WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, March 27, 2011

เคลื่อนไหวใหญ่เลิก#112วันนี้ เจ้ย-อภิชาติพงศ์โดดร่วมนักวิชาการ-คนดังระดับโลกตื่นรู้กฎหมายหมิ่นฯ

ที่มา Thai E-News


ร่วมลงนาม-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เจ้าของรางวัล "ปาล์มทองคำ"เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ เป็นบุคคลหนึ่งในบรรดาผู้มีชื่อเสียงเกินกว่า 112 คนที่ร่วมลงชื่อในโครงการ"มาตรา 112: รณรงค์เพื่อความตื่นรู้" ท่าทีของการรณรงค์ครั้งนี้คือ สร้างให้กฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นประเด็นที่ผู้คนในสังคมสามารถพูดคุย ถกเถียงได้อย่างเปิดเผย นอกจากนั้นมีนักวิชาการที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติหลายท่านร่วมลงนาม


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
27 มีนาคม 2554

เคลื่อนไหวใหญ่เลิก#112วันนี้จากบ่ายถึงเที่ยงคืน

วันนี้(อาทิตย์ 27 มีนาคม) มีการเคลื่อนไหวใหญ่ให้ยกเลิก มาตรา 112 โดยนักวิชาการเวบไซต์นิติราษฎร์จัดอภิปรายเสวนา "กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ"นัดสำคัญที่ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์จากบ่ายโมงถึง 6 โมงเย็น จากนั้นนักศึกษา นักกิจกรรม ศิลปินและประชาชนจะจัดชุมนุมต่อถีงเที่ยงคืนที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยรณรงค์ให้ยกเลิกมาตรานี้

โดยเวบไซต์นิติราษฎร์ (นิติศาสตร์เพื่อราษฎร) จัดการอภิปราย เรื่อง "กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ " ในวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม 2554 เวลา 13.00 ณ ห้อง LT 1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

13.00 – 15.00 เสวนา เรื่อง กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดย กลุ่มนิติราษฎร์

1. วรเจตน์ ภาคีรัตน์
2. ธีระ สุธีวรางกูร
3. สาวตรี สุขศรี
4. ปิยบุตร แสงกนกกุล

15.00 – 15.30 แถลงการณ์ข้อเสนอแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดย กลุ่มนิติราษฎร์

15.30 – 16.30 เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น (ครั้งที่ 1)

16.30 – 18.00 เวที มาตรา 112 : รณรงค์เพื่อความตื่นรู้ในกฎหมายหมิ่นฯ โดย กลุ่มรณรงค์ 112

งานนี้เปิดกว้างให้ประชาชนและผู้สนใจทุกท่านร่วมแลกเปลี่ยนทัศนะ รวมทั้งวิพากษณ์วิจารณ์ข้อเสนอของกลุ่มนิติราษฏร์ ขณะที่คนเสื้อแดงนัดหมายกันไปงานนี้ชนิดพลาดไม่ได้ แม้ว่าดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล วิทยากรรายหนึ่ง แจ้งยกเลิกอภิปรายแล้ว เพราะเบื่อจะสีควายให้ซอฟัง เพราะพูดไปหนก่อนตอน10ธันวา53 ปัญญาชนสาธารณะกับนปช.ก็ยังเฉยๆ แต่อย่างไรชาวเสื้อแดงก็พลาดไม่ได้ เพราะวิทยากรท่านอื่นๆล้วนแต่คุณภาพคับคั่ง

หลังจากการสัมนาของกล่มนิติราษฎร์ในประเด็น 112 แล้วเวลา 18.00น. สนนท.ร่วมกับกลุ่ม24มิถุนาประชาธิปไตย จะรวมตัวกันเดินจากธรรมศาสตร์มาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อเปิดเวทีสาธารณะ ระหว่าง18.00-23.00น.ในหัวข้อ ยกเลิกมาตร112 บนเส้นทางสู่ประชาธิปไตยของประชาชน พบกับ ทอม ดันดี อติเทพ ไชยสิทธิ์ สุวิทย์ เลิศไกรเมธี จิตรา คชเดช สุญญตา เมี้ยนละไม้ สมยศ พฤกษาเกษมสุข จักรภพ เพ็ญแข วัฒน์ วัลยางกูร (กวีตีนแดง)

เจ้ย-อภิชาติพงศ์ร่วมกับ112คนดังลงนามตื่นรู้#112

ขณะเดียวกันในเฟซบุ๊ค มีการจัดทำโครงการ มาตรา 112: การรณรงค์เพื่อความตื่นรู้ในกฎหมายหมิ่นฯ( "Article 112" awareness campaign )

ซึ่งนอกจากนักวิชาการผู้มีชื่อเสียงแล้ว ยังมีผู้กำกับภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงเจ้าของรางวัลระดับนานาชาติในแวดวงบันเทิงร่วมลงชื่อด้วย 5 คนคือ

*อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์เจ้าของราวัลปาล์มทองคำ เมืองคานส์ จากภาพยนตร์เรื่อง"ลุงบุญมีระลึกชาติ"

*วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ผู้กำกับภาพยนตร์รางวัลระดับนานาชาติ จากเรื่อง"ฟ้าทะลายโจร" และ "มหานคร"

*อโนชา สุวิชากรพงศ์ ผู้กำกับภาพยนตร์รางวัลเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ "อีร่า นิว ฮอไรซันส์" จากเรื่อง"เจ้านกกระจอกเทศ"

*ลี ชาตะเมธีกุล ผู้กำกับภาพยนตร์รางวัลAsian Film Awards และเจ้าของรางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยมภาพยนตร์เรื่อง"รักแห่งสยาม"

*ธัญสก พันสิทธิวรกุล ผลงานเด่นที่ได้รับรางวัลนานาชาติ อาทิ สวรรค์สุดเอื้อม (Happy Berry) ได้รับรางวัลสารคดียอดเยี่ยม (Grand Prize) จากเทศกาลสารคดีนานาชาติไต้หวัน ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2547 โครงการ ศาลาคนเศร้า (Heartbreak Pavilion) ได้รับรางวัลสูงสุด (Pusan Top Award) จากโครงการ Pusan Promotion Plan จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน พ.ศ.2548

*อภิวัฒน์ แสงพัทธสีมา ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง "บีไฮด์ เดอะ วอลล์" ซึ่งนิตยสารไบโอสโคปยกย่องให้เป็น 1 ในรายชื่อ "100 หนังไทยแห่งทศวรรษ" 2543 -2552

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวแจ้งว่า ท่าทีของการรณรงค์ครั้งนี้คือ สร้างให้กฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นประเด็นที่ผู้คนในสังคมสามารถพูดคุย ถกเถียงได้อย่างเปิดเผย พวกเรามีความเห็นว่ากฎหมายอาญามาตรา 112 และการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเป็นปัจจัยคุกคามต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งสิทธิดังกล่าวเป็นกลไกที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อสังคมประชาธิปไตย ไม่ว่าบุคคลนั้นจะต้องการแก้ไข หรือยกเลิก หรือแม้แต่สนับสนุนกฎหมายดังกล่าวก็สามารถเข้าร่วมการรณรงค์เพื่อความตระหนักรู้ในกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้ เพียงแต่บุคคลนั้นสนใจถึงผลกระทบที่ตามมาจากการใช้กฎหมายดังกล่าว

มาตรา 112: การรณรงค์เพื่อความตื่นรู้ในกฎหมายหมิ่นฯ

โครงการฯระบุถึงรายละเอียด และผู้ร่วมลงชื่อในเบื้องต้น 85 ราย จากที่ตั้งเป้าหมายไว้ 112 ราย ดังต่อไปนี้

บริบทสถานการณ์

ตัวเลขผู้ที่ถูกกล่าวหาและถูกดำเนินคดีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในระยะเวลาห้าถึงหกปีที่ผ่านมา ในระหว่างปี 2535 – 2547 ตัวเลขของคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่มีการฟ้องร้องกันในศาลเฉลี่ยแล้วมีน้อยกว่า 10 คดี ดังนั้นผลกระทบจากกฎหมายดังกล่าวจึงยังจำกัดอยู่ในวงแคบ แต่ผลการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ชี้ให้เห็นว่า ระหว่างปี 2548 – 2552 ตัวเลขของคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมีมากถึง 547 คดี ที่ถูกนำไปพิจารณาคดีทั้งในระดับศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา เฉลี่ยแล้วปีละ 109 คดี และมีที่ศาลมีคำตัดสินว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพแล้วจำนวน247 คดี ในปี 2547 เพียงปีเดียวมีการดำเนินคดีข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในระดับศาลชั้นต้นมากถึง 164 คดี ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเน้นย้ำให้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานนุภาพเป็นประเด็นที่ผู้คนในสังคมสามารถพูดคุย ถกเถียงได้อย่างเปิดเผย ด้วยหวังว่าจะมีทางออกในการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากกฎหมายดังกล่าวในท้ายที่สุด

หลักการและเหตุผล

จุดประสงค์ของการริเริ่มการรณรงค์เพื่อความตระหนักรู้ในกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คือ การรวบรวมบุคคล องค์กร และเครือข่ายต่างๆ ที่มีความห่วงกังวลต่อปัญหาที่เกิดจากกฎหมายอาญามาตรา 112 และการบังคับใช้กฎหมาย ท่าทีของการรณรงค์ครั้งนี้คือ สร้างให้กฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นประเด็นที่ผู้คนในสังคมสามารถพูดคุย ถกเถียงได้อย่างเปิดเผย พวกเรามีความเห็นว่ากฎหมายอาญามาตรา 112 และการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเป็นปัจจัยคุกคามต่อสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งสิทธิดังกล่าวเป็นกลไกที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อสังคมประชาธิปไตย ไม่ว่าบุคคลนั้นจะต้องการแก้ไข หรือยกเลิก หรือแม้แต่สนับสนุนกฎหมายดังกล่าวก็สามารถเข้าร่วมการรณรงค์เพื่อความตระหนักรู้ในกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้ เพียงแต่บุคคลนั้นสนใจถึงผลกระทบที่ตามมาจากการใช้กฎหมายดังกล่าว


ชื่อภาษาไทยของการรณรงค์ครั้งนี้คือ “มาตรา 112: การรณรงค์เพื่อความตื่นรู้ในกฎหมายหมิ่นฯ”

และชื่อภาษาอังกฤษ คือ “Article 112: Awareness Campaign”


การรณรงค์จะเปิดตัวด้วยการแถลงรายชื่อบุคคลจากหลากหลายสาขาอาชีพทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ จำนวน 112 คน ซึ่งรวมถึง สื่อมวลชน แรงงาน นักกฎหมาย นักวิชาการ นักเรียน นักสิทธิมนุษยชน ศิลปิน ผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายดังกล่าวเกษตรกร ผู้ที่อยู่ในแวดวงทางศาสนา แพทย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยบุคคลทั้ง 112 คนนี้จะเป็นจุดเริ่มต้น อย่างไรก็ตามยินดีรับรายชื่อเพิ่มเติมจากผู้ที่เห็นพ้องแนวคิดว่า มาตรา 112 นั้นควรได้รับการถกเถียงกันอย่างเปิดเผย

วัตถุประสงค์

1. เพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นฯ
2. เพื่อผลักดันให้เกิดการถกเถียง แลกเปลี่ยน และหาทางออกเกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นฯ

รูปแบบกิจกรรมเบื้องต้น

เปิดตัวการรณรงค์ มาตรา 112: รณรงค์เพื่อความตื่นรู้ โดยขอจัดต่อจากเวทีวิชาการเรื่องกฎหมายหมิ่นฯของกลุ่มนิติราษฎร์ วันที่ 27 มีนาคม 2554 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ (เวลาจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง) ในงานดังกล่าวจะมีการแถลงรายชื่อบุคคล 112 คน หรือใครก็ตาม ที่ยินดีจะแสดงตนต่อสาธารณะว่าสนับสนุนการรณรงค์ในครั้งนี้ และอาจจะมีบุคคลผู้ร่วมลงชื่อบางคนที่ไม่สามารถเข้าร่วมงานในวันดังกล่าวได้ เราจึงขอเชิญให้ทุกท่านที่สามารถมาได้เข้าร่วมงาน ผู้ที่สามารถมาร่วมงานเปิดตัวได้จริงจะต้องจ่ายเงิน 300 บาทเพื่อเป็นทุนสนับสนุนการทำงาน และบุคคล 112 ท่านแรกที่เข้าร่วมการรณรงค์จะได้รับเสื้อยืดที่มีโลโก้ของการณรงค์เป็นที่ระลึก

กรุณาแจ้งรายชื่อมาที่ article112lm@gmail.com

หมายเหตุ: 112 คนแรก ใช้เพื่อแสดงตัวตนในการเปิดตัว ไม่ปิดกั้นสำหรับคนที่สนใจจะเข้ามาร่วมในภายหลัง

รายชื่อผู้ร่วมลงนามเบื้องต้น

ผู้ร่วมรณรงค์แคมเปญเบื้องต้น 112 คน เบื้องต้นมีร่วมลงนามแล้ว 84 คนดังนี้

1.กานต์ ทัศนภักดิ์/Karnt Thassanaphak อาชีพ กวี นักเขียน ช่างภาพ และคนทำงานศิลปะ/Freelance Poet, Writer, Photographer and Artworker
2.อภิวัฒน์ แสงพัทธสีมา /Aphiwat Saengphatthaseema อาชีพ สถาปนิก/นักทำหนังสารคดีอิสระ
2.ธัญสก พันสิทธิวรกุล Thunska Pansittivorakul คนทำหนัง
3.ตากวาง สุขเกษม Takwang Sukkasem อาชีพรับจ้างอิสระ
4.พัชรี แซ่เอี้ยว / Patcharee Sae-eaw อาชีพ: นักพัฒนาเอกชน / an advocacy officer in non-governmental organization
5.ธีรกิจ วิจิตรอนันต์กุล / Teerakit Vichitanankul / ช่างภาพอิสระ
6.นายปราบ เลาหะโรจนพันธ์ / Prab Laoharojanaphan นักศึกษา คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
7.อธิคม จีระไพโรจน์กุล Athikom Jeerapairotekun พนักงานบริษัทเอกชน
9.ธีรวัฒน์ ทัศนภิรมย์ -- ทันตแพทย์/อาจารย์มหาวิทยาลัย
10.วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง / Wisit Sasanatieng ผู้กำกับภาพยนตร์
11.กิตติกา บุญมาไชย/Kittika Boonmachai รับราชการ
12.กฤตวิทย์ หริมเทพาธิป /Krittawit Rimtheparthip นักเขียน/สื่อมวลชน
13.ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ /Thida Plitpholkarnpim นักเขียน/สื่อมวลชน
14.ภาณุ บุญพิพัฒนาพงศ์ /Panu Boonpipattanapong /Freelance Writer&Designer
15.อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล / Apichatpong Weerasethakul ผู้กำกับภาพยนตร์
16.ชัยศิริ จิวะรังสรรค์ /Chaisiri Jiwarangsan/ ศิลปิน
17.นันทพล อาชวาคม Nunthapol Ajawakom /Freelance Videographer, Video Editor
18.พันธุ์ภูมิ ผุดผ่อง / Panpoom Phudphong / นิสิตคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย / กลุ่มประชาคมจุฬาฯเพื่อประชาชน
19.นภัทร สาเศียร/Napud sasien นักศึกษา
20.ภัควดี วีระภาสพงษ์ Pakkavadee Veerapaspong นักแปล/นักเขียน
21.ชุติมา สมบูรณ์สุข (Chutima Somboonsook) - web content
22.คันฉัตร รังษีกาญจน์ส่อง / Kanchat Rangseekansong นักเขียนอิสระ/อาจารย์พิเศษด้านภาพยนตร์
23.นิธิวัต วรรณศิริ Nithiwat Wannasiri /นักศึกษา /ผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรา112
24.พุฒิพงศ์ พงศ์เอนกกุล Phuttipong Ponganekgul นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
25.ทิวสน สีอุ่น /Tewson Seeoun/ นักศึกษาปริญญาโท, Post-graduate Student
26.ชัยธวัช ตุลาธน Chathawat Tulathon กองบรรณาธิการ สนพ. ฟ้าเดียวกัน
27.บารมี ชัยรัตน์ Baramee Chaiyarat /นักพัฒนาเอกชน
28.จีรนุช เปรมชัยพร Chiranuch Premchaiporn / นักกิจกรรม/สื่อมวลชน Media Activist/Journalist
29.ดวิด สเตรคฟัส David Streckfuss /นักวิชาการ ม.ขอนแก่น
30.นพ.กิติภูมิ จุฑาสมิต /แพทย์ชนบท
31.ประวิตร โรจนพฤกษ์ Pravit Rojanaphruk /นักข่่าว เดอะเนชั่น Journalist, The Nation
32.พฤกษ์ เถาถวิล / นักวิชาการ ม.อุบลราชธานี
33.สฤณี อาชวานันทกุล Sarinee Achavanuntakul /นักเขียน/นักวิชาการอิสระ
34.สมชาย ปรีชาศิลปกุล /นักวิชาการ ม.เชียงใหม่
35.เทวฤทธิ์ มณีฉาย Tewarit Maneechay /ประชาชน
36.ทวีพร คุ้มเมธา Thaweeporn Kummetha/นักข่าวCorrespondent
37.ยิ่งชีพ อัชชานนท์ Yingcheep Atchanont /นักพัฒนาเอกชน
38.พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ Pimsiri Petchnamrob อาชีพ คนทำงานองค์กรพัฒนาเอกชน NGO worker
39.เก่งกิจ กิติเรียงลาภ Kengkij Kitirianglarp อาชีพ: นักวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
40.จิตรา คชเดช Jittra Cotshadet /นักสหภาพแรงงาน
41.สุริยะ ครุฑพันธุ์ Suriya Garudabandhu / กองบรรณาธิการนิตยสาร Wallpaper* (Thai edition)
42.ดร.สันติภาพ คำสะอาด อาจารย์/นักเขียน/เจ้าของพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น
43.ลี ชาตะเมธีกุล ผู้กำกับภาพยนตร์
44.อโนชา สุวิชากรพงศ์ ผู้กำกับภาพยนตร์
45จอมพจน์ เกษมรุ่งชัยกิจ ผู้ประกอบการ
46.ชมวรรณ วีรวรวิทย์ Chomwan Weeraworawit /profession: media/writer/phd candidate (law)
47.นัชญ์ ณัยนันท์ Nach Naiyanan /อาชีพรับจ้างทั่วไป
48.พันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ Punsak Srithep/ประชาชน
49.ธีระพล คุ้มทรัพย์ Theeraphon Khoomsap /นักเคลื่อนไหวฝึกหัด
50.นายอานนท์ นำภา Anon Numpa / ทนายความ สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์
51.อนุสรณ์ อุณโณ Anusorn Unno/คณะสังคมวิทยาและมานุษวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ Faculty of Sociology and Anthropology, Thammasat University
52.พงษ์เลิศ พงษ์วนานต์ Ponglert Pongwanan/ประชาไท
53.เบญจรัตน์ แซ่ฉั่ว Bencharat Saechua/ อาจารย์ม.มหิดล
54.ณัฐ ศิริวิบูลย์ Nat Siriviboon / นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มร. / Content Editor
55.เกรียงศักดิ์ ธีระโกวิทขจร kriangsak teerakowitkajorn / อ.วิทยาลัยสหวิทยาการ มธ. ศูนย์ลำปาง
56.พรพิศ ผักไหม pornpit puckmai/นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน/กิจการเพื่อสังคม(อดีตทำงานNGO)
57.สมยศ พฤกษาเกษมสุข somyot pruksakasemsuk / บรรณาธิการบริหารนิตยสาร Red Power
58.อัญชลี มณีโรจน์ Unchalee Maneeroj /ประชาชน
59.นายวุฒิกร แสงรุ่งเรือง wuttikorn sangrungruang /ประชาชน
60.นาย ศราวุธ ดรุณวัติ Sarawut Darunwat /นักออกแบบอิสระะ/อาจารย์มหาวิทยาลัย
61.เกียรติศักดิ์ ประทานัง / พ่อบ้าน นักเขียน นักแปลอิสระ
62.พรเทพ สงวนถ้อย / อาชีพรับจ้างทั่วไป
63.ธนาวิ โชติประดิษฐ Thanavi Chotpradit / นักศึกษาปริญญาเอก , Department of History of Art and Screen Media, Birkbeck, University of London
64.สุธารี วรรณศิริ Sutharee Wannasiri / นักกิจกรรมสิทธิมนุษยชน
65.นายเอกรินทร์ ต่วนศิริ Ekkarin Tuansiri/นักวิจัยอิสระ
66.ปรมัษฐ์ ช่างสุพรรณ Paramat Changsupan / วิศวกร Civil Engineer
67.นายพรมมา ภูมิพันธ์ Promma Phumpan / ประธานกลุ่มสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมเบอร์ล่า (LUBG)/ฝ่ายประชาสัมพันธ์สหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอฯ (TWFT)
68.นางสาวเกศแก้ว มีศรี Kadkeaw Meesri / รองประธานสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอและผลิตภัณฑ์หนังแห่งประเทศไทย (TWFT)
69.นายประวร มาดี Praworn mardee / เลขาธิการสหภาพแรงงานไทยอคิริคไฟเบอร์/ฝ่ายจัดตั้งสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอฯ
70.นายโสภณ ชัยสันต์ Sopon Chaiyasan /ฝ่ายประชาสัมพันธ์สหภาพแรงงานฟูรูกาวาเม็ททัลไทยแลนด์
71.นายชยุต พันธุ์น้อย Chayut Pannoi / รองประธานสหภาพแรงงานฟูรูกาวาเม็ททัล ไทยแลนด์
72.นายชุมพล ภูมิพันธ์ Chumpol Phumpan / เลขานุการกลุ่มสหภาพแรงงานเบอร์ล่า/นายทะเบียนสหภาพแรงงานไทยอคิริคไฟเบอร์
73.นายสมหวัง โพธิ์ ทองคำ Somwhang Pothongkam / ฝ่ายคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการสหภาพแรงงานไทยอคิริคไฟเบอร์
74.นางสาวณัณปภัส แก้วทอง Nanpapas Keawthong / ประธานสหภาพแรงงานมอลลิเก้ เฮลแคร์
75.นายศิริชัย สิงห์ทิศ Sirichai Singthis / ผู้ประสานงานกลุ่มศึกษาสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอและผลิตภัณฑ์หนังแห่ง ประเทศไทย (TWFT)
76.นางวิภา มัจฉาชาติ (Vipa matchachat) กลุ่มคนงาน Try Arm
77.ศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกูล / อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน ประเทศสหรัฐอเมริกา
78.พิเชฐ ยิ่งเกียรติคุณ Pichate Yingkiattikun / นักศึกษาปริญญาโท เศรษศาสตร์การเมือง จุฬาฯ และผู้ช่วยประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต
79.อัญญกาญ จีระอัญการ Anyakan Jeeraanyakan / business owner, freelance designer & writer
80.วาทินี ชัยถิรสกุล Watinee Chaithirasakul / ประชาชน
81.เอกชัย ปิ่นแก้ว Ekachai Pinkaew/ นักสิทธิมนุษยชน นักเขียน และนักศึกษาปริญญาเอก/ Human Rights Defender, Writer, and Ph.D. Candidate
82.ทรงยศ แววหงษ์ Songyote Waeohongsa/ นักวิชาการ/ Academic
83.C.J. Hinke / ซี.เจ. ฮิงกิ, Freedom Against Censorship Thailand (FACT) กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย
84.แอนดรูว์ วอล์คเกอร์ Dr. Andrew Walker/Senior Fellow, College of Asia and the Pacific, The Australian National University
85.อภิรักษ์ วรรณสาธพ Apirux Wanasathop/วิศวกร
86.บุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์ Boonsong Chaisingkananont / อาจารย์มหาวิทยาลัย University Lecturer
87.ดร.ชาร์ล คายส์ Charles Keyes / ศาสตราจารย์ภาควิชามานุษวิทยา มหาวิทยาลัยวอชิงตัน Professor of Anthropology, University of Washington
88.ชาตรี สมนึก Chatri Somnug / นักศึกษาปริญญาโท คณะรัฐศาสตร์ มธ.
89.จิระยุทธ คงหิ้น Chirayuth Konghin / พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน Cabin Crew
90.โชคชัย วิทยาทอง Chokchai Vityathong / วิิศวกร
91.ชูวัส ฤกษฺศิริสุข Chuwat Rerksirisuk / บรรณาธิการประชาไท Prachatai Editor
92.เครก เจย์ เรย์โนลด์ Professor Craig J. Reynolds / นักวิชาการ academic
93.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล Daranee Charnchoengsilpakul / นักโทษคดี 112 political prisoner of Article 112
94.จอน อึ๊งภากรณ์ Jon Ungphakorn / นักพัฒนาสังคม Social Activist /อดีตสว. กทม.
95.จรรยา ยิ้มประเสริฐ Junya Yimprasert / กลุ่มปฏิบัติการประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในประเทศไทย Action for People's Democracy in Thailand
96.เควิน เฮวินสัน Kevin Hewison / Professor and Director, Carolina Asia Center, UNC-Chapel Hill
97.ไมเคิล โอ คอนเนอรส์ Michael K. Connors / School of Social Sciences, La Trobe University
98.ไมเคิล มอนเตซาโน Michael Montesano / Singapore
99.นฤมล ทับจุมพล Naruemon Thabchumpon / อาจารย์มหาวิทยาลัย University Lecturer
100.นวลน้อย ธรรมเสถียร Naulnoi Thammasathien / นักข่าวอิสระ Freelance journalist
101.ภาวิณี ชุมศรี Pawinee Chumsri / ทนายความ Lawyer
102.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี Pinkaew Laungaramsri / อาจารย์มหาวิทยาลัย University Lecturer
103.ปกป้อง เลาวัณย์ศิริ Pokpong Lawansiri / นักสิทธิมนุษยชน Human Rights Defender
104.ปราชญ์ ปัญจคุณาธร Prach Panchakunathorn / นักศึกษาวิชาปรัชญา รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์, มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด Student in PPE, University of Oxford
105.ประเวศ ประภานุกูล Prawais Prapanukul / ทนายความ Lawyer
106.พวงทอง ภวัครพันธุ์ Puangthong Pawakapan / นักวิชาการรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย Faculty of Political Science, Chulalongkorn University
107.ศราวุฒิ ประทุมราช Sarawut Pratoomraj / คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล International Commission of Jurists
108.ศุภวุฒิ ศรีมหาราชา Subhavuddhi Srimaharaja / Music Educator
109.ธรัญญา สัตตบุศย์ Tharanya Suttabusya / นักพากย์ critic
110.ธีรเรอิล์ล์ ฮาเบอร์คอรณ์ Tyrell Haberkorn / อาจารย์ประจำภาควิชาการเปลี่ยนแปลงสังคมและการเมือง, มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย Research Fellow, Political and Social Change, The Australian National University
111.ราเชล วี. แฮริสัน Dr Rachel V. Harrison / Reader in Thai Cultural Studies, SOAS, University of London
112.เยาวลักษ์ อนุพันธุ์ Yaowalak Anuphan / ทนายความ Lawyer
113.อ้อมขวัญ เวชยชัย Omkwan Wechayachai / นักวาดภาพประกอบหนังสือเด็ก Children's Book Illustrator
114.สุดา รังกุพันธุ์, Ph.D. (Linguistics) อาจารย์มหาวิทยาลัย
115.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ Pornpen Khongkachonkiet / นักสิทธิมนุษยชน
116.ปรียาลักษณ์ บุญมั่น Preeyaluck Boonman / Reporter สื่อมวลชนอิสระ
117.เบญจมาส วินิจจะกูล / สถาปนิก
118.นิธินันท์ ยอแสงรัตน์/ Nitinan Yorsaengrat/ นักข่าว/ Journalist
119.ดร.อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์
120.ยูฮานี เจ๊ะกา Yuhanee Jehka / นักกฎหมาย
121.สมสกุล ศรีเมธากุล Somsakul Srimethakul / ทนายความ
122.ศิริกาญจน์ เจริญศิริ Sirikan Charoensiri / นักกฎหมาย
123.สุรักษ์ สุขเสวี Surak Suksaewee / lyricist/writer
124.อรชพร นิมิตกุลพร Arachapon Nimitkulpon / นักสิทธิมนุษยชน Human Rights Activist
125.ศรายุธ ตั้งประเสริฐ sarayut tangprasert / ประชาชน
126.นีรนุช เนียมทรัพย์ neeranuch neamsab / ประชาชน
127.คำสิงห์ ศรีนอก / นักเขียน
128.วัฒน์ วรรลยางกูร / นักเขียน
129.อาจารย์เวียงรัฐ เนติโพธิ์ / นักวิชาการรัฐศาสตร์

(ดูรายละเอียดที่ http://www.facebook.com/notes/heaven-love/article-112-awareness-campaign/188902794482005)

*****
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-อภิชาตพงศ์ เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำหนังเมืองคานส์ฟ้องโลก:ประเทศไทยถูกปกครองโดยมาเฟียผู้กดขี่

-แดงนานาชาติผนึกกลุ่มอิสระแคมเปญยกเลิก112 ในงานชุมนุมใหญ่12มีนารำลึกวันเริ่มต้นลุกขึ้นสู้ครบปี

"เสื้อแดง" ชุมนุมแน่นเขาใหญ่ "ทักษิณ" ชี้คนต้านปชต. "คิดผิด" "วีระ" ยันใครล้มเลือกตั้งเจอกองทัพแดง

ที่มา มติชน















"ทักษิณ" ร้องเพลงกล่อมเสื้อแดง ชี้คนต้านปชต. "คิดสั้น คิดผิด"

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 26 มีนาคม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วิดีโอลิงก์มาหากลุ่มคนเสื้อแดงที่ไปร่วมงานคอนเสิร์ต "รุ่งอรุณแห่งความยุติธรรม" ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ร้องเพลงเชียงรายรำลึกและสั่งนางแบบไม่มีดนตรีประกอบ ให้คนเสื้อแดงได้ฟัง


หลังจากร้องเพลงจบแล้ว อดีตนายกฯ กล่าวกับคนเสื้อแดงว่า "พาผมกลับบ้านด้วยนะครับ พร้อมจะกลับไปรับใช้พี่น้องครับ" และว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกตอนนี้ แสดงให้เห็นว่าการกดดันประชาชนไม่ให้อยู่ในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ถือเป็นการคิดสั้นและคิดผิด นอกจากนี้ ขอให้คนเสื้อแดงจับตาดูการเลือกตั้งครั้งต่อไป เพราะถ้ามีการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม บ้านเมืองจะเลวร้ายลงอีกมากมาย

"วีระกานต์ มุสิกพงศ์" แจงเหตุหายหน้า ย้ำถ้ามีคนล้มเลือกตั้งต้องเจอเสื้อแดง

เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. วันที่ 26 มีนาคม นายวีระกานต์ (วีระ) มุสิกพงศ์ อดีตประธานนปช. ได้ขึ้นปราศรัยในงานคอนเสิร์ต "รุ่งอรุณแห่งความยุติธรรม" ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ โดยนายวีระกานต์ ได้กล่าวว่าเมื่อแกนนำนปช.ทุกคนถูกคุมขังหลังเหตุการณ์ 19 พฤษภาคม 2553 ทั้งหมดได้พยายามยื่นประกันตัวต่อศาล แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จากนั้น จึงมีการยื่นประกันตัวแยกกันเป็นรายบุคคล ซึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จในศาลชั้นต้นอีก กระทั่งตนตัดสินใจยื่นขอไต่สวนกับศาลอุทธรณ์ และศาลก็ได้ให้โอกาสไต่สวนเพื่อให้ตนได้แสดงถึงเหตุผลความจำเป็นที่ควรจะถูกปล่อยตัวออกมา


นายวีระกานต์กล่าวต่อว่า ในการไต่สวน ตนได้ร้องขอแก่ศาลให้ให้ประกันแก่ตนเอง และหากศาลมีเงื่อนไขอะไร ตนก็พร้อมจะยอมรับทั้งนั้น สุดท้าย ศาลจึงให้ประกันตัว แต่มีเงื่อนไขหลายอย่าง อาทิ ห้ามออกนอกกทม. ห้ามออกนอกราชอาณาจักร ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ยกเว้นกับเครือญาติ ห้ามแสดงความเห็นใดๆ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมผ่านสื่อ และ ให้ไปรายงานตัวต่อศาลทุก 15 วัน เป็นต้น เงื่อนไขดังกล่าวจึงส่งผลให้ตนต้องเงียบตามเงื่อนไขของศาลเป็นเวลา 7 เดือน และตนก็ไม่ได้รับเงินจากใครหรือเลิกร่วมต่อสู้กับคนเสื้อแดงแต่อย่างใด


อย่างไรก็ตาม เมื่อต่อมา แกนนำนปช.อีก 8 คน ได้รับการประกันตัว แกนนำกลุ่มหลังก็ได้รับเงื่อนไขที่แตกต่างจากตน เช่น นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่สามารถเข้าร่วมการชุมนุมได้ ดังนั้น ตนจึงยื่นเรื่องไปที่ศาล เพื่อขอลดเงื่อนไขการประกันตัวให้เท่ากับแกนนำที่ได้รับการปล่อยตัวรุ่นหลัง และตนก็ได้รับการลดเงื่อนไขดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ ต่อไป ตนจะสามารถขึ้นเวทีปราศรัย, ให้สัมภาษณ์สื่อ และจัดรายการให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเชีพอัพเดตได้แล้ว


นายวีระกานต์ยังได้กล่าวถึงกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ปัจจุบันกลุ่มคนเสื้อแดงถือเป็น "ขบวนการประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย" ที่มีเพื่อนมิตรทั่วโลก และเติบใหญ่ขึ้นมามากในระยะเวลา 5 ปี


โดยคนเสื้อแดงถือกำเนิดขึ้นเพราะความต้องการต่อต้านเผด็จการที่ทำการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ถือเป็นคนเสื้อแดงคนหนึ่ง ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการยึดอำนาจ เช่นเดียวกับคนไทยอีก 60 ล้าน ที่ถูกปล้นประชาธิปไตยไป ดังนั้น ถ้าคนเสื้่อแดงสู้จนชนะเมื่อใด พ.ต.ท.ทักษิณก็จะได้รับอานิสงส์ไปพร้อมกับคนไทย 60 ล้านคน ด้วยเหตุนี้ เป้าหมายของคนเสื้อแดง คือ การต่อสู้ให้ได้ประชาธิปไตย ไม่ใช่เพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เท่านั้น


อดีตประธานนปช. แสดงความเห็นว่าปัจจุบันขบวนการคนเสื้อแดงเติบโตขึ้นมากมายมหาศาล จนมีความคิดแปลกแยกกันไปบ้างตามสิทธิเสรีภาพของระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่ต่ำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จะต่อสู้โดยสันติ และสามารถทำให้ผู้มีอำนาจสั่นสะเทือนได้ แต่ที่คนเสื้อแดงยังไม่ชนะ เพราะแม้จะมีกันจำนวนมากจริง แต่ก็ยังไม่มากพอ ดังนั้น ขบวนการคนเสื้อแดงจึงต้องขยายเครือข่ายต่อไปอีกเรื่อยๆ เพื่อนำไปสู่ชัยชนะ


สุดท้าย นายวีระกานต์ยืนยันว่าแกนนำนปช.จะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับคนเสื้อแดง และยังต้องร่วมทางต่อสู้กันอีกยาวนาน แม้จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ก็ตาม โดยถ้ามีผู้ล้มการเลือกตั้งด้วยกลวิธีพลิกแพลงต่างๆ คนเหล่านั้นจะต้องปะทะกับกองทัพคนเสื้อแดง นอกจากนี้ ตนขอสนับสนุนให้นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ เป็นผู้นำคนเสื้อแดงในฐานะการต่อสู้ทางการเมืองภาคประชาชนต่อไปในทางคู่ขนานที่แยกจากกันไม่ได้ แต่ขณะเดียวกันก็รวมกันไม่ได้ กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งถือเป็นการเมืองในระบบรัฐสภา


ดังนั้น หลังการเลือกตั้งแล้ว คนเสื้อแดงก็ยังต้องคงอยู่ เพื่อคอยสอดส่องพฤติกรรมของการเมืองในระบบรัฐสภา ว่าจะสามารถนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์ได้หรือไม่

เสื้อแดงชุมนุมแน่นโบนันซ่าเขาใหญ่

ที่โบนันซ่าเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จากทั่วสารทิศเดินทางเข้ามาร่วมงานกิจกรรมที่ทางกลุ่มจัดขึ้น ชื่องาน แดงทั้งแผ่นดิน ครั้งที่ 2 "รุ่งอรุณแห่งความยุติธรรม" โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมาปักหลักจับจองสถานที่ตั้งเต๊นท์ที่พัก ตั้งแผงขายสินค้าของที่ระลึก และอาหาร น้ำดื่ม ตั้งแต่คืนวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ทางผู้จัดกิจกรรมได้ติดตั้งโครงเหล็กขนาดใหญ่ พร้อมจอโปรเจ็คเตอร์ จำนวน 10 จุด ทั่งบริเวณเต็มพื้นที่หลายร้อยไร่


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันเดียวกันเป็นไปอย่างคึกคัก นอกจากนี้ มีการจัดแรลลี่คาราวานรถยนต์-รถจักรยานยนต์ จากจังหวัดต่างๆ ติดธงแดง และป้ายเขียนข้อความโจมตีรัฐบาล ทำให้การจราจร ถนนธนะรัชต์ ทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ติดขัดด้วยยานพาหนะนานาชนิด จนถึง กม.ที่ 13 ซึ่งเป็นทางแยกเข้าโบนันซ่า รวมถึงเส้นทางเข้าเวทีจัดงาน กลุ่มผู้จัดต้องจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำบริการที่จอดรถไว้บริเวณด้านนอก แล้วให้ผู้ชุมนุมเดินเท้าเข้ามา ซึ่งมีบรรดาวินรถจักรยานยนต์รับจ้างใช้โอกาสจัดยานพาหนะรับส่ง คิดราคาคันละ 20 บาท รวมทั้งสถานที่พักรีสอร์ตทุกแห่งถูกจองเต็ม


ด้าน พ.ต.อ.วณัฐ อรรถกวิน รอง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา ได้สั่งระดมกำลังชุดควบคุมฝูงชนกว่า 500 นาย ร่วมกับ อปพร.หน่วยกู้ภัย นำรถพยาบาล รถดับเพลิง มาเตรียมไว้ ทางแยกจะมีการตั้งด่านตรวจอาวุธ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจนับยานพาหนะที่บรรทุกคนเสื้อแดง และตรวจนับผู้โดยสารทุกคัน ก่อนรายงานไปยังศูนย์วิทยุไชยณรงค์ เป็นเครือข่ายวิทยุสื่อสารของตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา


ส่วนบริเวณเวทีคอนเสิร์ต มีการจับจองพื้นที่ทั่วบริเวณและหนาแน่นจำนวนหลายพันคนและหนาแน่นกว่า 2 หมื่นคนในช่วงเย็น พร้อมกันนี้ยังมีการร้องรำทำเพลงเข้าจังหวะดนตรี ปรบมือเขย่าหัวใจตบตีนตบและโบกธงสัญลักษณ์อย่างสนุกสนาน


ด้านแกนนำต่างทยอยเดินทางมา มีนายวิภูแภลง พัฒนภูมิไทย นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายชินวัฒน์ หาบุญพาด รวมถึงพระจิตภิญโญ หรือ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ที่บวชอุทิศส่วนกุศลให้คนเสื้อแดงที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม ก็ได้เดินทางมาร่วมงานเช่นกัน จนช่วงหัวค่ำ นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธาน นปช. นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ นพ.ประแสง มงคลศิริ นายสมหวัง อักษราสี นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นายพายัพ ปั้นเกตุ รวมทั้งอดีต ส.ส. และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภา ซึ่งมีการประกาศให้ทราบตลอดว่า ในเวลา 21.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะวิดีโอลิงก์ มาร่วมร้องเพลงด้วย


นายวิภูแถลง แกนนำ นปช. เปิดเผยว่า การจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ต้องการสื่อความหมายทางจิตวิญญาณการต่อสู้ของคนเสื้อแดงผ่านไปยังกลุ่มอำมาตย์ให้ได้รับรู้ เชื่อว่าคนเสื้อแดงที่มาร่วมงานไม่น่าน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากแกนนำที่อยู่ในเรือนจำได้รับการประกันตัวและเงื่อนไขที่นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา ทำให้แรงกดดันทางการเมืองลดน้อยลง หลังเสร็จงานแกนนำ นปช.จะหารือถึงบุคคลที่จะเข้ารับการเลือกตั้งเบื้องต้น คือนายณัฐวุฒิ ที่คาดว่าน่าจะได้รับเลือกเป็น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ


"อยากให้พรรคเพื่อไทยเปิดตัว ส.ส.บัญชีรายชื่อให้ช้าที่สุด เพราะถ้าเปิดเร็วจะสร้างแรงกระเพื่อมในพรรค ถ้ามีการยึดอำนาจครั้งนี้อำมาตย์ต้องเหนื่อยแน่นอน เพราะ นปช.มีมติแล้วว่าจะออกมาสู้ขั้นแตกหัก วัดแพ้ชนะไปเลย ถ้าแพ้ก็ไปอยู่ในเรือนจำยาว แต่ถ้าชนะก็จะเหนื่อยแค่ครั้งเดียว" นายวิภูแถลงกล่าว

จับสัญญาณ ยื้อเกมเลือกตั้ง

ที่มา ข่าวสด


ถึงแม้นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และแกนนำรัฐบาลหลายคน ตลอดจนบรรดาแม่ทัพนายกอง

จะออกมายืนยันสนับสนุนการเลือกตั้งตามแนวทางระบอบประชา ธิปไตย ตามที่หลายคนคาดการณ์ ว่าจะมีขึ้นประมาณปลายเดือนมิ.ย. หรืออย่างช้าต้นเดือนก.ค.

ขณะที่พรรคการเมืองน้อยใหญ่ต่างก็ออกมาขานรับ ทั้งยังร่วมมือผลักดันร่างกฎหมายลูก 3 ฉบับ รองรับการเลือกตั้งและการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จนสามารถผ่านสภาวาระแรกไปอย่างรวดเร็ว

คือพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และการได้มาซึ่งส.ว. พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง

ทั้งยังคืบหน้าไปอีกขั้นกรณีมีราชกิจจานุเบกษาลงประกาศ กกต. เรื่องจำนวนส.ส.แบบแบ่งเขตเลือก ตั้ง และเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด จำนวน 375 เขต ภายหลังมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม 2554

แต่กับกระแสข่าวที่สวนออกมาไม่ว่าจะเป็นการปฏิวัติ หรือการกดดันให้ กกต.ทั้ง 5 คนลาออกหลังการยุบสภา เพื่อให้เกิดสุญญากาศทาง การเมือง นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ นำ 'คนนอก' เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ

นอกจากคนกลุ่มหนึ่งที่เรียกร้องวิธีการ 'นอกระบบ' ดังกล่าว

การที่ นางสดศรี สัตยธรรม ถอดใจประกาศพร้อมลาออกจาก กกต. หากได้รับการคัดเลือกเป็นคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ถึงจะมีการยืนยันว่า กกต.ที่เหลืออีก 4 คนยังปฏิบัติหน้าที่ได้ และไม่มีผลกระทบต่อปฏิทินการเลือกตั้ง

แต่ก็เป็นจุดทำให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยเริ่มเกิดความไขว้เขว เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าจะมีการเลือกตั้งตามกำหนดเดือนมิ.ย.นี้ได้จริงหรือไม่



นอกจากนี้หลายคนยังวิเคราะห์สัญญาณแปลกๆ ที่บ่งชี้ว่าอาจจะไม่มีการเลือกตั้ง

ส่วนหนึ่งยังมาจากการประเมินผลเลือกตั้งของโพลหลายหน่วยงานที่ทำขึ้นทั้งในทางลับและเปิดเผย ชี้ตรงกันว่าพรรคประชาธิปัตย์อาจเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับพรรคเพื่อไทย

ส่งผลให้เครือข่ายทักษิณกลับมาผงาดบนเวทีการเมืองไทยอีกรอบ

ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่กลุ่มผู้ถืออำนาจตัวจริงขณะนี้ทำใจยอมรับได้ลำบาก ตรงนี้เองจึงเป็นบ่อเกิดของกระแสข่าวการปฏิวัติ

อย่างไรก็ตามทหารยุคนี้เพิ่งจะผ่านบทเรียน 19 กันยาฯ 2549 รวมถึงเหตุการณ์เม.ย.-พ.ค.53 ที่ทำให้ภาพพจน์กองทัพไม่ค่อย ดีนักในสายตาประชาชน

จึงเป็นเรื่องถูกต้องที่ทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. จะให้สัมภาษณ์ยืนกรานว่า กองทัพพร้อมสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

ไม่มีการทำปฏิวัติเด็ดขาด

กระนั้นคำยืนยันของพล.อ.ประยุทธ์ดูเหมือนไม่เพียงพอให้พรรคเพื่อไทยคลายความระแวง

จากล่าสุดที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยออกมาปูดข่าวดักคอกองทัพ ตั้งหน่วยเฉพาะกิจกอ.รมน.ไว้คอย 'บล็อก' แกนนำคนเสื้อแดง และผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทยในสนามเลือกตั้ง

แต่ถ้าไม่สำเร็จก็ยังมีการเสนออ๊อปชั่นพิเศษจาก 'มือที่มองไม่เห็น' ว่า

ถ้าพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งมาเป็นที่ 1 แต่ได้จำนวนส.ส.ไม่ถึงกึ่งหนึ่งคือ 250 เสียง ก็ให้นับจำนวนส.ส.ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคร่วมรัฐบาลในขณะนี้

หากเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลรวมกันแล้วมากกว่า ก็จะยกตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ก็จะไปเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแทน

ข้อเสนอนี้เป็นการจูงใจพรรคร่วมรัฐบาล จึงมีพรรคการเมืองขนาดเล็กจูงมือไปพบปะกัน และประกาศร่วมมือกันในการเลือกตั้ง

"จึงอยากเรียกร้องให้ผบ.ทบ. ประกาศให้ชัดเจนว่าจะไม่ลาก คอพรรคการเมืองไปตั้งรัฐบาล ในค่ายทหาร หรือไม่ก็ปล้นส.ส. พรรคเพื่อไทยออกไปหลังการเลือกตั้ง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว"



หน่วยเฉพาะกิจที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นำออกมาแฉ ถ้าเป็นจริงประเด็นก็ไม่ต่างจากแผนบันได 4 ขั้นในยุคคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือคมช. ก่อนการเลือกตั้งเมื่อเดือนธ.ค.50

และถ้าเป็นเช่นนั้นผลลัพธ์ก็คง ไม่ต่างกัน คือถึงพรรคประชาธิปัตย์จะได้เป็นรัฐบาลไม่ว่าจะในฐานะพรรคแกนนำหรือพรรคร่วมก็ตาม แต่ปัญหาความขัดแย้งก็จะวนกลับมาที่เดิม เพราะพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงคงไม่ยอมแน่

อย่างไรก็ตามท่ามกลางกระแส วิพากษ์วิจารณ์ว่า การเลือกตั้งไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น การเมืองส่อเค้าถึงทางตันอีกรอบ

'พรรคประชาสันติ' ก็เลือกจังหวะเปิดตัวออกมาได้พอดิบพอดีในฐานะพรรคทางเลือกใหม่

ฮือฮาตรงที่มีการวางตัว ร.ต.อ. ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นหัวหน้าพรรค นายพันธ์เลิศ ใบหยก เป็น ท่อน้ำเลี้ยง เป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่คะแนนเสียงคนกรุง

แต่ขณะเดียวกันผู้อยู่เบื้องหลังสนับสนุนพรรคยังมีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงไปถึงระดับบิ๊กในกองทัพ และพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับประชาธิปัตย์

ตามข่าวที่ออกมาถึงจะดูซับซ้อนแต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นไปไม่ได้ และแน่นอนว่าการคืนสังเวียนการเมืองของ 'ปุระชัย' ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาสันติ

ย่อมก่อให้เกิดแรงสะเทือนต่อพรรคประชาธิปัตย์มากกว่าพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะในสนามเลือกตั้งกทม. ซึ่งจะส่งผลต่อจำนวนส.ส.โดยรวมทั้งประเทศ

ในสถานการณ์ประชาธิปัตย์ตกอยู่ในภาวะ 'ถดถอย' อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันอำนาจการยุบสภายังอยู่ในมือของ นายกฯ อภิสิทธิ์ เต็มๆ

ด้วยเหตุนี้เอง อย่าว่าแต่ประชาชนทั่วไป ขนาดนักการเมือง รุ่นเก๋า และเป็นถึงประธานสภาอย่าง นายชัย ชิดชอบ ยังไม่ปักใจเชื่อเต็มร้อย ว่าจะมีการยุบสภาต้นเดือนพ.ค.ตามที่นายกฯอภิสิทธิ์ประกาศไว้

ตราบใดที่ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาโปรดเกล้าฯ ลงมา ทุกอย่างยังมีโอกาสพลิกผันได้ตลอด

"คนเสื้อแดง" ร่วมคอนเสิร์ต "รุ่งอรุณแห่งความยุติธรรม" แน่นโบนันซ่า เขาใหญ่

ที่มา มติชน


"คนเสื้อแดง" ชุมนุมพร้อมเพรียงที่โบนันซ่าเขาใหญ่จำนวนหนาแน่น

ที่โบนันซ่าเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จากทั่วสารทิศเดินทางเข้ามาร่วมงานกิจกรรมที่ทางกลุ่มจัดขึ้น ชื่องาน แดงทั้งแผ่นดิน ครั้งที่ 2 "รุ่งอรุณแห่งความยุติธรรม" โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมาปักหลักจับจองสถานที่ตั้งเต๊นท์ที่พัก ตั้งแผงขายสินค้าของที่ระลึก และอาหาร น้ำดื่ม ตั้งแต่คืนวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ทางผู้จัดกิจกรรมได้ติดตั้งโครงเหล็กขนาดใหญ่ พร้อมจอโปรเจ็คเตอร์ จำนวน 10 จุด ทั่งบริเวณเต็มพื้นที่หลายร้อยไร่


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันเดียวกันเป็นไปอย่างคึกคัก นอกจากนี้ มีการจัดแรลลี่คาราวานรถยนต์-รถจักรยานยนต์ จากจังหวัดต่างๆ ติดธงแดง และป้ายเขียนข้อความโจมตีรัฐบาล ทำให้การจราจร ถนนธนะรัชต์ ทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ติดขัดด้วยยานพาหนะนานาชนิด จนถึง กม.ที่ 13 ซึ่งเป็นทางแยกเข้าโบนันซ่า รวมถึงเส้นทางเข้าเวทีจัดงาน กลุ่มผู้จัดต้องจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำบริการที่จอดรถไว้บริเวณด้านนอก แล้วให้ผู้ชุมนุมเดินเท้าเข้ามา ซึ่งมีบรรดาวินรถจักรยานยนต์รับจ้างใช้โอกาสจัดยานพาหนะรับส่ง คิดราคาคันละ 20 บาท รวมทั้งสถานที่พักรีสอร์ตทุกแห่งถูกจองเต็ม

ถึงแดงยุโรป โดย กาหลิบ

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

เรียบเรียงโดย Nangfa



คอลัมน์ เมืองไทยหรือเองใคร?

เรื่อง ถึงแดงยุโรป

โดย กาหลิบ

มีข่าวว่าอดีตนายกรัฐมนตรี ดร.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางไปธุระที่ยุโรปเมื่อไม่นานนี้
ภารกิจของท่านจะเป็นอะไรอย่างไรไม่ปรากฏ
แต่ได้เกิดความเคลื่อนไหวตามมาในรูปของพี่น้องมวลชนในยุโรป
ซึ่งเป็นผลกระทบที่ไม่น่าสบายใจนัก ในแนวทางเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในกรอบใหญ่

ขนาดท่านยังไม่คล้อยหลัง
ก็เกิดแบ่งแยกแนวทางออกเป็น นปช.แดงทั้งแผ่นดินและแดงสยามกันขึ้นมา
ต่างฝ่ายต่างก็มีโต้โผของตัวเอง และถกเถียงลึกลงไปถึงขั้นว่า
เอาทักษิณหรือไม่เอาทักษิณไปโน่น

เรื่องนี้จึงควรค่าที่จะนำมาพูดกันตรงนี้ เพื่อการระงับเหตุที่ไม่ควรเกิดในขบวน

เข้าใจว่า “นโยบายต้อนเข้าคอก” จะถูกรับปฏิบัติกันมาก
ทั้งภายในประเทศไทยและในโลกโดยรวม
ใครที่รับงานมาก็โอ้โลมปฏิโลมให้ “แกนนำ” และ “ผู้นำ”
ซึ่งเป็นตัวละครอันหลากหลายของฝ่ายประชาธิปไตยได้กลับเข้าสู่
“ระบบเลือกตั้ง/ระบบพรรค”
หรือไม่ก็กลับสู่เวทีประท้วงของคนเสื้อแดงที่เรียกกันว่า นปช.แดงทั้งแผ่นดิน

ใครที่ไม่ยอมเข้าก็จะถูกตราหน้าว่าเป็นพวกนอกคอกไป
พวกนอกคอกนี้ก็จะถูกกล่าวร้ายต่างๆ นานาเพื่อทำลายเกียรติภูมิและความน่าเชื่อถือ
เสมือนลงโทษทางการเมืองเลยว่าถ้าไม่ใช่พรรคพวกของข้าเอ็งก็คือศัตรู

เหมือนเมื่อเร็วๆ นี้ก็ปล่อยข่าวกันว่า
ผู้ที่มีแนวคิดแดงสยามคนหนึ่งไปขอเงินคุณทักษิณฯ ๑๐๐ ล้านบาท
แต่ถูกปฏิเสธ จึงโกรธเคืองและหันไปสนับสนุนแนวทางแดงสยามเพื่อต่อต้าน นปช.ฯ
ที่คุณทักษิณฯ โอบอุ้มอุปถัมภ์ ซึ่งเป็นเรื่องบิดเบือนทั้งจำนวนและวัตถุประสงค์
ยังไม่ต้องพูดถึงการนำข่าวมาเปิดเผยในที่สาธารณะ
ทั้งที่เจ้าตัวกับคุณทักษิณฯ พูดกันแบบสองต่อสอง โดยไม่มีมนุษย์หน้าไหนอยู่ด้วยเลย

เหล่านี้เป็นตัวอย่างของความหน้ามืดทางการเมืองถึงขั้นคิดทำลายกัน

แต่ถึงเรื่องที่น่ารังเกียจพรรค์นี้จะทำให้ความเชื่อถือไว้วางใจกันลดลง
แต่ก็ไม่ควรให้ลุกลามจนกลายเป็นศัตรูคู่แข่ง
หรือถึงขั้นคิดแยกขบวนการ
ฝ่ายประชาธิปไตยจะต้องหนักแน่นและเป็นผู้ใหญ่
โดยเอาประโยชน์ของมวลชนขึ้นก่อนประโยชน์ตน

ภาคพื้นยุโรป
ก็เป็นที่สถิตอันสำคัญของขบวนการประชาธิปไตยในขั้นสากลเช่นกัน
เราจึงควรทำความเข้าใจกันในระดับปรัชญาและหลักการในการทำงาน

นปช.แดงทั้งแผ่นดินในวันนี้ชูยุทธศาสตร์
เพื่อความปรองดองและต้องการจะเลือกตั้ง
ถึงขนาดรักษาการประธานฯ คือคุณธิดาฯ ออกมาพูดว่า
ในขบวนเสื้อแดงทั้งหมดมีคนที่คิด “ล้มเจ้า” เพียง ๑ เปอร์เซ็นต์
คุณวิสา คัญทัพ ก็พูดเมื่อไม่นานนี้ว่า
แดงที่แท้จริงคือคนที่มาร่วมชุมนุมกับ นปช.ฯ
ส่วนพวกที่อยู่ในโลกไซเบอร์
หรือโลกคอมพิวเตอร์ทั้งหลายเป็นของไม่จริง
หรือเป็นพวก “จอมปลอม”

แดงสยามต้องการการปฏิวัติประชาธิปไตย
ที่ต้องแสดงออกโดยการลดอำนาจของสถาบันในรัฐไทยทุกๆ สถาบัน
ให้ต่ำกว่าหรือเท่าเทียมกับอำนาจของประชาชน

รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องชูหลักการเช่นนั้น
กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญต้องเพิ่มอำนาจประชาชน
และลดอำนาจของศักดินา-อำมาตย์เช่นนั้น
และกลไกปกป้องระบอบประชาธิปไตย
มิให้ฝ่ายตรงข้ามทำลายล้างได้ก็ต้องถูกสร้างขึ้น

อ่านสรุปย่อสองย่อหน้านี้แล้ว
สาธุชนจะรู้ทีเดียวว่าแนว นปช.ฯ กับแนวแดงสยามเป็นการต่อสู้คู่กันไปได้
เพียงต้องยอมรับว่าเป็นคนละขั้นตอน เริ่มกันที่แนว นปช.ฯ เสียก่อน
แล้วจากนั้นภาวะวิสัยจะยกขึ้นไปสู่ระดับที่สูงขึ้นไปเอง
โดยไม่ต้องบีบคั้นเหมือนยาสีฟันที่ใกล้หมดหลอด

พี่น้องมวลชนในภาคพื้นยุโรปและอื่นใดก็ตาม
กรุณาทราบเถอะครับว่า
ท่านไม่ต้องเลือก
ท่านนำเอาแนวความคิดทั้งหมดไปพิจารณาใคร่ครวญให้แยบคาย
แล้วเลือกสนับสนุนแต่ละแนวทางในเวลาที่เหมาะสมเท่านั้นเอง


อัตตาของบุคคลเป็นเรื่องที่หักห้ามกันยาก
มีผู้ที่อยากเป็นหัวหน้า ผู้นำ และโต้โผอยู่มาก
ซึ่งบางท่านก็ทำด้วยความคิดเสียสละและอุทิศตน
ขอให้ท่านที่มีโอกาสเหล่านี้
ช่วยลดความสับสนในใจของผู้สนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตย
อย่าให้เขาเจ็บหัวใจ และอย่าให้เขาต้องทดท้อหมดกำลังใจ

ข่าวลือต่างๆ มีอยู่มากเสมอ ก็ต้องสดับตรับฟัง
ถามโดยตรงได้ก็ควรถาม
เพื่อมิให้เรากลายเป็นเหยื่อของขบวนการทำลายใครให้บาปกรรมไปเปล่าๆ

เราเอาตาสองข้างของเรามองไปข้างหน้า ดีกว่าเอามาใช้มองด้านข้างอย่างหวาดระแวง

ศัตรูตัวจริงมีอยู่ครับ จะมาแบ่งแดงแท้แดงเทียมให้พวกเขาหัวเราะเยาะเราทำไม.


http://democracy100percent.blogspot.com/2011/03/blog-post_26.html

Re:

โดย ลูกชาวนาไทย




หากพยายามพููดกันตั้งแต่ต้น และไม่สร้างกระแสการโจมตีกันอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ก็จะไม่เกิดรอยอแยกขนาดนี้ เพราะเมื่อเราโจมตีเขา เขาก็ย่อมตอบโต้กลับ และสุดท้ายก็ต้องถล่มกันเองเหมือนที่เห็น แล้วความกินแหนงแคลงใจมันย่อมเิกิด

เราชกเขา เขาก็ต้องชกกลับ มันเป็นกฎธรรมชาติ

อยากให้ตระหนักอย่างนี้เอาไว้ ว่าหากเราเริ่มชกเราจะโดนสวนกลับอย่างแน่นอน

แต่อย่างว่าขบวนการประชาธิปไตยที่มีความหลากหลาย ย่อมมีการโต้แย้งกันตามความคิดความเชื่อของแต่ละบุคคล เมื่อมีความคิดและความเชื่อทีแตกต่างออกไปจะให้เก็บเอาไว้ในใจคงยาก ก็ต้องเสนอประเด็นและโต้แย้งออกมา

แต่เมื่อเป็นขบวนการประชาธิปไตย ถกกันอย่างรุนแรงแล้ว ท้ายที่สุดจะต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่ หากไม่ยอมรับเสียงส่วนใหญ่ ก็ป่วยการที่จะไปต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เพราะนั่นคือการทำลายรากฐานของคำว่าประชาธิปไตยเลยทีเดียว

ผมเชื่อว่าความแตกแยกทางความคิดจะมีอยู่ระยะหนึ่งแต่คงไม่นาน ฝ่ายที่มีคนสนับสนุนน้อยกว่าในที่สุดก็คงกลับมาร่วมการต่อสู้กับคนส่วนใหญ่ เพราะการต่อสู้ด้วยคนจำนวนน้อยอย่างไรก็คงไปไม่ได้ไกล หรือหากจะให้พวกเขา ถอนตัวางเฉย มันก็ผิดวิสัยของพวกที่ active อย่างมาก สุดท้ายแล้วก็คงกลับมาร่วมกับ นปช. อีกในที่สุด

Long live the people !, long live democracy !

รอยเตอร์และนักข่าวไร้พรมแดนประนามรัฐบาลไทยกรณีการสอบสวนคดีนักข่าวญี่ปุ่น

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

Read more from สิทธิมนุษยชน



นายฮิโร มูราโมโต นักข่าวช่างภาพรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น วัย 43 ปี
ถูกส่งไปทำข่าวคนเสื้อแดงในกรุงเทพมหานครปี 2553
ซึ่งเป็นเหตุการณ์ดังกล่าวจบลงด้วย
เหตุการณ์นองเลือดสังหารหมู่
http://robertamsterdam.com/thai/?p=174

โดยการใช้กำลังของรัฐบาล
ไม่นานก่อนเวลา 9:00 นาฬิกา ของวันที่ 10 เมษายน 2553
วันแรกของการสังหารหมู่ผู้ชุมนุม
นายมูราโมโตถ่ายภาพวิดีโออยู่ฝั่งทหารบนถนนดินก่อน
ที่จะย้ายไปฝั่งคนเสื้อแดงเพื่อจะบันทึกภาพการปะทะ
นายมูราโมโตถูกยิง
http://www.cpj.org/reports/2010/07/in-thailand-unrest-journalists-under-fire.php

ด้วยกระสุนปืน
ซึ่งคาดว่าเป็นของพลซุ่มยิงเข้าที่รักแร้ซ้ายทะลุผ่านหลัง
เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที
แต่เสียชีวิตเนื่องจากเสียเลือดเป็นจำนวนมากจากบาดแผลกระสุนปืน
ต้นฉบับรายงานการสอบสวนการเสียชีวิตของรอยเตอร์ระบุว่า
คำร้องที่ยื่นต่อศาลอาญาระหว่างประเทศ
http://robertamsterdam.com/thai/?p=683

เพื่อขอให้เริ่มการไต่สวนเหตุการณ์ดังกล่าว จะพบว่า
มีมูลเหตุที่สำคัญทำให้เชื่อว่า
เจ้าหน้าที่รัฐไทยอาจจะมีส่วนรับผิดชอบต่อการสังหารนี้

หลายคนวิจารณ์
http://robertamsterdam.com/thailand/?p=619
และชี้ว่า
ผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่รัฐไทย
เป็นการเย้ยหยันที่เลวร้ายต่อกระบวนการยุติธรรม
http://robertamsterdam.com/thailand/?p=610

ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลวในการทำการสอบสวนอย่างรวดเร็ว
การนำเสนอข้อมูลเท็จ เจตนาทำให้การสอบสวนล่าช้า
และจงใจสร้างกระบวนการเพื่อการันตีว่า
จะไม่ต้องมีผู้ใดรับผิดต่อ
การเสียชีวิตของนายมูราโมโต
http://asiancorrespondent.com/49440/more-criticism-over-dsis-probe-of-killed-japanese-cameraman/
ต้นเดือนมีนาคม
กรมสอบสวนคดีพิเศษไทยประกาศโดยไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติมว่า
พวกเขาเปลี่ยนข้อสรุปในผลการสอบสวนก่อนหน้านี้
เรื่องการเสียชีวิตของนายมูราโมโต โดยระบุว่า
กระสุนที่สังหารมูราโมโตอาจมาจากฝั่งทหาร
แต่หลังจากนั้น เมื่อวานนี้ อธิบดีดีเอสไอ นายธาริจ เพ็งดิษฐ์ ประกาศข้อสรุป
ที่ไม่เป็นระเบียบและหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่า “เราจะเป็นต้องสรุปในตอนนี้ว่า
กองกำลังของรัฐบาลไม่ได้สังหารนายมูราโมโต
จนกว่ามีหลักฐานใหม่ที่แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น”

มีบทเรียนสำคัญสองประการจากท่าทีที่ไม่น่าเชื่อถือของดีเอสในคดีมูราโมโต
ประการแรก หากพิจารณาถึงน้ำหนักความสำคัญทางการทูตที่รัฐบาลญี่ปุ่น
ต้องแบกรับในกรณีที่พลเมืองของตนถูกสังหาร
และการที่ญี่ปุ่นลงทุนทางธุรกิจอย่างมหาศาลในประเทศไทยแล้ว
คนทั่วไปอาจทึกทักว่าคดีนี้น่าจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษและถูกพิจารณาอย่างเร่งด่วน
แต่ตรงกันข้าม เจ้าหน้าที่รัฐไทยกลับพยายามปัดความรับผิดชอบและล้มเหลว
ที่จะปฏิบัติหน้าที่ในการสอบสวน แล้วอย่างนี้
เราคิดว่ารัฐบาลไทยจะสอบสวนคดีการเสียชีวิตของคนเสื้อแดงธรรมดาคนอื่นอย่างไร?

ประการที่สอง การกระทำของดีเอสไอที่ชี้นำการสอบสวนแสดงให้เห็นชัดเจนว่า
เหยื่อจากการกระทำรุนแรงอันน่าสยดสยองไม่สามารถคาดหวังได้
ตามสมควรต่อกระบวนการตุลาการภายใต้การบริหารงาน
ที่ไม่ความเป็นประชาธิปไตยของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีมาร์ค อภิสิทธิ์
ที่จะสอบสวนอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเป็นธรรมและเป็นอิสระ
ความจำเป็นที่องค์กรตุลาการระหว่างประเทศจะเข้ามาทำการสอบสวนเรื่องดังกล่าว
จึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถโต้แย้งได้ในจุดนี้

สื่อญี่ปุ่นอ้างคำกล่าวของนายสตีเฟน เจ แอดเลอร์ บรรณาธิการใหญ่ของสำนักข่าวรอยเตอร์
ที่ตอบโต้คำแถลงการณ์ที่ขี้ขลาดของนายธาริต
ด้วยท่าทีที่ไม่เชื่อ รังเกลียด และเจ็บแค้นต่อคำแถลงดังกล่าวว่า
“เมื่อไม่มีข้อสรุปการสอบสวน จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนมากกว่าเดิม
ที่จะต้องมีความโปร่งใสในกระบวนการสอบสวนนี้
ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคน
ทำการสอบสวนอย่างละเอียด เป็นธรรม และพิถีพิถัน” เขากล่าวเพิ่มว่า
“ครอบครัวของนายมูราโมโตและเพื่อนร่วมงานที่รอยเตอร์มีสิทธิ์
ที่จะรู้ว่าโศกนาถกรรมนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร และใครอยู่เบื้องหลัง”


นอกจากนี้ กลุ่มพิทักษ์เสรีภาพสื่อ
นักข่าวไร้พรมแดนยังเรียกคำแถลงการณ์ครั้งล่าสุดว่า
“ไม่น่าพอใจเป็นอย่างมาก”
http://en.rsf.org/thailand-erratic-investigation-yields-25-03-2011,39873.html


นักข่าวไร้พรมแดนระบุว่ากรณีการสอบสวนของทางการเกี่ยวกับการเสียชีวิต
ของนักข่าวช่างภาพฮิโร มูราโมโตรที่เกิดขึ้น
ในระหว่างการปะทะระหว่างรัฐบาลและกลุ่มต่อต้านรัฐบาล “คนเสื้อแดง”
ในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ว่า
“ไม่น่าพอใจเป็นอย่างมาก”

หนึ่งปีหลังจากเหตุการณ์ ข้อสรุปเบื้องต้นที่ระบุว่า
หน่วยงานความมั่นคงไม่ได้ยิงลูกกระสุนที่สังหารนายมูราโมโต นักข่าวรอยเตอร์
แสดงให้เห็นถึงความไม่เต็มใจที่จะสอบสวนเหตุการณ์การเสียชีวิตและระบุ
ตัวบุคคลที่ต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของมูราโมโต นักข่าวไร้พรมแดนกล่าว

มีการพลิกผลการสอบสวนหลายครั้ง ครั้งแรกมีการสรุปว่า
ทหารอาจเป็นผู้ยิงกระสุนดังกล่าว แต่ในปลายเดือนกุมภาพันธ์
กรมสอบสวนคดีพิเศษระบุว่าข้อสันนิษฐานดังกล่าวได้ถูกกันออกไป

คำแถลงการณ์ของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายธาริต เพ็งดิษฐ์เมื่อวานนี้ ที่ระบุว่า
“เราจะเป็นต้องสรุปในตอนนี้ว่ากองกำลังของรัฐบาลไม่ได้สังหารนายมูราโมโต
จนกว่ามีหลักฐานใหม่ที่แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น” นั้นห่างไกลจากข้อสรุป
เป็นเพียงคำสัญญาที่จะรับพิจารณาหลักฐานใหม่เท่านั้น นอกจากนี้
การเดินหน้าค้นหาฆาตกรที่สังหารมูราโมโตนั้นยังห่างไกลจากความเป็นจริง

นักข่าวไร้พรมแดนเห็นว่า เจ้าหน้าที่รัฐพยายามยับยั้งการสอบสวนอย่างช้าๆ
และทำให้การสอบสวนดูซับซ้อน แม้ว่าก่อนหน้านี้
รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศจะยืนยันว่า
คณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาสอบสวนเหตุการณ์ความรุนแรงมีความเป็นอิสระก็ตาม

“ไม่ว่าผลการสอบสวนจะออกมาเป็นเช่นไร รัฐบาลจะยังคงต้องรับผิดชอบต่อผลดังกล่าว”
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ
นายธานี ทองภักดีบอกนักข่าวไร้พรมแดนในเดือนมิถุนายน 2010
(ดูรายงาน “ประเทศไทย: ใบอนุญาตสังหาร”
:
http://en.rsf.org/thailand-report-o… <
http://en.rsf.org/thailand-report-on-violence-against-media-08-07-2010,37905.html
> ).

เหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างกองทัพและฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเริ่มขึ้น
ในเดือนมีนาคม ปี2553 “คนเสื้อแดง” กลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ที่ถูกยึดอำนาจโดยการทำรัฐประหารในเดือนกันยายนปี 2549
หลายพันคนบุกยึดกรุงเทพมหานครและเรียกร้อง
ให้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะลาออกและจัดการเลือกตั้งใหม่


นักข่างไร้พรมแดนสรุปในรายงานพฤติกรรมายละเมิดพันธกรณี
ที่จะปกป้องนักข่าวในพื้นที่สงคราม ตามของกองทัพ
และคนเสื้อแดงกลุ่มหัวรุนแรงว่า ทั้งสองฝ่คำประกาศแมดเดยิน ของยูเนสโก

นายฟาบิโอ โปแลงกี นักข่าวช่างภาพชาวอิตาลีเป็นนักข่าวอีกราย
ที่ถูกสังหาร ระหว่างเหตุการณ์ปะทะในวันที่ 19พฤษภาคม 2553
และไม่มีการระบุแน่ชัดถึงสาเหตุการเสียชีวิตของเขาเช่นกัน
รวมกันแล้วมีประชาชนราว 90 รายเสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะ
ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ปี 2553



http://robertamsterdam.com/thai/?p=751

CNN iReport - Court orders PAD leaders to pay US$17 million for airport seizure

ที่มา thaifreenews

โดย Palrak





http://ireport.cnn.com/docs/DOC-580266

BANGKOK, March 25 -- Thailand's Civil Court on Friday ordered 13 leaders of the People's Alliance for Democracy (PAD), known as the 'Yellow Shirts,' to pay Bt522 million (US$17.4 million) in damages to the Airports of Thailand (AoT) to compensate the agency for their seizure of Suvarnabhumi and Don Mueang airports in 2008.

The AOT filed a lawsuit against the key PAD leaders on Nov 24, 2009.

The court ruled that the Yellow Shirt demonstration was not carried out peacefully, breached the Constitution and violated moral standards with the intention to force suspension of air services at the two international airports.

The seizure also caused unrest in the country and tarnished the country's image, resulting in both physical and commercial damage to the AoT.

The PAD action also violated rights of other people, the court said, ordering the 13 defendants to pay Bt522 million in compensation to AoT, plus 7.5 per cent annual interest.

The court also ordered them to pay 80,000 baht in legal fees for the AoT.

Only the lawyers of both sides represented at the court were present to hear the ruling which could be appealed.

The Yellow Shirt protesters staged marathon mass protests in 2008 that led to the blockade of Bangkok's two main airports--Suvarnabhumi and Don Mueang--in an attempt to topple the Somchai Wongsawat government which they accused of being a proxy of ousted premier Thaksin Shinawatra.

The week-long PAD airport seizure, from Nov 24 to Dec 3, 2008, left more than 300,000 passengers stranded. The blockade was lifted after the Constitution Court disbanded three parties, including the ruling People Power Party, and disqualified the party head and its executives, automatically removing Mr Somchai from his post as prime minister.

The movement's key leaders including Sondhi Limthongkul, retired Maj-Gen Chamlong Srimuang, Phiphob Thongchai, Somsak Kosaisuuk, Somkiat Pongpaibul, Chaiwat Sinsuwong and Suriyasai Katasila. They have been facing severe charges of terrorism as they spearheaded the Yellow Shirt protesters seizure of the airports.

"วีระ" ขึ้นเวทีเขาใหญ่แจงเหตุหายไป 7 เดือน ย้ำใครคิดล้มเลือกตั้งต้องปะทะ "กองทัพเสื้อแดง"

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



ธิดา ถาวรเศรษฐ์ และ วีระกานต์ มุสิกพงศ์

เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. วันที่ 26 มีนาคม นายวีระกานต์ (วีระ) มุสิกพงศ์
อดีตประธานนปช. ได้ขึ้นปราศรัยในงานคอนเสิร์ต "รุ่งอรุณแห่งความยุติธรรม"
ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ โดยนายวีระกานต์ ได้กล่าวว่า
เมื่อแกนนำนปช.ทุกคนถูกคุมขังหลังเหตุการณ์ 19 พฤษภาคม 2553 ทั้งหมด
ได้พยายามยื่นประกันตัวต่อศาล แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จากนั้น
จึงมีการยื่นประกันตัวแยกกันเป็นรายบุคคล
ซึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จในศาลชั้นต้นอีก
กระทั่งตนตัดสินใจยื่นขอไต่สวนกับศาลอุทธรณ์ และศาล
ก็ได้ให้โอกาสไต่สวนเพื่อให้ตนได้แสดงถึงเหตุผลความจำเป็นที่ควรจะถูกปล่อยตัวออกมา


นายวีระกานต์กล่าวต่อว่า ในการไต่สวน ตนได้ร้องขอแก่ศาลให้ให้ประกันแก่ตนเอง
และหากศาลมีเงื่อนไขอะไร ตนก็พร้อมจะยอมรับทั้งนั้น
สุดท้าย ศาลจึงให้ประกันตัว แต่มีเงื่อนไขหลายอย่าง อาทิ
ห้ามออกนอกกทม.
ห้ามออกนอกราชอาณาจักร
ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน ยกเว้นกับเครือญาติ
ห้ามแสดงความเห็นใดๆ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมผ่านสื่อ
และ ให้ไปรายงานตัวต่อศาลทุก 15 วัน เป็นต้น
เงื่อนไขดังกล่าวจึงส่งผลให้ตนต้องเงียบตามเงื่อนไขของศาลเป็นเวลา 7 เดือน
และตนก็ไม่ได้รับเงินจากใครหรือเลิกร่วมต่อสู้กับคนเสื้อแดงแต่อย่างใด


อย่างไรก็ตาม เมื่อต่อมา แกนนำนปช.อีก 8 คน ได้รับการประกันตัว
แกนนำกลุ่มหลังก็ได้รับเงื่อนไขที่แตกต่างจากตน เช่น
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่สามารถเข้าร่วมการชุมนุมได้ ดังนั้น
ตนจึงยื่นเรื่องไปที่ศาล
เพื่อขอลดเงื่อนไขการประกันตัวให้เท่ากับแกนนำที่ได้รับการปล่อยตัวรุ่นหลัง
และตนก็ได้รับการลดเงื่อนไขดังกล่าวเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ ต่อไป
ตนจะสามารถขึ้นเวทีปราศรัย, ให้สัมภาษณ์สื่อ
และจัดรายการให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเชีพอัพเดตได้แล้ว


นายวีระกานต์ยังได้กล่าวถึงกลุ่มคนเสื้อแดงว่า
ปัจจุบันกลุ่มคนเสื้อแดงถือเป็น "ขบวนการประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย"
ที่มีเพื่อนมิตรทั่วโลก และเติบใหญ่ขึ้นมามากในระยะเวลา 5 ปี


โดยคนเสื้อแดงถือกำเนิดขึ้นเพราะความต้องการต่อต้านเผด็จการ
ที่ทำการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549
ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ถือเป็นคนเสื้อแดงคนหนึ่ง
ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการยึดอำนาจ เช่นเดียวกับคนไทยอีก 60 ล้าน
ที่ถูกปล้นประชาธิปไตยไป ดังนั้น
ถ้าคนเสื้่อแดงสู้จนชนะเมื่อใด
พ.ต.ท.ทักษิณก็จะได้รับอานิสงส์ไปพร้อมกับคนไทย 60 ล้านคน
ด้วยเหตุนี้ เป้าหมายของคนเสื้อแดง คือ
การต่อสู้ให้ได้ประชาธิปไตย ไม่ใช่เพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ เท่านั้น


อดีตประธานนปช. แสดงความเห็นว่า
ปัจจุบันขบวนการคนเสื้อแดงเติบโตขึ้นมากมายมหาศาล
จนมีความคิดแปลกแยกกันไปบ้างตามสิทธิเสรีภาพของระบอบประชาธิปไตย
อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าคนเสื้อแดงไม่ต่ำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์
จะต่อสู้โดยสันติ และสามารถทำให้ผู้มีอำนาจสั่นสะเทือนได้
แต่ที่คนเสื้อแดงยังไม่ชนะ เพราะแม้จะมีกันจำนวนมากจริง
แต่ก็ยังไม่มากพอ ดังนั้น
ขบวนการคนเสื้อแดงจึงต้องขยายเครือข่ายต่อไปอีกเรื่อยๆ เพื่อนำไปสู่ชัยชนะ


สุดท้าย นายวีระกานต์ยืนยันว่าแกนนำนปช.จะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับคนเสื้อแดง
และยังต้องร่วมทางต่อสู้กันอีกยาวนาน แม้จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ก็ตาม
โดยถ้ามีผู้ล้มการเลือกตั้งด้วยกลวิธีพลิกแพลงต่างๆ
คนเหล่านั้นจะต้องปะทะกับกองทัพคนเสื้อแดง นอกจากนี้
ตนขอสนับสนุนให้นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ เป็นผู้นำคนเสื้อแดง
ในฐานะการต่อสู้ทางการเมืองภาคประชาชนต่อไปในทางคู่ขนานที่แยกจากกันไม่ได้
แต่ขณะเดียวกันก็รวมกันไม่ได้ กับพรรคเพื่อไทย ซึ่งถือเป็นการเมืองในระบบรัฐสภา


ดังนั้น หลังการเลือกตั้งแล้ว คนเสื้อแดงก็ยังต้องคงอยู่
เพื่อคอยสอดส่องพฤติกรรมของการเมืองในระบบรัฐสภา ว่า
จะสามารถนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์ได้หรือไม่



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1301152433&grpid=03&catid=&subcatid=

"ทักษิณ" วิดีโอลิงก์ร้องเพลง "เชียงรายรำลึก-สั่งนาง" ชี้คนต้านปชต. "คิดสั้น-คิดผิด"

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



รับชมข่าว VDO

http://www.matichon.co.th/mtc-flv-window.php?newsid=1301150207


เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 26 มีนาคม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
วิดีโอลิงก์มาหากลุ่มคนเสื้อแดงที่ไปร่วมงาน
คอนเสิร์ต "รุ่งอรุณแห่งความยุติธรรม" ที่โบนันซ่า เขาใหญ่
โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ร้องเพลงเชียงรายรำลึก
และสั่งนางแบบไม่มีดนตรีประกอบ ให้คนเสื้อแดงได้ฟัง


หลังจากร้องเพลงจบแล้ว อดีตนายกฯ กล่าวกับคนเสื้อแดงว่า
"พาผมกลับบ้านด้วยนะครับ พร้อมจะกลับไปรับใช้พี่น้องครับ"
และว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกตอนนี้
แสดงให้เห็นว่าการกดดันประชาชนไม่ให้อยู่ในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง
ถือเป็นการคิดสั้นและคิดผิด นอกจากนี้
ขอให้คนเสื้อแดงจับตาดูการเลือกตั้งครั้งต่อไป
เพราะถ้ามีการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม บ้านเมืองจะเลวร้ายลงอีกมากมาย



http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1301150207&grpid=03&catid=&subcatid=

Re:




http://www.thairath.co.th/content/pol/159042

อ.ธิดากัดสุเทพ ไหนไหนก็ไหนไหน

ที่มา thaifreenews

โดย ice angel



เวทีคอนเสิร์ต อ.ธิดา ร้องเพลงรุ่งอรุณแห่งความยุติธรรม
บอกตามตรงว่าไม่เคยฟัง ยอมรับว่าเนื้อร้องมีความหมายดี
และเสียงที่อ.ธิดา ร้องก็ร้องเพราะดีคะ
(ในใจคิด ลิฟซิงค์ก็ไม่เป็นไร )

จบบทเพลงแรก ก็ต่อด้วยบทเพลงที่สอง
แต่ก่อนจะร้องก็ขอแวะไปกัด สุเทพ
อ.ธิดา บอกว่า จะร้องเพลงที่ไหนไหนก็ไหนไหน
ที่สุเทพกล่าวหาคนเสื้อแดงเรื่องการปลุกผีคอมมิวนิวส์
ด้วยการนำบทเพลง เดือนเพ็ญ มาร้องซะเลย


พอร้องจบ อ.ธิดา ก็บอกว่าบทเพลงเดือนเพ็ญ
ที่นำมาร้องนี้ขอมอบให้กับคนต่างแดนที่ต่อสู้และคิดถึงบ้าน

ทั้งนี้เล่าถึงที่มาของบทเพลงว่า มีที่มาจากไหนใครเป็นคนแต่ง
คนแต่งโดนกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์หมดเลย
และจบบทเพลงร้องด้วยเพลง แสงดาวแห่งศรัทธา ดาวในที่นี้แปลว่า
พลังการต่อสู้ หรือความหวัง (ice angel จำไม่ได้คะ)
ยอมรับว่าอ.ธิดา สามารถอธิบายที่มาของประวัติศาสตร์บทเพลงต่างๆ ได้ดี
แม้จะไม่ได้อธิบายยืดยาวมากนัก แต่เชื่อว่า
อ.ธิดา มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์การต่อสู้ของมวลชนที่ดีมาก

จิตร ภูมิศักดิ์ ก็คือบุคคลหนึ่งที่ อ.ธิดา
ได้ยกตัวอย่าง บุคคลแห่งประวัติศาสตร์การต่อสู้

นอกเรื่องจากอ.ธิดา คะ วกเข้าเรื่องการเมืองที่เห็น
@@ แต่ละคนที่ขึ้นเวที มักพูดว่าจะต่อสู้เพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่แท้จริง
ฟังแล้วอดคิดที่จะถามไม่ได้ว่า ........
ประชาธิปไตยที่แท้จริงของคนแต่ละคนมีความหมายว่าอะไร ?




ปล.นักเต้นด้านหลังที่เป็นบทเพลง เพื่อมวลชนมาเต้นประกอบเพลงมันไม่เข้ากับบทเพลงเลยคะ
สงสารคนดู คนเต้น คนฟัง อิอิ คนร้องคงบ่นในใจว่า ตูก็ไม่รู้จะทำยังไง

ต่อด้วย คุณหมอเหวง ร้องเพลงที่บอกว่าแต่งเองในคุก ชื่อเพลง มวลชนเสื้อแดง

Re:

โดย BBBBB

น่าจะรู้ว่า อ.ธิดา เป็นมวลชนรุ่นแรกๆที่เข้าป่า โดยรัฐบาลสมัยนั้น บอกว่า เป็นคอมมูนิสต์

เธอใช้ชื่อ สหายปูน

คนที่เข้าป่ารุ่นแรกๆนั้นหลายคนรู้ดีว่า คอมมูนิสต์ และ คอมมูหน่อยเป็นอย่างไร

หลายคนกลับเข้ามา ไม่พูดเรื่องพวกนี้อีก เพราะมันไม่เหมือนกับที่คิดที่หวัง

นายชวนเองก็เคยเข้าป่า และปชป. ตัวเก่งหลายคนก็เคยเข้าป่า เป็นที่รู้กันดี

แต่ไม่ทราบว่าสุเทพเคยเข้าหรือเปล่า ไม่มีใครพูดถึง