WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, January 28, 2011

หมู่บ้านไม่สงบ

ที่มา มติชน



โดย ปราปต์ บุนปาน

(ที่มา คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 27 มกราคม 2554)

ได้อ่านบทความน่าสนใจ ในหนังสือ "...หมู่บ้าน...ไม่สงบ": ภาพความรุนแรงภาคใต้ในมิติ ชาติ, นานาชาติ และ อนาคต ซึ่งมี อ.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ เป็นบรรณาธิการ

บทความแรกชื่อ "นักรบกลับบ้าน : ประสบการณ์จากสมรภูมิ" โดย พันเอกหญิงพิมลพรรณ อุโฆษกิจ

บทความชิ้นต่อมา คือ "ความรุนแรงในภาคใต้กับความคิดของเด็ก : ศึกษากรณีเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ" โดย ซากีย์ พิทักษ์คุมพล

พันเอกหญิงพิมลพรรณทำการเก็บข้อมูลจากนายทหารที่เคยเดินทางไปปฏิบัติราชการในพื้นที่ชายแดนใต้

เมื่อพูดคุยถึงประเด็น "ยกทัพดับไฟใต้อย่างไรไม่ให้แตกแยก"

เจ้าหน้าที่ระดับนโยบายผู้หนึ่งกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องไม่ไป "สะกิดหนอง" ของคนที่มีทัศนคติไม่ดีต่อฝ่ายรัฐ แต่ต้องพยายามทำความเข้าใจกับบุคคลเหล่านั้น

"...เราจะเอายังไง เอาเขาตกทะเลเลยไหม ... โดยพฤติกรรมมันต้องอยู่กับเราแต่ว่าความคิดน่ะมันไม่เปลี่ยนหรอกจนกว่าจะตายไป ถ้าบอกว่าคนพวกนี้ที่เราบอกว่ารู้จัก 20 คนเนี่ย เอาให้ตายหมดนี้ ไม่เกิน 5 วัน แล้วเราได้อะไร ถ้าต้องการเป็นพระเอกอย่างนั้นนะ 2 ปีนี้สงบไปแล้ว แต่สงบปีเดียว"

ด้านซากีย์ก็ขึ้นต้นบทความผ่านคำสัมภาษณ์ขอครูผู้หนึ่ง ถึงเหตุผลซึ่งทำให้เขาตัดสินใจย้ายครอบครัวออกจากพื้นที่สีแดง ในจังหวัดปัตตานี

วันหนึ่ง คุณครูลองถามเด็ก ป.6 ในชั้นเรียนว่า "หากวันนี้มีคนมารับสมัครนักรบพลีชีพเพื่อต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ มีใครในห้องนี้จะสมัครบ้าง?"

ปรากฏว่าเด็กผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์ในห้องต่างยกมือขึ้นพร้อมกัน ทำให้คุณครูตระหนักว่าสิ่งที่ตนเองเฝ้าสอนเด็กกลุ่มนี้มาเป็นเวลาเกือบ 8 ปี ตั้งแต่ชั้นอนุบาล ไม่มีผลอะไรต่อพวกเขาเลย

ครูท่านนี้จึงทำเรื่องขอย้ายตนเองออกมาจากโรงเรียนแห่งนั้น

อย่างไรก็ตาม เนื้อหาในบทความส่วนที่เหลือ ซึ่งทำการเก็บข้อมูลและสัมภาษณ์เด็กนักเรียนในเขตเทศบาลเมือง อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส กลับไม่ได้ทำให้พื้นที่ชายแดนใต้กลายเป็นโลกมืดที่ร้างไร้ความหวังจนเกินไป

ดังความเห็นของเด็กหญิงชาวพุทธคนหนึ่งซึ่งมีผู้ปกครองตกเป็น "เหยื่อ" ความรุนแรง

ซากีย์ถามเด็กหญิงคนนั้นว่า ในสถานการณ์รุนแรง หากมีคนเอาปืนมาให้เธอ เธอจะรับเอาไว้หรือไม่?

เด็กหญิงตอบว่า "ไม่รับ เพราะหนูเชื่อว่าการมีปืนจะสร้างปัญหามากกว่าการไม่มีปืน"

แน่นอนว่ากลุ่มผู้ให้ข้อมูลแก่ผู้วิจัยทั้งสอง คือคนเพียงบางส่วนที่มิสามารถเป็น "ภาพแทน" ของผู้คนทั้งหมดที่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ได้อย่างสมบูรณ์

เช่นเดียวกับการคัดเลือกข้อความจากบทความทั้งคู่มาเผยแพร่ในพื้นที่คอลัมน์นี้ ซึ่งย่อมทำได้เพียงแค่การเลือกสรรเอาบางเสี้ยวอารมณ์ความรู้สึกของกลุ่มผู้ให้ข้อมูลบางส่วนมานำเสนอ

แต่นี่ก็อาจเป็นอารมณ์ความรู้สึกชนิดหนึ่งที่คล้ายจะจางหายไปจากความรับรู้ของบางเรา

ยามต้องเผชิญหน้ากับข่าวคราวสถานการณ์ไฟใต้ระลอกล่าสุดด้วยอารมณ์ร้อนระอุคุกรุ่น

นปช.ย้ำ"รัฐประหาร"แน่! "ธิดา"แว่วนัดหมาย 10 ก.พ. "จตุพร"ปูดวางแผนที่เซฟเฮาส์โหร คมช.

ที่มา มติชน

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.เพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวเมื่อวันที่ 27 มกราคม โดยยืนยันว่า มีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ประชุมวางแผนเตรียมการก่อรัฐประหารจริง ซึ่งคนที่ไปวางแผนในเซฟเฮาส์ล้วนเป็นลูกศิษย์โหรวารินทร์ (บัววิรัตน์เลิศ) อดีตโหรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ทั้งสิ้น เหมือนกับรู้เห็นล่วงหน้า นอกจากนี้ยังมีแกนนำเสื้อเหลืองบางคนไปพบกับคอลัมนิสต์ที่เป็นนายทหารยศเรือเอก และบอกว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อเปิดประตูให้ทหารยึดอำนาจ ซึ่งขณะนี้ก็เริ่มมีสัญญาณ

ด้านนางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว ว่า แกนนำ นปช.ที่ยังถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุเทพมหานครได้ประชุมกัน และขอร้องให้ยกร่างจดหมายเปิดผนึกชื่อ "จดหมายปรับทุกข์" เพื่อส่งถึงผู้พิพากษา 1,300 คนทั่วประเทศให้รับรู้ถึงความไม่ชอบมาพากล และความไม่ยุติธรรมในคดีที่แกนนำ นปช. ถูกกล่าวหา และล่าสุดได้รับจดหมายตอบกลับจากศาลอาญาระหว่างประเทศว่าจะรับพิจารณาเรื่อง การส่งพยานมาสังเกตการณ์การพิจารณาคดีคนเสื้อแดงในประเทศไทย แม้ไทยจะไม่ได้ร่วมลงนามในสนธิสัญญากรุงโรมก็ตาม

"การคัดกรรมการ นปช.จังหวัด จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากมีข่าวลือออกมาว่าจะเกิดการรัฐประหารในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ จึงอยากเตือนไปยังกองทัพว่าหากจะทำรัฐประหารเป็นครั้งที่ 21 จะทำให้ประเทศหายนะ" นางธิดากล่าว

ด้านนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ รักษาการโฆษก นปช. กล่าวถึงการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ ว่า กลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มรวมตัวกันที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในเวลา 13.00 น. ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในเวลา 15.00 น. แต่ยังไม่สามารถระบุได้จะปักหลักถึงเวลาใด เพราะต้องรอดูท่าทีจากรัฐบาลก่อนว่าจะแก้ไขปัญหาแกนนำ นปช. ที่ยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำอย่างไร

'มาร์ค-ม็อบ'พอกัน

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน

สมิงสามผลัด




เห็นท่าทีขึงขังของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ประกาศลั่นห้ามม็อบพันธมิตรและม็อบคนไทยหัวใจรักชาติบุกเข้ายึดทำเนียบเด็ดขาด

อดให้นึกถึงตอนม็อบพันธมิตรยึดทำเนียบหนก่อน ไม่ได้

นายอภิสิทธิ์คนนี้ล่ะ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านนำส.ส. ประชาธิปัตย์ไปให้กำลังใจพันธมิตรถึงหลังเวทีปราศรัยที่สะพานมัฆวานฯ

ก่อนที่ม็อบเหลืองจะบุกยึดทำเนียบไม่นาน

เหมือนกับตอนที่ม็อบพันธมิตรบุกล้อมรัฐสภา 7 ตุลาก็เช่นกัน

ท่าทีของนายอภิสิทธิ์ก็สนับสนุนการเคลื่อนไหวนอกสภา ของส.ส.ประชาธิปัตย์ที่ร่วมหัวจมท้ายกับพันธมิตร

แถมยังอภิปรายในสภาจนกลายเป็นวาทะแห่งทศวรรษ

"จะหนึ่งคน หรือแสนคน รัฐบาลก็ต้องฟัง"

ที่เขียนแบบนี้ไม่ใช่ว่าสนับสนุนการยึดทำเนียบ

แต่ต้องการให้เห็นความ 2 มาตรฐานของนายอภิสิทธิ์!

อะไรที่เป็นประโยชน์ก็ใช้มาตรฐานหนึ่ง

เมื่อต้องเสียประโยชน์ก็ใช้อีกมาตรฐาน

พอโดนจับผิดก็จะอ้างว่ามันคนละสถานการณ์กัน!?

ต้องยกนิ้วให้เป็นสุดยอดนายกฯ จริงๆ

แต่อีกฝ่ายก็ใช่ย่อย มาตรฐานพอๆ กัน

จากเดิมกอดกันกลม ผลักดันกันจนได้เป็นรัฐบาล

แต่พอถึงวันที่ผลประโยชน์ไม่ลงตัว!?

คำหวานๆ ที่เคยยกยอ กลายเป็นคำก่นด่า สาปแช่ง

ขนคนออกมาขับไล่กันแบบง่ายดาย

ยึดวิธีแบบเดิมๆ ที่เคยใช้ ยึดที่นั่นยึดที่นี่

เป้าหมายคือการล้มรัฐบาลให้ได้แค่นั้นพอ

แต่ที่รับไม่ได้เลยคือแนวคิดสุดโต่ง ย้อนยุค

หาทางออกให้ประเทศชาติแบบพิลึกพิลั่น

ปลุกกระแสคลั่งชาติ-กู้ชาติ

หวังให้เกิดสงครามระหว่างประเทศ

โดยไม่คำนึงถึงผลเสียใหญ่หลวงที่จะเกิดตามมา!

ล่าสุดยังเกิดข่าวลือกันกระหึ่มเมือง

มีแผนเตรียมผลักดันให้เกิดการปฏิวัติ-รัฐประหารขึ้นอีกรอบ

หวังล้มรัฐบาลอภิสิทธิ์ ล้างไพ่ใหม่อีกหน

เหมือนกับตอนที่รัฐประหาร 19 กันยา 49 โค่นรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร

แปลกใจจริงๆ คิดกันได้แค่นี้เองหรือ?

โค่นล้มคนเก่า ผลักดันคนใหม่ขึ้น

คนใหม่ทำไม่ถูกใจก็โค่นล้มอีก


หนีไม่พ้นจริงๆ วงจรอุบาทว์

แต่ก็ยังโชคดีที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการ แบบนี้

ไม่เอาด้วยกับการปลุกกระแสคลั่งชาติพิลึกพิลั่น

ผู้ชุมนุมเลยโหรงเหรงบางตา

ที่สำคัญไม่มีใครอยากให้บ้านเมืองเสียหายและบอบช้ำไปกว่านี้

การ์ตูน เซีย 28/01/54

ที่มา ไทยรัฐ

Pic_144499


การ์ตูน เซีย 28/01/54

"พระพยอม"โอดขาลงที่สุดในชีวิตที่บวชมา 40 ปี ถูกป้ายสีเลือกข้าง ทั้ง"ตร.-ทหาร"ไม่กล้านิมนต์ไปเทศน์

ที่มา มติชน

ที่วัดสวนแก้ว อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ) กล่าวว่า ทั้งเหลืองทั้งแดงพาสังคมทุกฝ่ายแย่ทั้งนั้น ถ้ามีการโยนความผิดไปข้างโน้นข้างนี้ อาตมาเองถ้าเสื้อแดงมาก็ต้อนรับ เสื้อเหลืองมาก็ต้อนรับ อย่างพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือ " ว.วชิรเมธี " เป็นพระที่วางตัวดีมาก เวลาท่านถูกฝ่ายเสื้อเหลืองนิมนต์ไป มีการต้อนท่านให้ด่าทักษิณ ท่านก็จะตบด้วยธรรมะ เหมือนกันอาตมาถ้าต้อนให้ด่าทักษิณก็ไม่ด่าเหมือนกัน พอไม่ด่าบางทีมองว่าเป็น " พระทักษิณ "


พระพยอมกล่าวอีกว่า แล้วเราก็เคยเชิญทุกสี ซึ่งวัดสวนแก้วเป็นวัดที่เชิญใครต่อใครมาดีเบต เช่น นายสมัคร สุนทรเวช นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็มาดีเบตกัน ตอนเสื้อแดงเข้ามาที่วัด พวกเราก็ถูกถล่มทลายยับเยินเลย ไปบิณฑบาตก็โดนด่าทำไมไม่ห่มจีวรสีแดงมาบิณฑบาต มันแย่มากสังคมในช่วงนั้นมีการเกลียดชังกันอย่างชนิดมีคนพูดว่าพระองค์นี้เกลียดที่สุด ใส่บาตรต้องใส่ด้วยไม้หน้าสาม เป็นเรื่องที่ไม่เคยคิดว่าจะแย่ขนาดนี้ ที่ส่งผลแย่ที่สุดก็คือว่ารับนิมนต์ไปเจอทหาร ทางทหารบอกว่าอยากนิมนต์ไปเทศน์เหลือเกิน อาตมาถามกลับว่าแล้วทำไมไม่นิมนต์ เขาบอกไม่ได้เดี๋ยวผู้ใหญ่จะมองว่าเป็นทหารแตงโม พอไปเจอตำรวจก็อยากให้หลวงพ่อไปเทศน์เหลือเกิน แต่นิมนต์ไม่ได้เดี๋ยวผู้ใหญ่จะมองว่าเป็นตำรวจมะเขือเทศ


" การที่เสื้อแดงมาใช้พื้นที่วัดสวนแก้ว จึงถูกมองว่าเป็นพระเสื้อแดง ซึ่งแย่ที่สุดในชีวิตที่บวชมา 40 ปี เป็นช่วงขาลงที่สุด บางทีสื่อมาถามอาตมาบอกว่า ตอนนี้อาตมาขาลงสติปัญญาไม่พอ ไปถามท่าน ว.วชิรเมธี ดีกว่าจบเลยคำเดียว "
พระพยอมกล่าวอีกว่า ถ้าถามว่าอาตมาเลือกข้าง อาตมาจะไปเชิญเขาทำไมอีกสีหนึ่ง พอเชิญแล้วเขาไม่มา เขาชิงไหวชิงพริบกันอยู่ ใครมาก่อนเขาคิดว่าเราลำเอียงเข้าข้างนี้ เราก็ไม่รู้ว่าหากเราไปเชิญเหลืองมาก่อน แดงจะเกลียดเราหรือเปล่า มันเป็นปัญหาที่บ้าบอที่สุด ส่วนกรณีพระที่เลือกสีจริงๆ ก็ไม่รู้ต้องไปถามท่าน


" พระสงฆ์ตอนนี้อยู่ตรงกลางดีที่สุด เพราะอยู่ตรงกลางได้ทั้งติทั้งชม หากเลือกข้างจะอคติทันที ก็จะไม่กล้าเขียนไม่กล้าติไม่กล้าสอน เราเป็นนักสอน ผิดต้องบอกว่าผิด ถูกก็ว่าถูก หากไปบอกว่าไอ้ข้างนี้ทำอะไรก็ผิดหมด ข้างนี้ทำอะไรก็ถูกหมด มันจะเอาความเป็นธรรมที่ไหนมา พอเลือกข้างแล้วความเป็นธรรมมันเหลือน้อย " พระนักเทศน์กล่าว

นักสู้อาชีวะเลือดประชาธิปไตย

ที่มา thaifreenews

โดย prainn

กลุ่มGear of Red
นักศึกษาอาชีวะเลือดประชาธิปไตย
ปราศรัย ณ ลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
เนื่องในวันกองทัพไทย
วันที่ 25 มกราคม 2554

กิโยตินคือรางวัลของทรราชย์

ที่มา thaifreenews

โดย prainn

อติเทพ ไชยสิทธิ์ นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล
สมาชิกฝ่ายข้อมูล สนนท. ขึ้นกล่าวปราศรัย ณ ลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
เนื่องในวันกองทัพไทย
วันที่ 25 มกราคม 2554



โฆษก สนนท. อัดทหารเละ

ที่มา thaifreenews

โดย prainn

น.ส.สุญญาตา เมี้ยนละม้าย โฆษก สนนท.
ได้ออกแถลงการณ์ 2 ข้อ ดังนี้
1.ให้กองทัพมีความยึดโยงกับทางประชาชนให้มากขึ้น
โดยเสนอให้ส.ส. และครม.เป็นผู้คัดเลือกนายทหารมาดำลงตำแหน่ง
แทนบุคคลที่ใช้อำนาจนอกระบบ
และ 2.ขอให้ปลูกฝังอุดมการณ์ให้ทหารเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง
แถลง ณ ลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
เนื่องในวันกองทัพไทย
วันที่ 25 มกราคม 2554

ผมคิดว่า “กรณีฟ้องศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ” จะมีน้ำหนักกดดันอำมาตย์ไปอีกนาน

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย



เรื่องนี้ไม่ว่าจะทำปฎิวัติ รัฐประหาร หรือ ออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเองอย่างไร ก็ไม่สามารถขว้างชนัฎติดหลังนี้ออกไปได้ เรื่องนี้เป็นเหมือนกับที่ฝ่ายอำมาตย์ชอบใช้คดีต่างๆ เพื่อกดดันนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามให้มีชนัฎติดหลังเอาไว้

การนำเรื่องขึ้นสู่ศาลอาญาระหว่างประเทศ ของโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม จะกลายเป็นประเด็นที่ทิ่มแทงอำมาตย์ไปตลอดชีวิต ไม่ว่าใครก็ตามที่มีชื่อเข้าเกี่ยวข้องหรือสาวไปถึง การใช้วิธีการวิ่งล็อบบี้ อิทธิพลระหว่างประเทศจะไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ แม้ว่าวันนี้ ศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศจะไม่สามารถเอาตัวผู้กระทำผิดไปขึ้นศาลได้ก็ตาม เนื่องจากสภาพของ ICC นั้น ไม่มี “กองกำลังบังคับ” ที่จะจับกุมผู้กระทำผิดไปลงโทษ แต่ในเมื่อคดีมีมูลและเข้าข่ายการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ หากในวันหนึ่ง มีคนจับตัวผู้กระทำผิดเหล่านี้ไปขึ้นศาล วันนั้นคดีก็ดำเนินต่อไปได้ทันที ไม่มีอำนาจอะไรจะช่วยได้

ผู้กระทำผิดในเวลานี้ “รักษาอำนาจของตัวเองให้ได้ตลอดไป” ก็แล้วกัน หากวันใดพลาด วันนั้นก็จะโดนทันที หากฝ่ายประชาธิปไตยขึ้นมากุมอำนาจได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่แน่นอนอยู่แล้วในอนาคต ที่ไม่มีทางเผด็จการพวกนี้จะครองอำนาจไปได้ 10-20 ปี ภายในสิบปีนี้ พวกเขาก็ต้องหมดพลังในการรักษาอำนาจ อาจสั้นกว่าสิบปีด้วยซ้ำ เมื่อนั้นความผิดที่ได้ทำอาชญากรรมต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันในประเทศ ก็จะตามมาตอบสนองผู้กระทำผิดทันที การให้สัตยาบันในอนาคต เป็นสิ่งที่รัฐบาลหรือรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้ง จะต้องถูกมวลชนเสื้อแดงกดดันอยู่แล้ว

นายอภิสิทธ์ นายสุเทพ พล.อ.อนุพงษ์ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ดาวพงษ์ และระดับอื่นอีก ทั้งที่สูงกว่านี้ หรือต่ำกว่านี้ ผมไม่คิดว่ากว่าท่านจะตายท่านจะหนีความผิดพ้น สุขสบายกับอำนาจชั่วคราวในวันนี้ให้ดีเถอะครับ เพราะมันไม่จีรัง

และเมื่อวันนั้นมาถึง ผมไม่คิดว่าผู้มีบารมีคนใดในประเทศนี้จะช่วยท่านได้ เพราะพวกเขาก็อาจเอาตัวไม่รอดเช่นกัน

Re:

ผมคิดว่ากระบวนการรวบรวมหลักฐาน หาข้อมูล และพิจารณาข้อกฎหมายระหว่างประเทศ กรณีตัวอย่างต่างๆ ของคดีนี้ของ โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทำอย่างเป็นระบบที่สุด และคาดว่าจะเป็นคดีระหว่างประเทศที่คลาสสิกที่สุด ที่มีทนายมือดีจากภาคเอกชน ลงมือก่อน ทำให้การหาข้อมูล หาหลักฐานต่างๆ เต็มไปด้วยความรอบคอบรัดกุม รวมทั้งการกระทำที่ผ่านมาของฝ่ายอำมาตย์ นั้นลุแก่อำนาจ เพราะเคยฆ่าคนโดยไม่มีความผิดมาก่อน เลยไม่ได้ปกปิดเนียนเท่าที่ควร และฝ่ายทหารที่ใช้กำลังฆ่าประชาชน ก็ทำตามที่ได้รับคำสั่ง ไม่มีผลประโยชน์ของตนเองทำแบบเสียไม่ได้ จึงไม่ได้มีความเนียนอะไร เอาป้าย “เขตกระสุนจริง” ไปปัก ให้นักข่าวทั่วโลกได้ได้ภาพ เอาสไนเปอร์แบกปืนต่อหน้ากล้องจำนวนมหาศาล และซุ่มยิงคนกลางสายตาคนจำนวนมาก หลักฐานมันจึงมีมากมาย และในช่วงกระทำผิด ก็มีนักข่าวอยู่ในเหตุการณ์มหาศาล

ไม่เหมือนกับการสังหารหมู่ที่ยูโกสลาเวีย ที่หลักฐานมีแต่ศพ เท่านั้น แต่ไม่มีภาพถ่าย คลิปต่างๆ ยืนยันขนาดนี้ แต่อาชญากร ก็ขึ้นศาลโลกและได้รับโทษเช่นกัน

เรื่องนี้พิสูจน์ “จริยธรรม” ความน่าเชื่อถือของ “ศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ” ด้วยว่าจะสามารถนำความยุติธรรมมาสู่มวลหมู่มนุษยชาติชาวโลกได้หรือไม่ เพราะหากเรื่องนี้ทำสำเร็จ การสังหารประชาชนของเผด็จการต่างๆ ทั่วโลกจะเบาบางหรืออย่างน้อยก็กลัว แม้จะมีอำนาจในประเทศเต็มที่ก็ตาม

หากศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ ยอมให้กลุ่มที่ครองอำนาจในไทย (ประเทศเล็กๆ) ล็อบบี้ได้ ศาลนี้ก็เป็นแค่เจว็ด หมดประโยชน์
ผมเชื่อว่ากรณีนี้เป็นกรณี ท้าทาย Moral หรือ ศีลธรรมของระบบโครงสร้างทางกระบวนการยุติธรรมระดับโลก ว่าจะสามารถ “สถาปนา” ขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ได้หรือไม่

คดีนี้ผมว่าสามารถดึงนักกฎหมายระดับโลกเข้ามาได้อย่างดี เพราะมันคือ “การวางรากฐานระบบยุติธรรมของโลกในอนาคต”

บทกวีของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ฝากจากเรือนจำมาเตือนสติรัฐบาลอภิสิทธิ์

ที่มา ประชาไท

เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันนี้ (27 ม.ค.) มีบทกวีของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หนึ่งในแกนนำ นปช. โพสท์ลงบนหน้า facebook ของเขาพร้อมข้อความว่า "นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ฝากกลอนผ่านมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพค่ะ ฝากเตือนสติอภิสิทธิ์ด้วยบทกลอนนี้"

เนื้อหาของบทกวีมีดังนี้


คอยกลิ่นอิสรภาพ แต่เหม็นสาปรัฐประหาร
...ซากเดนเผด็จการ วางแผนงานเตรียมปล้นชิง
อ้อมกอดอำมหิต อภิสิทธิ์จะตกหิ้ง
กลียุคจะเป็นจริง ให้ช่วงชิงยุบสภา

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
มกราคม 2554