WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, March 8, 2011

....ที่นี้ประเทศไทย

ที่มา thaifreenews

โดย คนเมืองกาญ



อันนี้ก็น่าอ่านนะครับ
http://www.pendulumthai.com/smf/index.php?topic=1372.0

แฉ! คนใกล้ชิดนายกฯ เอื้อบ.บุหรี่ ทำรัฐเสีย 6.8หมื่นล้าน

ที่มา Voice TV



คุณยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองโฆษกพรรคเพื่อไทยแฉคนใกล้ชิดนายกฯ เอื้อ บ.บุหรี่ ทำรัฐสูญเสีย 6.8 หมื่นล้าน กับคุณจอม เพชรประดับในรายการ Hot Topic

การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 มีนาคม นี้ พรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคฝ่ายค้าน บอกว่าจะเน้นข้อมูลหลักฐานที่จะชี้ชัดลงไปถึง การทุจริต คอรัปชั่น และความล้มเหลวของการบริหารประเทศของรัฐบาล ได้อย่างชัดเจนรายการ Hot Topic วันนี้ (7 มีนาคม 2554) ได้รับเกียรติจากคุณยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เข้ามาพูดคุยในรายการ

คุณยุทธพงศ์ ยืนยันว่า ในส่วนข้อมูลหลักฐาน เอกสารต่างๆ ที่พรรคเพื่อไทย เตรียมที่จะถอดถอนนายกรัฐมนตรี มีทุกอย่างครบแล้ว พร้อมที่จะชี้แจง และมั่นใจว่าหลักฐานในเรื่องนายกฯ เข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาชั้นอัยการจนทำให้ไม่สั่งฟ้อง บริษัทบุหรี่รายใหญ่ ที่มีการหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าบุหรี่ โดยมี เสี่ย ก. เป็นคนวิ่งเต้นเพื่อล้มคดี จนทำให้รัฐต้องสูญเสียรายได้ไปถึง 6.8 หมื่นล้านบาท เป็นหมัดเด็ดที่จะถอดถอนนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่งได้อย่างแน่นอน และนายกฯ ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
โดยเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารสำคัญทางราชการมีเลขที่ออก โดยคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ออกหนังสือนั้น เพื่อเรียกหน่วยงานต่างๆ มาประชุมล๊อบบี้ให้มีการช่วยเหลือไม่ให้มีการสั่งฟ้องบริษัทบุหรี่รายใหญ่

ยืนตรงเคารพธงเพลงชาติเพื่ออะไร

ที่มา Voice TV



เพลงชาติ ความรักชาติ การคลั่งชาติ และพัฒนาการของความรักที่เราพึงมีต่อชาติ

การปลูกฝัง “ชาตินิยม”ของรัฐ เรื่อง “ความรัก”ชาติ แบบโรแมนติก เปรียบเทียบกับความรักของหนุ่มสาว ที่ต้องพัฒนาให้เติบโตจากความรักโรแมนติกไปสู่ความรักที่มีวุฒิภาวะ แสดงให้เห็นว่าชาตินิยมแบบเก่านั้นไม่ประสบความสำเร็จ ควรมีการสร้างชาตินิยมแบบใหม่

ชาติ ความหมายของชาติ เปลี่ยนแปลงได้ตามยุคสมัย อัตลักษณ์ของชาติควรเคลื่อนตัวจากความคลั่งในชาติพันธ์หรือคลั่งชาติของตนไปสู่การเป็นชนชาติที่เคารพศักดิ์ศรีของผู้อื่นและเพื่อนร่วมโลก ความเป็นประชาธิปไตย และการเคารพในสิทธิ เสรีภาพของมนุษย์น่าจะเป็นอัตลักษณ์ใหม่ของชาติไทยในยุคปัจจุบันที่ยุคสมัยของการสร้างชาติ ทั้งการต่อสู้กับกลุ่มศักดินาเก่าหรืออาณานิคมตะวันตกได้จบลงแล้ว เป็นไปได้ไหมว่าที่เมืองไทยในปัจจุบันเกิดไม่ปรองดองแตกแยกกันทุกวันนี้เพราะความล้มเหลวในการสร้าง ปลูกฝัง “ชาตินิยม” ของรัฐ

8 มีนาคม 100 ปี วันสตรีสากล

ที่มา Voice TV



Wake up thailand ประจำวันที่ 8 มีนาคม 2554

วันนี้นำเสนอในประเด็น

-แฟชั่น "ชูป้าย" การก่อกวนทางการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย?

-เบื้องหลัง "ดีแต่พูด" บันทึกหลังจากชูป้ายให้นายอภิสิทธิ์

-งานระดมทุนพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งเป้า 600 ล้านบาท

-ลุ้น ครม. เปิด-ไม่เปิด เขื่อนปากมูล

-ม็อบชาวนา

-อนุมัติปรับราคาข้าว

-ชาวบ้านตรอมใจตาย! 'พีมูฟ' จี้รัฐเปิดเจรจาอีกด่วน

“ชีวิต ความคิด อิสรภาพ”…ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

ที่มา Voice TV



ครอบครัว “ใสยเกื้อ” ประกาศตัวว่าเป็นคนเสื้อแดงพร้อมต่อสู้ไปด้วยกัน มั่นใจว่าในที่สุดประชาชนจะได้รับชัยชนะ

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. เปิดใจถึงภารกิจเฉพาะหน้าที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ การยื่นขอประกันตัวคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังในเรือนจำทั่วประเทศ และการทวงคืนความเป็นธรรมให้กับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต สิ่งที่คนเสื้อแดงต้องการ คือ “ความจริง” ที่อยู่เบื้องหลังการบาดเจ็บล้มตาย ความจริงนี้จะนำไปสู่การนำตัวผู้กระทำความผิดไม่ว่าฝ่ายใดมาดำเนินการตามกฎหมาย สิ่งที่ตัวเขาในฐานะแกนนำคนเสื้อแดง ตั้งเป้าหมาย คือ “หยุด” ฝันร้ายของประชาชน ทำลาย “ฝันดี” ของเผด็จการ ที่ทำให้เกิดการเข่นฆ่าซ้ำรอยเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 6 ตุลา 19 และพฤษภา 35
ขณะที่คนเสื้อแดงชูยุทธศาสตร์ 2 ขาในการต่อสู้ทางการเมือง คือ การเมืองภาคประชาชน และการเมืองในระบบรัฐสภา ณัฐวุฒิ แสดงความพร้อมที่จะต่อสู้ตามระบบรัฐสภา ด้วยการลงสมัคร สส.ในนามพรรคเพื่อไทย หลังจากที่เคยลงสมัคร สส.ในนามพรรคชาติพัฒนา และพรรคไทยรักไทยมาแล้ว
ณัฐวุฒิ ยังเปิดเผยเบื้องหน้าเบื้องหลังสถานการณ์การชุมนุมที่มีจุดเปลี่ยนเกิดขึ้นหลายครั้ง เช่น การบุกรัฐสภา เหตุการณ์ 10 เมษายน แต่ที่ยังเป็นปริศนาคาใจเขาจนถึงวันนี้ คือ ความล้มเหลวของการเจรจาในคืนวันที่ 18 พฤษภาคม หลังจากคนที่แกนนำ นปช. ตกลงกับพลเอกเลิศรัตน์ รัตนวาณิช สว.สรรหา จนได้ข้อยุติว่า เช้าวันที่ 19 พฤษภาคม ที่รัฐสภาจะมีการเจรจาระหว่างฝ่ายรัฐบาล กับแกนนำคนเสื้อแดง โดยมีประธานวุฒิสภาเป็นคนกลาง
อีกบทบาทหนึ่งของณัฐวุฒิ คือ ความเป็น “หัวหน้าครอบครัว" วันนี้เขากลับไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว ซึ่งประกอบด้วย ภรรยา และลูกอีก 2 คน ขณะครอบครัว “ใสยเกื้อ”ประกาศตัวว่า เป็นคนเสื้อแดงพร้อมต่อสู้ไปด้วยกัน แม้ตัวเขาจะยังไม่รู้ว่าเส้นทางการต่อสู้ของคนเสื้อแดงในวันข้างหน้าจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง แต่มั่นใจว่าในที่สุดประชาชนจะได้รับชัยชนะ

รัฐบาลสวาปาล์ม:สมยศ พฤกษาเกษมสุข

ที่มา thaifreenews

โดย prainn

แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย
เปิดโปงแฉกลโกงรัฐบาลมือเปื้อนเลือด
เวทีปราศรัยลานอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช
จัดโดย สนนท.และกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2554

เชิญร่วมกิจกรรม 100 ปี วันสตรีสากล “ผู้หญิงกับเศรษฐกิจ สังคม การเมือง”

ที่มา thaifreenews

โดย prainn


100 ปี วันสตรีสากล “ผู้หญิงกับเศรษฐกิจ สังคม การเมือง”
(Commemoration of 100th International Women Day)

วันที่ 8 มีนาคม 2554
เวลา 16.00 น.-21.00น.
...สถานที่ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา

เวลา 16.00น.-18.00น.
เสวนาในหัวข้อ “ผู้หญิงกับเศรษฐกิจ สังคม การเมือง”

ผู้เข้าร่วมเสวนา
- สุดา รังกุพันธุ์ นักวิชาการเสื้อแดง
- จิตรา คชเดช เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลแห่งประเทศไทย
- วันรัก สุวรรณวัฒนา นักวิชาการจากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ตัวแทนกลุ่มพลังหญิง

ดำเนินการเสวนาโดย คุณพัชนี คำหนัก กลุ่มเลี้ยวซ้าย

เวลา 18.00น.-21.00น.
พบกับดนตรี วัฒน์ วรรลยางกูร กับวงท่าเสา
กวีสตรีประชาธิปไตย เพียงคำ ประดับความ
และละคร "กลุ่มประกายไฟการละคร"
ปราศรัยสลับดนตรี
แกนนำกรรมกรหญิงรุ่นใหม่
นักศึกษาหญิงรุ่นใหม่
กลุ่มพี่น้องเสื้อแดงพื้นที่สายไหม

มอบรางวัล RED Women Awards 2011

และอื่นๆอีกมากมาย

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 08/03/54

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla



เกาะโพเดียม วี๊ดแว๊ว ทำแต๋วแตก
เถียงฉอกแฉก อี๊อ๊า เป็นบ้าหลัง
โพเดียมชั้น อุ๊ยโอ๊ย โหยหาจัง
เหมือนคนคลั่ง ตีสำนวน กวนส้นตีน....

มือมันยัง เปื้อนเลือด ไม่เหือดแห้ง
ยังตะแบง เฉไฉ ใช้เล่ห์ลิ้น
เห็นแต๋วแตก งึมงำ ทำเสียงวีน
แอบแย่งซีน สุดสมเพช ปนเวทนา....

สมเป็นคน อัปรีย์ ดีแต่พูด
บทพิสูจน์ คนระยำ ที่ต่ำช้า
มองเห็นคน ค่าน้อย ด้อยราคา
จึงเข่นฆ่า เหยียบย่ำ คอยซ้ำเติม....

รวมหัวกัน โกงกิน จนสิ้นซาก
แถมสำราก วาจา พากันเหิม
สวาปาล์ม จนสิ้น กินเหมือนเดิม
ยังส่งเสริม ตอกย้ำ ว่าทำดี....

ประชาชน ทนไม่ไหว จึงไล่ส่ง
ทำหน้างง วี๊ดว๊าย อายหรือนี่
เป็นผู้นำ สับปลับ แสนอัปรีย์
จึงเห็นมี แต๋วแตก อย่าแปลกใจ....

๓ บลา / ๘ มี.ค.๕๔
http://3blabla.blogspot.com

2011-03-07@2245 ไฟใต้ ปัตตานี ยิงตรตาย๑ นราฯ คาร์บอมบ์แฟลตตร

ที่มา thaifreenews

โดย Tuxedo

2011-03-07@2245 ไฟใต้ ปัตตานี ยิงตรตาย๑ นราฯ คาร์บอมบ์แฟลตตร

บทความอัลจาซีร่า : การปฏิวัติสตรีนิยมในตะวันออกกลาง

ที่มา ประชาไท

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา อัลจาซีร่าเผยแพร่บทความชื่อ "การปฏิวัติสตรีนิยมในตะวันออกกลาง" โดย นาโอมิ วูล์ฟ นักกิจกรรมทางการเมืองและนักวิจารณ์ผู้เคยเขียนหนังสือเกี่ยวกับการปฏิวัติอเมริกา โดยในบทความชิ้นนี้พูดถึงบทบาทของสตรีในโลกตะวันออกกลาง เนื้อหาของบทความมีดังนี้

.....

ภาพเหมารวมอย่างหนึ่งที่ชาวตะวันตกมักจะจินตนาการเวลาพูดถึงประเทศมุสลิมคือเรื่องเกี่ยวกับลักษณะของผู้หญิงมุสลิม ว่ามีดวงตาใสซื่อไร้เดียงสา, สวมผ้าคลุมหน้า, และมีท่าทีอ่อนน้อม, เงียบในแบบเอ็กโซติก, อยู่ในที่โปรงๆ สภาพเหมือนฮาเรมในจินตนาการ, ซ่อนตัวภายใต้บทบาททางเพศที่เข้มงวด แล้วผู้หญิงเหล่านี้อยู่แห่งหนใดในตูนีเซียและอียิปต์

ทั้งสองประเทศที่กล่าวมานี้ ผู้ประท้วงที่เป็นสตรีไม่ได้มีอะไรเหมือนเช่นภาพเหมารวมของชาวตะวันตกเลย พวกเขาอยู่แนวหน้าและแนวกลางในคลิปข่าวและในกระทู้ของเฟซบุ๊ก บางคนถึงขั้นมีบทบาทแกนนำ ในจัตุรัสทาห์เรียของอียิปต์ อาสาสมัครที่เป็นสตรี บางคนมาพร้อมกับลูกๆ ทำงานแข็งขันเพื่อสนับสนุนการการประท้วง ทั้งการช่วยเหลือในเรื่องความปลอดภัย, การสื่อสาร และการจัดหาที่พัก มีนักวิจารณ์หลายคนแสดงความชื่นชมสตรีและเด็กจำนวนมากที่มีส่วนในการสร้างความสงบในการชุมนุมแม้จะเป็นช่วงที่ต้องเผชิญกับการยั่วยุก็ตาม

นักข่าวพลเมืองในจัตุรัสทาร์เรีย (หรือใครก็ตามที่มีโทรศัพท์มือถือก็จัดเป็นนักข่าวพลเมืองได้) กล่าวถึงการประท้วงที่มีมวลชนผู้หญิงเป็นกลุ่มประชากรที่ครอบคลุมทั่วการชุมนุม หลายคนสวมฮิญาบ และสิ่งอื่นๆ ที่เป้นสัญลักษณ์แทนความอนุรักษ์นิยมทางศาสนา ขณะที่อีกหลายคนก็แสดงความมีเสรีภาพจากการสูบบุหรี่หรือจูบกับเพื่อนในที่สาธารณะ

ผู้นำและผู้สนับสนุน
แต่สตรีในการประท้วงระลอกนี้ก็ไม่ได้แค่ทำหน้าที่เป็นเพียงฝ่ายสนับสนุนซึ่งเป็นบทบาทประจำที่พวกเขามักจะได้รับในการเคลื่อนไหวมาโดยตลอด ตั้งแต่การประท้วงยุคซิกซ์ตี้ (1960s) มาจนถึงการประท้วงของนักเรียนนักศึกษาในอังกฤษเมื่อไม่นานมานี้ แต่ผู้หญิงชาวอียิปต์ยังมีบทบาทในการจัดตั้ง, การวางยุทธศาสตร์ และการรายงานสถานการณ์อีกด้วย บล็อกเกอร์อย่าง Leil Zahra Mortada ต้องเสี่ยงตายทุกวันเพื่อที่จะรายงานภาพการชุมนุมให็โลกได้รับรู้

บทบาทของสตรีในการลุกฮือของประชาชนในประเทศตะวันออกกลางนั้นอยู่นอกสายตาอย่างมาก สตรีในอียิปต์ไม่ได้แค่ "เข้าร่วม" การประท้วง พวกเขาเป็นพลังการนำสำคัญต่อวิวัฒนาการทางวัฒนธรรมที่ทำให้การประท้วงเกิดขึ้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง และสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในอียิปต์ในแง่นี้ก็ยังเกิดขึ้นกับประเทศต่างๆ ในโลกอาหรับด้วย ไม่ว่าจะอยู่ในระดับมากหรือน้อยกว่าก็ตาม เมื่อผู้หญิงเริ่มเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนตาม และผู้หญิงในโลกมุสลิมกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฝ่ามือ

สิ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือเรื่องการศึกษา เมื่อสองรุ่นที่แล้วมีเพียงลูกสาวของกลุ่มชนชั้นนำจำนวนน้อยนิดเท่านั้นที่มีโอกาสเรียนต่อถึงระดับมหาวิทยาลัย ในทุกวันนี้ในประเทศอียิปต์มีนักศึกษาที่เป็นผู้หญิงอยู่เกินครึ่ง พวกเขาได้รับการฝึกฝนที่จะใช้พลังในแบบที่รุ่นยายของพวกเขานึกจินตนาการไม่ออก เช่นการตีพิมพ์หนังสือพิมพ์อย่าง ที่ Sanaa el Seif ทำ ซึ่งเป็นการท้าทายอำนาจการสั่งปิดของรัฐบาล มีการรณรงค์การนำโดยกลุ่มนักศึกษา การหาทุนสำหรับองค์กรนักศึกษา และการพบปะหารือ

มีสตรีรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งในอียิปต์และประเทศอาหรับที่เริ่มมีความคิดเชิงวิพากษ์ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลายทางเพศ และบ้างก็แสดงท่าทีท้าทายต่ออาจารย์ผู้ชายต่อหน้าชั้นเรียน จะเป็นการง่ายกว่านี้มากสำหรับการปกครองแบบทรราชย์หากครึ่งหนึ่งของประชากรเป็นผู้ไม่มีการศึกษาและถูกฝึกให้ยอมจำนน แต่สิ่งที่ชาวตะวันตกควรเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ของตนเองคือ เมื่อผู้หญิงมีการศึกษาแล้ว การเคลื่อนไหวปลุกปั่นในเชิงประชาธิปไตยก็จะเกิดขึ้นร่วมกับการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมครั้งใหญ่ที่ตามมา

นอกจากนี้ยังมีการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติของสื่อเครือข่ายทางสังคม (Social Media) ในการทำให้ผู้หญิงกลายเป็นแกนนำการประท้วง โดยส่วนตัวผู้เขียนบทความเองเคยเป็นผู้สอนเรื่องทักษะความเป็นผู้นำมามากกว่าสิบปีแล้ว จึงทราบดีว่ามันยากลำบากเพียงใดในการทำให้พวกเขาลุกขึ้นพูดในองค์กรที่มีลำดับขั้น ปกติแล้วผู้หญิงมักจะหลีกเลี่ยงสถานะหัวหอกซึ่งในการประท้วงตามแบบฉบับมักจะยกให้กับนักกิจกรรมที่เป็นชายหนุ่มเลือดร้อนถือเครื่องขยายเสียง

ฉายภาพพลังอำนาจ
ในบริบทที่มีเวที, แสงสปอตไลท์ และผู้ปราศรัย ผู้หญิงมักจะหลบลี้ไปจากบทบาทผู้นำ แต่จากลักษณะของสื่อเครือข่ายทางสังคมได้เปลี่ยนความหมายของความเป็นผู้นำอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ เฟซบุ๊กลอกเลียนวิธีการที่ผู้หญิงใช้ในการรับรู้เรื่องราวจากสังคม ผ่านการเชื่อมโยงระหว่างผู้คนที่มีความสำคัญเท่ากันในแง่การนำหรือการควบคุมโดยปัจเจกบุคคล

คุณสามารถกลายเป็นผู้นำที่มีพลังได้ เพียงแค่คุณสร้าง "เรา" ที่ตัวใหญ่ๆ ขึ้นมาให้ได้ หรือคุณอาจจะทำตัวขนาดเท่าๆ กับทุกๆ คน ในหน้าเพจ หมายถึงคุณไม่จำเป็นต้องแสดงอำนาจหรือการนำก็ย่อมทำได้ โครงสร้างของหน้าเฟซบุ๊ก ได้สร้างสิ่งที่สถาบันแบบต้องอาศัยอาคารสถานที่ (Brick-and-Mortar) ไม่อาจทำให้เกิดขึ้นได้แม้จะมีการกดดันจากนักสตรีนิยมมากว่า 30 ปีแล้ว นั่นคือบริบทที่ผู้หญิงมีความสามารถจะสร้าง "เรา" ที่เข้มแข็งและร่วมเป็นผู้นำในการสนับสนุนเสรีภาพและความยุติธรรมทั่วโลก

แน่นอนว่าเฟซบุ๊ก ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงในการประท้วงลงได้ แต่ไม่ว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลางเร็วๆ นี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่าเมื่อผู้หญิงที่ได้รับการศึกษาเข้าร่วมการเคลื่อนไหวเพื่อเสรีภาพ ผู้ที่ต้องการให้การปกครองด้วยกำลังยังคงอยู่จะต้องพ่ายไป

เมื่อฝรั่งเศสเกิดการปฏิวัติในปี 1789 แมรี่ โวลสโตนคราฟ ผู้ที่เห็นเหตุการณ์เขียนแถลงการณ์ในเรื่องของการปลดปล่อยสตรี หลังจากที่กลุ่มสตรีในสหรัฐอเมริกาช่วยเหลือการต่อสู้เพื่อการเลิกทาส พวกเขาก็ต่อสู้ในประเด็นต่อไปคือเรื่องสิทธิในการเลือกตั้งของผู้หญิง หลังจากที่ในช่วงยุค 1960s พวกเขาถูกบอกว่า "สถานะของผู้หญิงในการเคลื่อนไหวนั้นต่ำเรี่ยติดดิน" พวกเขาก็ก่อรูปการเคลื่อนไหวสตรีนิยม "คลื่นลูกที่ 2" การเคลื่อนไหวที่มาจากทักษะใหม่ๆ และจากความไม่พอใจเก่าๆ

ในครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อผู้หญิงช่วยคนอื่นต่อสู้เพื่อเสรีภาพแล้ว พวกเขาก็จะเคลื่อนไปสู่การต่อสู้เรียกร้องสิทธิของตนเอง และเนื่องจากสตรีนิยมเป็นส่วนเสริมที่สอดคล้องกันกับประชาธิปไตย เผด็จการตะวันออกกลางก็ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เหลือความเป็นไปได้เลยในการหักห้ามไม่ให้ผู้หญิงตาสว่างเหล่านี้เลิกต่อสู้เพื่อเสรีภาพ ทั้งของพวกเธอเองและของชุมชน