั้งอย่างเดียวไม่พอ ก็เกิดเป็นพลังนอกสภา

มาถึงเวลานี้พลังประชาธิปไตยจึงมีอยู่ในทั้งสองส่วนนี้ ที่อาจกล่าวได้ว่าต่างก็มีความเชื่อมโยงกับความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง

เมื่อพิจารณาจากความเป็นมา และพัฒนาการของพลังประชาธิปไตยในหลายปีมานี้แล้ว พลังทั้งสองส่วน หนึ่งคือพลังนอกสภาที่ไม่จำกัดตัวเองอยู่กับการเลือกตั้งเท่านั้น และสองคือพลังที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเลือกตั้ง อันได้แก่พรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง ต่างก็มีความสำคัญและจำเป็นต่อการทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยด้วยกันทั้งสิ้น

ที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการยุบสภาโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสได้ตัดสินว่าใครควรเป็นรัฐบาล และเป็นขั้นตอนหนึ่งในการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่มีประชาชนสนับสนุนอย่างกว้างขวางทั่วประเทศนั้น ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของการประสานเข้าด้วยกันอย่างดี ระหว่างพลังนอกสภากับพลังที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเลือกตั้ง

เพื่อให้การเลือกตั้งที่จะมาถึงเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองมากที่สุด ประชาชนทุกสาขาอาชีพควรให้ความสนใจที่จะเสนอข้อเรียกร้องต่อพรรคการเมืองและนักการเมือง เพื่อให้นำเสนอนโยบายในการแก้ปัญหาของประเทศในด้านต่างๆ รวมทั้งนโยบายในการทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย เกิดความยุติธรรม ก้าวพ้นจากวิกฤตในปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อให้พรรคการเมืองต่างๆได้พัฒนานโยบายของตน และจะได้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในสังคมเป็นกระบวนการเรียนรู้ทางสังคมครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

สำหรับพลังประชาธิปไตยหรือประชาชนผู้ต้องการประชาธิปไตยและความยุติธรรมทั้งหลายนั้น นอกจากจะสนับสนุนพรรคการเมืองที่มีนโยบายสร้างประชาธิปไตยและความยุติธรรมแล้ว ยังจำเป็นต้องช่วยผลักดันให้พรรคการเมืองที่ตนสนับสนุนปรับปรุงพัฒนาตนเองให้เข้มแข็ง ทั้งทางนโยบาย บุคลากร และระบบการบริหารงานด้วย

นอกจากนั้นเพื่อประโยชน์ในการทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยในระยะยาว พลังประชาธิปไตยน่าจะจัดทำข้อเสนอและข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลหรือรัฐสภาในอนาคต ซึ่งสามารถใช้ผลักดันต่อไปได้ ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม ข้อเสนอหรือข้อเรียกร้องที่ต้องการผลักดันให้เกิดเป็นจริงขึ้นนี้ นอกจากเสนอต่อพรรคการเมืองรัฐบาลและรัฐสภาแล้ว ยังสามารถใช้รณรงค์ให้เกิดความเข้าใจและการสนับสนุนจากประชาชนทั่วประเทศได้ด้วย

การเลือกตั้งในประเทศไทยเรายังไม่มีความหมายเหมือนการเลือกตั้งในอารยประเทศเขา แต่ประชาชนเราก็สามารถช่วยกันทำให้การเลือกตั้งที่จะมาถึง เป็นประโยชน์ต่อการทำให้ประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยได้

ซึ่งจะมีผลต่อการก้าวไปสู่การที่การเลือกตั้ง มีความหมายเดียวกับถ้อยคำที่ว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนนั่นเอง

Friday, January 21, 2011

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:ยิ่งใหญ่สง่างามและมีเกียรติ

ที่มา Thai E-News


รับจำนวนจำกัดไม่เกิน 1 แสนท่าน-งานชุมนุมเดินขบวนเรียกร้องประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่สง่างามมีเกียรติและน่าเกรงขาม จากราชประสงค์ถึงราชดำเนิน อาทิตย์ที่ 23 มกราคมนี้ รับด่วนจำนวนจำกัดแค่ 100,000 ท่าน หากเกินนี้อาจจะไม่มีที่ยืน


โดย นักข่าวชาวรากหญ้า
21-31 มกราคม 2554

อัลบั้ม ....แด่วีรชน ขับร้องโดย...นุช พจมาน-นุช พจมาน เขียนเนื้อร้อง ทำนอง และ ขับร้องเอง เนื้อหาบอกเล่าเรื่องราวในเหตุการณ์การชุมนุม ณ ผ่านฟ้า และ ราชประสงค์ โดยมอบให้ ญาติวีรชนนำไปจำหน่ายเอง รายได้มอบให้ญาติวีรชน โดยตรง ..ส่วนท่านใดประสงค์ที่จะสั่งซื้อ หรือนำไปจำหน่าย ติดต่อได้ที่ คุณ ตุ๊ก เบอร์โทร 086-3071963, 084-0189923 , 089-6370311 หรือซื้อได้ที่ร้าน THE REDSHOP ชั้น 5 , ร้านคุยกับอดิศร ชั้น 4 อิมพีเรียลลาดพร้าว


***คอลัมน์สังคมข่าวชาวเสื้อแดงประจำวันที่ 21-31 มกราคม 2554 นำเสนอกิจกรรม ข่าวคราวแวดวงคนเสื้อแดง และผู้รักชาติรักประชาธิปไตย ไม่ตอหลดตอแหลสะดีดสะดิ้นกันตามเคย ..หากมีข่าวคราวใดๆก็ช่วยกันส่งมาเผยแพร่ และหากมีข่าวกิจกรรมอะไรที่เราไม่ได้เสนอ ไม่ได้แปลว่าไทยอีนิวส์เลือกที่รักมักที่ชัง แต่เพราะเรา"ตกข่าว" (นี่ว่ากันตรงๆไม่ต้องมีฟอร์ม เพราะพวกเรามันคนกันเองทั้งนั้น)

หากเห็นว่าไทยอีนิวส์ตกข่าว ก็รบกวนส่งมาซ่อมได้ ไม่มีปัญหา ทางอีเมล์เดิมๆ thaienews99@googlegroups.com ไม่คิดค่าลงข่าว แต่ขอแรงหน่อย ช่วยกันกระจายต่อไป เผื่อใครเขาตกข่าว จะได้มีเพื่อนร่วมแดงกันเยอะๆ ***

***เริ่มศุกร์ที่ 21 มกราคม 2554 ตั้งแต่เวลา 15.00-24.00น." รับชมการถ่ายทอดสด งาน เปิดตัวแกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดินชาวขอนแก่นโมเดล โดยพี่น้องผ้องเพื่อนชาวหัวใจแดง 40 อำเภอ 6จังหวัด (ขอนแก่น มหาสารคาม,อุดร,หนองบัวลำภู,ชัยภูมิ,กาฬสินธุ์) ณ ลานอเนกประสงค์ติดถนนเลี่ยงเมือง ก่อนถึงหมู่บ้านแลนด์แอนเฮาส์ จังหวัดขอนแก่น

รายได้จัดเป็นทุนก่อสร้างเครือข่ายสถานีวิทยุขอนแก่นโมเดล และช่วยเหลือครอบ ครัวญาติวีรชน และพี่น้องที่ติดคุกต้องคดี ร่วมปราศรัยโดย อจ.ธิดา ดร.ประแสง สมหวัง วรชัย วรวุฒิ รังสี จ่าประสิทธิ์ จตุพร พรหมพันธุ์ รองประธานสภาฯดร.อภิวันท์ ดร.สุนัย ดร.สุทิน

ท่านที่อยู่ไกล สามารถ รับชมได้ที่ http://www.konthaiuk.info/home.php หรือ
http://www.speedhorsetv.blogspot.com/ ท่านที่อยู่ใกล้ไปเจอกันที่งาน***

***งานมหกรรมคอนเสิร์ตรวมพลคนรักประชาธิปไตย (แดงทั้งแผ่นดิน)เมืองชลฯ วันเสาร์ที่ 22 มกราคม 2553 ตั้งแต่เวลา 14.00-24.00 น. ณ บริเวณตลาดมาณี (ถนนทางแยกเข้าบ้านเก่าพานทอง) ติดถนนสุขุมวิท กม.53 / 4 ใกล้กับ นิคมอมตะนคร ต.คลองตำหรุ อ.เมือง จ.ชลบุรี บัตรราคา 100 บาท

-ช่วงเช้าพบกับการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างทีมผู้ประกาศข่าวเสื้อแดงกับทีมกลุ่มคนกันเองชลบุรี -

-14.00 น. คณะผู้จัดงานต้อนรับขบวนรถแรลลี่ นำโดย อ.เป้า , คุณ มุก เมธินีฯ ประมาณ 300 คัน เดินทางถึงบริเวณจัดงาน เพื่อร่วมกิจกรรมกับบรรดานักวิชาการเสื้อแดง อาทิเช่น อ.เป้าฯ , อ.ตุ้มฯ , อ.จาฯ, อ.หวานฯ

-18.00 น. เริ่มงานมหกรรมคอนเสิร์ตรวมพลคนรักประชาธิปไตย (แดงทั้งแผ่นดิน) โดยมี คุณ กุ้ง ภัศพงษ์ พงศ์เรืองรอง และคุณ จุติพงษ์ พุ่มมูล รับหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินรายการตลอดงาน ภายในงานพบกับมหกรรมคอนเสิร์ตเสียงสีเสียง เต็มรูปแบบ ศิลปินเสื้อแดงมากมาย อาทิเช่น มุก เมธินี นุช พจมาน แป๊ะ บางสนาน ส้มโป๊ะ อุดรฯ ชาย อิสระชน ครื้นเครงกะเหล่าศิลปินตลกเสื้อแดง

และการปราศรัยของวิทยากรรับเชิญพิเศษคับคั่ง อาทิเช่น พอ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย คุณ ฐิติมา ฉายแสง ดร.สุทิน คลังแสง และแขกรับเชิญคนสำคัญ พอ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร และบิ๊กเซอร์ไพรส์การโฟนอินจากท่าน นายกฯทักษิณ นายกฯในดวงใจ

ในงานเลือกซื้อสินค้าจากตลาดนัดคนเสื้อแดง รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม สำรองบัตรได้ที่ 086-3230949 (คุณรุ่ง) หรือซื้อบัตรได้ที่บริเวณหน้างาน***

***วันอาทิตย์ 23 มกราคมนี้งานใหญ่ทั้งเมืองไทยเมืองนอก ที่เมืองนอกกิจกรรมตาสว่างกลางl.A.เชิญชวนพี่น้องชาวอเมริกาที่อยู่ใกล้แอลเอมาตาสว่างกับส.ส.ดร.สุนัย จุบพงศธร แบบUnsencor ส่วนพี่น้องเสื้อแดงในญี่ปุ่นมีงานใหญ่ที่ชิบะ ตรวจดูตามโปรแกรมตาสว่างทั่วทั้งโลก หรือรายละเอียดในคอลัมน์นี้***

***ส่วนเมืองไทยเป็นงานใหญ่ รับด่วนจำนวนจำกัดแค่ 1 แสนท่านเท่านั้นอาจารย์ธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธาน นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ขอเชิญร่วมชุมนุมที่"ยิ่งใหญ่สง่างามมีเกียรติและน่าเกรงขาม" เริ่มกิจกรรมที่บริเวณแยกราชประสงค์ ตั้งแต่เวลา 13.00 น.จากนั้นเวลา 15.00 น. จะเคลื่อนขบวนไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตั้งเวทีปราศรัยและทำกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปจนถึงเวลาเที่ยงคืน ***

***ก่อนจะไปร่วมงานใหญ่ 23 มกราคมนี้ ขอเชิญอุ่นเครื่องด้วยคลิปเสียงของแดงสยาม จัดงานรำลึก 8 เดือนราชประสงค์เมื่อ 19 มกราคมที่ผ่านมา เขาว่ากันว่าหากใครฟังแล้วยัง"ไม่สว่าง"ก็เกินจะรับแล้วงานนี้

ตอนที่ 1 http://www.mediafire.com/?k8p6fiyw7nq9qif

ตอนที่ 2 http://www.mediafire.com/?7oio1wa36i2mh21

ตอนที่ 3 http://www.mediafire.com/?1xwgn4969wcvn30#1

***ร่วมกันต้านน้ำมันแพง ต้องเลิกเก็บภาษีสรรพสามิต-กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตยขอเรียกร้องให้รัฐบาลมีปฏิบัติการประชาวิวัฒน์อย่างแท้จริง โดยมีข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้

1. ยกเลิกเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพราะว่ามีภาษีอื่นๆถูกเรียกเก็บอยู่แล้ว จะทำให้น้ำมันทุกชนิดราคาลดลงอีกลิตรรละ 7 บาท เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจกิจขับเคลื่อนต่อไปทั้งในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม อีกทั้งยังเป็นการช่วยเหลือการครองขีพให้กับประชาชนอย่างแท้จริง

2 .ตรึงราคาแก็ส LPG แก๊สหุงต้ม จนถึงสิ้นปี 2554

3.ออกกฎหมายเรียกเก็บภาษีที่ดิน ภาษีมรดก ภาษีอัตราก้าวหน้า โดยไม่มีการบยกเว้นให้กับอภิสิทธิ์ชนคนใดในสังคม เพื่อนำมาจัดทำรัฐสวัสดิการอย่างแท้จริง


กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย จะได้ดำเนินการตามกำหนดการต่อไปนี้

วันเสาร์ที่ 29 มกราคม 2554 กลุ่มแดงภาคตะวันตกจัดการชุมนุมใหญ่ ” ลุยทะเล ล้างทุจริต สร้างเศรษฐกิจเพื่อไทยทุกคน” ที่ หาดปึกเตียน จ.เพชรบุรีเวลา 17.00-22.00น.พบกับ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สส.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย สมยศ พฤกษาเกษมสุข พร้อมกับร้านค้าจำหน่ายสินค้า OTOPมากมาย

นำรถยนต์ของท่านเข้าร่วมขบวนรถ แรลลี่ กรุงเทพ-เพชรบุรี กว่า 100 คัน ออกจากอิมพีเรียลลาดพร้าวเวลา 7.00น. ผ่านกรมทหารราบ 11 –เรือนจำกรุงเทพ-พุทธมณฑลสายสี่-สมุทรสาคร สมุทรสงคราม –เพชรบุรี เพื่อร่วมการชุมนุมกับกลุ่มแดงตะวันตก ติดต่อสอบถาม-ลงทะเบียนรถยนต์ 089-5007232 086-3414585 086-3451084***

***คนเสื้อแดงคว่ำบาตร1เดือน ประธานมาม่าออกมาอมเลือดพูด"ไม่มีผลกระทบ" ไม่เป็นไรจะจัดต่อให้อีก 3 เดือนเต็ม สมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายผู้บริโภคสีแดง ประกาศเชิญชวนผู้บริโภคสีแดงราวๆ 40ล้านคนทั่วประเทศ(คนเลือกไทยรักไทย19ล้าน บวกกับสมาชิกในครอบครัวอีก1-2คน รวมก็40ล้านคนเป็นขั้นต่ำ)ประกาศยกระดับคว่ำบาตรสินค้าหนุนเผด็จการ จากเดือนแรกก่อผลสะเทือนมาม่า ยกสองขยายเวลา 3 เดือน พุ่งเป้าเครือสหพัฒน์ยกแผง คิกออฟเริ่มตั้งแต่ 15 มกราคม ไปจนถึง 15 เมษายน รวม 3 เดือน เน้นสินค้ามวลชนแบรนด์ดังทั้งมาม่า ผงซักฟอกเปา ยาสีฟันSALZ แป้งโคโดโมะ น้ำยาบ้วนปากSYSTEMA ชุดชั้นในสตรีWACOAL เสื้อเชิ้ตARROW-LACOSTE รองเท้าPAN ร้านสะดวกซื้อ108SHOP(คลิ้กดูรายละเอียด)***

***โครงการสัมมนาทางวิชาการ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนและสาขาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอเชิญฟัง
มองอนาคตการเมืองไทยผ่านสายตาคนนอก โดยศ.เบน แอนเดอร์สัน พุธที่ 26 มกราคม 2554 เวลา 13.30 -16.30 น. ห้องประชุมหม่อมหลวงตุ้ย ชุมสาย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่***

***มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนและสาขาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอเชิญฟัง พุทธศาสนากับการเมือง: เรื่องจากคนจริงโดยอิงทฤษฎีโดย สุลักษณ์ ศิวรักษ์ จันทร์ที่ 31 มกราคม 2554 เวลา 15.00 – 16.30 น. ห้องประชุมหม่อมหลวงตุ้ย ชุมสาย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่***

***องค์กรเลี้ยวซ้าย และกลุ่มเยาวชนเลี้ยวซ้าย ชวนเพื่อนๆคนหนุ่มสาวผู้รักประชาธิปไตยมาร่วมกิจกรรม “ค่ายเยาวชนกับภารกิจสร้างสังคมใหม่” ณ ศูนย์ชุมนุมน้ำใจและไมตรี ต.บางเลน อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี


วันที่ 28 – 31 มกราคม 2554 ค่าใช้จ่ายเพียง 200 บาท (ขอจำกัดเฉพาะเยาวชน อายุ 15 – 25 ปี จำนวน 25 คนเท่านั้น)

ติดต่อ 087 – 3301961 turnleft_youth@hotmail.com /Facebook : Turnleft Youth (กลุ่มเยาวชนเลี้ยวซ้าย) “เบื่อ โคตรเซ็ง อยากเห็นสังคมใหม่ มากับเราสิ”***

***การจัดงานแสดงนิทรรศการ ”อนาคตนักศึกษาไทยบนความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง”ในวันศุกร์
ที่ 28 มกราคม พ.ศ.2554 ตั้งแต่เวลา 13.00น. จนถึง 22.30น. โดยกลุ่มนักศึกษาเสรีปัญญาชนร่วมกับเครือข่ายนิสิต นักศึกษาและกลุ่มประชาคมในสถาบันอุดมศึกษาต่างๆทั่วประเทศ

มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาได้มีพื้นที่แสดงทรรศนะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการเมืองในระบอบ
ประชาธิปไตยอย่างสร้างสรรค์และสันติให้กับทุกฝ่าย และทุกสี รวมทั้งให้ความรู้เรื่องประชาธิปไตยกับประชาชนทั่วไป

เวทีเสวนาสาธารณะกลางแจ้ง การเสวนาเรื่อง”อนาคตนักศึกษาไทยบนความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง”ของวิทยากรรับเชิญดังนี้

1. ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ & เบ็นจามิน
2. ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช
3. ดร.สุดสงวน สุธีสร & ดร.สุดา รังกุพันธ์ & ผศ.ดร.จารุพรรณ กุลดิลก
4. นศ.อาเตฟ โซะโกะ อดีตเลขาธิการ สนนท.ปี2551, สมาชิกชมรมนักศึกษามุสลิม ร่วมก่อตั้งเครือข่ายนักศึกษาเพื่อพิทักษ์ประชาชน (พปช.) ถูกจับในพื้นที่3 จว.ใต้(รอการยืนยัน),กลุ่มนักศึกษาแต่ละองค์กรผลัดกันแสดงกิจกรรมบนเวทีกลาง
ไม่กำหนดรูปแบบกิจกรรมให้สร้างสรรค์(โดยอิสระ เช่น อ่านคำประพันธ์ , ไฮปาร์ก , ละครเวที , เล่นดนตรี ร้องเพลง , การแสดงเชิงสัญลักษณ์ – ล้อการเมือง ฯลฯ )
5.การแสดงกลุ่มศิลปินเพื่อประชาธิปไตย ช่วงเปิดเวที และ ก่อนเลิกเวที เช่น อเล็กซ์ ซันจิโร่ และ ศิลปินโยนก


ห้องแสดงนิทรรศการกลางแจ้งของแต่ละสถาบันหรือกลุ่มกิจกรรมต่างๆประมาณ 10 องค์กร

-จัดแสดงสื่อเชิงสัญลักษณ( แสดงประชาธิปไตยตามทัศนะขององค์กร และ สะท้อนภาพความเป็นไปของนักศึกษาในอนาคต ที่ทั้งประเทศตกอยู่ภายใต้การปกครอง ด้วยกฎหมายพิเศษฉบับเดียวกันกับที่ใช้ใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้
-โดยทางคณะผู้จัดงานได้เตรียมเต้นท์(ขนาด3x3ม.ต่อกัน2หลังและโต๊ะพับ1ตัวต่อหนึ่งองค์กร เพื่อใช้จัดแสดงนิทัศการ

สอบถามเพื่อมเติม - นายอัคพง กำแพงทอง โทร. 085 190 5462***

*** วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 ตาสว่างที่ ตลาดวัดเกาะ สายไหม เริ่ม เวลา 13.00น. มีขบวนแห่ เสื้อแดงรอบสายไหม มีศิลปินเสื้อแดง มีปราศัย อ. สมยศ อ. สุชัย อ.สุนัย และแกนนำอีกหลายท่าน ขอเชิญ คนเสื้อแดง มาร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครับ กิจกรรมดีๆ อยากให้มากันครับ โทรสอบถามได้ คุณ กาละแมร์ สายไหม 085-2431644 ครับผม (คุณ "Dusitnuynuy Klangpraphan" ผู้แจ้ง)***

***งาน THE RED COWBOY NIGHT PARTY วันที่ 5 ก.พ. 54 ที่ โอเอซิส รีสอร์ท 2 (เขาค้อ) งานเริ่มตั้งแต่ 6 โมงเย็นยัน 6 โมงเช้าไปเลยครับ พบกับแกนนำ นปช และ สส จากพรรคเพื่อไทยและสนุกสนานกับวงดนตรี THE RED และแป๊ะ บางสนาน แล้วก็ อะเล็กซ์ ตลอดทั้งคืนครับ ติดต่อได้ที่เบอร์ 0819538898 , 0881658194, 0816746297, 0852690361 ยังไงก็ขอขอบคุณด้วยครับ (คุณ "อินทรอาชีวะ ณ.สนามหลวง" ผู้แจ้ง)***

***แรลลี่ ประชาธิปไตย Valentine-Day เดินทาง วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554 กลับ 13 กุมภาพันธ์ 2554 ออกเดินทางจาก อิมพีเรียล ลาดพร้าว ไปที่ สุพรรณบุรี พบวิทยากร คุณ สมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนายน คุณอี๊ด บ้านตาก คนหลังยางด่านประตูน้ำ และ ลุงยิ้มตาสว่าง แนวร่วมพลเมืองไทย แดงเชียงใหม่ นาย เอม แนวร่วมพลเมืองไท

เย็นร่วมทำกิจกรรม รับประทานอาหารร่วมกัน กลางคืน ร่วมกันปราศรัย ย่อย ความคิดเรื่องประชาธิปไตย จากทุกคนที่ร่วมกิจกรรม ค่าอาหาร-ที่พัก คนละ 1000 บาท รับเสื้อที่ระลึก 1ตัว และหนังสือ เรดเพาเวอร์ ฉบับล่าสุด

งานนี้นายเอม นำร่วมทำกิจกรรม มีกิจกรรม เก็บเต้นท์หนีสไนเปอร์ กิจกรรมวิ่งแข่ง หนีห่ากระสุน ชิงถ้วยปรองดอง และ หนังสือวอยซ์ออฟทักษินครบชุดทุกเล่ม พร้อมลายเซ็น คุณ สมยศ พฤกษาเกษมสุข รับจำนวนจำกัด แค่ 30ท่านเท่านั้น สำรองที่พักเข้าร่วมกิจกรรม 089-6890467 >> มิสไซเบอร์***

***คิวงานเสื้อแดงอเมริกาจัดกิจกรรมตาสว่างปี54 มีส.ส.ดร.สุนัย จุลพงศธร เดินสายทัวร์ให้ความรู้ ส.ส.สุนัย จะมาอเมริกาเพื่อพบปะพูดคุยกับพวกเราชาวเสื้อแดงไทยในอเมริกา กำหนดการดังนี้(ตอนแรกกะจัดงานกันเงียบๆ แต่มีคนมาตีปี๊บให้ดังซะงั้น)
กำหนดการตาสว่างกลางอเมริกา

In Newyork,Saturday Jan 8 at:5.30-11.30 pm @ New Broadway Seafood Resturant 83-17 Broadway Elmhurst,NY 11373(รายละเอียดตามโปสเตอร์ด้านล่าง)

*ฟังคลิปเสียงสุนัยพูดที่นิวยอร์ก



*In Chicago, The event will be on Sunday Jan 9 at 5 pm at Manee Thai Restaurant 3558 N. Pulaski Road Chicago, IL



ชมภาพชุดส.ส.สุนัยอินชิคาโก้ คลิ้ก
รับฟังคลิปเสียง ส.ส.สุนัย จุลพงศธร เสวนากับคนไทยในชิคาโก้,อิลลินอยส์
-http://www.mediafire.com/?rpm4be04j36trwm
-http://www.4shared.com/audio/sGX7U5Ou/Drsunai-chicaco2011-01-09.html



*In Florida, The event will be on Sun 1/16 at 11 am @ Thailand Restaurant 5252 S. Dale Mabry Tampa, FL


*In Dallas, Tx, will be on Wed 19 Jan. 2011 from 6:00 PM-10:00 PM at: Radisson Hotel & Suites Dallas-Love Field

1241 West Mockingbird Lane, Dallas TX 75247,
Reservations: 1-800-395-7046 US/Canada Toll-free
Telephone: (214) 630-7000

คลิกฟังคลิปเสียงส.ส.สุนัยอินดัลลัส เท็กซัส


*In Los Angeles,CA, The event will be on Sun 1/23 from 3 PM - 8 PM at:Thailand Plaza 5311 Hollywood Blvd., 2nd Floor Hollywood, CA 90027 Tel: 323-993-9000

*Also could be In San Francisco and Las Vegas สำหรับลาสเวกัส งานมีในวันเสาร์ที่ 29มกราคม เวลา 6 โมงเย็น-2ทุ่ม ณ ร้านLittle Bangkok 3111 S.Valley View Blvd # M101,Lasvegas,NV 89102 (คลิ้กดูโปสเตอร์สวยๆที่คุณGAG LASVEGAS การ์ตูนนิสต์ของไทยอีนิวส์บรรเลงสุดฝีมือ และกำลังเป็นเจ้าภาพด้วยความขะมักเขม้นเวลานี้ อย่าพลาดไปมากันมากๆ)

เชิญพี่น้องเสื้อแดงไทยในอเมริกา และผู้รักชาติรักมาตุภูมิ รักประชาธิปไตยเตรียมตาสว่างกันให้พร้อม***

***ตาสว่างกลางออสเตรเลีย-26 มกราคม 2011 นี้ ทางองค์กรThai Red Australia ได้จัดให้มีกิจกรรม วันตาสว่างขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่จัดขึ้นในประเทศไทยอยู่ในขณะนี้ ในงานจะเป็นชุมนุมและมีการปิกนิค โดยเพื่อนๆสมาชิกและผู้ที่สนใจต่างนำอาหารมาร่วมรับประทานร่วมกัน และในงานจะมีการพูดถึงเกี่ยวกับวันตาสว่างด้วยโดยงานจะจัดขึ้นที่ Belmore Park ใกล้กับ Central Station และ Thai Town งานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 12.00 หรือ เที่ยงตรง เป็นต้นไป จึงขอเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกคนไปร่วมกันเยอะๆ และช่วยกันกระจายข่าวและบอกต่ิอๆกับคนที่ไม่รู้ ได้ทราบด้วย

นอกจากนี้Thai Red Australiaได้ประกาศ Boycott สินค้า มาม่า และ การบินไทย โดยจัดทำประกาศทั้งฉบับภาษาไืทยและภาษาอังกฤษ ทั้งนี้ทางองค์กรก็ขอให้เพื่อนสมาชิกทุกคนช่วยหยุดให้การสนับสนุนสินค้าดังกล่าว เพราะว่าเจ้าของสินค้าเหล่านี้ให้การสนับสนุนรัฐบาลชุดนี้มาฆ่า และทำร้ายประชาชนที่มาเรียกร้องประชาธิปไตย

ดังนั้นทางองค์กรจึงขอให้เพื่อนสมาชิกช่วยกันกระจายข่าวบอกต่อกับคนที่ไม่รู้ด้วย และช่วยกันพิมพ์เอกสาร Boycott นี้ ไปติดตามที่สาธารณะและเผยแพร่ไปตามชุมชนต่างๆได้รับทราบกันด้วย ซึ่งเพื่อนสมาชิกทุกคนสามารถทำไ้ด้เลยตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป***

***ตาสว่างกลางยุโรป นปช.ไทยในสหภาพยุโรป พบกันหลังวันหิมะละลาย-The United Front for Democracy Against Dictatorship Thai of Europe (UDD Thai of Eu) แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งสหภาพยุโรป หรือ "นปช.เสื้อแดงไทยในอียู" ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของชาวไทยในยุโรปหลายประเทศ เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ สวีเดน เดนมาร์ค นอร์เวย์ ฟินแลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ ฯลฯ ขอเชิญชาวเสื้อแดงในยุโรปชุมนุมพบกันหลังวันหิมะละลาย ประสานกขมิ้นแดงและมวลชนคนหัวใจสีแดง

ในวันเสาร์ที่ 29 มกราคม ที่เมือง wuppertal เวลา 15.00 เป็นต้นไป ณ Bangkok haus, Beckmanshof 20
42275 Wuppertal-barmen ถามรายละเอียดที่ คุณบี 0202 515 820 40 คุณพัช 0163 844 1898 ***

***ตาสว่างทุกที่ ญี่ปุ่นก็ตาสว่าง จัดงานเราไม่ทอดทิ้งกัน


RED IN JAPAN นัดพบกันอาทิตย์ที่ 23 มกราคมนี้ ขอเชิญพี่น้องชาวไทยในญี่ปุ่นร่วมงาน"รวมน้ำใจจากREDIN JAPAN สู่ RED IN THAILAND" เพื่อเป็นการส่งขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องเสื้อแดงทางเมืองไทยที่ร่วมกันต่อสู้เพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่แท้จริง เราไม่ทอดทิ้งกัน ตาสว่างทุกที่ ญี่ปุ่นก็ตาสว่าง งานนี้วิทยากรขวัญใจคนเสื้อแดงให้เกียรติโฟนอิน และโฟนอินจากพี่น้องเสื้อแดงทั่วโลก

พบกันที่ร้านอาหารไทยกระถิน ชิบะเคน 09.00 น.เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดโทร 0903526155 , 0902749299,09015573274 และอีกหลายเบอร์ คลิ่กดูที่โปสเตอร์ด้านบน***

***บรรยากาศต่างประเทศที่คึกคักอย่างนี้ ทำให้หวนนึกถึงการรวมตัวของคนไทยในต่างประเทศ ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475และการก่อตั้งขบวนการเสรีไทยในต่างประเทศเพื่อปลดแอกไทยจากญี่ปุ่น ส่วนการรวมพลังในต่างประเทศหนนี้ จะมีหลักหมายสำคัญในการก่อการไปสู่การเปลี่ยนแปลงใด...โปรดรอชมด้วยดวงหฤทัยระทึกตึ๊กๆตั๊กๆ***

***คิวกิจกรรมของแดงเชียงใหม่
คลิกดูที่ภาพเพื่อดูละเอียดได้จ้าสำหรับหมู่เฮาชาวเจียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง***

***นางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด ป่วยด้วยโรคข้อต่อขากรรไกรยึดติดเรื้อรัง ตอนนี้จะส่งตัวดา ตอร์ปิโดออกมาทำการผ่าตัด ที่รพ.ภายนอก ซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด

หากพี่น้องเสื้อแดงผู้ใดประสงค์ที่จะช่วยเหลือดา สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด สามารถโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่พี่ชายดา ตอร์ปิโด โทร.080-0452818 หรือโอนเงินเข้ามาได้ที่บัญชีออมทรัพย์ ชื่อ นายกิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาถนนพูนผล เลขที่ 297-1-25805-5***
*******
มุมเวบไซต์ประชาธิปไตย

วิกิลีกส์ฉบับแปลไทย

***ได้มีผู้จัดทำเวบไซต์วิกิลีกส์ฉบับภาษาไทยโดยแปลจากวิกิลีกส์ในส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทยเป็นตอนๆ เราเห็นว่าบางตอนน่าสนใจ และพอจะเผยแพร่ต่อในวงกว้างได้ จึงนำเสนอบางตอนดังต่อไปนี้ ส่วนตอนอื่นๆผู้อ่านสามารถติดตามได้ที่เวบไซต์ http://www.thaicableleaks.cx.cc/main/th***

เพิ่มเวบไซต์เสื้อแดงในต่างประเทศ

ไทยยูเคนิวส์
นปช.USA
อาจารย์ใจ อึ๊งภากรณ์(ภาษาไทย)
เสื้อแดงไทยในสหราชอาณาจักร
เสื้อแดงไทยในสหภาพยุโรป(แดงEU)
เสื้อแดงไทยในเยอรมนี
เสื้อแดงไทยในออสเตรเลีย
เสื้อแดงไทยในสวีเดน
เสื้อแดงอิลลินอยส์ อเมริกา
เสื้อแดงL.A.อเมริกา


***ไทยอีนิวส์เพิ่มบล็อกแนะนำเวบไซต์เสื้อแดงไทยในต่างประเทศไว้ที่มุมขวาของหน้าแรก อยู่ด้านล่างเวบบอร์ดลงมาหน่อย เชิญตามไปชมครับ หากตกหล่นที่ไหน แสดงว่าเราตกข่าว รบกวนผู้รู้แจ้งเพิ่มเติมมาด้วย เพื่อให้เสื้อแดงในประเทศนั้นๆได้เป็นเววทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เพื่อเสริมสร้างความตาสว่างไปทั้งโลก***

ประชาสัมพันธ์

สนับสนุน SMS-TPNews (Thai People News) : ข่าวสารสำหรับผู้รักประชาธิปไตย โดยทีมงานมืออาชีพ ส่งตรงถึงมือถือทุกวัน สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน พิมพ์ PN ส่งมาที่เบอร์ 4552146 ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน Call center: 084-4566794-5 (จ.- ศ. 10.00-18.00 น.) e-mail : tpnews2009@gma , บล็อก : http://wwwthaipeoplenews.blogspot.com/

********

"ไข่มาร์ค"ชั่งกิโลฯ โอ้โห!!! ไม่เข้าท่าอย่างแรง!!! เสียงสะท้อนผู้ค้า-แม่บ้าน-ร้านอาหาร-ประชาชน

ที่มา มติชน



















รับชมข่าว VDO

คลิกชมคลิป นานาเสียงสะท้อน จากผู้ขายถึงผู้ซื้อไข่ไก่ ที่สัญลักษณ์ วิดีโอ

กลายเป็นประเด็น "ระดับชาติ" ไปอีกเรื่อง สำหรับ นโยบาย(ทดลอง)ชั่งกิโลไข่ไก่ ไอเดียแบบงงๆ ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่เสนอขึ้นมา ตาม โครงการประชาวิวัฒน์ของรัฐบาล ด้วยเจตนาแบบ "หวังดี" เพื่อลดต้นทุนในการขนส่งของผู้ค้า ลดค่าครองชีพให้แก่ผู้บริโภค


และทาง กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ก็ดันรับลูกเอาเสียด้วย ทั้งยังหารือร่วมกับสมาคมผู้ผลิต ผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ ชมรมผู้ค้าไข่ไก่ สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ไปเมื่อ 19 ม.ค. 54 ก็ปรากฎว่า ทุกฝ่ายเห็นชอบร่วมกันจะเริ่มทดลองขายไข่ไก่เป็นกิโลกรัมตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ เป็นต้นไป โดยจะนำร่องเฉพาะตลาดในกทม.ก่อน รวม 30 แห่ง


กำหนดขายปลีกไข่ไก่คละเบื้องต้นโดยใช้เกณฑ์ให้ส่วนแบ่งกำไรแก่ผู้ค้าปลีก 5-8 บาท/กิโลกรัม หรือกำไรฟองละ 30 สตางค์ จากราคาขายไข่ไก่คละหน้าฟาร์มปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่กิโลกรัมละ 45 บาท หากคิดเป็นราคาจำหน่ายปลีกจะอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 50-53 บาท


กับเรื่องดังกล่าว เมื่อผู้สื่อข่าว มติชนออนไลน์ ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นผู้ขายไข่ไก่ และผู้บริโภค ยังตลาดสดต่างๆ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ไม่ว่าจะเป็น ตลาดแสนสุข ย่านพระราม 4 ตลาดคลองเตย ตลาดประชานิเวศน์ 1 หรือแม้กระทั่งตลาดเทศบาลเมืองพระประแดง จ.สมุทรปราการ ก็ได้รับเสียงสะท้อนส่วนใหญ่ ที่มองว่า ไม่เห็นด้วย


เหตุผลหลักที่หลายคนเห็นพ้อง คงหนีไม่พ้น "ความยุ่งยาก-ลำบาก" ในการซื้อขาย ด้วยไข่ไก่ที่วางขายอยู่ปัจจุบันนี้ ก็มีการคัดแยกเกรด และขนาด ไข่ไก่ไว้อยู่แล้ว โดยมีเบอร์กำหนดขนาด 0 - 6 ซึ่งเบอร์ 0 จะเป็นไข่ไก่ที่ขนาดใหญ่ที่สุด ไล่ลำดับความใหญ่ถึงเล็กลงมา จนถึงเบอร์ 6 แต่ระหว่างเบอร์ ก็ไม่ต่างกันมาก ซึ่งราคาก็ต่างกันไป...


และหากมา ชั่งกิโลขาย อัตราเสี่ยงต่อการที่ไข่ไก่จะ "แตก" จากการกระแทกเมือ่นำมาชั่งกิโลก็จะเพิ่มความเสี่ยงสูงเข้าไปอีก ทำให้การซื้อขาย ช้าลง และคนก็จะเลือกไข่ไก่แต่ไซส์ใหญ่ ๆ แล้วไซส์เล็กๆ ก็เกรงว่าจะขายไม่ได้ เสียเวลา ยุ่งยากเข้าไปใหญ่


อีกอย่างหนึ่งต้องยอมรับว่า "วัตถุประสงค์" ของผู้ซื้อไข่ไก่ ก็จะจำแนกไปตามประเภทของการบริโภค เช่น ร้านอาหาร ก็จะเลือกไซส์ 2-3 ซึ่งเป็นไข่ไก่ขนาดกลางมาทำกับข้าว ร้านทำขนมหวาน ก็อีกขนาด หรือผู้ที่รักสุขภาพ และต้องทานไข่ตามที่แพทย์แนะนำ ส่วนใหญ่ก็จะเลือกซื้อไข่ไก่เบอร์ 0 ไปรับประทาน


สิ่งเหล่านี้ คือ "พฤติกรรม" ของผู้ซื้อ และผู้ขาย ที่ปฏิบัติจนกลายเป็นธรรมเนียมจนเคยชิน เมื่อไปซื้อไข่ ต้องเลือกหยิบตามตะกร้า หรือกระจาดหรือจะซื้อเป็นแพค หากรัฐบาล จะทดลองเปลี่ยนวิธีคงยาก ที่มากคนจะรับได้...


ต้องติดตามดู ระยะเวลานำร่อง 2- 3 เดือนนี้ดูไปก่อน ว่า "เรื่องไข่ๆ" ในรัฐบาล"อภิสิทธิ์" จะ "ราบรื่น" หรือ "ล้มเหลว" ไม่เป็นท่า....(อีกแล้ว)

เพื่อไทยสะท้อน 3 เงื่อนไข'เฉลิม'

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ รายงานพิเศษ



การออกมาทิ้งไพ่ 3 เงื่อนไขของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย คือ ชู 'ทักษิณ' หาเสียง แบ่งสนามเลือกตั้งกทม.เป็น 3 โซน และปรับดีกรีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

พร้อมคำขาดหากภายใน 3 เดือนไร้เสียงตอบรับก็จะทิ้งพรรคเพื่อไทยออกไปตั้งพรรคใหม่

ซึ่งตัวแทนกลุ่มต่างๆ ในพรรคเพื่อไทยได้สะท้อนความคิดเห็นต่อเงื่อนไขและคำขาดของร.ต.อ.เฉลิม ไว้ดังนี้

ไชยา พรหมา

ส.ส.หนองบัวลำภู

กลุ่มนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์



ต้องเคารพความเห็นของร.ต.อ.เฉลิม เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ในพรรค เป็นผู้ที่มีคุณูปการต่อพรรค เป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีความรู้เรื่องการเมืองอย่างลึกซึ้ง มีข้อมูลและศักยภาพในการหาข้อมูล

เมื่อเสนออะไรก็ต้องรับฟังเพราะพรรคจะขาดท่านไม่ได้ เพราะจะมีปัญหาเรื่องการปราศรัยหาเสียงและคะแนนนิยมในภาคอีสานทันที เพราะต้องยอมรับว่าคะแนนนิยมของ ร.ต.อ.เฉลิม ในภาคอีสานมีมากจริงๆ

ส่วนข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อนั้น ในส่วนของการปรับภาคส่วนกทม. ร.ต.อ.เฉลิม พูดมาหลายครั้งแล้ว โดยให้เหตุผลว่าเป็นพื้นที่ที่มีส.ส.มาก หากแบ่งกันดูแลเท่ากับการแบ่งเบาภาระ

แต่เป็นเรื่องที่ต้องเข้าสู่ที่ประชุมพรรคเพื่อหารือกัน และบุคคลที่เกี่ยวข้องต้องตัดสินใจ

สำหรับเรื่องการชูพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในการหาเสียงเลือกตั้งนั้น ต้องทำความเข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยกับพ.ต.ท.ทักษิณ อย่างไรก็ตัดกันไม่ขาด เหมือนเป็นสิ่งเดียวกันอยู่แล้ว

แต่ปัญหาคือขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่อยู่ ต้องหาคนมานำพรรคแทน

โดยคนๆ นั้นต้องยึดหลัก 3 อย่าง คือ ชูพ.ต.ท. ทักษิณ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จในอดีต ต้องต่อยอดความสำเร็จให้เห็นเป็นรูปธรรมได้ และพัฒนาแนวทางนโยบายต่อไป

นี่คือการทำให้พรรคเป็นสถาบัน ไม่ใช่เรื่องก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะหากก้าวข้ามคือการไม่สนใจ แต่นี่ยังไงเราก็ต้องชูพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่แล้ว

ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะนี้พรรคยังไม่มีมติอะไรออกมา แต่คิดว่าการอภิปรายจะขาด ร.ต.อ.เฉลิม ไม่ได้ เพราะคนติดตามข้อมูลและลีลาการอภิปรายของท่านจำนวนมาก

ที่สำคัญแนวทางของร.ต.อ.เฉลิม เป็นคนละแนวกับนายมิ่งขวัญ และทั้งสองเป็นบุคลากรที่สำคัญของพรรค ก็ไม่ควรมีความขัดแย้งกัน

พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ

ส.ส.ศรีสะเกษ

กลุ่มร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง



สิ่งที่ร.ต.อ.เฉลิม เสนอไปทั้ง 3 ข้อถือว่าถูกต้องแล้ว ทั้งเรื่องการเสนอให้ชูพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะถ้าไม่ชูพ.ต.ท. ทักษิณ แล้วจะไปชูใคร

ส่วนเรื่องภาคกทม. ที่เสนอให้ปรับก็มีเหตุผล ถามว่าฝั่งธนบุรีตอนนี้พรรคมีส.ส.หรือไม่ ก็ให้ร.ต.อ.เฉลิม มาดูแลบ้าง จะเป็นอะไร ยุทธวิธีต้องปรับเปลี่ยนตลอดเวลา

ตอนนี้กทม.มีส.ส. อยู่กี่คนก็รู้ๆ กันอยู่ ให้คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ดูแลมา 2 สมัย ก็เห็นกันอยู่ว่าเป็นยังไง มีส.ส.อยู่กี่คน

หรือจะให้นายวิชาญ มีนชัยนันท์ มาดู คนๆ นี้เป็นส.ส.หลังผมเสียอีก แล้วเมื่อร.ต.อ.เฉลิม มีศักยภาพทำได้ ทำไมจะไม่ให้มาดู วันนี้มามัวเกรงใจคนๆ เดียว มันก็ไม่ไหว

สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังไงก็เชื่อว่าร.ต.อ. เฉลิม ต้องร่วมวงด้วย แต่อาจแบ่งกันดูแลรับผิดชอบ

ร.ต.อ.เฉลิม ดูประเด็นเรื่องการเมือง เรื่องการเสียชีวิต 91 ศพ ส่วนนายมิ่งขวัญ ดูเรื่องประเด็นเศรษฐกิจ ต่างคนต่างสรุปในประเด็นของตัวเอง ไม่มีปัญหา

เชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ทำให้เกิดความแตกแยกแน่นอน

ไม่มีทางที่ร.ต.อ.เฉลิมจะทิ้งพรรค ท่านเป็นคนมีเหตุผล ที่ผ่านมาได้โทรศัพท์คุยกันอยู่ เชื่อว่าท่านไม่ทิ้งพรรคแน่ เพราะร.ต.อ.เฉลิม เป็นคนมีเหตุผล

ที่สำคัญคนแดนไกลไม่ยอมให้ท่านไปไหนแน่นอน

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ

รองประธานภาคกทม.

กลุ่มคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์



ที่ผ่านมาหากผู้ใหญ่ในพรรคต้องการเสนอปรับปรุงรูปแบบของพรรค สามารถเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคได้อยู่แล้ว หากที่ประชุมเห็นชอบก็นำเรื่องเข้าที่ประชุมส.ส.พรรคเพื่อลงมติ

ดังนั้น ข้อเสนอของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่เสนอให้ปรับ เปลี่ยนรูปแบบภาคกทม. ก็ทำได้ แต่ทุกอย่างอยู่ที่ประชุมพรรคจะมีความ เห็นอย่างไร

ในส่วนของภาคกทม. เท่าที่หารือกันยังเห็นว่ารูปแบบการบริหารงานที่เป็นอย่างนี้ คล่องตัวดีอยู่แล้ว แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรคจะมีความเห็นอย่างไร

สำหรับการเสนอชูพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นจุดขายนั้น

พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นบุคคลที่ได้รับความนิยมจากประชาชนส่วนใหญ่อยู่แล้ว เพราะประชาชนเห็นถึงความสำเร็จในการแก้ปัญหาโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ

ดังนั้น การจะนำแนวความคิดหรือนโยบายในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณขึ้นมานำเสนอต่อประชาชน เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับ

ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องดูที่เนื้อหาสาระ การอภิปรายที่ผ่านมาถือว่ามีประโยชน์กับประชาชน ด้วยการเน้นเรื่องเนื้อหาสาระมากกว่าเน้นวาทกรรมหรือวิวาทะกัน ดูได้จากการพิจารณาของสื่อมวลชน อย่างผู้ที่ได้เป็นดาวสภาคือส.ส.ชวลิต วิชยสุทธิ์ ซึ่งไม่ใช่คนดุดัน แต่ได้รับการยอมรับจากสื่อ

ดังนั้น บุคคลใดจะเป็นผู้นำการอภิปราย ต้องดูจากเนื้อหาสาระเป็นหลักเช่นกัน



สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์

ส.ส.ขอนแก่น

แกนนำกลุ่มขุนค้อน

เชื่อว่าข้อเสนอ 3 ข้อของร.ต.อ.เฉลิม ไม่ทำ ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในพรรค แต่เป็นเพียงมุมมองแตกต่างกันซึ่งเป็นเรื่องปกติ หากทุกคนเห็นตรงกันหมดก็เป็นเผด็จการ

เรื่องนี้เชื่อว่าสุดท้ายแล้วผู้ใหญ่คงพูดคุยกันได้ด้วยดี อธิบายกันด้วยเหตุผลจะได้ข้อสรุปที่ดี เรื่องนี้ไม่ใช่การเอาชนะด้วยทิฐิ แต่เป็นการเสนอแนวทางกันด้วยเหตุและผล สุดท้ายก็มีทางออก

ในส่วนของส.ส.ภาคอีสาน มีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับทั้ง 3 แนวทางของร.ต.อ.เฉลิม แต่ผมขอไม่ลงลึกในรายละเอียด แต่อยากย้ำว่าหากชี้แจงกันด้วยเหตุ ปัญหาคงได้ข้อยุติ

ผมมั่นใจว่าร.ต.อ.เฉลิม จะไม่ทิ้งพรรคเพื่อไทยออกไปตั้งพรรคใหม่แน่นอน เพราะท่านมีเหตุผลและหวังดีกับพรรค จึงเสนอแนวทางเพื่อปรับปรุงพรรค

หากมีการรับฟังกันทั้งสองฝ่าย ไม่มีอะไรต้องกังวล



ไพจิต ศรีวรขาน

ส.ส.นครพนม

แกนนำกลุ่มอีสานพัฒนา

ข้อเสนอของร.ต.อ. เฉลิม เรื่องการชู พ.ต.ท. ทักษิณ เป็นจุดขายนั้น ผมเห็นด้วยและไม่มี ส.ส.อีสานคนไหนที่จะไม่เห็นด้วย

ส่วนอีก 2 ข้อเสนอที่เหลือ โดยเฉพาะการแบ่งโซนกทม. ควรไปถาม ส.ส.กทม. เราจะไม่เข้าไป ก้าวล่วง เพราะแต่ละภาคจะมีการแบ่งการจราจรของเขา

เรื่องที่เกิดขึ้นทุกฝ่ายควรรับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน ผู้เสนอก็ควรรับฟังความคิดเห็นของส.ส.และสมาชิกพรรค ขณะที่ส.ส.เองก็ต้องรับฟังเสียงของผู้เสนอเช่นเดียวกัน

เพราะเราอยู่กันแบบครอบครัว เมื่อมีอะไรก็ต้องพูดคุยซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รอมชอมผ่อนสั้นผ่อนยาวกันได้ ก็ควรต้องร่วมมือกัน

ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงสำคัญที่ต้องร่วมมือกันโดยเฉพาะเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ควรจับมือกันทำงานให้กับพรรค ไม่ควรมีเงื่อนไขอะไรมากดดัน เพื่อให้เกิดความระส่ำระส่ายขึ้นภายในพรรค ผมคิดว่าเรื่องนี้ควรมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนในที่ประชุมส.ส.

ส่วนที่ร.ต.อ.เฉลิม ระบุหากภายใน 3 เดือนไม่ได้รับการตอบรับจากภายในพรรคเพื่อไทยจะลาออกไปตั้งพรรคใหม่นั้น

ปกติแล้วนักการเมืองจะไม่พูดว่าอยากได้อะไร หรือไม่อยากได้อะไร พอไม่ได้ดั่งใจแล้วออกมาพูด ไม่มีใครเขาทำกัน เป็นเรื่องไม่สร้างสรรค์ที่จะออกมาพูดให้เป็นเงื่อนไข สุดท้ายจะเกิดปัญหาขึ้นและเป็นการกดดันกันเอง

แต่กรณีนี้เป็นกรณีพิเศษและเป็นคนพิเศษ จึงมีการออกมาพูดเช่นนี้

ผมอยากย้ำว่าทุกคนเมื่อฟังกันแล้วปัญหาจะคลี่คลาย และมีทางออกได้แน่นอน

จาก ผู้ต้องขังนิรนาม

ที่มา thaifreenews

โดย LIBRA

อ่านเจอจากIF ขอชื่นชมกลุ่มเร็ดแคมฟร็อกมากๆค่ะ

http://www.internetfreedom.us/thread-10006.html

จาก ผู้ต้องขังนิรนาม

ขอขอบคุณสหายกลุ่มเรดแคมฟร์อก

สวัสดีครับพี่พิชัย และพี่มิโกะที่นับถือ ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบคุณ พี่ทั้ง 2 คนรวมถึงคณะทำงานในกลุ่ม “เรดแคมฟร์อก” ทุกท่านสำหรับการให้ความช่วยเหลือพวกเรา เหล่าผู้ต้องขังคดีเสื้อแดงที่ถูกจองจำอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และเรือนจำอื่นๆ ที่ทางกลุ่มได้ยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือใน 2 ครั้งที่ผ่านมา และต้องกราบขออภัยจริงๆ ที่ผมยังไม่เคยได้แสดงการขอบคุณทางกลุ่ม “เรดแคมฟร์อก” อย่างเป็นทางการซักที (เพราะลืมขอที่อยู่ในการติดต่อกลับ) ดังนั้นผมขอถือเอาโอกาสนี้ ในการแสดงความขอบคุณในน้ำใจ และความเสียสละ ที่ช่วยเหลือพวกเราแบบปิดทองหลังพระมาโดยตลอด

ผมขอบอกตามตรงนะครับว่า ภายหลังจากที่พวกเราหลายคน รวมถึงแกนนำถูกจับกุมคุมขังมาตั้งแต่เริ่มชุมนุมใหญ่ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน 12 มีนาคม 2553 พวกเราต่างประสบความยากลำบากแตกต่างกันไป ในที่นี้ผมจะไม่ขอกล่าวถึงกลุ่มแกนนำที่พวกเขาอาจได้รับความสะดวกสบายมากกว่า เพราะทาง นปช ได้ให้การดูแลอยู่ในฐานะแกนนำ ซึ่งพอจะมีทุนอยู่บ้าง และแน่นอนถ้าพูดตามหลักความจริงแล้ว แกนนำย่อมสำคัญกว่าเสมอ

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ยังมีนักโทษอีกกลุ่มหนึ่ง ที่สำหรับผมแล้วคิดว่ามีความสำคัญไม่แพ้กัน แต่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในด้านชีวิตความเป็นอยู่ การสนับสนุนต่างๆ ตลอดเวลาทีอยู่ในเรือนจำบางคนไม่มีเงินสำหรับใช้จ่ายเลย บางคนไม่มีข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น บางคนต้องต่อสู้คดีโดยลำพัง อย่างโดดเดียวไร้การแนะนำทางคดี บางคนไม่มีแม้ญาติพี่น้องมาเยี่ยม หรือบางคนญาติไม่กล้ามาก็มี เหล่านี้คือความจริงที่เกิดขึ้นกับพวกเราในปัจจุบันนี้ ซึ่งใครไม่เคยเข้าคุกมาก่อนย่อมไม่เข้าใจหรอกว่ามันมีความทุกข์ทรมานเพียงใด ซึ่งผมเองก็อยู่ในกลุ่มหลังนี้ และเข้าใจในจุดนี้ดี

บางคนไม่รู้ ก็อาจจะได้ทราบข่าวว่า มีการยื่นมือเข้ามาช่วยของภาพส่วนต่างๆ เช่นตัวแทนพรรคการเมือง ตัวแทนของฝ่าย นปช.เอง หรือองค์กรอื่นๆ เข้ามาดูแลเอาใจใส่พวกเราเป็นอย่างดี แต่ในความจริงแล้ว มีการเข้ามาจริง แบบนับครั้งได้ นั้นคือครั้งแรกเมื่อตอนหลังสลายการชุมนุมใหม่ๆ มีคณะ สส.จากเพื่อไทยเข้ามาขอพบพวกเราทั้งหมด และครั้งนั้นได้มอบเงินช่วยเหลือคนละ 2,000 บาท พร้อมข้าวของเครื่องใช้จำนวนหนึ่ง รวมถึงอาหาร 1 มื้อ และหลังจากนั้นก็ไม่เคยเข้ามาอีกเลย ครั้งที่ 2 เมื่อไม่นานมานี้ คือการได้รับเงินช่วยเหลือจากทาง นปช จำนวน 5,000 บาท (ทราบว่าเป็นเงินที่ได้จากการจัดคอนเสิร์ต) และล่าสุดหลังจากที่ อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นรักษาการประชาชน นปช.ใหม่ๆ ก็มีการเข้ามาพบครั้งใหญ่ และบอกว่าจะช่วยเหลือเงินคนละ 1,000 บาท แต่จนถึงวันนี้พวกเราหลายๆ คนก็ยังไม่ได้รับเลย

การใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำดูแล้วอาจจะเหมือนง่าย เพราะมีอาหารให้กันครบ 3 มื้อ ไม่ต้องเสียเงิน แต่ “อาหารคุก” ก็จะมีคุณภาพในระดับหนึ่ง ซึ่งผมเองคงไม่สามารถจะบรรยายให้เห็นภาพได้ แต่คิดว่าพวกเราน่าจะเข้าใจดีว่ามันจะให้ดีเท่ากับข้าวแกง ถุงละ 20 บาทที่เราหาซื้อได้ตามข้างถนนก็คงเป็นไปไม่ได้

ดังนั้นถ้าเราอยากจะกินของดี เราก็ต้องซื้อเอง ไหนจะสบู่ ยาสีฟัน ยาสระผม แฟ๊บของใช้ส่วนตัวจิปาถะ ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายทั้งนั้น (ไม่นับรวมค่าขนมที่บางทีเราอยากจะกินอะไร,เล่นๆ บ้าง) มิหนำซ้ำบางคนจะมี คชจ.ในการจ้างงานเข้ามาอีก เพราะการอยู่ในคุกก็ต้องทำงาน เช่นทำถ้วยกระดาษ งานเย็บรองเท้า เป็นต้น เหล่านี้ล้วนต้องมีค่าใช่จ่ายทั้งสิ้น ถามว่าไม่จ้างได้มัย ? ตอบว่าได้นะ แต่เราก็คงต้องเหนื่อยกันทั้งวัน บางทีก็อยากจะพักบ้าง เอาเป็นว่าการใช้ชีวิตอยู่ในนี้ มันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้เงินบ้างเป็นธรรมดา ลองคิดดูละกันว่า จนถึงวันนี้บางคนเข้าเดือนที่ 8 บ้างก็ 9 กับเงินได้รับการช่วยเหลือมามันจะเพียงพอหรือไม่?

อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าการได้รับกำลังใจจากเพื่อนๆ ร่วมอุดมการณ์ ซึ่งบอกตามตรงเลยว่าพวกเราได้รับน้อยมาก เพราะพี่น้องส่วนใหญ่ที่มาเยี่ยม ก็จะเยี่ยมแต่แกนนำ แกนนำมีคนมาเยี่ยมทุกวัน มีของฝากทุกวันอย่างเหลือใช้ แถมมีคนมาให้กำลังใจทุกวัน แล้วพวกที่ไม่ใช่แกนนำละ เค้าแตกต่างจากแกนนำตรงไหน ทุกคนก็รู้สึกอยากได้กำลังใจบ้าง อยากมีคนมาเยี่ยมบ้าง อยากได้ของฝากบ้างเช่นกัน แต่พวกเราหลายคน จนถึงตอนนี้ บางคนก็ไม่เคยมีญาติมาเยี่ยมเลยก็มี

ขออภัยที่คุยนอกเรื่องไปมาก ที่ผมเขียนมาทั้งหมดนี้ก็เพราะต้องการจะขอนำเสนอความจริงที่เกิดขึ้น ให้กับพี่ๆ เพื่อนๆ ได้รับรู้และเข้าใจความจริงจากคนที่อยู่ในคุกจริงๆ อย่างผมบ้างก็เท่านั้น ที่สำคัญที่สุดก็คือ แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าในขณะที่พวกเรา ต่างเฝ้าคอยการช่วยเหลือ เอาใจใส่ดูแลจากกลุ่มบุคคล องค์กรที่เราต่างก็คาดหวัง และฝากความหวังไว้ และท้ายสุดก็พอกับความผิดหวัง แต่กลับมีกลุ่มบุคคลที่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพวกเรา นั้นคือกลุ่ม “เรดแคมฟร์อก” ที่มีพี่พิชัย พี่มิโกะ และอีกท่านหนึ่งที่ผมขออภัยที่จำชื่อท่านไม่ได้ (พี่พิชัยบอกชื่อผมแล้วและผมลืม)

การเข้ามาช่วยเหลือในครั้งแรก ผมจดไว้ว่ามาวันที่ 12 ตุลาคม 2553 (มีพี่พิชัย,พี่มิโกะ,คุณเปมิกาและคุณสุนัน) ครั้งนั้นทราบว่าพี่ๆ ได้รายได้จากการจัด โบว์ลิ่งการกุศล และได้มอบเงินช่วยเหลือให้ผม 2,000 บาท รวมถึงสบทบทุนช่วยค่าใช้จ่ายแก่บุตรผมเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาทเช่นกัน ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมได้พบสหายที่รู้จักทางไซเบอร์ คนแรกตั้งแต่ผมถูกจับเข้ามา คือ พี่มิโกะ พี่สาวคนสวยของผม และครั้งนี้เองที่ทำให้ผมได้พบกับพี่ชายที่น่ารักอย่างพี่พิชัย (พี่ๆ อีก 2 คน ที่มาด้วยกันผมก็ดีใจที่ได้พบเช่นกันนะครับ) และครั้งนี้เช่นกันที่ทำให้ผมรู้สึกว่า “เพื่อนๆ ทางไซเบอร์ ไม่ได้ทอดทิ้งผม

พี่มิโกะบอกว่ากลุ่มเรดแคมฟรอก เป็นกลุ่มทำงานเล็กๆ ที่ทำกันเพียงไม่กี่คน และพี่พิชัยก็เคยเล่าให้ผมฟังว่า พวกพี่ๆ และทีมงานเพียงไม่กี่ชีวิตนี่แหละ ที่เสียสละความสุขส่วนตัวกัน โดยการไปยืนถือกล่องรับบริจาคเงินให้กับพวกเราโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พี่เชื่อมัยว่าผมจินตนาการเห็นภาพ พี่ๆ ยืนถือกล่องรับบริจาคเงินเพื่อมาช่วยพวกผมแล้ว ผมตื้นต้นใจจริงๆ เพราะแน่นอนว่ามันคงไม่ใช่เรื่องง่าย ที่กว่าจะได้เงินแต่ละบาทมาช่วยเหลือพวกเรา เหรียญบาท 5 บาท 10 บาท แบงก์ 20 แบงก์ 50 จากสิบเป็นร้อย จากร้อยเป็นพัน, เป็นหมื่น ที่หามาให้พวกเรา จากน้ำใจพี่น้องของเราเอง มันได้สร้างความประทับใจมิอาจจะลืมได้ กับพวกเราทุกคน ที่ได้รับเงินช่วยเหลือในครั้งนี้ ผมกราบขอบคุณแทนพวกเราที่อยู่ในเรือนจำแห่งนี้จริงๆ ครับ

และสำหรับล่าสุด กับการช่วยเหลือครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2554 พี่มิโกะ พี่พิชัย ก็ได้กรุณาช่วยพวกเราอีกครั้ง ทราบมาว่าได้มาจากการจัดงานโบว์ลิ่งการกุศล แต่รายได้หลักมาจากได้รับความเมตตา บริจาคใส่กล่องมาให้ ครั้งนี้ พี่พิชัยได้กรุณามาเยี่ยมผม เพราะมีมิโกะต้องทำหน้าทีโอนเงินเข้าบุ๊ค (บัญชี) พวกเรา ซึ่งดูเหมือนครั้งนี้จะให้จำนวนคนมากกว่าครั้งก่อน

พี่พิชัย ดูออกจะเหนื่อยๆ สักนิด แต่ยังคงความหล่อเนี๊ยบเหมือนเช่นครั้งก่อนๆ ผมเองทราบดีว่าพี่ๆ ทุกคนต่างทุ่มเทและเสียสละเพื่อพวกเราจริงๆ ผมไม่ทราบว่าพี่จะสามารถตีเยี่ยมผู้ต้องขังที่อยู่ในลิสต์ได้ครบทุกคนหรือเปล่า แต่เข้าใจว่าไม่น่าจะทำได้ด้วยเวลาอันจำกัด และอาจจะโอนเงินได้อย่างเดียว ซึ่งแน่นอนทุกคนที่ได้รับเงินคงจะแปลกใจว่ามีเงินเข้ามาในบัญชีได้อย่างไร และพวกเค้าเหล่านั้น จะรู้มัยว่ากลุ่มพวกพี่ “เรดแคมฟอกซ์” เป็นผู้ให้มา แล้วกลุ่ม นปช.จะรู้มัยว่าพี่ๆ ได้ช่วยแบ่งเบาภาระจากเค้า เอเชียอัพเดทจะประกาศสดุดีในการทำประโยชน์ของ “เรดแคมฟรอก” ให้คนเสื้อแดงทั่วโลกได้รับรู้ถึงความเสียสละของพวกพี่หรือเปล่า คำถามเหล่านี้เอง ที่ผมพอจะทราบคำตอบถึงได้กล้าบอกว่า การช่วยเหลือของพวกพี่คือ การ “ปิดทองหลังพระ”จริงๆ

ด้วยเหตุนี้เอง ผมจึงจำเป็นที่จะต้องเขียนหนังสือแสดงความขอบคุณ ในความเสียสละของพวกพี่ๆ ทุกคน ในฐานะที่เป็น “สื่อเสื้อแดง” คนหนึ่ง แม้เสียงของผมจะเป็นเพียงเสียงเล็กๆ ที่สะท้อนออกมาจากเรือนจำก็ตาม แต่มันมีความหมายกับผมมากถึงมากที่สุด และผมอยากให้พี่น้องของผมอีกหลายๆ คนได้รับรู้ถึงความเสียสละของพวกพี่ด้วยความจริงใจ

สุดท้ายนี้ ผมอยากให้พี่ช่วยอ่านข้อความของผมอ่านออกอากาศในช่องทางของพี่ นี่คือความจริงที่ผมอยากให้ทุกคนได้รู้ ถ้าไม่ลำบากจนเกินไปนะครับ เพราะผมเชื่อว่าข้อความของผม จะเป็นประโยชน์กับทุกๆ คน ทุกๆ ส่วนอีกมากมาย เพราะความดีควรได้รับเปิดเผย ตีแผ่ ข้อผิดพลาดควรได้รับการแก้ไขจริงมัยครับ

ผมไม่มีเจตนาที่จะก่อความเสียหายให้ใครที่ผมได้อ้างอิ้งอยู่ในข้อความฉบับนี้ และผมไม่มีเจตนาที่จะเชิดชูยกย่องใครจนเกินจริง ผมเพียงแต่ต้องการบอกความจริงที่เกิดขึ้น เท่านั้นจากมุมมอง และความคิดของผู้ต้องขังเสื้อแดงคนหนึ่งเท่านั้น

กราบขอบคุณสำหรับความเสียสละของพี่ๆ เพื่อนๆ ทีมงาน “เรดแคมฟรอก” รวมถึงแฟนรายการห้องเรดแคมฟรอก และพี่น้องเสื้อแดงทุกท่านที่เคยร่วมบริจาคเงินให้กับทางกลุ่ม เงินทุกบาททุกสตางค์ของพวกท่านได้ทำให้พวกเราหลายคนอยู่ได้ระยะเวลาหนึ่ง และมีกำลังใจที่จะเผชิญอุปสรรคต่อไป พร้อมๆ กับคนเสื้อแดงทุกคนครับ

เชื่อมั่น ศรัทธา ตลอดไป
จาก ผู้ต้องขังนิรนาม


----------------------------------------------------
เมื่อคืนวันที่ 21 มกราคม 2554 เอกสารฉบับนี้เราได้อ่านให้คนในห้อง Cam frog ฟังกันประมาณ 80 คนได้ จากที่ได้อ่านแล้ว คุณแต้ม (Tammpa) และตัวมิโกะ ต้องน้ำตาร่วง หดหู่ เศร้าใจ สงสารพวกเขา พวกเราทำได้แค่เพียงเยียวยาให้กำลังใจ แค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่ไม่รู้เมื่อไรพวกเขาจะได้รับอิสระภาพออกมา

พี่น้องร่วมอุดมการณ์ ขอให้เข้าใจเจตนาที่พวกเราขอรับบริจาคเงิน เราได้นำไปให้ถึงพวกเขาแล้วคะเงินที่ได้จากการจัดงานโบว์ลิ่ง กับเงินรับบริจาคเราจะกระจายให้ถึงพวกเขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีพี่น้องที่โดนขังที่ ตชด. คิดว่าแค่ 7 คนแต่ไปจริงกลับเพิ่มเป็น 14 คน ทางน้องเอ็มเลยต้องกระจายเหลือแค่คนละ 500 บาท ขั้นตอนเยี่ยมก็ยุ่งยากพอสมควร

ได้ข่าวอีกว่าบางคนโดนย้ายจากเรือนจำกลางคลองเปรมไปลพบุรี เพราะเขาเห็นกิจกรรมเคลื่อนไหวของกลุ่มเรา กรรมจริงๆ พวกเขาลำบากไปไกลมากขึ้นอีก ขอให้พวกเขาอย่าคิดสั่น ตัดสินใจทำร้ายตัวเองซะก่อน ให้พระคุ้มครองพวกเขาด้วยเทอญ

ขอชี้แจ้งรายละเอียดคร่าวๆ ตามรายการนี้คะ

รายการ จำนวนเงิน วันที่
เงินฝากคนในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 35 คนๆ 1,000 บาท 35,000.00 6/1/2554
เงินฝากในเรือนจำกลางคลองเปรม 7 คนๆ 1,000 บาท 7,000.00 6/1/2554
ซื้อของใช้เยี่ยมคนในเรือนจำ 3,000 บาท 3,000.00 6/1/2554
ให้เงินทนายอานนท์ นำภา 10,000.00 6/1/2554
ให้ทีมงาน "บ้านกบแดง" เยียวยาช่วยเหลือคนในเรือนจำ 10,000.00 9/1/2554
เงินฝากคนในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 4 คนๆ 1,000 บาท 4,000.00 13/1/2011
เงินฝากคนในเรือนจำ ทัณสถานหญิง 3 คนๆ 1,000 บาท 3,000.00 18/1/2554
เงินฝากคนในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 3 คนๆ 1,000 บาท 3,000.00 18/1/2554
จ่ายให้ (น้องที่ออกจากเรือนแล้ว 3 คน) 3,000.00 19/1/2554
ให้ทนายอานนท์ นำไปช่วยคนในเรือนจำขอนแก่น 4,000.00 ซื้อเป็นสิ่งของ
ให้น้องเสกสิทธิ์ (ตาบอด 2 ข้าง) 3,000.00
เงินฝากเรือนจำธัญุบุรี ปทุมธานี 14 คนๆละ 500 บาท 7,000.00 19/1/2554
ค่ารถน้องเอ็มไปเรือนจำปทุมธานี 500.00 19/1/2554
รวมยอดที่จ่ายไปแล้ว 92,500.00

ยอดเงินช่วยเหลือทั้งหมด 105,750.00
หัก นำไปช่วยเหลือพี่น้องในเรือนจำ 92,500.00
เหลือเงิน 13,250.00

ทีมงาน Red Cam frog Tammpa,Mivakoe,BUN,Fullmoonnight ,และบ้านกบแดง มีน้องนก น้องทาทา น้องเอ็ม น้องโต้ และอีกหลายคน คงต้องช่วยหาทุนไปเยี่ยวยา ให้กำลังใจต่อ ตราบใดที่พวกเขายังไม่ได้รับการปล่อยตัว พวกเราก็คงต้องทำต่อไปคะ

ฝากขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่มีส่วนช่วย ปั่นน้ำใจสู่เรือนจำ พี่น้องเราไม่ทิ้งกัน คะ

ธาริต เพ็งดิษฐ์ กัดจนลืมหน้าที่

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla



"ผมไม่มีบุญคุณต้องทดแทนใคร ผมไม่ได้มาโดยระบบอุปถัมภ์
สิ่งที่ผมต้องทำคือ ทำงานให้ดีที่สุด ตรงไปตรงมาและสร้างความยุติธรรม"


คงลืมสนิท ว่าตนเคยพูดอะไรไว้ ถ้าคิดว่าตนเองทำตามหน้าที่
ตรงไปตรงมา แมวที่ไหนอยากจะขุดคุ้ยประวัติขึ้นมาด่าอย่างสาดเสียเทเสีย
แม้แต่เด็กหัวเท่ากำปั้น มันยังมองออก ว่าธาริต คนนี้ มันแค้นฝังหุ่นจริงๆ

เป็นถึงระดับอธิบดี มันจะต้องมีภาวะผู้นำหน่อยไม่ใช่แต่ ตั้งหน้าตั้งตาเลียแข้งเลียขานักการเมือง
หวังให้ตนได้ในสิ่งที่อยากได้จนตัวสั่นพั่บๆๆ

แถมทำอะไรออกหน้าออกตา จนน่าเกลียด จริงๆ ตัวมัน ก็อุบาทว์อยู่แล้ว
ยังมาเพิ่มความโคตรอุบาทว์เข้าไปอีก เฮ้อ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าแล้ว

ความเลวบัดซบ กับวีรกรรมที่ก่อไว้ ล้วนแสดงให้เห็นถึงจิตใจที่คับแคบ
บวกกับความโง่ และความคับแค้นใจ โดยไม่มองตัวเองสักนิด
ว่าทำไมคนถึงได้ชิงชัง มากมายขนาดนี้

ส่วนความหน้าด้านก็ไม่มีใครเกินเขาล่ะ ยื่นแมร่งอยู่นั่นแหละ คำร้องถอนประกันจตุพร
"เกรงว่าจตุพร จะไปสร้างความยุ่งเหยิงกับพยาน" ถุ๊ยส์
กี่ครั้งแล้วล่ะ ที่หน้าแหกกลับมา ถ้าเป็นปุถุชนคนทั่วไป
คงมียางอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนีไปแล้ว แต่นี่อะไร ด้านได้ด้านดี

ตอนนี้คงรู้ซึ้งถึงแก่นแท้ของนักการเมือง ที่อุตส่าห์เลียจนลิ้นมันแผล่บ
ผลสุดท้าย อะไรๆ มันก็ไม่สนองได้อย่างที่คิด

เห็นอาการที่วืด จากตำแหน่ง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ เมื่อวาน
เป็นภาพที่น่าสมเพชมากๆ เลย รู้ไว้ซะ "เขาไม่เอาเอ็ง" แล้ว

อย่ามัวแต่สร้างเรื่องใส่ร้ายเสื้อแดง กับหลักฐานก็มั่วๆ
จับแพะชนแกะไปเรื่อย สำเหนียกตัวเองหน่อย

"เดี๋ยวไม่มีแผ่นดินอยู่"

๓ บลา / ๒๑ ม.ค.๕๔

ซ้ำรอยเดิม

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



ก่อนที่จะไปถึงเรื่อง ทวงคนไทยคืนจากกัมพูชา
ขอทำหน้าที่ พลเมืองดี ทวงบัตรประชาชน คืนแทนประชาชนทั้งประเทศ
เวลานี้เดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า จะทำธุรกรรมก็ลำบาก
ไปติดต่อ สถานที่ราชการก็ลำบาก สมัครเรียน สมัครงาน พกใบเหลืองกัน จนเปื่อย
ต่ออายุกันรอบสองรอบสามไม่มีวี่แววว่าจะได้บัตรประชาชน ตัวจริงเมื่อไหร่
ก่อนที่รัฐบาลจะเอานโยบายประชานิยมมาล่อ เอา บัตรประชาชนคืนมาก่อนก็แล้วกัน

ชาวบ้านเขาเดือดร้อน

กรณีเขาพระวิหารมาจนถึงข้อพิพาทตามแนวชายแดน
ระหว่าง ไทยกัมพูชาจนถึง
กรณี ส.ส.ประชาธิปัตย์ พนิช วิกิตเศรษฐ์ และพันธมิตรฯกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ
วีระ สมความคิด ถูกจับกุมในข้อหาล้ำเขตแดนของกัมพูชา
แตกออกมาเป็นเงื่อนไขทางการเมืองหลายประเด็น

ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา
ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาล กับกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ
ความขัดแย้งระหว่างพันธมิตรฯกับพันธมิตรฯ
ความขัดแย้งในรัฐบาล
และสุดท้าย
การบังคับใช้กฎหมายต่อกรณีการชุมนุมของประชาชนที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างคน 2 สี

ชนวนสำคัญน่าจะไปอยู่ที่ วีระ สมความคิด
ที่ยังไม่ได้รับการประกันตัวจากศาลกัมพูชาอยู่คนเดียว
ในขณะที่ ส.ส.ประชาธิปัตย์ ได้รับการปล่อยตัวก่อนเพื่อน
และมีแนวโน้มว่า วีระ สมความคิด จะติดคุกเขมรยาว
เป็นชนวนน้ำผึ้งหยดเดียว
เมื่อผนวกกับการชุมนุมของกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติที่หน้าทำเนียบรัฐบาล
ปักหลักปักฐานกันถาวร มีสันติอโศกเป็นแม่ทัพ

งานนี้จึงมองล่วงหน้าไปถึง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และกลุ่ม ทหารเก่า
โดยเฉพาะ หน้าแหลมฟันดำ
ที่จะเข้ามาก่อเหตุเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งสำคัญอีกครั้ง

วิธีการคุ้นๆเมื่อครั้งที่พันธมิตรฯรวมตัวกันใหม่ๆ
ใช้สื่อมวลชนชักนำให้คนออกมาร่วมชุมนุมกันมากขึ้น
จู่ๆเกิดทีวีดาวเทียมช่อง 13 สยามไท ขึ้นมาถ่ายทอด
ความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ 24 ชั่วโมง
ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวที ปราศรัยโจมตีรัฐบาลแรงขึ้นเรื่อยๆ ถวายฎีกา
ท่ามกลางความไม่สบายใจของรัฐบาล

จะจุดติดหรือไม่เป็นอีกเรื่อง

แต่แนวร่วมที่จะขับไล่รัฐบาลมีเยอะ รอเวลารอจังหวะเหมาะๆ เท่านั้น
แม้จะเป็นรัฐบาลมีเส้น
แต่ที่ประมาทไม่ได้คือพลังของชาวบ้านและยุทธศาสตร์โลกล้อมประเทศ
การที่ศาลโลกเข้ามาร่วมสังเกตการณ์กรณีชาวบ้านเสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม
กรณีที่ญาติผู้เสียชีวิตนำหลักฐานไปยื่นต่อศาลโลก
กรณีที่เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยเดินสายเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม
กรณีที่นักข่าวญี่ปุ่นเสียชีวิตทุกวัน

และทุกกรณีรัฐบาลตอบไม่ได้

ถ้าไม่รีบยุบสภาในระยะเดือนสองเดือนนี้
มีแนวโน้มว่าประเทศไทยจะเกิดวิกฤติครั้งใหญ่
ระบอบประชาธิปไตยจะถูกยึดอำนาจจากปลายกระบอกปืนอีกกระทอก
ตั้งรัฐบาลแห่งชาติแข่งกับตูนิเซียไปเลย.


"หมัดเหล็ก"


http://www.thairath.co.th/column/pol/kaablook/142487

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 21/01/54

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla



ทำความจริง ให้ปรากฎ อย่าลดละ
รื้อขยะ ที่กองไว้ เมืองไทยนั่น
เพื่อน้องเกด และผองเพื่อน ตายเหมือนกัน
แถมเงียบงัน ซ่อนเร้น ความเป็นธรรม....

อย่าปล่อยให้ ฆาตกร กระฉ่อนหล้า
ใช้วาจา ย้อนยอก คอยตอกย้ำ
พวกมันยิง สั่งฆ่า บ้าระยำ
ยังใจดำ เอนเอียง คอยเบี่ยงเบน....

ถูกสะกัด ตัดทาง กระจ่างแจ้ง
แทบสิ้นแรง สิ้นหวัง ดั่งที่เห็น
รอความจริง สุดลำบาก แสนยากเย็น
ถูกละเว้น เงียบหาย มาหลายเดือน....

ขอที่พึ่ง ตามสิทธิ์ พึงคิดไว้
หวังเพียงได้ ความจริง สิ่งคลาดเคลื่อน
ยุติธรรม ตอแหลแลนด์ แสนบิดเบือน
สุดแชเชือน เหมือนถูกเหยียบ ให้เงียบงัน....

กรรมการ สิทธิมนุษยชน คนอังกฤษ
ใช่ชี้ถูก ชี้ผิด ตามคิดฝัน
ขอแค่เพียง "ความจริง" สิ่งสำคัญ
ประจานมัน ผู้สั่งฆ่า ประชาชน....


blablabla32@hotmail.co.th
http://www.facebook.com/profile.php?id=100001177832717
วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554

"มาร์ค"เละ

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน

สมิงสามผลัด




พลาดพลั้งทำให้ชาติเสียหาย แต่ก็แปลกใจว่าทำไมยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้

ไม่เข้าใจจริงๆ กับพฤติกรรมของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ปัญหา 7 คนไทยที่ยังคาราคาซังอยู่ตอนนี้

เป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยภายใต้การบริหารของนายอภิสิทธิ์ เสียเหลี่ยมคูให้นายกฯฮุนเซนของเขมรไปพอสมควร

เดินหมากผิด คิดเอาใจม็อบเหลือง

ส่งส.ส.พนิช วิกิตเศรษฐ์ ทะเล่อทะล่าข้ามแดนเข้าไปจนโดนจับ

ตอนแรกคงหวังปลุกกระแสคลั่งชาติย้อนยุค

แต่ปลุกไม่ขึ้น เพราะคนไทยส่วนใหญ่ไม่เอาด้วย

หรืออาจเป็นเพราะนายอภิสิทธิ์ต้องการให้กรณีที่คนไทยทั้ง 7 โดนจับกุม

จะนำไปสู่การเจรจาปัญหาเขตแดนไทย-เขมรให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

หวังเป็นผลงานโบแดงของรัฐบาล

แต่มันไม่ได้เป็นไปตามเกมที่วางไว้

เพราะดันมีหลักฐานคลิปวิดีโอโจ๋งครึ่ม

เขมรเลยรู้หมดใครบงการ ใครสั่งการ ใครอยู่เบื้องหลัง

ก่อนปล่อยคลิปฟ้องสายตาชาวโลกไปแล้ว

แผนการที่วางไว้เลยพังไม่เป็นท่า

จะแก้ตัวยังไงก็ไม่ขึ้น ทำได้แค่อ้ำๆ อึ้งๆ

สุดท้ายก็ต้องเจรจาพัลวันให้เขมรปล่อยคนไทยทั้ง 7

ฝ่ายเขมรก็ได้ทีขี่แพะไล่ ทยอยให้ประกันทีละชุด

ชุดแรก 2 คน ชุดหลังอีก 4 คน

แต่ขังเดี่ยวนายวีระ สมความคิด ไว้ในเรือนจำต่อ

ทำเอานายอภิสิทธิ์เจอศึกสองด้าน แก้ปัญหาทั้งในทั้งนอกประเทศ

ม็อบคนไทยหัวใจรักชาติเปิดฉากขย่มซ้ำหนักเข้าไปอีก

โจมตีหนักหน่วงว่าขายชาติ

วิ่งเต้นช่วยคนของตัวเองเท่านั้น !?

นี่ยังไม่รวมศึกเสื้อแดงที่ยังคาราคาซังอยู่เช่นกัน

ปัญหา 200 คนไทยใจสีแดงที่ยังโดนขังในเรือนจำก็รุมเร้าอยู่ไม่หยุดหย่อน

แถมส่อแววว่าจะโดนนปช.ยื่นฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศข้อหาสลายม็อบแดง 91 ศพ

บอกได้อย่างเดียวว่ายังไม่รู้ลูกผีลูกคน !?

แต่นายอภิสิทธิ์ซะอย่าง นายกฯมีเส้น

ลอยหน้าลอยตา ก้าวข้ามปัญหาต่างๆ ไปได้หน้าตาเฉย

แบบเดียวกับที่ทำกับม็อบแดง ไม่เคยรับผิดชอบกรณี 91 ศพ

แต่นายอภิสิทธิ์ต้องไม่ลืมว่าความผิดพลาดกรณีแผนส่งส.ส.พนิชไปเขมรถือว่าร้ายแรงในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ

การเจรจาให้กัมพูชาปล่อยตัวแบบฟรีๆ คงไม่มีหรอก

ไม่รู้ว่าจะต้องสูญเสียอะไรให้ฮุนเซนอีกเท่าไหร่

งานนี้บอกได้อย่างเดียวว่า "เข้าเนื้อ" !?