ที่มา thaifreenews
โดย prainn
ภาพทั้งหมด
กิจกรรมอาทิตย์สีแดง>>>https://picasaweb.google.com/108313507613178447448/102011#
ครบรอบ 1 ปีทหารฆ่าประชาชน>>>https://picasaweb.google.com/108313507613178447448/1102011#
คนรักประชาธิปไตย ต้องช่วยกันขับไล่ เผด็จการ
ที่มา thaifreenews
โดย prainn
ที่มา Thai E-News
พวกเราอาจจะให้อภัยนายกฯทักษิณได้ในบางเรื่อง แต่ไม่อาจให้อภัยท่านได้ในทุกเรื่อง โดยเฉพาะการกระทำที่ส่อไปในทางเหยียบย่ำหัวใจคนเสื้อแดง หรือทรยศต่ออุดมการณ์ของคนเสื้อแดง
“ไม่เคยคิดว่า วันหนึ่งต้องมาเขียนจดหมายเปิดผนึกถึง ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่ทำคุณประโยชน์ให้คนไทยมากที่สุด เท่าที่ประเทศนี้เคยมีนายกฯ มา”

ที่มา มติชน
โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
(ที่มา คอลัมน์สถานีคิดเลขที่ 12 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 10 เมษายน 2554)
ความร้ายแรงของแผ่นดินไหวและสึนามิที่ญี่ปุ่น ทำให้คนตายกว่าหมื่น สูญหายจำนวนพอๆ กัน, เกิดวิกฤตการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์, มีผู้ประสบภัยต้องได้รับการเยียวยาทั้งทางใจ กาย และฟื้นฟูประเทศขนานใหญ่
น่าจะทำให้ทุกองคาพยพของ "ญี่ปุ่น" จดจ่อ หมกมุ่นอยู่กับเรื่องดังกล่าว
ไม่น่าจะมีสมาธิ หรือสนใจปัญหาอื่น
กระนั้น 31 มีนาคม 2554 เราก็ได้เห็นภาพ "โนบุเอกิ อิโตะ" อัครราชทูตฝ่ายการเมืองญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย เข้าพบนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อทวงถามความคืบหน้าการเสียชีวิตของฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ "อีกครั้ง"
เป็น "อีกครั้ง" ในหลายๆ ครั้งที่ทางการญี่ปุ่นวนเวียนขอคำตอบ เหตุที่ทำให้คนญี่ปุ่นเสียชีวิตจากเหตุการณ์นองเลือด 10 เมษายน 2553 ที่สี่แยกคอกวัว
เวลาผ่านไปครบหนึ่งปี ก็ยังทำเช่นนั้นอยู่
แสดงว่า ไม่มีอะไรคืบหน้า
ซึ่งทางการญี่ปุ่นก็ไม่ลดละ
ชัดเจนยิ่งว่า "หมื่นๆ" ชีวิตญี่ปุ่นที่สูญเสียไปกับสึนามิ ไม่ได้ทำให้ "หนึ่ง" ชีวิตญี่ปุ่นที่สูญเสียไปในเมืองไทย "ถูกลืม"
ถามว่า ความมุ่งมั่นนี้เป็นเพราะ "โนบุเอกิ อิโตะ" อัครราชทูตฝ่ายการเมืองญี่ปุ่น โน้มเอียงไปทาง "คนเสื้อแดง" หรือไม่
ถึงวอแวไม่เลิก คอยตามจี้ตามไช ให้เป็นประเด็นข่าวตลอดเวลาเช่นนี้
ตอบแทนอย่างไม่ลังเลเลย ว่า "ไม่ใช่"
ต้องไม่ลืมว่า เหตุการณ์ "ขอคืนพื้นที่" ที่บริเวณสี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 "เพียงเหตุการณ์เดียว"
มีผู้เสียชีวิต 27 ศพ
เป็นพลเรือน 21 คน รวมถึงฮิโรยูกิ มูราโมโตะ
เป็นทหาร 6 นาย รวมถึง พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม นายทหารระดับสูงของกองทัพบก
มีผู้บาดเจ็บร่วม 1,400 คน
เป็นเหตุรุนแรงทางการเมืองที่ถือว่า "ใหญ่มาก"
"ใหญ่มาก" จนไม่อาจซุกเอาไว้ที่ไหนก็ได้
จำเป็นจะต้องมีคำตอบว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาจากใคร อะไร อย่างไร และใครควรจะรับผิดชอบ
"นิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม" ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ให้สัมภาษณ์ "มติชน" เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2554 ในโอกาสจะครบรอบ 1 ปี แห่งการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ ว่า
"ดิฉันไม่ยอมรับการปรองดองกับคนผิด ยังรอคอยและเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมที่จะดำเนินการกับคดีของพี่ร่มเกล้าและผู้เสียชีวิตทุกราย คนผิดก็ต้องได้รับโทษหากเขาทำผิด หากเขายังต้องการได้รับสิทธิในการเป็นพลเมืองของสังคม เขาต้องยอมอยู่ภายใต้กรอบ กติกา กฎหมาย และบรรทัดฐานของสังคม เพื่อให้สังคมโดยรวมอยู่ในสภาพเรียบร้อย ไม่ใช่เป็นสังคมไร้ระเบียบ"
"นิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม" ไม่ใช่เสื้อแดงแน่นอน
และถ้าหากให้ญาติของคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตพูด
เขาก็คงพูดไม่แตกต่างไปจากภรรยาของ พ.อ.ร่มเกล้า
พูดไม่แตกต่างกับสิ่งที่ทางการญี่ปุ่นพูด
นั่นคือคำตอบเรื่อง "ความจริง"
ความจริงที่ "คนทำผิด" ต้องได้รับโทษ คนที่เสียหายต้องได้รับการเยียวยา
แล้วใครจะอำนวยให้ "ความจริง" บังเกิดขึ้นมา
นี่ย่อมเป็นคำถามที่ย้อนไปหานายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้กำกับดูแลทหาร ตำรวจ ดีเอสไอ
น่าเสียดายที่เวลาผ่านไป 1 ปี ความหวังที่ได้รับความจริงเลือนรางอย่างยิ่ง
มิหนำซ้ำต่างฝ่ายต่างชี้นิ้วกล่าวโทษกัน
แต่ละฝ่าย "เลือก" ที่จะ "เชื่อ" ตามที่ตนเองเชื่อ
และยังใช้ "ความเชื่อ" นั้นหาประโยชน์ทางการเมือง โดยเฉพาะในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นอีก
ทำให้นอกเหนือจะไม่ได้ความจริงแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความบาดหมางให้ร้าวลึกขึ้นไปอีก
สังคมไทย ไม่มีวันหา "ความจริง" ได้?
ที่มา มติชน
เมื่อเวลา 23.00 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีการชุมนุมหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยเริ่มต้นกล่าวว่า ไม่เคยมีรัฐใดในโลก นอกจากรัฐไทย ที่ต้องการขอถนนหรือพื้นที่คืน ด้วยการฆ่าประชาชนเกือบ 30 ชีวิต ทั้งที่ประชาชนเหล่านั้นต้องการมาขออำนาจอธิปไตยของพวกเขากลับคืน
ย้อนกลับไปเมื่อคืนวันที่ 10 เมษายน 2553 ตนนั่งคิดระหว่างนั่งรถยนต์จากสี่แยกราชประสงค์มายังสะพานผ่านฟ้า ถึงทางเลือก 2 ทาง นั่นคือ หนึ่ง ถ้าตนปลุกให้พี่น้องเสื้อแดงเผชิญหน้าเจ้าหน้าที่รัฐต่อไป รัฐบาลอภิสิทธิ์ก็อาจต้องโค่นล้มลงภายในเช้ามืดวันที่ 11 เมษายน แต่คำถามที่ตามมาก็ได้แก่ ถ้าเดินต่อไปจะต้องตายกันอีกกี่คน? เป็นใครบ้างที่ต้องตาย? ถ้าประชาชนต้องตาย จะตัดสินได้ไหมว่าจะให้ใครตาย? แล้วถ้าเป็นเช่นนั้น เราจะยืดอกรับชัยชนะได้อย่างไร หรือ สอง ตนต้องพยายามหยุดการเข่นฆ่าและหยุดการสูญเสียทั้งหมด ซึ่งสุดท้ายแล้ว ตนก็เลือกทางเดินที่ 2 ด้วยการตัดสินใจยุติการปะทะกับฝ่ายรัฐบาล
แต่ที่ตนเสียใจก็คือ ภายหลังจากตนถูกควบคุมตัวเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์กลับปรบมือให้แก่นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในที่ประชุมของพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย เพราะเห็นว่าการสลายการชุมนุมของรัฐบาล จนส่งผลให้ประชาชนต้องล้มตายไปเกือบ 100 ศพนั้น ถือเป็นชัยชนะ
นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ในเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายนปีก่อน มีนายทหารและทหารชั้นประทวนต้องเสียชีวิต ซึ่งคนเสื้อแดงก็เสียใจกับการสูญเสียดังกล่าว เพราะทหารผู้เสียชีวิตถือเป็นประชาชนพวกเดียวกันกับเรา แต่ภายหลังเหตุการณ์ คนเสื้อแดงกลับถูกหาว่าเป็นพวกป่าเถื่อน กระหายเลือด ต้องการชัยชนะโดยไม่เลือกวิธีการ แม้กระทั่งการฆ่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือฆ่าพวกเดียวกันเอง
"เหตุการณ์ผ่านมาแล้ว 1 ปี แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมรัฐบาลยังอยู่ได้ โดยไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 เหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ผู้เข่นฆ่าประชาชนล้วนต้องพ้นจากตำแหน่งไป แต่ในเหตุการณ์พฤษภาคม 2553 ผู้เข่นฆ่าประชาชนกลับไม่หลุดพ้นจากตำแหน่ง และยังลอยหน้าลอยตาเหยียบหัวใจคนไทยมาได้ 1 ปีเต็ม" แกนนำนปช.ผู้นี้ปราศรัย
นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 นั้น ตนรู้สึกเจ็บปวด เพราะเห็นประชาชนถูกฆ่า แต่ในวันที่ 10 เมษายน 2554 ตนกลับรู้สึกเจ็บปวดมากกว่า เพราะคนถูกฆ่ายังไม่ได้รับความยุติธรรมแต่อย่างใด นอกจากนี้แผลที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 เมษายน และเหตุการณ์สลายการชุมนุมเดือนพฤษภาคม 2553 ยังถือเป็นแผลเดิมที่ถูกซ้ำเติมจากเหตุการณ์ 14 ตุลา เหตุการณ์ 6 ตุลา เรื่อยมาจนถึงเหตุการณ์ 17 พฤษภา และสงกรานต์เลือด 2552
"ผู้มีอำนาจจะกำหัวใจประชาชนได้อย่างไร ในเมื่อหัวใจของประชาชนมีแต่รอยแผลจากมือของท่าน เป็นแผลเก่าที่ถูกกดทับซ้ำแล้วซ้ำอีก" นายณัฐวุฒิกล่าวและว่า ผู้มีอำนาจต้องคิดให้ได้ว่าจะดำรงตนข้ามผ่านความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทยไปได้อย่างไร โดยไม่เหยียบหัวใจประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนท้ายการปราศรัย แกนนำนปช.รายนี้ ยังตะโกนว่า "ประชาชนถูกฆ่าตาย ประชาชนถูกยิงในเขตอภัยทาน" ซ้ำไปซ้ำมาหลายสิบรอบกินเวลาร่วม 10 นาที เพื่อย้ำเตือนถึงความสูญเสียของคนเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553
ที่มา มติชน
โดย เชตวัน เตือประโคน
(ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 10 เมษายน 2554)
ที่มา thaifreenews
โดย jomyut
ความในใจลูกสาว”พระยาพหลฯ”เรื่องการเมืองวันนี้
สัมภาษณ์พิเศษ
พล.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) เป็นหัวหน้าคณะราษฎรทำการเปลี่ยนแปลงการปก ครองจากระบอบสมบูรณายาสิทธิราชย์มาเป็นประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475
พระยาพหลฯ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 2 (ต่อจากพระยามโนปกรณ์นิติธาดา) รวม 5 สมัย ตั้งแต่ 21 มิถุนายน 2476 ถึงกันยายน 2481 รวม 5 ปี 5 เดือน 21 วัน ถึงแก่อนิจกรรมปี 2490 ขณะอายุ 60 ปี
พวงแก้ว สาตรปรุง เป็นธิดาคนที่ 5 ในจำนวน 6 คน เกิดปี 2485 หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 10 ปี ปัจจุบันอายุ 68 ปี สุขภาพยังแข็งแรง
"มติชนสุดสัปดาห์" ได้สัมภาษณ์พิเศษนางพวงแก้ว ณ ที่บ้านพักในซอยลาดพร้าว 15 กรุงเทพฯ
- คิดอย่างไรกับสภาพบ้านเมืองที่เกิดวิกฤตความขัดแย้ง แตกแยกมา 5 ปี ตั้งแต่ยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549
- มันเป็นความเห็นแก่ตัวของพวกชนชั้นขุนนาง เป็นพวกเห็นแก่ตัว จะยึดแต่อำนาจไว้กับตัว ไม่แผ่อำนาจลงมาให้ราษฎร มันเริ่มมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2490 ตั้งแต่โน่นแล้วที่ จอมพลผิน ชุณหะวัณ ปฏิวัติ ไม่ใช่เพิ่งเกิด คนเพวกนี้เป็นพวกเห็นแก่ตัว รัฐบาลเขาจะผิด เขาจะถูกอะไร เขามีศาลยุติธรรมอยู่ตั้ง 3 ศาล ก็ฟ้องไป ให้ว่าไปตามระบบของมัน ฟ้องเขาไปสิ เขาผิดอะไร ไม่ใช่มาตัดสินเองด้วยอำนาจของตัว เสร็จแล้วพอตัวมีอำนาจ ตัวโกงกินประเทศชาติ ประเทศชาติมันก็เป็นอย่างนี้อยู่ตลอดเวลา
ทุกคนก็คิดว่า แหม พอพวกนี้คนโกงประเทศ อุ๊ย... ต้องยึดอำนาจแล้ว ต้องทำรัฐประหารแล้ว มันเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง ไปใส่ร้ายเขา ไปเอามาตรา 112 (ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ความผิดฐานดูหมิ่น หมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ฯลฯ) ไปใส่ร้ายเขา มันไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้น ถ้าคนขาดศีลธรรม ก็เป็นอย่างนี้แหละ
:- มองการเคลื่อนไหวของกลุ่มสีต่างๆ อย่างไร เช่น กลุ่มสีเหลือง พันธมิตรฯ หรือสีแดง นปช.
- กลุ่มสีเหลืองนั่นแหละสร้างปัญหามาตั้งแต่เริ่มแรก
:- ที่ออกมาขับไล่รัฐบาลทักษิณน่ะหรือ
- ใช่
:- จนนำไปสู่การยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549
- ใช่ จนจะต้องเสียดินแดนอยู่แล้ว ขณะนี้รับผิดชอบกันบ้างไหม
"ผู้นำทหารก็มาเชื่อมประสานไม่ได้เพราะทหารก็เลือกข้างใช่ไหม"?
"ใช่ ใช่" คุณป้าพวงแก้วตอบทันที "เพราะทหารไปเลือกข้างเอง ทหารทำผิดหลายอย่าง ท่านไปทำรัฐประหารปี "49 ท่านทำผิด ประชาชนเขาไม่เชื่อถือ นอกจากนี้ ทหารยังไปฆ่าประชาชนอีกเมื่อเดือนเมษาฯ พฤษภาฯ ปี "53"
ลูกสาวผู้ก่อการกับ"เสื้อแดง"
"ป้าเหรอ ชอบสีแดง" นางพวงแก้วบอกเมื่อถูกถามว่า ชอบสีไหน
เหตุผลของป้าก็คือ "(คนเสื้อแดง) เขาเป็นคนชั้นล่างน่ะ แล้วมีมากด้วย มีมากด้วย แล้วยังไม่ได้พัฒนา ป้าสงสารเขา เขาพัฒนาได้น้อยเพราะพวกมีอำนาจมัวแต่กินโกงประเทศกัน ไม่เอาเงินไปพัฒนาเขาให้มากกว่านี้ เขาถึงได้ต้องตื่นตัวขึ้นมาเมื่อท่านทักษิณเข้ามา เพราะเขารู้ว่า อ๋อ ประชาธิปไตยกินได้อย่างนี้นี่เอง เขาก็ตื่นตัวขึ้นมา เขาก็อยากจะอยู่แบบคนอื่นเหมือนกัน เขาก็เป็นคนเหมือนกับเรา มันของธรรมดา อกเขาอกเรา"
"ป้าก็ไม่เคยไปเข้าร่วมชุมนุมกับเขา แต่จะติดตามดูทางทีวีที่บ้านอยู่ตลอด ดูไปจนถึงตี 4 ตอนเห็นทหารฆ่าประชาชน ก็รู้ สงสัย เอ๊ะ เขาฆ่าได้ยังไง ฆ่าได้แม้กระทั่งพระสงฆ์"
"ตอนที่ทหารยิงประชาชน ป้าส่งจิตระลึกไปถึงคุณพ่อ อยากให้คุณพ่อมาช่วยจัง ทำไมคุณพ่อไม่มาช่วยประชาชน ไม่รู้ดวงวิญญาณท่านไปถึงไหนแล้ว เราก็ไม่รู้ว่าตายแล้ว ดวงวิญญาณไปที่ไหน ดังนั้น ประชาชนต้องช่วยตัวเอง"
ป้าพวงแก้วเสนอให้ไพร่กับอำมาตย์มารวมกัน เพราะต่างก็เป็นคนเหมือนกัน จะมามัวแบ่งแยกทำไม
"ไพร่กับอำมาตย์ไม่ใช่คนเหรอ ก็คนเหมือนกัน เราเลือกที่เกิดได้หรือเปล่า เราเลือกไม่ได้ ถือว่าเขาเป็นชนชั้นเดียวกันสิ เมตตากับเขาสิ อย่าไปให้เขาคิดว่า เขาต่ำต้อยเป็นไพร่ ท่านทำไม่ถูกหรอก ที่ให้เขาคิดอย่างนั้น แสดงว่าตัวท่านน่ะผิด ผิดอะไรต้องดู ต้องสำรวจตัวเองว่าผิดอะไร เขาถึงคิดว่า เขาต่ำต้อยอย่างนั้น คนเรามันเกิดมามันก็เหมือนกันทุกคน น่ะ มาทางเดียวกัน แล้วก็ไปทางเดียวกันด้วย เวลาไปแม้แต่ตัวเองยังเอาไปไม่ได้เลย ซี่โครงยังอยู่ เอาไปไม่ได้ ไปแต่วิญญาณเท่านั้น"
"ทำไมไม่คิดถึงตอนนั้นล่ะ แล้วต้องเป็นอย่างนี้ทุกคน พระพุทธองค์ท่านสั่งสอนมาดีแล้ว ทำไมไม่ทำตามล่ะ..."
คัดมาบางตอนจากมติชน...ก็ยังมีบุคคลสำคัญที่ชอบเสื้อแดง...และยังมีอีกเยอะแต่ไม่กล้าเปิดเผยอีก หลังจากสำรวจพระสงฆ์ที่ส่วนใหญ่จะเข้าใจและเห็นใจคนเสื้อแดงมากกว่าจากการสำรวจ...
ที่มา thaifreenews
โดย vinitaya
รำลึกวีรชนประชาธิปไตย ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓
วันที่สิบเมษามหาวิปโยค
ประชาโศกร้องร่ำระห่ำไห้
ถูกเข่นฆ่าล้มดิ้นดับสิ้นใจ
กลางถนนเมืองใหญ่อยู่ในกรุง
แยกคอกวัวราชดำเนินคนเดินดิน
ถูกยิงดิ้นล้มลับดับหมายมุ่ง
ร้องหาประชาธิปไตยใฝ่ผดุง
เรียกยุติธรรมนำจรุงให้วิไล
กลับได้รับกระสุนปืนอำมาตย์มอบ
เป็นคำตอบมอบมาประชาให้
อำมาตย์ฆ่าประชาชนเหล่าคนไทย
ตามคำสั่งอำมาตย์ใหญ่ไม่ปราณี
ปัง..ปัง..ปัง..ประชาดิ้นสิ้นชีวิต
อำมหิตนักหนาพวกห่านี่
ทั้งที่หลงจงรักและภักดี
กลับตอบแทนประชาชีด้วยลูกปืน
ประชาเดือดเลือดพล่านจึงหาญสู้
ปัง..ปัง..ปัง..กระสุนกรูไม่อาจฝืน
ร่างหนึ่งแล้วร่างหนึ่งเล่าเป็นเป้าปืน
อำมาตย์ร้ายมันหยิบยื่นประชาชน
หลายชีวิตต้องดับสูญอาดูรเศร้า
ทั้งที่เขามือเปล่าเข้าสู้ผล
สู้กับปืนที่ยิงสาดกราดฝูงชน
เพราะสุดทนให้เหยียบย่ำเจ็บช้ำใจ
จึงเป็นเหตุวีรชาญที่หาญกล้า
ประชาชนทายท้าอย่างยิ่งใหญ่
ไม่ยอมสยบผู้สั่งฆ่าประชาไทย
ด้วยหัวใจกล้าแกร่งแห่งวีรชน
ขอรำลึกวิรกรรมท่านทำเทอด
วีรชนผู้ประเสริฐผู้กล้าผล
สละชีวิตปกป้องประชาชน
จนเป็นผลตัวตายมลายพลัน
ขอวิญญาณวีรชนทุกคนสู่
สถิตอยู่วิมานแมนแดนสวรรค์
เสวยสุขสุขาวดีทุกชีวัน
ทุกทิวาราตรีนั้น..................สุขสันต์เทอญ
วินิตยา
10 เมษายน 2554
ที่มา ข่าวสด
เหล็กใน
สมิงสามผลัด
ล่วงเลยมา 1 ปีเต็มแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าคดีสลายม็อบเสื้อแดงที่คอกวัวเมื่อ 10 เม.ย.53
ในเหตุการณ์ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 26 ศพ
ถึงตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปทางคดีที่เป็นรูปธรรมเลย
วันก่อน ญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายเสื้อแดง 10 เม.ย.53 จำนวน 16 คน
ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อศาลแพ่งในคดีละเมิดและเรียกค่าเสียหายจากกระทรวงการคลัง กระทรวงกลาโหม และกองทัพบก
เป็นเงินรวมเกือบ 40 ล้านบาท!
ระบุว่าเหตุโศกนาฏกรรมครั้งนั้นมีมูลเหตุเกิดจากการกระทำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ร่วมกับศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)
ทำให้เกิดความเสียหายจากการเสียชีวิตและบาดเจ็บของผู้ชุมนุมเสื้อแดง
บางคนเป็นหัวหน้าครอบครัว ทำให้ทายาทนอก จากสูญเสียผู้นำแล้วยังต้องเดือดร้อนในการดำรงชีวิตต่อไป
และเมื่อตรวจดูรายชื่อโจทก์ร่วมทั้ง 16 คน ก็ต้องสลดหดหู่ยิ่งขึ้น
เพราะมีเด็กเล็กๆ ถึง 5 คน เป็น 3 เด็กชาย และ 2 เด็กหญิง ที่ต้องสูญเสียผู้ปกครอง-ผู้นำครอบครัวจากเหตุการณ์ 10 เมษาเลือด
เด็กตัวน้อยๆ เหล่านี้ต้องออกมาต่อสู้ทวงความยุติธรรม และเรียกร้องค่าเสียหายโดยชอบธรรม
และในเหตุการณ์เดียวกันนี้ยังมีอีกศพที่กล่าวขวัญกันมากในตลอด 1 ปีที่ผ่านมา
นายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่นถูกยิงตายขณะถ่ายภาพทำข่าวเหตุการณ์สลายม็อบแดง
เป็นอีกศพที่สูญเสียในสถานการณ์รุนแรงเนื่องจากฝ่ายรัฐใช้มาตรการทหารเข้าปราบม็อบ
ที่ถูกกล่าวขวัญก็เพราะทางการญี่ปุ่นทวงถามความคืบหน้าคดีนี้ไม่รู้กี่ครั้งกี่หนแล้วในรอบ 1 ปี
แต่ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากรัฐบาลไทย
ดีเอสไอก็กลับไปกลับมา
ตอนแรกระบุเจ้าหน้าที่รัฐฆ่า ก่อนพลิกว่าไม่ใช่ฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว
เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนยอมรับ??
ในวาระครบรอบการตาย ก็มีข่าวว่าญาติของนายฮิโรยูกิจะบินมาทวงถามความคืบหน้าถึงเมืองไทย อีกครั้ง
ทั้งหมดนี้เป็นการทวงความยุติธรรม
เพียงส่วนหนึ่งจาก 91 ศพที่ยังรอความยุติธรรมอยู่
ที่มา thaifreenews
โดย blablabla
ครบรอบปี ฝีมือ อำมหิต
ประชาชน มาใช้สิทธิ์ ถูกปลิด..ฆ่า
อำนาจรัฐ ถาโถม โหมเข้ามา
ลั่นไกฝ่า ฝูงชน ฆ่าคนไทย....
ทำเฉไฉ คุดคู้ ไม่รู้ไม่ชี้
คือสามานย์ อัปรีย์ ที่ยื่นให้
เราขอแค่ ยุบสภา ฆ่าทำไม
ประชาธิปไตย จอมปลอม พร้อมฆ่าคน....
คนสั่งปราบ สั่งฆ่า ประชาราช
จิตอุบาทว์ ชั่วช้า น่าฉงน
ด้วยโหดร้าย สถิตย์ร่าง อำพรางตน
แฝงเล่ห์กล บทขยี้ บี้แหลกราน....
ครบรอบปี ฝีมือ คือความโหด
ยังชั่วโฉด สมอ้าง อย่างห้าวหาญ
เหลือรอยเลือด รินไหล ไว้ประจาน
เป็นตำนาน ไอ้ทรราช ไอ้ฆาตกร....
ผ่านกี่คราว แล้วหนา เมษาเลือด
ใจถูกเชือด ร้อนรุ่ม ดั่งสุมขอน
พวกสั่งฆ่า ยังเฉไฉ ไม่สังวรณ์
แถมยอกย้อน เย้ยหยัน ทุกวันคืน....
๓ บลา / ๑๑ เม.ย.๕๔
http://3blabla.blogspot.com
ที่มา ข่าวสด เมื่อวันที่ 10 เม.ย. กลุ่มเสื้อแดง นปช. จัดการชุมนุมเพื่อรำลึก 1 ปีการปราบปรามการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่มีผู้เสียชีวิต 20 กว่าราย บาดเจ็บกว่า 800 ราย ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีผู้ร่วมชุมนุมหนาแน่นทั้งถนนราชดำเนิน แม้ว่าจะมีบางช่วงที่ฝนตกลงมา ผู้ชุมนุมยังคงปักหลักฟังการปราศรัยของแกนนำนปช. ตลอดจนข้ามคืน ไฮไลต์การปราศรัยในช่วงดึก ราว 23.00 น. เป็นการขึ้นเวทีของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งกล่าวถึงเหตุการณ์ในวันเดียวกันนี้เมื่อปีก่อน ที่ไม่คิดว่าผู้ชุมนุมจะถูกยิงสังหาร ในตอนนั้นตนมีอยู่สองทางเลือก คือหนึ่งเจรจาเพื่อหยุดความรุนแรงก่อนแล้วค่อยว่ากัน สองคือปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินต่อไป เพราะเมื่อมีคนตายจำนวนมากแล้วรัฐบาลคงอยู่ไม่ได้ ตนคิดถึงทางเลือกที่หนึ่งแล้วจบ แต่ทางที่สองไม่จบ จึงตัดสินใจขอเจรจาเพื่อให้ทหารหยุดยิง นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ไม่น่าเชื่อและเจ็บปวดใจยิ่งกว่าปีที่แล้ว ก็คือรัฐบาลที่สั่งการให้ปราบปรามผู้ชุมนุม ยังอยู่ในอำนาจ ลอยหน้าลอยตา และยังมาพูดให้เจ็บแค้นใจว่า คนเสื้อแดงฆ่ากันเองอีก จากนั้นเมื่อเกิดเหตุปราบปรามที่ราชประสงค์ มีผู้เสียชีวิตเกือบร้อยศพ จนถึงวันนี้อาคารห้างสรรพสินค้าที่ถูกเผาใกล้จะซ่อมแซมฟื้นกลับมาได้ คนพูดกันถึงความสะดวกสบายที่จะกลับคืนมา แต่กลับไม่นึกถึงคนที่ถูกฆ่าตายไปโดยไม่มีทางได้กลับมาอีก เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ปวดร้าวใจ และไม่เข้าใจ ในตอนท้าย นายณัฐวุฒิกู่ร้องตะโกนประโยคว่า "ประชาชนถูกฆ่าตาย ประชาชนถูกยิงในเขตอภัยทาน" บางจังหวะตามด้วยคำว่า "ได้ยินไหม" ต่อเนื่องกันหลายสิบครั้ง ขณะที่ผู้ชุมนุมลุกขึ้นยืนปรบมือและโห่ร้องตามอย่างกึกก้องเป็นเวลานาน จากนั้นนายณัฐวุฒิจึงร้องเพลงที่แต่งขึ้นเองระหว่างถูกขัง ให้เพื่อนร่วมต่อสู้ที่จากไป สำหรับการปราศรัยในช่วงเย็น เริ่มต้นด้วยนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขาฯ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวเปรียบเทียบเหตุการณ์การยุบพรรคการเมือง กับการแข่งขันฟุตบอล ว่าเล่นอย่างไร้กติกา มีเจ้าของสนาม กรรมการ ไลน์แมนที่เข้าข้างสโมสรข้างหนึ่งฝ่ายเดียว ตั้งกติกาขึ้นมาเอง เตรียมมอบชัยชนะไว้ให้ตลอดเวลา ส่วนคู่แข่งอีกทีมถูกทั้งมือและเท้ารุมรังแก เล่นอย่างไรก็แพ้ จากนั้น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.และแกนนำคนเสื้อแดง ขึ้นกล่าวถึงเหตุการณ์ที่คนเสื้อแดงถูกสังหารในวันที่ 10 เม.ย. ด้วยความเจ็บแค้นใจ โดยระบุว่า คนเสื้อแดงถูกกล่าวหาเผาบ้านเผาเมือง เพื่อให้ดูว่าสมควรตายแล้ว ทั้งยังมีสมาชิกที่ถูกคุมขังอยู่ตามเรือนจำในหลายจังหวัด ถูกกล่าวหาจ้องล้มสถาบัน ทั้งๆ ที่ได้แต่เรียกร้องให้ยุบสภา แต่มาตอนนี้ รัฐบาลพูดถึงการยุบสภาราวกับเป็นบุญเป็นคุณ ทั้งที่การยุบสภาก็ไม่คุ้มค่ากับคนที่ตายไป จึงต้องเอาผู้สั่งฆ่าประชาชนมาลงโทษให้ได้ ต่อมาญาติผู้เสียชีวิตได้ขึ้นเวที โดยมีตัวแทนกล่าวไว้อาลัยให้กับการจากไปของบุคคลอันเป็นที่รัก พร้อมกับคำประกาศจะต่อสู้ทวงความยุติธรรมต่อไป จากนั้นนายวิสา คัญทัพ ขึ้นอ่านบทกวีไว้อาลัยตามด้วยการจุดเทียนและเปิดเพลงอาลัยให้กับผู้เสียชีวิต บรรยากาศตอนนี้เต็มไปด้วยความเศร้า ผู้ชุมนุมหลายคนร้องไห้ออกมา เวลา 20.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินเข้ามาให้กำลังใจคนเสื้อแดง โดยระบุว่า โทร.มาจากประเทศในตะวันออกกลาง จากนั้นกล่าวเรียกร้องขอกรรมการที่เป็นกลางในการจัดการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น เพราะหากการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ยุติธรรมอีก จะเสียหายใหญ่หลวงต่อประเทศ นอกจากนี้พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวขอบคุณคนเสื้อแดงกลุ่มต่างๆ รวมถึงตัวแทนแดงอียูที่มาจากยุโรป ที่ร่วมกันต่อสู้ประชาธิปไตย ดังจะเห็นได้ว่า หากประชาธิปไตยถูกขัดขวาง ไม่เพียงไม่เป็นผลดีต่อประชาชน ยังไม่ดีต่อตัวผู้ปกครองประเทศเอง เพียงแต่อาศัยจังหวะเวลาเท่านั้น ดังจะเห็นได้ในประเทศตะวันออกกลาง ไม่ว่า ตูนิเซีย อียิปต์ เยเมน ซีเรีย ฯลฯ จึงขอให้คนเสื้อแดงต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต่อไป และอีกไม่นานคงได้พบกัน
งานรำลึกนองเลือด 10 เมษา
ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ
"ปกติการต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จนมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญไปทั่วโลก ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เกิดจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งสิ้น ความไม่ยุติธรรมนี่แหละ เป็นเหตุแห่งการที่ประชาชนต้องมารวมตัวกันต่อสู้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมของเขา"
ทักษิณ ชินวัตร
1 พ.ย. 51