WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, March 1, 2011

ครม.อนุมัติงบรักษาความสงบจากการชุมนุม 94 ล้านบาท

ที่มา มติชน

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยวันที่ 1 มีนาคม ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเงินสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 งบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงินทั้งสิ้น 94,212,560 บาท ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เสนอเป็นค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยจากเหตุการณ์การชุมนุมเรียกร้องทางการเมือง ในระยะเวลา 12 วัน ระหว่างวันที่ 9-20 กุมภาพันธ์ โดยแบ่งให้หน่วยงานต่างๆ ดังนี้ 1.สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 91,034,960 บาท 2.กองทัพบก 446,400 บาท 3.กองทัพเรือ 158,400 บาท 4.กองทัพอากาศ 158,400 5.กรุงเทพมหานคร 2,414,400 บาท

"บรรหาร"ลั่นมีเซอร์ไพรส์ ดาวซบรังชาติไทยพัฒนา เหน็บ"คุณปลื้ม"ไหนบอกจะมาอยู่ด้วยกัน

นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ชทพ. กล่าววันที่ 1 มีนาคม ถึงการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งว่า นโยบายที่จะใช้หาเสียงมีหลายเรื่อง ทั้งเรื่องน้ำ ปัญหาผลผลิตจากการเกษตรและเรื่องยาง ส่วนที่มีการแก้ไข ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจาก 100 คน มาเป็น 125 คนนั้น มีทั้งพรรคที่ได้เปรียบและพรรคที่เสียเปรียบ แต่ ชทพ.เสียเปรียบ โดยพรรค ชทพ.ยังเน้น ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อด้วย

เมื่อถามว่า พรรค ชทพ.จะมีเซอร์ไพรส์ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เหมือนพรรคเพื่อไทยหรือไม่ ที่ขณะนี้ได้เปิดตัว ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล เป็นว่าที่ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย นายบรรหารกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า "อ้าว ไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยแล้วหรือ ตอนที่มาเป็นพิธีกรให้กับ ชทพ. ตนไปชวนคุณปลื้ม ยังบอกว่าจะมาอยู่ แต่ ชทพ.มีดาวมาอยู่ด้วยแน่ แต่ไม่ใช่ดาวผู้หญิงนะเป็นดาวผู้ชาย"

"สมช." ยันจัดเจ้าหน้าที่ดูแลชุมนุมใหญ่ "นปช." ได้ ด้าน "พธม.ภูเก็ต" อนุญาต "นปช." สัมมนาได้

ที่มา ประชาไท

"สมช." ยันจัดเจ้าหน้าที่ดูแลชุมนุมใหญ่ "นปช." ได้ ด้าน พันธมิตรฯภูเก็ตออกแถลงการณ์ จะไม่มีการเคลื่อนไหวต่อต้านการสัมมนาของกลุ่ม นปช. ในวันที่ 3 มีนาคม ที่จังหวัดภูเก็ต แต่ขอให้กลุ่ม นปช.ชุมนุมอย่างสงบ อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ไม่ปลุกระดมและจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวเมื่อ วันที่ 1 มีนาคม ถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่ 12 มีนาคม ว่า คิดว่าเจ้าหน้าที่ดูแลได้ เพราะดูแลกันมาหลายครั้งแล้ว ตนคาดว่าไม่น่าจะมีอะไร อย่างไรก็ตาม หากมีการชุมนุมยืดเยื้อเราก็ต้องดูแล ส่วนการขอพื้นที่การจราจรเพิ่มเติมจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) คงอยู่ในแผนของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.)

พธม.ภูเก็ตไม่ต้าน นปช.สัมมนา 3 มี.ค.-ย้ำต้องชุมนุมด้วยความสงบ

ด้านกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จังหวัดภูเก็ต นำโดยนางสาวอาภารัตน์ ชาติชุติกำจร แกนนำฯ ออกแถลงแถลงการณ์เรื่องการสัมมนาทางการเมืองของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อ ต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ที่ จังหวัดภูเก็ตในวันที่ 3 มีนาคม 2554 นี้

แถลงการณ์ดังกล่าวมีใจความว่า เนื่องจากในวันที่ 3 มีนาคม 2554 จะมีการสัมมนาของกลุ่ม นปช. ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งใน ต.ฉลอง อ.เมือง จ. ภูเก็ต โดยมี 7 แกนนำเข้าร่วม และผู้เข้าร่วมกว่า 500 คน ซึ่งคาดว่าเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเคลื่อนไหวในพื้นที่ และเตรียมความพร้อมเพื่อเคลื่อนไหวในวันที่ 12 มีนาคม 2554 ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณบางอย่างที่จะไปสู่การชุมนุมที่มีความรุนแรงทางการ เมืองเป็นปีที่ 3 เช่น มีเว็บไซต์จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันกลับมาอีกหลายๆเว็บไซต์ และในบางเว็บไซต์ของกลุ่ม นปช. ได้กล่าวอ้างถึงความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา ว่าแม้จะเป็นความรุนแรงแต่เป็นความชอบธรรม ซึ่งเปรียบเทียบกับการเคลื่อนไหวของประชาชนในตะวันออกกลางและในแอฟริกา ที่เกิดขึ้นอยู่หลายๆประเทศในขณะนี้ ซึ่งจุดประสงค์ของการเรียกร้องต่างกันอย่างสิ้นเชิง

นอกจากนี้ จากการให้สัมภาษณ์ของกลุ่มแกนนำ นปช. หลายคน เช่น นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษกกลุ่ม นปช. พูดว่า แม้แกนนำ นปช. ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว แต่การต่อสู้ของกลุ่ม นปช. ยังไม่จบ เพราะ นปช.ทั่วประเทศที่ไม่ได้รับการประกันตัวยังอีกมากมาย ภารกิจของ นปช. ต้องดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีประชาธิปไตยที่แท้จริง จากนี้ไปต้องรณรงค์ให้เร่งปล่อยตัว นปช. คนอื่นเหมือนแกนนำ

นอกจากนี้ ยังมีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.กล่าวว่าแกนนำ นปช. ที่ยังหลบหนีอยู่อีกหลายคน เช่นนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายอดิศร เพียงเกษ และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์นั้น ทางแกนนำนปช.ได้หารือในเบื้องต้นกับตนแล้วว่า หลังจากที่แกนนำทั้ง 7 คนได้รับการประกันตัว ก็จะพาแกนนำที่เหลือกลับมามอบตัวและต่อสู้คดีในเร็วๆนี้ และที่สำคัญคือการที่คุณทักษิณ ชินวัตร เปรยเรื่องขอนิรโทษกรรม ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่จะสร้างความชอบธรรมของตัวเองอีกครั้งเพื่อเคลื่อน ไหวสนับสนุนกลุ่ม นปช.ต่อเพื่อความได้เปรียบทางการเมือง

สำหรับกลุ่มพันธมิตรฯในจังหวัดภูเก็ต จะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆในวันที่ 3 มีนาคมนี้ แต่ขอให้กลุ่มนปช.ชุมนุมในความสงบ อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายรัฐธรรมนูญ อย่าปลุกระดมหรือวางแผนที่จะนำไปสู่ความรุนแรงและ ที่สำคัญห้ามปราศรัยจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ กลุ่มพันธมิตรฯภูเก็ตยังฝากไปถึงกลุ่มนปช.ที่จะเข้าร่วมการชุมนุมในวันที่ 12 มีนาคมนี้ว่าถ้ามีการปลุกระดมหรือมีสัญญาณของความรุนแรงเกิดขึ้นให้ออกจาก การชุมนุมครั้งนี้เสีย ไม่อย่างนั้น ท่านถือเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมทำร้ายประเทศชาติอีก

นางสาวอาภารัตน์ ยังกล่าวต่อว่า หากในการสัมมนาของกลุ่มกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติที่ จังหวัดภูเก็ตครั้งนี้ มีการปลุกระดม หรือมีการพูดจาบจ้วงสถาบันฯ ทางกลุ่มพันธมิตรฯเองก็จะไม่สามารถยืนยันได้ว่าครั้งต่อๆไปทางกลุ่มพันธมิตร รวมทั้งกลุ่มประชาชนในจังหวัดภูเก็ตจะยินยอมให้มีการใช้จังหวัดภูเก็ตเป็น เวทีเคลื่อนไหวอีกต่อไปอีกต่อไปหรือไม่

ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก: มติชนออนไลน์, ASTV ผู้จัดการออนไลน์

เสียงก้องกรณีเหตุเกิดที่มติชน: สัญญาณความเสื่อมและความเสี่ยง

ที่มา ประชาไท

ได้อ่านเรื่อง "เหตุเกิดที่มติชน: เสียงเรียกร้องแด่เพื่อนร่วมวิชาชีพ” ในเว็บไซต์ประชาไทประกอบกับเสียงที่ดังเซ็งแซ่ ในแวดวงผู้สื่อข่าวถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในหนังสือพิมพ์ที่อ้างว่า เป็นหนังสือพิมพ์คุณภาพ เพื่อคุณภาพของประเทศแล้ว เกิดความรู้สึกว่า หนังสือพิมพ์ฉบับนี้จะมีคุณภาพได้อย่างไร ถ้าพนักงานของบริษัท รวมทั้งผู้สื่อข่าว ยังถูกเอารัดเอาเปรียบ ไม่มีทางปกป้องตนเองจากการกดขี่แรงงานของเจ้าของและนายทุน

บทความดังกล่าวระบุว่า เมื่อเดือนมกราคม 2554 ที่ผ่านมา บริษัท มติชน จำกัด(มหาชน)ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ออกระเบียบเปลี่ยนแปลงข้อ ตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างว่าด้วยการเกษียณอายุพนักงานโดยการตัดบำเหน็จ พนักงานที่บริษัทออกระเบียบไว้เมื่อปี 2547 ทิ้งทั้งมดและให้จ่ายเฉพาะเงินชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเท่านั้น

การตัดเงินบำเหน็จดังกล่าวทำให้พนักงานที่เกษียณอายุ 60 ปีและทำงานมานานกว่า 30 ปี(รวมถึงพนักงานอายุ 55 ปีที่ขอเกษียณก่อนกำหนดด้วย) ควรมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จและเงินค่าชดเชยสูงสุดกว่า 30 เดือน (นำระยะเวลาการทำงานคูณด้วยอัตราเงินเดือนเดือนสุดท้าย )เหลือเพียงเงินชดเชยเพียง 10 เดือนเท่านั้น

เช่น พนักงานคนหนึ่งทำงานมานาน 30 ปี จนเกษียณอายุ มีเงินเดือน(รวมเงินอื่นๆ เช่น ค่าครองชีพ ที่จ่ายเป็นรายเดือน 50,000บาท) ก็ได้จะบำเหน็จ จากบริษัทรวมทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาทก็จะเหลือเงินชดเชยเพียง 500,000 บาท

ระเบียบที่ออกมาใหม่ดังกล่าวได้สร้างความปั่นป่วนและบั่นทอนกำลังใจพนักงาน มติชนอย่างมากโดยเฉพาะพวกที่อายุใกล้ 50 อายุ 50 กว่าหรือ ใกล้ 60 ปี เพราะ คนเหล่านี้ต้องการเงินก้อนนี้(เงินบำเหน็จ)ในการดำรงชีพในช่วงบั้นปลายของ ชีวิตและเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้พวกเขาทุ่มเททำงานให้มติชนมานานนับสิบปี

ไม่เคยมีใครนึกว่า จู่ๆ บริษัทจะออกระเบียบมาฉกฉวยเอาเงินก้อนนี้ไปจากชีวิตในบั้นปลายของพวกเขา

ไม่มีใครรู้ว่า เจ้าของและนายทุนมีเหตุผลอย่างไรในการออกมาระเบียบมาตัดบำเหน็จของพนักงานออกทั้งหมด

ถ้าเป็นเหตุผลทางธุรกิจเพื่อประหยัดรายจ่ายหรือเพื่อให้บริษัทมีกำไรและเงินปัน ผลสำหรับเจ้าของเพิ่มขึ้นแล้วละก็ เจ้าของและนายทุนกำลังคิดผิดเพราะการกระทำดังกล่าวกำลังนำพาบริษัทไปสู่ความ เสี่ยงและอาจต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่มากขึ้น

การที่บริษัทมติชนออกระเบียบว่าด้วยการเกษียณอายุพนักงานฉบับใหม่(เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2554)ตัดบำเหน็จพนักงานตามระเบียบที่เคยออกไว้เมื่อเดือนสิงหาคม 2547 นั้น ได้รับทราบจากพนักงานว่าเป็นการแก้ไขหรืออกระเบียบบริษัทโดยที่พนักงานไม่ ทราบมาก่อน แต่เป็นการออกระเบียบมาบังคับฝ่ายเดียว

การออกระเบียบดังกล่าวจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณหรือเป็นโทษกับลูกจ้างโดย ไม่มีการยื่นข้อเรียกร้องขอแก้ไขข้อตกลงสภาพการจ้างแก่ลูกจ้างและไม่ได้รับ ความยินยอมจากลูกจ้างตามขั้นตอนของกฎหมาย จึงเป็นการแก้ไขที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518

การแก้ไขระเบียบดังกล่าวจึงไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย ต้องบังคับตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเดิม

คดีในลักษณะดังกล่าวมีการนำขึ้นสู่ศาลแรงงานเป็นจำนวนมาก และศาลฎีกาพิพากษาออกมาเป็นแนวทางเดียวกันคือ นายจ้างเป็นฝ่ายแพ้ ต้องจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่พนักงานพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5

ดังนั้นถ้าบริษัทดื้อดึงสู้คดีซึ่งอาจกินเวลานานหลายปี ก็ต้องเสียดอกเบี้ยเป็นจำนวนมากและในอัตราที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากของ ธนาคารพาณิชย์ เข้าทำนองเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย

ลองนึกดูว่าถ้ามีพนักงานสัก 50 คนยื่นฟ้องบริษัท เรียกค่าบำเหน็จคนละ 1 ล้านบาท รวม 50 ล้านบาท ถ้าใช้เวลา 1 ปีในการพิจารณาคดีก็ต้องเสียดอกเบี้ยรวมเป็นเงินถึง 3.75 ล้านบาท

แต่คดีส่วนใหญ่กว่าจะตัดสินในศาลฎีกาอาจนานถึง 5 ปี บริษัทจะเสียดอกเบี้ยถึง 18.75 ล้านบาท

ที่สำคัญบริษัทต้องนำเงินค่าบำเหน็จบวกดอกเบี้ยไปวางเป็นประกันที่ศาลแรงงาน ทันทีที่แพ้คดีในระหว่างอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาและขอทุเลาการบังคับคดี

การแพ้คดีดังกล่าว นอกจากสร้างความเสียหายให้แก่บริษัทมหาศาลแล้วยังเสื่อมเสียชื่อเสียง เกียรติคุณของหนังสือพิมพ์มติชนที่สร้างสมมานานกว่า 30 ปีให้พังทลายลงในพริบตา

หรือถึงที่สุดแล้ว เมื่อผลประโยชน์เข้าตา จริยธรรมคุณธรรมที่เคยห่อหุ้มร่างกายก็ปริแตกและละลายหายวับไปกับสายลม

กวีตีนแดง: โปรดฟังเสียงโศกเศร้าของเราบ้าง

ที่มา ประชาไท

เพียงคำ ประดับความ

ทางสายไหน เดียวดาย ในลมร่ำ
หน่วงฟ้าต่ำ บอบช้ำเขา เราหวั่นไหว
การต่อสู้ นั้นเหน็บหนาว และยาวไกล
ถางทางใจ ไปด้วยเลือด และน้ำตา

รู้แล้วเล่า ว่าเราสู้ อยู่กับใคร
นั่นมือไหน ของใคร ร้ายเกินกว่า
หนึ่งหนึ่งสอง ปกป้องใคร ไว้เหนือฟ้า
หนึ่งหนึ่งสอง กดหัวข้า ต่ำกว่าตีน!!!

ขอศักดิ์ศรี ความเป็นคน คืนได้ไหม
ขอพื้นที่ ให้หัวใจ ได้โผผิน
ขอให้นก สีแดง ได้โบยบิน
ขอหอมเอย หอมกลิ่น ลมเสรี

ทระนง จงหยัดยืน เราตื่นแล้ว
เดินเรียงแถว เต็มแนวต้าน การกดขี่
หนึ่งหนึ่งสอง ข่มขืนชาติ เป็นราชพลี
สืบสันดาน ประเพณี ตีตรวนคน

มองไม่เห็น หัวคนจน ผู้ทนทุกข์
ประตูคุก เปิดไว้ทั่ว ทุกหัวถนน
วิ่งล่าไล่ คุกคาม ประชาชน
ผู้ตะโกน ร่ำร้องหา ประชาธิปไตย

โปรดฟังเสียง โศกเศร้า ของเราบ้าง
คืนฟ้าสาง ดาวสูญสิ้น ตรงถิ่นไหน
เมื่อสูงส่ง จะร้อนตัว กลัวทำไม
เมื่อไม่ผิด แล้วไย ปิดปาก (กู) เรา

ขอลุกขึ้น ยืนหลังตรง บ้างได้ไหม
เหนื่อยหมอบคลาน กราบไหว้ ผีป่าเขา
ถอนรื้อทิ้ง (พระราช) วังแวร์ซาย โลกใบเก่า
สถูปเถ้า คนบนฟ้า ไม่อาลัย

หนึ่งหนึ่งสอง ประกาศใช้ ในเมืองโกหก
เบือนบิดโลก ยกตำนาน นิทานเหลวไหล
ดังผีดิบ สูบเลือดเนื้อ ลมหายใจ
เหลือเพียงร่าง ร้างไร้ จิตวิญญาณ

บ้านเลขที่ หนึ่งหนึ่งสอง ห้องคนช้ำ
ดึงฟ้าต่ำ ทำหินแตก แยกดินด้าน
ขอดอกไม้ แห่งเสรี ได้ผลิบาน
สุดสายป่าน โลกล้าหลัง พังลงแล้ว!!!

คลิปรายการที่นี่ความจริง28กพ.กับ3อาจารย์สาว

ที่มา Thai E-News

รายการที่นี่ความจริง 28-2-54 Asia Update TV







เสื้อแดงEUจัดหมั้นหนุ่มไทย+สาวเขมรชื่นมื่นกลางปารีส ทักษิณโฟนอินยินดีสันติภาพดีกว่าสงคราม

ที่มา Thai E-News


โดย Rojana Treiling

Love not War in Paris ยกยอสันติภาพอาเซียนไทย ลาว เขมร และความสงบสุขสากล โดย โปรเฟสเซอร์สัมฤทธิ์ ที่ปรึกษาระดับสูงขององค์กร และสารวัตรรักษาพระนครปารีส สารวัตรถนอมพี่ชายใหญ่ ประสานพลังชุมนุม นปช.เสื้อแดงไทยนัดพิเศษ UDD Thai of EU ครั้งสำคัญ พร้อมจัดพิธีหมั้นระหว่างหนุ่มเสื้อแดงไทย กับสาวขะแมร์ กลางกรุงปารีส


ทัวร์นกขมิ้นแดงแจ๊ด เป็นเจ้าภาพฝ่ายหญิง คุณมนูญ มิ่งชัย ประธาน นปช.ยุโรป และสมาชิก นปช.เสื้อแดงไทยในอียูทุกผู้ร่วมใจประกอบพิธี ถ่ายทอดสด โดยทีมเทคนิค นปช.ไทยอียู ดีเจเบบี้ ดีเจย์นิว และ ทอมมี่ กับ Freelove ร่วมกันเป็นพิธีกร

-ท่ามกลางทะเลทรายแห้งแล้งสาหัสอันเต็มไปด้วยกองกระดูกของนักเดินทาง ยังผุดโอเอซีส ขึ้นได้ฉันใด
-ท่ามกลางลูกระเบิด ควันปืน การขัดแย้ง กระพือความเกลียดชังเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันระหว่างสองชายแดน ด้วยมือเปื้อนเลือดของนักเผด็จการหวงอำนาจอันชั่วช้า

ประชาชนไทย - กัมพูชา ผู้เหนื่อยหน่ายสงครามการฆ่าฟันล่าล้าง กลับยกย่องเชิดชูความรักความเข้าใจซึ่งกันและกัน เหมือนกระแสประชาชนทั่วโลกของ เวลานี้ฉันนั้น

ดังนั้นวันที่ 27 Feb 2011 ที่ผ่านมา งานเริ่ม 14.00 -17.00 น. ณ สถานที่นัดชุมนุม me'troสาย2 Alexandre Dumas, 177Rue de chaRonne Paris จึงคึกคักอย่างพิเศษและอบอุ่นไปด้วยรอยยิ้มและสันติภาพ

หลังแกนนำที่มวลชนชื่นชอบปราศรัยเรื่องราวชี้แจงนโยบาย และจุดยืนของUDD thai of EU ประธานและผู้ใหญ่เริ่มประกอบพิธีหมั้นและสู่ขวัญให้โอวาทแก่คู่หมั้นสองแผ่นดิน ท่ามคนเสื้อแดงไทยในอียูและท้องถิ่นร่วมเป็นสักขีพยาน

จากนั้นได้รับโฟนอินแสดงความยินดีให้โอวาท และร่วมอวยพรคู่หมั้นหนุ่มไทย สาวพนมเปญ จาก พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร โดยย้ำส่งเสริมยกชูมิตรภาพอันเหนียวแน่นของประชาชนสองแผ่นดิน เหมือนกับที่ตนเองก็มีต่อผู้นำกัมพูชา สมเด็จฮุนเซนดุจกันมาตราบเท่าทุกวันนี้

ตามด้วยโฟนอินของแกนนำที่เพิ่งพ้นคุก ณัฏวุฒิ ใสยเกื้อ และ อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ซึ่งคุณกี้ร์ได้ร้องเพลงสดร่วมแสดงความยินดีปิดท้ายรายการอย่างชื่นมื่น

UDD Thai of EU ยืนยันต่อต้านสงคราม ส่งเสริมความรักเมตตาต่อกัน เรียกร้องให้ปล่อยผู้ถูกคุมขังละเมิดสิทธินักเรียกร้องประชาธิปไตยในคุกไทยทุกคน และย้ำเร่งเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียและทุพลภาพอย่างยุติธรรมและเร่งด่วนโดยเร็ว ...

(ตรวจทานการข่าวภาษาไทยโดย นัทตี้ สมาชิก UDD Thai of EU ฟินแลนด์)

เพื่อไทยเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เขต 300 คน

ที่มา Voice TV









พรรคเพื่อไทยเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กว่า 300 คน มีทั้งคนดังและคนในตระกูลแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนกำหนดลงพื้นที่ปราศรัยทั่วประเทศ

พรรคเพื่อไทยจัดสัมมนา ส.ส.และว่าที่ผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขต กว่า 300 คน ภายใต้หัวข้อ "เพื่อไทย..เพื่ออนาคตประเทศไทย" โดยมีสมาชิกพรรคเพื่อไทย และว่าที่ผู้สมัคร กรรมการบริหารพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งพบว่ามีว่าที่ผู้สมัครหน้าใหม่ที่น่าสนใจหลายคน อาทิ ร้อยโทหญิง สุนิสา เลิศภควัต ผู้เขียนหนังสือ "ทักษิณ where are you" นายสุรชาติ เทียนทอง บุตรชาย นายเสนาะ เทียนทอง หม่อมหลวง ณัฐพล เทวกุล และนายวรชิต ไชยนันทน์ บุตรชายนายเทอดพงศ์ ไชยนันทน์ แกนนำ พรรคประชาธิปัตย์

หลังจากนั้นพรรคเพื่อไทยได้จัดสัมมนาให้กับผู้สมัครภายใต้แนวคิด รวมพลังเพื่อไทย...เพื่ออนาคตประเทศไทย ด้วย โดยมีพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย กล่าวบรรยายพิเศษว่าจุดมุ่งหมายทางการเมืองที่พรรคเพื่อไทย ตั้งไว้มี 5 ข้อ คือ สนับสนุนผู้นำฝ่ายทหารไม่ให้มีการรัฐประหาร ต้องชนะการเลือกตั้ง เพื่อมีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาล เมื่อจัดตั้งรัฐบาลต้องพัฒนาประเทศให้กลับมาเหมือนเดิม รวมทั้งนำคนไทยที่ต้องไปอยู่ต่างประเทศเพราะเหตุการณ์ทางการเมืองกลับประเทศ

ทั้งนี้ การคัดเลือกตัวผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยนั้น ขณะนี้ดำเนินการไปเรียบร้อยเกือบทุกเขตแล้ว ยกเว้นในพื้นที่ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนบางส่วนที่จะมีส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยมาลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย

สดศรีมาแปลกยุรัฐประหาร

ที่มา Voice TV



ประเด็นพิจารณาของ ครม. ขณะที่กกต.ยุให้ทหารปฏิวัติ และ คืบหน้าสถานการณ์ประท้วงในตะวันออกกลาง

รายการ WAKE UP ประจำวันอังคารที่ 1 มีนาึึคม 2553

-ประเด็นพิจารณาของ ครม.

-สดศรีมาแปลกยุรัฐประหาร

-เพื่อไทยชูใครเป็นนายก

-คืบหน้าสถานการณ์ประท้วงในตะวันออกกลาง

-เก็บตกหลังออสการ์ 83

นโยบายหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์

ที่มา Voice TV



ปฏิวัติประชาชนลามถึงบาห์เรน...ลิเบีย...เเละโมร็อคโค แล้วไทยจะลอกเลียนเเบบไหม?...หรือยังไงก็โค่นไม่ได้
นโยบายหาเสียงพรรคประชาธิปัตย์
นายกรัฐมนตรีสองสัญชาติ
สถานการณ์น้ำมันในตลาดโลก
ปัญหาเรื้อรังน้ำมันปาล์ม
ราคาสินค้าขอปรับขึ้นราคา
นายกรัฐมนตรีสองสัญชาติ

"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" "ตัวละคร-เงื่อนไข" เบื้องหลัง "อิสรภาพ"

ที่มา มติชน



สัมภาษณ์พิเศษ โดย พงศ์พิพัฒน์ บัญชานนท์, สุเมศ ทองพันธ์

(ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554)


"การได้อิสรภาพของพวกผม มีการคิดอ่าน ประเมินกันพอสมควร ผมได้ยินข้อมูลจากหลายแหล่ง และแต่ละแหล่งก็ชื่อใหญ่ ชื่อดังทั้งนั้น เขาไม่คิดว่าจะปล่อยผมเลย"

"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" พร้อมอีก 6 แกนนำคนเสื้อแดง "นพ.เหวง โตจิราการ, ก่อแก้ว พิกุลทอง, นิสิต สินธุไพร, ขวัญชัย ไพรพนา, วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย และยศวริศ ชูกล่อม" ถูกจองจำอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ยาวนานกว่า 9 เดือน

แม้ระหว่างนั้นทีมทนายความของคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย จะพยายามยื่นประกันตัวด้วยวงเงินและเงื่อนไขต่างๆ แต่ก็ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้ประกันตัวแม้แต่คนเดียว

แต่จู่ๆ ในการยื่นขอประกันตัว วันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่มี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี และ ดร.คณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการกองบัญชาการตำรวจนครบาล 1 ไปเป็นพยาน กลับได้รับการอนุญาตให้ประกันตัวมาอย่างง่ายดาย

จนกลายเป็น "อิสรภาพ" ที่มาพร้อม "คำถาม" มากมายจากสังคมไทย แม้กระทั่งในหมู่ "คนเสื้อแดง" เอง

"ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ" อดีตโฆษก นปช. และหัวขบวนของทั้ง 7 แกนนำในเรือนจำพิเศษฯ บอกกับ "มติชน" หลังได้รับอิสรภาพมาไม่กี่ชั่วโมง ถึง "เงื่อนไข" รายละเอียดข้อ "แลกเปลี่ยน" ในการ "เจรจา" พร้อม "ตัวละคร" ที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงผลที่จะเกิดกับก้าวต่อไปของ "คนเสื้อแดง"

เบื้องหลังอิสรภาพถูกมองว่ามีความไม่ปกติซ่อนอยู่?

ผมเล่าให้ฟังได้ว่ามีความพยายามจากหลายฝ่าย ที่จะผลักดันให้มีการประกันตัว ไม่ว่าจะเป็น คอป. พล.ต.สนั่น หรือคุณวีระ (วีระกานต์ มุสิกพงศ์) ซึ่ง 3 ส่วนนี้ทำงานเกี่ยวเนื่องกับความเคลื่อนไหวชุมนุมแสดงพลังของคนเสื้อแดงแต่ละเดือน สิ่งที่ผมรู้ เข้าใจ และเห็นได้แน่ๆ คือ พี่น้องเสื้อแดงที่ออกมาเรียกร้องจะเพิ่มพลังขึ้นทุกครั้งที่มีการนัดหมาย จนกว่าเราจะได้รับการประกันตัว พูดได้เลยว่าสิ่งนี้เป็นเหตุผลสำคัญข้อหนึ่งที่พวกผมได้รับการประกันตัว ประกอบกับสถานการณ์การเมืองเวลานี้รัฐบาลและเครือข่ายผู้มีอำนาจเห็นว่าการเผชิญหน้ากับคนเสื้อแดงต่อไป จะไม่ดีกับภาพรวม จึงพยายามคลี่คลายความกดดันตรงนี้ลง ทั้งหมดกลายมาเป็นผลลัพธ์การได้รับอิสรภาพของพวกผม

"หากการปล่อยตัวพวกผมมันเกี่ยวกับเงื่อนเวลาที่รัฐบาลจะยุบสภา ในแง่ที่ทั้ง 2 ฝ่ายรู้เห็นกัน มันไม่มีแน่ๆ ผมยืนยัน แต่มันเกี่ยวข้องกันโดยสถานการณ์ เป็นเหตุปัจจัยของกันและกัน รัฐบาลกำลังจะตัดสินใจยุบสภา เพราะยืนไม่อยู่แล้ว คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์ ตลอดจนผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังเห็นตรงกันว่ายิ่งอยู่นานยิ่งขาดทุน เมื่อยืนแล้วยิ่งอ่อนแรงก็ต้องรีบยุบ เพื่อใช้กลไกต่างๆ มาจัดการผลการเลือกตั้ง หรือมาจัดการกับหน้าตาของรัฐบาลให้เป็นไปตามที่ตัวเองต้องการหลังเลือกตั้งอีกครั้ง"

บุคคลที่ระบุมา แต่ละคนมีบทบาทและกระบวนการทั้งหมดเป็นอย่างไร?

ความเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ประกันตัว มันสอดคล้องกับสถานการณ์ที่ฝ่ายผู้มีอำนาจเผชิญอยู่พอดี เลยเป็นจังหวะที่ต้องผ่อนคลายเงื่อนไขเท่านั้นเอง ก็อย่างที่บอกหลัง 19 พฤษภาคม รัฐบาลแข็งแรงสุดสุด เขาก็ไม่ปล่อย นึกอยากขังก็ขัง นึกอยากฆ่าก็ฆ่า นึกอยากล่าก็ล่า และเก็บเกี่ยวผลผลิตความอำมหิต

"ตอนอยู่ในคุกมีข้อมูลต่างๆ เข้ามาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร มีว่า ดร.คณิตส่งบทความถึงรัฐบาล เรียกร้องให้มีการประกันตัว มีข้อมูลว่าเสธ.หนั่นเดินหน้าเรื่องการปรองดอง มันไม่ได้มีการเจรจาอะไรซับซ้อน และเงื่อนไขอะไรที่พิสดาร แล้วก็มีว่าคนเสื้อแดงจะเพิ่มพลังมากขึ้นๆ จนกว่าจะได้รับการประกันตัว ระหว่างนั้นก็จะมีคุณวัฒนา เมืองสุข (อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย) มาคอยช่วยประสาน ระหว่างพวกผม ทีมทนาย และบุคคลที่เกี่ยวข้องที่จะมาเป็นพยาน เช่นว่าทาง คอป. คุณวัฒนาก็ไปคอยพบ อ.คณิต เพื่อแสดงออกว่าเราเคารพและให้เกียรติท่าน ในการเชิญท่านมาเป็นพยาน"

คุณวัฒนาเป็นคนติดต่อประสานกับ คอป.ตั้งแต่ต้น ทางเสธ.หนั่นที่มีความสนิทสนมกับพี่วีระมายาวนาน ก็จะเป็นช่องทางในการพูดคุยได้มากกว่า แต่ในประเด็นที่จะต้องตัดสินใจ จะมาจากพวกผม ซึ่งไม่มีอะไรซับซ้อนเลย การเสนอกำหนดบัญชีพยานก็มาจากพวกผม ไม่ได้มาจากใครกระชิบที่ไหน พวกผม 7 คนจะนั่งปรึกษาและประเมินสถานการณ์แล้วสรุปกันทุกวัน แล้วแต่ทุกการตัดสินใจก็ต้องออกมาเป็นมติ ว่าจะเอากันแบบนี้แล้วก็ทำ

"ข้อมูลข่าวสารสำคัญมากสำหรับพวกผมที่อยู่ข้างใน ดังนั้นเวลาคนมาเยี่ยม ทั้ง 7 คนที่อยู่ข้างในจะถามข้อมูลที่เราสนใจ เรื่องนั้นเป็นอย่างไร เรื่องนี้ใครสัมภาษณ์ว่าอย่างไร เรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว แล้วหลังจากนั้นพวกผม 7 คนก็จะมานั่งแลกเปลี่ยนข้อมูลกันแต่ละวัน ระดมสมองกันทุกวัน เพราะฉะนั้น เราจะทันสถานการณ์ข้างนอก และนอกจากทันแล้ว ยังวิเคราะห์ประเมินไปพร้อมๆ กับพรรคพวกที่อยู่ข้างนอกได้ด้วย อย่างคุณวัฒนาพอไปคุยกับ อ.คณิต แล้วก็จะมาแจ้งให้พวกผมทราบ แกนนำที่อยู่ข้างนอก หากจะทำอะไรก็ต้องมีการปรึกษาหารือกับคนข้างในและต้องเห็นชอบร่วมกัน"

แล้ววงไหนของจริง-ของปลอม?

ผมทราบว่ามีความพยายามจะให้ประกันตัวจากหลายส่วนจริง แล้วมันก็มีเยอะ ผมชี้ไม่ได้จริงๆ ว่าอันไหนของจริงหรือไม่จริง แต่ผมยืนยันได้อย่างหนึ่งว่าวงของเสื้อแดง อันนี้ของจริงแน่ๆ วงเจรจาอื่นๆ เขาก็ไม่ได้หลอก ทุกคนก็ช่วยกันจริงทั้งนั้น

พล.ต.สนั่นพยายามในจุดที่ท่านทำได้ แต่จะถึงจุดไหน อย่างไร ไปคุยกับใครผมไม่ทราบ ทาง อ.คณิต แม้ว่าจะมีความเห็นเหมือนคนอื่นที่เรียกร้องให้ประกันตัว แต่ต้องไม่ลืมว่า อ.คณิตมีน้ำหนักกว่าคนอื่น เพราะเป็นกรรมการชุดที่รัฐบาลตั้งขึ้น และเป็นจุดที่รัฐบาลตอบสนองต่อข้อเสนอน้อยที่สุดใน 3 ชุด ดังนั้นข้อเรียกร้องที่ดังมาจาก อ.คณิต จึงเป็นข้อเรียกร้องที่มีน้ำหนักในมิติพวกนี้ประกอบไปด้วย ผมเองก็มั่นใจว่า อ.คณิตรักษาบทบาทของนักกฎหมายและนักวิชาการ รวมไปถึงภาพของคณะกรรมการ คอป. ผมว่าท่านไม่น่าจะไปเคลื่อนไหวในทิศทางอื่น

"จริงๆ ผมอยากจะบอกว่ามันไม่มีอะไรที่มันลึกลับซับซ้อนมาก มันอาจจะเป็นเรื่องพื้นๆ ธรรมดาๆ เลยก็ได้ หากดูตามมิติข้อกฎหมาย ก็แทบจะไม่มีเหตุผลที่จะขังพวกผมต่อไป เรามองกันอย่างนี้ ชัด ง่ายและเข้าใจกว่า แต่พอคุยกันไปคุยกันมา ผมก็เริ่มสงสัยว่าผมควรจะกลับเข้าไป (เรือนจำ) สักพักก่อนดีไหม เพื่อให้อะไรมันชัดเจนขึ้นแล้วค่อยออกมา (หัวเราะ)"

คุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ดีลเมกเกอร์สำคัญในการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับคนเสื้อแดง แล้วยังเคยไปเป็นพยานให้กับคุณวีระจนได้ประกันตัว มีส่วนร่วมด้วยไหม?

ผมทราบแค่ว่าคุณกอร์ปศักดิ์ ไปเป็นพยานให้คุณวีระ แต่กับพวกผมไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกัน ตอนที่คุณวีระออกไปอาจจะมีการประสานกันบ้าง แต่สำหรับกับพวกผมนั้นไม่ปรากฏการติดต่อสื่อสารกัน แต่ผมได้ยินมาจากช่องทางอื่นว่ารัฐบาลสะดวกใจจะให้ออกมา 2 คนก่อน คือ หมอเหวงกับคุณก่อแก้ว

อำนาจนอกระบบและกองทัพ มีส่วนกับการให้อิสรภาพครั้งนี้หรือไม่?

ผมไม่สามารถมีข้อสรุปเรื่องนี้ชัดเจน เพียงแต่คิดว่าการได้อิสรภาพของพวกผม มีการคิดอ่าน ประเมินกันพอสมควร ผมได้ยินข้อมูลจากหลายแหล่ง และแต่ละแหล่งก็ชื่อใหญ่ ชื่อดังทั้งนั้น เขาไม่คิดว่าจะปล่อยผมเลย คิดจะเอาผมไว้ให้นานที่สุด เพราะถ้าปล่อยผมมาแล้วจะเป็นปัญหา แต่ในที่สุดผมก็ได้ออกมา

อิสรภาพครั้งนี้ต้องแลกเปลี่ยนด้วยเงื่อนไขอะไรหรือไม่ อย่างเช่นการต้องเลิกเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล?

"ไม่มีครับ...ไม่มีข้อตกลงอะไร...ถ้ามีเงื่อนไขพวกผมก็จะไม่รับและจะไม่ออกมา ซึ่งตรงนี้สถานการณ์การเมืองต่อไปจะอธิบายว่าพี่น้องเสื้อแดงจะมีการเคลื่อนไหว เรียกร้องกดดันให้มีการปล่อยตัวคนเสื้อแดงที่ยังถูกควบคุมตัวอีกร้อยกว่าชีวิต แล้วก็ยังมีการนัดหมายชุมนุมในวันสำคัญ 12 มีนาคม ครบรอบ 1 ปีวันเคลื่อนพล ถัดไป 10 เมษายน ก็ครบรอบเหตุการณ์ผ่านฟ้าฯ-คอกวัว ถัดไปก็ 19 พฤษภาคม ก็ครบรอบการสลายการชุมนุม"

การปล่อยตัวพวกผม ไม่ได้หมายความว่าจะมีเงื่อนไขไม่ต้องชุมนุมยืดเยื้อหรือขับไล่รัฐบาล เพราะวันนี้เราจะไปขับไล่ทำไม ในเมื่อรัฐบาลจะไปแล้ว ผมเห็นจากข่าวว่าอาจจะมีการยุบสภาในเดือน เมษายน มันก็จะต้องไปสู้กันในสนามเลือกตั้งอยู่แล้ว

"การต่อสู้ยังมีอยู่ ไม่มีการสงบศึก ถ้าเลือกตั้งเสร็จแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ชนะท่วมท้น ว่ากันแฟร์ๆ เห็นกันชัดๆ เลยว่าประชาชนนิยมพรรคประชาธิปัตย์มากจริงๆ ก็ต้องให้เขาเป็นรัฐบาล แล้วพวกผมก็จะทบทวนว่าสิ่งที่คิด สิ่งที่เข้าใจอาจจะไม่ตรงกับความต้องการของคนส่วนใหญ่ในประเทศหรือเพราะอะไร แต่ถ้าประชาธิปัตย์เอาอำนาจของประชาชนไปซุกไว้ใต้เงาของอำนาจนอกระบบอีก เราก็ต้องสู้กันอีก ถ้าคุณอภิสิทธิ์บอกว่าประชาชนให้มาด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมและจะพยายามทำให้บ้านเมืองนี้เป็นประชาธิปไตย ก็ต้องรอดู การต่อสู้มันจะยังมีอยู่ตลอดเวลา

"ประการต่อมาคือ วันนี้ยังไม่ใช่เวลาที่คนเสื้อแดงจะต้องมาชุมนุมยืดเยื้อ พวกผมออกมาวันนี้ ก็ไม่รู้คิดเรื่องชุมนุมยืดเยื้อ ขับไล่รัฐบาล ทันยุบสภาหรือเปล่า แต่สิ่งที่เราต้องทำคือต้องสร้างคุณภาพให้เท่ากับปริมานที่เติบโตขึ้นทุกวัน ต้องทำงานจัดตั้งขยายเครือข่ายให้มากขึ้น เพื่อทำให้ปริมาณที่มากขึ้นสามารถแสดงพลังได้อย่างเต็มศักยภาพ จากนี้ไปเราก็ต้องเตรียมความพร้อมสำหรับสนามเลือกตั้ง

"คนเสื้อแดงกับพรรคเพื่อไทยเดินกันแบบ 2 ขา เมื่อเข้าสู่สนามเลือกตั้งคนเสื้อแดงจะหันมาให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทย เพื่อแสดงพลังให้รู้ว่าเราคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะเราไม่สามารถระดมพล 10 ล้าน หรือ 20 ล้าน ออกมาชุมนุมได้ แต่เราสามารถรณรงค์ให้คน 10-20 ล้านมาเลือกพรรคเพื่อไทยได้ ซึ่งจะต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการกัน เพื่อเดินไปสู่เป้าหมาย เพราะฉะนั้น เลือกตั้งคราวนี้จะเป็นบทพิสูจน์ว่าเราเดินมาถูกทางหรือไม่"

วิเคราะห์กันหรือไม่ว่าผู้ถืออำนาจที่แท้จริงเขาต้องการอะไรแลกเปลี่ยนกับอิสรภาพหรือออกมาจัดระเบียบแดงให้เป็นแบบที่เขาต้องการ?

ถ้าคนเสื้อแดงเป็นกองทัพ ผมก็จะเป็นนักรบคนหนึ่งที่สู้อย่างสุดกำลัง ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหน เอาว่าเมื่อเรามีอิสรภาพเราจะทำอะไร ส่วนเขาจะต้องการอะไรก็ขอให้เป็นหน้าที่ของเขา

มีคนตั้งข้อสังเกตว่าประชาธิปัตย์กับเพื่อไทยอาจจะเกี้ยเซี้ยกันแล้วหรือเปล่า?

ไม่มี (ตอบสวน) คนเสื้อแดงเดินกันมาถึงวันนี้เพราะให้ใจกัน 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจะไม่มีเงื่อนไขซับซ้อน ซ่อนเงื่อน จะไม่มีการเกี้ยเซี้ยหรือซูเอี๋ย ทำลายความรู้สึกและความตั้งใจของคนเสื้อแดง เช่นว่า ปล่อยพวกผมมาแล้วเอาพรรคเพื่อไทยไปจับมือกับประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล โดยมีผู้กุมอำนาจเป็นคนคุมเกมอยู่ ถึงตอนนั้นพรรคเพื่อไทยไป ผมก็ไม่ไปด้วย หรือจะให้ปล่อยพวกผมมาแล้วมาทำให้คนเสื้อแดงอ่อนแอลง เคลื่อนไหวไม่ได้ พวกผมไปตกลงเงื่อนไขพิสดารอย่างนั้นไม่ได้

อาจจะตกลงกันจบในการเจรจาระดับของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แล้ว?

ผมยืนยันก่อนนะว่า ผมเป็นคนที่เคารพศรัทธาและเป็นลูกพรรค พ.ต.ท.ทักษิณจริง และถึงวันนี้ยังยืนยันว่าจะยืนเคียงข้าง พ.ต.ท.ทักษิณต่อไปนี่ก็จริง ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณมีจุดยืนเคียงข้างประชาชนผมก็ไปด้วย ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าเหนื่อยแล้วยอมแพ้ ขอหยุด ผมก็สู้ต่อ แล้วถ้า พ.ต.ท.ทักษิณบอกว่าไม่ไหวแล้ว ยืนอยู่กับประชาชน มันเหน็ดเหนื่อย เจ็บปวดท้อแท้ ขอย้ายข้างไปอยู่กับอีกข้างดีกว่า ผมก็จะสู้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร