WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, February 24, 2011

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 24/02/54

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla



ไร้น้ำยา บ้าน้ำลาย ขายความโง่
แถมอวดโอ้ ว่าตนเอง เก่งนักหนา
มือถือสาก ปากถือศีล ลิ้นมารยา
เลวชั่วช้า ความคิด จิตโสมม....

กระดกลิ้น ยอดแย่ แก้ปัญหา
แล้วลอยหน้า เป็นอีแอบ แบบผสม
คำสามหาว พูดมา ดั่งอาจม
ด้วยโง่งม ปั่น-ปลุก หลงยุคมา....

ปล่อยให้โกง กินกัน จนมันปาก
ยังสำราก เรื่องระยำ อย่างต่ำช้า
ประสบการณ์ สอนมัน เห็นทันตา
แก้ปัญหา แบบโง่โง่ โธ่ไอ้ฟาย....

ไล่ไปต้ม ตุ๋น-นึ่ง มรึงเริ่มบ้า
คิดอุบาทว์ ชาติหมา พาฉิบหาย
หนีต้นตอ ของปัญหา ช่างน่าอาย
โง่งมงาย ขายหน้า พวกสารเลว....

คนจัญไร ครองเมือง เรื่องบัดซบ
มันเลี่ยงหลบ ความจริง พาดิ่งเหว
ประชาชน หมองไหม้ ดั่งไฟเปลว
จนแหลกเหลว ทั่วถิ่น แผ่นดินไทย....

ยังหน้าด้าน อุ้มกัน ขยันหลอก
จนหางงอก เขาเริ่มโผล่ โง่ใช่ไหม
พวกกินหญ้า ต่างรื่นเริง เถลิงชัย
เชียร์มันไป ให้ฉิบหาย ตายยกเมือง....

๓ บลา / ๒๔ ก.พ.๕๔
http://3blabla.blogspot.com

มาร์ครับแล้ว ยังไม่สละสัญชาติอังกฤษ

ที่มา ข่าวสด



เมื่อ 24 ก.พ. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระแถลงผลงานรัฐบาลในรอบหนึ่งปี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงการอภิปรายของนายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทยถึงเรื่องการถือสองสัญชาติของนายกรัฐมนตรี โดยยอมรับเป็นครั้งแรกว่า ยังไม่ได้สละสัญชาติอังกฤษ หลังจากประเด็นดังกล่าวเป็นข่าวที่ยืดเยื้อมานาน เมื่อกลุ่มนปช.ส่งทนายยื่นคำร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือไอซีซี เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคดี 91 ศพ ซึ่งมีช่องทางการส่งคำร้องต่อศาล ในฐานะที่นายอภิสิทธิ์ถือสัญชาติอังกฤษ จึงมีสิทธิ์ยื่นคำร้องได้ตามเงื่อนไขของศาลอาญาระหว่างประเทศ ในฐานะที่อังกฤษเป็นรัฐภาคีแห่งธรรมนูญกรุงโรมฯ ที่ลงสัตยาบันกับไอซีซี

เปิดดูคลิป วิวาทะเดือด "จตุพร-อภิสิทธิ์" วิกิลีกส์ และ "บุคคล 3 คน"

ที่มา มติชน



รับชมข่าว VDO

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส. สัดส่วน อภิปรายในวาระการประชุมสภา พิจารณารายงานแสดงผลการดำเนินการของครม.ตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปีที่หนึ่ง (วันที่ 30 ธันวาคม 2551 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2552) ตอนหนึ่ง เรื่อง งานด้านปกป้องสถาบัน ว่า พวกตนไปยื่นเรื่องให้รัฐบาล กรณีที่มีข่าวลงในหนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดี้ยนที่อ้างจากเว็บไซต์วิกิลีกส์ว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายอานันท์ ปันยารชุน พล.อ.สิทธิ เศวตศิลา คุยกับอีริค จี จอห์น เอกอัคราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยในเวลานั้น ซึ่งมีการพูดถึงองค์รัชทายาทในลักษณะประทุษร้าย ซึ่งมีคนเข้าไปดูเป็นล้านคน แต่นายกฯก็เพิกเฉย ไม่เคยประท้วงไปยังสหรัฐ ไม่ดำเนินคดีกับหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดี้ยน ไม่ดำเนินคดีกับคนไทย 3 คนดังกล่าว แถมยังไปขอพรจาก 1 ใน 3 คนนี้

"นี่หรือที่นายกฯบอกว่า พิทักษ์สถาบัน หรือเอาสถาบันมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้าม ส่วนนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ที่ประกาศนโยบายปกป้องสถาบันไปไหน ทำไมไม่จัดการ ฉะนั้นต่อให้รัฐบาลนี้ทำโครงการใดๆ แต่รัฐบาลไม่ทำเป็นมาตรฐานเดียว โดยถ้าเป็นพวกรัฐบาลหมิ่นได้ ถ้าเป็นคนอื่นหมิ่นไม่ได้ เปรียบเทียบกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล กับ ดา ตอร์ปิโด เป็นต้น พวกตนเจ็บปวดเพราะเคยโดนใส่ร้าย ถูกจับอยู่ในแผนผังล้มเจ้ามาแล้ว" นายจตุพร กล่าว

ต่อมา เวลา 13.05 น. นายอภิสิทธิ์ ลุกขึ้นอภิปรายว่า กรณีที่กล่าวหาว่าตนไม่ดำเนินการอะไร แม้จะมีการยื่นเรื่องให้รัฐบาลดำเนินคดีกับเว็บไซต์วิกีลีกส์นั้น ไม่ใช่เรื่องจริง เมื่อมีการยื่นหนังสือมาไม่เกิน1วันตนได้ให้ สตช.ดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งตนไม่มีหน้าที่ที่จะบอกว่าคนนี้ผิดคนนั้นผิด หรือบอกว่าต้องฟ้องใครไม่ฟ้องใคร ไม่ใช่หน้าที่ตน

ส่วนที่บอกว่าการสอบสวนของ ศอฉ.เกี่ยวกับโครงข่ายเรื่องสถาบันเป็นเรื่องเท็จ ขอยืนยันว่าไม่จริง ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการตรวจสอบและออกหมายเรียก หมายจับตามขั้นตอน พอสั่งปิดเว็บไซต์ก็หาว่าปิดกั้น ล้อมโรงพัก ล้มสถานี


ต้องยอมรับการปิดเว็บไซต์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แทนที่จะเป็นผลดีทำเพื่อปกป้องความมั่นคงของประเทศ แต่ต่างประเทศกลับมาเป็นเรื่องอื่น ดังนั้น จึงดำเนินการเว็บไซต์สื่อได้ค่อนข้างยาก แต่เรื่องตัวบุคคลเป็นเรื่องที่ สตช. ต้องดำเนินการ ส่วนที่บอกว่าตนไปพบประธานองคมนตรีนั้น เพราะท่านดำรงตำแหน่งนี้ก็เป็นพระราชอำนาจ การที่บอกว่าคนที่เขาข่ายละเมิดสถาบัน ห้ามคบ ห้ามพูด ห้ามคุยด้วย แบบนี้จะไปคบใครขณะที่รอบตัวท่านเองก็มีคนเข้าข่ายละเมิดสถาบันเช่นเดียวกัน แล้วท่านจะคบใคร

"ส่วนที่เอกสารเว็บไซต์วิกีลีกส์ได้เผยแพร่นั้น สหรัฐก็ไม่ยืนยันว่าเป็นเอกสารของสหรัฐฯ แต่ทางรัฐบาลได้มีหนังสือไปถึงสหรัฐฯแจ้งว่ามีความเป็นห่วง เนื่องจากมีการกระทบต่อสถาบันจึงขอให้หยุดเผยแพร่"

ศาลอนุญาตประกันตัว“สมชาย”

ที่มา thaifreenews

โดย d-day

ศาลอนุญาตปล่อยตัว “สมชาย ไพบูลย์” ตีเงินประกัน 1 แสนบาท สั่งห้ามยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม และออกนอกประเทศ

ที่ห้องพิจารณาคดี 912 ศาลอาญา เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 24 ก.พ. ศาลนัดไต่สวนคำร้องที่ นายสมชาย ไพบูลย์ อายุ 41 ปี อดีตสมาชิกสภาเขตบางบอน พรรคไทยรักไทย แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ(นปช.) จำเลยคดีหมายเลขดำที่ อ.2543/ 2553 ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐูธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยผู้กระทำความผิดคนใดคนหนึ่งมีอาวุธ เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิกและฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ได้ยื่นขอประกันตัวต่อศาล

โดยวันนี้ ทนายจำเลยนำ นายสมพงษ์ ปรดิษฐ์วงศ์กูล ผู้อำนวยการส่วนควบคุมผู้ต้องขังในเรือนจำ , นายวีระ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช. และจำเลย ขึ้นเบิกความเป็นพยาน 3 ปาก โดยมี นางธิดา ฐาวรเศรษฐ รักษาการประธานนปช. นพ.เหวง โตจิราการ และ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. พร้อมด้วยกลุ่มคนเสื้อแดงกว่า 30 คน เข้าร่วมฟังการพิจารณาด้วย

เมื่อถึงเวลา นายสมพงษ์ เบิกความสรุปว่า จำเลยถูกคุมขังที่แดน 4 เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ในความดูแลของตน จากการสังเกตพฤติการณ์ของจำเลยเห็นว่า ไม่มีความกระด้างกระเดื่อง ประพฤติตัวเป็นผู้ต้องขังที่ดี เชื่อว่าหากจำเลยได้รับการประกันตัวจะไม่หลบหนี

ขณะที่นายวีระ เบิกความว่า ได้เริ่มจัดตั้งกลุ่ม นปช. กับคนที่มีแนวคิดเดียวกัน เพื่อต่อสู้ด้วยตามสันติวิธี เรียกร้องประชาธิปไตย ต่อต้านความไม่เป็นธรรมต่างๆที่เกิดขึ้น การชุมนุมกระทำไปด้วยความสงบปราศจากอาวุธ จำเลยในคดีนี้เป็นแกนนำ นปช. มีหน้าที่ปราศรัยบนเวที ตามแนวทางสันติวิธี โดยไม่ใช้ความรุนแรง ก่อนการสลายการชุมนุม ตนในฐานประธาน นปช. ได้มีการเจรจากับทางรัฐบาลในเรื่องแนวทางการปรองดอง จำเลยเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว แล้วเสนอให้สลายการชุมนุมไปก่อน แต่ภายหลังไม่สามารถเจรจาในเงื่อนไขกันได้ ตนจึงขอลดบทบาทไม่ขอปราศรัยบนเวทีอีก กระทั่งมีการสลายการชุมนุม จำเลยถูกควบคุมตัวตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ไม่ถูกดำเนินคดีฐานก่อการร้ายแต่อย่างใด กระทั่งวันที่ 10 ธ.ค.53 รัฐบาลประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หากจำเลยได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเชื่อว่าจำเลยจะปฏิบัติตามคำสั่งอย่าง เคร่งครัด

ด้านนายสมชาย ไพบูลย์ เบิกความเป็นพยานปากสุดท้ายว่า เป็นแกนนำ นปช. เรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริง ต่อต้านความไม่เท่าเทียมกันในสังคม ถูกดำเนินคดีนี้โดยไม่มีความผิดฐานก่อการร้าย ถือเป็นแกนนำคนเดียวที่ไม่ถูกดำเนินคดีฐานก่อการร้าย ตนยอมรับหากมีการเจรจาร่วมกับรัฐบาลเพื่อหาแนวทางปรองดอง เมื่อมีการสลายการชุมนุมได้เดินทางกลับไปที่บ้านเกิด จ.นครศรีธรรมราช กระทั่งถูกตำรวจกองปราบปรามตามไปจับกุม ในวันที่ 9 มิ.ย.53 ก่อนนำตัวไปควบคุมไว้ที่ ตชด.ภ.1 จ.ปทุมธานี ต่อมาวันที่ 22 มิ.ย.53 ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตในขยายเวลาคุมขัง จึงได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว แต่ต่อมาวันที่ 25 มิ.ย.53 กลับถูกพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เรียกตัวไปแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม จนถูกขังในข้อหากดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน หากตนต้องการจะหลบหนีคงไม่เข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกในแต่ละครั้ง อีกทั้งหากจะหลบหนีจริง คงไม่เลือกหนีไปที่บ้านเกิด เพราะง่ายต่อการถูกจับกุม ยืนยันว่าเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และยอมเข้าต่อสู้คดี โดยตนเป็นจำเลยในลำดับที่ 1 จากจำเลยทั้ง 104 คนที่ได้รับการพิจารณาให้ปล่อยตัว พร้อมกับยอมรับเงื่อนไขต่างๆที่ศาลกำหนด หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว จะไม่หลบหนี

ต่อมาเวลา 14.30 น. ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำสั่งโดย พิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติกรรมความผิดของคดีนี้ เกี่ยวข้องกับคดีหมายเลขดำที่ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง นายวีระ มุสิพงศ์ อดีตประธาน นปช. กับพวกแกนนำ นปช.และแนวร่วมรวม 19 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานก่อการร้าย ซึ่งในคดีดังกล่าว ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวแกนนำหลายคน เนื่องจากการไต่สวนมีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง จึงอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในคดีนี้เช่นกัน โดยตีราคาประกัน 100,000 บาท โดยวางข้อกำหนดห้ามมิให้จำเลยกระทำการอันเป็นการยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือ กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน อันที่จะทำให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาญาจักรหรือให้ประชาชนล่วงละเมิด กฎหมายแผ่นดิน และห้ามจำเลยดังกล่าวเดินทางออกนอกราชอาญาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล.


http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryID=8&contentID=123298


ููููููููููููู^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

ขอแสดงความยินดีด้วยครับ

ก็เหลือแต่พี่น้องคนเสื้อแดงตามต่างจังหวัดที่ยังถูกจองจำอยู่

แต่คาดว่าน่าจะได้รับการประกันตัวด้วยเช่นเดียวกันทั้งหมด

ศาลไม่ให้ประกันตัว..ดา ตอร์ปิโด ผู้ต้องหาคดีหมิ่นฯ

ที่มา thaifreenews

โดย pkchai

ศาลไม่ให้ปล่อยตัวชั่วคราว ดา ตอร์ปิโด

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554 นายกิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุล(พี่ชายดา) และนายประเวศ ประภานุกูล ทนายความของดารณีได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล (ดา ตอร์ปิโด ) โดยขอวางเงินสด 1,000,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ทางผู้ใหญ่สนับสนุนมาให้ยื่นขอประกัน แต่ศาลไม่ให้ประกันโดยให้เหตุผลว่า
“พิเคราะห์แล้วเห็นว่าลักษณะการกระทำนำมาซึ่งความเสื่อมเสียสู่สถาบันพระมหากษัตริย์​อันเป็นที่เทิดทูนและเคารพสักการะ ประกอบกับศาลอาญาและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อณุญาตปล่อยตัวชั่วคราวโดยให้เหตุผลไว้ชัด​แจ้งในชั้นนี้ จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ยกคำร้องผู้ขอประกันทราบ ”
ทั้งนี้ ทนายความระบุว่า จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งอีกเร็วๆ นี้

ซึ่งก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้วก่อนประกันว่าไม่น่าจะประกันได้ก็คงอ้างเหตุผลตามเดิม ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่คิดไว้ ซึ่งก็เหมือนกับคุณสุรชัย แซ่ด่านที่ก็ไม่ได้รับการประกันตัวในคดีเช่นกัน

และเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 ศาลอุทธรณ์สั่งยกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ให้จำคุก'ดา ตอร์ปิโด' 18 ปีในคดีหมิ่นพระมหากษัตริย์ ภายหลังฟังคำพิพากษา ผู้พิพากษาแจ้งให้ทนายความและจำเลยทราบว่า เมื่อยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว จำเลยจะไม่มีโทษจำคุก ซึ่งระหว่างนี้ต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญโดยน่าจะใช้เวลาไม่นาน จำเลยจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่จำเลยต้องยื่นประกันส่วนจะได้รับการปล่อยตัวหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาล​

ส่วนทางด้านพี่ชายดา นายกิตติชัย กล่าวด้วยว่าขณะนี้ความเป็นอยู่ของดารณีค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากยังคงเจ็บป่วยด้วยอาการกรามยึดติดทำให้อ้าปากได้เพียงเล็กน้อย และยังไม่ได้ทำการผ่าตัดเนื่องรอขั้นตอนทางเรื่อนจำ ทำให้ขณะนี้มีปัญหาเรื่องโลหิตจาง หากผู้ใดต้องการช่วยเหลือสามารถบริจาคโดยตรงได้ที่ทัณฑสถานหญิงกลางในบัญชี ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือบริจาคผ่านบัญชี นายกิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาถนนพูนผล เลขที่บัญชี 297-1-25805-5 ,ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาภูเก็ต เลขที่บัญชี 537-406116-0, ธนาคารกรุงเทพ สาขาภูเก็ต เลขที่บัญชี 264-4-40298-0 หรือโทรสอบถามได้ที่เบอร์080-0452818
**ฝากพี่น้องเสื้อแดงที่รักดา ตอร์ปิโดประชาสัมพันธ์ด้วยนะค่ะ

-------ด้านล่างเป็นเอกสารที่ศาลเขียนมา เอามาลงให้ดูกันค่ะ---------

Re:

คดี 112

รมต.ยุติธรรมบอกว่าเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ

คงยากที่จะได้รับการประกันตัว ซาบซึ่ง

ศาลให้ประกันตัวสมชาย ไพบูลย์

ที่มา thaifreenews

โดย คาเมนไรเตอร์

ศาลให้ประกัน อดีตสข.ทรท. แนวร่วมนปช.

ศาลไฟเขียวให้ประกันตัวอดีต สข.ไทยรักไทย และเป็นแนวร่วมนปช.ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉินฯ พร้อมสั่งห้ามยุยงปลุกปั่น และห้ามออกนอกประเทศ ด้าน ณัฐวุฒิ - หมอเหวง - ธิดา รุดให้กำลังใจ

ที่ห้องพิจารณาคดี 912 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 24 ก.พ.54 เวลา 09.30 น. ศาลไต่สวนคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวที่นายสมชาย ไพบูลย์ อายุ 41 ปี อดีตสมาชิกสภาเขตบางบอน พรรคไทยรักไทย แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) จำเลยคดีหมายเลขดำที่ อ. 2543/2553 ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน , มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยผู้กระทำความผิดคนใดคนหนึ่งมีอาวุธ , เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก และฝ่าฝืน พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ยื่นประกันโดยยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสด จำนวน 200,000 บาท

ภายหลังไต่สวนพยานเสร็จสิ้นทั้ง 3 ปาก ศาลนัดฟังคำสั่งว่าจะอนุญาตให้ประกันตัวหรือไม่ วันนี้ เวลา 15.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และน.พ.เหวง โตจิราการ สองแกนนำ นปช. ที่ตกเป็นจำเลยคดีร่วมกันก่อการร้ายซึ่งได้ประกันตัวไปเมื่อวันที่ 22 ก.พ. และนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ภรรยา น.พ.เหวง ซึ่งรักษาประธาน นปช. เข้าร่วมฟังการพิจารณาโดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 30 คน มาให้กำลังใจด้วย

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.30 น. ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราว นายสมชาย ไพบูลย์ อดีต สข.พรรคไทยรักไทย นวร่วมนปช. จำเลยคดีฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน โดยตีราคาประกัน 1 แสนบาท ทั้งนี้ศาลได้กำหนดเงื่อนไขการประกันตัวเช่นเดียวกับ แกนนำนปช.ห้ามปลุกปั่นยุยง และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ยกเว้นจะได้รับคำสั่งอนุญาติจากศาล

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=496534&lang=T&cat=

จ.ส.อ.สมยศ ร่มจำปา

ที่มา thaifreenews

โดย RED DRAGON

จ.ส.อ.สมยศ ร่มจำปา

นามสมยศ จดจำไว้ ทั้งใบหน้า
นามสกุล ร่มจำปา หน้ามันด้าน
ชายทั้งแท่ง แม่งขลาดกลัว ชั่วสันดาน
ใช่ทหาร เป็นทะเหี้ย เสียสกุล

คนมือเปล่า เฝ้าแอบยิง ทั้งหญิงชาย
จนถึงตาย คาวาวัด สัตว์สถุน
แม้น้องเกตุ เป็นพยาบาล สังหารทารุน
โดนกระสุน ตาย 6 คน ทุรนทุราย

ไม่สนใจ จะใช่ขอบ รอบวาวัด
มีงมันสัตว์ คนไม่ใช่ ไอ้ฉิบหาย
เป็นพยาบาล ก็ยังเผ้า เอาถึงตาย
ไอ้สัตว์ร้าย กรรมที่มรึงก่อ เขารอดู

มรึงมันเหี้ย เหี้ยได้ใจ ไอ้สมยศ
เหี้ยหมดจด เหี้ยบริสุจน์ เหี้ยสุดกู่
เหี้ยสุดเหี้ย เหี้ยสุดลิ่ม ทิ่มประตู
เหี้ยแท้ดู ก็ยังว่า เหี้ยกว่าเอย

ช่วยเอาไปเผยแพร่ตามเวปที่ไอ้นรกสมยศ ร่มจำปา มันน่าจะรู้มันจะได้รู้ว่าคนเขารู้ว่ามันยิงน้องเกตุ

ใบตองแห้ง...ออนไลน์: คำวินิจฉัยหาย!

ที่มา ประชาไท

สำนักข่าวใบตองแห้งรายงานว่า เมื่อเวลา 23.23 น.คืนวันที่ 23 ก.พ.ระหว่างรอเชียร์แมนฯยูในยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก ใบตองแห้งเปิดเว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญ จนป่านฉะนี้ก็ยังไม่เจอคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตน ในคดีที่ศาลยกคำร้องของอัยการสูงสุด ขอให้สั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์กรณีรับเงินบริจาคจากบริษัททีพีไอโพลีน ผ่านบริษัทเมซไซอะ

2 เดือน 14 วันผ่านไป นับแต่ศาลมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2553 ด้วยมติ 4 ต่อ 3 ให้ยกคำร้องเพราะเห็นว่านายทะเบียนพรรคการเมือง คือนายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ยังมิได้มีความเห็นยุบพรรค

2 เดือน 14 วัน เฉยเลยครับ ยังไม่มีคำวินิจฉัยกลางขึ้นเว็บไซต์ มีแต่คำวินิจฉัย (อย่างไม่เป็นทางการ)

แน่นอนว่าเรื่องมันจบไปแล้ว ศาลวินิจฉัยไปแล้ว ฝ่ายค้านไม่สนใจแล้ว หนังสือพิมพ์ก็ไม่สนใจแล้ว จะมีทุจริตสอบเข้ารับราชการจริงหรือไม่ ใครเอาลูกมาเป็นเลขา น้องปอยหายไปไหน ฯลฯ เป็นธรรมดาแบบไทยๆ ที่ “จบข่าว” แล้วก็ไม่มีใครมาตามต่อ

แต่ศาลจะมาจบแบบด้วนๆ อย่างนั้นไม่ได้นะครับ เพราะคำวินิจฉัยต้องเป็นบรรทัดฐาน ให้ลูกหลานอ่านผลงานของท่านอีกร้อยปีข้างหน้า จะได้กลับมาสรรเสริญ หรืออะไรก็แล้วแต่

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีข้อกำหนดว่าจะต้องออกมาหลังอ่านคำวินิจฉัย (อย่างไม่เป็นทางการ) กี่วัน เพียงแต่มีข้อกำหนดว่า

“ข้อ 54 ตุลาการซึ่งเป็นองค์คณะทุกคนจะต้องทำความเห็นในการวินิจฉัยในส่วนของตนเป็นหนังสือ พร้อมแถลงด้วยวาจาต่อที่ประชุมก่อนการลงมติ เมื่อการลงมติเสร็จสิ้น ให้ตุลาการซึ่งเป็นองค์คณะจัดทำคำวินิจฉัยของศาล

“การทำคำวินิจฉัยของศาลตามวรรคหนึ่ง องค์คณะอาจมอบหมายให้ตุลาการคนใดคนหนึ่งเป็นผู้จัดทำคำวินิจฉัยตามมติของศาลก็ได้

“คำวินิจฉัยของศาลและความเห็นในการวินิจฉัยของตุลาการที่เป็นองค์คณะทุกคน ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา”

นั่นหมายความว่า ตุลาการทั้ง 7 ต้องเขียนวินิจฉัยส่วนตนเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่เช้าวันที่ 9 ธ.ค.แล้วเอามาแถลงในที่ประชุม เมื่อลงมติเสร็จ ทั้ง 7 คนร่วมกันเขียนคำวินิจฉัย หรือมอบหมายให้คนใดคนหนึ่งเขียน เมื่อเขียนเสร็จ อาจใช้เวลาอีก 2-3 วัน ให้เจ้าหน้าที่พิมพ์ ตรวจทาน แล้วส่งไปลงราชกิจจานุเบกษา ซึ่งก็น่าจะใช้เวลาไม่กี่วันเช่นกัน

ดูอย่างคดีเงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้าน ศาลอ่านคำวินิจฉัยวันที่ 29 พ.ย.53 แล้วเว็บไซต์ศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่คำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตนในวันที่ 8 ธ.ค.53

แล้วไหงคดีเงินบริจาค 258 ล้าน ผ่านมา 75 วันแล้วยังไม่ลงเว็บไซต์ ข้ามมาถึงปี 2554 มีคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตนในคดีอื่นๆ 3 คดีแล้ว เช่นคำวินิจฉัยให้ สว.นครพนมพ้นสมาชิกภาพ

แปลว่าท่านยังเขียนกันไม่เสร็จหรือครับ หรือเกิดข้อผิดพลาดทางเทคนิคตรงไหน

ไม่รู้เป็นไง คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเนี่ย ไม่ใช่เฉพาะชุดนี้หรอก ชุดก่อนๆ ด้วย ออกช้าเป็นประจำ เหมือนกับแถลงข่าวเฉพาะผลสรุป แล้วค่อยกลับไปนั่งเขียนคำวินิจฉัยอย่างใจเย็น ต่างกับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นั่นท่านเขียนคำวินิจฉัยจนเสร็จ แล้วถึงออกมาอ่านยืดยาว แล้วก็เอาฉบับนั้นแหละไปลงราชกิจจานุเบกษา

ลงเร็วลงช้าถ้าผลสรุปเหมือนกันยังไม่กระไร แต่คำวินิจฉัยคดี 29 ล้านสิ ฉบับชั่วคราวกับฉบับค้างคืนกลับออกมาคนละเรื่องกัน หวังว่าฉบับนี้คงไม่มีอีก

และหวังว่าคงไม่ต้องรอจนถึงเลือกตั้งนะครับ เพราะหลังศาลวินิจฉัย นักข่าวไปจี้ถามประธาน กกต.ว่าท่านจะรับผิดชอบอย่างไร จะยื่นคำร้องใหม่ หรือจะพิจารณาตัวเอง ท่านก็บอกว่าขอรอดูคำวินิจฉัยก่อน

ปรากฏว่ารอมานาน คำวินิจฉัยยังไม่ออก ประธาน กกต.ก็ลอยนวล กลับไปเตรียมการเลือกตั้งทั้งที่มีข้อกังขาในการปฏิบัติหน้าที่

ใบตองแห้ง
24 ก.พ.54

กวีตีนแดง: พร่ำเพ้อถึงเสรีภาพในดินแดนแห่งความตอแหล

ที่มา ประชาไท

1
เสรีภาพหนีหายไป
เมื่อความตอแหลแห่งชาติทำงาน
มันควบคุมทุกสรรพสิ่ง
ทั้งผู้คน สัตว์ และดิน ฟ้า อากาศ
พวกมันต่างพากันตอแหลกันถ้วนหน้า
นับจากวันที่ความตอแหลไม่ได้อยู่เพียงแต่ในจอแก้ว
มันหาที่สิงสถิตใหม่
ในคราบของปัญญาชน สื่อมวลชน ศิลปิน กวี ราษฎรอาวุโส ปราชญ์ชาวบ้าน
ดารา คนกรุงเทพ ราชนิกูล ผู้ดีไฮโซเหล่านั้น
ทุกผู้คนต่างแข่งขันกันตอแหลระดับอภิมหาเมพขิงๆ
ตอแหลเพื่อ…?

2
เสรีภาพก้มหน้าร้องไห้
ไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับความจริงบนดินแดนนี้
มันจึงหลั่งน้ำตาแด่เธอและเขา...
หนุ่มสาวผู้หยัดทะนงต่อสัจจะ
พวกเขาต่างทยอยสูญเสียเสรีภาพแก่คุก
แต่เสรีภาพหาได้สูญเสียพวกเขาไปไม่
คนทั้งประเทศอาจตอแหลเพราะความกลัว
แน่นอน...ด้วยความตอแหลของกระบวนการยุติธรรม
เสรีภาพจึงถูกถวายเป็นสักการะ18 ปี
หนุ่มสาวมากมายทยอยเดินทางสู่ที่คุมขัง
ปิดปาก ปิดความคิดเห็น เพื่อธำรงความดีงามและเกียรติยศของเขา
หุบปากเพื่อ...?

3
ลอร์ดแห่งความตอแหล
ช่ำชองยิ่งในการสร้างภาพ
ทุกหลุมที่ขุดดักเสรีชนไว้ทำงานได้อย่างดี
เปลี่ยนสมองประชาชนให้โง่เหมือนลา
และจิตใจด้านชาเหมือนเขาผู้ไม่เคยยิ้มออก!
ประเทศนี้ไม่ต้องการรอยหยักของสมองเท่าฟองน้ำลายที่มุมปาก
น้ำลายแห่งความตอแหลและสอพลอเพื่อ...?

4
112 เครื่องมือกดขี่อย่างสมบูรณ์แห่งราชอาณาจักร
ความรักที่มิอาจถูกตรวจสอบ
ประชาไพร่จึงน้อมนอบเสียยิ่งกว่ายุคสมัยแห่งการหมอบคลานอย่างเป็นทางการ
ยุคสมัยที่ความหมายของถ้อยคำถูกบิดเบือน
ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข!
บลา บลา บลา
มันจะต่างอะไรกับถ้อยคำที่แตกต่างระหว่างการมีชู้กับการมีกิ๊ก
เมื่อความหมายนั้นมันพร่าเลือนไป
เสรีภาพและการกดขี่จึงสมสู่เป็นเนื้อเดียวกัน
และออกลูกแพร่พันธุ์ไปทั่วดินแดน
โอ้...คารวะแด่ความตอแหล
ณ ดินแดนก้องนาม “ตอแหลแลนด์”.

“สนธิ” ท้านักวิชาการที่เชื่อเรื่องโลกไร้พรมแดน ให้ลองไปฮ่องกงโดยไม่มีวีซ่า

ที่มา ประชาไท

“สนธิ ลิ้มทองกุล” เล็งทำศิลาจารึกดิจิตอลเพื่อติดชื่อ-รูป ประจานผู้ทำให้เสียดินแดน ชี้วัฒนธรรมไทยไร้พรมแดนสมัย ร.5 มีการปรับตัวเริ่มนุ่งเสื้อและใช้ช้อนกินข้าว แต่อธิปไตยของชาติไม่มีวันไร้พรมแดน และใครหมิ่นพระบรมเดชานุภาพต้องถูกจัดการ


แฟ้มภาพ: ประชาไท

สนธิเล็งทำหลักศิลาจารึกดิจิตอลเพื่อติดรูป+ชื่อ ประจาน
เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 21.15 น. คืนวานนี้ (23 ก.พ.) นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นปราศรัยที่เวทีสะพานมัฆวานฯ กล่าวว่า จะสู้ให้ถึงที่สุด ถึงแม้ว่าเราต้องเสียดินแดนไปจริงๆ แต่ก็ถือว่าได้พิสูจน์สิ่งที่เราพูดแล้วว่าเป็นความจริง ที่เราเสียดินแดนก็เพราะเราไม่มีอำนาจที่จะไปจัดการ อย่างไรก็ตาม พันธมิตรฯ จะทำ “ศิลาจารึก 2554” เป็นศิลาจารึกรูปแบบใหม่ โดยจะทำเป็นโปสเตอร์ใส่ชื่อและรูปคนที่ทำให้ประเทศไทยเสียดินแดน ไล่ลงมาตั้งแต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รวมถึงนายพลกุนเชียง เพื่อนำไปติดตามหมู่บ้านต่างๆ ทั่วประเทศ ให้ลูกหลานจำชื่อคนขายชาติเหล่านี้เอาไว้

นอกจากนี้จะทำหนังสือเล่มเล็กๆ ใส่ข้อมูลว่าใครทำให้ประเทศไทยเสียดินแดนบ้าง เริ่มตั้งแต่การทำเอ็มโอยู 2543 ซึ่งก็มีนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ ที่เป็นคนลงนาม นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีต รมว.ต่างประเทศ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีต รมช.ต่างประเทศ รวมไปถึง ครม.ทุกชุดที่ลงมติ ส.ส.-ส.ว.ทุกคนที่ยกมือให้ผ่านเจบีซี เป็นต้น โดยจะมีชื่อ ภาพถ่าย ที่อยู่ของคนเหล่านั้น พิมพ์แจกทั่วประเทศ ถ้าต้องพิมพ์เป็นล้านเล่มก็จะทำ รวมทั้งนำไปขึ้นไว้บนเว็บไซต์เอเอสทีวีผู้จัดการ เป็นศิลาจารึกยุคดิจิตอล ให้อยู่ไปตลอดชั่วลูกชั่วหลาน เพื่อให้คนรุ่นหลังมาเห็นว่า บรรพบุรุษของเขามีใครบ้างที่ขายชาติ ได้รู้ว่าใครบ้างที่เป็นคนหนักแผ่นดิน และเป็นการพิสูจน์คำโกหกของนายอภิสิทธิ์และอีกหลายๆ คน ว่าพูดออกมาอย่างไร แต่ความจริงเป็นอย่างไร ให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ตลอดไป


ท้านักวิชาการที่เสนอเรื่องไร้พรมแดน ให้ลองไปฮ่องกงโดยไม่มีวีซ่า

นายสนธิได้กล่าวหา คณะนักวิชาการมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์ ที่ร่วมกันทำวิจัยให้กับกระทรวงการต่างประเทศภายใต้โครงการ “การสร้างความรู้ความเข้าใจแก่สาธารณชน เรื่องเขตแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านสื่อสารคดี และการฝึกอบรม” ซึ่งเผยแพร่ผลงานไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยนายสนธิได้เรียกว่า “นักวิชาการ 7.1 ล้านบาท”

นายสนธิกล่าวว่า นักวิชาการพวกนี้บอกว่าทุกวันนี้เป็นโลกไร้พรมแดน ไม่มีใครสนใจเรื่องเขตแดนแล้ว แต่คำพูดของนักวิชาการเหล่านี้ไม่มีค่าใดๆ เลย เพราะคำว่าโลกไร้พรมแดนจริงๆ แล้ว เป็นการไร้พรมแดนทางวัฒนธรรม การติดต่อสื่อสาร และธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งสืบทอดมาจากยุคที่ฝรั่งออกค้นหาโลกใหม่เพื่อหาทรัพยากรและของมีค่ากลับ ไปประเทศของตนในยุโรป ดังนั้น การที่คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ออกเดินเรือไปขนเอาทรัพยากรจากประเทศต่างๆ กลับไปสเปน ก็ไม่ต่างจากการที่นักวาณิชธนกิจของฝรั่งนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์คอยปั่นหุ้น ในประเทศต่างๆ เพื่อเอากำไรกลับประเทศตัวเอง จะต่างกันแค่เวลาเท่านั้นโดยโคลัมบัสอาจใช้เวลา 1 ปี แต่วาณิชธนกิจสมัยใหม่ใช้เวลาไม่กี่วินาที

นายสนธิกล่าวต่อว่า การที่ฝรั่งสามารถทำเช่นนี้ได้ก็เพราะได้สร้างกติกาไว้เพื่อให้พวกเขาเข้ามา เอาทรัพยากรจากประเทศต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ให้ทุกประเทศทำระบบธนาคารให้เหมือนกัน มีการกันทุนสำรองเหมือนกัน ให้ตลาดหลักทรัพย์ทุกประเทศทำตามกติกาที่พวกเขากำหนด ซึ่งฝรั่งที่เชี่ยวชาญกว่าก็ได้เปรียบเราตั้งแต่ยกแรก ทางด้านวัฒนธรรมการกินอยู่ก็ให้มีแมคโดนัลด์เหมือนกันทุกประเทศ ดูหนังฮอลลีวูดเหมือนกันทั้งโลก ตรงนี้คือโลกที่ไร้พรมแดน โดยมีองค์ประกอบคือการติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต ผ่านดาวเทียม โลกไร้พรมแดนในความหมายที่แท้จริงอยู่ตรงนี้ ไม่ได้หมายถึงไร้พรมแดนทางอธิปไตยแม้แต่นิดเดียว

นายสนธิระบุว่า ถ้าไร้พรมแดนจริง ให้นักวิชาการ 7.1 ล้านบาท ลองเดินทางไปฮ่องกงโดยไม่มีวีซ่าดู เพราะฉะนั้น ตราบใดที่การเดินทางข้ามประเทศยังต้องใช้พาสปอร์ต-วีซ่า นั่นคือโลกที่ยังมีพรมแดน


สนธิชี้ไทยมีการปรับตัวสมัย ร.5 เริ่มใส่เสื้อ-ใช้ช้อนกินข้าว แต่ถ้าใครหมิ่นต้องถูกจัดการ

นายสนธิกล่าวต่อว่า ในแง่วัฒนธรรมนั้นเป็นโลกไร้พรมแดน เพราะมีการดัดแปลงวัฒนธรรมอยู่ตลอด เหมือนเมื่อก่อนที่คนไทยไม่ใส่เสื้อ แต่ในสมัยรัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 เมื่อมีฝรั่งเข้ามา เราก็เริ่มใส่เสื้อ หรือเมื่อก่อนเราใช้มือกินข้าว แต่รัชกาลที่ 5 ทรงดัดแปลงการใช้มีดกับส้อมของฝรั่ง มาให้คนไทยใช้ช้อนส้อมกินข้าว เพราะฉะนั้นโลกไร้พรมแดนคือ ไร้พรมแดนทางวัฒนธรรม การเงินการค้า ไม่ใช่ไร้พรมแดนทางอธิปไตย และอธิปไตยของชาตินั้นไม่มีวันไร้พรมแดน ของใครของมัน ใครล้ำเข้ามา ใครหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ต้องถูกจัดการ

นายสนธิกล่าวถึงการต่อสู้เพื่อปกป้องดินแดนของพันธมิตรฯ ว่า ถ้าจะเปรียบเทียบกับกรณีสมมติว่า มีป้าแก่ๆ คนหนึ่งหาบของมาขายแล้วถูกเทศกิจมากระชากเอากระจาดไป ก็จะมีคนอยู่ 2 ประเภท ประเภทแรกยืนดูอยู่เฉยๆ แล้วแค่พูดว่าไปทำอย่างนั้นทำไม กับประเภทที่ 2 ที่ทนไม่ได้แล้วออกไปช่วยป้ายื้อกระจาดเอาไว้ คนที่ออกไปช่วยป้ายื้อกระจาด ก็คือคนที่นั่งอยู่ตรงนี้


ยกอภิสิทธิ์และประชาธิปัตย์ขายชาติหนักแผ่นดินที่สุดในประวัติศาสตร์

นายสนธิกล่าวต่อว่า คนบางคนไปพูดข้างนอกว่า พวกเราสู้ไปทำไม สู้ไปก็แพ้ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าสู้แล้วแพ้ แต่ประเด็นคือ เราทนไม่ได้ที่เห็นคนแก่โดนยึดกระจาดเราต้องออกมาช่วย ซึ่งก็คือเราทนไม่ได้ที่เราเห็นชาติกำลังจะเสียดินแดนไปต่อหน้าต่อตา นี่คือประเด็นที่ทำให้เรายึดมั่นในหลักการตรงนี้ สิ่งหนึ่งที่เราจะไม่ยอมให้เรื่องนี้จบไปง่ายๆ คือต้องทำศิลาจารึกคนหนักแผ่นดินให้ได้ โดยช่วยกันทำช่วยกันกระจายออกไป นี่คือบทเรียนทางจริยธรรมและทางประวัติศาสตร์ที่จะจารึกว่า ไม่มีชาติไหนที่จะมีคนขายชาติและหนักแผ่นดินเหมือนชาติไทยยุคที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล และมีนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ

“วันนี้บอกได้เลยว่า ประเทศไทยเสียดินแดนในยุคที่ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ที่จงใจทำให้ไทยเสียดินแดน ตรงนี้อย่าลืม เจอใครต้องเล่าให้ฟัง เจอลูกเจอหลานต้องบอก ตรงนี้คือพลานุภาพที่มหาศาล คือพลานุภาพที่รุนแรงที่สุด สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะลงมาบอกพวกเราว่าคนที่ออกมาสู้เพื่อแผ่นดินนั้นจะได้บุญ ได้กุศล ไม่ว่าจะนับถือศาสนาไหน ส่วนพวกที่ขายแผ่นดินต้องลงนรกชั่วลูกหลานและโคตรเหง้าของมัน” นายสนธิกล่าว

ที่มา: เรียบเรียงจาก เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์