WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, January 24, 2011

GAG LASVEGAS: PROPAGANDA CONTROL THE MEDIA - THE MEDIA CONTROLS US

ที่มา Thai E-News


ภาพ: GAG LASVEGAS
คำ: ปีกซ้าย

เมื่อรถถังเสพสังวาสกับปากกา
อิสราเสรีก็สูญสิ้น
เมื่อจรรยาหลับไหลใต้อุ้งตีน
ทั่วแผ่นดินก็ร่ำไห้ไร้สมดุลย์

เมื่อท็อปบู๊ทดึงดูดใจกว่าไร่ส้ม
ที่เคยถ่มก็ก้มเลียจนเสียศูนย์
ที่เคยด่าว่าซากเดนปฏิกูล
กลับเทิดทูนอำนาจเถื่อนสถาปนา

เมื่อบ้านเมืองเคืองเข็ญเป็นทุรยุค
กลับเสวยสุขอำนาจวาสนา
แถมแอบอ้างยืนข้างชาติประชา
อนิจจาฐานันดร์สี่เปลี่ยนสีแล้ว

เมื่อปากกากับปืนระรื่นชู้
ให้หดหู่โหยหาละห้อยแห้ว
อยุธเยศประเทศชาติอนาถแล้ว
ไม่เหลือแววแว่วหวังหลั่งน้ำตา

เมื่อบ้านเมืองเคืองเข็ญเป็นฉะนี้
คนดีดีไม่ล้มตายก็หายหน้า
อสัตย์อธรรมอหังการ์...
ใครจักหยัดขึ้นท้าทวงสัจธรรม?

ใครจุดไฟใต้ ? ปมที่รัฐคิดไม่ออก! บอกไม่ถูก!

ที่มา Thai E-News


“ตุรงแง” คือกลุ่มคนที่มีหน้าที่ในการปฏิบัติการ ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ที่ได้ถูกกำหนดหน้าที่ในการปฏิบัติการ ตามกรอบใหญ่ที่เรียกว่า “เขตงาน” ที่กลุ่มขบวนการ BRN-COORDINATE ได้กำหนดไว้ ตามแผนการ การสร้างมวลชนและบุคลากรเพื่อ “ทับซ้อน” กับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล



โดย ปาแด งา มูกอ
24 มกราคม 2554

ตุรงแง” คืออะไร? ใคร?คือ “ตุรงแง”

“ตุรงแง” เป็นภาษาถิ่นมลายู ที่มีความหมายว่า “ทหารบ้าน”

จากข้อมูล ที่ได้มีการระบุว่า “ตุรงแง” คือกลุ่มคนที่มีหน้าที่ในการปฏิบัติการ ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

เป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ที่ได้ถูกกำหนดหน้าที่ในการปฏิบัติการ ตามกรอบใหญ่ที่เรียกว่า “เขตงาน” ที่กลุ่มขบวนการ BRN-COORDINATE ได้กำหนดไว้ ตามแผนการ การสร้างมวลชนและบุคลากรเพื่อ “ทับซ้อน” กับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล

โดยเฉพาะการทำลายความเชื่อมั่นต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกภาคส่วน ต่อการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์และเหตุการณ์การก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (รายวัน) ที่เริ่มรุนแรงมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๗ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

โครงสร้าง “ตุรงแง”

ขบวนการ BRN-COORDINATE ได้กำหนดและจัดโครงสร้างเพื่อหลอมรวม งานมวลชนและงานด้านการทหารไว้ที่ตำแหน่ง “ตุรงแง” หรือ “ทหารบ้าน” ในการทำหน้าที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวในพื้นที่ทุกรูปแบบ

ส่วนใหญ่บุคลากรในกลุ่มนี้เป็นเด็กหนุ่มที่ร่างกายไม่แข็งแรง ไม่สามารถผ่านขั้นตอนไปเป็นนักรบหลักอย่างคอมมานโด หรือกองกำลังติดอาวุธประจำหมู่บ้านอย่าง RKK ได้

แต่ได้ทำพิธี ซูเปาะ (สาบานตน) มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้รับมอบหมายให้มาทำหน้าที่ในงานโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อเบี่ยงเบนข้อเท็จจริงให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ ของขบวนการ จัดทำใบปลิว และนำพาตนเองไปอยู่ในร้านน้ำชาประจำหมู่บ้านเพื่อพูดชักจูงใจ และสร้างภาพอันเหี้ยมโหดอำมหิตของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้ชาวบ้านเกิดอาการหวาดกลัวและเกลียดชัง

ในที่สุดนำไปสู่ความร่วมมือกับขบวนการ

บางส่วนของ “ตุรงแง” ที่เข้ามาให้ความร่วมมือช่วยเหลือการปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่รัฐจนได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ ได้สวมโอกาสดังกล่าว ในการปล่อย ข่าวลวง ชี้นำ บิดเบือน และเบี่ยงเบนข้อมูลที่เป็นจริง

เพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐ เกิดความไขว้เขวหรือเข้าใจผิด อาทิ การใส่ร้ายป้ายสีกลุ่มบุคคล หรือสถาบันทางสังคม เช่น ปอเนาะ มัสยิด หรือกลุ่มประชาชนที่เป็นกลาง

เมื่อเจ้าหน้าที่ (หลงเชื่อ) ใช้กำลังปิดล้อมหรือตรวจค้น,จับกุม,ควบคุมตัวเพื่อซักถาม กลับจะเป็นการผลักกลุ่มบุคคลหรือสถาบันทางสังคมเหล่านี้ ไปสู่ความร่วมมือกับขบวนการและต่อต้านต่อสู้กับอำนาจรัฐในที่สุด

( ณ ปัจจุบันวันนี้ ยังไม่มีใครหรือหน่วยงานรัฐใดในพื้นที่ จะสามารถล่วงรู้ว่าบุคคลใดหรือบุคลากรใดรวมถึง สายข่าวหรือแหล่งข่าวคนใด คือ “ตุรงแง” ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่รู้ว่า “ตุรงแง” ได้เข้ามาแฝงตัวไว้จำนวนมากมายเท่าใด ?)

“ตุรงแง” ยังมีหน้าที่หลักอีก 3 ประการ ดังนี้

1.สืบข่าวความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รัฐ และสมาชิกใน อาเยาะห์ ทุกคนที่มีพฤติกรรมเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งพฤติกรรมของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำศาสนาในหมู่บ้านจัดตั้ง (อาเยาะห์)

2.ช่วยเหลือสนับสนุนการปฏิบัติการทางการทหารแก่กลุ่มนักรบ ด้วยการจัดหาอาวุธจากแหล่งซุกซ่อนใน อาเยาะห์ หรือจัดเก็บอาวุธที่ใช้ปฏิบัติการและอาวุธที่ยึดได้จากเจ้าหน้าที่ไปเก็บซุกซ่อนไว้ ณ แหล่งซุกซ่อนอาวุธในพื้นที่ อาเยาะห์

3.ปฏิบัติการขัดขวาง เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้การปฏิบัติการของกลุ่มนักรบประสบความสำเร็จ เช่น การตัดต้นไม้ขวางถนน โปรยตะปูเรือใบ ขัดขวางการไล่ติดตามหรือส่งกำลังมาสนับสนุนของ เจ้าหน้าที่รัฐ

นี่คือบทบาทหน้าที่อันสำคัญของ “ตุรงแง” ที่สร้างปัญหาให้กับเจ้าหน้าที่รัฐมาโดยตลอด

จากข้อมูลของที่ได้มีการระบุว่า “ตุรงแง” คือกลุ่มคนที่มีหน้าที่ในการปฏิบัติการ ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ที่ได้ถูกกำหนดหน้าที่ในการปฏิบัติการ ตามกรอบใหญ่ที่เรียกว่า “เขตงาน” ที่กลุ่มขบวนการ BRN-COORDINATE ได้กำหนดไว้ ตามแผนการ การสร้างมวลชนและบุคลากรเพื่อ “ทับซ้อน” กับการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลนั้น

รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ มีการดำเนินการหรือแก้ไขปัญหาที่สำคัญเช่นนี้อย่างไร จึงทำให้เกิดความสงสัยและคลางแคลงใจว่า ปัญหาการก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ประเทศมหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา ก็มีความเป็นห่วงเป็นใยประเทศไทยอย่างสุดซึ้งเช่นเดียวกัน

โดยได้ประสานความร่วมมือมายังรัฐบาลไทย และได้กำหนดให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ก่อการร้าย เพื่อร่วมมือในการปราบปราม กลุ่มก่อการร้าย ที่สหรัฐฯ กำหนดเป็นแผนนโยบายไว้ ซึ่งนอกจากจะใช้ในประเทศของตนเองแล้ว ยังเผื่อแผ่ไปยังประเทศพันธมิตรและประเทศในกลุ่มเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

แต่รัฐบาลไทย ต้องการสงวนไว้เป็นเพียง กลุ่มก่อความไม่สงบ (กลัวคำว่า กลุ่มก่อการร้าย เพราะว่าคำนี้ เก็บไว้ใช้ใน กทม.และกลุ่มเสื้อแดงโดยเฉพาะ)ไว้เท่านั้น


แต่จากข้อมูลความเป็นจริงที่มีการระบุว่า การก่อการร้าย ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TERRORISM IN SOUTHEAST ASIA) เป็นปัญหาที่สำคัญอีกปัญหาหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(Southeast Asia) ซึ่งมีอยู่ 11 ประเทศ คือ บรูไน กัมพูชา ติมอร์ตะวันออก อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม

โดยเฉพาะปัญหา การก่อการร้าย ในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย จะมีความรุนแรงกว่าประเทศอื่นในภูมิภาคแห่งนี้ ได้แก่ กลุ่มอาบูไซยาฟในฟิลิปปินส์ และกลุ่มเจไอของ ญะมาอะห์ อิสลามียะห์(Jama ah Islamiyah)ในอินโดนีเซีย ที่มีความชัดเจนมากที่สุด

สำหรับเหตุการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยนั้น ยังไม่มีผู้ชี้ชัดว่ามีการเชื่อมโยงโดยตรงกับกลุ่มก่อการร้ายทั้งสองกลุ่ม

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงมีคำถามว่าแล้วทำไม สหรัฐอเมริกา จึงต้องให้รัฐบาลไทยร่วมมือในการปราบปราบกลุ่ม ก่อการร้าย ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งๆที่ไม่มีความชัดเจนของกลุ่ม ก่อการร้าย ไม่มีความชัดเจนของกลุ่มที่ต้องการ แบ่งแยกดินแดน

สรุปแล้ว ในเมื่อความไม่ชัดเจนไม่ว่าจะเป็น กลุ่มก่อการร้ายหรือกลุ่มก่อความไม่สงบและกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ไม่เคยปรากฏตัวเหมือนดังเช่น กลุ่มก่อการร้าย,กลุ่มก่อความไม่สงบ,กลุ่มแบ่งแยกดินแดนในประเทศอื่นๆ ที่เขาปฏิบัติกัน จนกลายเป็นระดับก่อการร้ายสากล

ตรงกันข้ามกลับมีแต่ความว่างเปล่า ไร้ตัวตน ไร้ร่องรอย แต่ศักยภาพในการก่อความไม่สงบกลับรุนแรงและอันตรายร้ายแรงอย่างยิ่ง หรือว่า ทหารตำรวจและหน่วยงานภาครัฐของเรา กำลังต่อสู้อยู่กับ “ผี”

แล้วหน่วยกำลัง “ผี” เหล่านี้ (ไม่ว่าจะมีชื่อเรียกว่าอย่างไรก็ตาม) ใคร? เป็นคนสร้างมันขึ้นมา และเพื่อวัตถุประสงค์อะไร? ในการสร้างสถานการณ์,เหตุการณ์ความรุนแรง จนสร้างความเสียหายต่อชีวิตทรัพย์สินทั้ง จนท.รัฐและประชาชนไปเป็นจำนวนมาก

*******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-ไฟใต้่ที่รัฐไม่กล้ามอง ไม่กล้าแก้ และไม่กล้าพูด! ..นโยบายที่จะให้ “ทำงานแข่งกัน” เพื่อแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี ยศ,ตำแหน่ง,เงินเดือน ที่สูงขึ้น เป็นเดิมพัน จึงกลายเป็น “ทำงานปัดแข้งปัดขากัน” ท้ายสุดกลายเป็น “การทำลายล้างกัน”ในที่สุด มิฉะนั้นแล้วจะมีคำว่า “เกลือเป็นหนอน,หนอนบ่อนใส้ หรือ มีใส้ศึก ” เกิดขึ้นในเหตุการณ์บุกทะลวงฐานปฏิบัติการพระองค์ดำ ในครั้งนี้

แดงขึ้นเวทีเหลืองแจงไม่เคยยกป้ายด่าสมัคร

ที่มา Thai E-News

ร.ต.ธนะสิทธิ์ เสื้อแดงขึ้นเวทีเหลืองปฏิเสธไม่ได้เป็นคนยกป้ายด่าสมัครที่ฮิวส์ตัน


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
24 มกราคม 2554

หมายเหตุไทยอีนิวส์:หลังจากเปิดโครงการเส้นทางสีแดง 2,438 กิโลเมตร และได้แวะไปทักทายจับมือและขึ้นเวทีพันธมิตรเมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา จนตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของมวลชนเสื้อแดง กระทั่งนปช.แดงทั้งแผ่นดินออกมาแถลงข่าวยืนยันไม่ใช่นโยบายของเสื้อแดงที่จะร่วมมือกับพันธมิตร ล่าสุดคุณFORDแกนนำกลุ่มเส้นทางสีแดง ที่เป็น"แดงขึ้นเวทีเหลืองพันธมิตร"และร.ต.ธนะสิทธิ์ พิพุฒ แกนนำอีกรายได้มีคำชี้แจงมา ดังต่อไปนี้


ตามที่มีผู้กล่าวหาตามอินเตอร์เน็ต และกระดานสนทนาคนเสื้อแดง นำเสนอข้อมูลว่า แกนนำในกลุ่มคนเสื้อแดงนอกจากคุณฟอร์ดแล้ว ที่เหลือมีประวัติที่น่ากังขา เช่น เรืออากาศตรี ธนะสิทธิ์ พิพุฒ เป็นพวก"ธรรมยาตราสันติอโศก" เคยไปชูป้ายประท้วงนายสมัคร สุนทรเวช ขณะไปรักษาตัวที่ฮิวส์ตัน สหรัฐอเมริกา ในขณะที่สมัครกำลังป่วยด้วยโรคมะเร็ง นั้น

ร.ต.ธนะสิทธิ์ได้ชี้แจงผ่านไทยอีนิวส์ว่า "การไล่ลุงหมัก ไม่ใช่ผมแน่นอน ยินดีให้ตรวจสอบ พาสปอร์ต/วีซ่าเฃ้าอเมริกา และผมเป็น MR. FITNESS การบินไทย เป็น นักปั่นจักรยาน หุ่นเฟิร์ม ไม่เฟอะฟะเหมือนคนในรูปตัดแปะ"

เขาชี้แจงเพิ่มเติมว่า "การขึ้นเวทีพันธมิตรหน้าทำเนียบฯนั้น เพราะผมไม่กลัวพันธมิตร และการฃึ้นเวที แล้วผมพูดว่า " การเป็นคนดีไม่ใด้อยู่ที่สีเสื้อ แต่อยู่ที่การกระทำ " ไม่ใช่ความผิด"

ส่วนการกล่าวหาว่าเขาเป็นพวกสันติอโศกเพราะไปร่วมเดืนยาตราเพื่อสันติใน3จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เขาชี้แจงว่า"เดินเพื่อสันติสู่ปัตตานี 1,100 กม.จากศาลายาสู่ปัตตานีเพราะหัวใจสลายจากความตายพ่ายแพ้ อยากพิสูจน์หัวใจ ดร.โคทม อารียา และสันติอโศกที่จัดเดินขบวนเพื่อสันติภาพว่าทำด้วยอะไร ผมเป็นนักสันติวิธี ไม่โกรธ ไม่รุนแรง ไม่ตอบโต้ (สายหมอเหวง )จริงๆแล้ว ที่ผมพูดมาทั้งหมด แค่เปิด FACE BOOK แล้วพิมพ์ชื่อ ร.ต. ธนะสิทธิ์ หรือ ผู้กอง เต่า ความจริงทั้งหมดก็จะปรากฏ ไม่คิดปิดบัง"

ร.ต.ธนะสิทธิ์ชี้แจงด้วยว่า "อันที่จริง นปช. และ พรรคเพื่อไทย ไม่ใด้มีความสำคัญกับผมเท่าไร แค่อุดมการณ์เดียวกัน

....สิ่งที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้ ผมแค่ทำในสิ่งที่อยากจะทำ และทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ด้วยเงินส่วนตัว
....ผมเป็นนายทหาร 10 กว่าปีรักความเป็นธรรมรักความยุติธรรม
....ผมเป็นวิศวกรการบินไทย 20 กว่าปี เป็นกรรมการสหภาพ 1 สมัย กรรมการสโมสร 1 สมัย
....ผมชอบการเลือกตั้ง
....นั่นคือ แบร์กกราวด์เล็กน้อยของผม"

...คงวิเคราะห์ เจาะลึกผมแล้วแหละ
...เป็น แดงแท้ แดงเทียม แดงตบทรัพย์ หรือคนแก่สติฟั่นเฟือน หัวใจสลาย
...ใน FB ใครบางคนเรียกผมว่า "นักปั่น เดินเท้า " " แสบ นครบาล "

...แต่ผมสมัครใจที่จะเรียกตัวเองว่า " ผู้ก่อการรัก "
...ยึดแนวทาง สันติวิธี ไม่โกรธ ไม่รุนแร็ง ไม่ตอบโต้ ไม่ผิดกฏหมาย
...และถ้าแกนนำ นปช. / พรรคเพื่อไทย จะผลักใสไล่ส่ง
...ผมก็ไม่ตำหนิ ไม่ตอบโต้
...ฝากเรียนฃอบคุณ
...1.ดร. อภิวันท์ รองหน.พรรคเพื่อไทย
...2.อ. ธิดา ประธาน น.ป.ช.
...3.คุณ สมหวัง แกนนำ น.ป.ช
...4.คุณ จ่า ประสิทธิ์ ตำรวจมะเฃือเทศ.....

.......ที่กรุณาประชาสัมพันธิ์ " เส้นทางสีแดงทุกครั้งที่ขึ้นเวที "




ขณะที่คุณ FORD เรด ทรู้ธ โอนลี่ ได้แจ้งว่า "ผมได้ส่งคลิปที่พวกเราส่งให้กับ Voice TV / Asia Update เป็นคลิปที่พวกเราชี้แจงกรณีไปร่วมเวทีพันธมิตรและยืนยันความตั้งใจที่จะทำกิจกรรมเส้นทางสีแดงจนจบ

อนึ่ง บนเวทีพวกเราพูดกันคนละไม่เกิน 2 นาที ผมสรุปปิดท้ายว่าเส้นทางสีแดงทำกิจกรรมเพื่อมนุษยธรรม ไม่เกี่ยวกับการเมืองและไม่มีพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองหนุนหลัง และพวกเราจะมาผ่านทางเพื่อไปทำกิจกรรมที่เชียงราย หลังจากนั้นทุกคนรีบออกมาเพราะทราบดีว่าไม่ควรจะอยู่นาน ทุกคำพูดบนเวทีไม่ได้ทำให้คนเสื้อแดงเราเสียหาย แต่ทำให้คนที่ใส่เสื้อต่างสีและสื่อสีเหลืองได้เช้าใจหัวใจคนเสื้อแดงมากกว่าเดิม

กรุณาคลิกด๔คำชี้แจงที่ http://www.youtube.com/watch?v=Bc0BjyargYc

ไนอกจากนั้นได้แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ว่า เมื่อ 23 มค.โครงการเส้นทางสีแดงเดินทางมาถึงอ.มโนรมย์ จังหวัดชัยนาท เข้าพักที่วัดกลาง ได้ทำการไหว้อัฐิของผู้เสียชีวิตในวันที่ 19 พค. ซึ่งถูกยิงด้วยกระสุนปืน m16 เสียชีวิตคาที่ ชาวต่างชาติที่มาร่วมกิจกรรมได้ร่วมจุดธูปคารวะดวงวิญญาณผู้ตายด้วย และเช้า 24 มค.พวกเราได้ทำบุญอุทิศสวดกุศล นิมนต์พระ 4 รูปสวดให้กับดวงวิญญาณวีรชน หลังจากนั้นจะเดินทางไปที่จ.อุทัยธานีและเข้าพักที่วัดท่าซุง

http://www.youtube.com/watch?v=P1pGtxXhMZc
http://www.youtube.com/watch?v=85bd0kArPYA

ก่อนหน้านี้(21มกราคม)คุณฟอร์ดได้ทำคำชี้แจงฉบับหนึ่ง ดังต่อไปนี้

ถึง สื่อมวลชน และเพื่อนเสื้อแดง

วันนี้(21มกราคม)เป็นวันแรกที่ผมมีโอกาสเข้าร้านเน็ท และตรวจสอบข้อมูลอย่างจริงจัง กรณีที่กลุ่มเส้นทางสีแดงขึ้นเวทีทักทายให้กำลังใจพี่น้องต่างสีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

พวกเราออกจากเวทีพันธมิตรในบ่ายวันนั้น แล้วเดินทางไปสักการะอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และได้เดินทางไปที่จังหวัดนครปฐม ที่นั่นผมได้ขึ้นเวทีเพื่อตอบคำถามพี่น้องเสื้อแดงนครปฐมถึงเหตุผลในการตัดสินใจขึ้นเวทีพันธมิตรในวันนั้น

ผมชี้แจงให้พี่น้องนับร้อยคนที่องค์พระปฐมเจดีย์ ทุกคนที่ได้ฟังผมล้วนแต่เข้าใจและไม่ตำหนิผม

เช่นเดียวกับพี่น้องเสื้อแดงที่บ้านโป่ง ราชบุรีที่ไปพบพวกเราที่วัดท่าเดื่อ พวกเรานั่งจับเข่าคุยกันอ่างเปิดอก ผมได้อธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นและได้ยกตัวอย่างกิจกรรมของเราที่อีสาน โดยเฉพาะกรณีที่พวกเราไปเยี่ยมคุณเกียรติศักดิ์ที่ตาบอดทั้งสองข้าง เพราะแก๊สน้ำตาในวันที่ 10 เม.ย. ทุกคนเข้าใจ

เช่นเดียวกับทุกๆที่ที่เราไปไม่ว่าจะเป็นที่กาญจนบุรี ทั้งที่ไร่ของพล.ท.มะ โพธิ์งาม และที่อ.เลาขวัญ ทุกๆสายที่โทรเข้ามาสอบถามเมื่อได้รับทราบข้อเท็จจริงต่างให้อภัย บางคนแสดงความเห็นว่าพวกเราทำในสิ่งที่ถูกต้องที่หลายๆคนไม่มีโอกาสหรือแม้แต่คิดที่จะทำ!

พวกเราปั่นจักรยานกันทั้งวันๆละ 6-8 ชม. เช้าวันที่สามพวกเราไปเยี่ยมผู้สูญเสียที่ถูกยิงที่นัยน์ตา พวกเราลากันด้วยน้ำตาทั้งผู้ส่งและผู้เยี่ยม

วันนั้นเราปั่นจากวัดชัฏป่าหวายไปบ้านพล.ท.มะ ตั้งแต่ 9.00-17.00 น. ระยะทาง 125 กม. พบผู้สูญญเสียอีกหนึ่งรายซึ่งได้ทำการเก็บข้อมูล และมอบเงินเยียวยาให้

เช้าวันถัดมาเราเดินทางไปอ.เลาขวัญ ตั้งแต่เวลา 9.00-18.00 น.ระยะทาง 112 กม.

ข้อจำกัดประการหนึ่งของการออกมาทำกิจกรรมลักษณะนี้คือ พวกเราต้องใช้เวลาส่วนใหญ๋อยู่บนท้องถนนวันละหลายๆชั่วโมง และแทบไม่มีโอกาสอ่านข่าวหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ พวกเราได้ทราบสถานการณ์จากเพื่อนๆและผู้สนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มเท่านั้น

พวกเราได้รับการบอกเล่าว่าพวกเราถูกโจมตีในหลายๆเรื่อง หากตัดเรื่องเหลวไหลไร้สาระ ( เช่น พวกเราไม่ใช่แดงแท้ พวกเราเป็นแดงเทียม พวกเราเป็นสีเหลือง พวกเราเป็นสีน้ำเงิน พวกเราไม่โปร่งใสเรื่องเงินบริจาค พวกเราเคยถือป้ายไล่สมัคร พวกเราเป็นสันติอโศก ฯลฯ) หนึ่งในการโจมตีให้ร้ายพวกเราคือพวกเราขึ้นเวทีพันธมิตรและ "จับมือ" กับเสื้อเหลือง

พวกเราต่างแปลกใจกับข่าวที่ได้รับ พวกเราใช้เวลาว่างในการอ่านหนังสือพิมพ์ ติดตามข่าวทางโทรทัศน์ พวกเราพบว่า หนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่ต่างรายงานข่าวอย่างเป็นกลาง บางฉบับที่หวือหวาหน่อยอาจจะรายงานว่าพวกเรา "จับมือ" กับพันธมิตร (ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะกลุ่มผู้ที่ติดตามเรามาหลายคนต่าง "จับมือ" กับพี่น้องต่างสีในลักษณะของการทักทายและโอภาปราศัย แต่ไม่ปรากฏว่าพวกเราคนใดบอกว่าจะเปลี่ยนอุดมการณ์ไปสนับสนุนพันธมิตร )

แต่สำหรับข่าวโทรทัศน์แล้ว ผมพบคลิป 2 คลิปที่ youtube และพยามยามดูหลายรอบก็ไม่มีตรงไหน จุดใดที่แสดงให้เห็นว่า พวกเราไปจับมือกับพันธิมิตรในลักษณะการร่วมมือกันหรือทรยศต่อคนเสื้อแดง?!?

ผมและกลุ่มเส้นทางสีแดงทำกิจกรรมเพื่อคนเสื้อแดงกันอย่างหนัก กลับจาก 1,700 กม.ที่อีสานพวกเราเตรียมงานต่อเพื่อขึ้นภาคเหนือ 2,438 กม.

พวกเราทำกิจกรรมเพื่อคนเสื้อแดงแบบไม่หวังอะไรตอบแทน สมาชิกในกลุ่มครั้งนี้ มีทั้งนักปั่นชราอายุ 73 ปี อดีตทหารอากาศวัย 68ปี ชาวยุโรปที่รักประชาธิปไตยอายุ 68 ปี

คนพวกนี้ออกมาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของลูกหลานไทย แต่กลับมีคนซื่อบื้อบางคนออกมาโจมตีพวกเราอย่างไร้เหตุผล และปราศจากวุฒิภาวะ ปลุกให้คนเสื้อแดงขับไล่พวกเราอย่างไร้เหตุผล

ไหนบอกว่าคนเสื้อแดงเป็นคนรักความถูกต้อง รักความยุติธรรม รักประชาธิปไตย?

นับแต่นี้ไปกลุ่มเส้นทางสีแดงจะเคลื่อนไหวโดยอิสระไม่ขึ้นกับกลุ่มใด กลุ่มจะตัดสินใจทำกิจกรรมด้วยตัวของกลุ่มเอง และจะรับผิดชอบต่อการกระทำทุกครั้ง กลุ่มเส้นทางสีแดงจะไม่มีวันทรยศต่อคำสามคำนี้ และจะไม่มีทางสนับสนุนเผด็จการ

พวกเราเป็นใคร? พวกเราจะเป็นอะไรได้นอกจากคนเสื้อแดงที่มีความเป็นนักสู้ 100% พวกเราจะไม่เสียเวลาในการจิ้มแป้นด่าผู้อื่นไปวันๆ พวกเราจะไม่เสียเวลาในการประนามผู้อื่นว่าเป็นแดงแท้ หรือแดงเทียม แต่พวกเราจะเดินหน้าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของตัวเองและลูกหลานไทย

พวกเราจะเดินหน้าทำกิจกรรมเส้นทางสีแดง (ราชประสงค์-เชียงราย) ต่อไปโดยไม่มีการถอยหลัง ไม่ว่าจะมีใครมาต้อนรับหรือไม่ ไม่สำคัญ

จังหวัดใดที่มีข้อมูลของผู้สูญเสียเราจะเดินทางไปเยี่ยมพวกเขา ไปให้กำลังใจ และมอบเงินบริจาคที่เราได้รับให้กับผู้สูญเสียทุกราย

และในวันสุดท้ายของโครงการ 12 กพ. เส้นทางสีแดงจะนำป้ายคำขวัญโครงการว่า "สามัคคีรวมพลัง นำทักษินกลับมา" ไปติดไว้หน้าบ้านท่านนายกฯทักษินด้วยตัวของพวกเราเอง!

ด้วยความเคารพ

FORD

*******

เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ลึกๆเบื้องหลังแดงขึ้นเวทีเหลือง

ความจริง ความลวง โดย ประสงค์ วิสุทธิ์

ที่มา มติชน



เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ไปร่วมสังเกตการณ์การสัมมนาสมัชชาปฏิรูปที่มี นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน

เพื่อให้สื่อมวลชนเห็นภาพปัญหาความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมชัดเจน จึงเชิญตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเหล่านี้มานำเสนอประเด็นที่เป็นรูปธรรมทั้งทางด้านการศึกษา ระบบภาษี กระบวนการยุติธรรม และการกระจายอำนาจ

ในประเด็นความไม่เป็นธรรมเรื่องระบบภาษีนั้น ตัวแทนแรงงานหญิงในบริษัทแห่งหนึ่งพูดด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอหน่วยว่า ตนเองต้องถูกหักภาษีเงินได้เป็นประจำทุกเดือน ทั้งที่มีรายได้ไม่มากนัก แต่บริษัทที่ตนทำงานอยู่ ไม่เคยเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเลยเพราะขาดทุนติดต่อกันมานับสิบปี

แรงงานหญิงคนดังกล่าวตั้งคำถามว่า ถ้าบริษัทขาดทุนในลักษณะดังกล่าวจริง ทำไมยังดำเนินกิจการอยู่ได้

ในวงการธุรกิจเป็นที่รับรู้กันว่า บริษัทที่แรงงานหญิงคนดังกล่าวอ้างถึงน่าจะมี 2 บัญชี บัญชีหนึ่งเป็นของจริงที่บริษัทมีกำไร อีกบัญชีหนึ่งสำหรับยื่นต่อสรรพากร เป็นบัญชีที่ขาดทุนเพื่อจะได้ไม่ต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลซึ่งไม่เคยมีข่าวว่า กรมสรรพากรสามารถจัดการปัญหานี้ได้

มีความเชื่อกันว่า ถ้าเป็นบริษัทมหาชนและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯการหลบ เลี่ยงภาษีคงเป็นไปได้ยากเพราะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานของบริษัทตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

แต่ความเป็นจริงแล้ว ผู้บริหารหรือ/และผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทจดทะเบียนหลายบริษัท มีกลวิธีที่หลากหลายในการผ่องถ่ายหรือไซฟ่อนเงินของบริษัทเข้ากระเป๋าตัวเองโดยที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จับได้บ้าง จับไม่ได้บ้าง (บางครั้งขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของผู้ตรวจสอบบัญชี)

วิธีการที่นิยมกันในช่วงไม่กีปีที่ผ่านมาคือ การทำสัญญาเท็จ/เทียมว่าจ้าง/ซื้อบริการจากบริษัทกระดาษ(ไม่มีตัวตน-ไม่มีธุรกรรม) หรือบริษัทในเครือข่ายของผู้บริหารหรือผู้ถือหุ้นใหญ่ในราคาสูงเกินจริงหรือไม่มีการให้บริการจริง ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ การดำเนินคดีกับอดีตผู้บริหารบริษัทปิกนิคและเครือข่าย

นอกจากตกแต่งบัญชีแล้ว บริษัทเหล่านี้ยังเก่งกาจในการสร้างภาพว่า การดำเนินกิจการเจริญรุ่งเรือง ทำให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมของรัฐบางแห่งหลงเชื่อ (สมคบ?) ไปลงทุนในตั๋วเงินของบริษัทหลายพันล้าน จนอดีตผู้บริหารถูกดำเนินคดีอยู่ในปัจจุบัน

ล่าสุดได้อ่านงบการเงินของของบริษัทขนส่งทางอากาศแห่งนึ่งที่มีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นบริษัทในต่างประเทศ

บริษัทแห่งนี้ พยายามสร้างภาพลักษณ์และขยายกิจการอย่างรวดเร็วจนมีส่วนแบ่งการตลาดสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่มีขนาดใหญ่กว่า

แต่ปรากฏว่า ในงบการเงินประจำปี 2552 ผู้ตรวจสอบบัญชีให้ความเห็นว่า "ได้ให้ข้อสังเกตหมายเหตุประกอบงบการเงิน... ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 บริษัทมีหนี้สินหมุ่นเวียนสูงกว่า สินทรัพย์หมุนเวียนจำนวน 5,983 ล้านบาท มีขาดทุนสะสมเกินทุนจำนวน 5,276 ล้านบาท (ทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท) โดยผลขาดทุนสะสมสุทธิสำหรับปี 2552 จำนวน 933 ล้านบาท ปัจจัยดังกล่าวตลอดจนเรื่องที่กล่าวถึงในหมายเหตุ...แสดงว่า มีความไม่แน่นอนที่เป็นสาระสำคัญซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดข้อสงสัยอย่างมากเกี่ยวกับความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่องของกิจการ"

ในหมายเหตุงบการเงินให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า หนี้สินหมุนเวียนส่วนใหญ่เป็นยอดคงค้างกับกิจการที่เกี่ยวข้องกันในกลุ่มของบริษัทซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ทางอ้อมของบริษัทร้อยละ 49โดยบริษัทคาดว่า จะสามารถขอผ่อนผันเงื่อนไขการชำระหนี้ นอกจากนั้นผู้บริหารบริษัทเชื่อว่า กระแสเงินสดที่คาดว่า จะได้รับจากการดำเนินงานใน 12 เดือนข้างหน้าจะเพียงพอต่อการชำระหนี้สินที่เหลือของบริษัทได้...

จากการตรวจสอบงบการเงินเพิ่มพบว่า บริษัทขนส่งฯแห่งหนี้เป็นลูกหนี้ของกิจการที่เกี่ยวข้องกันกว่า 4,980 ล้านบาทจากหนี้ทั้งหมดกว่า 7,341 ล้านบาท

นอกจากนั้นเมื่อตรวจสอบงบการเงินย้อนหลัง 5 ปีหลังพบว่า บริษัทแห่งนี้ขาดทุนสะสมมาตั้งแต่ปี 2548-2552 ดังนี้ 169 ล้านบาท 127 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1,360 ล้านบาท แล้วพุ่งสูงเป็น 4,744 ล้านบาท และ 5,677 ล้านบาทตามลำดับ

ผู้ตรวจสอบบัญชีรายหนึ่งให้ความเห็นว่า จากงบการเงินดังกล่าว บริษัทนี้ดำเนินกิจการอยู่ได้เพราะบริษัทแม่ในต่างประเทศหนุนหลัง เพราะขาดทุนสะสมจำนวนมหาศาลและหนี้ส่วนใหญ่เป็นของกิจการในเครือ

การที่มีหนี้สินจำนวนมากกับกิจการในเครือ แต่ยังคงขยายกิจการอย่างต่อเนื่องทำให้คู่แข่งตั้งข้อสงสัยว่า หนี้กับบริษัทในเครือเกือบ 5,000 ล้านบาทสูงเกินจริงหรือเป็น "หนี้เทียม" หรือไม่ เพราะการที่บริษัทยังขาดทุนสะสมทำไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อสงสัยดังกล่าวเป็นการหวาดระแวงเกินไปหรือไม่ น่าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบดูให้กระจ่างจะได้รู้ว่าอะไรคือ"ความจริง" หรือ "ความลวง" กันแน่

"ม.ร.ว.อคิน"ลอกคราบสังคมไทย ความยุติธรรม"เลวลง"!!!ประชาธิปไตยไม่ใช่ของเลว แต่....

ที่มา มติชน





เมื่อไม่นานมานี้ กองทุน 60 ปี อคิน รพีพัฒน์ เพื่อสังคม, สำนักงานสุขภาวะและพัฒนาสังคม และมูลนิธิชุมชนไท จัดเสวนาวิชาการ “ลดเหลื่อมล้ำ สร้างยุติธรรม : บูรณะหรือรื้อล้างแล้วสร้างใหม่สังคมไทย ?” ในงานแสดงมุทิตาจิต “78 ปี อคิน รพีพัฒน์….ตามหาความยุติธรรม” ณ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ กรุงเทพฯ

ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ กรรมการปฏิรูป ในฐานะประธานอนุกรรมการปฏิรูป ระบบการจัดการที่ดิน ฐานทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและน้ำ ในคณะกรรมการปฏิรูป (คปร.) กล่าวว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมายังไม่มีโอกาสได้พบกับความยุติธรรมที่แท้จริง ซึ่งความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นนั้นมีปัญหาสะสมเรื่อยมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ทั้งในรูปแบบที่ดีขึ้น และถดถอยลง แต่ปัจจุบันเรียกได้ว่า อยู่ในระดับเลวลงจนต่ำกว่าที่เคยจะเป็น เนื่องจากมีความเหลื่อมล้ำในสังคมสูง คนจนได้รับความทุกข์จากความไม่เป็นธรรมมากขึ้น สาเหตุสำคัญเกิดจากการครอบงำของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม บริโภคนิยม ดังกรณีเรื่องที่ดินทำให้คนกลุ่มเล็กเพียง 10% ถือครองที่ดินกว่า 90% ของทั้งประเทศ

“ความเป็นจริงประชาธิปไตยไม่ใช่ของเลว ไม่ใช่ของที่น่ารังเกียจ แต่เมื่อมีการแอบแฝงรูปแบบการเอารัดเอาเปรียบ การหวังผลประโยชน์ส่วนตนตามแนวคิดทุนนิยมเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงทำให้เราเกลียดประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นในประเทศของเรา”

ม.ร.ว.อคิน รพีพัฒน์ กล่าวว่า สังคมต้องร่วมกันสร้างกลไกบางอย่างให้คนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบเกิดความรู้ความเข้าใจเรื่องนี้ ขณะเดียวกันต้องทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเกิดสำนึกขึ้นในจิตใจว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องดี โดยส่วนตัวยังเชื่อว่า ทุกคนอยากเป็นคนดี เพียงแต่คนเหล่านี้มองไม่เห็นหนทางที่จะสร้างให้เกิดขึ้น หากสังคมช่วยกันปลุกกระแสกระตุ้นให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่ยินดีจะยืนอยู่ข้างประชาชน แม้จะลำบากและมีอุปสรรค เชื่อว่าปัญหาเรื่องความอยุติธรรมก็พอจะมีทางออก

ขณะที่ รศ.ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ คณบดีคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวถึงระบบทุนนิยมเข้ามา ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในประเทศไทย ระบบกติกาภายในบางอย่างขัดแย้งกับกติกาสากล มิติความไม่เป็นธรรมจึงเกิดขึ้น ในขณะที่สมัยก่อนแม้จะมีการรวมอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง แต่ก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อวิถีชุมชน ซึ่งถือว่า มีความยุติธรรมมากกว่าปัจจุบัน

“หากมองบนพื้นฐานชาวบ้านในอดีตที่มีวิถีชีวิตเกษตรกร อยู่กับดิน ป่า น้ำ เมื่อเทียบเคียงกับปัจจุบันจะพบว่า อยู่ในทิศทางที่เลวลง โดยเฉพาะการใช้สิทธิความชอบธรรมด้วยกฏหมายไปแย่งทรัพยากรของชาวบ้าน จึงก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความรุนแรง ถือว่าเป็นเรื่องที่รับไม่ได้”

รศ.ดร.บรรเจิด กล่าวว่า หากความอยุติธรรมยังมีบทบาทอยู่ในสังคม จนไม่สามารถมีกลไกใดเข้าไปลดอำนาจลงได้ ท้ายที่สุดกระบวนการทางสังคมจะนำไปสู่ “การรื้อล้างเปลี่ยนแปลง” เพราะเมื่อประชาชนได้เรียนรู้ และรับรู้ถึงความทุกข์ยากจนเกินขีดจำกัด รวมถึงความผิดพลาดของระบบการเมือง จะสั่งสมกลายเป็นพลังบางอย่างที่ทุกคนจะลุกขึ้นมารวมตัวกันเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม

“แม้ระบบการเมืองจะเป็นการลงทุนที่สูง จนต้องเอื้อประโยชน์ให้นายทุน ซึ่งสร้างความทุกข์ให้กับชาวบ้านมหาศาล หากภาครัฐไม่เปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่าง ท้ายที่สุดสังคมจะไม่มีทางเลือก อาจลุกขึ้นรวมตัวกันปฏิวัติระบบการเมือง เพื่อนำไปสู่การปรับโครงสร้างทางอำนาจ”

ส่วนรศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวถึงความยุติธรรมในระดับปัจเจกชน ว่า สมัยโบราณหากสร้างความพอใจส่วนตัวให้เกิดขึ้นในระดับบุคคลได้ แม้จะถูกกดขี่ข่มเหง ก็จะไม่ทำให้เดือดเนื้อร้อนใจ ขณะเดียวกันเมื่อมีอำนาจรัฐเข้าไปแทรกแซงก่อให้เกิดปัญหาขึ้น ทำให้ประชาชนหาทางออกได้ 2 วิธี คือหนีเข้าป่าไปเป็นคอมมิวนิสต์เหมือนสมัยก่อน กับ “ดื้อเงียบ” ปิดหู ปิดตา ไม่รับรู้เรื่องราวจากรัฐ อย่างไรก็ตามปัจจุบันสื่อสารมวลชนทำให้ประชาชนรับรู้เรื่องราวความอยุติธรรม จนมองเห็นความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคมที่จะให้เกิดความเท่าเทียมขึ้นมา


“หากเรารื้อบ้านทั้งหลังพร้อมกัน แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหน” ประธาน กสม. กล่าว และว่า แนวทางการสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมนั้นไม่สามารถรื้อทั้งระบบพร้อมกันได้ ต้องอาศัยวิธีการบูรณาการอย่างค่อยเป็นค่อยไป สร้างกฏเกณฑ์ใหม่ขึ้นมาเยียวยาแก้ไข เพื่อให้ผู้ที่บริหารประเทศ หรือสังคมที่มีอำนาจเกิดจิตสำนึกที่อยากจะเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างแท้จริง

ส่วนเรื่องความยุติธรรมในสายตาชาวบ้าน นายบุญเลี้ยง สุตะชา ตัวแทนชุมชนบะขาม จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ในระดับชุมชนมีการบริหารจัดการอย่างไม่เป็นทางการหลายภาคส่วน ประกอบด้วยสถาบัน องค์กร ประธานชุมชน และกรอบวัฒนธรรมเป็นของตนเอง ขณะที่ภาครัฐเข้ามากำหนดนโยบายที่ส่งผลกระทบถึงทรัพยากรในชุมชน ทำให้ความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้น ส่งผลให้ทุกวันนี้ชาวบ้านไม่รู้อะไรถูกหรือผิด ต้องรอให้คนอื่นมาตัดสินให้

( เรื่องและภาพ เจนศักดิ์ แซ่อึ้ง ศูนย์ข้อมูลข่าวสารปฎิรูปประเทศไทย )

เสื้อแดงปรับรูปแบบชุมนุมเหลือเดือนละครั้ง เปลี่ยนบรรยากาศไปเขาใหญ่ ปราศรัยพิเศษราชมังคลาฯ

ที่มา มติชน

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 23 มกรมาคม ว่ามีการปราศรัยจากบรรดาแกนนำ รวมทั้งภรรยาของแกนนำเสื้อแดงที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง กล่าวว่า พอใจภาพรวมการชุมนุมที่ไม่กระทบกับประชาชน เพราะมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ และผู้ประกอบการที่ราชประสงค์ไว้ก่อน ทั้งนี้ จะยุติการชุมนุมในเวลา 24.00 น.

"กลุ่มเสื้อแดงจะปรับรูปแบบการชุมนุม โดยเปลี่ยนมาชุมนุมเดือนละ 1 ครั้ง เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนเดือดร้อน โดยจะชุมนุมครั้งต่อไปในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ แต่ยังไม่มีการกำหนดสถานที่ รวมถึงจะมีการเปิดปราศรัยพิเศษ ที่ราชมังคลากีฬาสถาน หากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาอนุญาต ตลอดจนมีแผนจัดการชุมนุม ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ด้วย"นายจตุพร กล่าว

อะไรก็เกิดได้

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน

มันฯ มือเสือ




รัฐบาลอภิสิทธิ์กำลังอยู่ในช่วงดวงตก

ข้อสังเกตคือทำอะไรก็ติดๆ ขัดๆ ไปหมด ไม่เจริญ รุ่งเรือง

สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะรัฐบาลชุดนี้มีที่มาไม่ชอบธรรมตั้งแต่แรก

กล่าวคือไม่ได้มาตามครรลองประชาธิปไตย ไม่ได้มาโดยฉันทานุมัติของประชาชนเสียงส่วนใหญ่

แต่มาจาก'กลุ่มอำนาจพิเศษ'ช่วยผลักดัน หนุนหลังและประคับประคอง

เมื่อรัฐบาลมีที่มาไม่ชอบธรรมแต่แรกเช่นนี้แล้ว การแสดงผลงานอะไรก็มักไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม

อีกทั้งยังต้องเสียเวลาไปกับการหมั่นตอบโต้เรื่องความชอบธรรม-ไม่ชอบธรรมนี้

แทนที่จะเอาเวลาไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน หรือคิดค้นนโยบายใหม่ๆ ด้วยหัวสมอง ของตนเอง

ไม่ต้องเสียเงินทองจ้างบริษัทเอกชนให้มาคิดแทนด้วยค่าจ้างแพงๆ อีกทั้งผลออกมายังไม่คุ้มค่า

อย่าง'ไข่วิวัฒน์'ขายแบบชั่งกิโล ภูมิปัญญา ออกซ์ฟอร์ดโดนตั้งคำถามจากภูมิปัญญาพ่อ ค้าแม่ค้า

คิดได้ยังไง?

หยิบจับอะไรก็ดูเก้ๆ กังๆ ไม่เข้าท่าไปเสียทั้งหมด

'เคอร์ฟิวเด็ก'ก็โดนนักสิทธิเด็กรุมทักท้วงจนต้องใส่เกียร์ถอย เอาตัวรอดไปแบบสีข้างถลอกปอกเปิก

ผลักดันโผรายชื่อก.ตร.ของตัวเองเข้าไป 6 หน่อ นึกว่าหวานหมู ที่ไหนได้โดนก.ตร.ไม้บรรทัดหวดตกเหลือ รอดเข้าไปได้แค่ 2 หน่อ

ยังไม่รวมเรื่อง 7 คนไทย ที่อยู่ดีไม่ว่าดีรัฐบาลไทยต้องตกเป็นหนี้บุญคุณฝ่ายกัมพูชา

ศาลกรุงพนมเปญตัดสินรอลงอาญาโทษจำคุก 5 คนไทย อนุญาตให้กลับบ้านได้

เหลืออีก 2 ที่หนักด้วยข้อหาจารกรรมข้อมูลความมั่นคง ต้องไปลุ้นกันต่ออีกยกวันหวยออก 1 ก.พ. ซึ่งจะมีส่วนสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของม็อบคนไทยหัวใจรักชาติว่า

จะยกระดับความวุ่นวายถึงจุดใด

ไหนจะ'ไฟใต้'ที่ปะทุเปรี้ยงปร้างขึ้นมาประจาน สวนทางคำโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลที่ว่าปัญหาเบาลงแล้ว

ไหนจะคดี 91 ศพเหยื่อเมษา-พฤษภา 53 ที่กำลังไต่ระดับขึ้นสู่เวทีศาลอาญาระหว่างประเทศ เปิดมุมมองความจริงอีกชุดสู่สายตาชาวโลก

การแก้ไขรัฐธรรมนูญสารพัดสูตรถึงคิวชี้ชะตาพรุ่งนี้-มะรืนนี้ จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างไรหรือไม่

ช่วงรัฐบาลดวงตก อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

เติ้ง-หนั่น-สมศักดิ์ หารือลับ-สวนมาร์ค!

ที่มา บางกอกทูเดย์

เติ้ง-หนั่น-สมศักดิ์ หารือลับ-สวนมาร์ค!



ปลาไหลพัฒนายืนยัน!!
ต้อง 400+100สูตรเดียว

ไม่ว่าประเทศใด หากนักการเมืองยังเน้นการแพ้ชนะเป็นสำคัญ ก็เป็นเรื่องยากที่จะทำให้สังคมไทยเดินหน้าได้อย่างราบรื่น

โดยเฉพาะหากมีพรรคการเมืองที่คิดแต่จะเอาดีเข้าตัว เอาชั่วโยนให้คนอื่น

หรือคิดแต่ว่าจะทำอะไรก็ได้ แต่พรรคตนเองจะต้องได้เปรียบ จะต้องได้มากกว่าพรรคอื่น

หรือแม้แต่กระทั่งว่า จะให้โหนใคร ให้คุกเข่าให้ใคร ขอแค่ได้เป็นรัฐบาล ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ทำได้ทั้งนั้น

หากบังเอิญประเทศไทยมีพรรคการเมืองมีนักการเมืองแบบนี้ก็ต้องยอมรับชะตากรรมกันแล้วว่า

ในช่วงที่บ้านเมืองอ่อนแอ เสาหลักต่างๆ พากันเป็นแค่ไม้หลักปักเลน นักการเมืองก็ย่อมจะต้องช่วงชิงผลประโยชน์และอำนาจทางการเมืองกันอย่างอุตลุด โดยไม่สนใจว่าประชาชนจะมอง จะรู้สึกอย่างไร

ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าคิดเป็นอย่างยิ่งว่า หรือประเทศไทยกำลังตกอยู่ในห้วงเวลาดังกล่าวแล้วจริงๆ!!!

เพราะในขณะที่ปัญหาทุจริตคอรัปชั่นกระฉ่อนฉาว ในขณะที่ปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังร้อนระอุ แต่รัฐบาลกลับมาทะเลาะถกเถียงกับพรรคร่วมรัฐบาล ในเรื่องเพียงแค่จะแก้รัฐธรรมนูญ โดยสัดส่วน ส.ส.แบบเลือกตั้ง กับ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จะมีเท่าไร

และเป็นการแก้แบบยึดเอาผลประโยชน์ของพรรคตนเองเป็นที่ตั้งด้วยกันทั้งนั้น

สูตร 375 + 125 ของพรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นเพราะไม่มั่นใจว่า ส.ส.เลือกตั้งจะฝ่าด่านความรู้สึกประชาชนได้มากน้อยเพียงใด แต่มั่นใจในคะแนนของพรรคที่จะกวาด ส.ส.สัดส่วนได้มาก

ก็เลยเลือกที่จะให้มี ส.ส.เลือกตั้งแค่ 375คน แล้วมีส.ส.สัดส่วน 125คน

ในขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลเอง ก็ล้วนแล้วแต่เป็นไก่รองบ่อนแม้ว่าจะได้กินอิ่มนอนหลับ เหมือนตกอยู่ในยุ้งข้าวเปลือก ไม่ต้องอดอยากปากแห้ง

แต่ในแง่ของการเลือกตั้งที่จะมาถึง แต่ละพรรคล้วนรู้ดีว่า ส.ส.สัดส่วนที่จะได้คงแค่กระหยิบมือเดียว ที่จะได้เป็นเนื้อเป็นหนัง มีจำนวน ส.ส.มากพอที่จะเอาไว้ต่อรองได้เวลาจัดตั้งรัฐบาล ก็จะต้องได้จาก ส.ส.เลือกตั้งเท่านั้น

พรรคร่วมรัฐบาล ก็เลยต้องการใช้สูตร 400+100

คือมีจำนวนส.ส.เลือกตั้ง 400 คน ส.ส.สัดส่วนแค่ 100 เดียวก็พอ

เป็นการเถียงกันลากยาวเป็นเดือน ก็เพราะผลประโยชน์ไม่ลงตัวอย่างเดียวเท่านั้น

เมื่อประชาชนเริ่มเอียน เพราะเป็นการขัดแย้งที่เห็นชัดว่าเป็นการทำเพื่อตัวเอง ก็เลยมีสูตรออกมาเพื่อรอมชอมในการเมืองซีกรัฐบาล นั่นคือในเมื่อประชาธิปัตย์อยากได้ ส.ส.สัดส่วน 125 ก็เอาไป 125 ในขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอยากได้เก้าอี้ ส.ส.เลือกตั้ง 400 ก็เอาไป 400

กลายเป็นสูตร 400+125 อะร้าอร่ามไปอีกแบบ เพราะเท่ากับจะไม่ใช่ สภา500 แล้วแต่จะเป็นสภา 525 แทน

ทำยังกับการต่อรองเรียกสินบนใต้โต๊ะในยุคปัจจุบันอย่างนั้นแหละ มียืดได้หดได้ ตั้งแต่ 25% 30% ไปถึง35% แล้วแต่ว่าเส้นใครจะแข็งเส้นใครจะใหญ่กว่ากัน???

แต่เรื่องของตัวเลขจำนวน ส.ส. กลายเป็นตลกชวนหัวในทางการเมืองไปแล้ว เพราะตอนนี้กำลังคิดสูตรกันอย่างสนุกสนานบานเบอะไปถึงขนาด 21 สูตรกันแล้ว

ถึงขนาดที่ นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ยังต้องขอหารือด่วนกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ และนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล กรรมการที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ เมื่อวันที่ 21 มกราคม

และต้องใช้เวลาในการหารือกันถึงประมาณ 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ซึ่งนายบรรหารได้บ่นกรณีที่ ส.ส.ขอสงวนคำแปรญัตติ 21 สูตร ว่า

“แหม ...ผมก็ไม่รู้ ชักปวดหัวแล้วนะเนี่ย มันเยอะแยะ สูตรอะไรบ้างก็ไม่รู้ เวลานี้สูตร 375+125 มี 400+100 มี 400+125 รู้เพียงเท่านี้ แล้วที่มีหลาย 10 สูตรไม่รู้มีสูตรอะไรบ้าง”

สุดท้ายแม้ว่านายบรรหารจะพูดแบบประนีประนอมว่า แต่ละสูตรก็ดีหมด และมีเหตุผลดีพอสมควร รวมทั้งสูตร 400+125 ที่ต้องการออมชอม

แต่ก็ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า “เรายืนหยัดในสูตรที่ 400+100 เท่านั้น”

ส่วนเรื่องพรรคประชาธิปัตย์จะยืนยัน 375+125 ก็เป็นเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะเป็นเรื่องของสภา ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล!!!

รวมทั้งสุดท้ายสูตร 400+100 จะได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส.และ ส.ว.ค่อนข้างเยอะจริงหรือไม่ นายบรรหารก็บอกเพียงว่า ยังไม่ทราบ ไม่ได้พูดกับใคร

“เมื่อมีมติเราก็ถือตามนั้น”นายบรรหารประกาศชัด

ในขณะที่นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ โฆษกพรรคกิจสังคม ก็ได้ออกมาแสดงท่าทีที่แตกต่างไปจากพรรคชาติไทยพัฒนา คือพร้อมที่จะลู่ลมได้ โดยอ้างว่าจุดยืนของพรรคกิจสังคมนั้นเห็นด้วยกับแนวทางที่สามารถยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลได้

โดยยกว่าการที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เสนอสูตร 400+125 ขึ้นมานั้นก็ถือว่าเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่ง ที่จะสามารถทำให้สบายใจกันทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและประชาธิปัตย์

เหมือนพบกันครึ่งทาง

งานนี้เรียกว่าพรรคกิจสังคมพร้อมจะเอาใจทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตามทางนายเทวฤทธิ์ กล่าวว่าเบื้องต้นแกนนำประชาธิปัตย์ติดต่อประสานงานมายังแกนนำพรรคกิจสังคม เพื่อพูดคุยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดว่าจะตกลงกันที่สูตรไหน

และอาจจะต้องรอมติจากงานเลี้ยงของพรรคร่วมรัฐบาลวันที่ 24 มกราคม

“พรรคที่ไม่เห็นด้วยกับสูตร 375+125 ก็คงไม่พอใจที่ไปลดจำนวน ส.ส.ของเขา ซึ่งต้องเข้าใจเขาด้วยแต่ละพรรคก็มีเหตุผล แต่พรรครับได้ทุกสูตร แต่ต้องมีการพูดคุยกันก่อน ไม่ใช่จู่ๆ จะตอบเอง เออเองว่าจะเอาแบบนั้นแบบนี้ โดยไม่มีการปรึกษาหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดเสียก่อน สำหรับผมเห็นด้วยกับสูตร 400+125 เพราะคิดว่าน่าจะลดความขัดแย้งได้ ส่วนพรรคจะสนับสนุนส่วนไหนนั้นต้องรอให้มีมติอีกครั้ง” นายเทวฤทธิ์ กล่าว

เห็นท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ และบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้แล้ว

ชัดเจนว่า เป็นเรื่องที่คิดแต่ผลประโยชน์นักการเมืองล้วนๆ...

ประชาชนไม่เกี่ยวเลยจริง!!!

เทปจากรายการ ทางออกประเทศไทย-ในทัศนะประชาชน" (ครั้งที่ 3)‏

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

หน้าที่ต้อ​งนำความเสมอ​ภาค มาให้อนุชน​รุ่นหลัง


เทปจากรายการ ทางออกประเทศไทย-ในทัศนะประชาชน" (ครั้งที่ 3)
: ชมรมประชาธิปไตยแห่งชาติ ร่วมกับ นสพ.ไทยเรดนิวส์
ขอเชิญร่วมการสานเสวนา :

...วิทยากร

ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น สว.กาฬสินธ์ 2543-2549

คุณบุญเลิศ เทวเส ปราชญ์ชาวบ้าน จากจังหวัดกาฬสินธ์

อาจารย์ วันชัย พรหมภา – นักวิชาการอิสระ

ทนายสมพร มูสิกะ - นักวิชาการด้านกฏหมาย

ผู้ดำเนินรายการ : ดร.วิบูลย์ แช่มชื่น – ส.ว. 2543-2549


วันเสาร์ที่ 15 มกราคม 2554 เวลา 13.00-16.00น.

สถานที่
สำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยเรดนิวส์ อิมพีเรียล ลาดพร้าว

http://www.mediafire.com/?prmcrxch7as6l

และที่นี่ครับ
http://ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/15-1-2011_IM/1_Wiboon_15-1-2010.wmv
http://ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/15-1-2011_IM/2_Wiboon_15-1-2010.wmv
http://ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/15-1-2011_IM/3_Wiboon_15-1-2010.wmv
http://ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/15-1-2011_IM/4_Wiboon_15-1-2010.wmv
http://ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/15-1-2011_IM/5_Wiboon_15-1-2010.wmv
http://ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/15-1-2011_IM/6_Wiboon_15-1-2010.wmv
http://ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/15-1-2011_IM/7_Wiboon_15-1-2010.wmv
http://ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/15-1-2011_IM/8_Wiboon_15-1-2010.wmv
http://ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/15-1-2011_IM/9_Wiboon_15-1-2010.wmv
http://ftp://baygon4.no-ip.org/savefiles/speedhorse/15-1-2011_IM/10_Wiboon_15-1-2010.wmv

http://www.thaivoice.org/board/index.php?topic=89.0

รูปภาพนิ่ง ที่นี่
http://picasaweb.google.com/speedwnc11/1512011?feat=directlink

ถึงราชดำเนิน 23 มค.54 มาแล้ว….. Byกุ้งอินเตอร์

ที่มา thaifreenews

โดย fee-faw-fum

ถึงราชดำเนิน 23 มค.54 มาแล้ว….. Byกุ้งอินเตอร์

คุณกุ้ง อินเตอร์ จากเว็บ “คนไทยยูเค” ได้ถ่ายทำคลิ๊บวีดีโอ การเคลื่อนขบวนของชาวเสื้อแดง
จากราชประสงค์ไปถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไปชมความสุขเล็กๆน้อยๆเราก็ยอมกันไป

เชิญคลิ๊กเข้าไปชมได้จาก-

ที่มา http://www.youtube.com/watch?v=4c4cWcpp4IY&feature=player_embedded