WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, February 10, 2011

ครบ10เดือน10เมษา'10

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
10 กุมภาพันธ์ 2554


เราไม่ลืม10เมษาฯ-คนเสื้อแดงไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่วีรชน10เมษาฯ ทุกเดือนเมื่อถึงวันครบรอบการเสียสละ โดยเป็นการรวมตัวกันโดยไม่ต้องนัดหมาย ว่า ทุกวันที่ 10 ของเดือน 5 โมงเย็น ร่วมกันจุดเทียนแดงรำลึกที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน


หมายเหตุ:คนไทยลืมง่าย...เหตุการณ์ผ่านมายังไม่ครบ 1 ปีดีนัก ไม่เพียงแต่คนไทยลืมง่ายกับเหตุการณ์ล้อมปราบ 10 เมษายน 2010 เท่านั้น ความพยายามสร้างหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ว่าคนเสื้อแดงเป็นผู้ร้าย และเจ้าหน้าที่ที่ปราบปรามเป็นวีรบุรุษที่ต้องอวยยศปูนบำเหน็จหลังเสร็จศึกก็กำลังดำเนินไปด้วย

ไทยอีนิวส์พาท่านผู้อ่านย้่อนกลับไปสู่เหตุการณ์ในวันนั้น ด้วยรายงานข่าวสดๆที่เรารายงานในเวลานั้น โดยไม่ตัดทอน แต่งเติม



รวมข่าวสั้นจากไทยอีนิวส์เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553

13.00 ทหารเริ่มยิงแก๊สน้ำตา และมุ่งเคลียร์พื้นที่ราชดำเนินเพื่อ"ขอพื้นที่คืน"
15.17 ทักษิณส่งSMS'อภิสิทธิ์สั่งปราบปรามประชาชนแล้ว ออกมาช่วยด่วน ปชต./ความเป็นธรรมต้องมีจริง'
16.00 ทหารใช้กระสุนยาง-ยิงแก๊สน้ำตาเพื่อยึดพื้นที่สะพานมัฆวาฬฯ ประชาชนยืนหยัดสู้ บาดเจ็บหลายราย
16.20 TPBSรายงานว่าเบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล30คน ส่วนรอยเตอร์รายงานผู้ชุมนุมบาดเจ็บ93ราย ทหาร22ราย ขณะที่รัฐบาลกร้าวจะยึดพื้นที่ราชดำเนินให้ได้ภายใน18.00น.
16.30 เสื้อแดงหลายจังหวัดรวมตัวกันที่ศาลากลาง ส่วนสมุทรปราการขึ้นรถหน้าอิมพีเรียลสำโรงสมทบราชประสงค์ ที่เชียงใหม่ กลุ่มเสื้อแดงบุกร้องช่อง11ให้เสนอข่าวไม่บิดเบือน
17.00 แกนนำเสื้อแดงนำกระสุนปืนที่ยึดได้จากทหารระบุเป็นกระสุนจริง และได้ปลดอาวุธM16จากทหารได้1คันรถ จะยึดไว้ก่อน จะคืนให้ราชการเมื่ออภิสิทธิ์พ้นตำแหน่งไปก่อน
17.05 ปณิธานแถลงใช้ทหาร"ขอคืนพื้นที่"โดยคำนึงถึงหลักมนุษยธรรม แต่ต้องยึดกฎหมาย ส่วนสรรเสริญปฏิเสธว่าทหารไม่ได้ใช้กระสุนจริง เจ้าหน้าที่ที่ถือปืนมีเฉพาะนายทหารสัญญาบัตรเท่านั้น ที่อยู่แถวหลัง เพื่อยิงขู่ขึ้นฟ้า
17.10 เสื้อแดงเชียงใหม่เข้ายึดพื้นที่ศาลากลางตามการนัดหมายว่าหากมีการปราบปรามประชาชน ให้คนเสื้อแดงยึดศาลากลางทั่วประเทศ
18.00 รัฐบาลใช้ฮ.ทิ้งใบปลิวและทิ้งแก๊สน้ำตาลงบนราชดำเนิน ผู้ชุมนุมได้ปล่อยลูกโป่งสวรรค์ขึ้นไปตอบโต้
19.45 วีระประกาศจุดยืนสี่ข้อ หนึ่งในนั้นคือขับไล่นายอภิสิทธิ์ออกจากประเทศและยุบสภาทันที
20.00 รายงานว่าที่แยกคอกวัวมีการปะทะอย่างรุนแรง ผู้บาดเจ็บมีมากกว่า 135 คนที่ถูกส่งไปรพ.กลาง
20.00 จตุพรแจ้งที่เวทีราชประสงค์จะนำกำลังคนไปที่ผ่านฟ้า
20.04 เวทีรายงานว่าหมอวชิระเผยมีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธสงคราม
20.22 ณัฐวุฒิ:คนที่ราชประสงค์ไหลมาที่ผ่านฟ้าจำนวนมาก
20.25 ณัฐวุฒิ: ทหารได้ยิงคนเสื้อแดงเสียชีวิตหนึ่งราย นายสวาท วางาม ชาวเชียงราย โดยเป็นการโดนยิงที่หัว
20.43 แรมโบ้: ขอกำลังไปที่สี่แยกคอกวัว
20.47 โฆษกผ่านฟ้า: ทหารที่ยิงประชาชนถูกทหารส่วนอื่นจัดการ
20.56 ณัฐวุฒิ: ทหารภายใต้การบังคับบัญชาของอภิสิทธิ์ อนุพงษ์ และแม่ทัพทั้งหลาย ขอให้ท่านสั่งการทหารของท่านหยุดยิง อย่าทำร้ายประชาชน "นายอภิสิทธิ์ คุณต้องฆ่าประชาชนอีกกี่คนคุณถึงจะพอใจ"
21.00 สรรเสริญโฆษกศอฉ.แถลงได้ถอนทหารออกจากแนวปะทะ หลังเผชิญแรงต้านหนักจากเสื้อแดง และอภิสิทธิ์ได้ส่งกอร์ปศักดิ์ไปเจรจาแกนนำเสื้อแดงเพื่อยุติการปะทะ
21.15 แรมโบ้อีสานไปนำศพคนเสื้อแดง2ศพที่เสียชีวิตออกจากรพ.หัวเฉียวมุ่งหน้าไปที่ผ่านฟ้า ศูนย์เอราวัณเผยมีผู้บาดเจ็บถึงเวลานี้235ราย
22.40 รพ.กลางเผยมีผู้เสียชีวิต 6 ศพ ศูนย์เอราวัณเผยผู้บาดเจ็บ296ราย
22.45 แกนนำนปช.ลั่นไม่เจรจากับรัฐบาล หากไม่ถอนทหารออกไปทั้งหมด
23.00 แกนนำชุมนุมประกาศหากเกิดรัฐประหารจะต่อต้าน
23.25 อภิสิทธิ์แถลงเสียใจกับผู้เสียชีวิต เผยการชุมนุมผิดรธน. รัฐบาลต้องรักษากฎหมาย เพราะถูกตำหนิว่ารัฐบาลอ่อนแอ จึงต้องบังคับใช้กฎหมาย วันนี้จึงขอคืนพื้นที่บางส่วน โดยคำนึงถึงความปลอดภัยปชช. ให้ใช้กระสุนจริงเฉพาะยิงขึ้นฟ้ากับป้องกันตัวเอง อ้างผู้ชุมนุมมีอาวุธ ส่วนการเสียชีวิตมาจากการยิงM79ทำให้ทหารและพลเรือนเสียชีวิต ต้องชัณสูตรต่อไป
23.35 อภิสิทธิ์ยันจะอยู่ต่อ เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ อย่ามาโทษให้เป็นผู้รับผิดชอบกับการตาย ต้องพิสูจน์ความจริงอย่างโปร่งใส
--11 เม.ย.--
00.40 สำนักการแพทย์กทม.เผยมีผู้บาดเจ็บถึงเวลานี้678ราย ตาย 15 เป็นประชาชน 11 ทหาร 4 ศพ
02.00 มีรายงานเสียงปืนบริเวณทางด่วนแจ้งวัฒนะโดยเป็นการยิงรัวและกึ่งรัว
06.00 ชาวไทยในสหรัฐออกแถลงการณ์ให้อภิสิทธิ์รับผิดชอบการตายนอกจากลาออกหรือยุบสภา ต้องถูกดำเนินคดีอาชญากรด้วย
08.30 เวทีชุมนุมราชประสงค์แน่น มุ่งเป้ากดดันเนรเทศอภิสิทธิ์ไปต่างประเทศ
08.40 ทหารทุกหน่วยถอนกำลังจากบริเวณชุมนุม
08.50 แกนนำระบุมีผู้บาดเจ็บ842ราย ตาย15ศพ โดยนายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.เพื่อไทยจะนำศพไปรพ.ตำรวจพิสูจน์สาเหตุการตาย

ชมรายละเอียดต่อ คลิ้ก Thai E-News

Wednesday, February 9, 2011

น้ำมันปาล์มแพงไม่น่าเป็นสา้เหตุหลักในการลดกำลังการผลิตของมาม่าลงครึ่งหนึ่ง

ที่มา thaifreenews

โดย Bugbunny

อ่านข่าวที่ทาง MD มาม่าแถลงว่า มาม่าต้องลดกำลังการผลิตลงครึ่งหนึ่ง เพราะราคาน้ำมันปาล์มแพงขึ้นนั้น มีความเห็นทางการตลาดคือ

ถ้าเหตุเกิดจากน้ำมันปาล์มแพง แต่ยอดขายยังดีอยู่ สิ่งที่นายพิพัฒน์ และมาม่า รวมทั้งผู้ผลิตทั่วไปจะทำโดยทั่วไปและทำมาตลอดคือ ขึ้นราคาสินค้า ผลักภาระให้ผู้บริโภค นี่เป็นเรื่องปกติ

เมื่อสินค้ามีส่วนแบ่งทางการตลาดลดลง หรือยอดจำหน่ายตกต่ำ ซึ่งจะใช้การลดกำลังการผลิต จะหันไปทำกิจกรรมการตลาดอื่น ๆ เช่น Promotion, Re Launch, Re Positioning ฯลฯ

การลดกำลังการผลิตจะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อได้ทำ Promotion หลายรูปแบบแล้ว ไม่สามารถกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้นได้ ต้องหาสาเหตุให้เจอ แล้วแก้ืที่ปัญหาหลักนั้น เมื่อแก้ไม่ได้ ก็แสดงว่า สินค้าอยู่ในช่วงตกต่ำในหลักการที่บางคนปฏิเสธคือ Product Life Cycle แต่มันก็ปรากฏอยู่เรื่อย ๆ

การ Re Launch, Re Positioning ของกระทิงแดง หรือเรดบูล เป็นตัวอย่างทางการตลาดที่น่าสนใจ ไปบุกตลาดโลกใน Positioning ใหม่ ที่เริ่มเอากลับมา Re Positioning ตลาดในประเทศต่อ

ที่นำเสนอเช่นนี้เพราะเคยมีประสบการณ์พอสมควร ในการแก้ปัญหาทางการตลาด ทำสินค้าที่มาร์เก็ตแชร์วูบให้กลับมาในตลาดได้ และทำสินค้าดี ๆ เจ๊งมาแล้วหลายตัว

หรือความจริงแล้ว การบอยคอตมาม่าของคนเสื้อแดงสำแดงผลแล้ว?


Re:

โดย ลูกชาวนาไทย



พี่ Bugbunny ครับ

แสดงว่าการรณรงค์บอยคอตมาม่าของเราได้ผลอย่างดีครับ จาก Evidence ที่มีคนเอามาโพสต์ในกระทู้นี้

http://www.tfn2.info/board/index.php?topic=20869.0

ที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ และข้อมูลที่พี่ Bug เอามาลงนั้นสามารถสรุปได้ว่า มาม่ามียอดขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด จนต้องมีการจัดโปรโมชั่นวางให้สะดุดเท้าคนซื้อ และสุดท้ายก็ต้อง "รักษาหน้า" ประกาศว่าจะลดการผลิตลงเพราะน้ำมันแพง ซึ่งจะประกาศอย่างไรก็ตาม นายทุนต่างๆ และคนในสังคมก็คงจะสรุปได้ว่า "การบอยคอตมาม่าของคนเสื้อแดงนั้นได้ผล" ทั้งๆ ที่ไม่มีการประกาศหรือรณรงค์โดยแกนนำด้วยซ้ำไป เป็นการรณรงค์ของประชาชนเองทำแบบเท่าที่กำลังพอมี บอกต่อกันไป สุดท้ายก็ส่งผลให้ยอดมาม่าลดลงจนได้

นี่คือพลังที่น่ากลัวของผู้บริโภคที่สามารถต่อรองกับทุนหรือผู้มีอำนาจได้ ไม่มีอำนาจใดสะกัดผู้บริโภคได้ บังคับผู้บริโภคได้

ผมว่าตอนนี้พวกเขารู้ตัวแล้ว นักธุรกิจคงรู้ตัวกันแล้ว สัญญาณที่คนเสื้อแดงส่งออกไปถึง "ผู้รับสาร" อย่างสมบูรณ์แล้ว

ต่อไปนักธุรกิจ นายทุนผู้ใด ซ่าบังอาจสนับสนุนอำมาตย์อีก ก็จะโดนคนเสื้อแดงคว่ำบาตรให้ต้องออกจากธุรกิจไป

Re:

โดย tongtata
ความต้องการลึก ๆ ของผมไม่ใช่มาม่าอย่างเดียว! . .
แต่ต้องการให้เกิดอาการข้างเคียงมากกว่า

ต่อไปใครจะสนับสนุนใคร จะได้เห็นหัวประชาชนมั่ง!! . .


และก็ยังบอยขอตบะหมีซองยี่ห้อมาม่าต่อไป

สงครามของคนรักชาติ!!

ที่มา มติชน



โดย อาทิตย์ ศรีจันทร์

เหตุการณ์ความรุนแรงจนถึงขั้นใช้อาวุธเข่นฆ่ากันที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องที่ทั้งเศร้า หดหู่ และคับแค้นใจของคนไทยหลายคน โดยเฉพาะคนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในบริเวณนั้น พวกเขาต้องมารับเคราะห์จากความขัดแย้งของใครก็ไม่รู้ ใครที่พวกเขาไม่รู้จัก ไม่เคยคุยด้วย และผมไม่คิดว่าพวกเขาอยากจะคุยกับคนเหล่านั้นอีกในชีวิตนี้!


การปกป้องรักษาอธิปไตยเป็นเรื่องที่ใครๆ ทั่วโลกเขาทำ เขาปฏิบัติกันเป็นปกติ แต่ การปกป้องอธิปไตยโดยไม่ฟังอีร้าค่าอีรมถึงข้อเรียกร้องขอชีวิตของชาวบ้านนั้น ย่อมไม่ใช่เรื่องปกติเป็นแน่


การชุมนุมเรียกร้องให้คนไทย "รักชาติ" ด้วยการตีกับเพื่อนบ้านโดยไม่สนเลยสักนิดว่าความขัดแย้งในเมืองหลวง 2 ประเทศ มันส่งผลร้ายต่อชาวบ้านที่ชายแดนอย่างไร? ที่น่ารังเกียจก็คือ คนเหล่านั้นสนุกปาก ร้องรำทำเพลง ในขณะที่ชาวบ้านวิ่งหลบระเบิด กระสุนปืนใหญ่กันหัวซุกหัวซุน... เคยรับรู้ถึงความกลัวของพวกเขาบ้างไหม


ผมเลยอยากจะถามในเบื้องต้นก่อนว่า ระหว่าง "คนรักชาติ" กับ "คนรักชีวิต" อะไรมีความหมายมากกว่ากัน


ปัญหามันมีอยู่ว่า พันธกิจของพันธมิตรฯ ในการปกป้องดินแดน แผ่นดิน หรือพื้นที่ นั้น พันธมิตรฯ ไม่ได้นับรวม "ประชาชน" หรือ คนที่มีชีวิตอยู่จริงๆ บนโลกใบนี้ มีตัวตน จับต้องได้ และควรค่าแก่การรักษา


อันที่จริง ความรักชาติบ้านเมืองเป็นเรื่องที่ดี ควรค่าแก่การยกย่อง แต่การปกป้องเพียงพื้นที่ ดินแดน และแผ่นดิน ที่ไม่มีประชาชนนั้น มีความหมายอันใดหรือ? ความรักชาติที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน หนีตาย คอขาด เป็นความรักชาติที่ควรค่าแก่การสรรเสริญกระนั้นหรือ?


เราจะรักประเทศชาติกันอย่างไร จึงไม่นำไปสู่การเข่นฆ่าอย่างไม่ปรานีปราศรัยและไร้สติเช่นนี้ ผมเห็นว่า เราต้องเรียกร้องให้พันธมิตรฯ หยุดปลุกระดมและสร้างเงื่อนไขในการสร้างสงครามกับกัมพูชาโดยด่วนโดยไว (ล่าสุด สนธิ ลิ้มทองกุล เสนอให้ทหารไทยยึดนครวัดเพื่อแลกกับพระวิหาร) เพราะ ยิ่งมีการปลุกระดมมากขึ้นเท่าไร ชาวบ้านที่ชายแดน ก็ยิ่งลำบากและเดือดร้อนมากขึ้นเท่านั้น


หยุดการนำตรรกะ "รักชาติ" อย่างไร้สติและไร้ความรับผิดชอบมาสู่สังคม พวกท่านอย่าปฏิเสธว่าสงครามและความรุนแรงในครั้งนี้สาเหตุมิได้มาจากท่าน ก็ในเมื่อท่านปลุกระดมอยู่ทุกเช้าเย็น สื่อของท่าน ชุมนุมกดดัน สารพัดต่างต่างนานา ให้ทหารไทยเอาเครื่องบินรบไปทิ้งระเบิดใกล้ๆ ชายแดนบ้างล่ะ ไหนจะเรียกร้องให้รัฐบาลไทยประกาศสงครามกับกัมพูชาบ้างล่ะ ไหนจะขู่ว่า พร้อมจะถึงกรุงพนมเปญใน 3 วันบ้างล่ะ แบบนี้ไม่เรียกปลุกระดมจะให้เรียกว่าอะไร


เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริงๆ ท่านบอกว่า คนก่อสงครามไม่ใช่ท่าน แต่เป็นเขมร สำหรับผมแล้วเป็นความเห็นที่ไร้น้ำยา ไร้ความรับผิดชอบอย่างที่สุด!!!


ท้ายที่สุดผมขอให้เลิกการรักชาติแบบปลุกระดมให้ตีหัวชาวบ้าน และควรประณามกลุ่มบุคคลบ้าเลือดผู้กระหายสงครามตลอดเวลาอย่างถึงที่สุด เพราะในขณะที่ท่านปราศรัยกันสนุกปากที่มัฆวาน มีชาวบ้านนอนสั่นเทาด้วยความกลัวตายอยู่ที่ชายแดน

“When The Children Cry” คำถามซื่อจากเด็กน้อย เหตุใดจึงต้องก่อสงคราม

ที่มา thaifreenews

โดย Maquid

“When The Children Cry” คำถามซื่อจากเด็กน้อย เหตุใดจึงต้องก่อสงคราม

ภาพวาดของเด็กโรงเรียนหมู่บ้านภูมิซรอล ซึ่งคุณประณต วิเลปสุวรรณ ได้ถ่ายภาพเอาไว้และนำไปเผยแพร่ในทวิตเตอร์ ชวนให้คิดว่าผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนที่แท้จริงจากสงครามระหว่างสองประเทศเป็นใคร



เป็นความถูกต้องแล้วหรือไม่ ที่จะทำให้เด็กผู้บริสุทธิ์ของทั้งสองแผ่นดิน ที่เคยเป็นเพื่อน เป็นมิตรสหาย และสามารถเยี่ยมเยียนข้ามพรมแดนไปมาได้ ต้องแปดเปื้อนมลทินจากไฟสงคราม

SIU ขอร่วมรณรงค์การยุติสงครามด้วยการนำเพลงบัลลาด อันเป็นเพลงร็อคที่หวานปานน้ำผึ้งแต่มีจังหวะจะโคนอันหนักแน่น “When The Children Cry” ของ White Lion มานำเสนอในครั้งนี้ และขอเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศยุติการใช้กำลัง หยุดยั้งการยั่วยุที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหม่ และกลับไปสู่การเจรจาอย่างสันติโดยเร็วที่สุด

http://www.youtube.com/watch?v=MHZ79InLGRY&feature=player_embedded#

little child
dry your crying eyes
how can I explain
the fear you feel inside

เจ้าเด็กน้อย ตัวจ้อย ไร้เดียงสา
ซับน้ำตา ที่นองหน้า ปริ่มล้ันปรี่
จะปลอบให้ คลายเศร้า อย่างไรดี
ลบความกลัว ทุกข์ีทวี ภายในใจ

cause you were born
into this evil world
where man is killing man
but no one knows just why

เพราะเจ้าได้ เกิดใน โลกใบนี้
ดินแดนที่ ปีศาจ ถือบาตรใหญ่
ผู้คนถูก ฆ่าเข่น เช่นเถื่อนไพร
แต่หาใคร รู้เหตุไม่ ใยราญรอน

what have we become
just look what we have done
all that we destroyed
you must build again

อันตัวตน คนเรา ที่เป็นอยู่
ให้มองดู สิ่งเคยทำ นำแต่ก่อน
ทุกสิ่งสรรพ ถูกทำลาย ไม่อาวรณ์
หวังเจ้าย้อน สร้างสรรใหม่ ให้รางชาง

“ตาสว่างที่บ้านโป่ง” พบกับสามสอและน้องๆนักศึกษา…สดจากราดรี

ที่มา thaifreenews

โดย fee-faw-fum

“ตาสว่างที่บ้านโป่ง” พบกับสามสอและน้องๆนักศึกษา…สดจากราดรี

วันนี้ 9 ก.พ. มีงาน “ตาสว่างที่บ้านโป่ง” ณ บ้านเขาขลุง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ขอเชิญพบท่านอธิการบดี
ม.สนามหลวง สอที่1 คุณสุรชัย แซ่ด่าน,ตามประกบมาด้วยสอที่ 2 คุณสุนัย จุลพงศธรและสอที่ 3 คุณสมยศ
พฤกษาเกษมสุข พร้อมทีมปราศรัยน้องๆนักศึกษาจากสนนท.
เช่นเคยทีมงานถ่ายทอดจากเว็บ ไทยว๊อยซ์และ
ทีมงานม้าเร็ว
จะมาทำการถ่ายทอด มีเว็บจะเข้ามาร่วมลิงค์สัญญาณถ่ายทอดทั้งเสียงและภาพมาให้ชมและฟังกันจาก-


ที่มา http://thaivoice.org/
และ
ที่มา http://www.19-may.com/
และ
ที่มา http://www.smgermany.co.cc/
และ
ที่มา http://speedhorsetv.blogspot.com/
และ
ที่มา http://translate.google.com/translatehl=th&sl=th&tl=en&u=http://webwarper.
net/ww/~av/redsiam.info/&rurl=translate.google.com&anno=2
และ
ที่มา http://www.ninjaa.org/index.php
และ
ที่มา http://www.norporchoreusweden.org/

ซัด 'มั่ว' ปรับฮวงจุ้ยปิดประตูทำเนียบอันตราย ชี้ มิ.ย. 'แม้วรีเทิร์น'

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



ซินแสตัวจริง หยัน ปรับฮวงจุ้ยรัฐบาล
แค่คนอยากขายต้นไม้ ชี้ช่วยอะไรไม่ได้
แถมยังอันตราย เพราะไปปิดทางเข้าทำ “อัปมงคล”
ย้ำกลางปีกระต่าย สีกากีจะปฏิวัติ ทักษิณจะกลับมาใหญ่...



ออกทะเลอีกครั้งกับการดิ้นรนปรับฮวงจุ้ยทำเนียบรัฐบาล โดยล่าสุดอ้างว่า
มีการนำซินแสชื่อดังมาทำพิธีปรับฮวงจุ้ยบริเวณประตูที่ครม.ใช้สัญจรเข้า-ออกทั้ง 7 ประตู
โดยการนำกระถางปลูกต้นมะขามตั้งวางไว้ด้านหลังตู้สำรองไฟ จำนวน 7 ต้น
และห่างออกไป 7 เมตร มีต้นบานบุรีสีเหลืองปลูกในกระถางมา ตั้งเอาไว้อีก 7 ต้น
โดยอ้างว่าต้นมะขามจะทำให้คนเกรงขาม ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย
ส่วนต้นบานบุรีเป็นดอกไม้รูปงามนามเพราะ เชื่อว่าบ้านใดปลูกเอาไว้ ผู้อาศัยจะมีวาสนาสูงส่ง
อ้างว่าจำนวน 7 ต้น ถือว่าเป็นเลขแห่งความสมบูรณ์แบบทุกด้านนั้น



เรื่องร้อนนี้ ซินแส ภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ซินแสฮวงจุ้ยชื่อดัง
และประธานสถาบันศาสตร์แห่งชีวิตแห่งประเทศไทย กล่าวถึง
กรณีการปรับเปลี่ยนฮวงจุ้ยทำเนียบรัฐบาลครั้งล่าสุดอีกครั้งว่า
ตนต่อต้านเรื่องมากๆ โดยเฉพาะพวกซินแสที่ชอบแอบอ้างเพี้ยนแบบนี้
ซึ่งมันเป็นแค่ชื่อไม้มงคล เป็นกลยุทธ์ของคนขายต้นไม้
และไม่ได้ช่วยอะไรรัฐบาลหรือฮวงจุ้ยเลย
หนำซ้ำจะกลายเป็นเรื่องไม่ดีเพราะว่าเอาอะไรมาบังทางเข้าออก

“ที่สำคัญที่บอกว่านำกระถางต้นมะขาม 7 ต้น เอามาตั้งไว้ด้านหลังตู้ไฟสำรอง
และต้นห่าง 7 เมตร มีต้นบานบุรีสีเหลือง และอ้างว่าเป็นฮวงจุ้ยเลข 7 เลขมงคล
จริงๆ ตามหลักฮวงจุ้ยเลข 8 จะตรงตำราสากลกว่า
นี่เล่นเอาเลขของฝรั่งมามั่วรัฐบาลยิ่งออกทะเลไปกันใหญ่
ปัจจุบันอย่างที่ตนเคยบอกว่า
ทิศทางถนนทางเข้าหลักของทำเนียบรัฐบาลไม่ดี
ทั้งทิศทางและพื้นที่ขรุขระ จะสังเกตได้ว่า
พอหมดเรื่องยุ่งนี้ก็จะมีเรื่องสารพัดมาซ้ำเรื่อยๆ ไม่หยุดหย่อน
ซึ่งตนเคยแนะนำไปแล้วว่าให้นายกฯ และครม.เปลี่ยนทางเข้าเป็นด้านข้าง
(ฝั่งซ้ายมือถ้ามองจากประตูทางเข้าหลัก) แทน
นี่คือวิธีแก้ตามหลักฮวงจุ้ยจริงๆ ตามหลักสากลไม่ใช่แค่คนขายต้นไม้แนะนำ”



นอกจากนี้ ซินแสการเมืองชื่อดังยังกล่าวถึงกระแส “ปฏิวัติ”
รัฐประหารที่ดังในช่วงนี้ด้วยว่า ตนเคยทำนายเอาไว้นานแล้วว่า
ต้นปีเรื่องปืนไฟ (หมายถึงทหาร การปฏิวัติ) จะมีอิทธิพลต่อบ้านเมือง
ซึ่งจะออกมาใน 2 รูปแบบ
1.ทหารปฏิวัติ
2. ทหารออกมาทำหน้าที่
และขณะนี้ได้แสดงผลออกมาแล้วในรูปแบบสู้รบกับประเทศกัมพูชา
เหลือแต่เหตุการณ์ทหารปฏิวัติ แต่เชื่อว่าไม่มีปฏิวัติแน่นอน

“เดือนนี้ยังอยู่ในอิทธิพลของเดือนเสือ ผมเชื่อว่าถ้าผ่าน 2 เดือนนี้คือ
กุมภาพันธ์และเดือนมีนาคมได้ และยิ่งผนวกกับดวง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ผ่านปีชงมาแล้ว เชื่อว่า
ไม่นานจะมีอะไรเกิดขึ้นถึง 90 %”



ขณะเดียวกัน ซินแส ธนากร ตันอาวัชนการ ประธานชมรมฮวงจุ้ยกับชีวิต กล่าวถึง
เรื่องการปรับฮวงจุ้ยทำเนียบรัฐบาลว่า เป็นเรื่องเลอะเทอะของคนที่อ้างตัวว่าเป็นซินแส
และเป็นความเลอะเทอะไม่นิ่งของรัฐบาล ไม่รู้ว่าใครไปแนะนำ
ซึ่งการเชื่อเช่นนี้น่าจะเป็นเรื่องชื่อไม้มงคลคงมากกว่า แต่ไม่ได้เข้าหลักฮวงจุ้ย
และยิ่งไปบังทางเข้าออกของทำเนียบยิ่งส่งผลร้ายมากกว่าดีต่อรัฐบาล

“ตอนนี้เขาเรียกว่าทำเนียบรัฐบาลถูกตรึงด้วย “ไก่กับกระต่าย” เอาไว้
ซึ่งมันเป็นทิศที่ชงและฝ่าเข้ามาที่ประเทศไทยพอดีส่งผลให้เกิดเรื่องต่างๆ มากมาย
ซึ่งในส่วนตำแหน่งของทำเนียบรัฐบาลจริงๆ แล้วปีนี้เป็นดาวที่ดีมากด้วยซ้ำไป
จึงอยากแนะนำว่าให้รัฐบาลอยู่นิ่งๆ เพียงแต่เข้าไปนั่งบริหารวางแผนให้ดีๆ
ยิ่งเอาต้นไม้เข้าไปก็เหมือนเอาอุปสรรคเข้าไปขวาง
แต่เท่าที่ผมเห็นมีอยู่จุดหนึ่งคือ “น้ำพลุพุ่งแรง” ตรงนี้เป็นจุดที่ดีที่สุดของทำเนียบ
การที่เอาต้นไม้เข้ามาวางก็ไม่ต่างอะไรจากโรคจิตที่เขียนกำแพงเล่นเลย ร้อนรนกันไปเองทั้งนั้น”



ประธานชมรมฮวงจุ้ยกับชีวิต กล่าวถึงประเด็นเรื่องการปฏิวัติด้วยว่า
ตอนนี้ดาวเลข 7 ติดคุก ก็เท่ากับว่ามีสิทธิ์เกิดขึ้นได้
ซึ่งอาจจะไม่ใช่เป็นการปฏิวัติในลักษณะของทหาร
แต่กลัวว่าจะปฏิวัติโดยตำรวจ เพราะเลข 3 เป็นทหาร ส่วนเลข 7 เป็นตำรวจ
น่าจะอยู่ประมาณเดือนมิถุนายน



“และอาจเป็นไปได้ที่ทักษิณจะกลับมาด้วย
ซึ่งผมเคยวิเคราะห์เมื่อหลายปีแล้วว่า
ในปีกระต่าย ทักษิณจะมีพลังอย่างแปลกประหลาด
ทักษิณขึ้นเป็นนายกฯในช่วงจังหวะถนนชีวิตเดินสู่กระต่าย
ซึ่งจะเด่นมาตลอดใน 5 ปีที่ผ่านมา พอมาถึงปีกระต่ายนี้
ก็จะเริ่มเด่นและมีพลังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
ผมเชื่อว่ามิถุนายนนี้ คุณทักษิณอาจจะกลับมา
ดังนั้นจะต้องระวังตัว” ซินแสธนากร กล่าวในที่สุด


http://www.thairath.co.th/content/pol/147538

พังเพราะเด็ก

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน

สมิงสามผลัด




สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในเวลานี้ล่อแหลมยิ่งนัก การปะทะกันดุเดือดถึง 4 รอบในห้วงเวลาแค่ 3 วัน

แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศที่ง่อนแง่น

บาดแผลจากสงครามสร้างความสูญเสียใหญ่หลวง

มีทหารไทยชาวบ้านล้มตาย

มีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก

ยังไม่รวมความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน สถานที่ราชการ วัดวาอารามต่างๆ

ความสูญเสียทางเศรษฐกิจการค้าชายแดนก็ย่อยยับ

ยังประเมินค่าไม่ได้

แต่ก็ยังดีที่รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับพวกคลั่งชาติกระหายสงคราม

ทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยทันทีที่เห็นว่าโดนรุกล้ำ

ไม่เช่นนั้นอาจเกิดเป็นสงครามลุกลามใหญ่โต

แต่ถามว่าที่ยังปะทะกันไม่เลิก

มันก็สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

การเจรจาสงบศึกในระดับผู้นำของ 2 ประเทศเกิดขึ้นหรือเปล่า

นายอภิสิทธิ์ได้ยกหูโทร.คุยกับนายกฯฮุนเซนหรือไม่

ความจริงต้องยอมรับว่าปัญหาความขัดแย้งไทย-เขมรมีมานาน

แต่มาปะทุหนักหน่วงก็ตอนที่ส.ส.พนิช วิกิตเศรษฐ์ พร้อมพวก 7 คนเดินไปให้ทหารเขมรจับ

ก่อนปรากฏคลิป "นายกฯรู้คนเดียว" กระหึ่มไปทั้งเมืองไทยและพนมเปญ

ตรงนี้เองที่เป็นเหตุผลว่าทำไมมาร์คจึงคุยกับฮุนเซนไม่รู้เรื่องเสียที !!

ยังมีนายกษิต ภิรมย์ รมต.ต่างประเทศของไทย ก็เป็นปัญหา

ส่งคนที่เคยด่าฮุนเซนกุ๊ยไปเจรจา

แล้วมันจะคุยกันรู้เรื่องหรือ !?

ศุกร์ที่แล้ว นายกษิตไปหารือกับฮอร์ นัมฮง รองนายกฯและรมต.ต่างประเทศกัมพูชา

พอคุยกันเสร็จ ทหารเขมรก็เปิดฉากยิงถล่มทหารไทยซะงั้น

นี่ก็เป็นอีกเหตุผลว่าทำไมการเจรจาหยุดยิงถึงไม่คืบหน้า

ตรงนี้นายอภิสิทธิ์ก็ล้มเหลว เพราะว่าทำผิดหลักการเลือกใช้คนให้เหมาะสมกับงาน

นายอภิสิทธิ์ต้องยอมรับว่ายังอ่อนหัดในเวทีโลก

การแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศ มันไม่ง่ายเหมือนกับยืนปาฐกถาบนโพเดียม

แถมต้องมาเจอกรรมเก่า การเคลื่อนไหวเมื่อครั้งที่เป็นผู้นำฝ่ายค้าน

สุมหัวม็อบคลั่งชาติ หยิบปัญหาเขาพระวิหารขึ้นมาขย่ม หวังแค่โค่นรัฐบาลไทยรักไทย

มันส่งผลกระทบแล้วในปัจจุบัน !?

เป็นปัญหาที่สะสมมา ผสมโรงกับความหวาดระแวงระหว่าง 2 ชาติ

เชื่อได้เลยว่าปัญหาการปะทะกันจะไม่จบลงง่ายๆ

และเชื่อได้อีกว่าฮุนเซนต้องใช้ประเด็นนี้ไปขยายผลในเวทีโลก

การแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตรรอบเขาพระวิหาร ก็จะยุ่งยากยิ่งขึ้นอีกหลายเท่า

ตอนนี้ได้แต่ภาวนา

อย่าต้องมาพังด้วยน้ำมือนายกฯเด็กกับม็อบคลั่งชาติเลย !?

‘เขมร’ กับ ‘ม็อบ’ มาร์คกลัวอะไร?

ที่มา บางกอกทูเดย์





ปรับฮวงจุ้ยซ้ำอีกรอบ
คราวนี้เอา”มะขาม”สู้”!
ทะเลาะกันเหมือนเด็กๆไปแล้ว ระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย กับสมเด็จฯฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา
เพราะต่างฝ่ายต่างอ้างว่า แต่ละฝ่ายเป็นผู้เริ่มต้นยิงก่อน ก็เลยต้องยิงตอบโต้

ซ้ำตอนนี้ในเกมการเมืองระหว่างประเทศ ก็มีความพยายามที่จะหาคนกลางให้มาเข้าข้างฝ่ายของตน โดยทั้ง 2 ฝ่ายเล็งไปที่องค์การสหประชาชาติ เลยแย่งกันฟ้องไปทางยูเอ็น ว่าโดนรุกราน โดนรังแกก่อน

งานนี้ สมเด็จฯ ฮุน เซน ได้เรียกร้องให้สหประชาชาติส่งกำลังเข้ามา และสร้างเขตกันชนเพื่อรับประกันว่า จะไม่มีการสู้รบกันอีก ระหว่างทหารไทยและกัมพูชา
อ้างว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังคงย่ำแย่ และไม่มีฝ่ายใดฟังคำห้ามของฝ่ายอีกต่อไป

และเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ เรียกประชุมฉุกเฉิน โดยกล่าวหาว่าไทยได้กระทำการรุกรานซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งทำให้ประชาชนชาวกัมพูชาเสียชีวิต
ที่สำคัญอ้างว่าปีกของปราสาทเขาพระวิหารพังถล่มบางส่วน จากการยิงปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชา

ซึ่งนายบัน คี-มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) แสดงความวิตกกังวลอย่างมากต่อเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชาบริเวณชายแดน พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายทำข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง

โฆษกของนายบันเปิดเผยแถลงการณ์ โดยระบุว่า ท่านเลขาธิการฯ วิตกกังวลอย่างมากหลังได้รับรายงานการปะทะกันระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายคน ประชาชนต้องอพยพออกจากพื้นที่ และบ้านเรือนได้รับความเสียหาย
“ท่านเลขาฯ ขอให้ทั้งสองฝ่ายทำข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้ง และใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างถึงที่สุด” แถลงการณ์ระบุ

ซึ่งนายบัน ยังเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายเดินหน้าหาวิธีแก้ปัญหาความขัดแย้งอย่างยั่งยืน ผ่านกลไกและการจัดการซึ่งเป็นที่ยอมรับ การเจรจา รวมถึงความสัมพันธ์อันดีในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน โดยย้ำว่า

“สหประชาชาติยังคงพร้อมสนับสนุนความพยายามในการสร้างสันติภาพครั้งนี้”
ในขณะที่ทางไทยนั้น นายอภิสิทธิ์ ยังคงปล่อยให้เรื่องนี้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงการต่างประเทศ แม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการ อย่างรุนแรงสักปานใดก็ตาม

เพราะดูเหมือนว่านายอภิสิทธิ์ จะให้น้ำหนักความสนใจกับปัญหาในเรื่องของม็อบพันธมิตรมากกว่า
ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่า นายอภิสิทธิ์ เริ่มโล่งใจแวที่สหประชาชาติออกมาแสดงท่าทีว่าต้องการให้ยุติความขัดแย้งและสร้างสันติภาพ

กับอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่า กองทัพไทย ทหารไทย อาจจะมีการเสียเปรียบทางกองทัพกัมพูชา และทหารกัมพูชา เนื่องจากเขมรมีสงครามในประเทศที่ยาวนาน จึงน่าจะมีความชำนาญในเรื่องการรบมากกว่าทหารไทย

แต่หากจับกระแสก็จะเห็นว่า มีการพูดถึงการสูญเสีย ที่ออกมาในทำนองว่าทางกัมพูชาสูญเสียมากว่าไทย โดยเฉพาะในแง่ของจำนวนผู้เสียชีวิต ซึ่งแม้ว่าจะยังไม่มีรายงานตัวเลขของผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตที่แน่ชัดอย่างเป็นทางการ
แต่อย่างน้อยรัฐบาลกัมพูชาก็ไม่ได้มีการปฏิเสธตัวเลขที่ว่ามีชาวกัมพูชาเสียชีวิต 3 คน ในจำนวนนี้เป็นทหาร 2 นาย

และประเด็นที่น่าจับตาก็คือ มีการพูดกันถึงความสูญเสียของฝั่งกัมพูชา โดยมีตัวเลขสูญเสียค่อนข้างสูง มีกระแสข่าวลือที่ว่าทหารกัมพูชาเสียชีวิต 64 ศพ
ซึ่งแน่นอนว่าหากเป็นเรื่องจริงขึ้นมา ก็แสดงว่ากองกำลังทหารของไทย ยังมีขีดความสามารถทีเหนือกว่ากัมพูชาอยู่เป็นอย่างมาก

และไม่แปลกหากพบว่า มีการเสียหายในระดับตาย 64 ศพ จริงๆ ทางกัมพูชาก็ยิ่งจำเป็นที่จะต้องเรียกร้องให้ทางสหประชาชาติเข้ามาตรวจสอบ ไล่เรียงว่าไทยกระทำผิดตามที่กัมพูชากล่าวหาจริงหรือไม่
ซึ่งในแง่ของข้อมูลกระแสข่าวดังกล่าว จะต้องมาถึงผู้นำไทยแล้วเช่นกัน เพราะอย่างน้อยที่สุด นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกรัฐบาลไทย ยอมรับว่าการตอบโต้ของไทยเป็นลักษณะจำกัดคือตอบโต้ทางทหารเท่านั้น เบื้องต้นรัฐบาลได้รับรายงานว่า ฝั่งกัมพูชามีตัวเลขสูญเสียค่อนข้างสูง

ส่วนข่าวลือที่ว่าทหารกัมพูชาเสียชีวิต 64 ศพ อาจต้องใช้เวลาตรวจสอบอีกสักพัก
จริงไม่จริงไม่รู้ แต่ที่รู้งานนี้นายอภิสิทธิ์ ฉวยจังหวะในทันที โดยระบุว่า การขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกควรชะลอไว้ก่อน
การมองข้ามชอต ไม่สนใจเรื่องการปะทะกัน เรื่องความสูญเสีย และแม้แต่กระทั่งเรื่องข่าวลือทหารกัมพูชาตาย 64 คน แต่กลับไปบอกว่าควรหยุดการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกไว้ก่อน ต้องถือว่านายอภิสิทธิ์ ในวันนี้เหี้ยมเกรียมไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

เพราะยิ่งมีการรับลูกกันโดยนายสุทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ที่ออกมาพูดความพยายามที่จะเรียกร้องให้อาเซียนเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยปัญหา ว่า ส่วนตัวคิดว่ายังอยู่ในวิสัยที่ 2 ประเทศสามารถพูดคุยกันได้เอง
ส่วนเรื่องที่ทางกัมพูชารีบไปร้องต่อยูเอ็น แต่ไทยยังบอกว่าต้องประชุมกันก่อน ว่าจะร้องไปยูเอ็นหรือไม่ ทำให้ดูเหมือนว่าตามหลังอยู่ตลอดนั้น รองนายกฯ กล่าวว่า มันไม่ใช่การวิ่ง 100 เมตรที่จะต้องแข่งกันเป็นวินาที ก็มีเวลาที่จะทำงานได้ ยืนยันว่าเราไม่เสียเปรียบหรอก

“เชื่อผมเถอะ เราไม่ได้ขาดทุน ไม่ได้เสียเปรียบอะไร เราก็ดูแลปกป้องอธิปไตยของประเทศ ดูแลศักดิ์ศรีของประเทศไทยให้ดีที่สุด ทุกฝ่ายก็ทำหน้าที่ตัวเอง ปัญหาคือหากพวกเรากดดันกันมาก ๆ คนที่ทำหน้าที่เขาก็จะรน และระส่ำระสาย ดังนั้นผมยืนยันอีกครั้งว่าตั้งแต่เกิดเหตุมา ประเทศไม่เสียเปรียบเลย และในการปฏิบัติการรบประเทศไทยก็ไม่เสียเปรียบเลย แต่เราจะไปพูดให้มันมีผลทำให้เหตุการณ์บานปลายขึ้นมาไม่ได้ รัฐบาลไม่ต้องการให้เกิดความเสียหาย หรือเกิดการปะทะขึ้น รัฐบาลถึงพยายามเรียกร้องว่าให้ใจเย็นกันหน่อย ค่อย ๆ พูดจากัน”นายสุเทพ กล่าว

สะท้อนชัดเจนแล้วว่า งานนี้เมื่อกำลังทหารไทยยังมีความเข้มแข็ง รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ก็ถือว่าเป็นแต้มต่อที่จะไม่ยี่หระกับเรื่องปะทะกันครั้งนี้ เพราะมั่นใจว่าไม่ว่าอย่งไรเก้าอี้นายกรัฐมนตรีก็ไม่มีทางกระเด็น เพราะปัญหาไทย-กัมพูชาแน่

แต่นายอภิสิทธิ์ กลับให้ความสำคัญกับปัญหาภายในประเทศ โดยเฉพาะปัญหาม็อบพันธมิตร ที่ออกมากดดันเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะหมดความชอบธรรมแล้ว
ตรงนี้ต่างหากที่นายอภิสิทธิ์รู้ดีว่า หากรับมือพลาดมีหวังเด้งออกจากเก้าอี้ แถมยังดับฝันในการที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อเป็นสมัยที่ 2 ด้วย

เพราะจะเห็นว่าไม่เพียงม็อบพันธมิตรจะขู่ว่าหมดเวลาเจรจาแล้ว แต่แกนนำอย่างนายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งเคยเชื่อกันว่า การชุมนุมครั้งนี้ทำเพื่อสร้างเงื่อนไขให้เกิดการปฏิวัติ

แต่ปรากฏว่าล่าสุดบนเวทีม็อบพันธมิตร ในช่วงการประกาศยกระดับการชุมนุมไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์นั้น นายสนธิ ได้ออกมาโจมตีพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก อย่างหนัก ลามไปถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ด้วย
จากที่เคยเชียร์ๆ พล.อ.ประยุทธ์ กลายมาเป็นอัดใส่เต็มๆ ทำให้น้ำหนักในเรื่องการต้องการให้ พล.อ.ประยุทธทำปฏิวัติรัฐประหาร หายไปในทันที

เกมนี้ส่อแววแตกหัก และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ทำท่าว่าจะไม่ได้สบายๆเหมือนกับกรณีกัมพูชาแน่
เพราะแม้ว่า จำนวนคนที่มาชุมนุมของม็อบพันธมิตร อาจจะไม่สูงมาก กลางวัน 500 กลางคืนไม่เกิน 2,000 คน

แต่พอเกิดเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทย-กัมพูชา ผู้ชุมนุมกลับเพิ่มปริมาณขึ้นกว่าเท่าตัว แม้จะยังไม่ถึงหลักหมื่น แต่ก็ช่วยให้แกนนำพันธมิตรฯเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ถึงขนาดเตรียมงัดกลยุทธดาวกระจายกลับมาใช้อีก ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์

ทั้งๆ ที่หากจะทำให้แผนดาวกระจายได้ผล จะต้องใช้คนชุมนุมเป็นเรือนหมื่น แต่กระนั้นก็ยังสร้างความตื่นตระหนก และสร้างความหนักใจให้กับนายอภิสิทธิ์อย่างเห็นได้ชัด
ถึงขนาดที่ชงเรื่องให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. เสนอขอให้มีการใช้ พ.ร.บ.รักษาความั่นคง ขอคืนพื้นที่จากม็อบ หลังจากที่ก่อนหน้านั้นเจรจาไม่เคยสำเร็จมาโดยตลอด

แน่นอนว่างานนี้หากมองว่า พล.ต.อ.วิเชียร เปลืองตัว ก็ไม่ผิด แต่ที่ต้องมองลึกลงไปก็คือ ทำไมรัฐบาล และนายอภิสิทธิ์ จึงได้เกรงอกเกรงใจม็อบพันธมิตรมากเป็นพิเศษขนาดนี้???
ทั้งๆที่หากมองดูแล้ว จะเห็นว่าแม้แต่ประชาชน แม้แต่สื่อยังให้ความสำคัญหรือให้ความสนใจกับม็อบพันธมิตร น้อยกว่าปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาเสียอีก

แต่เรื่องนี้นายอภิสิทธิ์ กลับระวังจนตัวลีบ
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมีการกุมไต๋อะไรกันไว้ลึกแค่ไหน หรือว่าอ่านสัญญาณพิเศษอะไรได้!!!
เพราะต้องไม่ลืมว่า หลังการทำรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 การที่จะเอานายกรัฐมนตรีลงจากเก้าอี้ ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้การปฏิวัติรัฐประหารก็ได้
แค่เรื่องจัดรายการโทรทัศน์ทำอหารชิมอาหาร ก็เด้งจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีให้เห็นๆมาแล้ว

ซึ่งนายอภิสิทธิ์นั้น ในเวลานี้มีหลายประเด็นที่จริงๆแล้วไม่สามารถที่จะเคลียร์ได้ เพียงแต่ได้รับการ “อุ้ม”จากขั้วอำนาจพิเศษ ทำให้ไม่ถูกยุบพรรค ทำให้หลายๆเรื่องกลายเป็นเรื่องตีขลุมทางกฎหมายเอาดื้อๆ
แต่หากลมเปลี่ยนทิศขึ้นมา นายอภิสิทธิ์ อาจจะถูกม็อบพันธมิตรตะเพิดลงจากเก้าอี้ได้สำเร็จก็ได้
ฉะนั้นไม่แปลกที่นายอภิสิทธิ์ จะกังวลกับม็อบพันธมิตรมากกว่าเหตุปะทะกับกัมพูชา

ยิ่งทีมงานรอบข้างนายอภิสิทธิ์ ยิ่งกังวลหนัก เพราะมองว่านายอภิสิทธิ์กำลังดวงตก มีพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกไม่ได้หยุดหย่อน
ล่าสุดหมาดๆเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็เลยมีรายการเอาหมอฮวงจุ้ยไปแก้เคล็ดที่ทำเนียบอีกรอบ!!!

โดยคณะทำงานของ นายอภิสิทธิ์ ได้นำซินแสมาทำการปรับฮวงจุ้ย ที่บริเวณประตู 7 ซึ่งเป็นประตูที่ ครม.ใช้เป็นเส้นทางผ่านเข้า-ออกเวลามีการประชุม ครม.ทุกวันอังคาร โดยนำกระถางต้นไม้ที่ปลูกต้นมะขาม สูงประมาณ 1 เมตร มาตั้งวางไว้ด้านหลังตู้ไฟฟ้าสำรอง จำนวน 7 ต้น
และห่างออกไปประมาณ 7 เมตร ก็มีต้นจันทร์กระจ่างฟ้า ใส่กระถาง มาตั้งไว้อีก 7 ต้น

ตำราไม้มงคล ระบุว่า ต้นมะขาม หากปลูกไว้ทางทิศตะวันตก (ประจิม) ของบ้าน จะช่วยป้องกันสิ่งไม่ดี ผีร้าย มิให้มากล้ำกลาย ที่สำคัญใครปลูกแล้วจะได้รับการเกรงขาม ...
ปัญหาก็คือ นายอภิสิทธิ์ จะสามารถสร้างความเกรงขามให้กับนายสนธิ พล.ต.จำลอง และกลุ่มม็อบพันธมิตร ได้หรือไม่???

ส่วนต้นจันทร์กระจ่างฟ้า ถือเป็นดอกไม้ที่ทั้งรูปงาม นามเพราะ เชื่อกันว่าบ้านใดปลูกไว้ จะทำให้ผู้อาศัยมีวาสนาสูงส่ง ครอบครัวร่มเย็นดุจอยู่ใต้ดวงจันทรา โดยเชื่อว่าควรปลูกให้หันหน้าไปทางทิศบูรพา
งานนี้ถึงขนาดต้องพึ่งพาไสยศาสตร์กันอีกรอบ ซึ่งก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าจะช่วยนายอภิสิทธิ์ให้รอดปลอดโปร่งได้จริงหรือไม่

หรือว่า สุดท้ายแล้ว “ยุบสภา”จะเป็นคำตอบสุดท้ายที่ดีที่สุด
ซึ่งนายอภิสิทธิ์ ก็เคยเปรยๆแล้วว่า หลังแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ผ่านเรียบร้อย
การยุบสภาก็เป็นไปได้ไม่ยาก

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 09/02/54

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla



เป็นความคิด แสนอุบาทว์ ขาดสติ
อุตริ แยบยล ของคนชั่ว
จุดชนวน สงคราม ประณามตัว
สุมไฟทั่ว แผ่นดิน เพราะสิ้นคิด....

หวังระงับ ขึ้นทะเบียน พระวิหาร
จึงได้พาล ซ่านซ่าส์ บ้าวิปริต
ชาวบ้านถูก ฆ่าตาย หลายชีวิต
คนโรคจิต วางแผน แสนอัปรีย์....

เอาชีวิต ชาวบ้าน เติมพันสู้
ช่างอดสู เหลือทน คนพวกนี้
เติมความทุกข์ เจ็บช้ำ มันย่ำยี
สุดท้ายมี หน้าไหน ใครเยียวยา....

สมเป็นยุค ตกต่ำ ระยำนัก
โง่จมปลัก กว่าใคร เกินใฝ่หา
สมเป็นพวก ดักดาน สุดมารยา
ความชั่วช้า จึงได้เห็น ไม่เว้นวัน....

เกิดสงคราม ไทย-เขมร คือเข่นฆ่า
ยังลอยหน้า สร้างเรื่อง ขุ่นเคืองนั้น
แก้วที่ร้าว เริ่มแยก แตกเร็วพลัน
เพราะพวกมัน วางแผน สุดแสนทราม....

ชีวิตคน ไร้ค่า กว่าสิ่งของ
คนหม่นหมอง ซึมเศร้า เฝ้าคอยถาม
พวกมันสุข เริงร่า น่าประณาม
พี่น้องตาม ชายแดน แสนปวดใจ....


blablabla32@hotmail.co.th
http://www.facebook.com/profile.php?id=100001177832717
วันพุธที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เผด็จการอีกแล้ว......ครม.ประกาศ ใช้ พรบ.มั่นคง 9-23 กพ.

ที่มา thaifreenews

โดย ขวดเปล่า


ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,720



« เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:00:06 AM »


http://news.mthai.com/headline-news/102817.html

ครม.ประกาศ ใช้ พรบ.มั่นคง 7 เขต คุมพันธมิตรฯ

มติครม.ไฟเขียว พรบ.ความมั่นคงเขต พระนคร วัฒนา ปทุมวัน ป้อมปราบศัตรูพ่าย ดุสิต วังทองหลาง ราชเทวี เริ่มพรุ่งนี้

Mthainews : ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. โดยที่ประชุมมีมติให้ประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นภายในราชอาณาจักร หมวด 2 ตั้งแต่วันที่ 9 – 23 กุมภาพันธ์นี้ หรือวันพรุ่งนี้ เป็นระยะเวลา 15 วัน โดยให้ตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบ

ทั้งนี้ โดยครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 7 เขต ได้แก่ เขตดุสิต เขตพระนคร เขตวัฒนา เขตราชเทวี เขตวังทองหลาง เขตปทุมวัน และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย

ขณะเดียวกัน หลังจาก ครม.มีมติดังกล่าวแล้วจะมีการดำเนินการให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ปักหลักชุมนุมบริเวณรอบทำเนียบรัฐบาลมาตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมานั้น ออกจากพื้นที่หรือไม่ ต้องรอผลประชุม กอ.รมน. อีกครั้ง
-----------------------------------------------

ผมว่า ทาง นปช. ควรแถลงการณ์ตอบโต้ได้แล้วครับ
ริดรอนสิทธิ์ในการชุมนุมอีกแล้ว