ที่มา มติชน หวังลดอุณหภูมิปัญหาความขัดแย้งไทย – กัมพูชา เลขาธิการ สกศ. ยันเรียนประวัติศาสตร์ไทยยุคใหม่ต้องทบทวนวิธีการให้ข้อมูลกับลูกหลาน ชี้สิ่งที่เกิดขึ้นมานับพันปี มีหลายมุม หลายข้อเท็จจริง มีความจริงอีกหลายอย่างที่ไม่ได้บรรจุไว้ในตำราเรียน ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ให้สัมภาษณ์ศูนย์ข้อมูลข่าวสารปฏิรูปประเทศไทย ถึงความคืบหน้าการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ระยะ 1 ปีที่ผ่านมาว่า เป็นเรื่องของการทำงานคู่ขนานกันในทางนโยบาย ทางแผนยุทธศาสตร์ ซึ่งก็ได้ทำความชัดเจนในเรื่องของโครงการนำร่องต่างๆ โดยปีงบประมาณ 2555 จะเดินเครื่องได้เต็มสูบ "บางอย่างที่ทำได้ในปี 2554 เช่น การลดโรงเรียนขนาดเล็กบางส่วนด้วยความสมัครใจ แล้วส่งไปเรียนในโรงเรียนระดับตำบล อำเภอ โดยมีการจัดความพร้อม ทั้งจัดรถรับส่งอย่างปลอดภัย และมีประกันให้" เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าว ส่วนโรงเรียนดีประจำตำบลก็เริ่มทำแล้ว มุ่งหวังว่าจะส่งผลต่อการปรับบทบาทของโรงเรียนขนาดเล็กให้ลดตัวลง ขณะนี้ในส่วนของหลักการภาพสิ้นสุดของการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ได้เข้าสู่กรรมการ กนป. ไปเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เห็นชอบในเบื้องต้นแล้ว ต่อไปคือขั้นพิจารณางบประมาณเพื่อจะนำมาใช้จ่ายในหลักการเหล่านี้ ซึ่งในวันที่ 3 มีนาคมนี้จะมีการประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรีอีกรอบ เมื่อถามถึงแบบเรียนประวัติศาสตร์ ที่ปลูกฝังทัศนคติที่เกลียดชัง ดูถูกเพื่อนบ้าน ต้นตอปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย – กัมพูชา ที่ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึงนั้น ศ.(พิเศษ) ธงทอง กล่าวว่า เห็นด้วยที่การเรียนประวัติศาสตร์ในเมืองไทย คงต้องมีการทบทวนวิธีการให้ข้อมูลกับลูกหลานแล้วว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมานับพันปี มีหลายมุม หลายข้อเท็จจริงมาก ไม่ได้แปลว่า สิ่งที่เราเรียนมา ไม่จริง และไม่เคยเกิดขึ้น แต่ยังมีความจริงอีกหลายอย่างที่ลูกหลานไทยยังไม่เคยได้เรียน “ผมไม่ได้บอกว่าที่เรียนมาตำราผิด แต่ว่าวันนี้มีอีกหลายอย่างที่อยู่นอกตำรา ที่ควรจะทำให้ลูกหลายไทยเรียนเพิ่มด้วย แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องระวังด้วยว่า ทำอย่างไรไม่ให้ตำราที่ทุกวันนี้หนากว่า 200 หน้า กลายเป็น 500 หน้า เพราะขณะนี้ตัวชี้วัดเด็กที่จบในระดับต่างๆ ว่า ต้องรู้อะไรบ้าง มีจำนวนมากแล้ว ทำอย่างไรให้คนของเรา รู้ให้น้อยแล้วคิดให้มาก น่าจะดีกว่ารู้ให้มากแล้วคิดให้น้อย” ( เรื่อง สาธินีย์ วิสุทธาธรรม-ณัฐนันท์ อิทธิยาภรณ์ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารปฎิรูปประเทศไทย สถาบันอิศรา )
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Monday, February 21, 2011
ธงทอง’ หนุนทบทวนเรียนประวัติศาสตร์ นอกตำรา " ยังมีความจริงอีกหลายอย่างที่ลูกหลานไทยยังไม่เคยได้เรียน"
เปิดข้อมูลเจ้าที่ดิน ตัวเร่งกระแสปฏิรูป?
ที่มา มติชน
โดย ประสงค์ วิสุทธิ์ prasong_lert@yahoo.com
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีบอกว่า ได้มอบหมายให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีหารือกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและสรุปเป็นมาตรการเชิงนโยบายเสนอต่อ ครม.ภายใน 2 สัปดาห์โดยจะจัดทำมาเป็นตารางว่า มาตรการที่คณะกรรมการปฏิรูปเสนอตรงกับมาตรการที่รัฐบาลจะทำหรือไม่ซึ่งภายในรัฐบาลนี้จะได้ข้อยุติเชิงนโยบาย
การที่ครม.รับข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปไว้พิจารณาเบื้องต้นถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่การที่ ครม.มีมติดังกล่าว ยังไม่มีหลักประกันว่า รัฐบาล (รวมถึงพรรคการเมืองอื่นที่มีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศ) จะมีการนำมาตรการของคณะกรรมการปฏิรูปไปแปรนโยบายให้สามารถปฏิบัติได้เชิงรูปธรรม เนื่องจากปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกรเรื้อรังมายาวนาน มีความซับซ้อน เกี่ยวพันกับผู้คน กลุ่มผลประโยชน์ และผู้มีอิทธิพลมากมาย
ดังนั้น การแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงต้องการผู้นำทางการเมืองที่เข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้ง มีความกล้าหาญและมีเจตจำนงอันแน่วแน่ที่จะผลักดันกระบวนการต่างๆ ให้เดินหน้าไปได้ซึ่งแน่นอนว่า ต้องเผชิญแรงต่อต้านจากกลุ่มผู้สูญเสียผลประโยชน์ที่ล้วนแต่มีอิทธิพลในทางการเมืองและทางเศรษฐกิจอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เนื่องจากที่ผ่านมาโครงสร้างการจัดการที่ดินของประเทศปล่อยให้รัฐและทุนเข้าถือครองที่ดินอย่างไม่จำกัดจนเกิดการกระจุกตัว ขณะที่เกษตรกรสูญเสียที่ดินจนไร้ที่ทำกินหรือมีที่ดินไม่พอทำกิน
ข้อมูลของศูนย์อำนวยการต่อสู้เอาชนะความยากจนแห่งชาติ (ศตจ.) ในปี 2547 รายงานว่า มีผู้ไม่มีที่ดินทำกิน จำนวน 889,022 ราย มีที่ดินทำกินแต่ไม่เพียงพอ จำนวน 517,263 ราย มีที่ดินแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ 811,279 ราย
ที่ดินจำนวนมากกระจุกตัวอยู่ในมือคนกลุ่มน้อย และถูกปล่อยทิ้งร้างไม่ใช้ประโยชน์ จึงกระทบต่อเศรษฐกิจฐานราก เกิดปัญหาสังคมทั้งในชนบทและในเมือง รวมทั้งส่งผลให้เกิดความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมของประเทศ
เชื่อว่า ปัจจุบันเวลาผ่านมานานกว่า 6 ปี ตัวเลขเกษตรกรไร้ที่ดินทำกินน่าจะพุ่งสูงกว่าเดิม ขณะที่การกระจุกตัวของการถือครองที่ดินของคนรวยก็น่าจะมีมากขึ้นเช่นกัน
เมื่อพูดถึงปัญหาที่ดิน คนทั่วไปมักนึกถึงที่ดินในภาคเกษตร แต่ความจริงแล้วในภาคเมือง ที่ดินซึ่งเป็นความมั่นคงในการดำรงชีวิต เป็นภาระหนักมากสำหรับชนชั้นกลางที่ต้องใช้เวลาค่อนหรือทั้งชีวิตในการเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินเพียงไม่กี่ตารางวาซึ่งนับวันปัญหานี้จะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และสอดสัมพันธ์กับการไร้ที่ดินทำกินในภาคเกษตรเพราะเมื่อไร้ที่ดินทำกินในภาคเกษตร ผู้คนก็จำเป็นต้องอพยพเข้าสู่เมืองทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้นปัญหาที่ดิน จึงส่งผลกระทบทั่วทั้งสังคม ไม่ใช่ปัญหาที่จำกัดวงเฉพาะในภาคชนบทเท่านั้น
เมื่อพิจารณาข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปฯแล้วพบว่า เป็นรูปธรรมอย่างมาก เป็นการเสนอแก้ไขที่ดินทั้งระบบทั้งเฉพาะหน้าและระยะยาว
ในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น การให้โอกาสและให้สิทธิคนจนที่ต้องคดีการบุกรุกที่ดินให้เข้าถึงและให้ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม
การแแก้ไขปัญหาระยาวเช่น การจำกัดการถือครองที่ดินเพื่อการเกษตรต่อครัวเรือน การจัดระบบข้อมูลการถือครองที่ดินให้เป็นข้อมูลสาธารณะ (สามารถเปิดเเผย) ได้เพื่อใช้ในการจัดการที่ดินให้เป็นธรรม การจัดตั้งกองทุนธนาคารที่ดินทำหน้าที่ซื้อที่ดินไปจัดสรรให้เกษตรกรที่ขาดแคลน การเก็บภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า ถ้าเกินเพดานที่กำหนดให้เก็บอัตราสูง (อาจนำเงินส่วนนี้ไปเป็นทุนธนาคารที่ดิน) กำหนดเขตการใช้ที่ดินเพื่อการเกษตรอย่างชัดเจน
ในข้อเสนอเหล่านี้ มีอยู่เรื่องสามารถทำได้อย่างรวดเร็วคือ การทำให้ข้อมูลการถือครองที่ดินเป็นข้อมูลสาธารณะโดยการแก้ไข พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 เพิ่มบทบัญญัติใน มาตรา 9 กำหนดให้ข้อมูลการถือครองที่ดินในหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมที่ดิน สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ต้องจัดให้ประชาชนตรวจดู รวมทั้งค้นหาได้ทางเว็บไซต์
การที่เอาข้อมูลการถือครองที่ดินของบรรดามหาเศรษฐีหรือนิติบุคคลต่างๆ มาเปิดเผยต่อสาธารณะ น่าจะทำให้เกิดแรงกดดันทางสังคมต่อบุคคลหรือบริษัทเหล่านั้นด้วย และอาจเป็นแรงผลักดันทางหนึ่งให้กระบวนการการปฏิรูปที่ดินเคลื่อนที่ไปได้
ถ้านายกรัฐมนตรีมีเจตจำนงแน่วแน่ในเรื่องนี้น่าจะทำเรื่องนี้ก่อน เป็นการวางมัดจำให้เห็นว่า มีความจริงใจในการปฏิรูปที่ดินจริง มิใช่ดีแต่ลมปากเหมือนนักการเมืองหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา.
จีนป่วน "ปฏิวัติดอกมะลิ" เริ่มก่อตัว รัฐบาลคุมสื่อเข้ม
ที่มา มติชน ทางการจีนสั่งการให้ตำรวจเข้าสลายการชุมนุมในเมืองใหญ่หลายเมือง หลังมีการเรียกร้องทางอินเตอร์เน็ตให้มีการปฏิวัติดอกมะลิ (Jasmine Revolution) มีการจับกุมกลุ่มนักรณรงค์ด้านสิทธิหลายราย และประชาชน 3 ราย ถูกควบคุมตัวในเมืองเซี่ยงไฮ้ โดยพบว่าผลการเรียกร้องครั้งนี้ไม่ได้การตอบรับที่ดีนัก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (20 ก.พ.) ว่ารัฐบาลจีนได้บล็อกการค้นหาคำว่า "Jasmine" หรือ "ดอกมะลิ" ที่มาจากคำว่า "Jasmine revolution" ในเว็บบล็อก และเว็บไซต์เว่ยโปที่มีการส่งข้อความสั้นคล้ายทวิตเตอร์ หลังจากที่มีกลุ่มเคลื่อนไหวส่งสารเรียกร้องไปยังประชาชนในเมืองใหญ่ให้ออกมาประท้วงรัฐบาลโดยตะโกนคำว่า "เราต้องการอาหารสำหรับรับประทาน เราต้องการที่พักอาศัย เสรีภาพจงเจริญ และประชาธิปไตยจงเจริญ" ไปตามท้องถนนในกรุงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว และเมืองใหญ่อีก 10 แห่งของประเทศ สถานการณ์ดังกล่าวถูกเรียกว่า การปฏิวัติดอกมะลิของชาวจีน (Chinese Jasmine Revolution) อันเนื่องมาจากการว่างงาน ความต้องการอาหารและที่อยู่อาศัย รวมทั้งความต้องการให้ปฏิรูปการเมืองและการยุติการเซ็นเซอร์สื่อมวลชนหลายต่อหลายครั้งในการใช้อินเตอร์เน็ตของชาวจีนถูกบุคคลนิรนามโจรกรรมข้อมูล คำว่า “ปฏิวัติดอกมะลิ” (jasmine revolution) ถูกหยิบยืมมาจากการปฏิวัติสำเร็จในตูนิเซีย ได้ถูกทางการบล็อคทั้งในทวิตเตอร์ และเสิร์ช เอ็นจิ้นต่างๆ นอกจากนี้ ผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือยังไม่สามารถส่งข้อความไปยังผู้อื่นได้ จากนั้นตำรวจนับร้อยรายได้ตรึงกำลังไว้ในบริเวณย่านการค้า แม้ยังไม่ชัดเจนว่าแกนนำที่แท้จริงเป็นใคร รัฐบาลจีนยังได้เพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการนำเสนอข่าวของสื่อในประเด็นการประท้วงของชาวตูนิเซีย ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติดอกมะลิ ซึ่งเผยแพร่ไปยังอียิปต์ และหลายประเทศในตะวันออกกลางในเวลานี้ นายหู จิ่นเทา ประธานาธิบดีจีนได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ (19 ก.พ.) แสดงให้ประชาชนทราบว่าได้รับทราบถึงภาวะความไม่พอใจต่อรัฐบาลที่ก่อตัวขึ้นในสังคมจีน และได้เตือนผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ให้เพิ่มความพยายามในการรักษาเสถียรภาพทางการเมือง ขณะเดียวกัน ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการติดต่อในสังคมเสมือนจริงบนโลกอินเทอร์เน็ต สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานโดยอ้างคำพูดของนายหู ว่า "เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องยกระดับความเข้มแข็ง และพัฒนากลไกในการปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของประชาชน โดยการแก้ไขปัญหาที่อาจส่งผลให้เอกภาพ และเสถียรภาพของสังคมเสียไป และทำการรักษาสิทธิสภาพและผลประโยชน์ของประชาชน รวมทั้งส่งเสริมความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม และรักษาความเป็นระเบียบของสังคม"
7 ภรรยาแกนนำ นปช. โผล่ศาล ลุ้นไต่สวนคำร้องขอประกันตัว "คนเสื้อแดง" แห่ให้กำลังใจ
ที่มา มติชน
นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พร้อมภรรยาของ 7 แกนนำ นปช. เดินทางไปที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อฟังการพิจารณาชั้นไต่สวนคำร้องขอประกันตัว ประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายนิสิต สินธุไพร นายขวัญชัย ไพรพนา นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย และนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก จำเลยในคดีก่อการร้าย
นอกจากนี้ ยังมีบรรดาแนวร่วมเสื้อแดง เดินทางมาร่วมให้กำลังที่บริเวณทางขึ้นศาลอาญาอีกด้วย โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างสงบ มีการส่งเสียงร้องให้กำลังใจบ้างแต่ไม่มีความวุ่นวายแต่อย่างใด
'สูติบัตร'หลักฐานชิ้นแรกนปช. พิสูจน์'มาร์ค'ควบสัญชาติอังกฤษ
ที่มา ข่าวสด
รายงานพิเศษ
การถือสัญชาติของ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลายเป็นประเด็นขึ้นมาหลังจากกลุ่มนปช. ประกาศผลักดันคดี 91 ศพ ขึ้นสู่การพิจารณาศาลอาญาระหว่างประเทศ
มีการถกเถียงกันว่า การยื่นฟ้องร้องนายกฯ ไทย ต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ กระทำได้หรือไม่
นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ในฐานะทนายของกลุ่มนปช. ยืนยันว่าทำได้
เพราะนายกฯ อภิสิทธิ์ ถือ 2 สัญชาติ คือ สัญชาติอังกฤษ กับสัญชาติไทย
สัญชาติอังกฤษนั้นนายกฯ อภิสิทธิ์ ได้มาเพราะกฎหมายอังกฤษระบุ คนที่เกิดในอังกฤษก่อนปี 2526 จะได้สัญชาติอังกฤษโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องดูสถานะของพ่อแม่
ส่วนสัญชาติไทยนั้นได้ตามผู้ให้กำเนิด
เมื่อนายกฯ ไทยถือสัญชาติอังกฤษ ในขณะที่อังกฤษเป็นรัฐภาคีแห่งธรรมนูญกรุงโรม ที่ลงสัตยาบันกับศาลอาญาระหว่างประเทศ ดังนั้น การยื่นฟ้องคนอังกฤษต่อศาลอาญาระหว่างประเทศย่อมกระทำได้
เป็นความเห็นของฝ่ายนปช. และทนายอัมสเตอร์ดัม
การชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดง วันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา นายจตุพร พรหมพันธุ์ โหมโรงเรียกแขกตั้งแต่เวลา 18.00 น. บนเวทีปราศรัย โดยระบุว่า
เดี๋ยวคืนนี้นายอภิสิทธิ์ จะยิ่งร้อนในเรื่องสัญชาติ เขาบอกว่ามีสัญชาติไทยผมก็ไม่เถียง แต่ที่มีสัญชาติอังกฤษ เดี๋ยวมืดๆ จะได้ดูที่หน้าจอ เพราะทีมกฎหมายได้ไปคัดสูติบัตรจากประเทศอังกฤษเป็นที่เรียบร้อย และจะพูดเรื่องสัญชาติ รวมทั้งกระบวนการประกันตัวของพี่น้องนปช. และข้อเสนอของนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ
จากนั้นเวลา 20.00 น. นายจตุพรขึ้นกล่าวบนเวทีพร้อมโชว์สำเนาใบเกิดของนายกฯ อภิสิทธิ์ ที่คัดลอกจากเมืองนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ มาแสดงประกอบการปราศรัย
คนที่เกิดก่อนปีพ.ศ. 2526 จะได้สัญชาติอังกฤษ ถ้านายอภิสิทธิ์ ไม่ได้ถือสัญชาติอังกฤษ ก็ต้องเอาใบสละสัญชาติมาโชว์ต่อที่สาธารณะ
เอกสารนี้สำนักทนายของนายโรเบิร์ต ได้ไปคัดลอกมาเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา เป็นเอกสารที่ออกโดยสำนักทะเบียนกลาง เอกสารเลขที่ 2997018/1
ระบุว่า ด.ช.มาร์ค อภิสิทธิ์ เกิดเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 1964 ที่โรงพยาบาลริชาร์ด เฟลโล กิ่ง อ.วิกตอเรีย ในเขตเมืองนิวคาสเซิล อพอนไทน์ โดยแจ้งลงทะเบียน การเกิดเมื่อวันที่ 4 ส.ค. 1964 มีสำนักทะเบียนการเกิด ประเทศอังกฤษ รับรองว่าเป็นสำเนาจริง
มนุษย์ทั่วโลกไม่สามารถเลือกที่เกิดได้ ไม่สามารถเลือกสัญชาติได้ ที่นายอภิสิทธิ์ มีสัญชาติไทยเพราะมีพ่อแม่เป็นคนไทย และมีสัญชาติอังกฤษเพราะเกิดที่นั่น จึงถือเป็นคน 2 สัญชาติ
ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดเลยเพราะมีคนถือ 2 สัญชาติมากมาย แต่เพราะเหลือเพียงช่องทางเดียวที่จะฟ้องนายอภิสิทธิ์ ขึ้นศาลโลก คือการที่นายอภิสิทธิ์ ถือสัญชาติอังกฤษ ซึ่งเรื่องนี้นายอภิสิทธิ์ ไม่เคยตอบความจริงกับประชาชน
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวไว้ในวันเดียวกันว่า
ประเด็นมีอยู่ว่า มีสัญชาติไทยและใช้สัญชาติไทยมาโดยตลอด ในการสมัครรับเลือกตั้งและทำสิ่งต่างๆ ซึ่งผู้ที่กล่าวหาต้องไปอ่านกฎหมายไทยว่ากฎหมายไทยเขียนว่าอย่างไร กรณีเวลาที่มีกฎหมายไปขัดกับกฎหมายประเทศอื่นๆ ผมเป็นคนไทยผมก็ถือตามกฎหมายไทย
ผมเกิดที่ไหน ผมเปลี่ยนที่เกิดผมไม่ได้อยู่แล้ว ผมเกิดที่ไหนก็เกิดที่นั่นแหละครับ แต่ผมก็ไม่ได้ใช้สิทธิ์ เพราะตอนที่ผมเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ผมก็จ่ายเงินในฐานะเป็นนักเรียนต่างประเทศ และผมเดินทางไปอังกฤษตั้งแต่บรรลุนิติภาวะมาไม่รู้กี่ครั้ง ก็ต้องใช้วีซ่าเข้าประเทศ เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่น่าจะชัดเจนในตัวของมันอยู่แล้ว
ส่วนการเลือกสัญชาติ นายกฯ อภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า
กฎหมายไทยเขียนไว้ชัดเจนว่า ผมได้สัญชาติไทยโดยการเกิด ตรงนี้จึงต้องยึดถือตามกฎหมายไทย ซึ่งกฎหมายไทยมีทั้งกฎหมายสัญชาติและกฎหมายที่บอกว่าเวลาที่กฎหมายไทยกับกฎหมายประเทศอื่นขัดกันหรือไม่อย่างไร ให้ถือเอากฎหมายไทย
เมื่อให้ยืนยันว่าถือเพียงสัญชาติไทยเพียงสัญชาติเดียว นายอภิสิทธิ์ ก็ยืนยัน
"ผมถือสัญชาติไทยครับ"
กรณีสูติบัตร หรือใบเกิดของนายกฯ อภิสิทธิ์ เป็นแค่หลักฐานชิ้นแรกที่นปช. นำมาอ้างอิงเพื่อนำไปสู่การยื่นฟ้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ
จากนี้น่าจะได้เห็นสองฝ่าย นำหลักฐานต่างๆ มาหักล้างกันต่อไป
ทั้งในส่วนการบอกเลิกสัญชาติที่นปช. ตั้งข้อสงสัยนั้น ตกลงแล้วมีการดำเนินการแล้ว หรือไม่จำเป็นต้องดำเนินการเพราะในทางกฎหมายมีผล หรือไม่มีผลอย่างไร
รวมถึงกรณีหนังสือวีซ่า ที่นายกฯ อภิสิทธิ์ระบุว่าการเข้าประเทศอังกฤษเขาต้องใช้วีซ่าเข้าประเทศ แล้วในวีซ่านั้นระบุนายกฯ ถือสัญชาติใด
ล้วนเป็นประเด็นที่น่าติดตามเพื่อหาความกระจ่าง
เส้นตายรัฐบาล
ที่มา ข่าวสด
เหล็กใน
สมิงสามผลัด
มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตัดสินใจยุบสภา
ตามสูตรการเมืองแล้ว รัฐบาลจะเลือกเวลาที่คะแนนนิยมสูงสุด
ยุบสภาแล้วจัดเลือกตั้งใหม่
เพราะจะเป็นโอกาสให้โกยคะแนนกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง
กับเลือกยุบสภาตอนที่รัฐบาลกำลังง่อนแง่น ไปไม่รอด
เรื่องแรกลืมไปได้เลย เพราะตอนนี้เลยจุดนั้น รัฐบาลหมดความได้เปรียบไปแล้ว
คะแนนนิยมของนายอภิสิทธิ์ไม่ได้พุ่งพรวดเหมือนตอนเป็นรัฐบาลใหม่ๆ
กลับกันคะแนนนิยมร่วงลงเรื่อยๆ
ประชานิยมหรือที่ตั้งชื่อหรูๆ ว่าประชาวิวัฒน์ที่ขุดขึ้นมาใช้ก็ไม่เข้าเป้า
กลับโดนรุมด่าหนักโดยเฉพาะไข่ชั่งโล
ปัญหาพรรคร่วมรัฐบาลก็รุมเร้า
ล่าสุดก็ปัญหาน้ำมันปาล์ม
ซัดกันนัวเนียระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย
กล่าวหากันไปมา ใครกักตุน ใครขวางนำเข้าน้ำมันปาล์ม
ยังมีปัญหาความขัดแย้งระหว่าง 2 ชาติ ไทยกับกัมพูชาที่รัฐบาลเดิมเกมผิดตั้งแต่แรก
คิดสร้างสถานการณ์หวังชิงความได้เปรียบ
แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นผู้เสียเปรียบเอง
จึงเหลืออีกทางเลือกคือ "ชิงยุบสภา" ก่อนที่รัฐบาลจะพังครืน
แต่ปัจจัยหลักที่จะเป็นตัวเร่งให้นายอภิสิทธิ์ตัดสินใจยุบ
ก็คือ "ม็อบ"!!
ซึ่งไม่ใช่ม็อบเหลืองที่มีกันอยู่หร็อมแหร็ม แถมสุดโต่งคลั่งชาติ บ้าสงคราม
แต่เป็นม็อบแดงที่ชุมนุมกันแต่ละครั้งมากันหลักหมื่น เฉียดแสนคนด้วยซ้ำ
เส้นตายรัฐบาลอยู่ที่วันที่ 19 พ.ค.นี้
เป็นวันครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์สลายม็อบราชประสงค์
ทำให้มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 2 พันคน
ที่ผ่านมา รัฐบาลปฏิเสธความรับผิดชอบ 91 ศพมาตลอด
ทั้งที่เป็นต้นตอให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายมากขนาดนี้
ความคับแค้นใจของคนเสื้อแดงที่สะสมมานาน 1 ปี จะแปลงเป็นการแสดงพลังด้วยการรวมตัวชุมนุมครั้งใหญ่
เพื่อทวงความยุติธรรมกลับคืนมา
ถึงเวลานั้นคนเสื้อแดงจะเป็นตัวแปรสำคัญ
ทำให้นายอภิสิทธิ์ต้องตัดสินใจยุบสภา
นายอภิสิทธิ์คงคิดไม่ถึงว่า
นี่คือผลพวงจากคำสั่งใช้มาตรการทหารกับการชุมนุมของประชาชน เพื่อรักษาเก้าอี้นายกฯ ในตอนนั้น
สุดท้ายจะต้องทิ้งเก้าอี้นายกฯ
เพราะประชาชนกลุ่มเดิมออกมาทวงความยุติธรรม
ปราศัยวันที่ 19 กพ ครบทุกท่าน
ที่มา thaifreenews
โดย bozo
nick_nakhonpathom
แดงเคลื่อนชบวนจากราชประสงค์
http://www.youtube.com/watch?v=M2wBDx87TQo&feature=player_embedded
นปช อ่านจดหมายปรับทุกข์หน้าศาลฎีกา
http://www.youtube.com/watch?v=rhe66gzWOK0&feature=player_embedded
บรรยากาศ อนุสาวรีย์ช่วงเย็น
http://www.youtube.com/watch?v=4as9RFmJXHc&feature=player_embedded
อ ธิดา ภรรยาแกนนำ ปราศรัยอนุสาวรีย์ปชต 19 02 54 part 1
http://www.youtube.com/watch?v=bIzgDRRNerc
ธิดา ภรรยาแกนนำ ปราศรัยอนุสาวรีย์ปชต 19 02 54 part 2
http://www.youtube.com/watch?v=Yf3KblJlUG0
อ ธิดา ภรรยาแกนนำ ปราศรัยอนุสาวรีย์ปชต 19 02 54 part 3
จตุพร ปราศรัยอนุสาวรีย์ปชต 19 02 54 part 1
http://www.youtube.com/watch?v=rTN9nYBLuew&feature=player_embedded
จตุพร ปราศรัยอนุสาวรีย์ปชต 19 02 54 part 2
http://www.youtube.com/watch?v=l4wKCxKHOHs&feature=player_embedded
จตุพร ปราศรัยอนุสาวรีย์ปชต 19 02 54 part 3
http://www.youtube.com/watch?v=zuAu8rzFolY&feature=player_embedded
จตุพร ปราศรัยอนุสาวรีย์ปชต 19 02 54 part 4
http://www.youtube.com/watch?v=-G39YYeKjT4&feature=player_embedded
จตุพร ปราศรัยอนุสาวรีย์ปชต 19 02 54 part 5
http://www.youtube.com/watch?v=qsh_XXOZ3uo&feature=player_embedded
วรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ ปราศรัยอนุสาวรีย์ปชต 19 02 54 part 1
http://www.youtube.com/watch?v=gW8g5JhwIXA&feature=player_embedded
วรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ ปราศรัยอนุสาวรีย์ปชต 19 02 54 part 2
http://www.youtube.com/watch?v=AMiGbZX2n6s&feature=player_embedded
http://www.thaivoice.org/board/index.php?topic=152.0
ยุคสมัยแห่งการเรียกร้อง "เสรีภาพและความยุติธรรม"
ที่มา thaifreenews
โดย ลูกชาวนาไทย
ก็เป็นอันว่าการลุกขึ้นของประชาชน ได้ลามไปที่มอร็อคโค และสุดท้ายก็ไปที่จีนอย่างที่ผมคาดการณ์ไว้จนได้ เพราะโลกใบนี้มันไม่ได้ใหญ่โตอะไรนัก ประชาชนสามารถติดต่อถึงกันได้แล้วทั่วโลก
ยุคสมัยแห่ง Information Age ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างสังคมโลกโดยตรงแล้ว และประชาชนทั่วโลกได้เห็นแล้วว่า การดำรงชีวิตที่ดีกว่าของประเทศที่เป็นประชาธิปไตยเป็นอย่างไร และพวกเขาต้องการชีวิตเช่นนั้นบ้าง สุดที่ผู้ปกครองรัฐต่างๆ จะสามารถครอบงำไม่ให้ประชาชนแสดงออกต่อไปได้แล้ว
ยุคสมัยแห่งการเรียกร้อง เสรีภาพและความเป็นธรรม ก็มาถึงอย่างเต็มที่
ความวุ่นวายไม่จบแน่ๆ หากผู้ปกครองไม่เกิดวิสัยทัศน์ ชิงปฎิรูปก่อนที่จะเกิดการปฎิวัติของประชาชน
ชาวโมร็อกโกประท้วงขับไล่รัฐบาล
ที่มา thaifreenews
โดย loginname
ผู้ชุมนุมหลายพันคนรวมตัวประท้วงในหลายๆ เมืองของประเทศโมร็อกโกเมื่อวานนี้ (20 กุมภาพันธ์2554) ซึ่งรวมถึงในกรุงราบัตเมืองหลวงของประเทศ เพื่อต่อต้านการทุจริตของทางรัฐบาลและเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมือง
สำนักข่าวอาหรับ มาเกร็บ นิวส์ รายงานว่า ในเมืองราบัตมีประชาชนราว 2,000คนเข้าร่วมการชุมนุม โดยผู้ชุมนุมต่างตะโกนว่า "ประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง" ขณะที่เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศอย่างคาซาบลังกา มีผู้ชุมนุมราว 1,000คน นอกจากนั้นยังมีการชุมนุมในอีกหลายเมือง อาทิ มาราเคช เจดดาห์ แทนเจียร์ อิเนซกาเน และลายูน
ทั้งนี้ ประชาชนหลายประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือต่างลุกฮือประท้วงต่อต้านรัฐบาลของตนเอง หลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมในตูนิเซียและอียิปต์ประสบความสำเร็จในการโค่นผู้นำที่ครองอำนาจมาอย่างยาวนาน สำนักข่าวซินหัวรายงาน
ลุ้น!ประกันตัว 7แกนนำ 'คณิต'พยาน
ที่มา thaifreenews
โดย bozo
ศาลอาญานัดไต่สวนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว 7 แกนนำ นปช.
ที่ยังถูกขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ
โดยดึงคณิต ณ นคร, ผบ.เรือนจำ และ ผบก.น.1 เป็นพยาน
'ธิดา' ยันแกนนำ นปช. ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย ...
ที่ศาลอาญาวันที่ 21 ก.พ.2554 ศาลนัดไต่สวนขอปล่อยตัว
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
นพ.เหวง โตจิราการ
นายก่อแก้ว พิกุลทอง กับพวกรวม 7 คน จำเลยในคดีก่อการร้าย
ที่ยังถูกขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ตามที่จำเลยยื่นคำร้องขอปล่อยตัว
โดยจะมีการไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้อง อาทิ
นายคณิต ณ นคร ประธาน คอป.ที่ถูกจำเลยขอศาลหมายเรียกเข้ามาในคดี
นายโสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ ผู้บัญชาการเรือนจำ และ
พล.ต.ต.วิชัย สังขประไพ ผบก.น.1
นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาประธานกลุ่มแนวร่วม
ประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. พร้อมด้วยครอบครัวแกนนำ นปช. ทั้ง 7 คน
ที่ตกเป็นจำเลยในคดีก่อการร้าย
ได้เดินทางมาร่วมฟังการไต่สวนการขอปล่อยตัวชั่วคราวแกนนำ นปช.
ที่ได้เบิกตัวมาร่วมการไต่สวนที่ศาลอาญาในวันนี้ โดย
นางธิดา มาพร้อมกับ นางกุลรัตน์ พิกุลทอง นางศิริสกุล ใสยเกื้อ ที่อุ้มลูกมาด้วย
โดยสวมเสื้อโปโลสีขาวพิมพ์คำว่า "รอวันพ่อกลับ" พร้อมด้วยกลุ่มเสื้อแดงอีกจำนวนหนึ่ง
ที่แต่งตัวสร้างสีสรร ชูธงประเทศเขมร จึงถูกตำรวจศาลเชิญออกไป
ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของตำรวจ ตชด. กับตำรวจนครบาล ประมาณ 200 นาย
ทั้งนี้ นางธิดา ยืนยันว่า แกนนำ นปช. ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย
และพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนที่กล่าวหาแกนนำทั้ง 7 คน เบาเกินไป
อย่างไรก็ตาม นายคณิต และ พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี
ที่เป็นพยานในการไต่ส่วนครั้งนี้ จะเดินทางมาขึ้นเบิกความในช่วงบ่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การไต่สวน 7 แกนนำ นปช. จะมีตลอดช่วงเช้าและบ่าย
ซึ่งศาลจะไต่สวนให้ได้ความและมีคำสั่งต่อไป.
http://www.thairath.co.th/content/pol/150541