WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, February 5, 2011

ขอเชิญร่วมงานคอนเสิร์ตเสื้อแดงตาสว่าง ที่ อ. ฝาง เชียงใหม่

ที่มา thaifreenews

โดย namome

อย่าลืมงานเสื้อแดง 12 กพ คอนเสิร์ตเสื้อแดงที่ อ ฝาง เชียงใหม่ นะครับ



http://www.facebook.com/home.php#!/photo.php?fbid=164602563588079&set=a.163928396988829.34356.100001150083953

ภาพกิจกรรมของกลุ่มที่เข้มแข็งแห่ง"แดงเชียงใหม่สายเหนือ " นี้นะคะ









เปิดบ้านหลังงาม"บิ๊กบัง" ในค่ายทหาร เผย"ศัตรูถาวร 3 อย่าง ที่ต้องระวัง!!!

ที่มา มติชน


บ้านพักและรถหรู


บ้านพักในค่ายทหาร


ห้องรับแขกบรรยากาศสบายๆ


ห้องรับประทานอาหาร 20 ที่นั่ง




ก่อนรัฐประหาร


นายกฯกับผบ.ทบ.


บทบาทหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ

4 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบก อดีตผู้นำ คมช. และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ช่อง"ทีวีไทย" เมื่อค่ำวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ยืนยันว่า รัฐประหาร 19 กันยายน เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้...ต้องทำ

บิ๊กบัง ฟันธงว่า การเมืองไทย เสียหาย เพราะ"คน" ไม่ใช่"ระบบ"

การรัฐประหาร 19 กันยายน ส่งผลดีต่อการเมืองไทยมากกว่าผลเสีย

นี่คือ ความเชื่อมั่นจนถึงวันนี้ของผู้กระทำการรัฐประหาร

แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี .... ไม่เชื่อเช่นนั้น

ผู้ถูกรัฐประหาร ออกมาแฉว่า การรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน คนไทยไม่ได้อะไรเลย นอกจากได้เศรษฐีใหม่ส่วนใหญ่เป็นยศพลเอกและได้ทหารที่เข้มแข็งมีอาวุธมากขึ้น

ต่อมา พรรคเพื่อไทย รับลูกยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบความมั่งคั่งของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เครือญาติ

"มติชนออนไลน์" เปิดดู กรุสมบัติของอดีตผู้นำ คมช.ที่ยื่นแสดงต่อ ป.ป.ช. ตอนรับตำแหน่งรองนายกฯ ในรัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พบข้อมูลที่น่าสนใจ

"บิ๊กบัง" รวมภรรยา 2 คน ไม่ได้ทำธุรกิจ และ บุตรไม่บรรลุนิติภาวะ 1 คน รวม 4 คน มีทรัพย์สินรวมกันกว่า 90 ล้านบาท ไม่รวมบุตรที่บรรลุนิติภาวะแล้ว 4 คน

ย้อนไปเมื่อ วันที่ 5 ต.ค. 2550 ตอนรับตำแหน่งรองนายกฯ พล.อ.สนธิแจ้งว่ามีทรัพย์สิน 38.7 ล้านบาท นางสุกัลยา คู่สมรส คนที่หนึ่ง 14 ล้านบาท นางปิยะดา คู่สมรส คนที่สอง 36.9 ล้านบาท น.ส.ศศินภา บุตรไม่บรรลุนิติภาวะ 3 แสนบาทเศษ รวม พล.อ.สนธิ นางสุกัลยา และน.ส.ศศินภา 53.1 ล้านบาท แต่ถ้ารวมนางปิยะด้วยเท่ากับ 90.1 ล้านบาท

ต่อมา วันที่ 6 ก.พ.2551 ตอนพ้นตำแหน่ง ทรัพย์สินของ พล.อ.สนธิ นางสุกัลยา และน.ส.ศศินภา เพิ่มเป็น 60.1 ล้านบาท

กระทั่งพ้นตำแหน่งครบ 1 ปีวันที่ 5 ก.พ. 2552 ทรัพย์สินของพล.อ.สนธิ นางสุกัลยา และน.ส.ศศินภา เพิ่มเป็น 62.2 ล้านบาท น่าสังเกตว่าการยื่นบัญชีฯ 2 ครั้งหลัง พล.อ.สนธิ มิได้แจ้งทรัพย์สินของภรรยาคนที่สอง แต่อย่างใด

หากเปรียบเทียบครั้งแรก กับ ครั้งหลัง ช่วงเวลาเพียงปีเศษ เพิ่มประมาณ 9 ล้านบาท ถือว่า"ไม่น้อย"

เมื่อเจาะลึกพบว่า พล.อ.สนธิมีเงินลงทุน ได้แก่ หุ้นการบินไทย ,กองทุนเปิดทหารไทยพันธบัตร และ หุ้นสหกรณ์ออมทรัพย์ นสค. รวม 11.2 ล้านบาท ไม่เปลี่ยนแปลง แต่รายการที่เพิ่มขึ้นคือ "ที่ดิน " และ "เงินฝาก"

เงินฝาก ตอนรับตำแหน่ง พล.อ.สนธิแจ้งว่ามี 23.5 ล้านบาท นางสุกัลยา 3.9 ล้านบาท ตอนพ้นตำแหน่งพล.อ.สนธิมี 29.3 ล้านบาท นางสุกัลยาลดลงเหลือ 1.3 ล้านบาท ตอนพ้นตำแหน่ง 1 ปี พล.อ.สนธิมี 26.6 ล้านบาท นางสุกัลยาเพิ่มเป็น 1.6 ล้านบาท

ส่วนที่ดิน ตอนรับตำแหน่ง พล.อ.สนธิแจ้งว่าไม่มี นางสุกัลยามี 1 แปลง 1.3 ล้านบาท ตอนพ้นตำแหน่ง พล.อ.สนธิ มี 1 แปลง มูลค่า 3.3 ล้านบาท นางสุกัลยา 4 แปลง 5.2 ล้านบาท ตอนพ้นตำแหน่ง 1 ปี พล.อ.สนธิมีที่ดิน 6 แปลง 6.3 ล้านบาท ส่วนนางสุกัลยามี 4 แปลง

เบ็ดเสร็จที่ดินของคนทั้งสองเพิ่มขึ้นประมาณ 9 แปลง

ขณะที่ พรรคมาตุภูมิ ที่พลเอกสนธิ นั่งเป็นหัวหน้าพรรค ในรอบปี 2553 มีเงินบริจาคเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดสาย แม้จะไม่ก้อนโตเท่าพรรคประชาธิปัตย์ หรือ พรรคเพื่อไทย แต่ก็มากกว่าอีกหลายพรรค

ผู้บริจาครายใหญ่ในช่วงปี 2553 ได้แก่ นายศุภกาญจนะ หิรัญญะเวช บริจาค 1.22 ล้านบาท นายกมลศักด์ สีวาเมาะ บริจาค 2 แสนบาท นายอภิชาติ สุดแสวง 2 80,000 บาท นายอนุมัติ ชูสารอ 280,000 บาท และนางอัมพร อิ่มสกุล บริจาค กว่า 1.2 ล้านบาท

แต่ใครจะเชื่อว่า พลเอกสนธิ เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง เพียงคนเดียว ที่มีบ้านพักหลังงามตั้งอยู่ในค่ายทหาร !!!

ต้นกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นิตยสาร WHO ? นำเสนอบทสัมภาษณ์"บิ๊กบัง"ใน บ้านพักหลังงามย่านพหลโยธิน

สิ่งที่น่าตื่นใจคือ ในโรงรถและรอบบ้าน มีรถหรูจอดอยู่หลายคัน ...บางคันยังป้ายแดง

จริง ๆ แล้ว บ้านพักหลังงามหลังนี้จะมิใช่ กรรมสิทธิ์ของ พล.อ.สนธิ แต่เขาก็พำนักมาแล้วร่วม 3 ปี ด้วยเป็นหนึ่งในบ้านพักของ 5 เสือ ทบ. (ผู้บัญชาการทหารบก รองผู้บัญชาการทหารบก ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก 2 นาย เสนาธิการทหารบก) ซึ่งสร้างเสร็จไปแล้ว 4 หลัง

บ้านแต่ละหลังจะมีภาพสนามกอล์ฟกว้างสุดลูกหูลูกตาเป็น "หลังบ้าน" ซึ่ง พล.อ.สนธิชี้ชวนชม พลางว่า หากเป็นยามเช้าด้วยแล้วมักจะต้องหยิบกล้องคู่ใจขึ้นมาบันทึกภาพไว้ไม่ขาด จากนั้นก็จะใช้เป็นฉากหลังสำหรับกาแฟถ้วยโปรดและหนังสือพิมพ์ในมือทุกเช้า

"ผมถึงได้บอกกับทุกๆคนว่า อย่าไปเอาความทุกข์มาใส่ตัว ผมเองไม่เคยมีความทุกข์ ปล่อยวางได้ แม้จะผ่านเรื่องราวอึมครึมมาก็ไม่เคยมีความทุกข์ ใครเห็นผมเมื่อวันที่ 19 กันยายน 49 (วันที่ทำรัฐประหาร) ผมยังหัวเราะ ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม จะไปซีเรียสทำไม อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด "

" ทุกวันนี้กิจวัตรที่ผมต้องทำคือการเรียนหนังสือปริญญาเอก ยิ่งตอนนี้เรียนหนักมาก ถ้ากลางคืนไม่มีงานอะไรก็ต้องดูหนังสือ แล้ววิถีชีวิตประจำวันของผมเป็นคนตื่นเช้า จะนั่งดื่มกาแฟแก้วหนึ่ง พร้อมกับอ่านหนังสือพิมพ์ ส่วนอินเทอร์เน็ตตอนนี้ไม่ค่อยได้เล่นเท่าไร เพราะต้องทุ่มเวลาให้กับการเรียน "

"ที่ผ่านมาอาจมีคนกลั่นแกล้งกันบ้าง เป็นสิ่งที่ต้องระวังไม่ให้เกิด ส่วนศัตรูที่เป็นศัตรูถาวร 3 อย่าง จะต้องไม่ให้เกิดเด็ดขาด คือ 1.เรื่องผู้หญิง 2.เรื่องอำนาจ 3.เรื่องทรัพย์สมบัติ เรื่องผู้หญิงเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่สอนผมมา การขัดแย้งเรื่องผู้หญิงคือศัตรูถาวร เช่น เรากับเพื่อนชอบผู้หญิงคนเดียวกัน เราตัดปัญหาอย่างไปแย่งเขา(ซี) เพราะถ้าแย่งเรื่องผู้หญิงก็จะเป็นศัตรูถาวร เขาว่าถ้าเป็นศัตรูที่เกิดจากความอิจฉาจะเป็นศัตรูชั่วคราว ผมมีภาษิตไว้ท่องขึ้นใจคือ จงทำดี แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย ไม่มีใคร อยากเห็น เราเด่นเกิน"

สำหรับนโยบายของพรรคมาตุภูมิ พลเอกสนธิ แจกแจงผ่าน นิตยสาร WHO ? ว่า "การแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยการเสนอตั้งทบวงการบริหารกิจการชายแดนภาคใต้ โดยมีรัฐมนตรีทบวงนั้นเป็นผู้ดูแล "

"นโยบายของพรรคเราคือหยิบเงื่อนไขของประเทศในเวลานี้มากำหนดตัวนโยบาย เช่น ตอนนี้ประเทศไทยมีความขัดแย้งทางสังคม หลักที่ 1 เราต้องสร้างความรักและความผูกพัน ความสมานฉันท์ ความปรองดองในชาติ ปัญหาที่เป็นวิกฤต ในขณะนี้คือ ประชานิยมเรื่องความเหลี่ยมล้ำทางสังคม นโยบายของเราก็คือถ้าเราต้องการที่จะพัฒนาประเทศให้เป็นประชาธิปไตย อย่างแรกเราต้องทำให้สังคมมีความเสมอภาคกัน จะทำยังไงให้คนจน-คนรวย ลงมาหากันได้ง่ายขึ้น ผมยืนยัน เรื่องพวกนี้ถ้าเราทำให้ประชาชนได้มีความเข้าใจ มันก็จะทำได้เร็ว "

ผมขอยกตัวอย่าง ประเทศไทยเราประชากรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ถ้าเกษตรกรมีนา 1 ไร่ สมมติว่าผลิตข้าวได้ 50 ถัง ทำนามาเป็น 20 ปีก็ยังได้แค่ 50 ถัง เราจะทำอย่างไรให้เขามีความรู้มากขึ้น ลงทุนน้อยลง แต่ได้ข้าว 80 ถัง นโยบายของเราทำยังไงให้มีคนรวยมากขึ้น ทำอย่างไรให้คนมีการศึกษาเพิ่มขึ้น เมื่อคนมีความรู้มากขึ้น ความฉลาดของคนก็จะเพิ่มสูงขึ้น จะได้นำความรู้ไปพัฒนาอาชีพของเขาได้มากขึ้น"

พรรคการเมืองมักจะมาควบคู่กับเงินที่ต้องใช้ ต้องทุ่ม "บิ๊กบัง" คิดอย่างไร

"ผมขอเรียกเงินตรงนี้ว่างบประมาณ ซึ่งในระเบียบของ กกต. คนหนึ่งก็ใช้เงินได้ไม่มาก แต่มันมีวิธี การที่เรามีเงินน้อย กับที่เราทำให้คนมาเลือกเรามากๆ ได้นั้นมีหลายวิธี เราต้องอธิบายให้กับคนที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ให้มองให้เห็นว่าคนที่มีเงินมากกว่านั้นมีผลดี ผลเสียอย่างไร แต่เรามีแต่อุดมการณ์ มีความคิดที่จะแก้ปัญหาชาติ ต้นทุนก็จะลดลง และความรัก ความสงสารกับเราก็จะมีมากขึ้น"

" ผมไม่เกี่ยวกับการทำงานข้ามกลุ่ม ข้ามสี หากแต่เป็นการทำงานเพื่อประเทศชาติ"

" ใครอยู่ใกล้ก็ต้องรักผม" พลเอกสนธิ ยืนยัน

( ภาพและบทสัมภาษณ์ บางส่วนจาก นิตยสาร WHO ? เดือนกุมภาพันธ์ 2554 )

สงครา่มบ้าๆ ของพวกจนตรอก สิ้นคิดทางการเมือง

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย


ซุนหวูกล่าวว่า "สงครามเป็นเรื่องเป็นตายของชาติ เป็นการดำรงอยู่หรือดับสูญ พึงพินิจพิเคราะห์ให้จงดี"

เคล้าซ์เซวิตท์ ผู้เขียนตำรา "การทำสงคราม" On war กล่าวว่า "สงครามคือเครื่องมือทางการเมืองชนิดหนึ่ง" เป็นเครื่องมือในการดำเนินนโยบายทางการเมืองระหว่างประเทศ ควบคู่ไปกับเครื่องมือชนิดอื่น เช่น การทูต จารชน เป็นต้น แต่สงครามเป็นเครื่องมือที่มีต้นทุนสูง ราคาแพง จะใช้ก็ต่อเมื่อมันไม่มีทางอื่นหลีกเลี่ยงแล้วเท่านั้น

สงครามจึงไม่ได้ตอบสนองต่อ วัตถุประสงค์ของตัวมันเอง แต่ต้องตอบสนองเป้าประสงค์ทางการเมืองของชาติ

ดังนั้น การก่อสงครามจึงต้องถามว่ามันไปตอบสนองเป้าประสงค์อะไรของชาติ

คนโง่ก่อสงคราม เพื่อผลประโยชน์ของตน หรือกลุ่มตน เช่น เกียรติยศและศักดิ์ศรีของตน หรือเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นอื่นๆ ให้พ้นไปจากสิ่งที่ตัวเองทำชั่วเอาไว้่ เพื่อดึงความสนใจของคนในชาติไป

การก่อสงครามที่ไม่ใช่ "เพื่อผลประโยชน์ใดๆ ของชาติ" คือ การทำลายชาติอย่างจงใจ ไม่ใช่เป็นการรักชาติ เหมือนอย่างที่อ้างกัน เพราะสงครามเป็นเครื่องมือราคาแพงของชาติ ทั้งชีวิตผู้คน เีกียรติภูมิต่างๆ ทรัพย์สินของชาติที่ต้องสูญไป เพื่อตอบสนองต้ณหาของคนบางกลุ่มเท่านั้น แต่ชาติไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย คือ สงครามบ้าๆ ของพวกทรยศต่อชาติ

สงครามกับเขมร รับใช้ผลประโยชน์อะไรของชาติ
- คำถาม เขมรได้รุกรานไทยหรือไม่ คำตอบอย่างสัตบุรุษคือ ไม่ แต่ไทยต่างหากที่ไปหาเรื่องเขมรเขา
- ทำสงครามแล้วจะได้พื้นที่คืนหรือไม่ คำตอบชัดๆ คือ "ไม่ได้แน่นอน" เพราะพื้นที่พิพาทตรงนั้นมีข้อตกลงที่แน่ชัดในกฎหมายระหว่างประเทศอยู่ และไทยก็เคยแพ้การพิสูจน์ในเวทีนานาชาติมาแล้ว ต่อให้ใช้กำลังทหารไปยึดพื้นที่นั้นไว้ ในอนาคตก็ต้องถอนกำลังออกมา เพราะมันไม่มีพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศอยู่

- แล้วอย่างนั้นทำสงครามไป "หาพระแสงอะไร"

ตอบ เพื่อสนองตัณหาของทหารบ้าๆ และโง่กลุ่มหนึ่ง รวมทั้งชนชั้นนำไทยที่กำลังอับจนกับปัญหาภายในประเทศ ในการเข่นฆ่าสังหารประชาชนของตนเอง ดังนั้นจึงพยายามใช้สงครามกับประเทศเพื่อนบ้านดึงดูดความสนใจของประชาชนออกไป

สงครามครั้งนี้มันจึงตอบสนองต่อประโยชน์ของ "รัฐบาลกับอำมาตย์" เท่านั้น
คนไทยไ่่ม่ได้ประโยชน์อะไรกับสงครามครั้งนี้

ผมจึงไม่ต้องการเข้าไปยุ่ง สนับสนุนกับสงครามของพวกคนบ้าเหล่านี้

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องรักชาติ แต่เป็นเรื่องของ "โง่ คลั่ง" เท่านั้นเอง

Re:

ผมเขียนกระทู้นี้ขึ้นมาเพื่อให้เืพื่อนๆ ใช้เป็นพื้นฐานในการตอบโต้กับพวกลัทธิคลั่งชาตินะครับ

ที่จริงไม่ใช่ชาตินิยมหรืออะไร แต่เป็น "คลั่งชาติ" แบบไม่มีเหตุไม่มีผล ลัทธินี้ิอันตราย และเราไม่ควรไปตกหลุมง่ายๆ กับการพยายามสร้างกระแส "เป็นคนไทยไปเชียร์เขมรทำไม๐

เราเป็นคนไทย แต่ไม่จำเป็นต้องโง่ ใ้ห้คนพวกหนึ่งปั่นหัวเอาได้ง่ายๆ แล้วเสพย์สุขกับความโง่ บ้า และคลั่งของคนบางกลุ่ม

เราเป็นคนไทย แต่เราก็เป็นมนุษย์ด้วย มนุษย์คือ คนที่มีสติ มีเหตุมีผล ไม่ใช่บ้าคลั่งไปอย่างไร้เหตุไร้ผล

สงคราม ไพ่ใบสุดท้ายของอำมาตย์

ที่มา thaifreenews


โดย แสงเทียน

การที่อำมาตย์ดึงเอาตุลาการและทหาร รวมทั้งเหล่านักการเมืองขี้โกงทั้งหลายเข้าสู่วังวนหายนะ ประเทศไทยในสายตาชาวโลกตกต่ำสุดๆเท่าที่เคยมีมา เหล่าอำมาตย์และสมุนดิ้นเป็นควายพันหลัก เข้าสู่กับดักที่ตัวเองตั้งขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะเหล่าศาลเหี้ย ที่ไม่มียางอาย เมื่อมาถึงจุดที่เกินเยียวยา เหล่าอำมาตย์พยายามจุดไฟกระแสคลั่งสถาบัน แต่จุดไม่ติด สังเกตุจากเทปซาบซึ้งรวมทั้งปฏิทินที่ขายไม่ได้ แจกยังหาคนรับไม่ได้ เลยเข้าสู่มุขแป๊ก จุดกระแสคลั่งชาติ โดยใช้ไข่ซ้ายเสื้อเหลือง ไข่ขวาเหงียนมาร์ค เข้าไปแหย่เขมร แต่จุดไม่ติดตามเคย แถมโดนเขมรสอนมวยมาอีก เลยปลุกระดมหน้าทำเนียบทำเนียนไล่เหงียนมาร์คเพื่อดึงเสื้อแดงเข้าร่วม หน้าด้านถึงขนาดปลอมเป็นเสื้อแดงขึ้นเวที สุดท้ายจนมุม เลยต้องดึงทเหี้ยออกมาเปิดศึกกับเขมร สรุปลูกไพร่ตาย ส่วนอำมาตย์ซึ่งเปิดสงครามเพื่อปิดข่าวชั่วเริ่มหน้าระรื่น เริ่มออกมาให้ข่าวโดยกระทรวง(หาเรื่อง)ต่างประเทศว่าเราโดนละเมิดดินแดนเลยจำเป็นเปิดศึก ครั้งนี้เข้าทางเขมรแน่นอน เหมือนที่ พล.อ พัลลภกล่าวไว้ ประเทศไทยจะถูกโดดเดี่ยว พูดง่ายๆจะถูกรุมจาก ลาว, เวียดนาม, เขมร โดยจีนกับรัสเซียเป็นพี่เอื้อย ไม่ต้องคิดว่ามาเลเซียกับสิงคโปร์จะมาช่วย เพราะตอนนี้สองประเทศนี้พูดเหมือนไอ้เปรมว่า ประเทศมาเลเซียกับสิงคโปร์โชคดีที่ไอ้เหงียนมาร์คเป็นนายกประเทศไทย สุดท้ายอยากบอกว่าแถวบ้านผมเขาพูดว่าทำไมไม่ส่งทหารหมาลูกเหี้ยแห่งตะวันออกรวมทั้งเสื้อเหลืองไปรบกับเขมร เวลาพวกมันโดนเขมรฆ่าตายกรูจะได้หัวเราะให้ดังๆกว่านี้

Re:

โดย ลูกชาวนาไทย



ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่ลามไปสมใจอำมาตย์แน่นอนครับ เพราะเขมรคงเล่นเป็น ดึงประเด็นนี้ขึ้นสู่เวทีโลกในเวลาอันรวดเร็วสุดท้ายประเทศไทยจะถูกบีบให้ต้องหยุดการทำอะไรที่ไร้สาระ

เรื่องรบนั่นอย่าไปคิดว่าจะทำได้นะครับ เพราะกระสุนปืนใหญ่ ลูกปืนทั้งหลายไม่ได้มีการสะสมไว้เพื่อเปิดสงครามใหญ่ ขนาดช่วงที่รบสงครามร่มเกล้า ยิงถล่มกันลูกปืนใหญ่ไม่เหลือ ต้องไปขอเพื่อนบ้านอาเซียน ที่ใช้ระบบอาวุธเหมือนกัน แต่ครั้งนั้นโอเคเพราะเป็นสงครามป้องกันและกลุ่มประเทศคอมมิวนิสต์โจมตี ยังอยู่ในยุคสงครามเย็น

แต่วันนี้โลกไม่มีขั้วทางการเมืองแล้ว กระสุนปืนใหญ่ราคานัดละเป็นหมื่นบาท การเคลื่อนพลขนาดใหญ่เป็นกองพลเพื่อเข้าทำสงครามจริง (ไม่ใช่ยิงคนมือเปล่าแบบเสื้อแดงโดน) ต้องใช้เงินมหาศาล และอเมริกาคงไม่ได้ขายให้ง่ายๆ เพราะนี่เป็นสงครามรุกราน

ผมฟันธงว่ามันแค่ยิงปืนใหญ่ไม่กี่นัด ปะทะกันเล็กน้อยเพื่อสร้างกระแสเื้ท่านั้น มีกำลังระดับหมวด หรืออย่างมากไ่ม่เกินกองร้อย ยิงกันในระยะห่างสักสี่ห้าร้อยเมตร แล้วออกข่าวเสียดัง สร้างกระแสวีรบุรุษ

แต่ผมว่าเสื้อแดงคงไม่มีอารมณ์ร่วมด้วยหรอกครับ

มุกแป๊กเหมือนเดิม

กวีประชาไท"ไพร่ผ่านศึก"

ที่มา ประชาไท

สีเขียวเอ๋ย เคยอยู่ คู่แนวหน้า

ทหารกล้า คุ้มประชา น่ายกย่อง

ปกป้องเถิด อธิปไตย แผ่นดินทอง

เพื่อปวงชน ทั้งผอง พี่น้องไทย..

ทหารเอ๋ย เคยกล้า ท้าออกศึก

ด้วยสำนึก ศักดิ์ศรี พลีชีพให้

เกียรติยศ โปรดจำ ทำเพื่อใคร

ประชาชน ใช่ไหม ใครสาบาน..

เราจะปก ป้องไทย ให้คงมั่น

เราจะรบ โดยพลัน ไม่หวั่นคร้าน

เราจะรุก และรบ ประสบการณ์

ขจัดภัย หมู่มาร ให้บ้านเรา..

ดอกป๊อปปี้ สีแดง แรงใจนี้

ซื้อมอบให้ สักที มิให้เศร้า

3 กุมภา เป็นแรงใจไม่เสียเปล่า

เฝ้าบอกกล่าว วันทหาร ผ่านศึกไทย..

................

ณ ใจกลางมหานคร...

ผ้าพันคอ สีฟ้า มากันครบ

บรรจงจบ กระบอกปืน ยืนแข็งกร้าว

กระทืบซ้ำ กระหน่ำยิง ยิ่งปวดร้าว

ไพร่มือเปล่า ยังสู้ กูไม่ยอม!

ทหารกล้า เดินหน้า ระดมยิง

สไนเปอร์ ผีสิง ยิ่งเตรียมพร้อม

กระหยิ่มยิง ยิ้มเย้ย เฮ้ย..จงยอม

พวกจอมปลอม คิดต่อ ก่อการร้าย..

กลางบางกอก กระบอกปืน ยิงขึ้นฟ้า

ประทับบ่า เล็งมา ตรงหน้าไพร่

เฝ้าหลบหลีก ลนลาน คลานออกไป

จะปลีกลี้ หนีไปไหน ไพร่อาสาฯ

หนังสติ๊ก บรรจงจับ ก้อนหินใส่

พลุตะไล จุดไป ให้ขึ้นฟ้า

ไม้เหลาแหลม ช่วยกันยัน "อย่าเข้ามา..

พวกกูจัก รักษาป้อม จนยอมตาย!"

บ้างวิ่งลาก เพื่อนพ้อง ต้องหลีกหลบ

บ้างต้องจบ ชีวิต ปลิดปลิวหาย

บ้างยังสู้ ถึงรู้ กูต้องตาย

แต่อย่าหมาย เข้าไปได้ ใกล้เวที!

เสียงปืนเงียบ เยียบเย็น ไม่เห็นแล้ว

ไม่มีแว่ว แม้เสียงใจ เต้นในนี้

ไม่มีแม้ พลุ ตะไล ที่เคยมี

ไม่มีแม้ สดุดี วีรชน...

แล้ววันไหน เป็นวันไหว้ "ไพร่ ผ่าน ศึก"

เพื่อรำลึก นึกถึงกัน วันถูกโค่น

เพื่อรำลึก ศึกเทวดา ในคราบโจร

เพื่อรำลึก พวกห้อยโหน ศักดินา..

แล้ววันไหน เป็นวัน "ไพร่ ผ่าน ศึก"

เพื่ออยู่ใน สำนึก ศึกอาสาฯ

สู้มือเปล่า วิ่งเข้าใส่ ไร้ศาสตรา

ทหารกล้า อายบ้างไหม ไพร่อย่างกู!

** เขียนให้ในวันที่ 3 กุมภา "วันทหารผ่านศึก" แล้วไพร่เสื้อแดง ที่สู้รบกับความอยุติธรรมอย่างกล้าหาญ คุณจะกำหนดวันไหน ให้เป็นวัน "ไพร่ผ่านศึก" สำหรับพวกเค้า?? เขียนพร้อมกับนึกถึงภาพวันที่พี่น้องเราสู้สุดชีวิต คำว่าประชาธิปไตย เป็นแรงผลักดัน ให้เราสู้ ขอให้พี่น้องจงภูมิใจ พี่น้องเก่งกล้ากว่าทหารจัญไรใส่ผ้าพันคอสีฟ้าพวกนั้นเสียอีก กราบที่หัวใจไพร่ผ่านศึก ศิษย์เก่า ผ่านฟ้า คอกวัว สตรีวิทย์ อนุสรณ์สถาน สามเหลี่ยมดินแดง รางน้ำ งามดูพลี ราชประสงค์ และวัดปทุมฯ ทุกท่าน

ซามีร์ อามิน: ว่าด้วยการปฏิวัติตูนีเซียและการเคลื่อนไหวในอียิปต์

ที่มา ประชาไท

เกี่ยวกับซามีร์ อามิน

ศาสตราจารย์ ซามีร์ อามิน (Samir Amin) เกิดที่ไคไรเมื่อในปี 1931 และได้รับการศึกษาจากโรงเรียนฝรั่งเศสที่นั่น เขาได้รับปริญญาเอกทางด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองจากปารีส ประเทศฝรั่งเศส เช่นเดียวกับปริญญาจากสถาบันสถิติและสถาบันศึกษาการเมืองชั้นสูง เมื่อกลับประเทศได้เข้าทำงานในสังกัดฝ่ายวางแผนเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลนัสเซอร์ สำหรับอาชีพทางวิชาการ เขาได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ในฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 1966 และดำรงตำแหน่งประธานของสถาบันเพื่อการพัฒนาและวางแผนทางเศรษฐกิจ แผนกอาฟริกันของสหประชาชาติระหว่าง 1970-1980 และตั้งแต่ปี 1980 ดำรงตำแหน่งประธานของสำนักงานอาฟริกันของ Third World Forum องค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยและถกเถียงประเด็นต่างๆ ปัจจุบันยังเป็นประธานของ World Forum for Alternatives

1.สัมภาษณ์ซามีร์ อามิน ว่าด้วยการปฏิวัติตูนีเซีย

เผยแพร่เป็นภาษาอารบิคในนิตยสาร Aydinlik Magazine ที่มาของภาษาอังกฤษ: http://democracyandclasstruggle.blogspot.com/2011/02/samir-amin-on-tunisian-revolution.html (เผยแพร่วันที่ 1 ก.พ. 54)

ศาสตราจารย์ซามีร์ อามิน นักคิดฝ่ายซ้าย นักเศรษฐศาสตร์และนักเขียนที่มีชื่อเสียง ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ Aydinlik Magazine เกี่ยวกับเหตุการณ์ในตูนีเซีย รวมทั้งแสดงความเห็นเกี่ยวกับการเยือนอเมริกาของนายหูจิ่นเทาและนโยบายในปัจจุบันของจีน มีใจความสำคัญดังต่อไปนี้

ขบวนการเคลื่อนไหวของประชาชน

AYDINLIK: คุณตีความการเคลื่อนไหวในตูนีเซียอย่างไร?

SAMIR AMIN: เราต้องทำความเข้าใจเหตุการณ์ของตูนีเซียในฐานะการลุกฮือของขบวนการประชาชนที่มีพลังมาก เป็นการลุกฮือครั้งใหญ่ ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของประชาชนของประเทศนี้ในหลายพื้นที่รวมทั้งเมืองหลวงออกมาตามท้องถนนเป็นเวลา 45 วันและยังคงทำอย่างนั้นต่อไป พวกเขาประท้วงและถึงแม้จะมีการปราบปรามก็ไม่ยอมหยุด การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีทั้งมิติการเมือง สังคมและเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ระบอบของปธน.เบน อาลีคือหนึ่งในรัฐตำรวจที่โหดเหี้ยมที่สุดในโลก ชาวตูนีเซียหลายพันคนถูกสังหาร จับกุมและทรมาน แต่เพื่อนรักมหาอำนาจตะวันตกกลับไม่ยอมปล่อยให้ข้อเท็จจริงเหล่านี้เป็นที่รู้จัก ประชาชนตูนีเซียจึงเรียกร้องประชาธิปไตยและการเคารพสิทธิของพวกเขา

ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมนั้นมีอิทธิพลกับการลุกฮือของประชาชน ตูนีเซียประสบกับการพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วของการว่างงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งของกลุ่มวัยรุ่น รวมทั้งคนหนุ่มสาวที่มีการศึกษา คุณภาพชีวิตของประชากรส่วนใหญ่ก็ต่ำลงถึงแม้ธนาคารโลกและหน่วยงานระหว่างประเทศจะปลาบปลื้มกับการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติของประเทศก็ตาม ความเหลื่อมล้ำที่สูงขึ้นตอบคำถามนี้ รวมทั้งอิทธิพลขององค์กรผู้มีอิทธิพลก็เป็นอีกปัจจัยที่สำคัญ ระบบนั้นถูกบริหารเพื่อประโยชน์เกือบจะเฉพาะของครอบครัวเบน อาลีและองค์กรที่เกี่ยวข้อง

มีอีกแง่หนึ่งของขบวนการเคลื่อนไหวที่ถือว่าสำคัญมาก อิทธิพลอิสลามไม่ได้มีผลนักกับการลุกฮือนี้ ตูนีเซียนั้นที่จริงแล้วเป็นรัฐฆราวาส (secular state) ประชาชนสามารถแยกศาสนาออกจากการเมืองได้สำเร็จ มันเป็นปัจจัยที่สำคัญและช่วยส่งเสริมมาก มีคำกล่าวว่าเบน อาลีได้ปกป้องประเทศจากกลุ่มมุสลิมคลั่งศาสนา เขาใช้ข้ออ้างนี้ได้ผลมาเป็นเวลาหลายปี จริงๆ แล้วไม่ใช่เบน อาลีแต่เป็นประชาชนที่ปกป้องประเทศจากพวกคลั่งศาสนาเหล่านี้

ข้อเท็จจริงว่าทหารนั้นไม่ได้อยู่ตรงข้ามประชาชนช่วยเพิ่มกำลังให้แก่ประชาชนบนท้องถนน รัฐบาลเบน อาลีสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับตำรวจไม่ใช่ทหาร นี่คือเหตุผลว่าทำไมตำรวจจึงมีบทบาทสำคัญในการปราบปรามในหลายเหตุการณ์ในอดีต

มันจึงไม่ง่ายที่จะสถาปนาประชาธิปไตยและระบอบฆราวาสในตูนีเซีย

AYDINLIK: ใครหรืออำนาจฝ่ายไหนนำการเคลื่อนไหวครั้งนี้?

AMIN: ผมอยากจะเน้นอีกครั้งว่าการเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้เป็นของคนกลุ่มไหนโดยเฉพาะ มันเป็นการเคลื่อนไหวใหญ่ของประชาชน ไม่มีต่างชาติประเทศหรือกลุ่มไหนอยู่เบื้องหลัง มันเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมโดยเนื้อแท้ อย่างไรก็ตาม มันจำเป็นต้องพูดว่ามหาอำนาจตะวันตกพยายามจะสร้างอิสลามทางเลือกและพยายามจะสนับสนุนการเคลื่อนไหวแบบนี้เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดทางเลือกของประชาธิปไตยที่แท้จริง พวกเขาได้เริ่มต้นทำมันแล้วโดยนำภาษาของ “ซาอุดิอารเบีย” เข้ามาใช้ในประเทศอีกครั้งอย่างที่มีการวิจารณ์กันในกลุ่มประชาชน

มันยากมากที่จะพยายามคาดเดาว่าอนาคตของประเทศจะไปทางไหน ที่แน่ก็คือการสถาปนาระบอบประชาธิปไตยและระบอบฆราวาสไม่ง่าย ลองนึกภาพที่ดีที่สุด คือเกิดรัฐบาลประชาธิปไตยที่สนับสนุนโดยประชาชน (และไม่มีอะไรเป็นหลักประกันอย่างแน่นอนว่าจะเกิดขึ้น) รัฐบาลที่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคมที่ว่า จะเชื่อมโยงกระบวนการประชาธิปไตยเรื่องการจัดการด้านการเมืองกับความรุดหน้าทางสังคมอย่างไร? มันไม่ง่ายเพราะ “ความสำเร็จ” ของตูนีเซียในช่วงที่ผ่านมาตั้งอยู่บนปัจจัยสามเรื่อง คือ การย้ายฐานอุตสาหกรรมเบาจากยุโรปเข้ามา การท่องเที่ยวและการอพยพโยกย้ายถิ่นจำนวนมากไปประเทศลิเบีย ช่องทางทั้งสามตอนนี้ถึงจุดอิ่มตัวและเริ่มที่จะสวนทางกลับด้วยซ้ำ นโยบายมหภาคแบบไหนที่จะถูกนำมาแทนที่? ไม่ง่ายที่จะหาคำตอบสำหรับประเทศเล็กที่บอบบางและมีทรัพยากรน้อย (ไม่มีน้ำมัน!) ความเป็นหนึ่งเดียวและความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนาจะกลายเป็นทางเลือกที่มีความสำคัญ มหาอำนาจตะวันตกจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยไม่สำเร็จเพื่อที่จะสร้างเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์แก่ “อิสลามทางเลือก” จอมปลอมที่ถูกเรียกว่า “สายกลาง (moderate)”

จีนจะไม่ยอมยกเลิกนโยบายแบบของตน

AYDINLIK: ประธานาธิบดีจีนหูจิ่นเทาได้พบกับนายโอบามาที่วอชิงตัน ก่อนเดินทางไปสหรัฐฯ นายหูจิ่นเทาพูดว่า “ระบบที่ถูกครอบงำโดยสกุลเงินดอลลาร์เป็นผลผลิตของอดีต” คุณมีความเห็นอย่างไร?

AMIN: จีนอาจจะยิ้มแย้มให้พวกอเมริกันแต่พวกเขาจะไม่มีทางประณีประนอมในเรื่องนโยบาย ฝ่ายที่ได้เปรียบในการพบปะกันระหว่างประธานาธิบดีทั้งสองคนคือ หูจิ่นเทาตามที่คาดหมายกัน จีนไม่ยอมอ่อนข้อในเรื่องการจัดการค่าเงินหยวนของตนอย่างอิสระ เงินดอลลาร์ที่ควบคุมระบบการเงินระหว่างประเทศก็จะใกล้สิ้นอายุขัยของมันไม่ช้าก็เร็ว คนจีนตระหนักเรื่องนี้ดี แต่ในระหว่างนี้จีนจะไม่เสนอให้สร้างสกุลเงินโลกทางเลือกขึ้นมาใหม่ (จีนเข้าใจดีว่ามันยังไม่ถึงเวลาสุกงอมและก็ยังคงเป็นแค่เรื่องเพ้อฝัน) ตอนนี้จีนทุ่มเทให้กับการสร้างพันธมิตรในภูมิภาคที่เป็นอิสระและพึ่งตนเอง จีนจะพยายามหาคำตอบที่เป็นไปได้สำหรับความท้าทายนี้ คือ ผลักดันข้อตกลงระดับภูมิภาคในเอเชียและลาตินอเมริกา ไม่ใช่ในระดับโลก

2. การเคลื่อนไหวในอียิปต์

แปลจาก The Movement in Egypt: The US realigns, Movements in Egypt: The US realigns, Samir Amin, Pambazuka News, 2011-02-02, Issue 515 http://www.pambazuka.org/en/category/features/70615

หมายเหตุ: ศาสตราจารย์ซามีร์ อามินได้เขียนบทความวิเคราะห์ถึงบทบาทและท่าทีและสหรัฐฯ ต่อการเคลื่อนไหวที่กำลังเกิดขึ้น รวมทั้งอิทธิพลของกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ ในการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของประวัติศาสตร์อียิปต์ เผยแพร่ในเว็บของสำนักข่าว Pambazuka เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 โดยมีเนื้อหาดังนี้

อียิปต์คือหมุดหมายสำคัญของแผนการณ์ครอบครองโลกของสหรัฐฯ รัฐบาลวอชิงตันจะไม่ยอมทนต่อความพยายามใดๆ ของอียิปต์ที่จะขยับออกไปจากการควบคุมโดยสมบูรณ์ของสหรัฐฯ ซึ่งก็เป็นที่ต้องการของอิสราเอลเพื่อที่จะสานต่อการสร้างอาณานิคมส่วนที่ยังคงเหลือจากปาเลสไลน์ นี่เป็นเป้าหมายที่เฉพาะของรัฐบาลอเมริกาในการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบ “การเปลี่ยนผ่านอย่างนุ่มนวล (soft transition)” มองในแง่นี้ อเมริกาอาจเห็นว่าประธานาธิบดีมูบารัคควรลาออก รองประธานาธิบดีที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งนายโอมาร์ โซไลมาน หัวหน้าของหน่วยข่าวกรองของกองทัพอาจเข้ามารับหน้าที่ ที่ผ่านมา กองทัพระมัดระวังมากที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการปราบปรามซึ่งเป็นการรักษาภาพพจน์ของตน

นายบาราดัยเข้ามาในจุดนี้ เขายังคงเป็นที่รู้จักจากภายนอกประเทศมากกว่าในอียิปต์แต่ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาไม่ช้า เขาเป็น “เสรีนิยม” คนหนึ่งที่ไม่มีแนวคิดเรื่องการบริหารจัดการเศรษฐกิจมากไปกว่าปล่อยให้ดำเนินไปอย่างที่มันเป็นและเขาไม่สามารถเข้าใจว่าเรากำลังอยู่ที่จุดเริ่มต้นของความหายนะทางสังคม เขาเป็นนักประชาธิปไตยในความหมายว่าเขาต้องการ “การเลือกตั้งอย่างแท้จริง” และการเคารพกฎหมาย (หยุดจับกุมและทรมาน ฯลฯ) แต่ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

มันไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะยอมร่วมมือในการเปลี่ยนผ่านที่พูดถึง แต่กองทัพและข่าวกรองจะไม่ยอมปล่อยอิทธิพลครอบงำของตนในการนำสังคม นายบาราดัยจะยอมรับจุดนี้ได้หรือไม่?

ในเรื่องของ “ความสำเร็จ” และ “การเลือกตั้ง” กลุ่มมุสลิมบราเตอร์ฮู้ด [Moslem or Muslim Brotherhood ขบวนการเคลื่อนไหวข้ามชาติและองค์กรการเมืองฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศอาหรับ: ผู้แปล] จะกลายเป็นกำลังหลักในสภา อเมริกายินดีรับจุดนี้และรับรองว่ากลุ่มนี้เป็นพวก “สายกลาง” นั่นหมายถึงว่านอนสอนง่าย ยอมรับวิถีทางสยบยอมต่อสหรัฐฯ และปล่อยให้อิสราเอลมีอิสระในการรุกรานปาเลสไลน์ต่อไป นอกจากนี้ กลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮู้ดยังพึงพอใจกับระบบ “ตลาด” ที่พึ่งพาภายนอกอย่างเต็มที่แบบที่เป็นอยู่ จริงๆ แล้ว พวกนี้ก็ยังเป็นหุ้นส่วนในชนชั้นนำ “พ่อค้าคนกลาง” [จากคำว่า compradore มีความหมายถึงพวกที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของบริษัทธุรกิจต่างชาติภายในประเทศและอาจหมายถึงพวกพ่อค้าชาวจีนที่หากำไรจากส่วนต่างของราคาสินค้า: ผู้แปล] พวกเขามีจุดยืนที่ต่อต้านการผละงานของชนชั้นแรงงานและการต่อสู้ของชาวนาเพื่อที่จะรักษาสิทธิในที่ดินของตน

แผนของสหรัฐฯ สำหรับอียิปต์นั้นคล้ายกับโมเดลของปากีสถานมาก คือ ส่วนผสมระหว่างอิสลามการเมืองและหน่วยข่าวกรองของกองทัพ กลุ่มมุสลิมบราเธอร์ฮู้ดอาจจะถ่วงดุลกับนโยบายนี้โดยวางตัวแบบ “ไม่เป็นสายกลาง”ต่อพวกคริสเตียนในอียิปต์ [อามินใช้คำว่า Copts หมายถึงชนกลุ่มน้อยทางศาสนากลุ่มใหญ่ที่สุดในอียิปต์ มีพื้นเพดั้งเดิมในประเทศอียิปต์ตั้งแต่สมัยโรมัน มีจำนวนประชากรน้อยแต่มีความมั่งคั่งและเป็นเจ้าของทรัพย์สินจำนวนมาก ปัจจุบันมีการรวมตัวเป็นองค์กรและเครือข่ายข้ามชาติ: ผู้แปล] ระบบแบบนี้จะสามารถให้กำเนิด “ประชาธิปไตย” ได้หรือไม่?

ส่วนการเคลื่อนไหวนั้นเป็นของคนหนุ่มสาวในเมือง โดยเฉพาะพวกที่มีจบการศึกษาสูงแต่ไม่มีงานทำ ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มของชนชั้นกลางที่มีการศึกษาและพวกที่เชื่อในประชาธิปไตย ระบอบการปกครองใหม่อาจจะเปิดช่องให้กลุ่มนี้ได้บ้าง เช่นเพิ่มตำแหน่งงานในหน่วยงานของรัฐ แต่ก็ไม่น่าจะได้มากเท่าใด

แน่นอนว่าการณ์อาจจะเปลี่ยนแปลงไปถ้าหากการเคลื่อนไหวของชนชั้นแรงงานและชาวนามีบทบาทมากขึ้น แต่ก็ดูเหมือนกับว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ และตราบที่ระบบเศรษฐกิจถูกจัดการไปตามกฎเกณฑ์ของ “เกมโลกาภิวัตน์” ปัญหาที่เป็นต้นเหตุของการเคลื่อนไหวประท้วงทั้งสิ้นก็ไม่อาจจะได้รับการแก้ไขจริง

สืบพยานคดี พ.ร.บ.คอมฯ ผอ.ประชาไท นัดแรก

ที่มา ประชาไท

จีรนุช เปรมชัยพร ผอ.ประชาไท ขึ้นศาลในการสืบพยาน ปากแรกไม่จบ นัดสืบต่ออังคารหน้า ศาลสั่งย้ายห้องพิจารณาเนื่องจากผู้สังเกตการณ์ไทย-เทศเข้าฟังกว่า 40 คน

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 701 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์สืบพยานโจทก์ปากแรก ในคดีอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนางสาวจีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการและผู้ดูแลเว็บบอร์ดประชาไท เป็นจำเลยในความผิดตามมาตรา 15 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 เพราะไม่ได้ลบข้อความในเว็บบอร์ดที่เข้าข่ายขัดต่อกฎหมายดังกล่าว โดยทีมทนายจำเลยประกอบด้วยนายแสงชัย รัตนเสรีวงษ์ นายรัษฎา มนูรัษฎา และนายธีรพันธ์ พันธ์คีรี

นายอารีย์ จิวรรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักกำกับการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) พยานโจทก์ปากแรก เบิกความถึงกรณีพบข้อความเข้าข่าย ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามมาตรา 112 จำนวน 10 กระทู้ทั้งจากการแจ้งโดยประชาชน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และหน่วยข่าวกรอง รวมถึงตรวจพบด้วยตนเอง และขั้นตอนในการดำเนินการปิดกั้นหน้าเว็บนั้นๆ ผ่านการขอความร่วมมือจากไอเอสพี ผู้ดูแลเว็บ จากนั้นจึงรวบรวมข้อมูลเพื่อขออำนาจศาล และทำหนังสือถึงผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป

ช่วงบ่าย นายแสงชัย รัตนเสรีวงษ์ ทนายจำเลยซักค้านถึงเกณฑ์การพิจารณาข้อความที่เข้าข่ายความผิดหมิ่นสถาบันฯ กระบวนการในการพิจารณา และการดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่โพสต์ข้อความเข้าข่ายหมิ่นสถาบันฯ ต่อมา เวลาประมาณ 16.00น. ศาลเห็นว่า ยังมีคำถามซักค้านอีกมาก จึงมีคำสั่งเลื่อนการสืบพยานโจทก์ไปเป็นวันที่ 8 ก.พ. เวลา 9.00-16.30 น.

สำหรับบรรยากาศในการเข้าฟังการสืบพยาน มีเจ้าหน้าที่องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงสถานทูตต่างประเทศส่งผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์พร้อมด้วยผู้แปลภาษากว่า 40 ราย ผู้พิพากษาจึงให้ย้ายห้องพิจารณาคดีจากห้อง 703 ไปที่ห้อง 701 ซึ่งเป็นห้องขนาดใหญ่กว่าแทน อย่างไรก็ตามผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์มีปัญหาในการรับฟังการสืบพยานช่วงเช้า เนื่องจากไมโครโฟนเสียงเบา ทำให้ผู้ร่วมสังเกตการณ์ไม่ค่อยได้ยินเสียงการพิจารณาคดี จนกระทั่งช่วงบ่าย เมื่อทนายแจ้งแก่เจ้าหน้าที่จึงแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ ทั้งนี้ผู้สังเกตการณ์และผู้แปลภาษาส่วนใหญ่ยืนยันว่าจะมาฟังการพิจารณาคดีนัดต่อๆ ไปด้วย

เวทีพันธมิตรฯ ปรบมือให้ทหารไทยหลังปะทะเขมร "สรรเสริญ" ลั่นไม่กลัวกัมพูชา

ที่มา ประชาไท

ทหารกัมพูชายิงสกัดหลังทหารไทยประชิดวัดแก้วสิกขาคีรีสวายเรียะ ก่อนลุกลามเป็นการปะทะ กัมพูชาแถลงสามารถจับทหารไทยได้ 5 นาย ทำลายรถถัง 2 คัน ขณะที่มีกระสุนปืนใหญ่ตก "บ้านภูมิซรอล" ได้รับความเสียหาย ชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย "สรรเสริญ แก้วกำเนิด" ลั่นทหารไทยตอบโต้สมน้ำสมเนื้อและไม่กลัวกัมพูชา ด้านเวทีพันธมิตรฯ รายงานข่าวปะทะสลับปราศรัยเป็นระยะ "อมรเทพ" เรียกร้องทหารรุกต่อ

ไทย-กัมพูชาปะทะ กระสุนปืนใหญ่ตกบ้านภูมิซรอล ชาวบ้านดับ 1

เว็บไซต์เดลินิวส์ รายงานว่า เมื่อเวลา 15.15 น. วันนี้ (4 ก.พ.) เกิดเหตุทหารไทยยิงปะทะกับทหารกัมพูชา บริเวณบ้านภูซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยเบื้องต้นทราบว่าขณะทหารไทยยกกำลังประชิดวัดแก้วสิกขาคีรีสวายเรียะ ซึ่งทหารกัมพูชาควบคุมพื้นที่อยู่ ทำให้ทหารกัมพูชาเปิดฉากยิง ทำให้เกิดเกิดการปะทะกันระหว่าง 2 ฝ่าย

โดยเบื้องต้นพบศพนายเจริญ ผาหอม อายุ 59 ปี ถูกกระสุนปืนใหญ่ของกัมพูชา เสียชีวิตอยู่ในหมู่บ้านภูมิซรอล โดยนางสดศรี ผาผอม ภรรยานายเจริญ กล่าวว่า เมื่อเวลา 15.00 น. มีเจ้าหน้าที่มาบอกชาวบ้านเตรียมตัวอพยพหรือหาที่หลบ แต่ไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์จะรุนแรงขนาดนี้

เวลา 17.00 น.มีกระสุนปืนใหญ่ของฝ่ายทหารกัมพูชายิงเข้ามาตกในพื้นที่หมู่บ้านชุมชนของ ต.เสาธงชัย อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังตกลงบริเวณโรงเรียนบ้านภูซรอล ทำให้อาคารได้รับความเสียหาย และจุดใกล้ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เสาธงชัยด้วย

พล.ท.ธวัชชัย สุมทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ทหารเขมรได้เปิดฉายยิงทหารไทยก่อนโดยมีลูกกระสุนปืนใหญ่มาตกในฝั่งไทยกว่า 10 ลูก อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้อพยพชาวบ้านในจุดเกิดเหตุไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว หลังมีลูกกระสุนของฝ่ายกัมพูชาตกลงมาในหมู่บ้านโนนเจริญ บ้านภูซรอล บ้านโนนดู่

"สรรเสริญ" ลั่นทหารไทยตอบโต้สมน้ำสมเนื้อและไม่กลัวกัมพูชา

ขณะที่ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก แถลงว่า ตรวจสอบทราบว่า เวลา 15.15 น. ได้มีประสุนมาตกใกล้ๆ กับที่วางกำลังของทหารไทยบริเวณภูมะเขือ ทหารจึงยิงตอบโต้กลับไป หลังจากนั้นกองกำลังของกัมพูชาได้ยิงกระสุนนานาชนิดเข้ามา เราจึงยิงตอบโต้กลับไปแบบสมน้ำสมเนื้อ ตลอดระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. อยู่ระหว่างเจรจากับนายทหารระดับสูงของกัมพูชา เพื่อควบคุมการปะทะและให้จบสิ้นโดยเร็ว ขอแจงว่าเราไม่ได้อ่อนด้อยกว่ากัมพูชา ทหารไทยมีความพร้อมและมั่นใจในการดูแลพื้นที่

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ทหารไทยที่ถูกจับตัวอยู่ขณะนี้ทราบว่าทหารของเรายังอยู่ในจุดประสานงาน ขณะที่เกิดควันที่วัดแก้วฯ คาดว่ามาจากสะเก็ดระเบิด อย่างไรก็ตามมีทหารไทยบาดเจ็บเล็กน้อย 2 นาย เนื่องจากถูกสะเก็ดระเบิด ทางด้านสุรินทร์ยังไม่มีเหตุการณ์อะไร ผู้บังคับบัญชาพยายามติดต่อกันและเจรจา แต่ยืนยันว่าเราไม่ได้กลัวกัมพูชาแต่อย่างใด

นอกจากนี้มีข้อมูลทหารที่ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อ ส.อ.ธีรวัฒน์ ศรีวรินทร์ จ.ส.อ.มงคล พลเยี่ยม อาสาสมัครทหารพรานดำรง พรมโอตร จ.ส.ต.นิรัตน์ งามสูงเนิน และ อาสาสมัครทหารพรานสุวรรณ ก่อแก้ว ซึ่งมทั้งหมดได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ด้าน พล.อประยุทธิ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กล่าวว่า เกิดจากความเข้าใจผิดอะไรบ้างอย่าง โดยมีเสียงปืนดังตามแนวชายแดน ทหารที่ตรึงกำลังอยู่ได้ยิงเตือนกลับไป แต่ไม่ได้มุ่งหมายชีวิตต่อมาทหารทั้ง 2ฝ่ายได้มีการเจรจาและหยุดยิง ส่วนการแก้ไขปัญหาต้องใช้การเจรจาเป็นไปตามขั้นตอนการทะเลาะเบาะแว้งไม่เกิดประโยชน์กับใคร

ผู้อำนวยการโรงเรียนภูมิซรอลเผยโรงเรียน-บ้านเรือนได้รับความเสียหาย

ด้านนายบุญรวน พงษาปาน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านภูมิซรอล กล่าวว่า ขณะนี้รั้วด้านหน้าโรงเรียนพังทั้งแถบ และเกิดหลุมขนาดใหญ่ 2 หลุมขึ้น ประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านภูมิซรอลไฟไหม้ถึง 4 หลังคาเรือน ทำให้ชาวบ้านต้องอพยพออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน และบางส่วนช่วยกันดับไฟหลังลูกปืนใหญ่ตกใส่บ้านและพบชาวบ้านเสียชีวิต 1 รายชื่อ นายเจริญ ผาหอม

กัมพูชาแถลงจับกุมทหารไทยได้ 5 นาย ทำลายรถถังได้ 2 คัน

ด้านนายเขียว หันหะริธ โฆษกรัฐบาลกัมพูชา แถลงว่า มีการปะทะกันจริง ส่วนสื่อของกัมพูชาได้รายงานข่าวว่า ขณะนี้ทหารกัมพูชาสามารถจับกุมทหารไทยได้ 5 นาย และสามารถทำลายรถถังของฝั่งไทยอีกอีก 2 คัน

พันธมิตรปรบมือ "อมรเทพ" เรียกร้องทหารรุกต่อ

ขณะที่การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งปักหลักติดต่อกันเป็นวันที่ 11 ที่เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมว่า เมื่อเวลา 22.50 น. นายรัชต์ชยุตม์ ศิรโยธินภักดี หรือชื่อเดิมคืออมรเทพ อมรรัตนานนท์ โฆษกบนเวที ได้กล่าวถึงการปะทะระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาว่า ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 2 ราย บ้านของชาวบ้านภูมิซรอลพัง 10 หลัง ที่ทำการ อบต.เสาธงชัย ได้รับความเสียหาย มีข่าวในพื้นที่ด้วยว่าชาวบ้านที่สูญเสียหัวขาด โดนปืนใหญ่ เป็นความสูญเสียที่ชาวไทยต้องจดจำ พี่น้องทหารหาญจะหยุดแค่นี้หรือ จะรุกคืบต่อ หรือจะตั้งโต๊ะคุยยืดเยื้อเป็น 10 ปี

นอกจากนี้ได้มีการนัดหมายให้ผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ เตรียมปักหลักพักค้างในวันที่ 5 ก.พ. ด้วย โดยช่วงเย็นแกนนำจะมีมติว่าจะปฏิบัติมาตรการใดต่อ

ส่วนนายอำนาจ พละมี โฆษกบนเวทีอีกคน ได้บอกผู้ชุมนุมให้ปรบมือให้ทหาร และให้ผู้ชุมนุมส่งเสียงโห่ให้ทหารที่จะตั้งโต๊ะคุยกัน

ในเวลา 23.28 น. นายศรันยู วงศ์กระจ่าง ได้ขึ้นแสดงดนตรีบนเวทีการชุมนุมพันธมิตรฯ และได้นำเพลง "แผ่นดินของเรา" ที่นายสันติ ลุนเผ่ นักร้องฝ่ายอนุรักษ์นิยมมาร้อง

โทรเลขวิกิลีกส์ฉบับล่าสุด (16 พฤศจิกายน 2550) พระบรมฯบอกทูต: "ทักษิณเป็นผู้เผด็จการที่มาจากการเลือกตั้ง"

ที่มา Thai E-News

ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
ที่มา กระดานสนทนาInternet freedom

คำชี้แจง: ข้อความต่อไปนี้ ไมใช่การแปลหรือวิเคราะห์ โทรเลขวิกิลีกส์ฉบับล่าสุด เป็นเพียงการสรุปเนื้อหาอย่างสั้นๆ


(1) ทูตสหรัฐ เข้าเฝ้า พระบรมฯ เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2550 เพื่อถวายบังคมลาในโอกาสพ้นจากตำแหน่ง

(2) พระบรมฯ ทรงกล่าวถึงในหลวง ที่ทรงสามารถร่วมเล่น "แจม" เพลงแจ๊ซ (Jazz jam session) เป็นเวลา 2 ชั่วโมง ในวันที่ 11 พฤศจิกายน (แม้จะไม่ทรงทราบมาก่อน ตามที่ทูตสังเกต)

(3) พระบรมฯ ทรงกล่าวว่า ถ้าไม่มีสถาบันกษัตริย์ ประเทศไทยอาจจะเป็นเผด็จการเต็มที่แบบที่เคยเป็นสมัย พิบูลสงคราม

(4) พระบรมฯ กล่าวถึงการเมืองไทย ว่ามีความซับซ้อนยากเข้าใจ และว่า พรรคพลังประชาชน อาจจะได้เสียงมากกว่าใครในการเลือกตั้งทีจะมาถึง แต่คงไม่สามารถตั้งรัฐบาลใหม่ได้ เพราะผู้คนจะตระหนักว่า พรรคนี้ เป็นเพียง พรรคไทยรักไทย แปลงรูปมา ซึ่ง การให้พรรคนี้เป็นรัฐบาลจะนำประเทศไปสู่ความวุ่นวายอีก (disarray)

(5) พระบรมฯ กล่าวว่า สมัคร ไม่เหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี (ทรง rolled his eyes เมื่อทูตเอ่ยชื่อสมัคร) และว่า รัฐบาลชุดใหม่ อาจจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ร่วมกับพรรคอื่น โดยมี พลังประชาชน เป็นฝ่ายค้าน

(6) พระบรมฯ กล่าวว่า เป็นเรื่อง "ตลกร้าย" (ironic) ที่ทักษิณสามารถเป็นผู้เผด็จการ ทั้งๆที่มาจากการเลือกตั้ง ("He said he found it ironic that Prime Minister Thaksin had essentially been able to act as a dictator, although coming to power through elections.")

เรื่องนี้ ทูตได้ หมายเหตุ ความเห็นตัวเองว่า ก่อนหน้านี้ พระบรมฯกับทักษิณ มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่ต่อมาได้ had a spectacular falling-out - โปรดอ่านรายละเอียดกันเองครับ)

(7) พระบรมฯกล่าวว่า ทรงเสด็จภาคใต้เมื่อไม่นานมานี้ สถานการณ์ภาคใต้ดีขึ้นเรือ่ยๆ

(8) พระบรมฯ กล่าวว่า ชีวิตของ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาล หลังจากได้เป็นเจ้า (princess) แม้ว่าพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ จะทรงปฏิบัติพระราชจริยวัตรในที่สาธารณะได้อย่างสมบูรณ์และงดงาม แต่ก็ทรงมีปัญหาในการปรับพระองค์บ้าง แต่พระบรมฯทรงกล่าวว่า ประชาชนรัก พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ เพราะมาจากสามัญชน เช่นเดียวกับสมเด็จย่า

(9) ทูตสหรัฐเล่าว่า ก่อนหน้านั้น ในวันที่ 10 พฤศจิกายน เมื่อทูตได้ร่วมงานแสดงเพลงแจ๊ส ที่พระบรมฯและพระองค์เจ้าศรีรัศม์ เสด็จ และทูตได้นั่งติดกับพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ ทูตได้ถาม พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ว่า มีปัญหาเรื่องการปรับตัวหรือไม่ ทรงตอบว่า ไม่มี เพราะได้ทรงถวายงานรับใช้พระราชินี เป็นเวลา 15 ปี ที่พระราชวังบางปะอิน

(10) พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ กล่าวถึง องค์ทีปังกร ว่า มีความสามารถ (prodigy) พูดเก่ง

ทูตได้ หมายเหตุ ความเห็นส่วนตัว ว่า ถ้าเรื่องนี้ เป็นจริง ก็แสดงว่า ข่าวลือเรื่องทรงเป็น autism ไม่เป็นความจริง

(11) ทูต ชวน พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ คุยเรืองสัตว์เลี้ยง ตอนแรกก็เรื่องในหลวงกับทองแดง แต่เมื่อทูตเอ่ยถึง พระเทพฯ ว่า ได้ยินว่า ทรงมีสุนัขตัวโต ทูตกล่าวว่า body language ของพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด (ทูตใช้คำว่า freeze up - อ่านรายละเอียดกันเองครับ)

(12) พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ ทรงบอกทูตว่า "ฟูฟู" มีตำแหน่งทางทหาร (อ่านรายละเอียดกันเองนะครับ)

(13) ทูตกล่าวว่า พระบรมฯ ทรงมีพระพลานามัยดี (appeared healthy) และว่า ปรีดียาธร เทวกุล บอกกับเขาว่า ไม่กี่เดือนก่อน ที่พระบรมฯ ทรงเดินเหิรลำบาก (จนทำให้มีข่าวลือเรื่องสุขภาพ) เพราะพระองค์ทรงสรวมใส่ชุดข้างในที่รัดพระองค์บางอย่างอยู่ (he was wearing some kind of constricting apparel under his clothing) ต่อมาแพทย์แนะให้เอาออก จึงทำให้ดูว่าทรงเดินเหิรได้อย่างปกติในทันที ทูตบอกว่า ในการสนทนากับพระบรมฯ พระบรมฯทรงสามารถสนทนาแลกเปลี่ยนกับทูตได้อย่างสบายๆโดยตลอด ("was able to engage in easy back-and-forth discussion throughout.")


*****

เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

หมายเหตุไทยอีนิวส์:ผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณในการติดตามข้อมูลข่าวสาร ไทยอีนิวส์ไม่จำเป็นต้องมีความเห็นหรือทัศนะสอดคล้องกับรายงานต่างๆเหล่านี้แต่อย่างใด และควรอย่างยิ่งที่จะต้องรับฟังข้อมูลข่าวสารการชี้แจงใดๆจากทางราชการประกอบการพิจารณาด้วย

-ข่าวภาษาอังกฤษเรื่องนี้ที่ตีพิมพ์ใน THE TELEGRAPH:CROWN PRINCE DISCUSSES MONARCHY, POLITICS IN AMBASSADOR'S FAREWELL CALL

-คำแปลฉบับเต็ม โทรเลขวิกิลีกส์ 25 มกราคม 2553 (ทูตอเมริกันพบ เปรม, สิทธิ, อานันท์) ใน ฟ้าเดียวกัน ฉบับใหม่

-ข่าวคึกโครมระดับโลกที่เงียบเชียบในสื่อไทย วิกิลีกส์ตีแผ่อีกเปรม-อานันท์ปูดข้อมูลลับระดับสูงสู่ทูตสหรัฐฯ

-อภิสิทธิ์:"ในหลวงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระบรมฯสืบต่อพระราชบัลลังก์"

ยุทธวิธีแดงสยามไม่ต้านทันทีหากเกิดรัฐประหาร ปล่อยเหี้ย2ตัวกัดกันน่วมก่อนค่อยออกมาซ้ำทีหลัง

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
5 กุมภาพันธ์ 2554

สุรชัยแดงสยามไม่เชื่อจะเกิดรัฐประหาร แต่หากเกิดก็จะไม่ผลีผลามออกมาต้านทันที ปล่อยเหี้ย2ตัวกัดกันให้น่วม แล้วค่อยออกมาตลบหลัง ไม่แอ่นอกรับกระสุนปกป้องรัฐบาลนายอภิสิทธิ์แน่นอน สวนทางจตุพรแดงทั้งแผ่นดินที่เรียกร้องคนเสื้อแดงออกต้านทันทีที่มีประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่1 เพื่อยืนยันว่าไทยเป็นประเทศประชาธิปไตย ไม่ใช่ใครนึกจะทำอะไรตามใจก็ได้ งานนี้คนเสื้อแดงตัดสินใจเองจะเอาแนวไหน?...


นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำแดงสยาม กล่าวปราศรัยว่า เขาไม่เชื่อว่าจะเกิดรัฐประหารยึดอำนาจปิดประเทศ กวาดล้างเสื้อแดง เพราะสวนทางกับกระแสสูงในการเรียกร้องประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการทั่วโลก แต่ก็อาจเป็นไปได้ที่จะเกิดการยึดอำนาจเงียบ ด้วยการปลดรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ออกไป งดใช้รัฐธรรมนูญ แล้วตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลเพื่อสร้างความปรองดอง มานิรโทษกรรมนักโทษการเมืองจากความขัดแย้งตั้งแต่ปี2548เป็นต้นมา แล้วร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และจัดการเลือกตั้งทั่วไป เป็นการล้างไพ่ใหม่ทั้งหมด

อย่างไรก็ตามหากเกิดรัฐประหารยึดอำนาจขึ้นจริง แดงสยามจะไม่รีบออกมาต่อต้านทันที จะใช้กลยุทธ์"มึงมากูมุด มึงหยุดกูแหย่ มึงแย่กูตี มึงหนีกูตาม" ใครจะออกมาต่อต้านก็เชิญ แต่แดงสยามไม่ออกมาต้าน เพราะเท่ากับเอาชีวิตไปเสี่ยงไปรักษารัฐบาลนายอภิสิทธิ์

"ให้มันรบกัน เหี้ย2ตัวกัดกัน ตัวหนึ่งตาย อีกตัวบาดเจ็บ มันแย่แล้วเราค่อยออกมาซ้ำ เรื่องอะไรจะโผล่เข้าไปตรงกลางให้เหี้ยมันรุมกัดเรา"

ก่อนหน้านี้เมื่อ 2 กุมภาพันธ์ อาจารย์ธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานนปช.แถลงว่า ได้นำคู่มือต้านรัฐประหาร 10 ข้อเป็นแนวปฏิบัติในการต้านรัฐประหารทันที แต่ไม่ให้สุ่มเสี่ยงจนเป็นอันตราย



นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดินกล่าวว่า ทหารเตรียมพร้อมแล้วเหลือแค่"รอเขาสั่ง" เรียกร้องให้ประชาชนออกมาต่อต้านการรัฐประหารทันที โดยหากมียึดอำนาจรัฐประหารให้ออกมารวมตัวต่อต้านที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโดยทันที เมื่อมีคำประกาศฉบับที่1ไม่ต้องรอฟังอีกครั้งหนึ่ง แล้วเริ่มต้นแตกหัก ส่วนตัวเขามาแน่ เหตุที่ไม่มาคือ หนึ่งตาย หรือ สองโดนจับเท่านั้น ผมจะสู้ตายในประเทศไทย ไม่ยอมลี้ภัยไปไหน(ดูในคลิปนปช.แดงทั้งแผ่นดินแถลง จตุพรพูดอยู่ในนาทีที่25เป็นต้นไป)

******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล:ความเป็นไปได้(น้อย)ของการรัฐประหารขณะนี้ ถ้ารัฐประหาร สมัคร-สมชาย ยังไม่ต้องใช้ทหาร ทำไม จะมีใครคิดรัฐประหารอภิสิทธิ์ และคิดจะใช้ทหารรัฐประหารด้วย?

-ใบตองแห้งออนไลน์:ความแทบจะเป็นไปไม่ได้ของการรัฐประหาร นี่คือสถานภาพที่ทหารมีความสุขที่สุดแล้ว ทำไมจะต้องขับรถถังออกมาหาเหาใส่หัว เอาตัวเป็นหนังหน้าไฟ ทำรัฐประหารให้สมความคิดพวกพันธมิตร ซึ่งเผลอๆ ตอนนี้ทหารอาจจะเกลียดพันธมิตรไม่น้อยกว่าเสื้อแดง เพราะจิกหัวด่าทหารทุกวัน