ที่มา มติชน
นายประเทศ วงศ์ยา อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)วังจันทร์ และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ส.อบจ.)ตาก เขตอำเภอสามเงา กล่าววันที่ 2 มีนาคมถึงกรณีที่นายวราทิต ไชยนันทน์ บุตรชายคนโตของนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัวลงสมัคร ส.ส.ตาก ในนามพรรคเพื่อไทย ว่าถือเป็นสิ่งใหม่ น่าสนใจ เป็นความกล้าหาญมาก ที่มีนักการเมืองหน้าใหม่ ที่สำคัญเป็นคนตระกูลไชยนันทน์ ที่มีความคิดแตกต่าง การเมืองตากตกอยู่ในมือของพรรคการเมืองเก่าแก่มานาน คนตากไม่มีทางเลือก ไม่รู้จะไปเลือกใคร
“ผมเห็นแววนักการเมืองของนายวราทิต ชัดยิ่งกว่านายธนิตพล น้องชาย ขณะที่ทั้งสองคนมาเดินช่วยพ่อหาคะแนนเสียงที่ อ.สามเงา บ่อยๆ ในการเลือกตั้ง ส.ส.ในอนาคตอันใกล้ เชื่อว่านายวราทิต คงไม่โดดเดี่ยวแน่ กลุ่มคนตากที่เบื่อความซ้ำซาก จะเทคะแนนเสียงให้ และถ้าจะให้ดีพื้นที่การเลือกตั้งของนายวราทิต น่าจะเป็นพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 3 เขตเดียวกับนายธนิตพล น้องชาย ที่ทิ้งพื้นที่ไปนาน”นายประเทศกล่าว
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, March 2, 2011
นักการเมืองท้องถิ่นตากลั่นหนุน"วราทิต"ลงส.ส.พท. ชี้เป็นทางเลือกใหม่ แนะลงสู้กับน้องชาย
สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ยันเจตนาแก้วงจรอุบาทว์การเมือง
สัมภาษณ์พิเศษ
ระหว่างที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 และประเด็นที่มาส.ส. มาตรา 93-98 อยู่ในขั้นตอนทูลเกล้าฯ
ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กลายเป็นข้อถกเถียงอย่างกว้างขวาง คือ ข้อเสนอการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองของคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ชุดของนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์
โดยเฉพาะกรณีให้สิทธิ์พรรคที่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อมากที่สุด จัดตั้งรัฐบาล
ที่นำมาสู่ข้อสงสัยว่าแนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นจากไหน มีที่มา และมีเหตุผลอย่างไร
นายสมบัติ ชี้แจงไว้ดังนี้
ได้รับเสียงวิจารณ์หนาหู
คณะกรรมการได้รับมอบหมายโจทย์ 1.พิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น ก็มีคนบอกว่าเป็นประเด็นปลีกย่อย คงไม่ได้ช่วยให้เกิดการปฏิรูปทางการเมืองเท่าไหร่ ก็ยอมรับว่าจริง แต่เราก็ทำตามโจทย์ซึ่งรัฐบาลรับไปแก้ไขใน 2 ประเด็น
โจทย์ข้อ 2. มีความหมายในระยะยาว คือการสร้างความเข้มแข็งของการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ จึงตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 2 ส่วน
คือ คณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง นายบรรเจิด สิงคะเนติ เป็นประธาน คณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างกระบวนการยุติธรรม นายแสวง บุญเฉลิมวิภาส เป็นประธาน สองชุดทำเวิร์กช็อป เสวนากลุ่มและรับฟังความเห็นต่างๆ
ที่มาของแนวคิด
การปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองที่แตกต่างจากของเดิมมาก ขอเรียกว่านวัตกรรมใหม่ทางการเมือง หรือป๊อปปูลาร์ ปาร์ตี้ ซิสเต็ม (Popular Party System) คือระบบที่พรรคการเมืองมีความโดดเด่น
ที่มาของแนวคิดนี้ โครงสร้างทางการเมืองที่ใช้ในปัจจุบัน 78 ปี ยังล้มลุกคลุกคลานและอยู่ในวงจรอุบาทว์หลายประการ เรื่องแรก คือการซื้อสิทธิ์ขายเสียงที่ยังแก้ไม่ตก รัฐธรรมนูญเขียนว่าการเลือกตั้งหากพรรคใดทุจริตให้ยุบได้ ทำให้มีปัญหาขึ้นไปอีก
พรรคที่จะจัดตั้งรัฐบาลต้องได้เสียงในสภาเกินครึ่ง ถ้าไม่มีพรรคใดได้เสียงเกินครึ่งก็ต้องจัดตั้งรัฐบาลผสม อันเป็นที่มาของปัญหา ทั้งการบริหารไม่มีเอกภาพ การประนี ประนอมระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคแกนนำ หากประนีประนอมไม่ได้รัฐบาลก็ล้ม
ปัญหาใหญ่อีกประการคือ หากไม่มีพรรคใดได้เสียงเกินครึ่ง พรรคที่ตัดสินว่าจะให้ใครเป็นรัฐบาลไม่ใช่พรรคใหญ่ กลายเป็นพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก ทำให้เกิดการต่อรองมากจนกลายเป็นเรื่องประโยชน์ส่วนตัวและของพรรค ซึ่งเป็นจุดอ่อนใหญ่
เหตุผลที่เราเสนอแนวคิดใหม่ ซึ่งประยุกต์มาจากหลักแบ่งแยกอำนาจและต่อยอดจากสิ่งที่ทำมาแล้ว เช่น การเลือกพรรค และต่อยอดเรื่องการเสนอให้ประชาชนบริจาคภาษี เพื่อสนับสนุนให้พรรคการเมืองมีที่มาอย่างโปร่งใสขึ้น
ที่ผ่านมา หากพรรคหนึ่งพรรคใดมีเสียงเด็ดขาดก็จะเป็นเผด็จการเลือกตั้ง ครอบงำสภา นำไปสู่การทุจริตซื้อสิทธิ์ขายเสียง จะเป็นรัฐบาลต้องได้เสียงเกินครึ่งในสภาก็ต้องหนุนให้ลูกพรรคชนะให้มากที่สุด ด้วยวิธีการหาเงินช่วยซื้อเสียง คนที่หวังจะเป็นรัฐมนตรีก็ต้องหาเงินไปสนับสนุนให้ลูกน้องชนะ เป็นวงจรอุบาทว์ทางการเมืองไทย
เมื่อเป็นเผด็จการจากการเลือกตั้ง หมายความว่าหัวหน้าพรรคใหญ่จะครอบงำสภาทั้งหมดด้วยเช่นกัน สมาชิกส่วนใหญ่ของสภาไม่มีปากเสียง กฎหมายยังกำหนดอีกว่าจะลงสมัครส.ส.ต้องสังกัดพรรค 90 วัน ยิ่งทำให้การเมืองไทยอยู่ภายใต้อำนาจของหัวหน้าพรรคใหญ่โดยสิ้นเชิง
มีข้อกังวลว่าข้อเสนอทำได้ยาก
อย่าเพิ่งไปย้ำตรงนั้นทั้งที่ยังไม่เข้าใจโครงสร้างโดยรวม ไม่ได้บ้าจี้มาเสนอ แต่มีเหตุผลว่าทำไมต้องเปลี่ยนแปลงจากของเดิมเพราะเห็นว่ามีข้อบกพร่อง ไปถามนักการเมืองที่ชื่นชมระบบถามว่าของเดิมดีแค่ไหน ถ้าดีจะมาเรียกร้องให้ปฏิรูปประเทศกันทำไม แต่พอมีคนมาคิดแต่ไม่ถูกใจก็กล่าวหาเขาอีก จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ไม่เป็นไร แต่ควรใช้สติปัญญาไตร่ตรอง
นโยบายของเราคือระบอบประชาธิปไตยที่มาจากฉันทานุมัติของประชาชนโดยตรงอีกลักษณะ คือให้ประชาชนเลือกพรรค บอกเลยว่าถ้าพรรคใดได้อันดับหนึ่งให้มีหน้าที่จัดตั้งรัฐบาล
คือ ประชาชนเลือกพรรคแทนที่จะเลือกตัวบุคคล แบบที่เลือกนายกฯ หรือประธานาธิบดี และได้ใช้ในรัฐธรรม นูญ 2540 และ 2550 จึงควรต่อยอดไปเลย เพราะประชาชนเริ่มคุ้นเคยว่ามีการเลือกพรรคการเมือง ดังนั้น หากอยากให้พรรคใดเป็นรัฐบาลก็ให้เลือกพรรคไปจัดตั้งรัฐบาล
พรรคที่ได้เสียงอันดับหนึ่งตั้งรัฐบาลโดยไม่ต้องคำนึงถึงเสียงในสภา เป็นทางออกของปัญหาการเมืองไทยที่ไม่ต้องไปให้สภาโหวตเลือกเพราะประชาชนเลือกพรรคโดยตรงมาแล้ว ผลที่ตามมาคือ รัฐบาลมีเสถียรภาพ ไม่ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนเสียงในสภา
แต่ที่สับสนกันขณะนี้เพราะไปคุ้นชินกับบัญชีรายชื่อ ทำให้มองว่าเป็นการเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งที่เจตนาของเราต้องการเลือกพรรคโดยตรง แต่คนก็เอาไปบิดเบือน
การเสนอให้ส.ส.มีอิสระ ไม่ต้องสังกัดพรรค จะทำ ให้ระบบการตรวจสอบของสภาเข้มแข็ง เช่น โหวตกฎหมายได้อย่างมีอิสระ ทั่วโลกเขาไม่บังคับแล้ว
ข้อเสนอที่ว่าเหมาะสมกับสังคมไทยมากแค่ไหน
แล้วรู้ได้อย่างไรว่าไม่เหมาะสม บอกได้หรือไม่ว่าที่เป็นอยู่ไปเอารูปแบบอังกฤษมาใช้เหมาะกับสังคมไทยหรือไม่ มีปัญหาที่แก้ไขไม่ได้อยู่ทุกวันนี้แสดงว่าสิ่งที่เราใช้มันไม่เหมาะ เวลาจะคิดอะไรต้องดูเหตุผลและกล้าคิดของใหม่ หรือคิดนอกกรอบแต่ต้องอยู่บนหลักการประชาธิปไตย
การคิดของเราตรงกับหลักการทุกอย่าง และคิดว่าเหมาะกับสังคมไทยในขณะนี้มากกว่าของเดิม เพราะจะแก้การซื้อเสียงได้ โอกาสที่จะซื้อเสียงน้อยมากเพราะเลือกพรรค
ส่วน ส.ส.เขต ก็จะหาสตางค์ยากขึ้น เพราะการจะมาเป็นรัฐบาลหรือรัฐมนตรีเขาไม่ต้องพึ่งคุณแล้ว สิ่งจูงใจจะลดลงมาก แต่จะมีเสียงแย้งอีกว่าคิดอย่างนี้ดูถูกประชาชน แต่พูดอย่างตรงไปตรงมาจะมีกี่คนที่ชนะเลือกตั้งโดยไม่ต้องซื้อเสียง
ขณะที่การยกเลิกอำนาจยุบสภาของนายกฯ ข้อดีคือ นายกฯ ไม่มีอำนาจเหนือรัฐสภา จะไปขู่หรือคุกคามไม่ได้ สภาเป็นอิสระเต็มที่ มีเสถียรภาพ อยู่ครบเทอมทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะพ้นจากอิทธิพลของรัฐบาล
ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำให้เกิดระบบอุปถัมภ์ เพราะนายกฯ กลัวแพ้ก็ต้องดูแลส.ส. และบอกให้รัฐมนตรีมาช่วยกันดูแลเพื่อยกมือให้รัฐบาล เป็นที่มาของการ ตอบแทนผลประโยชน์และเกิดความไม่โปร่งใส จึงยกเลิกแต่ข้อเสนอให้การอภิปรายทั่วไปยังอยู่ ยังสามารถเปิดโปงขุดคุ้ยรัฐบาลได้เหมือนเดิม และเพิ่มความเข้มข้นมากกว่าในอดีตที่เป็นปาหี่ส่วนใหญ่
สามารถถอดถอนนายกฯ รัฐมนตรี ออกจากตำแหน่งได้ทันทีหากพบว่าประพฤติผิดทางการเมือง ไม่มีจรรยาบรรณและจริยธรรม รวมทั้งนโยบายไม่เหมาะสม บริหารไม่ดี โดยไม่ต้องตรวจสอบถึงการทุจริต
ถ้าทุจริตก็ดำเนินคดีอาญา โดยให้กรรมาธิการสภาเรียกนักการเมืองผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาไต่สวนได้ โดยมีอัยการพิเศษร่วมด้วย
หากฟังข้อมูลแล้วน่าสงสัยว่าจะทุจริตสามารถส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเข้าคุกหากทำผิด นักการเมืองไม่ชอบระบบนี้แน่นอน เพราะการตรวจสอบจะเข้มข้นและได้ผลมากกว่า
จุดประสงค์ของการเสนอแนวทางปฏิรูปการเมือง เพื่อให้เกิดความเป็นอิสระระหว่างสองฝ่าย ที่สำคัญคือความโปร่งใส หากเป็นจริงได้จะแก้ไขวงจรอุบาทว์ของการเมืองไทยได้ดีมาก
แนวคิดเรื่องตั้งรัฐบาลสอดคล้องกับนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ได้พูดคุยกันมาก่อน หรือไม่
ประชาธิปัตย์มีคนพูดคนเดียว คือ กอร์ปศักดิ์ ซึ่งพูดภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญปี ซึ่งแนวทางไม่ได้เป็นแบบนี้ แต่ไปวิจารณ์มั่วกันหมดเพราะกอร์ปศักดิ์ไม่ได้พูดของใหม่ แต่ที่เรากำลังพูดอยู่ตอนนี้คือการแก้ใหม่ อีกทั้งเสียงจำนวนมากและผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์บางคนก็ไม่เห็นด้วย
บางคนรวมทั้งสื่อบอกว่าอาจารย์สมบัติ ชงให้พรรคประชาธิปัตย์ ถามว่ามันแฟร์ไหมที่ได้ยินคนพูดโดยไม่ใช้สติปัญญา ทั้งที่เป็นคนละประเด็น หลักการคนละอย่าง เราเสนอหลักแบ่งแยกอำนาจ แต่ที่กอร์ปศักดิ์เสนอเป็นไปตามหลักควบอำนาจที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้
กว่าที่ผมจะมาถึงจุดนี้มีจุดยืนที่ชัดเจนมั่นคงตลอด เป็นนักต่อสู้ทางการเมืองตั้งแต่เป็นนักศึกษา
และวันนี้ยังมั่นคงอยู่ ยืนอยู่ได้โดยไม่ได้รับใช้ใคร และสิ่งที่ทำไม่ได้ไปหาประโยชน์จากรัฐบาล
ชุดดำมาแล้ว
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด
ดีเอสไอโดนกระหน่ำทันทีที่จุดประเด็นปืนอาก้าเป็นอาวุธที่ใช้ยิง นายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น
สังคมวิพากษ์วิจารณ์กันกว้างขวาง เพราะกรณีของนายฮิโรยูกิอยู่ในสำนวน 13 ศพที่ดีเอสไอโอนสำนวนให้ตำรวจไปเมื่อเดือนก่อน
ซึ่งนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ก็เป็นคนให้ความเห็นเองว่าเกิดจากฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ
แต่พอผ่านไปแค่เดือนเศษ กลับบอกว่ามีหลักฐานใหม่ เป็นผลชันสูตรศพของ พล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา อดีตผบช.สพฐ.ที่ระบุว่าบาดแผลของช่างภาพญี่ปุ่นถูกยิงด้วยปืนอาก้า
เป็นปืนที่ไม่มีใช้ในกองทัพไทย!
พล.ต.ท.อัมพรนั่งแถลงว่าไม่ได้ไปร่วมชัน สูตรศพนายฮิโรยูกิ
แต่วิเคราะห์จากรายงานชันสูตรและภาพถ่ายบาดแผล
ก็ฟันธงได้ทันทีว่าถูกปืนอาก้ายิงใส่
ยังคุยด้วยว่าใช้เวลาวิเคราะห์แค่ชั่วโมงเดียวก็สามารถบอกชนิดปืน!!
ตรงนี้สร้างความกังขาในสังคมอย่างมาก
คดีนายฮิโรยูกินั้น ทีมชันสูตรศพและทีมสืบสวนสอบสวนใช้เวลา 7-8 เดือนจึงสรุปเบื้องต้นได้ว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ
แต่พล.ต.ท.อัมพรใช้เวลาดูรูปศพแค่ชั่วโมงเดียว
ก็ทำให้เข้าใจว่าไม่ใช่ฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ!?
และหากย้อนไปดูการทำงานของพล.ต.ท.อัมพร เคยแสดงความเห็นถึงเหตุการณ์ม็อบพธม.ล้อมรัฐสภาเมื่อ 7 ต.ค. 51
เป็นคนฟันธงว่าเป็นแก๊สน้ำตาจีน ทำให้คนแขนขาขาดได้
และยังระบุว่าน้องโบว์เสียชีวิตเพราะแก๊สน้ำตา หลังจากดูภาพถ่ายศพ
ซึ่งก็ขัดแย้งกับผลชันสูตรของทีมแพทย์
ฉะนั้น ยืนยันได้ว่าการวิเคราะห์จากภาพถ่ายศพ
เป็นเพียงแค่ส่วนประกอบในสำนวน
เพราะหลักฐานทั้งหมดต้องดูจากผลชันสูตรที่ครบถ้วนรอบด้าน บาดแผล ขนาดแผล วิถีกระสุน
และดูจากคำให้การของพยานที่เห็นเหตุการณ์
จึงไม่เข้าใจว่าทำไมนายธาริตต้องพาพล.ต.ท.อัมพรออกมานั่งแถลง ทั้งที่โอนสำนวนคดีนี้ให้ตำรวจไปแล้ว
ทำให้นึกถึงคดีดังในอดีต "ห้างทอง ธรรมวัฒนะ"
ตอนนั้นตำรวจสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย
แต่หมอผ่าศพคนหนึ่งอ้างผลวิเคราะห์ของนายเอเดรียน ลินาเคอร์ ผู้เชี่ยวชาญชาวมะกัน
บอกว่าแค่ดูจากภาพถ่ายศพนายห้างทองก็ระบุเป็นฆาตกรรม
และมีการฟ้องนายนพดล ธรรมวัฒนะ ผู้ต้องหา
ต้องต่อสู้คดีหลายสิบปีจนศาลอุทธรณ์พิพากษาให้พ้นมลทิน
คดีนายฮิโรยูกิก็เช่นกัน อาจซ้ำรอยคดีห้างทอง
โดยมี "คนชุดดำ" ตกเป็นเหยื่อ!?
ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 02/03/54
ที่มา thaifreenews
โดย blablabla
มันแสดง ให้เห็น ใคร? เส้นใหญ่
เป็นละคร บทจัญไร ใครก็รู้
เลวกับทราม แถมต่ำช้า ไม่น่าดู
ช่างอดสู พวกสิ้นคิด จิตอัปรีย์....
เพราะพวกมัน ภูมิใจ เส้นใหญ่มาก
เลยต้องอยาก โชว์พาว ในคราวนี้
แสดงบท ตบตา ประชาชี
ปั่นคดี แล้วร่วมด้วย เพื่อช่วยกัน....
สมเป็นยุค ตกต่ำ ระยำแท้
หมดทางแก้ เพราะพวกเลว แหลกเหลวนั่น
ต่างก็ใช้ มารยา สารพัน
จงอุ้มมัน ต่อไป จัญไรชน....
ดำเป็นขาว ราวโลกนี้ มีปาฏิหาริย์
ส่อสันดาน หลบหลีก ได้อีกหน
กอดคนชั่ว เอาไว้ อยู่ใกล้ตน
ช่างสัปดน คนคิด จิตอัปรีย์....
มันแสดง ออกมา ว่าเส้นใหญ่
ใครหน้าไหน จะมา กล้าหือนี่
ส่วนคนอุ้ม ก็โสมม เหมาะสมดี
ใกล้เต็มที วันสิ้นชาติ สิ้นแผ่นดิน....
๓ บลา / ๒ มี.ค.๕๔
http://3blabla.blogspot.com
ฉบับหายนะ
ที่มา ข่าวสด
ฉบับหายนะ
คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม
กระสา มันเสมอ
ตอนการเมืองเมืองไทยยังจัดสำรับได้ ด้วยการอิงผลประโยชน์ส่วนใหญ่ให้อยู่รอด
นายกฯ เปรม ติณสูลานนท์ อยู่ในอำนาจต่อเนื่องกัน 8 ปี 5 เดือน
ระหว่างนั้น สะดุดบ้าง ล้มลุกคลุกคลานบ้าง กวาดพรมใต้พื้นบ้าง ชาติบ้านเมืองก็มีเวลาทำงาน กระตุ้นผู้คนให้สำนึกสำเหนียก
ถึงเวลา การเมืองอยากให้อยู่ต่อ ท่านนายกฯ เปรม ตอบสั้นๆ ว่า ผมพอแล้ว
"พอ" ของคุณเปรม เป็นคำอมตะ คนพอไม่เคยตาย ที่ตายซ้ำตายซากต่างหากที่ไม่พอ
อำนาจสั่วๆ ในโลกนี้ มันนุงถุงนุงนังยุ่งขิงยิ่งยุ่งเหมือนยุงตีกันก็เพราะผลประโยชน์และตำแหน่งแห่งหนเฉพาะหน้า
เอาประโยชน์ส่วนรวมเป็นตัวตั้งเมื่อไร
ผู้มีอำนาจโดยคนอื่นหยิบยื่นให้กับความเร่าร้อนด้วยความอดทนได้เท่าไร
เผชิญหน้าความรุนแรงด้วยความเมตตาเท่าไร
จิตสาธารณะเรียงตามลำดับขั้นเมื่อไร
หรือที่สุดแล้ว เพียงพอกับสาระอันไร้สาระ
ชัยชนะที่มีต่อการเมืองก็มีแค่เอื้อม
จะเป็นชัยชนะดำรงอยู่ตลอดไป
มีใครบอกกับคุณอภิสิทธิ์ บ้างหรือยังว่า ให้เลิก ให้พอกับการเมืองได้แล้ว
จากครอบครัว วงศาคณาญาติ จากพรรคที่สังกัด พรรคร่วม พี่เพื่อนน้องใกล้ตัว จากคนใกล้ชิด
ไม่มีใครรัก คุณอภิสิทธิ์ จริงๆ เลยหรือ
พรรคคนใกล้ตัวที่ชื่นชมผลประโยชน์เฉพาะหน้า อยากเห็นคุณอภิสิทธิ์ ตายทั้งเป็น คามือคาปากตัวเองทั้งหมด?
2 ปีเศษ คุณอภิสิทธิ์ คามือในงานที่ไม่มีฝีมือไปกี่เรื่อง
2 ปีเศษ ความพร้อมโดยนัยแห่งนายกฯ ถลุงประเทศชาติย่อยยับไปแล้วกี่ราย
เศษเวลาที่เหลือ จะกลืนกินนายอภิสิทธิ์ถ่ายเดียว
เมตตาสงสารคุณอภิสิทธิ์กันบ้างเถิด
จัดลงสำรับทั้งทีปากน้อยๆ ยังอมมือ ไร้เดียงสายังวิ่งหาบ้านในกรมทหาร
การเมืองนอกสำรับฉบับของใคร?
พลิกเพื่อใคร?
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ บทบรรณาธิการ
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พึงตระหนักอยู่แก่ใจทุก ขณะจิตว่า การแถลงถึงสาเหตุการเสียชีวิต ของนายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ผู้สื่อข่าวญี่ปุ่น ในเหตุการณ์ชุมนุมการเมืองเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 นั้น
เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อ สังคมไทยอย่างกว้างขวาง จึงเป็นสิ่งที่จะต้องยืนอยู่บน"สัจจะ"บนความจริงแท้เท่านั้น เพื่อ สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับผู้รับฟัง
ความเชื่อมั่นที่นี้ มิใช่เป็นความเชื่อมั่นต่อนายธาริตเป็นการส่วนตัว หรือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือต่อรัฐบาลไทย
แต่คือความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยทั้งระบบ
ถ้าเชื่อคำแถลงครั้งนี้ ที่ว่านายมูราโมโตะเสียชีวิตโดยกระสุนอาก้า ที่ไม่มีใช้ในราชการหรือกองทัพไทย
แล้วจะให้น้ำหนักกับคำแถลงหนที่ผ่านๆ มาของนายธาริตเอง ที่ว่านายมูราโมโตะน่าจะ เสียชีวิตด้วยฝีมือของเจ้าหน้าที่ได้เพียงใด
และจะให้ค่าให้น้ำหนักเพียงใดกับวิธีการพิสูจน์หลักฐาน ที่ผู้ลงความเห็นมิได้เป็นผู้ร่วมผ่าพิสูจน์ แต่อาศัยเพียงการพิจารณาจากภาพถ่ายแล้ววิเคราะห์หรือลงความเห็น
ถ้ากระบวนการเช่นนี้มิใช่เป็นเรื่องที่กระทำกันตามปกติ ก็จะต้องถามว่านายธาริตหรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ
กระทำลงไปด้วยเจตนาใด
นายธาริตอาจไม่ตระหนักถึงผลกระทบ ที่จะเกิดขึ้นจากพฤติกรรมและคำพูดของตนเอง แต่ผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ที่ควรมีสติปัญญามากกว่าก็ต้องพึงสำเหนียก
ถามว่ากระทรวงยุติธรรมหรือรัฐบาล มีจุดยืนเดียวกันกับนายธาริตในเรื่องการพิสูจน์ความจริงของคดีไม่ว่าจะเป็นกรณีนายมูราโมโตะ และอื่นๆ หรือไม่
ถ้าคำตอบคือมิใช่ ก็จะต้องมีมาตรการที่แสดงให้เห็นว่า กระบวนการดำเนินคดีทั้งหมดนั้นเป็นไปโดยโปร่งใส
ถ้านิ่งเฉยไม่ทำอะไร ย่อมแปลว่ากระทรวงยุติธรรมและรัฐบาลเห็นด้วยในสิ่งที่นายธาริต กระทำลงไป
และพร้อมที่จะรับผลกระทบที่จะ เกิดขึ้นทั้งหมดในอนาคตแล้ว
จตุพรแจ้งจับธาริต พิษอาก้า โรเบิร์ตฉะ-พิลึก
ที่มา thaifreenews
โดย bozo
แจ้งจับ- นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.เพื่อไทย แถลงแจ้งจับ
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ และ
พล.ต.ท.อัมพร จารุจินดา อดีตผบช.สพฐ. ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
กรณีที่ออกมาระบุว่า
ช่างภาพชาวญี่ปุ่นน่าจะถูกกระสุนปืนอาก้ายิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 1 มี.ค.
เวลา 11.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย
และแกนนำนปช. กล่าวถึงนายธาริต และพล.ต.ท. อัมพร ระบุถึง
กระสุนที่ยิงช่างภาพรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น น่าจะเป็นกระสุนปืนอาก้า
ที่ไม่มีอยู่ในประจำการของเจ้าหน้าที่รัฐว่า การกระทำดังกล่าวน่าจะผิดกฎหมาย
คดีดังกล่าวไม่ได้อยู่ในความดูแลของดีเอสไอแล้ว
เพราะส่งเรื่องกลับไปยังสตช. และยังเป็นการนำบุคคลที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ
มาพิสูจน์หลักฐาน มาวุ่นวายกับหลักฐานและสำนวน
ตนจึงจะไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายธาริต ในวันที่ 2 มี.ค. เวลา 10.00 น.
ข้อหาจงใจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ
ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ
แจ้งความดำเนินคดีพล.ต.ท. อัมพร ในฐานะเป็นผู้สนับสนุนให้มีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
นายจตุพร กล่าวว่า อยากถามว่านายธาริต กล้าหาญขนาดออกมาบอกว่า
กองทัพไม่มีปืน อาก้าใช้ ขอให้ไปถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ว่า
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ตามข้อมูลที่มี มีหน่วยงานทางทหารที่มีอาก้าใช้ คือ
1.กองพันทหารราบที่ 2 ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ ประจวบคีรีขันธ์
2.หน่วยการศึกษากองทัพบก แบ่งเป็น
โรงเรียนนายร้อยจปร.
โรงเรียนเตรียม ทหาร
โรงเรียนทหารราบ และ
โรงเรียนศูนย์สงครามพิเศษ
3.หน่วยปฏิบัติการพิเศษของศูนย์บัญชาการสงครามพิเศษ
ที่จัดอาวุธพวกนี้ไว้ในกลุ่มอาวุธนอกยอด เพื่อใช้ในภารกิจลับทางทหาร และ
4.กองพลที่ 1 มหาดเล็ก รักษาพระองค์ มีหน่วยงาน 3 หน่วยที่มีอาวุธปืนอาก้า คือ
ร.11 ร.1 และร.31 ลพบุรี
และหากไปย้อนข่าวเก่าดูจะเห็นว่าในสมัยหนึ่งพล.ต.อ. ประทิน สันติประภพ
เคยจับกุมอาวุธสงครามได้ปืนอาก้า ที่จ.ปราจีนบุรี แต่สุดท้ายเจอตอเรื่องเลยเงียบไป
จึงต้องถามว่าอาก้าเหล่านี้มาจากไหน ขอให้นายธาริตหยุดแสดงความโง่อย่างนี้ต่อไป
โรเบิร์ตฉะธาริต-พิลึกน่าอาย
วันเดียวกัน นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความกลุ่มนปช.
ซึ่งยื่นคำร้องต่อศาลอาญาระหว่างประเทศหรือไอซีซีให้เปิดการสอบสวนคดี 91 ศพ
ให้สัมภาษณ์ถึงคำแถลงล่าสุดของนายธาริตในคดีนายมูราโมโตะ
ช่างภาพญี่ปุ่นถูกสังหารระหว่างการสลายการชุมนุมว่า
พฤติกรรมที่น่าตกตะลึงนี้ เป็นเรื่องที่พิลึกพิลั่นและน่าอับอายไปทั่วโลก
หากกลับไปอ่านคำร้องของนปช.ที่ยื่นต่อศาลไอซีซี จะพบว่า
มีข้อความของพยานที่ระบุไว้แล้วว่า
หน่วยงานสอบสวนอาจพยายามเปลี่ยนแปลงหลักฐานในการสอบสวนคดี 91 ศพ
เรื่องนี้เป็นตัวอย่างว่า อาจมีความพยายามที่จะปกปิดข้อเท็จจริงในกรณีอื่นๆ ด้วย
และเป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่า มีข้อมูลหลักฐานมากมายอีกแค่ไหนที่ไม่ได้ปรากฏออกมา
ทั้งยังมีคำถามถึงตัวนายธาริตในเรื่องการวางตัวเป็นอิสระในการสอบสวน ว่าทำงานให้กับใคร
นายอัมสเตอร์ดัมกล่าวด้วยว่า สำหรับนายอภิสิทธิ์ที่ตอนนี้พูดถึงเรื่องเลือกตั้งแล้วนั้น
จนถึงป่านนี้ยังไม่ได้อธิบายถึงความรับผิดชอบของตนเองกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ในเดือนเม.ย.และ พ.ค.ปีก่อน
และยังไม่ให้คำตอบกับญาติของผู้ที่ถูกสังหารในการสลายการชุมนุมแต่อย่างใดเลย
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXdNVEF5TURNMU5BPT0=§ionid=TURNd01RPT0=&day=TWpBeE1TMHdNeTB3TWc9PQ==
เบื้องหลังประกัน 7 แกนนำ:โดยมานิตย์ จิตจันทร์กลับ
ที่มา thaifreenews
โดย prainn
มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
แกนนำและที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย
และอดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา
ในงานเสวนา"วิกฤติปาก-ท้อง"
จัดโดยชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย
ณ มูลนิธิ111
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2554
ขุดรากอำมาตย์ถอนโคนศักดินา:สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
ที่มา thaifreenews
โดย prainn
ผศ.ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ร่วมเสวนาในงานรำลึก 35 ปี 6 ตุลา 19
ในหัวข้อ "เบื้องหลัง 6 ตุลา เบื้องหน้าประชาธิปไตย"
ณ หอประชุมศรีบูรพา ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554
สื่อเป็นเครื่องมือชนชั้นนำ:จอม เพชรประดับ
ที่มา thaifreenews
โดย prainn
จอม เพชรประดับ
ร่วมเสวนาในงานรำลึก 35 ปี 6 ตุลา 19
ในหัวข้อ "เบื้องหลัง 6 ตุลา เบื้องหน้าประชาธิปไตย"
ณ หอประชุมศรีบูรพา ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554