WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, April 3, 2011

ประกาศนางสงกรานต์ปี 54 ระหว่างเทพีทรงปืนของอำมาตย์ศักดินาVSเทพีทรงหนังสะติ๊กของชาวไพร่

ที่มา Thai E-News


นางสงกรานต์ของอำมาตย์ศักดินานามว่า กาฬกิณีเทวี หัตถ์ซ้ายทรงปืน เสด็จนั่งมาเหนือหลังกุญชร(ช้าง)ส่วนนางสงกรานต์ของมวลประชา นามว่า คุณท่านนารีแดงมหาเทวีศรีประชา อาภรณ์แพรแดง ภักษาหารข้าวแกง หัตถ์ซ้ายทรงหนังสติ๊ก เสด็จนั่งมาเหนือ อาชา (ม้าสีขาว)


โดย ปาแด งา มูกอ
3 เมษายน 2554

วันนี้ขออนุญาตร่วมอวยชัยปีใหม่ไทย ขอนำประกาศสงกรานต์ปี 2554 มาฝากท่านผู้อ่านได้หายเครียดกันบ้าง

ระหว่างนางสงกรานต์ตัวจริง (นางหรือนางสาวก็ไม่ทราบได้) เอาเป็นว่าคุณกาฬกิณีเทวี ก็แล้วกัน กับ นางสงกรานต์ของคนเสื้อแดงหัวใจแดงทั้งแผ่นดิน คุณท่านนารีแดงมหาเทวีศรีประชา ว่าใครจะเจ๋งกว่าใคร

นางสงกรานต์ศักดินาอำมาตย์:ประกาศสงกรานต์จุลศักราช ๑๓๗๓

พุทธศักราช ๒๕๕๔

ปีเถาะ ตรีศก จันทรคติเป็นปกติมาส ปกติวาร สุริยคติเป็นปกติสุรทิน
วันมหาสงกรานต์ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ เมษายน เวลา ๑๓ นาฬิกา ๓๓ นาที ๓๖ วินาที
ตรงกับเวลา ๑๓ นาฬิกา ๕๑ นาที ๓๖ วินาที (เวลามาตรฐานประเทศไทย)
นางสงกรานต์นามว่า กาฬกิณีเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต ภักษาหารถั่วงา
หัตถ์ขวาทรงขอช้าง หัตถ์ซ้ายทรงปืน เสด็จนั่งมาเหนือหลังกุญชร(ช้าง)เป็นพาหนะ
เกณฑ์พิรุณศาสตร์ปีนี้ พุธ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก ๖๐๐ ห่า
ตกในเขาจักรวาล ๒๔๐ ห่า ตกในป่าหิมพานต์ ๑๘๐ ห่า ตกในมหาสมุทร ๑๒๐ ห่า ตกในโลกมนุษย์ ๖๐ ห่า
เกณฑ์นาคราชให้น้ำปีเถาะ นาคราชให้น้ำ ๒ ตัว ทำนายว่า ฝนต้นปีน้อย กลางปีงาม และปลายปีอุดมดีแล
เกณฑ์ธัญญาหารชื่อ ลาภะ ข้าวกล้าในนา จะได้ ๑๐ ส่วน เสียเพียงส่วนเดียว ธัญญาหาร มังสาหารบริบูรณ์ ประชาชนทั้งหลายจะอยู่เย็นเป็นสุข

วันเถลิงศกตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๖ เมษายน เวลา ๑๗ นาฬิกา ๓๑ นาที ๑๒ วินาที

นางสงกรานต์ไพร่ฟ้าประชาชี:ประกาศสงกรานต์จุลศักราช ๑๓๗๓
พุทธศักราช ๒๕๕๔

ปีเถาะ ตรีศก จันทรคติเป็นปกติมาส ปกติวาร สุริยคติเป็นปกติสุรทิน
วันมหาสงกรานต์ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ เมษายน เวลา ๑๓ นาฬิกา ๓๓ นาที ๓๖ วินาที
นางสงกรานต์นามว่า คุณท่านนารีแดงมหาเทวีศรีประชา ไม่ทรงพาหุรัด ไม่ทัดดอกอะไร
อาภรณ์แพรแดง ภักษาหารข้าวแกง หัตถ์ขวาทรงขอประชาธิปไตย หัตถ์ซ้ายทรงหนังสติ๊ก เสด็จนั่งมาเหนือ อาชา (ม้าสีขาว) เป็นพาหนะ
เกณฑ์พิรุณศาสตร์ปีนี้ พุธ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก ๖๐๐ ห่า
ตกในเขาจักรวาล ๖๐ ห่า ตกในป่าหิมพานต์ ๘๐ ห่า ตกในมหาสมุทร ๒๐ ห่า ตกใน 14 จังหวัดภาคใต้ ๔๔๐ ห่า
เกณฑ์นาคราชให้น้ำปีเถาะ นาคราชให้น้ำ ๒ ตัว ทำนายว่า ฝนต้นปีหนัก กลางปีหนักมาก และปลายปีโคตรหนักแล
เกณฑ์ธัญญาหารชื่อ ลาภะ ข้าวกล้าในนา จะได้ ๑๐ ส่วน เสีย ๕ ส่วน (อยู่ในโควตารัฐบาลแย่งกันแดก) ธัญญาหาร มังสาหารแพงหูฉี่ ประชาชีทั้งหลายจะอดอยากยากแค้น

วันเถลิงศกครบรอบ ๑ปี (เมษา-พฤษภา อำมหิต)

ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๑๐ เมษายน เวลา ๑๗ นาฬิกา ๓๑ นาที ๑๒ วินาที

พรรคการเมืองใหม่ไม่ต้องเสียเวลาลงเลือกตั้งหรอก

ที่มา Voice TV




สุริยะ ใสพูดไว้ว่า 'พันธมิตรฯ และพรรคการเมืองใหม่มีเป้าหมายไม่ต่างกัน คือการสร้างการเมืองที่สะอาดและสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศชาติและประชาชนได้ อย่างแท้จริงและยั่งยืน

แต่เนื่องจากพรรคการเมืองใหม่ ต้องดำเนินกิจกรรมภายใต้ พ.ร.บ.พรรคการเมือง มีกฎหมายควบคุมกำกับตลอดเวลา จึงต้องระมัดระวังในการแสดงบทบาท เพราะอาจถูกมองว่าต่อต้านระบบการเมืองการปกครองจนเป็นเหตุให้มีการกลั่น แกล้งเพื่อยุบพรรคได้'

เปิดหัวใจหญิงเหล็ก กกต. “สดศรี สัตยธรรม”

ที่มา Voice TV



สดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง ยืนยันถึงความตั้งใจที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้งจนครบวาร 7 ปี แต่มีความคิดจะลาออกเนื่องจากปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย ในกรณีที่กฎหมายลูกทั้ง 3 ฉบับ เสร็จทันก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะประกาศยุบสภา ปัญหาเรื่องการออกประกาศของ กกต. เรื่องการเลือกตั้ง สส. และสว. อาจทำให้ กกต.ชุดที่ 3 มีชะตากรรมซ้ำรอย กกต.ชุดที่ 2 ของพลตำรวจเอกวาสนา เพิ่มลาภ ที่ถูกตัดสินจำคุก และปรับเรียกค่าเสียหายจากการทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

คุณสดศรี ยอมรับว่าการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้นจะมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง เพราะเป็นการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาล หากไม่มีพรรคใดได้ชัยชนะเด็ดขาดจะมีการฟ้องร้องกันมากมาย หากประกาศของ กกต.ที่ออกมาไม่มีกฎหมายรองรับ จะเป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองได้

แต่ กกต.เตรียมหาทางออกไว้กรณี กฎหมายลูก 3 ฉบับ เสร็จไม่ทันการประกาศยุบสภาของนายกรัฐมนตรี คือ การใช้ช่องทาง มาตรา 141 ออกประกาศ กกต. มีเนื้อหาครอบคลุมกฎหมายลูก 3 ฉบับ เพราะมีการเขียนรับรองว่า ประกาศของกกต. มีศักดิ์และสิทธิเทียบเท่ากับ พระราชบัญญัติ จากนั้นจะเสนอไปยังศาลรัฐธรรมนูญ

คุณสดศรียังบอกเล่าเส้นทางการเข้ามารับตำแหน่ง กรรมการการเลือกตั้ง ว่าผ่านการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ในช่วงที่มีการยุบสภาปี 2549 และได้รับแต่งตั้งก่อนการรัฐประหารกันยายน 2549 แต่จากนั้นคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ก็มิได้ยกเลิกและให้ กกต.ทั้ง 5 คนดูแลการเลือกตั้งท้องถิ่น ต่อเนื่องมาจนถึงการเลือกตั้งในระดับชาติในปัจจุบัน

คุณสดศรี เคยเปรียบเทียบว่า ชีวิตการเป็น กกต. เป็นช่วงเวลาที่แย่ที่สุดในชีวิต นับตั้งแต่ก้าวออกจากเส้นทางการเป็นผู้พิพากษา เธอยังไม่รู้ว่าจุดจบของชีวิตจะเป็นอย่างไร จะ Happy Ending หรือ ตายตอนจบ ?

Voice News 2 เมษายน 2554 (19.00น.)

ที่มา Voice TV



ประเด็นสำคัญในรายการข่าว Voice News ประจำวันนี้

- น้ำท่วมสุราษฎร์ธานีเพิ่ม

- ร.ต.อ.ปุระชัยแสดงวิสัยทัศน์

- หมอหงวน เพื่อสุขภาพคนไทย

น้ำท่วมสุราษฎร์ธานีเพิ่ม

หลายอำเภอในสุราษฏร์ธานี ระดับน้ำท่วมยังเพิ่มสูงขึ้น เหตุเป็นพื้นที่ต่ำ ใกล้แม่น้ำ เจ้าหน้าที่คาด 1 สัปดาห์ระดับน้ำลด ส่วนยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 35 ราย

ร.ต.อ.ปุระชัยแสดงวิสัยทัศน์

ร้อยตำรวจเอกปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ร่วมงานเปิดพรรครักษ์สันติ ระบุพร้อมช่วยเหลือบ้านเมือง แต่ยันยังไม่สังกัดพรรคการเมืองไหน

หมอหงวน เพื่อสุขภาพคนไทย

เส้นทางชีวิต นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ แพทย์นักปฎิรูป ผู้วางรากฐานระบบหลักประกันสุขภาพ เพื่อคนไทยกว่า 60 ล้านคน

เพื่อไทยหาตำแหน่งให้ "เสนาะ" 5 เม.ย.

ที่มา Voice TV

เพื่อไทยหาตำแหน่งให้

พรรคเพื่อไทยเตรียมประชุมพรรคเพื่อหาตำแหน่งให้กับนายเสนาะ แต่ไม่ชัดนั่งตำแหน่งแทนร.ต.อ.เฉลิม



นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในวันอังคารที่ 5 เมษายน นี้ พรรคเพื่อไทยจะมีการประชุมผู้บริหารของพรรค เพื่อหารือถึงตำแหน่งในพรรคของ นายเสนาะ เทียนทอง รวมถึงรายชื่อ ส.ส. ของพรรคประชาราช ที่จะเข้าร่วมกับพรรคเพื่อไทย แต่ในขณะนี้ ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องของ นายเสนาะ จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ประธาน ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย แทน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หรือไม่ เพราะยังไม่มีการหารือและพูดคุย แต่คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจนอย่างแน่นอน



ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก และ ส.ส.ในพรรคเพื่อแผ่นดินที่จะเข้ามานั้น ทางพรรคเพื่อไทยก็ได้กันรายชื่อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ไว้แล้ว 20 รายชื่อ สำหรับบุคคลสำคัญจากพรรคอื่นที่เตรียมมาสังกัดกับพรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ รายชื่อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด ขณะนี้ ตัวแทนของแต่ละภาคส่วนก็ได้ส่งชื่อมาครบแล้วเช่นกัน

บิ๊กเพื่อไทยชี้"เสนาะ"คุย"ทักษิณ"จบแล้ว ปั้น"มิ่งขวัญ"เป็นนายกฯ อ้าง"น้องสาวแม้ว-ส.ส.ส่วนใหญ่"ไม่ขัด

ที่มา มติชน

นายสุพล ฟองงาม เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แกนนำกลุ่มมิ่งขวัญ บุคคลใกล้ชิดนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวเมื่อ วันที่ 2 เมษายน ถึงกรณีที่นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ประกาศบนเวทีงานวันคล้ายวันเกิด 1 เมษายน ที่สนามกอล์ฟอัลไพน์ ย่านปทุมธานี ระหว่างการพูดคุยผ่านระบบสไกป์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะปั้นนายมิ่งขวัญ เป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยว่า ตลอด 2 สัปดาห์ติดต่อกันแล้วที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย พยายามสอบถามแกนนำพรรคภายในที่ประชุมพรรคถึงความชัดเจนเรื่องตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมาตลอด ซึ่งขณะนี้ความคิดเห็นของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย แบ่งเป็น 2 ความเห็นหลัก คือ 1.ต้องการให้พรรคมีความชัดเจนเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ ส.ส.ได้ตอบคำถามชาวบ้านได้ว่าหัวหน้าที่แท้จริงของพรรคคือใคร และ 2.ส.ส.กลุ่มที่สนับสนุนนายมิ่งขวัญ เป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ซึ่งกรณีนี้จะได้ข้อยุติต่อเมื่อเข้าสู่กระบวนการของที่ประชุมพรรค โดยมี ส.ส.เป็นผู้โหวตว่าใครเหมาะสมจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และผ่านกระบวนการรับรองจากคณะกรรมการบริหารพรรค


"ท่านเสนาะ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ทางการเมือง การที่ท่านจะพูดอะไร จะประกาศอะไรนั้นต้องมีความชัดเจนพอสมควร ผมอยู่ในงานวันเกิดท่านด้วย ท่านเสนาะบอกว่า "ในเมื่ออุปโลกน์มิ่งขวัญเป็นนายกรัฐมนตรี ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว ทุกโพลที่ออกมาก็บอกว่าฝ่ายค้านชนะรัฐบาล ก็พร้อมจะสนับสนุนให้นายมิ่งขวัญ เป็นนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้ง" ซึ่งผมคิดว่า ท่านเสนาะคงได้พูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังมาพอสมควรแล้ว ไม่เช่นนั้นท่านเสนาะไม่กล้าประกาศอะไรบนเวทีชัดเจนอย่างนี้หรอก” นายสุพลกล่าว


ด้านนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทยและอดีตสมาชิกกลุ่มวังน้ำเย็น กล่าวว่า แนวทางของพรรคเพื่อไทย ขณะนี้คือชูนายมิ่งขวัญเป็นนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้ง ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณและผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคหลายคนก็เห็นด้วย เพราะระหว่างที่นายเสนาะประกาศสนับสนุนนายมิ่งขวัญเป็นนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำพรรคคนอื่นๆ ก็อยู่ร่วมงานด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยเห็นชอบว่าจะให้นายมิ่งขวัญพิสูจน์ผลงานในการทำหน้าที่ผู้นำทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจ และหลังการอภิปรายโพลทุกสำนักก็ระบุตรงกันว่า นายมิ่งขวัญสอบผ่าน ซึ่งคนในพรรคก็พอใจกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนการเปิดตัวนายมิ่งขวัญเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการนั้น ต้องผ่านการประชุมพรรคเสียก่อน ซึ่งจะมีขึ้น 1-2 สัปดาห์ก่อนการประกาศยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่


"วันนี้เป็นที่รับทราบกันดีว่าพรรคเพื่อไทยจะชูนายมิ่งขวัญ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายมิ่งขวัญเองก็มีท่าทียินดี ส่วน ส.ส.เองก็มั่นใจว่า นายมิ่งขวัญมีคุณสมบัติสู้กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้ สำหรับกรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ประกาศไม่สนับสนุนนายมิ่งขวัญนั้น ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเราเป็นพรรคใหญ่ที่มีสมาชิกเป็นจำนวนมาก ก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันบ้าง แต่หลังจากนี้ พวกตนจะเข้าพบ ร.ต.อ.เฉลิม เพื่อหารือเรื่องนี้ และเชื่อว่า ร.ต.อ.เฉลิมจะหายงอนและทุกอย่างก็จะจบด้วยดี" นายชูวิทย์กล่าว

งานเข้าไม่หยุด ปิดฉากไม่สวย

ที่มา ข่าวสด



ในตอนแรกนั้นดูเหมือนการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีประกาศล่วงหน้าว่าจะยุบสภาช่วงสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค. จะเป็นตัวหล่อเย็นช่วยลดความร้อนแรงทางการเมืองลงไปได้มาก

เห็นจากพรรคร่วมรัฐบาลที่เคยต่างคนต่างอยู่ ก็เริ่มขยับหันมากลมเกลียวกันมากขึ้น บางพรรคถึงขั้นประกาศจับมือเป็นพันธมิตรทางการเมืองในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

หวังผลข้ามช็อตไปยังสถานการณ์ภายหลังการเลือกตั้งที่จะผนึกกำลังต่อรองกลับเข้าร่วมรัฐบาล ไม่ว่า 2 พรรคใหญ่ ประชาธิปัตย์หรือเพื่อไทยเป็นฝ่ายชนะ

ขณะที่ฝ่ายค้านพรรคเพื่อไทยก็ลดดีกรีการตรวจสอบรัฐบาลลงหลังจบศึกซักฟอก เพราะต้องเอาเวลามาจัดทัพจัดแถวหาคนลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งยังต้องรีบเร่งหาตัวผู้นำพรรคที่จะมาชูเป็นนายกฯ ให้ได้โดยเร็ว

ทางด้าน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้โฟนอินส่งสัญญาณ ถึงพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง ให้เตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งที่ใกล้จะมาถึง โดยตนเองพร้อมอำนวยความสะดวกทุกอย่างไม่ว่าการวางนโยบายหาเสียงหรือการวางท่อน้ำเลี้ยง

ในจังหวะการเปิดตัวของพรรคใหม่ที่มีชื่อ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เป็นหัวหน้าพรรค ก็สามารถดึงดูดความสนใจของคนเกลียดมาร์ค-เบื่อแม้วได้ไม่น้อย

รวมถึงการที่บรรดานักการเมืองต่างพรรคพร้อมใจกันผลักดันกฎหมายลูก 3 ฉบับรองรับการเลือกตั้งและการทำงานของกกต. จนผ่านสภาวาระแรกไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งยังได้รับการยืนยันจากเหล่าขุนทหารโดย เฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลา โหม ว่ากองทัพพร้อมหนุนการเลือกตั้ง จะไม่มีการทำปฏิวัติแน่นอน

ถ้ามองอย่างผิวเผินจึงดูเหมือนสถาน การณ์ในช่วงวาระสุดท้ายของรัฐบาล การเมืองจะเป็นไปอย่างราบรื่น ทุกฝ่ายพร้อมใจเดินหน้าเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาเริ่มผ่านไปนานเข้า ขณะที่ห้วงเวลาการยุบสภาตามที่นายกฯ อภิสิทธิ์ ระบุยังเหลืออีก 1 เดือน ทำให้เกิดกระแสข่าวสารพัดต่างๆ นานา จนหลายคนเริ่มไขว้เขว ไม่มั่นใจจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริงหรือไม่

เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าในสังคมไทยยังมีคนกลุ่มหนึ่งไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง แล้วก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ แต่ได้พยายามเคลื่อนไหวโน้มน้าวสังคมให้เห็นคล้อยตามความคิดของตนเอง

ไม่ว่าการเรียกร้องให้มีการยุบสภาแต่ไม่ให้มีการเลือกตั้ง ให้เว้นวรรคนักการเมือง 3 ปี ขอพระราชทานนายกฯ และคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา 7

นอกจากนี้ยังมีการพยายามที่จะกดดันให้ กกต.ลาออก เพื่อทำแท้งการเลือกตั้ง ซึ่งบังเอิญสอดรับกับกรณีนางสดศรี สัตยธรรม ประกาศพร้อมไขก๊อกหากได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

นางสดศรีอ้างว่าไม่สบายใจที่มีความต้องการสกัดกั้นกฎหมายลูกทั้ง 3 ฉบับไม่ให้เสร็จ อีกทั้งการเลือกตั้งครั้งนี้ยังดูแปลกๆ เหมือนกับโยนลูกให้ กกต.รับไปทั้งหมด

ถึงแม้ต่อมา กกต.ทั้ง 4 คนที่เหลือจะยืนยันว่าพร้อมอยู่ต่อเพื่อทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งครั้งนี้ให้ลุล่วง

แต่จากนั้นไม่กี่วันก็ยังเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ใครหลายคนซึ่งกำลังใจจดจ่ออยู่กับการเลือกตั้ง ต้องเกิดอาการหวาดระแวง คือเหตุการณ์สภาล่ม 3 วันติดต่อกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากกฎหมายลูก 3 ฉบับถึงจะผ่านสภาวาระแรก แต่เท่ากับเพิ่งจะคลอดได้แค่ครึ่งตัว เหลืออีกครึ่งตัวคือวาระ 2 และ 3 กำลังจ่อเข้าสภาวันที่ 7 เม.ย.

ทั้งฝ่ายที่อยากให้เลือกตั้งเร็ว และฝ่ายที่ไม่อยากให้เลือกตั้งเลย รวมถึงฝ่ายที่อยากให้เลือกตั้ง แต่อยากให้ยืดเวลาออกไปก่อน ก็เลยต้องไปลุ้นกันอีกยก

การที่สภาล่ม 3 วันติดต่อกันผลเสียหายที่ตามมา นอกจากทำให้การพิจารณาเห็นชอบบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือเจบีซี ต้องเลื่อนออกไป

ยังเกิดการพูดกันมากว่าสาเหตุที่ส.ส.ไม่ยอมมาประชุมจนทำให้สภาล่มนั้น

เป็นเพราะนายกฯ อภิสิทธิ์ประกาศยุบสภาล่วงหน้าชัดเจน ทำให้ส.ส.ต้องแย่งชิงกันลงพื้นที่แข่งกันหาเสียงแต่เนิ่นๆ เพราะถ้าขืนอยู่ประชุมสภาอาจไม่ได้กลับมาเป็นส.ส.

อย่างที่ นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวเปรียบเปรย ว่าสภาตอนนี้เหมือนบริษัทปิดแล้ว พนักงานรู้ว่าตนเองต้องตก งานจึงต้องไปหางานใหม่ จะให้มาอยู่ได้อย่างไร

ตามมาติดๆ กับเสียงตัดพ้อจากส.ส.ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ ว่านายกฯ อภิสิทธิ์ใจดำ ไม่ยอมให้ ส.ส. พรรคลงพื้นที่ช่วยเหลือ ชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ เพราะมัวแต่ห่วงสภาจะล่ม

ทั้งที่ภาคใต้เป็นฐานเสียงของพรรคแท้ๆ ก็ยังอุตส่าห์มีคำถามขึ้นมาจนได้ว่านายกฯ อภิสิทธิ์ ควร ฉับไวต่อการลงไปดูแลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมากกว่านี้หรือไม่

แล้วก็เป็นอะไรที่เหมือนซ้ำเติมรัฐบาลกับโครงการสำรวจอีสานโพล ของมหา วิทยาลัยขอนแก่น ระบุเสียงสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลของชาวอีสานลดต่ำลงทุกด้าน ไม่ว่าด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม

เนื่องจากชาวอีสานมองว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องราคาสินค้าและค่าครองชีพที่สูงขึ้นได้เป็นรูปธรรม

ไปๆ มาๆ ก็เหมือนวกกลับมาที่ความไร้ฝีมือด้านการ บริหารประเทศ และความเชื่องช้าต่อการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ซึ่งเป็นบุคลิกเดิมๆ ของประชาธิปัตย์

จากปัญหาที่พันกันจนยุ่งเหยิงจากเรื่องหนึ่งโยงไปอีกเรื่องหนึ่ง ชนิดคาถา 'ยุบสภา' ที่นายกฯ ท่องบ่นรายวันก็ช่วยคลี่คลายอะไรไม่ได้

ถึงยังหาความแน่นอนไม่ได้ว่าการเลือกตั้งใหม่จะเกิดขึ้นช้าหรือเร็ว

แต่ที่แน่ๆ คือมีสัญญาณหลายอย่างบ่งชี้รัฐบาลชุดนี้ปิดฉากตัวเองไม่สวย แน่นอน

'แดง'สวมเสื้อเพื่อไทยสู้เลือกตั้ง

ที่มา ข่าวสด

รายงานพิเศษ



1.ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

2.ก่อแก้ว พิกุลทอง

3.เพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล

ถูกจับตามองเมื่อพรรคเพื่อไทยประกาศเปิดโควตาของแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือคนเสื้อแดง ลงสมัครรับเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในเร็วๆ นี้ เพื่อหวังดึงกระแสคนเสื้อแดงอุ้มชูพรรคสู่เป้าหมาย การเป็นรัฐบาลพรรคเดียว

แกนนำนปช. ได้เปิด ใจถึงการตัดสินใจเข้าสู่ระบบการ เมืองแทนการเมืองข้างถนน รวมทั้งลำดับบัญชีรายชื่อ และการนำเสนอนโยบาย เพื่อชนะใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง



ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

แกนนำนปช.

ผมสนใจการเมืองมาตั้งแต่เด็ก มีความตั้งใจทำงานการเมือง และลงสมัคร ส.ส.ตั้งแต่อายุ 25 ในนามพรรคชาติพัฒนา และปี 2548 เป็นผู้สมัครในนามพรรคไทยรักไทย ตั้งใจจะทำงานการเมืองในระบบรัฐ สภาตั้งแต่ต้น

แต่เมื่อมีรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ก็ตัดสินใจออกมาต่อสู้ร่วมกับประชาชน ต่อต้านเผด็จการ จนพัฒนามาเป็นแกนนำนปช. แต่เมื่อมีการเลือกตั้งก็ไม่เคยไม่เสนอตัวเข้ามาทำงานการเมืองในระบบรัฐสภา เพราะเชื่อว่าหากการเมืองในระบบเข้มแข็ง จะเป็นแรงค้ำให้ประชาธิปไตยไม่ถูกอำนาจนอกระบบเข้ามาแทรกแซง ประชาชนไม่ต้องเหนื่อยในการต่อสู้

ดังนั้น เราจึงต่อสู้เพื่อให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ให้การเมืองในระบบเข้มแข็ง ปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ประเทศต้องเดินหน้าด้วยการเมืองในระบบรัฐสภาอย่างนี้ต่อไป

สำหรับโควตาของนปช. ยืนยันว่าผมและนายจตุพร พรหมพันธุ์ รับหน้าที่เป็นตัวเชื่อมประสานระหว่างแกนนำนปช.ที่ต้องการลงสมัครส.ส.กับพรรคเพื่อไทย แต่เราไม่เคยคุยกันเรื่องโควตา ไม่เคยเรียกร้องต่อรองใดๆและยอมรับการตัดสินใจของกรรมการบริหารพรรค เพราะทราบดีว่ายังมีนักการเมืองที่ทำงานร่วมกับพรรคจำนวนมาก

เราจึงไม่มีโควตาทั้งเรื่องจำนวนคน และลำดับที่ และเชื่อมั่นในดุลพินิจพรรคที่จะพิจารณา

ยืนยันว่าการเป็นแกนนำนปช.ไม่ใช่ใบ เบิกทางลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่คนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจนเป็นที่รู้จักของประชาชน ควรได้รับโอกาสพิจารณาเป็นตัวแทนลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย

ส่วนแคนดิเดตนายกฯ นั้น ต้องยอม รับว่าพรรคเพื่อไทยอยู่ในภาวะไม่ปกติ ซึ่งไม่ได้เกิดจากภายใน แต่เกิดจากภายนอก ทำให้เราต้องเดินทางด้วยวิธีพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงและรับมือภัยคุกคามจากอำนาจนอกระบบตลอดเวลา

แต่เชื่อว่าเมื่อพรรคเปิดตัวผู้ที่เสนอชื่อเป็นนายกฯ จะได้รับเสียงตอบรับจากประชาชน และให้การสนับสนุน และเชื่อว่าประชาชนเข้าใจเราถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่

ส่วนพรรคจะเปิดตัวใคร ผมพร้อมยอมรับทั้งนั้น เพราะเมื่อตัดสินใจร่วมมาทำงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทยแล้ว ก็เชื่อมั่นว่าพรรคจะหาตัวบุคคลที่เหมาะสมกับสถานการณ์ สามารถแก้ไขปัญหาและเป็นที่ยอมรับของประชาชน มานำเสนอได้อย่างแน่นอน



ก่อแก้ว พิกุลทอง

แกนนำนปช.

การตัดสินใจลงสมัครส.ส.ของแกนนำบางคน ทำตามยุทธศาสตร์ 2 ขา ของนปช. คือการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในลักษณะมวลชนขาหนึ่ง อีกขาหนึ่งคือการลงสมัครส.ส.เพื่อเข้าไปทำหน้าที่ในสภา เพื่อแก้ปัญหาหลายๆ เรื่อง ทั้งการแก้รัฐธรรมนูญ การติดตามตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐในเรื่องกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียว หากเราเข้าไปทำหน้าที่ในสภา จะง่ายกว่าเดินนอกสภา

ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นตรงกันของแกนนำ ซึ่งขณะนี้มีผู้แสดงความจำนงขอลงสมัครทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อในนามพรรคเพื่อไทยแล้ว 20 คน แต่เรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องโควตา เป็นการแสดงความจำนงให้คณะกรรมการบริหารพรรคพิจารณาอีกครั้ง สุดท้าย ผลการตัดสินใจเป็นเรื่องของพรรค

สำหรับลำดับการลงสมัคร ผมคงบอกไม่ได้ แต่หากจะให้แน่นอน ควรอยู่ในลำดับที่ไม่เกิน 50 แต่เป็นเรื่องยากที่คนทั้งกลุ่มจะได้รับการจัดอันดับดีทั้งหมด เพราะต้องมีนัก การเมืองกลุ่มอื่นๆ ด้วย

คาดว่าอย่างนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หรือนายจตุพร พรหมพันธุ์ ต้องอยู่ลำดับดีๆ เพราะเขามีประโยชน์กับคนเสื้อแดง และพรรคเพื่อไทยอยู่แล้ว ส่วนคนอื่นๆ คงได้รับการจัดลำดับตามสมควร แต่กว่าจะนิ่ง คงเช้าวันลงสมัคร เพราะนักการเมืองต้องวิ่งให้ตนเองได้ลำดับที่ดีที่สุดอยู่แล้ว

ส่วนแคนดิเดตนายกฯ ถือเป็นเรื่องสำคัญ จะเป็นตัวบ่งชี้ให้ประชาชนมาลงคะแนนเลือกพรรคเพื่อไทย แต่ก็เหมือนดาบ 2 คม หากเปิดตัวเร็วก็มีโอกาสถูกสหบาทาได้มาก

แต่เมื่อจะมีการเลือกตั้งก็ต้องเปิดตัว เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ

เท่าที่เห็นชื่อที่ปรากฏออกมา ทั้ง 4 คน ประกอบด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร และ นายวีรพงษ์ รามางกูร ล้วนมีความรู้ความสามารถด้านเศรษฐกิจ มีความประนีประนอมทั้งในพรรคและนอกพรรค และต้องการให้ประเทศพ้นจากวิกฤต แต่ใครจะเหมาะเป็นนายกฯ คงเป็นเรื่องของสถานการณ์

อย่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นคนที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ให้ความไว้วางใจ 100 เปอร์เซ็นต์ และส.ส.ในพรรคก็เกรงใจ แต่คนที่อยู่ตรงข้ามพ.ต.ท.ทักษิณคงไม่สบายใจนัก

ส่วนนายมิ่งขวัญ มีส.ส.กลุ่มใหญ่ให้การสนับสนุน หากได้เป็นนายกฯ คงไม่มีปัญหากับส.ส.กลุ่มอื่นๆ แต่อาจมีปัญหาเรื่องความไว้วางใจของพ.ต.ท.ทักษิณ เพราะมีบทเรียนสมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช มาเป็นนายกฯ แล้ว

ขณะที่นายวีรพงษ์ แม้จะมีจุดเด่นเรื่องมีประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจสูงสุด แต่ห่างเหินกับส.ส.ในพรรค แต่ได้ความสัมพันธ์กับคนในสังคม โดยเฉพาะจากบ้านสี่เสาเทเวศร์

นายปานปรีย์ เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ และมีความสัมพันธ์กับภาคส่วนในสังคม

ดังนั้น ทั้ง 4 มีความรู้ความสามารถหมด ใครจะมาเป็นก็ได้ แต่จะให้บอกว่าใครดีที่สุด คงไม่ใช่หน้าที่ของผม





เพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล

แกนนำนปช. กลุ่มรักเชียงใหม่ 51

ได้รับการยืนยันจากผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยว่า จะส่งผมลงสมัครเลือกตั้งแน่นอน ส่วนจะเป็นจังหวัดไหน หรือเขตอะไร หรือจะลงแบบปาร์ตี้ลิสต์หรือไม่ ยังต้องรอความชัดเจนก่อน แต่จะอยู่ในเขตทางภาคเหนือ

หรือถ้าผมไม่ได้ลงส.ส. ก็ได้รับการยืนยันว่าจะได้เป็นนักการเมืองแน่นอน

ที่แน่ๆ ผู้ใหญ่ไฟเขียวแกนนำเสื้อแดงที่จะลงเลือกตั้ง ประกอบ ด้วย ผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายก่อแก้ว พิกุลทอง โดยเราจะทำงานแบบ 2 ขา คู่ขนานกันไประหว่าง ภาคประชาชน และนักการเมือง

ทั้งนี้ การคัดเลือกบุคคลของผู้ใหญ่ ต้องคัดบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ที่ไม่ใช่ปราศรัยเก่งอย่างเดียว

ยอมรับว่าจากที่เคยเป็นนักปราศรัย ผมคงต้องเปลี่ยนบทบาท เป็นนักสังคมมากขึ้น ต่อไปจะเร่งลงพื้นที่ นำข้อเปรียบเทียบ นโยบายที่เป็นความจริง ระหว่างการทำงานของอดีตพรรคไทยรักไทย กับการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ว่าเป็นอย่างไร ให้ประชาชนนำข้อเปรียบเทียบไปพิจารณา

ส่วนนโยบายการหาเสียงนับจากนี้ ยังต้องรอนโยบายของพรรคอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 เม.ย.นี้ก่อน แต่คาดว่าน่าจะเป็นในทางเดิมคือ นโยบายของไทยรักไทย เพียงแต่เรามาต่อยอด

ที่สำคัญเราจะชู พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เหมือนเดิม หรือพูดง่ายๆ ถ้าเลือกพรรคเพื่อไทยก็จะได้ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะกระแสของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีตก

ส่วนที่การวิจารณ์ว่าขณะนี้พรรคเพื่อไทยไม่มีหัว มีแคนดิเดตคนนั้นคนนี้นั้น ตรงนี้ไม่ต้องกังวล เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ มีบุคคลในใจอยู่แล้ว ขอให้มีความมั่นใจในพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อถึงวันนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ จะเปิดเผยเอง

มั่นใจว่าการเลือกตั้งที่จะถึง พรรคเพื่อไทยชนะขาดแน่นอน และพรรคประชาธิปัตย์ก็รู้ดีว่าเขาอยู่ในขาลง

แต่ถ้าหลังการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยชนะ แล้วมีทหารเข้ามาบีบตั้งรัฐบาลอีก มั่นใจว่าครั้งนี้คนเสื้อแดงจะออกมามากกว่าครั้งก่อนแน่ และจะแรงกว่าทุกครั้งด้วย

แห่ศพเหยื่อ" 10เมย."

ที่มา ข่าวสด

ไปคอกวัว-เชิญวิญญาณ แกนนำแดงร่วมเผาวันนี้



แห่ศพ- คนเสื้อแดงแห่ศพนายเทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์ อายุ 29 ปี จากวัดพลับพลาไชย มาทำพิธีเรียกวิญญาณที่สี่แยกคอกวัว ซึ่งเป็นสถานที่ถูกยิง ก่อนเคลื่อนศพไปวัดสีกัน ย่านดอนเมือง โดยจะฌาปนกิจศพวันที่ 3 เม.ย.นี้

เสื้อแดงร่วมพิธีเคลื่อนศพ′เทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์′ เหยื่อกระสุน ཆ เม.ย.′ โดยนำศพไปแยกคอกวัวเพื่อเชิญ วิญญาณจากจุดเกิดเหตุ ก่อนนำไปตั้งที่วัดสีกันดอนเมือง กำหนดเผาวันที่ 3 เม.ย.นี้ โดยจะมีแกนนำแดงมาร่วมพิธีพร้อมหน้า พ่อเหยื่อเผยต้องนอนเฝ้าศพทุกคืน หวั่นโดนเจ้าหน้าที่ขโมย ยันจะต่อสู้ต่อจนกว่าผู้สั่งการจะถูกลงโทษ ด้านเทือกแผ่นเสียงตกร่อง′คอมมิวนิสต์′ เรียกเพื่อไทยมาสู้กันตามวิถีประชาธิปไตย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 เม.ย. ที่วัดพลับ พลาไชย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบรรเจิด ฟุ้งกลิ่น จันทร์ อายุ 53 ปี บิดาของนายเทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่น จันทร์ อายุ 29 ปี เหยื่อกระสุนปืนจากเหตุการณ์ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 บริเวณสี่แยกคอกวัว พร้อมด้วยกลุ่มญาติของวีรชนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกันหลายคน และสมาชิกคนเสื้อแดงกว่า 700 คน ได้เดินทางมาร่วมงาน และช่วยกันเคลื่อนย้ายศพนายเทิดศักดิ์ ออกจากวัดพลับพลาไชย เพื่อนําไปประกอบพิธีทาง ศาสนาที่วัดสีกัน ย่านดอนเมือง ระหว่างนี้ทางญาติได้สั่งให้นําศพไปทำพิธีเชิญวิญญาณผู้ตายก่อนบริเวณจุดเกิดเหตุ สี่แยกคอกวัว ประมาณ 5 นาที ก่อนจะเคลื่อนศพต่อไปยังวัดสีกัน ดอนเมืองทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศพของนายเทิดศักดิ์ มาถึงวัดสีกัน ในเวลาประมาณ 13.45 น. และได้นําไปตั้งไว้ในศาลา 1/2 ซึ่งพบว่าภายในศาลามีโลงเปล่าและรูปถ่ายของนายเทิดศักดิ์ตั้งอยู่ก่อนแล้ว จากนั้นทางญาติและคนเสื้อแดง จึงช่วยกันเอาศพมาบรรจุลงโลงที่เตรียมไว้ และจะมีการสวดพระอภิธรรมศพในเวลา 19.00 น. วันเดียวกันนี้เพียงคืนเดียว จากนั้นในวันที่ 3 เม.ย. เวลา 17.00 น. จะทําพิธีเผาทันที ซึ่งจะมีแกนนํานปช.มาร่วมงานครบทุกคน นําโดย นาย จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ฯลฯ

นายบรรเจิดกล่าวว่า ศพของนายเทิดศักดิ์ ลูกชายนั้นตนได้ถูกย้ายออกจากวัดหัวลําโพง แล้วนําไปฝากไว้ที่วัดพลับพลาไชย มานานเกือบ 1 ปี ซึ่งไม่มีใครรู้ เพราะช่วงแรกที่ลูกชายเสียชีวิตมีเจ้าหน้าที่เข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ในวัดหัวลําโพงจํานวนมาก จึงเกรงว่าศพลูกชายจะถูกขโมยไปจึงได้แอบย้าย

"ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ผมแอบไปนอนเฝ้าศพลูกชายที่วัดเกือบทุกคืนเพราะกลัวหาย หากวันไหนไม่ไปก็จะฝากเด็กวัดช่วยดูแล และสั่งห้ามบอกใครหากมีเจ้าหน้าที่หรือคนมาถาม ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาที่ลำบากมาก" นายบรรเจิดกล่าว

เยี่ยมอุดรฯ - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พร้อมแกนนำนปช.อื่นๆ ขึ้นเวทีเสื้อแดงที่ จ.อุดร ธานี ในงานเปิดป้ายตึก "อาณาจักรคนเสื้อแดง" ของนายขวัญชัย ไพรพนา โดยพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร วิดีโอลิงก์มาปราศรัยในช่วงค่ำ เมื่อ 2 เม.ย.



นายบรรเจิดกล่าวด้วยว่า ยังมีวีรชนที่เสียชีวิตพร้อมกับลูกชายหลายรายที่ยังไม่มีการนําไปผ่าพิสูจน์ และรัฐบาลก็ยังไม่รับผิดชอบ ไม่สามารถหาตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษได้ อย่างไรก็ตามถึงแม้ตนจะเผาลูกชายไปแล้วก็จะขอต่อสู้ให้กับลูกชายเพื่อให้เขาได้รับความเป็นธรรมตลอดไป หรือจนกว่าจะสามารถหาตัวผู้สั่งการและผู้ก่อเหตุยิงประชาชนในครั้งนี้มาเข้าคุกได้

นายบรรเจิดกล่าวต่อว่า สําหรับคดีของลูกชายตนนั้นทราบว่าได้ถูกโอนมายังกรมสอบ สวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และก็เป็น 1 ใน 64 ศพ ที่ทางดีเอสไอระบุว่ายังไม่สามารถหาตัวผู้กระทําผิดได้ ซึ่งเมื่อเป็นอย่างนี้ตนก็จะขอต่อสู้และจะออกมาร่วมชุมนุมเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมร่วมกับคนเสื้อแดงต่อไป ทุกๆ วันที่ 10 เม.ย. และ 19 พ.ค. พร้อมกันนี้ก็ขอฝากไปยัง ดีเอสไอให้ช่วยดําเนินการเกี่ยวกับคดีของคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตกว่า 90 ศพนั้นให้ทําคดีแบบตรงไปตรงมา ใครกระทําผิดก็ว่าไปตามหลักฐาน และใครสั่งการหรือใครยิงประชาชนก็ว่าไปอย่างตรงไปตรงมา อย่าทำแบบ 2 มาตรฐานแบบนี้ เพราะผู้เสียชีวิตในแต่ละรายนั้นส่วนใหญ่ มีหลักฐานมากมายว่าใครเป็นผู้กระทําให้ตาย

ด้านนางพะเยาว์ อัคฮาด มารดา น.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือน้องเกด พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียชีวิตภายในวัดปทุมวนาราม กล่าวเสริมว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาครอบครัวตนได้เดินทางไปร่วมงานศพของนายเทิดศักดิ์เหยื่อกระสุนปืนที่เสียชีวิต วันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา แยกคอกวัว หลังจากเสร็จพิธีก็เดินทางไปยังเรือนจํากลางอุดรธานีทันที เพื่อไปพบกับบรรดาญาติของคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจําอุดรฯ เพราะขณะ นี้พวกเขาเดือดร้อนมากที่หัวหน้าครอบครัวต้องมาติดคุก หลังจากได้พบกับญาติพวกเขาแล้วก็จะสอบถามข้อมูลแต่ละรายว่าต้องการให้ช่วย เหลือด้านใดบ้าง เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเรื่องการยื่นขอประกันตัวคนเสื้อแดงที่ติดคุกอยู่ เมื่อได้ข้อมูลแล้วก็จะเดินทางมาพบกับอธิบดีกรมคุ้ม ครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ที่กรุงเทพฯอีกครั้ง เพื่อมอบข้อมูลเหล่านี้ให้ไว้พิจารณาเกี่ยวกับการประกันตัวและเรื่องเงินค่าประกัน เพราะฐานะของผู้ต้องขังส่วนใหญ่ยากจน หาเช้ากินค่ำรายได้วันละไม่ถึง 200 บาท จึงต้องเร่งให้การช่วยเหลือโดยเร็ว

เมื่อเวลา 06.19 น. ที่จ.อุดรธานี นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดรพร้อมด้วยสมาชิกชมรมคนรักอุดรได้นิมนต์พระภิกษุ 9 วัด จำนวน 9 รูป มาร่วมพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในโอกาสครบรอบ 5 ปี ของอาณาจักรคนเสื้อแดงอุดรฯ ต่อมา เวลา 07.00 น. นายขวัญชัย พร้อมด้วยพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาคนที่ 2 ร่วมกันเป็นประธานเปิดป้ายตึกอาณาจักรคนเสื้อแดง ซึ่งสร้างด้วยวงเงิน 5 ล้านบาทเศษ ถือเป็นอาคารแห่งแรกของคนเสื้อแดงอุดรธานี พร้อมด้วยนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และแกนนำนปช.คนสำคัญได้เดินทางมาร่วมในพิธีเปิดป้ายและฉลองครบรอบ 5 ปี ร่วมกับสมาชิกชมรมคนรักอุดรด้วย

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายขวัญชัย ได้ขึ้นเวทีพร้อมด้วยแกนนำ นปช.ทั้ง 7 คนที่ได้รับการปล่อยตัวจากคุก เพื่อรับการทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ โดยมีพราหมณ์ศักดิ์ระพี จากนครปฐมที่เป็นคนนำเลือดไปสาดที่หน้าทำเนียบครั้งที่ผ่านมาเป็นพราหมณ์ในพิธีพร้อมพานบายศรี โดยมีแกนนำ นปช.คนสำคัญเดินทางมาหลายคน อาทิ นายวีระกานต์ นายจตุพร นายณัฐวุฒิ นายสุพร อัตถาวงศ์ และในเวลา 19.30 น. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นปราศรัยใหญ่ จากนั้นเวลา 20.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินมายังเวทีคนเสื้อแดงที่จ.อุดร ธานีด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศของการเดินทางมาร่วมเวทีปราศรัยมีคนเสื้อแดงจากหลายจังหวัดได้เดินทางมาร่วมฟังการปราศรัยของแกนนำคนเสื้อแดงจำนวนมาก

นายขวัญชัยกล่าวว่า สำหรับการจัดงานวันนี้เป็นการเปิดป้ายฉลองครบรอบ 5 ปีของชมรมคนรักอุดรและเป็นการรวมพลคนเสื้อแดงครั้งใหญ่ของคนเสื้อแดง นอกจากจะมีแกนนำนปช. ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันที่ถนนราชประสงค์มาร่วมงานจำนวนมากครบทุกคน ซึ่งแกนนำคนสำคัญของคนเสื้อแดงเดินทางมาร่วมในการปราศรัยใหญ่เป็นครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรกที่เขาใหญ่ และพิเศษสุดวันนี้จะเป็นการเปิดตัวส.ส. ของพรรคเพื่อไทยก่อนใครตามเขตเลือกตั้งใหม่ของจ.อุดรธานีจากเดิมมี 10 เขต 10 คน เหลือ ส.ส.เพียง 9 เขต 9 คน ตามการวางตัวผู้สมัครพรรคเพื่อไทยเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในจ.อุดรธานีมีดังนี้ เขต 1 นายศราวุธ เพชรพนมพร, เขต 2 พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์, เขต 3 นายอนันต์ ศรีพันธุ์, เขต 4 นายขจิตร ชัยนิคม, เขต 5 นายทองดี มนิสสาร, เขต 6 นายเกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์, เขต 7 นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น, เขต 8 นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม และเขต 9 นายเทียบจุฑา ขาวขำ ส่วนส.ส.แบบปาร์ตี้ลิสต์ ประกอบด้วย นายวิเชียร ขาวขำ, นายประสพ บุษราคัม, นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น, พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก และโควตาของชมรมคนรักอุดรอีก 1 คน การเปิดตัวของส.ส.ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของพรรคเพื่อไทย

เทปรวมพลังศรัทธา 5 ปี ชมรมคนรักอุดร จ.อุดรธานี 02-04-54

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

seiko


1. ท่านสมชาย วงศวัสดิ์+ท่านทักษิณโฟนอิน(วีดีโอลิ้งค์)
ภาพ : http://seiko.ath.cx/02_04_54/taksin_udon..._04_54.wmv
เสียง : http://seiko.ath.cx/02_04_54/taksin_udon..._04_54.mp3

2. ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย
ภาพ : http://seiko.ath.cx/02_04_54/apiwan_udon..._04_54.wmv
เสียง : http://seiko.ath.cx/02_04_54/apiwan_udon..._04_54.mp3

3. จตุพร พรหมพันธุ์
ภาพ : http://seiko.ath.cx/02_04_54/jatuporn_ud..._04_54.wmv
เสียง : http://seiko.ath.cx/02_04_54/jatuporn_ud..._04_54.mp3

4. ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ
ภาพ : http://seiko.ath.cx/02_04_54/nattawut_ud..._04_54.wmv
เสียง : http://seiko.ath.cx/02_04_54/nattawut_ud..._04_54.mp3

mediafire โหลดได้ที่นี่ครับ

http://www.mediafire.com/?c4cqjln3axg4l




http://www.internetfreedom.us/thread-19396.html