WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, March 5, 2011

กกต."สดศรี" สตรีสากล วิเคราะห์เกมปฏิวัติ-เพื่อไทย-ปชป. อ่านผู้หญิง-ชู้-และการไต่เต้าอำนาจ !

ที่มา มติชน



ผู้หญิงในสนามการเมือง มักถูกเปรียบเป็นไม้ประดับ

ผู้หญิงที่อยู่ในวงล้อมของผู้มีอำนาจ มักถูกโจมตีเรื่องชู้สาว

"สดศรี สัตยธรรม" ต้องพัวพันกับนักเลือกตั้งทั้งหญิง-ชาย

เธอเคยบอกว่า เป็นกรรมการตัดสินยุคนี้ลำบาก ต้องกลืนเลือด กลืนน้ำตา ขาข้างหนึ่งอยู่ในตะราง

ในยุคที่สังคมยังแตกแยก ในวาระ วันสตรีสากล "สดศรี" ส่งสัญญาณกระเทือนทั้งกระดานอำนาจด้วยคีย์เวิร์ด "คิดว่าถ้าปฏิวัติได้ปฏิวัติเลย ไม่อยากให้มีเลือกตั้งเพราะเหนื่อยมาก"

"ประชาชาติธุรกิจ" สนทนากับเธอ ผู้หญิงที่ใช้สมอง-เหตุผล มองการเมือง อ่านบทสัมภาษณ์นับจากบรรทัดนี้ถัดไป

คลิกอ่านรายละเอียด

คลิปวิดีโอ บก.ลายจุดนัดทำ "Flash Mob"ตะโกนลั่น"ดีเอสไอ"

ที่มา มติชน







รับชมข่าว VDO

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ "บก.ลายจุด" แกนนอนกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ได้จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์นัดรวมตัวทำ" Flash Mob" ที่หน้าตึกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อตะโกนคำว่า "หน้าที่ของข้าราชการ คือ ต้องรับใช้ประชาชน" ซึ่งเป็นคำฮิตและติดปาก ที่เกิดขึ้นในละครเรื่อง "คู่เดือด" นำแสดงโดย "ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ" โดย บก.ลายจุด ได้เขียนลงในเฟซบุ๊คเพื่อขอให้เพื่อนๆ สมาชิกช่วยกันกระจายข่าว บอกต่อๆกันไป ซึ่งมีกลุ่มคนเสื้อแดงมาร่วมกิจกรรม" Flash Mob" โดยมีเป้าหมายเพื่อโจมตีการทำหน้าที่ของ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

นายสมบัติระบุว่า เหตุที่ต้องตะโกนเรียกร้องความเป็นธรรมหน้าดีเอสไอ เพราะนายธาริตไม่ได้ทำงานรับใช้ประชาชน แต่รับใช้รัฐบาล ทำให้คดีฆ่าประชาชนไม่คืบหน้า

เลื่อนวัน"เปิดเขียง"ใครได้ใครเสีย

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ รายงานพิเศษ



แรกเริ่มเดิมที พรรคประชาธิปัตย์ผลักดันให้เปิดซักฟอกวันที่ 9 มี.ค.

แต่หลังฝ่ายค้านยื่นญัตติ มีความเคลื่อน ไหวจากพรรคร่วมรัฐบาลต้องการให้เป็นวันที่ 15 มี.ค.

ด้วยเหตุผลที่หลากหลาย กระแสหนึ่งระบุเป็นเพราะพรรคภูมิใจไทยยังไม่พร้อม บ้างว่าหนีม็อบ เลี่ยงงานระดมทุนของพรรคชาติไทยพัฒนา

รวมถึงการถอยของรัฐบาลเพื่อตั้งหลัก หาข้อมูลหักล้างข้อกล่าวหา

ที่สุดแล้วการเลื่อนวันซักฟอก ใครได้ประโยชน์



ธนิตพล ไชยนันทน์

เลขานุการวิปรัฐบาล


การอภิปรายที่เลื่อนวันออกไป เนื่องจากวิปรัฐบาลได้ไปพูดคุยกับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทราบข้อมูลว่าขณะนี้ฝ่ายเลขาธิการสภาฯ กำลังตรวจลายมือชื่อส.ส.ที่ลงชื่อรับรองญัตติ และมีเรื่องของเอกสาร เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดในส่วนการเปิดอภิปรายที่ต้องยื่นต่อ ป.ป.ช. สภากำลังดูในข้อกฎหมายว่าสิ่งที่ฝ่ายค้านกล่าวหานายกฯ และรัฐมนตรีแต่ละคนมีเรื่องที่เกี่ยวข้องและต้องนำส่ง ป.ป.ช.หรือไม่ ต้อง ตรวจสอบไม่เกิน 7 วัน จากนั้น ส่งให้ประธานสภา บรรจุระเบียบวาระ

เรื่องวันเปิดอภิปราย ผมยังไม่แน่ใจว่าเป็นอย่างไร แต่สุดท้ายแล้วก็หนีไม่พ้นว่าจะต้องทำตามกฎหมาย

ส่วนการเลื่อนวันอภิปรายออกไป รัฐมนตรีไม่น่าจะมีข้อได้เปรียบอะไรมากมาย เพราะสุดท้ายก็อยู่ที่ข้อมูลที่แต่ละฝ่ายนำเสนอ การเลื่อนวันอภิปรายออกไปฝ่ายค้านจะได้มีเวลาตรวจสอบข้อมูล และหาข้อมูลได้นานขึ้น

กระแสข่าวเลี่ยงงานระดมทุนของพรรคชาติไทยพัฒนา วันที่ 12 มี.ค. ก็คงไม่เกี่ยวกัน เพราะการจัดงานระดมทุนพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคอื่นก็มี เป็นเรื่องปกติ และคิดว่าวุฒิภาวะของนายชัย ชิดชอบ ประธานสภา คงแยกออกระหว่างงานสภากับงานพรรคร่วมรัฐบาล จึงไม่คิดว่าจะเลื่อนด้วยเหตุผลกับงานที่ไม่เกี่ยวกับงานสภา อาจเป็นการตรวจสอบที่อยากให้ละเอียดรอบคอบมากกว่า

และคงไม่เกี่ยวกับการชุมนุมในวันที่ 12 มี.ค. เช่นกัน เพราะถ้าเป็นการชุมนุมโดยสงบก็ไม่ต้องหลีกเลี่ยงอะไร และฝ่ายความมั่นคงยืนยันว่าเตรียมการรับมือได้อยู่แล้ว



น.พ.อลงกต มณีกาศ

โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน


ไม่ว่าจะเป็นช่วงวันที่ 9-12 มี.ค. หรือวันที่ 15-18 มี.ค. รัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้เสียเปรียบ หรือได้เปรียบแต่อย่างใด เพราะคงมีการเตรียมความพร้อมเพื่อตอบข้อซักถามไว้ทุกกรณีอยู่แล้ว ยกเว้น เรื่องน้ำมันปาล์มที่อาจจะเหนื่อยหน่อย

ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยที่การอภิปรายครั้งก่อนพรรคเพื่อแผ่นดินโหวตสวน ลงมติไม่ไว้วางใจ เนื่อง จากพรรคภูมิใจไทยตอบข้อซักถามไม่เคลียร์ ครั้งนี้พรรคเพื่อแผ่นดินก็ต้องรอดูว่า การอภิปรายในสภาจะเป็นอย่างไร

การอภิปรายครั้งนี้ไม่ว่าจะเกิดช่วงไหน คนที่เป็นรัฐมนตรีตัวจริงก็คงสามารถตอบได้ทุกเรื่อง ไม่มีปัญหา ให้อภิปรายพรุ่งนี้เลยก็ยังได้ แต่สำหรับคนที่เป็นรัฐมนตรีนอมินี คงลำบาก เพราะจะต้องมีคนเขียนสคริปต์ตอบข้อซักถามในสภาให้ ก็คงจะต้องใช้เวลาในการเตรียมตัวเหมือนกัน

การเลื่อนวันอภิปราย ความจริงรัฐบาลคงอยากชี้แจงประเด็นปัญหาต่างๆ ให้กระจ่างโดยเร็ว แต่คงกลัวการชุมนุมของกลุ่มนปช. ที่บังเอิญกำหนดวันชุมนุมในวันที่ 12 มี.ค.

ส่วนเหตุผลที่เลื่อนเพราะ 4 รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ยังไม่พร้อม ผมไม่ทราบต้องไปถามวิปรัฐบาล แต่คิดว่ารัฐมนตรีคนใดที่ทุจริตจะใช้เวลาในการเตรียมข้อมูลเท่าไหร่ก็คงไม่พอ เพราะข้อเท็จจริงยังไงก็ต้องปรากฏ

แต่คงไม่เกี่ยวกับเลื่อนวันอภิปรายเพราะไปตรงกับวันที่พรรคชาติไทยพัฒนา จัดงานระดมทุน คิดว่าเรื่องนี้คงไม่เกี่ยวข้องกัน ระดมทุนก็ส่วนระดมทุน คนที่คิดจะซื้อโต๊ะที่ได้ข่าวว่าราคาถึง 2 ล้านบาท เขาก็คงไม่ตัดสินใจภายในวันที่ 12 มี.ค. วันเดียวหรอก เขาคงคิดล่วงหน้าไว้ถึง 2 สัปดาห์แล้ว



พีระเดช ศิริวันสาณฑ์

ส.ส.นครสวรรค์ พรรคชาติไทยพัฒนา


ช่วงเวลาวันอภิปรายจะเป็นเมื่อไหร่ คิดว่าไม่ค่อยมีผลเท่าใดนัก เพราะรัฐบาลพร้อมชี้แจงอยู่แล้ว ความจริงยื้อไปก็ไม่เป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลและยิ่งจะเสียเปรียบด้วยซ้ำ ยิ่งทำให้ฝ่ายค้านเตรียมตัวและเตรียมข้อมูลได้มากขึ้น

ส่วนกระแสข่าวพรรคชาติไทยพัฒนาขอให้เลื่อนเพราะติดงานระดมทุน ไม่น่าจะเกี่ยวกัน พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ได้ขอเลื่อนและคงไม่ใช่ประโยชน์ของเราโดยตรงที่ต้องไปออกตัวขนาดนั้น พรรคชาติไทยพัฒนาเป็นพรรคไม่กี่เสียง คงไม่เป็นผล เชื่อว่าคงอยู่ที่พรรคใหญ่คุยกันเองมากกว่า

เรื่องนี้ยิ่งลากยาว ยิ่งแย่ ทำให้เหลือเวลาให้ฝ่ายค้านมากขึ้น รัฐบาลก็ยิ่งจะกดดันมากกว่า หลังอภิปรายเสร็จรัฐบาลเสียอีกที่ต้องพยายามแก้ไข เพื่อให้คะแนนโดยเฉพาะของพรรคประชาธิปัตย์ ให้ได้มากขึ้น

แต่ถึงอย่างนั้นรัฐบาลไม่น่าเพลี่ยงพล้ำ ก็ต้องดูที่ข้อมูล ถ้าข้อมูลแน่นกระแสสังคมคงกดดัน ซึ่งไม่ใช่ว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะตะบี้ตะบันเกาะกันไว้

ส่วนกรณีที่มีเสียงวิจารณ์ว่าหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จแล้วนายกฯ จะยุบสภาหนีทันที นิสัยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ใช่คนที่จะหนีอะไรอยู่แล้วและก็ผิดหลักการของคนพรรคประชาธิปัตย์ด้วย



ประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ

ประธานส.ส. พรรคภูมิใจไทย


การเลื่อนวันอภิปราย คงไม่ใช่เพราะกระแสข่าวเลื่อนเพราะรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย ไม่พร้อม ผมได้คุยกับประธานชัย ชิดชอบ เรียบร้อยแล้ว ท่านบอกว่าที่เลื่อนเพราะการส่งเอกสารบรรจุวาระการประชุมถึงประธานสภาฯ มันช้า ประกอบกับขณะนี้ถ้ารีบเร่งบรรจุวาระคงไม่ทันการณ์ ประเด็นอยู่เพียงเท่านี้

จากการสอบถามรัฐมนตรีของพรรคทุกคน ขณะนี้มีข้อมูลเตรียมพร้อมไว้ครบแล้ว ถือเป็นธรรมดาของรัฐมนตรีที่ต้องมีความพร้อมจะชี้แจงได้ทุกเรื่อง ตรงกันข้ามกลับเป็นผลดีแก่พรรคฝ่ายค้านด้วยซ้ำ ที่จะมีเวลาหาข้อมูล

ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า นายเนวิน ชิดชอบ ส่งสัญญาณไปยังประธานชัย เลื่อนวันอภิปรายก็ไม่เป็นความจริง เพราะนายเนวิน ไม่ได้เข้ามายุ่งอะไรด้วย เพียงแต่กำชับรัฐมนตรีทุกคนให้เตรียมความพร้อมไว้เท่านั้น

กระแสข่าวที่ถาโถมมายังพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด เป็นเจตนาที่ต้องการดิสเครดิต ซึ่งพรรคชินเสียแล้ว เพราะคนภายนอกเห็นพรรคเราเป็นพรรคเข้มแข็งและอบอุ่น การโจมตีอะไรต่างๆ เกี่ยวกับการเมืองก็ต้องมาลงที่พรรคภูมิใจไทย มั่นใจว่าไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายช่วงไหน เวลาใด ในพรรคพร้อมชี้แจงทุกเรื่อง 100%

ผลได้หรือผลเสียต่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ไม่มีอะไรในกอไผ่ เพราะรัฐมนตรีในพรรคทุกคน ไม่ได้ทำอะไรเสียหายต่อกระทรวงที่รับผิดชอบ และรัฐมนตรีของเราทุกคนมีข้อมูลพร้อมชี้แจงอยู่แล้ว



วิทยา บุรณศิริ

ประธานวิปฝ่ายค้าน


เท่าที่ดูว่าเหตุผลของการเลื่อนวันอภิปราย คงเป็นเพราะความไม่พร้อมของรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย เพราะพรรคประชาธิปัตย์ระบุตลอดว่ามีความพร้อม ประเด็นจึงอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย

ผมว่าเป็นเรื่องธรรมดา เวลานักมวยจะชกกันก็ต้องมีการให้เวลาเตรียมตัวกันบ้าง อย่าไปอิจฉาเขาที่มีเวลา หน้าที่ของเราคือทำให้ตัวเองพร้อมไว้ก่อน แล้วจริงๆ พรรคเพื่อไทยก็พร้อมเสมอ พร้อมตั้งแต่ยื่นญัตติแล้วด้วยซ้ำ

เมื่อเวลามีให้มากขึ้นขนาดนี้ก็ต้องดูว่ามวยที่จะชกกันจะชกกันสมราคาหรือไม่



พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์

โฆษกพรรคเพื่อไทย


ที่เลื่อนออกไปเพราะอยากจะลอกข้อสอบ ล้วงตับฝ่ายค้านว่ามีอะไรบ้าง อ้างว่าลายมือชื่อของ ส.ส.ไม่ตรงกัน ทั้งที่จริงแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นสำคัญเพราะอย่างไรจำนวนส.ส. เข้าชื่อเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดอยู่แล้ว

ที่มีข่าวเลื่อนไปอีกสัปดาห์ เพราะนายเนวิน ชิดชอบ ขอให้นายชัย ชิดชอบ ชะลอการบรรจุญัตติออกไป เพราะรัฐมนตรีไม่มีความพร้อม เก่งแต่ปาก น่าผิดหวังกับวิปรัฐบาลที่กำลังเล่นเกมในการโกงข้อสอบล่วงหน้า สะท้อนวิชามารทางการเมืองทั้งที่การอภิปรายครั้งนี้เป็นยกสุดท้ายแต่ก็ยังตุกติก

รัฐบาลประมาทนึกว่าฝ่ายค้านไม่มีอะไร แต่เมื่อเห็นรายละเอียดในญัตติถอดถอนก็เลยตกใจเพราะมีข้อมูลใหม่ที่รัฐบาลนึกไม่ถึง อย่างกรณีของบริษัทฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเตท ที่ไม่เคยปรากฏในสื่อทำให้รัฐบาลตั้งหลักไม่ทัน

จึงหวังใช้กลเกมขอประวิงเวลาออกไป เพื่อรอดูข้อสอบของฝ่ายค้านและหาข้อมูลในการตั้งรับ

ศึกชี้ชะตา

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน

มันฯ มือเสือ




เป็นอันว่าวิปรัฐบาลกับวิปฝ่ายค้านตกลงกัน

ถึงกรอบเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรัฐมนตรีรวม 10 คน ว่าจะให้อภิปรายกันแบบจุใจ 4 วัน

ส่วนจะเป็น 4 วันไหน 9-12 มี.ค. ตามที่ฝ่ายรัฐบาลคุยว่าพร้อม หรือยื้อเป็นสัปดาห์ถัดไปตามที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอ ต้องให้ท่านประธาน ชัย ชิดชอบ ตัดสินอีกครั้ง

ภายใน 4 วันนี้ จะแบ่งเป็นฝ่ายค้านได้อภิปราย 40 ชั่วโมง รัฐมนตรีชี้แจง 20 ชั่วโมง และเผื่อเวลาสำหรับการประท้วงอีก 6 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้น 66 ชั่วโมง

นักวิเคราะห์การเมืองหลายคนเห็นตรงกัน

ถ้าดูจากเนื้อหาตามที่ฝ่ายค้านวางกรอบไว้ 3 ประเด็น คือ การสลายการชุมนุมเดือนเม.ย.-พ.ค. 53 ที่มีผู้บาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก การทุจริตคอร์รัปชั่นในรัฐบาล และการบริหารงานผิดพลาดบกพร่อง

การอภิปรายครั้งนี้น่าจะดุเดือดเลือดพล่านไม่แพ้ครั้งไหนๆ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอภิปรายมีขึ้นใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่รัฐบาลยืนยันว่าจะยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายน่าจะใส่กันไม่ยั้ง

แต่ที่พูดกันมากคือฝ่ายค้านไม่ได้หวังผลโค่นล้มรัฐบาลให้ได้ในทันทีทันใด แต่คงต้องการจะฝากรอยแผลให้รัฐบาลติดตัวไปลงสนามเลือกตั้ง

ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็อ่านเกมของฝ่ายค้านออกเช่นกันและเตรียมพร้อมรับมือมาอย่างดี

เอาเป็นว่าต่างฝ่ายต่างรู้ว่าในจังหวะการเมืองเข้าสู่ปลายยกสุดท้าย ใครพลาดพลั้งโอกาสจะเรียกคะแนน คืนคงยาก

อย่างไรก็ตามจากบรรยากาศโหมโรง เกทับกันไปมาระหว่างนี้ เซียนการเมืองยังไม่กล้าให้ราคาว่าใครเป็นต่อหรือใครเป็นรอง

เพราะดูฟอร์มแล้วต่างฝ่ายต่างมั่นอกมั่นใจ

การที่ฝ่ายรัฐบาลแสดงความพร้อมให้สภาเปิดอภิปรายโดยเร็ว น่าจะเป็นการหวังผลทางจิตวิทยาในการข่มขวัญฝ่ายตรงข้ามมากกว่า

ส่วนซีกฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทย เชื่อว่า นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าทีมอภิปรายน่าจะทำการบ้านมาอย่างดี เนื่องจากครั้งนี้ไม่เพียงเป็นศึกชี้ชะตาอนาคตของพรรค

แต่ยังเป็นการชี้ชะตาตัวนายมิ่งขวัญเองด้วย ว่าจะ โชว์ฟอร์มสมฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือไม่

66 ชั่วโมงหลังระเบิดศึกจะเป็นคำตอบ

ระหว่าง "เฮียมาร์ค-เฮียมิ่ง" ใครจะอยู่ใครจะไป

ใครเผาเซ็นทรัลเวิล์ดถ้าโลกนี้มีความยุติธรรม ก็ไม่น่าจะถามอีกต่อไปยกเว้นที่นี้ไทย

ที่มา thaifreenews

โดย kajokkub

เคยเขียนไปหลายครั้งแล้ว ถามว่าตลอดเวลาทุกวันที่เสื้อแดงชุมนุมอยู่นั้น เซ็นทรัลนั้นแหละคือส่งกวนใจของคนอยากปราบเสื้อแดง อยากให้เสื้อแดงเลิกชุมนุม เพราะเสื้อแดงอยู่ชุมนุมได้ เพราะมีเซ็นทรัลให้ความมีมนุษยธรรมต่อมนุษย์ด้วยกันมากที่สุดเท่าที่ ธุรกิจเอกชนจะทำได้




ภาพเสื้อแดงสามารถเข้าไปนั่งในลานหน้าห้างเซ็นทรัลฯอย่างสะดวกสบายขณะชุมนุม


ดังนั้นพอจะเห็นแล้วว่า ใครละที่ไมพอใจเซ็นทรัล ก็ต้องเป็นฝ่ายอำมาตย์และรัฐบาลเองต่างหาก และธุรกิจได้ที่ไม่ต้อนรับประชาชนตาดำๆที่มาเรียกร้องความเป็นธรรม เรียกร้องประชาธิปไตย ก็แสดงว่าธุรกิจนั้นเกลียดประชาชน ก็แน่นอนคิดไปได้ว่าพวกนี้ ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เสื้อแดงหายไป เพราะเมื่อจิตใจพวกมันไม่เป็นมิตรก็แสดงว่าเป็นศัตรูไปแล้ว50%

อำมาตย์ รัฐบาล และนักธุรกิจที่สนับสนุนรัฐบาลในแถบนั้น นั้นแหละคือตัวการ ชี้หน้าได้เลย

ไม่ใช่เซ็นทรัล ถ้าเสื้อแดงทำอะไรกับเซ็นทรัล แสดงว่ามันชั่วสุดๆ แน่นอนตัดปัญหานี้ไปเลย
เพราะเสื้อแดงด้วยกันเองรู้กันเองว่า พวกเรา ไม่ใช่คนเลวชั่วแบบนี้

ถ้าจะหาทางกำจัดเสื้อแดงให้พ้นไปจากที่นั้น ก็คือต้องกำจัดเซ็นทรัล!!!

และเชื่อว่า ใครละ จะสามารถชุมหัวเลวๆร่วมกัน เพื่อหาทางกำจัดคนเสื้อแดง และเซ็นทรัลได้

และเชื่อว่าในการร่วมหัวกันกำจัด จะต้องมีคนเสนอว่า ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2ตัว
คือปราบเสื้อแดงด้วยความรุนแรงและเร็ว (แกนนำกล่าวหน้าเวลาไม่ทันระเบิดมาถึงเวทีแล้ว) แสดงว่า
พวกนี้ได้รับคำสั่งให้ทำแบบนี้ ส่วนจะมีการตายของคนเสื้อแดงเท่าใดนั้น พวกคนสั่งปราบ ขอถนนคืน
มันไม่คิดแน่นอน (เคยได้ยินยอดว่า ตายเป็น 1000 ก็ต้องทำ)

และอีกเช่นกัน การที่ยิงเสื้อแดงให้ออกจากที่นั้น สวนมากเป็นหญิงด้วย นาทีนั้น ใครจะมีอารมไปค้นอุปกรณ์มาเผา
และถ้าเป็นเสื้อแดงจะเตรียมพร้อมอุปกรณ์เผาขนาดใหญ่นั้นได้อย่างไร หรือจะนำไปซ้อนไว้ที่ไหน

และคนที่จะลงมือ ต้องมีอำนาจที่จะขอข้อมูลจากหน่วยรักษาความปลอดภัยในห้างเซ็นทรัลเองว่ามีกำลังเท่าไหน อย่างไร
เพื่อจะหาทางนำกำลังคนมาบีบ ถ้าไม่เป็นผลก็อาจจะฆ่าต่อไป

และจากเหตุการณ์จริงๆที่รับทราบกันทั้วโลกว่า การปราบยิงฆ่ายิงกราด ยิงกดไม่ให้ใครโงหัวขึ้น ในพริบตาคนเสื้อแดงหาย
ไปจากพื้นที่นั้น ยกเว้นคนตาย และในเสี่ยววินาทีนั้น มีภาพทหารกำลังติดอาวุธครบมือเข้ายึดสถานที่บริเวณนั้นทั้งหมดไว้ได้
และที่สำคัญภายในห้างนั้น ถูกทหารปิดล้อมไม่ให้คนเข้า ให้แต่คนออก (เพิ่งมาทราบอีกทีว่า มีกำลังติดอาวุธหนักบีบให้ หน่วยรปภ.ห้างออกให้หมด) ก็ใช่เวลานานพอสมควรจากเสื้อแดงสลายไป ค่อยมีไฟไหม้ตามมา ส่วนอีกกองกำลังก็ทำเป็นไปค้นหาเจออาวุธเพียบ ก็มีเวลามากพอที่จะขนอาวุธทั้งหมด(เอามาทั้งประเทศ เครื่องบิน เรือรบ ก็น่าจะเอามาเล่นแผนนี้ได้)ลงจากรถหุ้นเกาะไปวางให้ตัวเองค้นเจอ เพราะมีแต่พวกเดียวกันทั้งหมดที่นั้น




ภาพทหารคุมพื้นที่รอบไว้หมด..สงสัยไหมว่า ทำไมทหารจึงยึดพื้นที่ห้างเซ็นทรัลฯแทนที่จะไปปกป้องห้างเกษรมากกว่า
ถ้าจะคิดว่าเสื้อแดงจะเผาทำลาย






ภาพ มีคนถามว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายใด ชุดดำถือวิทยุสีแดง นี้แหละเป็นคนบีบให้ รปภ.ห้างและคนข้างใน ออกมาให้หมด
ก่อนมีไฟไหม้ มีทั้งภาพมันคุมสั่งให้ รปภ.ออกมา ภาพนี้มันพาทหารเข้าไปค้นในห้างด้วย ป่านนี้ไม่รู้ว่าพวกมันเป็นใครชุดดำด้วย
คงไม่ใช่การ์ดแดงแน่นอน การ์ดแดงคงไม่อยู่กับทหารได้
-
-
ตามแผนนี้ คนสั่งปราบ และคนที่เกลียดคนเสื้อแดงที่สุด ก็จะได้ฆ่านก 2 ตัวไปพร้อมกัน คือฆ่าปราบเสื้อแดง และกำจัดสั่งสอน
ห้างเซ็นทรัลฯ ไปในตัว บังอาจเป็นพันธมิตรกับเสื้อแดง ให้พื้นที่ชุมนุมและอำนวยความสะอวดเรื่องห้องน้ำห้องทาตลอดการชุมนุม
ถามว่าใคร อยากกำจัดเสื้อแดง คนพวกนี้แหละอยากจัดการห้างเซ็นทรัลฯ
แผนปราบแดงให้รุนแรงรวดเร็ว ต่อด้วยเผาเซ็นทรัลฯ แล้วสร้างเรื่อง ให้เสื้อแดงนี้แหละเป็นคนเผาเซ็นทรัลฯ!!

พวกมันก็กล่าวหาเสื้อแดงเผาบ้านเผาเมืองจนวันนี้ เสื้อแดงเผาจริงคือยางรถยนบนถนนเท่านั้น และวิธีนี้ถือว่าเป็นหลักสากลของประชาชนมือเปล่าที่จะทำได้ เพื่อสร้างเกาะกำบังซ้อนเล้นให้พวกตน จากกระสุนปืน โดยใช้ควันเท่านั้น
ส่วนภาพที่เห็น ผู้กล้าเหล่านี้ กล้าพอที่จะต่อสู้กับปืนความเร็วสูง พร้อมจะแหวกอากาศมาเจาะกระโหลก มีเพียงหนังสติ๊กเป็นหลัก .....ถามว่า ถ้าพวกเขามีปืนจริงๆ จะเอาหนังสติ๊ก มาเล่นทำไม แลกกันตายไป2 ฝ่าย แบบประชาชนลิเบียไม่ดีกว่ารึ

.......ถ้ายิ่งขืนปรากฏว่า เสื้อแดงยังเป็นคนเผา เป็นคนฆ่าทหารอยู่...แผ่นดินนี้ก็ไม่น่าจะเจริญไปจากวันนี้แล้ว คือโง่สุด..ทางสมอง บกพร่องทางความถูกต้องยุติธรรม แล้วละ...









เสื้อแดงถ้าจะเผามันทำได้แค่เผายางเพื่อเป็นม่านกำบังตัวที่เป็นเนื้อหนังจากลูกปืนจากภาษีตัวเองเท่านั้น ถือเป็นแนวทางสากลสำหรับประชาชนไม่มีอาวุธที่จะทำได้ เป็นภาษาทั่วเดียวทั่วโลก

ร้อนทนได้แต่ทนเห็นเผด็จการกดขี่ข่มเหงประชาชนไม่ได้

แม้จะมีบางคนอาจลืมตัวไป ลืมว่ารถที่ใช้อยู่ไม่ได้หุ้มเกาะอะไรเลย



สู้จนหมดแรง ของนักกล้า

อาวุธหาได้เท่านี้ บั๊งไฟเล็ก

ส่วนนี้อาวุธหนักสุดแล้วละ ประทัดยักย์ใส่ยิงจากท่อเหล็ก เท่าที่จะหาได้

ส่วนท่านนี้ หมดทางหาอาวุธเครื่องทุนแรงใดๆ ก็หาได้เท่าที่มีติดตัวมานี้แหละ แต่เสี่ยงไปน่ะครับ ไม่มีอะไหล่
-
-
-
พวกเขาสู้อยู่กับอะไร...อาวุธแบบไหนกันแน่

กำลังติดอาวุธ ไม่ควรเรียกว่าทหารเพราะนั้นมีเกียรติเกินไป
มีอาวุธร้ายแรงในมืออยู่ในมือคนไร้จิตสำนึก นั้นคึอประชาชน
แต่มันก็ขอทำตามคนสั่ง ก็พอ...สัตว์นรก

เห็นคลิปของคุณแมวอ้วนอ้วนที่หน้า DSI แล้ว อยากเห็นที่หน้าศาลยุติธรรมด้วย

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย



เป็นการกระทำเชิงสัญลักษณ์ที่ดีมากครับ อย่างน้อยก็คงกระตุ้นต่อมสำนึกของข้าราชการบางคน (ยกเว้นนายธาริต ที่คงไม่มีต่อมสำนึกแต่อย่างใด) ผมเชื่อว่าข้าราชการส่วนใหญ่ก็คงมีจิตสำนึกที่ดี แต่มันมีข้าราชการเลวๆ บางคนที่เป็นใหญ่เท่านั้น อันที่จริงระบบราชการนั้นทำงานโดยข้าราชการระดัีบกลางประมาณ ซีหกซีเจ็ด ที่ต้องลงมืปฎิบัตืจริง ให้ได้เนื้องานออกมา ทั้งหนังสือ และสำนวนต่างๆ การกระตุ้นต่อมสำนึกอย่างนี้น่าจะเกิดประโยชน์ ให้ข้าราชการเหล่านี้ได้สำนึก อธิบดีแบบธาริต จะซ่าส์อย่างไร หากข้าราชการระดับปฎิบัติเฉื่อย หรือไม่มีใจให้เสียแล้วมันก็ยากที่จะทำงานสำเร็จ และโดยมากข้าราชการเก่งๆ ฉลาดก็มักมีจิตสำนึกสูง พวกที่ประจบสอพลอ ส่วนใหญ่ก็ไม่ฉลาดพอที่จะทำงานที่มีคุณภาพดีได้ ยิ่งนายธาริต ใกล้เกษียณก็คงยากที่จะบีบใครให้ทุ่มเทให้ได้ ตำแหน่งมันก็๋มีให้คนไม่กี่คน หากไม่มีคุณธรรมยากที่จะหาคนร่วมมือทำงานที่ดีให้ได้

สำนวนของดีเอสไอ จึงบกพร่อง จนเกิดช่องโหว่มากมาย ผมเดาว่าคนเก่งๆ เข้าไม่ทำงานให้ มีแต่พวก สอพลอ ทำงานให้ ดังนั้นผลงานดีเอสไอจึงมีแต่คารมปากของนายธาริต


ผมอยากให้ บก.ลายจุดนัดพวกเราเสื้อแเดงไปพร้อมกันที่หน้าศาลฎีกา แล้วตระโกนว่า "หน้าที่ของผู้พิพากษาคือนำความยุติธรรมมาสู่แผ่นดิน"

ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ที่คนจำนวนมากไปชี้หน้าตะโกนหน้าศาล ดังนั้น มันคงกระตุ้นต่อมสำนึกของผู้พิพากษา ไม่ให้มีสองมาตรฐานกันได้บ้าง

กลยุทธ์การจู่โจมไปที่จิตใจ น่าจะพอมีผลบ้างนะครับ ให้มันถึงตัว ถึงหน้าบ้านผู้พิพากษาส่วนใหญ่จริงๆ

เหมือนที่ไปชี้หน้าตะโกนที่ดีเอสไอ มันถึงหน้าบ้านของข้าราชการเหล่านี้ ให้พวกเขาทั้งหมดได้อาย เพราะก่อนๆ มามันก็มีแต่นายธาริต สัมภาษณ์ ข้าราชการอื่นๆ ในกรมนี้แม้จะรู้สึกแต่มันก็ไกลตัว ไม่ได้เกี่ยวข้อง

การมีประชาชนไปชี้หน้าตะโกนด่าหน้าสำนักงานมันจะสะเทือนไปยาวนานในประวัติศาสตร์ของกรมนี้

อย่างน้อยผมเชื่อว่า่ข้าราชการอื่นๆ ลับหลังนายธาริต ก็คงด่าเสียๆ หายๆ หรือเกิดคลื่นใต้น้ำขนาดใหญ่ในกรมเป็นแน่

ผมไม่เชื่อว่าข้าราชการทั้งกรม จะเลวระยำคิืดแบบเดียวกันหมด

้เพราะคนอื่น ๆ คงไม่ได้เป็นใหญ่เพราะนายสุเทพ ตั้งมา หรือได้ประโยชน์จากนายสุเทพ

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 05/03/54

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla



เลือกกันได้ ก็เลือกไป ไม่เคยว่า
เห็นน้ำหน้า ความระยำ ที่ทำไว้
หากเห็นดี เห็นงาม ก็ตามใจ
ขอเชิญไป เลือกมัน อย่าหวั่นกลัว....

ประเทศชาติ ชิบหาย มลายสิ้น
เพราะเล่ห์ลิ้น สามานย์ สันดานชั่ว
กู้มาโกง กันเพลิน จนเกินตัว
หนี้ท่วมหัว สูงสุด อย่าหยุดมัน....

คอรัปชั่น กินเมือง เรื่องบัดซบ
ทำเลี่ยงหลบ กลบมิด สนิทนั่น
บริหาร ไร้น้ำยา บ้าตามกัน
เชิญเลือกมัน เข้ามาอีก อย่าหลีกไป....

แถมพูดดี มีเส้น เป็นตัวหนุน
คราบนักบุญ แสนเลว สุดเหลวไหล
สั่งฆ่าคน ให้เห็น ไม่เป็นไร
เชิดหน้าได้ เต็มที่ ไม่มีเกรง....

ยุคข้าวยาก หมากแพง แรงถดถอย
นั่งตาปรอย ถูกเหยียบย่ำ ซ้ำข่มเหง
ทำสามหาว เก่งกล้า ท่านักเลง
แล้วอวดเบ่ง สัปดน เป็นคนพาล....

การค้าขาย เคยเฟื่องฟู อย่างรู้แจ้ง
กลับสำแดง โง่เง่า อย่างห้าวหาญ
เป็นสนาม รบพลัน ด้วยสันดาน
เชิญพวกมาร เลือกเข้ามา ช้าอยู่ใย....

๓ บลา / ๕ มี.ค.๕๔
http://3blabla.blogspot.com

คลิ๊ป Vdo Flash mob หน้าDSI วันนี้(4-02-54)

ที่มา thaifreenews

โดย prainn

แกนนอนวันอาทิตย์สีแดง บก.ลายจุด
ร่วมกับพี่น้องประชาชนรวมตัวที่หน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ
เพื่อบอกกล่าวให้อธิบดีนายธ่ริต เพ็งดิษฐ์ พึงรู้ว่า
"หน้าที่ของข้าราชการคือรับใช้ประชาชน"
"หน้าที่ของข้าราชการคือรับใช้ประชาชน"
"หน้าที่ของข้าราชการคือรับใช้ประชาชน"

เริ่มเวลาบ่ายโมงเศษวันที่ 4 มีนาคม 2554

ผลพิสูจน์ชี้ชัด โดนยิงหัวยี่สิบศพจากเก้าสิบเอ็ดศพ

ที่มา thaifreenews

โดย Tawan

ผลการชันสูตรศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไม่สงบช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553
มีข้อสังเกตุว่าศพถูกยิงที่ศรีษะมีถึง 20 ศพจากผู้เสียชีวิตทั้งหมด 91 ศพ บ่งบอกถึงอะไร
บ่งบอกว่า ยิงแบบเล็งส่องเป้า ไม่ต้องตีความใดๆอีก แถมเป็นกระสุนจากอาวุธปืนความเร็วสูง ยิ่งชัดเจนเข้าไปใหญ่ จึงสรุปได้ว่า ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้อาวุธปืนความเร็วสูงยิงใส่ประชาชนแบบเล็งส่องเป้า ผิดกฎหมายแน่นอนทั้งผู้สั่งและผู้ปฏิบัติตาม


มาดูรายชื่อผู้ที่ถูกยิงที่ศรีษะทั้ง20คน

ชุดที่1 จากสี่แยกคอกวัววันที10 เมษายน 2553 จำนวน 8 คน

2 นายสวาท วงงาม อายุ 43 ปี ถูกยิงศีรษะด้านบนข้างขวาทะลุขมับซ้าย เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
6.นายวสันต์ ภู่ทอง อายุ 39 ปี ถูกยิงศีรษะด้านหลังทะลุด้านหน้า เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
9.นายอำพน ตติยรัตน์ อายุ 26 ปี ถูกยิงศีรษะด้านหลังทะลุด้านหน้า เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
11.นายไพรศล ทิพย์ลม อายุ 37 ปี ถูกยิงศีรษะด้านหน้าทะลุท้ายทอย เสียชีวิตที่ ร.พ.
20 นายสมิง แตงเพชร อายุ 49 ปี ถูกยิงศีรษะ เสียชีวิตที่ ร.พ.
22 นายบุญธรรม ทองผุย อายุ 40 ปี ถูกยิงหน้าผากซ้ายทะลุศีรษะด้านหลังส่วนบน เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
25 นายมานะ อาจราญ อายุ 23 ปี ถูกยิงศีรษะด้านหลังทะลุด้านหน้า เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.


ชุดที่2 ช่วงวันที่ 13-19 พฤษภาคม 2553 จำนวน 12 คน

31.พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล อายุ 58 ปี ถูกยิงบริเวณศีรษะ เสียชีวิตที่ ร.พ.
32.นายชาติชาย ชาเหลา อายุ 25 ปี มีแผลเปิดบริเวณท้ายทอย เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
43 นายสรไกร ศรีเมืองปุน อายุ 34 ปี แผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
47 นายทิพเนตร เจียมพล อายุ 32 ปี แผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
48 นายสุภชีพ จุลทัศน์ อายุ 36 ปี แผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
50 นายมานะ แสนประเสริฐศรี อายุ 22 ปี แผลถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ. (อาสาสมัครป่อเต็กตึ๊ง)
52 นายธันวา วงศ์ศิริ อายุ 26 ปี แผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
57 นายเกรียงไกร เลื่อนไธสง อายุ 25 ปี ถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตที่ ร.พ.
61 นายสมชาย พระสุวรรณ อายุ 43 ปี ถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตที่ ร.พ.
67 จ.ส.อ.พงศ์ชลิต ทิพยานนทกาญจน์ อายุ 31 ปี ถูกยิงที่ศีรษะ เสียชีวิตที่จุดเกิดเหตุ
73 นายถวิล คำมูล อายุ 38 ปี มีแผลที่ศีรษะ เสียชีวิตก่อนถึง ร.พ.
83 นายนรินทร์ ศรีชมภู บาดแผลกระสุนปืนทำลายสมอง เสียชีวิตที่ ร.พ.


นายไก่อูอ่านระเบียบฉับๆว่าทหารใช้อาวุธจริงได้เพื่อป้องกันตัว ถ้าเอาเฉพาะเหตุการณ์ที่ราชประสงค์แห่งเดียว ปรากฏว่าไม่มีเหตุการณ์ที่ผู้ชุมนุมยิงต่อสู้กับทหารจนทหารเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว ที่ตายหนึ่งคนคือทหารอากาศที่พลัดหลงเข้าไปแล้วโดนพวกเดียวยิงกันเองเท่านั้น ส่วนที่แยกสารสินมีบาดเจ็บหรือตายไม่ทราบสาเหตุ 1 คน ตายที่สี่แยกคอกวัวหรือข้างรร.สตรีวิทย์ แค่ 5 คน อ้อ ที่อนุสรณ์สถาน 1 คน รวม 6 คน

ที่น่าตกใจคือทำไมรัฐบาลถึงใช้มาตรการณ์เดียวกับที่สี่แยกคอกวัว คือซุ่มยิงหัวผู้ชุมนุมตายถึง12 คน และอ้างชายชุดดำอีกเช่นเคย

แค่ที่รัฐบาลสลายการชุมนุมด้วยวิธีซุ่มยิงผู้ชุมนุม น่าที่จะอยู่ไม่ได้แล้วผิดร้อยเปอร์เซ็นต์
ใครช่วยเหลือรัฐบาลอยู่ แอ่น แอ้น มาแล้วอมาตยาธิปไตยผู้ยิ่งใหญ่ สั่งผ่านศาลมาแล้ว นี่ไง ลองอ่านคำพิพากษาศาลแพ่งอนุญาติให้ใช้กำลังอาวุธสลายการชุมนุมได้จึงถึงบางอ้อ

" ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยทั้งสองมีคำสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธสงครามต่อ ประชาชนผู้เข้าร่วมชุมนุมนั้น เห็นว่าข้อเท็จจริงได้ความจากนายคารม พลทะกลาง ทนายความโจทก์ว่าเหตุการณ์ใช้อาวุธต่อบุคคลที่ระบุในคำร้องไม่อาจยืนยันได้ ว่าเป็นการกระทำของฝ่ายใด ประกอบกับการที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการสลายการชุมนุมเพื่อให้เกิดความสงบสุขใน บ้านเมือง โดยมีอาวุธติดตัว ซึ่งหากมีความจำเป็นก็สามารถนำมาใช้เพื่อระงับยับยั้งได้ไปตามสถานการณ์ หรือเหตุการณ์เฉพาะหน้า หรือป้องกันตนเองได้ อันเป็นไปตามหลักสากล กรณียังไม่มีเหตุผลอันสมควรและเพียงพอที่จะนำวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อน พิพากษาตามที่โจทก์ขอมาใช้บังคับได้ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง"

หลังจากนั้นพวกก็สร้างชายชุดดำไล่ล่าคนเสื้อแดงตามที่อมาตยาธิปไตย เอ้ย ไม่ใช่ ศาลอนุญาตยังไงเล่า

น่าจะมีการสกรีนรูปทหารในเซ็นทรัลเวิร์ดลงเสื้อแดงแล้วใส่กันนะครับ

ที่มา thaifreenews

โดย Yang Wenli





แล้วติดตัวหนังสือโตๆว่า

ใครโขมย?ใครเผา?