WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, March 14, 2011

กระต่ายกับเต่า

ที่มา Thai E-News



กระต่าย เต่าแข่งขัน หลักชัยอยู่ไกลแสนไกล
สองคนต่างไม่ท้อใจ แข่งขันไปในเส้นทาง
ต่างมุ่งในเส้นทาง

ขาเต่ากระต่ายมันต่างกัน
สั้นยาวไม่มีสัมพันธ์ กระต่ายประมาทพลันมันหลับไหล
เต่าถึงเส้นชัย..เพราะพากเพียร

หันหน้ากันคนละทาง สร้างดาวกันคนละดวง
ช่วงชิงไปสู่สวรรค์....ใครไม่ทันเป็นคนหลงทาง

..กระต่ายพ่ายเต่า
...เจ้านกแสงตะวันบินผ่านมา...
...มันส่งเสียงเจรจา...
...ทำไมเกิดมาเพื่อแข่งขัน...
น่าจะร่วมกันสู่เส้นชัย
...ปลุกเพื่อนจากการหลับไหล...
...เพื่อสร้างสมชัยร่วมกัน...


ผลงาน:คาราวาน
บรรเลง:ฆาราวาส

ปากคำสาวเสื้อแดงที่โดนการ์ดนปช.คุมตัวส่งตำรวจกรณีแจกเอกสารม.112ในที่ชุมนุมใหญ่12มีนาคม

ที่มา Thai E-News



ที่มา เฟซบุ๊คคุณปลา แด่เพื่อนผู้เดือดร้อน

ภาพบน-การรณรงค์ยกเลิกม.112ในที่ชุมนุมใหญ่12มีนาคม ภาพล่าง-เหตุระหว่างการ์ดนปช.คุมตัวกลุ่มที่เผยแพร่เอกสารม.112ส่งตำรวจ

หมายเหตุไทยอีนิวส์:เมื่อวันชุมนุมใหญ่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุการ์ดนปช.คุมตัวสตรีเสื้อแดงรายหนึ่งที่นำเอกสารเกี่ยวกับม.112จะไปเผยแพร่ในที่ชุมนุมส่งตำรวจ แต่ตำรวจปล่อยตัวเพราะตรววจสอบแล้วไม่มีความผิด ประเด็นนี้ได้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่คนเสื้อแดงอย่างกว้างขวาง สตรีรายนี้ได้เขียนบันทึกในเฟซบุ๊คเรื่อง ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่การ์ดนปช. นำส่งปลาให้คุณตำรวจสอบสวน ดังต่อไปนี้


13 มี.ค. 53 เรียนพี่น้องท่านที่เคารพ,

หลังจากผ่านพ้นคืนวันอันยากลำบากเมื่อวาน (12 มี.ค.) ตอบคำถามมิตรสหายที่ห่วงใยพร้อมให้ข้อมูลผู้ใหญ่อีกทั้งวัน รวมไปถึงพยายามจดจ่อกับข้อความมากมายที่หลั่งไหลเข้ามาอย่างดุเดือด ทั้งรุนแรง เตือนสติ ติติง ด่าทอ ชื่นชม และให้กำลังใจ ซึ่งปลายินดีน้อมรับทุกความคิดเห็น จึงคิดว่าคงปล่อยทำมึนๆ อึนๆ อยู่เฉยอีกไม่ได้ เขียนอะไรเพื่อรับผิดชอบการกระทำ และชี้แจงเหตุการณ์เสียหน่อยดีกว่า

เรื่องไม่มีอะไรมาก เตรียมเอกสารมา 3 ชุด โดยจุดประสงค์ในใจเพื่อให้ความรู้กับชาวบ้าน เจตนาตั้งใจให้ชาวบ้านที่ไม่มีอินเตอร์เน็ต ได้เข้าถึงข่าวสาร รับรู้เหตุการณ์บ้าง

หลังจากกรำงานหนักทั้งอาทิตย์ อดนอนวันศุกร์อีกทั้งคืน เพื่อผลิตงานที่อาจจะเป็นได้ทั้งโบดำและโบแดงสำหรับใครหลายๆ คน เสร็จตอนรุ่งสาง อาบน้ำแต่งตัว เตรียมอุปกรณ์กล้อง และโน้ตบุ๊ก เดินทางข้ามจังหวัด เอาต้นฉบับเอกสารมาหาที่พิมพ์ สอบถามร้านถ่ายเอกสารและโรเนียวมาไม่ต่ำกว่า 15 ร้าน เพื่อหาร้านที่ถูก และดีที่สุด ตั้งแต่มหาชัย จุฬา ธรรมศาสตร์ วังหลัง ปิ่นเกล้า แล้วก็กลับมาจบที่วังหลัง

เงินติดตัวรวมกันกับเพื่อน มีอยู่ 1500 บาท ทำได้แค่อย่างมาก 3 รีม หน้าหลัง ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม และด้วยความประมาทไม่ได้กดเงินออกมา พอจะใช้ขึ้นมาจริงๆ บัตร ATM และบัตรเครดิตทั้งหมดที่มี กดไม่ได้ ด้วยเหตุผลให้ติดต่อธนาคารเจ้าของบัตร ส่วนเพื่อนก็ลืมประเป๋าตังค์ไว้ที่บ้าน ตกลงใจ X-rox ทั้งหมดอย่างละรีม

เสร็จสิ้นขบวนการ ราวๆ เกือบบ่าย 2 ข้าวเช้ายังไม่ตกถึงท้องและยังไม่ได้นอนเลย ถึงที่ชุมนุมราวบ่าย 2 กว่าๆ ฝนเริ่มโปรยลงมาพอเป็นกระษัย เพื่อนอีก 2 คน ตัดสินใจนำเอกสารที่ได้ทั้งหมดมาอุ้มไว้ ระหว่างหันรีหันขวางจะเอายังไง ก็เริ่มมีคนสงสัยใฝ่รู้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมวลชนสูงอายุ ที่ไม่น่าจะมี Facebook ไว้ระบาย

เริ่มเดินมาเมียงมองสงสัยสอบถาม Target มาแล้ว!!!

จากนั้นระหว่างที่เพื่อนเริ่มตอบคำถามสนทนา คนแรกเริ่มดึง คนที่สองเริ่มตาม เอกสารเริ่มอยู่ในมือผู้สนทนา ระหว่างนั้นเรายืนถ่ายภาพบรรยากาศคนไม่หนีฝนอยู่ หันมาอีกที มีคุณการ์ดหนึ่งคนมาคว้าข้อมือเพื่อนเรา ดึงเอกสารออกไปอย่างค่อนข้างรุนแรง เจรจาว่าจะแจกอะไร ควรขออนุญาตส่วนกลาง

เราจึงตกลงให้เค้าเดินนำเราไปที่ส่วนกลางเพื่อชี้แจงจุดประสงค์ในการแจกเอกสารอย่างเต็มใจ ไม่มีท่าทีขัดขืน เมื่อไปถึง เราขอเดินเข้าไปชี้แจงเรื่องที่มาของเอกสารและแสดงตนอย่างบริสุทธิ์ใจ การ์ดเดินไปรายงานผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เราค่อนข้างคุ้นเคย มีหน้าที่ดูแลการ์ดส่วนกลางโดยตรง

หลังจากพบปะเห็นหน้าทักทาย ผู้ใหญ่รับรองกับทุกคนถึงสถานะของเราว่าไม่ใช่คนอื่นมาแฝง แกรู้จัก เราจึงแจ้งเรื่องเอกสารว่าจะขออนุญาต จากนั้นได้เดินแยกออกมาเพื่อกลับออกมาจากหลังเวที

จากนั้นมีชายประมาณ 6 – 7 คน เข้ามาพูดคุยยึดเอาเอกสารไปจากมือเรา พร้อมทั้งขอค้นตัว ค้นกระเป๋า เมื่อความเหนื่อย อดนอน บวกกับความไม่เข้าใจในพฤติกรรมของการ์ดเริ่มปะทุออกมาในเวลาเดียวกัน ความไม่พอใจจึงเริ่มบังเกิด เราขอร้องแค่เพียงให้เขาอ่านเอกสารสักนิด เขาตอบกลับมาว่า “ไม่อ่าน ไม่มีอำนาจตัดสินใจ” และไม่ให้เรากลับเข้าไปพบผู้ใหญ่ท่านนั้นเพื่อสอบถามความชัดเจน

ซึ่งภายหลังเราทราบว่าไม่ใช่การ์ดที่รับผิดชอบส่วนกลาง เพียงแต่อาจจะหวังดีและด่วนตัดสินใจ เนื่องจากซื่อตรงและตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อตกลงกันไม่ได้ เนื่องจากเราไม่เข้าใจว่าทำไมจึงไม่อ่านเอกสารทบทวนก่อน พิจารณาก่อน เมื่อเริ่มไม่รู้เรื่อง เริ่มเสียงดัง เค้าบอกเราว่า โอเค งั้นน้องมาคุยกับพี่ด้านนอก

เราจึงเดินตามออกไป ด้วยเข้าใจว่าคงไม่น่ามีอะไร น่าจะตกลงเจรจากันได้ แต่ผลปรากฏ คือ เขานำเอกสารทั้งหมดไปวางปึ้ง! ที่โต๊ะเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมสำทับว่า น้องนี่ทำเอกสารหมิ่นมาแจก ขอให้เจ้าที่ตำรวจสอบปากคำและพิจารณาได้เลย เราหันไปมองหน้าพวกเขาด้วยความไม่เข้าใจ ทวงถามว่าเหตุใดที่ด่วนตัดสินเรา ไม่ฟังความ แทนที่จะเจรจาคุยกัน แต่กลับเลือกที่จะทำเรื่องราวให้บานปลายใหญ่โต

จากนั้นมีเรื่องราวเรื่องเครื่องหมายชฎา กับอะไรต่อมิอะไรตามมาอีกมากมาย เราได้แต่บอกว่าขอให้ใครสักคนในที่นี้ช่วยอ่านสักนิด ช่วยพิจารณา ก่อนได้มั้ย จากนั้นแล้ว หากจะตัดสินเราว่าผิดอย่างไร ก็ค่อยมาว่ากันต่อ

ไม่มีคำตอบใดๆ มีเพียงแต่สายตาเหยียดหยามดูแคลนของการ์ดเพียงบางคน(ที่เข้าใจว่าเรามาแฝง) กับการตัดสินคนโดยด่วนสรุป และประโยคที่ว่า “เดี๋ยวเราไปคุยกันที่โรงพัก” จากคุณตำรวจ เราได้แต่ก้มหน้าจำทนกับความไม่ยุติธรรมที่เกิดตรงหน้า

จริงอยู่ ไม่ได้จับกุมคุมขัง

จริงอยู่ ไม่ได้ใส่กุญแจมือ

จริงอยู่ ไม่ได้มีการลงบันทึกการจับกุม

แต่หัวใจ โดนคุมขังไปแล้วเสียสิ้น... กับคำกล่าวหาที่คุณตำรวจคนหนึ่ง เอ่ยกับเราว่า “คุณมันศรีธนญชัยนี่ !!!”


โดนพิพากษา???

ระหว่างเดินไปขึ้นรถ... หันมาบอกเพื่อนอีก 2 คน อย่ายุ่ง อย่าออกตัว ขอรับผิดคนเดียว ปลาทำเอง สมควรที่จะต้องรับผิดชอบการกระทำของตนเอง เพื่อนมาร่วมหัวจมท้าย เอาตัวมาเสี่ยงช่วยกัน ก็ดีเท่าไหร่แล้ว ยังมีหน้าจะหวังเอาความผิดไปให้เพื่อนได้อีกหรือ เพื่อนคนหนึ่งทำงานในที่แจ้งตลอดเวลา ในขณะที่อีกคนมีเรื่องเงื่อนที่ทำงานมาผูกรัดตัวไว้

ไปถึงสน.หลังจากคุณตำรวจทุกคนช่วยกันอ่านเอกสาร และกำลังพิจารณา เราตัดสินใจขอใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อยืนยันถึงที่มาของข้อมูล ว่าเป็นข้อมูลสาธารณะ เผยแพร่อย่างเปิดเผย ไม่ได้มีลับลมคมในเป็นที่ปกปิดแต่อย่างใด ความหวังเรายังคงมี ว่าคุณตำรวจอาจจะเข้าใจเนื้อหาที่เราพยายามสื่อสาร ประกอบกับไม่มีเจตนาจะรบกวนให้ผู้อื่นต้องมาเป็นธุระลำบาก เราจึงไม่ได้โทรติดต่อขอความช่วยเหลือจากใคร ใดๆ

แต่สักพักไม่นาน มีคนหลายคนทยอยมากันอย่างที่เราเองก็ยังคงนึกงงๆ เพื่อนๆสนนท. ที่เราเองไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัว ได้แต่ทราบจากหน้าค่าตา ว่าใครเป็นใครในบัญชีรายชื่อเพื่อนใน FB ไม่เคยคุยกันเลยด้วยซ้ำ เพื่อนๆคุณพ่อที่มาเป็นทั้งตัวแทนพรรคการเมืองและตัวแทนทางใจกับครอบครัว เพื่อนๆ พี่ๆ รวมไปถึงผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถืออีกหลายท่าน ทนายความและอาจารย์จากนิติราษฎร์ และอีกนับไม่ถ้วนที่ทยอยกันมาอย่างไม่ขาดสาย ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาเพื่อมารับฟังข่าวสารด้วยความห่วงใยและพยายามหาทางช่วยเหลือ (แต่ไม่ยักกะมีใคร เอาข้าวผัดกับโอเลี้ยงมาเยี่ยมแฮะ =_=” )

ระหว่างนั้นเราชี้แจงเรื่องที่มาข้อมูลและจุดประสงค์ในการจัดทำให้ จพนง.สืบสวนได้ทราบ พร้อมทั้งคุยกันอย่างเปิดใจ เป็นความโชคดีที่คุณตำรวจหลายๆท่านเปิดโอกาส ยินดีรับฟังคำอธิบาย ประกอบทั้งคำให้การ, หลักฐาน และเจตนา เจ้าพนักงานสืบสวนจึงลงความเห็นว่าไม่มีความผิด ไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาใดๆได้ ซึ่งก่อนจะได้รับการปล่อยตัวกลับบ้าน หลังจากอยู่ที่นั่นมาร่วม 6 - 7 ชั่วโมง รองผู้กำกับการยืนยันว่าเราต้องแสดงตน แหล่งที่อยู่ที่ชัดเจน เราจึงบริสุทธิ์ใจโดยพาไปที่บ้าน และได้กลับมาที่ชุมนุมอีกครั้ง เพื่อมาแสดงตนว่าบริสุทธิ์ และมาขอคำอธิบาย

ได้รับทราบว่าทุกคนเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้รับทราบว่าไม่มีใครมีเจตนาอยากจะให้เกิด เราเองก็เช่นกัน...

*ขอขอบคุณทุกๆความช่วยเหลือ จากเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ไปเป็นกำลังใจที่โรงพักทุกท่าน มันเป็นความอบอุ่น และน้ำใจอันยิ่งใหญ่ บ่งบอกให้รู้ว่า “พวกคุณไม่ทิ้งเพื่อนแน่นอน”

*ขอขอบคุณผู้ใหญ่ทุกๆ ท่านที่เป็นธุระจัดหา ประสานงานขอความช่วยเหลือทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง

*ขอขอบคุณแดงสยาม สนนท. พี่กุ้ย ประชาไท อ.สาวตรี อ.ประเวศ อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล อ.สุดา รังกุพันธ์ พี่หนิง จิตรา คชเดช พี่โรส(ทนาย112) ทนายอานนท์ สำหรับแรงสนับสนุน ความเข้าใจ กำลังใจ และการให้ความช่วยเหลือ แนะนำด้านกฎหมาย

*ขอขอบคุณแดงนปช. รวมไปถึงแดงปัจเจก แดงเสรีชน ทุกคน ที่เป็นห่วงเป็นใยถามไถ่ และร่วมผนึกกำลังกันให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ

*ขอขอบคุณ ผู้ใหญ่ (พี่ชายคนนั้น) , ดร.ประแสง มงคลศิริ และคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่พยายามติดต่อประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ช่วยชี้แจงข้อเท็จจริง และเหตุการณ์ รวมทั้งอุดช่องโหว่ไม่ให้ปลาถูกฉกฉวยจังหวะในการให้ร้ายเพิ่มเติม

*ขอขอบคุณคุณตำรวจ ส่วนใหญ่ที่ยังคงรักษาไว้ซึ่งความยุติธรรม เข้าใจ และเปิดใจรับฟังคำชี้แจง


ในกรณีนี้ปลาจะขอไม่โทษว่าเป็นความผิดของใคร หรืออะไร แต่เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และความเข้าใจผิดกันล้วนๆ หลายครั้งที่เราพลาดเพราะความเป็นห่วง กังวล เฉกเช่นเดียวกันกับที่แกนนำและเจ้าหน้าที่การ์ดที่ต้องดูแลรับผิดชอบคนจำนวนมากที่มีพฤติกรรมหลากหลาย เค้าเหล่านั้นย่อมต้องห่วง กังวลถึงเหตุร้ายไม่พึงประสงค์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งนี่อาจจะเป็นจุดอ่อนของคนเสื้อแดง


** 6 ศพวัดปทุม ตายเพราะพยายามช่วยเหลือกันและกัน

** วีรชนหลายคนตาย เพราะเลือกที่จะปกป้องพี่น้องคนอื่นๆ ไม่ให้ทหารเข้ามาถึงตัว จึงเลือกที่จะเป็นด่านหน้าแทนที่จะหลบหนี

** วีรชนหลายคนตาย ในขณะที่พยายามช่วยเหลือคนอื่นๆ ที่บาดเจ็บและกำลังลำบาก

*** แดงนปช. มีปัญหากับแดงสยาม เนื่องจากแดงนปช. ห่วงผลกระทบต่อมวลชน ในขณะที่แดงสยามห่วงความรู้สึกของมวลชน แต่ไม่ว่ายังไง ทั้งสองแดง มีประชาชนเป็นจุดศูนย์กลาง ซึ่งนั่นถือเป็นสิ่งดี***

*** หลายครั้ง ใครหลายคนทะเลาะกันเองอย่างดุเดือดเลือดพล่าน แต่บทสรุปสุดท้าย ต่างคนต่างก็ห่วงชาวบ้าน ห่วงอนาคตประเทศชาติ และห่วงหาอาทรต่อความยุติธรรมเฉกเช่นเดียวกัน ***


ครั้งนี้ก็เช่นกัน พวกคุณหลายคน มีปัญหากัน ขุ่นเคืองและตั้งคำถามใส่กัน เพราะความห่วง ---- ห่วงปลาบ้าง ห่วงภาพลักษณ์บ้าง ห่วงสถานภาพมวลชนโดยรวมบ้าง และห่วงชีวิต – จิตวิญญาณของมวลชนบ้าง

ข้อดีของสิ่งๆ นี้ คือ บ่งบอกให้รู้ว่าเรายังคงเป็นมนุษย์ มีชีวิตจิตใจ มีความรู้สึกนึกคิดดีอยู่ ไม่เลือดเย็นเข่นฆ่าใครได้ เหมือนอย่างฝ่ายตรงข้ามที่เรานึกรังเกียจในวิธีคิดและปฏิบัติ ปลาเชื่อและพยายามเชื่อเหลือเกินว่าเราจะไม่สามารถบูชายันต์พวกเดียวกันเองได้ไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม

นอกจากนี้ ปลาขออนุญาตชี้แจงเหตุผลที่มาที่ไปของการจัดทำเอกสารชุดนี้ให้เพื่อนๆ ได้รับทราบ..

ประการแรก ขออนุญาตแจ้งความจำนงก่อนเลยว่า เจตนาทำมาเพื่อเผยแพร่เนื้อหาให้แก่พี่น้องเราที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้ได้รับรู้ รับฟังข่าวสาร เข้าถึงเหตุการณ์ให้ง่ายขึ้น

ดังที่มีคุณตาย่าน จากเว็บ Prachatalk ได้วิจารณ์ไว้ ว่าจะโง่ เสล่อ มาเดินแจกทำไม ทำไมไม่เอาแต่ลิ้งค์มาให้ ถ้าอยากรู้อะไรจะเข้าไปหาเอง คำตอบ คือ ก็แล้วปลาจะเสียเวลาเผยแพร่ให้พวกคุณไปทำไมเล่าคะ เพราะในเมื่อคุณเองก็สามารถเข้าตามลิ้งค์ได้ เข้าถึงได้ง่ายอยู่แล้ว เหตุใดคุณจึงจะไม่มีความสามารถ พยายามใฝ่หา ใฝ่รู้ ไปค้นหาเองบ้างโดยที่ไม่ต้องมีคนเอื้ออำนวยให้ จริงมั้ยคะ???

ดังนั้น กลุ่มเป้าหมาย หรือ Target จึงไม่ใช่คนอื่นคนไกล เป็นพี่น้องลุงๆ ป้าๆ เรานี่เอง ที่หากจะให้ญาติผู้ใหญ่เราเหล่านั้นไปเปิด Facebook สักอัน เพื่ออัพเดตข่าวสารนั้น คงจะกล้ำกลืนฝืนทนเต็มที

ในแผ่นที่ว่าด้วยเรื่อง 112 นั้น ได้ประมวลข้อกฎหมายมาตราต่างๆเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นหลักและแนวทางให้เห็นถึงข้อกำหนดและบทลงโทษตามมาตราต่างๆ รวมไปถึงชี้แจงตามแนวทางถึงข้อดีและข้อเสียของการมีอยู่ คำจำกัดความและความแตกต่าง ของคำว่าวิพากษ์วิจารณ์กับคำว่าหมิ่นประมาทว่าต่างกันยังไง รู้ไว้อาจจะเป็นประโยชน์ในแนวทางและป้องกันการถูกกลั่นแกล้งได้ในระดับหนึ่ง หลายคนอาจจะคิดว่าปลาหมิ่นเหม่ ยุยงชี้ช่องให้ทำผิดกฎหมาย

แต่ในกรณีความคิดเห็นปลาแล้ว คุณจะมาแอ๊บว่าเมืองไทยเมืองพุทธไม่ควรมีหวยบนดินตอนนี้ ก็คงจะไม่ทันแล้ว ในเมื่อคนไทยเล่นหวยใต้ดินกันวันละ 3 เวลา จะเลิกก็แทบจะลงแดง แต่จะดีกว่าหรือไม่ หากแนะแนวทางให้เค้าเล่นพอเป็นกระษัย เป็นพิธีและเล่นยังไงไม่ให้หมดตูด หมดตัว!!!

ตดน่ะ ปล่อยทีละนิด ทีละ ฟี้!!!!!!! เบาๆ ดีกว่าให้มันระเบิดตูมตาม มีทั้งกลิ่น ทั้งเสียง เนื้อสัมผัสพร้อม จริงมั้ย???

เฉกเช่นเดียวกันกับกรณีข้อมูลชี้แจงข้อเท็จจริงอีก 2 แผ่นที่เหลือ ซึ่งมีเผยแพร่ทั่วไป ปลาก็ได้ใช้หลักการแบบตด คือ พื้นฐานของเท็จจริง ตรวจสอบได้ โปร่งใส ได้รับการรับรองออกสู่สาธารณะนั้น ทะยอยปล่อยออกมา ก็จะไม่มีตัวแรงไปคอยขุดคุ้ย สืบค้น ให้ระเบิด

ธรรมชาติมนุษย์ มันชอบสิ่งเร้นลับไม่รู้หรือ???

ปลายอมรับว่าเนื้อหาไม่มีจุดใดที่จะมองเป็นความผิด เพราะเป็นเรื่องทั่วๆ ไป ขึ้นอยู่กับเจตนาของการตีความ คนอ่าน ถ้าอ่านโดยทั่วๆ ไป ไม่มีเจตนาเคลือบแคลง ก็จะเล็งเห็นว่าเป็นข้อมูลธรรมดาสามัญทั่วไป ไม่แตกต่าง แต่ปลาเชื่อว่าหากใครก็ตามที่อ่านแล้วเกิดความคิดไม่ดีในใจ เจตนาร้าย นั่นก็เป็นเพราะเจตนาในใจของคนคนนั้นเป็นเหตุอยู่เอง จริงมั้ย?? คุณตำรวจ (ที่เขียนเช่นนี้ เพราะเชื่อมั่นแน่ว่า พวกเขาอ่านอยู่ตามหน้าที่ ---- หากคุณตีความออกมาไม่ดี ก็แสดงว่าใจคุณเองก็ไม่ซื่อเช่นกัน มิใช่หรือ)

อีกประการในวิธีคิดของปลา คือ มวลชนไม่ใช่ของใคร คนใดคนหนึ่ง เป็น”ประชาชน”เค้าควรมีสิทธิที่จะได้คิด และรับฟังทางเลือก ประกอบการพิจารณาตัดสินใจ ว่าจะเดินในทิศทางการต่อสู้รูปแบบไหน

หากเปรียบเทียบเป็นปลา ไม่ว่าจะเจ็บหรือจะตาย ควรจะได้รู้ว่าตัวเองจะเจ็บ หรือตายเพราะอะไร ทำไม

ประชาชนควรลุกขึ้นสู้เพื่อตัวของตัวเอง ไม่ใช่เอาชีวิตไปผูกติดกับใคร

สุดท้าย ขออนุญาตยุติความขัดแย้งและการเข้าใจผิดใดๆ หากมีข้อสงสัย ติติง หรือ ตักเตือนแนะนำ สามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ทางเพจค่ะ

-------------------ความผิดพลาดทุกอย่าง ทุกประการ ขอน้อมรับไว้แต่เพียงผู้เดียว ค่ะ ------

เพื่อลดทอนความขัดแย้ง --- หากช่วยนำไปเผยแพร่ข้อเท้จจริง รบกวนพยายามลงทั้งดุ้น โดยไม่ฆ่าตัดตอนนะคะ ขอบคุณมากค่ะ ^_^

********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-กระทู้IF:เมื่อผม คือ 1 ใน 3 คนที่ถูกการ์ด จับส่ง ตำรวจเมื่อวันที่ 12 มี.ค. 54

-เวบสำนักกฎหมายราษฎรประสงค์:บันทึกเหตุการณ์"ปลา"เหยื่อความกลัว112

*กระทู้IFซึ่งระบุว่าเอกสาร 3 แผ่นที่มีการนำไปเตรียมแจกจ่ายผู้ชุมนุมเมื่อ12มี.ค.เป็นเหตุให้การ์ดนปช.คุมสาวเสื้อแดงส่งตำรวจ

-เอกสารแจกแผ่นที่ 1 ว่าด้วยเรื่องของกฏหมายหมิ่น

-เอกสารแจกแผ่นที่ 2 ว่าด้วยเรื่องหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

-เอกสารแจกแผ่นที่ 3 ว่าด้วยเรื่อง ชื่นชมพระบารมี

-เฟซบุ๊คสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล:การจับคุณปลาส่งตำรวจของการ์ด นปช. มาจากนโยบายที่ไม่ถูกต้องของแกนนำ นปช. ไมใช่ปัญหา "ความเข้าใจผิด" ของการ์ด

ไม่มีนโยบายจากแกนนำ นปช. (และประกาศย้ำเตือนหลายครั้งจากเวที) เรื่องให้จับคนที่เผยแพร่เอกสาร, ขายเสื้อ, เขียนข้อความ ที่ถูกกล่าวหาว่า "หมิ่นเหม่" ก็ไม่เกิดกรณีดังกล่าวขึ้น

นปช. ต้องเลิกนโยบาย (ย้ำ นี่เป็นนโยบาย ไมใช่เรื่อง "เข้าใจผิดของการ์ด") "ช่วยอำมาตรย์ ปราบประชาชน" ด้วยการจับคนส่งตำรวจเสียเองครับ

นปช. อ้างว่า ไม่เคย "ทำความตกลง" กับใคร เรื่อง "แลก" ระหว่างปล่อยแกนนำ กับจับ สุรชัย ผมก็เชื่่อครับ (เชื่อจริงๆ ไม่ใช่โวหาร) แต่ตอนนี้ อย่ามา "แลก" กับการใช้ "โหมดเลือกตั้ง" ของ นปช.ด้วยการ "ช่วยอำมาตย์ปราบ...

Sunday, March 13, 2011

วรรคทองของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ตอบโจทก์คาใจ:ตาสว่าง ปากกระซิบ อียิปต์ ตูนิเซีย ลิเบีย อียิปต์ๆๆๆ..

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
13 มีนาคม 2554

ไฮไลต์คลิปปราศรัยแกนนำ ณัฐวุฒิ:เตือนอำมาตย์ อียิปต์ ตูนิเซีย ลิเบีย อียิปต์ และตาสว่าง ปากกระซิบ



ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กล่าวปราศรัยบนเวทีราว 01.30-02.40น. ครอบคลุมทุกประเด็น ทั้งที่ค้างคาใจ และแนวทางต่อสู้ หลายคนบอกว่าการปราศรัยของเขา"ตอบโจทก์"ได้ดี

บางประโยค...

"เราไม่ว่าจะกลุ่มไหน เราก็แดงด้วยกัน ร่วมกันสู้ เราอย่าได้ล่อกันเอง เพราะในระหว่างทางมีคนคอยเล่นงานเราเยอะอยู่แล้ว"...
"การเลือกตั้งก็เป็นส่วนหนึ่ง ของการต่อสู้ แต่เป้าหมายหลักคือประชาธิปไตย ต้องเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง พี่น้องที่เสียชีวิต ต้องได้รับความยุติธรรม"...

อีกประโยคที่ฮา แต่มีสาระ...

"ถ้าพวกเผด็จการอำมาตย์ ยังไม่หยุด ยังกลั่นแกล้งหรือปฏิวัติ หรือไม่ยอมรับผลเลือกตั้งเจอแน่ อียิปต์ ลิเบีย ตูนีเซีย อียิปต์ๆๆๆๆๆๆ ท่องไว้ให้มันสะดุ้ง"...
และอีกประโยค ที่กลายเป็นวรรคทองของงานชุมนุมนัดนี้...
"ตาสว่าง ไม่จำเป็นต้องปากสว่าง ปากกระซิบก็ได้ "











ท่านผู้อ่านสามารถติดตามคลิปการปราศรัยของทักษิณ ชินวัตร และแกนนำทั้งหมด ได้ที่ลิ้งค์ของคุณtuxedo ที่ http://www.youtube.com/view_play_list?p=44F7BBEE4FD55031

โคว้ตเด็ด: นิธิ, เพ็ญ ภัคตะ, คำ ผกา และ ซูจี

ที่มา มติชน



รวมคำคมจากนิตยสารออกใหม่

แต่น่าประหลาดนะครับ หากรัฐเกิด "ระเบียบ" ได้ดีเหมือนร่างกายมนุษย์ ความจำเป็นต้องมีฮิตเลอร์ก็น้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะกลไกทุกอย่างทำงานของมันไปได้เอง "ระเบียบ" ที่เผด็จการใช้เป็นความชอบธรรมแห่งอำนาจที่ไม่มีการถ่วงดุลของตน จึงกลับบ่อนทำลายเผด็จการเสียเอง


ดังนั้น หนึ่งในวิธีการที่เผด็จการต่างๆ จะรักษาอำนาจของตนไว้ได้ก็คือ การทำให้เกิดความไร้ระเบียบขึ้นในรัฐ หรือในการบริหารของตน


และ


ประชาธิปไตยเป็นสภาวะอุดมคติที่จะไม่มีวันบรรลุถึง แต่ต้องต่อสู้ผลักดันเพื่อขยายขอบเขตของมันให้กว้างและลึกขึ้น จนลงไปสู่ระดับสมอง ทำไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุด แม้เป็นสภาวะอุดมคติ แต่ก็ต้องยึดถือมันไว้ อย่างน้อยก็เพื่อบ่อนทำลายเผด็จการซึ่งซ่อนอยู่ในที่ต่างๆ รวมทั้งในใจเราเองด้วย


(นิธิ เอียวศรีวงศ์, เผด็จการ, มติชนสุดสัปดาห์)


ปริศนาเรื่องการกำหนดพระธาตุ 12 นักษัตรนี้ เดิมเคยเชื่อกันว่ามีมาแล้วตั้งแต่ล้านนาโบราณยุคพระเจ้าติโลกราช ตามแนวความคิดที่พระองค์ท่านเน้นการสร้างความสัมพันธ์แบบเครือข่ายกับอาณาบริเวณต่างๆ แต่ทว่า นักวิชาการท้องถิ่นหลายท่านกลับเชื่อว่าคติการกำหนดพระธาตุประจำปีเกิดนี้เพิ่งมีขึ้นมาใหม่ในสมัยรัตนโกสินทร์ไม่เกิน 100 ปีมานี่เอง อันเป็นผลพวงมาจากปฏิกิริยาตอบโต้ "การเมืองเรื่องเจดีย์"


ภายหลังจากที่ศูนย์กลางอำนาจได้รวมพระธาตุ "จอมเจดีย์" สำคัญทั่วประเทศไว้เพื่อประกาศความเป็นปึกแผ่นของสยาม ชาวบ้านนาย่อมเกิดความรู้สึกไม่พอใจ จึงลุกขึ้นมาสร้างเครือข่ายของตนเองบ้างผ่าน "พระธาตุ 12 นักษัตร" เป็นนัยทางการเมืองว่าแท้ที่จริงแล้ว ชาวบ้านนามีความผูกพันกับชาวล้านช้าง และพม่ามากกว่าสยาม


(เพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์, การเมืองเรื่องสถูป "จอมเจดีย์" VS "พระธาตุ 12 นักษัตร", มติชนสุดสัปดาห์)


สมมุติมีเสื้อสีขาวแล้วเปื้อนโคลน วิธีการแก้ปัญหาคือเอาเสื้อไปซัก แต่ถ้าเราส่งเสื้อตัวนี้ให้กับรัฐบาล แทนที่พวกเขาจะเอาเงินไปซื้อผงซักฟอกมาซักเสื้อ แต่เขาจะจัดแคมเปญ รณรงค์ทำงบโฆษณาเพื่อทำให้ประชาชนเปลี่ยนความคิดให้ได้ว่า เสื้อตัวนี้ไม่เปื้อน เสื้อตัวนี้ยังขาวสะอาดดีอยู่


(คำ ผกา, ไม่มีข้าวกินก็สวดมนต์สิจ๊ะ, มติชนสุดสัปดาห์)


(ถาม) คุณคิดว่ามีความเป็นไปได้ในการปกครองตนเองของกลุ่มชาติพันธุ์ไหม


ทำไมจะไม่ได้ล่ะ หลายประเทศก็มีการปกครองตนเองที่เข้มแข็งภายใต้ระบบสหพันธรัฐ ซึ่งให้อำนาจการปกครองตนเองในหลายพื้นที่ ดูอย่างในสวิตเซอร์แลนด์ พวกเขาเป็นสหพันธรัฐแต่รวมตัวกันเหนียวแน่นมาก แต่ละภาคส่วนก็มีสิทธิปกครองตนเอง


ตอนนี้มีความเข้าใจระบบสหพันธรัฐที่แตกต่างหลากหลายในพม่า เพราะว่า เอ่อ...คงต้องบอกว่าเป็นความหวาดหวั่นของนักการเมือง หรือนักวิชาการบางคน มีหลายคนเข้าใจว่าการเป็นสหพันธรัฐหมายถึงรัฐนั้นมีสิทธิเลือกที่จะแยกตัวและตั้งเป็นประเทศอธิปไตย ซึ่งไม่ใช่เช่นนั้นเลย พวกคุณก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามันไม่ใช่ แต่หมายความว่าในรัฐธรรมนูญที่สร้างขึ้นจะกำหนดให้แต่ละภาคส่วนของสหพันธรัฐมีหน้าที่และสิทธิของตัวเอง แยกจากรัฐบาลกลาง คือ มีรัฐบาลท้องถิ่น เท่านั้นเอง คุณจะเรียกสหพันธรัฐ สมาพันธรัฐ หรืออะไรก็ได้ที่ต้องการ แต่ข้อเท็จจริงคือสหพันธรัฐจะแยกหน้าที่กันตามรัฐธรรมนูญ ก็เหมือนกับสหรัฐอเมริกาไม่เรียกตัวเองว่าสหพันธรัฐหรือสมาพันธรัฐ แต่เรียกว่า "สหรัฐอเมริกา" สาระสำคัญคือพวกเขาแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างรัฐบาลกลางกับรัฐบาลท้องถิ่น


(อองซาน ซูจี จากการเมืองพม่า สู่เคล็ดลับความงาม สัมภาษณ์พิเศษ อองซาน ซูจี หลังได้รับอิสรภาพ โดย วันดี สันติวุฒิเมธี และ อัจฉราวดี บัวคลี่, สารคดี)

"มาร์ค"จนมุม ยุบสภาหนีตาย

ที่มา ข่าวสด



ไม่เกินสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค.

คือคำตอบสุดท้ายของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่จะนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อยุบสภา พร้อมตราพระราชกฤษฎีกาสำหรับการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในเดือนมิ.ย.

เป็นการประกาศก่อนหน้าการชุมนุม ใหญ่คนเสื้อแดง 1 วัน และก่อนหน้าการระเบิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพียง 3 วัน

ถึงการประกาศวันยุบสภา ของนายกฯ อภิสิทธิ์ ไม่มีส่วนหยุดยั้ง 2 เหตุการณ์ดังกล่าวที่ต้องเกิดขึ้นแน่ๆ แต่ก็มีส่วนทำให้อุณหภูมิการเมืองลดระดับลงจากจุดใกล้ปรอทแตก

อย่างไรก็ตาม ดีเดย์ยุบสภาต้นเดือน พ.ค. ไม่ได้เป็นเรื่องนอกเหนือความคาดหมายของนักวิเคราะห์การเมืองตลอดจนประชาชนทั่วไปเท่าใดนัก

เพราะกับคนที่ติดตามข่าวสารการ เมืองจะได้ยินนายกฯ อภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์หลายครั้งในระยะหลัง ว่าตั้งใจจะยุบสภาเลือกตั้งใหม่ไม่เกินครึ่งแรกของปีนี้

นำมาสู่การวิเคราะห์กันว่าเงื่อนไขหนึ่งที่เป็นแรงกดดันให้นายอภิสิทธิ์ต้องตัดสินใจยุบสภาเร็ว

คือการชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่ใกล� วาระครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์ 19 พ.ค.53 ที่รัฐบาลใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามการชุมนุม ทำให้มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ บาดเจ็บเกือบ 2,000 คน

นอกจากนี้ท่ามกลางกระแสทุจริตคอร์รัปชั่นของคนในรัฐบาล ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคถีบตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ กระทบปากท้องประชาชน ไฟใต้ลุกลามจนเอาไม่อยู่ ปัญหาชายแดนไทย-เขมรยังคาราคาซัง ฯลฯ

หลายคนส่งเสียงเตือนรัฐบาลยิ่งอยู่นานคะแนนยิ่งหดหาย อาการความดันทุรังสูงยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง นำพาประเทศออกนอกเส้นทางประชาธิปไตย ซ้ำซากอีกด้วย

การยุบสภาเลือกตั้งใหม่ตามแนวทางประชาธิปไตย จึงเป็นทางเลือกดีที่สุดของรัฐบาลที่จะพาตัวเองออกจากวงล้อมวิกฤต

แม้ว่าการกลับคืนสู่อำนาจหลังการเลือกตั้งหนหน�าจะห่างไกลจากความเป็นจริงไปทุกทีก็ตาม



ในการกำหนดวันยุบสภา สัปดาห์แรกของเดือนพ.ค.

นายกฯ อภิสิทธิ์ให้เหตุผลว่า จำเป็นต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการแบ่งเขตและวิธีการเลือกตั้งใหม่ให้เสร็จสิ้นก่อน

กระนั้นในทางการเมืองเป็นที่รู้กันในวงกว้างว่ารัฐบาลเองก็ฝืนอยู่ต่อไม่ไหว การลากยาวอำนาจออกไปอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี

ก่อนหน้านี้รัฐบาลหวังใช้การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านเป็นเวทีเคลียร์ตัวเองจากมลทินข้อกล่าวหาต่างๆ ด้วยมั่นใจว่าจะใช้ความเจนจัดด้านสำนวนโวหารเอาตัวรอดศึกนี้ไปได้อย่างสบายๆ

แต่ปรากฏว่าจากเนื้อหาบางช่วงบางตอนที่ฝ่ายค้านทยอยปล่อยออกมาฉายเป็นหนังตัวอย่างเรียกน้ำย่อย

ไม่ว่าเรื่องคลิปภาพเหตุการณ์เผาเซ็นทรัลเวิลด์ กรณีปมภาษีบุหรี่ 6.8 หมื่นล้าน ปัญหาสินค้าขึ้นราคาซ้ำเติมรัฐบาลในจังหวะพอดิบพอดี

สื่อหนังสือพิมพ์หยิบยกประเด็นเหล่านี้มาเป็นข่าวพาดหัวกันพรึบพรับ เรียกเสียงซี้ดซ้าดจากบรรดาคอการเมืองได้พอสมควร ส่อถึงรูปเกมที่กำลังเปลี่ยนไป

กลายเป็นรัฐบาลตัดสินใจผิด ที่ยอมเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านยื่นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ "ทิ้งทวน" ก่อนมีการเลือกตั้ง โดยไม่ชิงประกาศ ยุบสภาตัดไฟแต่ต้นลม

ถึงตอนนี้เลยแก้ไขอะไรไม่ได้ ความชะล่าใจของรัฐบาลยังอาจนำพาให้ใครต่อใครหลายคนที่เคยสนับสนุนรัฐบาลต้องพลอยรับเคราะห์กรรมไปด้วย

ยกตัวอย่างกรณีเผาเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.เพื่อไทยและแกนนำเสื้อแดง อ้าง ว่ามีคลิปเหตุการณ์ทุกวินาที เห็นหน้าคนก่อเหตุชัดเจน

ส่วนจะเกี่ยวโยงกันหรือไม่กับปฏิกิริยา 2 บิ๊กทหาร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. กับพล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. ออกมาให้สัมภาษณ์ตอบโต้อย่างดุเดือด

เป็นประเด็นต้องติดตามในรอบสัปดาห์นี้

ขณะเดียวกันในแวดวงพรรคร่วมรัฐบาลเกิดความคึกคักขึ้นมาทันทีหลังรู้วันยุบสภา

ต้องจับตาคือการนัดกินข้าวมื้อพิเศษของ 2 พรรค ชาติไทยพัฒนา กับภูมิใจไทย วันจันทร์นี้ ซึ่งมีแกนนำ ตัวจริงอย่าง นายบรรหาร ศิลป อาชา และ นายเนวิน ชิดชอบ มาร่วมวงด้วย

ลูกพรรคภูมิใจไทยเป?ดเผยตรงไปตรงมาว่า หัวข้อการพบปะจะเป็นการหารือกันถึงการร่วมรัฐบาลครั้งหน้า เฉพาะในแวดวงคนรู้ใจ พรรคประชาธิปัตย์ไม่เกี่ยว

นอกจากนี้ยังมีคิวลับๆ ที่นายบรรหาร กับแกนนำตัวจริงพรรครวมชาติพัฒนา และกลุ่ม 3 พีแห่งพรรคเพื่อแผ่นดิน จะมาเปิดตัวกระชับสัมพันธ์พร้อมกันอีกด้วย

พรรคประชาธิปัตย์ตกอยู่ในสภาพกระแสร่วงหล่น

แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลบางคนประเมินผลเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างไม่เกรงอกเกรงใจว่า ด้วยกระแส "ทักษิณ" บวกกับกระแส "เสื้อแดง" พรรคเพื่อไทยน่าจะเป็นฝ่ายชนะ

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์กระแส ตกจากข่าวเรื่องทุจริต ทำให้แพ้ไปอย่างเฉียดฉิว

บางคนในกองทัพเองก็ยังประ เมินในทิศทางเดียวกันว่า พรรค เพื่อไทยจะเป็นฝ่ายมีชัยในการเลือก ตั้งเหนือพรรคประชาธิปัตย์

พรรคเพื่อไทยมั่นใจว่าถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะถูกเบรกด้วยกระแสข่าวยุบสภา แต่เชื่อว่าข้อมูลการอภิปรายในเรื่องทุจริตจะทำให้รัฐบาลอยู่ไม่เป็นสุข

น็อกคาเวทีสภาไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็สร้างความบอบช้ำให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แล้วค่อยไปหาทางยิงหมัดน็อกอีกทีในสนามเลือกตั้ง

การที่สถานการณ์การเมืองเดินมาถึงจุดพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ พรรคประชาธิปัตย์จะโทษใครไม่ได้นอกจากโทษตัวเอง

ความผิดพลาดในกรณีสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงจนทำให้มีคนตายเจ็บจำนวนมาก การปล่อยให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่นกันอย่างมโหฬาร

ทำให้วันนี้รัฐบาลไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยุบสภาเพื่อหนีตายจากวิกฤตรอบด้านเท่านั้น

"สถานการณ์สู้รบเืสื้อแดง กับอำมาตย์" กลับมาสมบูรณ์แล้ว เมื่อคืนคนเป็นแสน

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย

เมื่อวานผมออกจากบ้านไปร่วมชุมนุมด้วยกับคนเสื้อแดงที่อนุสาวรีย์ ไปถึงโน้นก็เกือบหกโมงแล้วคนเต็มแล้ว ลองเดินดูตั้งแต่อนุสาวรีย์ไปถึงผ่านฟ้าคนเต็มไปหมดแล้วในฝั่งนี้ ตอนมายังเต้นท์ FARED ที่แยกคอกวัว ก็แทบเดินมาไม่ได้แล้วเพราะคนแน่นไปหมด กว่าจะข้ามฝั่งทางร้านอาหารศรแดงมาได้ ก็ไหลมาเหมือนสายน้ำ ฝังแยกคอกวัวก็แน่นไปถึงหน้าโรงแรมรัตนโกสินร์

ผมคาดการณ์ว่าช่วงที่ Peak ที่สุดคือ มีคนประมาณ 100,000 คน ขึ้นไป และพื้นที่ไม่สามารถเดินได้แล้ว แน่นไปหมด ตำรวนคาดการณ์ว่ามีประมาณ 60,000 คน แต่ ASTV บอกว่ามีเสื้อแดงประมาณ 30,000 คน (ก็ยังดีแต่ก่อนให้หลักร้อย หรือหลักพัน หรือใช้แค่คำว่า หนาตาเท่านั้น วันนี้ Up ให้ถึึง 30,000 แสดงว่าต้องคูนเพิ่มได้ อย่างน้อยก็สี่ห้าเท่า)

บรรยากาศก็คึกคักเพราะมีึึคนปราศรัยมาก นักปราศรัยหลักๆ เช่น จตุพรหรือคนอื่นๆ ที่เป็นแกนนำ คงอ่าน "สงครามในอินเตอร์เน็ต" ในสองสามอาิทิตย์นี้ ก็เลยไม่มีการพูดอวยเจ้า กันอีก เอาใจแฟนๆ ที่ไม่ชอบแนวนี้ แถมพูดเฉียดไปเฉียดมา ด่าคนสั่งฆ่า (แต่ไม่ได้บอกว่าใคร) เอาใจแฟนๆ

อันที่จริงเืรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่เป็นแค่ยุทธวิธีการพูดเท่านั้น ไม่ใช่ยุทธศาสตร์อะไร หากไม่ชอบใจ ก็โหคนพูดก็ได้ เขาก็คงหยุดพูดเอง

เืมื่อคืนก็มีการเอาวิสา คัญทัพ กับภรรยา ขึ้นมา ทีมเก่าๆ ขึ้นมา ก็ทำให้ีมีคนไม่ชอบใจพอสมควร แต่เนื่องจากจำนวนคนมาก มีหลายอารมณ์ และไม่ได้อยู่ในโลกอินเตอร์เน็ตกันมาก จึงไม่ได้มีความคิดหรือความรู้สึกที่วิพาร์กวิจารณ์กันในอินเตอร์เน็ตอยู่ เขาก็ตามแกนนำไป

ผมไม่ค่อยได้ฟังแกนนำพูดบนเวที แม้แต่ทัีกษิณ เพราะผมไปร่วมชุมนุมส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สนในฟังการปราศรัยอยู่แล้ว ไปคุยกับเพื่อนๆ มากกว่า และไปเติมจำนวนคนให้เพิ่มขึ้นไว้เท่านั้น หรือสำนวนพวกเราคือ "ไปกวนตีนอำมาตย์มันเล่น" เท่านั้น คำปราศรัย ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับผม หรือชักจูงอะไรผมได้

ทักษิณพูด ก็ก้าวหน้าขึ้นมาพอสมควร

กว่าณัฐวุฒิจะพูดก็ตีสอง ผมขี้เกียจรอเลยเดินกลับแต่เขาก็มาพูดพอดี ก็เลยยืนฟังเกือบจบ

ผมว่าณัฐวุฒิทำการบ้านมาดีมาก เหมือนมาอ่านสงครามวิวาทะในอินเตอร์เน็ตทั้งหมด พูดเรื่อง "ตาสว่าง แต่ ปากไม่ต้องสว่าง" ก็ได้ และหรือ มุกเรื่อง "อียิปต์ ตูนิเซีย ลิเบียๆๆๆๆ ตูนิเซีย อียิปต์" เป็นบทร้อง

ผมว่าแกนนำ update อารมณ์และสถานการณ์ได้ดีพอสมควร

แม้ว่ายังมีบางคน เ่ช่น ขวัญชัย ไพร่พนา ที่ยังอวยอยู่บ้างนิดหน่อย คนอื่นไม่มีแล้ว

-----------------------

หากพูดถึงสถานการณ์สงครามระหว่างเสื้อแดงกับอำมาตย์ มันก็กลับมาเหมือนเดิม "น้ำหนักของเสื้อแดงต่ออำมาตย์" ก็ดูเหมือนว่าจะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ

การสังหารหมู่ที่ราชประสงค์ ปี 2553 ไม่ได้ทำลายความเข็มแข็งของเสื้อแดงลงไปเลย

ในภาพรวมของสงครามทั้งหมด ไม่ได้ทำให้ "เสื้อแดงอ่อนแอลงเลย" แต่กลับทำให้เข็มแข็งในทางยุทธศาสตร์มากขึ้นด้วยซ้ำ

ถือว่าเป็นการล้มเหลวของอำมาตย์อย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว
ผลของการสังหารหมู่ปีที่แล้วในทางยุทธศาสตร์คือ

- ทำให้เสื้อแดงเพิ่มขึ้น
- ทำให้คนเสื้อแดงตาสว่างขึ้นและรู้ว่ามือที่มองไม่เห็น หรือสั่งฆ่าประชาชนคือใคร อันนี้สำคัญมาก เพราะปีที่แล้วสถานการณ์ยังไม่ก้าวหน้ามาถึงตรงนี้
- เปลี่ยนเป้าหมายการรบ จาก "เอาทักษิณกลับบ้าน" ไปเป็น "เอาประชาธิปไตยที่แ้ท้จริงกลับคืนมา" เป็นการ Shift ในเป้าหมายอย่างชัดเจน
- สถานการณ์ขึ้นสู่ระดับสากล เงื่อนไขถึงศาลอาญาระหว่างประเทศ ICC ทำให้ทางเลือกของอำมาตย์มีน้อยมาก

ผมสรุปว่า "ผลของสงครามปีที่แล้วนอกจากการสูญเสียชีวิตแล้ว" ที่เหลือ "เป็นคุณต่อการต่อสู้ของเสื้อแดง" โดยรวม

Re:

เมื่อคืนสรุปสาระที่ณัฐวุฒิพูดคือ

"ตาสว่างแล้ว แต่เราจะทำอย่างไรต่อ"

ณัฐวุฒิสรุปสองแนวทางคือ

หากเป็นสถานการณ์เลือกตั้ง เราก็ต้องสู้ให้ชนะเพื่อจะได้บอกชาวโลกและชาวไทยได้อย่างเต็มปากว่า มวลชนส่วนใหญ่สนับสนุนเรา เราไม่ได้อ้างลอยๆ ความชอบธรรมเราจะมีเต็มที่ แล้วคนเสื้อแดงก็ไปกดดันพรรคเพื่อไทย ให้ต่อสู้ให้ได้ประชาธิปไตยคืนมาให้สมบูรณ์ต่อไป

ซึ่งน่าจะง่ายกว่า เป็นการต่อสู้ักับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

หากเป็นสถานการณ์รัฐประหาร

เราก็ต้องออกมาต่อต้านรัฐประหาร ต่อไป

นี่เป็นสรุปที่ณัฐวุฒิพูด

--------------------------

แต่เมื่อคืนผมคุยกับเพื่อนเสื้อแดง ได้ข้อสรุปคร่าวๆ ว่า "น่าจะมีรัฐประหาร" ปัญหาใหญ่อยู่ที่การ "สืบทอด"
อาจมีสถานการณ์ซูสี ขึ้น (ซึ่งผมคิดว่าบทจบของมันคือ ประเทศบนภูเขาหิมาลัย) พวกเขาอ่านนิยายมากเกินไป คิดแบบนิยายเกินไป

ประวัติศาสตร์ของจีนโบราณนั้น ขันทีไม่มีทางได้ครองอำนาจอย่างสงบ และจุดจบคือ สิ้นชาติ ทุกครั้งที่ขันทีขึ้นมาชิงอำนาจ

เพราะในประวัติศาสตร์จีน ขันทีไม่เคยมี "ความชอบธรรม" เพียงพอที่จะครองอำนาจต่อไปได้ แม้ก่อนฮ่องเต้ตาย เหล่าขันทีและฮองเฮาจะคุมอำนาจไว้หมด องค์รัชทายาท โดยคุมไว้หมดสิ้น กำลังทหารคุมไว้หมด

แต่มันก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ตลอดประวัติศาสตร์ ทหารที่คุมอำนาจ ยุคขันทีส่วนใหญ่จะเป็นทหารกังฉิน สุดท้าย จะถูกทหารทั่วไปที่ไม่มีชื่อเสียงอะไร (แต่ประวัติศาสตร์ให้เกิดมาเป็นวีรบุรุษ) ไม่อยู่ในสายตาใคร ขึ้นมาโค่นเหล่าทหารกังฉินที่มีอำนาจจากขันที จนได้

ผมไม่เคยเห็นประวัติศาสตร์จีนยุคใดที่ขันทีจะกุมอำนาจไว้มั่นคง
เมื่อขาดความชอบธรรม ก็ขาดทุกอย่างนั่นแหละ

Re:

เมื่อคืนคุยกับเืพื่อนๆ ก็ได้ข้อสรุปหลายอย่าง ที่ค่อนข้างมั่นใจคือ อภิสิทธิ์ นั้นไม่น่าจะรอดตายจากวิกฤติการณ์การเมืองครั้งนี้

เพราะไม่มีการตัดตอนใดดีกว่า "ตัดคัทเอ้าืท์" ตรงนี้ มันมีหลายเรื่อง ตั้งแต่เื่รื่อง วิทเตอร์บุท ที่ไปสะดุดเท้า วงการค้าอาวุธระดับโลก

เรื่องอื่นๆ อีก มากมาย ตัวคัทเอ้าท์ที่สำคัญคือ อภิสิทธิ์ เป็น แพะที่มีขนสวยที่สุด เนื้อนุ่มที่สุด น่าจะต้องโดน

ขอถามหน่อย

ที่มา thaifreenews

โดย Amster-แดง

…เช้าวันนี้ มีใครบ้าง ไม่มีสุข
ไม่รีบลุก เพราะนอนดึก หลังศึกหนัก
งานรับขวัญ แปดแกนนำ ที่เรารัก
แจ้งประจักษ์ ทุกหัวใจ ไม่ทิ้งกัน

…กุหลาบแดง บานสะพรั่ง เต็มลานกว้าง
อธิบาย ได้ทุกอย่าง ดังที่ฝัน
หัวใจแดง กล้ามาแข่ง แสงตะวัน
จนต้องพรั่น หลบหาย เพราะอายแดง

…คลื่นสีแดง ระลอกแล้ว ระลอกเล่า
คลื่นใหม่เก่า รีบมามอง จองตำแหน่ง
อยากอยู่ใกล้ ฟังให้หนำ แกนนำแดง
ต้องออกแรง แย่งกันบ้าง ก็ยังเอา

…อาทิตย์นี้ มีใครบ้าง ไม่มีสุข
หลังจากทุกข์ ซึนามิ ญี่ปุ่นเศร้า
แต่เมืองไทย อำมาตย์ใหญ่ ใจสั่นเทา
โอ..พระเจ้า ซึนามิ มีสีแดง.

xxx12xxx12xxx12

เอกสารล่าสุด: คำร้องขอให้ขับพรรคประชาธิปัตย์ออกจากสหพันธ์พรรคการเมืองเสรีนิยม

ที่มา robertamsterdam

เอกสารล่าสุด: คำร้องขอให้ขับพรรคประชาธิปัตย์ออกจากสหพันธ์พรรคการเมืองเสรีนิยม

"ทักษิณ"วิดีโอลิงก์คุยกลับมาแก้ปัญหาประเทศใน6เดือน ท้าปชป.เจอกันในสนามเลือกตั้งจวก "มาร์ค" นายกฯหาร4

ที่มา มติชน



รับชมข่าว VDO

เมื่อเวลา 20.30 น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้วิดีโอลิงก์เข้ามายังเวทีปราศรัยคนเสื้อแดง โดยตอนแรกได้กล่าวไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตกรณีแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น และบอกว่าประเทศญี่ปุ่นดีกับเรามานานตอนที่เราเป็นหนี้ไอเอ็มเอฟ ก็เป็นประเทศแรกที่่ให้ยืมเงินกองทุนมาช่วย และตอนที่เราโดนสึนามิก็ส่งคนมาช่วย

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า อยากพูดให้คนที่ชอบเสื้อแดงและไม่ชอบเสื้อแดงฟัง ว่าทำไมเราต้องมาที่นี่ ถามว่าเรามาขออะไร เรามาขอให้ส่วนรวมขอให้ประเทศมีประชาธิปไตยมีความยุติธรรมมาตรฐานเดียวกันเกิดขึ้น เราไม่ได้มาขอเรื่องที่เป็นส่วนตัวเลย เพราะถ้าไม่ออกมาตอนนี้ ระบบที่เป็นอยู่ก็จะยิ่งย่ำแย่ อนาคตลูกหลานก็จะลำบาก อยากบอกว่าประชาธิปไตยเป็นมากกว่าการเลือกตั้ง มันคือศักดิ์ศรี คือการที่รัฐบาลให้โอกาสประชาชน ได้มีสิทธิ์เลือกผู้นำของเขา แต่ท่านไม่เคยเคารพการตัดสินใจของประชาชน กลับเลือกรัฐบาลที่ประชาชนไม่ได้เลือก มาปกครองซึ่งมันไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม

"ผมอยากเห็นสังคมไทยเป็นสังคมที่เคารพศักดิ์ศรีประชาชน ประชาชนเลือกมาก็ยอมรับไม่มีการบังคับ คนเสื้อแดงวันนี้มาไกลเกินกว่าตัวเองแล้ว อยากให้ผู้ที่สั่งการลองคิดดูให้ดีเถิดว่า เสื้อแดงใครจ้างมา ไม่มีหรอก เขามากันเอง บ้านเมืองวุ่นวายทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะคนเสื้อแดง แต่เพราะความไม่เป็นประชาธิปไตยมีคนที่อยู่เหนือกฎหมายมาทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย"

"มนุษย์วันนี้ยิ่งมีข้อมูลมากเท่าไหร่จะยิ่งคิดถึงอะไรที่เกิดกว่าตัวเองมากเท่านั้นอย่างกรณีประเทศอียิปต์ ลิเบีย ก็เกิดขึ้นเพราะผู้ปกครองไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นตนของพวกเขา ถึงได้เกิดการต่อสู้ ถ้าแผ่นดินไหนไม่เคารพประชาชนของตัวเองไม่มีทางสงบ ซึ่งก็สามารถได้ง่ายๆสามข้อคือ หนึ่ง ให้สิทธิเสรีภาพประชาชน สอง สร้างความยุติธรรมและความเป็นมาตรฐานเดียวกัน สามให้โอกาสประชาชนและเคารพความสามารถปัญญาให้เขาได้มีโอกาสตัดสินใจ" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวต่อว่า ไม่แน่ใจเรี่องนายกฯจะยุบสภาและเลือกตั้งจริงหรือเปล่า เพราะวันนี้ท่านพูดอะไรก็ต้องหารสามหารสี่ก่อน การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นการพิสูจน์อีกครั้งว่าผู้มีอำนาจนอกกฎหมายจะมาวุ่นวายอีกหรือไม่ แต่แค่เริ่มกติกาก็รู้สึกจะไม่ดีแล้ว มีกรรมการเข้าข้างปล่อยให้มีการล็อบบี้ นี่แสดงถึงความไม่เคารพศักดิ์ศรีประชาชน แน่จริงใครชนะก็ให้เป็นรัฐบาลไม่ต้องให้ทหารมาเป็นฝ่ายแต่งตั้ง ประชาชนเขาเลือกของเขาเอง อย่่ามายุ่งกับเขา

"นายอภิสิทธิ์ เคยได้พูดไว้ในวันระดมทุนของพรรคว่า ถ้าอยากเห็นประเทศก้าวหน้าให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ แต่ถ้าอยากเห็นประเทศถอยหลังให้เลือกอีกพรรคหนึ่ง ท่านพูดได้ดีมากแต่ในความจริงมันกลับตรงกันข้าม ถ้าถอยหลังจริงทำไมมาลอกนโยบายของพรรคไทยรักไทย มิหนำซ้ำลอกแล้วยังสอบตกอีก พรรคไทยรักไทยซื้อเบ็ดแล้วสอนวิธีตกปลาให้ประชาชน แต่ประชาธิปัตย์มาเห็นเอาตอนที่ประชาชนมีปลาแล้วก็เลยเอาปลาไปแจกให้มากกว่าเป็นสองตัว สุดท้ายประชาชนก็กินหมด หาปลาไม่เป็น"

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า "ปีนี้ถึงเวลาแล้ว ยังไงถึงไม่มีการยุบสภาก็จะมีการเลือกตั้งอย่างแน่นอน ไม่ยุบไม่เป็นไรหารับประทานให้เต็มที่เลย และดูว่าถึงเวลาเลือกตั้งประชาชนจะเลือกใคร ถ้าวันนั้นเพื่อไทยชนะถล่มทลาย ผมจะกลับมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศภายในหกเดือน ให้ทุกคนอู่ฟู้ ผมไม่กล้าพูดว่าทำได้ภายใน 99 วันเหมือนนายอภิสิทธิ์ เพราะทำไม่ทัน แต่หกเดือนทำได้ โครงการสามสิบบาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน ชำระหนี้เกษตรกร ทำได้มาแล้ว พี่น้องจะยิ้มแย้มแจ่มใสเพราะชีวิตจะมีแต่ความสุข หนี้สินเอาไปทิ้งริมคลองให้หมด"

ทักษิณอ้อนแดงพากลับบ้าน

ที่มา โพสต์ทูเดย์

“ทักษิณ” วีดีโอลิงค์ ปลุกม็อบแดง พากลับบ้าน คุย เพื่อไทยเป็นรัฐบาล 6 เดือนประชาชนอู้ฟู้ แน่

12.00 น. บรรยากาศ การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ขณะนี้ บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ไปจนถึง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาร่วมชุมนุม กว่า 500 คนแล้ว และได้มีการจับจองพื้นที่ บริเวณหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งใช้เป็นเวทีในการปราศรัย จนทำให้การจราจรบริเวณโดยรอบ ต้องปิดไปโดยปริยาย ส่วนสองข้างริมบาทวิถีต่างก็มีการตั้งร้านค้าขายของที่ระลึกทั้ง 2 ฝั่ง และมีการเปิดเครื่องขยายเสียงจากรถยนต์ของกลุ่ม นปช. เพื่อปลุกระดมมวลชนเป็นระยะๆ ด้านการจราจรขณะนี้ บริเวณแยกผ่านฟ้ายังเคลื่อนตัวได้และในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็มีการเตรียมกำลังรักษาความปลอดภัยตลอดเส้นทางการชุมนุม

13.30 น. กลุ่ม นปช. เร่งตั้งเวทีปราศรัย บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อรองรับการชุมนุมที่จะเริ่มขึ้นในเวลา 15.00 น. ทั้งนี้ มวลชนเริ่มจับจองพื้นที่แล้ว โดยใช้แผงเหล็กกั้นพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ชุมนุม โดยที่ตำรวจนั้นปิดการจราจรในเส้นทางที่จะเชื่อมโยงเข้าสู่ถนนราชดำเนิน เพื่อลดปริมาณสะสมของรถยนต์ ทั้งนี้ในเวลา 15.00 น. แกนนำ จะไปสักการะศาลหลักเมือง และในเวลา 16.00 น. จะเดินทางถึงบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ แกนนำ นปช. ยืนยันว่า จะยึดหลักสันติวิธี ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ โดยความคับแค้นใจในอดีตนั้น จะถือเป็นบทเรียน และจะปรับเปลี่ยนทัศนคติในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ด้วยการเข้าสู่ระบบการเลือกตั้ง แต่การชุมนุมในวันนี้นั้น เป็นสัญลักษณ์ในการเรียกร้องประชาธิปไตย และความเป็นธรรม

แดงพรึบแยกผ่านฟ้าฯ

บรรยากาศที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ล่าสุด กลุ่มนปช.ได้ร่วมชุมนุมอยู่เต็มพื้นที่ ตั้งแต่บริเวณแยกผ่านฟ้าลีลาศ ตลอดเส้นถนนราชดำเนินจนกระทั่งถึงสี่แยกคอกวัว ทำให้รถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ โดยบรรยากาศบนเวทีที่จัดขึ้นยังไม่มีการปราศรัยของแกนนำ แต่มีการแสดงดนตรี แสง สี ซึ่งทาง นปช. ได้มีการจัดตั้งเครื่องเสียงทุกจุดทั่วบริเวณ ซึ่งล่าสุด แนวร่วม นปช. ยังเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ยัง พบว่ามีรถบรรทุก 2 - 3 คัน ที่บริเวณข้างรถปิดป้ายและรูปภาพของ พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆิมทร์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ซึ่งเต็มไปด้วยแนวร่วม นปช. สวมเสื้อสีแดงอยู่ภายในรถจำนวนมาก ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังคงตรึงกำลังอย่างเข้มงวด

แกนนำสักการะศาลหลักเมือง

15.15 น. แกนนำนปช. นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ นางธิดา ถาวรเศรษฐ นายแพทย์ เหวง โตจิราการ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายก่อแก้ว พิกุลทอง เดินทางมาสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง พร้อมประกอบพิธี อาทิ การจุดธูปเทียนบูชาหอพระพุทธรูป การผูกผ้าแพรองค์จำลองศาลหลักเมือง การนมัสการองค์ เทพารักษ์ การปลดเครื่องสังเวย โดยมีเทวดาจำนวน 10 องค์เข้าร่วมพิธี โดยนายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษก นปช. กล่าวว่า การเดินทางมาสักการะศาลหลักเมืองในครั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลของกลุ่ม นปช. ที่ได้รับการปล่อยตัว อีกทั้งต้องการขอพรให้ประเทศเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย รวมถึงต้องการให้ประชาชนมีความสุข

อย่างไรก็ตามกลุ่มแกนนำนปช. ทั้งหมดรวมถึงนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งไม่ได้เดินทางมาสักการะศาลหลักเมือง จะไปร่วมในพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ 10 เมษายน บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยด้านถนนดินสอ ในเวลาประมาณ 16.00น.

ทั้งนี้ ระหว่างกราบสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมือง นายเหวงยังได้ตะโกนดัง ๆ สามครั้งว่า “มันผู้ใดทำรัฐประหารขอให้พินาศฉิบหาย”

นางธิดาเปิดเผยว่าการมาครั้งนี้เป็นการแก้คล็ดการที่สี่เหล่าทัพได้มาสักการะก่อนหน้านี้ คล้าย ๆ เหตุการณ์ก่อนการรัฐประหารเมื่อ 19 ก.ย. 2549 ราวกับจะมาขออนุญาตหลักเมืองเพื่อกระทำการบางอย่าง ฝ่ายประชาชนจึงควรมาสักการะเพื่อเป้นการข่มสิ่งที่เป็นอธรรม

นายจตุพรเปิดเผยว่าประเด็นหลักของการปราศรัยของ นปช. ในช่วงคำวันนี้ จะมีการเปิดโปงหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรว่า ก่อนมีการยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมา มีการพบปะกันระหว่างนายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัต์ย นายพีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาค แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่สามเสนกับบุคคลสำคัญผู้หนึ่ง รวมทั้งมีการไปพบปะกับ พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ขณะนั้น ให้ยุบพรรคทั้งสามแลกกับการไม่ถูกปฏิวัติ แถมยังให้มีการสลับขั้วของพรรคร่วมรัฐบาล

“นี่คือเหตุผลที่แม้นายอภิสิทธิ์ประกาศจะยุบสภาในสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม แล้ว นปช. ยังต้องมีการชุมนุมต่อไป และยังรวมทั้งการตาย 91 ศพ การเผาเซ็นทรัลเวิร์ล และความไม่แน่นอนที่จะมีการเลือกตั้ง เพราะในปี 2549 ยังมีการยึดอำนาจในระหว่างตราพระราชกฤษีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไปได้” นายจตุพรกล่าว

นายจุตุพรเปิดเผยว่าการชุมนุมในวันนี้นอกจากตนจะเปิดโปงเรื่องดังกล่าวแล้ว ยังมีวีดิโอลิ้งค์จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และการปราศรัยของแกนนำที่ได้รับการประกันตัว ก่อนจะยุติการชุมนุมในราวตีสอง และหลังจากนั้นก็จะมีกิจกรรมต่อเนื่องทั้งการชุมนุมที่ราชประสงค์ในวันที่ 19 มี.ค. วันที่ 26 มี.ค. ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ ตลอดจนการชุมนุมในต่างจังหวัดซึ่งจะมีการกำหนดแผนต่อไป

ณัฐวุฒิ เผย "อริสมันต์-แรมโบ้"ทยอยมอบตัว

18.30 น.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ขึ้นเวทีปราศรัยบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีการแสดงล้อเลียนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ด้วยการให้ชายสวมหน้ากากรูปหน้านายอภิสิทธิ์ ขึ้นไปเวทีปราศรัย แล้วสอบถามว่าใครเป็นคนสั่งเผาห้างสรรพสินค้าย่านราชประสงค์ ในช่วงการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 ท่ามกลางบรรยากาศกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงเป็นจำนวนมากที่จับจองพื้นที่ฟังการปราศรัยของแกนนำ

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีการยื่นประกันตัวแนวร่วม นปช.ที่ยังอยู่ในเรือนจำทั่วประเทศให้กลับคืนสู่อิสรภาพ โดยตัวเลขที่รวบรวมได้พบว่ามีแนวร่วมคนเสื้อแดงทั้งหมด 98 คน คร่าวๆ ใน กทม. 30 คน อุดรธานี 22 คน อุบลราชธานี 21 คน ขอนแก่น4 คน มหาสารคาม 9 คน สมุทรปราการ 2 คน และนนทบุรี 2 คน

แกนนำ นปช.ยังเชื่อว่า การมาชุมนุมในครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ จะไม่เป็นการผิดเงื่อนไขของศาลจนทำให้ถูกถอนประกันตัว และระบุว่า จากนี้เป็นต้นไปแกนนำ นปช.ที่ยังหลบหนี ไม่ว่าจะเป็น นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายสุพร อัตถาวงศ์ เชื่อว่าจะทยอยเข้ามอบตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่คงต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วย

ทักษิณเมินยุบสภาเย้ยมาร์คลากยาวให้นาน

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้วีดีโอลิงค์มายังเวทีชุมนุมของคนเสื้อแดงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อเวลา 20.40 น.ตอนหนึ่งว่า ไม่แน่ใจว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พูดจริงหรือไม่ที่จะให้มีการเลือกตั้ง แต่ถ้ามีการเลือกตั้งก็จะเป็นการทดสอบว่าผู้มีอำนาจในบ้านเมืองจะยังเคารพการตัดสินใจของประชาชนหรือไม่ แต่วันนี้รู้สึกว่า จะสัญญาณไม่ดี ไม่รู้กรรมการจะเข้าข้างหรือไม่ จะปล่อยให้มีการโกงเลือกตั้งหรือไม่ ถ้าปล่อยก็แสดงว่า ไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน ต้องปล่อยให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ ใครชนะคนนั้นได้เป็นรัฐบาลไม่ต้องให้ทหารมาช่วย ประชาชนเขากำลังตัดเองถ้าเลือกพรรคเพื่อไทยจะ ได้ทักษิณกับทีมงานแน่นอน หรือเขาจะเสี่ยงเลือกฝั่งปัจจุบัน ได้นายอภิสิทธิ์ นายเนวิน ชิดชอบ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นความเสี่ยง ดังนั้นไม่ต้องมายุ่งกับเขา

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ข่าวในวงในพรรคเพื่อไทยบอกว่า ทหารเป็นคนฆ่าประชาชนจริงหรือไม่ ทหารเผาเซ็นทรัลเวิลด์ จริงหรือไม่ ถ้าจริงมันต้องมีคนสั่ง เมื่อสั่งต้องกล้ารับ อย่าเที่ยวไปโทษใคร ดังนั้นขอให้ฟังการอภิปราย ตนทราบข่าวลึกๆ ว่า ทหารเป็นคนฆ่า ก็เหลือคนที่เสียสติเท่านั้นที่คิดว่าทหารไม่ฆ่า เพราะทหารเขาแบกทั้งปืน สไนเปอร์ เพียงแต่ว่าใครสั่งก็ต้องกล้ารับกันหน่อย ส่วนเรื่องทุจริต หัวหน้ารัฐบาลและรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ เรื่องความล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดินก็ต้องดูว่าล้มเหลวอย่างไร วันนี้คนไทยเข้าคิวซื้อน้ำมันปาล์ม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บอก 99 วันทำได้จริงเพราะตอนนั้นยังไม่ได้เป็นนายกฯ ก็คิดแบบเด็กๆ พอมาเป็น 99 วันเลยทำไม่ได้

“มีสื่อโทรมาคุยกับผม เขาบอกว่า มี "4 ด." ด.เด็ก ส่วน ด.อื่น ผมไม่รู้ไปเดาเอง ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์พูด ในงานระดมทุน ถ้าอยากเห็นประเทศก้าวหน้าเลือกประชาธิปัตย์ ถ้าอยากถอยหลังให้เลือกอีกพรรค พูดดูดีมากครับ แต่มันตรงข้าม ถ้าถอยหลังทำไมมาลอกนโยบายพรรคไทยรักไทย แถมลอกแล้วยังทำไม่เป็นด้วย” อดีตนายกฯ กล่าว

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า นายสุเทพ บอกว่า พวกเสื้อแดงเป็นคอมมิวนิสต์ ใครกลัวคอมมิวนิสต์บ้างวันนี้ เมืองจีนก็พรรคคอมมิวนิสต์ เราก็ค้าขายกับเขาและเขาก็ค้าขายทั่วโลก ดังนั้นไม่มีใครกลัว ไม่ต้องมาปลุกผี เสื้อแดงไม่ใช่คอมมิวนิสต์ เสื้อแดงคือ ประชาธิปไตย และคอมมิวนิสต์ก็ไม่มีใครกลัว แต่กลัวคอมมิชชั่นที่ลากกัน 30% มันเจ๊งทั้งระบบ อยากฝากถึงไอ้พรรคเนรคุณ ไอ้พรรคนี้เรื่องดีๆ มันคิดไม่เป็น แต่เรื่องเลวๆ มันคิดเก่ง สมองข้างขวาฝ่อ ข้างซ้ายมันโต มันไปบอกชาวบ้านว่า ให้เปิดบัญชีทิ้งแล้วเดี๋ยวจะมีเงินจากต่างประเทศโอนมาให้ คือ จะให้ชาวบ้านเชื่อว่า ผมจะโอนเงินมาให้ ดูมันคิดซิ วันนี้ไอ้วิชามารทั้งหลายมาเยอะ อย่าไปเชื่อพรรคเนรคุณ แต่ถ้ามันแจกตังค์ให้รับไว้

“ปีนี้อภิสิทธิ์จะยุบหรือไม่ ไม่ต้องห่วงเพราะยังไงก็ต้องเลือกตั้ง ให้มันลากไปให้ถึงที่สุดจะได้เห็นกันชัดๆ หารับทานกันให้เต็มที่ แล้วพี่น้องจะได้ตัดสินใจถูกว่าจะเลือกใคร วันนี้ นักเรียนนอก(ประเทศ) นายอดิศร เพียงเกษ นายวิสา คัญทัพ ก็ได้กลับมาแล้ว นักเรียนประจำ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ก็ออกจากโรงเรียนประจำ แต่นักเรียนนอกอย่างผม เกือบ 5 ปีแล้ว ยังไม่ได้กลับเลยจะทำอย่าง พี่น้องต้องเอาเลือกพรรคเพื่อไทยให้ชนะถล่มทลายแล้วผมจะเป็นคนแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ พริบตาเดียวประชาชนจะอู้ฟู้ทั้งประเทศ 6 เดือนข้างหน้าหลังเป็นรัฐบาล คนไทยทั้งประเทศจะยิ้มแจ่มใสเพราะชีวิตจะมีแต่ความสุข หนี้สินเอาเก็บไว้ริมคลองได้เลย” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว