WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, March 7, 2011

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ "ผู้นำต้องไม่ทำเพื่อตัวเอง"

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ รายงานพิเศษ




หมายเหตุ - นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวในประเด็น "ผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง" ในหลักสูตรโครงการผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 2 จัดโดยมูลนิธิสัมมาชีพ ร่วมกับบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 6 มี.ค.



เมืองไทยใน 4-5 ปีที่ผ่านมา เรามีปัญหาจนกระทบการลงทุน การท่องเที่ยว อย่าปฏิเสธว่าเราดีขึ้น ไปดูอัตราการเติบโตเมื่อเทียบกับเวียดนาม อินโดนีเซียดูว่าเป็นอย่างไร

การส่งออกไปได้ เพราะเอกชนเขาดิ้นรนตัวเป็นเกลียว และผลจาก 1.การรุกด้านการทูตที่ดีในอดีต มีเอฟทีเอ 10 ปีที่ผ่านมา การส่งออกของเราส่งไปอเมริกาเพิ่มขึ้นเพียง 12 เปอร์เซ็นต์ ส่งไปอียู เพิ่ม 45 เปอร์เซ็นต์ แต่ส่งไปอินเดีย จีน ออสเตรเลีย กว่า 500 เปอร์เซ็นต์ อาเซียนกว่า 150 เปอร์เซ็นต์ เป็นเพราะเอฟทีเอทั้งสิ้น แต่ตอนที่เริ่มทำเอฟทีเอกลับถูกว่าตลอดเวลา

2.ความสามารถจากการแข่งขันของสินค้า ไม่ใช่อยู่ๆ จะมีขึ้น แต่เป็นการสั่งสม ถ้าคุณไม่ลงทุนเพื่ออนาคต เอาแต่ชื่นชมว่าส่งออกเท่าไหร่ จีดีพีเท่าไหร่ เมื่อนั้นฐานแห่งอนาคตจะหายไป ถ้าการทูตเชิงรุก การเจรจาการค้าเชิงรุกหยุด การลงทุนเพื่ออนาคตหยุด มันจะส่งออกไม่ได้ แล้ว จะถดถอยลงมา

ต้องถามตัวเองว่า 5 ปีที่ผ่านมา การค้าเชิงรุกที่เปิดตลาดใหม่คืออะไรบ้าง เราลงทุนอะไรบ้างในเรื่องไอที โลจิสติกส์ ในเรื่องความจำเป็นของประเทศในอนาคต เดือนหน้าลาวจะเริ่มก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ปีหน้ากัมพูชาจะทำต่อมาจากจีน แต่เราทำอะไรอยู่ สิ่งเหล่านี้ถ้าไม่ลงทุนจะเอาอะไรไปแข่งกับเขา

อย่างสิงคโปร์ พยายามเป็นศูนย์กลางการศึกษา เพราะผู้บริหารเขามองภาพรวมเห็นชัดทั้งหมด ไม่ได้มองทีละชิ้น เมื่อเขาประกาศเป็นหลักของการลงทุนของโลก ทรัพยากรมนุษย์จึงสำคัญที่สุด ดังนั้น ต้องเป็นศูนย์กลางการอบรม เมืองไทยเราต้องเดินทางนี้ เพราะเราสู้กับคนอื่นในทางอื่นไม่ได้ ทั้งต้นทุน นวัตกรรม

ดังนั้น เรื่องวิทยาศาสตร์ การทำวิจัยจึงมีความจำเป็น แล้วทำไมเราไม่ลงทุนกับเรื่องพวกนี้ หากใช้งบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ก็เท่ากับร้อยละ 0.2 ของงบรายจ่าย เวียดนามเขาลงทุนถึง 2 เปอร์เซ็นต์ของงบรายจ่าย เมื่อเป็นอย่างนี้บริษัทใหญ่ก็ไปอยู่เวียดนาม

ปัญหาการศึกษาของเราคืออะไร เป็นเพราะครูใช่หรือไม่ อย่างฟินแลนด์ ครูจบไม่ต่ำกว่าปริญญาโท เลิกสอนแล้วไปทำงานที่ไหนก็ได้ แต่ของเราหนี้สินล้นพ้น หมุนเงินไม่สะดวก จะสอนยังไง

สังคมอาจารย์ทุกวันนี้เป็นอย่างไร มีงบวิจัยหรือไม่ การวิจัยเชื่อมต่อกับการผลิตหรือไม่ เงินก็ไม่มี ต่างคนต่างวิจัย รายได้ก็ไม่พอ สุดท้ายก็สอนอย่างเดียว ถ้าเป็นอย่างนี้จะแข่งอะไรในเชิงนวัตกรรมแห่งอนาคต

ในอนาคต ประเทศจะลดความสำคัญลง แต่ส่วนภูมิภาคจะทวีความสำคัญขึ้น จีนเจริญได้ ไม่ได้ใช้จากส่วนกลาง แต่เป็นเพราะจังหวัดวางยุทธศาสตร์ของตัวเอง เอาตัวแทนมาแข่งขันในระดับโลก จนตอนนี้จีนมีเมืองใหญ่ไม่ต่ำกว่า 40 เมือง แต่เมื่อหันมาดูประเทศไทย ทำไมทุกอย่างต้องเข้าส่วนกลางให้เป็นผู้วางยุทธศาสตร์ กำหนดงบประมาณ แต่ละจังหวัดได้งบนิดเดียว แล้วจะเจริญได้ยังไง

ทำไมเราไม่เปลี่ยน วันนี้ดุลอำนาจของโลกเปลี่ยน แปลงไป เอเชียกำลังผงาดขึ้นมา เมืองไทยน่าจะได้รับอานิสงส์ แต่ของเหล่านั้นจะได้ต่อเมื่อคุณชาญฉลาด คือรู้จักทำตัวเองให้มีความหมายต่อประเทศอื่นในโลก

แต่เราเล่นอะไรบ้างในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ที่เรามาถึงตรงนี้ได้ ประเทศอื่นเขารักเพราะอะไร ตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่ 5 สร้างสั่งสมจนเป็นศูนย์กลางของอาเซียน มีมิตรสหายเต็มไปหมด มาวันนี้เรากลับไม่เป็นศูนย์กลาง แต่กลายเป็นภาระของอาเซียน

นอกจากนี้เรายังต้องปรับเปลี่ยนอีกอย่าง คือเรื่องงบประมาณที่ 80 เปอร์เซ็นต์เป็นงบประจำ มีเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ที่เป็นงบลงทุน การจัดทำงบประมาณ ต่างคนต่างคิดต่างทำ ทำไมไม่ลองคิดใหม่ เอาทุกส่วนที่เกี่ยวข้องมาดูว่าต้องทำอะไรบ้าง งบประมาณมีอะไร ถ้ารุกต่างประ เทศ ต้องเอาพาณิชย์ ต่างประเทศ อุตสาหกรรม มาวางแผน ถ้าต้องการปฏิรูปเกษตร ก็ต้องเกษตร วิทยา ศาสตร์ มาไล่ดูว่าต้องทำอะไร

เอาสิ่งที่เกี่ยวข้องมารวมกันอย่างมียุทธศาสตร์ วิธีการอย่างนี้จะทำให้การใช้งบประมาณมีประโยชน์ ดีกว่าดึงเข้าสู่ส่วนกลาง

ถ้าเราไม่ปรับเปลี่ยน ก็จะเป็นอย่างนี้สะสมไปเรื่อยๆ หลายคนบอกอยากเปลี่ยน แต่การเมืองมันไม่ดี ต้องถามว่าเมื่อไหร่การเมืองจะดี แล้วมันไม่ดีเพราะอะไร ประชาธิปไตยในขณะนี้มันใช้ได้หรือไม่ กลไกทำงานจริงหรือไม่ หรือมีแค่เปลือกและข้ออ้างของการเป็นประชาธิปไตย ใครที่ได้ประโยชน์

เราบอกเราเป็นประชาธิปไตย แต่ความโปร่งใสมีหรือไม่ กลายเป็นว่าต้องมีเสบียงหาเสียง ซื้อเสียง ความจริงที่ขมขื่น แต่ยอมรับกันเป็นสัจธรรม ถ้าการเมืองซื้อเสียง คุณจะได้คนดีที่เขาไม่มีเงินได้ยังไง คนที่เขาดีไม่มีที่เกาะเกี่ยวก็ต้องยอมศิโรราบ เป็นส่วนหนึ่งของการซื้อเสียง คนเรามันเริ่มซื้อเสียงก็เหมือนกินอาจม ก็ต้องกินเรื่อยไป เหมือนแมลงวัน

อินโดนีเซียพลิกได้เพราะมาจากการนำ จู่ๆ ลอยจากฟ้าไม่ได้ ต้องเอาจริง ประชาธิปไตยจะใช้ได้ต้องรู้ขีดจำกัด ความเหมาะสม ถ้าไม่มีความพอดี ประชาธิปไตยจะนำไปสู่ความสับสน วุ่นวาย บริหารจัดการไม่ได้

ถ้าต้องการปรับเปลี่ยนประเทศให้ดี ต้องมีเงื่อนไข 2 ข้อ 1. ต้องมีผู้นำซึ่งมีเจตนานำความเปลี่ยนแปลงจริงๆ มีความมุ่งมั่น เจตนาดี ตั้งใจทำงานให้บ้านเมือง มองได้ขาดว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น แล้วหนทางการแก้ไขต้องทำยังไง 2.ความสามารถในการสื่อสารกับคนให้เห็นด้วย ให้เดินทาง เมื่อเป็นผู้นำก็ต้องมีผู้ตาม เขาจะตามก็ต่อเมื่อเขาศรัทธา ดำเนินรอยตามได้

สิ่งนี้คือสิ่งที่ต้องสั่งสม และจะต้องมีศิลปะในการบริหารการเปลี่ยนแปลงได้ และต้องมีความจริงใจที่จะทำ อดทนไม่ท้อถอย

ในประเทศประชาธิปไตย ผู้นำที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ต้องเป็นผู้นำของทุกคน ถ้าทำอย่างนั้นทุกคนจะเชื่อว่าคุณทำเพื่อทุกคน แต่ถ้าทำตัวเป็นผู้นำของคนเพียงบางส่วน เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ยังไงก็เปลี่ยนแปลงในแนวทางที่ดีไม่ได้

ดังนั้น การเป็นผู้นำ ต้องทำให้คนศรัทธาทั้งประเทศ ไม่ใช่ทำเพื่อตัวเอง

ประชาธิปไตยมันสะท้อนสังคม ทำยังไงให้พลังประชา ชนตื่นขึ้นมามีส่วนร่วม เมื่อนั้นนักการเมืองต้องระวัง เอาจริงเอาจัง รับผิดชอบ ถ้าอยู่ 4 ปีไม่มีกฎหมายที่มีประโยชน์ออกมาเลย อยู่ได้ยังไง โชคดีที่มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่สะท้อนว่าในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

การเปลี่ยนแปลงก็มีโอกาสเกิดขึ้น ถ้าทำให้คนตั้งใจดีสามารถเข้าถึงข้อมูล ติดต่อกันได้ ถ้าพวกนี้รู้จักใช้ ให้ประชาชนเกิดกระแสในทางบวก ให้เป็นพลังการเปลี่ยนแปลงที่ดี ให้นักการเมืองรับผิดชอบมากขึ้น

ประเทศที่โชคดีคือประเทศที่ได้ผู้นำที่สามารถ และทำให้เกิดพลังตื่นตัวของภาคประชาชนเพื่อต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ประเทศไทยเราอยู่ในจุดที่เปราะบาง ด้านเศรษฐกิจ เราเน้นช่วงสั้น แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ขาดการมองอนาคต การลงทุนพื้นฐานไปสู่อนาคต ด้านสังคมมีความแตกแยก ด้านต่างประเทศมีปัญหากับชาวบ้าน เคยใกล้ชิดอเมริกา จีน แต่ทำไมวันนี้จีนไปอยู่ไกลนัก เขมรอยู่ใกล้จีนกว่าเราได้ยังไง ต้องมีอะไรบางอย่างผิดพลาดแล้ว

ประชาธิปไตยเราออกจากสภาไปอยู่บนท้องถนน การ เมืองไม่มีเสถียรภาพ จนทำนายไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้เมืองไทยที่เคยมั่นคง วันนี้คำว่ามั่นคงต้องใส่เครื่องหมายคำถาม ถึงเวลาหรือยังที่จะปรับเปลี่ยนสถานะให้ดีขึ้น

เราต้องการผู้นำที่มาปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ให้คนทุกระดับมั่นใจ การปฏิรูปไม่ใช่ตั้งกรรมการแล้วหยุด จะต้องลงมาเอง สื่อสารกับประชาชน เมืองไทยจะอยู่ได้คนรุ่นใหม่ รู้จักคิดเพื่อส่วนรวม เชื่อผม คนคิดดีทำดีเทวดาคุ้มครอง คนประพฤติดี ทำเพื่อบ้านเมือง แม้มีชีวิตจะไม่ได้ชัยชนะ เจออุปสรรค แต่ประวัติศาสตร์จะบันทึกว่าเป็นผู้ชนะเสมอไป

ตรงกันข้าม คนที่ชนะในวันนี้ ไม่ตั้งอยู่ในฐานความดี ผู้นำที่ไม่รับผิดชอบต่อความถูกต้อง ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายจะจารึกในฐานะผู้แพ้

ครม.มะเร็ง

ที่มา ข่าวสด

เหล็กใน

มันฯ มือเสือ




ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะระเบิดขึ้นวันที่ 15-18 มีนาคม

ระหว่างนี้เริ่มมีการทยอยฉายหนังตัวอย่างเรียกน้ำย่อย เรียกเสียงซี้ดซ้าดจากบรรดาคอการเมืองได้พอสมควร

อย่างเหตุการณ์เผาห้าง 'เซ็นทรัลเวิลด์' ที่พรรคฝ่ายค้านบรรจุไว้ในหัวข้ออภิปรายเรื่องการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งคาดว่าจะเป็นผู้อภิปรายหลักเรื่องนี้ ยืนยันมีหลักฐานภาพถ่ายวิดีโอมัดแน่นหนา

เห็นหน้าค่าตากันจะจะว่าใครคือมือเผา

ขณะที่แกนนำรัฐบาลพยายามให้สัมภาษณ์ทำลายเครดิตทำนองว่า หากฝ่ายค้านจะ 'ตัดต่อ' ภาพหลักฐานอะไรมาก็เชิญ รัฐบาลพร้อมตอบคำถามชี้แจงทุกประเด็น

ก็ต้องรอดูกันตอนหนังลงโรงฉายจริง จะตื่นเต้นระทึกขวัญเหมือนหนังตัวอย่างที่โหมโรงกันไว้ล่วงหน้าหรือไม่

กับอีกประเด็นที่ทำท่าเป็นหนังม้ามืดมาแรง เรื่องนี้ฝ่ายค้านบรรจุไว้ในญัตติถอดถอนนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย

คือเรื่องการใช้อำนาจหน้าที่แทรกแซงกรมสรรพากร และองค์กรในกระบวนการยุติธรรมที่ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทางอาญา

กรณีบริษัทฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทนำเข้าสินค้าบุหรี่ต่างประเทศ สำแดงการนำเข้าเท็จเพื่อเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากร

ทำให้รัฐเสียประโยชน์กว่า 68,000 ล้านบาท!

ประเด็นนี้พรรคฝ่ายค้านนำมาอ้างว่าคือสาเหตุแท้จริง ทำให้ฤกษ์ระเบิดศึกอภิปรายต้องเลื่อนออกไปอีก 1 สัปดาห์

เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลประมาท นึกว่าฝ่ายค้านจะมุ่งอภิปรายเรื่องสลายม็อบเสื้อแดง และเรื่องน้ำมันปาล์ม เป็นหลัก

แต่เมื่อเห็นรายละเอียดในญัตติถอดถอนเรื่องปมภาษีบุหรี่ เลยตกใจ เพราะเป็นเรื่องคาดไม่ถึง

เลยส่งสัญญาณให้ท่านประธานสภา ชัย ชิดชอบ เลื่อนเปิดอภิปรายไปก่อน โดยอ้างเหตุผลขั้นตอนการตรวจสอบหลักฐานและรายชื่อสมาชิกผู้รับรองญัตติ ว่าถูกต้องตามระเบียบหรือไม่

สำหรับตัวละครเอกของเรื่อง ฝ่ายค้านแย้มออกมาเป็นนักการเมืองคนใกล้ชิดนายกฯ ชื่อย่อ 'ก.ไก่'

ที่อ้างบัญชานายกฯ เรียกอัยการสูงสุด อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสรรพากร และผู้เกี่ยวข้องมาประชุมหารือช่วยเหลือบริษัทบุหรี่รายดังกล่าว

ก่อนหน้านี้มีฉายาครม.สวาปาล์ม คราวนี้เป็นคิว 'ครม.มะเร็ง' กันบ้าง

โปรดฟังอีกครั้ง! โสรัจจะ นวลอยู่ เตือน "มีนา-เมษา" ลางร้ายบ้านเมือง(สยอง)

ที่มา มติชน




โสรัจจะ นวลอยู่ นอสตราดามุสเมืองไทย

เริ่มเดือนมีนาคม มาได้หลายวัน หลายคนอยากให้ผ่านเดือนนี้ไปให้เร็วที่สุด

นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เตรียมหารือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง เตรียมยุบสภาเลือกตั้ง

12 มีนาคม คนเสื้อแดง ชุมนุมใหญ่ 13 มีนาคม คนเสื้อเหลือง เคลื่อนขบวน

การอภิปรายซักฟอกรัฐบาล เจอโรคเลื่อน แบบมีปริศนา

ใครบางคน บอกว่า บรรยากาศเงียบสงัด ยามนี้ เสมือน ห้วงเวลาก่อนมีพายุใหญ่

แต่ ศาสตร์แห่งโหร เตือนไว้ว่า เดือนมีนาคม และเมษายน ปีนี้แรงนัก

โสรัจจะ นวลอยู่ นอสตราดามุสเมืองไทย เตือนไว้ใน ศาสตร์แห่งโหร ปี 2554 ไว้ดังนี้

" ดาวอังคาร ดาวเลือด เข้าสู่ราศีมีน ในวันที่ 25 มีนาคม 2554 เป็นวิกฤตกับดวงเมือง"

เดือนมีนาคม และเมษายนปี 2554 จะมีลางร้ายบอกเหตุล่วงหน้า

ให้จับตามองลางร้ายที่จะเกิดขึ้นกับรัฐบาลและบ้านเมือง

เหตุการณ์ทางการเมืองรุนแรงที่จะเกิดขึ้น เหมือนพายเรืออยู่ในอ่าง มันจะวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา เหมือนปีก่อนๆ ไม่มีผิด

เมืองไทยเข้าสู่วิกฤต จะมีประชาชนมาชุมนุมกันเป็นเรือนแสนที่ชุมนุมตามท้องถนน แม้รัฐบาลประกาศห้ามชุมนุมก็ไม่ฟังกัน

การชุมนุมครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความโกรธแค้นและรู้ทันความเคลือบแคลงของรัฐบาล

แม้ว่ารัฐบาลจะมีหน้าฉากดูดีเพียงไรก็ตาม แต่ความไม่จริงใจก็ทำให้ประชาชนหยั่งรู้ได้และเกิดการลุกฮือต่อต้าน

เกิดการจลาจลเผาเมือง แบบเดียวกับปีที่แล้ว จะรุนแรงเสียหายมากกว่าหลายเท่า

ประชาชนกลุ่มหนึ่ง ได้เข้าเผากรมกองต่างๆ และเผาสถานที่สำคัญของรัฐบาล กับเผารถถังและรถปราบจลาจล

บ้านเมืองทั้งกรุงเทพและปริมณฑล ถูกเผายับเยิน

ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์กว่าจะสงบลงได้ใช้เวลาเป็นหลายเดือน
.........

มีนาคม 2554

เกิดความแห้งแล้ง รุนแรง ทุกภาค ประชาชนขาดเครื่องใช้และน้ำบริโภค

บ่งถึงเป็นเดือนอันตราย ประมาทมิได้ทุกๆ ทาง ความสูญเสียทรัพยากร การแตกความสามัคคีภายใน และอุบัติเหตุใหญ่ๆ

ข่าวอันน่าสลดและสะเทือนใจที่สุด

บุคคลที่กุมอำนาจ กำลังอยู่น่าจะตระหนักถึงอันตราย ทั้งภายในและภายนอกที่ค่อนข้างรุนแรงมาก

ระยะนี้ บุคคลสำคัญและมีชื่อเสียงของประเทศจะถึงแก่กรรม ผู้คนระส่ำระสาย

อาจมีอุบัติเหตุหมู่ เช่น โป๊ะล่ม เรือโดยสารขนาดใหญ่อับปางกลางทะเล ล้มตายเป็นจำนวนมาก

อุบัติเหตุใหญ่ๆ เกิดขึ้นตลอดทั้งเดือน มีการตายหมู่จากเครื่องบิน รถยนต์ และทางเรือ

เกิดแผ่นดินไหวสุดหฤโหดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ฝังคนทั้งเป็นนับร้อยนับพันคน เหมือนมดเหมือนปลวก

เศรษฐกิจถดถอย เกิดโรคระบาดและภาวะขาดแคลนเครื่องอุปโภค โจรผู้ร้ายฉวยดอกาสปล้นสะดม

ปลายเดือน เกิดปัญหาธนาคารและสถาบันการเงิน

ตลาดหุ้น อับเฉา

เป็นเดือนแห่งความวิปริต ดินฟ้าอากาศจะแปรปรวน

เกิดการกระทบกระเทือนชายแดนแถบพม่า

การเตรียมความพร้อมและความไม่สงบภายในประเทศ ตึงเครียด และมีเหตุภัยธรรมชาติ
...........
โปรดใช้วิจารณญาณในการพิจารณาบทวิเคราะห์ข้างต้น
เนื่องเพราะศาสตร์แห่งโหร เป็นเรื่องความเชื่อ อาจจะจริงหรือไม่จริง
หากมีสติก็ย่อมไต่ตรอง ใช้ชีวิตได้อย่างระมัดระวัง

จากใจ แรมโบ้ อิสาน “คนพลัดถิ่น": เสื้อแดงต้องรักกัน

ที่มา thaifreenews

โดย สุรชัย..namome

อยู่เย็น พรหมมุนี

ผมอยู่แดนไกลก็มิใช่สุขกายสบายใจอะไร..
อยากกลับไปช่วยกันต่อสู้ให้ได้รับชนะโดยเร็วจะแลกด้วยชีวิตผมก็ยอมไม่เคยคิดละทิ้งอุดมการณ์สักนิดเดียวจะแลกด้วยชีวิตก็พร้อมแล้ว..
แต่พอมาเห็นพี่น้องคนเสื้อแดงออกมาว่ากันไปว่ากันมาพยายามโจมตีซึ่งกันและกันตลอดเวลา..
...
ผมเสียใจมากมีอาการท้อใจเหมือนกัน..
ทำไมพวกเราไม่ก้าวข้ามให้พ้น..
ใครจะสู้แนวทางใหนมีความคิดสู้เช่นไรก็ปล่อยเขาเราไม่ว่ากัน..
ขอเพียงให้พวกเราก้าวเดินถึงเป้าหมายและเส้นชัยที่วางไว้ร่วมกัน..
นั่นคือประชาธิปไตยของประชาชนที่แท้จริงโดยไม่มีใครหรือพวกหน้าใหนมาใช้อำนาจกดขี่ข่มเหงเอารัดเอาเปรียบกลั่นแกล้งพี่น้องประชาชนเรา..
ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศที่แท้จริง ใครจะมายิ่งใหญ่กว่าประชาชนไม่ได้..

หยุดเถอะนะครับ..
พอเถอะนะครับพี่น้องของผมทุกท่าน..
ผมขอกราบแทบเท้าทุกท่านงามๆด้วยใจจริง..

ศัตรูของพวกเรามิใช่พวกเดียวกัน..
ใครจะสู้ถึงแค่ใหน..
ใครจะสู้สั้นอย่างไรใครจะสู้ยาวเพียงใด..
ก็ถือว่ามีหัวใจเสียสละออกมาสู้แล้ว ต้องขอขอบคุณหัวใจพวกเขาด้วยด้วยซ้ำไป..
จะมากจะน้อยก็ไม่ว่ากันสู้แค่ใหนก็มีน้ำใจที่ออกมาเสียสละร่วมกันเราไม่ว่ากัน..
ส่วนใครจะสู้ยาวร่วมกับพวกเราจนกว่าจะถึงวันเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยร่วมกับแรมโบ้และพี่น้องเราอีกมากมายก็ขอกราบเรียนเชิญครับ..

หยุดการต่อว่ากันเถิดนะครับ..
อย่าให่พวกเราเสียขวัญกำลังใจไปมากกว่านี้อีกเลย...
ฝ่ายอำมาตย์มันจะหัวเราะเยาะเราที่มันทำให้พวกเราแตกแยกกันได้ตรงตามแผนการของพวกมันที่วางเกมส์ไว้..
จงเข้มแข็งยืนหยัดอดทนมั่นคงจิตใจต่อไปนะครับสู้ไม่มีคำว่ายอมแพ้ครับ...
ด้วยดวงจิตขอคารวะพี่น้องเราทุกคน..

แรมโบ้ อิสาน"คนพลัดถิ่น"

ข่าวข้นคนเข้ม โดย พญาไม้

ที่มา thaifreenews

โดย สุรชัย..namome

คืนอำนาจให้ประชาชนบน การเลือกตั้ง แล้วให้แก๊งการเมืองทั้งหลาย ทำสัตยาบัน จะรับผลการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะออกมาในรูปใด ให้ถือเป็นความปรารถนาของประชาชน เป็นทางออก ทางเดียว ที่จะยุติปัญหาชาติ

- สภาพแบบนี้เชื่อได้เลยว่านายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชา ชีวะ อยากจะยุบสภาเต็มแก่ เพราะปัญหาชาติวันนี้ เกินปัญญาจะแก้ไข เพราะไม่ใช่การเมืองปกติธรรมดา มันเกี่ยวกันเกี่ยวพันกันไปทั้ง 3 โลก

- กลายเป็น ทุกขลาภ กับเก้าอี้ใหญ่เหนือชาติ เพราะที่ได้มานั้นมันไม่ใช่ประชาธิปไตย มันเป็น เผด็จการซ่อนรูป ส่วนประกอบที่เลวที่สุดของรัฐสภา ไปผสมกับเผด็จการทหาร เป็น ฝ่ายค้านมาแปดปี โดนปรามาสว่าจะเป็นฝ่ายค้านถาวร ประกอบกับ แพ้เลือกตั้ง มาหลายครั้ง..ตุ้งตังค์ก็ต่ำเตี้ย..เลยตะครุบเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

- พญาไม้ หาข่าวมาขาย วันนี้ ผู้อุปการะ ผู้อุปถัมภ์ ทั้งหลาย ต่างปล่อยมือ ไม่อนุเคราะห์ต่อไป เพราะเกรงไฟจะท่วมเมืองกับข้อหา ฆาตกร 91 ศพ ที่จะเป็นจำเลยใน ศาลอาญาโลก ทั้งนายกรัฐมนตรีได้ยินกับหูเรื่องรัฐบาลคอร์รัปชั่นมาก

- งงกันทั้งพรรค จู่ๆ พันธมิตร กลับลำมาทิ่มใส่ อะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับประชาธิปัตย์ เสร็จนาฆ่าถึก เสร็จศึกฆ่าพรรค กระนั้นหรือ วิเคราะห์แล้วเห็น เงื่อนงำ โดนทิ่มโดนตีอย่างไร อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กะ พรรคประชาธิปัตย์ จึงก้มหน้ารับ ไม่คิดแม้แต่จะฟ้องหมิ่น

- กัดดาฟี แห่งลิเบีย จาก วีรบุรุษสู่ทรราช หากเขายอมรับและเรียนรู้ที่จะพอ เปลี่ยน รัฐธรรมนูญ และ ให้มีการเลือกตั้ง เขาก็ยังจะนั่งเป็น ประมุข ได้อีกยาวนาน แต่เพราะ"ข้าคือลิเบีย ข้าคือกฎหมาย" หลังแผ่นดินลุกเป็นไฟ เขาจะ พ่ายแพ้ อย่างหมดรูปในฐานะ อาชญากร แห่งชาติ

- ถ้าเอาเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้เมื่อไหร่ เหมืองทอง ของ ทักษิณ ชินวัตร จะมีราคา เกินแสนล้านบาท คนที่กลับมาจากบรูไนเล่ากันว่าได้ยินเรื่องนี้จากปาก

- ใกล้เลือกตั้ง คนดังต้องระวังถูกดับ ล่าสุด โกวิทย์ เจริญนนทสิทธิ์ นายกเทศมนตรีบางบัวทอง สิ้นชีวิตเพราะ ไข้โป้ง ตำรวจหาเหตุโดนสังหารยังงงๆ พญาไม้ หาข่าวมาขายให้ไปค้นหาบนแฟ้มงานบนโต๊ะ

- อ้อย มาก ไม่ได้แปลว่าน้ำตาลจะราคาถูก เพราะถ้ามันถูกวันนี้ต้องมีราคาเท่าปีกลาย ทะเลาะกันแทบตายเรื่อง สวาปาล์ม สะกิด สุเทพ เทือกสุบรรณ ให้ไปหาเหตุผลดูที ที่ปาล์มหายวันนี้ เพราะประเทศบ่อน้ำมันกำลังมีปัญหาใหญ่ ทำให้น้ำมันดิบราคาพุ่ง ปาล์มคือเชื้อเพลิงพลังงาน มันจะแพงตามในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ใครมันจะเอามาทอดปลาทอดไข่

- กลายเป็น 2 พระเอกในข่าวลือ ข่าวใหญ่ อนุทิน ชาญวีรกูล กับ เนวิน ชิดชอบ ถ้าเจ้าตัวรู้ว่าลือกันเรื่องอะไร จะหนาวเหมือนแก้ผ้าอยู่ไซบีเรีย

- ทายใจ นายกฯมาร์ค คนอังกฤษ เสร็จชนะไม่ไว้วางใจเธอน่าจะยุบสภาไม่นานหลังจากนั้นแล้ว ลาโรง ทิ้งห่างไม่เอาแล้วการเมือง


http://www.khaosod.co.th/view_news.php?n...eTB3TlE9PQ

http://www.internetfreedom.us/thread-16002.html

กลุ่มคนเสื้อแดงอุดรธานี ปลื้มคุณโอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร

ที่มา thaifreenews

โดย สุรชัย..namome

http://www.youtube.com/watch?v=bcQg6TQFjdM&feature=player_embedded

คอก

ที่มา thaifreenews

โดย Ma-keaB

ค อ ก

๐๐..เจ้าเกิดมาพาสิ่งใดมาไว้เล่า
.. บทกลอนเก่าเล่าหวนทบทวนหน
.... จิตสำนึกตรึกได้ว่าใช่ฅน
.. วางฐานบนชนมนุษย์ พิสุทธิท้น
๐..กินกับดื่มลืมมิได้ใช่มั๊ยเพื่อน
.. เขาคอยเตือนเบือนหนีรึมีพ้น
.... กระหายหิวหนิ่วหน้าเมื่อยล้ารน
.. ธรรมชาติวาดผลทุกฅนกิน
๐๐..ประเสริฐเทียบเปรียบตราสูงค่ายิ่ง
.. สรรพสัตว์วัดทุกสิ่งอ้างอิงผิน
.... สุดเลิศเลอเสนอเจตน์ทั่วเขตดิน
.. ควบคุมสิ้นดินแดนโลก ผู้ปกครอง
๐๐..ด้วยปัญญาพาพัฒน์ วิวัฒน์สูง
.. เข้าแต่งปรุงผดุงจัด ไม่ขัดข้อง
... วัฒนาพาเจริญดำเนินครอง
.. ผลงานของผองมนุษย์สุดประมาณ
๐..เกิดชนชั้นบันดาศักดิ์ตระหนักบ่ง
.. ยกสิ่งนอกหลอกหลงเจาะจงขาน
.... สมมุติอ้างสร้างราคาค่าประมาณ
.. เรียกผลงานผสานวัตรจัดอำนวย
๐..นี่คือเงินเนินทองนั่นกองเพชร
.. เบ็ดเตล็ดเหตุติงต่างไว้อ้างสวย
.... มีฅนจนผสมปนกับฅนรวย
.. สมบัติด้วยช่วยกันหาล้ำค่านัก
๐..ทรัพย์สินหลากมากโขดูโก้ใหญ่
.. ฤๅสงสัยใครมี ยินดีหนัก
.... บันดาลทดบทบาทอำนาจนัก
.. ชนตระหนักมักหาเข้ามาพัน
๐..พันธะหลงคงเติมส่งเสริมทั่ว
.. ทำเมามัวตัวสร้างชนต่างชั้น
.... ยศอำนาจปรารถนามาใช้กัน
.. เข้าผูกพันขวัญฅนสับสนตาม
๐..คือ..คอกใหญ่ในโลกคลุมโขลกขัง
.. ข้างหน้าหลังย่างกรายโซ่คล้ายล่าม
.... กระอักอ่วนซวนเซหวนเหตาม
.. เรียกเป็นนาม"โลกธรรมแปด..เผาแผดฅน
๐..ทั่วทั้งเมืองชำเรืองมองล้วนต้องติด
.. หาใช่ผิด แต่คิดจับ จะสับสน
.... แล้วการเมืองเรื่องปกครองมาข้องปน
.. เห็นเล่ห์โจรปล้นบ้าน นักพาลเมือง
๐..เหตุการณ์ป่วนกวนผ่านใช่นานนัก
.. คงรู้จักหลักร้าย วัว-ควายเรื่อง
.... เขาติดคอก ออกอยาก ลำบากเคือง
.. ทำบ้านเมืองเยื้องวิบัติ เหมือนสัตว์ครอง
๐..ยกสมมุติหยุดตรอง เรามองขัน
.. วัว-ควายมันฟั่นเฟือน เสมือนต๊องส์
.... เรื่องลาภยศบทนอกกระจอกปอง
.. ดั่งยกคล้องครองไปได้ เมื่อตายมา
๐๐..สะกิดหนอก หยอกวัว-ควาย พอได้ยิ้ม
.. เห็นคุณพริ้มยิ้มให้ชื่นใจข้าฯ
.... มองให้เห็น เช่นติงต่างข้างกายา
.. เพียงพอ..ว่า กล้านอกคอก ใจออกเย็น... ๐
.. มะเขียบ

ใครกันขโมยของใน เซ็นทรัลเวิลด์ แล้วจุดไฟเผา

ที่มา thaifreenews

โดย chaiya



นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่ 1 ในข้อกล่าวหาถอดถอนนายกรัฐมนตรีของ ส.ส.ฝ่ายค้าน ระบุเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการป้องกันและระงับเหตุวางเพลิงเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ว่า เชิญตัวแทนกรรมการผู้จัดการเซ็นทรัลเวิลด์ให้ข้อมูลกับคณะกรรมการ ได้รับทราบว่า มีกลุ่มคนหนึ่งพยายามเผาเซ็นทรัลเวิลด์มาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากมีหน่วยรักษาความปลอดภัยคอยป้องกันเหตุจำนวนหลายร้อยคน หลังจากนั้นกลุ่มคนดังกล่าว ไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มไหน ได้เพิ่มจำนวนคนมากขึ้น พร้อมกับถืออาวุธครบมือเข้ามาภายในเซ็นทรัลเวิลด์ จนสามารถบีบให้หน่วยรักษาความปลอดภัยยอมจำนน และสามารถเผาได้สำเร็จ


"ตัวแทนกรรมการผู้จัดการเซ็นทรัลเวิลด์ ให้ข้อมูลกับเราว่า การพยายามลอบวางเพลิง ไม่ได้เกิดขึ้นในระหว่างที่กลุ่มเสื้อแดงชุมนุม แต่เกิดขึ้นหลังจากที่แกนนำกลุ่มเสื้อแดงเข้ามอบตัวแล้ว และตลอดเวลาที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณดังกล่าว ผู้ชุมนุมก็มีความสัมพันธ์ที่เป็นไปได้ด้วยดีกับทางห้าง โดยทางห้างได้อำนวยความสะดวกให้ผู้ชุมนุมเข้าห้องน้ำด้วย นอกจากนี้ ตัวแทนของห้างยังระบุว่า มีวีดีโอที่บันทึกภาพของกลุ่มคนที่วางเพลิงไว้ด้วย แต่จนถึงขณะนี้ทางห้างยังไม่ได้ส่งมาให้ทางคณะกรรมการ" นายจิตติพจน์กล่าว


นายจิตติพจน์ กล่าวต่อว่า การประชุมคณะกรรมการฯ วันที่ 10 มีนาคม ทางคณะกรรมการฯ เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) เข้าชี้แจงถึงความคืบหน้าของคดีกลุ่มคนเสื้อแดง รวมถึงจะเชิญนางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำกลุ่มนปช. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช. ว่าต่อจากนี้จะมีการเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป

เวทีอภิวัฒน์ประเทศไทย กับ “ท้องถิ่นรูปแบบพิเศษชายแดนใต้”

ที่มา ประชาไท

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺ ผู้ทรงเมตตากรุณาเสมอ ขอความสันติสุขจงมีแด่ศาสฑูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีแด่ผู้อ่านทุกท่าน
วันที่ 1-3 มี.ค.54 ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วม เวทีวิชาการ ฟื้นพลังชุมชนท้องถิ่นสู่การอภิวัฒน์ประเทศไทยงานประชุมของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมเทค บางนา กรุงเทพมหานครซึ่งผลการประชุมตลอดสามวันพบว่า อนาคตของการขับเคลื่อนเวทีภาคประชาชนเครือข่ายประชาชนเพื่อพัฒนาการมีส่วนร่วมทางการปกครองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการนำเสนอ แนวคิดการจัดรูปการปกครองท้องถิ่นแบบพิเศษในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกขานรับในหลักการและเป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูปประเทศไทย เพราะ แนวคิดการจัดรูปการปกครองท้องถิ่นแบบพิเศษในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นการเพิ่มบทบาทให้คนในชุมชนจัดการตนเองอย่างแท้จริง1. ซึ่งมีนักวิชาการมากมายนำเสนอในเวทีในครั้งนี้โดยผู้เขียนขอสรุปทัศนะตามเวทีต่างๆดังนี้
1.ทัศนะ ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์
ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ได้เสนอ แนวทางในการปฏิรูปประชาธิปไตยนั้นต้องเอาความสำคัญไปอยู่ที่ฐาน ของ ชุมชนและท้องถิ่นเพราะประชาธิปไตยมีลักษณะพิเศษ คือ เป็นของประชาชน และโดยประชาชนเพื่อประชาชนด้วยหัวใจของประชาธิปไตยจึงอยู่ที่ทำอย่างไรให้เป็นการปกครองของประชาชนคนสามัญและโดยประชาชนคนธรรมดาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ทั้งนี้ มิได้ได้รังเกียจคนชั้นสูง แต่ประชาธิปไตยไทยในเวลานี้จะต้องเปิดพื้นที่ประชาชนได้เข้ามาปฏิรูปประชาธิปไตยด้วยตัวเองแล้ว
ในรอบ 5-6 ปีที่ผ่านมา ประชาชนขึ้นมาก่อการเคลื่อนไหวทำกิจกรรม เรียกร้องต่อสู้ แม้ว่าจะมีการนำอยู่ด้วยแต่ท่านมองว่า ไม่ว่าจะเป็นสีแดง เหลือง น้ำเงินหรือไม่เอาสี ต่างก็มีประเด็น มีผิดมีถูก มีสิ่งที่ควรและไม่ควร มีสันติอดกลั้น มีความสงบ มีความรุนแรงแต่ถึงที่สุดแล้วนี่ก็คือการที่ประชาชนก้าวขึ้นมาประชาธิปไตยมาถึงขั้นที่คนจน คนชายขอบ เด็ก คนกึ่งจนคนชั้นกลางที่เพิ่งพ้นจากความจน ทั้งในชนบทและเมืองซึ่งคือคนส่วนใหญ่ของประเทศได้เข้ามาสู่เวทีการพัฒนาประชาธิปไตย
เอนก มองว่าประชาธิปไตยไม่ใช่ของตะวันตก ล้วนๆ เหมือนบางคนเข้าใจ ไทยหรือตะวันออกไม่มีประชาธิปไตยเป็นเรื่องตะวันตกและกรีกแต่หลังจากการค้นคว้าอย่างถี่ถ้วนจึงพบว่าประชาธิปไตยเริ่มจากตะวันออกก่อนในประเทศอิรัก อิหร่าน โดยมีสภาปรึกษาหารือ จากนั้นจึงค่อยๆ ถ่ายทอดไปยังประเทศกรีก
ในศาสนาพุทธ ในครั้งพุทธกาลแคว้นที่อยู่ตอนเหนือของประเทศอินเดียก็มีการปกครองที่เป็นประชาธิปไตยคือการประชุมของสภาในวรรณะกษัตริย์ปรึกษาหารือกันเรื่องการบริหารบ้านเมืองและร่วมแรงร่วมใจช่วยกันไม่มีลักษณะแบบผู้นำคนเดียวฉะนั้นจึงไม่แปลกใจที่ว่า ทำไมพระพุทธองค์จึงตรัสสิ่งที่ทันสมัย เช่นให้มีการประชุมอย่างสม่ำเสมอที่เป็นเช่นนั้นเป็นเพราะดินแดนแหล่งกำเนิดพระศาสนามีพื้นฐานประชาธิปไตย
ขณะเดียวกัน ศาสนาอิสลามก็เป็นต้นกำเนิดของประชาสังคมสิ่งที่ใช้ในการบริหารจัดการมัสยิด มีหลักรัฐอยู่ส่วนรัฐสังคมอยู่ส่วนสังคม รัฐต้องปล่อยให้สังคมพัฒนาศาสนสถานหรือสถานศึกษาของตนและสามารถระดมทุนต่างๆ ของตนเองและเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศสเปนซึ่งรับอิทธิพลจากอิสลามไปมากมีความเป็นประชาสังคมมากดังนั้นประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องตะวันตกเท่านั้นแต่เป็นของตะวันออกและเป็นของทุกๆ ศาสนาด้วยและเราสามารถสร้างสรรค์ประชาธิปไตยแบบของเราได้อีกมากโดยไม่จำเป็นต้องตกอยู่ในกับดักของตะวันตกเพราะหัวใจของประชาธิปไตยคือความเป็นพลเมือง
2.ทัศนะของศ.นพ.ประเวศ วะสี
ศ.นพ.ประเวศ วะสี ประธานสมัชชาปฏิรูปประเทศไทย ระบุว่าการปฏิรูปประเทศไทยที่สำคัญที่สุดคือการปฏิรูปการบริหารประเทศจากการเอากรมเป็นตัวตั้งเป็นการเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง หรือ เทศาภิวัฒน์เพราะการรวมศูนย์อำนาจรัฐกว่าร้อยปีที่ผ่านมาทำให้เกิดความอ่อนแอที่มีผลร้ายแรงอย่างน้อย 7 ประการคือ 1) ชุมชนท้องถิ่นทั้งหมดไม่สามารถจัดการตัวเองได้ 2)ความขัดแย้งระหว่างอำนาจรวมศูนย์กับวัฒนธรรมท้องถิ่นนำไปสู่ความรุนแรงเช่น สามจังหวัดภาคใต้ 3) รวมศูนย์อำนาจเรื่องการศึกษา 4) ระบบราชการอ่อนแอทางปัญญา เพราะใช้แต่อำนาจ เป็นระบบรัฐที่ล้มเหลวแก้ปัญหาไม่ได้ 5) คอร์รัปชั่นอย่างหนัก 6) การเมืองที่ไร้คุณภาพเป็นคณาธิปไตย 7) รัฐประหารได้ง่าย
ประเวศกล่าวด้วยว่าการปฏิวัติรัฐประหารและการแก้ปัญหาประชาธิปไตยไทยแบบที่ผ่านมาคือการเปลี่ยนยอดของอำนาจ แต่ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างอำนาจเป็นการแก้ไขที่ส่วนบนการปฏิรูปประเทศไทยจึงต้องปฏิรูปการบริหารประเทศจากกรมไปสู่การเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง เพราะว่าพื้นที่มีองค์กร มีประชาชนพลังในชุมชนท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูปนั้นมีมหาศาลซึ่งสามารถทำได้โดยธรรม (หลักการที่ถูกต้องสมเหตุผล) และโดยรัฐธรรมนูญ จึงลงมือทำได้ทันทีและต้องจัดการให้เกิดการบูรณาการอย่างน้อย 8 เรื่อง คือ เศรษฐกิจ จิตใจสังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ การศึกษา และประชาธิปไตย ทั้งนี้การพัฒนาควรมุ่งไปที่การสัมมาชีพเต็มพื้นที่เคารพความเป็นคนและเคารพความรู้ในตัวคน
ปัจจุบัน มีองค์กรท้องถิ่นเกือบ 8,000 แห่งคือทั้งระดับจังหวัด ภูมิภาค และท้องถิ่นในกลุ่มจังหวัดที่ใกล้เคียงกันควรเชื่อมโยงกันทั้งประเทศ และรวมตัวกันเป็นสภาผู้นำท้องถิ่นแห่งชาติโดยทำงานร่วมกับองค์กรชุมชนทั้งหมดและเชื่อมโยงประชาชนทั้งหมดทุกภาคซึ่งจะเป็นฐานอำนาจของประชาชนและชุมชนท้องถิ่นเพื่อเสนอและขับเคลื่อนนโยบายที่สำคัญในอนาคต และหากทำได้เช่นนี้ต่อไปประเทศไทยก็จะมีผู้นำระดับชาติที่จะมาจากผู้นำชุมชนซึ่งการทำเช่นนี้เป็นการปฏิวัติประชาชนแบบใหม่เป็นการปฏิวัติเงียบโดยประชาชนรวมตัวกัน ติดอาวุธด้วยปัญญา ใช้ความรู้ใช้สันติวิธี ทั้งหมดเป็นพลังที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทย
สำหรับแนวทางการปฏิรูปควรจากฐานของท้องถิ่น 8 ประการคือ 1) การสื่อสารที่ทั่วถึงให้เกิดสัมมาทิฐิว่าประเทศต้องเปลี่ยนแปลงโดยเอาท้องถิ่นเป็นตัวตั้ง 2) กรมปรับบทบาทไปสนับสนุนท้องถิ่นทางวิชาการและนโยบาย 3) หนึ่งมหาวิทยาลัยต่อหนึ่งจังหวัดและแต่ละจังหวัดควรมีการรวมตัวกันลงขันกันตั้งสถาบันวิจัยเพื่อท้องถิ่น 4) การศึกษาเพื่อชุมชนท้องถิ่น ไม่รวมศูนย์อำนาจ 5) ภาคธุรกิจเชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่นเพื่อความเข้มแข็งของท้องถิ่น 6) การเงินการคลังเพื่อชุมชนท้องถิ่น เช่น ให้ท้องถิ่นเป็นผู้เก็บภาษีอากรและการสร้างธนาคารชุมชน 7) ต้องออกกฎหมายความเข้มแข็งชุมชนท้องถิ่นเพื่อปลดพันธนาการ เพราะปัจจุบันมีกฎหมายกว่า 100 ฉบับที่ดึงอำนาจไว้ส่วนกลาง และ 8) เพิ่มงบประมาณให้ท้องถิ่นทันที
3.ทัศนะนายกรัฐมนตรี
วันที่ 3 มีนาคม 2554 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์ หัวข้อ ความท้าทายใหม่ของรัฐบาลต่อการผลักดันชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง
โดยให้ทัศนะว่าการผลักดันให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ถือเป็นความท้าทายสำหรับคนที่ทำงานในส่วนกลางท้องถิ่น และชุมชน ในการผลักดันแนวคิดดังกล่าวในการพัฒนาชาติ โดยเฉพาะ 4 ประเด็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข คือ
1.ปัญหาเชิงโครงสร้าง และกฏหมายซึ่งแม้จะมีรัฐธรรมนูญหลายมาตราที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจหรือเสริมความเข้มแข็งชุมชน แต่ต้องยอมรับว่ายังมีกฏระเบียบมากมายที่ทำให้หน่วยงานส่วนกลางดำรงอำนาจหน้าที่ตามกฏหมายส่งผลให้ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ไม่สามารถแสดงบทบาทได้อย่างเต็มประสิทธิภาพทั้งนี้หน่วยงานราชการยังกลัวว่าหากมีการถ่ายโอนอำนาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติภารกิจซึ่งหลายฝ่ายต้องช่วยกันผลักดันให้เกิดการปฏิรูปกฏหมายนั่นรวมถึงแถลงการณ์ของคณะกรรมการปฏิรูป (คปร.)และคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป (คสป.)
2.ในส่วนของการบังคับใช้กฏหมาย และกระบวนการยุติธรรมซึ่งประสบปัญหาเช่นเดียวกันแม้จะมีการแก้ไขด้วยการสร้างกระบวนการยุติธรรมทางเลือก หรือที่เรียกว่ายุติธรรมชุมชน
3.ระบบการเรียนรู้และการศึกษามีความจำเป็นที่ต้องเชื่อมโยงสู่เป้าหมายสำคัญของชาติไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโอกาสและคุณภาพทางการศึกษาที่ต้องมีการกระจายให้เกิดความเท่าเทียมขณะเดียวกันต้องเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นมีความยืดหยุ่นอิสระให้สอดคล้องกับความต้องการของชุมชน อย่างเช่น โครงการ 1 มหาวิทยาลัย 1 จังหวัดและการสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)เพื่อสร้างโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบโรงเรียนด้วยเหตุผลหลายประการ
4.เรื่องระบบทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรวมถึงสิทธิชุมชนที่ยังคงพบเห็นความขัดแย้งอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการดำเนินโครงการทับที่ทำกินของชาวบ้านการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานที่ตนเองมีความรับผิดชอบในที่ดิน
4.ผลเวทีอภิปรายนโยบายพรรคการเมืองต่อการคืนอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่น
วันที่ 3 มีนาคม 54 มีการจัดเวทีอภิปรายนโยบายพรรคการเมืองต่อการคืนอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่นโดยนางสาวผ่องศรี ธาราภูมิตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ตัวแทนพรรคเพื่อไทยและนายศุภชัย ใจสมุทร ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย
นางสาวผ่องศรีกล่าวถึงนโยบายพรรคที่เน้นย้ำเสมอถึงการนำทุกข์ร้อนของประชาชนมาจัดตั้งเป็นนโยบาย ด้วยวิธีการเปิดเวทีทั้งในระดับจังหวัด ภูมิภาคและประมวลความเห็นเป็นประเด็นระดับชาติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองซึ่งเรียกได้ว่ามีการพัฒนานโยบายพรรคอย่างมีส่วนร่วมกับประชาชน และท่านยังให้ทัศนะว่าโดยส่วนตัวอยากให้มีการจัดตั้งเขตปกครองพิเศษหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติมที่ชุมชนสามารถแก้ปัญหาเรื่องราวในท้องถิ่นของตนเองได้ ซึ่งในทางปฏิบัติต้องใช้เวลา
น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวถึงจุดยืนและหลักการของพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่มีเพียงการถ่ายโอนากส่วนกลางสู่อปท. เพียงอย่างเดียวแต่ต้องปฏิบัติการให้เสมือนกับประชาชนได้มอบอำนาจอธิปไตยคืนสู่ส่วนกลางอันเป็นแนวคิดของประเทศที่มีความเจริญ และมีความเป็นประชาธิปไตยสูง ฉะนั้นการก้าวเดินตามอุดมการณ์ดังกล่าวเป็นหลักสูตรที่ทุกรัฐบาลต้องเดินตามข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด แต่กว่าที่จะประสบความสำเร็จนั้นต้องพบกับกรอบอุปสรรคอย่างน้อย 5 กรอบ คือ 1.กรอบกำหนดปฏิบัติที่ถูกต้องต่อการถ่ายโอนอำนาจรัฐไปสู่ท้องถิ่นอย่างครบถ้วน 2.การสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนในเรื่องการใช้งบประมาณและอำนาจของท้องถิ่น“3.การพัฒนาบุคลากรที่ต้องติดอาวุธทางปัญญาในการใช้อำนาจรัฐซึ่งอยูในลักษณะผู้ที่ใช้กับผู้ที่มารับใช้ต้องสร้างประโยชน์ตามเจตนารมณ์ของชุมชน 4.ขจัดความยึดโยงของงบประมาณจากภาครัฐซึ่งเป็นอุปสรรคที่ทำให้หลายนโยบายต้องหยุดชะงัก 5.ในการเลือกตั้งผู้บริหารส่วนท้องถิ่นภาครัฐต้องปลีกตัวออกมาเป็นพี่เลี้ยงเพื่อสร้างความบริสุทธิ์ยุติธรรมให้แก่ชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทยได้ขึ้นคัดเอาต์นำเสนอแนวคิดรูปแบบการปกครองท้องถิ่นพิเศษในจังหวัดชายแดนภาคใต้
นายศุภชัยกล่าวว่าแม้กฏหมายหลายส่วนจะพยายามทำให้ประชาชนมีสิทธิเกิดขึ้นเป็นรูปธรรมากที่สุดแต่จะพบว่าทุกอย่างเป็นไปตามบทบัญญัติที่กฏหมายกำหนดนั่นหมายถึงประชาชนจะได้รับสิทธิมากน้อยเพียงใดก็ต้องเป็นไปตามกรอบที่รัฐกำหนดไว้ให้ ซึ่งเป็นการออกแบบจากส่วนกลางอย่างกรุงเทพฯนี่คือสิ่งที่สังคมต้องยอมรับความจริง
วันนี้สิทธิชุมชนเป็นเพียงวาทกรรมที่พูดกันอย่างเลื่อนลอยจับต้องไม่ได้ การรวบอำนนาจไว้ที่ส่วนกลางยังคงดำรงอยู่และมีต่อไปเพราะสังคมไทยถูกออกแบบให้เป็นเช่นนี้โดยส่วนตัวยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจนว่าประเทศไทยจะกระจายอำนาจลงสู่ชุมชนได้อย่างไรนายศุภชัยกล่าว และว่า ยังไม่มีความมั่นใจระดับท้องถิ่นจะมีความพร้อมมากน้อยเพียงใดซึ่งทางออกในการกระจายอำนาจสู่ชุมชนนั้น อาจต้องเริ่มจากการ "ดีไซน์"ประเทศ ออกแบบโครงสร้างกันใหม่ พร้อมทั้งเปลี่ยนทัศนคติของรัฐบาลว่าหากได้โอกาสเข้ามาบริหารประเทศนั้นจะยังต้องการอำนาจอย่างเต็มไม้เต็มมืออยู่เช่นเดิมหรือไม่
ช่วงสุดท้ายผู้เข้าร่วมประชุมได้ซักถามและแสดงความคิดเห็นและสรุปตรงกันว่านักการเมืองไม่ว่าจะมาจากพรรคไหนต้องนำนโยบายการกระจายอำนาจในแง่ทฤษฎีสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริงมิใช่ขายนโยบายไปวันๆพอเป็นรัฐบาลกลัวเสียอำนาจ
5.ผลการวิจัยความคิดเห็นต่อการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น (อทป.)
ศูนย์วิจัยความสุขชุมชน (เอแบคโพลล์) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญร่วมกับสมัชชาองค์กรท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยได้นำเสนอสรุปผลการวิจัยความคิดเห็นต่อการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น (อทป.) :กรณีศึกษาประชาชนอายุ 18-60 ปี ในพื้นที่ 13 จังหวัดทั่วประเทศ โดยนายเทวินทร์ อินทร์จำนง สถาบันวิจัย เอแบคโพลล์กล่าวในฐานะผู้ทำวิจัย ว่าความคิดเห็นเกี่ยวกับการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นประชาชนร้อยละ 39.2 เห็นด้วย ในขณะที่มีผู้ไม่มีความเห็นถึงร้อยละ 49.2
ด้านความคิดเห็นเกี่ยวกับความพร้อมของ อปท.ในการบริหารจัดการท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพ ประชาชนร้อยละ 39.9 เห็นด้วยว่ามีความพร้อม และร้อยละ 39.5 เห็นว่ายังไม่พร้อม ในขณะที่ร้อยละ 20.6 ไม่มีความคิดเห็น
กล่าวโดยสรุปประชาชนโดยรวมมีความรักในท้องถิ่นของตนซึ่งต้องการแก้ปัญหาในพื้นที่ต้องการมีส่วนร่วมในการจัดสรรทรัพยากรสิทธิการมีส่วนร่วมในขณะเดียวกันยังมีข้อโต้แย้งหากจะการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเพราะยังมีความกังกวลในเรื่องของการทุจริตของตัวแทนท้องถิ่นและการใช้อำนาจอิทธิพลเกินขอบเขต โดยเสนอทางให้จัดการเลือกตั้งด้วยวิธีการสรรหาตัวแทนที่เป็นธรรมและปรับปรุงกระบวนการทางกฏหมายในการปฏิรูปการปกครองท้องถิ่นให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
6.แถลงการณ์ : ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปโครงสร้างและระบบการปกครองท้องถิ่น
ช่วงสุดท้ายของวันที่ 3 มีนาคม2554 คณะกรรมการองค์กรปกครองท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูปในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ร่วมกับสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทยแถลงการณ์ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปโครงสร้างและระบบการปกครองท้องถิ่น เพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมพร้อมยื่นข้อเสนอดังกล่าวให้กับศ.นพ.ประเวศและคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ประธานคณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติเป็นเจ้าภาพในการขับเคลื่อนพลังชุมชนท้องถิ่นให้เป็นพลังแผ่นดินต่อไป
สำหรับข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปโครงสร้างและระบบการปกครองท้องถิ่น ซึ่งประกอบด้วย 4 ส่วนดังนี้
ส่วนที่ 1 ข้อเสนอด้านกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับ เสนอให้มีการตรากฎหมายใหม่ที่เรียกว่า ประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยกำหนดให้มีการจัดตั้งสภาการปกครองท้องถิ่นแห่งชาติทำหน้าที่เป็นกลไกประสานการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น และจัดตั้งสมัชชาการปกครองท้องถิ่นในระดับพื้นที่และระดับชาติในการสร้างข้อตกลงร่วมหรือการตัดสินใจร่วมกันขณะเดียวกันให้คงสภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ 4 รูปแบบเช่นเดิม ได้แก่อบจ. เทศบาล อบต. และรูปแบบพิเศษ(สอดคล้องข้อเสนอแนวคิดการจัดรูปการปกครองท้องถิ่นแบบพิเศษในจังหวัดชายแดนภาคใต้)
ส่วนที่ 2 ข้อเสนอด้านการถ่ายโอนภารกิจให้มีการตรากฎหมายว่าด้วยการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นการเฉพาะ และให้การถ่ายโอนภารกิจเสร็จสิ้นภายใน พ.ศ.2560 รวมทั้งให้มีมาตรการ บังคับ เร่งรัด การถ่ายโอนภารกิจดังกล่าว ทั้งด้านอัตรากำลังและงบประมาณ
ส่วนที่ 3 ข้อเสนอด้านการเงินการคลังท้องถิ่นให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นทุกปีจนให้ได้สัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 ของรายได้ของรัฐบาล ภายใน 5 ปีนับตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2555 และให้รัฐบาลมีระบบการประกันรายได้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาทโดยให้สำนักงบประมาณเป็นผ็จัดส่งงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยตรง
และส่วนที่ 4 ข้อเสนอด้านการจัดความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับท้องถิ่นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องร่วมกับองค์กรชุมชนในการกำหนดนโยบายและแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของพื้นที่ตนเองโดยมีกลไกภาคประชาชนเป็นผู้ดำเนินการ ติดตาม กำกับ และประเมินผลการดำเนินงาน
ขณะเดียวกันรัฐบาลจะต้องแก้ไขพ.ร.บ.การบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 เพื่อเปิดโอกาสให้คนท้องถิ่นเข้ามาเป็นบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมให้รัฐบาลสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อฟื้นพลังชุมชนให้เข้ามาร่วมในการจัดการศึกษาทุกพื้นที่
สรุป
จากทัศนะของนักวิชาการ นักการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่นต่างๆมีความคิดสอดคล้องกันที่จะให้ชุมชนมีอำนาจในการบริหารจัดการตนเองมากขึ้นและลดบทบาทอำนาจส่วนกลางซึ่งเป็นการยืนยันและสร้างความชอบธรรมให้กับแนวคิดการจัดรูปการปกครองท้องถิ่นแบบพิเศษในจังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้นและเป็นแสดงว่าเครื่อข่ายมิได้ทำงานโดดเดี่ยว
เพราะแนวคิดนี้เป็นแนวคิดเกี่ยวกับ “ท้องถิ่นดูแลตัวเอง” ซึ่งไม่ใช่การปฏิเสธอำนาจรัฐ แต่เป็น การให้ประชาชนในท้องถิ่นมีอำนาจในการดำเนินกิจการของท้องถิ่นให้เป็นไปตามความต้องการของท้องถิ่นอย่างแท้จริง ซึ่งทำให้แต่ละท้องถิ่นสามารถเป็นตัวของตัวเองได้ โดยที่สามารถ “ออกแบบบ้านของตัวเอง” ได้บนผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้ซึ่งแนวคิดการปกครองตนเองนี้มิได้ปฏิเสธนักการเมืองหรือสภาผู้แทนราษฎร หากแต่โจทย์สำคัญคือทำอย่างไรที่จะให้คนในท้องถิ่นมีโอกาสเข้ามาทำงานการเมืองมากขึ้น ได้มีส่วนร่วมคิดร่วมทำในการดูแลบ้านเมืองของตนเองให้มากขึ้น มิใช่ทำหน้าที่เพียงเป็นผู้รอรับบริการหรือรอคอยความช่วยเหลือจากรัฐบาลเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการเปิดพื้นที่ทางการเมือง อันมีความหมายรวมถึงการมีอำนาจในการต่อรองและการตัดสินใจเพื่อให้คนในท้องถิ่นสามารถกำหนดวิถีชีวิตของตนเองได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหารปกครอง การศึกษา วัฒนธรรม การสาธารณสุข หรือการพัฒนาชุมชน
อีกทั้งแนวคิดนี้ยังทำภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ในมาตรา 281 ว่า
“ภายใต้บังคับมาตรา 1 รัฐจะต้องให้ความเป็นอิสระแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักแห่งการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น และส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำบริการสาธารณะ และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาในพื้นที ท้องถิ่นใดมีลักษณะที่จะปกครองตนเองได้ ย่อมมีสิทธิจัดตั้งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ” 2.
ทั้งนี้ ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนั้น ระบุให้รัฐต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมและมีอิสระในการดำเนินการให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นภายใต้หลักบูรณภาพแห่งดินแดนอันแบ่งแยกไม่ได้ โดยราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคจะต้องไม่แทรกแซงการบริหารกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น3. กล่าวคือ รัฐจะต้องกระจายอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ อำนาจการตัดสินใจ และอำนาจการบริหารจัดการให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และปรับลดบทบาท ตลอดจนลดการกำกับดูแลของราชการบริหารส่วนกลางและส่วนภูมิภาคลง เพื่อให้เป็นไปตามหลักความเป็นอิสระขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจะคงไว้ก็แต่กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง การพิจารณาพิพากษาคดี การต่างประเทศ และการเงินการคลังของประเทศโดยรวมเท่านั้น4.
ในทางปฏิบัติ รัฐจะต้องจัดให้มีกฎหมายกำหนดอำนาจหน้าที่ระหว่างราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยคำนึงถึงการกระจายอำนาจหน้าที่ให้แก่ท้องถิ่นเพิ่มขึ้น และลดความซ้ำซ้อนและขัดแย้งระหว่างส่วนต่างๆ ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้อง “ก้าวให้พ้นไปจากการควบคุมกำกับ ไปสู่ความร่วมมือที่เท่าเทียมกัน ต้องเปลี่ยนความสัมพันธ์แนวตั้งระหว่างรัฐและภูมิภาคที่อยู่ในฐานะควบคุม กำกับ สั่งการ มาเป็นความสัมพันธ์แบบพันธสัญญาที่มีความเท่าเทียมกันในแนวนอนแทน โดยจะต้องแก้กฎหมาย กฎระเบียบใหม่”
อย่างไรก็ตาม เมื่อหันมาพิจารณาถึงคุณลักษณะของการเมืองการปกครองในจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว นอกจากจะต้องเป็นการปกครองที่ให้อำนาจประชาชนในการดูแลกิจการของท้องถิ่นตัวเองแล้ว อาจจะต้องเป็นการปกครองที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของชนกลุ่มน้อยที่มีความแตกต่างทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมจากคนส่วนใหญ่ของประเทศอีกด้วย
--------------------------------------------------------------------------------
2.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หมวด 14 การปกครองท้องถิ่น มาตรา 281
3. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, รวมบทสรุปผู้บริหารการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ (กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, 2552), หน้า 401.
4.สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, แผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๑ และแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนและแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) (มปป.), หน้า 8-10.

รำลึกบ่อนไก่-พระราม 4 : (3) เสียงผู้สูญเสีย

ที่มา ประชาไท

จากจำนวนผู้เสียชีวิตในพื้นที่บริเวณบ่อนไก่-พระราม4 ทั้งหมด 15 คน ในช่วง 6 วันของการล้อมปราบนั้น มี 4 ชีวิตเป็น “สมาชิกในชุมชนบ่อนไก่” นอกจากนั้นยังมีอีก 1 ชีวิต ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและชีวิตเขาไม่มีวันเหมือนเดิมอีกแล้ว
การนับแค่จำนวนตัวเลขผู้เสียชีวิตว่ามากขนาดไหน อาจจะจำเป็นเพื่อบอกว่า “รุนแรง” แค่ไหน แข่งกันว่าใคร “โหดเหี้ยม” กว่ากัน แต่ตัวเลข คือ ตัวเลข แต่ไม่มีชีวิต จุดเริ่มต้นและพื้นฐานที่สำคัญของการ “มากกว่า” การนับศพ และเพื่อไปต่อในที่อื่นๆ คือ การได้ยิน “เสียงผู้สูญเสีย”
สำหรับขบวนการเคลื่อนไหวแล้ว ย่อมมีภาระหน้าที่ผูกพันบางประการต่อเขาเหล่านั้น ทั้งที่เป็นสมาชิกของขบวนการ และประชาชนทั่วไปที่เป็นเหยื่อของเหตุการณ์ความรุนแรง และคนที่อยู่ข้างหลัง
ข้างล่างนี่คือ บางส่วนของ “เสียงผู้สูญเสีย” ในชุมชนบ่อนไก่
นายบุญมี เริ่มสุข
วันเกิด 5 กุมภาพันธ์ 2483 อายุ 71 ปี
ที่อยู่ 155 ซ. ปลูกจิตต์ ถ.พระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
อาชีพ ค้าขาย
สาเหตุการตาย ติดเชื้อในกระแสเลือด (อันเนื่องจากบาดแผลที่ถูกยิงบริเวณหน้าท้อง กระสุนทะลุลำไส้หลายแห่ง)
วันและสถานที่เกิดเหตุ ถูกยิงขณะออกไปรับประทาน หน้าร้านระเบียงทอง ปากซอยปลูกจิตต์ วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณ 16.00 น. เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล และเสียชีวิตในวันที่ 28 กรกฎาคม 2553
“พอร่างกายแข็งแรง ก็เลยว่าจะมาผ่าตัดใหญ่ที่โรงพยาบาลตำรวจ แต่อยู่เจริญกรุงผ่าไปแล้ว 3 ครั้ง หมอก็ทำอะไรไม่ได้ก็แค่เย็บลำไส้ด้านใน แล้วจะมาผ่าตัดที่โรงพยาบาลตำรวจเอาลำไส้เข้าไปด้านใน”
“คุณลุงทรมานมาก กินอะไรไม่ได้เลย... รู้สึกตัวตลอด แต่สภาพจิตใจแกแข็งแรง พูดอะไรได้ดีตลอด แต่เขาก็ไม่โกรธใครนะ เพราะไม่เห็นคนยิงคนอะไร”
“หลังจากลุงโดนยิงก็ไม่ได้ทำอะไรเลย พยายามรักษาตัวเขา ไม่มีรายได้ ตอนนี้เราก็ไม่มีใครแล้ว เหลืออยู่ 2 คนกับหลาน ก็ประหยัดๆเอา”
“เสียใจที่เสียคุณลุงไป เสียใจมาก แต่ก็ไม่โกรธใคร เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นคนยิง คุณลุงเขาก็ดีนะ เขาไม่โกรธใคร เขาพูดว่านึกว่าเป็นคราวเคราะห์... ไปเกิดกับใครเขาก็เสียใจ เราก็เสียใจที่สุด ไม่อยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก
“เมื่อก่อนลุงกลับมาจากขายปุ๋ยทีหนึ่งลูกก็มากัน เดี๋ยวนี้คล้ายกับมันเหงา มันเงียบ มาทีหนึ่งเขาก็ร้องไห้ เห็นรูปคุณลุงเขาก็ร้องไห้ตลอด เหมือนว่าขาดสมาชิกในครอบครัวไป มันก็มีแต่ความเงียบ”
นันทพร เริ่มสุข
ภรรยาบุญมี เริ่มสุข
นายเสน่ห์ นิลเหลือง
วันเกิด 9 มกราคม 2505 อายุ 48 ปี
ที่อยู่ 185 ซ.แสนสุข แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ
อาชีพ ขับรถแท็กซี่
สาเหตุการตาย บาดแผลกระสุนลูกโดดบริเวณหน้าอกทะลุเส้นเลือดใหญ่และปอด
วันและสถานที่เกิดเหตุ ถูกยิงที่หน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. ขณะเดินทางไปแฟลตตำรวจ สน. ลุมพินี เพื่อเปลี่ยนรถ วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณ 18.00 น. เสียชีวิตขณะนำส่งโรงพยาบาล
“เขาไปชุมนุมตั้งแต่เป็น นปก. พี่ยังไม่รู้เลยว่าเขาไปตรงนั้น เขาถามว่าแกไปสมัยไหน พี่บอกว่าธันเดอร์โดม เขาพูด แกล้าหลังแล้ว ฉันนะไปตั้งแต่สนามหลวง... เราไม่ใช่แดงล้มเจ้า เจ้าก็อยู่ส่วนเจ้าไป แต่นี่ประชาธิปไตยเป็นของประชาชนทุกคน ไม่ใช่ของเจ้าคนเดียว”
“รัฐประหาร เขาไม่เอาเลย เหมือนเป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชน ในโลกนี้มันไม่น่ามีแล้วเผด็จการ มันต้องเป็นการปกครองโดยอิสระ ให้ประชาชนตัดสินใจ ถ้าประชาชนตัดสินใจผิด ประชาชนก็ต้องยอมรับว่าตัดสินใจผิดไปแล้ว เลือกมาแล้วก็อยู่ตามวาระ ถึงเวลาก็เลือกกันใหม่ ประชาชนรู้แล้วว่ามันไม่ดี ทีหลังก็อย่าไปเลือก เขาพูดกับพี่เรื่องนี้ ตอนรัฐประหารเขาก็ออกไป”
“ดูเหมือนตำรวจไม่ค่อยอยากทำคดีให้เลย มีความรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เรารู้ว่าสู้อยู่กับใคร แต่ว่าคุณก็ไม่มีสิทธิที่จะเอาชีวิตใครไป มันเป็นความสุขที่ครอบครัวเรามีพร้อม แล้วคุณดึงความสุขของเราตรงนี้ไป เขาไม่ได้เจ็บไข้ ไม่ได้ป่วยตาย มันไม่ยุติธรรมสำหรับประชาชนเลย”
“มันมีธงฟันอยู่แล้ว เจ้าหน้าที่รัฐถึงแม้เขาจะยิงประชาชน เขาก็บอกว่าเขาถูกเพราะทำตามหน้าที่ แต่มีกฎหมายข้อไหนบอกว่าให้ยิงคนได้ นักโทษประหารเขายังต้องหลายขั้นตอนของศาลจึงจะตัดสินได้ แต่นี่เขามาชุมชุม”
“เรารู้สึกว่า เขาไม่น่าจากเราไปในสภาพแบบนี้ ในขณะนี้ แต่ถามว่าเขาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เราภูมิใจในตัวเขา... จิตใจมันเยียวยาด้วยเงินทองไม่ได้ ถ้าเราได้เงินมาแล้วเราเสียน้องไป เราไม่เอา เราอยากได้น้องเราคืนมากกว่า ไม่ว่าเขาจะสู้เพื่อประชาธิปไตยหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นเหลืองเป็นแดง เขาก็ไม่ควรที่จะสูญเสียชีวิตไปแบบนี้”
อุบลวดี จันทร
พี่สาวเสน่ห์ นิลเหลือง
3. นายมานะ แสนประเสริฐศรี
วันเกิด 12 ธันวาคม 2531 อายุ 21 ปี
ที่อยู่ 4/31 ถ.เชื้อเพลิง แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ
อาชีพ ขับรถแท็กซี่ อาสาสมัครปอเต็กตึ๊ง
สาเหตุการตาย บาดแผลกระสุนปืนทำลายสมอง
วันและสถานที่เกิดเหตุ ถูกยิงหน้าธนาคารกสิกรไทย ปากซอยงามดูพลี ขณะทำหน้าที่อาสาสมัคร เข้าไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ วันที่ 15 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณ 17.00 น. เสียชีวิตทันที
"ถ้ารู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ตอนนั้นจะดึงมือลูกไว้ มานะเป็นลูกชายคนเล็ก ทำให้มีความผูกพันมาก ทำงานอาสากู้ภัยมาตั้งแต่อายุสิบกว่าปี ตั้งแต่ปั่นจักรยานไปกับทำงานกับรุ่นพี่ พอขายของได้ ขายขนมปังปิ้ง ไข่ปิ้ง เก็บเงินได้ ก็เอาไปซื้อมอเตอร์ไซด์ออกไปช่วยไฟไหม้ ตอนหลังก็เก็บเงินไปผ่อนแท็กซี่
“เวลาจะไปไหน รถแท็กซี่เขาก็จะมีอุปกรณ์อาสากู้ภัยไปด้วย ถ้าตรงไหนมีไฟไหม้ จะต้องให้ผู้โดยสารลงก่อน ไม่เอาเงิน แล้วก็ไปช่วย ตามถนนอย่างนี้ ถ้ามีภัยก็จะไปช่วยเอาขึ้นรถ กลางคืนก็แต่งตัวไปอยู่หน่วย ตอนเช้าก็จะกลับมา”
“วันนั้นขับรถไม่ได้ เพราะมีการปะทะกัน ก็อุตส่าห์ขับรถมอเตอร์ไซค์อ้อมออกไปที่งามดูพลี ใส่หมวกไฟไหม้ไปด้วย แต่ก็ไม่กล้าใส่ชุดกู้ภัยไป ไว้ในรถมอเตอร์ไซค์ เพราะปอเต็กตึ๊งเขาพูดกัน เดี่ยวเขาจะหาว่าเป็นการ์ด นปช. ไปช่วยกับเพื่อนที่อยู่แถวนั้น”
“มีคนถามว่า เขาให้มา 4 แสน คุ้มไหม รัฐบาลให้มา อั๊วก็ว่าไป อั๊วเลี้ยงลูกคนนี้มากี่ล้าน มีคนถามว่าจะเอาโน่นเอานี้ไหม เอาที่ปิ้งขนมปังไหม อั๊วว่าจะเอามาทำอะไร”
“ไม่ต้องพูดหรอกว่าเป็นอย่างไร ทุกคนสูญเสียลูกแล้วก็ต้องรู้ว่าเป็นอย่างไร ที่ทำอย่างนี้นะ จิตใจดำมากเลย จิตใจดำมากที่ทำอย่างนี้ ทำโดยไม่สนใจว่าใครจะตายจะเป็นอย่างไร ถ้าตัวเขาตายมั่งจะเป็นอย่างไร ในครอบครัวเขา ถ้าตายจะเป็นอย่างไร เจ็บแค้นมากตอนนั้น”
“ตอนแรกๆ ก็ไม่กล้าบอกว่าใครยิงลูกชาย แต่ตอนนี้กล้าแล้ว ใครมา ใครถาม ก็บอกว่าทหารยิง มายิงลูกเราทำไม ลูกเราไปช่วยคนอื่น”
นารี แสนประเสริฐศรี
มารดามานะ แสนประเสริฐศรี
นายสมัย ทัดแก้ว
วันเกิด 19 พฤษภาคม 2518 อายุ 35 ปี
ที่อยู่ 83 หมู่ที่ 8 ต.แข้ อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ
อาชีพ พนักงานรักษาความปลอดภัย
สาเหตุการตาย โลหิตติดเชื้อ (เนื่องจากบาดแผลที่ถูกยิงบริเวณด้านหนัง ตัดลำไส้ใหญ่)
วันและสถานที่เกิดเหตุ ถูกยิงขณะเดินทางไปทำงาน หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาลุมพินี วันที่ 16 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณ 19.00 น. เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล และเสียชีวิต 31 พฤษภาคม 2553
“ตอนที่เขาทำนากับพี่สาวอยู่บ้านนอก เขาไม่เคยขายข้าวได้สามสี่หมื่นบาท เพิ่งจะมาขายได้ปีแรก ก็มาโดนยึดอำนาจซะ เขาชอบทักษิณ”
“ก่อนเหตุการณ์ป้าอยู่ที่ศรีสะเกษ วันที่ 16 นั่งรถไฟกลับมา เป็นห่วงน้องชาย เพราะโทรมาทีไรก็ได้ยินแต่เสียงปืน กลางวันเขาออกไปชุมนุม กลางคืนไปทำงาน วันที่โดนยิงเขาจะออกไปทำงาน”
“ตอนอยู่โรงพยาบาล เขาบอกว่า พี่ผมไม่รอดหรอก ก็ไปจับมือเขาบอกว่าไม่เป็นไรหรอก เขาบอกว่าทรมานเหลือเกิน ช่วยบอกให้หมอฉีดยาตายให้หน่อย”
“ทำไมมันเป็นแบบนี้ ทำไมคนไทยด้วยกัน ต้องเอาอาวุธสงครามออกมาใช้กับประชาชน รู้สึกว่าหมดแล้ว ความศรัทธาหรืออะไรที่เคยมี หมดสิ้นทุกอย่าง”
“เอาอาวุธมายิงคนมือเปล่ามันไม่ได้ จะเอาชีวิตคนคืนมามันก็ทำไม่ได้ รัฐบาลต้องรับผิดชอบ จะเป็นอะไรป้าก็ไม่รู้ แล้วแต่จะคิดว่าจะรับผิดชอบแบบไหน ออกมาขอโทษหรืออะไร มีคนเยอะที่ครอบครัวเขาล้มหายตายไป”
“คนเราจะจนจะรวยต้องอยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน อย่าคิดว่าคนจนต้องใช้กฎหมายหนึ่ง คนรวยต้องใช้กฎหมายหนึ่ง มันไม่ยุติธรรม ถึงเราจะเป็นคนจนก็จริงแต่เราก็เป็นคน แต่เขาไม่มองเราว่าเป็นคน”
วิรินทร์ ทัดแก้ว
พี่สาวสมัย ทัดแก้ว
บาดเจ็บสาหัส
นายฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง อายุ 54 ปี
ที่อยู่ 14/94 ซ. ปลูกจิตต์ ถ.พระราม 4 แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
อาชีพ ค้าขาย (ส่งขนมตามร้านต่างๆ)
สาเหตุการได้รับบาดเจ็บ ถูกยิงเข้าบริเวณด้านหลังทะลุปอดและถูกไขสันหลัง ทำให้พิการถาวร ตั้งแต่ช่วงอกจรดปลายเท้า
วันและสถานที่เกิดเหตุ ถูกยิงขณะรอรถประจำทาง ป้ายรถเมล์ใกล้สะพานลอย ฝั่งบ่อนไก่ วันที่ 14 พฤษภาคม 2553 เวลาประมาณหลังเที่ยงวัน
“เราเห็นด้วยกับการทำงานของเขา เมื่อก่อนเราไม่เห็นว่ามีรัฐบาลไหนที่ทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น จนกระทั่งคุณทักษิณเข้ามา ทำให้เราเห็นความเปลี่ยนแปลง พอเขาเข้ามาเราก็เห็นประโยชน์ แต่ไม่รู้ซึ้งมาก พอเขาไม่อยู่แล้ว จึงเห็นประโยชน์ที่เขาทำไว้มากมายให้กับพวกเรา”
“ตอนนั้นไม่คิดว่าเฮียเขาจะพิการ คิดว่าเฮียโชคร้ายจังเลยที่โดยยิง เดี๋ยวผ่าออกมาแล้วก็คงจะปกติ... ทุกทุกวันนี้ก็ยอมรับไม่ได้ว่าเฮียพิการ ยังคิดว่าเขายังเหมือนเดิม เวลาใครถามพี่ก็ไม่อยากบอก”
“เขาเป็นผู้ชาย หัวหน้าครอบครัว ถ้าเขาพิการ ความรู้สึกมันแย่ เหมือนว่าเราอยากให้เขาเป็นเสาหลักของเรา อยากให้เขากลับมาดูแลเราเหมือนเดิม ลูกเราก็ยังเรียนอยู่ ไม่อยากให้ลูกรู้สึกว่าตอนนี้ครอบครัวเราแย่หรืออ่อนแอ”
“ความรู้สึกแรกที่รู้ว่าลุงเดินไม่ได้แล้ว รู้ทันทีว่าความลำบากมาเยือนเราอย่างถาวร กลุ้มใจว่าจะเลี้ยงลูกอย่างไร... เรากลัวว่าจะหาเงินเลี้ยงลูกได้อย่างไร แล้วเราจะทำอย่างไร แล้วเฮียพิการจะอยู่ได้นานไหม ถ้าเฮียตายแล้วเราจะอยู่กับใคร เรามีอยู่กันแค่สี่คนเอง”
“เราต้องช่วยเหลือตนเอง สำหรับคนที่มาช่วยเหลือ ขอบคุณมาก แต่ขอว่าให้ช่วยเราให้ผ่านช่วงยากลำบากนี้ไป พอมีงานทำที่มั่นคง พอเลี้ยงตัวเองได้”
วรานิษฐ์ อัศวสิริมั่นคง
ภรรยาฐานุทัศน์ อัศวสิริมั่นคง