WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, February 22, 2011

แถลงการณ์ของ นายจักรภพ เพ็ญแข (ฉบับแก้ไข): การจับกุมนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์และการให้ประกันตัวแกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน

ที่มา Thai E-News


โดย จักรภพ เพ็ญแข
22 กุมภาพันธ์ 2554


แถลงการณ์ของ นายจักรภพ เพ็ญแข เรื่องการจับกุมนายสุรชัย (ฉบับแก้ไข)

แถลงการณ์ของ นายจักรภพ เพ็ญแข
เรื่อง การจับกุมนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์และการให้ประกันตัวแกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน
วันอังคารที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๔


ในนามขบวนการปฏิวัติประชาธิปไตยไทย ผมขอประณามการตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและการจับกุมตัว นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ประธานแดงสยาม หลังการปฏิบัติภารกิจทางการเมืองเมื่อคืนวันจันทร์ที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๔ พฤติกรรมดังกล่าว สวนทางกับหลักประชาธิปไตยสากลทุกประการทั้งในเนื้อหากฎหมายอันเกี่ยวพันกับ สถาบันกษัตริย์และในการดำเนินการจับกุมด้วยบุคคลนอกเครื่องแบบด้วยอาวุธครบ มือ เราถือว่า นี่คือการประกาศความเป็นศัตรูอย่างชัดแจ้งกับประชาชน ความหวังใดๆ ที่เราจะได้ประชาธิปไตยที่แท้ภายใต้ระบอบศักดินาอำมาตยาธิปไตยเช่นที่เป็น อยู่นี้ได้ดับลงแล้วอย่างสิ้นเชิง

นี่มิใช่ “รุ่งอรุณแห่งความยุติธรรม” หากคืออัสดงคตแห่งระบอบประชาธิปไตยไทย หรือเป็นช่วงตะวันตกดินก่อนเข้าสู่ช่วงกาฬปักษ์อันมืดมิด

ความ ยินดีที่ได้เห็นแกนนำ นปช.ฯ ทั้ง ๗ คนได้รับการประกันตัว จึงถูกถ่วงดุลด้วยการจับกุมตัว นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ และเหยื่อการเมืองในระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จของไทย ขอให้มวลชนจงรวมตัวกันยืนหยัดในอุดมการณ์ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอันแท้จริง ต่อไป โดยไม่เห็นแก่เศษเนื้อข้างจานหรือสินบนทางการเมืองที่ไร้ความหมายใดๆ

นอกจากนั้นให้ยกเลิกความในรัฐธรรมนูญ หมวด ๒ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ อันเป็น “ฐานความผิด” ของนายสุรชัยฯ และของบุคคลอื่นๆ อีกมากมาย รวมทั้งตัวผมเอง ลงโดยสิ้นเชิง สาระของรัฐธรรมนูญในส่วนนี้ ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองอย่างโฉดชั่วและเป็นภูเขาที่ขวางกั้นมิ ให้ระบอบประชาธิปไตยอันแท้จริงเกิดขึ้นได้ หากกฎหมายนี้และอื่นๆ ในลักษณะนี้ยังดำรงอยู่ สังคมไทยจะกลายเป็นสนามรบและจะเกิดความรุนแรงทางการเมืองอีกในไม่ช้า

ขอให้มวลชนตาสว่างผู้เป็นนักปฏิวัติ ร่วมเดินทางสายสำคัญนี้ต่อไป ผมขอปวารณาตัวเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการปฏิวัติประชาธิปไตยไทย ขอให้แกนนำทุกท่านที่พรั่งพร้อมต่อการเดินไกล เช่น คุณพลท เฉลิมแสน ผู้ประสานภารกิจ ช่วยเป็นเรี่ยวแรงภายในประเทศ ให้แก่มวลชนที่รักยิ่งของเราอย่างมั่นคงและศรัทธา.

ขอกราบพี่น้องประชาชนจากหัวใจของผม
นายจักรภพ เพ็ญแข


*******

ข่าวเกี่ยวเนื่อง:ปล่อย7แกนนำสู่อิสรภาพ เอาสุรชัยไปขังแทน!

ด่วน! ผู้พิพากษาศาลอาญาให้ประกัน 8 นปช. มีเงื่อนไข ห้ามปลุกปั่น ห้ามออกนอกประเทศ

ที่มา มติชน







รับชมข่าว VDO

ผู้พิพากษาศาลอาญาให้ประกัน 7 แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)และ1 แนวร่วมฯโดย มีเงื่อนไข ห้ามปลุกปั่น ห้ามออกนอกประเทศ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์

หลังจากผู้พิพากษา อ่านคำพิพากษา อนุญาตให้ประกันตัว กลุ่มคนเสื้อแดง ต่างแสดงความดีใจ โห่ร้องด้วยความยินดี แต่ได้มีการห้ามปรามไว้ เนื่องจากอาจเป็นการละเมิดอำนาจศาล

แกนนำ จึงได้ขอให้คนเสื้อแดงไปโห่ร้องแสดงความยินดี บริเวณ หน้าศาลอาญาแทน

จากนั้น กลุ่มคนเสื้อแดงร่วมกันเดินทางไปรับ 7 แกนนำและ 1 แนวร่วมพธม. ที่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพมหานคร

สำหรับ 7 แกนนำนปช. ประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายนิสิต สินธุไพร, นายขวัญชัย ไพรพนา, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย และ นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก จำเลย

ส่วน 1 แนวร่วมคือนายภูมิกิติ หรือพิเชษฐ์ สุจินดาทอง

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 14.30 น. ศาลนัดฟังคำสั่ง ขอปล่อยตัวชั่วคราวแกนนำนปช.

ศาลพิเคราะห์ข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวนแล้วเห็นว่ากรณีมีข้อเท็จจริงบางประการที่จะให้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากคำสั่งเดิมได้ จึงเห็นควรอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว จำเลยที่ 3,4,5,6,7,8,10 และ 11 โดยตีราคาประกันคนละ 600,000 บาท ทั้งนี้ห้ามมิให้จำเลยดังกล่าวกระทำการอันเป็นการยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน อันที่จะทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักรหรือให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินและห้ามจำเลยดังกล่าวเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล

ศาลให้ประกันตัว 7 แกนนำ ห้ามปลุกม็อบ-ออกนอกประเทศ

ที่มา ประชาไท

ศาลอาญา รัชดา มีคำสั่งให้ประกันตัว 7 แกนนำ นปช. พร้อมแนวร่วมอีก 1 คน โดยมีเงือนไขห้ามปลุกปั่นการชุมนุมและห้ามออกนอกประทศ โดยวางหลักทรัพย์คนละ 6 แสนบาท

วันนี้ (22 ก.พ.53) เวลาประมาณ 14 .30 น.ผู้พิพากษาศาลอาญาให้ประกัน 7 แกนนำ นปช.มีเงื่อนไข ห้ามปลุกปั่น ห้ามออกนอกประเทศ หลังจากการอ่านคำพิพากษาอนุญาตให้ประกันตัว กลุ่มคนเสื้อแดงต่างแสดงความดีใจ จากนั้น กลุ่มคนเสื้อแดงจะร่วมกันเดินทางไปรับ 7 แกนนำที่เรือนจำ

นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความแกนนำ นปช. กล่าวว่า การฟังคำสั่งในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ไม่ได้เบิกตัวจำเลยทั้ง 8 คนมาศาล แต่จะรอฟังคำสั่งที่เรือนจำ หากศาลมีคำสั่งอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว จะปล่อยตัวที่เรือนจำต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญาได้ไต่สวนคำร้องที่ 7 แกนนำ นปช. ประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายนิสิต สินธุไพร นายขวัญชัย ไพรพนา นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก และนายภูมิกิติ หรือพิเชษฐ์ สุจินดาทอง แนวร่วม นปช. ยื่นคำร้องขอประกันตัว โดยทั้ง 8 คน ถูกเบิกตัวจากเรือนจำมาร่วมฟังการพิจารณาการไต่สวนด้วย
ก่อนหน้านี้ ศาลได้ไต่สวนพยาน ประกอบด้วย พล.ต.ต วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) นายโสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพ นายวีระ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ ( คอป.) และพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ริเริ่มโครงการเดินสายปรองดอง ขณะที่พนักงานอัยการโจทก์ไม่คัดค้านการยื่นประกันตัวของ น.พ.เหวง และนายก่อแก้ว
"วีระ" เบิกความ ให้ประกันแกนนำ ช่วยสร้างความปรองดอง
วานนี้ (21 ก.พ.) นายวีระ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ขึ้นเบิกความปากที่สาม เล่าจุดเริ่มต้น เป้าหมายการชุมนุมเรียกร้องรัฐบาลยุบสภา ไม่ชอบธรรมบริหารบ้านเมือง โดยตอนหนึ่งเขากล่าวต่อศาลเชื่อว่า หากให้ประกันแกนนำนปช.จะสร้างความปรองดองได้ บ้านเมืองสงบสุข และเชื่อ 7 แกนนำ นปช.จะทำตามสิ่งที่ให้คำมั่นต่อศาล

ก่อนนี้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พยานปากแรกในการยื่นขอประกันตัว 7 แกนนำ ระบุว่าช่วงชุมนุมคนเสื้อแดงที่ผ่านมาได้รับความร่วมมืออย่างดี ตรวจสอบในที่ชุมนุมก็ไม่พบอาวุธแต่อย่างใด

ด้าน นายโสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เบิกความปากที่สอง ระบุว่า แกนนำ นปช.ประพฤติดีให้ความร่วมมือ ขณะที่บางคนป่วยหนักต้องส่งสถานพยาบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคนเสื้อแดงมาให้กำลังใจอย่างคับคั่งระหว่างฟังการไต่สวนขอประกันตัว ต้องนั่งเก้าอี้เสริมบางส่วนนั่งพื้นในห้องพิจารณาคดี 704 ที่รองรับคนได้ 300 ที่นั่ง สำหรับการดูแลรักษาความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดกำลังรักษาการณ์ดูแล เรียบร้อยอย่างแน่นหนา พร้อมตรวจสอบคนที่ผ่านเข้าออกห้องพิจารณาคดี

'สนั่น' ให้ปากคำเป็นพยานขอประกันตัว 7 แกนนำ

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อเวลา 13.00 น. นายคณิต ณ นคร ประธาน คอป.และ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางเพื่อเป็นพยานตามหมายเรียกที่ 7 แกนนำ นปช.ยื่นคำร้องขอประกันตัว

โดยนาย คณิต ประธาน คอป. กล่าวก่อนขึ้นเบิกความว่า การปล่อยตัวชั่วคราว แกนนำ นปช.ทั้งเจ็ดเป็นดุลพินิจของศาล ซึ่งหากแกนนำยังไม่ได้รับอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวในวันนี้ ก็ไม่ถือเป็นอุปสรรคต่อแผนปรองดอง แม้ว่าที่ผ่านมาตนเองได้เสนอแนวทางให้มีการปล่อยตัวแกนนำ นปช. มาโดยตลอดก็ตาม

ด้าน พลตรีสนั่น กล่าวว่า เดินทางไปพบแกนนำ นปช.ทั้งเจ็ดคนในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และแกนนำทั้งหมดก็ให้ความร่วมมือต่อแผนการปรองดองเป็นอย่างดี อย่างไรก็ดี หากแกนนำได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวก็จะทำให้แนวโน้มการปรองดองเป็นไปในทาง ที่ดีขึ้น และถือเป็นทางเดียวที่จะยุติความขัดแย้งทางการเมืองได้ แต่ถ้าแกนนำยังไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ก็จะพยายามเดินหน้าแผนปรองดองต่อไป

ศาลนัดฟังคำสั่งประกันตัว 7แกนนำ นปช. 22ก.พ.

ล่าสุด ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กำหนดนัดฟังคำสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราว 7 แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่ พรุ่งนี้ (22 ก.พ.) เวลา 14.00 น.สำหรับแกนนำ นปช.ทั้ง 7 คน ประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายนิสิต สินธุไพร, นายขวัญชัย ไพรพนา, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย และนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ซึ่งทั้งหมดตกเป็นจำเลยในคดีร่วมกันก่อการร้าย

โดยวันนี้ (21 ก.พ.) เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวแกนนำ นปช.ทั้ง 7 คน ที่ตกเป็นจำเลยในคดีร่วมกันก่อการร้าย เดินทางมาศาลอาญา เพื่อเข้าไต่สวนกรณียื่นคำร้องขอประกันตัว โดยมีนางธิดา ถาวรเศรษฐ ภรรยา นพ.เหวง และประธาน นปช.นำกลุ่มภริยา และบุตรธิดาของเหล่าแกนนำคนอื่นๆ พร้อมพี่น้องเสื้อแดงจำนวนหนึ่งเข้าให้กำลังใจ

ปล่อย7แกนนำสู่อิสรภาพ เอาสุรชัยไปขังแทน!

ที่มา Thai E-News


สุรชัย แซ่ด่าน (ซ้าย) ถูกคุมตัวไปเข้าคุกคลองเปรม ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เจ้าตัวเผยไม่เดือดร้อน ถือเป็นโอกาสรณรงค์ให้ยกเลิกกฎหมายหมิ่นม.112 และเสนอให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้พ้นวังวนการเมืองแบบญี่ปุ่น เพื่อเลี่ยงการเกิดสงครามกลางเมืองแบบตะวันออกกลาง

รอยเตอร์เสนอภาพข่าว ตำรวจยืนรักษาการณ์หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ซึ่งวันนี้มีการจับกุมตัวนายสุรชัย แซ่ด่าน แกนนำแดงสยาม ไปขังคุกคลองเปรม ข้อหาหมิ่นพระบรมฉายาลักษณ์


ขณะที่ศาลอาญาให้ประกันตัว 7 แกนนำนปช.ทั้งแผ่นดิน คือ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หมอเหวง โตจิราการ วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ขวัญชัย ไพรพนา เจ๋ง ดอกจิก นิสิต สินธุไพร และ นายก่อแก้ว พิกุลทอง พร้อมด้วยแนวร่วมนปช.อีก 1 คนคือ นายภูมิกิตติ สุจินดาทอง

ทั้งนี้เมื่อเวลา ประมาณ 14.00น. ที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก คณะผู้พิพากษาได้ออกนั่งบัลลังค์ อ่านคำสั่ง ขออนุญาตประกันตัว 7 แกนนำนปช. พร้อมด้วยแนวร่วมนปช.อีก 1 คน โดยศาลได้ตีราคาประกันคนละ 6 แสนบาท และมีเงื่อนไขในการปล่อยตัว 2 ข้อ คือ ห้ามออกนอกประเทศและห้ามเคลื่อนไหวยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวาย

เดินช็อปปิ้งในตลาดนัด "(ม็อบ) เสื้อแดง" เมื่อแนวคิดการเมืองปรากฏผ่านโลกของเสื้อยืด-ดีวีดี

ที่มา มติชน
























































หลังจากเดินสำรวจสถานที่ชุมนุมคนเสื้อแดงในช่วง วันที่ 13 และ19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ลงพื้นที่ชมบรรยากาศ "ตลาดนัดเสื้อแดง" ริมฟุตบาทสองข้างถนนราชดำเนิน พบว่ามีสารพัดสินค้าทั้งเครื่องอุปโภคบริโภค ฉาบด้วยสีแดงระรานตาเกือบทุกแผงลอย ขนาดของกินยังมีนามสกุล "นปช. , เสื้อแดง "ต่อท้าย อย่าง "เฉาก๊วย" เขียนด้วยตัวอักษรสีแดง หรือ "แหนม นปช."


ยังไม่นับรวมราวแขวนเสื้อสีแดง วางเป็นแนวขายแบบถี่ยิบล้นตลาด สลับกับ ซีดี ดีวีดี หนังสือ ภาพถ่าย รองเท้า หมวก ร่วม กระเป๋า ของกระจุกกระจิก พวงกุญแจ ตุ๊กตา และอีกนานาชนิดแล้วแต่ใครจะมีไอเดียสร้างสรรค์ออกมาในรูปแบบต่างๆ ที่จะมีสินค้าแปลกใหม่เกือบทุกนัด


เมื่อพิจารณาดูรายละเอียดจากสินค้า ถ้าไม่มองเพียงสีที่ติดอยู่ในสิ่งของเหล่านั้น ของแต่ละชิ้น ยังมีความหมายในตัวเอง เป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้ และเป้าหมายของการเคลื่อนไหว ล้อไปกับการปราศรัยบนเวที เพราะบรรดาพ่อค้าแม่ค้าหัวไวได้จับเนื้อหาการปราศรัยเหล่านั้นมาใส่ในสินค้าในทันทีทันใด นับตั้งแต่การชุมนุมเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้งในครานี้


สังเกตจากข้อความสกรีนลงบนตัวเสื้อ มีวิวัฒนาการของความคิดทางการเมืองที่หลากหลาย หนักแน่นขึ้น สะท้อนความรู้สึกเจ็บปวด อารมณ์คับแค้น น้อยใจ ประชดประชัน เสียดสี เชิดชู กระทั่งท้าทาย แบบไม่เกรงกลัว ตัวอักษรที่สกรีนลงบนเสื้อ มีขายในตลาดชุมนุมแดงทุกนัด


แม่ค้ารายหนึ่งบอกว่า "ลูกค้าส่วนใหญ่จะซื้อไปฝากคนที่ไม่ได้มา และบางคนซื้อไปเก็บเพราะไม่กล้าใส่ แต่นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ถอดเสื้อเก่าสวมเสื้อใหม่กันตรงนั้นเลย สวมเดินกันทั่วทั้งม็อบ"


นอกจากสินค้าประเภทเครื่องแต่งกายเครื่องประดับแล้ว สิ้นค้าอีกประเภทหนึ่งที่ผู้ชุมนุมให้ความสนใจติดตาม คือ "ซีดี ดีวีดี" รวบรวมเหตุการณ์ความรุนแรงช่วงเดือน "เมษายน- พฤษภาคม" คำปราศรัยของบรรดาแกนนำที่ฝากเสียงไว้ก่อนเข้าเรือนจำ และ "ซีดี ดีวีดี" งาน "เสวนา" เป็นสินค้าขายดีอีกชนิดหนึ่ง ที่ "ชาวบ้าน" เดินมาถามหาเพื่อซื้อกลับไปดูที่บ้าน และแบ่งเพื่อนบ้าน


ดังกรณีของชายผู้หนึ่ง ที่มายืนมองจอมอนิเตอร์ขนาดเล็ก เปิดภาพและเสียงการบรรยายในงานเสวนาที่มหาวิทยาลัย "ธรรมศาสตร์" โดย อาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ปี 53 ที่ผู้ขายเปิดวนไปมา ท่ามกลางกลุ่มผู้ชุมนุมเดินผ่านมาจับกลุ่มยืนดูอย่างสนใจ และยังมีซีดี "เสวนานิติราษฎร์" ที่มีนักวิชาการมาแลกเปลี่ยนทัศนะกันในเวทีเสวนาถูกถ่ายทอดลงแผ่น "ซีดี ดีวีดี" และอื่นๆอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งเรื่องราวประวัติศาสตร์ในอดีตและปัจจุบัน


แผ่นซีดีเสวนาทั้งหลาย ได้รับการสนุนสนุนประชาสัมพันธ์ จากผู้ปราศรัยบนเวที แจ้งให้ผู้ชุมนุมไปหาซื้อกลับไปเปิดดู เพื่อหาความรู้เชิงวิชาการ ที่มีเหตุมีผล มีที่มาที่ไป ในแต่ละเรื่องแต่ละเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งหมดเป็นซีดีที่ไม่มีลิขสิทธิ์ปั๊มได้ไม่ต้องกลัวถูกจับคดีละเมิด !!


เมื่อสำรวจต่อไปจะพบว่าหมวดสินค้าที่ให้ความรู้ ไม่ได้มีแค่ซีดีเท่านั้น แต่ยังมีหนังสือเก่า-ใหม่ ที่พ่อค้าแม่ค้าขนมาวางจำหน่าย บางเล่มร้านขายหนังสือทั่วไปไม่มีจำหน่ายแต่หาซื้อได้ในตลาดนัดเสื้อแดง


ดังนั้นจะเห็นว่าสินค้าประเภทให้ความรู้ที่มีสาระการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ ขายดีแซงหน้าสินค้าประเภท "ล้อเลียน-เหยียบหน้า" ไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว

เปิดโฉม บัตรประจำตัวประชาชนใหม่ตามกฎกระทรวง ปี 2554

ที่มา มติชน







วันที่ 21 ก.พ. กฎกระทรวง ฉบับที่ 23 (พ.ศ. 2554) ออกตามความในพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. 2526 ได้เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา แล้ว
( คลิกดูรูป บัตรประชาชนใหม่ www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2554/A/010/58.PDF )

ทั้งนี้ เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดขนาด สี และ ลักษณะของบัตร และรายการในบัตรและรายละเอียดของรายการในบัตร รวมทั้งแบบบัตรประจำตัวประชาชน ที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์แบบอเนกประสงค์ให้มีความชัดเจนและเหมาะสม ตลอดจนกำหนดให้ เจ้าพนักงานออกบัตรสามารถกำหนดมาตรการตรวจสอบและป้องกันการปลอมแปลงบัตรได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวง

สำหรับ รายละเอียดของลักษณะบัตรด้านหน้า ประกอบด้วย
1. รูปครุฑสีดาบนพื้นสีขาวอยู่ในเส้นวงกลมสีแดง
2. ลวดลายสีฟ้าลักษณะเหมือนแผงวงจรไฟฟ้า
3. หน่วยความจา (IC chip)
4. รูปพระบรมมหาราชวังสีฟ้าเข้ม
5. ลายพื้นของบัตรเป็นลายประดิษฐ์สีฟ้าอ่อน
6. ที่ว่างสาหรับรูปถ่าย
7. และ 8 . micro text ป้องกันการปลอมแปลง ซึ่งเมื่อใช้แว่นขยายจะเห็นเป็นตัวอักษร “THAILAND” ต่อเนื่องกันเป็นเส้นสีแดง


ส่วนรายละเอียดของลักษณะบัตรด้านหลัง
1. รหัสการผลิต
2. ลวดลายสีฟ้าลักษณะเหมือนแผงวงจรไฟฟ้า
3. สัญลักษณ์ตรวจสอบบัตร (hologram) เป็นสีทองภายในปรากฏรูปพระบรมมหาราชวัง รูปวงกลมอยู่มุมบนซ้าย มีรูปแผนที่ประเทศไทยซ้อนอยู่ตรงกลางเห็นได้โดยตรง หรือเมื่อเอียงบัตร ในที่ว่าง มีคำว่า “ประเทศไทย” ต่อเนื่องกันเป็นแนวตลอด
4. รูปพระบรมมหาราชวังสีฟ้าเข้ม
5. รูปธงชาติ ด้านบนมีคาว่า “ประเทศไทย” และด้านล่างมีคาว่า “THAILAND”
6. ลายพื้นของบัตรเป็นลายประดิษฐ์สีฟ้าอ่อน

ส่วนกฎกระทรวง ข้อ 4 ระบุว่า บรรดาบัตรประจำตัวประชาชนที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์แบบอเนกประสงค์ซึ่งออกให้แก่ผู้ถือบัตรในวันก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ที่มีขนาดและลักษณะของบัตรตามแบบบัตรประจำตัวประชาชนที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์แบบอเนกประสงค์ท้ายกฎกระทรวงนี้ ให้ยังคงใช้ได้ต่อไปจนกว่าบัตรดังกล่าวจะหมดอายุหรือมีการออกบัตรใหม่

บัตรตามวรรคหนึ่งแม้จะไม่มี micro text ป้องกันการปลอมแปลง ซึ่งเมื่อใช้แว่นขยาย จะเห็นเป็นตัวอักษร “THAILAND” ต่อเนื่องกันเป็นเส้นสีแดง หรือรหัสการผลิตก็ให้ถือว่าเป็นบัตรที่ใช้ได้