WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Wednesday, February 23, 2011

เดินทางต่อไป

ที่มา Thai E-News



โดย กวีศรีประชา

สูดลมหายใจแห่งอิสรภาพให้เต็มอิ่ม
ลิ้มรสแห่งความเป็นธรรมให้ชื่นใจ
อย่าลืมเรื่องเก่าเมื่อวันก่อน
นอนพักในอ้อมกอดครอบครัวให้หายคิดถึง
อย่าบอกว่าเรื่องที่ผ่านมาเป็นนิทาน
ยืนยันต่อไปว่า นี้คือเรื่องจริงอันสลับซับซ้อน
อย่าเริงใจกับอรุณรุ่งให้มากนัก
ทั้งอย่าซ้ำเติมว่านี่คือ อัสดงคตอันนำไปสู่กาฬปักษ์แห่งความมืดมิด
นักเดินทางแสวงสัจจะย่อมต้องเดินทางต่อไป
เดินทางมาไกลเท่าไร ไม่สำคัญ
ที่สำคัญเรื่องยังไม่จบ

20ปีรสช. สถาบันกษัตริย์กับรัฐประหาร

ที่มา Thai E-News



สถาบันฯกับการรัฐประหาร-การรัฐประหาร19กันยายน2549ก็เช่นเดียวกับรัฐประหาร23กุมภาพันธ์2534และทุกครั้ง คือกองทัพอ้างว่าเพื่อปกป้องสถาบันกษัตริย์ เป็นหัวใจหลักของการทำรัฐประหาร ข้ออ้างอันอัปลักษณ์นี้ยังจะดำรงอยู่คู่กับประเทศไทยไปอีกนานแค่ไหน..?


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
23 กุมภาพันธ์ 2554

ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยยุคใหม่ การหยิบยกสถาบันกษัตริย์เป็นเครื่องมือทำลายล้างฝ่ายปฏิปักษ์การเมืองมีมาตลอด นับแต่คราวรัฐประหารพฤศจิกายน 2490 ก็นำเรื่องคดีลอบปลงพระชนม์รัชกาลที่ 8 เป็นเหตุอ้างสำคัญ ในการรัฐประหารปี 2500 ก็มีหลักฐานว่า เพราะจะมีการรื้อฟื้นคดีลอบปลงพระชนม์ใหม่ ในเหตุการณ์ปฏิวัติประชาชนในเดือนตุลาคม 2516 ก็มีการใส่ความว่าพันเอกณรงค์ กิตติขจร บุตรชายจอมพลถนอมมักใหญ่ใฝ่สูงจะเป็นประธานาธิบดีคนแรก ในเหตุการณ์นองเลือดเดือนตุลาคม 2519 ก็มีการใส่ความนักศึกษาฝ่ายซ้ายว่าเล่นละครแขวนคอดูหมิ่นรัชทายาท..กรณีรัฐประหาร19กันยายน2549 หรือรสช.23กุมภาพันธ์2534ก็อยู่ในลักษณ์เดียวกัน

ทั้งหมดนี้ถูกพิสูจน์ภายหลังว่าเหลวไหลทั้งเพ




ปากคำเหยื่อรัฐประหาร23กุมภาพันธ์:ผมเรียก'เด็จยายทุกคำ

"ผมชาไปทั้งใบหน้า และชาไปทั้งตัว เมื่อได้ยินเสียงประกาศการทำรัฐประหารจากปากของคณะรสช. พ่อผมเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ ทราบแต่ว่าคณะรัฐประหารควบคุมตัวเอาไว้ที่กองทัพอากาศ ส่วนผมขับรถตระเวณไปเรื่อยๆในกรุงเทพฯ คิดถึงชะตากรรมของตัวเอง แต่ที่หนักหนาที่สุดคือชะตากรรมของประเทศชาติ"
ดร.ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ "อาจารย์โต้ง"กล่าวภายหลังเหตุการณ์รัฐประหาร 23 กุมภาฯไม่นานนัก เขามีแววตาตั้งคำถามมากมายในระหว่างที่หวนรำลึกถึงเหตุการณ์ทำรัฐประหาร23กุมภาพันธ์ 2534


"ผมอับอายขายขี้หน้าชาวโลก จนไม่รู้จะตอบคำถามสื่อมวลชนตะวันตกในเวลานั้นอย่างไรดี มันเป็นไปไม่ได้เลยในโลกยุคพ.ศ.นั้นที่จะเกิดการทำรัฐประหารยึดอำนาจขึ้นมาได้อีก รัฐบาลพ่อของผมกำลังนำประชาธิปไตยมาปักหลักในประเทศนี้ รัฐบาลกำลังพัฒนาเศรษฐกิจ อาจมีปัญหาเรื่องการกระจายรายได้ แต่เราก็กำลังทำกันอยู่"
ดร.ไกรศักดิ์ ซึ่งเวลานั้นมีอีกหมวกใบหนึ่งเป็นหัวหน้าทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลกของรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ

ซึ่งเวลานั้นมีด๊อกเตอร์หนุ่มสมองไบรต์และห้าวสุดขีด อย่างดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย และพันศักดิ์ วิญญรัตน์ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของทีม และเป็นสายล่อฟ้า มีเรื่องระหองระแหงกับผู้นำกองทัพอยู่เป็นระยะ

"เชื้อไฟของการรัฐประหารเริ่มต้นจากสือมวลชน ไทยรัฐซึ่งเปิดธุรกิจผับกลางคืนอยู่ อาจเปิดเกินกว่ากฎหมายกำหนด คุณเฉลิม(เฉลิม อยู่บำรุง เวลานั้นเป็นรมต.ประจำสำนักนายกฯ)เข้าไปเข้มงวดกวดขันมาก ทำให้ไทยรัฐตอบโต้คืนด้วยการโจมตีว่ารัฐบาลพ่อผมเป็นบุฟเฟ่ต์ คาบิเนต โจมตีเรื่องคอรัปชั่น ทั้งที่รัฐบาลทำเรื่องก้าวหน้าตั้งมากอย่างนโยบายอินโดจีน เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า แต่เราก็ให้เสรีภาพกับสื่ออย่างมาก เราสนับสนุนให้ยกเลิกประกาศปร.42ที่ริดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อ แต่ก็กลับกลายมาเป็นอาวุธทิ่มแทงเราเสียเอง ไทยรัฐซึ่งมีอิทธิพลมากในเวลานั้นเขียนว่า หากใครต้องการการปฏิวัติ ก็ให้เขียนจดหมายเข้ามาซัก1ล้านฉบับ"
อดีตหัวหน้าทีมที่ปรึกษาบ้านพิษฯเล่าชนวนเหตุการรัฐประหารครั้งนั้น

ซึ่งดูไม่ต่างไปจากรัฐประหาร 19 กันยายน2549 นัก นั่นคือพวกสื่อที่เสียประโยชน์จากรัฐบาลทักษิณเป็นผู้ก่อชนวนขึ้นมา

"เรื่องคอรัปชั่นนั้นเป็นเงื่อนไขโดยทั่วไปที่กองทัพมักอ้างเป็นเหตุของการรัฐประหาร แต่ที่ผมยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิงก็คือการหยิบยกเอาเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเงื่อนไขสำคัญ จะเป็นไปได้อย่างไรว่ารัฐบาลไม่ปกป้องสถาบันกษัตริย์ คนไม่รู้หรอกหรือว่าแม่ผม(ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ)เคยอยู่รับใช้ใกล้ชิดสมเด็จย่า ผมตอนเด็กๆก็เข้าไปวิ่งเล่นในวังของท่าน ยังเรียกท่านว่าเด็จยายๆอยู่เลย"
ไกรศักดิ์มีแววตาที่ขมขื่นเมื่อกล่าวถึงตอนนี้

ความผิดพลาดของรัฐบาลพลเรือนคือประเมินกองทัพผิด

ก่อนหน้านั้นไม่นานกองทัพที่มีพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เป็นผู้นำ ซึ่ง"บิ๊กจิ๋ว"นั้นชัดเจนว่าเป็นทหารการเมือง เขาใช้ทรัพยากรกองทัพเปิดโครงการอีสานเขียว เพื่อสร้างความนิยมในภาคอีสาน และต่อมาประกาศตั้งพรรคความหวังใหม่ แต่ก็ถูกจปร.5ทหารรุ่นน้องโจมตีว่าไม่น่าไว้ใจ เพราะพลเอกชวลิตเผลอพูดเรื่อง"สภาเปรซิเดียม"

จนถูกนักการเมืองอนุรักษ์นิยมอย่างม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมชตั้งคำถามแรงๆว่า"แล้วจะเอาในหลวงไปไว้ที่ไหน เมื่อมีสภาเปรซิเดียม!"

มวลชนของพลเอกชวลิตในเวลานั้นใต้การนำของประเสริฐ ทรัพย์สุนทร แห่งสภาปฏิวัติดูก้าวล้ำมวลชนมากไป ขาดฐานมวลชนสนับสนุน แม้จะแรงถึงขั้นที่นักศึกษาแนวร่วมจากรามคำแหงคือธนาวุฒิ คลิ้งเชื้อ จุดเพลิงเผาตัวตายเพื่อขับไล่รัฐบาลชาติชายออกไป และเรียกร้องหา"การเมืองใหม่"ในยุคนั้นคือให้เกิดสภาปฏิวัติ แต่ก็ไม่ก่อผลสะเทือนใดๆต่อรัฐบาล

เมื่อบิ๊กจิ๋วออกมาตั้งพรรคความหวังใหม่ รัฐบาลชาติชายได้ตั้งจปร.รุ่น 5 นำโดยพลเอกสุจินดาขึ้นยึดกุมกองทัพทั้งแผง พลเอกสุจินดาถูกชื่นชมจากสื่อมวลชนว่าฉลาดปราดเปรื่องกว่าบิ๊กจิ๋วเสียอีก ที่สำคัญเขาไม่ใช่ทหารการเมือง

"เราประเมินเขาผิดพลาดจริงๆที่คิดว่าสุจินดาเป็นนายทหารอาชีพต่างจากพลเอกชวลิต"
ไกรศักดิ์กล่าวหวนรำลึก...

ซึ่งก็ไม่ต่างไปจากพันตำรวจโททักษิณนักที่ไปคว้าเอาพลเอกสนธิ บุณยะรัตกลินขึ้นมาเป็นผู้นำกองทัพ เพราะเห็นว่าเขาเป็นมุสลิมที่อาจช่วยเยียวยานโยบายที่ผิดพลาดจากกรณีตากใบและกรณีกรือเซะห์ได้ และเห็นว่า"บิ๊กบัง"นั้นไม่ใช่ทหาร"การเมือง"

คดีลอบสังหารบุคคลสำคัญชนวนยึดอำนาจ

คณะรสช.นำภาพการสารภาพของพันเอกบุลศักดิ์ โพธิเจริญ ส.ส.พรรคพลังธรรม ลูกพรรคของพลตรีจำลอง ศรีเมืองว่าพัวพันกับคดีลอบสังหารบุคคลสำคัญออกฉายวนไปเวียนมาทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจในช่วงวันแรกๆของรัฐประหาร23กุมภาฯ เพื่อโฆษณาให้ประชาชนเห็นถึงความจำเป็นในการยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนที่ประชาชนเลือกมา

ซึ่งไม่จำกัดเพดานอยู่ที่พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก อดีตผู้นำกองทัพ กับพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีเท่านั้น แต่ยังก้าวล่วงไปถึงสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถอีกด้วย

"คดีลอบสังหาร"นั้นมีพลตำรวจเอกบุญชู วังกานนท์ ซึ่งเป็นอดีตนักเรียนจปร.5รุ่นเดียวกับผู้นำรสช.คือพลเอกสุจินดา คราประยูร เป็นคนทำคดี มุ่งเป้าไปที่นายทหารจปร.7ที่มีพลตรีมนูญ รูปขจร พลตรีจำลอง ศรีเมือง พันเอกประจักษ์ สว่างจิตร พลเอกพัลลภ ปิ่นมณี เป็นแกนนำ ส่วนพันเอกบุลศักดิ์ โพธิเจริญ เป็นสมาชิกรุ่นจปร.7

คดีนี้จับจุดเอาภายหลังเหตุการณ์รัฐประหารเมษาฮาวาย(1-3เมษายน2524)ของจปร.7ต่อรัฐบาลของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ล้มเหลวลง ทั้งที่มีกองกำลังมากกว่า ว่ากันว่าเพราะมีสตรีสูงศักดิ์มากเป็น"บุคคลสำคัญ"เข้าขัดขวางการรัฐประหาร และอุ้มชูพลเอกเปรมให้ครองอำนาจต่อมาอีก8ปี

ฝ่ายจปร.7อ้างว่าเมื่อพวกตนยอมแพ้ตามที่"คุณขอมา"แล้ว แทนที่จะได้รับการปฏิบัติตามสัญญาลับๆว่าจะไม่เอาผิด และให้กลับเข้ารับราชการ กลับเจอปลดพลตรีมนูญกลายเป็นนายมนูญ ส่วนพันเอกพัลลภ(ยศขณะนั้น)หนีไปทำไร่ที่ภาคอีสานก็ยังถูกลอบสังหาร จึงมีปฏิบัติการเอาคืนบ้าง จนเกิดกรณีที่เรียกว่า"คดีลอบสังหารบุคคลสำคัญ" แต่นายทหารจปร.7อ้างว่า ก็จำกัดอยู่ที่บุคคลระดับสามัญชนเท่านั้น

นายมนูญกลับมาก่อรัฐประหารอีกครั้งในวันที่ 9 กันยายน2528 แต่ล้มเหลวเป็นคำรบสอง ต้องหนีไปต่างประเทศ ต่อมาได้รับการคืนยศและก้าวเป็นพลตรีในยุคของรัฐบาลพลเอกชาติชาย ทำให้จปร.5หวาดระแวงว่ารัฐบาลชาติชายจะใช้มนูญมาคานอำนาจ หรือสั่นคลอนพวกตน

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 ขณะที่พลเอกชาติชายจะบินไปเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯที่เชียงใหม่ ก็ถูกทหารอากาศ ลูกน้องของบิ๊กเต้-พลอากาศเอกเกษตร โรจนนิล จับกุมตัว และประกาศการทำรัฐประหาร

"เรายอมถอยหลังไป1ก้าว เพื่อจะได้ก้าวไปข้างหน้า10ก้าว"
เป็นคำประกาศต่อสื่อมวลชนของพลเอกสุจินดา ผู้นำการทำรัฐประหารในครั้งนั้น

การสอบสวนและยึดทรัพย์รัฐบาลพลเอกชาติชายโดยมือตงฉินคือพลเอกสิทธิ จิรโรจน์จบลงด้วยการยึดทรัพย์ใครไม่ได้ และต้องคืนทรัพย์สินทั้งหมดให้นักการเมือง เวลาต่อมาพลเอกสุนทร คงสมพงษ์ ประธานรสช.ตายลง เกิดเรื่องอื้อฉาวเมียน้อยเมียหลวงฟ้องแย่งสมบัติกว่า2,000ล้านบาท

ไม่มีใครรู้ว่าทหารอย่างบิ๊กจ๊อดร่ำรวยผิดปกติมาจากไหน...

การใช้สถาบันกษัตริย์เป็นเครื่องมือขจัดปฏิปักษ์การเมือง

ส่วนคดีลอบสังหารเปลี่ยนมือมาสู่มือปราบตงฉินพลตำรวจเอกธนู หอมหวล ครั้งสุดท้ายที่เราได้ยินเกี่ยวกับคดีนี้คือ"สำนวนอ่อน"และเรื่องก็กลายเป็นคลื่นกระทบฝั่ง

ส่วนพันเอกบุญศักดิ์มีข่าวไปบวชและเงียบหาย พลตรีมนูญกลายมาเป็นนักการเมืองที่ก้าวถึงตำแหน่งประธานวุฒิสภา

พลตรีจำลองกับพลเอกพัลลภกลายเป็นแกนนำพันธมิตร และใช้สถาบันกษัตริย์โจมตีเหยื่อรายใหม่คือพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตรว่าไม่จงรักภักดี ตีตนเสมอเจ้า และนำมาสู่การรัฐประหาร19 กันยายน 2549 และยังใช้ข้อกล่าวหานี้ไล่ล่าทักษิณกับผู้สนับสนุนมาจนวันนี้


ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยยุคใหม่ การหยิบยกสถาบันกษัตริย์เป็นเครื่องมือทำลายล้างฝ่ายปฏิปักษ์การเมืองมีมาตลอด นับแต่คราวรัฐประหารพฤศจิกายน 2490 ก็นำเรื่องคดีลอบปลงพระชนม์รัชกาลที่8เป็นเหตุอ้างสำคัญ ในการรัฐประหารปี 2500 ก็มีหลักฐานว่าเพราะจะมีการรื้อฟื้นคดีลอบปลงพระชนม์ขึ้นมาพิจารณากันใหม่ ในเหตุการณ์ปฏิวัติประชาชนในเดือนตุลาคม2516 ก็มีการใส่ความว่าพันเอกณรงค์ กิตติขจร บุตรชายจอมพลถนอมมักใหญ่ใฝ่สูงจะเป็นประธานาธิบดีคนแรก ในเหตุการณ์นองเลือดเดือนตุลาคม 2519 ก็มีการใส่ความนักศึกษาฝ่ายซ้ายว่าเล่นละครแขวนคอดูหมิ่นรัชทายาท..กรณีรัฐประหาร19กันยายน หรือรสช.23กุมภาพันธ์2534ก็อยู่ในลักษณ์เดียวกัน

ทั้งหมดนี้ถูกพิสูจน์ภายหลังว่าเหลวไหลทั้งเพ

การใช้สถาบันกษัตรยิ์เป็นเครื่องมือขจัดปฏิปักษ์การเมืองนั้นมีมาอย่างสืบเนื่อง และยังจะดำรงอยู่คู่กับประเทศไทยสืบไป ตราบเท่าที่ยังไม่มีการปฏิรูปอย่างถึงรากถึงโคน แยกสถานะบทบาทสถาบันกษัตริย์ให้อยู่พ้นวังวนการเมือง หรือปราศจากการเมืองได้อย่างแท้จริง

*********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-กรณีตัวอย่างที่สถาบันกษัตริย์ สามารถปฏิเสธรัฐประหาร และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้รัฐประหารพ่ายแพ้ได้ : "กบฏยังเติร์ก" 2524

เรื่องลึกลับของการขึ้นเป็นนายกฯพระราชทานรอบสองหลังพฤษภาทมิฬของอานันท์ ปันยารชุน

โพสต์ทูเดย์ รายงาน“กรณ์”ยอมรับ“รัฐบาลเทพประทาน”หมดปัญญาคุม“สินค้าแพง”

ที่มา thaifreenews

โดย lovethai

“กรณ์”ยอมรับรัฐหมดทางคุม“สินค้าแพง”


กรณ์ยอมรับรัฐบาลไม่สามารถคุมราคาสินค้าได้ทั้งหมด ชี้สินค้าบางอย่างแพงขึ้นเป็นเรื่องต้องทำใจ


นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ในฐานะึคณะกรรมการติดตามโครงการประชาวัฒน์ กล่าวถึงราึคาน้ำมันปาล์มราคาแพงว่า รัฐบาลไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าไม่ให้แพงได้ทั้งหมด ดังนั้นราคาสินค้าบางอย่างแพงขึ้นก็เป็นเีรื่องที่ต้องทำใจ
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาพยายามชดเชยรายได้ หรือ ไม่เพิ่มรายจ่ายให้กับประชาชนในทางอื่น เช่น การตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท ทำให้ราคาสินค้่าแพงขึ้นไปอีก ซึ่งรัฐบาลมีเงินกองทุนน้ำมันอีก 2 หมื่นล้านบาท ในการชดเชยราคาน้ำมันดีเซล

"รัฐบาลไม่สามารถไปดูแลราคาสินค้าทุกประเภทได้ เพราะมันขึ้นอยู่กับปริมาณ ความต้องการสินค้า และปริมาณสินค้าในท้องตลาดที่มีจริง แต่บางประเภทสินค้าที่เราดูแลได้และส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนก็ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดูแลประชาชน"นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวว่า ได้รายงานความคืบหน้าโครงการประชาวิวัฒน์ 9 มาตรการ ให้นายอภิสิืทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รับทราบที่ดำเนินการมา 5 สัปดาห์ ซึ่งแต่ละัมาตรการอยู่ระหว่างดำเนินการ


(ที่มา โพสต์ทูเดย์ ,21 กุมภาพันธ์ 2554)

บทความข่าวสด:“น้ำมันปาล์ม” เรื่องของรัฐบาลแย่งกันโกงกินแล้วทำ"ชาวบ้าน"เดือดร้อน

ที่มา thaifreenews

โดย lovethai

กรณี น้ำมันปาล์ม จุดสลบ ของ "รัฐบาล" รัฐบาล "เส้น" ใหญ่


หากศึกษาปัญหาจากตูนิเซีย หากศึกษาปัญหาไทยก่อนเกิดสถานการณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2516 ไม่ควรประมาทสภาวะขาดแคลนน้ำมันปาล์มอย่างเด็ดขาด

เพราะนี่คือปัญหาเศรษฐกิจ อันเกี่ยวกับปากท้องของชาวบ้าน

กรณีตูนิเซียจุดเริ่มมาจากสภาวะว่างงาน และระเบิดขึ้นเมื่อบัณฑิตซึ่งสร้างงานด้วยการเข็นรถขายของ แต่ถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐ

หมดหนทางถึงกับเผาตัวประชด

การประชดของหนุ่มคนนั้นสอดรับกับอารมณ์ความรู้สึกของชาวบ้านที่เหลืออดเหลือทนกับการบริหารจัดการในเรื่องเศรษฐกิจ

ก็เป็นเรื่อง

เป็นเรื่องเหมือนกับสถานการณ์ที่ชาวบ้านต้องเข้าคิวซื้อข้าวจากกระทรวงพาณิชย์ทั้งๆ ที่ประเทศไทยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ

จากความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจบานปลายกลายเป็นปัญหาทางการเมือง



ปัญหาทางเศรษฐกิจนี้แหละที่ชี้ขาดสถานการณ์และอนาคตทางการเมืองมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นยุคดึกดำบรรพ์ หรือยุคแห่งโลกาภิวัตน์

สำนวนไทยโบราณที่ว่า"ข้าวยากหมากแพง" มีความแจ่มชัดยิ่งในความหมาย

สำนวนไทยโบราณที่ว่า "เดือดร้อนไปทุกหย่อมย่าน" สะท้อนทั้งการกดขี่ทางการเมืองและการขูดรีดทางเศรษฐกิจ

นี่คือสภาพอย่างที่สรุปว่า ความคับแค้นทางจิตใจ ความยากไร้ทางวัตถุ

เป็นความคับแค้นจากความไม่เป็นธรรมในทางการเมือง เป็นความยากไร้เนื่องจากการทุจริตคอร์รัปชั่นทำให้เกิดภาวะข้าวยากหมากแพง


อย่าว่าแต่ชาวบ้านเลยที่ประสบปัญหาเนื่องแต่น้ำมันปาล์มขาดตลาด แม้แต่พระตามวัดก็มีปัญหาตั้งแต่วัดแหลมจนถึงพระปฐมเจดีย์และวัดในพระนครศรีอยุธยา


ต่อให้มี "แบ๊ก" ดีมีอิทธิพลเพียงใด ก็ยากจะรอดสันดอนไปได้หากชาวบ้านเดือดร้อน


ประเด็นที่น่าจับตาอย่างเป็นพิเศษในกรณีน้ำมันปาล์มขาด ประเด็น 1 คือน้ำมันปาล์มเป็นพืชเศรษฐกิจของภาคใต้เหมือนกับยางพารา

และอีกประเด็น 1 วิธีการนำเข้ากำลังกลายเป็นชนวนอันร้อนแรง

คำถามอยู่ที่ว่า การกักตุนอันเป็นเหตุให้เกิดการขาดแคลนนั้นใครได้ประโยชน์กันแน่ระหว่าง ส.เสือ กับ พ.พาน

นี่ล้วนเป็นเรื่องภายในของรัฐบาล ระหว่างพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลด้วยกัน มิได้เกี่ยวกับฝ่ายค้านหรือฝ่ายที่นอกรัฐบาลไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ

เป็นเรื่องแย่งกันกินแล้วผลักภาระความเดือดร้อนให้ "ชาวบ้าน"

น่าเสียดายที่พรรคฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยไม่แข็งแกร่ง ไม่เป็นเอกภาพ

หากพรรคเพื่อไทยมีความแข็งแกร่ง มีความเป็นเอกภาพ และส่งคนลงไปศึกษาปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านอย่างจริงจัง เรื่องนี้สามารถสั่นคลอนสถานะของรัฐบาลได้

น่าเสียดายที่พรรคเพื่อไทยไม่แข็งแกร่ง ไม่เป็นเอกภาพ ไม่มีประสิทธิภาพ


(ที่มา ข่าวสดรายวัน , 21 กุมภาพันธ์ 2554)

บุหงารายานิวส์: ปิดล้อมนราฯ ค้นบ้านผู้ผลิตสื่อทางเลือก

ที่มา ประชาไท

เจ้าหน้าที่สนธิกำลังล้อมหมู่บ้านนาดา รือเสาะ นราธิวาส ค้นบ้านหลายหลัง แต่ไม่พบผู้ต้องส่งสัย อาวุธ หรือสิ่งผิดกฎหมายใดๆ พร้อมกันได้ตรวจค้นบ้านผู้ผลิตสื่อทางเลือกพีสมีเดีย และตรวจดีเอ็นเอ

เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 54 เวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังปิดล้อมหมู่บ้านนาดา ม.3 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เพื่อตรวจค้นบ้านต้องสงสัย ขณะเดียวกันนั้นได้ตรวจค้นบ้านของผู้ผลิตสื่อทางเลือก เครือข่ายอาสาสมัครสื่อสันติภาพชายแดนใต้ (Southern Peace Media SPM)หรือพีสมีเดีย และได้ตรวจดีเอ็นเอ แต่ไม่พบผู้ต้องสงสัย อาวุธ หรือสิ่งผิดกฎหมายใดๆ

นายเฟาซี ผู้ผลิตสื่อทางเลือก เครือข่ายอาสาสมัครสื่อสันติภาพชายแดนใต้ (Southern Peace Media SPM) เล่าว่า เหตุที่ทำให้บ้านตัวเองถูกค้น เพราะว่าญาติออกไปข้างนอกและได้ล็อคประตูบ้านด้านนอก ตัวเองซึ่งเพิ่งกลับจากการทำงาน ได้นอนพักอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่มองว่ามีพิรุด จึงทำการตรวจค้นบ้านผมทันที และตอนนั้นกำลังนอนอยู่ ตกใจมากที่เห็นเจ้าหน้าพกปื้นเข้ามาในบ้านตัวเอง

"ทางเจ้าหน้าที่ได้สอบถามผมทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงานว่า ทำงานอะไรอยู่ ที่ไหน ทำงานให้กับใคร องค์กรอะไร เป็นเวลานานกว่า 30 นาที พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ได้ค้นในกระเป๋าทำงานของผม ซึ่งมีคอมพิวเตอร์พกพา(โน็ตบุก) กล้องวีดีโอ และอีกมาก จากนั้นก็ได้พาตัวผมเพื่อให้เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ตรวจ อีกบ้านหนึ่ง ทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับว่า เหมือนเป็นผู้ต้องหา แต่ผมเองก็เข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ตรงนั้น"

จากการสอบถามชาวบ้านในหมู่บ้านนาดา นายเฟาซี กล่าวว่า ชาวบ้านต่างรู้สึกไม่พอใจ กับการที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นบ้านที่ไม่มีเจ้าของบ้านและได้เอา กรรไกรตัดเหล็ก มาตัดกุญแจ และงัดประตูบ้าน หลายหลังอีกด้วยกัน และต่างพูดตรงกันว่า การเข้าตรวจค้นหมู่บ้านครั้งนี้ ดูน่ากลัวมากกว่าทุกครั้ง

เครือข่ายอาสาสมัครสื่อสันติภาพชายแดนใต้ Southern Peace Media (SPM หรือ Peace Media) เป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านสื่อภาพและเสียง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นสื่อทางเลือกที่นำเสนอสารคดีผ่านเว็บไซต์ http://www.southernpeacemedia.tv/

ที่มา: http://www.bungarayanews.com/news/view_news.php?id=556

ไม่เอา 112: โรคระบาดใหม่ทางเฟสบุค ที่กำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
22 กุมภาพันธ์ 2554


badges No! Use LML – No! use the lese-majeste law. – NO! 112 ได้ถูกสร้างขึ้นที่โลกอินเตอร์เนทเพื่อให้คนสามารถเอาโลโก้นี้ไปแปะรูปของตัวเองได้ โดยผู้สร้างอธิบายเหตุผลไว้ว่า

เราไม่ใช่ ไม่เอา ม.112 มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง เราต้องการยกเลิกหรืออย่างน้อยต้องปฏิรูปกฏหมายตัวนี้ เพราะไม่สอดคร้องกับหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยในเรื่องความรับผิด ชอบตรวจสอบได้(Accountability)

“..ประเด็นสถาบันกษัตริย์ รวมทั้งเรื่องการสืบราชสันตติวงศ์ ความจริง เป็นประเด็นสาธารณะ ที่ประชาชนทุกคนควรต้องมีสิทธิและเสรีภาพที่จะอภิปรายได้อย่างตรงไปตรงมา..” สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

ดังนั้นผู้ที่นิยมในระบอบประชาธิปไตยต้องสนับสนุนให้มี สิทธิในเสรีภาพตรงนี้

อ่านความเห็นของสมศักดิ์ เกี่ยวกับกฏหมายตัวนี้ได้ที่ “นปช.แดงทั้งแผ่นดินกับโทรเลขวิกิลีกส์ ฉบับวันที่ 25 มกราคม 2553

ร่วมลงชื่อ Vote เกี่ยวกับกฏหมายตัวนี้ได้ที่ http://ilaw.or.th/node/183

ขณะนี้ยอดติด badge นี้ในเฟสบุคมีจำนวนกว่าพันคนแล้ว สำหรับผู้สนใจยกเลิกกฎหมายหมิ่นฯ เชิญติด badge NO 112 ได้ที่นี่ http://www.picbadges.com/no-use-lml/333847/

สำหรับปรากฎการณ์วันนี้ (22 กุมภาพันธ์) เพียงชั่วไม่กี่ชั่วโมง หลังจากปรากฎการณ์การบุกจับสุรชัย แซ่ด่าน ในโลกเฟสบุค ได้มีการตื่นตัวเป็นอย่างมาก ทั้งการส่งข่าวสารการถูกจับครั้งนี้ และการเปลี่ยนรูปของพวกเขาที่มีติดโลโก้ ไม่เอา 112 กันอย่างมากมายในวันนี้

จริงๆ แล้วปรากฎการณ์ในโลกเฟสบุค เพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยกับกฎหมายหลงยุคตัวนี้ ได้มีมาอย่างต่อเนื่องและเติบโตอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่มันได้ถูกโหมกระพืออย่างรวดเร็วจากการจับตัวและคุมขังสุรชัย แซ่ด่าน หรือสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์เมื่อคืนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554

จรรยา ยิ้มประเสริฐได้ตั้งกลุ่ม "Overcoming Fear of Monarchy in Thailand - เอาชนะความกลัวพระบรมเดชานุภาพ" เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ โดยเขียนในคำให้การว่า
เพื่อนๆ ของข้าพเจ้า และสหายหลายล้านคนในประเทศไทย ยังคงต่อสู้กับปัญหาคอรัปชั่นและความอยุติธรรมในสังคมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ประชาชนหลายหมื่นคนจากทั่วภูมิภาคเดินทางมายังเมืองกรุงเพื่อเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ พวกเขาหลายคนยามนี้ มีชีวิตอยู่ภายใต้ความกลัวว่าจะถูกทำร้ายร่างกาย จับกุม และคุมขัง

ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะความกลัวกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ส่วนหนึ่งอาจมาจากผลพวงของการเซ็นเซอร์ตัวเอง ส่วนหนึ่งอาจเนื่องมาจากเพราะความสำเร็จของหลายทศวรรษแห่งการโหมประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของสำนักพระราชวัง เรื่องราวของนักโทษคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไม่กี่คดีเท่านั้นที่เป็นที่รับรู้ในหมู่ประชาคมนานาชาติ



นที อิสสรชน สรวารี ได้มีการตั้งกลุ่มใหม่ในเฟสบุค "ไม่เอากฏหมายอาญามาตรา 112" พร้อมแจงเหตุผล "รณรงค์ให้ยกเลิกการบังคับใช้้ กฎหมายอาญามาตรา 112 เนื่องจากเป็น กฎหมายละเมิดสิทธิมนุษยชน" และเชิญชวน "รณรงค์ส่งต่อเพจนี้ให้มากที่สุด ระดมวิธีการต่อต้านมาตรา 112 ให้มากหลากรูปแบบที่สุด"

สมาชิกกลุ่มได้แสดงความคิดเห็นมากมายถึงเหตุผลของการไม่เอา 112

กฎหมายนี้เอาใว้ทำไม?....ไม่มีประโยชน์ไม่เป็นผลดีต่อระบอบประชาธิปไตย
กฏหมายล้าหลังแบบนี้สมควรเลิกใช้ไปนานแล้ว ไม่เพียงแต่ทำลายสิทธิเสรีภาพของประชาชน มันยังถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือของกลุ่มคนที่แสวงหาประโยชน์กับสถาบัน โดยเฉพาะกองทัพ ชอบใช้มาอ้างในการทำรัฐประหาร

ไม่เอา ม.112 ไม่เอา ม.112 ไม่เอา ม.112 จะมีไว้ทำไม มีประโยชน์ เฉพาะพวกเต่าล้านปีเท่านั้น


เราไม่เอา กฎหมายที่มีไว้ทำลายคนคิดต่าง


นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม "รวมพลังต้านกฎหมายกดขี่ 112" และผู้คนมีคอมเมนต์ และข้อเสนอเพื่อกิจกรรมเพื่อแสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยกับกฎหมายอาญามาตรา 112


MuhammadHaris Kayem เขียนเรื่อง มาตรา 112 ไว้อย่างน่าประทับใจว่า

โปรดเย็บลวดหนามปิดปากข้า

หากกังวลว่าคำพูด

และโปรดควักหัวใจของข้าออกมาด้วย

อย่าให้มันเดือดดิ้นในร่างทรงแห่งความโป้ปด

ทุกสิ่งกำลังเคลื่อนไหว ทุกสิ่ง

พวกมดกำลังกลิ้งจักรวาล

ผงคลีดินขดตัวเป็นลายก้นหอย

พายุหมุนเกลียวขึ้นจากใต้ยุ้งฉาง

หอบพัดเมล็ดพันธุ์ร่วงลงเหนือหลังคาเวียงวัง

ชูช่อโน้มลงดิน

สิ่งนี้มิใช่หรือ ที่สูงค่ากว่า

ข้ามิปรารถนาละเมิด



******

เรื่องเกี่ยวเนื่อง:บุกจับสุรชัยแดงสยามกลางดึกยัดคดีหมิ่นฯ เจ้าตัวได้โอกาสรณรงค์เลิกม.112-ปฏิรูปสถาบันฯพ้นการเมือง

คนเสื้อแดงปีติฮิอต้อนรับแกนนำ นปช. สู่อิสรภาพ แน่นเรือนจำคลองเปรม

ที่มา Thai E-News

ภาพคนเสื้อแดงรอตอนรับ 8 แกนนำตั้งแต่ช่วงสายวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554 ขอบคุณภาพจากมติชน

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
22 กุมภาพันธ์ 2554

ขอต้อนรับแกนนำนปช. ทั้ง 8 คน สู่อิสรภาพ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนที่ยังอยู่ในคุกตอนนี้จะได้รับอิสรภาพโดยไว รวมทั้งสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์และนักโทษคดิมาตรา 112 ทุกท่าน




อ้างต่อจากมติชน รายงานช่วงคำวั่นที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 19.45 น. วันที่ 22 ก.พ. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่เรือนจำได้มีการปล่อยตัวแกนนำ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ทั้ง 7 คนและแนวร่วม นปช. แล้ว ท่ามกลาง กลุ่มคนเสื้อแดงที่มารอรับและให้กำลังใจอย่างคับคั่ง โดยมีกองทัพสื่อมวลชนเดินทางมาทำข่าวจำนวนมาก จนเกิดการชุลมุนกันหน้าเรือนจำ ทันทีที่มีการปล่อยตัวแกนนำเสื้อแดง

ทั้งนี้แกนนำ นปช. ทั้ง 7 คือ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายนิสิต สินธุไพร, นายขวัญชัย ไพรพนา, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย และ นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ใส่เสื้อสีขาว ได้ชูมือกันออกมาจากเรือนจำ ก่อนหน้านี้ ในช่วงบ่าย ศาลอาญา ได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

จากนั้นนั้นณัฐวุฒิ ได้ขึ้นขี่คอการ์ดนปช.เพื่อกล่าวกับสื่อมวลชนและพี่น้องเสื้อแดงที่มารอรับ ออกจากเรือนจำ นพ.เหวง ลำดับถัดไป และนายวิภูแถลง ก่อนที่จะเคลื่อนไปยังรถขยายเสียงหน้าเรือนจำเพื่อกล่าวกับพี่น้องอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดเส้นทางที่แกนนำเดินออกจากประตูเรือนจำกลุ่มคนเสื้อแดงได้กรูกันเข้า ประชิดตัวแกนนำโดยมีการ์ดคอยกันตลอดเส้นทาง และกลุ่มคนได้เดินตามไปตลอดทางจนถึงรถเวทีปราศรัย

ขณะเดียวกันที่หน้าเรือนจำกลุ่มผู้ชุมนุมได้ลงไปยืนรอบนพื้นผิวถนนจน ต้องปิดการจราจรถนนงามวงศ์วางฝั่งเรือนจำ ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก



ขอบคุณภาพจาก Casanòva Dangsayéw

Tuesday, February 22, 2011

คลิป ยกเลิกข้อหาหมิ่น โดย อจ.ธงชัย วินิจจะกุล

ที่มา thaifreenews

โดย Comet



ที่มา http://www.internetfreedom.us

"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" ขอบคุณศาลให้ความยุติธรรม เดินสายพบ เสธ.หนั่น -คณิต-วิชัย สังข์ประไพ

ที่มา มติชน

รับชมข่าว VDO

ผู้สื่อข่าวรายงานจากเรือนจำพิเศษ กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 19.45 น. วันที่ 22 ก.พ. ได้มีการปล่อยตัว แกนนำ นปช. แล้ว ท่ามกลาง กลุ่มคนเสื้อแดงที่มารอรับและให้กำลังใจ อย่างคับคั่ง โดยมีสื่อมวลชนเดินทางมาทำข่าวจำนวนมาก จนเกิดการชุลมุนกันหน้าเรือนจำ ทันทีที่มีการปล่อยตัวแกนนำ เสื้อแดง

แกนนำ นปช. ทั้ง 7 คือ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายนิสิต สินธุไพร, นายขวัญชัย ไพรพนา, นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย และ นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก ใส่เสื้อสีขาว ได้ชูมือกันออกมาจากเรือนจำ

ก่อนหน้านี้ ในช่วงเช้า ศาลอาญา ได้อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว

"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" แกนนำ นปช. ในเสื้อยืดสีขาว ได้กล่าวเปิดใจกับคนเสื้อแดง หน้าเรือนจำพิเศษฯ โดยใช้โทรโข่ง และขี่คอายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย ขณะปราศรัย โดยกล่าวขอบคุณ ศาลอาญาที่ให้ความยุติธรรม และพยานที่ให้การไม่ว่าจะเป็น พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ดร. คณิต ณ นคร พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ และนายโสภณ ธิติธรรมพฤกษ์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยจะเดินทางไปขอบคุณทุกคน และอาจเดินทางไปพบเสธ.หนั่น ที่สนามบินน้ำ ค่ำนี้

"ธิดา" ย้ำเคลื่อนไหวต่อหลัง 7 แกนนำได้ประกันตัว นัดชุมนุม 12 มี.ค.(มีคลิป)

ที่มา มติชน



รับชมข่าว VDO

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.30 น. ธิดากล่าวว่า ยินดีที่ศาลเมตตา ซึ่งศาลสั่งห้ามยุยงปลุกปั่นเชื่อว่าทาง7แกนนำมีวุฒิภาวะมากพอไม่ทำอย่างนั้นอยุ่แล้ว นอกจากนี้ยังยินดีกับประเทศไทย ไม่ใช่แค่ครอบครัวขอแกนนำ

"มีอรุณรุ่ง ต้องการให้พระอาทิตย์ขึ้นต่อไป และขอให้มีความยุติธรรมกับคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังอีก100กว่าคนและผู้เสียชีวิต"

นอกจากนี้ ธิดากล่าวว่าหลังจากนี้จะพาแกนนำไปตรวจร่างกาย หลังเห็นณัฐวุฒิเดินกะเผก พร้อมยืนยันวันที่ 12 มี.ค.จะมีการชุมนุมอีกครั้ง แต่ไม่สามารถให้คำตอบได้ว่าแกนนำจะขึ้นเวทีหรือไม่ ต้องให้เขาปรึกษากันถึงความเหมาะสมกันก่อน รวมทั้งไม่ทราบว่า 7 แกนนำจะมาร่วมแถลงข่าวที่อิมพีเรียลในวันพรุ่งนี้หรือไม่

ด้านนายนรินพงศ์ จินาภักดิ์ทนายแกนนำ นปช. กล่าวว่า ขอบคุณความกรุณาของศาลแทนแกนนำทุกคน วันนี้แสดงให้เห็นว่าความยุติธรรมมีจริงในประเทศไทย ส่วนคดีต่างๆ ที่มีโทษเบากว่าคดีก่อการร้ายนี้ คาดว่าศาลจะใช้คดีนี้เป็นตัวตั้ง และปล่อยนปช.ที่เหลือออกมา