WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, February 1, 2011

สถาปัตยกรรมของอินเทอร์เน็ต: ลักษณะและนัยต่อความรับผิด

ที่มา ประชาไท

เมื่อโลกล่วงเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 อินเทอร์เน็ตก็ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตสำหรับคนส่วนใหญ่ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กที่ชอบเล่นเกมออนไลน์ คนหนุ่มสาวที่ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่หลักในการรับรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ไปจนถึงคนเฒ่าคนแก่ที่มีความสุขกับการได้กลับมาพบปะพูดคุยกับเพื่อนเก่าอีกครั้งผ่านเฟซบุ๊ค

ยิ่งอินเทอร์เน็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราเท่าไร เราก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะมองไม่เห็นความซับซ้อนเชิงโครงสร้างและความเรียบง่ายเชิงหลักการของอินเทอร์เน็ต และการที่เราได้อ่านข้อความบนหน้าเว็บเพจ (web page) แทบจะในทันทีที่เราเรียกดู ก็ทำให้เราไม่ฉุกใจคิดว่ามีผู้เกี่ยวข้องกี่ราย มีอะไรเกิดขึ้นบ้างก่อนที่เนื้อหาบนหน้าเว็บจะเดินทางมาถึงสายตาของเรา

ชาญชัย ชัยสุขโกศล ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายอย่างรวบรัดชัดเจนในรายงานเรื่อง “อำนาจเชิงโครงสร้างของเทคโนโลยี: ศึกษากรณีอินเทอร์เน็ตไทย ช่วงก่อนรัฐประหาร 2549” ว่า การที่เราได้อ่านหรือพิมพ์เนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตนั้น มีผู้รับผิดชอบจำนวนมากในเครือข่าย ซึ่งเราอาจแบ่งได้เป็น 3 ชั้น ได้แก่

(1) ชั้นโครงข่ายพื้นฐาน (Network Infrastructure) ได้แก่ โครงข่ายโทรคมนาคม, วงจรเช่า (leased line / circuit), สายส่งสัญญาณ/สายโทรคมนาคม (transmission / telecommunication line), เกตเวย์อินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ (International Internet Gateway: IIG) ทำหน้าที่คล้ายชุมสายโทรศัพท์ (สำหรับการสื่อสารแบบโทรศัพท์) สำหรับโทรออกต่างประเทศ, ชุมสายแลกเปลี่ยนข้อมูลอินเทอร์เน็ตในประเทศ (National Internet Exchange: NIX)

(2) ชั้นช่องทางเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet Access) ประกอบด้วยบริการหลักๆที่เกี่ยวข้อง 3 ประเภท ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISPs), บริการเว็บโฮสติ้ง (webhosting) หรือรับฝากเว็บไซต์ และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งให้บริการรับฝากเครื่องเว็บเซิร์ฟเวอร์ และ

(3) ชั้นเนื้อหาอินเทอร์เน็ต (Internet Content) ซึ่งประกอบด้วยเว็บไซต์, เว็บบอร์ด, เว็บบล็อก (weblog), ทีวีออนไลน์, วิทยุออนไลน์, เว็บเครือข่ายสังคม (social network site) ฯลฯ

อาจารย์ชาญชัยสรุปต่อไปว่า การที่เราสามารถเข้าถึงเนื้อหาอินเทอร์เน็ตหนึ่งๆ (เช่น เว็บไซต์แห่งหนึ่ง) ได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีชนิดต่างๆ มากมายมหาศาลที่เชื่อมต่อกันเป็นระบบเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ และทำงานร่วมกันในการรับส่งข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้ (ดูตารางประกอบ)

(1) เราเองจะต้องเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ต โดยล็อกอินผ่านระบบการให้บริการช่องทางการอินเทอร์เน็ต (ISP) รายหนึ่ง จากนั้นจึงส่งข้อมูลคำสั่ง ว่าต้องการเปิดเว็บใดไปยังเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ในที่นี้จะเรียกว่า “บิต” (bit) ซึ่งเป็นเลขฐานสอง อันเป็นรูปแบบพื้นฐานที่สุดของภาษาคอมพิวเตอร์) (2) บิตคำสั่งดังกล่าวจะถูกส่งผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมพื้นฐานเชื่อมต่อภายใน ประเทศทั้งที่เป็นแบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (ADSL) หรือระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วต่ำ (PSTN) รวมทั้งระบบโครงข่ายเอทีเอ็มหรือสายเช่า (lease line) ประเภทต่างๆ เพื่อเรียกข้อมูลจาก (3) คอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ที่ทำหน้าที่เป็นเว็บโฮสติ้ง ซึ่งถ้าเป็นเว็บใหญ่ก็จะตั้งอยู่ที่ (4) ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งให้บริการรับฝากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ด้วย ถ้าข้อมูลเนื้อหาอินเทอร์เน็ตไม่ได้อยู่ที่ระบบให้บริการอินเทอร์เน็ตนั้นๆ บิตคำสั่งขอข้อมูลดังกล่าวก็จะต้องวิ่งขึ้นไปที่อื่น กรณีเว็บนั้นๆอยู่ภายในประเทศ (เช่น pantip.com เป็นต้น) บิตคำสั่งจะวิ่งไปที่ (5) ชุมสายอินเทอร์เน็ตภายในประเทศ เพื่อวกกลับลงมาสู่ (6) ระบบให้บริการอินเทอร์เน็ตของรายอื่น ซึ่งเชื่อมต่อกับ (7) เว็บโฮสติ้งเครื่องที่เก็บข้อมูลของ (8) เว็บไซต์ตัวที่ต้องการเข้าถึง แต่ถ้าเว็บไซต์นั้นๆอยู่ต่างประเทศ (เช่น youtube.com เป็นต้น) คำสั่งขอข้อมูลก็จำเป็นจะต้องวิ่งไปที่ (9) เกตเวย์อินเทอร์เน็ตเข้า/ออกระหว่างประเทศ เพื่อวิ่งต่อโดยผ่าน (10) สายใยแก้วนำแสงภาคพื้นดินไปที่ (11) สถานีรับส่งดาวเทียม หรือ (12) ที่จุดเชื่อมต่อสายเคเบิลใต้น้ำ เพื่อออกสู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ตของโลกต่อไป เมื่อได้พบเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งของเว็บไซต์นั้นๆ แล้ว บิตข้อมูลเนื้อหาของเว็บไซต์นั้นๆ ก็จะถูกส่งให้วิ่งย้อนกลับยังเครือข่าย อุปกรณ์ต่างๆ ตามที่วิ่งมา (กรณีนี้เป็นเพียงตัวอย่างพื้นฐาน กรณีจริง จะมีเทคนิคอีกมากมาย เพื่อลดความล่าช้าของการวิ่งหาข้อมูล เช่น ระบบพร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้งไว้ตามอุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น)

โครงสร้างของอินเทอร์เน็ตในมิติต่าง ๆ
(คลิกเพื่อดูรูปขนาดเต็ม)

จากตารางด้านบนจะเห็นว่า การทำงานอะไรก็ตามของอินเทอร์เน็ตนั้นมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนหรือเครื่องที่เรามองไม่เห็น การที่เราได้อ่านเนื้อหาบนเว็บเพจหน้าไหนก็ตาม (รวมทั้งบทความที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้ด้วย) จำต้องอาศัย “ตัวกลาง” จำนวนมาก ตั้งแต่ผู้เขียนเนื้อหา (อย่างเช่นผู้เขียนบทความนี้) เว็บมาสเตอร์ (webmaster) ผู้ดูแลเว็บ ผู้ให้บริการโฮสติ้งซึ่งเป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์ที่เก็บบทความนี้ไว้ให้ดู ไปจนถึงผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ที่ท่านจ่ายค่าบริการเพื่อเชื่อมต่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ต

ในเมื่อการนำส่งเนื้อหาบนเว็บเพจสู่สายตาคนอ่านมีตัวกลางที่เกี่ยวข้อง จำนวนมากและหลากหลายประเภท ผู้บังคับใช้กฎหมายจึงต้องใช้ความระมัดระวังและความเชี่ยวชาญค่อนข้างมากในกระบวนการพิสูจน์ว่า เนื้อหาบนเว็บไซต์ที่ผิดกฏหมายนั้นมี “ตัวกลาง” คนไหนที่มี “เจตนา” หรือ “ยินยอม” ให้สร้างเนื้อหาดังกล่าวบ้าง

ลองสมมติว่าคุณเช่าบ้านพักอยู่แถวชานเมือง วันดีคืนดีมีคนมือบอนมาพ่นข้อความกล่าวหานักการเมืองชื่อดังบนกำแพงบ้าน มีคนถ่ายรูปเอาไว้ได้และอัพโหลดรูปขึ้นเว็บบอร์ดชื่อดังแห่งหนึ่งก่อนที่คุณจะลบทัน สมาชิกเว็บบอร์ดหลายคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์อย่างสนุกสนานและส่งรูปนั้นต่อไป เป็นอีเมลลูกโซ่ รวมทั้งก็อปปี้รูปนั้นไปโพสบนเว็บอื่น นักการเมืองผู้ตกเป็นเป้าเข้ามาพบรูปถ่ายข้อความบนกำแพง รีบสั่งให้ทนายหาตัวตนของคนมือบอนเพื่อแจ้งจับในข้อหาหมิ่นประมาท

ถ้านักการเมืองรายนั้นไปแจ้งความขอให้ตำรวจจับคุณด้วย โดยอ้างว่าคุณ “ยินยอม” ให้คนมือบอนหมิ่นประมาทเขาเพราะไม่ได้ทำความสะอาดกำแพงอย่างทันท่วงที คุณย่อมรู้สึกว่าข้อกล่าวหาข้อนี้ไม่เป็นธรรม คำถามข้อต่อไปคือ ถ้าใช้เหตุผลแบบนี้ นักการเมืองคนนั้นก็อาจใช้เหตุผลทำนองเดียวกันแจ้งความจับเจ้าของบ้านที่ให้คุณเช่า (ในฐานะเจ้าของกำแพงที่ตีพิมพ์ข้อความหมิ่นประมาท) เจ้าของเว็บบอร์ดที่เปิดให้คนเข้ามาโพสรูปถ่ายได้อย่างเสรี (ในฐานะเจ้าของสื่อที่เผยแพร่เนื้อหาหมิ่นประมาท) รวมไปถึงบริษัทโฮสติ้งที่โฮสเว็บบอร์ดนั้นๆ (ในฐานะเจ้าของพื้นที่ของสื่อที่เผยแพร่เนื้อหาหมิ่นประมาท)

การฟ้อง “ตัวกลาง” ต่างๆ ในกรณีสมมติข้างต้นฟังดูไม่เป็นธรรมอย่างไร การฟ้องร้อง “ตัวกลาง” ต่างๆ กรณีเกิดเนื้อหาผิดกฎหมายบนอินเทอร์เน็ตก็ไม่เป็นธรรมฉันนั้น เนื่องจากการทำงานของอินเทอร์เน็ตต้องพึ่งพาอาศัยตัวกลางจำนวนมาก ลำพังการปรากฏเนื้อหาที่เจ้าหน้าที่มองว่าผิดกฎหมาย ไม่ได้แปลว่าตัวกลางต่างๆ “เจตนา” หรือ “ยินยอม” ที่จะให้เนื้อหานั้นปรากฏ

ในเมื่อสถาปัตยกรรมของอินเทอร์เน็ตมีตัวกลางที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก และการทำงานของตัวกลางเหล่านั้นก็จำเป็นต่ออินเทอร์เน็ต กฎหมายอินเทอร์เน็ตที่เป็นมาตรฐานสากลจึงคุ้มครองตัวกลางเป็นพื้น คือตั้งสมมติฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ ไม่ใช่เพ่งเล็งว่าสมรู้ร่วมคิดกับผู้กระทำผิด กล่าวคือ เจ้าหน้าที่จะไม่แจ้งจับตัวกลางในข้อหาเจตนาหรือยินยอมให้มีเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย จนกว่าจะพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่ามีเจตนาจริงๆ เช่น สมมติว่าเจ้าหน้าที่เคยแจ้งเว็บมาสเตอร์ให้ลบเนื้อหาที่แสดงหลักฐานให้เห็น แล้วว่าผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ภายใน 7 วันตามที่กฎหมายกำหนด แต่เว็บมาสเตอร์ไม่ยอมทำตาม เป็นต้น (ปัจจุบันกฏหมายไทยยังไม่มีขั้นตอนในการแจ้งลบเนื้อหาผิดกฏหมาย)

นอกจากจะต้องทำความเข้าใจว่าอินเทอร์เน็ตเดินได้ด้วยตัวกลางจำนวนมากแล้ว เราก็ยังต้องทำความเข้าใจด้วยว่า บริการต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตแตกต่างจากบริการนอกเน็ตอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น เว็บบอร์ด (web board) คือการสื่อสารสองทางระหว่างผู้ใช้เน็ตด้วยกัน ไม่ใช่ “สื่อมวลชน” แบบดั้งเดิมที่ต้องมีกองบรรณาธิการคอยกรองเนื้อหา ก่อนตีพิมพ์ เว็บบอร์ดไหนที่เนื้อหาถูกกรองก่อน เว็บบอร์ดนั้นก็จะไม่ได้รับความนิยม เพราะผู้ใช้เน็ตอยากสื่อสารกันเองโดยที่ไม่มีใครมาเซ็นเซอร์ก่อนตีพิมพ์ การเซ็นเซอร์หรือปิดกั้นทำได้ หลังจากที่เนื้อความที่สื่อสารกันปรากฏบนเว็บแล้วเท่านั้น

ผู้ดูแลเว็บบอร์ดขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมสูงมาก อย่างเช่น pantip.com เปรียบเสมือน “พิธีกร” ในงานเลี้ยง ผู้คอยดูแลให้การสนทนาระหว่างแขกเหรื่อเป็นไปอย่างราบรื่น หรือเป็น “โอเปอเรเตอร์” ผู้ทำหน้าที่สับสายโทรศัพท์ มากกว่าจะเป็น “บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา” ของสื่อสิ่งพิมพ์

พิธีกรในงานเลี้ยงไม่ควรต้องร่วมรับผิดเวลาที่แขกในงานกระทำความผิด ฉันใด ผู้ดูแลเว็บบอร์ด เจ้าของเว็บบอร์ด เจ้าของเว็บไซต์ที่เปิดให้ใครก็ได้เป็นเจ้าของเว็บบอร์ด บริษัทโฮสติ้ง และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ก็ไม่ควรต้องร่วมรับผิดเวลาที่ผู้ใช้เน็ตโพสเนื้อหาที่ผิดกฏหมายฉันนั้น.

หมายเหตุ: เผยแพร่ครั้งแรกที่ http://thainetizen.org/node/2594

นิติราษฏร์ ฉบับ ๑๓: เปลี่ยนผ่านประเทศไทย

ที่มา ประชาไท

หากไม่หลอกตัวเองจนเกินไป จะพบว่าสังคมไทยไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ปฏิกิริยาอันหลากหลายที่สะท้อนผ่านความรู้สึกนึกคิดและการแสดงออกของบรรดาผู้คน แสดงนัยยะให้เห็นชัดเจนว่าประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ

จากความขัดแย้งทางการเมืองในสังคมไทยเมื่อห้าปีก่อน หากผู้เกี่ยวข้องต่อการนี้ได้เข้าใจกันบ้างว่ากับบางเรื่องราว ไม่ว่าจะมีเหตุผลอย่างไร ก็ไม่สมควรกระทำแล้ว การรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ก็คงไม่เกิด และเมื่อการยึดอำนาจจากรัฐบาลพรรคไทยรักไทยไม่ได้มีผลเป็นการล้มล้างรัฐบาลอย่างเดียว แต่ทว่ายังเป็นการทำลายอำนาจการตัดสินใจของประชาชนผู้สนับสนุนรัฐบาลด้วย จากการกระทำด้วยวิธีการที่มิชอบดังนี้ จึงถือเป็นการเปิดม่านให้กับการมาเยือนของวิกฤติการเมืองไทยดังที่เห็นในปัจจุบัน ...

ความจริงแล้ว ปัญหาทางการเมืองอาจจะไม่ขยายตัว หากคู่กรณีฝ่ายหนึ่งมีความยับยั้งชั่งใจต่อการใช้อำนาจของตนอยู่บ้าง แต่หลังจากการรัฐประหารสำเร็จลุล่วง เมื่อปฏิบัติการทำลายล้างทางการเมืองต่อคู่กรณีฝ่ายตรงกันข้ามยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ พรรคไทยรักไทยได้ถูกยุบไปโดยคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ หัวหน้าพรรคพลังประชาชนซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถูกศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งผู้นำรัฐบาล และพรรคพลังประชาชนถูกยุบตามไปโดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ผลจากการที่ถูกกระทำซ้ำซากดังนี้ ทำให้ความอดทนของผู้ที่สนับสนุนพรรคการเมืองทั้งสองพรรคเดินมาถึงจุดสิ้นสุด และนำไปสู่การชุมนุมประท้วงแบบยืดเยื้อตามมาหลายครั้ง ครั้งล่าสุดก็เกิดเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๓ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับชีวิตและทรัพย์สินของผู้คนอย่างไม่อาจประเมินค่าได้ ทั้งยังสร้างความบาดหมางในสังคมไทยให้ร้าวลึกลงไปแบบยากที่จะเยียวยา

กระนั้นก็ตาม ไม่ว่าความขัดแย้งจะขยายตัวเท่าใด สิ่งที่ต้องตราไว้ก็คือ ความไม่ลงรอยทางการเมืองดังนี้ย่อมไม่อาจนำพาประเทศเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน ได้ หากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนี้เป็นเพียงคนเฉพาะกลุ่มระหว่าง นักการเมืองด้วยกัน อย่างไรก็ดี เมื่อคู่ขัดแย้งทางการเมืองคราวนี้ประกอบอยู่ทั้งองคมนตรี กองทัพ ตุลาการ พรรคการเมือง และประชาชนซึ่งเป็นผู้สนับสนุนคู่กรณีของแต่ละฝ่าย ความขัดแย้งในสังคมไทยจึงลุกลามบานปลายจนกลายเป็นวิกฤติทางการเมืองอย่างคาดคิดไม่ถึง

คงไม่จำเป็นอีกแล้วต่อการสาธยายรายละเอียดถึงบทบาทของคู่ขัดแย้งทางการเมืองในครั้งนี้ เพราะข้อเท็จจริงเท่าที่ปรากฏในทางต่างๆ รวมไปถึงบันทึกของเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยที่มีไปถึงวอชิงตันเกี่ยวกับปัญหาการเมืองไทย ซึ่งถูกนำมาตีแผ่ผ่านวิกิลีกส์ว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องกับเรื่องใดบ้าง ก็เพียงพอต่อการทำให้สถาบันสำคัญในสังคมไทยตกอยู่ในภาวะแทบจะล้มละลายต่อความน่าเชื่อถือสำหรับผู้คนจำนวนหนึ่งเสียสิ้น และจากความรู้สึกดังนี้ ผู้คนจำนวนไม่น้อยจึงเห็นถึงความจำเป็นของการต้องเปลี่ยนผ่านประเทศไทยเสียที

ไม่ใช่หัวใจสำคัญของเรื่องเสียแล้ว หากจะตั้งคำถามอยู่เพียงว่าพรรคการเมืองใดจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลและใครจะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อมีการเลือกตั้ง แต่ทว่าคำถามที่สอดรับกับสถานการณ์ทางข้อเท็จจริงมากที่สุดขณะนี้ย่อมอยู่ที่ว่า จะเปลี่ยนผ่านประเทศไทยอย่างไรให้ก้าวข้ามความขัดแย้งไปยังจุดหมายที่ควรจะ เป็น ตามทำนองคลองธรรมของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านประเทศไทยเป็นไปอย่างสันติ ทุกสถาบันสำคัญในสังคมไทยจำต้องพร้อมจะรับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงว่าตนจะต้องปรับตัวหรือเปลี่ยนแปลงอย่างไร เพื่อมิให้สถาบันของตนกลายเป็นต้นเหตุของวิกฤติทางการเมืองซึ่งทำให้ประเทศไทยต้องตกอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหมือนดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

วันนี้สังคมไทยได้ย่างก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านแล้ว และต้องตระหนักว่าการหยุดยั้งความเปลี่ยนแปลงอันเป็นกฎธรรมดาโลกไม่เคยมีผู้ ใดกระทำได้สำเร็จ ไม่ว่าจะโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายหรือใช้แสนยานุภาพทางอาวุธเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้ง เมื่อประเทศไทยไม่อาจหวนกลับไปเป็นอย่างเดิมอีกได้ สถาบันการเมืองทั้งหลายจึงต้องหาจุดลงตัวที่เหมาะสมของตนให้ได้เพื่อให้สอดรับกับสภาพแวดล้อมอย่างใหม่ที่ประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนผ่านไปถึง

หากสถาบันการเมืองใดยังคิดว่าตนอยู่เหนือกฎแห่งการเปลี่ยนแปลง อนาคตไม่ไกลจากนี้จะเป็นเครื่องชี้วัดให้เห็นว่าสิ่งที่ท่านคิดนั้นผิดหรือถูก

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:ล่าฆาตกรฆ่าต่อเนื่อง

ที่มา Thai E-News


ประกาศหาเด็กสาวสูญหาย9เดือน19พฤษภา พลัดหลงหน้าเวทีราชประสงค์ช่วงชุลมุนแกนนำมอบตัว -คุณวิ ศรแดง แจ้งประกาศทางเฟซบุ๊คตามหา น้องผู้หญิงที่เห็นในภาพชื่อ นางสาว อารียา วัฒนา อายุ 17 ปี พลัดหลงกับแม่หน้าเวทีราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ขณะแกนนำนปช.กำลังจะเข้ามอบตัว

แม่ของนางสาวอารียาได้พยายามติดตามทุกที่ แต่ก็ไม่พบน้องเขาเลย เลยไปพึ่งทางหมอดู หมอดูบอกว่า นางสาวอารียายังไม่ตาย แต่อยู่แถวชายแดน แม่ก็ไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว แม่ของน้องเขายอมทำทุกอย่างเพื่อเสื้อแดง โดยเป็นการ์ด นปช.ด้วย

ผู้ใดเคยเห็นหรือพบเจอ ช่วยส่งข่าวมาบอกทางวิโดยตรงทางเฟซบุ๊คนะค่ะ ขอบพระคุณมาก ๆ คะ (เห็นน้องเค๊าแล้วก็นึกถึงน้องปราง ลูกสาวนายมาร์คเนาะ หากเป็นน้องปรางหายไป8-9เดือนแบบนี้มั่ง มาร์คจะรู้สึกเข้าใจหัวอกพ่อแม่ของน้องเค้ามั้ยนะ...)



-คลิปณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประกาศยุติชุมนุมและมอบตัว

-บรรยากาศผู้ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ชัยฯหลังแกนนำประกาศยุติการชุมนุม

บรรยากาศขณะแกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดินขึ้นกล่าวยุติการชุมนุม ช่วงเวลา13.20น. 19 พฤษภาคม 2553 เกิดความชุลมุน และเด็กสาวพลัดหลงกับแม่ หายไปนานมากกว่า 8 เดือนแล้ว

********

โดย นักข่าวชาวรากหญ้า
1-28 กุมภาพันธ์ 2554



***คอลัมน์สังคมข่าวชาวเสื้อแดงประจำวันที่ 1-28 กุมภาพันธ์ 2554 นำเสนอกิจกรรม ข่าวคราวแวดวงคนเสื้อแดง และผู้รักชาติรักประชาธิปไตย ไม่ตอหลดตอแหลสะดีดสะดิ้นกันตามเคย ..หากมีข่าวคราวใดๆก็ช่วยกันส่งมาเผยแพร่ และหากมีข่าวกิจกรรมอะไรที่เราไม่ได้เสนอ ไม่ได้แปลว่าไทยอีนิวส์เลือกที่รักมักที่ชัง แต่เพราะเรา"ตกข่าว" (นี่ว่ากันตรงๆไม่ต้องมีฟอร์ม เพราะพวกเรามันคนกันเองทั้งนั้น)

หากเห็นว่าไทยอีนิวส์ตกข่าว ก็รบกวนส่งมาซ่อมได้ ไม่มีปัญหา ทางอีเมล์เดิมๆ thaienews99@googlegroups.com ไม่คิดค่าลงข่าว แต่ขอแรงหน่อย ช่วยกันกระจายต่อไป เผื่อใครเขาตกข่าว จะได้มีเพื่อนร่วมแดงกันเยอะๆ ***

***คุณรำพึง จันทร์ดี ภรรยาอาจารย์สอาด จันทร์ดี ถึงแก่กรรม สวดศพที่ศาลา 1 วัดเสมียนนารี เวลา 18.30 น. ขอเชิญญาติมิตรที่เคารพนับถือ แฟนหนังสือ แฟนรายการวิทยุของอาจารย์สอาด นักสู้ผู้กล้าหาญเบิกเนตรคนอย่างอุตสาหะร่วมพิธีไว้อาลัยแก่ผู้วายชนม์ และให้กำลังใจแก่ท่านอาจารย์สอาด มา ณ โอกาสนี้***

***ฝ่ายประชาธิปไตยไทยหนุนชาวอียิปต์โค่นเผด็จการ-เริ่มที่ 1 กุมภาพันธ์ สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.) และองค์กรสมาชิก, กลุ่มเสรีปัญญาชน, กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และเครือข่ายขบวนการประชาธิปไตยอื่นๆ ได้ร่วมกันจัดการชุมนุมในเวลา 12.30 น. อาคารสรชัย - ซอยสุขุมวิท 63 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานทูตอียิปต์ เพื่อแสดงพลังให้กำลังใจและสนับสนุนประชาชนชาวอียิปต์ในการโค่นล้มระบอบเผด็จการ ของประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค(Hosni Mubarak), ประมุขของความชั่วร้าย วัย 83 ปี, และต่อต้านการปราบปรามเข่นฆ่าพี่น้องประชาชนชาวอียิปต์ผู้เรียกร้องสิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตย

ขอเชิญนักศึกษา และประชาชน เข้าร่วมการแสดงพลังสนับสนุนการต่อสู้เพื่อโค่นล้มระบอบเผด็จการโดยทั่วกัน***

***ตามล่าฆาตกรฆ่าต่อเนื่อง-เนื่องด้วยคุณนงนุช คำป้อ ภริยาของนาย กฤษฎา กล้าหาญ (น้องเบิร์ด-การ์ด เชียงใหม่)ที่ถูกยิงตาย และสมชาย ประทุมเมศ เพื่อนร่วมงานของแดง คชสาร จากแนวร่วมเสื้อแดง จังหวัดเชียงใหม่ จะมายื่นหนังสือกดดันรัฐบาลในกรณีความคืบหน้าของการสังหารคนทั้ง 2 ท่าน และกรณีที่มีการไล่ล่าสังหารแนวร่วมมวลชนคนเสื้อแดง โดยจะไปทำการยื่นหนังสือในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 ดังนี้

1. สำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน <> อยู่ที่ ถ.ราชดำเนินนอก เวลา 8.00น.

2.ร่วมแถลงข่าวร่วมกับแกนนำนปช.ที่อิมพิวเรียล ลาดพร้าว เวลา 13.00 น.


ขอเชิญพี่น้องเสื้อแดงร่วมกิจกรรมและให้กำลังใจพร้อมกัน***
การสังหารโหด'แดง คชสาร'ถือเป็นศพที่ 5 หลังสลายม็อบ 91 ศพ เมื่อ 19 พฤษภาคม นี่ยังไม่ใช่เหยื่อรายสุดท้าย..

เปิดปมชะตาสยอง5เสื้อแดง เหยื่อฆาตกรฆ่าต่อเนื่อง

สุเทพ เทือกสุบรรณ และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาปฏิเสธความผิดชอบในการตายของแดง คชสาร และเสื้อแดงรายอื่นๆ ซึ่งก็อาจเป็นไปตามที่ทั้งสองปฏิเสธ แต่ฆาตกรต่อเนื่องรายอื่นยังคงเงียบงัน!..

ไปสัมผัสชะตาสยองของเหยื่อฆาตกรฆ่าต่อเนื่องหลังสังหารหมู่ 19 พฤษภาคมทั้ง 5 ราย และย้อนไปดูผลงานฆาตกรฆ่าต่อเนื่องตั้งแต่ยุค 6 ตุลาคม 2519

เหยื่อรายแรก อ้วน บัวใหญ่-ศักรินทร์ กองแก้ว

ปูมประวัติ-อ้วน บัวใหญ่ อายุ 24 ปี ชาวบัวใหญ่ นครราชสีมา คนสนิทส.ส.แรมโบ้อีสาน-นายสุพร อัตถาวงศ์ แกนนำนเสื้อแดง อบัวใหญ่ เคยนำกลุ่มคนเสื้อแดงโคราชไปชุมนุมปราศรัยโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ขณะไปเป็นประธานงานศพนายทหารคนสนิท ที่วัดสุทธจินดาวรวิหาร เขตเทศบาลนครนครราชสีมา

หลังสลายการชุมนุม 19พ.ค.เพียง 2 วันคือในวันที่ 21 พ.ค.ถูกกองทัพภาคที่ 2 เรียกเข้าไปรายงานตัวที่ กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพราะเป็นแกนนำเสื้อแดงโคราช

พฤติการณ์สังหารโหด-คืนวันที่ 9 มิ.ย.53 ขณะที่อ้วน โคราช ขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน โดยมีรุ่นน้องนั่งซ้อนท้ายมา มีรถกระบะสีดำขับเข้ามาตะโกนถามเส้นทาง อ้วน โคราช จึงวนรถกลับมาหาเพื่อบอกทาง คนร้ายที่นั่งคู่คนขับได้ชักปืน11มม.ออกมาจ่อยิงที่บริเวณศีรษะ และลำตัวหลายนัด จากนั้นคนร้ายได้อาศัยช่วงกลางคืนขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว อ้วน โคราช เสียชีวิตขณะนำตัวส่งโรงพยาบาล

เพื่อนร่วมงานนายศักรินทร์ให้ข้อมูลว่า ทราบว่ามีรถยนต์กระบะสีดำขับติดตามนายศักรินทร์มากว่า 3 วันแล้ว และได้เตือนให้นายศักรินทร์ได้ระวังตัว แต่นายศักดิ์นรินทร์ไม่เชื่อคำเตือน สุดท้ายก็มาถูกยิงดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งประเด็นการสอบสวนไว้ทั้งเรื่องความขัดแย้งส่วนตัว, เรื่องชู้สาว และประเด็นทางการเมือง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ปฏิเสธว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องการสังหาร ขณะที่ฝ่ายทหารโยนขี้ว่าถูกเสื้อแดงด้วยกันฆ่าตัดตอน จนปานนี้ยังไม่มีความคืบหน้าของคดี
ในวันเดียวกันกับที่สังหารอ้วน บัวใหญ่ ที่เชียงรายมีการยิงสังหารนายอานนท์ พิมสาร คนสนิทของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตส.ส.เชียงรายที่จังหวัดเชียงราย โดนไหล่ขวา บาดเจ็บสาหัสแต่รอดตาย (ดูข่าว)

เหยื่อรายที่ 2 สวาท ดวงมณี

ปูมประวัติ-นายสวาท ดวงมณี อายุ 60 ปี ชาวจังหวัดศรีสะเกษ เป็นการด์เสื้อแดงคนหนึ่ง ซึ่งหลังจากถูกสลายการชุมนุม ได้เดินทางหลบหนีมาเยี่ยมญาติที่เขาชะเมา จ.ระยอง แต่ถูกกลุ่มคนร้ายลงมือฆ่า แล้วนำศพมาทิ้งในพื้นที่ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี

พฤติการณ์สังหารโหด-หลังเหตุการณ์สังหารอ้วน บัวใหญ่ และลอบสังหารหัวคะแนนยงยุทธ ที่เชียงรายเพียงวันเดียว ตำรวจพบนายสวาทเป็นศพเมื่อ 10 มิถุนายน 53 คนร้ายฆ่าสังหารโดยใช้เชือกมัดมือไพล่หลัง และใช้ผ้าขาวม้าผูกคอจนเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีระบุว่า นายสวาทได้หลบหนีหลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบจลาจลในกรุงเทพฯ ไปหาญาติที่ระยอง แต่ถูกคนร้ายตามฆ่า เชื่อว่า ถูกฆ่ามาจากที่อื่น แล้วนำศพมาทิ้งเพื่ออำพรางคดี

เหยื่อรายที่ 3 น้ำหวาน-ธนพล แป้นศรี
ปูมประวัติ-น้ำหวาน อายุ 43 ปี เป็นการ์ดคนใกล้ชิดของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนสำคัญของนปช.แดงทั้งแผ่นดิน อยู่อารักขาณัฐวุฒิอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งนาทีสุดท้ายในการชุมนุมที่เวทีราชประสงค์ ที่ณัฐวุฒิประกาศยุติการชุมนุมเข้ามอบตัวกับตำรวจ น้ำหวานก็แยกยสยกลีบบ้าน

พฤติการณ์สังหารโหด-เมื่อเช้าวันที่ 26 มิ.ย.53 ขณะที่น้ำหวานขี่มอเตอร์ไซค์ บนถนนสายลำลูกกา-ธัญญบุรี บริเวณคลองเจ็ด จ.ปทุมธานี ถูกรถกระบะพุ่งชนกระดูกก้านคอหัก มีรอยช้ำที่ท้ายทอย และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตามคนใกล้ชิดต่างเชื่อว่าไม่ได้เป็นอุบัติเหตุธรรมดา แต่เป็นฆาตกรรมอำพราง เนื่องจากน้ำหวาน เคยเปรยกับคนใกล้ชิดว่า ถูกติดตามและหมายเอาชีวิต

นางมาลัย เลิศสลุง อดีตภรรยาของน้ำหวานเล่าว่า หลังจากม็อบถูกสลาย น้ำหวานก็กลับมาที่บ้านพักย่านคลองเก้า อ.ลำลูก กา จ.ปทุมธานี โทรศัพท์พูดคุยกันตลอด ทราบว่าอยู่เป็นที่ไม่ได้ ต้องหลบหนีอย่างหัวซุกหัวซุน พร้อมทั้งยังบอกด้วยว่ากำลังถูกไล่ล่า ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ครั้งสุดท้ายที่โทรศัพท์คุยกัน ประมาณ 15 วัน ก่อนเสียชีวิต

ตำรวจเจ้าของคดีสรุปสำนวนว่าน้ำหวานขับมอเตอร์ไซค์แฉลบเสียชีวิตเอง ซึ่งใครก็ยากจะเชื่อว่าอดีตพ.อ.อ.สังกัดหน่วยคอมมานโดจะพบจุดจบในชีวิตแบบที่ตำรวจเป่าคดีง่ายๆแบบนี้


เหยื่อรายที่ 4 น้องเจมส์-กฤษฎา กล้าหาญ

ปูมประวัติ-นายกฤษฎา กล้าหาญ อายุ 21 ปี ชาวเชียงใหม่ เป็นการ์ดให้"ดีเจอ้อม" ดีเจชื่อดังของคลื่นรักเชียงใหม่ 51 คลื่น92.5 MHz ซึ่งมีบทบาทในการปลุกคนเชียงใหม่เรียกร้องประชาธิปไตย ช่วงชุมนุมใหญ่12มี.ค.-19พ.ค.53 ลงไปเป็นการ์ดให้ดีเจอ้อมที่กรุงเทพฯ หลังจบการชุมนุมดีเจอ้อมได้หลบภัยมืด ส่วนน้องเจมส์กลับเชียงใหม่ช่วยทางบ้านทำมาหากิน

พฤติการณ์สังหารโหด-เมื่อวันที่ 29 ส.ค.53 ขณะที่น้องเจมส์ขับรถมากับแฟนสาว น.ส.นงนุช คำป้อ หลังจากทั้งคู่เสร็จภารกิจขายของที่ถนนคนเดิน น้องเจมส์ซึ่งนั่งฝั่งซ้าย สังเกตเห็นรถเก๋งคันหนึ่งปิดไฟหน้าขับติดตามมาใกล้ ขณะที่มาถึงเขตติดต่อ อ.เมือง กับ อ.หางดง รถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับแซงด้านซ้ายขึ้นมา คนร้ายในรถใช้อาวุธปืนระดมยิงใส่รถจนถูก นายกฤษฎา จากนั้นได้พยายามขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว จึงนำเจมส์ไปส่งยังโรงพยาบาล และเสียชีวิตในวันที่ 1 ก.ย.53

พ.ต.ท.เอกรัฐ พัฒนสมบัติ สารวัตรเวร สภ.หางดง จ.เชียงใหม่ ระบุคนร้ายใช้อาวุธสงครามปืนเอ็ม 16 แต่จนบัดนี้ครบ100 วันการเสียชีวิต คดียังไม่คืบหน้า
ชาวเชียงใหม่ และคนเสื้อแดงได้เข้าร่วมพิธีศพของน้องเจมส์ คนสามัญธรรมดามากกว่า 10,000 คน โดยมีนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธานพิธีศพ ( อ่าน: ความตายที่หนักแน่นปานขุนเขา งานศพของไพร่ที่เชียงใหม่ แต่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน )

เหยื่อรายที่5-แดง คชสาร

ปูมประวัติ-แดง คชสาร หรือนายน้อย บรรจง (กลางภาพ) ดีเจวิทยุชุมชนคลื่นรักเชียงใหม่ 51 ซึ่งผู้ร่วมงานบอกว่าเขาเป็นคนสุภาพ ใจดี นิยมแนวทางสันติวิธี ไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องยาเสพติด อาชีพหลักขับตุ๊กตุ๊กรับจ้าง มีเมียรับจ้างซักผ้า เป็นพ่อของลูกอายุ 9 ขวบ

หลังสลายการชุมนุม19พ.ค. ดีเจอ้อมที่เป็นแกนนำสำคัญของคคลื่นวิทยุรักเชียงใหม่ต้องหลบภัยมืดพร้อมกับผอ.เพชรวรรต มีผู้นำรุ่น2ขึ้นรับช่วงภารกิจ โดยมีแดง คชสาร เป็น 1 ในนั้น

พฤติการณ์สังหารโหด-เขาตกเป็นเหยื่อสังหารโหดรายที่ 5 หลังเสื้อแดงยุติการชุมนุม 19 พ.ค. การสังหาร"แดง คชสาร"ด้วยการยิงพรุนทั้งร่าง 18 รู และยัดยาบ้าใส่มือ7เม็ด


ก่อนการเสียชีวิต ได้มีชายฉกรรณจ์จำนวน 5 คนใช้รถกระบวีโก้สีดำเป็นยานพาหนะ(สีดำเหมือนกับกลุ่มฆาตกรฆ่าสังหารน้องเจมส์-นายกฤษณะ กล้าหาญ ก้อนหน้านี้)

แก๊งฆาตกรได้ติดตามสะกดรอยตาม แดง คชสาร ตลอดเวลา เป็นอาทิตย์ การสะกดรอยตามครั้งนี้ แดง คชสาร รู้ตัวว่า ถูกตาม ได้พูดให้เพื่อน และดีเจในคลื่น92.5 เชียงใหม่รับฟังว่า เขาถูกสะกดรอยตาม และถูกคุกคามอย่างหนัก จนไม่อาจพักหลับนอนที่หอพักได้ ถึงขนาดต้องไปขอนอนตามปั้มน้ำมันที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เผื่อว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเขา จะได้มีคนเห็น แต่ก็ไม่รอดการติดตามของฆาตกร 5 คนนี้้ได้

สุเทพ เทือกสุบรรณ และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาปฏิเสธความผิดชอบในการตายของแดง คชสาร และเสื้อแดงรายอื่นๆ ซึ่งก็อาจเป็นไปตามที่ทั้งสองปฏิเสธ แต่ฆาตกรต่อเนื่องรายอื่นยังคงเงียบงัน

ทั้งนี้เคยเกิดเหตุสังหารในยุคความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมืองในยุคก่อนสังหารหมู่กรณี 6 ตุลาคม 2519 เหยื่อสังหารซึ่งเป็นที่จดจำเช่น ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน ผู้นำพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย,พ่อหลวงอินถา ศรีบุญเรือง ผู้นำสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย,แสง รุ่งนิรันดรกุล และนิสิต จิรโสภณ ผู้นำนักศึกษา เป็นอาทิ (ดูรายละเอียด:ความรุนแรงและการลอบสังหาร ก่อน 6 ต.ค. 2519)

ฆาตกรฆ่าตือเนื่องรายนี้ประสบความสำเร็จในการสังหารโหดผู้รักชาติรักประชาธิปไตยในยุค 6 ตุลาคม 2519 และกำลังก่อกรรมซ้ำซากในยุคนี้...ใครจะหยุดมัน!?

เรื่องเกี่ยวเนื่อง:เหยื่อไล่ล่าศพที่5แดง คชสาร ปูดเป้าสังหารอีก5 ***


*** วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 ตาสว่างที่ ตลาดวัดเกาะ สายไหม เริ่ม เวลา 13.00น. มีขบวนแห่ เสื้อแดงรอบสายไหม มีศิลปินเสื้อแดง มีปราศัย อ. สมยศ อ. สุชัย อ.สุนัย และแกนนำอีกหลายท่าน ขอเชิญ คนเสื้อแดง มาร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครับ กิจกรรมดีๆ อยากให้มากันครับ โทรสอบถามได้ คุณ กาละแมร์ สายไหม 085-2431644 ครับผม (คุณ "Dusitnuynuy Klangpraphan" ผู้แจ้ง)***

***งาน THE RED COWBOY NIGHT PARTY วันที่ 5 ก.พ. 54 ที่ โอเอซิส รีสอร์ท 2 (เขาค้อ) งานเริ่มตั้งแต่ 6 โมงเย็นยัน 6 โมงเช้าไปเลยครับ พบกับแกนนำ นปช และ สส จากพรรคเพื่อไทยและสนุกสนานกับวงดนตรี THE RED และแป๊ะ บางสนาน แล้วก็ อะเล็กซ์ ตลอดทั้งคืนครับ ติดต่อได้ที่เบอร์ 0819538898 , 0881658194, 0816746297, 0852690361 ยังไงก็ขอขอบคุณด้วยครับ (คุณ "อินทรอาชีวะ ณ.สนามหลวง" ผู้แจ้ง)***

***เสื้อแดงพิษณุโลก ขอเชิญร่วม "รณรงค์เเรลลี่ต้านรัฐประหาร ต้องการประชาธิปไตย"-ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 14.00น.รวมพลคนเสื้อแดง ณ สถานีรถไฟ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก งานนี้เเรลลี่รอบเมืองพิษณุโลก ข่มขวัญทหาร และอำมาตย์ บอกว่าคนเสื้อแดงต้องการประชาธิปไตย เวลา 18.00 น. ร่วมรับประทานอาหารพบปะสังสรรค์ฉันท์พี่น้อง และสนทนาปัญหาบ้านเมือง ร่วมสำแดงพลังประชาธิปไตย โดยคนเสื้องแดงจังหวัดพิษณุโลก***

***ความคืบหน้าเหยื่อคดีหมิ่นฯกรณี ดา ตอร์ปิโด ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ‘ดา ตอร์ปิโด’ โดนศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก ในข้อหา ‘หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ’ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 พิพากษาลงโทษจำคุก 18 ปี เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2552 ที่ ศาลอาญาชั้นต้นตัดสินมาแล้ว ได้สู้ในชั้นอุทธรณ์ นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554

ขอเชิญผู้รักความเป็นธรรม และนักสิทธิมนุษยชน หากยังมีชีวิตและยังหายใจอยู่(ยกเว้นทนายทองใบ ทองเปาว์ผู้ล่วงลับ เป็นยกรณียกเว้น)เข้ารับฟังการตัดสิน สามารถไปได้ที่ศาลอาญา หรือสอบถามเวลาที่พี่ชายดา ตอร์ปิโด 080-0452818


หากพี่น้องเสื้อแดงผู้ใดประสงค์ที่จะช่วยเหลือดา สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด และอาการเจ็บป่วย สามารถโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่พี่ชายดา ตอร์ปิโด โทร.080-0452818 หรือโอนเงินเข้ามาได้ที่บัญชีออมทรัพย์ ชื่อ นายกิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาถนนพูนผล เลขที่ 297-1-25805-5***


***รายการ “ตาสว่าง..กลางหุบเขา” 9ก.พ.นี้ 5 โมงเย็น ที่ตลาดนัดริมคลองข้างวัดไผ่สามเกาะบ้านโป่งราชบุรี พบกับ 3ส.สะท้านดวงใจ “ดร.สุนัย จุลพงศธร”, “สุรชัย แซ่ด่าน” ,“สมยศ พฤกษาเกษมสุข” ร่วมด้วยหนุ่มสาวปัญญาชน “สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย"(สนนท.)

เรียนเชิญชวนเพื่อนพ้องน้องพี่...ผู้รักประชาธิปไตย ฟังการปราศรัยรับปีกระต่ายเหี้ยมไล่ส่งปีเสือโหด..(กูพึ่งมาอย่าพึ่งยิง.โอ๊ย!ตาย..เหี้ยสั่งยิง)......เปิดตาสว่างรู้กึ๋นเสือโหย...(กูโชคดีคนไม่เลือก...เสือกได้เป็น).......พร้อมกับการแฉว่ามันคือใครกันแน่....เสือหิว(กูตุนไว้ภูมิใจ.....ไทยเข้มแข็ง) ร่วมพบปะ...พูดคุย...ร่วมแลกเปลี่ยน.....ร่วมรับประทานอาหาร(ฟรี)หางบัตรเชิญจับรางวัล....ของขวัญมากมาย....อาทิจานดาวเทียม - รถจักรยาน เครื่องเล่นซีดี...และอื่นๆเกือบ.. 100 ชิ้น....งานนี้...เพื่อนพี่น้องผองเพื่อนผู้มีอุดมการณ์และผู้ที่แสวงหาความยุติธรรม..บนแผ่นดินของพวกเรา... พลาดไม่ได้เด็ดขาด!!! ติดต่อเพิ่มเติมคุณบริบูรณ์ ผู้ประสานงาน 0818907921***

*** ขอเชิญชมนิทรรศการภาพถ่าย Gray "RED SHIRT" โดย กานต์ ทัศนภักดิ์-11 กุมภาพันธ์ - 6 มีนาคม 2554 ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ (สุขุมวิท 55) กรุงเทพฯ (พิธีเปิดเวลา 18.00 น. ของวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554)

รายได้จากการจำหน่ายภาพ มอบสมทบทุนช่วยเหลือช่างภาพที่ถูกยิงระหว่างสลายการชุมนุมในเดือนพฤษภาคม 2553

นิทรรศการชุดนี้ของกานต์ ทัศนภักดิ์ กวีหนุ่ม ผู้เก็บภาพการชุมนุมเสื้อแดงในมุมที่แปลกต่างแปลกตา มี 24 ภาพ เคยจัดแสดงในขนาด 13.5" x 20" ที่ The Ateneo Art Gallery กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม - 13 มิถุนายน 2553


ใน proposal เสนองาน ซึ่งเขียนไปอย่างยืดยาวมาก (เนื่องจากกลัวว่า curator จะไม่ผ่านให้แสดง) นั้น สรุปได้สั้นๆ ว่า งานชุดนี้ทำขึ้นด้วยความหมั่นไส้ รำคาญ มนุษย์ชั้นกลางและสูงจำนวนหนึ่ง ในบางประเทศ ที่ไม่เคยยอมมองเห็นอะไรในการเรียกร้องต่อสู้ของ "คนเสื้อแดง" เลย นอกจาก "สีเสื้อ"


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: 081 611 4260 จัดโดย SIAM INCEPTION ART & CULTURE CLUB (SIACC)

หมายเหตุ: ชมตัวอย่างภาพในนี้นิทรรศการนี้ได้ที่ http://www.gallery.in.th/gray-redshirt/ (จัดทำโดย ปกป้อง.คอม)

Gray "RED SHIRT": Photo Exhibition by Karnt Thassanaphak-February 11 - March 6, 2011 at Pridi Banomyong Institute Soi Thonglor (Sukhumvit 55 Road) Bangkok

Money raised from sale will be contributed to help injured photographers from the May 2010 crack down.

For more infomation: (+66) 81 611 4260

Organized by SIAM INCEPTION ART & CULTURE CLUB (SIACC) ***


***แรลลี่ ประชาธิปไตย Valentine-Day เดินทาง วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554 กลับ 13 กุมภาพันธ์ 2554 ออกเดินทางจาก อิมพีเรียล ลาดพร้าว ไปที่ สุพรรณบุรี พบวิทยากร คุณ สมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนายน คุณอี๊ด บ้านตาก คนหลังยางด่านประตูน้ำ และ ลุงยิ้มตาสว่าง แนวร่วมพลเมืองไทย แดงเชียงใหม่ นาย เอม แนวร่วมพลเมืองไท

เย็นร่วมทำกิจกรรม รับประทานอาหารร่วมกัน กลางคืน ร่วมกันปราศรัย ย่อย ความคิดเรื่องประชาธิปไตย จากทุกคนที่ร่วมกิจกรรม ค่าอาหาร-ที่พัก คนละ 1000 บาท รับเสื้อที่ระลึก 1ตัว และหนังสือ เรดเพาเวอร์ ฉบับล่าสุด

งานนี้นายเอม นำร่วมทำกิจกรรม มีกิจกรรม เก็บเต้นท์หนีสไนเปอร์ กิจกรรมวิ่งแข่ง หนีห่ากระสุน ชิงถ้วยปรองดอง และ หนังสือวอยซ์ออฟทักษินครบชุดทุกเล่ม พร้อมลายเซ็น คุณ สมยศ พฤกษาเกษมสุข รับจำนวนจำกัด แค่ 30ท่านเท่านั้น สำรองที่พักเข้าร่วมกิจกรรม 089-6890467 >> มิสไซเบอร์***

***นปช.แดงทั้งแผ่นดินนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 13.00 น. โดยนัดรวมตัวที่ศาลอาญา จากนั้นเคลื่อนขบวนไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขอจำนวนคนเพื่มเป็น2เท่าจากหนก่อนเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ ส่วนจะอยู่ถึงเวลาไหน ยังไม่แน่ใจ ต้องรอดูท่าทีของรัฐบาลชุดนี้จะพิจารณาอีกครั้งว่าจะคืนความเป็นธรรมให้แกนนำ นปช.ที่ติดอยู่ในคุกหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ได้ขู่ และมีกำหนดนัดชุมนุมใหญ่อีกนัดคือวันที่ 19 มีนาคม ที่สี่แยกราชประสงค์

อาจารย์ธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการแกนนำ นปช. กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงมีการไล่ล่าจับกุม นปช.ในต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แกนนำและแนวร่วมที่อยู่ในเรือนจำมา 8 เดือนยังคงอยู่ในเรือนจำ ดังนั้นจึงได้มีการยื่นจดหมายปรับทุกข์ถึงผู้พิพากษา 1,300 กว่าคนทั่วประเทศ ถึงการตั้งข้อหาก่อการร้ายทำจริงหรือไม่ ปัญหาการส่งฟ้อง และกระบวนการพิจารณา ปัญหาการประกันตัว***

*** "นปช.หนองบัวลำภู" รวมพลังคนเสื้อแดงจังหวัดหนองบัวลำภู จัดงาน"รวมพลคนรักประชาธิปไตย" ครั้งยิ่งใหญ่ ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2554 (เริ่มเวลา 12.00 น.)ณ สนามศรีโนนสัง (หน้า สภ.โนนสัง) อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู

พบกับการปราศรัยใหญ่ นำโดย...

1. คุณจตุพร พรหมพันธุ์
2. คุณธิดา ธาวรเศรษฐ์
3. ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย
4. ดร.ประแสง มงคลศิริ
5. ดร.สุนัย จุลพงศธร
6. คุณวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์
7. ครูเวียง วรเชษฐ์
8. จ่าประสิทธิ์ ไชยศีรษะ
ฯลฯ


ในงานนี้จะมีกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิเช่น

- การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับ "วีรชน 91 ศพ" (หนองบัวลำภู มีเสียชีวิตใน 10 เม.ย53 จำนวน 1 ท่าน คือ นายธันวา วงษ์ศิริ)
- นิทรรศการร้านจำหน่ายสินค้าคนเสื้อแดง เป็นต้น

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
1. นายประดิษฐ์ พลเยี่ยม ปธ.นปช.นภ. โทร.08-9544-0881
2. อจ.สุเทพ วุฒิธา รอง.ปธ. โทร.08-8548-8007
3. ร.ต.ต.เกษม บุญวิจิตร รอง.ปธ. โทร.08-0744-7454

"เสื้อแดงไม่มีวันตาย" ตราบใดที่
คนเจ็บ ถูกใส่ร้าย
คนตาย ถูกกล่าวหา
คนสั่ง ยังลอยหน้า
คนฆ่า ยังลอยนวล***


***วิทยุชุมชนคนแท๊กซี่ประกาศระดมทุนตั้งสถานีใหม่ สู้อำมาตย์อีกครั้ง-หลังจากบอบช้ำ ล้มลุกคลุกคลาน ถูกปิด ถูกยกเครื่องส่ง ครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ในเมื่อความเป็นธรรมในบ้านเมืองยังหาไม่ได้ ไฉนเลยคลื่นแห่งความเป็นธรรมจะทนดูดายต่อไป ล่าสุดคุณแหม่ม พรีรันเนอร์ จึงขอฝากประชาสัมพันธ์ถึงมิตรรักนักประชาธิปไตย ช่วยเบิ่งดูข่าวนี้จั๊กน๊อยแน๊....

วันเสาร์ที่ 5 มี.ค.54 สถานีวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ระดมทุนซื้อเสาส่งสัญญาณขึ้นใหม่ โดยจัดโต๊ะจีน ณ สมาคมศิษย์เก่าอำนวยศิลป์(ประชาชื่น) ตั้งแต่เวลา 6 โมงเย็นเป็นต้นไป โต๊ะละ 2,000 บาท ( 1 โต๊ะ 10 ที่นั่งเท่ากับ 200 บาทต่อ/คน ถูกกว่าไปกืนข้าวนอกบ้านที่อื่นเป็นไหนๆ) VIP โต๊ะละ 5,000 และ 10,000 บาท ติดต่อจองโต๊ะได้ที่ คุณเอ๋ 080-067-2299 ช่วยๆกันจ้า***

*******

มุมเวบไซต์ประชาธิปไตย

เวบเสรีชนอาสาช่วยเสนอข่าวประชาสัมพันธ์

เ้วปเสรีชน www.serichon.com ยินดีทำข่าวประชาสัมพันธ์ทั้งทางตัววิ่งและออกอากาศวิทยุ ท่านใดต้องการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อย่าลืมส่งข่าวสารมาได้เสมอ /ผู้กองไม่มายด์ แจ้งประกาศ

วิกิลีกส์ฉบับแปลไทย

***ได้มีผู้จัดทำเวบไซต์วิกิลีกส์ฉบับภาษาไทยโดยแปลจากวิกิลีกส์ในส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทยเป็นตอนๆ เราเห็นว่าบางตอนน่าสนใจ และพอจะเผยแพร่ต่อในวงกว้างได้ จึงนำเสนอบางตอนดังต่อไปนี้ ส่วนตอนอื่นๆผู้อ่านสามารถติดตามได้ที่เวบไซต์ http://www.thaicableleaks.cx.cc/main/th***

เพิ่มเวบไซต์เสื้อแดงในต่างประเทศ

ไทยยูเคนิวส์
นปช.USA
อาจารย์ใจ อึ๊งภากรณ์(ภาษาไทย)
เสื้อแดงไทยในสหราชอาณาจักร
เสื้อแดงไทยในสหภาพยุโรป(แดงEU)
เสื้อแดงไทยในเยอรมนี
เสื้อแดงไทยในออสเตรเลีย
เสื้อแดงไทยในสวีเดน
เสื้อแดงอิลลินอยส์ อเมริกา
เสื้อแดงL.A.อเมริกา


***ไทยอีนิวส์เพิ่มบล็อกแนะนำเวบไซต์เสื้อแดงไทยในต่างประเทศไว้ที่มุมขวาของหน้าแรก อยู่ด้านล่างเวบบอร์ดลงมาหน่อย เชิญตามไปชมครับ หากตกหล่นที่ไหน แสดงว่าเราตกข่าว รบกวนผู้รู้แจ้งเพิ่มเติมมาด้วย เพื่อให้เสื้อแดงในประเทศนั้นๆได้เป็นเววทีพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เพื่อเสริมสร้างความตาสว่างไปทั้งโลก***

มุมหนังสือฮ็อต






ต้องห้าม=ต้องอ่าน-หนังสือต้องห้าม “วิกฤตการเมืองประชาธิปไตย เราจะโค่นอำมาตย์อย่างไร” เขียนโดย ใจ อึ๊งภากรณ์ ต้องอ่าน เชิญโหลดฟรี ส่วนท่านที่สันทัดเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ คลิ้กตรงนี้

ดูสารบัญหนังสือก็รู้ว่า"แรง"


บทที่ 1 วิกฤติการเมืองประชาธิปไตย และอาชญากรรมของอำมาตย์
บทที่ 2 บทบาทแท้ของนาย... และ.. นิยายและความจริง
บทที่ 3 ซากศพของขบวนการภาคประชาชนเก่า และพันธมิตรฯ “ฟาสซิสต์”
บทที่ 4 สงครามกลางเมืองในภาคใต้ ทางออกสู่สันติภาพคืออะไร?
บทที่ 5 อนาคตของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
บทที่ 6 ประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะมีรัฐสวัสดิการ
บทที่ 7 เรื่องส่วนตัว


พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ WD Press, อังกฤษ ปี ๒๕๕๓ อาจารย์ใจบอกว่า ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ผู้รักประชาธิปไตยทุกท่านมีสิทธิเผยแพร่อย่างเสรี หนังสือ Electronic “E-Book” ISBN 978-0-9565145-1-6

คนเขียนบอกว่า หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่พยายามวิเคราะห์วิกฤตการเมืองประชาธิปไตย ที่ระเบิดขึ้นเมื่อมีการทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา โดยวิเคราะห์องค์ประกอบทุกส่วนของอำมาตย์ สาเหตุของความขัดแย้งทางการเมือง และการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน ในตอนท้ายมีการเสนอแนวทางในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และความจำเป็นที่จะมีรัฐสวัสดิการ

บทสุดท้ายเป็นบทที่เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของผู้เขียน ท่านผู้อ่านจะได้ทราบประวัติที่มาที่ไปของผู้เขียน แต่จะขอเกริ่นนำในบางประเด็นก่อนคือ ผู้เขียนมีสัญชาติไทย เกิดที่ซอยอารี กรุงเทพฯ ในปี ๒๔๙๖ เรียนหนังสือที่โรงเรียนสาธิตจุฬาฯ จาก “ป.๓” ถึง “ม.ศ.๔” มีพ่อเป็นคนไทยเชื้อสายจีน แม่เป็นคนอังกฤษ และระหว่าง ๒๕๓๙ กับ ๒๕๕๒ ผู้เขียนเคยดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยที่ตำแหน่งล่าสุดคือรองศาสตราจารย์ในภาคปกครอง

ทั้งๆ ที่ผู้เขียนมีหนังสือและผลงานตีพิมพ์เป็นภาษาไทยมากพอสมควร แต่หนังสือ “วิกฤตการเมืองประชาธิปไตย เราจะโค่นอำมาตย์อย่างไร” เป็นเล่มแรกที่สามารถเขียนอย่างตรงไปตรงมาได้ โดยไม่ต้องระวังกฎหมายหมิ่นฯ เนื้อหาในเล่มนี้คล้ายๆ หนังสือภาษาอังกฤษของผู้เขียนสองเล่มคือ A Coup for the Rich (2007) และ Thailand’s Crisis and the Fight for Democracy (2010) แต่กลุ่มเป้าหมายที่ผู้เขียนเล็งไว้ในใจ ในการเขียนหนังสือภาษาไทยกับภาษาอังกฤษจะต่างกัน ดังนั้นเนื้อหาจะต่างกันบ้าง

เล่มนี้และเล่มอื่นๆ ของผู้เขียน เขียนจากจุดยืนนักสังคมนิยมมาร์คซิสต์ ที่รักประชาธิปไตย และชื่นชมในระบบสาธารณรัฐ...อย่างไรก็ตามไทยอีนิวส์ขอให้ท่านผู้อ่านพึงใช้ความระมัดระวังในการเผยแพร่ เพราะเนื้อหาบางตอนอาจอ่อนไหวต่อกฎหมายของไทยบางมาตรา***

***เจ้าของเดียวกันกับโทน้าฟ-คลิปเสียงจากเจ้าของหนังสือต้องห้ามรายล่าสุด รีบคลิกฟังก่อนโดนแบน

-การปฏิวัติที่ตูนีเซีย และบทเรียนสำหรับไทย
http://www.mediafire.com/?5sum7hh0zhxzp6m

-ข้อถกเถียงที่สร้างสรรค์ในขบวนการเสื้อแดง
http://www.mediafire.com/?e4l1lv4dggv1ccu

-ประเมินสถานการณ์ปี ๒๕๕๔
http://www.mediafire.com/?qc88m73rlfdojkk#1

หนังสือพิมพ์เลี้ยวซ้าย:ฉบับที่ 67 มกราคม 54 ก้าวต่อไป คนเสื้อแดง

ในฉบับพบกับ

-วัฒนธรรมใหม่ โดย สมุดบันทึกสีแดง
-คืนความจริงให้ประวัติศาสตร์ ตอน นิยายวันรัฐธรรมนูญ โดย ภูวน หงดิน
-เผด็จการกับการเลือกตั้ง คู่มือโกงการเลือกตั้งของอำมาตย์ โดย ลั่นทมขาว
-นิยาม "แรงงาน" อย่างที่ควรจะเป็น เพื่อมองคนให้เป็นคน โดย พจนา วไล
-ก้าวต่อไปของเสื้อแดง โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
-รัฐกับความจำเป็นที่จะต้องปฏิวัติ โดย กองบรรณาธิการ
-ศาลยุติธรรม : ยุติอย่างเป็นธรรม หรือ ยุติความเป็นธรรม ตอน บทสรุปโครงสร้างผู้พิพากษา โดย ประเวศ ประภานุกูล


คลิ้กอ่านหนังสือพิมพ์เลี้ยวซ้ายฉบับออนไลน์ ***

หนังสือร้อนๆสื่อตาสว่างขุดใหม่ เมืองไทยหรือเมืองใครของกาหลิบ



สื่อ “ตาสว่าง” ชุดใหม่ โฆษณาให้ฟรีโดยเวบASTVผู้จัดการว่า เป็นผลงานของ “กาหลิบ-จักรภพ” นำทีมปั่นกระแสแดงใต้ดิน

เว็บบล็อกประชาธิปไตย 100% หรือ http://www.democracy100percent.blogspot.com/ ภูมิใจเสนอ รวมเล่ม “กาหลิบ” บทความการเมืองแนววิชาการ ในยุคประชาธิปไตยภายใต้ระบอบเผด็จการศักดินา-อำมาตยาธิปไตย เรื่อง “เมืองไทยหรือเมืองใคร?” เล่ม 1 และ เล่ม 2 (1 ชุดมี 2 เล่ม)

วางจำหน่ายที่ห้างบิ๊กซีลาดพร้าว : ร้าน Red Shop ชั้น 5, ร้านกาแฟ ชั้น 5 หน้าลิฟต์ (Red Living Room), ร้านขายของคนเสื้อแดง ชั้น 6 หน้าบันไดเลื่อน หรือส่งตรงถึงบ้านทางไปรษณีย์ โดยวิธีโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร สั่งได้ที่ 084-456 6794-5 หรือสั่งทางอีเมลล์ที่ : tpnews2009@gmail.com

ราคาชุดละ 200 บาท (2 เล่ม) ส่งทางไปรษณีย์ขอเพิ่มค่าส่ง (ลงทะเบียน) 50 บาท หรือชุดละ 250 บาทค่ะ***



ประชาสัมพันธ์

สนับสนุน SMS-TPNews (Thai People News) : ข่าวสารสำหรับผู้รักประชาธิปไตย โดยทีมงานมืออาชีพ ส่งตรงถึงมือถือทุกวัน สมัครวันนี้ ใช้ฟรี 14 วัน พิมพ์ PN ส่งมาที่เบอร์ 4552146 ทุกระบบ เพียง 29 บาท/เดือน Call center: 084-4566794-5 (จ.- ศ. 10.00-18.00 น.) e-mail : tpnews2009@gma , บล็อก : http://wwwthaipeoplenews.blogspot.com/

********

SLIM MENU หนังดีที่น่าดู โดยทีมงาน"เวรกรรม CMING SOON"


ภาพยนตร์สั้นเรื่องที่สอง จากทีมงานเวรกรรม coming soon

เป็นภาพยนตร์เปิดตัวร้านอาหารแนวใหม่

slim menu cafe&restaurent ร้านอาหารอร่อยๆ เพื่อสุขภาพระดับไฮคลาส มีสาขามากมายทั่วไทย พบกับรสชาติสุดแสนมีระดับที่สำหรับ คนพิเศษ เช่นคุณ


ปล. ผู้ใดรู้ตัวว่าเป็นรากหญ้าเสื้อแดง ไม่มีสิทธิ์กิน เมนูนี้ ***

อัลบั้ม ....แด่วีรชน ขับร้องโดย...นุช พจมาน-นุช พจมาน เขียนเนื้อร้อง ทำนอง และ ขับร้องเอง เนื้อหาบอกเล่าเรื่องราวในเหตุการณ์การชุมนุม ณ ผ่านฟ้า และ ราชประสงค์ โดยมอบให้ ญาติวีรชนนำไปจำหน่ายเอง รายได้มอบให้ญาติวีรชน โดยตรง ..ส่วนท่านใดประสงค์ที่จะสั่งซื้อ หรือนำไปจำหน่าย ติดต่อได้ที่ คุณ ตุ๊ก เบอร์โทร 086-3071963, 084-0189923 , 089-6370311 หรือซื้อได้ที่ร้าน THE REDSHOP ชั้น 5 , ร้านคุยกับอดิศร ชั้น 4 อิมพีเรียลลาดพร้าว

Monday, January 31, 2011

คลิปร้อนๆจากพี่น้องเสื้อแดงเสือปืนไวมาแล้วจ้า

ที่มา thaifreenews

โดย namome

คลิป .งานแถลงข่าวอัมเตอร์ดัม.31.01.2011

thaitiger

http://www.konthaiuk.info/forum/index.php?topic=15420.0

http://www.internetfreedom.us/thread-11287.html


VDO Link โรเบริด อัมสเตอร์ดัม 31/01/11

fujiko2

http://www.youtube.com/watch?v=dCQStp5suyc&feature=player_embedded

http://www.internetfreedom.us/thread-11297.html


เทป นปช. ฟ้องศาลโลก โดย Robert Amsterdam 31-01-54

seiko

เทป นปช. ฟ้องศาลโลก โดย Robert Amsterdam 31-01-54

ไฟล์ wmv
http://www.mediafire.com/?80innc5ksmkgqcm


http://www.internetfreedom.us/thread-11299.html

กระชากหน้ากากฆาตกร: เปิดคำฟ้อง 294 หน้าของสำนักกฎหมายโรเบิรต์ อัมเตอร์ดัม

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
31 มกราคม 2554


ที่มา Nipaporn Freedom

31 ม.ค.54 โรเบิร์ต อัมสเตอร์อัม แถลงข่าวสดจากญี่ปุ่น โดยมีสื่อมวลชนญี่ปุ่นเข้าฟังอย่างคึกคัก ถ่ายทอดทั้งภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่นและไทยซึ่งคาดว่าจะมีสื่อมวลชนจากทั่วโลกนำไปแปลเป็นภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี เกาหลี และอื่นๆ ต่อจากนี้ เนื้อหาในการแถลงข่าว สรุป


@ เมื่อคืนนี้ 31 ม.ค.54 สนง.ทนายความอัมสเตอร์ดัมได้ส่งคำฟ้องไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศแล้ว โดยมีรายละเอียดชัดเจนว่า ระหว่างการประท้วงของคนเสื้อแดงเมื่อเดือน เม.ย.และ พ.ค.ปีที่แล้ว ได้มีการใช้กระสุนจริงในการสลายการชุมนุมอย่างชัดเจนและมีการยิงฆ่าอย่างมีหลักฐานชัด โดยได้แบ่งความผิดเป็นข้อๆ ดังนี้

1.กองทัพจงใจสลายการชุมนุมเข่นฆ่าประชาชน โดยเฉพาะแกนนำ เมื่อ 10 เมษายน

2.กองทัพจงใจสลายโดยเข้าสลายจากทุกจุดพร้อมกัน จงใจปิดล้อมจงใจฆ่าหมู่ไม่มีช่องทางให้หนีออกไปได้
3.เมื่อไม่สำเร็จก็ใช้สไนเปอร์ิยิงจากระยะไกล มีการใช้สไนเปอร์อย่างเป็นทีมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีคำสั่งให้ใช้สไนเปอร์เป็นทีมตั้งแต่ 10-19 พ.ค.

4.การใช้อาวุธต่างๆ ได้มีหลักฐานวิดิโอทั้งหมด ซึ่งเป็นวิดิโอจากกองทัพ

5.กรณีชายชุดดำ รัฐบาลพยายามบอกว่าชายชุดดำคือคนเสื้อแดง แต่ไม่เคยจับชายชุดดำได้เลยแม้แต่คนเดียวทั้งที่มีภาพข่าวและหลักฐานทางโทรทัศน์มากมาย

6.มีหลักฐานและพยานมากมายว่าผุ้ชุมนุม ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ

7.การทำลายล้างโดยทหารและ ศอฉ. เกิดขึ้นจริง และมีการทำลายหลักฐานในสถานที่เกิดเหตุทั้งหมดโดยรัฐฯ (เช่นที่วัดปทุมฯ ทีทุบพื้น เทปูรอบโบสถ์ลบรอยกระสุนทิ้งทั้งหมด)

8.มีหลักฐานในมือแล้วว่าคนเผาตึกเซ็นทรัลเวิร์ล ไม่ใช่คนเสื้อแดง เป็นชายชุดดำที่เตรียมการ ทั้งชุดและอุปกรณ์อย่างดี โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐให้การช่วยเหลือ

9.การพิจารณาคดีในประเทศไทยนั้น ยาวนานเกินไป และหยุดนิ่งมานานเกินควรแล้ว
http://www.go6tv.com/


@ ดูการถ่ายทอดสด ได้ที่ช่อง Asia Update
http://www.asiaupdate.tv/live

@ อ่านรายละเอียดการคำบรรยายฟ้องได้ที่นี่ค่
http://www.scribd.com/doc/47833346/Red-Shirts-Application-to-the-International-Criminal-Court-to-Investigate-Crimes-against-Humanity-in-Thailand

โผล่แล้ว ทหารเอี่ยวพันธมิตรปลุกกระแสคลั่งชาติ

ที่มา Thai E-News


โดยทีมข่าว ไทยอีนิวส์
31 มกราคม 2554

หลายประเทศเริ่มทลายพรมแดนและทุบกำแพงที่กางกั้นประชาชนออกจากกัน โดยเฉพาะต้นแบบที่ยุโรป ที่คนกว่า 500 ล้านคนเคลื่อนย้ายไปมาระหว่าง 27 ประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า และแทบไม่ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองใดๆ ทั้งสิ้น

เมืองไทยอย่ายอมให้พวกล้าหลังพันธมิตรคลั่งชาติ ไดโนเสาร์ เต่าล้านปี จับมือกับทหารหัวโบราณที่อยู่แต่ในกะลาครอบ มายุยงปลุกปั่นให้ไทยทำสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน

ประเทศไทยต้องสลายเขตแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน ส่งเสริมการไปมาหาสู่กัน และการแลกเปลี่ยนระหว่างกัน ทั้งด้านการค้า วัฒนธรรม และมนุษยธรรม

แต่ม๊อบพันธมิตร "โคตรอภิสิทธิชน" ได้ทำลายการเมืองระบอบประชาธิปไตยไทยมาหลายครั้ง สร้างความรุ่นแรงเพื่อปูทางให้ทหารปฏิวัติในปี 2549 จนทำให้เกิดการหยุดนิ่งของการพัฒนาประเทศมากว่า 5 ปี กำลังจะเรียกร้องให้ทหารหัวโบราณปฏิวัติอีกครั้ง

อย่าเชียวนะ เพราะครั้งนี้ทหารไม่ได้รับดอกไม้ น้ำหวาน และสาวอะโกโก้ แน่นอน . . เราเตือนคุณแล้ว


ที่มา เวบ manager.co.th


เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2554 บนเวทีปราศรัยการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ พล.อ.อ.เทิดศักดิ์ สัจจารักษ์ อดีตรองผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวว่า เขมรคิดผิดแล้วว่าทหารไทยจะงอมืองอเท้า ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา วันนี้เราให้เกียรติน้องๆ ทหารไทย เราให้เกียรติรัฐบาล ตอนนี้เราเรียกร้องให้รัฐบาลทำ 3 ข้อ ท่านอย่าดีแต่พูดต้องลงมือทำเขมรถึงจะหุบปาก

ตนคิดว่าถึงเวลาที่ต้องพูดกับน้องๆ และรัฐบาล อยากแสดงความรู้สึกของพ่อแม่พี่น้องโดยเฉพาะทหารแก่ๆ อย่างตนว่า รู้สึกอย่างไรที่ไทยกำลังเสียดินแดน รับว่ายังไม่สบายใจต่อการแสดงออกของท่าน ที่ท่านผู้บัญชาการทหารบกมั่นใจว่า “ทหารต้องอยู่อยางมีเกียรติและศักดิ์ศรี”

ต้องขออภัยที่ตนต้องขอพูดว่า ยังไม่เชื่อท่านจนกว่าท่านได้แสดงออกให้กัมพูชายุติการกระทำที่ก้าวร้าวนี้ ทหารเราในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น ได้สูญเสียความมีศักดิศรีและความมีเกียรติยศโดยทหารเลวบางคน อย่างกรณียึดพื้นที่คืนที่สถานีโทรคมนาคมที่ปากเกร็ด ทหารเดินออกมามือเปล่าเหมือนโดนถูกปลดอาวุธแล้วอาวุธมันก็เอาไป ที่สี่แยกคอกวัวก็เช่นเดียวกัน ท่านคิดและทำได้อย่างไร เราไม่โทษทหารชั้นผู้น้อย เพราะนายสั่งให้ไปสู้มือเปล่าให้มัดมือไปสู้กับเขา เขาก็ต้องไปเพราะเขาเป็นผู้มีวินัย แต่คนที่เป็นผู้บังคับบัญชาท่านต้องรับผิดชอบ

วันนี้ไม่ใช่เป็นกรณีคนไทยที่สวมเสื้ออะไรก็แล้ว แต่มันเป็นทหารกัมพูชาที่ก้าวร้าว กล้าข่มขู่ว่าท่านไม่ทำอะไรดีแต่พูดเท่านั้น แล้วจะให้ตนที่เป็นทหารเก่าเชื่อมั่นได้อย่างไร เราไม่ได้คลั่งชาติแต่เรารู้ว่ามีหน้าที่ป้องกันชาติ วันนี้ตนจึงมาบอกน้องๆว่าอย่าพูดเลย ถึงเวลาแล้วเมื่อรัฐบาลไม่ทำคุณต้องทำ

พล.อ.อ.เทิดศักดิ์กล่าวต่อว่า ลำพังแค่ทุบป้ายบนเขาวิหารมันแค่เรื่องขี้เล็บ ส่วนธงชาติถ้าคิดจะทำก็แค่พริบตา ดังนั้น กัมพูชาอย่าได้มาแหยม กองทัพอากาศรู้ดีว่าเครื่องบิน 4 ลำของเขมรมันบินไม่ได้ บินเมื่อไรก็รู้เพราะเรดาร์มันเสีย จะส่งไปซ่อมหนึ่งลำก็ไม่มีเงิน แล้วจะมากำแหงทำไม ส่วนที่มีคนบอกว่ากัมพูชามีจรวดแซม 2 แซม 7 นั้น มันเป็นเครื่องตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว ปัจจุบันศักยภาพไม่ต่างจากบั้งไฟแม้จะนำวิุถีด้วยความร้อน เพราะเครื่องบินของเราปัจจุบันมีเรด้าเตือนว่าเราถูกจับด้วยเรด้าของจรวดแซม แล้ว แล้วเราก็มีวิธีทำให้กระสุนมันเปลี่ยนวิถีออกไปทางอื่น ดังนั้นพี่น้องอย่าไปกลัวจรวดของที่เขมร

อีกอย่างเพราะไทยเราก็มีจรวดนำวิถี เราถึงได้รูว่าการดูแลรักษามันยาก ต้องเอาไว้ในห้องแอร์ กัมพูชาไม่มีปัญญาทำห้องแอร์หรอกปล่อยให้ตากแดดตากฝน แล้วเคยเช็คหรือป่าวก็ไม่รู้ว่าจรวดยิงแล้วไปตกที่ไหน ไม่ใช่ยิงแล้วไปตกบ้าน ฮุนเซน แล้วจะมาโทษไทยอีก แต่ของพี่ไทยนะแน่นอนต่อให้ฮุนเซนหนีไปนั่งในส้วม ถ้ารู้ว่าอยู่ในส้วมเราเอาเลเซอร์ไกด์บอมบ์ยิงลงไปมันไปลงตรงโถส้วมเลย ดังนั้น บอกทหารเขมรด้วยหากคิดรบกับคนไทย ไปคิดให้ดีก่อน หากรบแล้วอาจอยู่ในเขมรไม่ได้ อาจเป็นเหมือน พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะพี่น้องกัมพูชาเขาจ้องอยู่แล้ว หากคนไทยแตะเมื่อไรเขาถีบส่งทันที

พล.อ.อ.เทิดศักดิ์กล่าวถึงนายกฯ รูปหล่อว่า ให้เวลามา 2 ปี เคยชื่นชมและเขียนหนังสือเตือน กล้าๆ หน่อยท่านนายกฯ ถึงวันนี้ไม่เห็นท่านกล้าเลย นอกจากไม่กล้าแล้วยังแสดงความปลอดอีกต่างหาก ไม่เคยมียุคสมัยใดในเรื่องของระหว่างประเทศ ที่ชาติไทยจะดูถูกดูแคลนจากชาวชาติ ซึ่งมันเกิดขึ้นในสมัยของนายอภิสิทธิ การประชุมที่พัทยามีผู้นำอาเซียนมามากมาย สุภาษิตไทยพูดว่า “ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ” แต่นายอภิสิทธิ์ และนายกฯ ฝ่ายความง่อนแง่น ต้อนรับด้วยการให้หนีตายอย่างกับหมูกับหมา ขออภัยที่พูดเช่นนี้เพราะต้องการให้เห็นภาพ จนถึงยุคปราบปรามเสื้อแดงก็ไม่รู้ว่ากลัวอะไร สั่งให้ทหารปฎิบัติการณ์ไม่ถูกต้องตามยุทธวิธี ทำใหมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก อย่าไปโทษทหารอย่าโทษประชาชน ต้องโทษรัฐบาล

“ท่านพูดมามากแล้ว ท่านต้องหยุดพูดกรณี 7 คนไทยถูกจับ พฤติกรรมของท่านไม่ต่างจากพระสวดนั่งอันดับออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคน ไทยรุกล้ำเขมร ตนไม่เชื่อไม่มีผู้นำประเทศใดจะพูดเช่นนี้ พูดไปพูดมาก็ไม่เหมือนกันสักวัน พฤติกรรมอย่างนี้มันหน่อมแน้ม และที่ท่านปฏิเสธข้อเรียกร้องพันธมิตรฯ ว่า มีอำนาจอะไรไปสั่งรัฐบาล ประเด็นนี้ก็เพราะพวกเราเป็นเจ้าของประเทศไง เมื่อพวกท่านไม่ทำเราก็จะไล่ท่านออกไป อย่างไรก็ดี ท่านยังพอมีเวลาหายใจเราจะให้โอกาส ท่านต้องทำอย่าดีแต่พูดเพราะพูดแล้วเราเสียดินแดน พูดแล้วประชาชนเขาไม่ฟังท่าน และเมื่อเขาเบื่อเขาออกมากๆ

ก็ดูเอาอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ มีอำนาจที่สุดที่ประเทศไทยเคยเป็น มีกองทัพตำรวจ ทหาร มีเงินไม่รู้กี่หมื่นล้าน พี่น้องมือตบยังทำจนได้บันทึกไว้ในกินเนสส์บุ๊ก ไล่คนที่คิดว่าไล่ไม่ได้ออกไปแล้วและไม่รู้ว่าจะได้กลับมาอีกหรือไม่

ทังนี้หากนายอภิสิทธิ์หรือรองนายกความง่อนแง่น มั่นใจว่าจะกำจัดพวกเราได้ แนะนำให้เตรียมขนเงินไว้ จะไปประเทศไหนก็เตรียมไว้ แต่ตนเชื่อว่าท่านไม่ได้ไปแน่เพราะคนที่นี่จะไปเอาตัวท่านไว้” พล.อ.อ.เทิดศักดิ์กล่าว

พล.ต.อ.มนัส ครุฑไชยันต์ อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ กล่าวว่า มั่นใจว่าแค่กองทัพอากาศกองทัพเดียว ก็สามารถผลักดันเขมรออกไปได้ ทหารอยู่เฉยๆ ปล่อยให้เป็นหน้าที่นักบิน ได้ข่าวว่าครึ่งวันก็จบ จำเป็นที่จะต้องยกเลิกเอ็มโอยู 43 จำเป็นต้องใช้กำลังผลักดันเพื่อเอาแผ่นดินของเราคืนมา พอกันทีสำหรับเรื่องนี้หากมีเขตแดนชัดเจนแล้วให้เอาทหารกลับแล้วเอาประชาชน ไปอยู่ตลอดเขตแนว เมื่อกัมพูชารุกล้ำเข้ามาอีกก็ไม่ต้องพูดจากันแล้วจัดการทันที ที่มาพูดตนไม่อยากเด่นอยากดัง ไม่ได้อยากเป็นรัฐมนตรี แต่ต้องมาเพื่อชาติและบ้านเมือง ตราบใดที่สังขารยังอำนวยแม้จะต้องนั่งรถเข็นมาก็พร้อมจะมาร่วมกับพี่น้อง

พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ อดีตรองเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารบก กล่าวว่า พี่น้องคนไทยที่ออกมาปกป้องชาติวันนี้ป็นสิ่งที่ควรกระทำ ซึ่งเป็นสันดานของคนไทยที่แท้จริงและสันดานของคนไทยควรเป็นเช่นนี้ทุกคน อ้ายอีคนไหนที่กล่าวร้ายเราไม่ต้องไปสนใจมัน มันพยายามเอาความชั่วมาหุ้มห่อหอกแหลมไม่ให้ปักอกมัน ไม่มีวันมึงตายแน่ ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้พูดคำหยาบพ่อขุนรามคำแหงสอนอย่างนี้ ตนก็เป็นคนอย่างนี้ไม่ว่าศัตรูหน้าไหนของชาติตนไม่เคยเอาไว้ คนทรยศขายชาติไม่เคยเก็บไว้ให้รกสายตา ฉะนั้น ลมปากของคนชั่วมันก็แค่เศษขี้ตีน ไม่ต้องไปฟังมันเราทำดีต่อไป ทุกคนถือหอกพุ่งหอกไปข้างหน้า ชัยชนะมาแล้ว กระทรวงการต่างประเทศช่วยเอาประกาศของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา มารัดคอรัฐบาลโดยเฉพาะ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เรียบร้อยแล้วจะลงไปดีๆ หรือจะแขวนตัวเองด้วยเชื่อกที่ตัวจะต้องผูกคอตายเอง

“สัจธรรม พลังแห่งคุณธรรม พลังแห่งความจริง ชนะความชั่วความเท็จทั้งปวง เวลาชัยชนะแห่งพวกเรามาถึงแล้ว อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด แผ่นดินไทยกำลังจะถูกกวาดล้างไปด้วยความดี ความดีจะกวาดล้างความชั่วให้หมดไปจากแผ่นดิน น้องดาว์พงษ์ ตกลงกับพี่ไว้แล้ว อย่าลืมสัจจะนะ” พล.อ.ปรีชากล่าว

บรรยากาศม๊อบที่ผู้จัดการบอกว่าคนล้นหลาม



รายการระดมทุน เป็นเรื่องหลักของม๊อบพันธมิตรเช่นทุกครั้ง งานนี้ม๊อบกิติมศักดิ์ระดมทุนซื้อเกาอี้นั่งสู้กันเลยทีเดียว

ที่มา ยอดรับบริจาคและค่าใช้จ่าย “กองทุนฯ ทวงคืนเขาพระวิหาร” (ตั้งแต่ 21/1/54)

การ์ตูนเซีย 17 - 31 ม.ค.54

ที่มา thaifreenews

โดย tongtata

เรื่องของ โผๆเมๆ ทะเลาะกัน?? . .



แล้วเมก็ไม่ยอมมาเยี่ยมโผอีกเลย!! . .

เรื่องที่โผเมทะเลาะกัน เป็นเรื่องที่เมไปถือหางเจ็กให้ออกมาด่า ร้านสีฟ้า ของโผ
โผสั่งห้ามทุกคนไปสนับสนุนเจ๊ก แต่งานนี้ เมก็ไม่ยอมโผง่ายๆ เหมือนกัน
เมต้องการให้ยึดอำนาจ . . และกวาดล้าง เพราะ มันง่าย และเร็วดี
แต่โผไม่ต้องการ เพราะโผอยากให้ มีการเลือกตั้งโดย โผจะสนับสนุน ห้อยกับมาก
มาร่วมกันจัดตั้ง เพราะโผมั่นใจว่า มากนอนมาแน่ๆ!!?? . .

เสื้อแดงยื่นแล้ว คำร้องศาลอาญาระหว่างปท.คดี91ศพ

ที่มา ข่าวสด



อัมสเตอร์ดัมชี้สถานการณ์อียิปต์ไม่ต่างไทย

เมื่อ 31 ม.ค. นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความบริษัทบริษัทอัมสเตอร์ดัม แอนด์ พีรอฟฟ์ ในนามตัวแทนของกลุ่มนปช. ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศเพื่อขอให้อัยการเปิดการสอบสวนสถานการณ์ในประเทศไทย ว่ามีการทำผิดกฎหมายว่าด้วยอาชญากรรมระหว่างประเทศ ช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.2553

"หากเราเปรียบเทียบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศอียิปต์ตอนนี้กับสิ่งที่รัฐบาลไทยทำกับกลุ่มเสื้อแดงเมื่อปีที่แล้ว จะเห็นว่าตั้งแต่การสังหารไปจนถึงการจับกุมหมู่เพื่อสร้างหลักฐานเอาผิดเหยื่อนั้นมีรูปแบบเดียวกัน คดีนี้เป็นโอกาสทางประวัติศาสตร์สำหรับความยุติธรรมระหว่างประเทศที่จะเผชิญกับรัฐบาลที่สั่งการเคลื่อนกำลังทหารเพื่อให้ความรุนแรงต่อประชาชนของตนเอง" อัมสเตอร์ดัม กล่าวที่กรุงโตเกียว

สำหรับคำยื่นฟ้องดังกล่าวของกลุ่มเสื้อแดง มีรายละเอียดการสอบสวนอย่างละเอียด รวมถึงรายงานของผู้เชี่ยวชาญ โจ เรย์ วิตตี อดีตนายทหารสหรัฐ และผู้เชี่ยวชาญควบคุมฝูงชนในสังกัดหน่อยสว็อตของสำนักงานตำรวจนครลอสแองเจลิส ที่ระบุว่า ปฏิบัติการของทหารไทยเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553นั้น เป็นการใช้วิธีทหารที่มีลักษณะสังหารพลเรือนเพื่อปราบปรามการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง นอกจากนี้รายงานดังกล่าวยังมีเนื้อหาที่น่าตกตะลึงว่า การขว้างระเบิดใส่กองกำลังทหารในวันที่ 10 เม.ย.2553 อาจเป็นฝีมือของหน่วยกองทัพเอง เพื่อปูทางให้เริ่มยิงใส่ผู้ชุมนุมได้

การประกัน

ที่มา thaifreenews

โดย RED DRAGON

การประกัน

การประกัน ท่านลองคิด มันเป็นสิทธิ์ ขั้นพื้นฐาน
ตุลาการ โปรดพิจารณา อย่าเฉไฉ
ทีพวกเหลือง ข้อหาก่อ ก็เหมือนกัน ท่านไม่อาย
ท่านคลี่คลาย ความเดือดร้อน ผ่อนประกัน
เราพวกแดง ก็คนไทย ใช่หรือไม่
ท่านไม่ให้ ปล่อยชั่วคราว เราเสียขวัญ
ลูกเมียน้อย ไม่ไต่ถาม เอาความกัน
ขังพวกมัน กรงตะข่าย ตายทั้งเป็น
มอบตัวให้ ไม่หนีหลบ งบไม่อั้น
ขอประกัน ท่านไม่สน คนเขาเห็น
ถูกใส่ร้าย ใครก็รู้ กูใจเย็น
ทำไม่เห็น แอบอ้างซ้ำ ย้ำโทษตาย
อยุติธรรม สองมาตรฐาน ตุลาการเสื่อม
ความใสเลื่อม จะถดถอย ค่อย ๆ หาย
รีบแก้ไข ให้ประกัน จะผ่อนคลาย
ความเสียหาย จะลดน้อย ถอยลงเอย

900ศพเอง!?

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน

สมิงสามผลัด




โอ้โห คิดได้ยังไงเนี่ย !?

สะดุ้งโหยงขึ้นมาทันทีที่ได้ดูการตอบกระทู้สดของนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย เรื่องปัญหาไฟใต้

ชี้แจงทำนองว่าไฟใต้ในยุคพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำรัฐบาล 2 ปี

มีผู้เสียชีวิตแค่ 900 ศพเอง!!

กระทู้สดนี้เริ่มจากนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.เพื่อไทย ถามนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลางสภา

เพราะเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้แก้ไขปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ผิดทาง

ยังมีประชาชนผู้บริสุทธิ์ถูกลอบฆ่ารายวัน

แถมยังใช้งบประมาณไปนับแสนล้านบาท แต่ยังไม่เห็นผลว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดี

นายถาวร ซึ่งได้รับมอบหมายให้ชี้แจงแทนนายกฯอภิสิทธิ์ กลับตอบแบบที่เกริ่นไว้ข้างบน

ทั้งยังบอกให้ไปคิดเอาเองด้วยว่าอีก 3 พันกว่าศพที่นอกเหนือจาก 9 ร้อยศพ เกิดขึ้นในรัฐบาลไหน !?

ส่วนเรื่องงบประมาณนับแสนล้านก็ให้ฝ่ายค้านไปยื่นป.ป.ช.ตรวจสอบ หรือไม่ก็ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

อ้าว ตกลงตอบไม่ตรงกระทู้เลย

แล้ว 900 ศพที่สูญเสียไป ไม่ได้สะท้อนถึงความล้มเหลวของรัฐบาลชุดนี้เลยหรือไง ??

ความจริงแล้วก็ไม่แปลกใจเลยที่นายถาวรจะตอบกระทู้สดในลักษณะนี้

เพราะเป็นวิธีคิดปกติของพรรคประชาธิปัตย์

ก่อนหน้านี้หากยังจำกันได้

คดีสลายม็อบแดง 91 ศพที่นปช.เตรียมฟ้องร้องศาลอาญาระหว่างประเทศ

ให้เอาผิดกับนายกฯอภิสิทธิ์ และศอฉ.

รองนายกฯสุเทพ เทือกสุบรรณ กลับบอกว่าคดีฆ่าตัดตอนยาบ้า 2 พันศพยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ไม่เห็นมีใครไปฟ้องร้องศาลโลกเลย

อ้าว แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคดีสังหารหมู่ประชาชน 91 ศพ!?

ย้อนกลับไปที่ปัญหาไฟใต้

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นใน 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็นเรื่องใหญ่

แต่นายอภิสิทธิ์เคยรับปากตอนที่เข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่ๆ ว่าจะแก้ปัญหาไฟใต้ให้ทุเลาเบาบางลง

ตามนโยบาย "99 วันเราทำได้"

ตอนนี้ผ่านไปแล้วกว่า 700 วันก็ยังไล่ฆ่า วางระเบิดกันแทบทุกวัน

ความรุนแรง ไม่แตกต่างไปจาก 5 ปี ก่อนนายอภิสิทธิ์จะเป็นรัฐบาล

ต้องย้อนถามรัฐบาลว่าหลัก "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" มีการนำไปใช้ให้เป็นรูปธรรมหรือเปล่า

เคยมีการเสนอให้ตั้งรัฐมนตรีขึ้นมาเฉพาะแก้ปัญหาไฟใต้

แต่ก็ยังไม่ทำเลย

"99 วันเราทำได้"ใช้ไม่ได้ผลกับปัญหาไฟใต้

ดูจากเวลาที่ผ่านมา 700 กว่าวัน

ถ้าวัดสถิติแบบที่ประชาธิปัตย์นิยมใช้

บอกได้เลยว่ายิ่งกว่า"ล้มเหลว"

เสียยี่ห้อประชาธิปัตย์ ขวัญใจคนภาคใต้จริงๆ