WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, February 15, 2011

ของดีเลยมาสายหน่อย นี่ไงพบแล้วหลักฐานต้นเหตุไทยรบเขมร ไก่อูมีอะไรจะแถ-ลง ลวงโลกอีกมั้ย?!

ที่มา Thai E-News



แปลกแต่เป็นเรื่องจริง หลังการปะทะไม่มีการชี้แจงทำความเข้าใจกับสื่อไทย จากผู้นำกองทัพว่าเกิดอะไรขึ้น และอะไรเป็นสาเหตุของการปะทะ ..ข่าวตอนแรกสับสนว่าทหารไทยไปคัดค้านทหารเขมรสร้างทางในพท. 4.6 ข้อเท็จจริงคือตรงกันข้ามครับ


โดย Nipaporn Freedom
ที่มา เฟซบุ๊คของคุณเสริมสุข กสิติประดิษฐ์

นี่ไงพบแล้ว หลักฐานที่เป็นต้นเหตุของการยิงปะทะกันระหว่างไทยกับกัมพูชาในวันที่ 4 ก.พ.54 ไก่อู แถ-ลง คนไทยและชาวโลก ลำดับเรื่องราวกันดูคร่าวๆ ค่ะ อย่าเชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อของไก่อู

: ของดีเลยมาสายไปหน่อย..เป็นภาพที่ทหารในกองทัพส่งมาให้ดูเลยเอามาให้ดูต่อ..รถแทรกเตอร์ที่เป็นของทหารกองทัีพภาคสองที่ตัดเส้นทางเข้าไปในพท.4.6 จากบริเวณสระตราวที่อยู่ทางตอนเหนือของปราสารพระวิหารประมาณ 800 เมตร มีการรุกในพท.ของทหารไทยตัดถนนเข้าไปใน 4.6

ต้องบอกว่าเป็นครั้งแรกที่ทหารไทยภายใต้การนำของบิ๊กตู่ ตัดสินใจเช่นนี้ เหตุการณ์เกิดตอนบ่ายสามโมงของวันพุธที่4 กพ. ระหว่างตัดทางเข้าไปและยังอยู่ในเขตไทย แต่กำลังจะเข้าไปใน พท.4.6 ทหารเขมรยิง RPG ใส่รถแทรกเตอร์ของไทย

จากนั้นก็เกิดการสู้รบลามไปถึงภูมะเขือที่อยู่ห่างจุดปะทะตรงแทรกเตอรืไปทางตะวันตกประมาณสองกม. ตอนทหารเขมรสร้างทางขึ้นมาใน 4.6 ทหารไทยหวานเย็นมาตลอด ไม่เคยทำอะไรทีเป็นรูปธรรม แต่พอเราตัดถนนเข้าไปใน พท.4.6 ทหารเขมรแสดงสิทธิ์ในการปกป้องอธิปไตยของมันทันทีด้วยการยิง RPG ใส่

แปลกแต่เป็นเรื่องจริง หลังการปะทะไม่มีการชี้แจงทำความเข้าใจกับสื่อไทยจากผู้นำกองทัพว่าเกิดอะไรขึ้น และอะไรเป็นสาเหตุของการปะทะ ..ข่าวตอนแรกสับสนว่าทหารไทยไปคัดค้านทหารเขมรสร้างทางในพท. 4.6 ข้อเท็จจริงคือตรงกันข้ามครับ

ผบ.ทบ.สั่งให้กองทัพภาคสองปรับการทำงานในพท.4.6 และให้ตัดทางเข้าไปในพท. 4.6 จากสระตราว เพราะตระหนักดีว่าสภาพการณ์ที่เป็นอยู่เราเป็นรองมากหลายช่วงตัว เนื่องจากทหารเขมรอยู่เต็มพท.4.6 ตั้งแต่ปราสาท วัดแก้ว และถนน (กลับไปดูแผนที่ที่ผมเคยเอามาลงดูอีกทีนะครับจะได้เข้าใจ) มีการสร้างเสริมที่มั่นทางทหารในพท. ถ้ารบกันเราอาจเสียเปรียบเนื่องจากมันอยู่มานานมีการดัดแปลงพท.เป็นพท.สู้รบ เลยจำเป็นต้องตัดถนนเข้าไปในพท. เพื่อขนทหารเข้าไปหากสู้รบกันยาว

เรื่องนี้ท่านฮวยเซง รับทราบดีถึงการรุกคืบของทหารไทย ก่อนหน้านี้ไม่มีนะครับ ไม่ได้ทำอะไรเลย เอาทหารไปวางไว้เฉยๆ ไม่มีแผนอะไรทั้งนั้นนอกจากรักษาพท. แล้่ววันดีคืนดีก็เอากำลังออกจากวัด ขึ้นไปทางตอนเหนือ อย่างนี้ก้เสร็จมัน ยังมึนงงจนทุกวันนี้ว่าคิดอย่างนี้ได้อย่างไร ปรับอย่างนั้นเข้าteen มันเลย



(ขอบคุณภาพและข้อมูลจากคุณเสริมสุข กสิติประดิษฐ์)

Monday, February 14, 2011

คาร์บอมบ์ยะลา จงใจหรือหมั่นใส้

ที่มา Thai E-News



ผู้ต้องสงสัย?-นายมะแซ อุเซ็ง หรือ อุสตาซแซ(ภาพบน)แกนนำกองกำลังBRN Co-ordinate ภาพซ้ายเป็นภาพเก่าที่ทางการไทยออกหมายจับ ส่วนภาพด้านขวาเป็นรูปในปัจจุบัน (ภาพล่าง)โดยภาพล่าสุดนั้นขยายจากภาพถ่ายร่วมกับนายนัจมูดดิน อูมา ส.ส.นราธิวาส ภาพนี้เชื่อกันว่าถ่ายในมาเลเซีย อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ฝีมือคาร์บอมบ์หนล่าสุดที่ยะลาไม่ใช่ฝีมือของอุสตาซแซ


โดย ปะแด งา มูกอ
14 กุมภาพันธ์ 2554

ลอบวางระเบิดประกอบรถยนต์ (คาร์บอมบ์) กลางเมืองยะลา ทหารบาดเจ็บสาหัส 3 นาย ตำรวจ 1 นาย ประชาชน บาดเจ็บ 13 ราย เพลิงเผาผลาญร้านค้า 15 คูหา

วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 09.50 น.


ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดขึ้นที่บริเวณ ถนน ณ.นคร เยื้องธนาคารนครหลวง เขตเทศบาลนครยะลา มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

จุดเกิดเหตุอยู่หน้าร้านเฮนเบเกอรี่ เลขที่ 33 ถนน ณ นคร ต.สะเตง มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดทันทีจำนวนหลายราย
ประกอบด้วย

1.ส.อ.ชานนท์ สองแก้ว อายุ 26 ปี (บาดเจ็บสาหัส)
2.จ.ส.ท.ประสิทธิ์ อิสโร อายุ 35 ปี (บาดเจ็บสาหัส)
3.พลทหารวรินทร์รัตน์ จันทร์ดี อายุ 22 ปี (บาดเจ็บสาหัส)
4.ส.ต.อ.ชาติ ประไมยะ อายุ 31 ปี สังกัด ภ.จ.ยะลา
5.น.ส.อังคณางค์ ภัทรพงศ์ อายุ 20 ปี
6.นายเดชณรงค์ พันโท อายุ 25 ปี (บาดเจ็บสาหัส)
7.น.ส.ชลัยพร เรือนธรรม อายุ 42 ปี
8.นายสมศักดิ์ รักษ์พงษ์ อายุ 35 ปี
9.นางศิริพร เรือนธรรม อายุ 38 ปี
10.นางทักษิณา วงศ์จุมปู อายุ 30 ปี
11.นายหมู แซ่เสี้ยว อายุ 59 ปี
12.ด.ช.นิลพัทธ์ แก้วเกาะสะบ้า อายุ 5 ปี
13.นายสุวัฒน์ ไตรรงค์เจริญสุข อายุ 31 ปี
14.นายสมมาตร บุญรุ่ง อายุ 42 ปี
15.นายธนันต์ ฉั่วพานิชย์ อายุ 54 ปี
16.นางปภาดา ผิวเกลี้ยง อายุ 61 ปี
17.นางเตือนใจ กลัดทอง อายุ 44 ปี

เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกันลำเลียง ส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา แรงระเบิดทำให้เกิดเพลิงเผาผลาญบ้านเรือนไปรวม 15 คูหา

ที่เกิดเหตุพบซากรถกระบะคาร์บอมบ์ยี่ห้อโตโยต้าดีแม็กซ์ยังไม่ทราบหมายเลขทะเบียนสภาพพังยับเยิน อาคารร้านค้าฝั่งตรงข้ามได้รับความเสียหารพร้อมรถยนต์เก๋ง กระบะและรถจักรยานยนต์รวมกว่าสิบคัน พบระเบิดแสวงเครื่องที่อัดไว้ในถังแก๊สปิกนิกอีกลูกวางอยู่ พื้นถนนใกล้ซากรถคาร์บอมบ์

เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จ.ยะลา ไปจัดการเก็บกู้ไว้ได้สำเร็จ ห่างจากจุดระเบิดไปราว 10 เมตร พบรถปิกอัพยี่ห้ออิซูสุทะเบียน บต-6817 ปัตตานี จอดอยู่กลางถนน บนกระบะท้ายมีสัมภาระเครื่องอุปโภคบริโภค เป็นรถของเจ้าหน้าที่ทหาร พบสะเก็ดระเบิดตัดจากเหล็กเส้นกระจัดกระจายเป็นวงกว้าง

การสอบสวนทราบว่า กล้องวงจรปิดในบริเวณจุดเกิดเหตุ สามารถบันทึกภาพของคนร้ายที่นำรถคันดังกล่าวมาจอดได้ โดยเมื่อเวลาประมาณ 07.30 น. คนร้ายได้ขับรถยนต์กระบะดีแมกซ์ มาจอดตรงจุดเกิดเหตุ แล้วเดินลงจากรถข้ามฝั่งไปยังด้านหน้าของธนาคารนครหลวงไทย สาขายะลา

จนกระทั่งเวลาประมาณ 09.50 น.ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 14 ขับรถยนต์กระบะอีซูซุ หมายเลขทะเบียน บต.6817 ปัตตานี ผ่านมา คนร้ายจึงกดระเบิดขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารและชาวบ้านบาดเจ็บดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพของคนร้ายเอาไว้ได้ มาเทียบกับกลุ่มคนร้ายเป้าหมายแล้ว

สำหรับระเบิดที่คนร้ายนำมาซุกซ่อนอยู่ในรถคันดังกล่าว เป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สปิกนิกจำนวน 4 ลูก น้ำหนักลูกละ 30 กก. เนื่องจากยังมีถังแก๊สปิกนิกบรรจุระเบิด กระเด็นออกจากตัวรถอีก 1 ถัง และไม่ได้เกิดระเบิดขึ้น ถังน้ำมันขนาด 5 ลิตร ที่ใส่ไว้ในรถ จำนวน 8 ถัง จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ

นี่คือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนอีกครั้งหนึ่ง โดยไม่ทราบว่าไอ้บ้าคนไหนเป็นผู้กระทำ ทั้งที่หน่วยข่าวความมั่นคงในจังหวัดชายแดนใต้ ได้รับรายงานหรือว่านั่งเทียนเขียนรายงาน ว่าจะเกิดเหตุการณ์การลอบวางระเบิดประกอบรถยนต์ [CAR BOMB] ในตัวเมืองจังหวัดยะลา ดังปรากฏในรายละเอียดของรายงาน

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม 2554

หน่วยข่าวความมั่นในพื้นที่ภาคใต้รายงานงานว่า นายมะแซ อุเซ็ง หรือ อุสตาซแซ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/1 บ.เจาะเกาะ ม.1 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส แกนนำฝ่ายปกครองระดับกัส (เขต) ได้เรียกประชุมสมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่บาลาเซาะ บ.ดาบง อ.กัวลากรัย รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีสมาชิกเดินทางไปร่วมประชุมประมาณ 30 คน

เบื้องต้นทราบชื่อจำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายมะปีเยาะ ฮูแตมา นายมุสตากิน ฮูแตมาแจ นายเปาะดายะ ปุลากาซิง โดยสาระสำคัญในการประชุมมีการกล่าวถึงความสูญเสียของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ต่างๆ ทั้งที่เสียชีวิตจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่และถูกจับกุม

ที่ประชุมยังได้พูดถึงแนวทางการต่อสู้ใน ปี 2554 คือให้สมาชิกปฏิบัติการ โดยแต่งกายเหมือนเจ้าหน้าที่ขณะออกปฏิบัติการก่อเหตุต่อเป้าหมายต่างๆ ให้ประชาชนที่พบเห็นเข้าใจว่า เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เพิ่มความถี่ในการปฏิบัติการต่อเป้าหมายที่เป็นคนไทยพุทธ โดยใช้วิธีลอบวางระเบิดและยิง เพื่อสร้างความหวาดกลัวแก่คนไทยพุทธที่ยังคงอาศัยอยู่ในพื้นที่

ตลอดจนตรวจสอบพฤติกรรม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. และผู้นำศาสนา ที่ให้ความร่วมมือกับทางราชการ และเร่งกำจัดโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับคนอื่น

มีแผนที่จะให้สมาชิกกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการที่ยังไม่ถูกเปิดเผยพฤติกรรม และไม่มีหมายจับให้ใช้ชีวิตตามปกติ โดยไม่ต้องหลบหนี เพื่อคอยตรวจสอบการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ และให้สร้างมวลชนในพื้นที่ต่างๆ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเยาวชน ให้คัดเลือกเข้ารับการฝึกเป็นกองกำลังในการปฏิบัติการต่อไป

พร้อมสั่งการให้กลุ่มของนายมาหามุ มะแตหะ และนายซาการียา บาเหะ เดินทางเข้าไปในพื้นที่ จ.ยะลา เพื่อก่อเหตุลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ในเขตเทศบาลนครยะลา ในช่วงวันที่ 30 ธ.ค.53 - 5 ม.ค.54 โดยรถที่จะใช้ก่อเหตุคาร์บอมบ์ระบุเป็นรถเก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นแชมป์ สีขาว ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน จะนำรถไปจอดบริเวณหน้าสถานบันเทิงในเขตเทศบาลนครยะลา จากนั้นจะมีสมาชิกแนวร่วมใช้ รถจักรยานยนต์รับในการหลบหนี

เมื่ออ่านดูตามเนื้อข่าวของรายงาน มันก็ล่วงเวลามานานเป็นเดือนแล้ว รวมถึงเจ้ารถคาร์บอมบ์มันก็คนละเรื่องกันเลย ยิ่งสถานที่ยิ่งไปกันใหญ่ จึงไม่น่าจะเป็นฝีมือของพ่อเจ้าประคุณ มะแซ อุเซ็ง เป็นแน่แท้

ในเมื่อไม่ใช่ฝีมือลูกน้อง มะแซ อุเซ็ง เป็นคนทำ แล้วไอ้ลูกผีเปรตตนใดที่เป็นคนทำ

ประเด็นนี้น่าคิด เพราะมันมีเหตุการณ์อันหนึ่งที่ชวนให้ฉุกคิด คือภายหลังจากวันสวนสนาม ครบรอบวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน (10 ก.พ. 54) แล้ว มีกระแสข่าวว่า ยะลาถ้าจะไม่รอดอีกคราวนี้ เพราะทะลึ่งมาแสดงแสนยานุภาพเพื่อเป็นความข่มขวัญฝ่ายตรงกันข้าม คงจะต้องมีเหตุการณ์รับขวัญอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ และแล้วมันก็เป็นจริงขึ้นมา


(วันที่ 10 ก.พ.) ที่บริเวณลานฝึกศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ถ.สุขยางค์ เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย/รองผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน เป็นประธานในพิธีกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณ และสวนสนาม เนื่องในวันครบรอบวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน โดยมี นายภาณุ อุทัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงมาหดไทย ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (เลขาธิการ ศอ.บต.) พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบช.ศชต.) นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ สมาชิกอาสารักษาดินแดน จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา เข้าร่วมในพิธีสวนสนาม จำนวน 825 นาย

นายถาวร เสนเนียม ได้กล่าวในพิธีสวนสนามว่า
“และตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นไป ทหารที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะต้องถอนกำลังกลับไปปฏิบัติภารกิจป้องอริราชศัตรู ไม่ให้รุกล้ำเขตแดนไทย ซึ่งหลังจากนี้ จะมีการเพิ่มกำลังพลอาสารักษาดินแดน ทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 12,000 นาย ในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ของอาสารักษาดินแดนนั้น จะอยู่ในรูปแบบของกองกำลังประจำถิ่น

รัฐบาลมีความมั่นใจว่า กองกำลังภาคประชาชนจะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ได้ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากเป็นกองกำลังที่รู้จักคน รู้จักภูมิประเทศ และรู้จักขนบธรรมเนียมประเพณี ง่ายแก่การสร้างความเข้าใจ ส่วนความพร้อมด้านสมรรถนะทางด้านร่างกาย และจิตใจได้มีการฝึกการปฏิบัติการพิเศษให้แก่อาสารักษาดินแดนด้วย”


ด้วยเหตุการณ์สวนสนามครั้งนี้แหล่ะ ที่ประชุมของสภากาแฟ จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ยะลาโดนเรื่องนี้แหงๆ............


ข้อเตือนสติ

ปัตตานี มันสมองสั่งการ
นราธิวาส มันสมองปฏิบัติการ
ยะลา มันสมองทำลาย (สัญลักษณ์หน่วยงานของรัฐ)


*******
ข่าวเกี่ยวเนื่อง:
-เหตุการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สมัยรัฐบาลนี้ ตายแค่ 900 ศพ …!!!!

อียิปต์ยุบสภา เตรียมจัดการเลือกตั้งใน 6 เดือน พิพิธภัณฑ์แฉโบราณวัตถุรูปปั้นตุตันคาเมนถูกฉก

ที่มา มติชน



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ว่า กองทัพอียิปต์ได้เดินหน้าล้างระบบการเมืองเดิมที่เคยคุมโดยอดีตประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค ซึ่งได้ประกาศลาออกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสภาสูงสุดของกองทัพได้ออกแถลงการณ์ประกาศยุบสภา ระงับการใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน และจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่สนับสนุนการปฎิรูปการเมืองและประชาธิปไตย ก่อนจะเสนอให้ประชาชนลงประชามติเห็นชอบ

รายงานระบุว่า แถลงการณ์ยังระบุว่า รัฐบาลเฉพาะกาลที่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นบุคคลที่สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีมูบารัค จะทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง โดยชี้ว่า สาเหตุที่กองทัพต้องสนับสนุนรัฐบาลเฉพาะกาลนี้เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคง แต่รัฐบาลเฉพาะกาลนี้จะสลายไปในอนาคตอันใกล้ นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังเรียกร้องให้กลุ่มยุวชนอียิปต์ ซึ่งที่ผ่านมาได้พบปะกับกองทัพ จัดตั้งพรรคการเมือง เพื่อร่วมกระบวนการปฎิรูปการเมืองอียิปต์ด้วย

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า พิพิธภัณฑ์ดูแลโบราณวัตถุอียิปต์ต้องเผชิญเหตุสลดถูกโจมตีระหว่างเหตุจลาจลโค่นผู้นำอียิปต์ โดยมรดกโบราณหลายชิ้นได้ถูกขโมยไปจากพิพิธภัณฑ์ รวมทั้งรูปปั้นของฟาโรห์ตุตันคาเมนด้วย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ซึ่งมีการโจมตีพิพิธภัณฑ์ซึ่งตั้งอยู่นอกจัตุรัส"ทาเรียร์"

ขณะเดียวกัน นายอาเหม็ด ชาฟิก นายกรัฐมนตรีอียิปต์ เปิดเผยว่า ขณะนี้นายฮอสนี มูบารัค ยังคงพำนักอยู่ในประเทศ หลังจากมีรายงานข่าวลือสะพัดว่า อดีตผู้นำอียิปต์ได้ลี้ภัยยังสหรัฐอาหรับอิมิเรสต์

ทั้งนี้ มีรายงานว่า นายมูบารัค ได้ใช้ 18 วันระหว่างถูกประชาชนกดดันเรียกร้องให้ลงจากอำนาจ โยกทรัพย์สินมูลค่ากว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ จากธนาคารต่าง ๆ ที่มีอยู่ในต่างประเทศ โดยก่อนหน้านี้ ธนาคารสวิสเซอร์แลนด์ ได้ประกาศเตรียมอายัดทรัพย์แล้ว รวมทั้งยังมีแรงกดดันให้อังกฤษ ซึ่งเป็นแหล่งฝากทรัพย์สินจำนวนมากของอดีตผู้นำอียิปต์ อายัดทรัพย์ด้วย แต่แหล่งข่าวตะวันตก มูบารัคได้เคลื่อนไหวโยกย้ายทรัพย์สินของเขาจากต่างประเทศแล้ว

"ทักษิณ"โฟนอินอัด รบ.บริหารไม่เป็น-จงใจคอร์รัปชั่น "อัมสเตอร์ดัม"ปลุกเสื้อแดงเขียน จ.ม.ถึงทูต

ที่มา มติชน

ผู้สื่อข่าวรายงาน การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อเวลา 20.50 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โฟนอินเข้าไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมว่า พรุ่งนี้ (14 ก.พ.) วันวาเลนไทน์ขอส่งมอบความรักให้กับคนเสื้อแดงทุกคนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรมในสังคม ได้ข่าวเศร้าว่าเมืองไทยเป็นเมืองเศรษฐกิจแต่ต้องเข้าคิวซื้อน้ำมันพืช มันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศ มี 2 อย่าง 1.บริหารราชการไม่เป็น 2.จงใจคอร์รัปชั่น นอกเหนือจากการชั่งไข่แล้ว 4 ปีหลังปฏิวัติประเทศไทยและคนไทยมีความสุขแค่ไหน หรือสุขเฉพาะบางพวก เราจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ ไม่ต้องห่วงตนแต่ห่วงลูกหลานที่ต้องแบกภาระหนี้ จนถึงขณะนี้รัฐบาลเป็นหนี้ 1.499 ล้านล้านบาท เยอะกว่าทุกรัฐบาลรวมกัน วันนี้ก็มีเรื่องแปลกใจอีกอย่างที่กลุ่มคนเสื้อแดงหันไปดูเอเอสทีวี แต่คนปักษ์ใต้ไม่ดูเอเอสทีวี ตนงงจนมารู้ว่าเพราะเอเอสทีวีหันมาด่าพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมปกป้องประชาธิปไตยให้คนไทย วันนี้ขอแค่นี้เพราะมีพรรคพวกจากเมืองไทยมาเยี่ยมเยอะ

นายจตุพรถามว่า เป็นนายกรัฐมนตรีมา 6 ปี ทำไมไม่เคยทะเลาะกับเพื่อนบ้าน พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ประเทศเขาเล็กกว่าเรา เล็กกว่าทางเศรษฐกิจ เขาก็ให้เกียรติเรา แต่เราไม่รับเกียรติเที่ยวไปทะเลาะ ถ้าให้เกียรติเขาสักนิดหนึ่ง เขาก็เคารพเราตาย

"ตอนนี้แข็งแรงดีที่เขาบอกเป็นมะเร็งไปตรวจหลายครั้งแล้วไม่เจอสักที สาธุขออย่าให้เจอ ตอนนี้แข็งแรงพร้อมยืนเคียงข้างคนเสื้อแดง คนอย่างตนถูกรังแกไม่มียอมแพ้ แต่จะสู้ด้วยสันติวิธี สติปัญญา ความจริง คนไหนที่ปิดหูปิดตาต้องเอาความจริงให้ดู อย่าเชื่อคนโกหก ในเร็วๆนี้จะมี 2 สถานการณ์เกิดขึ้นคือ หนึ่งถ้าไม่เกิดการเลือกตั้งก็จะเกิดการใช้วิธีโบราณ คือการยึดอำนาจ ถ้ารัฐบาลโกงเอาเปรียบการเลือกตั้งเป็นการแสดงการไร้เกียรติภูมิ เขาอยากแก้ยังไงก็ให้แก้ไป แต่อย่าโกง ส่วนการปฏิวัติถ้าเกิดขึ้นเราต้องต่อต้าน และขอให้ชาวเสื้อแดงทุกคนรักกันให้มากๆ ภายภาคหน้าอาจไม่มีเหลืองแดงแล้วก็ได้"

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 19.30 น. นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินเข้ามายังกลุ่มผู้ชุมนุมว่า หลายเดือนที่ผ่านมาตนต่อสู้เพื่อประเทศไทย ในการกระชากหน้ากาก โค่นล้มรัฐบาลที่สั่งฆ่าผู้ชุมนุม ทั้งเด็ก นักข่าวและพยาบาลอย่างเลือดเย็น แถมยังละเว้นโทษให้กับผู้คนบางกลุ่ม และจะล้มล้างคนบางคนที่เป็นคนชั่วแต่สร้างภาพเป็นคนดี ตราบใดที่รัฐบาลยังอยู่ในอำนาจไม่ได้หยุดยั้งอาชญากรรมที่ก่อขึ้น

นายอัมสเตอร์ดัมกล่าวต่อว่า กรณีที่ศาลอาญาระหว่างประเทศจะตอบรับพิจารณาคดีนี้เป็นเรื่องยาก เพราะเกณฑ์กำหนดว่าการสังหารหมู่ต้องมีจำนวนมาก เช่น เมื่อเร็วๆ นี้ มีการตัดสินคดีที่ประเทศเคนยา ที่เป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเลือกตั้งมีความสูญเสีย 1,200 คน และผู้พิพากษาคนที่ตัดสินคดีนี้เพิ่งมาประเทศไทยเมื่อเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม แม้คดีนี้จะถูกปฏิเสธจากศาลโลก ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ยื่นคำร้องต่อศาลโลกใหม่จนกว่าจะยอมรับ

"จุดอ่อนของโครงสร้างรัฐบาลไทยที่สำคัญ คือการบริหารความยุติธรรม เลือกปฏิบัติจนเกิดความผิดพลาด มีการคอร์รัปชั่น ตุลาการถูกการเมืองแทรกแซง สะท้อนให้เห็น 2 มาตรฐาน การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมต้องทันสมัย ไม่ปกปิดให้คนบางกลุ่มต้องไม่รับโทษทางอาญา การประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องไม่ใช้เพื่อปกป้องการใช้อำนาจและรังแกประชาชน แต่จะใช้เฉพาะกรณีที่ประเทศถูกรุกราน พวกนายพลต่างๆ อย่าใช้อำนาจตามอำเภอใจ ตำรวจทหารต้องเคารพสิทธิประชาชน อย่าเชื่อฟังคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง ขอเรียกร้องให้ชาวเสื้อแดงรวมตัวเขียนจดหมายส่งถึงสถานทูตประเทศต่างๆ รวมถึงสหรัฐอเมริกา ข้อความ WE COUNT TOO. ต้องการความยุติธรรม เพื่อดูท่าทีสหรัฐอเมริกาที่สนับสนุนผู้ประท้วงที่อียิปต์ แต่จะหนุนหลังรัฐบาลเผด็จการทหารไทยที่สั่งฆ่าประชาชนหรือไม่" ทนายต่างชาติ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว

เทศกาลหา(รีด+ตุ๋น?)เงินเลือกตั้ง

ที่มา มติชน



คอลัมน์ ริมคลองประปา โดย ประสงค์ วิสุทธิ์ prasong_lert@yahoo.com

แม้สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้จะหมดวาระปลายปี 2554 แต่ก็มีการคาดกันว่า น่าจะมีการยุบสภาก่อนเพื่อให้มีการเลือกตั้งทั่วไป

แต่ก็มีคนบางกลุ่ม บางพวกพยายามปล่อยข่าวว่าอาจจะไม่มีการเลือกตั้ง เพราะทหารจะทำการรัฐประหาร แต่ด้วยเงื่อนไขอะไร ทำไปทำไม และผลจะเป็นอย่างไร ไม่มีคำอธิบายชัดเจน

อย่างไรก็ตาม สำหรับนักการเมืองแล้ว ต้องเตรียมพร้อมการเลือกตั้งอยู่เสมอ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสะสมทุนหรือหาเงินเพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งดังกล่าว

สำหรับการใช้จ่ายเงินเพื่อการหาเสียงเลือกตั้งนั้น แต่ละพรรคการเมืองจะมีบัญชีอยู่ 2 ประเภท

ประเภทแรก เป็นบัญชีค่าใช้จ่ายลับๆ อาจมีหลายบัญชี แล้วแต่กลุ่มหรือก๊วนในแต่ละพรรค ซึ่งค่าใช้จ่ายอาจเป็นเงินบริจาคไม่เปิดเผย หรือเงินที่ได้มาโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น จากการคอร์รัปชั่น จากบ่อน หรือจากการค้าของเถื่อน

ประเภทที่สอง เป็นบัญชีเปิดเผยซึ่งต้องส่งให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบ จึงต้องพยายามทำค่าใช้จ่ายในบัญชีนี้ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงมากที่สุด เช่น ค่าป้ายหาเสียงของพรรคสำหรับผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ค่าใช้จ่ายของผู้สมัคร ส.ส.เขตที่จ่ายไม่เกินที่กฎหมายกำหนด

ดังนั้น แต่ละพรรคจึงต้องพยายามทำให้เห็นว่า มีผู้บริจาคเงินให้พรรคอย่างเปิดเผยและให้ได้จำนวนเงินที่สอดคล้องหรือน่าจะพอกับการใช้จ่ายในการติดป้ายหาเสียงของพรรคทั่วประเทศ เช่น พรรคขนาดกลางอาจใช้ประมาณ 20 ล้านบาท พรรคขนาดเล็กอาจใช้ประมาณ 10 ล้านบาท

แต่ในความเป็นจริงแล้ว การหาคนมาบริจาคเงินจำนวนนี้อย่างเปิดเผยให้แก่พรรคขนาดกลางหรือเล็กไม่ใช่เรื่องง่าย พรรคเหล่านี้จึงต้องหา "นอมินี" มาใส่เป็นชื่อผู้บริจาคแทน อาทิ พรรคราษฎรในยุคหนึ่งมีบริษัทกว่า 10 แห่งมาบริจาคเงินให้ แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าแต่ละบริษัทที่บริจาคเงินขาดทุนยับเยิน และเป็นบริษัทในเครือของผู้บริหารพรรค หรือพรรคชาติไทยมีบริษัทแห่งหนึ่งชื่อเก้าภิญญโญ บริจาคเงินให้ถึง 25 ล้านบาท

เมื่อตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าวไม่มีธุรกรรมใด และยังมีต่างชาติถือหุ้นในสัดส่วนสูง นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคเต้นผาง รีบแจ้งกับ กกต.ว่า ขอคืนเงินจำนวนดังกล่าวเพราะกลัวถูกยุบพรรค

น่าเสียดาย กกต.ไม่มีศักยภาพหรือไม่เคยสร้างระบบการตรวจสอบเงินบริจาคให้แก่พรรคการเมืองว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เป็นเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ทำให้ต้องทำหน้าที่ไล่จับขโมย (ซื้อเสียงเลือกตั้ง) เพียงอย่างเดียว

ในการจัดกิจกรรมหาเงินเข้าพรรคอย่างเปิดเผยนั้น พรรคการเมืองขนาดใหญ่อย่างประชาธิปัตย์ทำกันเป็นประจำในช่วงใกล้เลือกตั้ง

ล่าสุด กำหนดจัดงานระดมทุนวันที่ 8 มีนาคมนี้ โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค บอกว่าจะเชิญคนมาร่วมงาน 2,500 คน โดยให้ ส.ส. กรรมการบริหาร และประธานสาขา รวมทั้งสมาชิกพรรค เป็นผู้เชิญชวนคนให้มาร่วมงาน

ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกหัวหน้าพรรค ระบุว่า เตรียมโต๊ะไว้ 300 โต๊ะ ตั้งเป้าจะขายโต๊ะละ 2 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 600 ล้านบาท

ความจริงแล้วการระดมทุนแบบนี้ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เพราะเป็นวิธีการที่เปิดเผย เพียงแต่ว่าต้องไม่มีการบีบบังคับ ต้องทำด้วยความเต็มใจ (ไม่ว่าผู้บริจาคจะมีความศรัทธาทางการเมืองหรือหวังผลอะไรก็ตาม)

อย่างไรก็ตาม วันก่อนได้พบกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่รายหนึ่ง ระบายให้ฟังว่า ปลัดกระทรวงได้สั่งให้แต่ละกรมในสังกัดสนับสนุนเงินในการซื้อโต๊ะ กรมเล็กอาจรับไปโต๊ะเดียว 2 ล้านบาท กรมใหญ่รับไป 4-5 โต๊ะ 10 ล้านบาท

แน่นอน แต่ละกรมไม่มีงบประมาณในเรื่องนี้อยู่แล้ว จึงจำเป็นต้องไปรีดเอกชนคู่สัญญาหรือชักหัวคิวการจัดซื้อจัดจ้างมาซื้อโต๊ะ ซึ่งในที่สุดก็จะกลายเป็นปัญหาคอร์รัปชั่น

เรื่องแบบนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค อย่าหลับตาข้างเดียวเด็ดขาด มิเช่นนั้นแล้วนโยบายการปราบคอร์รัปชั่นของรัฐบาลคงถูกเยาะเย้ยถากถางไม่มีสิ้นสุด

สำหรับการหาเงินแบบ "นอกระบบ" นั้น หลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา ตลาดหุ้นยังคงเป็นขุมทรัพย์ของนักการเมืองอยู่เสมอ

ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า นักการเมืองที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกลุ่มหนึ่งได้ส่งตัวแทนเข้าไปเพื่อฟื้นฟูกิจการบริษัทแห่งหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ และมีการนำหุ้นของบริษัทแห่งนั้นไปเร่ขาย โดยอ้างว่าเพื่อเป็นการระดมทุนเพื่อนำไปใช้ฟื้นฟูกิจการ

บริษัทแห่งนี้เคยถูกกลุ่มรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รุมทึ้งจนหนี้สินล้นพ้นตัวพังยับเยิน แต่นักการเมืองกลุ่มนี้กลับจ้องตาเป็นมัน เพราะคิดว่าถ้าจับใส่ตะกร้าล้างน้ำและนำหุ้นไปเร่ขายแล้ว คงสามารถโกยเงินส่วนต่างเข้ากระเป๋าได้ เชื่อว่าส่วนหนึ่งคงนำไปใช้เตรียมการเลือกตั้งด้วย

ใครที่คิดว่าจะรวยง่ายๆ ด้วยการซื้อหุ้นราคาถูกๆ ระวังตัวไว้.

ถึงเวลาแล้ว

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน

มันฯ มือเสือ




การเมืองไทยปรับเข้าสู่โหมดยุบสภาเลือกตั้งใหม่เต็มรูปแบบ

ภายหลังที่ประชุมรัฐสภามีมติเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรม นูญ วาระ 3 ทั้ง 2 ฉบับ

คือ ฉบับมาตรา 190 เกี่ยวกับการทำหนังสือสัญญากับต่างประเทศ และฉบับมาตรา 93-98 เกี่ยวกับระบบการเลือกตั้ง

ถึงจะยังนำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ ไม่ได้

เนื่องจากฝ่ายค้านชิงยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความถูกต้องของกระบวนการแก้ไข ก่อนท่านประธานชัย ชิดชอบ จะสั่งปิดประชุมแค่ 5 นาที

โดยประเด็นที่ฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมาคือการแก้ไขไม่ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมสภา

ไม่มีการระบุเลขมาตราที่ต้องการแก้ไขไว้ในหลักการหรือเหตุผล ส่งผลให้การแก้ไขไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ

จากนี้ต้องรอดูกันต่อไป ศาลรัฐธรรมนูญจะรับเรื่องไว้วินิจฉัยหรือไม่

ถ้าไม่รับ ด้วยเหตุผลว่าเรื่องที่ฝ่ายค้านยื่นมาเป็นแค่ปมปัญหาทางเทคนิค ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาสาระสำคัญของการแก้ไข ทุกอย่างก็จะเดินหน้าต่อไป

แต่ถ้าศาลรับเรื่องไว้ก็ต้องระงับขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ไว้ก่อนจนกว่าผลตีความจะออกมา

อาจจะเสียเวลาไปบ้างแต่คงไม่นาน

การแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นเรื่องใหญ่และเร่งด่วน เนื่องจากเป็นกฎหมายแม่บทของประเทศ การตีความให้เกิดความกระจ่างชัดโดยเร็ว ดีกว่าปล่อยให้ยืดยาวออกไป

อีกทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญหนนี้ยังมีส่วนเกี่ยวพันโยงใยไปถึงการเมืองในอนาคตไม่ใกล้ไม่ไกลจากนี้

นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส่งสัญญาณหลายครั้งว่า หลังแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยจะให้คำตอบชัดเจนได้ว่าการยุบสภาเลือกตั้งใหม่จะมีขึ้นเมื่อใด

อย่างล่าสุดก็บอกว่าไม่เกินกลางปี

ถึงแม้แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลจะไม่เห็นด้วย อ้างว่ายังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ยุบสภาตอนนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ปัญหาไทย-กัมพูชาก็ยังคาราคาซัง

แต่ขณะเดียวกันมีคนอีกจำนวนไม่น้อย

เห็นว่าถึงเวลาแล้วที่นักการเมืองต้องคืนอำนาจให้ประชาชน เพื่อยุติความขัดแย้งแตกแยกของคนในสังคมด้วยวิถีทางตามระบอบประชาธิปไตย

ทั้งยังเป็นการชิงจังหวะตัดตอนวงจรอุบาทว์

ที่ยิ่งนานวันก็ยิ่งสะพัดหนาหูมากขึ้นอีกด้วย

คลิปฟ้องชาวโลก.ฉายที่สภาสูงอังกฤษ

ที่มา thaifreenews

โดย คนเมืองกาญ

ไม่รู้ดูกันยัง ที่มา jimbandon1

นายอรรถพรจะเอาโรเบิร์ตขึ้นศาลไทยยังไง ก็ห้ามเขาเข้าประเทศไม่ใช่หรือ?

ที่มา thaifreenews

โดย Bugbunny

ข่าวนายอรรถพร พลบุตร เรียกร้องให้ดำเนินคดีกับนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ในประเทศไทยนั้น เป็นข่าวน่ารำคาญจากคนพรรคประชาธิปัตย์ และยิ่งเห็นหน้านายอรรถพร พลบุตร ก็ยิ่งอยากอาเจียน ด้วยความสัจจริง ไม่เคยเห็นใครมีโหงวเฮ้งกังฉินได้อย่างชัดเจนทะลุปรุโปร่งทุกรูขุมขนขนาดนี้มาก่อน

วิธีตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามของนายอรรถพร พลบุตร นั้น เป็นวิธีมาตรฐานของชาวพรรคประชาธิปัตย์ โปรดสังเกตการณ์ตอบโต้คำวิจารณ์หรือการตำหนิติเตียนด้วยหลักฐานเหตุผลจากผู้อื่น ของ นายชวน หลีกภัย นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ นายเทพไท เสนพงษ์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ฯลฯ คนพวกนี้จะตอบโต้หรือหาทางต่อสู้ข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามด้วยวิธีการแบบนี้ทั้งนั้น เพราะคนพวกนี้อยู่ในพรรคที่มีนักโต้วาที ทนายความ ฯลฯ มากมาย มาตรฐานเหล่านี้คือ


1. หลีกเลี่ยงจะตอบคำถามหรือคำวิจารณ์เหล่านั้นด้วยการใช้เหตุผลหักล้างอย่างมีข้อมูล แต่หันไปหาเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาที่ถูกวิจารณ์ หรือหาจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามที่ไม่ตรงกับเรื่องที่เขาพูด มาลดความน่าเชื่อถือของเขา หลักการนี้คือวิธีการตอแหลแบบศรีธนญชัย (ตัวอย่างพวกนี้มีเยอะแยะ เช่น อ้างว่านายอัมสเตอร์ดัมเป็นลูกจ้าง อ้างว่าตนเองไม่ได้สัญชาติมอนเตเนโกร หรืออย่างนายอรรถพรกำลังข่มขู่ว่าจะเอานายอัมสเตอร์ดัมเข้าคุกไทย ตลกมาก เพราะนายอัมสเตอร์ดัมมีรายชื่อเป็นบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศ ฯลฯ มันจะเห่าหอนโง่งั่งงี่เง่าแบบนี้ไปถึงไหน)

2. ถ้าหาจุดด้อยแม้จะเล็กขนาดไหนของฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ ก็หันมาใช้วิธีเรียกร้องความดีงามของตัวเอง หรือทำให้ตัวเองน่าสงสาร เอานิยายน้ำเน่ามาเล่าให้ฟังเพื่อสร้างความสำคัญให้กับตัวเอง (ตัวอย่างการอ้างเสมอว่าตัวเองเป็นแค่ลูกแม่ค้าไตปลาในตลาดของนายชวน การอ้างว่าสมัยตนภาคใต้ตายแค่ 900 ศพเองของนายถาวร ฯลฯ)


มาตรฐานของชาวพรรคประชาธิปัตย์เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด พรรคนี้เปลี่ยนคนได้จริง ๆ จนคนดีหรือคนที่ชั่วกว่าถอยหมด เพราะทำวิธีของนักโต้วาทีและหมอความแบบนี้ของพรรคได้ไม่เก่ง แต่คนอย่างนายเทพไท นายวัชระ นายบุญยอด ฯลฯ เป็นตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่รับวิธีการแบบนี้มาเต็มหัว สิ่งที่พวกเขาเชื่อมั่นกันก็คือ ฝ่ายตรงข้ามที่นิยมประชาธิปไตยนั้น อย่างมากก็แค่ฟ้องหมิ่นประมาทพวกตน เมื่อขึ้นพิจารณาคนพวกนี้ก็จะใช้สองวิธีหลัก คือการล็อบบี้ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็จะใช้วิธีขอประนีประนอม หรือขอขมา ง่ายและทำกันจนปกติ พ้นคดีออกมาก็โจมตีถากถางเขากันต่อไป

ฉะนั้น หน้าที่ของเราถ้าจะตอบโต้คนพวกนี้ก็คือ แบ่งกลุ่มในการต่อสู้เสียเลย กลุ่มหนึ่งโต้มันเข้าไปเลย เช่น ถามกลับไปว่า โอเค นายอัมสเตอร์ดัมเข้าเมืองไทยเมื่อไหร่ให้ตำรวจจับเลย (เพราะแกเข้าไม่ได้ในตอนนี้) ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งถามมันอย่างไอ้นายอรรถพรนี่ว่า แล้วเรื่องสังหารประชาชนกลางเมืองที่เขาจะเอาพวกคุณขึ้นศาลล่ะ มีหลักฐานหักล้างเขาไหม หรือไม่ก็ถามนายอภิสิทธิว่า ตกลงเอ็งมีสองสัญชาติจริงใช่ไหมล่ะ ถึงไม่ตอบเขาตรง ๆ ฯลฯ


อย่าตกหลุมพรางของแนวทางต่อสู้แบบไปไหนมาสามวาสองศอกที่คนพรรคประชาธิปัตย์ชอบใช้ เสียทั้งเวลาทั้งสมอง ทำให้หงุดหงิดกันไปเปล่า ๆ วิธีนี้เดี๋ยวนี้คนไทยเขารู้ทันคนพรรคนี้กันหมดแล้ว ไม่ได้ผลสักครั้งเดียวในระยะหลัง

Re:

โดย ลูกชาวนาไทย



ได้ยินแล้วน่ารำคาญเหมือนกันครับ คือ พวกเขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเหมือนกันกับการตอบโต้นี้ ก็เลยใช้วิธีแบบคนในประเทศด้อยพัฒนาตอบโต้ ขู่ อะไรอย่างนี้

แต่มันใช้ในเวทีระดับโลกคงไม่ได้ผล คงไม่มีใครไปสนใจ “ดิสเครดิต” เนื้อหาที่คนอื่นนำเสนอ นอกจากมุ่งสนใจไปที่เนื้อหาที่คนนำเสนอ และคุณตอบเขาตรงประเด็นในสิ่งที่เขาถามหรือไม่ อารยชนเขาไม่สนใจยุทธวิธีแบบนั้น

พวกนี้ยังไม่เคยเจอ “มวยระดับโลก” สักที ครั้งนี้เจอเป็นครั้งแรก และเรื่องที่อัมสเตอร์ดัมจะเดินเรื่องไล่พรรคประชาธิปัตย์ออกจาก สหภาพประชาธิปไตยโลก นี่คงเป็นสิ่งที่พวกเขายังหาทางตอบโต้หรือช่วยตัวเองไม่ได้ เอกสารที่อัมสเตอร์ดัมจะนำเสนอเป็นหลักฐานสำคัญที่ยากจะตอบโต้ เทคนิคของ ปชป. ที่เคยใช้ได้ผลในประเทศด้อยพัฒนา มันคงไม่มีความหมายอะไร

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 14/02/54

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla



มันสำรอก วาจา ดั่งหมาเห่า
แถมโชว์ความ งี่เง่า ให้เขาเห็น
พูดไม่คิด จิตต่ำ ย้ำประเด็น
สมกากเดน อมนุษย์ สุดเลวทราม....

ประสบการณ์ สอนไว้ ให้มันโง่
ยังอวดโอ้ คำพูด สุดเหยียดหยาม
สมกับคน ชั่วช้า น่าประณาม
แถมลามปาม มิตรประเทศ ทุเรศนัก....

ปากพาก่อ จ่อสงคราม ลามไปทั่ว
คำพูดมั่ว เบี่ยงเบน เห็นประจักษ์
พอจับได้ ไล่ทัน มันยึกยัก
แถมเพี้ยนหนัก ให้เห็น ไม่เว้นวัน....

เพราะคนชั่ว วิปริต จิตอุบาทว์
จึงเติมวาด ไฟสงคราม เห็นตามนั้น
ตัวจัญไร ใจโสมม ช่างสมกัน
ประเทศมัน หรือไร ใครตอบที....

ยังอวดตน พูดกร่าง ไม่ว่างเว้น
ทำซ่อนเร้น เลี่ยงหลบ กลบนั่นนี่
สมกับปาก สัปดน คนอัปรีย์
ยุคกาลี เรืองรอง ครองแผ่นดิน....

คงเกิดไฟ สงคราม ตามที่อยาก
รอดูซาก เมืองไทย ได้สูญสิ้น
ประชาราษฎร์ หมดหวัง เพราะพังพิน
ฟ้าจรดดิน เตรียมรับกรรม ใครทำลาย....


blablabla32@hotmail.co.th
http://3blabla.blogspot.com
วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

คลิบ คาร์บอมบ์ยะลา

ที่มา thaifreenews

โดย Tawan

ภาพถ่ายวิดีโอภายหลังเหตุการณ์สามชั่วไมง
ขอแสดงความเสียใจพี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ขอบคุณเจ้าของคลิบ
[/b]