WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, April 10, 2011

Youtube Playlist คลิปข่าว 2010-04-10,11

ที่มา thaifreenews

โดย Tuxedo

Click ที่วันที่เลยครับ

2010-04-10

2010-04-11

1 ปีสลายการชุมนุม 10 เมษา สมัชชาสังคมก้าวหน้าจี้เยียวยาเหยื่อ-ประกันผู้ตกค้างในคุก

ที่มา ประชาไท

9 เม.ย. 54 - สมัชชาสังคมก้าวหน้าออกแถลงการเรียกร้องให้ช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสีย ชีวิต ผู้ได้รับาดเจ็บ อย่างเร่งด่วนและให้ประกันตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมดที่เกี่ยวเนื่องกับ เหตุการณ์สลายการชุมนุมทันที

แถลงการณ์ ครบรอบ 1 ปี การสลายการชุมนุม 10 เมษายน

เหตุการณ์กวาดล้างการชุมนุมเสื้อแดง 10 เมษายน และ 19 พฤษภาคม 2553 กำลังจะเวียนมาครบ 1 ปี ในครั้งนั้น มีผู้เสียชีวิตเกือบร้อยคน ผู้บาดเจ็บนับพันคนและถูกจับกุมคุมขังหลายร้อยคน นับเป็นเหตุการณ์ครั้งเลวร้ายอีกครั้งหนึ่งที่ฝ่ายรัฐใช้อาวุธสงครามสลายการชุมนุมของฝ่ายตรงข้ามทางเมืองที่ชุมนุมโดยสงบ

ภายหลังเหตุการณ์ รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ได้อ้างว่าพยายามสร้างความปรองดอง แต่กลับเรียกฝ่ายเสื้อแดงผู้ร่วมการชุมนุมว่า "พวกเผาบ้าน เผาเมือง" และไม่พยายามให้ความยุติธรรมกับพวกเขาแม้แต่น้อย ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือเยียวยา ผู้ถูกจับกุมไม่ได้รับการประกันตัว ย่อมแสดงว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่มีความพยายามสร้างความปรองดอง แต่กลับพยายามช่วงชิงมวลชนผ่านคณะกรรมการปฏิรูปของนายแพทย์ประเวศ วะสีและนายอนันต์ ปันยารชุน อันจะนำไปสู่การสร้างความแตกแยกมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังไม่สายเกินไปสำหรับนายอภิสิทธิ์ ที่จะสร้างความสมานฉันท์ด้วยการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและอำนวยความยุติธรรมกับพวกเขา

ขณะเดียวกัน แนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เรียกร้องให้มีการปล่อยนักโทษการเมือง และได้รับความสำเร็จในการประกันตัวแกนนำออกมา แต่ นปช. ไม่ควรเพียงหยุดเท่านั้น หากว่าสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องเรียกร้องให้มีการประกันตัวที่ถูกจับกุมทั้งหมดในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยกลไกทางการเมืองที่มีอย่างจริงจัง พร้อมกับการดูแลเอาใจใส่ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต ความเดือดร้อนของมิตรร่วมรบมิอาจทนรอไปจนกว่าหลังการเลือกตั้งหรือพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล

เราขอเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ดังนี้

1. ให้ดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับาดเจ็บ อย่างเร่งด่วน

2. ให้ประกันตัวผู้ถูกจับกุมทั้งหมดที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์สลายการชุมนุมทันที

เราขอเรียกร้องให้ นปช. ผลักดันข้อเรียกร้องที่มีต่อรัฐบาล 2 ข้อนี้อย่างจริงจังเพื่อให้เกิดผลโดยเร็ว

สมัชชาสังคมก้าวหน้า
9 เมษายน 2554

ธีร์ อันมัย: อยุติธรรมซึ่งหน้า

ที่มา ประชาไท

“แล้วพี่มีกระดาษ ปากกา พร้อมจดแล้วบ่ ?”
“บ่มีค่ะ เขียนใส่ขี่ดินนี่ล่ะ”
หลังคุยกันราว 8 นาที เธอวานให้ผมบอกเบอร์โทรศัพท์ของผมให้เธอเขียนลงผืนดินตรงลานบ้านอย่างช้า ๆ เพราะเธอไม่รู้วิธีการโทรกลับเบอร์ที่เรียกเข้า
เธอขี่มอเตอร์ไซค์คันเดียวของครอบครัวไม่เป็น และมันก็เป็นเหตุให้ลูกชายคนเล็กของเธอต้องขาดเรียนประจำ
เมื่อ สามีถูกตำรวจเรียกตัวไปสอบสวนที่ สภ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานีเมื่อเดือนมิถุนายน 2553 และถูกคุมขังด้วยข้อหาอุกฉกรรจ์ความยาว 2 – 3 หน้า จากนั้น ก็ไม่มีใครขี่รถเครื่องส่งเด็กชายวัย 9 ขวบไปโรงเรียนที่อยู่ห่างจากบ้าน 10 กิโลเมตร โชคดีที่มีเพื่อนบ้านบางคนแวะมารับส่งบ้าง แต่หากวันไหนเขาไม่ว่างหรือไม่มีใครผ่านมา เด็กชายก็จะไม่ได้ไปโรงเรียนที่เขาเองก็ดูจะไม่มีกะจิตกะใจจะเล่าจะเรียน
เธอกลายเป็นกำลังหลักของครอบครัว ลูกชายคนโตไปเป็นทหารเกณฑ์ ลูกสาววัย 18 ปีเข้าไปรับจ้างในกรุงเทพฯมีรายได้ไม่แน่นอน
แล้งนี้เธอลงมือปลูกมันสำปะหลังเหมือนหลายปีที่ผ่านมา เพียงแต่ปีนี้สามีของเธอกลายเป็นนักโทษการเมืองข้อหาหนัก จากนั้นภาระหนี้สินจากการกู้ยืมเงินสหกรณ์มาลงทุนทำไร่มันสำปะหลังเมื่อปี ที่แล้ว 50,000 บาทก็กลายเป็นภาระหนักอึ้งให้หญิงวัย 47 ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดตามลำพัง
ในวันที่สามีถูกจับนั้น เธอกับเขากำลังปลูกมันสำปะหลังด้วยความหวังว่า จะสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำและนำมาใช้หนี้ได้ เหลือไว้พอจับจ่ายและเป็นต้นทุนในปีต่อไป
เธอบอกว่า ตำรวจมาที่บ้านด้วยท่าทีเป็นมิตรและขอเชิญสามีของเธอไปให้ปากคำที่สถานี ตำรวจ ฝ่ายสามีเองก็เชื่อมั่นว่า เขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมใด ๆ และเชื่อโดยสุจริตใจว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานีอย่างแน่นอน
“พอ ไปถึงโรงพัก ผมก็เห็นข้อหาหนา 2 - 3 หน้า ผมก็ปฏิเสธทุกข้อหา ตำรวจจากกรมสอบสวนคดีพิเศษเองก็ยืนยันว่า คนในรูปนั้นไม่ใช่ผม แต่ตำรวจท้องที่ก็ไม่รับฟัง” และเขายังยืนยันทุกครั้งว่า “หากมีหลักฐาน มีวิดีโอ หรือมีรูปที่ยืนยันได้ว่าผมมีส่วนในเหตุการณ์ตามที่ทางการกล่าวหา ก็เอาผมไปตัดหัวได้เลย แต่ถ้าพิสูจน์แล้ว ผมบริสุทธิ์ ต้องให้ความยุติธรรมกับผมด้วย”
“ข้าพเจ้าขอสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า
ข้าพเจ้าจะให้การต่อศาลด้วยความสัตย์จริง
หากข้าพเจ้านำความเท็จมากล่าว
ขอให้ข้าพเจ้ามีอันเป็นไปภายในสามวันเจ็ดวัน
หากข้าพเจ้าให้การด้วยความสัตย์จริง
ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุขความเจริญ”
จาก นั้น คืนวันในเรือนจำก็เคลื่อนไปอย่างช้า ๆ พร้อมกับความเชื่อมั่นในความยุติธรรมในประเทศนี้ที่เขาเชื่อถือก็สึกกร่อน ร่อนลงอย่างเฉื่อยชา โดยมีชะตากรรมของชายวัย 52 ปีที่พ่วงด้วยชะตากรรมของครอบครัวที่อยู่ห่างจากเรือนจำออกไปกว่า 100 กิโลเมตรเป็นเครื่องเซ่นสังเวย
...
ความไกล และเงื่อนไขชีวิตที่มีข้อจำกัด เธอต้องกู้ยืมหนี้นอกระบบมา 30,000 บาทสำหรับเป็นค่าใช้จ่าย ค่าเดินทางมาเยี่ยมสามีที่เรือนจำในตัวเมือง ค่าเช่าเหมารถเที่ยวละ 900 – 1,000 บาท
นอกจากความหวังที่ลด ลงแล้ว สิ่งหนึ่งที่เพิ่มขึ้นในความรู้สึกของเธอเสมอ คือ ความกังขาต่อความยุติธรรมในประเทศนี้ โดยมีดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบร้อยละ 7 ของเงินต้น 30,000 บาท เป็นเงาทาบทับถมทวีบนซากปรักหักพังของชีวิตเธอ
จากเดือนเป็นหลายเดือนจนจะกลายเป็นขวบปี และดูเหมือนว่า ความช่วยเหลือต่าง ๆ เดินทางไปแทบไม่ถึงเธอ
“เคยได้รับเงินบริจาคประมาณ 600 – 700 บาท จากนั้นก็ไม่ได้รับความช่วยเหลืออีกเลย อาจเป็นเพราะเราอยู่ไกลจากตัวเมือง คนที่ต้องการช่วยเหลือเองก็คงไม่สะดวก”
สิ่งอัน เล็กน้อยที่พอจะหาเลี้ยงปากท้องลูกน้อยและตัวของนางเองตอนนี้คือ รับจ้างเก็บมะม่วง ขณะที่อีกใจก็ยังหวังว่า ความยุติธรรมบนแผ่นดินนี้จะยังพอมีและเธอก็ยังรอสามีกลับมาร่วมพลิกฟื้นไร่ มันสำปะหลังให้กลายเป็นความหวัง เหมือนลูกชายคนเล็กเองก็เฝ้ารอพ่อกลับมาเป็นสารถีส่วนตัวพาเขาไปโรงเรียน เปิดเทอมปีนี้ เขาจะขึ้น ป.5 แล้ว
...
หลังจากการสัมภาษณ์ผู้ ต้องขังกรณีเผาศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานีเมื่อปลายเดือนมีนาคมผมลังเลและ สับสนระคนหมดพลัง ความเศร้าท้นถั่งและยังไม่อาจคาดเดาคำตอบได้ว่า เรื่องนี้จะจบลงอย่างไร
นับตั้งแต่ 19 กันยายน 2549 จนถึงวันนี้ การเดินทางของความยุติธรรมในคดีการเมืองประเทศนี้น่ากังขา และได้พิสูจน์ตัวเองอย่างถ่องแท้และโจ่งแจ้งสุดในกรณีนี้
ครั้น พอได้สัมผัสความจริงของคนร่วมชีวิต ร่วมชะตากรรมของผู้ต้องขังหลาย ๆ ราย มันเหมือนถูกทุบที่ห้วด้วยค้อนอันหนักหน่วงอย่างจัง ได้แต่นั่งจด นั่งฟัง นิ่งงัน มึนงง ว้างโหวงในความรู้สึก ทึมทึบในหัวใจ
ประเทศนี้ช่างสิ้นไร้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน กระบวนเข้าถึงความยุติธรรมยังห่างไกล
7 x 30,000 = 210,000 และ 210,000 / 100 = 2,100
ผมพยายามคิดคำนวณว่า ร้อยละ 7 ต่อเดือนของเงิน 30,000 บาทนั้นมันเท่าไรล่ะ
มันคือ 2,100 บาทต่อเดือน
หากเวลาล่วงเข้าเดือนที่สิบที่นางเริ่มกู้ยืมมาเพื่อประทังชีวิตและเป็นค่าใช้ จ่ายสำหรับเดินทางเข้าเมืองมาเยี่ยมสามีที่ถูกคุมขัง ก็เท่ากับว่า ลำพังดอกเบี้ย 10 เดือน ก็ปาเข้าไป 21,000 บาท เงินต้นอีก 30,000 บาท เธอมีหนี้เพิ่มขึ้นเป็น 51,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยไม่เคยหยุดนิ่ง และหนี้เก่าในระบบอีก 50,000 บาทยังไม่ต้องพูดถึง
ในขณะที่สามีของนางสูญเสียอิสรภาพ ครอบครัวของนางมีหนี้สินเพิ่มขึ้น
ใคร หน่วยงานไหน ใครรับผิดชอบชีวิต สวัสดิการ ความเป็นธรรมบนแผ่นดินนี้ งบประมาณสมานฉันท์ ปรองดอง ปฏิรูปทั้งหลายถูกละลายไปกับกิจกรรมใด แล้วปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบนแผ่นดินนี้
...
ความจริงตรงนี้
อยุติธรรมซึ่งหน้า
ความตายเต็มตา
เราเพียงลอบมองแล้วเบือนหน้า
บ้างปาดน้ำตาสะอื้นไห้
บ้างสาปส่งด้วยสะใจ
สบตาตัวเอง
ลอบมองผู้คน
เราล้วนน่าละอาย
...
ผ่านไปสองชั่วโมง เธอโทรศัพท์กลับมา บอกหมายเลขบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ด้วยหวังว่า หากมีคนอยากช่วยแบ่งเบาภาระที่เกิดจากรัฐภัยให้กับครอบครัวของเธอบ้าง
965 8011 612
ผมบรรจงจดและทบทวนหมายเลขบัญชีของ นางดอกจันทร์ ธนูศิลป์ แล้วกล่าวอวยพรให้เธอเข้มแข็งและอดทน
เธอบอกว่า สิ่งสำคัญที่สุด คือ อิสรภาพของสามีเธอ ก่อนผมจะวางสายแล้วลงมือเขียนเรื่องราวความยุติธรรมบนแผ่นดินนี้

นางดอกจันทร์ ธนูทอง
บัญชีทวีโชค ธกส สาขาศรีเมืองใหม่
เลขที่ 965 8011 612

นักปรัชญาชายขอบ: 10 เมษา ประวัติศาสตร์ของความเชื่อ ?

ที่มา ประชาไท

ไม่น่าเชื่อว่าประวัติศาสตร์ระยะใกล้ของเหตุการณ์สังหารประชาชนเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคที่เทคโนโลยีการสื่อสารที่ก้าวหน้า ท่ามกลางสายตาผู้สื่อข่าวทั้งไทยและเทศ ทั้งเครื่องมือเก็บบันทึกภาพของหน่วยงานราชการและส่วนตัวของผู้ร่วมชุมนุมอีกจำนวนมาก แต่จนบัดนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์หลักฐานอย่างเป็นสาธารณะว่า ข้อเท็จจริง คืออะไร
ความตายร่วม 25 ศพ และบาดเจ็บอีกกว่า 800 คน เป็นฝีมือใครกันแน่ เป็นฝีมือของทหารหรือชายชุดดำ และชายชุดดำเป็นใครมาจากไหน ทำไมการชุมนุมจึงเกิดการยกระดับกดดันแทนการเจรจาให้ได้ข้อยุติทั้งที่การยกระดับการชุมนุมเช่นนั้น ทั้งแกนนำเสื้อแดงและฝ่ายรัฐบาลต่างคาดการณ์ได้อยู่แล้วว่า อาจต้องมีการสูญเสียชีวิตเลือดเนื้อของประชาชน
ยิ่งนับถอยหลังไปยิ่งน่าสงสัยว่าเหตุใดฝ่ายรัฐบาลจึงเตรียมสรรพกำลังมากมายถึง 50,000 คน พร้อมยุทโธปกรณ์และงบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อจัดการกับการชุมนุมของคนเสื้อแดง
และยิ่งดูจากหลัง 10 เมษา ถึง 19 พฤษภา แต่ละฝ่ายต่างเดินหน้าสู่ความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชน เพียงเพราะเดิมพันกันด้วยการ เลือกตั้ง-ไม่เลือกตั้ง
นี่ย่อมเป็นการเดิมพันที่ผิดปกติของความขัดแย้งทางการเมืองปกติ แล้วข้อหาเรื่องขบวนการล้มเจ้า และการก่อการร้ายถูกโยนใส่มวลชนเสื้อแดงเพียงเพราะฝ่ายรัฐบาลและขุนทหารต้องการใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเท่านั้นหรือ?
กองกำลังชุดดำมาจากไหน? กองกำลังทหารถูกจัดมาจากหน่วยไหนเป็นพิเศษ เบื้องหลังความเข้มแข็งของรัฐบาลอภิสิทธิ์คืออะไร? สังคมนี้พูดกันได้เพียง อำมาตย์ อำนาจนอกระบบ มือที่มองไม่เห็น แต่พูดกันได้ในระดับที่เป็นเพียง ความเชื่อเท่านั้น
เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้ตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์หรือซักไซ้ไล่เรียงด้วยเหตุผล และนำสืบพยานหลักฐานอย่างถึงที่สุดเพื่อแสดง ข้อเท็จจริง ของ เบื้องหลัง ได้อย่างตรงไปตรงมา
ฉะนั้น ประวัติศาสตร์ 10 เมษา จึงยังคงเป็นประวัติศาสตร์ของความเชื่อ เป็นความเชื่อที่สร้างขึ้นจากการตีความ ข้อเท็จจริง ในมุมมองที่แตกต่าง
สำหรับฝ่ายรัฐ เสื้อเหลือง และเสื้อหลากสี ประวัติศาสตร์ 10 เมษา คือประวัติศาสตร์ของ คนเสื้อแดงฆ่ากันเอง แต่สำหรับคนเสื้อแดง ประวัติศาสตร์ 10 เมษา คือประวัติศาสตร์ของ รัฐบาลและกองทัพฆ่าประชาชนและดูเหมือนคนเสื้อแดงจะไม่เชื่อว่าลำพังรัฐบาลนายอภิสิทธิ์และกองทัพคงไม่กล้าที่จะรักษาอำนาจของพวกตนเองเอาไว้ด้วย การฆ่าประชาชน
อย่าลืมว่าคนเสื้อแดงชูประเด็น โค่นอำมาตยอย่าลืมว่าอีกฝ่ายกล่าวหาว่ามี ขบวนการล้มเจ้า ในมวลชนเสื้อแดง หากไม่มีข้ออ้างเรื่องขบวนการล้มเจ้า ไม่กลัวการ โค่นอำมาตย์ เพียงแค่ไม่ต้องการยุบสภาอย่างเดียว จะมีน้ำหนักพอหรือจะกล้าพอที่รัฐบาลอภิสิทธิ์จะใช้กำลังมหาศาลปราบปรามประชาชนหรือ?
ปัญหาคือ ขบวนการล้มเจ้า ก็เป็นเพียง ความเชื่อ ที่สร้างขึ้นจาก ผังการล้มเจ้า ซึ่งเขียนขึ้นอย่างจับแพะชนแกะ ส่วน โค่นอำมาตย์ก็เป็นความเชื่อที่สร้างขึ้นให้สังคมกลัวว่ามี นัยยะ ที่เหนือพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ขึ้นไป
ฉะนั้น ปรากฏการณ์ 10 เมษา จึงซับซ้อนซ่อนเงื่อน แต่ เงื่อน ที่ซ่อนอยู่ก็ถูกนำมาพูดถึงโดย นัยยะ กันอย่างแพร่หลาย กระนั้นการพูดบนเวทีสาธารณะก็พูดกันได้เพียง นัยยะที่ยังไม่อาจสรุป ข้อเท็จจริงอย่างเป็นสาธารณะ ของ นัยยะ นั้นได้ สังคมจึงไม่อาจเขียนประวัติศาสตร์แห่งข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ 10 เมษา ได้อย่างชัดเจน
แต่การที่ประวัติศาสตร์ 10 เมษา ยังคงเป็นประวัติศาสตร์แห่งความเชื่อ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ที่สังคมไทยควรลืมเลือน หากแต่สังคมควรต่อสู้เพื่อเปลี่ยนสถานะจากประวัติศาสตร์แห่งความเชื่อให้เป็นประวัติศาสตร์แห่งข้อเท็จจริง
ความเชื่อ นั้นเป็นความคลุมเครือที่ชนชั้นนำหรือฝ่ายกุมอำนาจรัฐมักนำไปใช้เพื่อมอมเมาประชาชนตลอดมาทุกยุคสมัย ฉะนั้น พวกเขาจึงหลอกสังคมให้คล้อยตามได้ว่าการใช้กำลังปราบปรามประชาชนโดยข้ออ้างอย่างคลุมเครือเพื่อ ปกป้องสถาบันเป็นข้ออ้างที่ชอบธรรม
หากสังคมยังอยู่กับประวัติศาสตร์ของความเชื่อที่คลุมเครือ ก็ยากอยางยิ่งที่สังคมเราจะข้ามพ้นความขัดแย้งรุนแรงทางการเมืองซ้ำรอยเดิมอีก หรือพูดตรงๆ ก็คือหากสังคมเราไม่สามารถเปลี่ยนสถานะประวัติศาสตร์ของความเชื่อที่คลุมเครือให้เป็นประวัติศาสตร์ของข้อเท็จจริงที่เห็นตรงกันได้ ก็ไม่มีหลักประกันใดๆ เลยว่าสังคมเราจะเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นประชาธิปไตยได้ด้วยสันติวิธี
ฉะนั้น ภารกิจของการเขียนประวัติศาสตร์ 10 เมษา จากประวัติศาสตร์ของความเชื่อที่คลุมเครือให้เป็นประวัติศาสตร์ของข้อเท็จจริงที่สาธารณชนเห็นตรงกัน จึงไม่ใช่ภารกิจของคนเสื้อแดงเท่านั้น หากแต่เป็นภารกิจของสังคมไทยทั้งสังคมที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นประชาธิปไตยด้วยแนวทางสันติวิธี
จะเป็นเช่นนั้นได้ สังคมไทยต้องก้าวไปสู่การสร้างกฎหมายและวัฒนธรรมการตรวจสอบ ทุกอำนาจสาธารณะ อย่างเที่ยงธรรมและเท่าเทียม
เขียนประวัติศาสตร์ของข้อเท็จจริงให้ตาสว่างกันทั้งแผ่นดิน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการหลอกฆ่าประชาชนโดยอ้างความมั่นคงของอำนาจของพวกชนชั้นนำให้เป็น ความมั่นคงของชาติ อีกต่อไป !

นปช.เปิดโรงเรียนวางยุทธศาสตร์สู้เพื่อประชาธิปไตย "จตุพร" เผยทหารแทรกซึมเสื้อแดง

ที่มา ประชาไท

นปช.เปิดโรงเรียนวางยุทธศาสตร์สู้เพื่อประชาธิปไตย "จตุพร" แฉตั้ง ชสจ. ส่งทหารแทรกซึมคนเสื้อแดง จัดงบฯ 8 หมื่นต่อชุด ตร.ประสานงานแกนนำ นปช.รับมือชุมนุม 10 เม.ย. วางกำลัง 23 กองร้อย

9 เม.ย. 54 - ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว เมื่อเวลา 09.00 น. กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้จัดกิจกรรม โรงเรียนผู้ปฏิบัติงานระดับกรรมการจังหวัดทั่วประเทศของนปช.แดงทั้งแผ่นดิน ตั้งแต่วันที่ 9-10 เม.ย. 54 โดยนาย นิสิต สินธุไพร ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวเปิดงาน ว่า กว่า 1 ปีที่นปช.ได้ปฏิบัติการอย่างห้าวหาญ บางคนต้องหลบหนีไปชายแดน หรือออกนอกประเทศ บางคนก็ถูกจับกุมติดคุก หรือถูกฆ่า ซึ่งสถานการณ์การเมืองทำให้ต้องมีการเปิดโรงเรียนอีกครั้งหนึ่ง เพื่ออบรมแนวทางและยกระดับการต่อสู้ วางยุทธศาสตร์ของ นปช.โดยมีเป้าหมายการปฏิบัติงานตามแนวทางแดงทั้งแผ่นดินเพื่อให้ประชาชนเข้มแข็ง ดังนั้นการวางโครงสร้างองค์กรระดับภาค จังหวัด อำเภอและตำบล ของ นปช.จะทำให้องค์กรเข้มแข็งเพื่อนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตย
ด้านนาง ธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานนปช. กล่าวว่า วัตถุของการเปิดโรงเรียนเพื่อการกำหนดยุทธศาสตร์ของนปช. เพื่อปรับโครงสร้างองค์กรให้เกิดความเข้มแข็งและกำหนดทิศทาง การเคลื่อนไหวที่เข้มแข็งของประชาชนไปสู่ประชาธิปไตย ดังนั้นแกนนำระดับภาคระดับจังหวัดต้องแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านยุทธศาสตร์ เพื่อนำไปถ่ายทอดสู่ประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้โครงสร้างใหม่ของ นปช.แม้ในอนาคตหากแกนนำไม่อยู่ก็สามารถนำคนอื่นๆมาเป็นผู้แทนได้ สำหรับยุทธวิธี นปช.จะดำเนินการตามแนวทางสันติวิธี เพราะเราต้องการชนะใจคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างน้อยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งประมาณ 40 ล้านคน เราต้องทำให้เสียงมาเป็นฝ่ายเราอย่างน้อย 30 ล้านจะทำให้ระบบอำมาตย์พังทลายไปทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการเปิดโรงเรียน นปช.เป็นไปด้วยความคึกคัก มีคนเสื้อแดงระดับแกนนำระดับภาค ระดับจังหวัดทั่วประเทศ และคนเสื้อแดงที่สนใจเข้าร่วมอบกว่า 2 พันคนจนเต็มห้องประชุมชั้น 6 อิมพีเรียล
"จตุพร" แฉตั้ง ชสจ. ส่งทหารแทรกซึมคนเสื้อแดง จัดงบฯ 8 หมื่นต่อชุด ทำงานจนกว่าชนะ "แม้ว" เด็ดขาด
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ขึ้นเวทีแถลงต่อผู้ปฏิบัติงานระดับกรรมการจังหวัดทั่วประเทศ นปช. เมื่อวันที่ 9 เมษายน โดยระบุมีการแทรกแซงการเลือกตั้งของทหาร ซึ่งมีการบงการของทหารให้ยุบสภาตามวันเวลาที่สอดคล้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายทหารกลางปี สำหรับลำดับขั้นตอนการแทรกแซงการเลือกตั้งนั้น มีการส่งทหารลงไปกำกับการเลือกตั้งทหารลงพื้นที่เกาะติดประจำหน่วยเลือกตั้ง กำหนดภารกิจละลายพฤติกรรมและโน้มน้าวให้คนเสื้อแดงที่เอาทักษิณกลายเป็นสีส้มที่ไม่เอาทักษิณ ขณะคนสีเขียวถือเป็นพวกที่เป็นกลางให้สลายพฤติกรรมกลายเป็นพวกสีส้ม หรือกลายเป็นพวกไม่เอาทักษิณด้วยเช่นกัน โดยชุดปฏิบัติการดังกล่าวเรียกกันว่า ชุดสู้วิกฤตภัยเศรษฐกิจและชุดเสริมสร้างความเข้าใจ (ชสจ.) โดยแบ่งชุดละ 6 นาย ประกอบด้วย ระดับนายทหาร 2 นาย ระดับชั้นนายสิบ จำนวน 2 นาย และระดับพลทหารจำนวน 2 นาย มีระยะเวลาการปฏิบัติงานครั้งละ 6 เดือน ได้ใช้งบประมาณจากรัฐบาล 8 หมื่นบาทต่อชุด มีระยะเวลาปฏิบัติจนกว่าจะชนะทักษิณได้เด็ดขาด ซึ่งทหารเรียกกันว่า "ชุดเกาะติด"
"ลำดับขั้นตอนการแทรกแซงการเลือกตั้งโดยชุด ชสจ. มีหน้าที่ควบคุมและรายงานผลการปฏิบัติงานกับ กอ.รมน.จังหวัดและ กอ.รมน.ทัพภาค ตั้งแต่ระดับกองพัน กรม กองพล ไปจนถึง กอ.รมน.ทัพภาค ซึ่งจะรายงานต่อไปยัง พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสธ.ทบ. ทั้งนี้ ชุด ชสจ.ถูกอ้างอิงในการปฏิบัติงานด้านยาเสพติด สนับสนุนให้คนรักสถาบันกษัตริย์ เกลียดชังพวกล้มเจ้าโดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ เน้นย้ำพื้นที่ที่มี ส.ส.พรรคเพื่อไทยเป็นหลัก ถือความสำคัญเร่งด่วนลำดับที่ 1 พื้นที่ทัพภาคที่ 1 ที่ ชสจ.ปฏิบัติหน้าที่ครอบคลุมพื้นที่ 9 จังหวัดคือ จ.สิงห์บุรี ลพบุรี นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี และจันทบุรี ส่วนในพื้นที่ทัพภาคที่ 2 พื้นที่ 17 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย อุบลราชธานี อุดรธานี ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ มหาสารคาม สกลนคร ยโสธร เลย สุรินทร์ กาฬสินธุ์ หนองบัวลำภู นครราชสีมา นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ และขอนแก่น ยกเว้นจังหวัดอำนาจเจริญและบุรีรัมย์" นายจตุพร กล่าว และว่า ทุกแผนปฏิบัติการมี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เสธ.ทบ. เป็นผู้ควบคุมและกำหนดแผนด้วยตนเอง
นายจตุพร ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงเรื่องที่ทหารลงพื้นที่เพื่อสังเกตการณ์เลือกตั้งว่า แสดงว่านายสุเทพออกมายอมรับว่าส่งทหารลงพื้นที่ไปจริง แต่ขอบอกว่าการที่รัฐยิ่งใช้อำนาจรัฐมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้แพ้การเลือกตั้งมากขึ้นเท่านั้น เชื่อว่าหลักฐานที่ตนนำมาแสดงในครั้งนี้สามารถเชื่อมโยงให้เห็นว่า กองทัพเข้ามาคุมการเมืองได้อย่างชัดเจน เพราะทหารเป็นผู้เลือกและจัดตั้งรัฐบาล เลือกคนของเขามาเป็นรัฐบาล หากไม่ได้ตามความต้องการก็จะออกมาปฏิวัติและลงไปจัดการตั้งรัฐบาลขึ้นมาใหม่
ตร.ประสานงานแกนนำ นปช.รับมือชุมนุม 10 เม.ย. วางกำลัง 23 กองร้อย
ด้าน พล.ต.ต.สุรพงษ์ ศิริภักดี ปฏิบัติหน้าที่รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เดินทางมาพบนางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธาน นปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. โดย พล.ต.วิชัยกล่าวว่า พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. ได้แสดงความห่วงใยต่อการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงเพื่อรำลึกเหตุการณ์ 10 เมษายนนี้ โดยขอความร่วมมือให้การชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและฝากให้แกนนำ นปช.กำชับไม่ให้มีการหมิ่นสถาบัน รวมไปถึงการดูแลไม่ให้มีกลุ่มก่อกวน โดยเฉพาะกลุ่มที่พ่นสีข้อความหมิ่นต่างๆ ทำให้เสียภาพลักษณ์ และไม่ให้มีการกีดขวางการจราจร โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้กำลังในการดูแลรักษาความเรียบร้อยในวันดังกล่าวจำนวนรวม 22-23 กองร้อยประกอบด้วย ช่วงค่ำอยู่ในพื้นที่ 1 กองร้อยดูแลบริเวณพื้นที่ชุมนุม และในวันที่ 10 เมษายนนี้ เจ้าหน้าที่จะเข้าเสริมอีก 7 กองร้อย นอกจากนี้ยังมีชุดปะฉะดะอีก 5 บก. ร่วมกับตำรวจจราจร 150 นาย และชุดสายสืบอีก 200 นาย ซึ่งรวมกำลังหนุนอีก 11 กองร้อย อย่างไรก็ตาม ด้านการข่าวไม่มีรายงานว่าจะมีมือที่ 3 เข้าก่อกวนแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีการเข้าพบระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและแกนนำ นปช.ได้มีการปิดห้องหารือประมาณ 15 นาที จากนั้น นายจตุพรเปิดเผยว่า จากการหารือในการกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยของคนเสื้อแดง แม้ว่าทางการข่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการคาดการณ์ตัวเลขของผู้เข้าร่วมการชุมนุมประมาณ 75,000 คน แต่ทาง นปช.เชื่อว่าจะมีคนเข้าร่วมเกิน 1-2 แสนคน และจะชุมนุมเสร็จสิ้นภายในเวลา 02.00 น. ของวันที่ 11 เมษายน ส่วนการขึ้นเวทีปราศรัยของนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการศาลรัฐธรรมนูญ จะกล่าวถึงต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด โดยเฉพาะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยุบพรรคประชาธิปัตย์ การแทรกแซงของฝ่ายบริหารต่อสถาบันตุลาการ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่คนไทยต้องรู้ความจริง เนื่องจากนายพสิษฐ์อยู่ในเหตุการณ์การหารือทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการยุบพรรคพลังประชาชน กรณีนายสมัคร หรือแม้แต่การยุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะทำให้ประชาชนรู้ข้อความจริง

คนเสื้อแดงประท้วงไล่ประธานองคมนตรีหน้าหอประชุมกองทัพอากาศ

ที่มา ประชาไท

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ มาเปิดงานเลี้ยงวันกองทัพอากาศ แต่ต้องหลบเข้าด้านหลังหอประชุม เพราะด้านหน้ามีแดงลำลูกกาชุมนุมขับไล่ ด้าน "การุณ โหสกุล" วอนผู้ชุมนุมเดินทางกลับ เพราะเคยได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพอากาศหลายครั้ง ขอให้เก็บแรงไว้ชุมนุม 10 เมษา

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 17.45 น. คนเสื้อแดงกลุ่ม "สถานีวิทยุเพื่อมวลชนคนลำลูกกา" ได้รวมตัวกันที่ริมฟุตบาทฝั่งตรงข้ามหอประชุมกองทัพอากาศ ถ.พหลโยธิน ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงเนื่องในวันกองทัพอากาศ

ต่อมาเมื่อเวลา 19.00 น. พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มาร่วมงานวันเลี้ยงรับรองวันสถาปนากองทัพอากาศ ที่หอประชุมกองทัพอากาศ ดอนเมือง โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รมว.กลาโหม พร้อมด้วย ผบ.เหล่าทัพ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่มาร่วมงาน โดยบุคคลสำคัญทั้งหมดเดินทางมาทางด้านหลังของหอประชุมกองทัพอากาศ เนื่องจากด้านหน้าหอประชุมฯ บริเวณถนนพหลโยธินมีกลุ่มคนเสื้อแดงมาชุมนุมขับไล่ พล.อ.เปรม

จากนั้นเวลา 19.20 น. พล.อ.เปรม ได้ขึ้นเวทีเชิญผู้ร่วมงานดื่มเทิดพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จนางเจ้าพระบรมพระราชินีนาถ แล้วจากนั้นได้เดินลงเวทีไปโดยทันที ขณะที่นายกรัฐมนตรี กล่าวบนเวทีว่า รอบสองปีที่ผ่านมาเกิดเหตุความไม่สงบส่งผลกระทบต่อประเทศอย่างมาก และส่งผลต่อการจัดงานนี้ จึงยินดีเป็นพิเศษที่ได้จัดงานนี้ภายใต้สถานการณ์ปกติ

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขอชื่นชมกองทัพอากาศที่มีประสิทธิภาพในช่วงที่บ้านเมืองมีภาวะ ด้านความมั่นคงของประเทศชาติ เมื่อรัฐบาลเข้ามาได้กำหนดนโบายความมั่นคงในการปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย นอกจากนี้ในรอบสองปีกองทัพอากาศเป็นกำลังสำคัญในการดำเนินนโยบายรัฐบาลให้บรรลุผลสำเร็จ โดยรัฐบาลมุ่งมั่นสนับสนุนกองทัพให้ทันสมัยรองรับภัยคุมคามสมัยใหม่ ส่งเสริมกำลังพล โดยเฉพาะภัยพิบัติในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ จึงขอขอบคุณ ผบ.ทอ. และกำลังพลในโอกาสนี้ด้วย และหวังว่าจะสนใจติดตามสถานการณ์ในประเทศและโลกต่อเนื่อง ทั้งสถานการณ์ความมั่นคงและภัยพิบัติ

โดยหลังคนเสื้อแดงชุมนุมหน้าหอประชุมกองทัพอากาศนาน 1 ชั่วโมง กรุงเทพธุรกิจรายงานด้วยว่า ผู้ชุมนุมได้เดินทางกลับ หลังนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นพูดรถขยายเสียงขอให้ยุติการชุมนุม เนื่องจากดอนเมืองเป็นเหมือนบ้านของตน และเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย อีกทั้งในวันนี้เป็นวันสถาปนากองทัพอากาศ ซึ่งเคยได้รับความช่วยเหลือจากทหารอากาศหลายครั้ง ดังนั้นจึงขอร้องว่าช่วยให้ตนได้มีที่ยืนบ้าง อย่างไรก็ตามขอให้ผู้ชุมนุมเก็บแรงไว้ในวันชุมนุมใหญ่ 10 เม.ย.

ครอบครัว ญาติมิตรร่วมรำลึก 1 ปีการเสียชีวิต "พ.อ.ร่มเกล้า"

ที่มา ประชาไท

เว็บไซต์มติชนรายงานว่าเมื่อวันที่ 9 เม.ย.54 ที่โบสต์เซ็นต์หลุยส์ สาธร สมาชิกในครอบครัวและญาติมิตรของ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการ พล.ร 2 รอ. ที่เสียชีวิตจากปฏิบัติการขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 ร่วมในพิธีมิสซาตามพิธีกรรมทางศาสนาคริสต์ เพื่อระลึกถึงดวงวิญญาณในโอกาสครบรอบ 1 ปีการเสียชีวิตของพ.อ.ร่มเกล้า
ทั้งนี้ ปฏิบัติการดังกล่าวมีพลเรือนเสียชีวิต 21 ราย ทหารเสียชีวิต 5 นายรวม พ.อ.ร่มเกล้า

คารวะจิตใจกล้าสู้กล้าเสียสละของวีรชน 10 เมษายน 2553 ยืนหยัดอุดมการประชาธิปไตย “เสรีภาพ เสมอภาค และภราดรภาพ”

ที่มา ประชาไท

วันที่ 10 เมษายน 2553 รัฐอำมาตย์อภิสิทธิ์ชน ได้ใช้กองกำลังทหารพร้อมอาวุธได้ทำการริดรอนสิทธิเสรีภาพการชุมนุมทางการเมืองของผู้รักประชาธิปไตย เป็นผลให้ผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง เสียชีวิต
วันนี้ 10 เมษายน ปีที่แล้ว ผู้ปกครองประเทศไทย ได้ใช้กำลังทหารล้อมปราบปรามสังหารประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตย ด้วยสองมืออันว่างเปล่า จนทำให้มีผู้เสียชีวิต และต่อมาได้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 93 ศพ และคนบาดเจ็บอีกนับสองพันคนในที่สุด
นับเป็นโศกนาฎกรรมทางการเมืองอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ที่ ชนชั้นปกครองเข่นฆ่าประชาชนผู้ถูกปกครองของตนเอง
ขณะที่วีรชน คนเสื้อแดง ได้ยืนหยัดต่อสู้เพื่ออุดมการประชาธิปไตย ที่เชื่อว่าคนเราเท่ากัน ไม่ว่าไพร่หรืออำมาตย์ ไม่ว่ามาจากฟ้าหรือเติบโตจากผืนดิน ได้เสียสละชีวิตเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของสังคมไทย เพื่ออนาคตของประชาธิปไตย
นับเป็นการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของวีรชนที่ควรค่าเคารพคารวะอย่างยิ่ง และคนที่มีชีวิตอยู่ คนรุ่นหลัง จักต้องต่อสู้เพื่อสืบทอดอุดมการประชาธิปไตยและเพื่อให้ประชาธิปไตยในสังคมไทยปักหลักฐานมั่นคง หลังจากผู้กล้าได้กระทำการถากถางเส้นทางสายนี้มานับตั้งแต่การปฏิวัติ 2475
นอกจากนี้แล้ว รัฐอำมาตย์อภิสิทธิ์ชนยังได้ใส่ร้ายป้ายสี กล่าวหาว่าเป็นการกระทำของชายชุดดำ ไม่ใช่ทหารของรัฐ
แต่ผ่านพ้นมาหนึ่งปีแล้ว ยังไม่มีหลักฐานชิ้นใดจากรัฐ ที่มือเครื่องมือครบครันในการพิสูจน์ ว่าใครคือชายชุดดำ หรือว่าชายชุดดำกับรัฐเป็นตัวเดียวกัน? อีกด้านหนึ่ง รัฐอำมาตย์อภิสิทธิ์ชนยังกล่าวหา ว่าผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง เป็นผู้ก่อการร้าย เพื่อหาความชอบธรรมให้กับรัฐเอง
นับเป็นการกระทำของเยี่ยงผู้ปกครองอำนาจนิยมเผด็จการทั่วโลก
นับเป็นการประทำของระบอบอำมาตยาธิปไตยทั่วโลก เช่นกัน
ขณะที่ คนเจ็บถูกใส่ร้าย คนตายถูกกล่าวหา คนฆ่ายังลอยหน้า คนสั่งฆ่ายังลอยนวล
ผู้เขียนจึงขอเสนอรูปธรรมในการต่อสู้เพื่ออุดมการประชาธิปไตย เพื่อเบียดขับขจัดรัฐบาลที่อำนาจนอกระบบ อำนาจทหาร อำนาจศาล มือที่มองไม่เห็นทั้งหลายทั้งปวงที่ หนุนหลังอยู่ หรือระบอบอำมาตยาธิปไตย นั้นคือ
1. ฆาตกรที่สั่งฆ่าประชาชนต้องถูกลงโทษ เพื่อความยุติธรรมในสังคม และเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยที่ ฆาตรกรลอยนวลลอยหน้า
2. ยกเลิกกฎหมายที่ริดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน เช่น กฎหมาย 112 และนิติรัฐต้องคู่นิติธรรม กฎหมายต้องมาตราฐานเดียว
3. ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 50 ที่เป็นเครื่องมือของฝ่ายอำมาตยาธิปไตย ให้อำนาจกับฝ่ายอำมาตยาธิปไตย โดยการสร้างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อประชาธิปไตย อำนาจอธิปไตยต้องเป็นของประชาชน อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศต้องมาจากประชาชนเท่านั้น
4. จัดตั้งกลุ่ม จัดการศึกษา แสวงหาเพื่อนมิตร ขยายมวลชนเสื้อแดง ให้แดงทั้งแผ่นดิน
5. สนับสนุนพรรคเพื่อไทยให้ชนะการเลือกตั้ง จัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก
6. คัดค้านต่อต้านอำนาจนอกระบบ อำนาจทหาร มือที่มองไม่เห็นแทรกแซงการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลภายหลังเลือกตั้ง
ด้วยจิตคารวะ วีรชนคนเสื้อแดง

วีรชน10เมษา:คนที่ตายมีใบหน้า คนที่ถูกฆ่ามีชีวิต

ที่มา Thai E-News


หนังสือวีรชน 10 เมษา : คนที่ตายมีใบหน้า คนที่ถูกฆ่ามีชีวิต

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
10 เมษายน 2554

ในการชุมนุมใหญ่รำลึกครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์มรณกรรมสังหารหมู่ 10 เมษายน 2553 ในวันอาทิตย์ที่ 10 เมษายนนี้ จะมีการจัดจำหน่ายหนังสือ วีรชน 10 เมษา : คนที่ตายมีใบหน้า คนที่ถูกฆ่ามีชีวิตในราคาเล่มละ 250 บาท ที่เต๊นท์กลุ่มวันอาทิตย์สีแดง หรือหาซื้อได้ที่กลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว

รายได้ทั้งหมดเพื่อใช้ในการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมในวันที่ 10 เมษายน 2553

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สันต์ หัตถีรัตน์ ประธานมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย เปิดเผยว่า เมื่อครบรอบ 10 ปี“เหตุการณ์พฤษภาคม 2535” มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย ได้สนับสนุนคุณไศล ภูลี้ นักข่าวคนหนึ่ง ซึ่งรวบรวมข้อเท็จจริงและคำสัมภาษณ์ ของบุคคลต่างๆ ที่มีส่วนร่วมในเหตุการณ์ครั้งนั้น จัดทำเป็นหนังสือ บันทึกพฤษภาคม 2535: ปากคำประวัติศาสตร์จากเลือดเนื้อและน้ำตา โดยสมาพันธ์ประชาธิปไตยเป็นผู้จัดพิมพ์

หลัง “เหตุการณ์10 เมษายน 2553” มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย เห็นว่า นี่เป็นเหตุการณ์อีกเหตุการณ์หนึ่งที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมากจากการเรียกร้องประชาธิปไตย จึงควรมีการจัดทำบันทึกปากคำของผู้บาดเจ็บ และครอบครัวผู้เสียชีวิต เพื่อให้ความจริงปรากฏว่า ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเหล่านั้นมีความเป็นมาอย่างไร ได้รับจ้างมาร่วมชุมนุม (ตามที่ถูกกล่าวหา)หรือไม่ เหตุใดจึงมาร่วมชุมนุม ฯลฯ

เพื่อให้สังคมส่วนใหญ่ที่ไขว้เขวจากการกล่าวหาและบิดเบือนความจริง โดยรัฐบาลผู้กุมอำนาจและสื่อจำนวนหนึ่ง ได้เรียนรู้เข้าใจและเข้าถึงชีวิตความเป็นอยู่ และความเดือดร้อนลำเค็ญของครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บโดยตรง ซึ่งยังไม่มีหนังสือใดบันทึกปากคำเหล่านี้ไว้อีกทั้งเป็นการเผยแพร่ ความกล้าหาญและความเสียสละแม้แต่ชีวิตและเลือดเนื้อของวีรชนประชาธิปไตยเหล่านั้น

มูลนิธิวีรชนประชาธิปไตย ขอขอบพระคุณครอบครัวของผู้เสียชีวิตและสำนักข่าวต่างๆ ที่กรุณาให้เผยแพร่ข้อมูล คำสัมภาษณ์และเรื่องส่วนตัวต่างๆของวีรชนประชาธิปไตยเหล่านั้น และขอขอบคุณคณะผู้รวบรวมและจัดทำหนังสือเล่มนี้จนสำเร็จลุล่วง โดยรายได้จากการเผยแพร่หนังสือเล่มนี้จะได้นำไปช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจาก “เหตุการณ์10 เมษายน2553” ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิวีรชนประชาธิปไตยสืบไป

**********
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:คลิปไว้อาลัยวีรชนจากแม่,ภรรยา,ญาติ ในโอกาสครบ 1 เดือนการเสียสละ









ที่มา:เวบgo6tv

กิจกรรมวันที่ 9-10 เมษายน 2554

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
9 เมษายน 2554


เราไม่ลืมผู้เสียชีวิตวันที่ 10 เมษายน 2553 ทุกคน และเรียกร้องให้มีการค้นหาความจริง เพื่อความเป็นธรรมให้กับทั้ง 26 ชีวิตที่ถูกยิงในวันนั้นไม่ว่าจะเป็นทหาร 6 นาย นักข่าวญี่ปุ่น 1 คน และคนเสื้อแดง 19 คน

สำหรับ 10 เมษายน 2554 นี้ ใครบินเดี่ยว มีป้าย "หมิ่นสถาบัน" ระวังตัวให้ดี นี่คือเสียงกระซิบนะ "แต่ถ้าบินพร้อมๆ กัน มีป้ายพร้อมๆ กันสัก 10,000 ป้าย เข้าไปนอนในคุก ให้คุกแตกกันดูบ้างก็น่าคิดไม่น้อยนะ" นี่แค่กระซิบนะ ยังไม่ปากสว่าง . .

แม่ง! บอกจริงๆ ว่านักรบไซเบอร์ก็เซ็งเป็นเหมือนกันนะ . . วันๆ อ่านข่าวก็เจอแต่ข่าว "ตำรวจ กับทหาร ให้ข่าวเรียกร้องคนโน้น คนนี้ให้ออกมาช่วยกันปกป้องสถาบัน" "ข่าวจะจับป้ายหมิ่นฯ" และก็ข่าว "กลุ่มดาราออกมาให้ข่าวว่าจะตายเพื่อสถาบัน" ข้าพเจ้าก็ยังไม่เห็นว่าใครจะทำร้ายสถาบันกันเลย มีแต่คนอยากให้บ้านเมืองสงบ ก้าวไปข้างหน้า เดินไปด้วยกันด้วยความเคารพกันและกันอย่างแท้จริง

อ้อ! เซ็งกับอีกข่าวมากๆ ก็เรื่องข่าวทหารจะปฏิวัติ. . คนเสื้อแดงเท่าที่ดูในข่าวต่างๆ เขาประท้วงแน่ และก็อย่าหวังว่านานาชาติจะยอมสแตมป์รับรองการปฏิวัติครั้งนี้เช่นครั้งที่ผ่านๆ มาได้อีกต่อไป

ถ้าทหารปฏิวัติก็เท่ากับ = ปิดประเทศ = เท่ากับทำลายเศรษฐกิจ = ทำลายอธิปไตยของคนทั้งประเทศ

รวมทั้งของครอบครัวทหารกว่าสามแสนนายด้วย งานนี้มีหวังนายพลทั้งหลาย เจอทหารชั้นผู้น้อยปฏิวัติซ้อนแน่นอน เพราะคงไม่มีใครยอมอดตาย ล้มละลาย เพราะนายหรอกแม้จะรักกันปานจะกลืน จนบอกว่า "พร้อมตายแทนได้" ก็ตามที!

อยากบอกตำรวจว่า "งบประมาณร่วม 300,000 ล้านบาทที่บำรุงบำเรอทหาร ตำรวจอยู่นั้น แม้ไม่เคยเห็นประชาชนอยู่ในสายตา ก็ขอให้สำนึกไว้บ้างว่า "นั่นมันเงินภาษีประชาชนนะจ้ะ" ระวังประชาชนเขาจะประท้วงไม่จ่ายภาษีกันทั้งประเทศ ถ้ายังคิดแต่จะไล่จับพวกเขาเข้าคุก ส่องสไนเปอร์เจาะหัวพวกเขายังกับหมาอยู่เช่นนี้ เราเตือนคุณแล้วนะ . .

วันๆ ไม่มีอันทำอะไรกัน ความเดือดร้อนของประชาชนจะสูงเท่ากับยอดเขาดอยอินทนนท์อยู่แล้ว ยังมั่วแต่ให้ข่าว "จับคนหมิ่นฯ" ข่าวงุบงิบร่างกฎหมายคอมพิวเตอร์ฉบับใหม่ "เพิ่มกฎหมายลงโทษเวบหมิ่นฯ และผู้ให้บริการเวบทั้งหลาย" บอกจริงๆ ว่าเซ็งๆๆๆๆๆ

ถ้าไม่มีพื้นที่ให้ข้าพเจ้า พูด เขียน คิด ก็เท่ากับห้ามไม่ให้ข้าพเจ้าหายใจ " ตามที่สมบัติ บุญงามวงศ์ว่าไว้ "ห้ามฉันพูด ฉันก็จะเขียน ห้ามฉันเขียน ฉันก็จะคิด และถ้าจะห้ามฉันคิด ก็ต้องห้ามฉันหายใจ"


เอาละ ขอบ่นด้วยความเซ็งมากมายกับความโง่เขลา เบาปัญญา เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนของพวกบ้าอำนาจในประเทศไทยกันพอหอมปากหอมคอแค่นี้ก่อน

ต่อไปนี้เป็นเรื่องซีเรียส เป็นเรื่องเศร้า เป็นเรื่อง "ความคับแค้นครั้งนี้ จงแปรเปลี่ยนเป็นพลัง" ด้วยกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์วันที่ 9 - 10 เมษายน 2554 กันอย่างมากมาย
รายงานกิจกรรมต่อไปนี้เท่าที่ทราบ ถ้าตกหล่นของกลุ่มใดไปบ้างก็ขออภัย และถ้าท่านอีเมลแจ้งมาให้ไทยอินิวส์ทันท่วงที เราจะนำมา update กันตลอดทั้งวัน

กิจกรรมวันที่ 9 เมษายน 2554



วันเสาร์ที่ 9 /4/54 ตั้งแต่ 15.00-21.00 น. ร่วมส่งกำลังใจและสวัสดีปีใหม่ไทย อ.สุีรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

16.00-03.00 4 ส.ตาสว่างกลางเมืองหลวง ครบรอบ 1ปีวีรชน น.เวทีหน้ากองสลาก พิเศษสุดการปราศรัยมีการสัมภาษณ์หลวงตาชูพงศ์ ถี่ถ้วน ข้ามรูนอกประเทศด้ว ผู้ร่วมปราศรัย ดร สุนัย คุณสุทิน คุณสมยศ บก ลายจุด ทอม ดร.ศิลป์ ราศรี สนนท.กลุ่ม Gear of red

9 เมษายน 2554 เชิญร่วม ประกายไฟเสวนา ในหัวข้อ "พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ เกี่ยวอะไร
กับเรา?" สำนักงานกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว เวลา 13.00 น. - 16.00 น.

...การ ชุมนุมคือเครื่องมือเดียวที่ชนชั้นล่างใช้ต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม การชุมนุมทางการเมืองจะมีประโยชน์อะไรหากเราจะต้องขออนุญาตทุกครั้งที่ ชุมนุม? กฏหมายเผด็จการกำลังจะคุกคามเสรีภาพของเราโดยที่เราไม่รู้ตัว แล้วคุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้.....

* * * * * * * * *
เชิญร่วมพูดคุยถกเถียงในสิ่งที่"นักสู้เพื่อประชาธิปไตย" ทุกคน ต้องรู้ไปกับ
- จิตรา คชเดช ที่ปรึษาสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ฯ คนชูป้าย “ดีแต่พูด” ให้นายกอภิสิทธิ์
- วรดุลย์ ตุลารักษ์ นักเคลื่อนไหวยุคพฤษภาทมิฬ
- อานนท์ นำภา ทนายความ “สำนักราษฎรประสงค์”


* * * * * * * * *

กิจกรรม 10 เมษายน 2554

นปช. แดงทั้งแผ่นดิน
จัดเวทีปราศรัย
"ครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์ 10 เมษาเลือด2553" ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มวลชนคนเสื้อแดงจะร่วมรำลึกถึงวีรชนที่เสียสละชีวิตเพื่อประชาธิปไตย

เนชั่นทันข่าวรายงาน
"แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานนปช. นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. ร่วมกันแถลงข่าวกิจกรรมครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย .53 โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การจัดงานรำลึกจะมีการทำบุญถวายสังฆทานอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต ซึ่งในเวลา 15.00 น. จะมีกิจกรรมของคนเสื้อแดงกลุ่มต่างๆ อาทิ กลุ่มวันอาทิตย์สีแดง กลุ่มนายวรพล พรหมมิกบุตร ฯลฯ จากนั้นเวลา 18.00 น. นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญจะขึ้นเวทีปราศรัยเปิดเผยข้อมูลพิเศษที่ ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน เวลา 20.00 น. จะเป็นพิธีของญาติวีรชนขึ้นรำลึกวีรชน

* * * * * * * * *

กลุ่มแดงสยาม
จัดพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพลที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา โอกาสครบรอบการสังหารวีรชน 10 เมษา 2554

ตามมาด้วย การเสวนา “4 ส.ตาสว่างกลางเมืองหลวง ครบรอบ 1 ปี วีรชน” ผู้ร่วมปราศรัย ดร..สุนัย จุลพงศธร, คุณสุทิน คลังแสง, คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข, ดร.ศิลป์ ราศรี, กลุ่ม สนนท , กลุ่ม Gear of red แนวร่วมแดงสยาม และประชาชนทั่วไป เวทีหน้ากองสลาก ถนนราชดำเนิน วันที่ 10 เม.ย.54 เริ่มตั้งแต่เวลา 16.00-02.00 น. ....

* * * * * * * * *

กิจกรรมที่ต่างแดนเท่าที่ทราบ


Thai Red Australia

กลุ่มไทยเรดออสเตรเลียจัดกิจกรรมที่ Belmore Park Sydney เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป


กลุ่มแอ็คชั่นเพื่อประชาธิปไตย (ACT4DEM)
จัดกิจกรรมเสวนา "เบื้องหลังวิกฤติประเทศไทย"​ที่ ห้องสมุด Rikhardinkatu กรุงเฮลซิงกิ เวลา 13.00 - 15.30 น.


ใครอยู่ที่ไหน สะดวกเวทีไหน เชิญชวนกันได้เต็มที
หรือเข้าร่วมทุกเวทีได้ก็จะยิ่งดี
สดุดีวีรชนทุกท่าน