ที่มา thaifreenews
โดย lovethai
หนีไม่พ้นวงจรอุบาทว์(ซะที)
คณะกรรมการการเลือกตั้งมีการพิจารณารับรองรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็น ส.ว. ที่มาจากการลากตั้ง จำนวน 73 คน ภายหลังจากที่คณะกรรมการสรรหา ส.ว.มี ชัช ชลวร เป็นประธานได้ลงมติจากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 5 ภาค
และวันนี้คงมีรายชื่อ ส.ว.สรรหาออกมาจาก กกต. ส่วนใหญ่ก็จะมาจากอดีต ส.ว.สรรหา ที่กระเหี้ยนกระหือรือลาออกไปเพื่อจะลงสมัครใหม่
มี อดีต คมช. ที่ทำการยึดอำนาจจากรัฐบาลประชาธิปไตย มี สื่อในคราบนักธุรกิจการเมือง ที่หลุดรอดจากการขาดสมาชิกภาพมาอย่างคลุมเครือ
มี บรรดา คตส.ที่ได้รับการแต่งตั้งมาในยุคของการยึดอำนาจ มี นักธุรกิจที่แสดงจุดยืนเลือกข้าง ชัดเจน มีอดีตข้าราชการที่ทำงานรับใช้รัฐบาลที่มาจากการยึดอำนาจ
แล้วบ้านเมืองจะสงบสุขได้อย่างไร
บุคคลที่อยู่บนความขัดแย้ง เข้ามาทำหน้าที่สืบทอดอำนาจหนีไม่พ้นความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การทำหน้าที่ของ ส.ว.ทั้งที่มาจากการเลือกตั้ง และ ส.ว.ที่มาจากการสรรหา ที่ผ่านมาเห็นชัดเจนว่าไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นการรักษาผลประโยชน์กลุ่มอำนาจบางกลุ่มเท่านั้น
พฤติกรรมของ ส.ว.เห็นชัดเจนว่าเข้ามาทำหน้าที่ เป็นตัวแทนของขั้วอำนาจ ทำงานตามใบสั่ง ภาพรวมดูแย่กว่าบรรดา ส.ส.ที่ทำหน้าที่เป็นสภาล่างด้วยซ้ำ จะดีจะเลวอย่างไรก็ยังมีสังกัดที่ชัดเจน
ไม่ทำตัวเป็นอีแอบ
ไม่ทำตัวเป็นร่างทรง มีคนบางประเภทที่อาศัยอำนาจที่ไม่ชอบธรรมวิ่งเต้นดิ้นรนที่จะเข้ามาแอบอ้างทำหน้าที่แทนประชาชน แต่ไม่เคยรักษาผลประโยชน์ให้ประชาชน กลับแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว
ไม่กล้าแม้แต่จะผ่านการเลือกตั้ง
บอกแล้วว่า ประชาธิปไตยของประเทศไทยเห็นได้ชัดว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นประชาธิปไตยแบบเผด็จการ แก้ไขรัฐธรรมนูญให้ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนจำนวนลดลงให้ ส.ส.ที่มาจากสัดส่วนของพรรคเพิ่มขึ้น ให้อำนาจ ส.ว.ที่มาจากการลากตั้งมากกว่า ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง ถึงเวลาจะแก้ไขให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดก็ถูกกดดันขัดขวางทุกวิถีทาง เพื่อที่จะคงอำนาจอันไม่ชอบธรรมไว้ต่อไป
วันนี้การเมืองไทยยังไม่พ้นวงจรอุบาทว์อยู่ดี ที่ช่วยกันข่มขืนประชาธิปไตย อยู่ทุกวันนี้ ก็เพื่อจะรักษาขั้วอำนาจของตัวเองเอาไว้เท่านั้น ข่มขืนใจประชาชนให้ยอมรับ ชำเราประเทศให้ทรุดโทรมตกต่ำ ลืมนึกไปว่าอำนาจวาสนาไม่เที่ยงแท้แน่นอน
ตายแล้วเอาอะไรติดตัวไปได้บ้างไหม.
หมัดเหล็ก
(ที่มา ไทยรัฐ , 12 เมษายน 2554)
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, April 13, 2011
หมัดเหล็กไทยรัฐ: การเมืองไทยไม่พ้นการครอบงำ “ส.ว.ทาสอำมาตย์”ยึด“สภาสูง”
แถลงการณ์สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศ(สนนท.) หน้ากระทรวงกลาโหม
ที่มา thaifreenews
โดย prainn
"ลดงบประมาณทหารอย่าใช้ภาษีเข่นฆ่าประชาชน"
วันนี้(12 เมษายน 2554)เวลาประมาณ 13.45 น. สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.)ได้อ่านแถลงการณ์และยื่นหนังสือต่อตัวแทนกระทรวงกลาโหม เพื่อชี้ให้เห็นว่าขณะที่ทั่วโลกจมอยู่กับความแร้นแค้น ความยากจน และเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมถึงวิกฤติในด้านต่างๆ
รัฐบาลกับให้ความสนใจกับความทุกข์ยากเหล่านั้นเป็นเรื่องรองและตัดงบประมาณในการช่วยเหลือ เพื่อเพิ่มงบประมาณทางทหารซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับวิกฤติการณ์เหล่านี้แต่อย่างใด สถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอล์กโฮล์ม(Stockholm Internationnal Peace Research Institute) เปิดเผยว่างบประมาณทหารของโลกประจำปี 2553 รวมทั้งโลกพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1 ล้าน 6 แสน 3 หมื่นดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 50 ล้านล้านบาท
สำหรับประเทศไทยงบประมาณกลาโหมประจำปี 2551มีจำนวนถึง 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งสูงเป็นอันดับ 39 ของโลก และสูงสุดเป็นอันดับ 3 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากสิงคโปร์และอินโดนีเซีย หรือเป็นรองเพียงแค่ประเทศเวียตนามหากคิดจากงบประมาณทหารต่อสัดส่วนของจีดีพี ที่สำคัญ คือ อาวุธเหล่านี้มาจากภาษีประชาชน แต่กลับถูกนำมาเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ในประเทศ
สนนท.จึงเรียกร้องให้กองทัพอย่าเป็นเครื่องมือของเครือข่ายจารีตนิยม อำนาจนิยม เพื่อใช้ในการปราบปรามประชาชนควรเกาะเกี่ยวเชื่อมโยงกับประชาชน โดยการคัดสรรผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในกองทัพต้องมาจากการสรรหาของสภาผู้แทนราษฎรและคณะรัฐมนตรี ไม่ใช่โดยคณะกรรมาธิการทหารของกองทัพ หรือบุคคลผู้มีบารมีนอกกองทัพ รวมถึงระบบการศึกษาของทหารต้องปลูกฝังให้เห็นคุณค่าในการพิทักษ์สิทธิ เสรีภาพของประชาชนไว้เป็นอันดับหนึ่ง และส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยในกองทัพ
ตัดงบประมาณทหาร หยุดใช้ภาษีเข่นฆ่าประชาชน
ด้วยความสมานฉันท์
12 เมษายน 2554
สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.)
และองค์กรสมาชิก
ในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้มีการเผาแบงค์กงเต็กและรูปรถถัง ระเบิด เครื่องบิน เรือดำน้ำ ที่หน้ากระทรวงกลาโหมเพื่อเป็นสัญญลักษณ์ให้รู้ว่า งบประมาณจำนวนมหาศาลในประเทศที่ตกอยู่กับกองทัพไม่ได้ต่างไปจากเศษกระดาษที่ถูกเผา โดยประชาชนไม่ได้รับประโยชน์ใดๆจากอาวุธเหล่านี้นอกจากนำมาเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
ภาพทั้งหมด >>>https://picasaweb.google.com/108313507613178447448/12201102#
เลือกข้างชัดเจนแล้ว...กองทัพบก แจ้งความแกนนำเสื้อแดง 3 คนข้อหาหมิ่นสถาบัน!!!
ที่มา thaifreenews
โดย ขวดเปล่า
“ประยุทธ์” เอาจริง!! ฟ้อง “จตุพร-วิเชียร-สุพร” พล่ามเวที 10 เมษาหมิ่นสถาบัน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 เมษายน 2554 16:51 น.
โฆษกกองทัพบก ยัน “ไอ้ตู่-วิเชียร-แรมบ้า” พล่ามเวทีแดงหมิ่นสถาบัน เผย “บิ๊กตู่” สั่งทีมกฎหมายแจ้งความแล้ว พร้อมซีดีเอกสารถอดเทปคำพูดทุกเม็ดส่งตำรวจ ลั่นไม่ยอมพวกบั่นทอนสถาบัน วอนประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา
วันนี้ (12 เม.ย.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า กองทัพบกขอเรียนชี้แจงสื่อมวลชนและประชาชนให้ได้รับทราบถึงความคืบหน้าในการดำเนินการกรณีหมิ่นเหม่ต่อการจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงตามที่กองทัพบกตรวจสอบพบว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 10 เมษายนต่อเนื่องถึงวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมามีแกนนำกลุ่มเสื้อแดงนำโดยนายจตุพร พหรมพันธุ์ นายวิเชียร ขาวขำ และนายสุพร อัตถาวงศ์ จัดการชุมนุมครบรอบ 1 ปีที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยมีการพูดจาเนื้อหาหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กองทัพบกได้ร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลทั้ง 3 คน โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานพระธรรมนูญ กองทัพบก ให้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจสำราญราษฎร์ เมื่อเวลา 13.30 น.ของวันนี้ (12 เม.ย.)
พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า กองทัพบกได้นำซีดีในการปราศรัยของทั้ง 3 คน รวมถึงเอกสารที่ได้มีการถอดเทปจากคำพูดให้พนักงานสอบสวน ทั้งนี้ กองทัพบกยืนยันจะไม่ยอมให้ใครมาบั่นทอนความมั่นคงสถาบันหลักของชาติ ขอประณามการกระทำของบุคคลทั้งสาม รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาสอดส่องไม่ให้มีคนใดจาบจ้วงสถาบันอันเป็นที่รักของคนไทยทั้งแผ่นดิน
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9540000045923&#Comment
Re:
ผบ.ทบ. เผยคนจน-คนต่างจังหวัดน่าสงสาร ขอให้ทบทวนมาชุมนุมแล้วได้ประชาธิปไตยหรือไม่Tue, 2011-04-12 16:18
ชี้ประชาธิปไตยมีอยู่แล้ว ลั่นรัฐบาลไม่เคยสั่งฆ่าคน หรือให้ทหารไปฆ่าใคร แต่นั่นเป็นจลาจล ขอให้ไปดูในภาพว่าใครเป็นเริ่ม พร้อมโต้กลุ่มต้าน ม.112 ลั่นมาตรานี้ไปทำความเสียหายให้ใคร ถ้าไม่ไปยุ่งหรือแตะต้องสถาบันจะถูกดำเนินคดีหรือไม่ นอกจากนี้เตรียมส่งกำลังพลตั้งจุดตรวจช่วงสงกรานต์ ห่วงผู้ขับขี่รถอย่าดื่มสุรา มิฉะนั้นจะเกิดสูญเสียชีวิต
ผบ.ทบ. ชี้ถ้าไม่เกิดเหตุสูญเสีย ก็ไม่ต้องใช้เจ้าหน้าที่ไปฏิบัติการ
เช้าวันนี้ (12 เม.ย.) ที่กองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ว่าขอพรให้คนไทยด้วยกัน ทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย เดินตามแนวทางประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เรื่องเดิมขอให้ยุติกันไป ว่ากันด้วยกฎหมาย และต้องกลับมารักกันเหมือนเดิม ขอให้ทุกภาคส่วนดูแลสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ผ่านมาถือว่ามีบางกลุ่มพยายามนำสถาบันมาเกี่ยวข้อง ขอไว้ตั้งแต่สงกรานต์ปีนี้เป็นต้นไป เพราะพระองค์ท่านไม่มีโอกาสมารับสั่งกับพวกเรา
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า “การที่ทุกคนกล่าวอ้าง นำเรื่องนั้นไปผูกโยงกับเรื่องนี้ ทำให้สถาบันเสื่อมเสีย ผมขอรับประกันด้วยชีวิตของผมว่า สถาบันไม่เกี่ยวข้องกับทุกเรื่อง ไม่ว่าใครจะทำอะไรก็ตาม เพราะฉะนั้นขอให้ผู้มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ก็จงไม่ประสบความสำเร็จ ผมคิดว่าในปีนี้เป็นปีมหามงคล สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ทำให้บ้านเมืองปลอดภัย สงบสุข อย่าเป็นเหมือนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ใครที่เป็นคนทำให้เกิดเรื่อง ในการใช้ความรุนแรง นำคนเข้ามาทำให้เกิดความเดือดร้อน บาดเจ็บ สูญเสีย น่าจะต้องรับผิดชอบ ผมว่าไม่น่าจะใช่เจ้าหน้าที่ เพราะถ้าไม่เกิดเหตุก็คงไม่ต้องใช้เจ้าหน้าที่ออกไปปฏิบัติตามกฎหมาย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
อัดจตุพรพูดจาไม่ชัดเจน ลั่นระวังตัวไว้ให้ดี
มีผู้ถามกรณีการปราศรัยของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ออกมาระบุถึงที่มากระสุนของทหารที่ฆ่าประชาชนในเหตุการณ์ เม.ย.- พ.ค. 53 นั้น พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คนทั้งประเทศต้องช่วยดูแล และขัดขวางไม่ให้คนกลุ่มน้อยพวกนี้ออกมาพูดจาให้ร้ายอีก ซึ่งพูดถึงทุกกลุ่มไม่ว่าใครก็แล้วแต่ สิ่งที่ทำไปนั้นจะสนองกลับโดยเร็ววัน พระองค์ท่านเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเราเคารพนับถือ การที่ท่านพูดจาไม่ชัดเจน แต่รู้ว่าท่านมุ่งหวังอะไร ถือว่าได้ทำลายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนเคารพนับถือ คิดว่าคนพวกนี้ไม่มีวันเจริญอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ให้ระวังตัวไว้ให้ดี ทั้งความผิดตามกฎหมาย และประชาชนจะต่อต้าน คนพวกนี้จะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาอยากจะเป็น ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด ตราบใดที่ยังมีความคิดแบบนี้อยู่ การต่อสู้ทางการเมืองอยากจะว่าใครก็ว่าไป แต่อย่าเอาสถาบันมาเกี่ยวข้อง พวกผมเป็นทหาร รับไม่ได้
ซัดกลุ่มเดินขบวนให้ยกเลิก “มาตราโน่นมาตรานี้” เวลาทำไม่กลัว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมา ยังไม่มีใครที่ปราศรัยถูกตั้งข้อหาชัดเจนในประเด็นดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กำลังตรวจสอบอยู่ ที่ผ่านมา มีกลุ่มหนึ่งถูกจับกุม มีการเดินขบวน ฟ้องร้องกันอยู่ เวลาทำไม่กลัว แต่พอโดนดำเนินคดีก็มีการเดินขบวนให้ยกเลิก มาตราโน่นมาตรานี้ หาคนหมู่มากมา ทำให้เกิดปัญหา ถามว่าประชาชนกี่หมื่นกี่แสนคนที่เข้ามาตั้งแต่ปีที่แล้ว ถึงปีนี้ มีแกนนำคนไหนที่บาดเจ็บ สูญเสีย แต่คนที่บาดเจ็บ สูญเสีย คือคนที่มาชุมนุม ทั้งนี้ ไม่อยากทะเลาะเบาะแว้งกับใคร ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ แต่จำเป็นต้องพูดเตือนใจคนไทยที่เหลืออยู่ว่าทำอย่างไรให้บ้านเมืองสงบ ถ้าท่านจะเรียกร้องเจ้าหน้าที่อย่างเดียวก็คงไม่ได้ทั้งหมด
เผยสงสารคนต่างจังหวัด คนจน ถามว่ามีอะไรดีขึ้นกว่าเดิม
“คนที่น่าสงสารคือคนต่างจังหวัด เป็นคนจน ที่เขามาเพราะเชื่อว่าอะไรจะดีขึ้น แต่ถามว่ามีอะไรดีขึ้นกว่าเดิม ผมว่าแย่กว่าเดิม เพราะชาวบ้านไม่ได้ทำไร่ทำนา ลูกเต้าไม่รู้ไปไหน ลองไปทบทวนว่าได้ประชาธิปไตยอย่างที่เรียกร้องหรือไม่ จริงๆ ประชาธิปไตยมีอยู่แล้ว มีการเลือกตั้ง จะถูกหรือไม่ถูก ใช่หรือไม่ใช่ ท่านก็พยายามเลือกกันไป เพราะมีตั้งแต่ พ.ศ. 2475 ต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เหมือนต่างประเทศ ที่เขามีความเจริญเติบโตเป็นประชาธิปไตยเป็นร้อยๆ ปี จนถึงวันนี้คนของเขาไม่มีทะเลาะกัน เดินประท้วงอยู่ในจุดที่ประท้วง ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น คนเราต้องมีทั้งสิทธิ และ หน้าที่ ท่านมีสิทธิเดินขบวนได้ แต่กลับไม่ทำหน้าที่ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ผมคิดว่าไม่น่าจะมองด้านเดียว” ผบ.ทบ.กล่าว
ยันรัฐบาลไม่เคยสั่งฆ่าคน หรือให้ทหารไปฆ่าใคร
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า อยากให้ทุกคนกลับไปดูเหตุการณ์เมื่อปี 2552-2553 จะเห็นว่ากลุ่มใดเป็นคนเริ่มก่อน ทำให้บ้านเมืองเป็นทะเลเพลิง ตนไม่กลัวคนที่บอกว่าจะมาสู้รบ เพราะไม่ว่าใครก็ตาม จะมาสู้รบไม่ได้ ตนถือกฎหมายอยู่ อย่าผิดกฎหมายก็แล้วกัน ตนเป็นผู้บัญชาการทหารบก มีหน้าที่ดูแลกำลังพลในกองทัพบก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ท่านก็พยายามลากทหารไปเกี่ยวกับการเมืองมาโดยตลอด ทหารจำเป็นต้องทำงานกับรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ถ้ารัฐบาลสั่งการชอบโดยกฎหมาย และมีกฎหมายคุ้มครองก็ต้องทำ รัฐบาลไม่เคยสั่งให้ไปฆ่าคน หรือให้ทหารไปฆ่าใคร แต่เป็นการจลาจล ขอให้ท่านไปทบทวน ตนไม่โทษใคร ไปดูในภาพว่าใครเป็นคนเริ่ม เพราะฉะนั้นต้องมีกระบวนการยุติธรรมเข้าไปดูแลแก้ไขปัญหา
เผยทำเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ แนะคนไทยอย่ากลัวคนไม่ดี
เมื่อถามว่า ไม่รู้สึกเปลืองตัวหรือที่ออกแบบนี้และกลายเป็นเป้าโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถือว่าทำเพื่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะเป็นหน้าที่ เป็นทหารกลัวไม่ได้ ตนเองก็ไม่กลัว แต่ก็ไม่ได้ละเมิดสิทธิประชาชน ไม่เคยดูถูกความคิดของประชาชน หรือ ดูถูกราษฎร ดังนั้นประชาชนทุกคนต้องเป็นผู้มีเกียรติ มีสติ เพราะฉะนั้น ใครที่มาพูดอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ก็ต้องพิเคราะห์ว่าน่าเชื่อถือหรือไม่ อย่าให้ใครดูถูกภูมิปัญญาของท่าน ทั้งนี้ ทุกคนมุ่งเน้นแต่สิทธิ อยากได้อะไรก็บีบบังคับกัน โดยปิดถนน ปิดเส้นทาง แล้วบ้านเมืองจะไปอย่างไร ทุกอย่างต้องแก้ด้วยกฎหมาย คนไทยอย่ากลัวในสิ่งที่ไม่ควรกลัว อย่าไปกลัวคนไม่ดี
ลั่นคนไทยต้องออกมาเลือกตั้งให้หมดจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงประเทศ
“คนอีก 60 กว่าล้านคนอยู่ที่ไหน อย่างน้อยท่านต้องออกมาเลือกตั้ง คนมิสิทธิเลือกตั้งอย่างน้อยก็น่าจะ 30-40 ล้านคน ต้องออกมาเลือกตั้งให้หมด จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงประเทศ เห็นระบอบประชาธิปไตยที่ท่านต้องการ ถ้าไม่แก้ที่ประชาชน ไม่มีวันแก้ได้สำเร็จ ไม่ใช่แค่ 12 ล้าน หรือ 14 ล้านคน ต้องออกมาซัก 30 ล้านคน คิดว่าคนมีสิทธิเลือกตั้งน่าจะถึง ถ้าเป็นอย่างนี้น่าจะเปลี่ยนแปลงแน่นอน ทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น ทำให้อะไรดีขึ้น ผมไม่ได้ชี้นำพรรคไหน เอนเอียงให้ใคร ท่านต้องดูแลประเทศชาติด้วยตัวเอง ต้องตัดสินใจเอง ผมขอร้องว่าอย่าปล่อยให้ ทหาร ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ ต้องเป็นจำเลยสังคมอีก เพราะท่านดูแลกันไม่ได้ ใช้กลไกประชาธิปไตยกันไม่ได้ จนต้องมาใช้กลไกกฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็ต้องออกมา เดือดร้อนกันไปหมด พันกันอยู่อย่างนี้ ประเทศก้าวไปไหนไม่ได้ สถาบันที่เคารพนับถือทั้งหมด พระมหากษัตริย์กี่พระองค์ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่ทำอยู่” ผบ.ทบ.กล่าว
โต้กลุ่มต้าน ม.112 ลั่นมาตรานี้ไปทำความเสียหายให้ใคร
เมื่อถามว่า ทำไม ผบ.ทบ.ไม่ระบุให้ชัดเจนว่าคนใด หรือ กลุ่มใด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ได้ ตนพูดอะไรต้องมีหลักฐาน เมื่อมีหลักฐานก็ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ ฝ่ายกฎหมายกำลังตรวจสอบกันอยู่ ที่ผ่านมาก็จับไปหลายคนแล้ว เป็นเรื่องของการดำเนินคดี ทุกคนบอกว่ามีสิทธิ์ และก็มาคัดค้าน ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน มาตรา 112 คนไทยยอมรับมาโดยตลอด ถ้าใครไม่ไปยุ่ง หรือแตะต้องท่าน แล้วจะถูกดำเนินคดีหรือไม่ อยากถามว่า มาตรานี้ไปทำความเสียหายให้กับใคร
ไปกล่าวอ้าง พาดพิงสถาบันทำให้เกิดความเสียหาย ทำให้ต่างชาติดูถูก หลายประเทศเขาถวายพระเกียรติ ในประเทศไทยก็มีอยู่ไม่กี่คนที่ทำเรื่องพวกนี้ ขอร้อง 60 กว่าล้านว่าขอให้ดูแล ไม่ให้คนกลุ่มนี้ออกมาทำร้ายประเทศไทย หรือ สถาบันได้อีกขอร้องในนามผู้บัญชาการทหารบกว่า คนไทยต้องออกมาปฏิเสธ และไม่เห็นด้วยเรื่องความรุนแรง อย่าออกมาในสีไหน แต่ออกมาปกป้องบ้านเมือง เคียงคู่กับทหาร ที่พร้อมดูแลประชาชน
เผยอยากให้ทุกคนกลับบ้านปลอดภัย เตรียมส่งกำลังพลตั้งจุดตรวจช่วงสงกรานต์
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังให้สัมภาษณ์ด้วยว่า เป็นห่วงการสัญจรการเดินทาง และอยากให้ทุกคนเดินทางกลับบ้านด้วยความปลอดภัย ตนจึงสั่งการไปยังทุกกองทัพภาคและทุกหน่วยทหารที่มีที่ตั้งหน่วยอยู่ริมถนน สายหลักหรือสายรอง ให้ออกมาตั้งจุดตรวจและเตรียมความพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนที่สัญจร ไปมาแล้วเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย รวมถึงมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบว่าสามารถแวะพักผ่อนหรือสอบถามเส้นทางได้
ส่วนการเตรียมการอื่นๆคงเป็นเรื่องของการดูแลพื้นที่ต่างๆ ให้เกิดความ ปลอดภัย ให้ประชาชนสามารถออกมาทำกิจกรรมต่างๆหรือท่องเที่ยวได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตนได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 4 ดูแลเป็นพิเศษเพราะมีการประกอบพิธีสงฆ์และพิธีมงคลต่างๆด้วย คงต้องทุ่มเทกำลังพลที่เรามีอยู่ลงไปดูแล ส่วนภาคอื่นๆก็ไม่น่าห่วงอะไร แต่เป็นห่วงเพียงเรื่องการสัญจรไปมา นอกจากนี้ ตนขอให้ผู้ที่ขับรถอย่าดื่มสุรา มิฉะนั้นจะเกิดอันตรายและเกิดการสูญเสียชีวิต
ที่มา: เรียบเรียงจาก เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ [1] และ เดลินิวส์ [2]
http://www.prachatai3.info/journal/2011/04/34028?utm_source=feedburner&utm_medium=feed&utm_campaign=Feed%3A+prachatai+%28%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97+Prachatai.com%29&utm_content=Google+International
รายงาน: ย้อนรอยจำแนกข้อมูลผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม 10 เมษา 53
ที่มา ประชาไท
หลังปฏิบัติการ 'ขอคืนพื้นที่' 10 เมษายน 2553 มีผู้เสียชีวิตทั้งเจ้าหน้าที่และพลเรือน 26 คน นับเป็นจุดเปลี่ยนความรุนแรงของสถานการณ์ที่สำคัญ ในบรรดาตัวเลขเหล่านั้น สามารถจำแนกตัวเลขในมิติต่างๆ ได้อีกหลายประการ อาทิ อาชีพ การศึกษา ลักษณะการถูกยิง
ทหารเสียชีวิต 5 นาย
| ชื่อ | สาเหตุการเสียชีวิต | บาดแผล | สถานที่ |
| พลทหารภูริวัฒน์ ประพันธ์ (25 ปี) | ถูกสะเก็ดระเบิด | กะโหลกเปิด ท้ายทอยขวาน่อง 2 ข้างฉีกขาดฟกช้ำ | ถนนดินสอ |
| พลทหารอนุพงษ์ เมืองอำพัน (21 ปี) | ถูกสะเก็ดระเบิด | ทรวงอกฟกช้ำ น่อง 2 ข้างฉีกขาดฟกช้ำ | ถนนดินสอ |
| พลทหารสิงหา อ่อนทรง (22 ปี) | ถูกสะเก็ดระเบิด | ที่ศีรษะ | ถนนดินสอ |
| พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม (43 ปี) | ถูกสะเก็ดระเบิด | ท้ายทอยขวาฉีกขาดน่อง 2 ข้างฉีกขาด ฟกช้ำอกซ้ายและด้านหน้า ต้นขาซ้ายฉีกขาด | ถ.ดินสอ หน้า ร.ร.สตรีวิทยา |
| พลทหารอนุพงศ์ หอมมาลี (22 ปี) | ถูกสะเก็ดระเบิด | ที่ศีรษะ | ถนนดินสอ |
พลเรือนที่เสียชีวิต 21 ราย
เสียชีวิตในวันเกิดเหตุ 19 ราย
เสียชีวิตในภายหลัง 2 ราย คือ นายมนต์ชัย แซ่จอง วันที่ 14 เม.ย.53, นายอนันต์ สิริกุลวาณิชย์ วันที่ 15 พ.ค.53
| คอกวัว (ตะนาว) | โรงเรียนสตรีวิทยา (ดินสอ) | กระทรวงศึกษาฯ | อื่นๆ |
| เทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์ (20.00 น. เศษ) | จรูญ ฉายแม้น (20.00 น. เศษ) | เกรียงไกร คำน้อย (15.00 น. เศษ) | ยุทธนา ทองเจริญพูลพร (ไม่ทราบ) |
| อนันต์ สิริกุลวาณิชย์ (20.00 น. เศษ) | คนึง ฉัตรเท (ไม่ทราบเวลาชัดเจน) | | บุญจันทร์ ไหมประเสริฐ (ไม่ทราบ) |
| สวาท วางาม (20.00 น. เศษ) | ฮิโรยูกิ มูราโมโต หรือ ฮิโระ (ไม่ทราบเวลาชัดเจน) | | นภพล เผ่าพนัส (ไม่ทราบ) |
| อำพน ตติยรัตน์ (19.00 น. เศษ) | ทศชัย เมฆงามฟ้า (20.00 น. เศษ) | | มนต์ชัย แซ่จอง (เสียชีวิตที่โรงพยาบาล) |
| ธวัฒนะชัย กลัดสุข (เกือบ 19.00 น.) | วสันต์ ภู่ทอง (20.00 น. เศษ) | | มานะ อาจราญ (เขาดิน 23.00 น.) |
| ไพรศล ทิพย์ลม (19.00 น.) | สยาม วัฒนนุกูล (ไม่ทราบเวลาแน่ชัด) | | |
| บุญธรรม ทองผุย (20.00 น. เศษ) | | | |
| สมิง แตงเพชร (ไม่ทราบเวลาแน่ชัด) | | | |
| สมศักดิ์ แก้วสาร (ไม่ทราบเวลาแน่ชัด) | | | |
| รวม 9 ราย | รวม 6 ราย | รวม 1 ราย | รวม 5 ราย |
| กระสุนที่หัว | กระสุนที่อก-ท้อง | หัวใจวายเฉียบพลัน | อื่นๆ |
| สวาท | เทิดศักดิ์ | มนต์ชัย | อนันต์ (กระสุนที่คอ) |
| อำพน | จรูญ | | บุญจันทร์ (หัวเหน่า) |
| ยุทธนา | คนึง | | |
| ไพรศล | ธวัฒนะชัย | | |
| บุญธรรม | ฮิโรยูกิ | | |
| ทศชัย | เกรียงไกร | | |
| วสันต์ | สยาม | | |
| สมิง | สมศักดิ์ | | |
| มานะ | นพพล | | |
| รวม 9 ราย | รวม 9 ราย | รวม 1 ราย | รวม 2 ราย |
เรียบเรียงข้อมูลจากหนังสือ "วีรชน 10 เมษา คนที่ตายมีใบหน้า คนที่ถูกฆ่ามีชีวิต" และข้อมูลบางส่วนจากศูนย์ข้อมูลประชาชนฯ หรือ ศปช.
ฝึกจับโกหกนักการเมือง-ดาราในตอแหลแลนด์ (2)
ที่มา Thai E-News
โดย Pegasus
ช่วงเวลานี้ทุกฝ่ายเดินเข้าหาการเลือกตั้ง นักการเมืองต่างก็ออกมาโกหกประชาชนกันเป็นการใหญ่ นอกจากนั้นยังมีเหล่าดาราเจ้าน้ำตาออกมาพูดจาภาษาการเมืองกันวุ่นวายเป็นที่น่าแปลกใจ ล้วนแล้วแต่เป็นการต่อสู้กันระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการอำนาจนิยมกันทั้งสิ้น
จับโกหก-คนตาดีจับผิดภาพวู้ดดี้ไปหลับตาพริ้มนั่งสมาธิกับว.วชิรเมธีแล้วเกิดสงสัยว่า นั่งสมาธิแล้วทำไมไม่ถอดรองเท้าเหมือนผู้ปฏิบัติธรรมทั่วๆไปปฏิบัติ เลยชักสงสัยว่าการกินอาหารหมาสุนัขทรงเลี้ยงแล้วหลับตาพริ้มอย่างมีความสุขนั้น จริงใจหรือว่าfake?
เหล่านักการเมืองก็ไม่ต่างจากดารา นักการเมืองที่เล่นละครเก่งสามารถบีบน้ำตาออกโทรทัศน์ และพูดในสิ่งที่ทุกคนก็รู้ว่าโกหกได้อย่างหน้าตาเฉย พูดโกหกทั้งน้ำตานั่นแหละ
ดังนั้นถ้าฝ่ายประชาธิปไตย หรือมวลชนทั้งหลายไม่ว่าจะกลุ่มใดๆ ไม่ฝึกจับโกหกไว้บ้าง น่ากลัวจะเสียเปรียบคนเหล่านี้
เหล่าดาราที่บีบน้ำตาออกโทรทัศน์พูดเรื่องการเมือง ก็ไม่ต่างกับนักการเมืองน้ำเลวเหล่านั้นที่อาศัยความสามารถในการหลอกลวงผู้ชมทำเรื่องแบบที่เรียกกันประชดประชันว่า “ดรามา” ออกมาให้คนที่เห็นมีอาการคลื่นเหียนกันไปตามๆกัน
ยิ่งรู้เบื้องหลังการถ่ายทำ ยิ่งเห็นพฤติกรรมไม่ต่างจากสุนัขรับใช้ตัวหนึ่ง ผิดแต่ว่าใช้มือ ไม่ได้ใช้ลิ้นเลียอาหารเข้าปากเท่านั้น
จากบทความตอนที่แล้วพูดถึงการจับโกหก โดยเฉพาะอย่างยิ่งออกมาในโทรทัศน์ หรือคลิปที่สามารถเก็บไว้ดูหลายๆหนได้ โดยมีวิธีการดูหลายๆอย่าง แบบง่ายที่สุดคือดูการกลอกตา
สำหรับคนถนัดขวา ถ้าพูดจริงจะกลอกตาไปทางซ้ายของตัวเองหรือทางขวาของคนดู คนถนัดซ้ายจะทำกลับกัน
วิธีจับโดยไม่รู้ว่าถนัดอะไรก็คือเมื่อเห็นว่าพูดจริงแน่ๆเมื่อไหร่ก็ดูว่ากลอกตาไปทางด้านไหน ต่อมาถ้าตากลอกมาตรงข้ามก็เป็นการโกหก
แต่เพราะโดยทั่วไปคนจะถนัดขวาดังนั้นสามารถเดาได้ก่อนล่วงหน้า
นอกจากนั้นถ้าเป็นการกลอกตาขึ้นบนก็เป็นเรื่องที่ต้องนึกเป็นภาพ ถ้ากลอกตามาขนานพื้นตรงๆก็เป็นเรื่องที่เห็นมา ถ้ามองลงก็เป็นเรื่องความรู้สึก จะแยกเป็นซ้าย หรือขวาของคนพูดก็ขึ้นอยู่กับว่าจริงหรือโกหก
นอกจากนั้น ก็เป็นการจับผิดที่ใบหน้าแสดงสีหน้าหลักๆ ตรงข้ามกับสิ่งที่พูด เช่น พูดชมเชย แต่เห็นว่าริมฝีปากยิ้มขึ้นข้างเดียว ซึ่งเรียกว่ายิ้มแค่นๆก็หมายถึงในใจจริงๆนั้นดูถูก เหยียดหยามไม่ได้ชมจริง
หรือ คนที่ทำท่ายิ้มมีไมตรี คือมุมปากฉีกออกทางข้าง แต่หางตา โหนกแก้มบนไม่ยกขึ้นก็แสดงว่า แสร้งยิ้ม หรือที่เรียกกันว่ายิ้มแห้งๆ หมายถึง ไม่ได้ยิ้มจริง ไม่ได้สุขจริง แต่โกหกไปให้คนเชื่อว่าเป็นคนใจดี ภาพนี้เห็นบ่อยๆในกลุ่มชนชั้นนำไทย ที่ในใจเป็นคนโหดร้าย เหี้ยมโหด รังเกียจชาวไพร่แต่เสแสร้งยิ้มให้เห็น
เป็นใครก็ไปหาดูกันเอาเอง
การโกหกยังมีการเผลอจับจมูก บังหน้า จับต้นคอ กำมือ กลืนน้ำลาย ยกไหล่เล็กน้อย พูดโดยไม่ขยับมือ ฯลฯ ทั้งหมดนี้ต้องเกิดพร้อมกับคำพูดนั้น การพูดโดยใช้คำพูดห่างเหิน เช่น”ผู้หญิงคนนั้น” แทนที่จะพูดชื่อลูวินสกี้ตรงๆ หรือพูดฟุ่มเฟือยโดยไม่จำเป็น หรือทวนคำถามซ้ำ
หรือในเรื่องการทำงานของสมองถ้าโกหกต้องสร้างเรื่องในสมอง ดังนั้น จะใช้เวลาในการคิดค่อยๆปล่อยคำพูดออกมา หรือให้ย้อนเหตุการณ์จากหน้าไปหลังก็ทำไม่ได้เพราะไม่ได้เห็นมาจริง อย่างนี้ เป็นต้น
ในบทความนี้ จะขอนำวิธีการของ David J. Lieberman ในหนังสือชื่อ Never be lied to again หรือ คู่มือจับโกหก แปลโดย สหรัฐ วิบูลย์ภักดี เรียบเรียงโดย พูนลาภ อุทัยเลิศอรุณ ในเครือบริษัท วีเลิร์น จำกัด ซึ่งบางส่วนได้เคยเสนอไปในบทความก่อนหน้านี้แล้ว
โดยจะขอนำสรุปท้ายบทมาให้ใช้นำเอาไปใช้กัน ถ้าต้องการได้รายละเอียดก็ขอให้ติดตามจากสำนักพิมพ์ดังกล่าวข้างต้น ถือเสียว่าเป็นการโฆษณาให้หนังสือเล่มนี้ก็แล้วกัน รายละเอียดต่างๆในหนังสือนั้นมีมากกว่าที่นำมาเสนอ ในที่นี้จะยกมาเฉพาะการจับพิรุธการโกหกจากตอนที่1 สัญญาณแห่งการโกหกหลอกลวง ซึ่งจะมีพิรุธทั้งหมดดังนี้

-คนโกหกจะพยายามไม่สบตา
-ไม่ค่อยมีการแสดงออกทางร่างกายด้วยการขยับแขนและมือ ถ้าทำก็แข็งเหมือนเครื่องจักร จะเก็บมือ แขนและขาให้ชิดลำตัวและใช้เนื้อที่น้อยลง
-เขาอาจจะยกมือขึ้นมายังใบหน้าหรือลำคอ และสัมผัสบริเวณเหล่านี้เป็นหลัก นอกจากนี้จะไม่ค่อยสัมผัสบริเวณหน้าอกด้วยฝ่ามือ
-ถ้าเขาพยายามทำให้เห็นว่าเขารู้สึกสบายๆและผ่อนคลายที่จะตอบคำถาม เขาอาจจะยักไหล่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
-ในขณะที่เสแสร้ง อากัปกิริยาประกอบคำพูดจะเกิดช้ากว่าที่ควรจะเป็น
-การขยับศีรษะจะไม่เป็นตามธรรมชาติ
-อากัปกิริยาจะไม่สอดคล้องกับคำพูด
-จังหวะในการแสดงอารมณ์จะเกิดขึ้นช้ากว่าที่ควรและนานเกินกว่าปกติ
-คนที่แกล้งแสดงอารมณ์ เช่น ความสุข ความประหลาดใจ ความกลัว ฯลฯ จะแสดงออกจำกัดอยู่ที่บริเวณปากเท่านั้น (จำเรื่องฉีกยิ้มแต่แก้มและหางตาไม่ขยับได้ใช่หรือไม่ครับ)
-คนหลอกลวงจะหนีห่างจากคนที่กล่าวหาเขา โดยมักจะขยับเท้าชี้ไปยังทางออก
-เขาไม่ค่อยอยากเผชิญหน้ากับคนกล่าวหา โดยหันศีรษะไปทางอื่น หรือเคลื่อนตัวหนี
-คนกำลังโกหกมักยืนตัวงอและห่อไหล่ ไม่ยืดตัวตรงด้วยแขนที่ยืดออก
-ในขณะที่พูดให้คนเชื่อ เขาแทบไม่ได้สัมผัสโดนตัวอีกฝ่ายเลย (อันนี้บริบทของตะวันตก)
-เขาจะไม่ชี้นิ้วไปยังคนที่เขากำลังหว่านล้อม
-เขาอาจวางสิ่งของให้เป็นที่ปิดกั้น ขวางตัวเองจากคนที่กำลังกล่าวหา (บางทีใช้แขนหรือมือประสานด้านหน้าเพื่อสร้างกำแพง)
-คนโกหกจะเอาคำพูดของคุณมาแก้ต่างให้ตัวเอง
-เขาจะพูดไม่หยุดจนกว่าจะแน่ใจว่าเขาเกลี้ยกล่อมคุณสำเร็จแล้ว แสดงว่าพูดมากเกินก็น่าสงสัย
-เขามักจะแสดงความหนักแน่นเพื่อให้คุณเชื่อว่าเขาได้ตัดสินใจเด็ดขาดไปแล้ว เพื่อไม่ให้คุณถามอะไรเขาอีก
-ให้สังเกตคำพูดที่พลั้งปากโดยไม่ตั้งใจ
-เขาจะตอบคำถามแบบไม่ยอมวกมาถึงตัวเอง และยกความเชื่อขึ้นมาอ้างแทนที่จะตอบตรงๆ(คนดีไม่ต้องชี้แจง เป็นต้น)
-เขาอาจจะสื่อให้รู้คำตอบแบบอ้อมๆให้คิดเอาเอง แต่ไม่เคยตอบคำถามตรงๆเลย
-ขณะที่กำลังโกหก การตอบคำถามเกี่ยวกับความเชื่อและทัศนคติต้องใช้เวลาคิดคำตอบนานกว่า
-ให้ระวังคนที่แสดงปฏิกิริยาเกินกว่าเหตุเมื่อถูกถาม
-ไม่ยอมพูดสรรพนามแทนตัวเอง และพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบปราศจากความรู้สึก คำพูดอาจสับสนผิดถูกไม่ตรงหลักไวยากรณ์ หรือจับต้นชนปลายไม่ถูก
-ประโยคที่ดูคล้ายกับการถามคำถามเป็นการมองหาสิ่งที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจ
-วิธีการดูโลกของคนโกหกคือคิดว่าคนอื่นโกหก ดังนั้น ถ้าใครที่ชอบกล่าวหา ให้ร้าย เอาชั่วให้คนอื่น ขอให้ตรวจสอบความซื่อตรงของเขาก่อน
-จงสังเกตว่าคนที่คุณคุยด้วยให้ความสนใจกับปัจจัยภายในหรือภายนอก ถ้าคนโกหกจะพยายามจัดท่าจัดทางตัวเองให้ดูดีน่าเชื่อถือ แต่ถ้าคนพูดจริงจะสนใจแต่พยายามให้คุณเข้าใจมากกว่าท่าทางตัวเอง
-เรื่องโกหกมักไม่มีความคิดเห็นของบุคคลที่สาม(คนอื่น) อยู่ในเหตุการณ์เลย
-ขณะเล่าเหตุการณ์ คนโกหกมักไม่เอ่ยถึงเรื่องราวร้ายๆ
-คนโกหกเต็มใจที่จะตอบคำถามคุณ แต่จะไม่ถามคำถามออกมาเลย
-คนโกหกจะรู้สึกโล่งใจทันทีที่เปลี่ยนเรื่องคุย(จะเห็นการถอนใจ หรือเป่าปาก โล่งอก)
-คนโกหกจะไม่รู้สึกเดือดดาลถ้าถูกกล่าวหา ต่างจากคนปกติที่จะต้องโวยทันที
-เขาชอบพูดว่า “ พูดตรงๆ” “ด้วยความสัตย์จริง” “เชื่อโดยสนิทใจ” ฯลฯและ “ผมจะโกหกคุณไปทำไม”
-เขาตอบคำถามคุณได้ตรงเผง เหมือนได้เตรียมคำตอบมาก่อนแล้ว
-เขาอาจซื้อเวลาด้วยการทวนคำถามหรือย้อนถามคุณกลับ
-สิ่งที่เขากำลังพูดจะฟังดูเหลือเชื่อ (ฟังดูดีเกินกว่าจะเป็นจริง)
-เขาจะพูดออกตัวด้วยการขึ้นประโยคว่า “ผมไม่อยากให้คุณคิดหรอกว่า.” แต่จริงๆเป็นสิ่งที่เขาพูดนำให้คุณคิดไปเอง เรื่องนี้พรรคการเมืองไทยบางพรรคใช้ประจำ
-เขาจะปัดคำถามคุณด้วยการเปลี่ยนเป็นเรื่องตลก
-เมื่อไม่สามารถให้สิ่งที่คุณถามได้ เขาจะเสนอทางเลือกอื่นให้คุณ
-ถ้าใช้ตัวเลข จะพบว่าจะมีการใช้ตัวเลขเดิมกลับไปกลับมาหรือคูณไป คุณกันมา
-เมื่อมีความกังวลจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบที่ไม่รู้ตัวเกิดขึ้น
-คนโกหกจะใช้สิ่งที่เห็นได้ชัดมาสนับสนุนการกระทำที่น่าเคลือบแคลงนั้น
-เขาอาจบังเอิญหลุดปากพูดบางอย่างที่สะกิดใจได้
-เขาจะชิงประกาศความไม่พอใจเกี่ยวกับการกระทำของคนอื่นในเรื่องเดียวกับที่เขาทำ เพื่อให้คนอื่นไม่สงสัยในตัวเขา
-ถ้าจับโกหกได้เรื่องหนึ่ง ที่เหลือต้องน่าสงสัยทั้งหมด (เช่นเรื่องสัญชาติ)
-เรื่องที่เขาเล่าอาจจะฟังดูพิลึกจนคุณแทบไม่เชื่อ แต่คุณกลับเชื่อเพราะคิดว่าถ้าเขาจะโกหกเขาคงแต่งเรื่องที่น่าจะเป็นไปได้มากกว่านี้ (อันนี้ถือว่าโกหกสองชั้น)
ทั้งหมดที่กล่าวมาคือพิรุธต่างๆที่เราสามารถนำมาใช้จับโกหกฝ่ายเผด็จการ หรือแกนนำระดับต่างๆของฝ่ายประชาธิปไตยด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องเงินๆทองๆ หรือทิศทางการนำมวลชนว่าจริงใจหรือไก่กากันแน่ จะเอาสนุกๆ ก็ลองเอาคลิปเรื่องที่คุณณัฐวุฒิฯที่ว่า เมาหรือไม่เมา ที่โบนันซานั่นแหละมาดูเป็นเบื้องต้น
หัวข้อที่นำเสนอมีบางแห่งปรับปรุงจากภาษาเดิมของคนแต่งเพื่อให้เข้ากับลักษณะของการต่อสู้ของมวลชนคนเสื้อแดงฝ่ายประชาธิปไตย และขอให้สนุกกับการจับผิดเหล่าดาราที่จะดาหน้าพากันออกมาเสนอหน้าเสนอตาทางสื่อมวลชนต่างๆ ก็ขอให้ถือโอกาสนี้ดูที่หน้าและตานั้นๆให้ชัดๆ จะได้สรุปได้ว่าเรื่องไหน จังหวะไหนที่เขาพูดจริง จังหวะไหนเป็นเรื่องโกหกจะได้รับเลือกที่เป็นประโยชน์นำมาใช้ได้
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความนี้จะแพร่หลายออกไปเพราะยิ่งมีความรู้เท่าทันได้มากเท่าไร มวลชนก็จะยิ่งมีอำนาจมากขึ้นเท่านั้น
*****************
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ฝึกจับโกหก นักเล่นละครไทยแลนด์
ตู่:ผมถามสั้นๆ ท่านสละสัญชาติอังกฤษหรือยัง?
มาร์ค:คุณแพ่คุณม่อของผม คุณม่อคุณแพ่ของผม บลาบลาบลาบลาบลาบลาบลาบลาบลา บลาบลาบลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆบลาบลา
ประกาศนางสงกรานต์ปี 54 ระหว่างเทพีทรงปืนของอำมาตย์ศักดินาVSเทพีทรงหนังสะติ๊กของชาวไพร่
ที่มา Thai E-News
นางสงกรานต์ของอำมาตย์ศักดินานามว่า กาฬกิณีเทวี หัตถ์ซ้ายทรงปืน เสด็จนั่งมาเหนือหลังกุญชร(ช้าง)ส่วนนางสงกรานต์ของมวลประชา นามว่า คุณท่านนารีแดงมหาเทวีศรีประชา อาภรณ์แพรแดง ภักษาหารข้าวแกง หัตถ์ซ้ายทรงหนังสติ๊ก เสด็จนั่งมาเหนือ อาชา (ม้าสีขาว)
โดย ปาแด งา มูกอ
13 เมษายน 2554
วันนี้ขออนุญาตร่วมอวยชัยปีใหม่ไทย ขอนำประกาศสงกรานต์ปี 2554 มาฝากท่านผู้อ่านได้หายเครียดกันบ้าง
ระหว่างนางสงกรานต์ตัวจริง (นางหรือนางสาวก็ไม่ทราบได้) เอาเป็นว่าคุณกาฬกิณีเทวี ก็แล้วกัน กับ นางสงกรานต์ของคนเสื้อแดงหัวใจแดงทั้งแผ่นดิน คุณท่านนารีแดงมหาเทวีศรีประชา ว่าใครจะเจ๋งกว่าใคร
นางสงกรานต์ศักดินาอำมาตย์:ประกาศสงกรานต์จุลศักราช ๑๓๗๓
พุทธศักราช ๒๕๕๔
ปีเถาะ ตรีศก จันทรคติเป็นปกติมาส ปกติวาร สุริยคติเป็นปกติสุรทิน
วันมหาสงกรานต์ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ เมษายน เวลา ๑๓ นาฬิกา ๓๓ นาที ๓๖ วินาที
ตรงกับเวลา ๑๓ นาฬิกา ๕๑ นาที ๓๖ วินาที (เวลามาตรฐานประเทศไทย)
นางสงกรานต์นามว่า กาฬกิณีเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต ภักษาหารถั่วงา
หัตถ์ขวาทรงขอช้าง หัตถ์ซ้ายทรงปืน เสด็จนั่งมาเหนือหลังกุญชร(ช้าง)เป็นพาหนะ
เกณฑ์พิรุณศาสตร์ปีนี้ พุธ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก ๖๐๐ ห่า
ตกในเขาจักรวาล ๒๔๐ ห่า ตกในป่าหิมพานต์ ๑๘๐ ห่า ตกในมหาสมุทร ๑๒๐ ห่า ตกในโลกมนุษย์ ๖๐ ห่า
เกณฑ์นาคราชให้น้ำปีเถาะ นาคราชให้น้ำ ๒ ตัว ทำนายว่า ฝนต้นปีน้อย กลางปีงาม และปลายปีอุดมดีแล
เกณฑ์ธัญญาหารชื่อ ลาภะ ข้าวกล้าในนา จะได้ ๑๐ ส่วน เสียเพียงส่วนเดียว ธัญญาหาร มังสาหารบริบูรณ์ ประชาชนทั้งหลายจะอยู่เย็นเป็นสุข
วันเถลิงศกตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๖ เมษายน เวลา ๑๗ นาฬิกา ๓๑ นาที ๑๒ วินาที
นางสงกรานต์ไพร่ฟ้าประชาชี:ประกาศสงกรานต์จุลศักราช ๑๓๗๓
พุทธศักราช ๒๕๕๔

ปีเถาะ ตรีศก จันทรคติเป็นปกติมาส ปกติวาร สุริยคติเป็นปกติสุรทิน
วันมหาสงกรานต์ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ เมษายน เวลา ๑๓ นาฬิกา ๓๓ นาที ๓๖ วินาที
นางสงกรานต์นามว่า คุณท่านนารีแดงมหาเทวีศรีประชา ไม่ทรงพาหุรัด ไม่ทัดดอกอะไร
อาภรณ์แพรแดง ภักษาหารข้าวแกง หัตถ์ขวาทรงขอประชาธิปไตย หัตถ์ซ้ายทรงหนังสติ๊ก เสด็จนั่งมาเหนือ อาชา (ม้าสีขาว) เป็นพาหนะ
เกณฑ์พิรุณศาสตร์ปีนี้ พุธ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก ๖๐๐ ห่า
ตกในเขาจักรวาล ๖๐ ห่า ตกในป่าหิมพานต์ ๘๐ ห่า ตกในมหาสมุทร ๒๐ ห่า ตกใน 14 จังหวัดภาคใต้ ๔๔๐ ห่า
เกณฑ์นาคราชให้น้ำปีเถาะ นาคราชให้น้ำ ๒ ตัว ทำนายว่า ฝนต้นปีหนัก กลางปีหนักมาก และปลายปีโคตรหนักแล
เกณฑ์ธัญญาหารชื่อ ลาภะ ข้าวกล้าในนา จะได้ ๑๐ ส่วน เสีย ๕ ส่วน (อยู่ในโควตารัฐบาลแย่งกันแดก) ธัญญาหาร มังสาหารแพงหูฉี่ ประชาชีทั้งหลายจะอดอยากยากแค้น
วันเถลิงศกครบรอบ ๑ปี (เมษา-พฤษภา อำมหิต)
ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๑๐ เมษายน เวลา ๑๗ นาฬิกา ๓๑ นาที ๑๒ วินาที
**********

13 เมษายน 2554 สงกรานต์ที่แยกราชประสงค์ ร่วมรดน้ำดำหัวฯพณฯนายกมาร์ค
ในโอกาสที่กทม.จัดสาดน้ำสงกรานต์ลงกินเนสต์บุ๊ค และฯพณฯนายกฯอภิสิทธิ์ ซึ่งสวนดุสิตโพลล์บอกว่ามีคนอยากสาดน้ำมากที่สุดพอๆกับดาราลูกครึ่งญี่ปุ่น ชาวเสื้อแดงกลุ่มหนึ่ง นำโดย 4 สาวนักวิชาการ ดร.หวาน,อาจารย์ตุ้ม,ดร.จาและดร.น้อง นัดหมายพี่น้องเสื้อแดง ใส่เสื้อแดงไปร่วมเล่นสงกรานต์ที่สี่แยกราชประสงค์ เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาล
และไม่ควรไปมือเปล่า ควรจัดป้ายต่างๆ เช่น ที่นี่เคยมีคนตาย ไม่เอา 112 ฯลฯ ไปด้วย เพื่อใช้ประกอบฉาก (Background) เพิ่มสีสันในการเล่นสงกรานต์ ร่วมกัน และจัดเตรียมป้ายรำลึกเสธ.แดงในโอกาสถูกล็อกเป้ายิงครบรอบ 1ปีในวันนี้เมื่อปีกลาย
73สว.ลากตั้งสมุนอำมาตย์สลอน ทนายวันชัย-สักหายเสี้ยน ดันทุรังทำผิดรัฐธรรมนูญชัดส่อเค้าโมฆะ
ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
12 เมษายน 2554
กกต. ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นส.ว.สรรหาจำนวน 73 ราย แล้ว หน้าเก่ามือตีนอำมาตย์กลับมาสลอนนำโดยคำนูณ สิทธิสมาน-สมชาย แสวงการ ส่วนทนายรับใช้เผด็จการดีเด่นทั้งวันชัย สอนศิริ-สัก กอแสงเรือง ได้เก้าอี้ลากตั้งสมอยาก นักกฎหมายชี้ขัดรัฐธรรมนูญส่อเค้าเป็นโมฆะ
แม้จะมีการประกาศรายชื่อ73 สว.สรรหา หรือลากตั้งออกมาแล้ว แต่นักกฎหมายชี้ว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญเป็นโมฆะ โดยเฉพาะกรณีสว.ลากตั้งชุดเก่าที่ลาออกมาได้รับการลากตั้งใหม่
ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายมหาชนระบุว่า สว.สรรหาที่ลาออกไม่มีสิทธิเข้ารับการสรรหาเป็นสว.ใหม่ เนื่องจากขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๕ วงเล็บ ๙ ซึ่งกำหนดเรื่อง"บุคคลผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือได้รับการเสนอชื่อเพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกวุฒิสภา"
(๙) ไม่เป็นรัฐมนตรี หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือเคยเป็นแต่พ้นจากตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วยังไม่เกินห้าปี
ดังนั้นเมื่อสว.สรรหา ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งมิใช่สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ได้สิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภา ลงตาม มาตรา ๑๑๙ เนื่องจาก ลาออก ตามวรรค ( ๓ ) แต่เนื่องจากพ้นจากตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วยังไม่เกินห้าปีจึงไม่มีสิทธิเข้ารับการสรรหาเป็นสว.ใหม่แต่อย่างใด
เปิดชื่อ73สว.ลากตั้งหน้าเก่ามือตีนอำมาตย์กลับมาหน้าสลอน
ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 13.00น.วันนี้ นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งที่ 34/2554 ว่า ที่ประชุม กกต. ได้มีมติประกาศผลการสรรหาและแจ้งประกาศผลการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไปยังประธานวุฒิสภา เพื่อทราบและประกาศผลการสรรหาในราชกิจจานุเบกษา ต่อไป ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 73 คน ดังต่อไปนี้
องค์กรภาควิชาการ จำนวน 14 คน
1.ร.ศ. กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล
2.นายคำนูญ สิทธิสมาน
3.นายเจตน์ ศิรธรานนท์
4.พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม
5.นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์
6.ศ.เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ
7.นายถาวร ลีนุตพงษ์
8.รศ.นรีวรรณ จินตกานนท์
9.นายปรเทพ สุจริตกุล
10.นายพิเชต สุนทรนิพิธ
11.นายมหรรณพ เดชวิทักษ์
12.รศ. วิชุดา รัตนเพียร
13.นายวิทวัส บุญญสถิตย์
14.หม่อมราชวงค์วุฒิเลิศ เทวกุล
องค์กรภาครัฐจำนวน 14 คน
1.พล.อ.อ.ชาลี เรืองจันทร์
2.พล.อ.ชูชาติ สุขสงวน
3.พล.อ.ธีรเดช มีเพียร
4.นายประจิตต์ โรจนพฤกษ์
5.นายประสงค์ ตันมณีวัฒนา
6.นายประสงค์ศักดิ์ บุญเดช
7.นายปิยพันธ์ุ นิมมานเหมินทร์
8.นายพิสิฐ เกตุผาสุข
9.พล.อ.เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์
10.นายวิชัย ไพรสงบ
11.พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม
12.นายสมบูรณ์ งามลักษณ์
13.นายสมพล พันธุ์มณี
14.นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล
องค์กรภาคเอกชน 15 คน
1.นายธวัช บวรวนิชยกูร
2.นายธีระ สุวรรณกุล
3.นางนิลวรรณ เพชระบูรณิน
4.นายบุญชัย โชควัฒนา
5.นายประวิทย์ จันทราประภาวัฒน์
6.หม่อมหลวง ปรียพรรณ ศรีธวัช
7.นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง
8.นางยุวดี นิ่มสมบุญ
9.นายวัชระ ตันตรานนท์
10.นายวันชัย สอนศิริ
11.นายวิบูลย์ คูหิรัญ
12.พ.ต.อ.สนธยา แสงเภา
13.ศ.สม จาตุศรีพิทักษ์
14.นส. สุนันท์ สิงห์สมบุญ
15.นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย
4.องค์กรภาควิชาวิชาชีพ 15 คน
1.นางกีระณา สุมาวงศ์
2.พล.ต.อ. จงรัก จุฑานนท์
3.นายจารุพงศ์ จีนาพันธ์
4.นายตวง อันทะไชย
5.รองศาสตราจารย์ ทัศนา บุญทอง
6.รศ.พรพันธุ์ บุญยรัตพันธ์
7.พล.ต.อ. วงกต มณีรินทร์
8.นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์
9.ศ.วิรัติ พาณิชย์พงษ์
10.พล.อ.อ.กีรวิท คงศักดิ์
11.พล.ร.อ. ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ
12.นายสมชาย แสวงการ
13.นายสัก กอแสงเรือง
14.พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ศรีอรุณ
15.นายอนุรักษ์ นิยมเวช
องค์กรภาคอื่น 15 คน
1.พล.อ. เกษมศักดิ์ ปลูกสวัสดิ์
2.นายจักรธรรม ธรรมศักดิ์
3.นายธานี อ่อนละเอียด
4.นายประสงค์ นุรักษ์
5.นายปัญญา เบญจศิริวรรณ
6.พล.ต.อ. พิชิต ควรเตชะคุปต์
7.นางพิไลพรรณ สมบัติศิริ
8.นายมณเฑียร บุญตัน
9.พล.ต.ท. ยุทธนา ไทยภักดี
10.พล.อ. รัชกฤต กาญจนวัฒน์
11.นายศรีสุข รุ่งวิสัย
12.พล.ต.ท. สมยศ ดีมาก
13.นายสมัคร เชาวภานนท์
14.นายสุธรรม พันธุศักดิ์
15.นายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์
นายสุทธิชัย กล่าวอีกว่า ขั้นตอนหลังการประกาศผลแล้ว ได้แจ้งให้ผู้ที่ได้รับการสรรหามารับใบรับรองได้ตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย. เวลา 15.00-19.00น. และในวันที่ 13 เม.ย. เวลา 08.30-16.360น. หากไม่สะดวกสามารถมาขอรับใบรับรองได้อีก ตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย. 2554 ในเวลาราชการ
นายสุทธิพล ยังกล่าวอีกว่า ล่าสุด ได้มีผู้ที่ได้รับการสรรหา เริ่มทยอย มารับใบรับรองที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะแล้ว แล้วเป็นบางราย ขณะที่ทางกกต. ได้จัดสถานที่ให้ผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นส.ว. มารับใบรับรองแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม กกต.ระบุว่า มีองค์กรประชาชนบางแห่ง ได้ยื่นร้องคัดค้านขั้นตอนการสรรหาส.ว. จำนวน2 ราย
เพื่อไทยชี้เชื้อชั่วไม่มีวันตาย ลุกลี้ลุกลนให้รีบรายงานตัวผิดปกติ
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงรายชื่อสว.สรรหาชุดใหม่ว่า วันนี้เห็นแล้วว่าเชื้อชั่วไม่มีวันตาย การสรรหาสว.ลักษณะนี้ มันขัดหลักประชาธิปไตย ใช้คนเพียง6-7คน มานั่งคัดเลือกจากกระดาษ จากผู้สมัคร 600 คนเหลือ 73คน ล้วนแต่เป็นหน้าเก่า หน้าเดิมทั้งนั้น คนเป็นสว.มา 3 ปีมาอยู่อีก 6 ปี ก็อยู่กันลากงอก ตายคาเก้าอี้ การเลือกแบบนี้มันสะท้อนนัยยะอะไรบางอย่าง
"บางคนเมื่อโดนสื่อติงก็ใช้วิธีนำ นอมินี เข้ามาแทน ถือเป็นการสืบทอดอำนาจ ชุดทายาทอสูร เป็นผลพวงจากรัฐธรรมนูญ 2550 ที่คลอดจากมดลูกเผด็จการ"นายพร้อมพงศ์ กล่าว
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า สำหรับการทำงานที่ผ่านมาของส.ว.ลากตั้ง ก็เห็นชัดเจนแล้วว่าไร้ประสิทธิภาพ เข้ามาแบ่งกลุ่ม แบ่งก๊วน และน่าจะเป็นการรับจ๊อบ เช่นกลุ่ม 40 สว. ต่างจากสว.เลือกตั้ง ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีความคิดเห็นแทนประชาชนที่แท้จริง คิดว่าหากระบบยังเป็นแบบนี้ การเลือกตั้งครั้งหน้าก็จะพบกับคนกลุ่มเดิมๆ นามสกุลเก่าๆ วนเวียนอยู่อย่างนี้ และน่าสังเกตว่ามีการให้ไปรายงานตัวกันทันทีวันนี้ พรุ่งนี้ ทำแบบลุกลี้ลุกลน แบบสายฟ้าแลบ ไม่รู้จะรีบไปไหนทั้งที่เป็นช่วงวันหยุด
แดงทั่วโลกลดธงครึ่งเสาคารวะอาลัย1ปี10เมษา
ที่มา Thai E-News
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
12 เมษายน 2554
คนไทยผู้รักประชาธิปไตยหลายประเทศทั่วโลกร่วมกันจัดกิจกรรมครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์สังหารผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยกรณี 10 เมษายน
Thai Red Australia- กลุ่มไทยเรดออสเตรเลียจัดกิจกรรมที่ Belmore Park Sydney 
เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา กลุ่มไทยเรดออสเตรเลีย ร่วมกับ ดร.จิม เทลเลอร์ (อาจารย์มหาวิทยาลัย อดิเลด ในออสเตรเลีย-อ่านบทความของเขาเรื่อง สำคัญกว่าชีวิตคน:ความตายของ'Central World'และการก่อกำเนิดใหม่ -เสื้อแดงกับการสร้างตำนานทางวัฒนธรรมของกฎุมพีชาวกรุง ) ได้จัดกิจกรรมรำลึกครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์สังหารผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศไทย พร้อมทั้งกิจกรรมรณรงค์ให้ยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 ณ สวนสาธารณะ เบลมอร์ปาร์ค นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวได้รับความสนใจจากทั้งชาวไทย และชาวออสเตรเลีย โดยทางกลุ่มฯ ได้มีการเผยแพร่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับแนวทางประชาธิปไตยในประเทศไทย พร้อมทั้งจัดฉายภาพเหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว อันเป็นเหตุให้ผู้ที่ออกมาเรียกร้องถูกสังหารกว่า 93 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 2,000 คน
นอกจากนี้ ทางกลุ่มไทยเรดออสเตรเลีย ได้ร่วมรณรงค์เรียกร้องการยกเลิกกฎหมายมาตรา 112 เนื่องจากข้อกฎหมายดังกล่าวขัดต่อหลักการประชาธิปไตยอันแท้จริง โดยได้มีการนำเสนอข้อมูลด้านกฎหมาย รวมทั้งนำเสนอกรณีตัวอย่างนักโทษทางการเมือง ผู้ซึ่งได้รับผลกระทบจากกฎหมายมาตราดังกล่าว
ตัวแทนกลุ่มไทยเรดออสเตรเลีย เปิดเผยว่า จุดประสงค์หลักของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อร่วมสนับสนุนให้มีการพัฒนาประชาธิปไตยที่แท้จริงในประเทศไทย ร่วมแสดงพลังเรียกร้องความเป็นธรรม และเพื่อเป็นกำลังใจให้กับประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยด้วย
นอกจากนี้กลุ่มไทยเรดออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ทางกลุ่มมีโครงการที่จะเดินหน้าจัดกิจกรรมส่งเสริมแนวทางประชาธิปไตยในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนจะจัดกิจกรรมด้านวิชาการร่วมกับมหาลัยต่างๆ ในประเทศออสเตรเลีย รวมทั้งขยายเครือข่ายกลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยไทยทั้งในประเทศออสเตรเลีย และประเทศต่างๆ ทั่วโลก
กลุ่มแอ็คชั่นเพื่อประชาธิปไตย (ACT4DEM)ในฟินแลนด์
จัดกิจกรรมเสวนา "เบื้องหลังวิกฤติประเทศไทย"ที่ ห้องสมุด Rikhardinkatu กรุงเฮลซิงกิ เวลา 13.00 - 15.30 น.วันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา
ขณะที่คนไทยในสหรัฐอเมริกาจะจัดกิจกรรมขึ้นในนิวยอร์กำ และลอสแองเจลีสในวันที่ 13 และ 24 เมษายนนี้
โดยงานที่นิวยอร์กนั้น ผู้จัดได้เชิญชวนชาวไทยในนิวยอร์กและใกล้เคียงพบปะสังสรรค์ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมสนทนาเหตุการณ์ในเมืองไทยเรื่อง “ ทิศทางเมืองไทย หลังเทศกาลสงกรานต์จะเป็นอย่างไร? ” พบกับ ดร.สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย และ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในวันพุธที่ 13 เมษายน 2554 เวลา 6.00-10.00pm.
พบกันที่ : New Broadway Seafood Restaurant 83-17 Broadway Elmhurst, NY 11373 ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ วิลลี่: 917-364-8067 เต๋อ: 917-683-7156
ส่วนงานที่L.A.ผู้จัดได้เชิญผู้มีหัวใจรักประชาธิปไตยทุกท่านในL.A.พบกับ ดร. สุนัย จุลพงศธร สส.คารมกล้า ขวัญใจรากหญ้า จากนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย และศ.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง คนเดือนตุลาฯ อดีตรองเลขาธิการฝ่ายการเมือง ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.)หัวหน้าสาขาวิชาการเมืองและการปกครอง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และแขกรับเชิญจากรัฐต่าง ๆ จะสไกป์มาร่วมประชุมแสดงความคิดเห็นเป็นกรณีพิเศษ ใน "การประชุมสมัชชาประชาธิปไตยไทยในสหรัฐอเมริกา
RED SHIRTS FORUM ON DEMOCRACY AND JUSTICE CRISIS IN THAILAND ณ Doubletree Hotel Los Angeles/Commerce 5757 Telegraph Road | Commerce, CA 90040 วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2011
ตั้งแต่เวลาบ่าย 2 โมง ถึง 2 ทุ่ม
ขอน้อมเรียนเชิญทุกท่าน เข้าร่วมงานโดยไม่ต้องซื้อบัตร เพียงแต่ช่วยค่าเช่าสถานที่เพียงท่านละ 10 เหรียญเท่านั้้น ในงานไม่มีการเสิร์ฟอาหาร โปรดเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้างาน
สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณนิดหน่อย 619 / 549-1857 คุณเบญจะ 310/ 516-7671 คุณสนั่น เมลโรส 323/286-8722 คุณวาสนา 818/ 731-1738
