WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, March 28, 2011

เสื้อแดงมหาสารคามคึกคัก ทักษิณโฟนอินอีก

ที่มา ข่าวสด

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 27 มีนาคม กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงใน จ.มหาสารคาม และจากจังหวัดทั่วภาคอีสาน กว่า 5,000 คน ทยอยเดินทางมารับฟังการปราศรัยของแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ แกนนำ นปช. อย่างคึกคัก ท่ามกลางการความรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองมหาสารคาม กว่า 200 นาย โดยมีการตั้งด่านตรวจอาวุธอย่างเข้มงวด ตลอดริมถนนถีนานนท์มีรถยนต์ของคนเสื้อแดงจอดเต็มทั้งสองฝั่ง ทำให้คนเสื้อแดงจากต่างจังหวัดหลายร้อยคนต้องจอดรถเดินเท้าเข้ามายังเวที ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร นอกจากนี้รถยนต์อีก กว่า 200 คัน ต้องเข้าไปจอดในสวนสาธารณหนองข่า ตรงข้ามวัดป่าศุภมิตรสิทธาราม

บนเวทีได้มีการแสดงหมอลำ ร้องรำทำเพลงสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชุมนุม จากนั้นแกนนำ นปช.มหาสารคาม ก็สลับสับเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล และปลุกระดมมวลอย่างต่อเนื่อง โดยมี นายชาติอาทิตย์ ทัณฑะรักษ์ แกนนำ นปช.มหาสารคาม เป็นพิธีกรดำเนินรายการบนเวที

เวลา 19.30 น. นายสุทิน คลังแสง อดีต ส.ส.มหาสารคาม เขต 6 พรรคไทยรักไทย และประธาน นปช.มหาสารคาม ได้ขึ้นเวทีกล่าวขอบคุณกลุ่มคนเสื้อแดงทุคนที่มาร่วมทำบุญทอดผ้าป่า และร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งรายได้จากการจัดงานทั้งหมด กว่า 500,000 บาท จะนำไปเป็นกองทุนคนเสื้อแดงมหาสารคาม และก่อตั้งสถานีวิทยุธรรมาธิปไตย เอฟเอ็ม 99.25 เมกะเฮิร์ตซ์ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารบ้านเมืองที่ถูกต้อง ไม่บิดเบือนความจริง

ต่อมาเวลา 20.30 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และ แกนนำ นปช. ได้ขึ้นเวทีปราศรัย กล่าวถึงกรณีที่กองทัพเบิกกระสุนปืน จำนวน 300,000 นัด ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อเดือนเมษายน - พฤษภาคม ที่ผ่านมา แต่รัฐบาลไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับการเบิกกระสุนของกองทัพ เป็นการจนมุมของรัฐบาล เพราะจำนวนกระสุนที่หายไปนั้น สอดคล้องกับการเสียชีวิตของกลุ่ม นปช. ทั้ง 91 ศพ

ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศจะยุบสภาในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม นั้น ไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าจะทำตามคำพูด แต่ขณะนี้มีบุคคลมีสีบางกลุ่มไปบล็อกคนของพรรคเพื่อไทย แต่ถึงอย่างไรพรรคเพื่อไทยจะต้องเดินหน้าไปถึงการเลือกตั้งให้ได้ เพราะผลโพลจากหลายสำนักระบุว่า พรรคเพื่อไทยจะคว้าชัยทั่วประเทศ แต่ถึงอย่างไรเราก็ต้องระวังเพราะอาจถูกปล้นชัยชนะได้ เพราะฉะนั้นเราจะต้องสู้กับกลโกง ไม่ให้มีการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหารเหมือนครั้งที่ผ่านมา

เวลา 21.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินมายังเวทีปราศรัย กล่าวว่า จะกลับมาคืนศักดิ์ศรีความเป็นไทยให้กับทุกคน โดยการปลดหนี้ ลูกหลานมีที่เรียน มีงานทำ ต่อไปนักศึกษาที่จบปริญญาตรีจะต้องมีงานทำและมีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท แต่ทั้งหมดจะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงทุกคน เลือก ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย เพราะหากได้เสียงข้างมากก็จะได้จัดตั้งรัฐบาล และได้กลับมาทำงานสานต่อนโยบายต่างๆ ที่เคยให้ไว้กับประชาชน ส่วนคนที่เคยอยู่พรรคเพื่อไทยแต่ย้ายหนีไปสังกัดพรรคอื่น ขอให้พี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงกวาดล้างให้เกลี้ยง

รายงานข่าวแจ้งว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้เวลาในการโฟนอินมายังเวทีปราศรัย ประมาณ 10 นาที หลังจบการปราศรัยได้มีการจุดพลุดังสนั่นหลายสิบนัด ก่อนแยกย้ายกันกลับภูมิลำเนา

"นิติราษฎร์"กับข้อเสนอใหม่ว่าด้วย กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ที่มา thaifreenews

โดย bozo




ดร. วรเจตน์ ภาคีรัตน์

เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กลุ่ม "นิติราษฎร์" (นิติราษฎร์เพื่อราษฎร)
ได้จัดเสวนาทางวิชาการเรื่อง "กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ"
โดยมีวิทยากรร่วมเสวนา ได้แก่
อ.วรเจตน์ ภาคีรัตน์,
อ.สาวตรี สุขศรี,
อ. ปิยบุตร แสงกนกกุล และมี
อ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

อ.ประจำภาคประวัติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เข้าร่วมฟังและแลกเปลี่ยนการเสวนาด้วย

อ. วรเจตน์ กล่าวว่า ในแง่ของปัญหาที่เกิดขึ้นกับบทมาตรา 112
ปัญหาที่เห็นได้ง่ายที่สุดคือ
ระดับของอัตราโทษ ซึ่งต้องยอมรับว่าโทษมีความรุนแรง
เมื่อเปรียบเทียบกับโทษที่เกิดในลักษณะเดียวกันในก่อนหน้านี้
ซึ่งพบว่ามีความแตกต่างค่อนข้างมาก เท่าที่ค้นข้อมูลพบว่า
พระราชกำหนดลักษณะหมิ่นประมาท นั้นกำหนดไว้ว่ามี
โทษ จำคุกไม่เกินสามปี ปรับเป็นเงินไม่เกิน 1,500 บาท ตัวนี้เป็นกฎตัวแรก
ตั้งแต่รัตนโกสินทร์ศก 118 มาในรศ. 127 ก็โทษเพิ่มขึ้นไปเล็กน้อยเป็นไม่เกินเจ็ดปี


อย่างไรก็ตาม ประมวลกฎหมายอาญาในปัจจุบันที่มีการบัญญัติ มาตรา 112 นั้น
โทษที่มีการบัญญัติในครั้งแรกไม่มีบทลงโทษขั้นต่ำแต่ใช้จำคุกไม่เกินเจ็ดปี
แต่ไปแก้ไขหลัง ตุลาคม พ.ศ. 2519 กฎหมาย ปัจจุบันสังเกตได้ว่า
บทลงโทษ อย่างต่ำต้อง 3 ปี หมายความว่า
ศาลมีดุลยพินิจให้อยู่ในช่วงกว้างของโทษคือ 12 ปี ต่างจากช่วงแรกที่มีโทษขั้นต่ำ
ศาลจะสั่งน้อยเท่าไหร่ก็ได้ ซึ่งปัจจุบันโทษกำหนดเอาไว้สูง กล่าวคือ
ศาลต้องการจะลงโทษปรับก็ทำไม่ได้
เพราะกฎหมายไม่เปิดช่อง จึงต้องลงโทษอย่างน้อยสามปี


ความไม่สมเหตุผลของโทษคือ
แต่เดิมในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์โทษยังเป็นไม่เกิน 3 ปี
แต่ในระบอบประชาธิปไตยกลับกำหนดโทษถึง 3-15 ปี



ประการต่อมาคือ
การไม่มีเหตุยกเว้นความผิด ในทางกฎหมายบุคคลธรรมดามีกำหนดข้อยกเว้นไว้
โดยการหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดานั้นทำเพื่อการป้องกันตนไม่มีความผิด
แต่ขณะที่การหมิ่นประมาทกษัตริย์นั้นไม่ได้กำหนดเหตุยกเว้นความผิดเอาไว้
แปลว่าการติชมด้วยความเป็นธรรมก็สุ่มเสี่ยงต่อการเข้าองค์ประกอบความผิด
ซึ่งเป็นปัญหาในทางกฎหมายอาญาด้านสารบัญญัติ


ในทางกฎหมายอาญาวิธีสบัญญัติ เวลาที่มีการพิจาณาคดีศาล
ศาลเองได้ใช้บทบัญญัติในการดำเนินคดีเป็นการลับ
เพื่อประโยชน์ ความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี หรือป้องกันความลับไม่ให้เผยแพร่ไป
หนำซ้ำยังปรากฎว่าคดีแบบนี้อย่าง กรณี"ดา ตอร์ปิโด"
ที่ทนายของคุณดา ได้หยิบยก ประเด็นต่อสู้ว่า มาตรา 117 ขัดต่อรฐธรรมนูญ
ซึ่งตรงนี้คือปัญหาในระดับตัวบท


ปัญหาที่สำคัญกว่าตัวบทเป็นปัญหาในระดับอุดมการณ์
พบว่าความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดที่มีมาแต่เดิมในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
ซึ่งมีความแตกต่างกับไอเดียประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น
ในแง่ตัวบท ตัวกฎหมายนั้นไม่มีชีวิตแต่ถูกใช้โดยองค์กร ที่มีอำนาจในการตีความ
ซึ่งอาจไปในทางรุนแรงและร้ายกาจได้
องค์กรเหล่านี้เป็นคนให้ความหมายว่าหมิ่นประมาท หรือดูหมิ่น
แต่การให้ความหมายของคนให้ความหมายสัมพันธ์กับสำนึกของคนให้ความหมายด้วย
เมื่อไม่เข้าใจความหมายในการปกครองก็มีผลต่อสำนึกจึงส่งผลต่อการตีความ



ถามว่าทำไมจึงเกิดอุดมการณ์แบบนี้ อยากชี้ให้เห็นว่า
ในเชิงอุดมการณ์เรามีอุดมการณ์หลักคือประชาธิปไตย
แต่การพูดถึงเรื่องสถาบันในสภาอาจทำไม่ได้ ไม่บังควรที่จะพูดถึง
มันสะท้อนวิธีคิดอุดมการณ์ผ่านกลไกรัฐมาอย่างยาวนาน
เรื่องการจัดการความผิดไม่สามารถทำได้ในแง่ตัวบท
แต่อาจเชื่อมโยงไปถึงอุดมการณ์


ในแง่ทางวิชาการ การปรับเปลี่ยนอุดมการณ์เป็นเรื่องใหญ่ และยาก
แต่ควรจะทำ เป็นการสู้กันของสำนึกสองประการ
ซึ่งต้องเอาเหตุผลว่ากัน แต่หลายคนเอาอารมณ์ความรู้สึกมาใส่
ในวิชานิติศาสตร์การต่อสู้ในแง่อุดมการณ์เป็นเรื่องยาก
คดีบางคดีที่เกิดในศาลปกครอง ศาลปกครองที่ดำเนินกรณี
ความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น
สำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ( JTEPA)
มีคนไปฟ้องศาลปกครอง ศาลตัดสินว่าฟ้องไม่ได้เพราะไม่อยู่ในอำนาจ
แต่ในคดีลงนามความเข้าใจร่วมไทย-กัมพูชา ซึ่งคุณนพดล ปัทมะ ถูกฟ้อง
ศาลปกครองกลับรับพิจารณา
แสดงให้เห็นว่ามีวิธีคิดเบื้องหลังที่เป็นปัญหา
การทำให้ไอเดียของคนขยับเข้าไปใกล้กับปชต.
ปัญหาก็จะลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าปัญหาจะหมดไป
เรื่องตัวบทมีความสำคัญ การขยับขับเคลื่อนอาจช่วยเรื่องอุดมการณ์ได้


กล่าวโดยสรุปแล้ว ปัญหาที่พบเป็นปัญหาสองระดับซ้อนกันคือ
ตัว "บท" และ"อุดมการณ์" ที่เป็นตัวกำกับการตีความขององค์กรในกระบวนยุติธรรม
การแก้ปัญหาต้องแก้ไปพร้อมกันหลายวิธี ที่สุดแล้ว
ถ้าจะมีอยู่ก็จะมีอยู่โดยสอดรับกับอุดมการณ์ในระบอบประชาธิปไตย



อ.ปิยบุตร นำเสนอว่า ประเด็นกฎหมายของอุดมการณ์ของผู้ดำเนินกฎหมายนั้น
กฎหมายไม่มีวัตถุประสงค์ของมันเอง แง่มุมความเป็นกฎหมายมันไปสร้างอุดมการณ์
เวลาเราพูดถึงกฎหมายนั้น เรานึกว่าข้อพิพาทยุติได้ด้วยกฎหมาย
กฎหมายต้องมีการบังคับ เป็นบรรทัดฐานของสังคม
ความเป็นกฎหมายต้องย้ำเรื่องศาล ตุลาการ เป็นอิสระ
กฎหมายเป็นแหล่งที่มาของความชอบธรรม


แง่มุมที่สองคืออุดมการณ์ไปครอบงำกฎหมาย และผู้ปฎิบัติทางกฎหมาย
เวลาจะดำเนินการใดๆก็จะทำโดยสอดรับกับอุดมการณ์โยงที่เขาอาจไม่รู้ตัวเอง
เพราะฉะนั้น อุดมกาณณ์จึงมีความสำคัญกับกฎหมาย
ในสังคมปัจจุบันที่บรรดาผู้ปฎิบัติทางกฎหมายถูกครอบงำทางอุดมการณ์
ก็จะไม่มีทางเห็นการเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญใดๆ


ความผิดฐานละเมิดนั้นมีมาแต่โบราณ
เพื่อเป็นเครื่องมือในการทำให้องค์อธิปัตย์มีความศักดิ์สิทธิ์
ทำมากเข้าก็เกิดพวกนักปรัชญาที่เริ่มวิจารณ์ มีงานเขียนหลายงาน
สุดท้ายคนที่จะวินิจฉัยจะเป็นความสมดุล
ระหว่างชื่อเสียง และเกียรติยศ มาชนกับ"เสรีภาพในความคิดเห็น"


ตัวอย่างของการหมิ่นในต่างประเทศ อาจแบ่งได้เป็นสามรูปแบบคือ
ประเทศที่มีกฎหมายหมิ่นประมาทแต่ไม่นำมาใช้ เช่นเดนมาร์ก
เวลาที่มีการพูดหมิ่นให้ไปใช้กฎหมายแบบคนธรรมดา มีโทษจำคุกไม่เกินสี่เดือน
แต่อาจเพิ่มโทษเป็นสองเท่าเมื่อคนที่ถูกดูหมิ่นเป็นกษัตรย์
แต่จากสถิติที่ผ่านมาพบว่าไม่เคยมีการเพิ่มโทษเลย
จนกระทั่งมีกลุ่มกรีนพีช บุกงานเลี้ยงก็อาจโดนเป็นกลุ่มแรก
สองคือ มีแต่เอามาใช้เป็นครั้งคราว แค่โทษปรับ เช่น ฮอลแลนด์ ที่ไม่ใช้มานานแล้ว
แต่เมื่อปี 2007 ก็เอามาใช้ในกรณีที่ดูหมิ่นและมีการว่ากล่าวแบบชัดเจน
สามคือ ประเทศที่มีกฎหมายความผิดฐานหมิ่นประมาทประมุขของรัฐ
และนำมาใช้ลงโทษจำคุกสม่ำเสมอ อาทิ
โมร็อคโค แต่โทษจำคุกต่ำสุดสามปี สูงสุดห้าปี


ปัญหาอยู่ที่การที่ให้คุณค่ากับเรื่องอะไร
อย่างประเทศอื่นที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยกำกับก็มีการลงโทษที่เหมาะสม
แต่สำหรับศาลในบ้านเราก็อาจเป็นอีกแบบหนึ่ง



อ.สาวตรี กล่าวว่า ข้อมูลจากการศึกษาของ "David Strecksuss" พบว่า
ความผิดมาตรา 112 ระหว่างปีพ.ศ. 2535-2547
มีฟ้องคดี น้อยกว่า 10 คดี(เฉลี่ยแล้วฟ้องปีละประมาณ 0.8 คดี)
พอช่วงปี 48-52 มี 547 คดี เฉลี่ยแล้วฟ้องประมาณปีละ 109
จำนวน ช่วงระยะเวลา 4- 5 ปีเพิ่มขึ้น
อัตราคดีเพิ่มขึ้นราว 131 เท่า ในจำนวนคดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษาว่าผิด 247 คดี


หากแยกประเด็นแล้วพบว่า
มีการพยายามเอามาตรา 112 เอาไปผนวกกับความผิดเรื่องคอมพิวเตอร์
ที่มีการเอาถ้อยคำหมิ่นไปลงในเน็ต
พบว่ามี 31 คดีอย่างเป็นทางการ ตัดสินผิด 5 คดี ยกฟ้อง 1 คดี
และยังอยู่ระหว่างพิจารณา 2 คดีอยู่ในขั้นตอนสอบ
ตั้งข้อหาอีก 15 คดีซึ่ง 1 ใน 15 คดี ทั้งนี้
ยังพบอีกว่ามีการบล็อกเว็บไซต์หมิ่น 5 หมื่น จากการปิดทั้งหมด 7 หมื่นเว็บไซต์


ข้อเสนอ

สำหรับข้อเสนอของกลุ่ม 7 ประเด็น คือ
ยกเลิกบทบัญญัติมาตรา 112 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
เนื่องจากเป็นฐานคำสั่งที่มาจากคณะรัฐประหาร จึงขาดความชอบธรรมในทางปชต.
เพื่อให้มีการนำไปบัญญัติอีกลักษณะขึ้นใหม่
หมายความว่าเอามาตรานี้ออกจากลักษณะความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง

สองคือ ตำแหน่งแห่งที่ว่าด้วยตำแหน่งที่บัญญัติขึ้นใหม่ให้เพิ่มลักษณะขึ้นใหม่
เนื่องจากความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น และอาฆาตมาดร้ายนี้
ไม่มีความผิดร้ายแรงต่อการดำรงอยู่ของราชอาณาจักร
จึงสมควรให้มีลักษณะเฉพาะ
ไม่สามารถถูกนำไปกล่าวอ้างว่าเป็นความมั่นคงของราชอาณาจักรได้
ในขณะที่ในส่วนเกี่ยวกับการประทุษร้าย ปลงพระชนม์จะคงไว้
ให้มีการขยับเฉพาะมาตรา 112

สามคือ ตำแหน่งที่ได้รับการคุ้มครองให้มีการแบ่งแยก
การคุ้มครองสำหรับตำแหน่งกษัตริย์ ออกจากการคุ้มครอง
สำหรับตำแหน่งพระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
โดยบัญญัติมาตราขึ้นมาใหม่แบ่งแยกเป็นสองมาตรา
เพื่อให้สอดคล้องกับการแบ่งแยกการคุ้มครองกับกษัตริย์ พระราชินี
ซึงได้มีการแยกความผิดฐานปลงพระชนม์กษัตริย์ และราชินี รัชทายาท

สี่คือ เรื่องอัตราโทษปรับให้ไม่กำหนดอัตราโทษขั้นต่ำ,
ลดอัตราโทษจำคุกขั้นสูงเป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี
พร้อมกำหนดโทษปรับไม่เกิน สามหมื่นบาท

ห้าคือ เพิ่มเติมเหตุละเว้นความผิด
กรณีการติชม แสดงความคิดเห็น โดยสุจริต เพื่อธำรงไว้
ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
เพื่อประโยชน์ทางวิชาการ หรือสาธารณะ บุคคลนั้นไม่มีความผิด

หกคือ เพิ่มเติมเหตุยกเว้นโทษ
ความผิดฐานต่างๆดังกล่าวถ้าผู้ถูกกล่าวหาคนดังกล่าว
พิสูจน์ได้ว่าข้อความนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ

เจ็ดคือ ห้ามบุคคลทั่วไปกล่าวโทษว่ามีการกระทำผิด
โดยให้ สำนักเลขาธิการเป็นผู้กล่าวโทษ
เพื่อไม่ให้บุคคลนำบทบัญญัติเป็นเครื่องมือทางการเมือง
หรือนำไปใช้โดยไม่สุจริต
แต่อาจมีข้อโต้แย้งว่าดึงเอาหน่วยงานใกล้ชิด
แต่ทางปฎิบัตินั้นสำนักนี้ก็ดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว

จึงขอเรียกร้องให้นักวิชาการต่างๆให้แสดงความคิดเห็นไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือต่างก็ตาม


ด้านอ.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ที่ได้เข้าฟังการเสวนาเสนอความเห็นว่า
ประเด็นสำคัญคือ ที่สุดแล้วตัวบทกฎหมายขึ้นอยู่กับอุดมการณ์
การตีความของศาล สังคมโดยรวมขึ้นอยู่กับตรงนั้น
ปัญหาคือการเสนอกฎหมายที่เป็นรูปธรรมตามที่ได้กลุ่มเสนอมานั้น
กรณีข้อเสนอว่า "ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริงแล้วเป็นข้อยกเว้นโทษ"


กรณีนี้ ลองเปรียบเทียบกับหนังของโอลิเวอร์ สโตน
เรื่อง "เจเอฟเค" โอลิเวอร์ สโตน นำเสนอทฤษฎีกล่าวหาว่า
รองปธน.เป็นคนฆ่าเจเอฟเค เพื่อให้ตัวเองขึ้นตรองตำหน่ง
แล้วเราลองสมมติว่า อันนี้จะมีใครพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้
ซึ่งลองมองที่เราเองตราบใดเท่าที่สังคมเรามีอุดมการณ์แบบนี้
ศาลจะไม่มีทางตัดสินเป็นข้อยกเว้นเลย


"ประเด็นลำพังตัวกฎหมายนั้นไม่มีทางที่จะมีความสำคัญโดยตัวมันเอง
กฎหมายเสนอแก้โดดๆไม่ได้ ต้องแก้ไปพร้อมกับอุดมการณ์นั้น"



ทัศนะวิชาการ"วรเจตน์" ผ่านนิติราษฎร์ ว่าด้วยปัญหากฎหมายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1300081597&grpid=01&catid=02


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1301224030&grpid=01&catid=&subcatid=

Re:

โดย ลูกชาวนาไทย



ดีครับที่มีการพูดกันอย่างชัดเจนในทางวิชาการ นี่จึงนับว่าเป็นการสัมมนาครั้งแรกในทางวิชาการเรื่องกฎหมายหมิ่น

ซึ่งนับว่าสังคมเราก้าวหน้าไปมาก เมื่อก่อนนี้ใครแตะเรื่องแบบนี้ไม่ได้เลย แต่วันนี้มีการพูดอย่างเป็นวิชาการแล้ว ขอเสนอของ "นิติราษฎร์" ผมไม่คิดว่าจะมีใครที่มี "ใจเป็นธรรมและเป็นอารยชน" สามารถโต้แย้งได้ ไม่ว่าปราชญ์ที่ไหนก็คงโต้แย้งเหตุผลนี้ได้ยาก ดังนั้นจึงนับว่าเป็นข้อเสนอที่มีเหตุมีผลมากที่สุด

ผมคิดว่าในที่สุดแล้วสังคมมนุษย์ที่มีอารยธรรม สิ่งที่เป็นเหตุเป็นผลย่อมชนะในที่สุด เพราะฝ่ายอำมาตย์คงยากที่จะหยิบยกเหตุผลอื่นขึ้นมาโต้แย้งได้ นอกจากต่อสู้ด้วยอำนาจเท่านั้น ซึ่งในที่สุดก็จะพ่ายแพ้

การเสนอแบบให้ "ยกเลิก" ต่อต้านอย่างเดียวนั้น "ไม่เกิดพลังทางจริยธรรม" เพราะหากฝ่ายตรงข้ามโต้แย้งว่า "หากไม่หมิ่น" ก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร เราก็ตอบทางเหตุและผลได้ยาก

แต่ "นิติราษฎร์" ได้เสนอโต้แย้งในส่วนของ "ความสมเหตุสมผล" ของกฎหมายนี้

ในทางวิชาการแน่นอน "ประมุขของรัฐ" ควรได้รับการคุ้มครอง แต่การคุ้มครองต้อง "พอควร" และสอดครองกับอุดมการณ์ประชาธิปไตย ไม่ใช่คุ้มครองตามอุดมการณ์อื่น ซึ่งไม่สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน ซึ่งหากเมื่อ นิติราษฎร์ค้นไปจริงๆ แล้ว แม้แต่ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราษฎร์ การคุ้มครองกษัตริย์ ก็ไม่ได้รุนแรง ไม่สมเหตุสมผลเช่นนี้

ดังนั้น"คำถามทางจริยธรรม" ที่นิติราษฎร์" โยนเข้ามาในสังคมนี้ จึงมีน้ำหนักมากที่สุด

ผมว่า อาจารย์กฎหมายกลุ่มนี้ไม่เสียชาติเกิดแล้วที่เรียนกฎหมาย ก็ต้องทำกฎหมายให้มันมีหลักของนิติธรรมให้ได้ ไม่ใช่เรียนกฎหมายเพื่อบิดเบือนกฎหมายเหมือนนักกฎหมายรุ่นก่อนหน้านี้

Long live the people !, long live democracy !

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 28/03/54

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla





ยุคคนทราม ครองเมือง เรืองอำนาจ
คิดผูกขาด วาดทาง เพื่อสร้างฝัน
ใช้เล่ห์กล คนพาล สันดานมัน
ด้วยสารพัน แยบยล ของคนเลว....

จึงวนเวียน วังวน ของคนอุบาทว์
ประเทศชาติ พินาศยิ่ง กว่าดิ่งเหว
เติมทุกข์ยาก หมองไหม้ ดั่งไฟเปลว
ยิ่งแหลกเหลว ยิ่งโหมเชื้อ เพื่อทำลาย....

โหมดเลือกตั้ง หวังไว้ ใสสะอาด
ช่วยเติมวาด แห่งผล ชนมั่นหมาย
เดินสู่ทาง อบอุ่น เลิกวุ่นวาย
แล้วผ่องถ่าย สิ่งงดงาม ตามวิธี....

ขออย่ามี อำนาจ ที่วาดหวัง
ถาโถมสั่ง หมุนเวียน เปลี่ยนวิถี
ปล้นอำนาจ ประชาชน คนดีดี
ด้วยอัปรีย์ แห่งอำนาจ ผูกขาดมา....

ขออำนาจ ในมือ ที่ถืออยู่
เปิดทางสู้ ด้วยใจ ที่ใฝ่หา
ช่วยปลูกต้น ประชาธิปไตย ให้งามตา
เพื่อประชา เพื่อผองชน เพื่อคนไทย....

๓ บลา / ๒๘ มี.ค.๕๔
http://3blabla.blogspot.com

สีสัน...คอนเสิร์ต 4 โมงเย็นยัน 6 โมงเช้า รุ่งอรุณกับความยุติธรรม BONANZA....

ที่มา thaifreenews

โดย jomyut



งานนี้คนเสื้อแดงมีความสุขกันจริงๆ อากาศก็เป็นใจด้วย แม้จะมีเสียวบ้างนิดหน่อยจากฝนตอนหัวค่ำและตอนตี3กว่าก่อนจตุพรขึ้นเวที ก็ถือว่าเป็นการพรมน้ำมนต์จากขุนป่าขุนเขาแล้วกัน...

มีภาพมานิดหน่อย ที่แตกต่างจากเต็นท์อื่นคนเต็นนี้มีหมูกระทะด้วย...ตอนเย็นกลิ่มหอมหวลยั่วยวนเต็นท์อื่นซะ มีเหล้าดีๆพร้อมเบียร์เย็นๆ เพลงๆจากแกนนำคนเสื้อแดง สาวๆเสื้อแดงก็สวยหลายๆคน มือไม่ว่างหยิบกล้องมาถ่ายไม่ทันเสียดายจริงๆ กว่าจะฟื้นก็เที่ยงคืน หลังเลื่อกตั้งถ้าชนะและได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลเชื่อว่าต้องมีอีกครั้งแน่ๆ เอ้าใครงานนี้พลาดไม่ต้องเสียใจมีอีกแน่....


2011 03 27@0332 Bonanza ณัฐวุฒิ + Youtube Playlist

ที่มา thaifreenews

โดย Tuxedo

Youtube Playlist >> 2011-03-26 Bonanza

ผมว่าคนเสื้อแดงเริ่มเข้าใจกันและเริ่มปรับตัวกันแล้วทั้งสองกลุ่มใหญ่

ที่มา thaifreenews

โดย ลูกชาวนาไทย



เพิ่งกลับจากงานแต่งงานน้่องเสื้อแดง (ทั้งเจ้าบ่าวและสาว) มา ก็ได้คุยกัน ผมคิดว่าตอนนี้ทั้งแดงสยามและแดง นปช. ส่วนใหญ่ที่อยู่ในเว็บจะเริ่มปรับความคิดกันได้แล้ว คือ แดงสยามก็เนียนขึ้น เลิกด่าฝ่ายแดง นปช. ไปบ้างแล้ว กรณีวีระขึ้นเวที ผมคาดว่าคงด่ากันจม แต่ไม่มีแฮะ อันที่จริงก็น่าจะด่าได้

แดง นปช.ก็เริ่มยอมรับการวิพาร์กของ แดงสยาม นปช. แกนนำใหญ่ๆ หลายคนก็ไม่ได้อวยแล้ว ที่ขึ้นเวทีไปอวยนั้นก็เป็นพวกไม่ใหญ่เท่าใดนัก (พวก สส. ก็ต้องสร้างเกราะคุ้มกันตัวเอง) แดงติดคุก ที่เพิ่งออกมา ก็รู้กันว่าตาสว่างกันหมดแล้ว แต่จะฟันข้าศึก คงไม่ต้องเงื้อดาบมาจากปากซอย ให้เขายิงสวนก่อนได้ฟันเขา

ผมคิดว่าการโต้แย้งกันเป็นเรื่องธรรมชาติของสังคมประชาธิปไตยที่มีความหลากหลาย ไม่ได้จัดตั้งมาแบบพันธมิตร ต่างคนต่างพกเอาความคิด ความเชื่อ ของตนเองมาจากบ้านทั้งสิ้น ดังนั้นระดับความต้องการจึงแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล

ส่วนพวกอำมาตย์ที่ สามารถเจาะช่องรอยร้าวมาขยายต่อได้บ้าง เราคงไม่จำเป็นต้องใส่ใจอะไร ขบวนการประชาธิปไตยนั้นแม้แตกแยกกันในความคิดในบางช่วงของสถานการณ์ แต่เมื่อสถานการณ์พัฒนาไป สุดท้ายก็จะสามารถปรับจูนความแตกต่างทางความคิดกันได้เอง

Long live the people !, long live democracy !

Re:

โดย jomyut

นั่นนะซิครับ....เมื่อคืนผมก็ตื่นตาตื่นใจที่เวทีโบนันซ่า...ตอนคุณวีระขึ้นบนเวที...ผมนึกว่าคนคงไม่ค่อยต้อนรับไม่คึกคักแต่กาลกลับกัน...คนยืนตบมือกันสนั่นประมาณ3นาทีทั้งตีนตบ ทั้งปรบมือ โห่ร้องกันกึกก้อง...

บรรยากาศเก่าของ 3 เกลอเริ่มกลับมาทันที...ก็ไม่รู้เกิดอะไร...แต่สำหรับผม...ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรใครไม่ว่าจะแกนนำคนไหน หรือแดงกลุ่มอะไร...เพราะผมถือว่าเค้าได้แสดงความกล้าหาญ อดทน ที่แสดงตัวตน และยืนอยู่ข้างหน้า นำอุดมการณ์ปชต.เรียกร้องความเป็นธรรม หยุด 2 มาตรฐาน(แหมเพลงนี้นี่สุดยอดเมื่อคืน ตอนคุณวันชนะร้องได้ไพเราะจริงๆคนนี่ดิ้นกันแบบร้องไปด้วยซิ้งไปด้วยทั้งเนื้อเพลง จังหวะ สุดยอดจริงๆ ใครไม่เคยฟังลองไปหาฟังดู)




กรุงเทพธุรกิจ รายงาน'ณัฐวุฒิ'ย้ำชอบประชาธิปไตยเลือก"พท." ชอบอำมาตย์เลือก"ปชป."

ที่มา thaifreenews

โดย lovethai

'ณัฐวุฒิ'ย้ำชอบปชต.เลือกพท. ชอบอำมาตย์เลือกปชป.


"ณัฐวุฒ"ระบุจากนี้ไปเป็นจุดตัดภาพการเมืองของประเทศ ย้ำชอบประชาธิปไตยเลือกเพื่อไทย และใครชอบอำมาตย์เลือกประชาธิปัตย์

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองว่า จากนี้ไปจะมีความเข้มข้น เป็นจุดชี้วัดและจุดตัดทางการเมืองทางภาพรวมของประเทศ คือการเลือกตั้งที่ไม่ได้มีความหมายแค่สรรหาคนมาเป็นนายกฯ และรัฐบาล แต่หมายถึงการค้นหาคำตอบในใจคนไทยว่าความขัดแย้งและการต่อสู้ทางการเมืองใน 5 ปีนี้ ประชาชนมีความเห็นอย่างไรว่า จะให้อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนและปลดแอกอำนาจนอกระบบหรือไม่ หากต้องการแบบนี้ก็ขอให้เดินเคียงข้างนปช.และสนับสนุนพรรคเพื่อไทย

แต่หากเห็นว่าการใช้อำนาจนอกระบบ สองมาตรฐาน สนับสนุนรัฐบาลที่แพ้เลือกตั้งแต่มีอำนาจพิเศษทำให้ชนะนั้น หากต้องการแบบนี้ขอให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ มันไม่ใช่การต่อสู้แค่สองพรรค แต่มันเป็นการต่อสู้ ของประชาชนกับอำนาจนอกระบบที่อุ้มรัฐบาลนี้ เมื่อใกล้ที่จะมีการเลือกตั้งแล้ว ได้ประสานองค์กรสิทธิมนุษยชนและติดตามสังเกตการณ์การเลือกตั้งจากต่างประเทศให้มาติดตามและสังเกตุการณ์การเลือกตั้ง เริ่มตั้งแต่การณรงค์ไปจนถึงการนับคะแนน โดยทุกอย่างจะดีเดย์ในต้นเดือนเม.ย.

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า กรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ฉวยโอกาสใช้เหตุตัวเงินตัวทองบุกกองบัญชาการกองทัพบกว่า ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งนั้น ขอชื่มชมว่าผบ.ทบ.เลือกสถานการณ์เหมาะสม และฉวยโอกาสทางการเมืองอย่างน่าสนใจ หากผบ.ทบ.ยืนยันว่ามีการเลือกตั้งแน่นอนนั้น ขอให้ยืนยันเพิ่มว่าหากผลการเลือกตั้งออกมาเช่นใด ต้องยอมรับเจตนารมณ์ของประชาชน ทุกคนต้องพูดเป็นเสียงเดียวว่า ใครชนะตั้งรัฐบาล ขอถามว่ากล้าพูดแบบนี้หรือไม่

"หากพรรคลำดับที่หนึ่งตั้งรัฐบาลไม่ได้แล้วใช้ลำดับรองลงไปตั้งรัฐบาลนั้น แม้ไม่ผิดกฎหมาย แต่ไม่ถูกกับสถานการณ์ยามนี้ เพราะการเมืองไทยไม่เปิดโอกาสให้ทำเช่นนั้น 5 ปีนี้ประชาชนต้องการว่าผู้คุมอำนาจต้องรับฟังเสียงประชาชน ต้องแสดงท่าทีให้ชัดตามที่ตนระบุ การเลือตั้งครั้งนี้จะพิสูจน์ว่าหากตั้งรัฐบาลหวยล็อก พรรคอันดับหนึ่งไม่ได้ตั้งรัฐบาลมันเกิดได้กรณีเดียว คือพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง หากเป็นเช่นนี้ผู้ที่มีอำนาจในบ้านเมืองมีคำตอบสุดท้ายให้ประชาชนแล้วว่า ไม่ฟังเสียงประชาชนอีกต่อไป หากทำแบบนี้นั้น ขอสั่งสัญญาณว่า จะไม่มีใครฟังใคร หากคิดว่าคุมเกมได้ทั้งกระดาน ระวังว่าจะพังทั้งกระดาน การเลือกตั้งครั้งนี้ มีความสำคัญในมิติต่างๆที่ระบุไว้”นายณัฐวุฒิ กล่าว


(ที่มา กรุงเทพธุรกิจ , 23 มีนาคม 2554)

เดลินิวส์ รายงาน “น้องบรรหาร”บ่นอึดอัด แฉ“กลุ่มอำมาตย์”ครองประเทศ

ที่มา thaifreenews

โดย lovethai

“ชุมพล”แฉกลุ่มอำมาตย์ครองประเทศ


จวกยับการเมืองไทยพิกลพิการ บ่นอึดอัดอยู่ใต้อำนาจอำมาตยาธิปไตย ซัดนักวิชาการ-เอ็นจีโอกลายพันธุ์เป็นนักล่าตำแหน่ง

วันนี้ (25มี.ค.) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นประธานการประชุมใหญ่พรรคชาติไทยพัฒนาครั้งที่ 1/2554 เพื่อรับรองงบการเงิน การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค รายงานการดำเนินกิจการของพรรคในรอบปี 2553 รวมทั้งพิจารณาแผนการดำเนินการสำหรับปี 2555 โดยมี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯและประธานที่ปรึกษาพรรค นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตร นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม ส.ส. และสมาชิกพรรค เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า น.ส.มัลลิกา จิระพันธ์วาณิช ส.ส.ลพบุรี ไม่มา ซึ่งมีข่าวว่าเตรียมย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เดินทางเข้าร่วมงานด้วย

จากนั้นรัฐมนตรีของพรรคได้แถลงผลงานต่อสมาชิกพรรค โดยพล.ต.สนั่น กล่าวว่า วันนี้ถึงเวลาแล้วที่คนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าสีใด สีเหลือง สีแดง สีน้ำเงิน ควรหันหน้ามาพูดจากัน มีเอกภาพ มีความรัก สามัคคีกัน การเมืองไม่ขัดแย้ง ซึ่งตนสร้างถนนทางเดินสู่ความปรองดอง เพื่อต้องการให้ลดความขัดแย้ง ความเคียดแค้น หากเมื่อไหร่ประเทศปรองดองกันได้ ประเทศก็จะเจริญและประชาชนก็จะอยู่ดีกินดีขึ้น

นายชุมพล กล่าวว่า เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่น่าจะมีขึ้นไม่วันที่ 26 มิ.ย.หรือไม่ก็ 3 ก.ค. หากนายกฯทูลเกล้าฯกฤษฎีกายุบสภาในวันที่ 1 พ.ค.จะมีการยุบสภาในวันที่ 11-12 พ.ค.จะเลือกตั้งในวันที่ 26 มิ.ย.หากนายกฯทูลกล้าฯกฤษฎีกายุบสภาในวันที่1-7 พ.ค.จะมีผลยุบสภาในวันที่ 17-19 พ.ค.และจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค.ซึ่งจะเป็น 2 ทางเลือกของนายกฯ แต่เชื่อว่านายกฯคงไม่ทูลเกล้าฯในวันจักรี (6 เม.ย.)แน่นอน

นายชุมพล กล่าวต่อว่า สภาพสังคมเวลานี้ยังไม่จบ แต่ละกลุ่มจะพยายามยืนอยู่ในจุดที่ตัวเองได้เปรียบได้ประโยชน์ ไม่ยอมปรองดองหรือประนีประนอม ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก และสภาพการเมืองตกอยู่ใต้สภาพการจำยอม พรรคการเมืองและนักการเมืองถูกจ้องจับผิด วันดีคืนดีก็ถูกจับยุบพรรค และนักการเมืองถูกเว้นวรรค สถาบันสูงสุดกำลังถูกละเมิดนำไปอ้างเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ไม่ว่าเหลือง แดง หรือใต้ดิน องค์กรอิสระส่อไปในทางเลือกข้าง และสองมาตรฐาน หลังเลือกตั้งต้องหาทางแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งตนไม่อยากใช้คำว่าระบบอำมาตยาธิปไตยครอบงำทุกด้าน แต่มันเป็นอย่างนี้ อย่าง ส.ว.สรรหา อำมาตย์ฯก็สรรหาเข้ามาครึ่งหนึ่ง ทำไมไม่ให้ประชาชนเลือก เพราะจะชั่วหรือดีทุจริตก็โทษประชาชนได้ ตนไม่เห็นว่าส.ว.สรรหาดีตรงไหน วันๆพยายามหาช่องโหว่ของกฎหมายยื่นญัตติและตีความ มีการกล่าวหาว่า ส.ว.เลือกตั้งเป็นสภาทาส แต่ชุดนี้ยิ่งกว่าอีก ผลทั้งหมดต้องโทษนักวิชาการ วันนี้นักวิชาการตกอยู่ในสภาพไม่เป็นนักวิชาการ เอ็นจีโอก็ไม่ใช่เอ็นจีโอจริง กลายพันธุ์เป็นนักล่าตำแหน่ง ตอนนี้ก็กำลังล่า ส.ว.สรรหา

“สภาพบ้านเมืองขณะนี้เราขาดการชี้นำ ใครพูดก็ไม่มีใครฟังแล้ว มันจึงออกทะเล อย่างนี้สังคมจะอยู่ได้อย่างไร ผมเองก็อึดอัด ทำอะไรได้ไม่เต็มที่ ตกอยู่ในภาวะจำยอม พรรคชาติไทยก็ตกอยู่ในสภาพจำยอม แต่ต้องถูกปิดม่านท่ามกลางความขัดแย้งของกลุ่มผู้มีอำนาจ ถูกยุบไปโดยไม่ได้ทำผิด ตกเป็นเหยื่อ คนทำผิดลอยนวล คนทำผิดได้ใบเหลือง คนไม่ได้ทำผิดได้ใบแดง คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ผิด ๆถูก ๆ อ่านแบบลุกลี้ลุกลน สังคมถึงได้พิกลพิการอย่างนี้ คนทำผิดคนเดียวแต่ลงโทษคนทั้งบ้านไม่พอ แถมยังเผาบ้านทิ้ง มันไม่ยุติธรรม การเขียนรัฐธรรมนูญแบบนี้สะท้อนอำนาจบางอย่างที่ต้องการให้ผลักดันไปที่อื่น ประชาธิปไตยไม่เดินหน้า ทุกพรรคกลัวถูกยุบเหมือนหนูกลัวแมว ต้นตอของปัญหาอยู่ที่รัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ” นายชุมพล กล่าว


(ที่มา เดลินิวส์ , 25 มีนาคม 2554)

SpringnewsTV ปอกเปลือกข่าว 25มี.ค. (บก.ลายจุด)

ที่มา thaifreenews

โดย Yang Wenli



http://www.youtube.com/watch?v=xtIqgY4fnh8&feature=player_embedded#at=41

“แม้ว” โผล่เฟซบุ๊กโพสต์รูปโชว์ คราวนี้ทำธุรกิจทองที่กานา

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

“แม้ว” โผล่เฟซบุ๊กโพสต์รูปไปรัสเซีย-เจรจาธุรกิจทองที่กานา
หลังเพิ่งวิดีโอลิงก์เข้าเวทีเสื้อแดงที่โบนันซ่า

วันนี้ (26 มี.ค.) เมื่อเวลาประมาณ 24.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
ได้โพสต์รูปขึ้นเฟซบุ๊กส่วนตัว Thaksinlivedotcom
หลังจากหายไปนานจากหน้าเฟซบุ๊กตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2553



ไปชมย่านการค้าในเมืองคาลินินกราด รัสเซีย เป็นเมืองที่มีพื้นที่แยกไปติดทางยุโรป
ไม่ติดกับรัสเซียเนื่องจากเคยเป็นของเยอรมันมาก่อน



ย่านจตุรัสกลางเมืองคาลินินกราด รัสเซีย มีโบสถ์ใหญ่ Cathedral of Christ the Saviour



ไปดูตลาดพื้นเมือง ในกรุงอัคครา สาธารณรัฐกาน่า



เดินทางไปเจรจาธุรกิจเรื่องทอง ที่ สาธารณรัฐกาน่า ในแอฟริกา

โดยก่อนหน้านี้ประมาณ 21.00 น.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
เพิ่งได้วีดีโอลิงก์มายังเวทีคนเสื้อแดงที่คอนเสิร์ต 'รุ่งอรุณแห่งความยุติธรรม'
ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ และได้ร้องเพลงเชียงรายรำลึก และสั่งนาง

พ.ต.ท.ทักษิณได้กล่าวว่า ให้คนเสื้อแดงช่วยพากลับบ้านด้วย
เพื่อไปรับใช้พี่น้องประชาชน พร้อมกับชี้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกตอนนี้
แสดงให้เห็นว่าการกดดันประชาชนไม่ให้อยู่ในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง
ถือเป็นการคิดสั้นและคิดผิด นอกจากนี้ยังขอให้คนเสื้อแดงจับตาดูการเลือกตั้งครั้งต่อไป
เพราะถ้ามีการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม บ้านเมืองจะเลวร้ายลงอีกมากมาย


http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9540000038637